วิธีใช้การเน้นเสียงเพื่อการสื่อสาร - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายว่าการลงน้ำหนักเสียงเพื่อแสดงความเปรียบต่างช่วยชี้ว่าส่วนใดของคำสั่งกำลังถูกแก้ไข โดยใช้คำขอให้ขับรถไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อกระเทียม ผลลัพธ์ที่ผิดไปหลายแบบ และประโยคใหม่สำหรับฝึกท้ายบท ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. contrastive stress. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าศัพท์ด้านการออกเสียงนี้หมายถึงการเน้นคำหนึ่งเพื่อแสดงความต่าง ไม่ใช่ stress ที่หมายถึงความเครียดทางจิตใจ คุณจะฟังออกว่าการลากเสียงและออกเสียง you, drive, supermarket หรือ garlic ให้ดังขึ้นพร้อมทำนองเสียงตก ช่วยระบุได้ตรงจุดว่าสิ่งใดต่างจากคำสั่งเดิม 2. it turned out that — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้การใช้กลุ่มคำเล่าเรื่องที่เป็นธรรมชาตินี้เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงที่เพิ่งทราบภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อผลลัพธ์ช่วยอธิบายความเข้าใจผิดหรือสร้างความประหลาดใจ กลุ่มคำนี้ทำให้เรื่องมีพัฒนาการมากกว่าการพูดเพียง I found out และเชื่อมเข้าสู่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้ลื่นไหล 3. want your sister to wash — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้าง want + บุคคล + กริยารูป infinitive ที่มี to เพื่อบอกว่าต้องการให้อีกคนทำบางอย่าง คุณจะวางกรรม your sister ไว้หน้า to wash ได้ถูกต้อง และแยกจาก ask someone to do something เมื่อต้องการสื่อความปรารถนา การจัดการ หรือความคาดหวัง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
I asked you to drive to the supermarket to buy some garlic. ไวยากรณ์
0:00ฉันบอกให้คุณขับรถไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อกระเทียม
asked you to drive: โครงสร้าง ask someone to do something
asked you to drive ใช้รูปอดีตของโครงสร้าง ask someone to do something ในที่นี้ asked หมายถึงขอให้คุณทำงานอย่างหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงถามคำถามคุณ ผู้ที่ได้รับคำขอจะอยู่หลัง ask ทันที ส่วนการกระทำที่ขอให้ทำใช้รูป infinitive ที่มี to: asked + you + to drive ต้องมีทั้งผู้ที่ได้รับคำขอและ to จึงไม่ใช้ asked you driving ในความหมายนี้
แบบฝึกหัด
Mia ขอฉันว่า 'Please wait here.' เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ ask someone to do something: Mia ____ wait here.
ดูคำตอบ
asked me to
to buy some garlic: รูป infinitive ที่บอกจุดประสงค์
to buy some garlic อธิบายว่าทำไมจึงขับรถไป กล่าวคือมีจุดประสงค์เพื่อซื้อกระเทียม โครงสร้าง to + กริยารูปพื้นฐานสามารถวางหลังการกระทำเพื่อบอกเหตุผลหรือจุดประสงค์ของการกระทำนั้น ในประโยคนี้ to ที่บอกจุดประสงค์ต่างจาก to ที่บอกทิศทางใน to the supermarket
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี to ตอนท้ายเพื่ออธิบายจุดประสงค์ของการไปสถานที่หนึ่ง?
- The spoon is next to the cup.
- I went to the kitchen to get a spoon.
- I walked to the kitchen.
ดูคำตอบ
I went to the kitchen to get a spoon.
I asked you to drive to the supermarket to buy some garlic.
0:03ฉันบอกให้คุณขับรถไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อกระเทียม
What's the difference between ...?: การถามความแตกต่าง
What's the difference between ...? เป็นคำถามที่ใช้บ่อยเมื่อต้องการถามว่าสิ่งที่ระบุชัดเจนตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปแตกต่างกันอย่างไร ในประโยคนี้ สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือ these sentences วางสิ่งที่เปรียบเทียบไว้หลัง between หากเอ่ยชื่อสองสิ่งแยกกัน ให้ใช้ between A and B และในโครงสร้างนี้ต้องคง the ไว้หน้า difference: What's the difference between A and B?
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนมาตรฐานสำหรับถามว่าสองสิ่งแตกต่างกันอย่างไร: What's ____ tea and coffee?
ดูคำตอบ
the difference between
contrastive stress: การลงเสียงเน้นเพื่อแสดงความต่าง
contrastive stress คือการเน้นคำใดคำหนึ่งเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้ฟังสังเกตเห็นการเปรียบต่างหรือการแก้ข้อมูล คำที่ถูกเน้นจะชี้ว่าส่วนใดของข้อความสำคัญที่สุด ในประโยคนี้ stress หมายถึงการลงเสียงเน้นขณะพูด ไม่ใช่ความกดดันทางอารมณ์หรือจิตใจ แม้ถ้อยคำจะเหมือนเดิม การย้ายเสียงเน้นไปยังอีกคำหนึ่งก็อาจเปลี่ยนจุดเปรียบต่างที่สื่อโดยนัยได้
แบบฝึกหัด
contrastive stress ในการเรียนภาษาหมายถึงอะไร
- หยุดพักหลังทุกคำ
- ความกดดันทางอารมณ์ที่เกิดจากการพูด
- เน้นคำหนึ่งเป็นพิเศษเพื่อแสดงการเปรียบต่าง
ดูคำตอบ
เน้นคำหนึ่งเป็นพิเศษเพื่อแสดงการเปรียบต่าง
I'm showing the difference between the instructions I gave and what they did. ไวยากรณ์
0:17ฉันกำลังแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างคำสั่งที่ฉันให้ไปกับสิ่งที่พวกเขาทำ
the instructions I gave: การละสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม
ใน the instructions I gave ส่วน I gave ใช้ขยายว่าเป็น instructions ชุดไหน วลีนี้มีความหมายเท่ากับ the instructions that I gave โดย I gave ตรงนี้ไม่ใช่ประโยคใหม่ที่แยกออกมา คำที่ละไว้คือ that หรือ which ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของ gave จึงสามารถละได้ในภาษาอังกฤษ รูปแบบที่พบบ่อยคือ คำนาม + ประธาน + กริยา เช่น the book I chose หมายถึง the book that I chose
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึง “the report that Maya wrote” และละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมได้อย่างถูกต้อง?
- the report wrote Maya
- the report Maya wrote
- the report Maya wrote it
ดูคำตอบ
the report Maya wrote
We use contrastive stress to show differences and contrasts.
0:22เราใช้การเน้นเสียงแบบเปรียบเทียบเพื่อแสดงความแตกต่างและความขัดแย้ง
Let's step through each one of those examples. กริยาวลี
0:26มาดูแต่ละตัวอย่างเหล่านั้นไปทีละขั้นตอนกัน
step through: อธิบายหรือตรวจสอบทีละขั้น
Step through หมายถึงอธิบาย ตรวจสอบ หรือทำบางสิ่งทีละขั้น ในประโยคนี้ผู้พูดเสนอให้ดูตัวอย่างตามลำดับ ไม่ได้หมายถึงการก้าวเดินผ่านสิ่งใดจริง ๆ รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ step through + กระบวนการ ขั้นตอน หรือชุดรายการ โดยทำให้ผู้พูดมีบทบาทเป็นผู้นำทางที่พาผู้ฟังผ่านแต่ละขั้นไปด้วยกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตรวจสอบบางสิ่งทีละขั้น”: Before we launch the app, let's ____ the setup checklist together.
ดูคำตอบ
step through
I asked my friend to drive to the supermarket to buy some garlic.
0:30ฉันขอให้เพื่อนขับรถไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อกระเทียม
I went into the living room and they were still there.
0:36ฉันเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นและพวกเขาก็ยังอยู่ที่นั่น
Well, it turned out that they sent another housemate to get some garlic. โน้ต
0:40ปรากฏว่าพวกเขาส่งเพื่อนร่วมบ้านอีกคนไปซื้อกระเทียม
it turned out that: เปิดเผยข้อเท็จจริงที่มารู้ภายหลัง
it turned out that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งมารู้ภายหลัง ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังแก้ความเข้าใจเดิม คือคนเหล่านั้นได้ลงมือทำแล้ว เพียงแต่ส่งเพื่อนร่วมบ้านอีกคนไป ใช้โครงสร้าง it turned out that + ประธาน + คำกริยา เมื่อเรื่องเล่าเปลี่ยนจากสิ่งที่คนคิดหรือรู้ในตอนแรก ไปสู่สิ่งที่ค้นพบในท้ายที่สุด ในความหมายนี้ turn out หมายถึง “ปรากฏว่าเป็นจริง” ไม่ได้หมายถึงการหมุนหรือเอาสิ่งของออกมาจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมเรื่องให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงซึ่งค้นพบภายหลัง: We thought the museum was closed. ____ it was open until five.
ดูคำตอบ
It turned out that
sent another housemate to get some garlic: โครงสร้าง send someone to do something
วลี sent another housemate to get some garlic ใช้โครงสร้าง send + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน คนที่อยู่หลัง sent คือผู้ที่ได้รับมอบหมายงาน และ to get some garlic บอกว่างานที่ส่งคนนั้นไปทำคืออะไร ตรงนี้ send ไม่ได้หมายถึงการส่งของทางไปรษณีย์หรือจัดส่งสิ่งของ เมื่อกรรมเป็นคน send someone to do something หมายถึงการจัดให้คนนั้นไปทำงานอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ send และคำที่ใช้หน้ากริยาบอกงาน: The coach ____ Mia ____ get the balls.
ดูคำตอบ
sent · to
Try it for yourself: ลองสัมผัสด้วยตนเอง
Try it for yourself เป็นการชวนให้อีกฝ่ายทดลองหรือสัมผัสบางอย่างด้วยตนเอง แทนที่จะเพียงดูหรือเชื่อความคิดเห็นของคนอื่น ในที่นี้ for yourself หมายถึง “ด้วยตนเองจากประสบการณ์ตรง” ไม่ใช่ “เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง” เมื่อเทียบกับ Try it วลีเต็มจะเน้นมากกว่าว่าให้ลองลงมือเองเพื่อหาคำตอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดชวนให้อีกฝ่ายลองเล่นเกมใหม่ด้วยตนเอง ไม่ได้บอกว่าต้องเล่นคนเดียว?
- Try the new game for yourself.
- Try the new game by yourself.
ดูคำตอบ
Try the new game for yourself.
Notice that we're using falling intonation on you.
0:52สังเกตว่าเรากำลังใช้เสียงต่ำลงที่คำว่า "คุณ"
This is used to show the difference between what I said and what they did. ไวยากรณ์
1:00สิ่งนี้ใช้เพื่อแสดงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ฉันพูดกับสิ่งที่พวกเขาทำ
is used to show: รูปแบบ be used to do ที่บอกจุดประสงค์
is used to show ใช้บอกจุดประสงค์ว่า วิธีที่เพิ่งกล่าวถึงช่วยทำให้เห็นความแตกต่างชัดเจน รูปแบบ be used to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกใช้เพื่อทำหน้าที่บางอย่าง is used เป็นรูปถูกกระทำ และ to show บอกจุดประสงค์ รูปของ be เปลี่ยนได้ แต่กริยาที่บอกจุดประสงค์ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เช่น are used to measure และ was used to mark
แบบฝึกหัด
เติมข้อความทั่วไปนี้ด้วยโครงสร้างบอกจุดประสงค์แบบถูกกระทำสามคำจากบทเรียน: A map ____ show where places are.
ดูคำตอบ
is used to
still wasn't back: ยังไม่กลับมา
ใน still wasn't back คำว่า still แสดงว่า ณ เวลานั้น การเปลี่ยนแปลงที่คาดไว้ยังไม่เกิดขึ้น บุคคลนั้นยังไม่กลับมา แม้ว่าคาดว่าจะกลับมาแล้วก็ตาม ในที่นี้ back บอกสภาวะว่าได้กลับมายังสถานที่เดิม ไม่ได้หมายถึงอวัยวะส่วนหลังหรือแผ่นหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ still, wasn't และ back ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ เพื่อแสดงว่าการกลับมาที่คาดไว้ยังไม่เกิดขึ้น ณ เวลานั้น: At ten o'clock, Mia ____.
ดูคำตอบ
still wasn't back
them ที่ใช้แทนคนหนึ่งคน
ในที่นี้ them ย้อนกลับไปแทนกลุ่มคำนามเอกพจน์ my friend ภาษาอังกฤษสามารถใช้ they/them แบบเอกพจน์แทนคนหนึ่งคนได้ เมื่อไม่ทราบเพศ ไม่ได้ระบุเพศ หรือเพศไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พูด Them เป็นรูปกรรม จึงวางหลัง called: I called them ส่วนรูปประธานที่คู่กันคือ they: They called me
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: My friend was late, so I called them. them สามารถแทนใครได้?
- เฉพาะกลุ่มที่มีอย่างน้อยสองคน
- เพื่อนหนึ่งคนที่ไม่ได้ระบุเพศ
- ผู้พูดที่เป็นคนโทร
ดูคำตอบ
เพื่อนหนึ่งคนที่ไม่ได้ระบุเพศ
drive to the supermarket: drive to + สถานที่
ใน drive to the supermarket คำว่า drive บอกวิธีเดินทางว่าเดินทางโดยขับรถ ส่วน to the supermarket บอกจุดหมายปลายทาง เมื่อสถานที่นั้นเป็นจุดหมาย ให้ใช้ drive to + สถานที่ โดยปกติจะไม่วางสถานที่ต่อจาก drive โดยตรง ดังนั้น drive the supermarket จึงไม่ได้แปลว่า “ขับรถไปซูเปอร์มาร์เก็ต”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเราเดินทางไปโรงเรียนโดยขับรถ?
- We drive school.
- We drive the school.
- We drive to school.
ดูคำตอบ
We drive to school.
contrasting drive with walk: เปรียบต่าง A กับ B
Contrast A with B หมายถึงการนำสองสิ่งมาเทียบกันแล้วชี้ให้เห็นว่าแตกต่างกันอย่างไร ในประโยคนี้ drive คือ A และ walk คือ B ในโครงสร้างนี้ with ใช้นำสิ่งที่สองมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่า walk เป็นเครื่องมือ คุณสามารถใช้โครงสร้างนี้ซ้ำเมื่อต้องการอธิบายความแตกต่างได้ว่า contrast one thing with another
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง contrast A with B ให้สมบูรณ์: The report contrasts the old plan ____ the new one.
ดูคำตอบ
with
I asked them to drive but instead they walked. ลำดับความ
1:23ฉันบอกให้พวกเขาขับรถแต่พวกเขากลับเดินไปแทน
but instead: ใช้การกระทำที่เกิดขึ้นจริงแทนการกระทำที่คาดไว้
ในรูปแบบ A, but instead B ส่วน A บอกแผน คำขอ หรือการกระทำที่คาดไว้ และส่วน B บอกการกระทำอีกอย่างที่เกิดขึ้นจริง but แสดงความขัดแย้ง ส่วน instead แสดงว่า B มาแทน A ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำเพิ่มจาก A ในประโยคนี้ ผู้พูดขอให้พวกเขาไปโดยรถยนต์ แต่สิ่งที่พวกเขาทำจริงคือเดินไป โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามการเปลี่ยนจากสิ่งที่คาดไว้ไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่แสดงว่าการกระทำจริงมาแทนแผนเดิม: We planned to play outside, ____ we stayed home.
ดูคำตอบ
but instead
I asked my housemate to go to the supermarket การใช้คำ
1:27ฉันบอกให้เพื่อนร่วมบ้านไปซูเปอร์มาร์เก็ต
housemate: คนที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกับคุณ
housemate คือคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหรืออะพาร์ตเมนต์เดียวกับคุณ คนคนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นญาติ และคุณไม่จำเป็นต้องใช้ห้องนอนเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่สำคัญคือการอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน ไม่ใช่แค่อาศัยอยู่ใกล้กัน
แบบฝึกหัด
Leo อาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์เดียวกับ Mia แต่ทั้งคู่มีห้องนอนแยกกัน คำใดอธิบาย Leo ได้เหมาะสมที่สุด
- neighbour
- housemate
- customer
ดูคำตอบ
housemate
and she went next door and took some garlic from the neighbor's house. วลี
1:30และเธอก็ไปบ้านข้าง ๆ แล้วเอากระเทียมมาจากบ้านเพื่อนบ้าน
went next door: ใช้ next door บอกจุดหมาย
ในที่นี้ went next door หมายถึงไปบ้านที่อยู่ติดกัน next door เป็นวลีกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่ ใช้ระบุจุดหมายที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้หมายถึงประตูบานใดบานหนึ่ง วลีนี้อาจหมายถึงบ้าน ห้อง ร้านค้า หรือสำนักงานที่อยู่ติดกัน ต้องดูบริบทว่าเป็นสถานที่ใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go next door: When our lights went out, we ____ to ask our neighbor for help.
ดูคำตอบ
went next door
wasn't happy about this: ใช้แสดงความไม่พอใจอย่างนุ่มนวล
wasn't happy about this เป็นวิธีพูดอย่างสุขุมว่าผู้พูดไม่พอใจ ผิดหวัง หรือไม่เห็นด้วย ในบริบทนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าไม่มีความสุข แต่ยังสื่อว่าผู้พูดคิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง โครงสร้าง be not happy about + situation ช่วยบอกปฏิกิริยาเชิงลบโดยไม่ต้องใช้คำที่แรงกว่าอย่าง angry ระดับความแรงที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ I wasn't happy about this น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด
- ฉันไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
- ฉันไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
- ฉันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ดูคำตอบ
ฉันไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
because we always ask the neighbors to do things and they don't like us.
1:36เพราะเรามักจะขอให้เพื่อนบ้านทำนู่นทำนี่และพวกเขาก็ไม่ชอบเรา
Well, my friend came back and she had ginger. กริยาวลี
1:51เอาล่ะ เพื่อนของฉันกลับมาแล้วและเธอได้ขิงมา
came back: กลับมายังสถานที่เดิม
came back เป็นรูปอดีตของ come back หมายถึงกลับมาหรือมายังสถานที่นั้นอีกครั้ง ในที่นี้ back แสดงการกลับไปยังสถานที่ก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงอวัยวะส่วนหลังของร่างกาย
แบบฝึกหัด
ในประโยค My friend came back คำว่า came back หมายถึงอะไร
- เพื่อนคนนั้นออกไป
- เพื่อนคนนั้นแบกบางอย่างไว้บนหลัง
- เพื่อนคนนั้นกลับมา
ดูคำตอบ
เพื่อนคนนั้นกลับมา
I love ginger but that's not what I asked for น้ำเสียง/เจตนา
1:56ฉันชอบขิงแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันขอ
that's not what I asked for: ชี้ว่าสิ่งที่ได้รับไม่ตรงกับคำขอ
That's not what I asked for หมายความว่าสิ่งของหรือผลลัพธ์ที่ได้รับไม่ตรงกับสิ่งที่ขอไว้ก่อนหน้านี้ what I asked for หมายถึงสิ่งที่ฉันขอ และเมื่อ ask หมายถึงการขอบางสิ่ง โครงสร้างนี้ต้องมี for ส่วนแรก I love ginger พูดถึงสิ่งที่เป็นแง่บวกก่อนที่ but จะนำเข้าสู่การแก้ไข วิธีนี้ช่วยให้การเปลี่ยนน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย แต่ใจความสำคัญยังคงเป็นว่าสิ่งที่ขอไม่ได้รับการตอบสนอง
แบบฝึกหัด
คุณสั่งน้ำแอปเปิลแต่ได้น้ำส้ม ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าเครื่องดื่มไม่ตรงกับสิ่งที่คุณขอ
- That's not who I asked for.
- That's not where I asked for.
- That's not what I asked for.
ดูคำตอบ
That's not what I asked for.
some homework for you: เปลี่ยนจากคำอธิบายไปสู่การฝึก
ในบทเรียนนี้ some homework for you เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วง โดยการอธิบายกำลังจะจบลง และผู้ฟังกำลังจะได้รับงานให้ลองทำด้วยตนเอง อาจเข้าใจได้ว่าเป็นรูปย่อของคำเกริ่นอย่าง Here is some homework for you ในที่นี้ homework หมายถึงแบบฝึกหัดที่ทำหลังจากฟังคำอธิบาย ไม่จำเป็นต้องเป็นการบ้านของโรงเรียนที่ต้องส่งหรือให้คะแนน เมื่อได้ยินวลีนี้ในวิดีโอสอนหรือการฝึกอบรม ให้เตรียมนำสิ่งที่เพิ่งเรียนไปใช้
แบบฝึกหัด
ในวิดีโอสอน ผู้สอนพูดว่า "Now, some homework for you." คำพูดนี้น่าจะเป็นสัญญาณบอกอะไร?
- ผู้สอนกำลังเปลี่ยนจากการอธิบายไปสู่งานที่ให้ผู้ชมทำ
- ผู้สอนกำลังยกเลิกเนื้อหาที่เหลือของบทเรียน
- ผู้สอนได้ทำงานของผู้ชมเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ
ผู้สอนกำลังเปลี่ยนจากการอธิบายไปสู่งานที่ให้ผู้ชมทำ
Listen to the sentence: คำสั่งรูปแบบ Listen to + กรรม
Listen to the sentence เป็นคำสั่งโดยตรงที่บอกผู้ฟังว่าต้องทำอะไรต่อไป นั่นคือให้ตั้งใจฟังประโยคหนึ่งโดยเฉพาะ ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง จึงละประธาน you ที่เข้าใจได้อยู่แล้ว และวางกริยารูปพื้นฐาน Listen ไว้ข้างหน้า เมื่อ listen ตามด้วยสิ่งที่เราตั้งใจฟัง ภาษาอังกฤษมักต้องใช้ to จึงพูดว่า listen to the sentence รูปแบบนี้ใช้ได้กับ listen to the question, listen to the recording และ listen to me เช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทที่หายไปเพื่อทำให้คำสั่งสมบูรณ์: Listen ____ the short recording, then write one sentence about it.
ดูคำตอบ
to
to show the contrast between what I said and what was done? ไวยากรณ์
2:15เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่ฉันพูดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง?
stress: ออกเสียงคำให้เด่นขึ้น
ในที่นี้ stress เป็นคำกริยา หมายถึง “ออกเสียงคำหนึ่งให้หนักหรือเด่นขึ้น” กรรมของคำกริยาคือ words ดังนั้นคำถามจึงถามว่าควรทำให้คำใดเด่นเพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน ในการออกเสียง เราสามารถทำให้คำหรือพยางค์เด่นขึ้นได้ด้วยการยืดเสียง เพิ่มความดัง หรือขยับระดับเสียงมากขึ้น ที่นี่ stress ไม่ได้หมายถึง “รู้สึกกังวลหรือกดดัน”
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง stress the words หมายความว่าอย่างไร?
- ลบคำเหล่านั้นออกจากประโยค
- รู้สึกกังวลเกี่ยวกับคำเหล่านั้น
- ทำให้คำเหล่านั้นฟังเด่นขึ้น
ดูคำตอบ
ทำให้คำเหล่านั้นฟังเด่นขึ้น
what was done? — อนุประโยค What แบบกรรมวาจก
what was done เป็นอนุประโยค what ที่หมายถึง “สิ่งหรือการกระทำที่ได้ทำจริง” โครงสร้างนี้ขนานกับ what I said ดังนั้นประโยคจึงเปรียบเทียบข้อมูลสองอย่าง คือคำสั่งกับการกระทำจริง ภายในอนุประโยค was done เป็นรูปกรรมวาจก: was + กริยาช่องสาม done รูปกรรมวาจกทำให้เน้นการกระทำหรือผลลัพธ์ ไม่ใช่คนที่ทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยค what แบบกรรมวาจกที่หมายถึง “งานที่ได้ทำจริง”: The checklist compares what was requested with ____.
ดูคำตอบ
what was done
want your sister to wash: want + คน + to + คำกริยา
ใน want your sister to wash คำว่า want ตามด้วยคนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ แล้วจึงตามด้วย to และคำกริยารูปพื้นฐาน: want + your sister + to wash ประโยคนี้หมายถึงผู้พูดอยากให้พี่สาวเป็นคนทำสิ่งนั้น โครงสร้างนี้ต้องใช้กริยารูป infinitive ที่มี to ต้องพูดว่า want your sister to wash ไม่ใช่ want your sister wash และสามารถเปลี่ยนเป็นคนหรือการกระทำอื่นได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง want + คน + to + คำกริยา ให้สมบูรณ์: I want Mia ____ help me with the puzzle.
ดูคำตอบ
to
wash the dishes: งานบ้านล้างจาน
Wash the dishes เป็นสำนวนทั่วไปที่ใช้พูดถึงการล้างของที่ใช้กินและดื่มหลังมื้ออาหาร ในที่นี้ dishes เป็นคำรวมที่อาจหมายถึงจาน ชาม ถ้วย และช้อนส้อม ไม่ได้หมายถึงจานเพียงอย่างเดียว ควรจำ wash the dishes เป็นวลีในชีวิตประจำวันหนึ่งวลี โดยไม่ต้องไล่บอกภาชนะแต่ละชนิด
แบบฝึกหัด
เติมวลีเกี่ยวกับงานบ้านโดยใช้ wash: After dinner, please ____.
ดูคำตอบ
wash the dishes
While you do that: เชื่อมการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
While you do that เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่วางไว้หน้าประโยคหลัก ในที่นี้ that แทนงานที่พูดถึงแล้ว คือการล้างจาน และ while หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” การวางอนุประโยคนี้ไว้ก่อนช่วยบอกกรอบเวลาแก่ผู้ฟัง จากนั้นประโยคหลักจะบอกว่าอีกคนทำอะไรในเวลาเดียวกัน จึงจัดลำดับการกระทำสองอย่างที่เกิดขึ้นคู่กันได้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งตกลงว่าจะใส่หนังสือลงกล่อง ประโยค “While you do that, I'll label the boxes” บอกอะไรแก่เพื่อน?
- จะเริ่มติดป้ายหลังจากใส่หนังสือเสร็จแล้วเท่านั้น
- การกระทำทั้งสองจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
- ผู้พูดกำลังเปรียบเทียบแนวคิดสองอย่างที่ตรงข้ามกัน
ดูคำตอบ
การกระทำทั้งสองจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
go and have lunch: เคลื่อนที่แล้วทำกิจกรรมต่อ
Go and have lunch นำเสนอการเคลื่อนที่และการกินอาหารเป็นแผนเดียวที่ต่อเนื่องกัน คือออกจากกิจกรรมหรือสถานที่ปัจจุบัน แล้วไปกินอาหารกลางวัน ในสำนวนเกี่ยวกับมื้ออาหาร have หมายถึง “กิน” ไม่ใช่ “เป็นเจ้าของ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ go and + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น go and ask หรือ go and look ใน I'm going to go and have lunch คำว่า going to ชุดแรกบอกแผน ส่วน go and have lunch บอกการกระทำที่วางแผนไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ go and have lunch: We're hungry, so let's ____.
ดูคำตอบ
go and have lunch