วิธีพูดภาษาอังกฤษให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
คำอธิบายวิดีโอ: BC-Bot อยากพูดให้ฟังเหมือนมนุษย์มากขึ้นก่อนออกไปสำรวจโลก บทเรียนใช้บทสนทนาสนุก ๆ อธิบายว่าภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันย่อเสียงอย่างไรเมื่อพูดแบบกันเอง แล้วนำหลักนี้ไปใช้กับสำนวนที่มี to, me และ of ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. eliminate the to / replace it with a schwa sound. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: คุณจะเข้าใจกระบวนการทางเสียงร่วมกันที่อยู่เบื้องหลังรูปไม่เป็นทางการอย่าง gonna, wanna และ hafta โดยผู้พูดอาจลดหรือไม่ออกเสียง to แล้วใช้สระไม่เน้นเสียง schwa แทน จึงฟังรูปเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนเสียงอย่างมีระบบในภาษาพูดกันเองได้ ไม่ใช่คำใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน พร้อมทั้งตระหนักว่ารูปดังกล่าวไม่เหมาะกับบริบททางการทุกแบบ 2. give me, / gimme. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: คุณจะเชื่อมโยงรูปภาษาพูดกันเอง gimme. เข้ากับ give me, และจับความหมายได้ทันทีเมื่อพบในคำขอแบบสบาย ๆ อีกทั้งยังแยกระดับภาษาได้ว่าควรใช้หรือทำความเข้าใจในบทสนทนาที่ไม่เป็นทางการ โดยไม่ถือว่าการสะกดตามเสียงนี้เป็นรูปมาตรฐานสำหรับงานเขียนทางการ 3. kind of, / kinda — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: คุณจะจำได้ว่า kinda เป็นรูปย่อแบบภาษาพูดของ kind of และมักช่วยลดความหนักแน่นของระดับ ความคิดเห็น หรือท่าที ความรู้นี้ช่วยให้เข้าใจปฏิกิริยาที่ผู้พูดตั้งใจกล่าวอย่างนุ่มนวลในบทสนทนาธรรมชาติ และเลือกรูปเต็มเมื่อสถานการณ์ต้องการภาษาที่รอบคอบหรือเป็นทางการกว่า
คำอธิบายในบทเรียนนี้
What's wrong?: คำถามที่แสดงความเป็นห่วง
What's wrong? เป็นวิธีถามที่ใช้บ่อยเมื่อต้องการรู้ว่ามีบางอย่างทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ เจ็บป่วย หรือมีปัญหาหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแสดงความเป็นห่วงสภาพของ BC-Bot เมื่อถามคน คำถามนี้มักหมายถึง “เกิดอะไรขึ้น?” หรือ “เป็นอะไรหรือเปล่า?” ไม่ได้ถามว่าสิ่งไหนไม่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ What's wrong มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?
- ดูเหมือนมีบางอย่างรบกวนใจคุณอยู่ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?
- สิ่งของชิ้นไหนเสีย?
- คำตอบข้อไหนไม่ถูกต้อง?
ดูคำตอบ
ดูเหมือนมีบางอย่างรบกวนใจคุณอยู่ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?
look so down: ดูเศร้ามาก
ใน look so down คำว่า look เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ดูเหมือน” ส่วน down เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกอารมณ์เศร้าหรือท้อใจ และ so ช่วยเน้นว่าอารมณ์นั้นมีมาก วลีนี้บอกว่าคนคนนั้นดูมีสภาพอารมณ์อย่างไร ไม่ได้หมายความว่าเขากำลังมองลงไปที่พื้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ down เพื่อบอกอารมณ์เศร้า?
- Leo looks down at his shoes while he ties the laces.
- Leo looks down from the top of the ladder.
- Leo looks so down because his best friend moved away.
ดูคำตอบ
Leo looks so down because his best friend moved away.
so I can สำหรับบอกจุดประสงค์
โครงสร้าง so + ประธาน + can ใช้นำจุดประสงค์หรือผลที่ผู้พูดต้องการให้เกิดขึ้น ในประโยคนี้ การเป็นเหมือนมนุษย์มากขึ้นคือหนทาง ส่วนการเดินทางรอบโลกคือเป้าหมาย so ในที่นี้เข้าใจได้ว่า “เพื่อที่จะสามารถ” หรือ “เพื่อจะได้” ไม่ได้ใช้แบบ because เพื่อบอกเหตุผลที่มีอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ใช้บอกจุดประสงค์ของผู้พูด: I wear glasses ____ see the board clearly.
ดูคำตอบ
so I can
What would you do? สำหรับขอคำแนะนำในสถานการณ์สมมติ
What would you do? ขอให้ผู้ฟังจินตนาการว่าตนอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แล้วบอกว่าจะเลือกทำอะไร ในบริบทนี้ คำตอบสามารถช่วยชี้แนะแนวทางให้ผู้พูดได้ จึงเป็นคำถามที่ใช้ขอคำแนะนำอย่างเป็นธรรมชาติ would ในที่นี้สร้างมุมมองแบบสมมติ ไม่ได้ทำให้การกระทำนั้นเป็นเรื่องในอดีต
แบบฝึกหัด
เพื่อนเล่าถึงตัวเลือกที่ตัดสินใจได้ยาก และอยากให้คุณจินตนาการว่าตนอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน คำถามใดใช้ขอคำแนะนำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- What did you do?
- What would you do?
- What do you do?
ดูคำตอบ
What would you do?
doesn't sound fair: การตัดสินแบบเผื่อความเป็นไปได้
ใน doesn't sound fair คำว่า sound เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ fair หมายถึง “ดูเหมือนว่ายุติธรรมจากสิ่งที่ได้ยิน” ไม่ใช่ “ทำให้เกิดเสียง” เมื่อเติม doesn't จึงเป็นการตัดสินว่าบางอย่างดูเหมือนไม่ยุติธรรม That doesn't sound fair ฟันธงน้อยกว่า That isn't fair เล็กน้อย แสดงว่าผู้พูดกำลังตัดสินจากข้อมูลที่ได้ยินและอาจยังไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด
แบบฝึกหัด
คุณได้ยินเรื่องราวมาเพียงบางส่วน ข้อใดเป็นการตัดสินอย่างเผื่อใจว่าสถานการณ์อาจไม่ยุติธรรม
- That doesn't sound fair.
- That is definitely unfair.
- That makes an unfair sound.
ดูคำตอบ
That doesn't sound fair.
So one way you can sound more natural and less robotic is by using informal contractions. โน้ต
0:19วิธีหนึ่งที่จะทำให้นายฟังดูเป็นธรรมชาติและเหมือนหุ่นยนต์น้อยลง ก็คือการใช้คำย่อแบบไม่เป็นทางการ
sound more natural and less robotic: ฟังดูเป็นธรรมชาติขึ้นและไม่เหมือนหุ่นยนต์มากเกินไป
ในที่นี้ sound เป็นกริยาเชื่อม ตามด้วยวลีคำคุณศัพท์ขั้นเปรียบเทียบ more natural และ less robotic ทั้งสองวลีบอกความรู้สึกที่คำพูดสร้างให้ผู้ฟัง คือคล้ายการพูดตามธรรมชาติของคนทั่วไปมากขึ้น และแข็งหรือเป็นกลไกน้อยลง คำว่า robotic ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเป็นหุ่นยนต์ แต่หมายถึงการพูดอาจมีจังหวะเรียบเกินไป ขาดอารมณ์ หรือใช้ถ้อยคำที่รู้สึกเป็นกลไกเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sound + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อประเมินคำตอบ
- Her reply sounds more naturally and less robotically.
- Her reply is sound more natural and less robotic.
- Her reply sounds more natural and less robotic.
ดูคำตอบ
Her reply sounds more natural and less robotic.
informal contractions: รูปย่อที่เป็นธรรมชาติแต่ไม่เป็นทางการ
informal contractions คือรูปพูดที่ย่อสั้นลง เช่น gonna, wanna, gimme และ lemme รูปเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคำที่คุ้นเคยมักออกเสียงอย่างไรในการพูดแบบสบาย ๆ จึงช่วยให้บทสนทนาลื่นไหลและไม่แข็งทื่อ คำว่า informal ในที่นี้บอกถึงสถานการณ์ที่เหมาะกับรูปเหล่านี้ ไม่ได้แปลว่า “ผิด” รูปหนึ่งอาจฟังเป็นธรรมชาติในบทสนทนาทั่วไป แต่ยังไม่เหมาะกับงานเขียนทางการ
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: informal contractions เป็นภาษาอังกฤษที่ผิดเพราะเป็นรูปไม่เป็นทางการ
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
Often fluent speakers of English eliminate the to and replace it with a schwa sound. การใช้คำ
0:26คนที่พูดภาษาอังกฤษคล่องๆ มักจะตัดคำว่า to ออกแล้วแทนที่ด้วยเสียง schwa
eliminate the to ... replace it with a schwa sound: การอ่อนเสียงและการหลอมรวมของ to
ส่วนที่ไฮไลต์ทั้งสองส่วนอธิบายการเปลี่ยนเสียงที่ต่อเนื่องกันเพียงอย่างเดียว ในรูปไม่เป็นทางการบางรูปที่ใช้บ่อย ผู้พูดไม่ได้ออกเสียง to แยกชัดเจนเป็น /tuː/ แต่ to จะอ่อนเสียงหรือหลอมรวมกับคำข้างหน้า และมักเหลือเสียง /ə/ ที่ไม่ลงน้ำหนักท้ายคำ เช่น going to กลายเป็น gonna หรือ want to กลายเป็น wanna คำว่า eliminate อธิบายว่าส่วนใดไม่ถูกได้ยินเป็นคำแยกต่างหากในรูปเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าไวยากรณ์อังกฤษอนุญาตให้ตัด to ออกจากประโยคใดก็ได้ การเปลี่ยนเสียงนี้จำกัดอยู่ในสำนวนที่ใช้บ่อยบางสำนวนในการพูดแบบสบาย ๆ
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแบบเต็มแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตว่า going to ย่อเป็น gonna หรือไม่
- I'm going to call her after lunch.
- I'm gonna call her after lunch.
ดูคำตอบ
I'm gonna call her after lunch.
Well, it's one of the most common sounds in English
0:32มันก็คือหนึ่งในเสียงที่เจอบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ
a schwa ... pronounced uh: เสียงสระเบา /ə/
schwa คือเสียงสระเบา /ə/ ที่พบได้บ่อยมากในภาษาอังกฤษ มักอยู่ในพยางค์ที่ไม่ลงเสียงหนัก จึงออกเสียงสั้น เบา และผ่อนคลาย ในประโยคนี้ uh เป็นเพียงคำใบ้คร่าว ๆ ว่าเสียงเป็นอย่างไร เป็นคำช่วยสำหรับการฟัง ไม่ใช่กฎการสะกด เพราะตัวอักษรสระหลายตัวสามารถแทนเสียง schwa ได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย schwa ได้ถูกต้อง?
- เป็นเสียงที่หนักที่สุดในคำเสมอ
- เป็นเสียงสระสั้นและผ่อนคลายที่มักได้ยินในพยางค์ที่ไม่ลงเสียงหนัก
- เป็นตัวอักษร u ในคำภาษาอังกฤษทุกคำ
ดูคำตอบ
เป็นเสียงสระสั้นและผ่อนคลายที่มักได้ยินในพยางค์ที่ไม่ลงเสียงหนัก
we can get rid of the to and replace it with a schwa, gonna.
0:37เราตัด to ทิ้งแล้วแทนที่ด้วยเสียง schwa กลายเป็น gonna ได้เลย
going to ... gonna: รูปลดเสียงแบบไม่เป็นทางการในภาษาพูด
gonna เป็นรูปภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการมากของ going to เมื่อ going to อยู่หน้าคำกริยาเพื่อบอกแผน ความตั้งใจ หรือการคาดการณ์ ในคำบรรยายมีการจับคู่รูปเต็มกับรูปลดเสียง เมื่อได้ยิน gonna ให้เข้าใจว่าเป็น going to และคาดว่าจะมีคำกริยารูปพื้นฐานตามมา เช่น I'm gonna leave การลดรูปนี้เปลี่ยนเสียงและการสะกดในบทสนทนาที่ไม่เป็นทางการ แต่ไม่เปลี่ยนความหมายพื้นฐานเกี่ยวกับอนาคต
แบบฝึกหัด
เติมรูปภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการของ going to: We're ____ play outside after lunch.
ดูคำตอบ
gonna
want to ... wanna ในบทสนทนาแบบสบาย ๆ
Wanna เป็นรูปภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการมากของ want to โดยยังคงความหมายว่าอยากทำบางสิ่ง และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น wanna play ในประโยคนี้ wanna หมายถึง want to ไม่ใช่ want a คำที่ตามมาช่วยแยกโครงสร้างได้ โดย want to ตามด้วยคำกริยา ส่วน want a ตามด้วยนามวลี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการของ want to: Do you ____ sit with us?
ดูคำตอบ
wanna
have to ... hafta ในบทสนทนาแบบสบาย ๆ
Hafta เป็นการเขียนตามเสียงของ have to ที่ไม่เป็นทางการมาก โดยยังคงแสดงความจำเป็นหรือหน้าที่ และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น hafta leave การสะกดแบบนี้แสดงให้เห็นว่า have to อาจฟังเป็นอย่างไรเมื่อพูดเร็ว ไม่ได้ทำให้เกิดความหมายใหม่ และงานเขียนมาตรฐานที่ต้องระมัดระวังยังคงใช้ have to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการของ have to: I ____ finish this before dinner.
ดูคำตอบ
hafta
give that a go: ลองทำดู
Give that a go หมายถึง “ลองทำสิ่งนั้นดู” โดย that ในที่นี้หมายถึงแบบฝึกหัดที่เพิ่งพูดถึง ในโครงสร้าง give something a go คำว่า go เป็นคำนามที่หมายถึง “การลองหนึ่งครั้ง” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ไป” หรือ “เคลื่อนที่” รูปแบบคือ give + สิ่งที่ลอง + a go
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่มี go และหมายถึง “ลองทำดู”: This game looks fun. Let's ____.
ดูคำตอบ
give it a go
Well, not if you still sound so robotic. น้ำเสียง/เจตนา
0:57อืม ไม่ได้หรอก ถ้านายยังฟังดูเหมือนหุ่นยนต์ขนาดนี้
not if ...: ปฏิเสธเมื่อมีเงื่อนไข
Not if + เงื่อนไข เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หมายถึง “ถ้าเงื่อนไขนี้เป็นจริง คำตอบคือไม่ได้” ใช้ปฏิเสธหรือจำกัดคำขอหรือความเป็นไปได้ที่พูดถึงก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้เงื่อนไขคือยังฟังดูเหมือนหุ่นยนต์ ละคำตอบปฏิเสธแบบเต็มไว้เพราะเนื้อหาก่อนหน้านี้ชัดเจนแล้ว Not ปฏิเสธแนวคิดที่พูดถึงก่อนหน้า ไม่ได้ปฏิเสธคำว่า if
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยวลีปฏิเสธแบบมีเงื่อนไขสองคำที่หมายถึง “ถ้าเงื่อนไขนี้เป็นจริง คำตอบคือไม่ได้”: “Can I use the ladder?” “____ it is damaged.”
ดูคำตอบ
Not if
give me ... gimme: รูปพูดแบบกันเองมาก
gimme เป็นรูปพูดและการสะกดแบบกันเองมากของ give me ในประโยคนี้ รูปดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสองคำสามารถเชื่อมเป็นหน่วยสั้น ๆ ได้โดยความหมายพื้นฐานไม่เปลี่ยน หลัง gimme จะตามด้วยสิ่งของหรือจำนวนที่ขอ เช่น Gimme a minute. เมื่อได้ยิน gimme ให้ขยายความในใจกลับเป็น give me
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปพูดแบบกันเองมากของ give me: ____ a minute to finish this game.
ดูคำตอบ
Gimme
let me ... lemme: รูปพูดแบบกันเอง
lemme เป็นรูปพูดและการสะกดแบบกันเองของ let me ใช้เริ่มวลีเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้พูดต้องการทำ และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น Lemme check. รูปนี้อาจใช้เสนอความช่วยเหลือ บอกว่าผู้พูดจะทำอะไรต่อ หรือขอทำบางอย่างแบบกันเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เมื่อได้ยิน lemme ให้ขยายความกลับเป็น let me
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอช่วยเหลือด้วยรูปพูดแบบกันเองของ let me: ____ carry that bag for you.
ดูคำตอบ
Lemme
kind of like: ลดระดับความชอบให้นุ่มนวลลง
ในประโยคนี้ kind of ทำให้ like มีน้ำหนักเบาลง ผู้พูดมีความรู้สึกในทางบวก แต่เป็นความชอบเพียงเล็กน้อยหรือยังไม่ค่อยแน่ใจ ไม่ใช่ความชอบที่หนักแน่นหรือเต็มที่ kind of ในที่นี้เป็นคำช่วยลดระดับความรู้สึกที่ใช้ในการสนทนา ไม่ได้หมายถึง “ประเภทหนึ่ง” ซึ่งความหมายแบบประเภทจะพบในโครงสร้างอย่าง a kind of animal
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงว่าชอบเพียงเล็กน้อยและยังมีความลังเล แทนที่จะชอบอย่างมาก?
- The new game is a kind of puzzle.
- I really love the new game.
- I kind of like the new game.
ดูคำตอบ
I kind of like the new game.
Before you go exploring: จัดให้การกระทำหนึ่งเกิดก่อน
Before you go exploring เป็นอนุประโยคบอกเวลา Before แสดงว่าการออกไปสำรวจเป็นการกระทำที่เกิดทีหลัง ดังนั้นคำสั่งหรือเหตุการณ์ในประโยคหลักต้องเกิดก่อน เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่ายังต้องมีอีกอนุประโยคหนึ่งตามหลังส่วนเปิดนี้ ใน go exploring โครงสร้าง go + กิจกรรมรูป -ing หมายถึง “ไปทำกิจกรรมนั้น” เช่น go swimming ในที่นี้ exploring เป็นชื่อกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมคำที่แสดงว่าการทาครีมกันแดดต้องเกิดก่อน: ____ you go swimming, put on sunscreen.
ดูคำตอบ
Before
let me tell you about one more type of contraction. ลำดับความ
1:18ฉันขอสอนคำย่ออีกแบบนึงให้นายฟังก่อน
let me tell you about: การเกริ่นหัวข้อใหม่
let me tell you about ... เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนไปอธิบายหัวข้อใหม่ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวใช้เกริ่นถึงการย่อคำอีกประเภทหนึ่ง และช่วยพาผู้ฟังจากประเด็นก่อนหน้าไปยังประเด็นถัดไป let me ในที่นี้ไม่ใช่การขออนุญาตอย่างจริงจัง ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมในการพูดที่เป็นมิตร โดยคำหลัง about จะบอกหัวข้อใหม่
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอต้องการเปลี่ยนไปยังหัวข้อใหม่อย่างเป็นมิตร ประโยคใดเป็นธรรมชาติ
- Let me tell you about the next step.
- I let tell you about the next step.
- Let me to tell you about the next step.
ดูคำตอบ
Let me tell you about the next step.
we can get rid of the of and replace it with a schwa sound from earlier. วลี
1:24เราตัด of ออกแล้วแทนที่ด้วยเสียง schwa ที่เราเรียนไปเมื่อกี้ได้
get rid of: เอาสิ่งที่ไม่ต้องการออก
get rid of เป็นสำนวนตายตัวสามคำ หมายถึง “เอาออก ทิ้ง หรือทำให้สิ่งที่ไม่ต้องการหายไป” ในประโยคนี้ สิ่งที่ถูกเอาออกคือ of ตัวที่สอง ผู้พูดเสนอให้ตัดคำนั้นออกแล้วแทนเสียงของมันด้วยเสียงอื่น ให้จำ get rid of เป็นคำกลุ่มเดียว แล้วตามด้วยสิ่งของหรือปัญหาที่ต้องการเอาออก โดยใช้รูป get rid of + คำนาม ส่วน of ที่อยู่ในสำนวนนี้ต้องคงไว้ เพราะไม่ใช่คำที่กำลังถูกตัดออก
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เอาออก”: We should ____ this broken chair.
ดูคำตอบ
get rid of
kind of ... kinda: การลดรูปแบบไม่เป็นทางการในภาษาพูด
kinda เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ kind of ในสำนวนอย่าง I kinda like it จะมีความหมายประมาณว่า “ค่อนข้าง” หรือ “นิดหน่อย” จึงช่วยลดน้ำหนักของความคิดเห็นหรือความรู้สึก ส่วนท้ายของ kind of ถูกลดรูปเป็นเสียง -a ที่คล้าย schwa และการสะกดแบบไม่เป็นทางการว่า kinda แสดงการออกเสียงนี้ ความหมายและหน้าที่ในการลดน้ำหนักยังเหมือน kind of โดยการสะกดนี้เน้นว่าภาษาเป็นแบบสบาย ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ kind of: I'm ____ nervous about tomorrow.
ดูคำตอบ
kinda
full of ... fulla: การลดเสียงในคำพูดที่สบายมาก
fulla เป็นการสะกดเพื่อแสดงเสียงแบบไม่เป็นทางการ โดยแสดงว่า full of อาจฟังดูอย่างไรในคำพูดที่สบายมากและพูดต่อเนื่องกัน คำสั้น ๆ อย่าง of ถูกลดเสียงลงมาก จึงอาจฟังเหมือนสองคำนี้รวมเป็นคำเดียว ความหมายและไวยากรณ์ไม่เปลี่ยนแปลง fulla ยังคงแทน full of และตามด้วยสิ่งที่อยู่ข้างใน เช่น fulla books เมื่อพบ fulla ในบทสนทนาหรือคำบรรยาย ให้แปลงกลับเป็น full of ในใจ
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ในรายงานโรงเรียนที่เป็นทางการ การเขียน “The library is fulla useful books.” เป็นสิ่งที่เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
What do you think about this?: การถามความคิดเห็น
“What do you think about this?” ใช้ถามให้ผู้ฟังบอกความคิดเห็น ปฏิกิริยา หรือข้อเสนอแนะ ในที่นี้ this หมายถึงรูปย่อที่เพิ่งอธิบายไป ดังนั้นผู้พูดจึงต้องการการประเมิน ไม่ใช่คำอธิบายข้อเท็จจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ What do you think about + หัวข้อ? ใช้หลังจากแสดง เสนอ หรืออธิบายบางอย่าง เมื่อต้องการฟังมุมมองของอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อถามว่า “What do you think about this?”
- เชิญให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็น
- ขอให้ผู้ฟังระบุว่าวัตถุคืออะไร
- สั่งให้ผู้ฟังทำการเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ
เชิญให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็น
fulla life: รูปพูดแบบเป็นกันเองของ full of life
ใน “I'm fulla life.” คำว่า fulla แสดงรูปพูดที่เป็นกันเองมากของ full of ส่วนสำนวนเต็ม full of life หมายถึงมีพลัง มีชีวิตชีวา และกระตือรือร้น โดย life ในที่นี้ไม่ใช่สิ่งที่เติมอยู่ในภาชนะจริง ๆ ในการเขียนภาษาอังกฤษแบบมาตรฐาน ให้เขียนว่า “I'm full of life.” การรู้จัก fulla ช่วยให้เชื่อมเสียงพูดที่ย่อลงกับคำเขียน full of ได้
แบบฝึกหัด
เติมรูปเขียนมาตรฐานของ “I'm fulla life.” ให้สมบูรณ์: I'm ____ life.
ดูคำตอบ
full of
Before I go make sure BC-Bot doesn't get into any trouble, วลี
1:39ก่อนที่ฉันจะไปเช็กให้แน่ใจว่า BC-Bot จะไม่ไปก่อเรื่องที่ไหน
make sure + อนุประโยค: ตรวจสอบหรือทำให้แน่ใจ
make sure หมายถึงตรวจสอบหรือลงมือทำเพื่อให้บางอย่างเป็นจริง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่สิ่งที่ต้องทำให้แน่ใจว่าเกิดขึ้น คือ BC-Bot doesn't get into any trouble รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ make sure + อนุประโยค เช่น Make sure the door is closed. คำที่ตามหลัง make sure บอกผลที่ต้องตรวจสอบหรือทำให้แน่ใจ วลีนี้ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “สร้างความแน่นอน”
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายในคำเตือนให้สมบูรณ์: Please ____ the door is locked before we leave.
ดูคำตอบ
make sure
get into any trouble: เข้าไปพัวพันกับปัญหาใด ๆ
get into trouble เป็นสำนวนตายตัวเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเข้าไปพัวพันกับปัญหาหรือเสี่ยงถูกลงโทษ ซึ่งมักเกิดจากการกระทำของคนนั้นเอง ไม่ได้หมายถึงการเดินเข้าไปในสถานที่จริง ๆ ใน doesn't get into any trouble คำว่า any ใช้ตามหลังคำปฏิเสธ doesn't ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และขยายความหมายเป็น “ไม่มีปัญหาใด ๆ เลย”
แบบฝึกหัด
get into trouble ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร: If you keep breaking the rules, you'll get into trouble?
- เข้าไปพัวพันกับปัญหาหรือเสี่ยงถูกลงโทษ
- เดินเข้าไปในสถานที่ชื่อ Trouble
- ได้รับความช่วยเหลือโดยไม่คาดคิด
ดูคำตอบ
เข้าไปพัวพันกับปัญหาหรือเสี่ยงถูกลงโทษ
you guys: รูปพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการของ you
ในคำถามนี้ you guys ใช้เรียกกลุ่มผู้ชมและหมายถึง you ในรูปพหูพจน์ หรือ “พวกคุณ” จึงช่วยบอกว่าผู้พูดกำลังขอคำตอบจากใคร แม้ guy เมื่อใช้เป็นเอกพจน์มักหมายถึงผู้ชาย แต่ you guys ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการสามารถใช้เรียกกลุ่มที่มีหลายเพศได้ และยังทำให้คำถามฟังเป็นกันเองและตรงไปตรงมา
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ใน “Are you guys ready?” คำว่า you guys ต้องหมายถึงผู้ชายเท่านั้น
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
figured it out: ความหมายและตำแหน่งของคำสรรพนาม
Figure out หมายถึงการเข้าใจหรือแก้บางสิ่งได้หลังจากใช้ความคิด ในที่นี้ figured it out หมายถึงผู้ชมแก้แบบฝึกหัดเรื่องการย่อคำก่อนหน้านี้ได้ และ it หมายถึงแบบฝึกหัดนั้น Figure out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามสั้น ๆ เช่น it หรือ them ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างกริยากับ out โดยใช้ figure it out ไม่ใช่ figure out it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย figure out และคำสรรพนามที่ใช้แทน “the puzzle”: The puzzle is difficult, but I think I can ____.
ดูคำตอบ
figure it out
let me know in the comments: ชวนผู้ชมตอบในช่องความคิดเห็น
Let me know หมายถึง “บอกฉันให้รู้” หรือ “บอกคำตอบของคุณให้ฉันรู้” ส่วน in the comments บอกสถานที่ที่ผู้ชมควรตอบ คือในช่องความคิดเห็นสาธารณะใต้คลิปหรือโพสต์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ช่วงจบกลายเป็นคำชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วม อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขว่า เมื่อผู้ชมหาคำตอบได้แล้ว ก็สามารถแบ่งปันคำตอบในช่องความคิดเห็นได้
แบบฝึกหัด
ในวิดีโอ วลี let me know in the comments ขอให้ผู้ชมทำอะไร?
- เก็บคำตอบไว้เป็นความลับ
- เขียนคำตอบไว้ใต้คลิป
- บอกคำตอบกับเพื่อนเป็นการส่วนตัว
ดูคำตอบ
เขียนคำตอบไว้ใต้คลิป
you're ready to + คำกริยา: พร้อมทำการกระทำถัดไป
be ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเตรียมพร้อมและสามารถทำการกระทำถัดไปได้ ใน you're ready to explore คำว่า you're เป็นรูปย่อของ you are และ explore เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง to ใช้โครงสร้างนี้เมื่อแนวคิดถัดไปเป็นการกระทำ โครงสร้างนี้บอกสภาพความพร้อมและพาความสนใจไปยังสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำที่หมายถึง “พร้อมที่จะทำการกระทำถัดไป”: Mia is ____ start the race.
ดูคำตอบ
ready to
Let's get going: ชวนให้เริ่มหรือออกเดินทาง
Let's get going เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้บ่อยเพื่อชวนให้กลุ่มคนเริ่มเคลื่อนไหว ออกเดินทาง หรือเริ่มทำกิจกรรม ในประโยคนี้อาจหมายถึง “มาเริ่มกันตอนนี้” หรือ “ออกเดินทางกันตอนนี้” ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ Let's เป็นรูปย่อของ let us และรวมทั้งผู้พูดกับผู้ฟังไว้ด้วย ส่วน get going ในที่นี้ต้องเข้าใจเป็นสำนวนเดียวกัน ไม่ได้หมายถึง “กลายเป็นกำลังเดิน” แบบแปลทีละคำ
แบบฝึกหัด
ครอบครัวหนึ่งพร้อมออกจากบ้านแล้ว 'Let's get going.' หมายความว่าอย่างไร
- เราควรรอต่อไป
- เราควรออกเดินทางตอนนี้
- เราควรเรียนรู้วิธีเดิน
ดูคำตอบ
เราควรออกเดินทางตอนนี้