จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณไม่เคยถอด Apple AirPods Pro ออกเลย?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
983 คำ 192 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: การทดลองทางความคิดแบบขบขันนี้ไล่ดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่ถอด AirPods เลย ตั้งแต่ผลต่อการได้ยินไปจนถึงความชื้น การเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในหู ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “what would happen if” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ would ร่วมกับอนุประโยค if เพื่อสร้างสถานการณ์ที่ไม่เป็นจริงและชวนคาดการณ์ผล ไม่ใช่เล่าเหตุการณ์ในอดีต 2. “big name much,” — วัจนปฏิบัติและท่าทีในการสนทนา: สังเกตรูปย่อเชิงประชด X much? ที่ใช้ล้อชื่อหน่วยงานซึ่งยาวเกินไป และเข้าใจว่าไม่เหมาะกับบริบทที่เป็นทางการ 3. “shoot off emails” — กริยาวลี: เข้าใจความหมายแบบไม่เป็นทางการว่าส่งอีเมลอย่างรวดเร็วและคล่องมือ ไม่ใช่ความหมายตรงตัวของ shoot ที่แปลว่ายิง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Walk anywhere today and you'll see Apple AirPods dangling out of people's ears.

0:00

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน คุณก็จะเห็น Apple AirPods ห้อยอยู่ที่หูของผู้คน

These cordless earbuds have become a status symbol. การใช้คำ

0:04

หูฟังไร้สายเหล่านี้กลายเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะไปแล้ว

การใช้คำ

Status symbol: สิ่งของที่บ่งบอกสถานะทางสังคม

ใน status symbol คำว่า status หมายถึงสถานะทางสังคมหรือเกียรติภูมิ ไม่ใช่สถานะของแอปหรือบัญชี status symbol คือสิ่งของ แบรนด์ หรือลักษณะที่มองเห็นได้ซึ่งผู้คนตีความว่าเป็นหลักฐานของความมั่งคั่ง ความสำเร็จ ตำแหน่ง หรือการเป็นสมาชิกของกลุ่มที่ผู้คนใฝ่ฝันอยากเข้าร่วม การเรียกหูฟังเอียร์บัดว่าเป็น status symbol ในที่นี้หมายความว่ามันมีความหมายทางสังคมนอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอย ในบริบทนี้ ข้อความดังกล่าวเป็นการพูดเกินจริงอย่างขบขัน ไม่ใช่การจัดประเภทอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงสิ่งของซึ่งแสดงสถานะทางสังคม: For some collectors, a rare pair of sneakers is a ____, not just something to wear.

ดูคำตอบ

status symbol

I mean, who needs to actually learn to code

0:07

คือว่า ใครจะต้องเรียนเขียนโค้ดจริง ๆ ไปทำไม

when you can just pop in two earbuds and bam, โน้ต

0:09

ในเมื่อแค่ใส่หูฟังสองข้าง แล้วปัง

กริยาวลี

Pop in: ใส่บางสิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ในที่นี้ pop in หมายถึงใส่หูฟังเอียร์บัดสองข้างเข้าไปในหูอย่างรวดเร็วและง่ายดาย คำว่า pop ทำให้การกระทำดูเบา เป็นกันเอง และแทบจะเสร็จในทันที ส่วน in บอกถึงการเคลื่อนเข้าไปอยู่ในตำแหน่ง เมื่อหมายถึงการใส่เข้าไป คำนามสามารถตามหลัง phrasal verb ทั้งชุดได้ (pop in two earbuds) หรืออยู่ระหว่างสองส่วนได้ (pop two earbuds in) หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใส่ไว้ตรงกลาง เช่น pop them in บริบทและกรรมแสดงว่าที่นี่ไม่ใช่อีกความหมายหนึ่งที่แปลว่าแวะไปเยี่ยมสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำแบบกันเองด้วย phrasal verb จากบทเรียนที่หมายถึงใส่เข้าไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย: Before the game starts, ____ the batteries, then press the power button.

ดูคำตอบ

pop in

you now work in tech.

0:11

ตอนนี้คุณก็ทำงานสายเทคแล้ว

ลำดับความ

“and bam,”: การกระโดดตรงไปยังผลลัพธ์ทันที

ในประโยคนี้ "and bam," เป็นคำเชื่อมแบบภาษาพูดที่กระโดดจากการใส่หูฟังไปยังคำกล่าวเกินจริงว่า "you now work in tech." ทันที ทำให้ผลลัพธ์ดูเหมือนเกิดขึ้นทันทีและง่ายดาย ไม่ใช่การอธิบายเหตุและผลอย่างเป็นขั้นตอน Bam อาจใช้เลียนเสียงกระแทกกะทันหันได้ แต่ในที่นี้มันทำหน้าที่จัดจังหวะเรื่อง โดยทำให้มุกปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าตื่นเต้น การกระโดดแบบฉับพลันนี้ช่วยสร้างความขบขัน

แบบฝึกหัด

and bam ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกเสียงหูฟังเอียร์บัดกระแทกกับบางสิ่ง
  2. กระโดดอย่างรวดเร็วไปยังผลลัพธ์ที่เกินจริงและดูเหมือนเกิดขึ้นทันที
  3. เริ่มคำอธิบายทางเทคนิคอย่างละเอียดว่าหูฟังทำงานอย่างไร
ดูคำตอบ

กระโดดอย่างรวดเร็วไปยังผลลัพธ์ที่เกินจริงและดูเหมือนเกิดขึ้นทันที

Although these earbuds currently need to be taken out to charge, ไวยากรณ์

0:12

แม้ตอนนี้จะยังต้องถอดหูฟังเหล่านี้ออกมาชาร์จ

ไวยากรณ์

need to be taken out to charge: need แบบถูกกระทำและจุดประสงค์

Need to be taken out ใช้โครงสร้าง need + to be + กริยาช่องที่สาม ประธาน these earbuds เป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือ ต้องมีคนถอดมันออก รูปประโยคแบบถูกกระทำนี้จึงเน้นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นกับหูฟัง ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ทำ To charge ตอนท้ายเป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยตอบว่าทำไมจึงต้องถอดหูฟังออก นั่นคือเพื่อให้ชาร์จได้ ดังนั้นส่วนที่มี to ทั้งสองส่วนจึงทำหน้าที่ต่างกัน: to be taken out บอกการกระทำที่จำเป็น ส่วน to charge บอกจุดประสงค์ของการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ take out ในโครงสร้าง need แบบถูกกระทำ แล้วเติมตัวบอกจุดประสงค์: These earbuds need ____ of the case ____ charge.

ดูคำตอบ

to be taken out · to

Apple is accelerating wireless charging.

0:15

แต่ Apple ก็กำลังเร่งพัฒนาการชาร์จไร้สาย

So, what would happen if you never took off your AirPods? ไวยากรณ์

0:17

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณไม่เคยถอด AirPods เลย?

ไวยากรณ์

What would happen if ...?:การถามถึงผลลัพธ์แบบสมมติ

“What would happen if ...?” ใช้ชวนผู้ฟังให้จินตนาการสถานการณ์หนึ่งแล้วคิดต่อถึงผลที่จะตามมา ในประโยคนี้ would ในคำถามหลักและ took ซึ่งเป็นรูปอดีตในอนุประโยค if ทำหน้าที่บอกว่าสถานการณ์นี้เป็นเพียงสมมติ took ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ What would happen if + ประธาน + กริยารูปอดีต...? ใช้เพื่อสำรวจผลของการตัดสินใจ ความเสี่ยง หรือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเกี่ยวกับผลลัพธ์แบบสมมติให้สมบูรณ์: “____ you stopped using social media for a month?”

ดูคำตอบ

What would happen if

First, you'd need to figure out a way to make them stick in your ears. วลี

0:21

ก่อนอื่น คุณต้องหาวิธีทำให้มันติดอยู่ในหู

วลี

Figure out a way to:คิดหาวิธีทำบางสิ่ง

Figure out a way to + กริยา หมายถึงการคิดพิจารณาปัญหาแล้วคิดค้นหรือค้นพบวิธีทำบางสิ่ง เป็นการรวมความหมายด้านการแก้ปัญหาของ figure out เข้ากับ a way to ซึ่งใช้เกริ่นการกระทำที่ต้องการทำ ในประโยคนี้ วิธีที่ต้องหาให้ได้คือวิธีทำให้ AirPods อยู่กับที่ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ figure out a way to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น figure out a way to reduce costs

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “คิดพิจารณาแล้วคิดหาวิธีทำบางสิ่ง”: “The printer keeps jamming. We need to ____ stop it from happening again.”

ดูคำตอบ

figure out a way to

This is because a man named Ben Hsu recently fell asleep with his AirPods in วลี

0:25

เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ชายชื่อ Ben Hsu เผลอหลับไปทั้งที่ยังใส่ AirPods อยู่

and woke up with one beeping from his stomach. ไวยากรณ์

0:29

แล้วตื่นมาเพราะ AirPod ข้างหนึ่งส่งเสียงบี๊บจากในท้อง

วลี

fell asleep with his AirPods in: หลับไปทั้งที่ยังใส่ AirPods อยู่

Fell asleep หมายถึงเข้าสู่สภาวะหลับ ส่วน with his AirPods in บอกสภาพที่ยังคงเป็นจริงอยู่ในขณะนั้น นั่นคือ AirPods ยังอยู่ในหูของเขาตอนที่เขาหลับไป รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ fall asleep with + คำนาม + ส่วนเติมเต็มที่บอกสภาพ ส่วนเติมเต็มนี้บอกว่าสภาพใดยังคงอยู่เมื่อเริ่มหลับ ในที่นี้ in บอกตำแหน่งของ AirPods ไม่ได้มีกรรมที่ถูกละไว้ข้างหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya หลับไปทั้งที่คอนแทคเลนส์ยังอยู่ในดวงตา?

  1. Maya felt sleepy with her contact lenses in.
  2. Maya fell asleep with her contact lenses in.
  3. Maya fell asleep and then put her contact lenses in.
ดูคำตอบ

Maya fell asleep with her contact lenses in.

ไวยากรณ์

with one beeping from his stomach: โดยมีข้างหนึ่งส่งเสียงบี๊บจากในท้อง

With one beeping เป็นอนุประโยคแบบ with + คำนามหรือคำสรรพนาม + -ing ซึ่งเพิ่มสภาพที่เกิดร่วมกับเหตุการณ์หลัก woke up กล่าวคือ ตอนที่เขาตื่น AirPod ข้างหนึ่งกำลังส่งเสียงซ้ำ ๆ โดย one หมายถึง AirPods ข้างหนึ่ง Beeping เป็น present participle ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัว และ with ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง «ใช้» โครงสร้าง main clause + with + noun + -ing ช่วยนำเสนอการกระทำที่เกิดร่วมกันในฐานะข้อมูลเบื้องหลัง

แบบฝึกหัด

รวมสองแนวคิดโดยใช้ with + คำนาม + -ing: "I opened the door. The alarm was beeping at the same time." I opened the door ____.

ดูคำตอบ

with the alarm beeping

He'd actually swallowed it in his sleep.

0:31

ที่แท้เขากลืนมันลงไปตอนหลับ

I mean, this is anecdotal evidence that amazingly AirPods can withstand stomach acid, การใช้คำ

0:33

นี่คือหลักฐานจากเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นอย่างน่าทึ่งว่า AirPods ทนกรดในกระเพาะได้

การใช้คำ

anecdotal evidence: หลักฐานจากกรณีเฉพาะ

ในที่นี้ anecdotal evidence หมายถึงหลักฐานที่มาจากประสบการณ์ของคนคนเดียวหรือเรื่องราวเฉพาะไม่กี่กรณี กรณีเดียวนั้นอาจเป็นเรื่องจริงและน่าสนใจ แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าโดยทั่วไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น การใช้คำนี้เป็นการลดน้ำหนักของข้ออ้างโดยตั้งใจ กรณีดังกล่าวบอกเป็นนัยว่า AirPods อาจทนกรดในกระเพาะอาหารได้ แต่ไม่ใช่การทดสอบอย่างเป็นระบบและไม่ใช่ข้อสรุปทั่วไป

แบบฝึกหัด

การที่ผู้พูดเรียกกรณีของ AirPods ว่า anecdotal evidence สื่อถึงอะไร

  1. เป็นเรื่องเล่าที่น่าขบขัน ดังนั้นความถูกต้องของข้อเท็จจริงจึงไม่สำคัญ
  2. เป็นการทดลองแบบควบคุมที่พิสูจน์ว่า AirPods ทนกรดในกระเพาะอาหารได้เสมอ
  3. เป็นกรณีเฉพาะเพียงกรณีเดียว จึงไม่สามารถใช้สร้างข้อสรุปทั่วไปได้ด้วยตัวเอง
ดูคำตอบ

เป็นกรณีเฉพาะเพียงกรณีเดียว จึงไม่สามารถใช้สร้างข้อสรุปทั่วไปได้ด้วยตัวเอง

which has a mighty pH of 1.7.

0:38

ซึ่งมีฤทธิ์รุนแรงด้วยค่า pH 1.7

He ran to the doctor who told him to just wait. ไวยากรณ์

0:40

เขารีบไปหาหมอ แต่หมอบอกว่าให้รอเฉย ๆ

ไวยากรณ์

tell someone to do something: told him to just wait

ใน told him to just wait คำว่า told ตามด้วยผู้รับคำสั่งคือ him แล้วจึงตามด้วย infinitive ที่มี to คือ to wait รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ tell + someone + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้รายงานคำสั่ง คำขอ หรือคำแนะนำ โดยไม่ต้องยกคำพูดเดิมทุกคำ Just ขยาย wait และหมายถึง “เพียงแค่” หรือ “เท่านั้น” กล่าวคือ ตอนนั้นไม่จำเป็นต้องทำอย่างอื่นทันที คำนี้ทำให้คำสั่งฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ to ที่โครงสร้างไวยากรณ์ต้องการยังคงห้ามละ

แบบฝึกหัด

หมอบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำอย่างอื่น จงเติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วย tell + person + to-infinitive และคำที่ช่วยลดน้ำหนักอย่าง just: The doctor told him ____.

ดูคำตอบ

to just wait

The AirPod made its way through his intestines, colon, วลี

0:43

AirPod เคลื่อนผ่านลำไส้และลำไส้ใหญ่

วลี

made its way through: เคลื่อนไปตามเส้นทาง

ในประโยคนี้ made its way through หมายถึง “เคลื่อนที่และผ่านไปตามเส้นทางหนึ่ง” คำว่า its อ้างกลับไปถึง The AirPod และ through นำหน้าส่วนของทางเดินอาหารที่มันเคลื่อนผ่าน ในที่นี้ไม่ควรแปล made แยกเป็น “สร้าง” เพราะทั้งวลีร่วมกันแสดงการเคลื่อนที่ โครงสร้าง make + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way through ใช้บรรยายได้ทั้งการเดินทางจริงและความคืบหน้าเชิงเปรียบเทียบ โดยเน้นเส้นทางหรือการเคลื่อนไปทีละขั้นมากกว่าการใช้เพียง go through

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ make one's way through เติมประโยคให้สมบูรณ์: The hikers slowly ____ the narrow canyon.

ดูคำตอบ

made their way through

and finally out his anus.

0:46

ก่อนจะออกมาทางทวารหนักในที่สุด

In fact, the digestive system was so effective in differentiating the AirPod from actual nutrients ไวยากรณ์

0:48

อันที่จริง ระบบย่อยอาหารแยก AirPod ออกจากสารอาหารจริง ๆ ได้ดีมาก

that the headphone came out fully intact and continued to work. วลี

0:54

จนหูฟังออกมาในสภาพสมบูรณ์และยังใช้งานต่อได้

ไวยากรณ์

so effective ... that: เชื่อมระดับกับผลลัพธ์

ในที่นี้ so ขยายคำคุณศัพท์ effective และบอกระดับที่สูง ส่วน that นำเข้าสู่ผลที่เกิดจากระดับนั้น กล่าวคือ ระบบย่อยอาหารแยก AirPod ออกจากสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากพอที่มันจะออกมาโดยไม่เสียหายและยังทำงานได้ วลี in differentiating the AirPod from actual nutrients ระบุว่ามีประสิทธิภาพในด้านใด ไม่ใช่อนุประโยคบอกผล รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that + อนุประโยคบอกผล รูปแบบนี้เชื่อมระดับเข้ากับผลลัพธ์ และมักเน้นว่าผลนั้นน่าสังเกตหรือคาดไม่ถึง ในที่นี้ that เป็นตัวบอกผลที่จับคู่กับ so ไม่ใช่คำที่นำเสนอความคิดที่ถูกรายงาน

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปสองคำเพื่อทำโครงสร้างระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The backpack was ____ heavy ____ Mia could not lift it.

ดูคำตอบ

so · that

วลี

fully intact: สมบูรณ์และไม่เสียหายเลย

ในประโยคนี้ fully intact หมายถึงสมบูรณ์ครบถ้วนและไม่เสียหายเลย fully ทำหน้าที่เน้น intact ว่าไม่มีส่วนใดแตกหัก สูญหาย หรือเปลี่ยนสภาพ Intact บอกสภาพหรือความครบถ้วน ไม่ได้บอกว่าอุปกรณ์ทำงานได้หรือไม่ ส่วน continued to work ให้ข้อมูลเพิ่มเติมแยกต่างหากว่าหูฟังยังใช้งานได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ไม่เสียหายเลย” ลงในประโยค: After the package fell off the truck, the glass inside was still ____.

ดูคำตอบ

fully intact

So, next time you see someone with AirPods on the street,

0:57

ดังนั้น คราวหน้าถ้าเห็นใครใส่ AirPods อยู่บนถนน

just remember they could have come out of their butt.

0:59

จำไว้ว่ามันอาจเคยออกมาจากก้นของคนนั้นก็ได้

Many people think that leaving AirPods in would cause a buildup of earwax, วลี

1:01

หลายคนคิดว่าการใส่ AirPods ค้างไว้จะทำให้ขี้หูสะสม

but this is actually not true.

1:05

แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่

วลี

cause a buildup of + คำนาม

cause a buildup of ใช้บอกผลที่ค่อย ๆ สะสมขึ้น โครงสร้างคือ cause + a buildup + of + สารหรือสิ่งที่สะสม โดยในประโยคนี้สิ่งนั้นคือ earwax Buildup เป็นคำนามที่เขียนติดกันเป็นคำเดียว ส่วน this is actually not true ที่ตามมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างเฉพาะเกี่ยวกับ AirPods แต่โครงสร้างที่ใช้บอกเหตุและการสะสมนั้นยังคงถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งค่อย ๆ สะสม” ลงในประโยค: Not cleaning the filter can ____ dust inside the machine.

ดูคำตอบ

cause a buildup of

Earwax is produced when objects are put in and out of your ear,

1:07

ร่างกายจะสร้างขี้หูเมื่อมีสิ่งของถูกสอดเข้าและดึงออกจากหู

like a Q-tip.

1:10

อย่าง Q-tip

Actually, here's a hot Q-tip. สำนวน

1:12

ที่จริง มีทิปเด็ดเกี่ยวกับ Q-tip มาฝาก

สำนวน

hot Q-tip ที่ดัดแปลงเล่นคำจาก hot tip

hot tip หมายถึงคำแนะนำที่มีประโยชน์หรือมาถูกจังหวะ ผู้พูดเปลี่ยนสำนวนที่คุ้นเคยนี้เป็น hot Q-tip เพราะคำแนะนำนั้นเกี่ยวกับ Q-tip หรือก้านสำลีที่ใช้ทำความสะอาด มุกนี้เกิดจากการแทนคำ โดยนำ Q-tip มาแทน tip แต่คง hot ไว้เพื่อให้ยังนึกถึง hot tip ได้ ในที่นี้ hot ไม่ได้บอกอุณหภูมิของก้านสำลี สำนวนที่ดัดแปลงจึงใช้เปิดคำเตือนเกี่ยวกับการใช้ Q-tip อย่างขบขัน

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ “here's a hot Q-tip” เป็นมุกในบริบทนี้?

  1. บอกว่าก้านสำลีถูกทำให้ร้อนจริง ๆ
  2. นำ Q-tip มาแทน tip ในสำนวนคุ้นเคย hot tip เพื่อเปิดคำแนะนำเกี่ยวกับก้านสำลี
  3. ใช้ Q-tip เป็นคำทั่วไปสำหรับคำแนะนำทุกชนิด
ดูคำตอบ

นำ Q-tip มาแทน tip ในสำนวนคุ้นเคย hot tip เพื่อเปิดคำแนะนำเกี่ยวกับก้านสำลี

Don't use Q-tips.

1:14

อย่าใช้ Q-tip

They cause earwax.

1:15

มันทำให้เกิดขี้หู

In this hypothet situash,

1:17

ในสถานการณ์สมมตินี้

you would be leaving the AirPods in your ear

1:19

คุณจะใส่ AirPods ค้างไว้ในหู

and never taking them out.

1:21

และไม่ถอดออกมาเลย

So, a buildup of earwax would not be an issue.

1:23

ดังนั้น ขี้หูสะสมจึงไม่ใช่ปัญหา

But, what would be an issue is your hearing. ไวยากรณ์

1:25

แต่สิ่งที่จะมีปัญหาคือการได้ยินของคุณ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง pseudo-cleft what would be an issue is your hearing

ในที่นี้ what would be an issue ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบหลอมรวมที่หมายถึง “สิ่งที่จะเป็นปัญหา” และทั้งอนุประโยคทำหน้าที่เป็นประธานของ is รูปแบบ What ... is X เป็นโครงสร้าง pseudo-cleft ซึ่งเลื่อน X ไปไว้ข้างหลังและเน้น X หลังจากตัดความกังวลอย่างหนึ่งออกไป ผู้พูดใช้โครงสร้างนี้เพื่อระบุว่า your hearing คือสิ่งที่น่ากังวลจริง ๆ รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการแก้ความเข้าใจหรือแสดงความต่าง เช่น What matters is X และ What we need is Y

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ what เป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่าที่ระบุความกังวลที่แท้จริง?

  1. What would be an issue is the deadline.
  2. What would be an issue?
  3. What issue would you discuss?
ดูคำตอบ

What would be an issue is the deadline.

We spend most of our lives in air,

1:28

เราใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลางอากาศ

which is a sound-transmitting medium. การใช้คำ

1:30

ซึ่งเป็นตัวกลางที่ส่งผ่านเสียง

การใช้คำ

sound-transmitting medium: ตัวกลางที่นำพาเสียง

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ sound-transmitting medium หมายถึงสสารหรือสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่พลังงานเสียงสามารถเดินทางผ่านได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าอากาศเป็นตัวกลางประเภทนี้ คำว่า medium ในที่นี้หมายถึงวัสดุที่นำพาคลื่น เช่น อากาศ น้ำ หรือของแข็ง ไม่ได้หมายถึง “ขนาดกลาง” หรือองค์กรข่าว sound-transmitting เป็นคำขยายประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และวางไว้หน้า medium โดยย่อความหมายของ “that transmits sound” ให้เป็นหน่วยคำขยายเดียว ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “ตัวกลางที่ส่งผ่านเสียง”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Air is a sound-transmitting medium.” คำว่า medium หมายถึงอะไร

  1. บุคคลที่อ้างว่าสื่อสารกับวิญญาณได้
  2. สสารหรือสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เสียงสามารถเดินทางผ่านได้
  3. สิ่งที่มีขนาดปานกลาง
  4. หนังสือพิมพ์ สถานีโทรทัศน์ หรือองค์กรข่าวออนไลน์
ดูคำตอบ

สสารหรือสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เสียงสามารถเดินทางผ่านได้

Because of this,

1:33

ด้วยเหตุนี้

our ears evolved into something we now call a transducer. ไวยากรณ์

1:33

หูของเราจึงวิวัฒนาการเป็นสิ่งที่เราเรียกกันในปัจจุบันว่า ทรานสดิวเซอร์

A transducer is anything that changes energy from one form to another. วลี

1:37

ทรานสดิวเซอร์คือสิ่งใดก็ตามที่เปลี่ยนพลังงานจากรูปแบบหนึ่งไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

ไวยากรณ์

something we now call a transducer: การละ that และโครงสร้าง call A B

ใน something we now call a transducer คำว่า something ถูกขยายด้วยอนุประโยคสัมพัทธ์ we now call a transducer โดยละสรรพนามสัมพัทธ์ that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ รูปเต็มคือ something that we now call a transducer การละเช่นนี้เป็นมาตรฐาน เพราะ that จะเป็นกรรมของ call ไม่ใช่ประธาน อนุประโยคนี้ใช้โครงสร้าง call A B: we call [something] [a transducer] โดย A คือสิ่งที่ถูกตั้งชื่อ และ B คือชื่อหรือประเภทที่กำหนดให้สิ่งนั้น คำว่า now เน้นชื่อที่ใช้ในปัจจุบัน โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดกล่าวถึงสิ่งที่ยังไม่ได้ระบุชื่อก่อน แล้วจึงแนะนำคำศัพท์ที่ใช้เรียกสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่ตรงกับความหมายว่า “ปัจจุบันเราใช้ชื่อนี้เรียกสิ่งนั้น”: “Over time, the practice developed into something ____ peer review.”

ดูคำตอบ

we now call

วลี

from one form to another: từ dạng này sang dạng khác

ในที่นี้ from one form to another ระบุทั้งสองด้านของการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ รูปแบบเริ่มต้นและรูปแบบผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ในประโยคนี้ form หมายถึงลักษณะที่พลังงานดำรงอยู่ เช่น พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานกล ไม่ได้หมายถึงแบบฟอร์มที่ต้องกรอก โครงสร้าง from one X to another สามารถนำไปใช้เมื่อสิ่งหนึ่งเคลื่อนหรือเปลี่ยนระหว่างสมาชิกต่าง ๆ ในหมวดหมู่ใหญ่เดียวกัน Another หมายถึงสมาชิกอีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างในหมวดหมู่นั้น ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงสองรูปแบบเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่บอกจุดเริ่มต้นและผลลัพธ์ซึ่งเรียนไปข้างต้น: Energy can change ____.

ดูคำตอบ

from one form to another

Vibrating objects produce energy in the form of sound waves.

1:43

วัตถุที่สั่นสะเทือนจะสร้างพลังงานในรูปของคลื่นเสียง

When a sound wave reaches your ear,

1:46

เมื่อคลื่นเสียงมาถึงหู

it now causes your eardrum to physically vibrate. ไวยากรณ์

1:48

มันจะทำให้แก้วหูของคุณสั่นจริง ๆ

ไวยากรณ์

cause + กรรม + to-infinitive ใน causes ... to physically vibrate

ใน causes your eardrum to physically vibrate คำว่า causes นำเสนอเหตุของการกระทำ your eardrum เป็นกรรมที่ได้รับผล และ to physically vibrate ระบุการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ โครงสร้างคือ cause + กรรม + to-infinitive ซึ่งหมายถึงทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการอธิบายกลไกหรือลำดับเหตุและผลที่ชัดเจน ในที่นี้ physically เน้นการเคลื่อนไหวจริงของส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่ใช่การใช้ vibrate ในเชิงเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive ให้สมบูรณ์: A loose cable caused the screen ____ flicker.

ดูคำตอบ

to

This physical vibration moves hairs in your ear,

1:51

การสั่นนี้ทำให้เซลล์ขนในหูเคลื่อนไหว

which result in neural electrical signals

1:54

จนเกิดเป็นสัญญาณไฟฟ้าในระบบประสาท

that are translated to your brain.

1:57

แล้วสมองของคุณจะแปลความหมายสัญญาณเหล่านั้น

This is how you hear anything, ลำดับความ

1:58

นี่คือวิธีที่คุณได้ยินทุกสิ่ง

ลำดับความ

This is how: การย้อนกลับไปอ้างถึงกระบวนการก่อนหน้า

ใน “This is how” คำว่า “This” สรุปกระบวนการที่เพิ่งอธิบายไป ส่วน “how” นำเข้าสู่วิธีหรือกลไกที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ “you hear anything” โครงสร้างนี้เชื่อมคำอธิบายก่อนหน้าเข้ากับผลลัพธ์ และเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม ใช้ “This is how + อนุประโยค” เพื่อปิดท้ายหรือสรุปลำดับขั้น โดยแสดงว่าขั้นตอนก่อนหน้านั้นอธิบายผลลัพธ์ได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายเพิ่งสาธิตกลไกนี้ จงเติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่ตรงตัวซึ่งย้อนกลับไปอ้างถึงกระบวนการนั้น: ____ the lock works.

ดูคำตอบ

This is how

including whatever is coming out of your AirPods, ไวยากรณ์

2:01

รวมถึงเสียงที่ออกมาจาก AirPods

ไวยากรณ์

whatever is coming out of your AirPods: อนุประโยคสัมพันธ์อิสระที่กล่าวถึงเนื้อหาไม่เฉพาะเจาะจง

ใน “whatever is coming out of your AirPods” คำว่า “whatever” หมายถึง “anything that” และเป็นคำเริ่มอนุประโยคสัมพันธ์อิสระ ดังนั้นอนุประโยคทั้งหมดจึงใช้แทนเสียงหรือเนื้อหาเสียงที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ “including” ส่วน “coming out of” อธิบายเสียงที่ออกมาจาก AirPods ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของที่ออกมาจากข้างในจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ไม่ทราบว่าเป็นเสียงใดแน่ชัดและเรื่องนั้นไม่สำคัญ จงเติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำหนึ่งคำที่หมายถึง “anything that”: I will record ____ is coming through the radio.

ดูคำตอบ

whatever

such as music or season one of our podcast SIDENOTE,

2:03

ไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือพอดแคสต์ SIDENOTE ซีซันแรกของเรา

streaming wherever you get your podcasts.

2:07

ซึ่งรับฟังได้ทุกที่ที่คุณฟังพอดแคสต์

In total, this process involves your external ear, middle ear,

2:09

โดยรวมแล้ว กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับหูชั้นนอก หูชั้นกลาง

inner ear, brainstem, and brain.

2:12

หูชั้นใน ก้านสมอง และสมอง

But, when looking at the type of damage caused by leaving any type of headphone on forever,

2:15

แต่เมื่อพิจารณาความเสียหายจากการใส่หูฟังชนิดใดก็ตามตลอดเวลา

we need to focus on your inner ear.

2:19

เราต้องมุ่งดูที่หูชั้นใน

Noise-induced hearing loss is something everyone who wears headphones should be thinking about. การใช้คำ

2:21

การสูญเสียการได้ยินจากเสียงดังเป็นสิ่งที่ทุกคนที่ใช้หูฟังควรคำนึงถึง

การใช้คำ

Noise-induced hearing loss: สาเหตุ + induced

ใน noise-induced hearing loss คำว่า noise-induced หมายถึงเกิดจากเสียงดัง สาเหตุจะอยู่หน้า -induced และ hearing loss คือผลลัพธ์ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าการสูญเสียการได้ยินเป็นสิ่งที่สร้างเสียงดัง รูปแบบ สาเหตุ + induced + ผลลัพธ์ พบได้บ่อยในภาษาเกี่ยวกับสุขภาพและงานวิจัย เช่น Stress-induced headaches และ drug-induced sleepiness ซึ่งวางสาเหตุไว้ก่อนเช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำประสมที่แสดงสาเหตุและผลตามที่เรียน: After years of working beside loud machines, he developed ____ hearing loss.

ดูคำตอบ

noise-induced

It is one of the most common forms of acquired hearing impairment.

2:25

นี่เป็นหนึ่งในความบกพร่องทางการได้ยินที่เกิดขึ้นภายหลังซึ่งพบบ่อยที่สุด

Children, teenagers, and adults

2:29

ทั้งเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่

who listen to headphones for long durations of time

2:31

ที่ฟังเสียงผ่านหูฟังเป็นเวลานาน

are at a significant risk of hearing loss. วลี

2:33

ล้วนมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียการได้ยิน

วลี

At a significant risk of hearing loss: มีความเสี่ยงอย่างมากต่อการสูญเสียการได้ยิน

be at a significant risk of hearing loss หมายถึงการสูญเสียการได้ยินเป็นความเป็นไปได้ที่สำคัญพอจะต้องใส่ใจ วลีนี้กล่าวถึงโอกาสเกิด ไม่ใช่การวินิจฉัย ดังนั้นคนเหล่านั้นอาจยังไม่ได้สูญเสียการได้ยินในขณะนี้ ในรูปประโยคนี้ be at a + คำคุณศัพท์ + risk of ตามด้วยผลเสียที่อาจเกิดขึ้น significant เพิ่มระดับของ risk และ of นำเข้าสู่ผลลัพธ์คือ hearing loss หากไม่มีคำคุณศัพท์ รูปที่ใช้ทั่วไปคือ be at risk of

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่หมายถึงมีความเป็นไปได้อย่างจริงจัง แต่ไม่ใช่ความแน่นอน: Because they listen at maximum volume for hours, they are ___ hearing damage.

  1. protected from
  2. at a significant risk of
  3. certain to experience
ดูคำตอบ

at a significant risk of

One study found listening to your AirPods for as little as 7 hours a week ไวยากรณ์

2:36

งานวิจัยหนึ่งพบว่า แค่ฟังผ่าน AirPods สัปดาห์ละ 7 ชั่วโมง

can cause hearing loss.

2:40

ก็อาจทำให้สูญเสียการได้ยินได้

ไวยากรณ์

as little as 7 hours a week: เพียงสัปดาห์ละ 7 ชั่วโมง

ในที่นี้ as little as เน้นว่าเจ็ดชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นระยะเวลาที่น้อยจนน่าประหลาดใจสำหรับการเกิดผลที่กล่าวถึง ตัวเลขเจ็ดชั่วโมงจึงเป็นเกณฑ์ต่ำที่อาจเป็นไปได้ ไม่ใช่จำนวนโดยประมาณ โครงสร้าง as little as + ปริมาณ ใช้กับเวลา เงิน ระยะทาง เปอร์เซ็นต์ และสิ่งอื่นที่มองเป็นปริมาณ ในประโยคนี้ a week หมายถึงต่อสัปดาห์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน as ... as ที่เน้นระยะเวลาที่อาจสั้นจนน่าประหลาดใจ: The express wash can take ____ ten minutes.

ดูคำตอบ

as little as

This is super intense as I listen for way longer than that. การใช้คำ

2:42

เรื่องนี้น่ากลัวมาก เพราะฉันฟังนานกว่านั้นเยอะ

การใช้คำ

way longer than that: way + คำขั้นกว่า

ในที่นี้ way เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการที่ขยายคำขั้นกว่า longer โดย way longer หมายถึง much longer หรือ “นานกว่ามาก” ดังนั้นผู้พูดกำลังบอกว่าเวลาที่ตนฟังนั้นมากกว่าปริมาณที่เพิ่งกล่าวถึงอย่างมาก ในรูปแบบนี้ way วางหน้าคำขั้นกว่า เช่น way bigger, way more expensive, way less often ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถนนหรือวิธี ส่วน that อ้างกลับไปถึงปริมาณที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้ way + รูปขั้นกว่าของ long เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The bus ride was ____ than we expected.

ดูคำตอบ

way longer

I'm obsessed with music. วลี

2:45

ฉันคลั่งไคล้ดนตรีมาก

วลี

be obsessed with music: หมกมุ่นกับดนตรีอย่างมาก

be obsessed with + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงคิดถึงสิ่งหนึ่งซ้ำ ๆ หรือสนใจสิ่งนั้นอย่างมาก ในประโยคนี้ obsessed with music มีน้ำหนักมากกว่า like music มาก โดยดนตรีกินพื้นที่ความสนใจของผู้พูดไปมาก หลัง obsessed ต้องใช้บุพบท with เป็นรูปตายตัว โครงสร้างคือ be obsessed with something หรือ be obsessed with doing something

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: “Maya talks about astronomy every day—she's ____ it.”

ดูคำตอบ

obsessed with

But, there are some other studies that had less drastic results.

2:47

แต่ก็มีงานวิจัยอื่น ๆ ที่ให้ผลไม่รุนแรงขนาดนั้น

The US National Institute for Occupational Safety and Health,

2:50

สถาบันแห่งชาติเพื่อความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของสหรัฐฯ

okay, big name much, น้ำเสียง/เจตนา

2:53

โอเค ชื่อยาวเวอร์

น้ำเสียง/เจตนา

รูปแบบแซวเชิงประชด big name much?

Big name much? ใช้รูปแบบ X much? ที่พูดแบบขำ ๆ ในภาษาพูดและบนอินเทอร์เน็ต คำที่อยู่ก่อน much ระบุลักษณะที่ผู้พูดคิดว่ามากเกินไป รูปแบบนี้ทำหน้าที่เหมือนคำถามประชดว่า “Could that name be any bigger or longer?” หรือ “ชื่อนั้นจะใหญ่หรือยาวกว่านี้ได้อีกไหม?” big ในที่นี้กล่าวถึงขนาดและความยาวอันเทอะทะของชื่อเต็มสถาบัน ไม่ได้หมายถึงชื่อเสียง วลีนี้กำลังแซวว่าชื่อนั้นฟังดูยาวและยุ่งยากมาก

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “big name much?” หมายความว่าอะไร?

  1. การยืนยันอย่างจริงจังว่าสถาบันมีชื่อเสียง
  2. คำขออย่างสุภาพให้พูดชื่อสถาบันซ้ำอีกครั้ง
  3. คำพูดแซวว่าชื่อของสถาบันยาวมาก
ดูคำตอบ

คำพูดแซวว่าชื่อของสถาบันยาวมาก

say the maximum exposure our ears can take without risk

2:55

ระบุว่าระดับการสัมผัสเสียงสูงสุดที่หูของเรารับได้โดยไม่เสี่ยง

is 8 hours a day of sound at 85 A-weighted decibels.

2:59

คือเสียงที่ 85 เดซิเบลถ่วงน้ำหนักแบบเอ เป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน

A-weighted decibels, ลำดับความ

3:03

เดซิเบลถ่วงน้ำหนักแบบเอ

which from now on we are just going to call decibels,

3:04

ซึ่งต่อจากนี้เราจะเรียกสั้น ๆ ว่าเดซิเบล

is a measurement of sound pressure in regards to the human ear. การใช้คำ

3:06

คือการวัดความดันเสียงโดยคำนึงถึงการรับเสียงของหูมนุษย์

ลำดับความ

which from now on we are just going to call decibels: ต่อจากนี้จะเรียกสั้น ๆ ว่า decibels

อนุประโยคขยายที่แทรกอยู่จะบอกคำศัพท์เต็ม A-weighted decibels ก่อน แล้วจึงประกาศว่าในคำอธิบายต่อจากนี้จะใช้ชื่อที่สั้นกว่าว่า decibels คำว่า call ในที่นี้หมายถึง “เรียกว่า” ไม่ใช่ “โทรศัพท์” นี่เป็นรูปแบบการจัดข้อมูล โดยแนะนำคำศัพท์ที่แม่นยำหรือยาวเพียงครั้งเดียว กำหนดชื่อที่ง่ายกว่า แล้วใช้ชื่อนั้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ติดตามประโยคต่อ ๆ ไปได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่แทรกอยู่นี้ทำหน้าที่จัดข้อมูลอย่างไร

  1. ประกาศว่าจะใช้ decibels เป็นชื่อที่สั้นกว่าตั้งแต่จุดนี้เป็นต้นไป
  2. บอกว่าไม่อนุญาตให้ใช้คำว่า decibels อีกต่อไป
  3. บอกว่า A-weighted decibels เบากว่า decibels ทั่วไป
ดูคำตอบ

ประกาศว่าจะใช้ decibels เป็นชื่อที่สั้นกว่าตั้งแต่จุดนี้เป็นต้นไป

การใช้คำ

in regards to: ความสัมพันธ์เชิงอ้างอิงและระดับภาษา

in regards to หมายถึง “เกี่ยวกับ” หรือ “เมื่อพิจารณาโดยสัมพันธ์กับ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกำหนดให้หูของมนุษย์เป็นจุดอ้างอิงในการตีความการวัดความดันเสียง โดย regards ไม่ได้หมายถึง “คำทักทาย” เหมือนในอีกความหมายหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในรายงานวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการตรวจแก้อย่างรอบคอบ in regards to มักปลอดภัยกว่า in regard to

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

8 hours seems like a lot of time ไวยากรณ์

3:09

แปดชั่วโมงดูเหมือนจะนานมาก

to be wearing headphones daily,

3:11

สำหรับการใส่หูฟังในแต่ละวัน

ไวยากรณ์

รูปแบบ “8 hours seems like ... to be wearing headphones”

ในที่นี้ 8 hours คือระยะเวลาที่วัดได้ซึ่งมองเป็นเวลาหนึ่งก้อนโดยรวม จึงใช้กริยาเอกพจน์ seems ส่วน seems like แสดงการประเมินของผู้พูดว่าเวลาจำนวนนี้ดูมากเกินไป ไม่ได้บอกว่าเป็นขีดจำกัดที่กำหนดไว้ทางคณิตศาสตร์ to be wearing headphones เป็นวลี infinitive ที่อธิบายว่ากิจกรรมใดใช้เวลาช่วงนั้น ไม่ได้หมายถึงแผนในอนาคต รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “จำนวนเวลา + seems like + การประเมิน + to be doing something”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมองเวลาแปดชั่วโมงเป็นระยะเวลารวมหนึ่งช่วง แทนที่จะกล่าวถึงแต่ละชั่วโมงแยกกัน?

  1. The hours seem to pass slowly.
  2. Eight hours seems like a long time to wait.
  3. Each hour seems longer than the last.
ดูคำตอบ

Eight hours seems like a long time to wait.

but a survey found that 17 to 25% of people actually felt they listened to their headphones

3:13

แต่ผลสำรวจพบว่า คน 17 ถึง 25% รู้สึกว่าตัวเองฟังเสียงผ่านหูฟัง

for longer than 8 hours a day.

3:18

นานกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน

And when randomly stopping people at a train station in Sweden,

3:20

และเมื่อนักวิจัยสุ่มหยุดผู้คนที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่งในสวีเดน

another study found that 46% of participants

3:23

งานวิจัยอีกชิ้นพบว่า ผู้เข้าร่วม 46%

were exceeding 85 decibels of sound from their headphones.

3:26

ฟังเสียงจากหูฟังดังเกิน 85 เดซิเบล

This meant their ears were at risk.

3:30

นั่นหมายความว่าหูของพวกเขากำลังเสี่ยง

AirPods can reach as high as 101 decibels to 139 decibels,

3:31

AirPods อาจดังได้ตั้งแต่ 101 จนถึง 139 เดซิเบล

depending on which lab was doing the testing. ไวยากรณ์

3:36

ขึ้นอยู่กับว่าห้องแล็บไหนเป็นผู้ทดสอบ

ไวยากรณ์

วลีขยาย “depending on which lab was doing the testing”

Depending on นำเสนอปัจจัยที่ทำให้ผลที่รายงานเปลี่ยนแปลงไป ประโยคย่อย which lab was doing the testing หมายความว่าห้องปฏิบัติการต่างกันได้ผลการวัดต่างกัน เมื่อวางไว้หลังเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้ขยายช่วงเดซิเบลทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้า ไม่ใช่เฉพาะ 139 decibels รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ผลลัพธ์หรือช่วง, depending on + ปัจจัยหรือประโยคย่อยคำถาม” ซึ่งช่วยไม่ให้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ฟังดูเหมือนเป็นค่าคงที่ในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่แสดงว่าราคาเปลี่ยนไปตามแพ็กเกจที่เลือกให้ประโยคสมบูรณ์: “The monthly fee ranges from $10 to $30, ____ which plan you choose.”

ดูคำตอบ

depending on

So, it's important that no matter how long you're wearing your AirPods, ไวยากรณ์

3:38

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะใส่ AirPods นานแค่ไหน

you keep the volume lower than 75%.

3:41

สิ่งสำคัญคือต้องปรับระดับเสียงไว้ต่ำกว่า 75%

ไวยากรณ์

โครงสร้าง no matter how long + ประธาน + กริยา

อนุประโยค no matter how long you're wearing your AirPods เป็นอนุประโยคยอมรับเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณี how long ถามถึงระยะเวลา ส่วน no matter รวมระยะเวลาที่เป็นไปได้ทั้งหมดไว้ด้วย อนุประโยคนี้ทำให้คำแนะนำหลักไม่ขึ้นอยู่กับระยะเวลา ไม่ว่าจะใส่ AirPods เพียงครู่เดียวหรือหลายชั่วโมง คำแนะนำให้รักษาระดับเสียงต่ำกว่า 75% ก็ยังใช้ได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ no matter how long + ประธาน + กริยา ตามด้วยผลลัพธ์ กฎ หรือคำแนะนำที่เป็นจริงในทุกระยะเวลา

แบบฝึกหัด

ใช้ no matter how long และคำว่า you use the screen เพื่อเติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: ____, keep the brightness at a comfortable level.

ดูคำตอบ

No matter how long you use the screen

Leaving your AirPods in for any extended period of time can cause an overexposure to sound, การใช้คำ

3:44

การใส่ AirPods ค้างไว้นาน ๆ อาจทำให้คุณได้รับเสียงมากเกินไป

การใช้คำ

วลี overexposure to sound

ใน an overexposure to sound คำนำหน้า over- หมายถึงเกินระดับที่ปลอดภัยหรือเหมาะสม ส่วน exposure หมายถึงการได้รับผลจากบางสิ่ง เมื่อรวมกัน overexposure จึงหมายถึงการสัมผัสเสียงมากเกินไป ซึ่งมักเกิดจากเสียงดัง ยาวนาน หรือเกิดซ้ำ คำบุพบท to ใช้นำสิ่งที่บุคคลสัมผัส ซึ่งในที่นี้คือ sound คำว่า exposure ตรงนี้หมายถึงการสัมผัสผ่านประสาทสัมผัส ไม่ใช่ชื่อเสียงหรือการได้รับความสนใจจากสื่อ และวลีนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเสียงดังสั้น ๆ เพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้านสุขภาพด้วย overexposure และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Long shifts near loud machinery can lead to ____ noise.

ดูคำตอบ

overexposure to

which damages the cochlea, the outer hair cells,

3:48

ซึ่งทำลายคอเคลีย เซลล์ขนชั้นนอก

and the stria vascularis of the inner ear.

3:51

และสไตรอาวาสคิวลาริสในหูชั้นใน

This is why many new studies conclude

3:53

นี่คือเหตุผลที่งานวิจัยใหม่ ๆ หลายชิ้นสรุปว่า

the more you listen to any type of headphone, ไวยากรณ์

3:55

ยิ่งคุณฟังเสียงผ่านหูฟังชนิดใดก็ตามมากเท่าไร

the more likely you are to have permanent hearing loss.

3:58

ก็ยิ่งมีโอกาสสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรมากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

the more ..., the more likely ...: ยิ่ง... ก็ยิ่งมีแนวโน้ม...

โครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ the more X, the more Y เชื่อมตัวแปรสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ในประโยคนี้ การฟังผ่านหูฟังมากขึ้นเชื่อมโยงกับความเป็นไปได้ที่สูงขึ้นของการสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร ในอนุประโยคที่สอง more ขยาย likely จึงหมายถึง “มีแนวโน้มมากขึ้น” ไม่ใช่ “มีปริมาณการสูญเสียการได้ยินมากขึ้น” โครงสร้างนี้บอกทิศทางของความสัมพันธ์ แต่ตัวไวยากรณ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าผลลัพธ์นี้จะต้องเกิดกับทุกคน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่มาตรฐานโดยใช้ more ในทั้งสองส่วน: ____ you practise, ____ confident you become.

ดูคำตอบ

The more · the more

But, even worse than all of this ลำดับความ

4:02

แต่สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าทั้งหมดนี้

is that after a week of not removing your AirPods,

4:03

คือหลังจากไม่ถอด AirPods เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

you would have an infection.

4:06

หูของคุณจะติดเชื้อ

ลำดับความ

even worse than all of this is that: สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าทั้งหมดนี้

ประโยคนี้นำ even worse than all of this มาไว้ข้างหน้าก่อน is that ... แทนที่จะกล่าวถึงการติดเชื้ออย่างเป็นกลาง ผู้พูดจัดให้เรื่องนี้ร้ายแรงกว่าปัญหาที่กล่าวไปก่อน แล้วจึงเปิดเผยผลลัพธ์ใหม่ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that All of this รวมประเด็นก่อนหน้าให้เป็นสิ่งอ้างอิงเดียว ส่วน even ทำให้คำเปรียบเทียบ worse มีน้ำหนักมากขึ้น กรอบนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าปัญหารุนแรงขึ้นและนำความสนใจไปสู่สิ่งที่จะกล่าวต่อไป

แบบฝึกหัด

ข้อความเปิดใดแสดงได้ชัดเจนที่สุดว่าปัญหาถัดไปร้ายแรงกว่าปัญหาทั้งหมดที่กล่าวไปแล้ว

  1. Even worse than all of this is that the backup was never tested.
  2. At the same time, the backup was never tested.
  3. For example, the backup was never tested.
ดูคำตอบ

Even worse than all of this is that the backup was never tested.

At the point when you pop those earbuds in for eternity,

4:07

ทันทีที่คุณใส่หูฟังคู่นั้นทิ้งไว้ชั่วนิรันดร์

any dirt or moisture in your ear canal would get stuck.

4:10

สิ่งสกปรกหรือความชื้นในช่องหูจะติดค้างอยู่ข้างใน

Moisture and dirt makes bacteria feel good.

4:13

ความชื้นและสิ่งสกปรกทำให้แบคทีเรียอยู่สบาย

Therefore, they will proliferate. การใช้คำ

4:16

พวกมันจึงเพิ่มจำนวน

การใช้คำ

proliferate: การเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

ในประโยคนี้ proliferate หมายถึงเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วด้วยการสืบพันธุ์ คำสรรพนาม they หมายถึงแบคทีเรีย ดังนั้นคำกริยาเชิงทางการนี้จึงบอกผลทางชีววิทยาที่เกิดจากสภาพแวดล้อมชื้นและสกปรก คำกริยานี้เน้นว่าแบคทีเรียมีจำนวนมากขึ้น ในที่นี้เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรมตรง กล่าวคือแบคทีเรียเป็นสิ่งที่ proliferate เอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางวิทยาศาสตร์ด้วยคำกริยาที่หมายถึง “เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วด้วยการสืบพันธุ์”: In warm, nutrient-rich water, bacteria can ____ quickly.

ดูคำตอบ

proliferate

A buildup of bacteria in your ear causes inflammation and infection.

4:18

การสะสมของแบคทีเรียในหูทำให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ

The AirPods blocking airflow in and out of your ear ไวยากรณ์

4:22

AirPods ที่ปิดกั้นอากาศไม่ให้ไหลเข้าออกจากหู

means more humidity and increased temperatures.

4:25

จะทำให้ความชื้นมากขึ้นและอุณหภูมิสูงขึ้น

ไวยากรณ์

The AirPods blocking ... means ...: ใช้เหตุการณ์เป็นประธาน

วลีทั้งหมด The AirPods blocking airflow in and out of your ear เป็นประธาน รูป -ing ในคำว่า blocking เปลี่ยนสถานการณ์ให้เป็นเรื่องหนึ่งที่ประโยคสามารถกล่าวถึงได้ และ The AirPods เป็นผู้ทำกริยา blocking เนื่องจากประธานทั้งหมดกล่าวถึงสถานการณ์เดียว กริยาหลักที่แสดงกาลจึงเป็นรูปเอกพจน์ means ส่วน blocking ไม่ใช่กริยาหลักในรูป present progressive ในที่นี้ เพราะโครงสร้างนั้นต้องมีคำกริยาช่วย เช่น are blocking

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ mean: The computers staying on overnight ____ higher energy use for the office.

ดูคำตอบ

means

This makes the bacteria feel even happier ไวยากรณ์

4:28

แบบนี้ยิ่งทำให้แบคทีเรียมีความสุข

and the infection even worse.

4:30

และทำให้อาการติดเชื้อยิ่งแย่ลง

ไวยากรณ์

even happier ... even worse: even + รูปขั้นกว่า

even + รูปขั้นกว่า หมายถึงการเพิ่มระดับให้มากยิ่งกว่าระดับเดิมหรือระดับที่คาดไว้ ในที่นี้ even happier หมายถึงสภาพแวดล้อมเอื้อต่อแบคทีเรียมากกว่าเดิม ส่วน even worse หมายถึงการติดเชื้อรุนแรงกว่าเดิม คำว่า happier เป็นการทำให้แบคทีเรียมีลักษณะเหมือนคนแบบขำ ๆ โดยหมายความว่าสภาพดังกล่าวช่วยให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี even ไม่ได้หมายความว่าผลทั้งสองมีระดับเท่ากัน ประโยคนี้เชื่อมผลลัพธ์สองอย่างไว้หลัง makes โครงสร้างคู่ขนานแบบเต็มคือ makes the bacteria feel even happier และ makes the infection even worse แต่ makes ตัวที่สองถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากความหมาย จึงเกิดเป็นโครงสร้างคู่ขนานที่กระชับ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ even ใน even happier และ even worse ทำหน้าที่อะไร

  1. เน้นว่าแต่ละสภาพเพิ่มไปอีกระดับหนึ่งจากระดับก่อนหน้าหรือระดับที่คาดไว้
  2. บอกว่าแบคทีเรียและการติดเชื้ออยู่ในระดับเดียวกันทุกประการ
  3. เปลี่ยนรูปขั้นกว่าทั้งสองคำให้เป็นรูปขั้นสูงสุด
ดูคำตอบ

เน้นว่าแต่ละสภาพเพิ่มไปอีกระดับหนึ่งจากระดับก่อนหน้าหรือระดับที่คาดไว้

Within 2 weeks of leaving your AirPods in,

4:32

ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากใส่ AirPods ค้างไว้

you would likely have a granuloma

4:34

คุณน่าจะมีก้อนแกรนูโลมา

and potentially burst your eardrum.

4:36

และแก้วหูอาจแตกได้

So, even though AirPods make it so you can absolutely demolish more meetings, โน้ต

4:38

ดังนั้น ถึง AirPods จะช่วยให้คุณลุยประชุมได้เยอะขึ้นแบบถล่มทลาย

สำนวน

absolutely demolish more meetings ในฐานะคำพูดเกินจริงเชิงขำขัน

demolish ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการทำลายจริง ๆ แต่เป็นการพูดเกินจริงแบบขำขัน เพื่อสื่อว่าจัดการหรือผ่านการประชุมจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพน่าประทับใจ การนำ demolish มาใช้คู่กับ meetings แบบที่ไม่พบตามปกติทำให้เกิดมุก งานธรรมดาถูกเล่าเหมือนเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ให้เข้าใจว่าเป็นการใช้ภาษาแบบสร้างสรรค์และไม่เป็นทางการ ไม่ใช่สำนวนธุรกิจมาตรฐานหรือคำที่แปลว่าเป็นผู้นำการประชุม

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ absolutely demolish more meetings น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ทำลายห้องประชุมหลายห้องจริง ๆ
  2. ยกเลิกการประชุมทั้งหมดในปฏิทิน
  3. จัดการประชุมได้มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพมาก
ดูคำตอบ

จัดการประชุมได้มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพมาก

shoot off emails super fast, กริยาวลี

4:41

ส่งอีเมลได้เร็วสุด ๆ

กริยาวลี

shoot off emails เพื่อบอกว่าส่งอีเมลอย่างรวดเร็ว

ใน shoot off emails คำว่า shoot off หมายถึงส่งอย่างรวดเร็ว ภาพของสิ่งที่เคลื่อนที่เร็วทำให้วลีนี้ให้ความรู้สึกถึงความเร็วอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายถึงการยิงอาวุธ super fast ช่วยเน้นความเร็วขึ้นอีก แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวลี ใช้ shoot off an email สำหรับอีเมลหนึ่งฉบับ และ shoot off a few emails สำหรับหลายฉบับได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีวลีไม่เป็นทางการที่หมายถึงส่งอีเมลหลายฉบับอย่างรวดเร็ว?

  1. I'll print out a few emails before lunch.
  2. I'll shoot off a few emails before lunch.
  3. I'll sort through a few emails before lunch.
ดูคำตอบ

I'll shoot off a few emails before lunch.

and appear rich,

4:43

และดูร่ำรวย

it is important to take them out daily,

4:44

แต่คุณต้องถอดมันออกทุกวัน

ไวยากรณ์

even though ... it is important to: ยอมรับข้อดีก่อนให้คำแนะนำ

even though + อนุประโยค ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงหรือมุมมองที่อาจทำให้คำแนะนำซึ่งตามมาดูเหนือความคาดหมาย ในที่นี้ ผู้พูดยอมรับข้อดีที่น่าดึงดูดของการใช้ AirPods ก่อนด้วยการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ แล้วจึงให้คำแนะนำที่แท้จริงในประโยคหลัก it is important to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นการประเมินความสำคัญของการกระทำโดยไม่ระบุบุคคล เมื่อนำมารวมกัน รูปแบบนี้หมายความว่าแม้จะยอมรับข้อดีก่อนหน้าแล้ว การกระทำที่ตามมาก็ยังคงสำคัญ ผู้พูดจึงแสดงท่าทีที่สมดุลก่อนดึงความสนใจกลับมายังประเด็นหลักได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ even though ... it is important to: ____ online banking is convenient, ____ check the recipient's name before sending money.

ดูคำตอบ

Even though · it is important to

listen to them at an appropriate volume,

4:46

ฟังด้วยระดับเสียงที่เหมาะสม

and don't sleep with them in,

4:48

และอย่าใส่มันนอน

unless, of course,

4:49

เว้นแต่ว่า

you are looking for a little late-night snack. สำนวน

4:50

คุณกำลังอยากกินของว่างยามดึกสักหน่อย

สำนวน

ความหมายเชิงประชดของ looking for a little late-night snack

ตามตัวอักษร looking for a little late-night snack หมายถึงอยากหาอะไรเล็กน้อยกินตอนดึก ในที่นี้ snack ใช้พูดขำ ๆ ถึง AirPod ที่อาจถูกกลืนเข้าไปขณะหลับ ผู้พูดไม่ได้แนะนำให้กิน AirPods อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย unless เปลี่ยนคำเตือนจริงจังให้เป็นมุกตลกร้าย โดยทำเหมือนว่าอุบัติเหตุที่ไม่ต้องการเป็นสิ่งที่ผู้ฟังตั้งใจเลือก เพื่อเข้าใจมุกนี้ ต้องเชื่อมวลีเกี่ยวกับอาหารที่ฟังดูปกติเข้ากับเรื่องการกลืน AirPod ก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัด

หลังจากอธิบายว่ามีคนเผลอกลืนหูฟังขณะหลับ ผู้พูดกล่าวว่า "Don't sleep with them in unless, of course, you are looking for a little late-night snack." จริง ๆ แล้วผู้พูดกำลังทำอะไร?

  1. อธิบายว่าต้องชาร์จ AirPods ตลอดทั้งคืน
  2. บอกว่าดนตรีช่วยให้คนหาอาหารเจอตอนกลางคืน
  3. แนะนำ AirPods เป็นอาหารสำหรับคนที่หิว
  4. เตือนแบบติดตลกว่าอาจกลืนหูฟังเข้าไปขณะหลับ
ดูคำตอบ

เตือนแบบติดตลกว่าอาจกลืนหูฟังเข้าไปขณะหลับ

Now that you know to keep your AirPods low ไวยากรณ์

4:53

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าควรเปิดเสียง AirPods เบา ๆ

and you take them out to charge,

4:55

และถอดออกมาชาร์จ

they're safe to use.

4:56

เท่านี้ก็ใช้งานได้อย่างปลอดภัย

ไวยากรณ์

Now that: เหตุผลที่เพิ่งกลายเป็นจริง

Now that ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่เพิ่งกลายเป็นความจริงหรือเพิ่งเป็นที่เข้าใจ ในประโยคนี้ ผู้ฟังรู้ขั้นตอนด้านความปลอดภัยแล้ว และข้อมูลพื้นฐานใหม่นี้นำไปสู่ข้อสรุปว่าสามารถใช้ AirPods ได้อย่างปลอดภัย โครงสร้างคือ Now that + อนุประโยค, ประโยคหลัก โดยมักรวมความหมายด้านเวลาและเหตุผลเข้าด้วยกันว่า “ตอนนี้สิ่งนี้เป็นจริงแล้ว ดังนั้น...” ไม่ได้หมายถึงเพียง now หรือ “ตอนนี้” เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “เพราะตอนนี้สิ่งนี้กลายเป็นความจริงแล้ว”: ____ you have the key, you can open the door.

ดูคำตอบ

Now that

Would you ever use AirPods?

4:57

คุณคิดว่าจะใช้ AirPods ไหม

No.

4:58

ไม่

Because I'm Android for life. วลี

4:59

เพราะฉันอยู่ทีม Android ไปตลอดชีวิต

วลี

X for life: ภักดีต่อ Android ไปตลอด

ในโครงสร้างแบบคำขวัญ X for life นั้น X ใช้ระบุแบรนด์ ทีม งานอดิเรก หรือกลุ่ม ส่วน for life ใช้ประกาศความภักดีระยะยาวอย่างมาก ในที่นี้ X คือ Android ผู้พูดจึงนำเสนอ Android ว่าเป็นอัตลักษณ์ถาวร ไม่ใช่เพียงความชอบด้านโทรศัพท์ในปัจจุบัน คำประกาศนี้มักมีน้ำเสียงล้อเล่นหรือเกินจริง ควรเข้าใจว่า “ฉันอยู่ฝ่ายนี้อย่างแน่วแน่และไม่คิดจะเปลี่ยน” ไม่จำเป็นต้องเป็นคำสัญญาตลอดชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมคำประกาศความภักดีแบบล้อเล่นนี้ด้วยวลีที่หมายถึง “ตลอดชีวิตที่เหลือของฉัน”: No other team for me—Falcons ____.

ดูคำตอบ

for life

Okay, awkward.

5:01

โอเค ชักจะกระอักกระอ่วนแล้ว

Greg, those aren't even AirPods.

5:03

Greg นั่นไม่ใช่ AirPods ด้วยซ้ำ

They are now.

5:06

ตอนนี้เป็นแล้ว

Thanks for watching.

5:07

ขอบคุณที่รับชม

If you're interested in more ear stuff,

5:07

ถ้าคุณสนใจเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับหู

we actually have a really popular ear test video

5:10

เรามีวิดีโอทดสอบหูที่ได้รับความนิยมมาก

to figure out how old your ears are.

5:12

เพื่อดูว่าหูของคุณมีอายุเท่าไร

They even documented on Modern Family back in the day. สำนวน

5:13

เมื่อก่อน Modern Family ยังเคยเอาเรื่องนี้ไปเล่าด้วย

สำนวน

Back in the day: ช่วงเวลาในอดีตที่ไม่ได้ระบุชัด

Back in the day เป็นสำนวนบอกเวลาแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ในช่วงหนึ่งของอดีตที่นานมาแล้ว” โดยจงใจไม่ระบุวันที่ให้ชัดเจน และมักทำให้ความทรงจำมีบรรยากาศชวนคิดถึงหรือเป็นเรื่องของวันวาน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าววางเรื่องที่อ้างถึงใน Modern Family ไว้ในยุคก่อน ไม่ได้หมายถึงช่วงก่อนหน้านี้ของวันนี้หรือวันใดวันหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนไม่เป็นทางการที่มีอารมณ์หวนคิดถึงจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We rented movies from a video store ____.

ดูคำตอบ

back in the day

Is that show still on? การใช้คำ

5:16

ซีรีส์นั้นยังฉายอยู่ไหมนะ

การใช้คำ

การใช้ still on เพื่อถามว่ารายการทีวียังออกอากาศต่ออยู่หรือไม่

ในบริบทสื่อ still on ใช้ถามว่ารายการนั้นยังคงออกอากาศในฐานะรายการที่ดำเนินต่อเนื่องอยู่หรือไม่ still บอกว่าสภาวะจากช่วงก่อนหน้ายังต่อเนื่อง ส่วน on หมายถึงรายการยังอยู่ในผังการออกอากาศปัจจุบัน ผู้พูดไม่ได้ถามว่าตอนหนึ่งกำลังเล่นบนหน้าจออยู่ ณ ขณะนั้นพอดี คำถามนี้มักมีนัยว่า “รายการนี้ยังผลิตหรือเผยแพร่ตอนใหม่อยู่หรือไม่” แต่ก็อาจใช้ถามในความหมายกว้างกว่านั้นว่ารายการยังคงออกอากาศอยู่หรือไม่

แบบฝึกหัด

คุณต้องการถามว่าซีรีส์โทรทัศน์ยังคงออกอากาศต่ออยู่หรือไม่ ไม่ใช่ถามว่าตอนหนึ่งกำลังเล่นอยู่ในขณะนี้ คำถามใดเหมาะสมที่สุด

  1. Is that series on now?
  2. Is that series still on?
  3. Is that series turned on?
ดูคำตอบ

Is that series still on?

Make sure you like and subscribe,

5:17

อย่าลืมกดไลก์และกดติดตาม

and we'll see you next week.

5:18

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า