ราคาแสนแพงที่เราต้องจ่ายเพื่อความกลัวความเหงา: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
คำแนะนำวิดีโอ: บทความเสนอว่า ความกลัวความเหงาอาจทำให้คนติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม ลดความเป็นอิสระ และขัดขวางการรู้จักตนเอง การยอมรับความเป็นไปได้ที่จะอยู่ลำพังจึงให้ความอดทนและอิสระในการเลือกสายสัมพันธ์ที่ดีกว่า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. reconciled themselves to the prospect of — กลุ่มคำตายตัวและคำปรากฏร่วม: เข้าใจรูปแบบทางการสำหรับการยอมรับอนาคตที่ไม่พึงประสงค์แต่เป็นไปได้ และนำไปใช้ได้นอกเรื่องความสัมพันธ์ 2. So scared are we of having dinner on our own. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตการกลับคำเพื่อเน้นหลัง “So + คำคุณศัพท์” และคืนเป็นลำดับปกติ “we are so scared” 3. making friends with our own minds — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการทำให้เป็นบุคคลว่าเป็นการเรียนรู้และยอมรับความคิดของตน ไม่ใช่มิตรภาพตามตัวอักษร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It's not hard to understand the fear of being alone.
0:04ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจความกลัวการอยู่คนเดียว
We know the agonies of being on our own very well.
0:15เราต่างรู้จักความทุกข์ทรมานของการอยู่ลำพังเป็นอย่างดี
What's far less well understood is the enormously high price exacted on the other side of the equation. โน้ต
0:20แต่สิ่งที่เราเข้าใจน้อยมากก็คือราคาที่ต้องจ่ายอย่างแสนแพงในอีกด้านหนึ่งของสมการ
โครงสร้างประธาน “What's far less well understood is ...”
ใน “What's far less well understood is ...” คำว่า “What's” เป็นรูปย่อของ “What is” ส่วน “What is far less well understood” ทั้งส่วนเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบอิสระที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม โดยเป็นประธานของประโยคและหมายถึง “สิ่งที่มีผู้เข้าใจน้อยกว่ามาก” วลีหลัง “is” ตัวที่สองระบุว่าสิ่งนั้นคืออะไร ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามโดยตรง ในแง่การจัดข้อมูล โครงสร้างนี้ประกาศก่อนว่ามีช่องว่างด้านความเข้าใจ แล้วจึงเปิดเผยว่าช่องว่างนั้นเกี่ยวกับอะไร “far” เพิ่มระดับความหมายของ “less” จึงทำให้เกิดการเปรียบเทียบที่ชัดเจนว่า ประเด็นนี้มีผู้เข้าใจน้อยกว่าอีกด้านที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้มาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what เป็นประธานเพื่อเสนอช่องว่างด้านความรู้ก่อน แล้วจึงระบุว่าช่องว่างนั้นคืออะไร
- It is still unclear why the batteries failed.
- The batteries failed for a reason that is still unclear.
- Why did the batteries fail?
- What is still unclear is why the batteries failed.
ดูคำตอบ
What is still unclear is why the batteries failed.
“price exacted” และกริยาเชิงทางการ “exact”
ใน “price exacted” คำว่า “exacted” เป็นกริยาช่องสามของกริยาเชิงทางการ “exact” ซึ่งหมายถึงการเรียกร้อง บังคับให้รับภาระ หรือทำให้บางคนต้องรับสิ่งที่มีต้นทุนสูง วลีนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว คือ “the price [that is] exacted” ในที่นี้ “price” ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความเสียหายหรือความสูญเสียร้ายแรง ไม่ใช่จำนวนเงิน เมื่อรวมกันจึงหมายถึงต้นทุนหนักที่ถูกบังคับให้อีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบต้องรับ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The scandal exacted a heavy price from the organization,” คำว่า “exacted a heavy price” หมายถึงอะไร
- มันคำนวณต้นทุนขององค์กรอย่างแม่นยำ
- มันเรียกเก็บค่าธรรมเนียมประจำจำนวนเล็กน้อยจากองค์กร
- มันสร้างความเสียหายร้ายแรงให้องค์กร
- มันกำหนดราคาซื้อขององค์กร
ดูคำตอบ
มันสร้างความเสียหายร้ายแรงให้องค์กร
The fear of being alone is perhaps responsible for more unhappy relationships,
0:28ความกลัวการอยู่คนเดียวอาจเป็นต้นเหตุของความสัมพันธ์ที่ไม่มีความสุขมากมาย
and more pent up misery than almost any other. วลี
0:37และก่อให้เกิดความทุกข์ที่เก็บกดไว้มากกว่าสิ่งอื่นใด
pent up misery: ความทุกข์ที่เก็บกดไว้ภายใน
ใน pent up misery คำว่า pent up หมายถึงการเก็บความรู้สึกไว้ข้างในแทนที่จะแสดงหรือระบายออกมา วลีนี้บรรยายความทุกข์ที่สะสมขึ้นตามเวลา เพราะอารมณ์เบื้องหลังไม่มีทางออก เมื่อคำคุณศัพท์ประสมนี้อยู่หน้าคำนามโดยตรงในงานเขียนมาตรฐาน มักเขียนโดยใช้เครื่องหมายขีดกลางว่า pent-up misery รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับคำนามที่เป็นอารมณ์ได้ เช่น pent-up anger และ pent-up frustration
แบบฝึกหัด
ใช้คำคุณศัพท์จากบทเรียนนี้เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: After weeks of silence, her ____ frustration finally came out.
ดูคำตอบ
pent-up
and the driver of some of our weightiest and most unfortunate decisions. การใช้คำ
0:45และเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังการตัดสินใจที่หนักหนาและโชคร้ายที่สุดบางอย่างของเรา
by any reckoning: เป็นจริงตามทุกเกณฑ์ที่สมเหตุสมผล
By any reckoning หมายถึงเมื่อประเมินสถานการณ์ด้วยวิธีที่สมเหตุสมผลไม่ว่าแบบใด ในที่นี้ reckoning หมายถึงการประเมินหรือการตัดสิน ไม่ใช่ใบเรียกเก็บเงินหรือการคำนวณเลข เมื่อวางวลีนี้ก่อนข้อสรุปหลัก จะช่วยเน้นจุดยืนของผู้เขียนว่าไม่ว่าจะใช้เกณฑ์ที่สมเหตุสมผลแบบใดก็จะได้ข้อสรุปเดียวกัน จึงนำเสนอการตัดสินว่าเป็นสิ่งที่มีเหตุผลรองรับโดยทั่วไป ไม่ใช่เพียงความคิดเห็นส่วนตัว
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนนี้เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: ____, the community project was a clear success.
ดูคำตอบ
By any reckoning
the driver of: ปัจจัยเชิงสาเหตุหลัก
ในที่นี้ the driver of หมายถึงแรงหรือปัจจัยหลักที่ช่วยทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น ประโยคนี้กล่าวว่าความกลัวการอยู่คนเดียวเป็นสาเหตุสำคัญของการตัดสินใจบางอย่างที่ร้ายแรงและส่งผลเสีย ไม่ได้หมายถึงคนขับยานพาหนะ รูปแบบ a/the driver of + คำนาม พบได้บ่อยในภาษาเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับการตัดสินใจ แนวโน้ม และปัญหา การเรียกสิ่งใดว่า the driver เป็นการเน้นว่าสิ่งนั้นมีบทบาทมาก แต่บริบทยังอาจเปิดให้มีสาเหตุอื่นได้
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: "Higher energy prices are a major driver of inflation." driver ในที่นี้หมายถึงอะไร
- คนที่กำลังขับยานพาหนะ
- ปัจจัยที่มีส่วนอย่างมากในการทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น
- คนที่รายงานผลลัพธ์
- สถานที่ที่ผลลัพธ์เริ่มต้นขึ้น
ดูคำตอบ
ปัจจัยที่มีส่วนอย่างมากในการทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น
we might save ourselves a substantial portion of our lives.
0:58เราอาจจะรักษาชีวิตส่วนใหญ่ของเราเอาไว้ได้
If only ... we might ...: สมมติฐานที่มีน้ำเสียงปรารถนา
If only ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่ผู้พูดต้องการอย่างมาก แต่เห็นว่าไม่เป็นจริง ทำได้ยาก หรือยังไม่เป็นจริงในปัจจุบัน ในที่นี้ผู้พูดหวังว่าผู้คนจะเข้าใจผลเสียของความเข้าใจผิดนั้นได้อย่างชัดเจน สำนวนนี้มีอารมณ์มากกว่า if ที่เป็นกลาง และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “โดยมีเงื่อนไขว่า” รูปอดีต were able ทำให้เงื่อนไขดูห่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน ส่วน we might นำเสนอผลดีที่อาจเกิดขึ้นแต่ไม่แน่นอน โครงสร้าง If only + เงื่อนไขสมมติ, ... might + คำกริยา จึงแสดงทั้งความหวังว่าเงื่อนไขนั้นจะเป็นจริงและผลที่อาจตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคสมมติที่มีน้ำเสียงปรารถนาด้วยรูปแบบเป้าหมาย: ____ we understood the warning signs, ____ prevent the problem.
ดูคำตอบ
If only · we might
get the costs ... clear in our minds: ทำความเข้าใจต้นทุนให้ชัดเจนในใจ
นี่คือโครงสร้าง get + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์: get [the costs of what is for the most part a simple misapprehension] [clear in our minds] ในที่นี้ get หมายถึง “ทำให้เข้าสู่สภาวะหนึ่ง” และ clear บอกว่าต้นทุนนั้นกลายเป็นสิ่งที่เราเข้าใจได้อย่างชัดเจน ไม่ได้ขยายคำว่า misapprehension กรรมมีความยาวเพราะคำนามหลัก costs ตามด้วยวลีที่ขึ้นต้นด้วย of เมื่อตีความประโยค ให้เชื่อม clear กลับไปยังกรรมทั้งหมดที่เริ่มด้วย the costs ส่วน in our minds ระบุว่าผลนั้นเกิดขึ้นในความเข้าใจของเรา
แบบฝึกหัด
ในโครงสร้างเดิม clear ขยายหรืออธิบายอะไร?
- ต้นทุนนั้นได้รับการเข้าใจชัดเจนเพียงใด
- ส่วนหนึ่งของชีวิตมีขนาดใหญ่เพียงใด
- ความเข้าใจผิดนั้นเรียบง่ายเพียงใด
ดูคำตอบ
ต้นทุนนั้นได้รับการเข้าใจชัดเจนเพียงใด
We can pick out at least seven unnecessary penalties. กริยาวลี
1:02เราสามารถหยิบยกผลเสียที่ไม่จำเป็นมาให้เห็นได้อย่างน้อยเจ็ดข้อ
pick out: ระบุสิ่งเฉพาะจากกลุ่มใหญ่
Pick out หมายถึง ระบุ สังเกตเห็น หรือเลือกคนหรือสิ่งของที่เฉพาะเจาะจงจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกว่าสามารถระบุและแจกแจงผลเสียได้อย่างน้อยเจ็ดประการ ไม่ได้หมายถึงการเลือกซื้อสินค้า หรือการนำสิ่งของออกมาทางกายภาพ Pick out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง pick out seven penalties และ pick seven penalties out แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง: pick them out
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ระบุรายการที่เฉพาะเจาะจงจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า”: From the long list, can you ____ the three most urgent problems?
ดูคำตอบ
pick out
For a start: ใช้เกริ่นเหตุผลข้อแรก
For a start เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่ใช้เกริ่นเหตุผล ตัวอย่าง หรือหลักฐานข้อแรกในรายการที่ยาวกว่า ในที่นี้คำนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเริ่มแจกแจงรายการผลเสียที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และจะมีข้ออื่นตามมาอีก คำนี้ใช้จัดโครงสร้างการให้เหตุผล ไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อใด และไม่ได้หมายถึง “เพื่อที่จะเริ่ม”
แบบฝึกหัด
For a start หมายถึงอะไรในประโยค For a start, the apartment is too far from my school?
- ผู้พูดกำลังบอกว่าการเดินทางเริ่มเมื่อใด
- ผู้พูดกำลังอธิบายจุดประสงค์ของการเริ่มต้น
- ผู้พูดกำลังให้เหตุผลข้อแรก และอาจมีเหตุผลอื่นตามมา
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังให้เหตุผลข้อแรก และอาจมีเหตุผลอื่นตามมา
make some very wrong choices around the company that they keep. วลี
1:11มักจะตัดสินใจเลือกคบคนผิดพลาดอย่างมาก
the company that they keep: คนที่บุคคลหนึ่งคบหา
ในวลี the company that they keep คำว่า company หมายถึงคนที่ใครคนหนึ่งใช้เวลาด้วยหรือคบหาเป็นประจำ อนุประโยคสัมพันธ์ that they keep ระบุว่าเป็นวงสังคมของใคร กล่าวคือคนที่พวกเขาเลือกให้อยู่ใกล้ตัว ในที่นี้หมายถึงโดยเฉพาะคู่รักหรือเพื่อนสนิทที่เลือกคบเพราะกลัวการอยู่คนเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ the company + บุคคล + keeps เช่น the company you keep
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ company ในความหมายว่า “คนที่ใครคนหนึ่งใช้เวลาด้วยเป็นประจำ”?
- He stayed to keep his grandfather company.
- You can learn a lot about Alex from the company he keeps.
- The company he owns makes bicycles.
ดูคำตอบ
You can learn a lot about Alex from the company he keeps.
They have no option but to privilege anyone over the appropriate one. โน้ต
1:15พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้สิทธิพิเศษกับใครก็ได้มากกว่าคนที่ใช่
have no option but to + คำกริยารูปพื้นฐาน
โครงสร้าง have no option but to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่มีแนวทางอื่นให้เลือก ในที่นี้ but มีความหมายเท่ากับ except ไม่ใช่ however โครงสร้างนี้นำเสนอการกระทำที่ตามมาว่าเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่เลือกอย่างอิสระ ในประโยคนี้ คนเหล่านั้นถูกนำเสนอว่ารู้สึกว่าตนจำเป็นต้องให้ใครก็ได้มาก่อนคนที่เหมาะสมจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย no option but to: With the bridge closed, we have ____ take the mountain road.
ดูคำตอบ
no option but to
privilege A over B: ให้น้ำหนัก A มากกว่า B
เมื่อ privilege เป็นคำกริยา โครงสร้าง privilege A over B หมายถึงให้น้ำหนัก ความสำคัญ สถานะ หรือการปฏิบัติที่ได้เปรียบแก่ A มากกว่า B โครงสร้างนี้บอกว่าการเลือก กฎ หรือวิธีคิดจัดลำดับทางเลือกสองอย่างอย่างไร ในที่นี้หมายถึงการให้ใครก็ตามที่หาได้มาก่อนคนที่เหมาะสมจริง ๆ ไม่ได้หมายความว่า anyone มีสิทธิพิเศษ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ privilege A over B ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายการให้น้ำหนักแก่ปัจจัยสองอย่างในแบบเป็นทางการ
- The editor has the privilege of checking both speed and accuracy.
- The editor prefers speed to accuracy.
- The policy privileges speed over accuracy.
ดูคำตอบ
The policy privileges speed over accuracy.
The only souls with any realistic chance of ending up with the partner they deserve กริยาวลี
1:28คนเพียงกลุ่มเดียวที่มีโอกาสในความเป็นจริงที่จะได้ลงเอยกับคู่ชีวิตที่คู่ควร
ending up with: ผลลัพธ์สุดท้าย
ในประโยคนี้ ending up with หมายถึงสุดท้ายแล้วได้ครอบครองสิ่งหนึ่งหรือได้อยู่กับใครคนหนึ่ง อันเป็นผลจากสิ่งที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา โดย the partner คือบุคคลที่ตามหลัง with และเป็นคนที่ได้อยู่ด้วยในท้ายที่สุด End up เน้นผลลัพธ์สุดท้าย ซึ่งมักไม่แน่นอนหรือไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าบางสิ่ง “จบขึ้นด้านบน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ end up with: After comparing several apartments, Maya ____ the smallest one.
ดูคำตอบ
ended up with
to the prospect of perhaps never being with anyone at all.
1:36ต่อความเป็นไปได้ที่อาจจะไม่ได้ลงเอยกับใครเลยตลอดชีวิต
reconciled themselves to the prospect of: ยอมรับความเป็นไปได้ที่ยากลำบาก
ในประโยคนี้ reconciled themselves to หมายถึงทำให้ตนเองยอมรับความเป็นไปได้ที่ยากลำบาก หลังจากเคยต่อต้านหรือหวังว่าจะเกิดผลลัพธ์อื่น คำสรรพนามสะท้อนกลับ themselves แสดงว่าการปรับตัวนี้เกิดขึ้นภายในใจของคนเหล่านั้นเอง The prospect of ใช้นำเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และมักตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ทั้งวลีมองการไม่ได้อยู่กับใครเลยว่าเป็นความเป็นไปได้ที่ไม่พึงประสงค์ แต่พวกเขาเรียนรู้ที่จะยอมรับแล้ว
แบบฝึกหัด
เลือกวลีทางการที่หมายถึงพวกเขายอมรับความเป็นไปได้ในอนาคตที่ไม่พึงประสงค์: After months of hoping to stay, they ____ moving again.
- looked forward to the prospect of
- reconciled themselves to the prospect of
- argued with each other about
ดูคำตอบ
reconciled themselves to the prospect of
Being with not quite the right person sounds almost bearable,
1:43การอยู่กับคนที่ไม่ค่อยจะใช่ฟังดูเหมือนพอจะทนได้
but extended over time, like a proverbial pebble in a shoe, สำนวน
1:47แต่เมื่อเวลาผ่านไปยาวนาน เหมือนกับสุภาษิตเรื่องก้อนกรวดในรองเท้า
เหมือนก้อนกรวดในรองเท้าที่คนมักยกเป็นภาพเปรียบเทียบ
ในที่นี้ like a proverbial pebble in a shoe เปรียบความไม่เข้ากันเล็ก ๆ ที่ดำเนินต่อไปเป็นเวลานานกับก้อนกรวดเล็ก ๆ ที่เสียดสีกับเท้าอยู่เรื่อย ๆ ตอนแรกปัญหาอาจดูเล็กน้อย แต่การที่มันยังคงอยู่ทำให้เจ็บปวดขึ้นเรื่อย ๆ หรือยากขึ้นที่จะมองข้าม Proverbial หมายถึงตัวอย่างที่คุ้นเคย เป็นแบบฉบับ และผู้คนมักกล่าวถึง ไม่จำเป็นต้องมีสุภาษิตเฉพาะที่ตรงกันจริง ๆ และก้อนกรวดในที่นี้ก็เป็นภาพเปรียบเทียบ ไม่ใช่ของจริง
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ like a proverbial pebble in a shoe สื่อถึงอะไร?
- ภัยพิบัติใหญ่ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน
- ก้อนหินจริงที่มีคนจงใจใส่ไว้ในรองเท้า
- ปัญหาเล็ก ๆ ที่เจ็บปวดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยังคงอยู่
ดูคำตอบ
ปัญหาเล็ก ๆ ที่เจ็บปวดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยังคงอยู่
slightly wrong ends up indistinguishable from entirely horrific. ไวยากรณ์
1:51ความผิดปกติเพียงเล็กน้อยจะลงเอยด้วยการแยกไม่ออกจากความเลวร้ายอย่างสิ้นเชิง
สุดท้ายกลายเป็นแยกไม่ออกจาก…
โครงสร้าง A ends up indistinguishable from B หมายความว่าในที่สุด A ไปถึงจุดที่ไม่สามารถแยกออกจาก B ได้อีก Ends up บอกผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ ไม่ใช่สภาพเริ่มต้น และ indistinguishable ต้องใช้คู่กับ from ในที่นี้ slightly wrong และ entirely horrific สร้างการไต่ระดับอย่างชัดเจน สิ่งที่ไม่เหมาะเพียงเล็กน้อย หากดำเนินอยู่นาน อาจทำให้รู้สึกไม่ต่างจากสิ่งที่เลวร้ายมาก ถ้อยคำนี้เน้นผลกระทบที่สะสม ไม่ได้บอกว่าทั้งสองอย่างเหมือนกันมาตั้งแต่ต้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up indistinguishable from: After the restoration, the repaired section ____ the original wall.
ดูคำตอบ
ended up indistinguishable from
Every beautiful location we travel to together will be ruined,
1:57สถานที่สวยงามทุกแห่งที่เราไปเที่ยวด้วยกันจะถูกทำลาย
What may begin as slight fractiousness or tedium winds up as cataclysmic irritation, กริยาวลี
2:06สิ่งที่อาจเริ่มต้นจากความหงุดหงิดหรือความน่าเบื่อหน่ายเล็กน้อย จะจบลงด้วยความรำคาญใจขั้นวิกฤต
winds up as: ในที่สุดกลายเป็นผลลัพธ์หนึ่ง
wind up as + นามวลี หมายถึงในที่สุดกลายเป็นบทบาท สถานะ หรือผลลัพธ์นั้นหลังจากผ่านกระบวนการบางอย่าง และอาจสื่อว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ในที่นี้ อารมณ์เล็กน้อยในตอนแรกค่อย ๆ พัฒนาเป็นความหงุดหงิดอย่างรุนแรง ในประโยคนี้ อนุประโยค what may begin... ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วน winds up as เชื่อมจุดเริ่มต้นนั้นกับนามวลีที่เป็นผลลัพธ์คือ cataclysmic irritation
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ wind up as: After joining the company as an intern, Maya eventually ____ its design director.
ดูคำตอบ
wound up as
self-disgust, sexual misery, broken finances,
2:12ความรังเกียจตัวเอง ความทุกข์ระทมทางเพศ การเงินที่พังทลาย
and the kind of excruciating loneliness that, ironically,
2:15และรูปแบบความเหงาที่แสนปวดร้าว ซึ่งน่าขันที่ว่า
merely and innocently being on our own would never have the power to generate.
2:19เพียงแค่เราอยู่คนเดียวอย่างบริสุทธิ์ใจจะไม่มีวันสร้างมันขึ้นมาได้เลย
we have no strength to argue for our needs within any relationship.
2:28เราจะไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะเรียกร้องความต้องการของเราในความสัมพันธ์ใดๆ
One is always at the mercy of the one who fears loneliness less. สำนวน
2:33คนๆ หนึ่งจะต้องตกอยู่ภายใต้ความเมตตาของคนที่กลัวความเหงาให้น้อยกว่าเสมอ
at the mercy of: อยู่ใต้อำนาจของผู้อื่นหรือพลังภายนอก
การ be at the mercy of บุคคลหรือสิ่งใดหมายถึงการแทบไม่มีหรือไม่มีอำนาจควบคุม และต้องเสี่ยงต่อการตัดสินใจของบุคคลนั้นหรือผลกระทบจากพลังนั้น คำว่า mercy ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง “ความเมตตา” ตามตัวอักษร ในที่นี้ คนที่กลัวความโดดเดี่ยวมากกว่าจะมีอิสระในการจากไปน้อยกว่า จึงต้องพึ่งพาคนที่กลัวความโดดเดี่ยวน้อยกว่ามากขึ้น และทำให้ฝ่ายหลังมีอำนาจในความสัมพันธ์มากกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย at the mercy of: Without a backup system, the hospital was ____ the power grid.
ดูคำตอบ
at the mercy of
Partners develop an advanced sense of the person who has nowhere else to go.
2:37คู่รักจะพัฒนาระบบประสาทสัมผัสชั้นสูงต่อคนที่ไม่มีที่ไป
It's no use stamping our feet after an argument and saying, โน้ต
2:42ไม่มีประโยชน์ที่จะกระทืบเท้าหลังการทะเลาะกันแล้วพูดว่า
โครงสร้าง It's no use + -ing
It's no use + -ing หมายความว่าการกระทำหนึ่งจะไม่ช่วยหรือไม่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ ในประโยคนี้ การกระทืบเท้าหลังจากโต้เถียงกันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ ในโครงสร้างนี้ use เป็นคำนามที่หมายถึงประโยชน์หรือจุดมุ่งหมาย และการกระทำใช้รูป gerund เช่น It's no use arguing. อย่าใช้ to-infinitive หลังโครงสร้างตายตัวนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ run: The bus has already left, so it's no use ____ after it.
ดูคำตอบ
running
Stamping our feet: ภาพของความโกรธแบบเด็ก ๆ
Stamping our feet มีความหมายตรงตัวว่าใช้เท้ากระแทกพื้นแรง ๆ ซึ่งมักทำมากกว่าหนึ่งครั้ง ในประโยคนี้ ภาพดังกล่าวยังทำให้ปฏิกิริยาดูโกรธ หงุดหงิด และเหมือนเด็ก แทนที่จะดูได้ผลหรือควบคุมตนเองได้ ภาษาอังกฤษสามารถใช้การเคลื่อนไหวร่างกายนี้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบรรยายการประท้วงหรือเรียกร้องอย่างไม่เป็นผู้ใหญ่ แม้การเคลื่อนไหวจริงจะไม่ใช่ประเด็นหลัก
แบบฝึกหัด
ในประโยค "When her request was refused, Maya stamped her feet," วลีนี้สื่อถึงอะไรชัดเจนที่สุด
- เธอคัดค้านอย่างสงบและให้เหตุผลอย่างรอบคอบ
- เธอแสดงความหงุดหงิดอย่างโกรธและเหมือนเด็ก
- เธอยอมรับการตัดสินใจโดยไม่ตอบโต้
ดูคำตอบ
เธอแสดงความหงุดหงิดอย่างโกรธและเหมือนเด็ก
“I've had enough”: ถึงขีดจำกัดของความอดทน
“I've had enough” หมายถึง “ฉันมาถึงขีดจำกัดของความอดทนต่อสถานการณ์นี้แล้ว” รูป present perfect แสดงว่าความหงุดหงิดหรือแรงกดดันสะสมมาจนถึงปัจจุบัน ส่วน enough ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงปริมาณ ในฐานะคำพูดที่กำหนดขอบเขต สำนวนนี้สื่อว่าผู้พูดต้องการให้สถานการณ์หยุดหรือเปลี่ยนแปลง เป็นการประกาศเจตนาอย่างหนักแน่น แต่ไม่ได้รับประกันว่าผู้พูดจะลงมือทำจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่ใช้กำหนดขอบเขต: After being blamed again, Maya finally said, "____."
ดูคำตอบ
I've had enough
when in reality everyone knows that we will never have had enough. ลำดับความ
2:46ในเมื่อความจริงแล้วทุกคนรู้ดีว่าเราจะไม่มีวันทนไม่ไหว
“when in reality”: แก้ไขคำกล่าวด้วยข้อเท็จจริง
“when in reality” นำหน้าอนุประโยคที่แก้ไขหรือเปิดเผยความไม่จริงของคำกล่าวก่อนหน้า ในที่นี้ when ไม่ได้ระบุเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น แต่มีความหมายใกล้เคียงกับ “although the truth is that” หรือ “even though in fact” คำเชื่อมนี้วางคำกล่าวที่เห็นภายนอกกับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันไว้ในประโยคเดียวกัน อนุประโยคใหม่จึงทำหน้าที่โต้แย้ง โครงสร้างคือ คำกล่าว + when in reality + ข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่นำเสนอความจริงซึ่งขัดแย้งกัน: Leo claims he never checks his phone at dinner, ____ he checks it every few minutes.
ดูคำตอบ
when in reality
พวกเรากลัวการกินอาหารเย็นตามลำพังมากเหลือเกิน
“So scared” เป็นวลีกลุ่มคำคุณศัพท์ในรูป so + adjective ที่ยกมาไว้ต้นประโยค ลำดับปกติคือ “We are so scared of having dinner on our own” การย้ายวลีนี้มาไว้ข้างหน้าทำให้เกิดการสลับตำแหน่ง จึงเป็น “are we” แทน “we are” นี่เป็นประโยคบอกเล่าที่เน้นย้ำ ไม่ใช่คำถาม ประโยคนี้สื่อว่าความกลัวรุนแรงมาก และทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเป็นทางการ เชิงวรรณกรรม หรือจงใจให้ฟังดูดราม่า ส่วน “having dinner on our own” ระบุสถานการณ์ที่เป็นสาเหตุของความกลัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การสลับคำแบบเดียวกัน โดยยก so + adjective มาวางไว้ต้นประโยคเหมือนประโยคเป้าหมาย
- Was Lena so busy that she missed the train?
- Lena was so busy that she missed the train.
- So busy was Lena that she missed the train.
ดูคำตอบ
So busy was Lena that she missed the train.
We can't now imagine ever knowing how to change the dishwasher fluid alone,
2:54ตอนนี้เรานึกภาพไม่ออกเลยว่าจะรู้วิธีเปลี่ยนน้ำยาล้างจานด้วยตัวเองได้อย่างไร
or taking the initiative to send our nephew's birthday presents. วลี
3:01หรือการเป็นฝ่ายเริ่มส่งของขวัญวันเกิดไปให้หลานชาย
taking the initiative to:เป็นฝ่ายเริ่มลงมือทำ
taking the initiative to send หมายถึงการเลือกเริ่มลงมือส่งด้วยตัวเอง แทนที่จะรอให้คนอื่นเตือน ขอร้อง หรือจัดการให้ ในที่นี้ initiative หมายถึงความตั้งใจที่จะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ไม่ใช่ชื่อโครงการใดโครงการหนึ่ง โครงสร้างคือ take the initiative to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย taking เป็นรูป -ing ของ take และ send ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับความรับผิดชอบส่วนตัวเล็ก ๆ และการกระทำที่ใหญ่ขึ้นในที่ทำงาน
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนคงรูป take the initiative ในรูปอดีตที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I did not wait for anyone to ask; I ____ to organize the group project.
ดูคำตอบ
took the initiative
So used have we become to using the other person to compensate for our weaknesses. ไวยากรณ์
3:04เราเคยชินกับการใช้อีกคนมาเติมเต็มจุดอ่อนของเรามากเสียจน
So used have we become: การกลับลำดับกับ used to using
So used have we become เป็นการกลับลำดับคำเพื่อเน้นความหมาย ลำดับปกติคือ We have become so used การย้าย so used มาไว้ต้นประโยคช่วยเน้นระดับความเคยชินก่อน และย้ายกริยาช่วย have มาไว้หน้าประธาน we ใน become used to using คำว่า used หมายถึง “คุ้นเคย” ส่วน to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be/become used to และทำหน้าที่เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยกริยารูป -ing อย่าง using ประโยคนี้สื่อว่าการพึ่งพาอีกคนกลายเป็นความเคยชินที่ฝังลึกแล้ว
แบบฝึกหัด
เขียนแนวคิดนี้ใหม่โดยย้ายส่วนที่เน้นมาไว้ข้างหน้า: We have become so used to working together that handling tasks alone feels strange. ____ have we become to working together that handling tasks alone feels strange.
ดูคำตอบ
So used
visited upon the single who have no choice but to overcome their inhibitions.
3:15ซึ่งเกิดขึ้นกับคนโสดที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเอาชนะความประหม่าของตนเอง
pressures visited upon: รูปถูกกระทำแบบย่อในภาษาทางการ
ใน pressures visited upon the single คำว่า visited upon หมายถึง “ถูกกำหนดให้รับ” หรือ “ถูกสร้างภาระให้” โดยนำเสนอแรงกดดันว่าเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ที่ตกอยู่กับบุคคลหรือกลุ่มหนึ่ง คำว่า visit ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการไปเยี่ยมทางสังคม วลีนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อแล้ว: pressures (that are) visited upon the single รูปผู้กระทำเต็มคือ visit something upon someone โดยวางสิ่งไม่พึงประสงค์ไว้ก่อน แล้ววางบุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบไว้หลัง upon
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสองคำที่มี visit และหมายถึง “ถูกสร้างภาระให้” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The hardships ____ the village lasted for years.
ดูคำตอบ
visited upon
go on holidays in the mountains, endure empty weekends,
3:24ไปเที่ยวพักผ่อนบนภูเขา ทนกับวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ว่างเปล่า
Call up: โทรหาใครสักคน
ในที่นี้ call up หมายถึง “โทรหา” ผู้รับสายสามารถวางไว้หลัง phrasal verb ทั้งชุดได้: call up their mother Call up เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนามก็พูดว่า call their mother up ได้เช่นกัน แต่ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ตรงกลาง: call her up ไม่ใช่ call up her
แบบฝึกหัด
ใช้ call up กับคำสรรพนามเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya needs the news, so I will ____ tonight.
ดูคำตอบ
call her up
and thereby achieve the resilient competence upon which true social discrimination and liberty rest. โน้ต
3:29และด้วยเหตุนี้จึงบรรลุความสามารถในการฟื้นตัว ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเลือกสรรและเสรีภาพทางสังคมที่แท้จริง
And thereby achieve: เชื่อมวิธีการกับผลลัพธ์
ใน and thereby achieve คำว่า thereby หมายถึง “ด้วยการทำสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง” หรือ “เป็นผลจากการกระทำนั้น” คำนี้ย้อนกลับไปอ้างถึงชุดการกระทำก่อนหน้า และแสดงว่าการบรรลุความสามารถอันแข็งแกร่งเป็นผลจากการกระทำเหล่านั้น รูปแบบนี้จัดข้อมูลเป็น “วิธีการ → ผลลัพธ์” โดยบอกการกระทำก่อน แล้วใช้ and thereby + คำกริยา เพื่อระบุว่าการกระทำนั้นทำให้เกิดอะไรขึ้น Thereby ไม่ได้หมายถึง “ที่นั่น”
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่แสดงว่าการกระทำแรกเป็นวิธีการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์: “The clinic moved its forms online and ___ shortened the waiting time.”
- therefore
- there
- thereby
ดูคำตอบ
thereby
upon which ... rest: สิ่งที่...ตั้งอยู่บนพื้นฐาน
To rest upon something หมายถึง “พึ่งพาสิ่งนั้นเป็นรากฐาน” ในประโยคนี้ true social discrimination and liberty พึ่งพา resilient competence ในบริบทนี้ social discrimination หมายถึงวิจารณญาณหรือความสามารถในการแยกแยะทางสังคมอย่างรอบคอบ ไม่ใช่การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มคน upon which เป็นโครงสร้างอนุประโยคสัมพัทธ์แบบเป็นทางการ โดย which อ้างถึง resilient competence และย้าย upon มาไว้ข้างหน้า: resilient competence upon which ... rest รูปที่เป็นทางการน้อยกว่าคือ resilient competence which ... rest upon
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างทางการ upon which ... rest ได้ถูกต้อง เพื่อบอกว่าการตัดสินใจที่เป็นธรรมต้องอาศัยกฎที่ชัดเจน?
- Fair decisions are the foundation upon which clear rules rest.
- Clear rules are the foundation upon which fair decisions rest.
- Clear rules are the foundation which fair decisions rest.
ดูคำตอบ
Clear rules are the foundation upon which fair decisions rest.
For those who have too lightly signed away their freedoms, กริยาวลี
3:37สำหรับคนที่เซ็นยกสิทธิ์ในอิสรภาพของตัวเองไปอย่างง่ายดายเกินไป
signed away their freedoms: ยอมสละเสรีภาพของตน
Sign away a right or freedom หมายถึงการสละสิทธิหรือเสรีภาพนั้นผ่านข้อตกลงหรือการเลือกที่รู้สึกว่ามีผลผูกมัด สำนวนนี้มาจากการลงนามในเอกสารทางกฎหมายตามความหมายตรง แต่ก็ใช้เชิงเปรียบเทียบได้แม้ไม่มีเอกสารจริง ในที่นี้ signed away their freedoms เป็นการวิจารณ์ผู้ที่ยอมสละเสรีภาพส่วนบุคคลอย่างง่ายดายเกินไป Away เน้นว่าเสรีภาพถูกสละและไม่ได้เก็บรักษาไว้อีกต่อไป ไม่ได้หมายถึงการเขียนลายเซ็นลงบนเสรีภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ sign away: Without reading the agreement, he ____ his right to appeal.
ดูคำตอบ
signed away
there are sure to be constant and searing reminders of what they've forgone. ไวยากรณ์
3:40ย่อมต้องมีสิ่งคอยย้ำเตือนอย่างต่อเนื่องและเจ็บปวดถึงสิ่งที่พวกเขาได้ทิ้งไป
There are sure to be: การคาดการณ์อย่างมั่นใจด้วยโครงสร้าง there be
ในโครงสร้าง there are sure to be + คำนามพหูพจน์ คำว่า there ใช้เกริ่นว่าบางสิ่งมีอยู่หรือจะปรากฏขึ้น ส่วน are sure to be เพิ่มความหมายว่าเป็นการคาดการณ์ที่มั่นใจมาก ประโยคนี้จึงหมายความว่าสิ่งเตือนใจที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และสร้างความเจ็บปวดแทบจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน sure ไม่ได้บอกว่า reminders เหล่านั้น “มั่นใจ” เอง ต่างจาก I am sure that โครงสร้างนี้ไม่ได้ระบุคนที่มีความเชื่อ แต่บอกว่าการปรากฏของ reminders เป็นสิ่งที่คาดได้อย่างมาก
แบบฝึกหัด
เติมการคาดการณ์ที่มั่นใจมากด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: The city has scheduled major roadwork, so there ____ long delays tomorrow morning.
ดูคำตอบ
are sure to be
will provide evidence of what might have been. สำนวน
3:49จะแสดงให้เห็นถึงหลักฐานของสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้
What might have been: ความเป็นไปได้ในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง
what might have been เป็นวิธีกระชับในการกล่าวถึงความเป็นไปได้ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เช่น ชีวิต ผลลัพธ์ หรือโอกาสที่เคยเป็นไปได้แต่ไม่เคยกลายเป็นจริง ในประโยคนี้ evidence ทำให้นึกถึงทางเลือกที่สูญเสียไปเหล่านั้น รูปแบบคือ what + might have + กริยาช่องที่สาม ในที่นี้ been ไม่ได้ระบุสภาพหรือชีวิตที่จินตนาการไว้อย่างชัดเจน เพราะบริบทเติมความหมายให้อยู่แล้ว ทั้งส่วนทำหน้าที่คล้ายคำนามหลัง of ไม่ใช่คำถามว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
Maya เลือกอาชีพหนึ่งและบางครั้งจินตนาการถึงชีวิตอีกแบบที่เธอไม่เคยได้ใช้ ประโยคใดสื่อความคิดนี้ได้ดีที่สุด?
- She sometimes thinks about what might be.
- She sometimes thinks about what might have happened.
- She sometimes thinks about what might have been.
ดูคำตอบ
She sometimes thinks about what might have been.
All those potentially fascinating or charming members of humanity
3:52สมาชิกของมนุษยชาติทุกคนที่อาจมีเสน่ห์หรือน่าหลงใหล
they have now forever been disbarred from getting to know การใช้คำ
3:57ซึ่งตอนนี้พวกเขาถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ได้ทำความรู้จักตลอดไป
disbarred from getting to know ในฐานะอุปลักษณ์ทางกฎหมาย
To disbar someone โดยปกติหมายถึงการเพิกถอนสิทธิของทนายความในการประกอบวิชาชีพ แต่ disbarred from getting to know ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ที่จงใจใช้ ไม่มีองค์กรทางกฎหมายใดลงโทษใครจริง ๆ คำศัพท์กฎหมายที่เป็นทางการนี้ทำให้ข้อจำกัดที่คนสร้างขึ้นเองฟังดูเหมือนคำตัดสินถาวร ผู้พูดหมายความว่า ความผูกพันระยะยาวได้ปิดโอกาสในการทำความรู้จักคนอื่นที่อาจน่าสนใจ และการกล่าวเกินจริงนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักและความประชด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ disbarred เป็นอุปลักษณ์ทางกฎหมายอย่างจงใจ เพื่อบรรยายข้อจำกัดทางสังคมที่คนสร้างขึ้นเอง
- The ethics board disbarred the lawyer after serious misconduct.
- The locked gate barred visitors from entering the garden.
- By never joining the group, Leo has practically disbarred himself from getting to know his neighbors.
ดูคำตอบ
By never joining the group, Leo has practically disbarred himself from getting to know his neighbors.
โครงสร้าง It isn't just X. It's also Y.
It isn't just X บอกผู้ฟังว่าประเด็นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความคิดแรกที่คาดเดาได้ ส่วนประโยคถัดไป It's also Y เพิ่มความคิดที่สองและย้ายจุดสนใจใหม่ไปที่ Y ในที่นี้ ข้อโต้แย้งเคลื่อนจากการไม่ได้รู้จักคนอื่นไปสู่การไม่ได้รู้จักตัวเราเอง ลำดับนี้ทำให้ความสูญเสียอย่างที่สองดูน่าประหลาดใจและสำคัญกว่า โดยทั่วไป รูปแบบนี้ใช้ผลักคำอธิบายให้เดินหน้าต่อ แทนที่จะเสนอประเด็นสองข้อเป็นเพียงรายการเรียบ ๆ
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ It isn't just X. It's also Y. เพื่อบรรยายห้องสมุดแห่งใหม่: ____ quiet. ____ open late.
ดูคำตอบ
It isn't just · It's also
The constant presence of companions stops us from making friends with our own minds สำนวน
4:12การมีเพื่อนอยู่ด้วยตลอดเวลาขัดขวางไม่ให้เราเป็นเพื่อนกับจิตใจตัวเอง
Making Friends with Our Own Minds ในฐานะอุปมา
การเป็นมิตรกับจิตใจของตัวเองเป็นอุปมาที่ทำให้จิตใจมีลักษณะเหมือนบุคคล โดยมองจิตใจเป็นเหมือนใครบางคนที่เราสามารถเรียนรู้ที่จะยอมรับการอยู่ร่วมกันได้ ในที่นี้จึงหมายถึงการคุ้นเคยกับความคิดและความรู้สึกของตนเองและอยู่กับสิ่งเหล่านั้นได้อย่างสบายใจ สำนวนนี้สื่อถึงความสัมพันธ์ที่อดทนและต่อเนื่องกับประสบการณ์ภายใน ไม่ใช่เพียงการรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเอง
แบบฝึกหัด
ใน “A little silence can help us make friends with our own minds,” อุปมานี้หมายถึงอะไร
- เรียนรู้ที่จะเข้าใจความคิดของตัวเองและอยู่กับมันได้อย่างสบายใจ
- พบคนฉลาดและเป็นเพื่อนกับพวกเขา
- หยุดคิดถึงความรู้สึกที่รับมือได้ยาก
ดูคำตอบ
เรียนรู้ที่จะเข้าใจความคิดของตัวเองและอยู่กับมันได้อย่างสบายใจ
in a way that only extended stretches of solitude allow.
4:20ในวิธีที่มีเพียงการอยู่ตามลำพังเป็นเวลานานเท่านั้นที่เอื้ออำนวย
whenever any slightly painful or challenging internal matter comes into view. กริยาวลี
4:26ทุกครั้งที่มีประเด็นภายในใจที่เจ็บปวดหรือท้าทายโผล่ขึ้นมาให้เห็น
Comes into View: จากการมองเห็นสู่การรับรู้
ในประโยคนี้ comes into view ขยายสำนวนเกี่ยวกับการมองเห็นไปสู่เรื่องการรับรู้ เรื่องภายในใจไม่ได้เข้ามาอยู่ในสายตาของใครจริง ๆ แต่เริ่มเป็นสิ่งที่บุคคลนั้นสังเกตเห็นในใจ วลีนี้นำเสนอการตระหนักรู้ว่าเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น บางสิ่งเริ่มเข้ามาอยู่ในความรับรู้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นได้รับการเข้าใจหรือแก้ไขแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตแบบธรรมดาของ come into view: After the final test results arrived, the main problem finally ____.
ดูคำตอบ
came into view
There ends up being so much we won't ever really feel or understand about ourselves. ไวยากรณ์
4:31ท้ายที่สุดจะกลายเป็นว่ามีสิ่งมากมายที่เราจะไม่มีวันรู้สึกหรือเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองได้จริงๆ
There ends up being + นามวลี
there ในที่นี้เป็น there ที่ใช้บอกการมีอยู่ในรูป there is/are ไม่ได้หมายถึงสถานที่ ends up เป็นกริยาที่แสดงกาล ส่วน being นำเข้าสู่สภาวะที่มีบางสิ่งอยู่ในท้ายที่สุด เมื่อรวมกัน there ends up being X หมายถึง หลังจากผ่านกระบวนการหนึ่งแล้ว ในที่สุด X ก็เกิดขึ้นหรือสะสมขึ้นมา so much ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่าง ๆ จำนวนมากหรือปริมาณมาก อนุประโยคที่ตามมาละคำเชื่อมสัมพันธ์ that ไว้: so much (that) we won't ever really feel or understand อนุประโยคนี้ระบุเนื้อหาของ so much ไม่ใช่โครงสร้างบอกผล so...that
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างสามคำที่แสดงว่าปริมาณหนึ่งเกิดขึ้นเป็นผลสุดท้ายในประโยคนี้: After everyone uploads a copy, there ____ too much duplicate data.
ดูคำตอบ
ends up being
So many big questions about our careers and our ultimate purpose that we will ignore
4:36มีคำถามสำคัญมากมายเกี่ยวกับอาชีพการงานและเป้าหมายสูงสุดที่เราจะมองข้าม
On hand: อยู่ใกล้และพร้อมใช้
On hand หมายถึงคนหรือสิ่งของอยู่ใกล้และพร้อมใช้หรือพร้อมช่วยเมื่อจำเป็น ในประโยคนี้ someone else was on hand หมายถึงมีอีกคนพร้อมคุยหรืออยู่เป็นเพื่อนเสมอ คำว่า hand ไม่ได้หมายถึงมือจริง ๆ วลีนี้ใช้กับสิ่งของได้ด้วย เช่น keep extra batteries on hand แนวคิดร่วมคือพร้อมให้ใช้ทันที ไม่ใช่เพียงแค่มีไว้ในครอบครอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าจะมีช่างเทคนิคพร้อมช่วยเหลืออยู่ใกล้ ๆ ระหว่างงาน?
- The technician has the problem in hand during the event.
- A technician will be on hand during the event.
- The event is close at hand.
ดูคำตอบ
A technician will be on hand during the event.
to chat to about what to order in for dinner. กริยาวลี
4:44พูดคุยด้วยเสมอว่าจะสั่งอะไรมากินมื้อค่ำดี
order in for dinner: สั่งอาหารมาส่งเป็นมื้อเย็น
ในที่นี้ order in หมายถึงการสั่งอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วให้มาส่งยังสถานที่ที่เราอยู่ โดยปกติจะสั่งจากร้านอาหาร คำนี้เป็นกริยาวลี ส่วน in ไม่ได้หมายถึงการสั่งให้ใครเข้ามา for dinner บอกว่าอาหารนั้นมีไว้สำหรับมื้อใด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ order in for + มื้ออาหารหรือโอกาส เช่น order in for lunch
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาวลีสองคำที่หมายถึง “สั่งอาหารให้มาส่ง” เติมประโยคให้สมบูรณ์: It's raining, so let's ____ for dinner.
ดูคำตอบ
order in
Worst of all, we might not even be actively miserable after a while. ลำดับความ
4:47ที่แย่ที่สุดคือ เราอาจจะไม่ได้รู้สึกทุกข์ระทมอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเวลาผ่านไปพักหนึ่ง
Worst of all: นำเสนอผลลัพธ์ที่ร้ายแรงที่สุด
Worst of all เป็นคำเชื่อมที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อระบุว่าประเด็นถัดไปเป็นเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดในบรรดาผลลัพธ์ด้านลบหลายข้อ คำนี้เพิ่มความเข้มของน้ำเสียงและส่งสัญญาณว่าเหตุผลได้มาถึงจุดสูงสุดในด้านลบแล้ว ขอบเขตของคำนี้ครอบคลุมอนุประโยคทั้งหมดที่ตามมา ในที่นี้ คำนี้บอกให้เข้าใจ "we might not even be actively miserable after a while" ว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่ากังวล ไม่ใช่ข่าวที่ทำให้สบายใจ
แบบฝึกหัด
ใช้คำเชื่อมสามคำที่ระบุปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด: The room was noisy and dirty. ____, the door would not lock.
ดูคำตอบ
Worst of all
grow used to + คำนามหรือรูป -ing
ในประโยคนี้ grow used to หมายถึง “ค่อย ๆ เคยชินกับบางสิ่ง” คำว่า grow เน้นการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ผู้พูดกำลังนึกถึงภาวะที่สบายแต่ขาดความมุ่งมั่นซึ่งค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องปกติ ตรงนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยวลีนามได้ เช่น grow used to the noise หรือรูป -ing ได้ เช่น grow used to working late ในโครงสร้างนี้ to ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ค่อย ๆ เคยชินกับบางสิ่ง”: After a month in the dorm, Maya began to ____ sharing a room.
ดูคำตอบ
grow used to
to go up to strangers and risk our pride. กริยาวลี
4:59ที่จะเดินเข้าไปหาคนแปลกหน้าและเสี่ยงกับความภาคภูมิใจของเรา
go up to strangers: เดินเข้าไปหาใครสักคนเพื่อมีปฏิสัมพันธ์
Go up to someone หมายถึงเดินเข้าไปใกล้คนนั้น โดยปกติเพื่อพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบอื่น ในประโยคนี้ go up to strangers หมายถึงการเป็นฝ่ายเริ่มเข้าสังคมก่อน แม้จะเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธ คำว่า up ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน ต่างจากการบอกเพียงว่าไปยังสถานที่หนึ่ง go up to a person เน้นการลดระยะห่าง เดินไปถึงตัวบุคคลนั้น และเริ่มมีปฏิสัมพันธ์ทันที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ go up to ในความหมายว่าเดินเข้าไปหาบุคคลหนึ่งเพื่อเริ่มมีปฏิสัมพันธ์?
- Leo went up the stairs to the second floor.
- Leo went to the library before lunch.
- Leo went up to the librarian and asked for help.
ดูคำตอบ
Leo went up to the librarian and asked for help.
We'll believe that we've answered our needs completely,
5:04เราจะเชื่อว่าเราได้ตอบสนองความต้องการของเราอย่างครบถ้วนแล้ว
but only on the basis of suppressing our knowledge of what our needs really are. วลี
5:07แต่ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเก็บกดการรับรู้ที่ว่าความต้องการที่แท้จริงของเราคืออะไร
on the basis of: ระบุมูลฐานของความเชื่อหรือการตัดสินใจ
on the basis of ใช้นำเสนอหลักฐานหรือมูลฐานที่รองรับความเชื่อ การตัดสิน หรือการกระทำ หลังวลีนี้ต้องตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing เช่น on the basis of evidence; on the basis of having seen the results. ในประโยคนี้ ความเชื่อที่ว่าความต้องการทั้งหมดได้รับการตอบสนองแล้วตั้งอยู่บนการกดทับความรับรู้เกี่ยวกับความต้องการที่แท้จริง วลีนี้จึงเปิดให้เห็นมูลฐานที่บกพร่อง ไม่ได้หมายถึงฐานที่เป็นวัตถุ
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่แสดงว่าหลักฐานถูกใช้เป็นมูลฐานของการตัดสินใจ: “The panel approved the plan ___ the safety report.”
- on the basis of
- because the basis of
- on basis from
ดูคำตอบ
on the basis of
To start to correct everything that stems from this ridiculous fear of being alone, กริยาวลี
5:13เพื่อเริ่มแก้ไขทุกสิ่งที่เกิดจากความกลัวการอยู่คนเดียวที่น่าขันนี้
stems from: สาวย้อนจากผลลัพธ์ไปยังสาเหตุ
stems from หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “เกิดจาก” โดยวางผลลัพธ์ ปัญหา หรือสภาวะไว้หน้า stems from และวางแหล่งที่มาหรือสาเหตุไว้หลัง from: The delay stems from a software error. ในคำบรรยาย สิ่งที่ต้องแก้ไขถูกนำเสนอว่าเป็นผลจากความกลัวการอยู่คนเดียว stem ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงลำต้นของพืช และ stems from ก็ไม่ได้หมายถึง “หยุดยั้ง”
แบบฝึกหัด
“Unclear instructions caused the confusion.” ประโยคใดใช้ stems from เพื่อแสดงความสัมพันธ์เดียวกัน?
- Unclear instructions stem from the confusion.
- The confusion stems unclear instructions.
- The confusion stems from unclear instructions.
ดูคำตอบ
The confusion stems from unclear instructions.
from a young age: ตั้งแต่อายุยังน้อย
From a young age หมายถึง “เริ่มตั้งแต่ตอนที่คนคนหนึ่งยังเด็ก” ในประโยคนี้ from บอกจุดเริ่มต้นของช่วงเวลา จึงสื่อว่าการเรียนรู้นี้ควรเริ่มเร็วและส่งผลต่อช่วงต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าความสนใจของ Leo เริ่มตั้งแต่เด็กและดำเนินต่อมา?
- Leo discovered astronomy at a young age.
- Leo has loved astronomy since young.
- Leo has loved astronomy from a young age.
ดูคำตอบ
Leo has loved astronomy from a young age.
just that we are being appropriately patient until what truly satisfies us shows up, กริยาวลี
5:25เพียงแต่เรากำลังอดทนรออย่างเหมาะสมจนกว่าสิ่งที่ทำให้เราพึงพอใจอย่างแท้จริงจะปรากฏขึ้น
never means X, just that Y: ปฏิเสธความเข้าใจผิดแล้วอธิบายใหม่
โครงสร้าง never means X, just that Y เริ่มจากปฏิเสธการตีความหนึ่ง แล้วแทนที่ด้วยคำอธิบายที่สงบกว่า ในที่นี้ การอยู่คนเดียวคือข้อเท็จจริง ส่วน X คือการตัดสินว่า “เรามีอะไรผิดปกติ” และ Y ปรับกรอบความคิดใหม่ว่าเรากำลังอดทนรอ แทนที่จะยอมรับความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม ใน just that Y คำว่า means ถูกละไว้แต่ยังเข้าใจได้ โดยเป็นรูปย่อของ it just means that Y โครงสร้างที่ขนานกันนี้ช่วยให้ผู้ฟังแยกได้ว่าสถานการณ์หนึ่งไม่ได้พิสูจน์อะไร และจริง ๆ แล้วอาจแสดงถึงอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างสองส่วน: Needing more time ____ I am refusing, ____ I want to decide carefully.
ดูคำตอบ
never means · just that
shows up: หมายถึง “ปรากฏ” หรือ “มาถึง”
ในที่นี้ shows up หมายถึง “ปรากฏ” หรือ “เข้ามาในชีวิตของเรา” อนุประโยค what truly satisfies us ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ shows up และหมายถึงคน ความสัมพันธ์ หรือสายสัมพันธ์ที่ตอบสนองความต้องการของเราอย่างแท้จริง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ไปเข้าร่วมงาน” สำนวนนี้นำเสนอสิ่งที่เราหวังไว้ว่าเป็นสิ่งที่อาจปรากฏขึ้นหรือมีให้เราได้พบในท้ายที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ปรากฏ” ลงในประโยค: We kept checking the inbox, hoping the confirmation would ____.
ดูคำตอบ
show up
if indeed it ever does: การละคำซ้ำและความสงสัย
นี่คืออนุประโยคเงื่อนไข if แบบละคำซ้ำ โดย does ใช้แทน shows up ที่กล่าวไปก่อนหน้า ดังนั้นความหมายเต็มคือ if indeed it ever shows up ภาษาอังกฤษใช้ do หรือ does แบบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวกริยาวลีซ้ำ indeed เน้นความสงสัยของผู้พูด ส่วน ever หมายถึง “เมื่อใดก็ตาม” เมื่อใช้ร่วมกัน อนุประโยคนี้จะเพิ่มข้อสงวนให้กับความหวังก่อนหน้า คือผู้พูดไม่ได้คิดแน่นอนว่าสายสัมพันธ์ที่เติมเต็มใจจะปรากฏขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาช่วยหนึ่งคำเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าว arrive ซ้ำ: Our funding may arrive—if indeed it ever ____.
ดูคำตอบ
does
We will never learn the true promise of community,
5:37เราจะไม่มีวันได้เรียนรู้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของชุมชน
until we make genuine peace with the prospect of a life by ourselves. วลี
5:45จนกว่าเราจะยอมรับและสงบสุขกับโอกาสที่จะมีชีวิตด้วยตัวคนเดียวอย่างแท้จริง
hold out for: ไม่ยอมรับตัวเลือกที่ด้อยกว่าและรอสิ่งที่ดีกว่า
ในประโยคนี้ hold out for หมายถึงปฏิเสธตัวเลือกที่ไม่น่าพอใจเท่าและรอความสัมพันธ์ที่ผู้พูดเชื่อว่าตนสมควรได้รับต่อไป วลีนามหลัง for ระบุผลลัพธ์ที่ต้องการ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ hold out for + คำนาม สำนวนนี้สื่อทั้งความอดทนและการรักษามาตรฐาน คือยอมรอแทนที่จะยอมรับสิ่งที่แย่กว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงการปฏิเสธข้อเสนอที่ด้อยกว่าและรอข้อตกลงที่ต้องการ: We turned down the first two bids and decided to ____ a better price.
ดูคำตอบ
hold out for
make genuine peace with the prospect of: ยอมรับอนาคตที่อาจเกิดขึ้นอย่างจริงใจ
ในที่นี้ make genuine peace with the prospect of a life by ourselves หมายถึงยอมรับอย่างจริงใจว่าการอยู่คนเดียวอาจเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต แทนที่จะกลัวหรือต่อสู้กับความเป็นไปได้นั้นต่อไป genuine เน้นการยอมรับอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงพูดโดยไม่ได้เชื่อจริง โครงสร้างคือ make peace with + ข้อเท็จจริงหรือความเป็นไปได้ที่ยอมรับได้ยาก และในที่นี้ตามด้วย the prospect of + คำนามหรือรูป -ing โครงสร้างนี้สื่อการยอมรับทางอารมณ์ ไม่ใช่ความต้องการหรือการตัดสินใจ การยอมรับว่าอาจต้องอยู่คนเดียวไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อการยอมรับทางอารมณ์อย่างจริงใจต่ออนาคตที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นต้องการอนาคตแบบนั้น?
- She eagerly chose to live alone.
- She made genuine peace with the prospect of living alone.
- She refused to think about living alone.
ดูคำตอบ
She made genuine peace with the prospect of living alone.
that address the most important and often neglected areas of life,
5:57ที่พูดถึงแง่มุมที่สำคัญที่สุดและมักถูกละเลยในชีวิต
such as finding a good enough partner and mastering the art of confidence.
6:02เช่น การหาคู่ชีวิตที่ดีพอ และการฝึกฝนศิลปะแห่งความมั่นใจ