บลูอี้ ตอน "พาฟโลวา" เต็มตอน! ☕️ | บลูอี้และคุณพ่อเปิดคาเฟ่ | @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Disney Jr.

ความยากในการเรียน
671 คำ 150 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ระหว่างเล่นบทบาทสมมติเป็นคาเฟ่กับครอบครัว พ่อพูดภาษาฝรั่งเศสแบบจงใจให้ตลกและเปิดคาเฟ่คู่แข่งที่ขายแต่ถั่วแระญี่ปุ่น เพื่อเบนความสนใจของบลูอี้จากพัฟโลวา การโต้ตอบอย่างขบขันค่อย ๆ กลายเป็นบทสนทนาเรื่องการเลือกอาหาร ความรู้สึกเมื่อถูกกดดันให้กิน และการไว้วางใจวิธีจัดการของพ่อ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. play the long game. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการอดทนใช้กลยุทธ์เพื่อผลลัพธ์ในอนาคต ไม่ได้หมายถึงการเล่นเกมที่ยาวนานจริง ๆ และนำไปใช้เมื่อพูดถึงการเลี้ยงลูก การเจรจา การทำงาน หรือแผนระยะยาวอื่น ๆ 2. Please bear with me. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าเป็นคำขออย่างสุภาพให้อีกฝ่ายรออย่างใจเย็นระหว่างที่กำลังจัดการความล่าช้าหรือปัญหา และใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติกับลูกค้า ผู้ติดต่อทางโทรศัพท์ เพื่อนร่วมงาน หรือผู้เข้าประชุม โดยไม่ตีความ bear ตามตัวอักษร 3. I don't like it when — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้รูปแบบนี้ระบุสถานการณ์ที่เกิดซ้ำและทำให้รู้สึกไม่สบายใจหรือไม่พอใจ ช่วยบอกข้อร้องเรียนหรือขอบเขตส่วนตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น อธิบายว่าไม่ชอบเวลามีคนบังคับหรือกดดันให้กินบางอย่าง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum!

0:08

แม่!

Dad.

0:14

พ่อ

Bingo.

0:20

บิงโก

Bluey!

0:25

บลูอี้!

You know it's your turn. วลี

0:32

ลูกก็รู้ว่าถึงตาลูกแล้ว

วลี

it's your turn: ผู้ฟังเป็นคนถัดไปที่ต้องลงมือ

it's your turn หมายถึง ผู้ฟังคือคนถัดไปที่ต้องลงมือในกิจกรรมที่มีลำดับ ในที่นี้ turn หมายถึง “ตา” หรือโอกาสของคนหนึ่งในลำดับ ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทาง โครงสร้างคือ It's + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + turn เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อบอกว่าเป็นตาของใครได้ เช่น It's my turn, It's her turn หรือ It's our turn

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่ใช้บอกว่าคนหนึ่งต้องลงมือเป็นคนถัดไป: The red player has finished, so now ____.

ดูคำตอบ

it's your turn

Yes, I know.

0:33

ใช่ หนูรู้

Just checking. น้ำเสียง/เจตนา

0:34

แค่เช็กดูเฉยๆ

น้ำเสียง/เจตนา

Just checking: การยืนยันแบบไม่กดดัน

Just checking เป็นรูปสั้นที่ใช้ในบทสนทนาของ I'm just checking ในที่นี้ checking หมายถึงการยืนยันข้อมูล ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการตรวจสิ่งของ just ช่วยลดความหนักของการกระทำ และทำให้คำถามหรือคำเตือนก่อนหน้าฟังเหมือนการตรวจสอบตามปกติ ซึ่งมักสื่อว่าผู้พูดไม่ได้กำลังกล่าวโทษ อย่างไรก็ตาม หากพูดซ้ำหรือใช้ต่อจากคำถามที่ก้าวร้าว ก็ไม่สามารถลดความกดดันได้ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อท้ายข้อใดใช้ Just checking เพื่อทำให้คำถามฟังเหมือนการยืนยันตามปกติแทนที่จะเป็นการบ่น

  1. Did you send the file this morning? Stop making excuses.
  2. Did you send the file this morning? Just checking.
  3. Did you send the file this morning? This is all your fault.
ดูคำตอบ

Did you send the file this morning? Just checking.

Why do I always lose?

0:36

ทำไมหนูแพ้ตลอดเลย

You got to play the long game. สำนวน

0:38

ลูกต้องรู้จักรอให้เป็นนะ

สำนวน

play the long game: วางกลยุทธ์เพื่อผลลัพธ์ในอนาคต

play the long game เป็นสำนวนที่หมายถึงการเลือกทำสิ่งต่าง ๆ โดยมองผลลัพธ์ในอนาคต แทนที่จะไล่ตามชัยชนะตรงหน้า มักสื่อถึงความอดทน การวางแผน และการยอมรับผลเสียเล็กน้อยในระยะสั้น ในที่นี้ game เป็นภาพเปรียบเทียบของกลยุทธ์ ส่วน long หมายถึงช่วงเวลาที่มองไปข้างหน้า ไม่ใช่ระยะเวลาของเกมจริง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ใช้กลยุทธ์ระยะยาว” ให้สมบูรณ์: Building trust takes years, so we need to ____.

ดูคำตอบ

play the long game

Mum, can I have some of the pavlova น้ำเสียง/เจตนา

0:40

แม่ หนูขอกินพัฟโลวา

that's in the fridge? ไวยากรณ์

0:42

ที่อยู่ในตู้เย็นได้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

can I have some of the pavlova: ขอส่วนหนึ่งของสิ่งที่เจาะจง

Can I have some of the pavlova? เป็นคำขอแบบสุภาพที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อขออนุญาตหยิบหรือกินอาหารชนิดหนึ่งบางส่วน ในที่นี้ have หมายถึง “ได้รับ” หรือ “กิน” ไม่ใช่ “เป็นเจ้าของ” some of the + คำนาม หมายถึงส่วนหนึ่งของสิ่งที่เจาะจงและเป็นที่รู้กันอยู่แล้วในบทสนทนา ในประโยคเต็ม the ระบุว่าหมายถึงพาฟโลวาที่อยู่ในตู้เย็น

แบบฝึกหัด

เติมคำขอแบบสุภาพจากบทเรียนเพื่อขอเค้กก้อนที่เจาะจงบางส่วน: Can I ____ the cake?

ดูคำตอบ

have some of

ไวยากรณ์

that's in the fridge: ใช้อนุประโยคสัมพัทธ์ระบุสิ่งที่เฉพาะเจาะจง

ใน that's in the fridge คำว่า that นำอนุประโยคสัมพัทธ์แบบระบุเฉพาะที่ขยาย the pavlova อนุประโยคนี้บอกว่าหมายถึงพาฟโลวาชิ้นไหนหรือส่วนไหน นั่นคือส่วนที่อยู่ในตู้เย็น That's เป็นรูปย่อของ that is ในที่นี้ that ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่แปลว่า “สิ่งนั้น” แบบแยกออกมา แต่เชื่อมคำนามเข้ากับข้อมูลที่ใช้ระบุสิ่งที่ต้องการ โครงสร้างนี้สรุปได้เป็น คำนาม + that's + ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่หรือสภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยคสัมพัทธ์รูปย่อที่มีความหมายว่า “that is on the desk”: Please bring me the book ____.

ดูคำตอบ

that's on the desk

No.

0:43

ไม่ได้

Aw, but I'm hungry. น้ำเสียง/เจตนา

0:44

โธ่ แต่หนูหิวนะ

น้ำเสียง/เจตนา

but I'm hungry: ให้เหตุผลเพื่อทักท้วงอย่างนุ่มนวล

หลังจากถูกปฏิเสธ but จะนำข้อมูลที่แย้งกับการปฏิเสธนั้น I'm hungry คือเหตุผลที่ผู้พูดยังต้องการอาหาร ดังนั้นประโยคนี้จึงไม่ได้เพียงบอกว่าหิวเท่านั้น การใช้ but + เหตุผล ช่วยให้ผู้พูดแสดงความไม่เห็นด้วยพร้อมอธิบายมุมมองของตนเอง วิธีนี้นุ่มนวลกว่าการเรียกร้องตรง ๆ แต่น้ำเสียงก็อาจทำให้ฟังดูผิดหวังหรือยังคงตื้อได้

แบบฝึกหัด

ผู้ปกครองพูดว่า “No snacks before dinner.” เด็กตอบว่า “But I'm hungry.” เด็กกำลังทำอะไรเป็นหลัก

  1. เปลี่ยนไปพูดเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ใช้ความหิวเป็นเหตุผลคัดค้านการปฏิเสธ
  3. ถามว่าผู้ปกครองหิวหรือไม่
ดูคำตอบ

ใช้ความหิวเป็นเหตุผลคัดค้านการปฏิเสธ

Well, then have some edamame beans. โน้ต

0:46

งั้นก็กินถั่วแระญี่ปุ่นสิ

ลำดับความ

“Well, then” เพื่อเกริ่นผลที่ตามมาอย่างมีเหตุผล

“Well, then” เชื่อมสิ่งที่เพิ่งพูดกับข้อสรุป ผลลัพธ์ หรือข้อเสนอแนะ ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้น ขั้นตอนต่อไปที่สมเหตุสมผลก็คือ...” “Well” ช่วยให้คำตอบนุ่มนวลขึ้นและรับช่วงจากคำพูดก่อนหน้า ส่วน “then” แสดงความเชื่อมโยงทางเหตุผล ไม่ใช่ลำดับเวลา วลีนี้บอกว่าแนวคิดถัดไปเกิดจากข้อมูลก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

อ่านบทสนทนานี้ then ในคำตอบของ B แสดงอะไร? A: I forgot my lunch. B: Well, then buy a sandwich.

  1. ใช้บอกว่าแซนด์วิชอยู่ที่ไหน
  2. ใช้เกริ่นข้อเสนอแนะจากสิ่งที่ A พูด
  3. ใช้บอกเหตุการณ์ถัดไปตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นข้อเสนอแนะจากสิ่งที่ A พูด

การใช้คำ

“have some edamame beans”: have หมายถึงกิน

ใน “have some edamame beans” คำว่า have หมายถึง “กิน” ไม่ใช่ “มีไว้ในครอบครอง” ในบริบทเกี่ยวกับมื้ออาหาร เมื่อใช้ have กับอาหาร เครื่องดื่ม หรือมื้ออาหาร มักหมายถึงกิน ดื่ม หรือรับประทาน เช่น have lunch หรือ have some tea ในที่นี้ “Have some ...” เป็นการเสนอแนะโดยตรงให้กินหรือดื่มสิ่งนั้นสักหน่อย

แบบฝึกหัด

ในมื้ออาหาร have ใน “Have some rice” หมายถึงอะไร?

  1. มีข้าวไว้ในครอบครองสักหน่อย
  2. กินข้าวสักหน่อย
  3. เก็บข้าวไว้กินทีหลังสักหน่อย
ดูคำตอบ

กินข้าวสักหน่อย

Eda-whaty-what?

0:48

ถั่วแระอะไรนะ

edamame beans. They're from the sushi train. วัฒนธรรม

0:50

ถั่วแระญี่ปุ่นไง ที่มาจากซูชิสายพาน

วัฒนธรรม

the sushi train: ร้านซูชิสายพาน

ในประโยคนี้ the sushi train หมายถึงร้านซูชิสายพาน ซึ่งจานอาหารจะเคลื่อนผ่านลูกค้าไปบนสายพาน คำว่า train เป็นภาพเปรียบถึงแถวจานที่เคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงรถไฟทั่วไป สำนวนนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย ในที่นี้ from the sushi train หมายความว่าถั่วแระญี่ปุ่นมาจากร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทนี้

แบบฝึกหัด

ในบริบทเรื่องอาหารนี้ the sushi train น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ซูชิชนิดหนึ่งที่ทำเป็นรูปรถไฟ
  2. รถไฟที่ขนซูชิ
  3. ร้านซูชิสายพาน
ดูคำตอบ

ร้านซูชิสายพาน

They're yummy.

0:54

มันอร่อยนะ

No, thanks.

0:54

ไม่เอาล่ะ ขอบคุณ

I don't want an endamawee bean.

0:55

หนูไม่อยากกินถั่วแอนดามาวี่

You don't even want to try it? น้ำเสียง/เจตนา

0:58

ไม่อยากแม้แต่จะลองเลยเหรอ

น้ำเสียง/เจตนา

You don't even want to try: ประหลาดใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมทำแม้แต่ขั้นขั้นต่ำ

ใน You don't even want to try it? คำว่า even ทำให้การลองกลายเป็นการกระทำที่เล็กที่สุดที่ผู้พูดคาดหวัง โครงสร้าง not even + กริยา แสดงว่าแม้แต่การกระทำขั้นต่ำนี้ก็ไม่เกิดขึ้นหรืออีกฝ่ายไม่ต้องการทำ ดังนั้นคำถามนี้จึงไม่ใช่แค่การถามยืนยันแบบเป็นกลาง แต่สื่อถึงความประหลาดใจ และอาจฟังเหมือนการชักชวนหรือตำหนิเล็กน้อย ผู้พูดมองว่าการลองสักครั้งเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

คำว่า even เพิ่มความหมายและน้ำเสียงอะไรใน You don't even want to try it?

  1. หมายความว่าอีกฝ่ายเคยลองมาแล้วหลายครั้ง
  2. ทำให้การลองเป็นการกระทำขั้นต่ำที่คาดหวัง และแสดงความประหลาดใจที่อีกฝ่ายปฏิเสธ
  3. ทำให้คำถามเป็นคำขอแบบเป็นกลางโดยไม่มีการตัดสิน
ดูคำตอบ

ทำให้การลองเป็นการกระทำขั้นต่ำที่คาดหวัง และแสดงความประหลาดใจที่อีกฝ่ายปฏิเสธ

Uh-uh.

1:00

อือฮึ

Well, then you can't be hungry. ลำดับความ

1:01

งั้นลูกก็คงไม่ได้หิวหรอก

ลำดับความ

Well, then you can't be hungry: การสรุปจากหลักฐาน

Well, then ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ได้จากสิ่งที่เพิ่งพูดหรือทำไป ผู้พูดมองการปฏิเสธของอีกฝ่ายเป็นหลักฐาน แล้วตอบตามแนวคิดว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ย่อมได้ข้อสรุปนี้” ใน you can't be hungry คำว่า can't หมายถึง “เป็นไปไม่ได้” ไม่ใช่ “ไม่มีความสามารถ” โครงสร้าง can't be + สภาวะหรืออัตลักษณ์มักใช้เพื่ออนุมานอย่างหนักแน่นจากหลักฐาน

แบบฝึกหัด

คนหนึ่งปฏิเสธอาหารเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่ แล้วพูดว่า "I'm hungry." ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อตอบว่า "Well, then you can't be hungry"?

  1. บอกว่าบุคคลนั้นไม่มีความสามารถทางร่างกายที่จะรู้สึกหิว
  2. อนุญาตให้บุคคลนั้นยังคงหิวต่อไป
  3. ใช้การปฏิเสธเป็นหลักฐานเพื่อสรุปอย่างหนักแน่นและโต้แย้งคำกล่าวนั้น
ดูคำตอบ

ใช้การปฏิเสธเป็นหลักฐานเพื่อสรุปอย่างหนักแน่นและโต้แย้งคำกล่าวนั้น

Aw.

1:03

โธ่

Ooh, Bingo.

1:04

โอ้ บิงโก

I know.

1:05

หนูรู้

Do you want to play Café with me? โน้ต

1:06

อยากเล่นร้านคาเฟ่กับพี่ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Do you want to play ...?: การชวนแบบกันเอง

Do you want to + คำกริยารูปพื้นฐาน ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อถามความต้องการของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ในการสนทนายังใช้ชวนอีกฝ่ายทำกิจกรรมได้ด้วย ในที่นี้ Do you want to play Café ... หมายถึงผู้พูดกำลังชวนอีกฝ่ายมาเล่นด้วยกัน ใช้ Do you want to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น play, come หรือ watch การเติม with me หรือ with us ทำให้ชัดเจนว่าเป็นการชวนให้ทำกิจกรรมร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนแบบกันเองโดยใช้ Do you want to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ____ play a board game with me?

ดูคำตอบ

Do you want to

วลี

play Café: ใช้ชื่อสถานการณ์เป็นชื่อการเล่นสมมติ

ใน play Café คำว่า Café เป็นชื่อของการเล่นสมมติหรือสถานการณ์ที่สมมติขึ้น เด็ก ๆ ทำเหมือนว่าตนอยู่ในร้านกาแฟ เช่น รับออร์เดอร์หรือเสิร์ฟอาหาร ไม่ได้หมายถึงการไปเล่นในร้านกาแฟจริง ๆ ในการเล่นสมมติของเด็ก ภาษาอังกฤษสามารถวางชื่อเกมหรือสถานการณ์สมมติไว้หลัง play ได้โดยตรง เช่น play house, play school หรือ play restaurant

แบบฝึกหัด

ในบริบทของการเล่นสมมติ The children are playing restaurant. หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเขากำลังเล่นอยู่ในร้านอาหารจริง ๆ
  2. พวกเขาสมมติว่ากำลังบริหารร้านอาหารและมาใช้บริการในฐานะลูกค้า
  3. พวกเขากำลังแสดงเพลงชื่อ Restaurant
ดูคำตอบ

พวกเขาสมมติว่ากำลังบริหารร้านอาหารและมาใช้บริการในฐานะลูกค้า

No, I just want some pavlova.

1:08

ไม่ หนูแค่อยากกินพัฟโลวา

Well, then I really think น้ำเสียง/เจตนา

1:10

งั้นพี่ว่าจริงๆ แล้ว

you should come play Café with me.

1:12

เธอควรมาเล่นร้านคาเฟ่กับพี่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

really think you should: คำแนะนำที่หนักแน่นในรูปความคิดเห็นส่วนตัว

I really think you should ... ไม่ได้เป็นเพียงการบอกความคิด แต่เป็นวิธีกระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำ should ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ think นำเสนอคำแนะนำนั้นเป็นการตัดสินใจของผู้พูด และ really แสดงความเชื่อมั่นอย่างมาก สำนวนนี้อ้อมกว่าคำสั่งอย่าง You must ... แต่ยังฟังดูหนักแน่นได้ really ทำให้คำแนะนำหนักแน่นขึ้น ไม่ได้ทำให้ฟังนุ่มนวลขึ้นโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้คำแนะนำที่หนักแน่น พร้อมนำเสนอว่าเป็นการตัดสินใจส่วนตัวของผู้พูด?

  1. I really think you should talk to your teacher.
  2. I think you talked to your teacher.
  3. You must talk to your teacher.
ดูคำตอบ

I really think you should talk to your teacher.

Oh, okay.

1:16

อ้อ โอเค

You better get on that. กริยาวลี

1:20

ลูกน่าจะรีบไปจัดการนะ

กริยาวลี

get on that: เริ่มจัดการงานหนึ่ง

ในประโยคนี้ get on that หมายถึง “เริ่มจัดการงานนั้น” หรือ “ลงมือทำตอนนี้” คำว่า that ชี้ไปยังงานหรือแผนที่คู่สนทนารู้อยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร นี่เป็นการใช้กริยาวลีเกี่ยวกับการจัดการงาน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนตัวขึ้นไปอยู่บนสิ่งของ เมื่อ it หรือ that แทนงานที่รู้กันอยู่แล้ว get on it/that จึงหมายถึงเริ่มลงมือจัดการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่เรียนในบทนี้ ซึ่งหมายถึง “เริ่มจัดการงานนั้น”: The permit renewal is still unfinished. It is due tomorrow, so you should ____ today.

ดูคำตอบ

get on that

On it. วลี

1:21

ได้เลย

วลี

On it.: คำตอบสั้น ๆ เพื่อรับงานและลงมือทันที

On it. เป็นคำตอบสั้น ๆ ในบทสนทนาที่ย่อมาจาก I’m on it. หมายถึง “ฉันรับงานนี้และกำลังจะเริ่มจัดการตอนนี้” ประธานและคำกริยาที่ละไว้เข้าใจได้จากบริบท คำว่า on ในที่นี้หมายถึงกำลังลงมือทำงาน ไม่ได้หมายถึงอยู่บนสิ่งของในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยรูปสั้นสองคำที่เรียนในบทนี้ให้ตรงทุกคำ: “Could you check the front door?” “____.”

ดูคำตอบ

On it

This episode of Bluey is called

1:21

บลูอี้ตอนนี้มีชื่อว่า

Pavlova!

1:23

พัฟโลวา!

Hello.

1:33

สวัสดี

Hello.

1:34

สวัสดี

Would you like to come to my café? น้ำเสียง/เจตนา

1:35

คุณอยากมาที่ร้านคาเฟ่ของฉันไหมคะ

น้ำเสียง/เจตนา

คำเชิญอย่างสุภาพ Would you like to come...?

Would you like to come to my café? เป็นการถามอย่างสุภาพว่าผู้ฟังต้องการตอบรับคำเชิญหรือไม่ โครงสร้าง Would you like to + คำกริยารูปพื้นฐานฟังดูนุ่มนวลและสุภาพกว่าคำถามตรง ๆ ที่ใช้ want ในประโยคนี้ come คือการกระทำที่ชวนให้ทำ คุณสามารถนำโครงสร้าง Would you like to + การกระทำไปใช้เมื่อต้องการเสนอหรือชวนใครให้ทำบางอย่างได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นคำเชิญที่สุภาพที่สุดจากผู้ต้อนรับในคาเฟ่

  1. Sit with us now.
  2. Would you like to sit with us?
  3. Do you want to sit with us?
ดูคำตอบ

Would you like to sit with us?

Why, yes, I would. น้ำเสียง/เจตนา

1:37

แหม แน่นอนค่ะ ฉันอยากไป

น้ำเสียง/เจตนา

การตอบรับแบบละคร Why, yes, I would.

ในตอนต้นของ Why, yes, I would. คำว่า why เป็นคำอุทานแบบเก่า ไม่ใช่คำถามที่ถามหาเหตุผล เมื่อวางไว้หน้า yes จะเพิ่มน้ำเสียงประหลาดใจ พอใจ หรือจงใจให้ดูโอ่อ่าแบบขบขัน I would เป็นคำตอบสั้น ๆ ต่อคำเชิญก่อนหน้าที่ใช้ Would you like to...? ความหมายที่ละไว้เข้าใจได้จากคำถามนั้น ประโยคนี้จึงตอบรับคำเชิญได้โดยไม่ต้องพูดการกระทำทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ใน Why, yes, I would. คำว่า why ขอให้อีกฝ่ายอธิบายเหตุผล

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Please look at our menu

1:40

เชิญดูเมนูของเรา

and let me know what you want. วลี

1:41

แล้วบอกฉันนะคะว่าคุณต้องการอะไร

วลี

let me know what you want: ขอให้อีกฝ่ายบอกตัวเลือกด้วยอนุประโยค wh แบบฝัง

Let me know what you want หมายถึง “เมื่อตัดสินใจแล้วก็บอกฉันว่าคุณเลือกอะไร” let me know ใช้ขอให้อีกฝ่ายแจ้งข้อมูล และมักเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายดูก่อน คิดก่อน หรือตัดสินใจก่อน What you want เป็นอนุประโยค wh แบบฝังที่บอกเนื้อหาของ know เพราะอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + กริยา หลัง let me know ต้องใช้ what you want ไม่ใช่ what do you want

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค wh แบบฝังหลัง let me know ได้ถูกต้อง

  1. Let me know what do you want.
  2. Let me know what you want.
  3. Let me know what want you.
ดูคำตอบ

Let me know what you want.

Hmm.

1:43

อืม

Pavlova, please.

1:44

ขอพัฟโลวาค่ะ

Certainly.

1:46

ได้เลยค่ะ

That will be ready in a jiffy. สำนวน

1:47

เดี๋ยวก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ

สำนวน

ready in a jiffy: พร้อมในเร็ว ๆ นี้

In a jiffy เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เร็ว ๆ นี้” หรือ “หลังจากรอเพียงสั้น ๆ” ดังนั้น ready in a jiffy จึงหมายถึงสิ่งนั้นจะพร้อมในเร็ว ๆ นี้ A jiffy ในที่นี้ไม่ใช่หน่วยเวลาที่แน่นอน สำนวนนี้ใช้พูดให้ผู้ฟังสบายใจอย่างเป็นมิตร ไม่ได้ระบุกำหนดเวลาที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

“Your order will be ready in a jiffy” หมายความว่าอย่างไร

  1. รายการที่คุณสั่งต้องใช้เวลานานกว่าจะพร้อม
  2. รายการที่คุณสั่งจะพร้อมตามเวลาที่ระบุไว้อย่างเจาะจง
  3. รายการที่คุณสั่งจะพร้อมในเร็ว ๆ นี้
ดูคำตอบ

รายการที่คุณสั่งจะพร้อมในเร็ว ๆ นี้

Hey.

1:49

เฮ้

Oh, uh excuse me. น้ำเสียง/เจตนา

1:50

โอ้ เอ้อ ขอโทษนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

excuse me: เรียกความสนใจจากอีกฝ่ายอย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ excuse me เป็นวิธีเรียกความสนใจจากอีกฝ่ายอย่างสุภาพก่อนเริ่มพูดหรือเข้าร่วมบทสนทนา คล้ายกับการขออนุญาตแทรกสักครู่ ในที่นี้ไม่ได้เป็นการยอมรับว่าตนทำผิด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Excuse me, + คำถามหรือคำขอ เมื่อต้องการเข้าไปหา แทรกบทสนทนา หรือพูดกับใครอย่างสุภาพ

แบบฝึกหัด

คุณต้องการเรียกพนักงานร้านอย่างสุภาพก่อนถามคำถาม ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. I'm sorry I broke the cup.
  2. Excuse me, could you help me find this size?
  3. Hey, come here.
ดูคำตอบ

Excuse me, could you help me find this size?

Bonjour.

1:51

Bonjour.

Uh?

1:52

เอ้อ?

Bonjour.

1:53

Bonjour.

I think he wants to be the chef.

1:54

ฉันว่าเขาอยากเป็นเชฟนะ

Uh, no, Dad.

1:57

เอ้อ ไม่ล่ะพ่อ

We don't need you as chef. น้ำเสียง/เจตนา

1:58

เราไม่ต้องการให้พ่อเป็นเชฟ

น้ำเสียง/เจตนา

need you as chef: มอบหมายบทบาทด้วย as

ในที่นี้ need you as chef หมายถึงต้องการให้คนนั้นรับบทเป็นเชฟ เนื่องจากประโยคมี don't ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าไม่ต้องการให้คนนั้นรับบทดังกล่าว โครงสร้าง need + คน + as + บทบาท แสดงสถานะจริงหรือบทบาทที่ได้รับมอบหมายของคนนั้น as ตอบคำถามว่าเข้าร่วมในบทบาทใด ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นแค่ทำตัวเหมือนหรือดูคล้ายเชฟ

แบบฝึกหัด

กลุ่มของคุณเลือก Maya ให้เป็นผู้นำแล้ว ประโยคใดระบุชัดเจนว่าได้มอบบทบาทนั้นให้เธอ

  1. Maya works like our team leader.
  2. Our team leader needs Maya.
  3. We need Maya as our team leader.
ดูคำตอบ

We need Maya as our team leader.

You can go back outside

2:00

พ่อออกไปข้างนอก

and play the game with the little men.

2:01

แล้วไปเล่นเกมกับพวกตัวจิ๋วต่อเถอะ

Okay, fine.

2:08

โอเค ก็ได้

You can work here.

2:09

พ่อทำงานที่นี่ได้

Super.

2:10

เยี่ยมไปเลย

I need you to get one piece of pavlova. น้ำเสียง/เจตนา

2:11

ฉันต้องการให้คุณไปหยิบพัฟโลวามาหนึ่งชิ้น

น้ำเสียง/เจตนา

I need you to get ... สำหรับการมอบหมายงานโดยตรง

ใน I need you to get one piece... โครงสร้างคือ need + คน + to-infinitive โดย you ระบุผู้ที่รับผิดชอบ และ to get ระบุการกระทำ ที่นี่ get หมายถึงไปหยิบหรือไปเอาพาฟโลวามา เมื่อใช้เป็นคำสั่ง I need you to... จะแสดงว่าการกระทำนั้นจำเป็นและคาดหวังให้อีกฝ่ายทำ แม้ตามหลักไวยากรณ์จะเป็นประโยคบอกเล่า แต่หน้าที่ในการสนทนาคือมอบหมายงาน ไม่ใช่เพียงบอกความรู้สึกของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง need + คน + to-infinitive เพื่อเติมประโยคมอบหมายงานให้สมบูรณ์: I ____ check the delivery before noon.

ดูคำตอบ

need you to

Pavlova?

2:14

พัฟโลวา?

Yeah, pavlova from the fridge.

2:15

ใช่ พัฟโลวาจากในตู้เย็น

Pavlova?

2:19

พัฟโลวา?

Heh, no.

2:20

เฮอะ ไม่ใช่

That's a magnet.

2:21

นั่นมันแม่เหล็ก

In the fridge.

2:22

ในตู้เย็นสิ

See?

2:24

เห็นไหม

Ah ha ha.

2:25

อาฮะฮ่า

Pavlova.

2:26

พัฟโลวา

Yes, pavlova.

2:27

ใช่ พัฟโลวา

Give to customer.

2:29

เอาไปให้ลูกค้านะ

Bonjour.

2:30

Bonjour.

Bonjour, bonjour.

2:32

Bonjour, bonjour.

Sorry about this customer. น้ำเสียง/เจตนา

2:35

ขอโทษด้วยนะคะคุณลูกค้า

น้ำเสียง/เจตนา

Sorry about this: การขอโทษสำหรับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น

Sorry about this เป็นรูปย่อของ I'm sorry about this โดย about นำเข้าสู่สถานการณ์ที่ผู้พูดขอโทษ และ this ชี้ไปยังปัญหาหรือความไม่สะดวกที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ในฉากนี้ customer ใช้เรียกผู้ฟังโดยตรง จึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวลี this customer ผู้พูดกำลังขอโทษลูกค้าสำหรับความสับสนที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใน Sorry about this คำว่า this โดยธรรมชาติแล้วหมายถึงอะไร?

  1. ปัญหาหรือความไม่สะดวกที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้
  2. สิ่งของชิ้นหนึ่งที่เป็นของลูกค้า
  3. ความรู้สึกเสียใจของลูกค้า
ดูคำตอบ

ปัญหาหรือความไม่สะดวกที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

Your pavlova will be right out. วลี

2:37

พัฟโลวาของคุณใกล้จะได้แล้วค่ะ

วลี

will be right out: อาหารจะมาเสิร์ฟในอีกสักครู่

ในงานบริการร้านอาหาร will be right out หมายถึงอาหารหรือรายการสั่งใกล้พร้อมแล้ว และจะถูกนำออกจากครัวหรือจุดบริการมาให้ลูกค้าในอีกไม่นาน ตรงนี้ right เน้นความหมายว่า “ทันทีหรือเร็วมาก” ส่วน out หมายถึงอาหารถูกนำออกมาให้ลูกค้า ไม่ได้หมายความว่าพาฟโลวาอยู่นอกร้านหรือกำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

พนักงานบอกให้ลูกค้ามั่นใจว่าซุปใกล้พร้อมแล้ว เติมประโยคด้วยสำนวนในร้านอาหารจากบทเรียนนี้: Your soup ____.

ดูคำตอบ

will be right out

Our new chef is just getting it.

2:39

เชฟคนใหม่ของเรากำลังไปหยิบมาให้

Bonjour, pavlova.

2:42

Bonjour, pavlova.

Hey, this isn't pavlova.

2:44

เฮ้ นี่ไม่ใช่พัฟโลวานะ

Yeah, this isn't pavlova.

2:46

ใช่ นี่ไม่ใช่พัฟโลวา

Je suis le chien. วัฒนธรรม

2:48

Je suis le chien.

วัฒนธรรม

Je suis le chien: ภาษาฝรั่งเศสที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความขบขัน

Je suis le chien. เป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึง “ฉันคือสุนัขตัวนั้น” ไม่ใช่ภาษาอังกฤษและไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสั่งอาหาร ในฉากนี้ ผู้พูดแกล้งเป็นเชฟชาวฝรั่งเศสแล้วพูดประโยคภาษาฝรั่งเศสที่ไม่เข้ากับงานในร้านอาหาร ความไม่เข้ากันระหว่างบทบาทที่แสดงกับเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องทำให้เกิดความขบขัน

แบบฝึกหัด

Je suis le chien. มีผลหลักอย่างไรในฉากนี้?

  1. ให้คำแนะนำสำคัญสำหรับการสั่งอาหาร
  2. บอกลูกค้าว่าพาฟโลวาพร้อมแล้ว
  3. ทำให้เกิดความไม่เข้ากันที่ชวนขำ เพราะประโยคภาษาฝรั่งเศสไม่เกี่ยวข้องกับงานในร้านอาหาร
ดูคำตอบ

ทำให้เกิดความไม่เข้ากันที่ชวนขำ เพราะประโยคภาษาฝรั่งเศสไม่เกี่ยวข้องกับงานในร้านอาหาร

These are edma-damee beans.

2:50

นี่คือถั่วเอดมาดามี่

Ah, oui.

2:52

Ah, oui.

Edna-damee beans.

2:53

ถั่วเอดนาดามี่

Où est la discothèque? วัฒนธรรม

2:55

Où est la discothèque?

วัฒนธรรม

Où est la discothèque? ในฐานะคำถามภาษาฝรั่งเศสที่ผิดบริบท

Où est la discothèque? เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “ดิสโก้อยู่ที่ไหน” เป็นคำถามปกติที่ใช้ถามว่าสถานที่แห่งหนึ่งอยู่ที่ไหน แต่ในฉากนี้ ตัวละครกำลังเล่นสั่งอาหารกันอยู่ และไม่มีใครกำลังตามหาดิสโก้จริง ๆ พ่อพูดคำถามภาษาฝรั่งเศสแบบสุ่มแทนที่จะตอบเรื่องอาหาร มุกที่เกิดซ้ำจึงมาจากคำพูดที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ ไม่ใช่จากการออกตามหาดิสโก้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

Où est la discothèque? มีหน้าที่หลักอย่างไรในฉากนี้

  1. เขากำลังถามทางไปดิสโก้อย่างจริงจัง
  2. เขาใช้คำถามภาษาฝรั่งเศสที่ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์เพื่อเล่นมุกต่อ
  3. เขากำลังบอกลูกค้าว่าต้องสั่งของหวานที่ไหน
ดูคำตอบ

เขาใช้คำถามภาษาฝรั่งเศสที่ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์เพื่อเล่นมุกต่อ

I was pointing this.

2:57

ฉันชี้อันนี้ต่างหาก

See?

2:59

เห็นไหม

Pavlova.

2:59

พัฟโลวา

Ah, Carte Nord! pavlova?

3:01

Ah, Carte Nord! pavlova?

Yes.

3:03

ใช่

Beans.

3:04

ถั่ว

Yes, that's beans.

3:05

ใช่ นั่นแหละถั่ว

But we don't want beans. ลำดับความ

3:07

แต่เราไม่ต้องการถั่วนะ

We want pavlova, okay?

3:08

เราต้องการพัฟโลวา โอเคไหม

ลำดับความ

We don't want X. We want Y, okay?:ปฏิเสธตัวเลือกที่ผิดแล้วแก้ให้ชัดเจน

รูปแบบ We don't want X. We want Y. จัดการแก้ความเข้าใจผิดเป็นสองขั้น ขั้นแรกประโยคปฏิเสธจะตัดตัวเลือกที่ผิดออก จากนั้นประโยคบอกเล่าจะระบุสิ่งที่ต้องการแทนทันที การพูด want ซ้ำทำให้ความแตกต่างชัดเจนและยากที่จะฟังข้าม okay? ที่ท้ายประโยคขอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าเข้าใจแล้ว แต่ในที่นี้ยังเพิ่มแรงกดดันด้วย ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายเข้าใจและไม่ทำผิดแบบเดิมอีก

แบบฝึกหัด

คำตอบใดปฏิเสธของที่ผิดก่อน แล้วจึงบอกของที่ต้องการอย่างชัดเจน

  1. We want markers and crayons.
  2. We don't want markers. We want crayons.
  3. Do we want markers or crayons?
ดูคำตอบ

We don't want markers. We want crayons.

C'est bon.

3:10

C'est bon.

So sorry, customer.

3:15

ขอโทษจริงๆ นะคะคุณลูกค้า

He's new.

3:16

เขาเพิ่งมาใหม่ค่ะ

That's okay.

3:17

ไม่เป็นไรค่ะ

C'est combien pavlova?

3:19

C'est combien pavlova?

Where's the pavlova?

3:22

พัฟโลวาอยู่ไหน

Ecoutez!

3:23

Ecoutez!

Pavlova.

3:25

พัฟโลวา

That's a crumb.

3:26

นั่นมันเศษขนมปัง

It's too small. ไวยากรณ์

3:29

มันเล็กเกินไป

ไวยากรณ์

too small: เล็กเกินกว่าที่ยอมรับได้

ในประโยคนี้ too small หมายถึงเล็กกว่าระดับที่ยอมรับได้หรือใช้งานได้ ขนาดเล็กเกินขีดจำกัด จึงทำให้เกิดปัญหา โครงสร้าง too + adjective แสดงระดับที่มากเกินไป เช่น too hot, too loud และ too slow สื่อว่าเกินกว่าที่สถานการณ์ยอมรับได้ ไม่ใช่แค่มีระดับสูง

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงเล็กกว่าขนาดที่ยอมรับได้หรือจำเป็นโดยเฉพาะ

  1. very small
  2. too small
  3. small enough
ดูคำตอบ

too small

Où est mon passeport?

3:30

Où est mon passeport?

Go back and get a piece that's this big. ไวยากรณ์

3:31

กลับไปเอาชิ้นที่ใหญ่ขนาดนี้มา

ไวยากรณ์

piece that's this big: ขนาดที่แสดงด้วยสิ่งอ้างอิง

ใน a piece that's this big ส่วน that's this big เป็นอนุประโยคขยายคำนาม piece โดยระบุว่าหมายถึงชิ้นไหนจากขนาดที่ผู้พูดกำลังแสดงให้ดู ตรงนี้ this หมายถึงในระดับเท่านี้ ดังนั้น this big จึงหมายถึงใหญ่เท่าที่ท่าทางหรือตัวอย่างตรงหน้าแสดงไว้ ไม่ได้ระบุขนาดตายตัว ขนาดที่แน่นอนมาจากบริบททางสายตาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค I need a box that's this big โดยปกติอะไรทำให้ผู้ฟังรู้ขนาดที่ผู้พูดต้องการ

  1. ท่าทางที่มองเห็นได้หรือสิ่งอ้างอิงทางสายตาที่เห็นร่วมกัน
  2. ขนาดตายตัวที่พจนานุกรมกำหนดให้ this big
  3. คำว่า box เพียงอย่างเดียว
ดูคำตอบ

ท่าทางที่มองเห็นได้หรือสิ่งอ้างอิงทางสายตาที่เห็นร่วมกัน

See?

3:34

เห็นไหม

This big.

3:35

ใหญ่ขนาดนี้

Oh, bonjour.

3:37

Oh, bonjour.

Please bear with me. น้ำเสียง/เจตนา

3:39

โปรดทนหน่อยนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Please bear with me: การขอให้อีกฝ่ายรออย่างอดทนอย่างสุภาพ

Please bear with me เป็นคำขออย่างสุภาพที่หมายถึง “โปรดอดทนรอระหว่างที่ฉันจัดการเรื่องนี้” มักใช้ขอให้อีกฝ่ายรอช่วงสั้น ๆ หรือเข้าใจปัญหาชั่วคราวที่เกิดขึ้น bear with me เป็นสำนวนตายตัว โดย bear ในที่นี้หมายถึง “อดทนหรือมีความอดกลั้นต่อใครบางคน” ไม่ได้หมายถึงสัตว์ที่เรียกว่าหมีหรือการแบกคนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “โปรดอดทนรอ” เพื่อทำให้คำขอนี้สมบูรณ์: ____ while I check your reservation.

ดูคำตอบ

Please bear with me

That's okay.

3:41

ไม่เป็นไรค่ะ

Bonjour, pavlova.

3:42

Bonjour, pavlova.

Où est la discothèque?

3:45

Où est la discothèque?

Yes.

3:46

ใช่

Thank you.

3:47

ขอบคุณค่ะ

It's a good size. วลี

3:48

ขนาดกำลังดีเลย

วลี

a good size: ขนาดที่เหมาะกับความต้องการ

ในประโยค It's a good size วลี a good size หมายถึงขนาดที่เหมาะกับความต้องการในขณะนั้น ใช้อธิบายสิ่งของ ห้อง ปริมาณอาหาร หรือขนาดของกลุ่มได้ และไม่ได้หมายความว่าต้องมีขนาดใหญ่เสมอไป ในโครงสร้างนี้ size เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ จึงใช้รูป a good size คำว่า good ประเมินว่าขนาดเหมาะกับจุดประสงค์เพียงใด ไม่ได้หมายถึงความดีในทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

It's a good size มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. ขนาดเหมาะกับความต้องการในขณะนั้น
  2. ดีในทางศีลธรรม
  3. มีขนาดใหญ่มาก
ดูคำตอบ

ขนาดเหมาะกับความต้องการในขณะนั้น

Bonjour.

3:50

Bonjour.

Thank you.

3:51

ขอบคุณค่ะ

What are you doing? น้ำเสียง/เจตนา

3:56

คุณทำอะไรน่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

What are you doing? เมื่อใช้แสดงความตกใจและสั่งให้หยุด

ในฉากนี้ What are you doing? ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ เพื่อขอข้อมูล เพราะมองเห็นการกระทำนั้นอยู่แล้วและเห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสม คำถามนี้จึงแสดงความตกใจ พร้อมทั้งตำหนิและบอกให้อีกฝ่ายหยุด คำถามรูป present continuous ประโยคเดียวกันอาจเป็นคำถามตามความหมายตรงหรือเป็นการวิจารณ์ก็ได้ บริบทและน้ำเสียงจะเป็นตัวกำหนดว่าหมายถึง “บอกหน่อยว่ากำลังทำอะไร” หรือหมายถึงอย่างหนักแน่นกว่าว่า “ทำอย่างนั้นทำไม หยุดนะ”

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าจริงหรือเท็จ: ถ้ามีคนกำลังจะเทน้ำลงบนแล็ปท็อป การพูด What are you doing? ด้วยน้ำเสียงเร่งด่วนอาจทำหน้าที่เป็นคำเตือนให้หยุด ไม่ใช่แค่คำถามเพื่อขอข้อมูล

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

Je veux la fenetre!

3:57

Je veux la fenetre!

You don't put tomato sauce on pavlova. วลี

3:59

คุณไม่ควรบีบซอสมะเขือเทศใส่พัฟโลวานะ

วลี

put tomato sauce on pavlova: โครงสร้าง put X on Y

put tomato sauce on pavlova ใช้โครงสร้าง put X on Y โดย X คือสิ่งที่นำมาเติมหรือวาง และ Y คืออาหารหรือพื้นผิวที่รองรับสิ่งนั้น ในที่นี้ on แสดงการเคลื่อนไปวางหรือการจัดวางบนพื้นผิว เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่บอกการกระทำ ไม่ได้เพียงบอกว่าซอสอยู่ที่ไหนแล้ว โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งกับเครื่องโรยหน้าอาหารและสิ่งของที่วางบนพื้นผิวอื่น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง put X on Y ให้สมบูรณ์: Please put the sliced strawberries ____ the cake.

ดูคำตอบ

on

Je veux la fenetra.

4:02

Je veux la fenetra.

That's it. น้ำเสียง/เจตนา

4:04

พอเลย

น้ำเสียง/เจตนา

That's it. ในความหมายว่า “พอแล้ว ห้ามทำต่อ”

ในที่นี้ That's it. หมายถึง “พอแล้ว ความอดทนของฉันหมดแล้ว” ผู้พูดจะไม่ยอมทนต่อพฤติกรรมนั้นอีก และส่งสัญญาณว่ากำลังจะลงมือทำบางอย่าง คำเดียวกันนี้อาจมีความหมายกลาง ๆ เช่น ชี้ว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง หรือบอกว่าไม่มีอะไรอีกแล้ว แต่ในประโยคนี้ น้ำเสียงหนักแน่นและสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นทำให้มีความหมายเป็นการขีดเส้นว่าให้หยุด

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้พูดหมดความอดทนและกำลังจะหยุดพฤติกรรมของใครบางคน That's it. น่าจะหมายความว่าอะไร

  1. นั่นคือสิ่งของที่ถูกต้อง
  2. ไม่มีอะไรอื่นในรายการแล้ว
  3. พอแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้
ดูคำตอบ

พอแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้

You're out of here. สำนวน

4:06

คุณถูกไล่ออก

สำนวน

out of here: ถูกสั่งให้ออกไป

ใน You're out of here วลี out of here ไม่ได้บอกเพียงว่าคนหนึ่งอยู่ที่ไหน แต่รูปประโยคทั้งหมดบอกผู้ฟังว่าต้องออกไป หรือผู้พูดกำลังไล่คนนั้นออก การถูกให้ออกอาจเป็นการออกจากสถานที่ การแข่งขัน ทีม บทบาท หรือกิจกรรม นี่คือการตัดสินหรือการไล่ออก ไม่ใช่การบอกอย่างเป็นกลางว่าคนนั้นอยู่นอกสถานที่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดไล่ออกอย่างหนักแน่นของกรรมการด้วยวลีจากบทเรียน: You ignored the final warning. You're ____.

ดูคำตอบ

out of here

Oh, bonjour.

4:07

Oh, bonjour.

Out.

4:08

ออกไป

Oh, bonjour.

4:09

Oh, bonjour.

Un champ pour deux poissons!

4:10

Un champ pour deux poissons!

I know exactly what he was trying to do. ไวยากรณ์

4:12

ฉันรู้เลยว่าเขากำลังพยายามทำอะไร

ไวยากรณ์

what he was trying to do: ลำดับคำในอนุประโยค wh แบบฝัง

ในประโยคนี้ what he was trying to do เป็นอนุประโยค wh ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ know โดยบอกเนื้อหาที่ผู้พูดรู้ เนื่องจากอนุประโยคนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า ไม่ได้เป็นคำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + he + was trying to do อย่าสลับประธานกับ was แบบในคำถามตรง What was he trying to do?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องในอนุประโยค wh แบบฝัง

  1. Can you tell me is where the library?
  2. Can you tell me where the library is?
  3. Can you tell me where is the library?
ดูคำตอบ

Can you tell me where the library is?

He was trying to stop you from eating pavlova. ไวยากรณ์

4:15

เขากำลังพยายามขัดขวางไม่ให้คุณกินพัฟโลวา

ไวยากรณ์

was trying to stop you from eating: โครงสร้าง stop someone from doing

Was trying to บอกว่าเขากำลังพยายามทำสิ่งนั้นในเวลานั้น แต่ไม่ได้บอกว่าเขาทำสำเร็จหรือไม่ การกระทำที่เขาพยายามทำคือ stop you from eating โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ stop + someone + from + -ing ซึ่งหมายถึงการห้ามหรือป้องกันไม่ให้ใครทำบางสิ่ง ในที่นี้ you คือคนที่ถูกห้าม และ eating คือการกระทำที่ถูกห้าม เนื่องจาก from เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing ไม่ใช่รูปพื้นฐาน eat

แบบฝึกหัด

ใช้คำใบ้ stop / children / touch เพื่อบอกหน้าที่ทั่วไปของแผงกั้น: The glass barrier ____ the painting.

ดูคำตอบ

stops children from touching

I like his funny talk. การใช้คำ

4:19

ฉันชอบที่เขาพูดจาตลกๆ นะ

การใช้คำ

funny talk: วิธีพูดที่แปลกและตลก

ในที่นี้ funny talk หมายถึงวิธีพูดที่ฟังดูทั้งแปลกและตลก ในบริบทที่สนุกสนานนี้ funny มีความหมายทั้งสองอย่าง คือคำพูดฟังดูไม่เหมือนปกติ และความแปลกนั้นก็ทำให้รู้สึกสนุก talk หมายถึงสิ่งที่เขาพูดหรือวิธีที่เขาพูด ไม่ได้หมายถึงการสนทนาหรือการประชุมอย่างเป็นทางการในที่นี้

แบบฝึกหัด

funny talk ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. วิธีพูดที่แปลกและตลกของเขา
  2. การสนทนาที่จริงจังและเป็นทางการ
  3. สุนทรพจน์เกี่ยวกับเรื่องตลก
ดูคำตอบ

วิธีพูดที่แปลกและตลกของเขา

Well, he can funny-talk somewhere else. การใช้คำ

4:20

เอาเถอะ เขาไปพูดจาตลกๆ ที่อื่นได้

การใช้คำ

can funny-talk: คำกริยาชั่วคราวแบบขี้เล่น

funny-talk เป็นคำกริยาชั่วคราวที่สร้างขึ้นอย่างขี้เล่นจากวลีนาม funny talk ที่กล่าวมาก่อนหน้า หมายถึงพูดด้วยวิธีแปลกและตลกแบบนั้น ในภาษาอังกฤษ หลังคำกริยาช่วย can จะใช้คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น funny-talk จึงอยู่ในตำแหน่งคำกริยาใน can funny-talk บริบทช่วยให้เข้าใจคำกริยาที่สร้างขึ้นนี้ได้ แต่คำนี้ไม่ใช่คำกริยามาตรฐานในพจนานุกรม

แบบฝึกหัด

funny-talk ที่อยู่หลัง can ในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้ขยาย somewhere
  2. ทำหน้าที่เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่สร้างขึ้นอย่างขี้เล่น
  3. เป็นชื่อของการสนทนาอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ทำหน้าที่เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่สร้างขึ้นอย่างขี้เล่น

I've got a café to run. ไวยากรณ์

4:23

ฉันมีร้านคาเฟ่ต้องบริหารนะ

ไวยากรณ์

I've got a café to run: มีคาเฟ่ที่ต้องบริหาร

ในประโยคนี้ I've got หมายถึง “ฉันมี” และ a café to run หมายถึงคาเฟ่ที่ผู้พูดมีหน้าที่ต้องบริหาร คำว่า run ในที่นี้หมายถึง “บริหารหรือดำเนินธุรกิจ” ไม่ใช่ “วิ่ง” โครงสร้าง have got + คำนาม + to-infinitive ใช้นำเสนอคำนามนั้นในฐานะงานหรือความรับผิดชอบ เช่น I've got + a café + to run โดย infinitive จะอยู่หลังคำนามเพื่อบอกว่าต้องทำอะไรกับสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ run เติมโครงสร้างที่แสดงความรับผิดชอบให้สมบูรณ์: I've got a café ____.

ดูคำตอบ

to run

Now, let me sort out that pavlova. กริยาวลี

4:25

เอาล่ะ ขอฉันไปจัดการพัฟโลวานั่นก่อน

กริยาวลี

sort out: จัดการหรือแก้ไข

ในที่นี้ sort out หมายถึงรับหน้าที่จัดการเรื่องหนึ่งและทำให้เรื่องนั้นเรียบร้อยหรือได้รับการแก้ไข ผู้พูดกำลังรับผิดชอบเรื่องที่เกี่ยวกับพาฟโลวา ไม่ได้กำลังแบ่งขนมออกเป็นหมวดหมู่จริง ๆ sort out เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถพูดว่า sort out the booking หรือ sort the booking out ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องพูดว่า sort it out ไม่ใช่ sort out it

แบบฝึกหัด

ใน 'We need to sort out the booking today,' คำว่า sort out หมายถึงอะไร?

  1. จัดการหรือเตรียมการจองให้เรียบร้อย
  2. แบ่งการจองออกเป็นหมวดหมู่
  3. ยกเลิกการจอง
ดูคำตอบ

จัดการหรือเตรียมการจองให้เรียบร้อย

Bonjour.

4:29

Bonjour.

Bluey.

4:31

บลูอี้

Yeah?

4:32

ฮึ?

Où est la discothèque?

4:35

Où est la discothèque?

Hey, you can't open a café right next to mine. วลี

4:37

เฮ้ คุณมาเปิดร้านคาเฟ่ข้างๆ ร้านฉันไม่ได้นะ

วลี

right next to mine: อยู่ติดกับของฉันเลย

ในประโยคนี้ right next to mine หมายถึง “อยู่ติดกับคาเฟ่ของฉันเลย” ตรงนี้ right ใช้เน้น next to ไม่ได้หมายถึง “อยู่ทางขวา” mine เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน my café โครงสร้าง right next to + สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของใช้เปรียบเทียบตำแหน่งของสองสิ่งโดยไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “อยู่ติดกับโต๊ะของฉัน” โดยใช้ right เพื่อเน้น และใช้ mine เพื่อไม่ต้องพูด desk ซ้ำ: Your desk is ____.

ดูคำตอบ

right next to mine

A-bonjour!

4:40

A-bonjour!

Where are you going?

4:43

คุณจะไปไหน

I just want to see the menu.

4:44

ฉันแค่อยากไปดูเมนูน่ะ

Well, don't be long. วลี

4:46

งั้นอย่าไปนานนะ

วลี

Don't be long: อย่านานนะ

Don't be long เป็นสำนวนภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ ใช้บอกใครสักคนว่าอย่าใช้เวลานาน มักใช้เมื่อผู้พูดคาดหวังให้อีกฝ่ายกลับมาเร็ว ๆ ตรงนี้ long หมายถึงระยะเวลา ไม่ใช่ความยาวของร่างกายหรือสิ่งของ เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง จึงอาจฟังเหมือนคำเตือนหรือคำสั่งแบบไม่รุนแรง น้ำเสียงและความสัมพันธ์จะมีผลต่อความหนักเบาของคำพูด

แบบฝึกหัด

น้องชายของคุณออกไปข้างนอกชั่วครู่ก่อนอาหารเย็น เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “อย่าใช้เวลานาน”: ____.

ดูคำตอบ

Don't be long

Your pavlova is coming.

4:47

พัฟโลวาของคุณกำลังมาแล้ว

Au revoir.

4:49

Au revoir.

Can I see a menu, please? น้ำเสียง/เจตนา

4:50

ขอดูเมนูหน่อยได้ไหมคะ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Can I see a menu, please? เพื่อขออย่างสุภาพ

Can I see a menu, please? เป็นวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติเมื่อต้องการขอให้พนักงานร้านอาหารหรือคาเฟ่นำเมนูมาให้ดู ในที่นี้ see หมายถึง “ขอดูหรือขอให้แสดงให้ดู” ไม่ได้ถามถึงความสามารถในการมองเห็น คำขอนี้ใช้โครงสร้าง Can I + คำกริยารูปพื้นฐาน + กรรม และ please ช่วยให้ฟังสุภาพขึ้น สามารถนำรูปแบบ Can I see + สิ่งของ + please ไปใช้เมื่อต้องการขอดูสิ่งอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “ได้รับสิ่งของมาเพื่อดู” ในคำขอที่ร้านอาหาร: Can I ____ a menu, please?

ดูคำตอบ

see

Mercredi.

4:52

Mercredi.

What's it got on it? การใช้คำ

4:55

มีอะไรบ้างคะเนี่ย

การใช้คำ

ใช้ What's it got on it? ถามเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่บนพื้นผิว

ในที่นี้ What's เป็นรูปย่อของ What has โดยรูปเต็มคือ What has it got on it? โครงสร้าง have got หมายถึง “มี” ดังนั้น got ไม่ได้หมายถึงการได้รับหรือได้สิ่งใดมา On it จำกัดคำถามไว้ที่สิ่งซึ่งอยู่บนพื้นผิวของวัตถุ เมื่อพูดถึงอาหาร มักหมายถึงเครื่องโรยหน้า ซอส หรือของตกแต่ง ส่วน it ทั้งสองตำแหน่งหมายถึงสิ่งเดียวกันที่กล่าวถึงไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่ใช้พูดถึงเครื่องบนหน้าอาหารในคำถาม: What's the pizza got ____?

ดูคำตอบ

on it

It's only got endabolly beans.

4:57

มีแต่ถั่วเอนดาบอลลี่

Ha.

4:59

ฮะ

Well, she doesn't want them.

5:00

แต่เธอไม่อยากกินมันนี่

She wants pavlova.

5:02

เธออยากกินพัฟโลวา

Oh-ho! No-ho-ho!

5:03

Oh-ho! No-ho-ho!

Ha ha.

5:04

ฮ่าๆ

Hmm.

5:05

อืม

Ha ha.

5:05

ฮ่าๆ

Oh, oui.

5:06

Oh, oui.

Ah, I think he's saying he puts some lovely things on them น้ำเสียง/เจตนา

5:07

อา ฉันว่าเขาบอกว่าเขาใส่อะไรน่าอร่อยๆ ลงไป

to make them taste nice. ไวยากรณ์

5:11

เพื่อทำให้มันรสชาติดีขึ้นนะ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ I think he's saying ... เพื่อตีความอย่างไม่ฟันธง

I think he's saying ... ใช้เกริ่นการตีความของผู้พูดต่อคำพูดหรือท่าทางของอีกคน I think แสดงว่าการตีความนั้นอาจยังไม่แน่นอนทั้งหมด ส่วน he's saying นำเข้าสู่ความหมายที่ผู้พูดคิดว่าอีกคนกำลังสื่อ ใช้โครงสร้าง I think + ประธาน + be saying + อนุประโยค เมื่อต้องการช่วยอธิบายว่าใครบางคนน่าจะหมายถึงอะไร โดยไม่ยืนยันว่าการตีความของตนเป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

คุณไม่แน่ใจเต็มที่ว่าผู้ชายคนหนึ่งหมายถึงอะไร ประโยคใดถ่ายทอดการตีความของคุณอย่างไม่ฟันธง?

  1. I think he's saying we need to wait outside.
  2. He's definitely saying we need to wait outside.
  3. I think he said us to wait outside.
ดูคำตอบ

I think he's saying we need to wait outside.

ไวยากรณ์

to make them taste nice: บอกจุดประสงค์ด้วย make + กรรม + กริยา

to make them taste nice เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ กล่าวคือใส่ของดี ๆ เหล่านั้นลงไปเพื่อให้อาหารมีรสชาติอร่อย ตรงนี้ make หมายถึง “ทำให้เกิดสภาพ” ไม่ใช่ “สร้าง” โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ได้แก่ make + them + taste ส่วน nice เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลังคำกริยาเชื่อม taste และบรรยายรสชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างบอกจุดประสงค์ที่เน้นไว้ ใช้คำใบ้ต่อไปนี้: make / it / taste / better. Add a little salt ____.

ดูคำตอบ

to make it taste better

A-bonjour!

5:12

A-bonjour!

Um, it's just that น้ำเสียง/เจตนา

5:13

เอิ่ม คือว่า

I really think I want pavlova.

5:16

ฉันคิดว่าฉันอยากกินพัฟโลวาจริงๆ ค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

it's just that I ...: เกริ่นคำอธิบายให้นุ่มนวล

“It's just that ...” ใช้เกริ่นเหตุผล ความกังวล ความชอบ หรือความเห็นต่างที่อาจพูดตรง ๆ ได้ยากอย่างนุ่มนวล ในประโยคนี้ “it's just that I” ช่วยเตรียมผู้ฟังก่อนที่ผู้พูดจะบอกความต้องการที่แท้จริง แทนที่จะพูดออกมาอย่างห้วน ๆ คำว่า “just” ในที่นี้ช่วยลดความตรงของน้ำเสียงในการสนทนา ไม่ได้หมายความว่าเหตุผลนั้นไม่สำคัญ โดยปกติจะตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ เช่น “It's just that I need more time.”

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นที่ช่วยให้น้ำเสียงนุ่มนวลจากบทเรียนลงในประโยค: ____ need a little more time.

ดูคำตอบ

It's just that I

Ah, très bon.

5:18

Ah, très bon.

Well, you can make me some endamommy beans

5:21

เอาเถอะ คุณทำถั่วเอนดามามี่ให้ฉันก็ได้

if you want. น้ำเสียง/เจตนา

5:25

ถ้าคุณต้องการ

น้ำเสียง/เจตนา

if you want ท้ายประโยค: มอบทางเลือกให้ผู้ฟัง

เมื่อวาง “if you want” ไว้ท้ายคำแนะนำ การเสนอ หรือการอนุญาต จะมีความหมายว่า “ถ้าคุณอยากทำสิ่งนั้น” การกระทำหลังคำว่า “want” เข้าใจได้จากส่วนก่อนหน้าของประโยค จึงไม่ต้องพูดซ้ำ ในที่นี้ วลีดังกล่าวเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือกและลดแรงกดดัน ในทางไวยากรณ์ วลีนี้เป็นเงื่อนไข แต่หน้าที่หลักในการสนทนาคือแสดงว่าการกระทำนั้นเป็นทางเลือก ไม่ใช่การตั้งข้อกำหนดที่เคร่งครัด

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่มอบทางเลือกให้ผู้ฟัง: You can borrow my umbrella ____.

ดูคำตอบ

if you want

Très Milan!

5:26

Très Milan!

But, I get to choose น้ำเสียง/เจตนา

5:27

แต่ฉันมีสิทธิ์เลือกนะ

if I want to eat them or the pavlova.

5:29

ว่าอยากกินมันหรือกินพัฟโลวา

น้ำเสียง/เจตนา

I get to choose: ฉันเป็นคนเลือก

I get to choose หมายถึง “ฉันเป็นคนเลือก” หรือ “ฉันได้รับอนุญาตให้ตัดสินใจ” ในที่นี้ get to + กริยารูปพื้นฐานแสดงถึงโอกาส การอนุญาต หรือการได้ทำตามลำดับ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง ผู้พูดยอมรับสถานการณ์นี้ก็ต่อเมื่อยังควบคุมได้ว่าจะกินหรือไม่และจะกินอะไร โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อใครคนหนึ่งได้รับโอกาสหรือสิทธิ์ในการตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึงผู้พูดมีคิวหรือมีสิทธิ์ตัดสินใจ: Today, I ____ the game.

ดูคำตอบ

get to choose

Hmm.

5:32

อืม

It's just I don't like it ไวยากรณ์

5:33

ฉันแค่ไม่ชอบเลย

when you make me eat something. ไวยากรณ์

5:35

เวลาที่พวกคุณบังคับให้ฉันกินบางอย่าง

ไวยากรณ์

I don't like it when + อนุประโยค

I don't like it when + อนุประโยค ใช้บอกว่าสถานการณ์หรือพฤติกรรมหนึ่งทำให้คุณไม่พอใจ it เป็นกรรมที่ใช้แทนตำแหน่งหลัง like ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when จะบอกว่าสถานการณ์ใดที่คุณไม่ชอบ ในตัวอย่าง สิ่งที่ผู้พูดไม่ชอบคือการถูกบังคับให้กิน ไม่จำเป็นว่าจะไม่ชอบอาหารหรือตัวอีกฝ่าย หลัง when ต้องใช้อนุประโยคที่สมบูรณ์ เช่น I don't like it when people interrupt me.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบเต็ม I don't like it when เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ people borrow my headphones without asking.

ดูคำตอบ

I don't like it when

ไวยากรณ์

you make me: โครงสร้าง causative make + คน + กริยารูปพื้นฐาน

ใน you make me eat คำว่า make เป็นกริยาแสดงการทำให้หรือบังคับ หมายถึง “ทำให้ฉันกิน” หรือ “บังคับให้ฉันกิน” ไม่ได้หมายถึง “สร้าง” you คือผู้ที่ทำให้เกิดการกระทำ ส่วน me คือผู้ที่ต้องทำการกระทำนั้น โครงสร้างคือ make + คน + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ eat คงอยู่ในรูปพื้นฐานและไม่เติม to ข้างหน้า เนื่องจากผู้พูดบอกว่า I don't like it คำว่า make ในประโยคนี้จึงสื่อถึงการถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make + person + base verb เพื่อให้หมายถึง “ทำให้ฉันหัวเราะ”: That joke ____.

ดูคำตอบ

made me laugh

Mon petit choux à la crème. วัฒนธรรม

5:38

Mon petit choux à la crème.

วัฒนธรรม

Mon petit choux à la crème: คำเรียกด้วยความเอ็นดูแบบฝรั่งเศสที่ขี้เล่น

Mon petit choux à la crème เป็นคำเรียกด้วยความเอ็นดูแบบฝรั่งเศสที่ใช้ภาพของขนมครีมพัฟ ในบทสนทนาภาษาอังกฤษนี้ สิ่งสำคัญคือหน้าที่ของประโยค ผู้พูดเปลี่ยนไปใช้ภาษาฝรั่งเศสเพื่อให้ฟังดูเอ็นดูและเพื่อสวมบทเป็นพนักงานคาเฟ่หรือพ่อครัวชาวฝรั่งเศส ภาพของอาหารทำให้คำเรียกนี้ทั้งน่ารักและขบขัน ควรเข้าใจว่าเป็นสัญญาณของการสวมบทบาทและอารมณ์ขัน ไม่ใช่วลีหรือโครงสร้างไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ต้องนำไปใช้ตาม

แบบฝึกหัด

เหตุใดผู้พูดจึงใช้ Mon petit choux à la crème ในบทสนทนาภาษาอังกฤษ?

  1. เพื่อให้คำสั่งอย่างเป็นทางการด้วยภาษาอังกฤษ
  2. เพื่อสร้างบทบาทพนักงานคาเฟ่หรือพ่อครัวฝรั่งเศสแบบขี้เล่น
  3. เพื่อบอกชื่อโครงสร้างไวยากรณ์ภาษาอังกฤษทั่วไป
ดูคำตอบ

เพื่อสร้างบทบาทพนักงานคาเฟ่หรือพ่อครัวฝรั่งเศสแบบขี้เล่น

It's a café competition.

5:40

นี่คือการแข่งขันร้านคาเฟ่

I'm going to get the sprinkles.

5:42

ฉันจะไปเอาเกล็ดน้ำตาลมาโรย

Hey.

5:47

เฮ้

Can I help?

5:49

มีอะไรให้ช่วยไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Can I help? สำหรับการเสนอตัวช่วย

คำว่า Can ที่อยู่ท้ายส่วนที่เน้นเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามเต็มว่า Can I help? ซึ่งเป็นวิธีสั้น ๆ ในการเสนอตัวช่วย ผู้พูดกำลังอาสาเข้าไปร่วมช่วย ไม่ได้เพียงถามว่ามีปัญหาหรือไม่ เมื่อสถานการณ์บอกชัดอยู่แล้วว่าจะช่วยเรื่องอะไร help จึงไม่ต้องมีกรรมตามหลัง Can I help you? และ Can I help with that? เป็นรูปที่ระบุชัดกว่า แต่ Can I help? เพียงอย่างเดียวก็สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

คุณเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังถือกล่องหลายใบ เติมข้อเสนอสามคำโดยใช้ can และ help: “____?”

ดูคำตอบ

Can I help

Je suis désolé.

5:50

Je suis désolé.

Saint-Tropez!

5:55

Saint-Tropez!

Ready.

6:01

เสร็จแล้ว

Bonjour.

6:03

Bonjour.

Okay, I've decided.

6:15

โอเค ฉันตัดสินใจแล้ว

Pavlova.

6:18

พัฟโลวา

Sa croissant, s'il vous plaît. วัฒนธรรม

6:19

Sa croissant, s'il vous plaît.

วัฒนธรรม

s'il vous plaît ในฐานะเครื่องหมายความสุภาพแบบฝรั่งเศส

s'il vous plaît แปลว่า “กรุณา” หรือ “โปรด” ในภาษาฝรั่งเศส ผู้ชมที่พูดภาษาอังกฤษมักจำวลีนี้ได้ แม้บทสนทนาโดยรอบจะเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก ในที่นี้ วลีนี้ไม่ได้เพียงทำให้คำขอสุภาพขึ้น แต่ยังช่วยให้ผู้พูดดูมีสไตล์ฝรั่งเศสอย่างตั้งใจขณะเล่นบทพนักงานคาเฟ่หรือเชฟ จึงควรเข้าใจว่าเป็นสัญญาณบอกสไตล์ของตัวละคร ไม่ใช่คำแทน please ตามปกติในภาษาอังกฤษ

แบบฝึกหัด

s'il vous plaît มีหน้าที่หลักอะไรในฉากที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่นี้

  1. เป็นวิธีขอโทษตามปกติในภาษาอังกฤษ
  2. มีความหมายว่า “กรุณา” และจงใจเพิ่มสไตล์ฝรั่งเศส
  3. เป็นชื่อของขนมอบที่กำลังสั่ง
ดูคำตอบ

มีความหมายว่า “กรุณา” และจงใจเพิ่มสไตล์ฝรั่งเศส

So, I can eat this? น้ำเสียง/เจตนา

6:22

ตกลงว่าฉันกินอันนี้ได้ไหมคะ

น้ำเสียง/เจตนา

So, I can eat this? สำหรับยืนยันการอนุญาตที่อนุมานจากบริบท

ในคำถามนี้ So ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ผู้พูดอนุมานจากสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ประมาณว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันเข้าใจว่าฉันกินนี่ได้ ถูกไหม” ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ ไม่ได้แค่บอกผลลัพธ์ ส่วน I can eat this ยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ในบทสนทนาแบบกันเอง ลำดับคำนี้เมื่อใช้กับทำนองเสียงคำถามจะเปลี่ยนข้อสรุปที่ยังไม่แน่ใจให้เป็นคำถามเพื่อยืนยันได้ ส่วนคำถามตรง ๆ ที่เป็นกลางคือ So, can I eat this?

แบบฝึกหัด

เจ้าบ้านชี้ไปที่เก้าอี้ว่างและบอกว่าไม่มีคนนั่ง ประโยคใดใช้ยืนยันอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณได้รับอนุญาตให้นั่งตรงนั้น

  1. I can sit here.
  2. So, I can sit here?
  3. Can I sit somewhere?
ดูคำตอบ

So, I can sit here?

Bonjour.

6:25

Bonjour.

Tu es une morve.

6:29

Tu es une morve.

Thank you.

6:30

ขอบคุณค่ะ

You know, he just called you a booger. ไวยากรณ์

6:31

รู้ไหม เขาเพิ่งเรียกเธอว่าขี้มูกนะ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง call someone something ใน called you a booger

Called you a booger ใช้โครงสร้าง call + คน + ชื่อหรือคำเรียก หมายความว่าเขาใช้คำว่า booger เป็นคำเรียกหรือคำบรรยายคุณ ในที่นี้ called หมายถึง “เรียกหรือบรรยายว่า” ไม่ใช่ “โทรหา” คำนามตัวสุดท้ายอาจเป็นชื่อ ชื่อเล่น คำชม หรือคำด่าก็ได้ ในประโยคนี้ booger เป็นคำด่าแบบไม่เป็นทางการ ดูเป็นคำของเด็ก และค่อนข้างหยาบ

แบบฝึกหัด

ประโยค “Maya called Leo a hero” หมายความว่าอย่างไร

  1. Maya โทรหาวีรบุรุษคนหนึ่งให้ Leo
  2. Maya บรรยายว่า Leo เป็นวีรบุรุษ
  3. Maya ขอให้ Leo โทรหาวีรบุรุษคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

Maya บรรยายว่า Leo เป็นวีรบุรุษ

What?

6:33

อะไรนะ

How dare you? น้ำเสียง/เจตนา

6:34

กล้าดียังไง

น้ำเสียง/เจตนา

How dare you? ในฐานะคำตำหนิด้วยความโกรธอย่างรุนแรง

How dare you? เป็นสำนวนตำหนิแบบตายตัวที่ใช้เมื่อผู้พูดมองว่าการกระทำของอีกฝ่ายน่าตกใจ ไม่ให้เกียรติ หรือยอมรับไม่ได้ ในที่นี้หมายถึง “คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น!” ไม่ใช่คำถามว่าอีกฝ่ายรวบรวมความกล้าได้อย่างไร ถ้ารู้อยู่แล้วว่าหมายถึงการกระทำใด ประโยคนี้สามารถใช้เดี่ยว ๆ ได้ หากต้องการระบุการกระทำ ให้ใช้ How dare you + กริยารูปพื้นฐาน: How dare you call me that?

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น” เพื่อให้เป็นคำตำหนิที่โกรธและรุนแรง: ____ read my private messages?

ดูคำตอบ

How dare you

Dad said I could. ไวยากรณ์

6:38

พ่อบอกว่าหนูกินได้

ไวยากรณ์

said I could: การรายงานการอนุญาตโดยละการกระทำที่รู้กันแล้ว

ใน Dad said I could คำว่า said ใช้เริ่มการรายงานว่าพ่อให้อนุญาต ข้อความก่อนหน้าที่เข้าใจกันมีลักษณะเหมือน You can do that ดังนั้น could จึงหมายถึง “ได้รับอนุญาต” ไม่ใช่ความสามารถในอดีต วลีกริยาหลัง could ถูกละไว้ เพราะบริบททำให้รู้อยู่แล้วว่าหมายถึงการกระทำใด กริยาช่วยแสดงท่าทีสามารถรับหน้าที่แทนวลีกริยาที่เข้าใจกันได้: Can I borrow this? — Mum said I could.

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า Are you allowed to stay up late? เติมคำตอบเพื่อรายงานการอนุญาต โดยไม่พูด stay up late ซ้ำ: Mum ____.

ดูคำตอบ

said I could

I know.

6:40

แม่รู้

I guess I have to trust he knows what he's doing. โน้ต

6:41

แม่คงต้องเชื่อแหละว่าเขารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

น้ำเสียง/เจตนา

I guess: ทำให้ความเห็นฟังไม่ฟันธงและแสดงความไม่แน่ใจ

ในที่นี้ I guess หมายถึง “ฉันคิดว่า” หรือ “คงจะ” ไม่ได้หมายถึงการเดาคำตอบที่ไม่รู้ ผู้พูดยังไม่แน่ใจทั้งหมด เมื่อวางไว้ต้นประโยค คำนี้จะทำให้ความเห็นที่ตามมานุ่มนวลลง และอาจสื่อถึงการยอมรับแบบไม่ค่อยเต็มใจด้วย ผู้พูดยังมีข้อสงสัย แต่ยอมรับว่าการไว้ใจเขาเป็นทางเลือกที่มีอยู่ ใช้ I guess + อนุประโยคเพื่อแสดงความเห็นแบบมีข้อสงวน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I guess we should leave now,” คำว่า I guess สื่ออะไร?

  1. ผู้พูดมั่นใจอย่างเต็มที่
  2. ผู้พูดกำลังพยายามไขปริศนา
  3. ผู้พูดแสดงความเห็นชั่วคราวโดยยังมีข้อสงวนอยู่บ้าง
ดูคำตอบ

ผู้พูดแสดงความเห็นชั่วคราวโดยยังมีข้อสงวนอยู่บ้าง

สำนวน

he knows what he's doing: เชื่อมั่นในความสามารถของใครบางคน

ในประโยคนี้ he knows what he's doing หมายความว่าเขามีความสามารถ และมีทักษะหรือวิจารณญาณเพียงพอที่จะจัดการสถานการณ์ ไม่ได้เน้นเพียงว่าเขารับรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ someone knows what they are doing ซึ่งแสดงความเชื่อมั่นว่าคนนั้นมีแผน เข้าใจงาน และไม่ได้ลงมือทำโดยไม่มีความรู้หรือทิศทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดทำให้เพื่อนสบายใจได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่า Lena มีความสามารถจัดการงานนี้?

  1. Don't worry. Lena knows what the task is.
  2. Don't worry. Lena knows that the task is difficult.
  3. Don't worry. Lena knows what she's doing.
ดูคำตอบ

Don't worry. Lena knows what she's doing.

Oh, je suis un chien.

6:43

Oh, je suis un chien.

How dare you call me a booger.

6:45

กล้าดียังไงมาเรียกฉันว่าขี้มูก

Yum.

6:47

อร่อยจัง

Hey, Mum,

6:48

เฮ้ แม่

Look at this.

6:49

ดูนี่สิ

Whoa!

6:50

ว้าว!

Good shot.

6:52

โยนแม่นมาก

Come on. น้ำเสียง/เจตนา

6:53

มาเถอะ

Let's find your dad.

6:54

ไปหาพ่อกัน

น้ำเสียง/เจตนา

Come on. ที่ใช้เร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ

ในประโยคนี้ Come on. ใช้เร่งให้ผู้ฟังเริ่มขยับหรือลงมือทำบางอย่างร่วมกับผู้พูด มีความหมายประมาณว่า “ไปกันเถอะ” หรือ “มากับฉัน” ไม่ได้แสดงความไม่เชื่อหรือการโต้แย้ง ประโยคถัดไป Let's find your dad. บอกว่าทั้งสองคนจะทำอะไรด้วยกัน เมื่อมีข้อเสนอให้ทำบางอย่างตามหลัง come on มักเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังพาบทสนทนาไปสู่การลงมือทำ

แบบฝึกหัด

Come on. ทำหน้าที่อะไรใน "Come on. Let's find your dad."?

  1. แนะนำแผนใหม่อย่างเป็นทางการ
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่เชื่อคำกล่าวหนึ่ง
  3. เร่งให้ผู้ฟังเริ่มทำบางอย่างร่วมกัน
ดูคำตอบ

เร่งให้ผู้ฟังเริ่มทำบางอย่างร่วมกัน

It's his turn.

6:55

ถึงตาพ่อแล้ว

Okay, Mama.

6:56

โอเคค่ะแม่

Hmm.

7:03

อืม