ความกลัวตัวเลข - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: แซมและนีลสำรวจว่าเหตุใดประสบการณ์ไม่ดีเพียงครั้งเดียวในโรงเรียนจึงอาจทำให้ความกลัวคณิตศาสตร์ติดอยู่นาน ตัวเลขสถิติที่ดูน่าเชื่อถือทำให้ผู้ที่ไม่กล้าตั้งคำถามหลงเชื่อได้อย่างไร และเหตุใดการสอนที่เหมาะสมจึงช่วยให้ทุกคนพัฒนาทักษะด้านตัวเลขพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. in our heads — สำนวนและภาษาภาพพจน์ คุณจะเข้าใจว่าวลีนี้ชี้ว่าความกลัวหรือข้อจำกัดอาจเกิดจากการรับรู้และความคิดของเราเอง ไม่ใช่หลักฐานว่าเราขาดความสามารถจริง ๆ จึงนำไปใช้พูดถึงความวิตก ปัญหาที่จินตนาการขึ้น และความเชื่อที่ฉุดรั้งตนเองได้ 2. are primed not to question — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์ คุณจะสังเกตได้ว่า primed หมายถึงการที่อิทธิพล การฝึกฝน หรือความคาดหวังก่อนหน้าเตรียมให้คนตอบสนองในลักษณะหนึ่ง ความรู้นี้ช่วยอธิบายว่าโฆษณา การเมือง และสื่อทำให้ผู้คนยอมรับตัวเลขโดยไม่ตรวจสอบอย่างมีวิจารณญาณได้อย่างไร 3. have the potential to be — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม คุณจะใช้โครงสร้างที่เป็นธรรมชาตินี้เพื่อบอกว่าคนหนึ่งมีความสามารถที่จะพัฒนาไปสู่บทบาทหรือสภาวะในอนาคต แม้ความสามารถนั้นยังไม่ปรากฏชัด เหมาะสำหรับการพูดเรื่องการศึกษา การเติบโตส่วนบุคคล และโอกาสทางอาชีพ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:07สวัสดีครับ นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English
Neil, would you describe yourself as a numbers person? การใช้คำ
0:13นีล คุณจะอธิบายตัวเองว่าเป็นคนที่เก่งเรื่องตัวเลขไหม?
a numbers person: คนที่ถนัดเรื่องตัวเลขและข้อมูล
a numbers person หมายถึงคนที่เข้าใจและทำงานกับตัวเลข ค่าตัวเลข หรือข้อมูลได้อย่างคล่อง ในคำถามนี้ วลีดังกล่าวใช้จัดประเภทคนตามจุดแข็งที่มักมี ไม่ได้หมายถึงคนที่สร้างขึ้นจากตัวเลข ในที่นี้ numbers วางอยู่หน้า person เพื่อบอกด้านของความสามารถ มีคำเรียกแบบคล้ายกัน เช่น a people person แต่ไม่สามารถนำคำนามพหูพจน์อะไรก็ได้มาวางหน้า person แล้วคาดว่าจะเป็นวลีที่ฟังเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a numbers person หมายถึงอะไร
- คนที่ทำงานกับตัวเลขและข้อมูลได้อย่างคล่อง
- คนที่สร้างขึ้นจากตัวเลขที่เขียนไว้
- คนที่นับสิ่งของทุกอย่างที่มองเห็น
ดูคำตอบ
คนที่ทำงานกับตัวเลขและข้อมูลได้อย่างคล่อง
If you mean, am I someone who understands numbers and is good at using them and interpreting data, โน้ต
0:17ถ้าคุณหมายความว่า ผมเป็นคนที่เข้าใจตัวเลข ใช้มันเก่ง และตีความข้อมูลได้เก่งหรือเปล่า
interpreting data: เข้าใจว่าตัวเลขแสดงอะไร
ใน interpreting data คำว่า interpret หมายถึงการตรวจดูข้อมูลและทำความเข้าใจว่าข้อมูลนั้นแสดงอะไร ซึ่งรวมถึงการเข้าใจรูปแบบ ความแตกต่าง หรือผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่มองตัวเลขเท่านั้น ในประโยคนี้ good at ใช้ร่วมกับทั้ง using them และ interpreting data ส่วน interpret ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงการล่ามระหว่างสองภาษา
แบบฝึกหัด
ใน "The class is interpreting data from a survey," นักเรียนในชั้นกำลังทำอะไรอยู่?
- อ่านตัวเลขออกเสียงโดยไม่อธิบาย
- แปลบทสนทนาจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง
- หาคำตอบว่าผลสำรวจแสดงอะไร
ดูคำตอบ
หาคำตอบว่าผลสำรวจแสดงอะไร
If you mean ... then no: ชี้แจงก่อนตอบ
If you mean ... then no เป็นกรอบประโยคสำหรับชี้แจงความหมายก่อนตอบ If you mean ใช้บอกความหมายที่ผู้พูดต้องการตรวจสอบ ส่วน then no ใช้ตอบปฏิเสธเฉพาะเมื่อเข้าใจตามความหมายนั้น ในที่นี้ then หมายถึง “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณกำลังถาม” ไม่ได้แสดงว่าคำตอบปฏิเสธเกิดขึ้นภายหลังตามลำดับเวลา
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบให้สมบูรณ์โดยใช้กรอบ If you mean ... then no: ____ whether I can fix the printer, ____.
ดูคำตอบ
If you mean · then no
good at maths: ใช้ be good at เพื่อบอกความสามารถ
be good at + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงมีความสามารถในวิชาหรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ใน good at maths คำว่า maths คือชื่อวิชา ส่วนบุพบท at เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน be good at คำถามนี้ใช้ weren't เพราะถามถึงความสามารถของบุคคลนั้นในช่วงที่เรียนอยู่ที่โรงเรียน
แบบฝึกหัด
เติม good และบุพบทที่ถูกต้อง: Leo is ____ maths.
ดูคำตอบ
good at
times tables: ตารางสูตรคูณพื้นฐาน
ในภาษาอังกฤษแบบบริติช times tables หมายถึงชุดการคูณพื้นฐานที่ผู้เรียนท่องจำ เช่น “six times four is twenty-four” ซึ่งแปลว่า หกคูณสี่เท่ากับยี่สิบสี่ ในรายการนี้ วลีดังกล่าวเป็นชื่อเนื้อหาคณิตศาสตร์ในโรงเรียน เช่นเดียวกับ algebra และ geometry ในที่นี้ times หมายถึง “คูณด้วย” ไม่ได้หมายถึงจำนวนครั้ง ยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ หรือตารางเวลา
แบบฝึกหัด
ในการสนทนาเรื่องคณิตศาสตร์ในโรงเรียน times tables หมายถึงอะไร?
- รายการการคูณพื้นฐาน
- ตารางที่แสดงเวลาเรียน
- การนับว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกี่ครั้ง
ดูคำตอบ
รายการการคูณพื้นฐาน
we're not alone: แสดงว่ามีคนอื่นที่มีประสบการณ์เดียวกัน
ในที่นี้ we're not alone หมายความว่าคนอื่นก็มีปัญหาแบบเดียวกัน ไม่ได้เน้นว่ามีคนอื่นอยู่ใกล้ ๆ จริงหรือไม่ การใช้ we're ทำให้ผู้พูดรวมทั้งตนเองและอีกฝ่ายไว้ในประสบการณ์เดียวกันและแสดงความเป็นพวกเดียวกัน จึงช่วยให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกว่าต้องเผชิญปัญหาอยู่คนเดียว รูปแบบ not alone in + คำนามหรือรูป -ing ยังใช้ระบุประสบการณ์ที่คนอื่นมีร่วมกันได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: เพื่อนพูดว่า “I feel embarrassed because I got a low score on the quiz.” การตอบว่า “You're not alone; lots of people find this topic hard,” เป็นวิธีปลอบใจที่เป็นธรรมชาติ
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ถูก
and we might have enough number knowledge to get by with. กริยาวลี
0:39และเราอาจมีความรู้เรื่องตัวเลขมากพอที่จะเอาตัวรอดได้
in our heads: ความกลัวที่อาจเกิดจากความคิดของเรา
ในประโยคนี้ in our heads หมายความว่าความกลัวอาจเกิดจากความคิด ความรู้สึก หรือความคาดหวังของเราเป็นหลัก มากกว่าจะเกิดจากการขาดความรู้เรื่องตัวเลขจริง ๆ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ภายในศีรษะตามตัวอักษร คำว่า might just ทำให้ข้อความนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ที่กล่าวอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การยืนยันว่าความกลัวนั้นไม่จริงเลย รูปแบบนี้ช่วยให้สังเกตได้ว่าผู้พูดกำลังตั้งคำถามว่าความกลัวหรือข้อจำกัดนั้นตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The fear might just be in our heads," คำว่า in our heads สื่อถึงอะไร
- ความกลัวอาจถูกสร้างขึ้นจากความคิดของเราเป็นหลัก มากกว่าจะมาจากความสามารถที่แท้จริง
- ความกลัวไม่ใช่เรื่องจริงอย่างแน่นอนและควรถูกมองข้าม
- ความกลัวอยู่ภายในศีรษะของเราทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ความกลัวอาจถูกสร้างขึ้นจากความคิดของเราเป็นหลัก มากกว่าจะมาจากความสามารถที่แท้จริง
get by with: พอรับมือได้ด้วยทรัพยากรที่มีจำกัด
Get by with something หมายถึงการใช้ทรัพยากรนั้นเพื่อให้พอรับมือหรือดำเนินต่อไปได้ แม้ว่าทรัพยากรจะมีจำกัดหรือไม่ดีเท่าที่ควร ในที่นี้ enough number knowledge คือสิ่งที่อาจเพียงพอสำหรับความต้องการในชีวิตประจำวัน ใน enough number knowledge to get by with กรรมของ with ปรากฏก่อนหน้านี้ในวลีแล้ว ดังนั้น with จึงอยู่ท้ายประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใจความคือพอรับมือได้ ไม่ใช่ทำได้ดีเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “พอรับมือได้โดยใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด”: Our budget is small, but we can ____ it for one month.
ดูคำตอบ
get by with
That's what we'll be exploring in this program ลำดับความ
0:43นั่นคือสิ่งที่เราจะมาสำรวจกันในรายการนี้
That's what we'll be exploring: เกริ่นหัวข้อถัดไปที่จะศึกษา
“That” ย้อนกลับไปอ้างถึงประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน “what we'll be exploring” ระบุว่าประเด็นนั้นคือหัวข้อที่จะพูดคุยต่อไป ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ที่ต่างออกไป ประโยคนี้ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทาง โดยปิดช่วงเกริ่นนำและบอกผู้ฟังว่ารายการจะศึกษาเรื่องใดต่อไป รูปแบบ “That's what we'll be exploring in...” ยังใช้เกริ่นหัวข้อของบทเรียน การนำเสนอ พอดแคสต์ หรือรายงานได้ด้วย
แบบฝึกหัด
“That's what we'll be exploring” ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้ “We have seen that bees use movement to share information. That's what we'll be exploring in today's lesson.”
- เชื่อมแนวคิดก่อนหน้าเข้ากับหัวข้อที่จะพูดคุยต่อไป
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องก่อนหน้าเลย
- ประกาศว่าการพูดคุยจบลงแล้ว
ดูคำตอบ
เชื่อมแนวคิดก่อนหน้าเข้ากับหัวข้อที่จะพูดคุยต่อไป
But, sorry, Neil, I'm going to start with a maths question.
0:48แต่ขอโทษนะนีล ฉันจะขอเริ่มด้วยคำถามคณิตศาสตร์ก่อน
It's thought the largest number in the world is called a googol. โน้ต
0:52เชื่อกันว่าตัวเลขที่มากที่สุดในโลกเรียกว่ากูกอล (googol)
It's thought: นำเสนอความเชื่อโดยไม่ระบุแหล่งที่มา
“It's thought...” เป็นรูปย่อของ “It is thought...” และเป็นโครงสร้าง passive แบบไม่ระบุผู้กระทำ โดย “it” ทำหน้าที่เติมตำแหน่งทางไวยากรณ์เท่านั้น ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของที่คิดได้ โครงสร้างนี้ใช้เสนอความเชื่อโดยไม่บอกว่าใครเป็นผู้เชื่อ จึงเน้นข้อความที่ตามมา สามารถตามด้วย “that” และอนุประโยคได้ แต่ในคำบรรยายนี้ละ “that” ไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป passive แบบไม่ระบุผู้กระทำและเป็นรูปย่อของ think: ____ that the missing ship sank during a storm.
ดูคำตอบ
It's thought
a googol: 10 ยกกำลัง 100
a googol คือจำนวนจำกัดค่าหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งเท่ากับ 10 ยกกำลัง 100 หรือเลข 1 ที่มีเลข 0 ตามหลัง 100 ตัว ประโยคนี้เรียกมันว่าจำนวนที่มากที่สุดในโลก แต่ในทางคณิตศาสตร์ไม่มีจำนวนที่มากที่สุด เพราะเราสามารถบวก 1 เพิ่มได้เสมอ ในที่นี้ a googol เป็นชื่อของจำนวนที่ใหญ่มากค่าหนึ่ง ไม่ใช่คำทั่วไปสำหรับทุกสิ่งที่ใหญ่มาก
แบบฝึกหัด
ในทางคณิตศาสตร์ a googol หมายถึงอะไร
- หนึ่งร้อยคูณสิบ
- จำนวนที่มากที่สุดเท่าที่จะมีได้
- สิบยกกำลังหนึ่งร้อย
ดูคำตอบ
สิบยกกำลังหนึ่งร้อย
reveal the answer later on: ประกาศคำตอบในภายหลัง
ใน reveal the answer คำว่า reveal หมายถึงการเปิดเผยคำตอบหลังจากเก็บไว้ก่อน ส่วน later on หมายถึงช่วงเวลาหนึ่งในภายหลัง มักเป็นช่วงต่อมาของรายการ บทสนทนา บทเรียน หรือกิจกรรมเดียวกัน โดยไม่ได้บอกเวลาที่แน่นอน เมื่อรวมกัน สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าตอนนี้ยังเก็บคำตอบไว้ แต่จะประกาศในภายหลัง ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกลุ้นและรอคอยได้
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาที่หมายถึงการเปิดเผยคำตอบที่เก็บไว้ก่อนให้เป็นสำนวนเป้าหมายที่สมบูรณ์: The quiz host will ____ the answer later on.
ดูคำตอบ
reveal
But let's talk more about the fear of numbers now. ลำดับความ
1:14แต่ตอนนี้เรามาคุยเรื่องความกลัวตัวเลขกันต่อดีกว่า
let's talk more about: พาการสนทนาให้ลึกขึ้น
Let's talk more about + หัวข้อ เป็นวลีเปลี่ยนช่วงของการสนทนา วลีนี้ชวนทุกคนให้คุยเรื่องเดิมต่อและลงรายละเอียดมากขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวดึงความสนใจกลับมาที่ความกลัวตัวเลขและระบุว่านี่คือหัวข้อถัดไป more บอกว่าจะพูดมากขึ้นหรือลึกขึ้น ส่วน about ใช้นำหัวข้อ หลัง about อาจเป็นนามวลีหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม เช่น why this answer works
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า let's talk more about the fear of numbers now?
- จบหัวข้อนั้นทันที
- ขอให้อีกคนเงียบ
- เข้าสู่การพูดคุยหัวข้อนั้นอย่างละเอียดขึ้น
ดูคำตอบ
เข้าสู่การพูดคุยหัวข้อนั้นอย่างละเอียดขึ้น
but one bad experience at school can put us off them for life. โน้ต
1:20แต่ประสบการณ์แย่ๆ ตอนเรียนแค่ครั้งเดียวก็ทำให้เราเกลียดมันไปตลอดชีวิตได้
put us off them: ทำให้ไม่ชอบหรือหมดความสนใจ
ในที่นี้ put us off them ใช้โครงสร้าง put + คน + off + สิ่งของหรือเรื่องหนึ่ง หมายถึงบางสิ่งทำให้คนไม่ชอบ หมดความสนใจ หรือหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น us คือคนที่ได้รับผล them หมายถึงตัวเลข และ for life บอกว่าผลนั้นอาจอยู่นานตลอดชีวิต ความหมายนี้ต่างจาก “เลื่อนออกไป” กรรมสองส่วนช่วยบอกความหมายได้ โดยคนอยู่หน้า off และสิ่งที่คนนั้นเริ่มไม่ชอบอยู่หลัง off
แบบฝึกหัด
อ่านสถานการณ์: After one awful lesson, Leo stopped enjoying chess. เติมประโยคถัดไปด้วยรูปอดีตของ put someone off something: One awful lesson ____ chess for years.
ดูคำตอบ
put Leo off
for life: ตลอดชีวิตที่เหลือ
ในประโยคนี้ for life เป็นวลีบอกระยะเวลา หมายถึง “ตลอดชีวิตที่เหลือ” หรือ “อย่างถาวร” ประโยคนี้สื่อว่าประสบการณ์แย่ ๆ ที่โรงเรียนเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลต่อความรู้สึกที่เรามีต่อตัวเลขไปอีกนานมาก ตรงนี้ for ใช้บอกระยะเวลา วลีนี้ไม่ได้หมายถึง “เพื่อช่วยชีวิตหรือค้ำจุนชีวิต”
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ตลอดชีวิตที่เหลือของพวกเขา” ให้สมบูรณ์: After growing up together, they remained close friends ____.
ดูคำตอบ
for life
What put me off maths was ...: โครงสร้างที่เน้นสาเหตุ
What put me off maths เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what หมายถึง “สิ่งที่ทำให้ฉันไม่ชอบหรือหมดความสนใจในคณิตศาสตร์” อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ was และ what ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม โครงสร้าง What put me off X was Y เน้นสาเหตุ คำที่อยู่หลัง was ระบุลักษณะหรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอนุประโยค what เป้าหมาย: ____ the course was the lack of practical work.
ดูคำตอบ
What put me off
not only complicated but very theoretical: การเพิ่มคำบรรยายลักษณะที่สอง
ใน not only complicated but very theoretical โครงสร้าง not only ... but ... เชื่อมคำบรรยายสองอย่างที่เป็นจริงทั้งคู่ คือ complicated และ very theoretical ส่วนที่สองเพิ่มอีกหนึ่งประเด็นและมักได้รับการเน้นมากกว่า ในที่นี้ but เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ใช้คู่กัน จึงไม่ได้หักล้างหรือขัดแย้งกับ complicated
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง not only ... but ... ให้สมบูรณ์: The backpack is ____ light ____ strong.
ดูคำตอบ
not only · but
And the problem now is, it's easy to be fooled by fancy figures that we get told about. โน้ต
1:37และปัญหาตอนนี้คือ เรามักจะถูกหลอกได้ง่ายด้วยตัวเลขสวยหรูที่มีคนบอกเรา
the problem now is: การกำหนดกรอบให้ปัญหาถัดไป
The problem now is เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะระบุปัญหาหลักสำหรับส่วนถัดไปของการสนทนา วลีนี้จัดลำดับข้อมูลโดยย้ายความสนใจของผู้ฟังจากหัวข้อก่อนหน้าไปยังปัญหาใหม่ที่ควรสนใจ ในที่นี้ now หมายถึง “ณ จุดนี้ของการสนทนา” หรือ “ในสถานการณ์ปัจจุบัน” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงวินาทีนี้เท่านั้น
แบบฝึกหัด
the problem now is ทำหน้าที่หลักอย่างไรในตัวอย่างนี้? The plan worked last year. The problem now is that costs have doubled.
- นำเสนอปัญหาที่การสนทนาจะมุ่งเน้นเป็นลำดับถัดไป
- แสดงว่าปัญหานั้นได้รับการแก้ไขแล้ว
- บอกว่าผู้พูดลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว
ดูคำตอบ
นำเสนอปัญหาที่การสนทนาจะมุ่งเน้นเป็นลำดับถัดไป
it's easy to be fooled by: โครงสร้าง infinitive แบบ passive
ในที่นี้ it's ย่อมาจาก it is โครงสร้างคือ it is + easy + to be + กริยาช่อง 3 โดย to be fooled เป็น infinitive รูป passive ผู้ที่ไม่ได้ระบุไว้เป็นฝ่ายถูกหลอก ไม่ใช่ฝ่ายที่หลอกผู้อื่น ส่วนที่ตามหลัง by บอกแหล่งที่อาจทำให้คนเข้าใจผิด โครงสร้างทั้งหมดใช้เตือนโดยทั่วไปว่าคนอาจเชื่อความรู้สึกผิด ๆ ได้ง่ายเพราะแหล่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ fool: When an ad looks scientific, it's easy to be ____ by the numbers.
ดูคำตอบ
fooled
fancy figures: ตัวเลขที่ดูน่าประทับใจ
ในบริบทนี้ figures หมายถึงข้อมูลตัวเลขหรือสถิติ ส่วน fancy บอกว่าตัวเลขเหล่านั้นถูกนำเสนอให้ดูสวยงาม ซับซ้อน หรือน่าประทับใจ ในคำเตือนนี้ วลีดังกล่าวมีน้ำเสียงสงสัย ตัวเลขอาจฟังดูน่าเชื่อถือทั้งที่ไม่ชัดเจนหรือไม่น่าไว้วางใจ วลีนี้ไม่ได้บอกว่าตัวเลขทุกตัวเป็นเท็จ แต่เตือนว่าอย่าเชื่อเพียงเพราะวิธีนำเสนอ
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ fancy figures น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- ตัวเลขที่นำเสนอให้ฟังดูน่าประทับใจ แต่อาจไม่น่าเชื่อถือเสมอไป
- ตัวเลขธรรมดาที่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว
- ภาพคนที่สวมเสื้อผ้าราคาแพง
ดูคำตอบ
ตัวเลขที่นำเสนอให้ฟังดูน่าประทับใจ แต่อาจไม่น่าเชื่อถือเสมอไป
This is something the Why Factor program on BBC World Service has been exploring. ไวยากรณ์
1:43นี่คือสิ่งที่รายการ The Why Factor ใน BBC World Service ได้เข้าไปสำรวจ
has been exploring: กิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้
has been exploring ใช้ present perfect continuous ในรูป has been + กริยา-ing แสดงว่าการสำรวจเริ่มก่อนหน้านี้และดำเนินต่อเนื่องมาระยะหนึ่งจนถึงตอนนี้ จุดเน้นคือกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การกระทำในอดีตครั้งเดียวที่จบไปแล้ว รูปแบบนี้ใช้พูดถึงงาน การวิจัย หรือโครงการที่ดำเนินมาในช่วงที่ผ่านมาได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการสืบสวนว่าเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่เริ่มก่อนตอนนี้?
- The team investigated the problem yesterday.
- The team has been investigating the problem for several weeks.
- The team will investigate the problem next month.
ดูคำตอบ
The team has been investigating the problem for several weeks.
They spoke to Charles Seife, who's an author and professor at New York University, ไวยากรณ์
1:48พวกเขาได้พูดคุยกับ Charles Seife ซึ่งเป็นนักเขียนและศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก
who's an author and professor: การเพิ่มข้อมูลระบุตัวบุคคล
who's เป็นรูปย่อของ who is ในที่นี้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่ชี้เฉพาะ เพื่อเพิ่มข้อมูลบทบาทของ Charles Seife หลังชื่อของเขา ชื่อ Charles Seife ระบุตัวบุคคลไว้อย่างชัดเจนแล้ว อนุประโยคนี้จึงไม่ได้ใช้บอกว่าหมายถึงคนไหน เครื่องหมายจุลภาคแยกข้อมูลเสริมออกมา และในการพูดมักใช้การหยุดสั้น ๆ ทำหน้าที่เดียวกัน สามารถใช้รูป ชื่อ, who's + บทบาท, ... เพื่อเพิ่มข้อมูลพื้นหลังสั้น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ who's เพื่อเพิ่มข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับบุคคลที่ระบุชื่อไว้อย่างชัดเจนแล้ว?
- We spoke to Elena, who's a marine biologist.
- Who's the marine biologist we spoke to?
- We spoke to the scientist who's a marine biologist.
ดูคำตอบ
We spoke to Elena, who's a marine biologist.
who explained why we're at the mercy of people who throw numbers at us. สำนวน
1:53ผู้ซึ่งอธิบายว่าทำไมเราถึงตกอยู่ภายใต้ความเมตตาของคนที่โยนตัวเลขใส่เรา
at the mercy of: ไม่มีอำนาจควบคุมและต้องขึ้นอยู่กับสิ่งอื่น
Be at the mercy of someone or something หมายถึงการแทบไม่มีอำนาจควบคุมหรือควบคุมไม่ได้เลย และต้องขึ้นอยู่กับว่าบุคคลหรือพลังนั้นจะทำอะไร ในประโยคนี้ เราอยู่ในจุดที่เสียเปรียบต่อคนที่ใช้ตัวเลขมาชักจูงเรา แม้ mercy เมื่อใช้เดี่ยว ๆ อาจหมายถึง «ความเมตตา» แต่สำนวนเต็ม at the mercy of เน้นเรื่องอำนาจและการขาดการควบคุม ไม่ใช่ความใจดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง «ไม่สามารถควบคุมพลังภายนอกได้»: Because the boat had no engine, we were ____ the river current.
ดูคำตอบ
at the mercy of
throw numbers at someone: ประเคนตัวเลขจนอีกฝ่ายรับมือไม่ไหว
To throw numbers at someone เป็นการเปรียบเปรยว่ามอบตัวเลขหรือสถิติจำนวนมากให้ใครอย่างรวดเร็ว โดยมักไม่ได้อธิบายให้เพียงพอ ในประโยคนี้ คนบางกลุ่มประเคนตัวเลขจำนวนมากให้สาธารณชน จนตรวจสอบหรือตอบโต้ข้อกล่าวอ้างได้ยาก throw ยังคงให้ความรู้สึกว่าข้อมูลพุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง แต่ไม่ได้มีการขว้างสิ่งใดจริง ๆ สำนวนนี้อาจสื่อว่าผู้พูดกำลังพยายามทำให้ผู้ฟังประทับใจ สับสน หรือรู้สึกกดดัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเปรยจากบทเรียน และเปลี่ยน throw เป็นรูปอดีต: In the briefing, the analyst ____, and nobody had time to check them.
ดูคำตอบ
threw numbers at us
Because we are primed not to question numbers, การใช้คำ
1:59เพราะเราถูกชี้นำไม่ให้ตั้งคำถามกับตัวเลข
be primed not to question: ถูกชักนำล่วงหน้าให้ไม่ตั้งคำถาม
ใน are primed not to question โครงสร้าง be primed to do something หมายถึง “ได้รับอิทธิพลหรือการเตรียมไว้ล่วงหน้าให้มีแนวโน้มตอบสนองแบบหนึ่ง” รูปประโยคถูกกระทำเน้นคนที่ปฏิกิริยาถูกหล่อหลอม ส่วน prime ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “หลัก” และไม่ได้หมายถึงจำนวนเฉพาะ การวาง not ไว้หน้า to question บอกว่าปฏิกิริยาที่ถูกหล่อหลอมคือการไม่ตั้งคำถามหรือตรวจสอบตัวเลข สำนวนนี้สื่อถึงแนวโน้มอัตโนมัติที่เกิดจากข้อความ นิสัย หรือความคาดหวังก่อนหน้า ไม่จำเป็นต้องเกิดจากคำสั่งโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ได้รับอิทธิพลไว้ล่วงหน้าจนมีแนวโน้มไม่ตั้งคำถาม”: Readers may be ____ impressive statistics.
ดูคำตอบ
primed not to question
certain people have learned that numbers are perhaps the most powerful tools for deception. วลี
2:02บางคนจึงเรียนรู้ว่าตัวเลขอาจเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการหลอกลวง
powerful tools for deception: วิธีการที่ทรงพลังในการหลอกลวง
ใน powerful tools for deception คำว่า tools ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงวิธีการ ทรัพยากร หรือสิ่งที่ใช้เพื่อบรรลุจุดประสงค์ได้ ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่เป็นเครื่องมือเท่านั้น โครงสร้าง for + คำนามบอกจุดประสงค์ โดย deception หมายถึงการจงใจทำให้คนเชื่อสิ่งที่ไม่จริง ดังนั้น การเรียกตัวเลขว่า tools for deception จึงหมายถึงตัวเลขสามารถถูกใช้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำให้คนเข้าใจผิด ไม่ได้หมายความว่าความผิดพลาดเกี่ยวกับตัวเลขทุกครั้งเกิดขึ้นโดยเจตนา
แบบฝึกหัด
powerful tools for deception ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- อุปกรณ์ที่จับต้องได้ซึ่งใช้ซ่อมตัวเลข
- ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจในการคำนวณ
- วิธีการหรือทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพซึ่งใช้ทำให้คนเข้าใจผิด
ดูคำตอบ
วิธีการหรือทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพซึ่งใช้ทำให้คนเข้าใจผิด
who try to convince the public through spurious oratory, โน้ต
2:12พยายามโน้มน้าวประชาชนผ่านวาทศิลป์ที่หลอกลวง
to convince the public: convince + กรรมตรง
ในที่นี้ to convince เป็นรูป infinitive ที่ตามหลัง try ส่วน convince the public หมายถึงทำให้ประชาชนทั่วไปเชื่อหรือยอมรับสารบางอย่าง convince เป็นสกรรมกริยา ดังนั้นคนหรือกลุ่มที่ถูกโน้มน้าวจะวางต่อจากกริยาโดยตรง: convince someone อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ใช้บอกสิ่งที่ต้องการให้เชื่อ ส่วน to-infinitive ใช้บอกการกระทำที่ต้องการ: convince the public that the plan is safe; convince the public to vote.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: The evidence is strong enough ____ that the bridge is safe.
ดูคำตอบ
to convince the public
spurious oratory: คำวิจารณ์อย่างเป็นทางการต่อการพูดสาธารณะที่ไม่น่าเชื่อถือ
spurious หมายถึงเท็จ ไม่ใช่ของแท้ หรือไม่มีพื้นฐานที่น่าเชื่อถือ ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าแปลก ส่วน oratory หมายถึงการพูดต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ หรือทักษะและลีลาในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะ เมื่อรวมกัน spurious oratory เป็นคำบรรยายอย่างเป็นทางการและมีน้ำเสียงวิจารณ์ถึงการพูดต่อสาธารณะที่อาจฟังดูน่าประทับใจ แต่ตั้งอยู่บนแนวคิดที่เป็นเท็จหรือไม่น่าเชื่อถือ คำวิจารณ์นี้มุ่งไปที่ความจริงหรือความชอบธรรมของสาร ไม่ใช่เพียงวิธีพูดของผู้พูด
แบบฝึกหัด
spurious oratory ในที่นี้น่าจะหมายถึงสิ่งใดมากที่สุด?
- การสนทนาส่วนตัวที่เพียงแค่ดูไม่ธรรมดา
- การพูดต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการที่ตั้งอยู่บนข้อกล่าวอ้างเท็จหรือไม่น่าเชื่อถือ
- สุนทรพจน์ต่อสาธารณะที่เนื้อหาถูกต้องแต่พูดด้วยเสียงเบา
ดูคำตอบ
การพูดต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการที่ตั้งอยู่บนข้อกล่าวอ้างเท็จหรือไม่น่าเชื่อถือ
have learned that the one thing that they can't get challenged on is numbers, ไวยากรณ์
2:16ได้เรียนรู้ว่าสิ่งเดียวที่พวกเขาจะไม่ถูกโต้แย้งก็คือตัวเลข
the one thing that ... is ...: เน้นคำตอบสำคัญเพียงอย่างเดียว
โครงสร้าง the one thing that ... is ... ใช้นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นคำตอบสำคัญเพียงอย่างเดียว ในประโยคนี้ the one thing สร้างจุดเน้น ส่วน that they can't get challenged on ระบุหัวข้อ และ is numbers จึงค่อยบอกในตอนท้ายว่าสิ่งนั้นคือตัวเลข อนุประโยคขยายลงท้ายด้วย on เพราะรูปเต็มคือ get challenged on something ซึ่งหมายถึงมีคนตั้งคำถามกับคุณเกี่ยวกับหัวข้อนั้นหรือโต้แย้งจุดยืนของคุณ การเลื่อน numbers ไปไว้ท้ายประโยคทำให้คำนี้เด่นขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อเน้นสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียว
- The one thing that the room needs is more light.
- The one thing that the room needs are more light.
- The one thing that the room needs it is more light.
ดูคำตอบ
The one thing that the room needs is more light.
He explains that numbers might be a powerful tool for deceiving people.
2:26เขาอธิบายว่าตัวเลขอาจเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการหลอกลวงผู้คน
so told to behave in a certain situation and in a certain way,
2:32คือถูกบอกให้ประพฤติตัวในสถานการณ์เฉพาะและในรูปแบบเฉพาะ
accept something as fact: ยอมรับข้อมูลว่าเป็นข้อเท็จจริง
Accept A as fact หมายถึงมองหรือยอมรับ A ว่าเป็นเรื่องจริงหรือน่าเชื่อถือ ในประโยคนี้ them เป็นกรรมและหมายถึงตัวเลขที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วน as fact บอกว่าผู้คนให้สถานะใดแก่ตัวเลขเหล่านั้น สำนวนนี้อธิบายสิ่งที่ผู้คนเชื่อหรือสันนิษฐาน ไม่ได้แสดงในตัวเองว่าข้อมูลได้รับการตรวจสอบหรือพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง fact ไม่มีคำนำหน้านามในที่นี้ เพราะสำนวนกล่าวถึงความเป็นข้อเท็จจริงโดยรวม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหนึ่งข้อที่นับแยกกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่ใช้ accept และ fact และหมายถึง “ถือว่ามันเป็นเรื่องจริง” ลงในช่องว่าง: The claim may be wrong, so do not ____ without checking the source.
ดูคำตอบ
accept it as fact
So when politicians, for example, do good and effective public speaking,
2:42ดังนั้นเมื่อนักการเมือง ยกตัวอย่างเช่น พูดในที่สาธารณะได้ดีและมีประสิทธิภาพ
known as oratory: การแนะนำชื่ออย่างเป็นทางการ
known as หมายถึง “เรียกว่า” หรือ “มีชื่อว่า” ในที่นี้ known as oratory เป็นการให้คำศัพท์ทางการว่า oratory แก่แนวคิด effective public speaking รูปแบบเต็มโดยทั่วไปคือ be known as + ชื่อ ตำแหน่ง หรือคำศัพท์ และตอบคำถามว่า “เรียกว่าอะไร” เมื่ออยู่หลังนามวลี known as ยังใช้เป็นส่วนขยายรูปถูกกระทำแบบย่อ ซึ่งมีความหมายเท่ากับ which is known as ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้ known as เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีที่หมายถึง “เรียกว่า”: This process is ____ photosynthesis.
ดูคำตอบ
known as
the information they give could be spurious. การใช้คำ
2:48ข้อมูลที่พวกเขาให้อาจเป็นสิ่งหลอกลวง (spurious) ก็ได้
could be spurious: เป็นไปได้ แต่ไม่แน่นอน
could be spurious หมายถึง “อาจเป็นเท็จ เป็นของปลอม หรือไม่มีข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือสนับสนุน” spurious เป็นคำคุณศัพท์แบบเป็นทางการที่อธิบายสิ่งซึ่งดูเหมือนถูกต้องหรือเป็นของแท้ แต่ความจริงไม่ใช่ could แสดงความเป็นไปได้ ผู้พูดจึงกำลังเตือนถึงความเสี่ยง ไม่ได้ยืนยันว่าข้อมูลนั้นเป็นเท็จอย่างแน่นอน รูปแบบ could be + คำคุณศัพท์ สามารถนำไปใช้เพื่อแสดงการประเมินอย่างระมัดระวังได้
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ใน “The figures could be spurious,” ผู้พูดมั่นใจว่าตัวเลขนั้นเป็นเท็จ
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
are more persuasive: เปรียบเทียบพลังในการโน้มน้าว
ใน are more persuasive คำว่า more วางหน้าคำคุณศัพท์ที่ยาวกว่าอย่าง persuasive เพื่อสร้างรูปขั้นกว่า ประโยคนี้บอกว่าตัวเลขมีพลังในการโน้มน้าวใจมากกว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ซึ่งเข้าใจได้จากบริบทอยู่แล้ว เมื่อสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบชัดเจน ก็ไม่จำเป็นต้องมีวลีที่ใช้ than คำว่า persuasive บอกถึงพลังในการโน้มน้าว ไม่ได้บอกถึงความจริงหรือความถูกต้องของข้อเท็จจริง สิ่งหนึ่งอาจฟังดูน่าเชื่อถือแต่ยังผิดได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าข้อโต้แย้งโน้มน้าวใจได้มากกว่า โดยไม่ได้อ้างว่าข้อโต้แย้งนั้นต้องถูกต้องเสมอไป
- The second argument is more persuasive, but it may still be wrong.
- The second argument is more accurate, so every detail is correct.
- The second argument is longer, but it uses fewer facts.
ดูคำตอบ
The second argument is more persuasive, but it may still be wrong.
make you believe: make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน
Make you believe ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย you คือผู้ที่ได้รับผล และ believe ต้องคงเป็นรูปพื้นฐานโดยไม่มี to จึงต้องใช้ make you believe ไม่ใช่ make you to believe ในที่นี้ make หมายถึงทำให้เกิด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงบังคับ ข้อมูล รูปภาพ หรือการเลือกใช้คำอาจสร้างความรู้สึกที่หนักแน่นจนทำให้ใครบางคนเชื่อบางสิ่งได้ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคำกริยารูปพื้นฐานอื่นได้ เช่น make me think หรือ make them feel
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยใช้ you และ believe: A polished advert can ____ a weak product is excellent.
ดูคำตอบ
make you believe
unless you're confident with numbers: เว้นแต่คุณจะมั่นใจในการจัดการกับตัวเลข
unless ใช้ระบุเงื่อนไขเพียงข้อเดียวที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ที่คาดไว้ ในที่นี้ unless you're confident with numbers มีความหมายเท่ากับ if you are not confident with numbers และประโยคเต็มบอกว่า หากไม่มีความมั่นใจนี้ คุณก็ไม่น่าจะตั้งคำถามกับข้อมูลที่ได้รับ be confident with numbers หมายถึงรู้สึกว่าตนสามารถเข้าใจ คำนวณ หรือประเมินข้อมูลเชิงตัวเลขได้ เมื่อเขียน unless ใหม่เป็น if ... not ให้ใส่คำปฏิเสธไว้ในอนุประโยค if แทนการเติมคำปฏิเสธอีกคำหลัง unless
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยค unless ที่หมายถึงคุณไม่มั่นใจในการใช้ซอฟต์แวร์นี้: ____ the software, ask for help.
ดูคำตอบ
Unless you're confident with
you're unlikely to challenge the facts and figures that you're given. วลี
3:02คุณก็มีแนวโน้มที่จะไม่กล้าท้าทายข้อเท็จจริงและตัวเลขที่คุณได้รับ
facts and figures: ข้อเท็จจริงและตัวเลข
facts and figures เป็นสำนวนคู่ที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงรายละเอียดที่เป็นข้อเท็จจริงพร้อมกับตัวเลขหรือสถิติ ในประโยคนี้หมายถึงข้อมูลและหลักฐานเชิงตัวเลขที่ผู้อื่นให้คุณ โดย figures ไม่ได้หมายถึงบุคคล รูปร่าง หรือรูปร่างของร่างกาย สำนวนนี้มักรวมหลักฐานทั้งสองชนิดไว้เป็นชุดข้อมูลเดียว เหมาะสำหรับการพูดถึงรายงาน ข่าว การนำเสนอ งานวิจัย หรือการตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงข้อมูลข้อเท็จจริงและข้อมูลเชิงตัวเลข: The presentation included the latest ____ on local housing.
ดูคำตอบ
facts and figures
If I said to you that..., would you challenge that?: การถามถึงปฏิกิริยาในสถานการณ์สมมติ
โครงสร้าง if I said to you that..., would you challenge that? สร้างสถานการณ์สมมติแล้วถามว่าผู้ฟังจะตอบสนองอย่างไร said เป็นรูปอดีตที่ใช้สร้างระยะห่างจากความจริงในเชิงสมมติ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเคยพูดเรื่องนี้จริงในอดีต that ตัวแรกนำเข้าสู่ข้อกล่าวอ้างที่สมมติขึ้น ส่วน that ตัวสุดท้ายอ้างกลับไปถึงข้อกล่าวอ้างทั้งหมด ดังนั้น challenge that จึงหมายถึงการตั้งคำถามว่าข้อกล่าวอ้างนั้นจริงหรือมีหลักฐานรองรับเพียงพอหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมคำถามสมมตินี้ด้วย said และ would: If I ____ to you that the result was wrong, ____ you challenge that?
ดูคำตอบ
said · would
Work that out: คำนวณหรือหาคำตอบ
ในประโยคนี้ work that out หมายถึงคำนวณคำตอบของโจทย์เปอร์เซ็นต์ที่ซับซ้อน โดยทั่วไป work something out หมายถึงการหาคำตอบด้วยการคิด ใช้เหตุผล หรือคำนวณ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง that หรือ it จะวางไว้ระหว่าง work กับ out เช่น work that out และ work it out บริบทที่มีตัวเลขทำให้ work out ในที่นี้หมายถึงการแก้หรือคำนวณปัญหา ไม่ใช่การออกกำลังกาย
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาวลีจากบทเรียนและวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: The bill is complicated, so give me a minute to ____.
ดูคำตอบ
work it out
As I said, Neil, I'm not a numbers person. ลำดับความ
3:19อย่างที่ฉันบอกไป นีล ฉันไม่ใช่คนเก่งเรื่องตัวเลข
As I said: ย้อนอ้างถึงสิ่งที่ตนเองพูดไว้ก่อนหน้า
As I said ใช้ย้อนอ้างถึงสิ่งที่ผู้พูดได้พูดไว้แล้ว ทำให้ผู้พูดสามารถพูดซ้ำหรือกล่าวข้อมูลเดิมอีกครั้ง พร้อมแสดงว่านี่ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อม “I'm not a numbers person” เข้ากับคำอธิบายตัวเองที่ผู้พูดเคยบอกไว้ก่อนหน้า เป็นคำเชื่อมในบทสนทนา ไม่ใช่การอ้างคำพูดแบบเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
As I said ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ย้อนอ้างถึงสิ่งที่ผู้พูดเคยพูดไว้
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ยกคำพูดของคนอื่นแบบคำต่อคำ
ดูคำตอบ
ย้อนอ้างถึงสิ่งที่ผู้พูดเคยพูดไว้
Even talking about numbers makes me anxious. ไวยากรณ์
3:22แค่พูดเรื่องตัวเลขก็ทำให้ฉันวิตกกังวลแล้ว
Even talking about...: เน้นว่าแค่การกระทำเล็กน้อยก็เพียงพอ
Even แสดงว่าแค่การกระทำเล็กน้อยหรือไม่ต้องใช้ความพยายามมากก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดผลนั้น ผู้พูดไม่จำเป็นต้องคำนวณหรือแก้โจทย์ แค่พูดเรื่องตัวเลขก็ทำให้รู้สึกกังวลแล้ว Talking about numbers เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน เมื่อใช้กิจกรรมในลักษณะนี้ มักถือว่าเป็นสิ่งเดียว จึงใช้ makes รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Even + วลี V-ing + กริยาเอกพจน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่หมายถึง “แม้แต่แค่คิดถึง”: ____ the exam makes me nervous.
ดูคำตอบ
Even thinking about
makes me anxious: make + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน makes me anxious คำกริยา make ตามด้วยผู้ที่ได้รับผลคือ me และคำคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ anxious ทั้งวลีหมายความว่าบางสิ่งทำให้ฉันรู้สึกกังวล โดย anxious บอกสภาวะ ไม่ใช่การกระทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ ประธานบอกสาเหตุ กรรมบอกคนหรือสิ่งที่ได้รับผล และคำคุณศัพท์บอกผลที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดยใช้คำในวงเล็บ: Waiting for the results ____. (make / me / anxious)
ดูคำตอบ
makes me anxious
Well, interestingly, the Why Factor program explained that girls are more anxious about learning maths. วลี
3:25สิ่งที่น่าสนใจคือ รายการ The Why Factor อธิบายว่าเด็กผู้หญิงมักกังวลกับการเรียนคณิตศาสตร์มากกว่า
more anxious about learning: anxious about + รูป -ing
ใน more anxious about learning วลี anxious about ใช้บอกสิ่งที่ทำให้กังวล เนื่องจาก about เป็นคำบุพบท การกระทำที่ตามหลังจึงต้องใช้รูป -ing คือ learning ไม่ใช่ learn More anxious เป็นรูปเปรียบเทียบ หมายความว่าระดับความกังวลสูงกว่าอีกกลุ่ม ช่วงเวลา หรือสถานการณ์หนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be more anxious about + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ learn: Maya is more anxious about ____ to drive than her brother is.
ดูคำตอบ
learning
they aren't any worse with numbers than their more confident classmates. ไวยากรณ์
3:34แต่พวกเธอก็ไม่ได้แย่เรื่องตัวเลขไปกว่าเพื่อนร่วมชั้นที่มีความมั่นใจมากกว่าเลย
even if: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
even if ใช้นำเงื่อนไขเชิงยอมรับข้อเท็จจริง ผู้พูดยอมรับว่าพวกเธออาจรู้สึกกังวลมากกว่า แต่บอกว่าสิ่งนี้ไม่เปลี่ยนข้อสรุป นั่นคือความสามารถด้านตัวเลขของพวกเธอไม่ได้แย่กว่า even if ใช้เมื่อเงื่อนไขหนึ่งอาจเป็นจริงหรืออาจเกิดขึ้น แต่ผลหลักยังคงเดิม มักใช้แก้ข้อสรุปที่คนอาจคาดไว้จากเงื่อนไขนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผลหลักจะยังคงเดิมแม้มีเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น?
- If the weather changes, the match will move indoors.
- Even though the weather changed, the match was cancelled.
- Even if the weather changes, the match will continue.
ดูคำตอบ
Even if the weather changes, the match will continue.
aren't any worse with numbers than: การเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธด้วย any
วลี aren't any worse with numbers than เป็นการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธ worse เป็นรูปขั้นกว่าของ bad และ than ใช้นำกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ with numbers ระบุขอบเขตของทักษะ ดังนั้นใจความคือพวกเธอมีความสามารถด้านตัวเลขอย่างน้อยเท่ากับเพื่อนร่วมชั้นที่มั่นใจกว่า any เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย worse ไม่ใช่คำกำหนดที่หมายถึง “ตัวเลขใด ๆ” ในการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธ not any + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า เน้นว่าไม่มีข้อด้อยในทิศทางนั้น แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทั้งสองฝ่ายเท่ากันทุกประการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างถูกต้องว่าหน้าจอขนาดเล็กไม่ได้ด้อยกว่าหน้าจอขนาดใหญ่?
- The smaller screen isn't any worse than the larger one.
- The smaller screen isn't worse any than the larger one.
- The smaller screen isn't any bad than the larger one.
ดูคำตอบ
The smaller screen isn't any worse than the larger one.
It's just the fear that's stopping ...: ชี้ให้เห็นอุปสรรคที่แท้จริง
รูปแบบ It's + X + that's ... ทำให้ X เป็นจุดเด่นของประโยค ในที่นี้ the fear ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ทำให้บุคคลนั้นไม่ลงมือทำ ไม่ใช่การขาดความสามารถ โครงสร้างเน้นแบบนี้เรียกว่า it-cleft ในที่นี้ just หมายถึง 'เพียง' หรือ 'แค่' โดยจำกัดอุปสรรคไว้ที่ความกลัว และไม่ได้หมายถึง 'เพิ่ง' รูปแบบนี้ยังใช้ชี้ให้เห็นคน สิ่งของ หรือเหตุผลเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบย่อ It's just X that's ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the heavy bag ____ slowing Mia down.
ดูคำตอบ
It's just · that's
Well, maybe, but one bad experience can knock our confidence สำนวน
3:41ก็อาจจะใช่ครับ แต่ประสบการณ์ที่เลวร้ายเพียงครั้งเดียวก็สามารถบั่นทอนความมั่นใจ
knock our confidence: บั่นทอนความมั่นใจของเรา
Knock our confidence เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึง 'ทำให้เรารู้สึกมั่นใจน้อยลง' ในประโยคนี้ ประสบการณ์แย่ ๆ หนึ่งครั้งเป็นสาเหตุที่ทำให้ความเชื่อมั่นในตัวเองลดลง ไม่ได้มีการเคาะหรือตีสิ่งใดจริง ๆ รูปแบบคือ knock + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + confidence เช่น knock my confidence, knock her confidence หรือ knock a child's confidence โดยมักสื่อว่าเหตุการณ์ที่ไม่ดีทำให้ความมั่นใจอ่อนลง ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าหายไปทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The poor result knocked Leo's confidence,' เกิดอะไรขึ้นกับ Leo?
- เขารู้สึกมั่นใจน้อยลง
- เขาถูกผลักจนล้มจริง ๆ
- เขามั่นใจมากขึ้น
ดูคำตอบ
เขารู้สึกมั่นใจน้อยลง
Take comfort from: ได้รับกำลังใจจากแหล่งหนึ่ง
“Take comfort from” หมายถึงรู้สึกกังวล เศร้า หรือผิดหวังน้อยลงเพราะบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ Paula Miles และความคิดเห็นของเธอเป็นแหล่งที่ช่วยให้สบายใจ ส่วน take ไม่ได้หมายถึงการหยิบสิ่งของจริง ๆ สิ่งที่เป็นแหล่งของความสบายใจวางหลัง from อาจเป็นคน ผลลัพธ์ คำแนะนำ หรือข้อเท็จจริงที่นำด้วย the fact that
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ได้รับความสบายใจจาก”: After one disappointing match, ____ the fact that the team kept trying.
ดูคำตอบ
Take comfort from
who teaches statistics to psychology students at St. Andrews University.
3:50เธอสอนวิชาสถิติให้กับนักศึกษาจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัย St. Andrews
She told the Why Factor that she thinks there's no such thing as a numbers person. วลี
3:54เธอบอกรายการ The Why Factor ว่าเธอคิดว่าไม่มีคนแบบที่เรียกว่าเป็นคนเก่งตัวเลขโดยกำเนิดหรอก
there's no such thing as: ปฏิเสธแนวคิดหนึ่ง
“There's no such thing as X” หมายความว่า X ไม่มีอยู่จริงหรือไม่ใช่แนวคิดที่สมเหตุสมผล ในที่นี้เป็นการปฏิเสธป้ายกำกับ a numbers person หรือความคิดที่ว่าบางคนเป็น “คนถนัดตัวเลข” โดยธรรมชาติ แต่อีกบางคนไม่ใช่ วางแนวคิดที่ต้องการปฏิเสธไว้หลัง as ประโยคนี้มักโต้แย้งป้ายกำกับ ความเชื่อ หรือประเภทที่ถูกสมมติขึ้นทั้งแนวคิด ไม่ใช่เพียงบอกว่าตัวอย่างหนึ่งไม่มีอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบตายตัวเพื่อปฏิเสธแนวคิดเรื่องร่างแรกที่สมบูรณ์แบบ: There's ____ a perfect first draft.
ดูคำตอบ
no such thing as
There is no such thing as someone who's a number person or not.
4:01ไม่มีหรอกที่ใครจะเป็นคนเกิดมาเพื่อตัวเลขหรือไม่ใช่
If we're taught in the right way: เงื่อนไขในรูปถูกกระทำ
If ใช้ขึ้นต้นเงื่อนไข หมายความว่าใจความที่ตามมาจะเป็นจริงเมื่อเงื่อนไขนี้เกิดขึ้น ในที่นี้ we're ย่อมาจาก we are และ are taught เป็นรูปถูกกระทำ ดังนั้นกลุ่มคนที่ we หมายถึงจึงเป็นฝ่ายได้รับการสอน ไม่ใช่ฝ่ายสอนผู้อื่น In the right way บอกว่าการสอนทำด้วยวิธีใด อนุประโยคนี้นำไปใช้เชื่อมวิธีสอนหรือฝึกที่เหมาะสมกับผลที่อาจเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์อื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเงื่อนไขด้วยรูปถูกกระทำของ teach: If ____ in the right way, we can improve.
ดูคำตอบ
we're taught
then I think we all have the potential to be a numbers person. วลี
4:06ฉันก็คิดว่าเราทุกคนมีศักยภาพพอที่จะเป็นคนที่เก่งตัวเลขได้
have the potential to be: ความเป็นไปได้ที่พัฒนาได้
Have the potential to be หมายถึง “มีคุณสมบัติหรือความสามารถที่อาจพัฒนาไปเป็นบทบาทหรือสภาพในอนาคต” โครงสร้างคือ have the potential to be + นามวลีหรือคำคุณศัพท์ Potential บอกถึงความเป็นไปได้จริงที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ในที่นี้ผู้คนอาจพัฒนาไปเป็น a numbers person ได้ แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าพวกเขาเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “อาจพัฒนาไปเป็น”: These young players ____ excellent coaches one day.
ดูคำตอบ
have the potential to be
I'm not saying we're all going to grow up to be mathematicians, โน้ต
4:09ฉันไม่ได้บอกว่าเราทุกคนจะโตขึ้นเป็นนักคณิตศาสตร์หรอกนะ
I'm not saying: จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง
I'm not saying + อนุประโยค ใช้เกริ่นถึงข้อกล่าวอ้างที่ผู้พูดไม่ต้องการให้คนอื่นคิดว่าเป็นจุดยืนของตน ในประโยคนี้ ผู้พูดปฏิเสธการตีความที่กว้างเกินไปว่าทุกคนจะเป็นนักคณิตศาสตร์ ไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดทั้งหมดที่กำลังพูดคุยกัน สำนวนนี้มักปูทางไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่จำกัดกว่า คือ “ฉันไม่ได้อ้างว่า X; สิ่งที่ฉันต้องการสื่อจริง ๆ คือ Y” ประเด็นที่จำกัดกว่าอาจตามหลัง but หรืออยู่ในคำอธิบายถัดไป
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “I'm not saying your idea is bad; I just think it needs more detail.” เพื่อนกำลังทำอะไรอยู่?
- ปฏิเสธความคิดนั้นทั้งหมด
- ป้องกันไม่ให้ตีความความคิดเห็นนั้นแรงเกินไป
- สัญญาว่าจะใช้ความคิดนั้นโดยไม่แก้ไข
ดูคำตอบ
ป้องกันไม่ให้ตีความความคิดเห็นนั้นแรงเกินไป
to grow up to be: ตัวตนหรืออาชีพในอนาคต
grow up to be + นามวลี หมายถึง “โตขึ้นเป็นคนแบบนั้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่” ในประโยคนี้ mathematicians ระบุตัวตนในอนาคต สำนวนนี้จึงบอกว่าคนเหล่านั้นจะกลายเป็นอะไร ไม่ได้บอกเพียงว่าอายุมากขึ้น ในประโยคเต็ม be going to บอกอนาคต ส่วน grow up to be เชื่อมช่วงวัยเด็กเข้ากับตัวตนในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: When Ben was six, he wanted to ____ a firefighter.
ดูคำตอบ
grow up to be
but we're all going to get to a point where we have the basic numeracy skills that we need โน้ต
4:11แต่เราทุกคนจะไปถึงจุดที่เรามีทักษะการคำนวณพื้นฐานที่เราต้องการ
going to get to a point where: พัฒนาไปถึงขั้นที่บางสิ่งกลายเป็นจริง
ในที่นี้ be going to บอกถึงพัฒนาการในอนาคตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ส่วน get to a point where หมายถึง “ค่อย ๆ พัฒนาไปจนถึงขั้นหนึ่ง” point ในที่นี้เป็นขั้นเชิงนามธรรมของกระบวนการ ไม่ใช่สถานที่จริง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where บอกว่าเมื่อถึงขั้นนั้นแล้ว อะไรจะเป็นจริง โครงสร้าง get to a point where + อนุประโยคใช้เชื่อมความก้าวหน้าทีละน้อยกับผลที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่ออธิบายความก้าวหน้าได้ถูกต้อง
- After enough practice, you'll get to a point where you can solve these problems on your own.
- After enough practice, you'll get a point where you can solve these problems on your own.
- After enough practice, you'll get to a point which you can solve these problems on your own.
ดูคำตอบ
After enough practice, you'll get to a point where you can solve these problems on your own.
basic numeracy skills: ความสามารถพื้นฐานในการเข้าใจและใช้ตัวเลข
basic numeracy skills คือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าใจและใช้ตัวเลขในชีวิตประจำวัน เช่น การเปรียบเทียบราคา การอ่านตารางเวลา การวัด หรือการคำนวณอย่างง่าย numeracy มีความหมายกว้างกว่าการนับเลขเป็น เพราะหมายถึงการทำความเข้าใจข้อมูลเชิงตัวเลขและนำไปใช้ ส่วน basic ระบุว่าเป็นระดับพื้นฐาน ไม่ใช่คณิตศาสตร์ขั้นสูง
แบบฝึกหัด
basic numeracy skills ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- การศึกษาขั้นสูงสำหรับนักคณิตศาสตร์มืออาชีพ
- ความสามารถในการจำตัวเลขโดยไม่นำไปใช้
- ความสามารถพื้นฐานในการเข้าใจและใช้ตัวเลข
ดูคำตอบ
ความสามารถพื้นฐานในการเข้าใจและใช้ตัวเลข
cope in our environment: รับมือกับความต้องการในชีวิตจริง
ในที่นี้ cope in our environment หมายถึงสามารถรับมือกับสิ่งที่จำเป็นในสภาพแวดล้อมที่เราใช้ชีวิตและทำกิจกรรมอยู่ได้ cope สื่อว่าสามารถจัดการสิ่งที่ต้องทำได้ดีพอที่จะดำเนินชีวิตต่อไป ไม่ได้หมายถึงเชี่ยวชาญทุกอย่างหรือแก้ทุกปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ คำว่า environment ในที่นี้หมายถึงเงื่อนไขในชีวิตจริงที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ได้หมายถึงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเท่านั้น ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ cope in our environment หมายถึงอะไร
- รับมือกับความต้องการในชีวิตจริงของสถานการณ์รอบตัวเรา
- เชี่ยวชาญทุกอย่างในสถานที่รอบตัวเรา
- ออกจากสถานการณ์ก่อนที่จะยากขึ้น
ดูคำตอบ
รับมือกับความต้องการในชีวิตจริงของสถานการณ์รอบตัวเรา
develop numeracy: พัฒนาทักษะการใช้ตัวเลข
develop numeracy หมายถึงค่อย ๆ สร้างและพัฒนาความสามารถในการเข้าใจและใช้ตัวเลขในสถานการณ์ประจำวัน develop ในที่นี้อธิบายการเติบโตของความสามารถตามเวลา ไม่ได้หมายถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โครงสร้าง develop + คำนามที่เป็นทักษะหรือความสามารถ พบได้บ่อยในบริบทการศึกษาและการฝึกอบรม numeracy หมายถึงความสามารถในการใช้ตัวเลขจริง ๆ ไม่ใช่เพียงการทำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์หนึ่งข้อให้เสร็จ
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: These classroom games help children ____.
ดูคำตอบ
develop numeracy
to use numbers in a particular situation that we're in.
4:35เพื่อใช้ตัวเลขในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งที่เราเผชิญอยู่
a genius like Einstein: ใช้ชื่อบุคคลมีชื่อเสียงเป็นบุคคลอ้างอิงทางวัฒนธรรม
ใน a genius like Einstein คำว่า like หมายถึง “คล้ายกับ” และ Einstein เป็นบุคคลอ้างอิงทางวัฒนธรรมที่สื่อถึงสติปัญญาอันโดดเด่น โดยเฉพาะความสามารถด้านวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ ประโยคนี้ใช้ชื่อที่คนคุ้นเคยเพื่อยกตัวอย่างคนอัจฉริยะอย่างรวดเร็ว ใจความหลักไม่ได้พูดถึงชีวิตหรือตัวตนของ Einstein เมื่อชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงถูกใช้แบบนี้ ให้ดูจากบริบทว่าชื่อนั้นเป็นตัวแทนของคุณลักษณะที่คนทั่วไปรู้จักอะไร
แบบฝึกหัด
Einstein ทำหน้าที่อะไรในวลี a genius like Einstein?
- ระบุบุคคลหลักที่กำลังมีการพูดถึงชีวิตของเขา
- หมายความว่าอัจฉริยะทุกคนมีประวัติชีวิตเหมือน Einstein
- ใช้เป็นตัวอย่างที่คนคุ้นเคยของผู้มีสติปัญญาอันโดดเด่น
ดูคำตอบ
ใช้เป็นตัวอย่างที่คนคุ้นเคยของผู้มีสติปัญญาอันโดดเด่น
enough to work things out: enough + to-infinitive
enough + to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าปริมาณ ระดับ หรือความสามารถเพียงพอสำหรับการทำสิ่งหนึ่ง ใน know enough to... คำว่า enough หมายถึง “มีข้อมูลหรือความเข้าใจเพียงพอ” ส่วน to-infinitive นำเสนอการกระทำที่ความรู้นั้นทำให้เป็นไปได้ work things out ในที่นี้หมายถึงแก้ปัญหาหรือทำความเข้าใจด้วยการคิดหรือคำนวณ ไม่ได้หมายถึงออกกำลังกาย หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง work กับ out เช่น work it out
แบบฝึกหัด
ใช้ work out ในรูปที่ถูกต้องหลัง enough: We have enough clues ____ the answer.
ดูคำตอบ
to work out
I wonder if you worked out the answer to my question correctly, Neil. น้ำเสียง/เจตนา
4:44ฉันอยากรู้จังว่าคุณคำนวณหาคำตอบของคำถามของฉันถูกไหม นีล
I wonder if: คำถามโดยอ้อมที่สุภาพ
I wonder if ใช้เปิดคำถามแบบตอบว่าใช่หรือไม่ใช่โดยอ้อม ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงบอกว่าตนเองสงสัย แต่กำลังถามอย่างนุ่มนวลว่านีลตอบถูกหรือไม่ และพาเข้าสู่การตรวจคำตอบ หลัง if ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ you worked out the answer ไม่ใช่ did you work out the answer รูปแบบคำถามโดยอ้อมนี้ฟังดูนุ่มนวลกว่าคำถามตรง ๆ ว่า Did you work out the answer?
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นคำถามโดยอ้อมที่สุภาพและเป็นธรรมชาติ
- I wonder if is the library open today.
- I wonder if the library is open today.
- I wonder that the library is open today.
ดูคำตอบ
I wonder if the library is open today.
Earlier, I asked about what's thought to be the largest number in the world,
4:48ก่อนหน้านี้ ฉันถามเกี่ยวกับสิ่งที่เชื่อว่าเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในโลก
10 to the 100th power: การอ่านเลขยกกำลัง
ในภาษาอังกฤษทางคณิตศาสตร์ 10 to the 100th power หมายถึง 10^100 ตัวเลขก่อน to คือฐาน และเลขลำดับหลัง the คือเลขชี้กำลัง ในที่นี้ power หมายถึงการยกกำลัง ไม่ได้หมายถึงพลังหรืออำนาจ googol คือชื่อของค่านี้ ซึ่งเป็นเลข 1 ตามด้วยเลข 0 จำนวน 100 ตัว เมื่ออ่านออกเสียง ให้พูดว่า ten to the hundredth power
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ base + to the + ordinal + power สำหรับ 5^3: Five ____ equals one hundred and twenty-five.
ดูคำตอบ
to the third power
a mere 100 zeros: ใช้ mere เพื่อลดความสำคัญของจำนวน
ใน a mere 100 zeros คำว่า mere หมายถึง “เพียง” หรือ “ไม่เกินไปกว่านี้” และทำให้จำนวน 100 ดูจำกัดหรือไม่น่าประทับใจเท่าที่คาด จำนวนจริงยังคงเป็น 100 พอดี mere เปลี่ยนการประเมินของผู้พูด ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริง เลขศูนย์ 100 ตัวอาจดูมหาศาลเมื่อมองแยกกัน แต่เป็นตัวเลือกที่น้อยที่สุดในบรรดาความเป็นไปได้ที่กำลังพิจารณา วลีนี้สร้างความตัดกันแบบเบา ๆ ด้วยการพูดถึงจำนวนที่ดูใหญ่ว่า “แค่ 100”
แบบฝึกหัด
mere ใน a mere 100 zeros เพิ่มท่าทีแบบใดให้กับประโยค
- บอกว่าไม่ทราบจำนวนเลขศูนย์ที่แน่นอน
- ทำให้เลขศูนย์ 100 ตัวดูไม่น่าประทับใจเท่าที่คาด
- ปฏิเสธว่าจำนวนนั้นมีเลขศูนย์ 100 ตัว
ดูคำตอบ
ทำให้เลขศูนย์ 100 ตัวดูไม่น่าประทับใจเท่าที่คาด
I don't think I'll be using that number any time soon, วลี
5:14ผมไม่คิดว่าผมจะได้ใช้ตัวเลขนั้นในเร็วๆ นี้หรอกนะครับ
any time soon ในประโยคปฏิเสธ
any time soon หมายถึง “ในอนาคตอันใกล้” หรือ “ในเร็ว ๆ นี้” ใน I don't think I'll be using that number any time soon วลีนี้อยู่ในโครงสร้างปฏิเสธที่แสดงความคาดหวังต่ำ ผู้พูดจึงไม่คิดว่าจะใช้จำนวนนั้นในอนาคตอันใกล้ วลีนี้จำกัดการคาดการณ์ไว้แค่ช่วงอนาคตอันใกล้ ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีวัน” แต่ not ... any time soon อาจสื่อว่าไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอีกนานพอสมควร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ เพื่อสื่อว่ายังไม่คาดว่าห้องสมุดจะเปิดอีกครั้งในอนาคตอันใกล้: The library will not reopen ____.
ดูคำตอบ
any time soon
but I might be using some of the vocabulary we've discussed today, ลำดับความ
5:16แต่ผมอาจจะได้ใช้คำศัพท์บางคำที่เราพูดถึงกันในวันนี้
“might be using some of the vocabulary we've discussed” ในฐานะคำเชื่อมเข้าสู่การทบทวน
ในบริบทช่วงท้ายนี้ might be using some of the vocabulary we've discussed ย้อนกลับไปกล่าวถึงคำศัพท์ที่แนะนำไว้ก่อนหน้า และบอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงทบทวน วลีนี้เชื่อมเรื่องที่กำลังพูดอยู่กับช่วงสรุปทบทวน จึงไม่เปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน might ในที่นี้ทำให้การเกริ่นสิ่งที่จะตามมาฟังดูไม่แน่นอนและเป็นกันเอง กล่าวคือ คำเหล่านี้อาจปรากฏในเนื้อหาถัดไป ในบริบทนี้ might be using ไม่ได้บอกว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่บอกถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ในช่วงท้ายบทเรียน “I might be using some of the vocabulary we've discussed today” ทำหน้าที่หลักอะไร?
- ระบุว่าคำศัพท์ทุกรายการกำลังถูกใช้อยู่แล้ว
- เป็นสัญญาณว่าจะย้อนกลับไปทบทวนคำศัพท์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า
- เริ่มหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก่อนหน้าเลย
ดูคำตอบ
เป็นสัญญาณว่าจะย้อนกลับไปทบทวนคำศัพท์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า
That's someone who understands numbers and is good at using them and interpreting data.
5:23นั่นคือคนที่เข้าใจตัวเลขและใช้มันเก่ง รวมถึงตีความข้อมูลได้
And to be primed means to behave in a certain situation.
5:35และการถูก primed หมายถึงการถูกเตรียมตัวให้ประพฤติในสถานการณ์หนึ่งๆ
The skill of effective public speaking is known as oratory,
5:39ทักษะการพูดในที่สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพเรียกว่า oratory (วาทศิลป์)
and spurious means false, inaccurate, or not correct.
5:43และ spurious หมายถึง เป็นเท็จ คลาดเคลื่อน หรือไม่ถูกต้อง
And when we have the possibility within us to do something,
5:48และเมื่อเรามีความเป็นไปได้ในตัวเราที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง
And having numeracy means having basic mathematical skills.
5:54และการมี numeracy (ทักษะด้านตัวเลข) หมายถึงการมีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์