อ่างสปาของโอลิมเปียและเมลินด้า 🛁 💙 | ฉันรักฟองสบู่! 🫧 | ไฮไลต์ Bluey ซีซั่น 3 - พักผ่อน | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
169 คำ 169 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ที่สปาริมชายหาด ผู้หญิงคนหนึ่งพยายามพักผ่อน แต่กลับขัดจังหวะตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ด้วยการวางแผนและเปลี่ยนใจ เมื่อยอมรับว่าเธอไม่รู้วิธีผ่อนคลาย เธอจึงได้รับคำแนะนำให้สังเกตเด็ก ๆ ที่ปล่อยตัวไปกับการเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่คิดมาก ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. turn the spa on? — กริยาวลี: เข้าใจว่า turn ... on หมายถึงการเปิดใช้งานอุปกรณ์หรือฟังก์ชัน ไม่ใช่การหมุนสิ่งของจริง ๆ ตัวอย่างนี้แสดงการใช้กริยาวลีแบบแยกได้เมื่อมีคำนามเป็นกรรม และช่วยให้พูดถึงการเปิดระบบฟองของสปา ไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์คล้ายกันได้ 2. Actually, — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่า Actually, ใช้เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้ไขความคิดของตนเองทันทีได้ ไม่ได้มีไว้เพียงนำเสนอข้อเท็จจริง จึงนำไปใช้เมื่อต้องการทบทวนแผน แก้คำพูดอย่างลื่นไหล หรือบอกว่าบทสนทนากำลังเปลี่ยนทิศทาง 3. I'll tell you what. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ฟัง I'll tell you what. เป็นคำเชื่อมในการสนทนาที่ส่งสัญญาณว่าข้อเสนอหรือทางแก้กำลังจะตามมา ช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนจากการพูดถึงปัญหาไปสู่สิ่งที่ควรทำต่อ และใช้เกริ่นคำแนะนำเชิงปฏิบัติของตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Ooh,

0:00

โอ้

I love bubbles.

0:00

ฉันชอบฟองสบู่

I love you, bubbles.

0:02

ฉันรักเธอนะ ฟองสบู่

Aw, you sing so well, babe. การใช้คำ

0:03

โธ่ ที่รัก คุณร้องเพลงเพราะจัง

การใช้คำ

babe ในฐานะคำเรียกเชิงเอ็นดู

ในที่นี้ babe เป็นคำเรียกเชิงเอ็นดูสำหรับคนที่ผู้พูดสนิทด้วย เช่น คนรักหรือเด็ก คำนี้เพิ่มความอบอุ่นและอ่อนโยน ไม่ใช่คำเรียกแบบเป็นทางการ เมื่อวาง babe ไว้หลังคำชม ผู้พูดกำลังเรียกผู้ฟังโดยตรง ทำให้คำชมดูเป็นส่วนตัวและสนิทสนมมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในอีเมลทางการถึงเพื่อนร่วมงานใหม่ ควรเริ่มต้นด้วย 'Hi, babe' หรือไม่

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Hey, you want me to turn the spa on? โน้ต

0:05

นี่ อยากให้ผมเปิดสปาไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

you want me to...? สำหรับเสนอตัวช่วยแบบกันเอง

ในคำถามนี้ you want me to...? เป็นรูปภาษาพูดแบบกันเองของ Do you want me to...? โดยละกริยาช่วย Do ที่ต้นประโยค แต่เครื่องหมายคำถาม น้ำเสียง และสถานการณ์ยังบอกว่าเป็นคำถาม ผู้พูดไม่ได้เพียงบอกความต้องการของอีกฝ่าย โครงสร้างนี้ถามว่าผู้ฟังต้องการให้ผู้พูดทำอะไรให้หรือไม่ จึงมักใช้เป็นการเสนอตัวช่วย มีความหมายใกล้เคียงกับ Would you like me to...?

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอแบบกันเองโดยใช้ want me ให้เริ่มด้วย You และละ Do: ____ carry this box for you?

ดูคำตอบ

You want me to

กริยาวลี

turn the spa on: เปิดอุปกรณ์หรือฟังก์ชันให้ทำงาน

turn ... on หมายถึงทำให้อุปกรณ์หรือฟังก์ชันเริ่มทำงาน ในประโยคนี้ the spa คือสิ่งที่ถูกเปิด เช่น ระบบหัวฉีดน้ำหรือฟองอากาศ ส่วน on บอกสถานะว่ากำลังทำงาน ไม่ได้บอกตำแหน่ง กริยาวลีนี้แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง turn the spa on และ turn on the spa แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง โดยพูดว่า turn it on ไม่ใช่ turn on it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย turn ... on โดยใช้คำสรรพนาม it: The heater is off. Please ____.

ดูคำตอบ

turn it on

What is a spa? การใช้คำ

0:07

สปาคืออะไรคะ?

การใช้คำ

spa: อ่างน้ำอุ่นที่มีหัวฉีดนวด

spa ในที่นี้หมายถึงอ่างหรือสระขนาดเล็กที่มีน้ำอุ่นและหัวฉีดนวดหรือฟองอากาศ เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเปิดให้ทำงานได้ ไม่ได้หมายถึงธุรกิจหรืออาคารทั้งแห่งที่ให้บริการดูแลสุขภาพและความผ่อนคลาย ความหมายพิจารณาได้จากการกระทำและรายละเอียดรอบข้าง หาก spa เปิดใช้งานได้และสร้างฟองผ่านหัวฉีดหรือรูเล็ก ๆ คำนี้ก็หมายถึงอุปกรณ์สำหรับแช่น้ำ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The spa has warm water and massage jets. spa ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ธุรกิจที่ให้บริการด้านความงามและการผ่อนคลาย
  2. หนังสือเกี่ยวกับการว่ายน้ำ
  3. อ่างน้ำอุ่นหรือสระขนาดเล็กที่มีหัวฉีดนวด
ดูคำตอบ

อ่างน้ำอุ่นหรือสระขนาดเล็กที่มีหัวฉีดนวด

I'll show you. วลี

0:09

เดี๋ยวพ่อทำให้ดู

วลี

I'll show you: รับปากว่าจะสาธิตให้ดู

I'll เป็นรูปย่อของ I will และ show you ในที่นี้หมายถึงสาธิตให้คุณดูเพื่อให้เข้าใจ ถ้าสถานการณ์บอกชัดอยู่แล้วว่าจะสาธิตอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องระบุสิ่งนั้น ประโยคนี้เปลี่ยนจากการอธิบายไปเป็นการลงมือทำ ผู้พูดรับปากว่าจะทำหรือแสดงขั้นตอนให้อีกฝ่ายดู เหมาะเมื่อการเห็นวิธีทำเข้าใจง่ายกว่าการฟังคำอธิบายยาว ๆ

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามวิธีใช้เครื่องจักร คำตอบใดเป็นการรับปากว่าจะสาธิตขั้นตอนให้ดู

  1. I'll ask you.
  2. I'll show you.
  3. I'll wait for you.
ดูคำตอบ

I'll show you.

See those little holes?

0:10

เห็นรูเล็กๆ พวกนั้นไหม?

Yes.

0:11

เห็นค่ะ

Ready?

0:13

พร้อมไหม?

Okay.

0:18

โอเคค่ะ

Chapter 1.

0:18

บทที่ 1

Wherever you go, there you are. สำนวน

0:20

ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน คุณก็อยู่ที่นั่น

สำนวน

Wherever you go, there you are: ไปที่ไหนก็ยังพาตัวตนของคุณไปด้วย

Wherever you go หมายถึงไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ส่วนวลีที่รับกันคือ there you are มีความหมายตามตัวอักษรที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว การตั้งใจพูดสิ่งที่เห็นได้ชัดเช่นนี้ทำให้ทั้งประโยคฟังดูกระชับเหมือนคำคม ใจความมักเกี่ยวกับสภาพจิตใจมากกว่าสถานที่ การไปอยู่ที่ใหม่ไม่ได้ทำให้ความรู้สึก นิสัย หรือปัญหาที่ยังไม่คลี่คลายหายไปโดยอัตโนมัติ คนที่ไปถึงยังคงเป็นตัวคุณเอง ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงภายนอกจึงไม่เหมือนการเปลี่ยนแปลงภายใน

แบบฝึกหัด

ในบริบทของคำคม Wherever you go, there you are สื่อความหมายใดมากที่สุด

  1. ทุกสถานที่ในโลกแทบจะเหมือนกันทั้งหมด
  2. การเดินทางทำให้ปัญหาส่วนตัวหายไปเสมอ
  3. การเปลี่ยนสถานที่ไม่ได้เปลี่ยนสภาพภายในของคุณโดยอัตโนมัติ
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนสถานที่ไม่ได้เปลี่ยนสภาพภายในของคุณโดยอัตโนมัติ

You need to...

0:22

คุณต้อง...

Actually, I should just enjoy the beach a bit โน้ต

0:23

จริงๆ แล้ว ฉันควรจะสนุกกับชายหาดสักหน่อย

before I start reading. ไวยากรณ์

0:25

ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Actually สำหรับเปลี่ยนแผนของตนเอง

ในที่นี้ Actually ที่ต้นประโยคบอกว่าผู้พูดกำลังทบทวนและเปลี่ยนความคิดที่เพิ่งเริ่มพูดออกมา ผู้พูดไม่ได้แก้ข้อเท็จจริงที่ผิด แต่กำลังเปลี่ยนแผนของตนเองในตอนนั้น เมื่อใช้แบบนี้ actually จะอยู่หน้าความคิดหรือการตัดสินใจใหม่ ทำหน้าที่คล้าย “คิดดูอีกที” ที่มีน้ำเสียงนุ่มนวล และช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าทิศทางของคำพูดกำลังเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง Actually ที่ต้นประโยคบอกอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังเน้นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
  2. ผู้พูดกำลังขออนุญาต
  3. ผู้พูดกำลังแก้แผนของตนเอง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังแก้แผนของตนเอง

วลี

a bit เพื่อบอกระดับเล็กน้อยหรือช่วงเวลาสั้น ๆ

ในที่นี้ a bit ขยาย enjoy the beach โดยทำให้การกระทำนั้นดูจำกัดทั้งในด้านระดับหรือระยะเวลา กล่าวคือผู้พูดอยากเพลิดเพลินเพียงครู่หนึ่ง ไม่ได้วางเป็นแผนใหญ่หรือแน่นอน ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน a bit มักทำให้การกระทำหรือคำบรรยายฟังดูเบาลงและไม่เด็ดขาดเกินไป เมื่ออยู่หลังกลุ่มคำกริยา อาจหมายถึงเวลาสั้น ๆ หรือระดับเล็กน้อย ส่วนเมื่ออยู่หน้าคำคุณศัพท์ โดยทั่วไปหมายถึง “ค่อนข้างนิดหน่อย”

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Let's wait a bit before we leave," a bit หมายถึงอะไร?

  1. อย่างสมบูรณ์และไม่หยุด
  2. ในรูปของชิ้นวัตถุเล็ก ๆ
  3. เป็นเวลาสั้น ๆ
ดูคำตอบ

เป็นเวลาสั้น ๆ

ไวยากรณ์

before I start reading: การเรียงลำดับสิ่งที่จะทำตามแผน

before I start reading เป็นอนุประโยคบอกเวลา before ทำให้ I start reading เป็นเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง ดังนั้นจึงเพลิดเพลินกับชายหาดก่อน แล้วค่อยเริ่มอ่าน อนุประโยคนี้มีประธาน I และกริยา start ของตัวเอง เมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่วางแผนไว้หลัง before ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบัน เช่น before I start ไม่ใช้รูปอนาคตที่มี will ความหมายว่าเป็นแผนมาจากทั้งประโยค

แบบฝึกหัด

เติมคำที่แสดงว่าทำความสะอาดโต๊ะก่อนเพื่อให้แผนสมบูรณ์: I will clean my desk ____ I start working.

ดูคำตอบ

before

No, I should read my book.

0:27

ไม่สิ ฉันควรอ่านหนังสือ

Did you enjoy that spa bath, Olympia? การใช้คำ

0:30

คุณชอบการแช่สปานั่นไหม โอลิมเปีย?

การใช้คำ

spa bath: อ่างอาบน้ำที่มีระบบพ่นแบบสปา

spa bath เป็นคำนามประสม หมายถึงอ่างอาบน้ำที่มีหัวพ่นน้ำหรืออากาศเพื่อให้แช่น้ำได้คล้ายกับการนวด ทั้งนี้ตามบริบท คำนี้อาจหมายถึงประสบการณ์การแช่ในอ่างชนิดนั้นหนึ่งครั้งด้วย ในประโยคนี้ enjoy that spa bath ถามว่าอีกฝ่ายเพลิดเพลินกับประสบการณ์การแช่น้ำแบบพิเศษนั้นหรือไม่ ไม่ได้ถามเพียงว่าได้อาบน้ำหรือไม่

แบบฝึกหัด

โรงแรมแห่งหนึ่งระบุว่าห้องพักมี spa bath ควรคาดว่าจะมีคุณสมบัติใดมากที่สุด

  1. อ่างอาบน้ำธรรมดาที่ไม่ได้สื่อว่ามีคุณสมบัติพิเศษ
  2. อ่างอาบน้ำที่มีหัวพ่นน้ำหรืออากาศ
  3. อ่างน้ำร้อนขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาสำหรับหลายคน
ดูคำตอบ

อ่างอาบน้ำที่มีหัวพ่นน้ำหรืออากาศ

Oh, yes, Melinda.

0:33

โอ้ ชอบสิ เมลินด้า

I certainly did. น้ำเสียง/เจตนา

0:35

ฉันชอบมากเลยล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I certainly did: คำตอบสั้นแบบเน้นย้ำสำหรับคำถามอดีต

ใน I certainly did. คำว่า did เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนการกระทำซึ่งกล่าวไว้แล้วในคำถามเกี่ยวกับอดีต เช่น หลังจากถาม Did you enjoy it? ผู้พูดก็ไม่ต้องพูดซ้ำเต็ม ๆ ว่า I enjoyed it. คำว่า certainly ทำให้คำตอบรับหนักแน่นและชัดเจนขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ I certainly did. หลังคำถาม Did you...? เมื่อต้องการตอบว่า “ใช่” แบบเน้นย้ำ

แบบฝึกหัด

มีคนถามว่า “Did you enjoy the concert?” คำตอบใดเป็นการตอบรับแบบเน้นย้ำ

  1. I certainly did.
  2. I certainly was.
  3. I certainly do.
ดูคำตอบ

I certainly did.

We are fancy ladies. การใช้คำ

0:39

พวกเราคือสุภาพสตรีสุดหรู

การใช้คำ

fancy ladies: fancy ที่หมายถึงสง่างามและมีระดับ

ใน fancy ladies คำว่า fancy เป็นคำคุณศัพท์ที่วางไว้หน้า ladies และสื่อว่าผู้หญิงเหล่านี้สง่างาม มีสไตล์ หรือดูมีระดับ ไม่ได้หมายความว่าพวกเธออยากได้บางอย่าง ผู้พูดกำลังเล่นบทบาทสมมติ ดังนั้น fancy จึงให้ความรู้สึกสนุกและเกินจริงของการเป็นคนประณีตและสำคัญ เมื่อใช้กับคำนามอื่น คำคุณศัพท์เดียวกันนี้อาจสื่อถึงสิ่งที่มีสไตล์ ราคาแพง ประณีต หรือพิเศษ

แบบฝึกหัด

คำว่า fancy ในประโยค We are fancy ladies? มีความหมายใด

  1. กำลังอยากได้บางอย่าง
  2. สง่างามและดูมีระดับ
  3. มีสีสันสดใสเท่านั้น
ดูคำตอบ

สง่างามและดูมีระดับ

Indeed. น้ำเสียง/เจตนา

0:41

แน่นอน

น้ำเสียง/เจตนา

Indeed. ในฐานะคำตอบที่เป็นทางการและเน้นย้ำ

เมื่อใช้ Indeed. เป็นคำตอบเดี่ยว ๆ คำนี้ใช้ยืนยันหรือแสดงความเห็นด้วยอย่างหนักแน่นกับสิ่งที่เพิ่งพูดไป และบอกว่าข้อความนั้นเป็นความจริง จึงไม่ใช่แค่ yes แบบธรรมดา แต่เพิ่มน้ำหนักให้คำตอบด้วย ในการเล่นบทบาทสมมตินี้ น้ำเสียงที่เป็นทางการและดูเหมือนการแสดงเล็กน้อยช่วยให้ผู้พูดฟังดูเหมือนผู้ใหญ่ที่สง่างาม ในสถานการณ์อื่น น้ำเสียงแบบเดียวกันอาจฟังดูจริงจัง ตั้งใจ หรือจงใจโอ่อ่าเพื่อความสนุกก็ได้

แบบฝึกหัด

ในการเล่นบทบาทสมมติสนุก ๆ เหตุใดผู้พูดจึงอาจเลือก Indeed. แทน Yes.?

  1. หมายความว่าผู้พูดไม่ได้ยินอีกฝ่าย
  2. ทำให้น้ำเสียงเป็นทางการ เน้นย้ำ หรือเหมือนการแสดงมากขึ้น
  3. เปลี่ยนความเห็นด้วยให้เป็นการไม่เห็นด้วย
ดูคำตอบ

ทำให้น้ำเสียงเป็นทางการ เน้นย้ำ หรือเหมือนการแสดงมากขึ้น

Ooh, this chair has a handle.

0:43

โอ้ เก้าอี้นี้มีที่จับด้วยล่ะ

That's fancy.

0:45

หรูหราจัง

What happens when you pull it? ไวยากรณ์

0:46

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณดึงมัน?

ไวยากรณ์

What happens when ...? สำหรับถามผลลัพธ์

โครงสร้าง What happens when + ประธาน + คำกริยารูปปัจจุบัน? ใช้ถามว่าการกระทำหรือเงื่อนไขหนึ่งทำให้เกิดผลอะไร ในประโยคนี้ when you pull it บอกการกระทำที่กระตุ้นให้บางอย่างเกิดขึ้น ส่วน What happens ใช้ถามถึงผลลัพธ์ เมื่อพูดถึงปุ่ม การทดลอง หรือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ when ไม่ได้บอกแค่เวลา แต่เชื่อมสิ่งกระตุ้นเข้ากับผลลัพธ์ คล้ายกับการถามว่าถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วจะเกิดอะไรต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำให้โครงสร้าง What happens when ...? สมบูรณ์: What ____ when you press this button?

ดูคำตอบ

happens

Mhm.

0:48

อืม

Again!

0:51

อีกรอบ!

What are you doing here? น้ำเสียง/เจตนา

0:54

คุณมาทำอะไรที่นี่?

น้ำเสียง/เจตนา

What are you doing here? เมื่อแสดงความประหลาดใจหรือท้าทาย

ในที่นี้ What are you doing here? ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงการถามอย่างเป็นกลางว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร เมื่อมีคนปรากฏตัวในสถานที่ที่ไม่คาดคิดหรือมีการจำกัดการเข้า คำถามนี้มักหมายถึง “ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่?” หรือ “คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” คำถามนี้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายว่าทำไมจึงอยู่ที่นั่น น้ำเสียงเป็นตัวกำหนดว่าจะฟังดูเป็นความประหลาดใจที่น่ายินดี ความสงสัย หรือการท้าทาย

แบบฝึกหัด

ตัดสินความหมาย: ในทุกบริบท What are you doing here? เป็นเพียงการขอข้อมูลอย่างเป็นกลางเท่านั้น และไม่สามารถแสดงความประหลาดใจหรือการท้าทายได้

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

I don't know how to relax. ไวยากรณ์

0:57

ฉันไม่รู้วิธีผ่อนคลายน่ะ

ไวยากรณ์

don't know how to + คำกริยา: ไม่รู้วิธีทำ

don't know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงใครบางคนไม่มีวิธี ทักษะ หรือความรู้ที่จำเป็นในการทำสิ่งหนึ่ง ใน I don't know how to relax ส่วน how to relax เป็นเนื้อหาที่ตามหลัง know ไม่ใช่คำถามแยกต่างหาก ประโยคนี้เน้นว่าไม่รู้วิธีผ่อนคลาย มากกว่าการบอกว่าไม่สามารถผ่อนคลายได้ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรูปย่อจากบทเรียนเพื่อบอกว่าคุณไม่รู้วิธีทำ: I ____ fix this printer.

ดูคำตอบ

don't know how to

Aw, come here. น้ำเสียง/เจตนา

0:59

โธ่ มานี่มา

น้ำเสียง/เจตนา

come here ในฐานะคำชวนอย่างอ่อนโยน

Come here เป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้โดยเข้าใจกัน และผู้พูดขอให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ รูปประโยคคำสั่งอาจตรงไปตรงมาได้โดยไม่ได้แปลว่าผู้พูดกำลังโกรธเสมอไป ในที่นี้ Aw และบริบทของการปลอบโยนทำให้คำพูดนุ่มนวล กลายเป็นคำชวนอย่างอบอุ่นให้เข้ามาใกล้เพื่อปลอบใจหรือทำให้อุ่นใจ แต่ถ้าใช้น้ำเสียงแข็งหรือพูดกับคนที่มีความสัมพันธ์ต่างออกไป คำเดิมอาจฟังเหมือนเรียกตัวหรือออกคำสั่ง

แบบฝึกหัด

ในบริบทของการปลอบโยน come here น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด

  1. ชวนให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้อย่างอ่อนโยน
  2. บอกให้อีกฝ่ายออกไป
  3. ถามว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ

ชวนให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้อย่างอ่อนโยน

It's harder than it looks. ไวยากรณ์

1:01

มันยากกว่าที่คิดนะ

ไวยากรณ์

harder than it looks: ความยากจริงเทียบกับสิ่งที่เห็น

Harder เป็นรูปขั้นกว่าของ hard และ than ใช้นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ใน harder than it looks ความยากจริงสูงกว่าความยากที่รูปลักษณ์ทำให้เราคิด ในที่นี้ it looks หมายถึง “มันดูเหมือน” ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นกำลังใช้ตามอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something is + comparative adjective + than it looks ซึ่งใช้เมื่อความจริงต่างจากความประทับใจแรกที่เห็น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นกว่าของ hard เติมประโยคให้สมบูรณ์: This climbing route is ____ than it looks.

ดูคำตอบ

harder

I'll tell you what. ลำดับความ

1:05

ผมจะบอกอะไรให้นะ

ลำดับความ

I'll tell you what. สำหรับเกริ่นก่อนเสนอความคิด

ในที่นี้ I'll tell you what. เป็นคำส่งสัญญาณในบทสนทนา เพื่อบอกผู้ฟังว่าต่อไปผู้พูดกำลังจะเสนอความคิด วิธีแก้ปัญหา หรือแผนบางอย่าง คำว่า what ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามเพื่อรอคำตอบ ความคิดจริงจะตามมาในประโยคถัดไป ดังนั้นทั้งวลีจึงทำหน้าที่คล้าย Here's an idea หรือ How about this?

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนานี้ ประโยคแรกทำหน้าที่อะไร? I'll tell you what. Let's take the earlier train.

  1. ขอให้ผู้ฟังอธิบายคำว่า what
  2. บอกว่าบทสนทนาจบแล้ว
  3. เกริ่นก่อนบอกข้อเสนอของผู้พูด
ดูคำตอบ

เกริ่นก่อนบอกข้อเสนอของผู้พูด

You want to learn to relax? น้ำเสียง/เจตนา

1:06

คุณอยากเรียนรู้วิธีผ่อนคลายไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

You want to...? คำถามไม่เป็นทางการที่ละ Do

ในภาษาพูดแบบสบาย ๆ You want to...? สามารถเป็นคำถามที่ละคำกริยาช่วย Do ตรงต้นประโยคได้ รูปเต็มคือ Do you want to...? ในที่นี้ใช้ตรวจสอบความต้องการของผู้ฟังก่อนจะตามด้วยข้อเสนอ เนื่องจากลำดับคำเหมือนประโยคบอกเล่า You want to... ผู้ฟังจึงต้องใช้น้ำเสียงคำถามและบริบทเพื่อรู้ว่าเป็นคำถาม น้ำเสียงที่ต่างกันอาจทำให้ฟังเป็นการถามยืนยันอย่างเป็นมิตร คำเชิญ หรือการท้าทายเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคือคำถามรูปเต็มมาตรฐานที่ตรงกับ You want to learn to relax?

  1. Do you want learn to relax?
  2. Do you want to learn to relax?
  3. Are you want to learn to relax?
ดูคำตอบ

Do you want to learn to relax?

Go and get some tips from the masters. วลี

1:07

ไปขอเคล็ดลับจากปรมาจารย์สิ

วลี

get some tips from the masters: ขอเคล็ดลับจาก “เหล่าปรมาจารย์”

get some tips from someone หมายถึงได้รับคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริงหรือเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์จากคนนั้น ในที่นี้ tips หมายถึง “คำแนะนำ” ไม่ใช่เงินที่ให้ตอบแทนการบริการ การเรียกคนเหล่านี้ว่า the masters เป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ทำให้พวกเขาดูเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ดังนั้นทั้งประโยคจึงชวนให้อีกฝ่ายไปเรียนรู้จากคนที่ดูเหมือนจะทำเรื่องนี้ได้เก่งเป็นพิเศษด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “รับคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริงจาก” ลงในประโยค: Before fixing the bike, I went to ____ my neighbour.

ดูคำตอบ

get some tips from

Yeah, a little bit this way. วลี

1:10

ใช่ มาทางนี้นิดนึง

วลี

a little bit this way: ขยับมาทางนี้อีกนิด

a little bit this way เป็นคำบอกทิศทางสั้น ๆ ในภาษาพูด เพื่อขอให้คนหรือสิ่งของขยับเป็นระยะเล็กน้อยไปทางด้านที่ผู้พูดกำลังชี้ a little bit จำกัดระยะการขยับและทำให้คำสั่งฟังนุ่มนวลขึ้น ในที่นี้ this way หมายถึง “มาทางนี้” หรือ “ไปในทิศทางนี้” ซึ่งมักชัดเจนจากท่าทาง สายตา หรือสถานที่ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกัน ไม่ได้หมายถึง “ใช้วิธีนี้”

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจัดตำแหน่งเก้าอี้และชี้เข้าหาตัวเอง ประโยคใดบอกให้ขยับทิศทางเล็กน้อยได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Move it a little bit this way.
  2. Show me the way to move it.
  3. Move it all the way towards the door.
ดูคำตอบ

Move it a little bit this way.

Wait, no, back that way. วลี

1:12

เดี๋ยว ไม่สิ กลับไปทางนั้น

วลี

back that way: การแก้ไขทิศทาง

back that way ใช้แก้ทิศทางที่เพิ่งบอกไป โดย back หมายถึงกลับไปหรือย้อนทิศของการเคลื่อนที่เมื่อครู่ ส่วน that way ชี้ไปยังทิศทางใหม่ที่ผู้พูดกำลังบอก ในที่นี้ back ไม่จำเป็นต้องหมายถึงด้านหลังของร่างกาย แต่อาจหมายถึงกลับไปยังตำแหน่งเดิม หรือไปในทิศตรงข้ามกับการเคลื่อนที่ที่เพิ่งลอง

แบบฝึกหัด

ตอนแรกคุณชี้ผิดทาง แล้วจึงชี้ทิศที่อีกฝ่ายควรกลับไป เติมคำสั่งแก้ทิศนี้ด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ถูกต้อง: No, ____ a little.

ดูคำตอบ

back that way

Mum, watch this. น้ำเสียง/เจตนา

1:14

แม่คะ ดูนี่สิ

Watch what?

1:15

ดูอะไรจ๊ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

watch this ... Watch what?: การเรียกความสนใจและขอความชัดเจน

Watch this เป็นวิธีพูดแบบตรงและเป็นกันเองเพื่อเรียกความสนใจของอีกฝ่าย ก่อนที่ผู้พูดจะทำหรือแสดงบางอย่าง โดย this มักหมายถึงการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งของที่มองเห็นอยู่ Watch what? เป็นคำถามขอความชัดเจน เพราะผู้ฟังไม่รู้ว่าต้องดูการกระทำหรือสิ่งใด บทพูดสองประโยคนี้จึงทำหน้าที่สองอย่าง คือขอให้อีกฝ่ายสนใจและขอให้ระบุสิ่งที่ต้องดูให้ชัด

แบบฝึกหัด

เด็กกำลังจะเล่นกล แต่ผู้ปกครองไม่รู้ว่าต้องดูอะไร บทสนทนาใดตรงกับจุดประสงค์ของผู้พูดทั้งสองฝ่ายมากที่สุด

  1. Watch out! — Where is your watch?
  2. Watch this. — What time is it?
  3. Watch this. — Watch what?
ดูคำตอบ

Watch this. — Watch what?

You guys are crazy. การใช้คำ

1:18

พวกเธอนี่บ้ากันจริงๆ

การใช้คำ

You guys ในฐานะ you พหูพจน์แบบไม่เป็นทางการ

ใน You guys คำว่า you ใช้เรียกคนมากกว่าหนึ่งคน และ guys ช่วยให้ชัดเจนว่าหมายถึงคนหลายคน ในที่นี้จึงหมายถึง “พวกคุณทุกคน” ไม่ใช่คนคนเดียว ในภาษาพูดแบบกันเองปัจจุบัน guys ในวลีนี้ใช้เรียกกลุ่มที่มีหลายเพศได้ จึงไม่ได้หมายถึงผู้ชายล้วนเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค You guys are crazy. คำว่า You guys ใช้เรียกใคร?

  1. คนหนึ่งคน
  2. กลุ่มทางการที่มีเฉพาะผู้ชายวัยผู้ใหญ่
  3. คนกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายทั้งหมด
ดูคำตอบ

คนกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายทั้งหมด

My turn. น้ำเสียง/เจตนา

1:19

ตาฉันบ้าง

น้ำเสียง/เจตนา

My turn. เพื่อบอกว่าถึงตาของผู้พูด

My turn. เป็นรูปย่อในภาษาสนทนาของ It's my turn. ใช้บอกว่าผู้พูดเป็นคนถัดไปที่จะเล่น ลอง พูด หรือทำบางอย่าง ในที่นี้ turn หมายถึงลำดับหรือรอบของแต่ละคน ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทาง

แบบฝึกหัด

คุณเป็นผู้เล่นคนถัดไปและเป็นคนบอกเอง เติมวลีสองคำที่มีคำว่า turn: ____.

ดูคำตอบ

My turn

You kids just go about it, don't you? โน้ต

1:22

เด็กๆ ก็แค่ทำไปตามธรรมชาติ ใช่ไหม?

กริยาวลี

go about it: ลงมือและดำเนินกิจกรรม

go about it หมายถึงการเข้าหา เริ่มต้น หรือดำเนินกิจกรรมที่ทั้งผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจกันอยู่แล้ว ในประโยคนี้ it หมายถึงการผ่อนคลายและมีความสุขกับช่วงเวลานั้น ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าเด็ก ๆ เข้าสู่สภาวะนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติแทบไม่ต้องลังเล go about + คำนามหรือคำสรรพนาม เป็นโครงสร้างที่ about เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเดินไปรอบสิ่งของ โครงสร้างนี้มักเน้นว่าใครคนหนึ่งจัดการงานหรือกิจกรรมอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใน The application is complicated. How should we go about it? คำว่า go about it หมายถึงอะไร?

  1. เราควรเดินอ้อมมันไปทางไหน?
  2. เราควรเริ่มและจัดการเรื่องนี้อย่างไร?
  3. เราควรพยายามเอาชนะมันไหม?
ดูคำตอบ

เราควรเริ่มและจัดการเรื่องนี้อย่างไร?

น้ำเสียง/เจตนา

don't you?: ขอคำยืนยันด้วยคำถามท้ายประโยค

don't you? เป็นคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่ต่อจากข้อความบอกเล่าเชิงบวก You kids just go about it โดยกริยาช่วย do สอดคล้องกับกริยา go ใน simple present และ you สอดคล้องกับประธาน you kids ผู้พูดเสนอข้อสังเกตก่อน แล้วจึงชวนให้อีกฝ่ายยืนยันหรือเห็นด้วย หน้าที่ของคำนี้ใกล้กับคำว่า ใช่ไหม? มากกว่าคำถามปฏิเสธที่เป็นประโยคอิสระ Don't you ...?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคหลังประโยค simple present เชิงบวกให้สมบูรณ์: You enjoy these puzzles, ____?

ดูคำตอบ

don't you

Here, babe.

1:26

นี่ ที่รัก

น้ำเสียง/เจตนา

Go on. ที่ใช้ชวนหรือให้กำลังใจอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ Go on. เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้กระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำ มีความหมายประมาณว่า “เอาเลย” “ลองดูสิ” หรือ “ทำต่อไป” ไม่ได้หมายถึง “เดินไปข้างหน้า” ตามตัวอักษร สิ่งที่ให้อีกฝ่ายทำนั้นขึ้นอยู่กับบริบท อาจเป็นการชวนให้เริ่มทำบางอย่าง พูดต่อ หรือทำกิจกรรมต่อ ในที่นี้ผู้พูดมอบโอกาสให้อีกฝ่ายและค่อย ๆ กระตุ้นให้ลงมือทำ

แบบฝึกหัด

มายาหยุดเล่าเรื่องกลางคัน คำตอบใดใช้กระตุ้นให้เธอเล่าต่อได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Walk forward.
  2. Go on.
  3. Stop there.
ดูคำตอบ

Go on.

Go hit the deck. สำนวน

1:28

ไปนอนพักที่เก้าอี้สิ

สำนวน

hit the deck ในฐานะคำสั่งที่ต้องตีความตามบริบท

ในฉากนี้ hit the deck ไม่ได้หมายถึง “ใช้มือตีชานหรือพื้นยก” แต่เป็นคำสั่งแบบไม่เป็นทางการที่ฟังมีพลัง ให้คนคนนั้นขึ้นไปหรือหมอบลงบนชานหรือพื้นยก แล้วเริ่มทำกิจกรรมที่นั่น คำว่า hit เพิ่มความรู้สึกว่าต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและกระฉับกระเฉง นอกฉากนี้ hit the deck เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง “รีบหมอบลง” ซึ่งมักทำเพื่อหลบอันตราย ต้องดูสถานการณ์ในภาพเพื่อเลือกความหมายที่ตั้งใจไว้ จึงไม่ควรมองว่า hit the + สถานที่ใด ๆ เป็นกฎที่นำไปสร้างวลีได้อย่างอิสระ

แบบฝึกหัด

ในภาพยนตร์ เด็กคนหนึ่งถูกบอกให้ไปเล่นบนชานกลางแจ้งที่มองเห็นได้ชัด ในฉากนี้ “Go hit the deck.” น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด?

  1. รีบหมอบลงทันทีเพื่อหลบอันตราย
  2. ใช้มือตีชานหรือพื้นยก
  3. ขึ้นไปบนชานหรือพื้นยกแล้วเริ่มทำกิจกรรมที่นั่น
ดูคำตอบ

ขึ้นไปบนชานหรือพื้นยกแล้วเริ่มทำกิจกรรมที่นั่น

Just go about it.

1:39

ปล่อยตัวตามสบายเลย

Ah.

1:42

อ้า