วิธีจับผิดกราฟที่ทำให้เข้าใจผิด - Lea Gaslowitz: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
599 คำ 179 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่ากราฟทำให้เข้าใจผิดได้อย่างไร ทั้งการบิดเบือนมาตราส่วนของแกน เลือกช่วงเวลาหรือจุดข้อมูลที่เอื้อต่อข้อสรุป ตัดตัวแปรสำคัญออก และนำเสนอตัวเลขโดยไม่มีบริบทเพียงพอ ตัวอย่างเรื่องความน่าเชื่อถือของรถกระบะ การว่างงาน ผู้ชมซูเปอร์โบวล์ และอุณหภูมิมหาสมุทร ชี้ให้เห็นว่าควรตรวจสอบป้ายกำกับ ตัวเลข มาตราส่วน และเรื่องราวที่ภาพกำลังสื่อ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Not only does it show / but it looks like they're twice as dependable as Toyota trucks. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการกลับลำดับในโครงสร้าง not only…but also ซึ่งใช้เสริมและเน้นข้อสรุปที่ดูเหมือนจริงสองประการ ผู้เรียนจะสังเกตได้ว่าเมื่อ not only ขึ้นต้นประโยค เหตุใดกริยาช่วยจึงอยู่หน้าประธาน และนำรูปแบบนี้ไปใช้ประเมินหลักฐานได้ 2. it's not accounting for population growth. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้ว่า account for ในการวิเคราะห์ข้อมูลหมายถึงการนำปัจจัยที่เกี่ยวข้องมารวมในการคำนวณหรือตีความ จึงช่วยอธิบายได้ว่าจำนวนจริงที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าสัดส่วนหรือความนิยมเพิ่มขึ้นเสมอไป 3. and ask what story the picture is trying to tell. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า story เป็นคำเปรียบเทียบถึงคำอธิบายหรือกรอบเรื่องที่กราฟชี้นำ ไม่ใช่เรื่องเล่าตามตัวอักษร และใช้สำนวนนี้ตั้งคำถามได้ว่าการเลือกนำเสนอด้วยภาพกำลังพาผู้ชมไปสู่ข้อสรุปใด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

A toothpaste brand claims their product will destroy more plaque than any product ever made. โน้ต

0:07

แบรนด์ยาสีฟันแห่งหนึ่งอ้างว่าผลิตภัณฑ์ของตนจะทำลายคราบจุลินทรีย์ได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่เคยสร้างมา

วลี

claims their product will destroy: การรายงานข้อกล่าวอ้าง

ในที่นี้ claims เป็นคำกริยาที่ใช้รายงานสิ่งที่ผู้อื่นกล่าว โดยหมายถึง “กล่าวว่าสิ่งหนึ่งเป็นความจริง” อนุประโยคที่ตามมา their product will destroy more plaque... คือเนื้อหาที่แบรนด์กล่าวอ้าง หลัง claims สามารถมี that ได้ แต่ในประโยคนี้ถูกละไว้: claims (that) their product will destroy.... claim คือข้อกล่าวอ้าง ไม่ใช่หลักฐาน ในโฆษณาหรือข่าว โครงสร้างนี้บอกว่าแบรนด์พูดอะไร แต่ยังต้องมีหลักฐานก่อนจะถือว่าเป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง claims their product will destroy หมายถึงอะไร

  1. แบรนด์พิสูจน์อย่างไร้ข้อสงสัยแล้วว่าผลิตภัณฑ์จะทำเช่นนั้น
  2. แบรนด์กล่าวว่าผลิตภัณฑ์จะทำเช่นนั้น แต่ประโยคนี้ไม่ได้พิสูจน์คำกล่าวนั้น
  3. แบรนด์กำลังขอรับเงินจากความเสียหายที่เกิดกับผลิตภัณฑ์
ดูคำตอบ

แบรนด์กล่าวว่าผลิตภัณฑ์จะทำเช่นนั้น แต่ประโยคนี้ไม่ได้พิสูจน์คำกล่าวนั้น

ไวยากรณ์

more ... than any ... ever made: การเปรียบเทียบแบบสุดขั้ว

รูปแบบ more + คำนาม + than ใช้เปรียบเทียบปริมาณ more plaque than any product ever made หมายถึงปริมาณคราบพลัคที่กำจัดได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดในกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ever made ขยายคำว่า product และขยายขอบเขตการเปรียบเทียบไปถึงผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่เคยผลิตขึ้นในเวลาใดก็ตาม ขอบเขตที่กว้างมากนี้สร้างผลแบบโฆษณาที่คล้ายกับคำว่า “ดีที่สุดในประวัติศาสตร์” จุดสำคัญไม่ใช่การผลิต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวว่าเครื่องดูดฝุ่นเก็บฝุ่นได้มากกว่าทุกรุ่นที่บริษัทเคยผลิต

  1. This vacuum picks up as much dust as one model the company made.
  2. This vacuum picks up more dust than any model the company has ever made.
  3. This vacuum picks up more dust after every model is made.
ดูคำตอบ

This vacuum picks up more dust than any model the company has ever made.

A politician tells you their plan will create the most jobs. วลี

0:12

นักการเมืองบอกคุณว่าแผนของพวกเขาจะสร้างงานได้มากที่สุด

วลี

will create the most jobs: คำที่ใช้คู่กัน create jobs

create jobs เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ เพื่อหมายถึงการทำให้เกิดตำแหน่งงานที่มีค่าจ้างหรือโอกาสในการจ้างงานใหม่ ในที่นี้ jobs หมายถึงตำแหน่งที่คนสามารถได้รับการว่าจ้าง ไม่ใช่งานชิ้นหนึ่งที่ต้องทำให้เสร็จ will create the most jobs แสดงการเปรียบเทียบ นักการเมืองอ้างว่าแผนนี้จะสร้างโอกาสในการจ้างงานได้มากกว่าทางเลือกอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาในคำที่ใช้คู่กัน create jobs: The project could ____ hundreds of jobs.

ดูคำตอบ

create

We're so used to hearing these kinds of exaggerations in advertising and politics ไวยากรณ์

0:16

เราเคยชินกับการได้ยินคำพูดเกินจริงเหล่านี้ในโฆษณาและการเมือง

that we might not even bat an eye. สำนวน

0:20

จนเราอาจจะไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ

ไวยากรณ์

We're so used to hearing: โครงสร้าง be used to + -ing

be used to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงคุ้นเคยกับบางสิ่ง สิ่งนั้นรู้สึกเป็นเรื่องปกติเพราะเกิดขึ้นบ่อย ในที่นี้ We're so used to hearing... หมายความว่าการได้ยินคำพูดเกินจริงเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคยมาก ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing คือ hearing ไม่ใช่ hear ส่วน so เน้นระดับความคุ้นเคยและเชื่อมไปยังอนุประโยค that ข้างหลังซึ่งบอกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ hear หลัง be used to: Leo is used to ____ the school bell every morning.

ดูคำตอบ

hearing

สำนวน

might not even bat an eye: ไม่แสดงความประหลาดใจเลย

“Might not even bat an eye” หมายถึง “อาจไม่แสดงความประหลาดใจหรือปฏิกิริยาที่มองเห็นได้เลย” ในที่นี้ bat an eye เป็นสำนวน ไม่ได้บรรยายการกะพริบตาตามความหมายตรงตัว คำปฏิเสธ not และคำเน้น even ทำให้การกะพริบตาเป็นเหมือนปฏิกิริยาที่เล็กที่สุด ผู้คนคุ้นเคยกับคำกล่าวอ้างที่เกินจริงมากจนคำกล่าวเหล่านั้นอาจไม่ทำให้พวกเขาประหลาดใจอีกต่อไป รูปแบบ not bat an eye ยังใช้บรรยายคนที่สงบนิ่งหรือไม่หวั่นไหวในสถานการณ์อื่นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ไม่แสดงความประหลาดใจ” ให้สมบูรณ์: The magician revealed the secret, but Lena didn't even ____.

ดูคำตอบ

bat an eye

But what about when the claim is accompanied by a graph? ลำดับความ

0:22

แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อคำกล่าวอ้างนั้นมาพร้อมกับกราฟล่ะ?

ลำดับความ

But what about when...?: ใช้เสนอกรณีใหม่

“But what about when...?” เป็นประโยคเปลี่ยนประเด็นที่อยู่ในรูปคำถาม But แสดงการเปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปก่อนหน้า ส่วน what about when เสนอเงื่อนไขเฉพาะให้ผู้ฟังพิจารณา ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากคำกล่าวอ้างเกินจริงที่พบได้ทั่วไปไปยังกรณีพิเศษที่มีการนำเสนอคำกล่าวอ้างพร้อมกราฟ คำถามนี้ไม่ได้เพียงขอข้อมูล แต่ยังเปิดส่วนถัดไปของข้อโต้แย้งและบอกว่าเงื่อนไขใหม่นี้อาจส่งผลต่อการตอบสนองของผู้คน

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักในบทสนทนาของ “But what about when the claim is accompanied by a graph?” คืออะไร?

  1. บอกว่าการอภิปรายสิ้นสุดแล้ว
  2. ขอให้ผู้ฟังบรรยายลักษณะของกราฟ
  3. นำเสนอกรณีใหม่ให้ผู้ฟังพิจารณา
ดูคำตอบ

นำเสนอกรณีใหม่ให้ผู้ฟังพิจารณา

After all, ลำดับความ

0:25

ท้ายที่สุดแล้ว

a graph isn't an opinion.

0:26

กราฟไม่ใช่แค่ความคิดเห็น

It represents cold hard numbers, สำนวน

0:28

มันแสดงถึงตัวเลขที่ชัดเจนและจับต้องได้

and who can argue with those?

0:30

แล้วใครจะโต้แย้งกับสิ่งเหล่านั้นได้?

ลำดับความ

After all: คำที่ใช้เพิ่มเหตุผลสนับสนุน

ตรงนี้ After all นำเหตุผลมาเสริมแนวคิดที่พูดถึงอยู่แล้ว คือกราฟดูน่าเชื่อถือเพราะแสดงตัวเลข ไม่ใช่ความคิดเห็น เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค After all มักมีความหมายในทำนองว่า “อย่าลืมเหตุผลสนับสนุนข้อนี้” หรือ “ข้อนี้ช่วยอธิบายว่าเพราะอะไร” ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดหลังจากเหตุการณ์อื่นทั้งหมด

แบบฝึกหัด

After all ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?

  1. นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนแนวคิดว่ากราฟดูน่าเชื่อถือ
  2. บอกว่ากราฟปรากฏหลังจากเหตุการณ์อื่นทั้งหมด
  3. บอกว่ากราฟเป็นขั้นตอนสุดท้ายของลำดับ
ดูคำตอบ

นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนแนวคิดว่ากราฟดูน่าเชื่อถือ

สำนวน

cold hard numbers: หลักฐานเชิงตัวเลขที่เป็นรูปธรรมและไร้อารมณ์

cold hard numbers เป็นสำนวนเชิงวาทศิลป์ที่หมายถึงหลักฐานเชิงตัวเลขซึ่งถูกนำเสนอว่าเป็นรูปธรรม เป็นกลาง และโต้แย้งได้ยาก cold สื่อถึงการไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วน hard สื่อว่าหลักฐานหนักแน่นหรือตรวจสอบได้ ทั้งสองคำไม่ได้บอกคุณสมบัติทางกายภาพในที่นี้ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้ตัวเลขดูมีอำนาจน่าเชื่อถือ โดยบอกว่าตัวเลขดูโน้มน้าวใจเพียงใด แต่ไม่ได้รับประกันว่ากราฟยุติธรรมหรือข้อมูลจะถูกตั้งคำถามไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงวาทศิลป์สามคำจากบทเรียนนี้: We need ____, not vague promises.

ดูคำตอบ

cold hard numbers

Yet, as it turns out, ลำดับความ

0:32

ทว่า อย่างที่ปรากฏให้เห็น

there are plenty of ways graphs can mislead and outright manipulate. วลี

0:33

มีหลายวิธีที่กราฟสามารถทำให้เข้าใจผิดและบิดเบือนได้อย่างโจ่งแจ้ง

ลำดับความ

Yet, as it turns out: สัญญาณของการพลิกความคาดหมาย

Yet แสดงความขัดแย้งกับความคิดที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน as it turns out นำข้อเท็จจริงที่ชัดเจนขึ้นหลังจากตรวจสอบหรือได้รู้ข้อมูลเพิ่ม เมื่อนำมารวมกัน Yet, as it turns out, จะบอกผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไปสวนทางกับสิ่งที่คาดไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่การแก้ความเข้าใจของผู้พูดว่า กราฟอาจดูน่าเชื่อถือ แต่ก็อาจทำให้เข้าใจผิดหรือบงการได้ ในบริบทอื่น วลีเชื่อมนี้ใช้เปลี่ยนจากความเชื่อแรกเริ่มไปสู่สถานการณ์จริงหรือผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

แบบฝึกหัด

Yet, as it turns out, ส่งสัญญาณอะไรในประโยคนี้

  1. ข้อเท็จจริงถัดไปขัดกับสิ่งที่คาดไว้ก่อนหน้า
  2. เหตุการณ์ถัดไปเกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้า
  3. ผู้พูดกำลังเรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงถัดไปขัดกับสิ่งที่คาดไว้ก่อนหน้า

วลี

plenty of ways ... can ...: ใช้เกริ่นถึงความเป็นไปได้หลายแบบ

ในโครงสร้าง there are plenty of ways graphs can... วลี plenty of ways หมายถึงวิธีหรือความเป็นไปได้ที่แตกต่างกันจำนวนมาก อนุประโยค graphs can mislead and outright manipulate อธิบายว่ากราฟทำอะไรได้บ้างด้วยวิธีเหล่านั้น หลัง ways มักละ that ที่เข้าใจได้อยู่แล้ว: ways (that) graphs can... ในด้านการจัดข้อมูล There are plenty of ways X can Y เป็นสัญญาณว่าหลังจากนี้น่าจะมีตัวอย่างหรือกลไกหลายอย่างตามมา Outright เน้นความหมายของ manipulate ว่าเป็นการบงการโดยตรงและชัดเจน ไม่ใช่แค่มีอิทธิพลเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึงหลายวิธีที่แตกต่างกัน: There are ____ online rumors can mislead readers.

ดูคำตอบ

plenty of ways

Here are some things to look out for. ลำดับความ

0:37

นี่คือสิ่งที่คุณควรระวัง

ลำดับความ

Here are some things to look out for: การเกริ่นรายการสิ่งที่ต้องระวัง

รูปแบบ Here are some things to look out for ใช้เสนอหัวข้อที่จะตามมา Here are ส่งสัญญาณว่ากำลังจะเริ่มรายการ ส่วน some things กล่าวถึงหัวข้อเหล่านั้นแบบกว้าง ๆ ก่อนให้รายละเอียด To look out for ขยายคำว่า things หมายถึงสิ่งที่ผู้ฟังควรสังเกต โดยเฉพาะสิ่งที่อาจสำคัญหรือก่อปัญหา ในที่นี้หมายถึง “คอยสังเกตหรือระวัง” ไม่ใช่ “มองออกไปข้างนอก”

แบบฝึกหัด

Here are some things to look out for ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่ามีสิ่งของหลายชิ้นอยู่ข้างนอก
  2. ใช้เกริ่นหัวข้อที่ผู้ฟังควรใส่ใจ
  3. ประกาศว่าคำอธิบายจบแล้ว
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นหัวข้อที่ผู้ฟังควรใส่ใจ

In this 1992 ad,

0:40

ในโฆษณาปี 1992 นี้

Chevy claimed to make the most reliable trucks in America using this graph. ไวยากรณ์

0:42

Chevy อ้างว่าได้สร้างรถบรรทุกที่เชื่อถือได้มากที่สุดในอเมริกาโดยใช้กราฟนี้

ไวยากรณ์

claimed to make ... using this graph: การรายงานคำกล่าวอ้างและหลักฐานสนับสนุน

Claimed to make ใช้โครงสร้าง claim + to-infinitive หมายความว่า Chevy กล่าวว่าแบรนด์ผลิตรถกระบะที่น่าเชื่อถือที่สุดในอเมริกา claimed เป็นเพียงการรายงานคำกล่าวของ Chevy ไม่ได้บอกว่าคำกล่าวนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว ในบริบทนี้ using this graph อธิบายว่า Chevy นำเสนอหรือสนับสนุนคำกล่าวอ้างอย่างไร การเข้าใจว่ากราฟเป็นเครื่องมือที่ใช้ผลิตรถกระบะนั้นไม่สมเหตุสมผล การย้ายวลี using ไว้ต้นประโยคทำให้ความสัมพันธ์ชัดขึ้น: Using this graph, Chevy claimed to make the most reliable trucks in America.

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ using this graph อธิบายอะไรได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Chevy ผลิตรถกระบะเหล่านั้นจริง ๆ ด้วยวิธีใด
  2. คำกล่าวอ้างนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง
  3. Chevy สนับสนุนหรือนำเสนอคำกล่าวอ้างของตนอย่างไร
ดูคำตอบ

Chevy สนับสนุนหรือนำเสนอคำกล่าวอ้างของตนอย่างไร

Not only does it show that 98% of all Chevy trucks sold in the last 10 years are still on the road, ไวยากรณ์

0:47

ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นว่า 98% ของรถบรรทุก Chevy ทั้งหมดที่ขายได้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านไปยังคงวิ่งอยู่บนท้องถนน

but it looks like they're twice as dependable as Toyota trucks. ไวยากรณ์

0:53

แต่มันดูเหมือนว่าพวกเขาน่าเชื่อถือกว่ารถบรรทุก Toyota ถึงสองเท่า

ไวยากรณ์

Not only does it show ... but it looks like: การกลับลำดับเมื่ออยู่ต้นประโยค

Not only ... but ... เชื่อมข้อความอ้างสองข้อที่เกี่ยวข้องกัน โดยมักนำเสนอข้อที่สองเป็นข้อมูลเพิ่มเติมหรือเป็นประเด็นที่หนักแน่นกว่า ในที่นี้ Not only does it show... เปิดข้อแรก และ but it looks like... เพิ่มข้อสรุปเข้ามา เมื่อ Not only อยู่ต้นประโยค อนุประโยคแรกต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดย does อยู่หน้า it และ show คงรูปเดิม does ในที่นี้เป็นเพียงกริยาช่วยทางไวยากรณ์ ไม่ได้มีความหมายว่า “ทำ” ส่วนอนุประโยคหลัง but มักใช้ลำดับคำปกติ: it looks like....

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ให้สมบูรณ์ อนุประโยคที่สองบอกว่าประโยคนี้เป็นกาลปัจจุบัน: Not only ____ the chart show lower costs, ____ it also shows faster delivery.

ดูคำตอบ

does · but

ไวยากรณ์

twice as dependable as: การเปรียบเทียบด้วยตัวคูณ

Twice as dependable as ใช้โครงสร้าง ตัวคูณ + as + คำคุณศัพท์ + as เพื่อบอกว่าระดับความน่าเชื่อถือเป็นสองเท่าของกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ซึ่งในประโยคนี้คือ Toyota trucks Dependable หมายถึงน่าเชื่อถือหรือไว้วางใจได้ว่าจะทำงานได้ดี ไม่ได้หมายถึง dependent หรือการต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้อื่น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างตัวคูณ as ... as ให้สมบูรณ์: The new delivery service is twice ____ dependable ____ the old one.

ดูคำตอบ

as · as

That is, until you take a closer look at the numbers on the left โน้ต

0:57

นั่นคือ จนกว่าคุณจะมองดูตัวเลขทางด้านซ้ายให้ชัดเจนขึ้น

and see that the figure for Toyota is about 96.5%.

1:00

และเห็นว่าตัวเลขของ Toyota อยู่ที่ประมาณ 96.5%

ลำดับความ

That is, until...: การนำเข้าสู่จุดพลิกผัน

คำว่า That is ยืนยันความรู้สึกก่อนหน้าไว้ชั่วครู่ว่าแผนภูมิดูเหมือนจะแสดงความแตกต่างอย่างมาก จากนั้น until จะนำเข้าสู่จุดที่การตรวจดูอย่างละเอียดขึ้นทำให้ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไป เมื่อใช้รวมกัน That is, until... จึงหมายถึง “ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น จนกระทั่ง...” ไม่ได้หมายถึง “กล่าวอีกอย่างหนึ่ง” รูปแบบนี้จัดข้อมูลให้เกิดการพลิกมุมมอง โดยปล่อยให้ข้อสรุปแรกดูเหมือนถูกต้องชั่วครู่ แล้วจึงนำเสนอหลักฐานที่ทำให้ข้อสรุปนั้นอ่อนลงหรือถูกล้มล้าง

แบบฝึกหัด

That is, until... มีหน้าที่หลักอย่างไรในตัวอย่างนี้?

  1. ยอมรับความรู้สึกก่อนหน้าไว้ชั่วครู่ แล้วนำเสนอข้อมูลที่ทำให้ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไป
  2. บอกเวลาที่แน่นอนที่มีการวัดค่าเปอร์เซ็นต์
  3. กล่าวข้ออ้างก่อนหน้าซ้ำด้วยคำที่ง่ายขึ้น
ดูคำตอบ

ยอมรับความรู้สึกก่อนหน้าไว้ชั่วครู่ แล้วนำเสนอข้อมูลที่ทำให้ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไป

วลี

take a closer look at: ตรวจดูบางสิ่งให้ละเอียดขึ้น

take a closer look at หมายถึง “ตรวจดูบางสิ่งอย่างละเอียดหรือรอบคอบมากขึ้น” ในตัวอย่างนี้ สำนวนดังกล่าวบอกให้ผู้ชมตรวจสอบตัวเลขจริงแทนที่จะเชื่อความรู้สึกแรกที่ได้จากภาพของแผนภูมิ ในโครงสร้างนี้ look เป็นคำนาม โดยมีรูป take + a closer look + at + สิ่งที่ดู คำว่า closer ในที่นี้มักหมายถึง “ละเอียดหรือรอบคอบขึ้น” ไม่ได้หมายถึงแค่เข้าไปใกล้ขึ้นทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ตรวจดูอย่างละเอียดขึ้น”: Before you approve the budget, ____ the final total.

ดูคำตอบ

take a closer look at

The scale only goes between 95 and 100%.

1:05

สเกลนั้นมีเพียงแค่ระหว่าง 95 ถึง 100%

If it went from 0 to 100,

1:09

ถ้ามันเริ่มตั้งแต่ 0 ถึง 100

it would look like this.

1:11

มันจะดูเป็นแบบนี้

This is one of the most common ways graphs misrepresent data, โน้ต

1:12

นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่พบบ่อยที่สุดที่กราฟแสดงข้อมูลผิดเพี้ยนไป

by distorting the scale.

1:16

โดยการบิดเบือนสเกล

ลำดับความ

This is one of the most common ways ..., by ...: บอกประเภทแล้วอธิบายกลไก

ประโยคนี้จัดสถานการณ์เข้ากลุ่มก่อนว่า นี่คือหนึ่งในหลายวิธีที่พบบ่อยซึ่งกราฟทำให้ข้อมูลดูชวนเข้าใจผิด โครงสร้าง one of the most common ways + อนุประโยค บอกว่ามีวิธีที่พบบ่อยหลายวิธี และสิ่งนี้เป็นหนึ่งในนั้น วลี by + -ing ที่เติมต่อท้ายอธิบายกลไกที่เฉพาะเจาะจง ในที่นี้ by distorting the scale ตอบคำถามว่า “กราฟนำเสนอข้อมูลอย่างบิดเบือนได้อย่างไร” วลีนี้ขยายข้อสรุปแรก ไม่ได้เพิ่มข้อสรุปอีกข้อหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่บอกวิธีการด้วย by และรูป -ing ของ hide: This is one common way ads mislead shoppers, ____ extra fees until checkout.

ดูคำตอบ

by hiding

การใช้คำ

graphs misrepresent data: การนำเสนอที่ชวนให้เข้าใจผิด ไม่ได้หมายความว่าตัวเลขเป็นเท็จเสมอไป

ในประโยคนี้ graphs misrepresent data หมายถึงกราฟนำเสนอข้อมูลในแบบที่ทำให้ผู้ดูเกิดความเข้าใจผิดหรือเห็นภาพที่บิดเบือน คำกริยา misrepresent มีการตัดสินว่าการนำเสนอนั้นชวนให้เข้าใจผิด จึงไม่ใช่คำกลาง ๆ เหมือน represent ตัวเลขต้นฉบับไม่จำเป็นต้องถูกแต่งขึ้นหรือแก้ไข แม้ตัวเลขจะถูกต้อง กราฟก็ยังอาจนำเสนอข้อมูลอย่างบิดเบือนผ่านมาตราส่วน ช่วงที่แสดง ป้ายกำกับ หรือสัดส่วนทางภาพได้

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งใช้ตัวเลขที่ถูกต้อง แต่ตัดบางส่วนของกราฟออกเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงดูมากกว่าความเป็นจริง รายงานนี้กำลังทำอะไรอยู่?

  1. It stores the data.
  2. It misrepresents the data.
  3. It falsifies the data.
ดูคำตอบ

It misrepresents the data.

Zooming in on a small portion of the Y-axis การใช้คำ

1:18

การซูมเข้าไปที่ส่วนเล็กๆ ของแกน Y

exaggerates a barely detectable difference between the things being compared. วลี

1:20

จะเป็นการขยายความแตกต่างที่แทบจะสังเกตไม่เห็นระหว่างสิ่งที่กำลังถูกเปรียบเทียบให้เกินจริง

การใช้คำ

การขยายดูช่วงเล็ก ๆ ของแกน Y

ในบริบทของกราฟนี้ zooming in on หมายถึงการแสดงช่วงที่แคบลงให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น a small portion of the Y-axis คือช่วงแคบ ๆ ของค่าตามแนวตั้ง ไม่ใช่ชิ้นส่วนจริงของกราฟ วลี -ing ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค กล่าวคือ วิธีแสดงผลนี้เองที่ทำให้ความแตกต่างดูเกินจริง โดยทั่วไป zoom in on + พื้นที่หรือรายละเอียด หมายถึงการขยายหรือเพ่งดูส่วนนั้นอย่างใกล้ชิด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ zooming in on a small portion of the Y-axis หมายถึงอะไร

  1. ขยับกล้องจริง ๆ ให้เข้าใกล้กราฟ
  2. ลบแกน Y ออกจากกราฟ
  3. แสดงช่วงค่าแกน Y ที่แคบให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น
ดูคำตอบ

แสดงช่วงค่าแกน Y ที่แคบให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น

วลี

ความแตกต่างที่แทบสังเกตไม่เห็นระหว่างสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

a barely detectable difference หมายถึงความแตกต่างที่เล็กมากจนต้องพยายามจึงจะสังเกตหรือวัดได้ barely มีความหมายเกือบเป็นเชิงปฏิเสธ คือความแตกต่างนั้นมีอยู่ แต่แทบตรวจจับไม่ได้ between the things being compared ระบุว่าสิ่งใดบ้างที่มีความแตกต่างกัน being compared เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ใครบางคนนำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ a barely detectable difference มากที่สุด

  1. ตัวอย่างสองชุดเหมือนกันทุกประการและไม่มีความแตกต่างเลย
  2. ตัวอย่างสองชุดดูแตกต่างกันอย่างมากตั้งแต่แรกเห็น
  3. ตัวอย่างสองชุดแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
ดูคำตอบ

ตัวอย่างสองชุดแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น

And it's especially misleading with bar graphs,

1:25

และมันจะทำให้เข้าใจผิดได้ง่ายเป็นพิเศษกับกราฟแท่ง

since we assume the difference in the size of the bars is proportional to the values. ไวยากรณ์

1:28

เนื่องจากเราทึกทักเอาว่าความแตกต่างของขนาดแท่งนั้นแปรผันตามค่า

ไวยากรณ์

since ... is proportional to ...: การอธิบายสาเหตุและอัตราส่วน

ในที่นี้ since หมายถึง “เพราะว่า” ไม่ใช่ “นับตั้งแต่เวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต” คำนี้นำเข้าสาเหตุที่กราฟแท่งอาจทำให้เข้าใจผิด คือผู้ดูคิดว่าความแตกต่างที่มองเห็นได้ระหว่างแท่งสะท้อนความแตกต่างของค่าตัวเลขอย่างถูกต้อง A is proportional to B หมายความว่า A เปลี่ยนแปลงตาม B ด้วยอัตราส่วนคงที่ ในประโยคนี้ ผู้ดูคาดว่าขนาดแท่งจะเปลี่ยนตามค่าตัวเลขอย่างเป็นสัดส่วน ไม่ใช่เพียงแค่มีความเกี่ยวข้องกันโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นการให้เหตุผล: ผู้ดูคาดว่าความแตกต่างของขนาดแท่งจะตรงกับความแตกต่างของค่าตามอัตราส่วนคงที่
  2. เป็นการแสดงความขัดแย้ง: ขนาดแท่งกับค่าตัวเลขมักเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้าม
  3. เป็นการระบุเวลาเริ่มต้น: ความคิดนี้เริ่มขึ้น ณ จุดหนึ่งในอดีต
ดูคำตอบ

เป็นการให้เหตุผล: ผู้ดูคาดว่าความแตกต่างของขนาดแท่งจะตรงกับความแตกต่างของค่าตามอัตราส่วนคงที่

But the scale can also be distorted along the X-axis, ลำดับความ

1:33

แต่สเกลก็สามารถบิดเบือนตามแนวแกน X ได้เช่นกัน

usually in line graphs showing something changing over time. การใช้คำ

1:36

มักจะอยู่ในกราฟเส้นที่แสดงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเมื่อเวลาผ่านไป

ลำดับความ

But ... can also ...: การเพิ่มกรณีที่คล้ายกัน

But เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากแกน Y ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ไปยังอีกกรณีหนึ่งที่นำมาเปรียบต่าง ส่วน also แสดงว่าการบิดเบือนแกน X ยังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาทั่วไปเดียวกัน ไม่ใช่การเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง โครงสร้าง But X can also ... เป็นวิธีจัดลำดับคำอธิบายที่ใช้บ่อย โดยย้ายจากกรณีหนึ่งที่รู้แล้วไปยังอีกความเป็นไปได้ที่คล้ายกัน พร้อมทั้งรักษาความเชื่อมโยงของหัวข้อ

แบบฝึกหัด

But ... can also ... ทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูลอย่างไรในที่นี้?

  1. เป็นการเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิดเบือนมาตราส่วน
  2. เป็นการบอกว่าการบิดเบือนแกน X เข้ามาแทนที่ปัญหาก่อนหน้า
  3. เป็นการเพิ่มการบิดเบือนแกน X ให้เป็นอีกกรณีหนึ่งของปัญหาเดียวกัน
ดูคำตอบ

เป็นการเพิ่มการบิดเบือนแกน X ให้เป็นอีกกรณีหนึ่งของปัญหาเดียวกัน

การใช้คำ

กราฟเส้นที่แสดงว่าบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา

กราฟเส้นเชื่อมจุดข้อมูลด้วยเส้น จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับแสดงว่าค่าหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาอย่างไร ในที่นี้ line graphs ไม่ได้หมายถึง “รูปคนยืนต่อแถว” วลี participle showing something changing over time ขยายคำว่า line graphs โดยเป็นรูปแบบที่กระชับของ that show something changing over time คำว่า something หมายถึงค่าที่กำลังวัด และ over time หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายกราฟเส้นที่ใช้แสดงแนวโน้มตามเวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The line graph shows prices changing over time.
  2. The line graph puts prices in a queue.
  3. The line graph is changing time into prices.
ดูคำตอบ

The line graph shows prices changing over time.

This chart showing the rise in American unemployment from 2008 to 2010 วลี

1:40

แผนภูมินี้แสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นของการว่างงานในอเมริกาตั้งแต่ปี 2008 ถึง 2010

manipulates the X-axis in two ways.

1:44

ซึ่งมีการบิดเบือนแกน X ในสองวิธี

วลี

โครงสร้าง This chart showing the rise in ... from ... to ...

ส่วนหลักของประธานที่ยาวนี้คือ This chart วลีที่ขึ้นต้นด้วยกริยารูป -ing คือ showing the rise in American unemployment from 2008 to 2010 บอกว่ากราฟแสดงอะไร Showing ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค กริยาหลักอยู่ต่อมา คือ manipulates รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ chart + showing + the rise in + ตัวชี้วัด + from + เวลาเริ่มต้น + to + เวลาสิ้นสุด รูปแบบนี้ใช้กลุ่มคำนามสั้น ๆ เพื่อแนะนำกราฟ บอกการเพิ่มขึ้น และระบุช่วงเวลา

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการอธิบายกราฟให้สมบูรณ์โดยใช้ rise และคู่คำบอกเวลา from ... to: This chart showing the ____ in online sales ____ 2020 ____ 2024 uses monthly data.

ดูคำตอบ

rise · from · to

First of all, ลำดับความ

1:47

ประการแรก

the scale is inconsistent,

1:48

สเกลนั้นไม่สอดคล้องกัน

compressing the 15-month span after March 2009 ไวยากรณ์

1:50

โดยการบีบอัดช่วงเวลา 15 เดือนหลังเดือนมีนาคม 2009

to look shorter than the preceding 6 months.

1:53

ให้ดูสั้นกว่า 6 เดือนก่อนหน้า

ลำดับความ

First of all: สัญญาณบอกประเด็นแรก

First of all เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ใช้เปิดประเด็นแรกในการอธิบายตามลำดับ ในประโยคนี้ คำนี้บอกว่าความเห็นเกี่ยวกับมาตราส่วนคือปัญหาแรกที่ผู้พูดจะกล่าวถึง ให้เข้าใจวลีนี้เป็นก้อนเดียวในความหมายว่า “เริ่มจาก” ไม่ใช่ตีความตรงตัวว่าเป็นสิ่งแรกในบรรดาทุกสิ่ง วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีประเด็น เหตุผล หรือขั้นตอนอื่นตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปิดการตรวจสอบข้อแรกจากหลายข้อได้ชัดเจนที่สุด

  1. After all, make sure every label is clear.
  2. All at once, make sure every label is clear.
  3. First of all, make sure every label is clear.
ดูคำตอบ

First of all, make sure every label is clear.

ไวยากรณ์

compressing ... to look shorter than ...: การอธิบายผลทางสายตา

อนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นด้วย compressing ... ตามหลังใจความหลัก the scale is inconsistent และอธิบายว่าความไม่สม่ำเสมอนั้นปรากฏอย่างไร ประธานที่ละไว้คือ the scale กล่าวคือ มาตราส่วนบีบช่วงเวลาที่ยาวกว่าในภาพ ภายในอนุประโยคนี้ to look shorter than ... บอกผลทางสายตาที่เกิดจากการบีบ ช่วงเวลา 15 เดือนไม่ได้สั้นลงจริง แต่ถูกวาดให้ดูสั้นกว่าช่วง 6 เดือนก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The mirror is deceptive, stretching faces to look longer than they really are.” อนุประโยค -ing อธิบายอะไร

  1. กระจกสร้างผลทางสายตาที่ชวนให้เข้าใจผิดอย่างไร
  2. กระจกจะถูกย้ายไปที่ใด
  3. ใบหน้าของคนยาวขึ้นจริงในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

กระจกสร้างผลทางสายตาที่ชวนให้เข้าใจผิดอย่างไร

Using more consistent data points gives a different picture, ไวยากรณ์

1:56

การใช้จุดข้อมูลที่สอดคล้องกันมากขึ้นจะให้ภาพที่แตกต่างออกไป

with job losses tapering off by the end of 2009. วลี

1:59

ซึ่งการตกงานจะลดลงในปลายปี 2009

ไวยากรณ์

Using ... gives ...: ใช้อนุประโยค -ing เป็นประธาน

Using more consistent data points เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยยกวิธีการ “ใช้จุดข้อมูลที่สอดคล้องกันมากขึ้น” ขึ้นมาเป็นหัวข้อของประโยค Using ในที่นี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ present continuous ประธานทั้งหมดถือเป็นการกระทำหนึ่งอย่าง จึงตามด้วยกริยาเอกพจน์ gives ส่วน gives a different picture หมายถึงวิธีนี้ทำให้เห็นหรือตีความข้อมูลโดยรวมต่างออกไป ไม่ได้หมายถึงการให้รูปภาพจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ use เพื่อให้วิธีการเป็นประธาน: ____ a larger sample gives a clearer picture of the trend.

ดูคำตอบ

Using

วลี

with ... tapering off by ...: เพิ่มแนวโน้มที่ค่อย ๆ ลดลง

โครงสร้าง with + คำนาม + -ing ใช้เพิ่มสถานการณ์หรือแนวโน้มที่เกิดควบคู่กับข้อความหลัก ใน with job losses tapering off วลีคำนาม job losses ระบุสิ่งที่กำลังค่อย ๆ ลดลง ส่วนวลี with ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นข้อมูลเสริม ไม่ใช่อนุประโยคหลักที่สมบูรณ์ taper off หมายถึงปริมาณหรือความรุนแรงค่อย ๆ ลดลง ไม่ใช่หยุดทันที ส่วน by the end of 2009 กำหนดจุดเวลาอย่างช้าที่สุดว่า เมื่อถึงเวลานั้น การสูญเสียงานได้เริ่มลดลงแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with + คำนาม + -ing ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มแนวโน้มที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง?

  1. The new schedule helped, with tapering off delays by June.
  2. The new schedule helped, with delays tapering off by June.
  3. The new schedule helped, with delays tapered off by June.
ดูคำตอบ

The new schedule helped, with delays tapering off by June.

And if you wonder why they were increasing in the first place, ลำดับความ

2:03

และถ้าคุณสงสัยว่าทำไมตัวเลขถึงเพิ่มขึ้นตั้งแต่แรก

ลำดับความ

if you wonder why ... in the first place: คาดการณ์คำถามเกี่ยวกับสาเหตุเริ่มแรก

เมื่อใช้ if you wonder why... ผู้พูดกำลังคาดการณ์คำถามที่ผู้ฟังอาจสงสัยอยู่แล้ว วลีนี้ทำหน้าที่เชื่อมเนื้อหา โดยหยุดคำอธิบายชั่วคราวแล้วเปลี่ยนไปพูดถึงเหตุผลของสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ in the first place หมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “ในช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์” ไม่ได้หมายถึงสถานที่ ประโยคย่อยทั้งหมดถามว่าทำไมการเพิ่มขึ้นจึงเริ่มเกิดขึ้น ไม่ใช่ถามว่าทำไมจึงดำเนินต่อไปภายหลัง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วย if you wonder why ... in the first place?

  1. บอกทางไปยังสถานที่แรก
  2. คาดการณ์คำถามและย้อนกลับไปยังสาเหตุเริ่มแรก
  3. เรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลาอย่างเคร่งครัด
ดูคำตอบ

คาดการณ์คำถามและย้อนกลับไปยังสาเหตุเริ่มแรก

the timeline starts immediately after the US's biggest financial collapse since the Great Depression. วัฒนธรรม

2:06

ไทม์ไลน์จะเริ่มต้นทันทีหลังจากเหตุการณ์ล่มสลายทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่

วัฒนธรรม

the US's biggest financial collapse since the Great Depression: การเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์

ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เป็นวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงที่เริ่มขึ้นในปี 1929 และส่งผลต่อช่วงทศวรรษ 1930 เป็นอย่างมาก ในที่นี้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเกณฑ์อ้างอิงทางประวัติศาสตร์ การเปรียบเทียบจึงเน้นว่าการล่มสลายทางการเงินในเวลาต่อมารุนแรงเป็นพิเศษ ใน biggest financial collapse since... คำว่า since กำหนดจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ใช้เปรียบเทียบ ตั้งแต่หลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่จนถึงการล่มสลายในเวลาต่อมาที่กำลังกล่าวถึง เหตุการณ์หลังถูกอธิบายว่าใหญ่ที่สุด ในที่นี้ since ไม่ได้หมายถึง “เพราะ”

แบบฝึกหัด

the US's biggest financial collapse since the Great Depression ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. การล่มสลายทางการเงินของสหรัฐฯ ที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่โดยตรง
  2. การล่มสลายทางการเงินของสหรัฐฯ ที่รุนแรงที่สุดในช่วงหลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่
  3. การล่มสลายทางการเงินเพียงครั้งเดียวของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นระหว่างภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่
ดูคำตอบ

การล่มสลายทางการเงินของสหรัฐฯ ที่รุนแรงที่สุดในช่วงหลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่

These techniques are known as cherry picking. การใช้คำ

2:12

เทคนิคเหล่านี้รู้จักกันในชื่อการเลือกที่รักมักที่ชัง (cherry picking)

การใช้คำ

are known as cherry picking: เรียกว่า “การเลือกใช้ข้อมูลอย่างลำเอียง”

โครงสร้าง be known as + ชื่อ ใช้เรียกชื่อบุคคล สิ่งของ หรือวิธีปฏิบัติ ในที่นี้ are known as ใช้บอกชื่อที่คนทั่วไปเรียกเทคนิคที่เพิ่งอธิบายไป cherry picking คือการเลือกใช้เฉพาะข้อมูล ตัวอย่าง หรือหลักฐานที่สนับสนุนข้อสรุปที่ตนต้องการ พร้อมกับละข้อมูลสำคัญที่ขัดแย้งกัน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเก็บเชอร์รีตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: Showing only the two successful trials ____.

ดูคำตอบ

is known as cherry picking

A time range can be carefully chosen to exclude the impact of a major event right outside it. ไวยากรณ์

2:15

สามารถเลือกช่วงเวลาอย่างระมัดระวังเพื่อแยกผลกระทบของเหตุการณ์สำคัญที่อยู่นอกช่วงนั้นออกไปได้

ไวยากรณ์

can be carefully chosen to exclude...: อาจถูกเลือกอย่างรอบคอบเพื่อกัน...ออกไป

can be carefully chosen ประกอบด้วย can + be + คำกริยาช่องที่สาม เป็นรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วย โครงสร้างนี้เน้นช่วงเวลาและการที่ช่วงเวลานั้นถูกเลือก โดยไม่บอกว่าใครเป็นผู้เลือก ในบริบทนี้ carefully สื่อถึงการเลือกอย่างจงใจ ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำอย่างระมัดระวัง to exclude... เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์หรือผลของการเลือกนั้น right outside it หมายถึง “อยู่นอกช่วงที่เลือกไปเพียงเล็กน้อย” โดย it หมายถึงช่วงเวลา

แบบฝึกหัด

เหตุใดประโยคจึงใช้ can be carefully chosen แทนที่จะบอกว่าใครเป็นผู้เลือก?

  1. เพื่อระบุว่าใครเป็นผู้เลือกช่วงเวลานั้น
  2. เพื่อเน้นช่วงเวลาที่ถูกเลือกและสิ่งที่การเลือกนั้นกันออกไป
  3. เพื่อบอกว่าช่วงเวลาสามารถเลือกตัวเองได้
ดูคำตอบ

เพื่อเน้นช่วงเวลาที่ถูกเลือกและสิ่งที่การเลือกนั้นกันออกไป

And picking specific data points can hide important changes in between. ไวยากรณ์

2:20

และการเลือกจุดข้อมูลที่เจาะจงสามารถซ่อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นได้

ไวยากรณ์

การเลือกจุดข้อมูลเฉพาะอาจบดบังการเปลี่ยนแปลงสำคัญระหว่างจุดเหล่านั้น

Picking specific data points เป็นวลีรูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ในที่นี้ picking หมายถึงการตั้งใจเลือกเฉพาะบางจุด ไม่ใช่การเลือกแบบสุ่ม ส่วน can hide เชื่อมวิธีวิเคราะห์นี้เข้ากับผลที่อาจเกิดขึ้น in between หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างจุดข้อมูลที่เลือกไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำรูป -ing เป็นประธาน + can + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อแสดงว่าการกระทำหนึ่งอาจทำให้เกิดผลบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ pick และใช้คำกริยารูปพื้นฐานหลัง can: ____ specific data points can ____ important changes in between.

ดูคำตอบ

Picking · hide

Even when there's nothing wrong with the graph itself, ไวยากรณ์

2:24

แม้ว่าตัวกราฟเองจะไม่มีอะไรผิดปกติ

leaving out relevant data can give a misleading impression. กริยาวลี

2:27

การละทิ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

ไวยากรณ์

Even when ..., leaving out ... can ...: ความเสี่ยงที่ยังคงอยู่

Even when แสดงความสัมพันธ์แบบยอมรับเงื่อนไขที่ดูเหมือนขัดกับข้อสรุป ประโยคยอมรับข้อเท็จจริงที่ดูเหมือนจะทำให้ความเสี่ยงหมดไป—ตัวกราฟเองอาจไม่มีปัญหา—แต่ยังบอกว่าความเสี่ยงนั้นคงอยู่ ในที่นี้ when ไม่ได้เน้นเรื่องเวลา Leaving out relevant data เป็นวลีรูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วน can give บอกผลที่อาจเกิดขึ้น รูปแบบ Even when + อนุประโยค, การกระทำรูป -ing เป็นประธาน + can + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงว่าความเสี่ยงยังคงมีอยู่แม้เงื่อนไขจะดูเอื้ออำนวย

แบบฝึกหัด

Even when ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. สาเหตุ: การที่กราฟถูกต้องทำให้เกิดความเข้าใจผิด
  2. ลำดับเวลา: ความเสี่ยงเริ่มขึ้นหลังจากกราฟได้รับการแก้ไขแล้วเท่านั้น
  3. การยอมรับเงื่อนไขที่ขัดกัน: ความเสี่ยงยังคงอยู่แม้ว่าตัวกราฟเองอาจถูกต้อง
ดูคำตอบ

การยอมรับเงื่อนไขที่ขัดกัน: ความเสี่ยงยังคงอยู่แม้ว่าตัวกราฟเองอาจถูกต้อง

กริยาวลี

leave out relevant data: ละข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

leave out เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ละ” หรือ “ไม่ใส่รวมไว้” ใน leaving out relevant data รูป -ing ทำให้การกระทำนี้เป็นประธานของ can give ส่วน relevant data คือข้อมูลที่ถูกละไว้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการออกจากสถานที่จริง ๆ แต่เตือนว่าข้อมูลที่หายไปอาจมีผลต่อความเชื่อของผู้คน แม้ว่าข้อมูลที่เหลือจะถูกต้องก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ละ” ให้ประโยคสมบูรณ์: When you summarize the study, do not ____ any results that change its meaning.

ดูคำตอบ

leave out

This chart of how many people watch the Super Bowl each year

2:31

แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ที่ชมซูเปอร์โบวล์ในแต่ละปีนี้

makes it look like the event's popularity is exploding. โน้ต

2:34

ทำให้ดูเหมือนว่าความนิยมของงานกำลังพุ่งสูงขึ้น

ไวยากรณ์

makes it look like + อนุประโยค: ทำให้ดูเหมือนว่า

โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ทำให้กรรมทำบางอย่างหรือดูเหมือนมีสภาพบางอย่าง” ในที่นี้ This chart เป็นประธาน makes สอดคล้องกับคำนามเอกพจน์ chart และ look ยังคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง makes ใน make it look like + อนุประโยค คำว่า it เป็นกรรมของ makes และชี้ไปยังสถานการณ์ที่แผนภูมินำเสนอ อนุประโยคข้างหลังบอกภาพที่เกิดขึ้นว่า งานนี้ดูเหมือนกำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โครงสร้างนี้บรรยายสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น ไม่ได้พิสูจน์ว่าภาพนั้นเป็นความจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการออกแบบสร้างภาพบางอย่างขึ้นมา โดยไม่ได้อ้างว่าภาพนั้นเป็นความจริง

  1. The graph design makes it look like sales doubled.
  2. The graph shows that sales doubled.
  3. The graph makes the sales figures easier to read.
ดูคำตอบ

The graph design makes it look like sales doubled.

สำนวน

the event's popularity is exploding: ความนิยมของงานกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประโยคนี้ใช้ exploding ในเชิงเปรียบเทียบ ความนิยมไม่สามารถระเบิดได้จริง ๆ ในที่นี้จึงหมายความว่างานดูเหมือนกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมาก สำนวนนี้ทำให้แนวโน้มฟังดูรุนแรงและน่าตื่นเต้น เป็นการบอกถึงภาพของการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าแนวโน้มนั้นถูกต้องแน่นอน

แบบฝึกหัด

the event's popularity is exploding ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เกิดการระเบิดจริงขึ้นในงาน
  2. งานนี้กำลังค่อย ๆ เสื่อมความนิยม
  3. งานนี้ดูเหมือนกำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ

งานนี้ดูเหมือนกำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

But it's not accounting for population growth. วลี

2:37

แต่มันไม่ได้นำการเติบโตของจำนวนประชากรมาคำนวณ

วลี

not accounting for population growth: ไม่ได้คำนึงถึงการเพิ่มขึ้นของประชากร

ในบริบทการวิเคราะห์ข้อมูล account for หมายถึงการนำสิ่งหนึ่งมารวมเป็นปัจจัยในการคำนวณหรือพิจารณา it's เป็นรูปย่อของ it is ดังนั้น it's not accounting for population growth จึงหมายความว่าการวิเคราะห์ไม่ได้รวมการเพิ่มขึ้นของประชากรไว้ โครงสร้างคือ account for + factor ไม่ได้เกี่ยวกับการทำบัญชี ประเด็นคือการละเลยปัจจัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอาจทำให้การเปรียบเทียบชวนให้เข้าใจผิด

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “นำมารวมเป็นปัจจัย” ให้สมบูรณ์: A fair comparison must ____ differences in population size.

ดูคำตอบ

account for

The ratings have actually held steady, วลี

2:40

เรตติ้งนั้นคงที่มาตลอด

วลี

เรตติ้งผู้ชมจริง ๆ แล้วยังคงทรงตัว

ในบริบทสื่อนี้ ratings หมายถึงตัวเลขผู้ชมของรายการโทรทัศน์หรือกิจกรรม ไม่ใช่คำวิจารณ์ที่เขียนไว้หรือคะแนนดาว held steady หมายถึงตัวเลขอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม โดยภาพรวมไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ have held เป็น present perfect ซึ่งเชื่อมช่วงเวลาก่อนหน้ามาถึงปัจจุบัน actually บอกว่าผลที่ทรงตัวนี้อาจน่าแปลกใจ หรือใช้แก้ความเข้าใจที่ว่าเรตติ้งเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม” ให้สมบูรณ์: After a small rise, ticket sales have ____ for three months.

ดูคำตอบ

held steady

because while the number of football fans has increased, ไวยากรณ์

2:42

เพราะในขณะที่จำนวนแฟนฟุตบอลเพิ่มขึ้น

their share of overall viewership has not.

2:45

แต่สัดส่วนของพวกเขาในกลุ่มผู้ชมทั้งหมดไม่ได้เพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

จำนวนเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนในภาพรวมไม่ได้เพิ่มขึ้น

Because นำเสนอเหตุผลของข้อความก่อนหน้า ภายในเหตุผลนั้น while ใช้สร้างความขัดแย้งกันของข้อมูล คือจำนวนแฟนอเมริกันฟุตบอลเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนของพวกเขาในผู้ชมทั้งหมดไม่ได้เพิ่มขึ้น ในที่นี้ while ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” The number คือจำนวนแบบสัมบูรณ์ ส่วน their share คือสัดส่วนของผู้ชมทั้งหมด has not ละคำว่า increased ที่กล่าวไปแล้ว จึงหมายถึง has not increased จำนวนคนอาจเพิ่มขึ้นในขณะที่สัดส่วนเท่าเดิมได้ หากจำนวนผู้ชมทั้งหมดเพิ่มขึ้นด้วย

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายความแตกต่างใน "while the number of football fans has increased, their share of overall viewership has not" ได้ถูกต้อง

  1. ทั้งจำนวนแฟนและเปอร์เซ็นต์ของแฟนในผู้ชมทั้งหมดเพิ่มขึ้น
  2. จำนวนแฟนเพิ่มขึ้น แต่เปอร์เซ็นต์ของแฟนในผู้ชมทั้งหมดไม่ได้เพิ่มขึ้น
  3. เปอร์เซ็นต์ของแฟนเพิ่มขึ้น แม้ว่าจำนวนแฟนจะไม่ได้เพิ่มขึ้น
ดูคำตอบ

จำนวนแฟนเพิ่มขึ้น แต่เปอร์เซ็นต์ของแฟนในผู้ชมทั้งหมดไม่ได้เพิ่มขึ้น

Finally, ลำดับความ

2:47

สุดท้าย

a graph can't tell you much if you don't know the full significance of what's being presented. วลี

2:48

กราฟไม่สามารถบอกอะไรคุณได้มากนักหากคุณไม่รู้ความหมายที่แท้จริงทั้งหมดของสิ่งที่นำเสนอ

ลำดับความ

Finally, ... if ...: เปิดประเด็นสุดท้ายพร้อมเงื่อนไข

Finally ในที่นี้เป็นคำเชื่อมที่ใช้จัดลำดับเนื้อหา โดยบอกผู้ฟังว่านี่คือประเด็นสุดท้ายในชุด ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นในที่สุดหลังจากรอมานาน ใจความหลักบอกว่ากราฟเพียงอย่างเดียวสื่อข้อมูลได้ไม่มาก ส่วนอนุประโยคที่มี if ระบุเงื่อนไขที่จำกัดข้อความนั้น กล่าวคือ หากไม่เข้าใจความหมายทั้งหมดของเนื้อหา กราฟก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ไม่มาก โครงสร้างนี้ใช้เสนอข้อสรุปสุดท้ายพร้อมเงื่อนไขที่ทำให้ข้อสรุปนั้นเป็นจริงได้

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง Finally ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่ากราฟปรากฏขึ้นหลังจากรอมานาน
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจเกี่ยวกับเงื่อนไข
  3. ใช้เปิดประเด็นสุดท้ายในคำอธิบาย
ดูคำตอบ

ใช้เปิดประเด็นสุดท้ายในคำอธิบาย

วลี

the full significance of what's being presented: ความหมายและความสำคัญทั้งหมด

The full significance หมายถึงความหมาย ความสำคัญ และนัยทั้งหมดของสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงที่มองเห็นได้ ในบริบทของกราฟหรือข่าว สำนวนนี้ชวนให้พิจารณาว่าข้อมูลแสดงอะไรจริง ๆ และเหตุใดข้อมูลนั้นจึงสำคัญ What's being presented เป็นรูปย่อของ what is being presented หมายถึงเนื้อหาที่กำลังถูกแสดงหรืออธิบาย ส่วน being presented เป็นรูปถูกกระทำ ดังนั้นเนื้อหาจึงเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the full significance of what's being presented หมายถึงอะไร

  1. ขนาดและสีของกราฟ
  2. ความหมาย ความสำคัญ และนัยทั้งหมดของข้อมูล
  3. เฉพาะผลของการทดสอบนัยสำคัญทางสถิติ
ดูคำตอบ

ความหมาย ความสำคัญ และนัยทั้งหมดของข้อมูล

Both of the following graphs use the same ocean temperature data from the National Centers for Environmental Information. ไวยากรณ์

2:53

กราฟสองรูปต่อไปนี้ใช้ข้อมูลอุณหภูมิมหาสมุทรที่เหมือนกันจากศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

ไวยากรณ์

Both of the following ... use the same ... data from ...: สองสิ่งใช้ข้อมูลชุดเดียวกันจากแหล่งเดียวกัน

Both of the following graphs หมายความว่าข้อความนี้ใช้กับกราฟสองกราฟที่จะนำเสนอต่อไป โดยมีจำนวนสองกราฟพอดี ในที่นี้ following หมายถึง “ต่อไปนี้” หรือ “ที่แสดงด้านล่าง” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนตามหลังสิ่งใด use the same ... data from ... ระบุว่ากราฟทั้งสองใช้ชุดข้อมูลเดียวกันและบอกแหล่งที่มาของข้อมูล จึงเป็นการวางพื้นฐานร่วมกันก่อนเปรียบเทียบวิธีนำเสนอที่แตกต่างกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย Both of the following ... use the same ...: ____ charts use the ____ data from the survey.

ดูคำตอบ

Both of the following · same

So why do they seem to give opposite impressions? ลำดับความ

2:59

แล้วทำไมพวกมันดูเหมือนจะให้ความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกันล่ะ?

ลำดับความ

So why ... seem to ...?: คำถามที่ใช้ปูทางสู่คำอธิบาย

So เชื่อมคำถามนี้กับข้อเท็จจริงที่เพิ่งกล่าวว่ากราฟใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน การถามว่าทำไมกราฟจึงดูตรงกันข้ามทำให้ข้อเท็จจริงนั้นกลายเป็นปริศนาที่ต้องอธิบาย และส่งสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังจะตามมา seem to จำกัดข้อความไว้ที่ระดับสิ่งที่มองเห็นหรือความรู้สึก กราฟให้ความรู้สึกต่างกัน แต่คำถามไม่ได้ยืนยันว่าข้อมูลพื้นฐานขัดแย้งกันจริง

แบบฝึกหัด

คำถาม So why do they seem to give opposite impressions? ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย

  1. ขอให้ผู้ชมเลือกว่ากราฟใดถูกต้อง
  2. เน้นความขัดแย้งที่เห็นเพียงภายนอกและชวนให้หาคำอธิบาย
  3. พิสูจน์ว่ากราฟสองกราฟมีข้อมูลที่ตรงกันข้ามกัน
ดูคำตอบ

เน้นความขัดแย้งที่เห็นเพียงภายนอกและชวนให้หาคำอธิบาย

The first graph plots the average annual ocean temperature from 1880 to 2016, การใช้คำ

3:02

กราฟแรกพล็อตอุณหภูมิเฉลี่ยมหาสมุทรรายปีจากปี 1880 ถึง 2016

making the change look insignificant. ไวยากรณ์

3:07

ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูเล็กน้อยมาก

การใช้คำ

plots the average annual ocean temperature from 1880 to 2016: พล็อตอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของมหาสมุทรตั้งแต่ปี 1880 ถึง 2016

ในที่นี้ plots เป็นคำกริยาด้านการแสดงข้อมูลด้วยภาพ หมายถึงกราฟนำค่าอุณหภูมิไปวางในระบบพิกัดเพื่อแสดงข้อมูลเป็นจุดหรือเส้น ส่วน the average annual ocean temperature คือค่าที่วัด from 1880 to 2016 ระบุช่วงเวลาที่ข้อมูลครอบคลุม รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ graph/chart + plots + ค่าที่วัด + from + เวลาเริ่มต้น + to + เวลาสิ้นสุด

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาด้านการแสดงข้อมูลด้วยภาพที่เน้นไว้เติมประโยคให้สมบูรณ์: This chart ____ annual rainfall from 2005 to 2020.

ดูคำตอบ

plots

ไวยากรณ์

making the change look insignificant: ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูไม่มีนัยสำคัญ

วลี making หลังเครื่องหมายจุลภาคบอกผลที่เกิดจากอนุประโยคก่อนหน้าทั้งหมด กล่าวคือ วิธีที่กราฟนำเสนอข้อมูลทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่าง making ไม่ใช่กริยาหลักของประโยคใหม่ ภายในวลีใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เป็น make the change look + คำคุณศัพท์ คำว่า insignificant บอกว่าการเปลี่ยนแปลงดูเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าจริง ๆ แล้วการเปลี่ยนแปลงนั้นสำคัญเพียงใดเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกผล เครื่องหมายจุลภาค + -ing ที่เน้นไว้: A close-up photo fills the frame with the toy, ____ it look much bigger than it is.

ดูคำตอบ

making

But in fact, ลำดับความ

3:09

แต่ในความเป็นจริงแล้ว

a rise of even half a degree Celsius วลี

3:10

อุณหภูมิที่สูงขึ้นเพียงครึ่งองศาเซลเซียส

can cause massive ecological disruption. วลี

3:12

ก็สามารถทำให้เกิดการหยุดชะงักทางระบบนิเวศอย่างรุนแรงได้

ลำดับความ

But in fact ในฐานะสัญญาณแก้ไขความเข้าใจ

But in fact เป็นสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะแก้ไขความเข้าใจเดิม But แสดงความขัดแย้ง ส่วน in fact นำเข้าสิ่งที่ผู้พูดเสนอว่าเป็นสถานการณ์จริงหรือคำอธิบายที่ถูกต้องกว่า เมื่ออ่านเนื้อหาเชิงอธิบาย ให้มองวลีนี้เป็นสัญญาณให้ปรับความคาดหมายเดิม ไม่ใช่การเพิ่มข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

But in fact บอกสัญญาณอะไรแก่ผู้อ่านในประโยคนี้

  1. แนวคิดถัดไปแก้ไขความเข้าใจเดิม
  2. แนวคิดถัดไปเพิ่มรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องอีกหนึ่งอย่าง
  3. แนวคิดถัดไปย้ำคำกล่าวเดิมให้หนักแน่นขึ้น
ดูคำตอบ

แนวคิดถัดไปแก้ไขความเข้าใจเดิม

วลี

a rise of even half a degree Celsius: การเน้นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ใน a rise of half a degree Celsius คำว่า of นำหน้าขนาดของการเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงอุณหภูมิเพิ่มขึ้นครึ่งองศา ส่วน Even เน้นจำนวนเล็กน้อยนี้และบอกว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะก่อให้เกิดผลกระทบสำคัญได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a rise of even + จำนวน ซึ่งเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงในระดับที่ต่ำอย่างน่าประหลาดใจก็ยังอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ได้

แบบฝึกหัด

even หมายถึงอะไรในประโยค A rise of even one degree can damage the medicine?

  1. หนึ่งองศาเป็นค่าการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยในทุกกรณี
  2. อุณหภูมิเพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่คงที่และสม่ำเสมอ
  3. หนึ่งองศาเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เล็กอย่างน่าประหลาดใจแต่ยังอาจมีผลสำคัญ
ดูคำตอบ

หนึ่งองศาเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เล็กอย่างน่าประหลาดใจแต่ยังอาจมีผลสำคัญ

วลี

can cause massive ecological disruption: อาจก่อให้เกิดการรบกวนระบบนิเวศอย่างรุนแรง

Can cause ใช้บอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น หลัง cause จะตามด้วยนามวลีที่ระบุผลลัพธ์ ซึ่งในที่นี้คือ massive ecological disruption ส่วน can หมายความว่าผลนั้นมีโอกาสเกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นแน่นอนทุกครั้ง Ecological disruption หมายถึงสมดุลหรือกระบวนการตามปกติของระบบนิเวศถูกรบกวนอย่างรุนแรง ส่วน massive เน้นว่ามีขนาดหรือระดับใหญ่มาก จึงมีความหมายแรงกว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหรือเป็นกลางมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายเหตุการณ์ที่อาจรบกวนระบบอย่างรุนแรงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. A power failure can cause a minor schedule adjustment with no wider effect.
  2. A power failure can cause major disruption to the rail network.
  3. A power failure can describe major disruption to the rail network.
ดูคำตอบ

A power failure can cause major disruption to the rail network.

This is why the second graph, ลำดับความ

3:15

นี่คือสาเหตุที่กราฟที่สอง

which shows the average temperature variation each year,

3:17

ซึ่งแสดงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละปี

is far more significant.

3:19

มีความสำคัญมากกว่ามาก

ลำดับความ

This is why ..., which ..., is ...: จากเหตุผลไปสู่ข้อสรุป

This is why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลที่เพิ่งกล่าวไป แล้วเปลี่ยนเหตุผลนั้นให้เป็นข้อสรุป โครงหลักของประโยคคือ This is why the second graph is far more significant. ส่วนที่อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาค คือ which shows the average temperature variation each year เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับ the second graph เมื่อตัดส่วนนี้ออก ประโยคหลักยังคงสมบูรณ์ ขณะอ่านประโยคยาว ให้หาประธาน second graph แล้วเชื่อมกลับไปยังกริยาวลี is far more significant

แบบฝึกหัด

เมื่อตัดอนุประโยค which ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมออก โครงประโยคหลักใดยังคงอยู่

  1. The second graph shows the average temperature variation each year.
  2. The average temperature variation each year is far more significant.
  3. This is why the second graph is far more significant.
ดูคำตอบ

This is why the second graph is far more significant.

When they're used well, ไวยากรณ์

3:22

เมื่อใช้อย่างเหมาะสม

graphs can help us intuitively grasp complex data. วลี

3:23

กราฟสามารถช่วยให้เราเข้าใจข้อมูลที่ซับซ้อนโดยสัญชาตญาณได้

ไวยากรณ์

When they're used well: when + โครงสร้างประธานถูกกระทำ

When they're used well เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when และกำหนดสถานการณ์ที่ผลในประโยคหลักจะเกิดขึ้น ในที่นี้ when มีความหมายคล้ายเงื่อนไข คือกราฟจะช่วยได้เมื่อหรือถ้าผู้คนนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ They're เป็นรูปย่อของ they are และ they หมายถึงคำนามพหูพจน์ graphs ที่ปรากฏภายหลังในประโยคหลัก ส่วน are used เป็นรูปประธานถูกกระทำ เพราะกราฟเป็นสิ่งที่ถูกนำไปใช้ ประโยคจึงเน้นว่าใช้งานกราฟอย่างไร ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ใช้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง when + รูปประธานถูกกระทำด้วยรูปที่ถูกต้องของ use: When maps are ____ well, they can make routes easier to understand.

ดูคำตอบ

used

วลี

help us intuitively grasp complex data: grasp ในความหมายว่าเข้าใจ

help us grasp ใช้โครงสร้าง help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย us คือผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และ grasp คือการกระทำที่ทำได้ง่ายขึ้นเพราะความช่วยเหลือนั้น ในที่นี้ grasp ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการเข้าใจหรือยึดสาระสำคัญของข้อมูลไว้ในความคิด ไม่ใช่การใช้มือจับข้อมูล intuitively ขยาย grasp และสื่อว่าสามารถมองเห็นรูปแบบหรือประเด็นหลักได้โดยตรง โดยไม่ต้องไล่ดูรายละเอียดทั้งหมดทีละขั้น

แบบฝึกหัด

กริยาคำใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดในความหมายว่า “เข้าใจแนวคิดหลัก”? A clear diagram can help readers ___ the pattern.

  1. hold
  2. grasp
  3. grab
ดูคำตอบ

grasp

But as visual software has enabled more usage of graphs throughout all media, ไวยากรณ์

3:27

แต่ในเมื่อซอฟต์แวร์ภาพช่วยให้มีการใช้กราฟมากขึ้นในสื่อทุกประเภท

it's also made them easier to use in a careless or dishonest way. ไวยากรณ์

3:31

มันก็ทำให้ง่ายต่อการใช้งานอย่างไม่ระมัดระวังหรือไม่ซื่อสัตย์เช่นกัน

ไวยากรณ์

But as ..., it's also made ...: พื้นหลังที่กำลังเปลี่ยนแปลงและผลเพิ่มเติม

ในประโยคนี้ as หมายถึง “ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงนี้ค่อย ๆ เกิดขึ้น” หรือ “พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย as ใช้ปูพื้นด้วยการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ คือซอฟต์แวร์สร้างภาพทำให้มีการใช้กราฟมากขึ้นในสื่อทุกประเภท ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “ในฐานะ” และโครงสร้างนี้เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างดำเนินไปด้วยกัน มากกว่าจะระบุสาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียว จากนั้น it's also made ... บอกผลที่เกิดขึ้นควบคู่กัน ตรงนี้ it's หมายถึง it has โดย it อ้างถึง visual software และ them อ้างถึง graphs คำว่า But แสดงว่าผลนี้เป็นด้านเสียหรือเป็นการหักมุมจากมุมมองเชิงบวก ส่วน also บอกว่านี่เป็นผลอีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

as ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด?

  1. visual software ถูกอธิบายว่าเป็น graph ชนิดหนึ่ง
  2. ประโยคบอกเพียงสาเหตุโดยตรง โดยไม่มีความหมายว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างดำเนินไปด้วยกัน
  3. การเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่เป็นพื้นหลังให้กับผลที่เกิดขึ้นควบคู่กัน
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่เป็นพื้นหลังให้กับผลที่เกิดขึ้นควบคู่กัน

ไวยากรณ์

made them easier to use: make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive

ใน it's made (it has made) คำว่า made เป็นรูป past participle ของ make ที่ตามหลัง has โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive: made + them + easier + to use ซึ่งหมายถึงซอฟต์แวร์ทำให้คุณสมบัติอย่างหนึ่งของกราฟเปลี่ยนไป คือกราฟใช้งานได้ง่ายขึ้น Them อ้างถึง graphs แม้ them จะอยู่หน้า easier แต่ในความหมายมันเป็นกรรมของ use ที่เข้าใจได้จากบริบท กราฟไม่ได้เป็นผู้ทำกริยา คนต่างหากที่ใช้กราฟ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make และ easy: Yesterday, the clear labels ____ the chart ____ to read.

ดูคำตอบ

made · easier

So the next time you see a graph, ลำดับความ

3:35

ดังนั้นครั้งต่อไปที่คุณเห็นกราฟ

don't be swayed by the lines and curves. น้ำเสียง/เจตนา

3:37

อย่าถูกเส้นและส่วนโค้งมาทำให้ไขว้เขว

ลำดับความ

So the next time you see a graph: เปลี่ยนข้อสรุปให้เป็นการกระทำในอนาคต

So เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากคำอธิบายก่อนหน้าไปสู่ข้อสรุปที่นำไปใช้ได้จริง the next time you see a graph เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่วางไว้ข้างหน้า โดยกำหนดสถานการณ์ในอนาคตก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกว่าควรทำอะไรเมื่อถึงเวลานั้น รูปแบบนี้เปลี่ยนบทเรียนทั่วไปให้เป็นคำแนะนำสำหรับเหตุการณ์จริงในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกเวลาที่เรียนมา ซึ่งหมายถึง “ในโอกาสถัดไป”: So ____ you read a surprising headline, check the source.

ดูคำตอบ

the next time

น้ำเสียง/เจตนา

don't be swayed by the lines and curves: ไม่ปล่อยให้รูปลักษณ์มีอิทธิพลต่อการตัดสิน

Be swayed by หมายถึงการที่ความคิดเห็น การตัดสินใจ หรือวิจารณญาณเปลี่ยนไปเพราะบางสิ่ง ซึ่งมักสื่อว่าอิทธิพลนั้นอาจทำให้เข้าใจผิดได้ ประโยคคำสั่งปฏิเสธ don't be swayed by เตือนผู้ฟังว่าอย่าปล่อยให้ปัจจัยนั้นควบคุมการตัดสินใจ ในที่นี้ the lines and curves หมายถึงรูปลักษณ์ของกราฟ คำแนะนำนี้ไม่ได้บอกให้ละเลยกราฟ แต่บอกว่าอย่ายอมรับสารของกราฟเพียงเพราะรูปทรงดูโดดเด่นหรือน่าเชื่อถือ

แบบฝึกหัด

“Don't be swayed by the advertisement's bright colors” แนะนำให้คุณทำอะไร

  1. อย่ามองส่วนใดของโฆษณาเลย
  2. อย่าปล่อยให้รูปลักษณ์ของโฆษณาควบคุมการตัดสินของคุณ
  3. อย่าวาดโฆษณาด้วยเส้นโค้ง
ดูคำตอบ

อย่าปล่อยให้รูปลักษณ์ของโฆษณาควบคุมการตัดสินของคุณ

Look at the labels, the numbers, the scale, and the context, น้ำเสียง/เจตนา

3:39

จงดูที่ป้ายกำกับ ตัวเลข สเกล และบริบท

and ask what story the picture is trying to tell. สำนวน

3:44

และถามว่าภาพนี้พยายามจะเล่าเรื่องราวอะไร

น้ำเสียง/เจตนา

Look at the labels, the numbers, the scale, and the context: การสร้างรายการตรวจสอบด้วยโครงสร้างขนาน

ในที่นี้ Look at หมายถึงการตรวจดูอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่หันสายตาไปมอง คำกริยานี้ตามด้วยกลุ่มคำนามที่มีโครงสร้างขนานกันสี่ชุด ได้แก่ the labels, the numbers, the scale และ the context รูปแบบ “คำสั่ง + รายการ” เปลี่ยนคำแนะนำกว้าง ๆ ให้เป็นรายการตรวจสอบที่ชัดเจน การใช้ the ซ้ำช่วยให้แต่ละรายการมีรูปแบบขนานกัน และ and ใช้บอกว่ารายการถัดไปเป็นรายการสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Look at ตามด้วยรายการตรวจสอบที่มีโครงสร้างขนานเพื่อให้คำแนะนำที่ชัดเจน

  1. Look at the author, the date, and the sources before sharing the article.
  2. Looking at the author, the date, and check the sources before sharing the article.
  3. Look at the author, checking the date, and the sources before sharing the article.
ดูคำตอบ

Look at the author, the date, and the sources before sharing the article.

สำนวน

what story the picture is trying to tell: การทำให้ภาพเสมือนเป็นบุคคล

วลี what story the picture is trying to tell ใช้บุคลาธิษฐาน ทำให้ภาพเสมือนว่าพูดได้ คำว่า story ในที่นี้หมายถึงการตีความ เรื่องราว หรือความรู้สึกที่วิธีนำเสนอข้อมูลของภาพสื่อออกมา ไม่ใช่เรื่องแต่งตามความหมายตรงตัว การถามคำถามนี้หมายถึงการมองให้ไกลกว่ารายละเอียดแต่ละจุด แล้วพิจารณาสารโดยรวมที่การนำเสนอของภาพชี้นำให้ผู้ชมเข้าใจ ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าตัวภาพเองมีเจตนา

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ 'Ask what story the chart is trying to tell,' คำว่า story หมายถึงอะไร

  1. เรื่องตามตัวอักษรที่กราฟพูดออกมาดัง ๆ
  2. ชื่อไฟล์ของกราฟ
  3. การตีความหรือความรู้สึกที่กราฟชี้นำ
ดูคำตอบ

การตีความหรือความรู้สึกที่กราฟชี้นำ