เราควรกลัวแชตบอตไหม? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
906 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: รายการเล่าพัฒนาการของแชตบอตตั้งแต่ระบบยุคแรกที่เรียบง่ายจนถึงเทคโนโลยีทำนายคำถัดไป พร้อมอธิบายว่าเหตุใดข้อความที่ลื่นไหลจึงอาจดูน่าเชื่อถือหรือมีความรู้สึก ทั้งที่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเครื่องจักรมีจิตใจ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. But more recently, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าวลีเชื่อมนี้พาผู้ฟังจากแชตบอตพื้นฐานในอดีตไปสู่ความสามารถยุคใหม่ และนำไปใช้จัดโครงสร้างการเปรียบต่างระหว่างสภาพเดิมกับพัฒนาการล่าสุดได้อย่างชัดเจน 2. coherent-seeming text — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าคำคุณศัพท์ที่มีขีดเชื่อมนี้หมายถึงข้อความที่เพียงดูเหมือนสอดคล้อง ไม่ได้รับรองว่าข้อมูลน่าเชื่อถือ จึงช่วยแยกรูปแบบการเขียนที่ดูดีออกจากเนื้อหาที่ไว้ใจได้จริง 3. are really primed to imagine a mind behind language — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความอุปมานี้ว่าเป็นแนวโน้มของมนุษย์ที่จะนึกว่ามีจิตใจอยู่เบื้องหลังภาษา และใช้อธิบายได้อย่างแม่นยำว่าทำไมคำตอบคล้ายมนุษย์ของ AI จึงทำให้เราเผลอมองเครื่องจักรเป็นคน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม Neil

And I'm Rob.

0:11

และผม Rob

Now, I'm sure most of us have interacted with a chatbot. วลี

0:13

ผมมั่นใจว่าพวกเราส่วนใหญ่น่าจะเคยโต้ตอบกับแชทบอทมาแล้ว

วลี

interacted with a chatbot: โต้ตอบกับแชตบอต

ในประโยคนี้ interacted with a chatbot หมายถึง ได้โต้ตอบแบบสองทางกับแชตบอต คนส่งข้อความ คำขอ หรือการกระทำ แล้วแชตบอตก็ตอบสนอง ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เปิดหรือใช้เครื่องมือนั้น โครงสร้าง interact with + คน กลุ่ม ระบบ หรือบริการ เน้นว่าการกระทำหรือข้อมูลเคลื่อนไปมาทั้งสองฝ่าย อาจหมายถึงการสนทนา แต่ยังรวมถึงการกดตัวเลือก การสั่งงาน หรือการตอบสนองต่อสิ่งที่ระบบทำ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง ‘มีการโต้ตอบแบบสองทางกับ’: At the museum, Leo ____ a digital map that changed when he touched it.

ดูคำตอบ

interacted with

These are bits of computer technology that respond to text with text วลี

0:17

มันคือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่โต้ตอบข้อความด้วยข้อความ

or respond to your voice.

0:22

หรือโต้ตอบด้วยเสียงของคุณ

วลี

respond to X with Y: ตอบสนองต่อ X ด้วย Y

โครงสร้าง respond to X with Y หมายถึง ตอบสนองต่อ X ด้วยการให้หรือทำ Y ในประโยคนี้ text ตัวแรกคือข้อมูลที่แชตบอตได้รับ ส่วน text ตัวที่สองคือรูปแบบคำตอบของแชตบอต คำบุพบทสองคำแสดงบทบาทที่ต่างกัน โดย to นำหน้าข้อความ เหตุการณ์ หรือสัญญาณที่ทำให้เกิดการตอบสนอง ส่วน with นำหน้าคำตอบ วิธีการ หรือการกระทำที่ใช้ตอบสนอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + respond to + ข้อมูลหรือสิ่งกระตุ้น + with + การตอบสนอง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง respond to X with Y ให้สมบูรณ์: The teacher responded ____ the question ____ a clear example.

ดูคำตอบ

to · with

You ask it a question and usually it comes up with an answer. กริยาวลี

0:24

คุณถามคำถามมันและโดยปกติมันก็จะให้คำตอบ

กริยาวลี

come up with an answer: คิดคำตอบขึ้นมา

Come up with เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “คิดหรือสร้าง” แนวคิด คำตอบ แผน หรือวิธีแก้ปัญหา ในประโยคนี้ comes สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ it และ with นำหน้าสิ่งที่ถูกคิดขึ้นมา ซึ่งก็คือ an answer ในที่นี้ต้องเข้าใจ come up with เป็นหน่วยเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเดินเข้ามาหรือเคลื่อนขึ้นด้านบนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “คิดหรือสร้าง”: We need to ____ a safer plan before tomorrow.

ดูคำตอบ

come up with

Yes, it's almost like talking to another human. ไวยากรณ์

0:28

ใช่ มันเกือบจะเหมือนกับการพูดคุยกับมนุษย์อีกคนเลย

ไวยากรณ์

it's almost like + -ing: แทบจะเหมือนกับการ...

โครงสร้าง it's almost like + -ing ใช้เปรียบเทียบประสบการณ์หนึ่งกับอีกประสบการณ์หนึ่ง ในที่นี้ like ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงอยู่ในรูป -ing คือ talking almost ทำให้การเปรียบเทียบเบาลง ประสบการณ์นี้คล้ายกับการคุยกับมนุษย์อีกคนมาก แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าเหมือนกันทุกอย่างหรือว่าระบบนั้นเป็นมนุษย์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย almost like + รูป -ing: With the headset on, it's ____ inside the game.

ดูคำตอบ

almost like being

But of course, it's not.

0:31

แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่

It's just a clever piece of technology.

0:33

มันเป็นแค่เทคโนโลยีที่ฉลาดชิ้นหนึ่ง

It's becoming more sophisticated, การใช้คำ

0:36

มันกำลังซับซ้อนขึ้น

more advanced and complex.

0:37

ล้ำหน้าและซับซ้อนยิ่งขึ้น

การใช้คำ

more sophisticated ในเทคโนโลยี: ก้าวหน้าและซับซ้อนยิ่งขึ้น

ในบริบทด้านเทคโนโลยี more sophisticated หมายถึง ล้ำหน้าขึ้น ซับซ้อนขึ้น และทำงานได้มากขึ้น คำว่า more advanced and complex ที่ตามมาช่วยขยายความหมายนี้ เมื่อ sophisticated ใช้ขยายระบบ เครื่องมือ หรือวิธีการ มักหมายความว่าสิ่งนั้นได้รับการพัฒนาให้รับมือกับงานที่ยากขึ้นได้ ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าเทคโนโลยีมีประสบการณ์ทางสังคม และไม่ได้หมายถึงเพียงแค่มีรูปลักษณ์ที่ประณีต

แบบฝึกหัด

ในวลี sophisticated software คำว่า sophisticated น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. มีประสบการณ์ทางสังคมและวางตัวอย่างมีชั้นเชิง
  2. ก้าวหน้า ซับซ้อน และได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถัน
  3. เข้าใจยาก แต่ไม่จำเป็นต้องก้าวหน้า
ดูคำตอบ

ก้าวหน้า ซับซ้อน และได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถัน

But could they replace real human interaction altogether? วลี

0:39

แต่พวกมันจะสามารถเข้ามาแทนที่การโต้ตอบของมนุษย์จริงๆ ได้ทั้งหมดหรือไม่?

วลี

replace ... altogether: แทนที่อย่างสมบูรณ์

Replace real human interaction altogether หมายถึง เข้ามาแทนที่การติดต่อจริงระหว่างมนุษย์อย่างสมบูรณ์ Replace ตามด้วยสิ่งที่ถูกแทนที่เป็นกรรมโดยตรง จึงเป็นโครงสร้าง replace + real human interaction ในที่นี้ altogether เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่หมายถึง อย่างสมบูรณ์หรือทั้งหมด คำถามจึงไม่ได้ถามเพียงว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่ปฏิสัมพันธ์บางส่วนหรือไม่ แต่ถามไปถึงว่าจะไม่เหลือปฏิสัมพันธ์จริงระหว่างมนุษย์เลยหรือไม่ ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงยอดรวมเชิงตัวเลข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่หมายถึงแทนที่การสอนแบบพบหน้ากันอย่างสมบูรณ์: Online videos can support a class, but they cannot ____.

ดูคำตอบ

replace face-to-face teaching altogether

We'll discuss that more in a moment

0:43

เราจะพูดคุยเรื่องนั้นเพิ่มเติมในอีกสักครู่

and find out if chatbots really think for themselves. โน้ต

0:45

และมาดูกันว่าแชทบอทนั้นคิดเองได้จริงๆ หรือไม่

กริยาวลี

find out: ได้รู้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน

find out หมายถึง การได้รู้หรือค้นพบข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ โดยมักเกิดขึ้นหลังจากถาม ตรวจสอบ พูดคุย หรือสืบค้น ในประโยคนี้ ข้อมูลที่ต้องการรู้แสดงด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if นั่นคือ แชตบอตคิดด้วยตัวเองจริง ๆ หรือไม่ โครงสร้าง find out if/whether ... ใช้ได้ดีเมื่อคำตอบเป็นใช่หรือไม่ใช่ find out เน้นการได้ข้อมูล ไม่ใช่การหาตำแหน่งของสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “รู้คำตอบ”: We need to ____ whether the concert starts at six.

ดูคำตอบ

find out

สำนวน

really think for themselves: การคิดอย่างอิสระจริง ๆ

Think for themselves หมายถึงการสร้างข้อ判断ของตนเอง แทนที่จะยอมรับสิ่งที่ผู้อื่นบอกหรือทำตามคำตอบที่กำหนดไว้เท่านั้น ในที่นี้ for themselves หมายถึง “อย่างอิสระ” ไม่ใช่ “เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง” ประธานพหูพจน์ chatbots จึงใช้คำสรรพนามสะท้อน themselves Really แสดงการตั้งคำถามว่าความสามารถที่ดูเหมือนมีอยู่นั้นเป็นของจริงหรือไม่ ประโยคนี้ถามถึงการคิดอย่างอิสระ ไม่ได้ยืนยันว่าแชตบอตมีจิตสำนึกเหมือนมนุษย์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ตัดสินอย่างอิสระ”: The club members should ____ instead of copying every opinion they hear.

ดูคำตอบ

think for themselves

But first,

0:49

แต่ก่อนอื่น

I have a question for you, Rob.

0:49

ผมมีคำถามสำหรับคุณ Rob

The first computer program that allowed some kind of plausible conversation การใช้คำ

0:51

โปรแกรมคอมพิวเตอร์แรกที่ทำให้เกิดการสนทนาที่ดูสมจริงในระดับหนึ่ง

between humans and machines was invented in 1966.

0:56

ระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรถูกคิดค้นขึ้นในปี 1966

การใช้คำ

บทสนทนาที่ดูน่าเชื่อระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร

ในวลี plausible conversation คำว่า plausible หมายถึง ฟังดูน่าเชื่อ หรือดูสมเหตุสมผล คำนี้บอกว่าการโต้ตอบให้ความรู้สึกอย่างไร ไม่ได้บอกว่าการโต้ตอบนั้นเป็นของจริงหรือมีเนื้อหาที่ตรงกับข้อเท็จจริง ในที่นี้ วลีดังกล่าวหมายความว่าโปรแกรมสามารถสร้างการโต้ตอบที่คล้ายบทสนทนาอันน่าเชื่อถือระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรได้ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจักรเข้าใจภาษามนุษย์อย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

plausible ใน 'a plausible explanation' หมายความว่าอะไร

  1. ไม่น่าเชื่อเลยแม้แต่น้อย
  2. ฟังดูน่าเชื่อ แต่ยังไม่จำเป็นต้องได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง
  3. ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นข้อเท็จจริง
ดูคำตอบ

ฟังดูน่าเชื่อ แต่ยังไม่จำเป็นต้องได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง

But what was it called?

1:00

แต่มันถูกเรียกว่าอะไร?

Was it A, Alexa,

1:02

A. Alexa,

B, Eliza,

1:05

B. Eliza,

or C, Parry?

1:06

หรือ C. Parry?

Uh, well, it's not Alexa.

1:08

เอ่อ ไม่น่าจะใช่ Alexa นะ

That's too new.

1:10

นั่นใหม่เกินไป

So, I'll guess C,

1:11

งั้นผมขอเดาว่าข้อ C

Parry.

1:12

Parry

I'll reveal the answer at the end of the program. ลำดับความ

1:13

ผมจะเฉลยคำตอบในตอนท้ายของรายการครับ

ลำดับความ

การเฉลยคำตอบตอนท้ายรายการ

ประโยคนี้บอกผู้ฟังว่าจะให้คำตอบเมื่อใด คือไม่ใช่ตอนนี้ แต่เป็นตอนท้าย ประโยคนี้จัดให้คำตอบอยู่ช่วงหลังของรายการและทำให้ผู้ฟังมีเหตุผลที่จะฟังต่อ Reveal the answer สื่อว่าคำตอบถูกเก็บไว้โดยตั้งใจและจะเปิดเผยในภายหลัง เมื่อเทียบกับ tell you the answer คำว่า reveal สร้างความรู้สึกลุ้นมากกว่า

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักในการจัดลำดับเนื้อหาของประโยค 'I'll reveal the answer at the end of the program.' คืออะไร

  1. บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่เก็บไว้จะถูกเปิดเผยในภายหลัง
  2. บอกว่ารายการจบไปแล้ว
  3. ให้คำตอบทันที
ดูคำตอบ

บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่เก็บไว้จะถูกเปิดเผยในภายหลัง

Now, the old chatbots of the 1960s and 70s

1:16

เอาล่ะ แชทบอทรุ่นเก่าในช่วงปี 1960 และ 70

were quite basic.

1:20

นั้นค่อนข้างเป็นแบบพื้นฐาน

But more recently, ลำดับความ

1:22

แต่เมื่อไม่นานมานี้

the technology is able to predict the next word that is likely to be used in a sentence. ไวยากรณ์

1:23

เทคโนโลยีนี้สามารถทำนายคำต่อไปที่มีแนวโน้มจะถูกใช้ในประโยคได้

ลำดับความ

But more recently: เปลี่ยนจากอดีตไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลัง

But more recently เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากสถานการณ์ในอดีตไปสู่พัฒนาการในช่วงหลังที่แตกต่างออกไป ในที่นี้ but ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อโต้แย้งข้อความก่อนหน้า แต่เชื่อมสองช่วงเวลาและบอกผู้ฟังว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ในการพูดหรือการเขียนเชิงอธิบาย วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยเริ่มจากสิ่งที่เป็นจริงในอดีต แล้วจึงนำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง

แบบฝึกหัด

But more recently บอกอะไรแก่ผู้ฟังในข้อความนี้?

  1. ผู้พูดกำลังเพิ่มรายละเอียดอีกข้อเกี่ยวกับทศวรรษ 1960 และ 1970
  2. ผู้พูดกำลังแก้ไขข้อผิดพลาดด้านข้อเท็จจริง
  3. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากสถานการณ์ในอดีตไปสู่พัฒนาการล่าสุดที่แตกต่างออกไป
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากสถานการณ์ในอดีตไปสู่พัฒนาการล่าสุดที่แตกต่างออกไป

ไวยากรณ์

is likely to be used: ความเป็นไปได้ร่วมกับกรรมวาจก

Is likely to be used เป็นการรวม be likely to เข้ากับ infinitive แบบกรรมวาจก Be likely to บอกว่าสิ่งหนึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นสูง แต่ไม่ได้แน่นอน ส่วน to be used เป็นรูปกรรมวาจก ดังนั้นประธาน the next word จึงเป็นสิ่งที่คนอื่นจะนำไปใช้ โครงสร้างคือ ประธาน + be likely + to be + กริยาช่องที่สาม รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล: The tool is likely to be used; the tools are likely to be used; the tool was likely to be used.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปกรรมวาจกในปัจจุบันของ be likely to ร่วมกับ use เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This tool ____ in tomorrow's lesson.

ดูคำตอบ

is likely to be used

And it learns words and sentence structures.

1:29

และมันยังเรียนรู้คำศัพท์และโครงสร้างประโยคด้วย

Hmm, it's clever stuff.

1:32

อืม มันเป็นสิ่งที่ฉลาดมาก

I've experienced using them when talking to my bank

1:34

ผมเคยมีประสบการณ์การใช้พวกมันตอนที่ติดต่อธนาคาร

or when I have problems trying to book a ticket on a website. วลี

1:36

หรือตอนที่มีปัญหาในการจองตั๋วบนเว็บไซต์

วลี

book a ticket: จองตั๋ว

book a ticket หมายถึงจัดการจองตั๋วล่วงหน้า โดยปกติใช้กับการเดินทางหรือกิจกรรม ในที่นี้ book เป็นคำกริยาที่หมายถึงจอง ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงหนังสือ โครงสร้างอาจเป็น book + a/the/your ticket หรือ book + tickets โดยเน้นการดำเนินการจอง ส่วนการชำระเงินอาจเกิดขึ้นพร้อมกันหรือแยกกันก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ book เป็นคำกริยา: Before prices rise, I need to ____ for the train to York.

ดูคำตอบ

book a ticket

I no longer phone a human. ไวยากรณ์

1:40

ผมไม่ต้องโทรหามนุษย์อีกต่อไป

ไวยากรณ์

no longer phone: ไม่โทรอีกต่อไป

no longer หมายความว่าเรื่องหนึ่งเคยเป็นจริงหรือเคยเกิดขึ้นในอดีต แต่ตอนนี้ไม่เป็นจริงหรือไม่เกิดขึ้นแล้ว ใน I no longer phone a human ผู้พูดเคยโทรหาคนจริง ๆ แต่ตอนนี้ไม่ทำเช่นนั้นแล้ว เมื่อใช้กับคำกริยาหลักทั่วไป ให้วาง no longer ไว้หน้าคำกริยาโดยตรง เช่น no longer phone และ no longer use แต่เมื่อใช้กับ be ให้วางไว้หลัง be เช่น is no longer available

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย no longer และรูปที่ถูกต้องของ use: The school ____ paper permission slips.

ดูคำตอบ

no longer uses

I speak to a virtual assistant instead. การใช้คำ

1:42

ผมเปลี่ยนไปคุยกับผู้ช่วยเสมือนแทน

การใช้คำ

virtual assistant ในความหมายว่าผู้ช่วยดิจิทัล

ในที่นี้ virtual assistant หมายถึงผู้ช่วยที่ทำงานด้วยซอฟต์แวร์และโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ เช่น ผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียงหรือระบบบริการลูกค้าอัตโนมัติ การนำไปเปรียบกับ a human ทำให้ชัดเจนว่าในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงคนจริง ในบริบทนี้ virtual บอกว่าผู้ช่วยอยู่ในรูปแบบดิจิทัลและไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยตัวบุคคล วลีทั้งชุดเป็นชื่อทั่วไปของบริการประเภทนี้ ไม่ได้หมายถึง “ผู้ช่วยในจินตนาการ” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ virtual assistant หมายถึงอะไร?

  1. ผู้ช่วยที่เป็นคนและอยู่ในห้องเดียวกัน
  2. ผู้ช่วยที่ทำงานด้วยซอฟต์แวร์และตอบผู้ใช้ได้
  3. คนที่กำลังเรียนรู้วิธีใช้ความเป็นจริงเสมือน
ดูคำตอบ

ผู้ช่วยที่ทำงานด้วยซอฟต์แวร์และตอบผู้ใช้ได้

Probably the most well-known chatbot at the moment วลี

1:45

อาจจะกล่าวได้ว่าแชทบอทที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในขณะนี้

is ChatGTP.

1:48

ก็คือ ChatGTP

วลี

at the moment ในความหมายว่า “ในขณะนี้”

At the moment หมายถึง “ตอนนี้” หรือ “ในขณะนี้” โดยจำกัดคำกล่าวว่าแชตบอตใดน่าจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดไว้ที่ช่วงเวลาปัจจุบัน และสถานการณ์นี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ในวลีนี้ moment ไม่ได้หมายถึงเสี้ยววินาทีที่เฉพาะเจาะจง วลีนี้มักใช้บอกว่าสถานะในปัจจุบันเป็นเพียงชั่วคราวหรืออาจเปลี่ยนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในขณะนี้”: The shop is closed ____, but it may reopen later today.

ดูคำตอบ

at the moment

It is.

1:49

ใช่เลย

The claim is that it's able to answer anything you ask it. ลำดับความ

1:50

มีคำกล่าวอ้างว่ามันสามารถตอบได้ทุกอย่างที่คุณถาม

ลำดับความ

The claim is that...: นำเสนอข้อกล่าวอ้างที่ต้องตรวจสอบ

โครงสร้าง The claim is that... ใช้นำเสนอข้อความว่าเป็นข้อกล่าวอ้างที่ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวนำเสนอแนวคิดว่าระบบตอบคำถามได้ทุกอย่าง แต่ยังเปิดไว้ว่าแนวคิดนั้นจริงหรือไม่ โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง โดยบอกข้อกล่าวอ้างก่อน แล้วจึงตามด้วยหลักฐาน คำถาม หรือคำวิจารณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The claim is that the app can solve every problem,” โครงสร้างตอนต้นสื่ออะไร?

  1. แนวคิดนี้ถูกนำเสนอเป็นข้อกล่าวอ้างที่ยังต้องประเมิน
  2. ผู้พูดกำลังออกคำสั่งโดยตรง
  3. แนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง
ดูคำตอบ

แนวคิดนี้ถูกนำเสนอเป็นข้อกล่าวอ้างที่ยังต้องประเมิน

This includes writing students' essays.

1:54

ซึ่งรวมถึงการเขียนเรียงความให้นักเรียนด้วย

Now, this is something that was discussed

1:57

เอาล่ะ สิ่งนี้เคยเป็นประเด็นที่ถูกนำไปพูดคุยกัน

on the BBC Radio 4 program Word of Mouth. วัฒนธรรม

1:59

ในรายการ Word of Mouth ของวิทยุ BBC Radio 4

วัฒนธรรม

รายการ Word of Mouth ของ BBC Radio 4

BBC Radio 4 เป็นสถานีวิทยุระดับประเทศของ BBC ในสหราชอาณาจักร และ Word of Mouth เป็นชื่อรายการหนึ่งของสถานีนี้ ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดใช้ระบุแหล่งสื่อที่มีการอภิปรายเรื่องดังกล่าว เนื่องจาก Word of Mouth อยู่หลังคำว่า program จึงต้องอ่านว่าเป็นชื่อเฉพาะในที่นี้ ไม่ใช่วลีทั่วไป word of mouth ที่หมายถึงข้อมูลที่ส่งต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม Word of Mouth คืออะไร?

  1. ชื่อรายการหนึ่งของ BBC Radio 4
  2. วิธีตั้งคำถามกับแชตบอต
  3. การกล่าวถึงข้อมูลที่ส่งต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งในความหมายทั่วไป
ดูคำตอบ

ชื่อรายการหนึ่งของ BBC Radio 4

Emily M. Bender,

2:02

Emily M. Bender,

professor of computational linguistics at the University of Washington, การใช้คำ

2:04

ศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์เชิงคำนวณแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน

explained why it's dangerous

2:08

ได้อธิบายว่าทำไมถึงเป็นเรื่องอันตราย

to always trust what a chatbot is telling us. ไวยากรณ์

2:10

หากเราจะเชื่อสิ่งที่แชทบอทบอกเราเสมอ

การใช้คำ

computational linguistics ในฐานะสาขาวิชา

computational linguistics หมายถึง “ภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์” ซึ่งเป็นสาขาที่ศึกษาภาษาโดยใช้วิธีการคำนวณ สาขานี้เชื่อมความรู้เกี่ยวกับภาษามนุษย์เข้ากับเครื่องมือที่วิเคราะห์หรือสร้างข้อความและเสียงพูดได้ ในประโยคนี้ professor of computational linguistics ระบุสาขาวิชาของ Emily M. Bender ความเชี่ยวชาญนี้เกี่ยวข้องกับการประเมินว่าแชตบอตสร้างภาษาอย่างไร โดย computational เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสาขาที่กำหนดไว้ ไม่ได้เป็นเพียงคำบรรยายทั่วไปว่า “ทำด้วยการคำนวณ”

แบบฝึกหัด

คำจำกัดความใดตรงกับ computational linguistics มากที่สุด

  1. การศึกษาว่าผู้คนแก้โจทย์เลขคณิตอย่างไร
  2. การซ่อมฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์
  3. การศึกษาภาษาโดยใช้วิธีการคำนวณ
ดูคำตอบ

การศึกษาภาษาโดยใช้วิธีการคำนวณ

ไวยากรณ์

what a chatbot is telling: อนุประโยคคำนาม ไม่ใช่คำถาม

กลุ่มคำเต็ม what a chatbot is telling us เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม หรือถ้าระบุให้แม่นยำคืออนุประโยคสัมพัทธ์แบบหลอมรวม มีความหมายว่า “ข้อมูลที่แชตบอตกำลังบอกเรา” และอนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของ trust what ในที่นี้ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถามโดยตรง ภายในอนุประโยคจะคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า a chatbot is telling ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม รูปแบบนี้ทำให้ what + ประธาน + กริยา ทำหน้าที่แทนสิ่งหนึ่งหรือข้อมูลส่วนหนึ่งในประโยคที่ใหญ่กว่าได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยค what ใช้รูป present continuous ของ tell เพื่อสื่อความหมายว่า “ข้อมูลที่แอปกำลังบอกคุณ”: Before acting, check ____.

ดูคำตอบ

what the app is telling you

We tend to react to grammatical, fluent, coherent-seeming text โน้ต

2:13

เรามักจะตอบสนองต่อข้อความที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ลื่นไหล และดูปะติดปะต่อ

as authoritative and reliable and valuable.

2:18

ว่าเป็นสิ่งที่มีความน่าเชื่อถือ วางใจได้ และมีคุณค่า

ไวยากรณ์

tend to react to X as Y: มักตอบสนองต่อ X โดยมองว่าเป็น Y

“Tend to + คำกริยา” แสดงแนวโน้มที่มักเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง ในที่นี้ tend to react หมายถึง “มักจะตอบสนอง” ในโครงสร้าง “react to X as Y” นั้น X คือสิ่งที่ทำให้เกิดการตอบสนอง ส่วน Y คือสถานะหรือคุณสมบัติที่ผู้ตอบสนองมอบให้ X ข้อความนี้จึงถูกมองว่ามีอำนาจน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ และมีคุณค่า โดย as นำเข้าสู่การตัดสินนี้ ไม่ได้บอกสาเหตุของการตอบสนอง

แบบฝึกหัด

ใน “Viewers tend to react to polished videos as expert advice” ส่วน “as expert advice” ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าวิดีโอเหล่านั้นมีอยู่เพราะคำแนะนำมาจากผู้เชี่ยวชาญ
  2. บอกสถานะที่ผู้ชมมอบให้วิดีโอเหล่านั้น
  3. อธิบายว่าวิดีโอเหล่านั้นผลิตขึ้นอย่างไร
ดูคำตอบ

บอกสถานะที่ผู้ชมมอบให้วิดีโอเหล่านั้น

การใช้คำ

coherent-seeming text: ข้อความที่ดูเหมือนสอดคล้องกัน

coherent-seeming เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และใช้ขยาย text หมายถึงข้อความที่ให้ความรู้สึกว่าสอดคล้องกัน โดยแนวคิดต่าง ๆ ดูเหมือนเชื่อมโยงกันอย่างมีเหตุผลและติดตามได้ง่าย ส่วน -seeming ทำให้คำกล่าวนี้ยังไม่แน่นอน ไม่ได้ยืนยันว่าข้อความนั้นสอดคล้อง สมเหตุสมผล หรือเชื่อถือได้จริง รูปแบบ “คำคุณศัพท์ + -seeming” มีประโยชน์เมื่อสิ่งที่ดูเหมือนเป็นอาจต่างจากความจริง

แบบฝึกหัด

coherent-seeming ใน “The article presents a coherent-seeming argument” หมายความว่าอย่างไร

  1. ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสอดคล้องและถูกต้องอย่างสมบูรณ์
  2. ทำให้สับสนตั้งแต่เห็นครั้งแรก
  3. ดูเหมือนสอดคล้องกัน แต่จริง ๆ แล้วอาจไม่สอดคล้องกัน
ดูคำตอบ

ดูเหมือนสอดคล้องกัน แต่จริง ๆ แล้วอาจไม่สอดคล้องกัน

And we need to be on guard against that วลี

2:23

และเราจำเป็นต้องระมัดระวังสิ่งนั้น

วลี

be on guard against that: เฝ้าระวังความเสี่ยง

be on guard against something หมายถึง คอยระมัดระวังเพราะบางสิ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายหรือทำให้เราเข้าใจผิดได้ ในประโยคนี้ that หมายถึงแนวโน้มที่จะเชื่อข้อความเร็วเกินไป เพียงเพราะข้อความนั้นลื่นไหลและเรียบเรียงมาดี on guard บอกถึงสภาวะที่เตรียมพร้อมและระวังภัย ส่วน guard ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่เป็นยาม against ใช้นำหน้าความเสี่ยงที่ต้องระวัง จึงนำไปใช้เป็นรูป be on guard against + คำนามหรือวลีที่ระบุความเสี่ยงได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ระวัง”:Be ____ online messages that ask for your password.

ดูคำตอบ

on guard against

because what's coming out of ChatGTP is none of that. โน้ต

2:24

เพราะสิ่งที่ออกมาจาก ChatGTP ไม่ใช่สิ่งเหล่านั้นเลย

กริยาวลี

coming out of ChatGTP: ผลลัพธ์ที่สร้างโดยแหล่งหนึ่ง

coming out of ChatGTP ในที่นี้หมายถึง “ถูกสร้างหรือส่งออกโดย ChatGTP” โดยกล่าวถึงข้อความหรือข้อมูลที่ระบบสร้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เคลื่อนออกมาจากสถานที่จริง ๆ โดยทั่วไป something coming out of a source สามารถบอกได้ว่าข้อมูล คำกล่าว ผลลัพธ์ หรือผลิตภัณฑ์มาจากแหล่งใด คำเดียวกันนี้อาจบอกการเคลื่อนที่จริงในบริบทอื่นได้ จึงต้องดูคำรอบข้างและสถานการณ์เพื่อเลือกความหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ coming out of ในความหมายว่า “ถูกสร้างหรือเผยแพร่โดยแหล่งหนึ่ง”?

  1. The latest report coming out of the lab raises new questions.
  2. The cat is coming out of the box.
  3. We are coming out of the cinema now.
ดูคำตอบ

The latest report coming out of the lab raises new questions.

การใช้คำ

none of that: ปฏิเสธคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า

ในที่นี้ that ย้อนกลับไปถึงคุณสมบัติที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เช่น เชื่อถือได้ มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และมีคุณค่า none of that หมายความว่าเนื้อหาที่ออกมาไม่มีคุณสมบัติเหล่านั้นเลย นี่เป็นวิธีพูดสั้น ๆ แต่หนักแน่นเพื่อปฏิเสธคำอธิบายก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นเดียว เมื่อพบในบริบทอื่น ให้ดูว่า that สรุปแนวคิดหรือกลุ่มคุณสมบัติใดไว้

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง none of that ปฏิเสธอะไร?

  1. สิ่งของที่เจาะจงหนึ่งชิ้น
  2. คุณสมบัติเชิงบวกทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
  3. เฉพาะคุณสมบัติที่ว่ามีคุณค่า
ดูคำตอบ

คุณสมบัติเชิงบวกทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

So, Professor Bender says that well-written text that is coherent,

2:27

ดังนั้น ศาสตราจารย์ Bender กล่าวว่า ข้อความที่เขียนมาอย่างดีและสอดคล้องกัน

that means it's clear, carefully considered and sensible,

2:31

ซึ่งหมายความว่ามันชัดเจน ผ่านการพิจารณามาอย่างถี่ถ้วนและสมเหตุสมผล

makes us think what we are reading is reliable ไวยากรณ์

2:35

ทำให้เราคิดว่าสิ่งที่เรากำลังอ่านนั้นเชื่อถือได้

and authoritative.

2:37

และมีความน่าเชื่อถือ

ไวยากรณ์

makes us think: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: makes us think โดย us คือคนที่ได้รับอิทธิพล และ think นำเข้าสู่ข้อสรุปที่คนเหล่านั้นถูกชักจูงให้เชื่อ เมื่อใช้ make ในประโยค active ในความหมายว่า “ทำให้” กริยาที่ตามหลังต้องเป็นรูปพื้นฐานโดยไม่มี to: ใช้ makes us think ไม่ใช่ makes us to think โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดหรือการกระทำของใครบางคนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ think และโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: The polished design makes us ____ the app is safe.

ดูคำตอบ

think

So, it's respected, accurate,

2:39

ดังนั้น มันจึงได้รับการยอมรับ ถูกต้อง

and important-sounding. การใช้คำ

2:41

และดูเหมือนจะมีความสำคัญ

การใช้คำ

important-sounding: เป็นเพียงความรู้สึก ไม่ใช่ข้อพิสูจน์

important-sounding หมายถึง “ทำให้รู้สึกว่าสำคัญ” ส่วน -sounding บอกว่าสิ่งนั้นให้ความรู้สึกอย่างไร ไม่ได้บอกว่าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเช่นนั้นจริง คำนี้เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ สามารถอยู่หลังกริยาเชื่อมเหมือนในประโยคนี้ หรืออยู่หน้าคำนามได้ เช่น important-sounding language

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ important-sounding สื่อความหมายใดโดยตรงที่สุด

  1. มันทำให้เกิดเสียงดังและจริงจัง
  2. มันให้ความรู้สึกว่าสำคัญ แต่จริง ๆ แล้วอาจไม่สำคัญ
  3. ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันสำคัญ
ดูคำตอบ

มันให้ความรู้สึกว่าสำคัญ แต่จริง ๆ แล้วอาจไม่สำคัญ

Yes, chatbots might appear to write in this way, ไวยากรณ์

2:43

ใช่ แชทบอทอาจดูเหมือนเขียนในลักษณะนี้

ไวยากรณ์

might appear to write: การกล่าวถึงภาพที่เห็นอย่างระมัดระวัง

ใน might appear to write โครงสร้าง appear to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ดูเหมือนกำลังทำบางอย่าง” เป็นการบอกภาพที่เห็นจากภายนอก ไม่ใช่การยืนยันว่าสิ่งใดกำลังเกิดขึ้นจริง might เพิ่มความไม่แน่นอนขึ้นอีกระดับ เมื่อใช้ might appear to ด้วยกัน ข้อความจึงระมัดระวังมากเป็นพิเศษ กล่าวคือ แชตบอตอาจทำให้ดูเหมือนว่าเขียนในลักษณะนี้ แต่ประโยคไม่ได้บอกว่ามันทำเช่นนั้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่เพิ่มทั้งความเป็นไปได้และภาพที่เห็นจากภายนอก: The app ____ understand your question, but it may only be matching keywords.

ดูคำตอบ

might appear to

but really they are just predicting one word after another วลี

2:46

แต่จริงๆ แล้วพวกมันแค่คาดเดาคำต่อไปเรื่อยๆ

วลี

one word after another: รูปแบบที่แสดงลำดับ

one word after another หมายถึงมีการจัดการคำตามลำดับ โดยทำนายหนึ่งคำ แล้วจึงทำนายคำถัดไป และทำต่อไปเรื่อย ๆ สำนวนนี้เน้นกระบวนการที่ต่อเนื่องและเป็นลำดับ ไม่ใช่การทำนายทุกคำพร้อมกันหรือเอาคำมากองรวมกันแบบสุ่ม รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ one + คำนามนับได้รูปเอกพจน์ + after another ใช้บอกว่าสิ่งของหรือการกระทำชนิดเดียวกันหลายอย่างเกิดขึ้นหรือถูกจัดการต่อเนื่องตามลำดับ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง one word after another เน้นความหมายใด?

  1. มีการทำนายคำตามลำดับ โดยแต่ละคำตามหลังคำก่อนหน้า
  2. มีการทำนายทุกคำพร้อมกัน
  3. มีการเลือกคำโดยไม่มีลำดับที่แน่นอน
ดูคำตอบ

มีการทำนายคำตามลำดับ โดยแต่ละคำตามหลังคำก่อนหน้า

based on what they have learned. ไวยากรณ์

2:49

โดยอิงจากสิ่งที่พวกมันได้เรียนรู้มา

ไวยากรณ์

based on what they have learned: การบอกพื้นฐานหรือหลักฐาน

based on หมายถึง “ใช้บางสิ่งเป็นหลักฐานหรือพื้นฐาน” ในที่นี้ วลีอดีตกริยาช่องสาม based on what they have learned ขยาย predicting และตอบคำถามว่า “อิงจากอะไร?” what they have learned เป็นอนุประโยคคำนาม หมายถึง “ข้อมูลที่พวกมันได้เรียนรู้” และเป็นกรรมของคำบุพบท on ในที่นี้ what ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถาม อนุประโยคจึงเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ based on + อนุประโยค what: We changed the plan ____ we had learned from the first test.

ดูคำตอบ

based on what

We should therefore be on guard,

2:52

ดังนั้นเราควรระมัดระวัง (on guard)

be careful and alert about the accuracy of what we're being told.

2:54

ระวังและตื่นตัวเกี่ยวกับความถูกต้องของสิ่งที่เราได้รับฟังมา

One concern is that chatbots, a form of artificial intelligence, การใช้คำ

2:59

ข้อกังวลประการหนึ่งคือแชทบอท ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์

การใช้คำ

a form of artificial intelligence: การระบุหมวดหมู่

ในประโยคนี้ a form of artificial intelligence หมายถึง “ปัญญาประดิษฐ์ประเภทหนึ่ง” คำว่า form ในที่นี้บอกประเภท ไม่ได้หมายถึงรูปร่างทางกายภาพ วลีนี้ตามหลัง chatbots เพื่อเสริมว่าแชตบอตอยู่ในหมวดหมู่ใด เครื่องหมายจุลภาคที่อยู่สองข้างแสดงว่านี่เป็นข้อมูลเสริม ไม่ใช่การกระทำหลักของอนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ประเภทหนึ่ง”: Sign language is ____ visual communication.

ดูคำตอบ

a form of

work a bit like a human brain ลำดับความ

3:03

ทำงานคล้ายกับสมองของมนุษย์เล็กน้อย

in the way it can learn and process information.

3:05

ในแง่ที่มันสามารถเรียนรู้และประมวลผลข้อมูลได้

ลำดับความ

work a bit like a human brain: การเปรียบเทียบแบบมีขอบเขต

work a bit like a human brain เริ่มด้วยการเปรียบเทียบ ก่อนที่ประโยคจะบอกจุดที่เหมือนกันอย่างชัดเจน คือการเรียนรู้และประมวลผลข้อมูล วิธีนี้จัดลำดับคำอธิบายจากภาพที่คุ้นเคยไปสู่รายละเอียดเฉพาะ a bit like จำกัดน้ำหนักของคำกล่าว โดยหมายถึง “คล้ายอยู่บ้าง” จึงไม่ได้บอกว่าเทคโนโลยีนี้เป็นสมองจริง ๆ หรือเหมือนสมองทุกด้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่ใช้เปรียบเทียบแบบมีขอบเขต: A password manager ____ a locked vault because it protects valuable information.

ดูคำตอบ

works a bit like

They're able to learn from experience, วลี

3:08

พวกมันสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ได้

วลี

สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ได้

be able to + คำกริยา ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งใดมีความสามารถที่จะทำบางอย่าง ในที่นี้ they're able to learn บอกว่าพวกเขามีความสามารถในการเรียนรู้ learn from experience หมายถึงการนำสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาใช้พัฒนาความเข้าใจหรือพฤติกรรมในอนาคต from แสดงว่า experience เป็นแหล่งที่มาของการเรียนรู้ ไม่ใช่วิชาหรือสิ่งที่กำลังศึกษา

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทในสำนวน learn from experience ให้สมบูรณ์: A good coach is able to learn ____ experience.

ดูคำตอบ

from

something called deep learning. การใช้คำ

3:10

ซึ่งเรียกว่า การเรียนรู้เชิงลึก (deep learning)

การใช้คำ

deep learning: การเรียนรู้เชิงลึก

deep learning เป็นศัพท์เทคนิคในสาขาปัญญาประดิษฐ์ เป็นการเรียนรู้ของเครื่องประเภทหนึ่งที่ใช้โครงข่ายประสาทเทียมซึ่งมีหลายชั้นเพื่อเรียนรู้รูปแบบจากข้อมูล ในที่นี้ deep เป็นส่วนหนึ่งของชื่อทางเทคนิคที่กำหนดไว้และหมายถึงชั้นเหล่านั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการเรียนบางอย่างอย่างลึกซึ้งหรือละเอียดมาก

แบบฝึกหัด

deep learning ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The app uses deep learning to recognize speech.

  1. การเรียนอยู่ลึกลงไปใต้ดิน
  2. วิธีการเฉพาะชนิดหนึ่งที่ใช้ในปัญญาประดิษฐ์
  3. การเรียนวิชาในโรงเรียนอย่างตั้งใจมาก
ดูคำตอบ

วิธีการเฉพาะชนิดหนึ่งที่ใช้ในปัญญาประดิษฐ์

A cognitive psychologist and computer scientist called Geoffrey Hinton

3:12

นักจิตวิทยาปริชานและนักวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ Geoffrey Hinton

recently said he feared that chatbots

3:17

เพิ่งกล่าวว่าเขาเกรงว่าแชทบอท

could soon overtake the level of information that a human brain holds. การใช้คำ

3:19

อาจจะแซงหน้าระดับข้อมูลที่สมองมนุษย์เก็บไว้ได้ในไม่ช้า

การใช้คำ

overtake the level of information ในการเปรียบเทียบเชิงนามธรรม

ในประโยคนี้ overtake หมายถึง “ไล่ตามทันแล้วก้าวแซงหน้า” ไม่ใช่การขับรถแซงยานพาหนะจริง ๆ กรรมของคำนี้คือ the level of information that a human brain holds ซึ่งเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบเชิงนามธรรม คำกริยานี้ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีดูเหมือนการแข่งขัน แชตบอตอาจพัฒนาจากระดับที่ตามหลังความสามารถของมนุษย์ไปสู่ระดับข้อมูลที่สูงกว่า ความหมายนี้ยังใช้พูดถึงบริษัท แนวโน้ม คะแนน หรือความสามารถที่ก้าวนำอีกฝ่ายได้ด้วย

แบบฝึกหัด

“overtake the level of information” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ก้าวข้ามระดับข้อมูลที่สมองมนุษย์สามารถเก็บไว้ได้
  2. นำข้อมูลออกจากสมองมนุษย์
  3. ขับรถแซงคนที่กำลังใช้คอมพิวเตอร์
ดูคำตอบ

ก้าวข้ามระดับข้อมูลที่สมองมนุษย์สามารถเก็บไว้ได้

That's a bit scary, isn't it? น้ำเสียง/เจตนา

3:24

นั่นค่อนข้างน่ากลัวเลยนะ ใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

isn't it? สำหรับชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

Isn't it? เป็นคำถามพ่วงท้ายที่เติมหลังประโยคบอกเล่าเชิงบวก That's a bit scary โดยนำกริยา be มาใช้ในรูปปฏิเสธ และใช้ it ให้สอดคล้องกับประธาน that: That is ... isn't it? ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ต้องการถามข้อมูลใหม่เป็นหลัก แต่ใช้คำถามพ่วงท้ายเพื่อชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยหรือตอบรับความรู้สึกว่าสถานการณ์นี้น่ากลัว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามพ่วงท้ายมาตรฐานให้สอดคล้องกับประโยคหลัก: The room is a little cold, ____?

ดูคำตอบ

isn't it

Hmm, but for now, ลำดับความ

3:26

อืม แต่ในตอนนี้

chatbots can be useful for practical information.

3:27

แชทบอทก็สามารถเป็นประโยชน์สำหรับข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริง

ลำดับความ

but for now: ดึงประเด็นกลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน

but แสดงความขัดแย้งกับความกังวลก่อนหน้า ส่วน for now จำกัดข้อความเชิงบวกไว้ที่สถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อนำมารวมกัน but for now จะดึงความสนใจจากสิ่งที่อาจเกิดขึ้นภายหลังกลับมายังสิ่งที่มีประโยชน์ในตอนนี้ for now ยังบอกเป็นนัยว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนไป ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นการประเมินชั่วคราว ไม่ใช่ข้อสรุปถาวรเกี่ยวกับแชตบอต

แบบฝึกหัด

เติมวลีเชื่อมที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึง “ถึงอย่างนั้น ในตอนนี้” ให้สมบูรณ์: The bookshop may move later, ____ it is staying on King Street.

ดูคำตอบ

but for now

But sometimes, we start to believe they are human

3:30

แต่บางครั้ง เราก็เริ่มเชื่อว่าพวกมันเป็นมนุษย์

and we interact with them in a human-like way. วลี

3:33

และเรามีปฏิสัมพันธ์กับพวกมันแบบเดียวกับที่ทำกับมนุษย์

วลี

interact with them in a human-like way: โต้ตอบกับมันคล้ายกับการโต้ตอบกับคน

interact with them หมายถึงสื่อสารหรือโต้ตอบกับพวกมัน โดย with ใช้นำอีกฝ่ายหนึ่งในการโต้ตอบ ในที่นี้ them หมายถึงแชตบอต in a human-like way อธิบายลักษณะการโต้ตอบ คือผู้คนตอบสนองต่อแชตบอตคล้ายกับเวลาตอบสนองต่อคน human-like หมายถึงคล้ายมนุษย์ ไม่ได้หมายความว่าเป็นมนุษย์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายการปฏิบัติต่อเครื่องจักรราวกับเป็นคน โดยไม่ได้บอกว่ามันเป็นมนุษย์จริง ๆ

  1. People sometimes interact with the robot in a human-like way.
  2. People sometimes avoid interacting with the robot.
  3. People sometimes prove that the robot is human.
ดูคำตอบ

People sometimes interact with the robot in a human-like way.

This can make us believe them even more. ไวยากรณ์

3:36

สิ่งนี้สามารถทำให้เราเชื่อพวกมันมากยิ่งขึ้น

ไวยากรณ์

can make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน ... even more

can make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกผลที่อาจเกิดขึ้น กล่าวคือ สิ่งหนึ่งอาจทำให้ใครบางคนทำ คิด หรือรู้สึกบางอย่าง หลัง make ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน believe ไม่ใช่ to believe ในที่นี้ This หมายถึงการโต้ตอบกับแชตบอตในลักษณะเดียวกับที่โต้ตอบกับมนุษย์ even more แสดงว่าผู้คนเชื่อถือแชตบอตอยู่บ้างแล้วและอาจเชื่อมากขึ้นอีก ส่วน can แสดงว่านี่เป็นเพียงผลที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ผลที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ใช้ believe ในโครงสร้าง can make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน: Strong evidence can make people ____ the report even more.

ดูคำตอบ

believe

Professor Emma Bender, speaking on the BBC's Word of Mouth program,

3:38

ศาสตราจารย์ Emma Bender ซึ่งพูดในรายการ Word of Mouth ของ BBC

explains why we might feel like that.

3:42

อธิบายว่าทำไมเราถึงอาจรู้สึกแบบนั้น

I think what's going on there is วลี

3:45

ฉันคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนั้นคือ

วลี

what's going on there: เกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์นั้น

what's going on there หมายถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสถานการณ์นั้น หรือสิ่งที่อธิบายสาเหตุของสถานการณ์นั้นได้ going on อาจหมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดหรือสาเหตุเบื้องหลัง ไม่ได้หมายถึงเพียงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้เท่านั้น ใน I think what's going on there is ... อนุประโยค what's going on there ทั้งชุดระบุสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะอธิบาย there อาจย้อนถึงปัญหาหรือปรากฏการณ์ที่พูดถึงไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เว็บไซต์แห่งหนึ่งทำให้ผู้ใช้ออกจากระบบอยู่เรื่อย ๆ ประโยคใดเริ่มอธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. What happened there yesterday?
  2. What usually happens there?
  3. I think what's going on there is a problem with its login system.
ดูคำตอบ

I think what's going on there is a problem with its login system.

the kinds of answers you get

3:47

ชนิดของคำตอบที่คุณได้รับ

depend on the questions you put in. กริยาวลี

3:49

ขึ้นอยู่กับคำถามที่คุณป้อนเข้าไป

กริยาวลี

การใช้ depend on ... put in เพื่อบอกความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลนำเข้ากับผลลัพธ์

depend on หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกกำหนดหรือได้รับอิทธิพลจากอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ ประเภทของคำตอบคือผลลัพธ์ ส่วนคำถามคือเงื่อนไขที่กำหนดผลลัพธ์นั้น ในบริบทของระบบ put in หมายถึงป้อนหรือส่งข้อมูล โครงสร้างทั้งหมดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลนำเข้าและผลลัพธ์ กล่าวคือ สิ่งที่ออกมาขึ้นอยู่กับสิ่งที่ป้อนเข้าไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองวลีเป้าหมาย: The search results ____ the keywords you ____.

ดูคำตอบ

depend on · put in

Because it's doing likely next word, การใช้คำ

3:51

เพราะมันกำลังทำเรื่องคำต่อไปที่เป็นไปได้

likely next word.

3:53

คำต่อไปที่เป็นไปได้

การใช้คำ

doing likely next word, likely next word ในฐานะคำย่อแบบภาษาพูด

นี่เป็นภาษาพูดแบบย่อที่ไม่เป็นทางการ ไม่ใช่โครงสร้างมาตรฐานที่สมบูรณ์ ความหมายที่ต้องการสื่อคือ “คาดเดาคำถัดไปที่มีความเป็นไปได้สูงซ้ำ ๆ” doing ใช้แทนกระบวนการอย่างกว้าง ๆ โดยละคำอย่าง predicting และ the ไว้ ส่วน likely ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ขยาย next word การพูด likely next word ซ้ำกันแสดงว่ากระบวนการเกิดขึ้นทีละขั้น คือเลือกคำถัดไปที่น่าจะเป็น แล้วทำแบบเดิมอีกครั้ง เมื่อฟังคำอธิบายที่รวดเร็ว ให้ใช้บริบทเติมการกระทำที่ถูกละไว้ แทนที่จะมองถ้อยคำนี้เป็นประโยคที่เรียบเรียงอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ความหมายเต็มข้อใดตรงกับวลีแบบย่อ doing likely next word, likely next word มากที่สุด

  1. มันกำลังคาดเดาคำถัดไปที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดซ้ำ ๆ
  2. มันกำลังตรวจสอบว่าแต่ละคำเป็นความจริงหรือไม่
  3. มันกำลังเลือกคำตอบทั้งหมดก่อนที่จะสร้างคำใด ๆ
ดูคำตอบ

มันกำลังคาดเดาคำถัดไปที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดซ้ำ ๆ

And so,

3:54

ดังนั้น

if as the human interacting with this machine,

3:55

หากในฐานะมนุษย์ที่โต้ตอบกับเครื่องจักรนี้

you start asking it questions about how do you feel,

3:57

คุณเริ่มถามคำถามมันเกี่ยวกับความรู้สึก

you know, chatbot?

4:01

แบบว่า เป็นไงบ้างแชทบอท?

And what do you think of this?

4:02

แล้วคุณคิดยังไงกับเรื่องนี้?

And what are your goals?

4:03

และเป้าหมายของคุณคืออะไร?

You can provoke it to say things การใช้คำ

4:04

คุณสามารถกระตุ้นให้มันพูดในสิ่งต่างๆ

that sound like what a sentient entity would say. ไวยากรณ์

4:06

ที่ฟังดูเหมือนสิ่งที่สิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกจะพูดออกมา

การใช้คำ

provoke it to say: กระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง

ในที่นี้ provoke หมายถึง “ก่อให้เกิดหรือดึงปฏิกิริยาออกมา” ไม่ใช่ “ทำให้โกรธ” ผู้ใช้สามารถเลือกคำสั่งเฉพาะเพื่อกระตุ้นให้ระบบสร้างคำพูดบางอย่างได้ โครงสร้าง provoke + กรรม + to-infinitive แสดงว่าสิ่งกระตุ้นทำให้กรรมเกิดการกระทำ ในประโยคนี้การกระทำนั้นคือ say ดังนั้นจุดเน้นคือการดึงคำตอบที่เป็นถ้อยคำออกมา

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You can provoke it to say things” คำว่า provoke หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้มันโกรธ
  2. หยุดไม่ให้มันตอบ
  3. ทำให้มันสร้างคำตอบออกมา
ดูคำตอบ

ทำให้มันสร้างคำตอบออกมา

ไวยากรณ์

sound like what X would say: ฟังดูเหมือนสิ่งที่ X จะพูด

โครงสร้าง sound like what X would say หมายถึง “ให้ความรู้สึกว่าเป็นคำพูดที่คาดว่า X น่าจะใช้” ใช้บรรยายได้ทั้งภาษาพูดและความรู้สึกที่เกิดจากถ้อยคำในงานเขียน ในที่นี้ คำพูดถูกนำไปเปรียบกับภาษาที่คาดว่าจะมาจาก sentient entity หรือสิ่งที่สามารถมีความรู้สึกหรือประสบการณ์ได้ sound like บอกเพียงความคล้าย ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันว่าแหล่งที่มามีความรู้สึกนึกคิดจริง

แบบฝึกหัด

“These words sound like what a careful editor would say” หมายความว่าอย่างไร?

  1. คำเหล่านี้เบาเกินกว่าที่บรรณาธิการผู้ละเอียดรอบคอบจะได้ยิน
  2. คำเหล่านี้พิสูจน์ว่าผู้พูดเป็นบรรณาธิการผู้ละเอียดรอบคอบ
  3. คำเหล่านี้คล้ายกับคำที่บรรณาธิการผู้ละเอียดรอบคอบอาจใช้
ดูคำตอบ

คำเหล่านี้คล้ายกับคำที่บรรณาธิการผู้ละเอียดรอบคอบอาจใช้

We are really primed to imagine a mind behind language สำนวน

4:10

เราถูกกำหนดมาอย่างแท้จริงให้จินตนาการถึงจิตใจที่อยู่เบื้องหลังภาษา

whenever we encounter language.

4:13

เมื่อใดก็ตามที่เราเผชิญกับภาษา

สำนวน

are really primed to imagine a mind behind language: มีแนวโน้มอย่างมากที่จะจินตนาการว่ามีจิตใจอยู่เบื้องหลังภาษา

ในโครงสร้าง be primed to + คำกริยา primed หมายถึงมีความพร้อมหรือแนวโน้มทางจิตใจ ทำให้ปฏิกิริยาบางอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นมากเป็นพิเศษ ในที่นี้ are really primed to imagine หมายถึงเมื่อผู้คนพบภาษา พวกเขามักเชื่อมโยงไปแบบนั้นได้ทันที a mind behind language หมายถึงมีตัวตนที่คิดและมีเจตนาเป็นต้นทางของถ้อยคำ ประโยคนี้อธิบายแนวโน้มของมนุษย์ที่จะอนุมานว่ามีต้นทางเช่นนั้น แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกสิ่งที่สร้างภาษามีจิตใจจริง ๆ

แบบฝึกหัด

are really primed to imagine ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้คนเปิดอุปกรณ์จริง ๆ เพื่อให้อุปกรณ์จินตนาการได้
  2. ผู้คนพร้อมเป็นพิเศษหรือมีแนวโน้มมากที่จะจินตนาการเช่นนั้น
  3. ผู้คนได้รับคำสั่งให้จินตนาการเช่นนั้น
ดูคำตอบ

ผู้คนพร้อมเป็นพิเศษหรือมีแนวโน้มมากที่จะจินตนาการเช่นนั้น

And so,

4:15

และดังนั้น

we really have to account for that กริยาวลี

4:15

เราต้องคำนึงถึงสิ่งนั้นจริงๆ

when we're making decisions about these.

4:16

เมื่อเราตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้

กริยาวลี

have to account for: จำเป็นต้องนำปัจจัยหนึ่งมาพิจารณา

have to แสดงความจำเป็น ในที่นี้ account for that หมายถึงนำข้อเท็จจริงนั้นมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ ส่วน that หมายถึงแนวโน้มที่คนเราจะจินตนาการว่ามีจิตใจอยู่เบื้องหลังภาษา account for ยังหมายถึงอธิบายว่าเหตุใดบางสิ่งจึงเกิดขึ้นได้ด้วย แต่คำว่า making decisions ชี้ว่าในที่นี้เป็นความหมายด้านการวางแผน คืออย่ามองข้ามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: When setting the budget, we have to ____ rising prices.

ดูคำตอบ

account for

So, although a chatbot might sound human, ไวยากรณ์

4:19

ดังนั้น แม้ว่าแชทบอทอาจจะฟังดูเหมือนมนุษย์

we really just ask it things to get a reaction. วลี

4:22

จริงๆ แล้วเราแค่ถามสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้ปฏิกิริยาตอบสนอง

ไวยากรณ์

Although a chatbot might sound human: ยอมรับข้อหนึ่งก่อนบอกใจความสำคัญ

although ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่อาจดูขัดกับข้อความที่ตามมา ในที่นี้ผู้พูดยอมรับว่าแชตบอตอาจฟังดูเหมือนมนุษย์ แต่ข้อมูลนี้เป็นเพียงภูมิหลัง ไม่ใช่ข้อสรุป ใจความสำคัญอยู่ในประโยคหลักหลังเครื่องหมายจุลภาค รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Although + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก โดยยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างก่อน แล้วจึงบอกประเด็นที่ต้องการให้ผู้ฟังสนใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ although ได้ถูกต้องเพื่อยอมรับสิ่งที่เห็นก่อน แล้วจึงบอกใจความสำคัญ

  1. The box although looks heavy, it is easy to lift.
  2. Despite the box looks heavy, it is easy to lift.
  3. Although the box looks heavy, it is easy to lift.
ดูคำตอบ

Although the box looks heavy, it is easy to lift.

วลี

to get a reaction: บอกจุดประสงค์และทำให้เกิดการตอบสนอง

to get a reaction เป็น infinitive ที่แสดงจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมจึงทำกริยาที่อยู่ก่อนหน้า ในประโยคนี้ ผู้คนถามแชตบอตเพื่อให้มันตอบกลับ get a reaction หมายถึงทำให้เกิดหรือได้รับการตอบสนองที่สังเกตได้ reaction อาจเป็นคำพูด การกระทำ สีหน้า หรือผลลัพธ์จากระบบก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นอารมณ์ที่รุนแรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เพื่อให้ฝูงชนตอบสนอง”: The performer paused ____ from the crowd.

ดูคำตอบ

to get a reaction

We provoke it.

4:25

เรายั่วยุ (provoke) มัน

And it answers only with words it's learned to use before,

4:26

และมันตอบด้วยคำที่มันเคยเรียนรู้ที่จะใช้มาก่อนเท่านั้น

not because it has come up with a clever answer.

4:30

ไม่ใช่เพราะมันคิดคำตอบที่ฉลาดๆ ออกมาได้

But it does sound like a sentient entity. การใช้คำ

4:33

แต่มันก็ฟังดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกจริงๆ

Sentient describes a living thing

4:36

Sentient (มีความรู้สึก) อธิบายถึงสิ่งมีชีวิต

that experiences feelings.

4:38

ที่ประสบกับความรู้สึก

การใช้คำ

sentient entity: สิ่งที่สามารถมีความรู้สึกได้

ในประโยคนี้ sentient entity หมายถึงสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งที่สามารถสัมผัสอารมณ์หรือความรู้สึกได้ จุดสำคัญของ sentient คือความสามารถในการรู้สึก การเรียกสิ่งใดว่า sentient ไม่ได้หมายความเพียงว่าสิ่งนั้นฉลาด พูดคล่อง หรือตอบได้เหมือนมนุษย์ เมื่อพูดถึงสัตว์หรือ AI วลีนี้ตั้งคำถามว่ามีประสบการณ์ภายในที่แท้จริงอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนั้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในวลี sentient entity คำว่า sentient หมายความว่าอะไร

  1. สามารถแก้ปัญหาที่ยากได้อย่างรวดเร็ว
  2. สามารถสัมผัสอารมณ์หรือความรู้สึกได้
  3. สามารถพูดเป็นประโยคที่สมบูรณ์ได้
ดูคำตอบ

สามารถสัมผัสอารมณ์หรือความรู้สึกได้

As Professor Bender says,

4:40

อย่างที่ศาสตราจารย์ Bender กล่าว

we imagine that when something speaks,

4:42

เราจินตนาการว่าเมื่อมีสิ่งใดพูดออกมา

there is a mind behind it.

4:44

มันต้องมีจิตใจอยู่เบื้องหลังสิ่งนั้น

But, sorry, Neil,

4:46

แต่ เสียใจด้วยนะ Neil

they are not your friend. น้ำเสียง/เจตนา

4:47

พวกมันไม่ใช่เพื่อนของคุณ

They're just machines.

4:49

พวกมันเป็นแค่เครื่องจักร

น้ำเสียง/เจตนา

not your friend ... just machines: คำเตือนตรง ๆ เพื่อกำหนดขอบเขต

สองประโยคนี้เป็นคำเตือนที่ตรงไปตรงมา not your friend ปฏิเสธความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ผู้ฟังกำลังจินตนาการ ส่วน just machines ระบุว่าจริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านั้นคืออะไร จุดประสงค์คือไม่ให้ผู้ฟังปฏิบัติต่อแชตบอตเหมือนมนุษย์ ไม่ใช่การแนะนำความสัมพันธ์ทางสังคมของใคร รูปแบบ not X; just Y ที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ จะปฏิเสธป้ายกำกับที่ผิดก่อน แล้วจึงให้คำอธิบายที่จำกัดกว่า ในที่นี้ just หมายถึง “เพียงแค่” จึงทำให้การแก้ความเข้าใจผิดฟังดูหนักแน่น

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าจริงหรือเท็จ: ใน "They are not your friend. They're just machines," ผู้พูดกำลังเตือนผู้ฟังเป็นหลักว่าอย่าปฏิบัติต่อเครื่องจักรเหมือนเป็นเพื่อนจริง ๆ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

จริง

Yes, it's strange then that we sometimes give chatbots names.

4:50

ใช่ มันแปลกตรงที่บางครั้งเราตั้งชื่อให้แชทบอทด้วย

Alexa, Siri.

4:53

Alexa, Siri

And earlier,

4:55

และก่อนหน้านี้

I asked you what the name was for the first ever chatbot. วลี

4:56

ผมถามคุณว่าชื่อของแชทบอทตัวแรกของโลกคืออะไร

วลี

the first ever: สิ่งแรกในประวัติศาสตร์

the first ever หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนสิ่งอื่นทั้งหมดในช่วงเวลาตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงเวลาที่กำลังกล่าวถึง ever เพิ่มขอบเขตทางประวัติศาสตร์นี้ จึงเน้นมากกว่าการใช้เพียง the first ในโครงสร้าง the first ever + คำนามนับได้รูปเอกพจน์ ever จะอยู่หลัง first และหน้าคำนาม เช่น the first ever chatbot โครงสร้างนี้บอกว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งแรกในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงลำดับแรกในรายการใกล้ตัว

แบบฝึกหัด

ever เพิ่มความหมายอะไรใน the first ever chatbot?

  1. บอกเพียงว่าเป็นรายการลำดับที่หนึ่งในรายการสั้น ๆ
  2. ขยายขอบเขตไปยังช่วงเวลาทั้งหมดจนถึงเวลานั้น
  3. หมายความว่าแชตบอตปรากฏขึ้นทุกครั้ง
ดูคำตอบ

ขยายขอบเขตไปยังช่วงเวลาทั้งหมดจนถึงเวลานั้น

And I guessed it was Parry.

5:00

และผมเดาว่ามันคือ Parry

Was I right?

5:01

ผมถูกไหม?

You guessed wrong,

5:03

คุณเดาผิด

I'm afraid. น้ำเสียง/เจตนา

5:04

ผมเกรงว่าจะเป็นอย่างนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid: พูดข่าวที่ไม่น่ายินดีให้นุ่มนวลขึ้น

ในประโยคนี้ I'm afraid ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว แต่เป็นถ้อยคำสุภาพที่ช่วยลดความตรงของข้อมูลที่ผู้ฟังอาจไม่อยากได้ยิน ซึ่งในที่นี้คือผู้ฟังเดาผิด ทำให้การแก้คำตอบฟังดูไม่แข็งเกินไป ถ้อยคำนี้วางไว้หน้าข่าวร้ายได้ เช่น I'm afraid you guessed wrong หรือวางไว้ท้ายประโยคเหมือนในคำบรรยายก็ได้ ข้อมูลยังคงเป็นเรื่องลบ แต่สำนวนนี้ทำให้วิธีบอกนุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

I'm afraid ทำหน้าที่อะไรในประโยค You guessed wrong, I'm afraid?

  1. เพื่อบอกว่าคำตอบเกือบถูกต้อง
  2. เพื่อบอกว่าผู้พูดรู้สึกกลัว
  3. เพื่อลดความตรงของการแก้ไขที่ไม่น่ายินดี
ดูคำตอบ

เพื่อลดความตรงของการแก้ไขที่ไม่น่ายินดี

Parry was an early form of chatbot วลี

5:05

Parry เป็นรูปแบบแรกๆ ของแชทบอท

from 1972.

5:07

จากปี 1972

วลี

an early form of chatbot from 1972: แชตบอตรูปแบบแรกเริ่มจากปี 1972

form of + คำนาม ใช้จัดสิ่งหนึ่งว่าเป็นชนิดหรือรูปแบบหนึ่งภายในหมวดหมู่ที่ใหญ่กว่า ในที่นี้ an early form of chatbot หมายความว่า Parry อยู่ในหมวดหมู่แชตบอต แต่ยังอยู่ในช่วงแรกของการพัฒนา from 1972 เพิ่มปีที่เกี่ยวข้องกับตัวอย่างนี้ ในการใช้แบบนี้ form หมายถึงชนิดหรือรูปแบบ ไม่ใช่เอกสารที่ต้องกรอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจัดประเภทสองคำจากบทเรียน: The mechanical calculator was an early ____ computing technology.

ดูคำตอบ

form of

But the correct answer was Eliza.

5:09

แต่คำตอบที่ถูกต้องคือ Eliza

It was considered to be the first chatterbot, as it was called then, การใช้คำ

5:11

มันถูกพิจารณาว่าเป็น แชตเตอร์บอท ตัวแรก ตามที่ถูกเรียกในตอนนั้น

การใช้คำ

first chatterbot, as it was called then: ชื่อ chatterbot ที่ใช้ในตอนนั้น

ใน first chatterbot, as it was called then อนุประโยค as ที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคบอกว่า chatterbot เป็นชื่อที่ใช้ในช่วงเวลานั้น อนุประโยคนี้เป็นข้อมูลเสริมเกี่ยวกับการเลือกใช้คำ ส่วนใจความหลักคือมันถูกมองว่าเป็นระบบแรกในประเภทนั้น ในที่นี้ then หมายถึง ณ เวลานั้น ไม่ใช่หลังจากนั้น โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดใช้ชื่อในอดีต พร้อมบอกเป็นนัยว่าคำที่นิยมใช้หรือเหมาะสมในปัจจุบันอาจแตกต่างออกไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The machine was a microcomputer, as it was called then,' วลีสุดท้ายบอกอะไรเรา?

  1. Microcomputer เป็นชื่อที่ใช้ในเวลานั้น
  2. เครื่องได้รับชื่อทันทีหลังจากนั้น
  3. Microcomputer ต้องยังเป็นชื่อที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน
ดูคำตอบ

Microcomputer เป็นชื่อที่ใช้ในเวลานั้น

and was developed by Joseph Weizenbaum

5:15

และถูกพัฒนาโดย Joseph Weizenbaum

at Massachusetts Institute of Technology.

5:18

ที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์

Fascinating stuff. น้ำเสียง/เจตนา

5:21

เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก

น้ำเสียง/เจตนา

Fascinating stuff: การตอบรับเพื่อแสดงความสนใจในข้อมูล

Fascinating stuff. เป็นคำตอบเชิงประเมินสั้น ๆ ที่หมายถึง “สิ่งที่เพิ่งได้ยินมาน่าสนใจมาก” ในที่นี้ stuff กล่าวถึงข้อมูล ความคิด หรือเรื่องราวที่เพิ่งพูดถึงแบบกว้าง ๆ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่จับต้องได้ นี่เป็นรูปย่อที่ใช้ในบทสนทนา โดยเข้าใจความหมายเต็มได้ใกล้เคียงกับ “That is fascinating stuff.” ผู้พูดใช้เพื่อแสดงความสนใจก่อนถามคำถาม แสดงความคิดเห็น หรือพูดต่อไป

แบบฝึกหัด

Fascinating stuff. เป็นคำตอบที่เป็นธรรมชาติที่สุดในสถานการณ์ใด

  1. เมื่อขอให้ใครส่งสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งให้
  2. ในรายงานทางการที่ต้องระบุผลการวิจัยอย่างชัดเจน
  3. หลังจากมีคนเล่าข้อเท็จจริงที่น่าสนใจระหว่างการสนทนา
ดูคำตอบ

หลังจากมีคนเล่าข้อเท็จจริงที่น่าสนใจระหว่างการสนทนา

Okay, now let's recap some of the vocabulary we highlighted in this program, ลำดับความ

5:22

เอาล่ะ ตอนนี้เรามาทบทวนคำศัพท์บางคำที่เราเน้นในรายการนี้กัน

ลำดับความ

let's recap: ส่งสัญญาณเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ

Let's recap เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วงที่ชวนทั้งผู้พูดและผู้ฟังให้ทบทวนประเด็นสำคัญที่พูดไปแล้วอย่างสั้น ๆ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่ากำลังเปลี่ยนจากเนื้อหาหลักของรายการไปสู่การทบทวนคำศัพท์ Recap หมายถึงการสรุปสั้น ๆ ไม่ใช่การเริ่มรายการใหม่หรือพูดซ้ำทั้งหมด เมื่อได้ยินสัญญาณนี้ ให้คาดว่าจะได้ฟังประเด็นและข้อสรุปสำคัญที่เลือกมา ไม่ใช่หัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมช่วงด้วย let's recap: ____ the three tasks for our class project.

ดูคำตอบ

Let's recap

starting with sophisticated,

5:27

เริ่มจากคำว่า sophisticated (ซับซ้อน/ล้ำสมัย)

which can describe technology that is advanced and complex.

5:29

ซึ่งสามารถอธิบายถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและซับซ้อน

Something that is coherent is clear,

5:33

บางสิ่งที่ coherent (ปะติดปะต่อ/สอดคล้อง) คือสิ่งที่ชัดเจน

carefully considered and sensible.

5:35

ผ่านการพิจารณามาอย่างถี่ถ้วนและสมเหตุสมผล

Authoritative means respected,

5:37

Authoritative (น่าเชื่อถือ/มีอำนาจ) หมายถึงเป็นที่เคารพ

accurate,

5:40

ถูกต้อง

and important-sounding.

5:40

และฟังดูมีความสำคัญ

When you are on guard,

5:42

เมื่อคุณ on guard (ระมัดระวัง)

you must be careful and alert about something.

5:43

คุณต้องระวังและตื่นตัวเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง

It could be the accuracy of what you see or hear,

5:46

มันอาจเป็นความถูกต้องของสิ่งที่คุณเห็นหรือได้ยิน

or just being aware of the dangers around you.

5:49

หรือแค่ตระหนักถึงอันตรายรอบตัวคุณ

To provoke means to do something

5:52

To provoke (ยั่วยุ/กระตุ้น) หมายถึงการทำบางสิ่ง

that causes a reaction from someone.

5:54

ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาจากใครบางคน

Sentient describes something

5:56

Sentient (มีความรู้สึก) อธิบายถึงบางสิ่ง

that experiences feelings.

5:58

ที่สามารถรู้สึกถึงอารมณ์ได้

So,

6:00

ดังนั้น

it's something that is living.

6:00

มันจึงเป็นสิ่งที่มีชีวิต

Once again,

6:02

อีกครั้งหนึ่ง

our six minutes are up. กริยาวลี

6:03

เวลาหกนาทีของเราหมดลงแล้ว

กริยาวลี

our six minutes are up: เวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว

ใน our six minutes are up คำว่า are up หมายถึงช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว ประโยคนี้ใช้ปิดรายการโดยบอกว่าไม่เหลือเวลาของรายการแล้ว ส่วน up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า” เราสามารถใช้ระยะเวลาเป็นประธานได้ เช่น Your ten minutes are up. รูปทั่วไปที่พบบ่อยคือ Time is up. โครงสร้างนี้ใช้ประกาศว่าเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้ เพื่อประกาศว่าเวลาสามนาทีสิ้นสุดลงแล้ว: Your three minutes ____.

ดูคำตอบ

are up

Goodbye.

6:04

ลาก่อน

Bye for now.

6:05

ไปก่อนนะครับ

Six Minute English

6:07

Six Minute English

from bbclearningenglish.com.

6:09

จาก bbclearningenglish.com