ความหมายของชีวิต: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
ภาพรวม: ผู้บรรยายปฏิเสธว่าชีวิตไร้ความหมาย และมองว่าความเจริญงอกงามของมนุษย์เกิดจากการสื่อสาร ความเข้าใจ และการรับใช้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. has to do with — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจว่าแปลว่า “เกี่ยวข้องกับ” ไม่ใช่ความจำเป็น แล้วใช้เชื่อมสาเหตุหรือหัวข้อกับคำอธิบาย 2. strike up a conversation — กริยาวลี: บอกการเริ่มบทสนทนาอย่างเป็นมิตรและเป็นธรรมชาติ พร้อมใช้ with ระบุคู่สนทนา 3. Armed with such ideas, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจ armed ว่า “มีแนวคิดพร้อมแล้ว” และใช้เปลี่ยนจากเหตุผลไปสู่ข้อสรุปโดยไม่หมายถึงอาวุธจริง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
People nowadays often say, sometimes in a sad way,
0:02ผู้คนในปัจจุบันมักพูดว่า บางครั้งก็ด้วยความเศร้าใจ
has to do with: การแสดงความเกี่ยวข้อง
has to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “สัมพันธ์กับ” ในที่นี้ The first หมายถึงเหตุผลข้อแรก ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าเหตุผลนั้นเกี่ยวข้องกับศาสนา ในโครงสร้างนี้ ให้มอง has to do with เป็นวลีเดียวตามรูปแบบ X has to do with Y คำว่า has to do ในรูปแบบนี้ไม่ได้แสดงความจำเป็นหรือหน้าที่
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ has to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ”
- The delay has to do with the weather.
- Maya has to do her homework.
- I can deal with the problem.
ดูคำตอบ
The delay has to do with the weather.
Once upon a time: สำนวนเปิดเรื่องแบบดั้งเดิม
Once upon a time เป็นสำนวนเปิดเรื่องแบบตายตัวของนิทานดั้งเดิม สำนวนนี้วางเหตุการณ์ไว้ในอดีตอันไกลและไม่ระบุเวลาแน่นอน แทนที่จะบอกวันที่ชัดเจน ในที่นี้ ผู้พูดใช้ลีลาแบบนิทานเพื่อนำเสนอความเชื่อเก่าว่าเป็นเรื่องเล่าที่ผู้คนถ่ายทอดต่อกันมา ไม่ใช่ข้ออ้างทางประวัติศาสตร์ที่แม่นยำ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเปิดเรื่องแบบดั้งเดิมให้สมบูรณ์: ____, a small fox lived beside a forest.
ดูคำตอบ
Once upon a time
so the story goes ในฐานะวลีบอกเล่าแบบเว้นระยะ
so the story goes บอกผู้ฟังว่าแนวคิดก่อนหน้าหรือถัดไปมาจากเรื่องราวที่รู้จักกันดี ธรรมเนียมสืบต่อกันมา หรือคำอธิบายที่ผู้คนเล่าซ้ำกันทั่วไป ในที่นี้ goes หมายถึง “เล่ากันมาเช่นนั้น” หรือ “แพร่ต่อกัน” ไม่ได้หมายถึง “ไปยังสถานที่หนึ่ง” ในฐานะเครื่องหมายทางวาทกรรม วลีนี้จัดให้ข้อความเป็นเรื่องที่ผู้พูดนำมาเล่าต่อ ไม่ใช่ข้อยืนยันโดยตรงของผู้พูด นอกจากนี้ยังอาจแสดงการเว้นระยะอยู่บ้าง กล่าวคือ ผู้พูดนำเสนอสิ่งที่เรื่องราวกล่าวไว้โดยไม่ได้รับรองว่าทุกรายละเอียดเป็นความจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “So the story goes: the old bell rings by itself at midnight,” วลี so the story goes บอกอะไรเกี่ยวกับท่าทีของผู้พูด?
- ผู้พูดกำลังบอกเส้นทางไปยังสถานที่หนึ่ง
- ผู้พูดกำลังรับรองว่าเหตุการณ์นั้นได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว
- ผู้พูดกำลังเล่าเรื่องที่รู้จักกันดีโดยไม่ได้ยืนยันอย่างเต็มที่ว่าเป็นความจริง
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังเล่าเรื่องที่รู้จักกันดีโดยไม่ได้ยืนยันอย่างเต็มที่ว่าเป็นความจริง
life had a clear meaning given to us by God.
0:16ชีวิตมีความหมายที่ชัดเจนซึ่งพระเจ้าประทานให้แก่เรา
but along with him the meaning he once guaranteed.
0:25แต่ความหมายที่พระองค์เคยรับรองไว้ก็ตายตามไปด้วย
Not only has ... but: การสลับลำดับและการเพิ่มประเด็น
เมื่อ not only อยู่ต้นอนุประโยคแรก วลีนี้จะเน้นอนุประโยคนั้นและทำให้เกิดการสลับตำแหน่งระหว่างประธานกับกริยาช่วย ลำดับปกติ God has supposedly died จึงเปลี่ยนเป็น not only has God supposedly died นี่เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคคำถาม but ใช้นำประเด็นที่สองซึ่งเพิ่มเข้ามา มักใช้ also หลัง but แต่ไม่จำเป็นต้องมีเสมอไป จึงใช้คู่ not only ... but ... ได้ดังเช่นในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างคู่และการสลับลำดับที่จำเป็น: “____ the new policy lowered costs, ____ it also shortened waiting times.”
ดูคำตอบ
Not only has · but
Modern science is the second cause of the current crisis of meaning.
0:29วิทยาศาสตร์สมัยใหม่คือสาเหตุที่สองของวิกฤตการณ์ด้านความหมายในปัจจุบัน
which emerged from a random interplay of chemicals and gases,
0:35ซึ่งเกิดขึ้นจากการทำปฏิกิริยากันแบบสุ่มของสารเคมีและก๊าซ
but it's of a rather bleak, relentless, and narrow sort. ไวยากรณ์
0:39แต่มันเป็นความหมายที่ค่อนข้างสิ้นหวัง โหดร้าย และคับแคบ
โครงสร้างประเมิน of a rather ... sort
โครงสร้าง of a rather + คำคุณศัพท์ + sort หมายถึง “เป็นสิ่งที่อยู่ในประเภทที่ค่อนข้าง...” ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวจัดให้ “ความหมาย” ที่กล่าวถึงก่อนหน้าเป็นประเภทที่หม่นหมอง ไม่หยุดหย่อน และคับแคบ rather บอกระดับอย่างพอดี จึงทำให้การประเมินหนักแน่นแต่ยังใช้ถ้อยคำอย่างสำรวม คำคุณศัพท์วางอยู่ระหว่าง rather กับ sort จึงรวมคุณลักษณะหลายอย่างเป็นการประเมินประเภทโดยรวมหนึ่งประเภทได้ โครงสร้างที่ใช้คำนามเป็นแกนนี้มักพบในงานเขียนเชิงวิเคราะห์หรือวิจารณ์
แบบฝึกหัด
เติมการประเมินแบบเป็นทางการด้วยโครงสร้าง of a rather ... sort: The humor in the novel is ____ dark and understated ____.
ดูคำตอบ
of a rather · sort
as for all other living things ในการเปรียบเทียบแบบขนาน
ในโครงสร้างเต็ม For humans, as for all other living things, ... ส่วนที่เน้นหมายถึง “เช่นเดียวกับที่เป็นจริงสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ทั้งหมด” ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคใช้ได้กับทั้ง humans และกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ในทางไวยากรณ์ as ทำหน้าที่สร้างการเปรียบเทียบ และ for นำเข้าสู่กลุ่มที่สอง นี่ไม่ใช่ As for ... ในความหมายทั่วไปว่า “ส่วนเรื่อง...” ซึ่งใช้เปลี่ยนไปยังหัวข้อใหม่
แบบฝึกหัด
ในประโยค “For new employees, as for experienced staff, clear feedback is useful,” วลี as for experienced staff หมายถึงอะไร?
- ข้อเสนอแนะที่ชัดเจนมีประโยชน์ต่อทั้งพนักงานใหม่และพนักงานที่มีประสบการณ์
- พนักงานที่มีประสบการณ์ให้ข้อเสนอแนะแก่พนักงานใหม่เท่านั้น
- ประโยคเปลี่ยนหัวข้อและกล่าวถึงเฉพาะพนักงานที่มีประสบการณ์
ดูคำตอบ
ข้อเสนอแนะที่ชัดเจนมีประโยชน์ต่อทั้งพนักงานใหม่และพนักงานที่มีประสบการณ์
the meaning of life is survival and the propagation of one's genetic material.
0:46ความหมายของชีวิตคือการเอาชีวิตรอดและการแพร่พันธุ์สารพันธุกรรมของตนเอง
It sounds very true and at the same time distinctly futile and melancholy.
0:51มันฟังดูเป็นความจริงอย่างมาก และในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงความสูญเปล่าและเศร้าหมองอย่างชัดเจน
'argue as follows' ในฐานะเครื่องหมายบอกทางแบบเป็นทางการ
ในที่นี้ argue หมายถึง “เสนอและสนับสนุนจุดยืน” ไม่ใช่ “ทะเลาะกัน” วลีนี้ใช้เกริ่นนำข้อเสนอหรือเหตุผลของผู้พูดเอง As follows ชี้ไปยังเนื้อหาที่จะตามมาทันที เครื่องหมายทวิภาคช่วยเน้นหน้าที่ในการบอกล่วงหน้านี้ และแสดงการเปลี่ยนจากการปูพื้นเข้าสู่ข้อโต้แย้งโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่ากำลังจะมีแนวการให้เหตุผลแบบเป็นทางการตามมา?
- We argued with our neighbors about the noise.
- We argue that the rule should be simple.
- We argue as follows: First, the rule should be simple; second, it should be fair.
ดูคำตอบ
We argue as follows: First, the rule should be simple; second, it should be fair.
to wonder about the meaning of life is an extremely important activity.
0:58การสงสัยเกี่ยวกับความหมายของชีวิตเป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง
'does have' แบบเน้นในประโยคบอกเล่า
ในประโยคบอกเล่านี้ does ใช้เน้น have เป็นการยืนยันข้อเสนอนั้นอย่างหนักแน่นและโต้แย้งความคิดก่อนหน้าที่ว่าชีวิตไม่มีความหมายที่สำคัญ โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน เนื่องจาก does ทำหน้าที่บอกกาลและสอดคล้องกับ life กริยาหลักจึงต้องคงเป็นรูปพื้นฐาน have ไม่ใช่ has
แบบฝึกหัด
ใช้ does แบบเน้นร่วมกับ have เพื่อแก้ความคิดที่ผิด: 'The plan may look simple, but it ____ one serious flaw.'
ดูคำตอบ
does have
and there are in fact a range of practical steps we can take to ensure we end up leading lives of maximal meaningfulness. โน้ต
1:04และอันที่จริงมีขั้นตอนเชิงปฏิบัติหลายอย่างที่เราสามารถทำได้เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายสูงสุด
steps we can take to ensure: การลงมือทำจริงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
ใน steps we can take คำว่า steps หมายถึงมาตรการที่ทำได้จริง ไม่ใช่ก้าวเดิน ส่วน we can take บอกว่าเป็นมาตรการใด และเป็นอนุประโยคขยายคำนามที่ละ that ได้: steps (that) we can take โครงสร้างเต็ม take steps to ensure + อนุประโยค หมายถึงการลงมือทำสิ่งที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ต้องการเกิดขึ้น เป็นวิธีเชื่อมการกระทำที่ทำได้เข้ากับเป้าหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ take, step และ ensure ประกอบเป็นสำนวนที่เป็นธรรมชาติ: The school will ____ every child can enter safely.
ดูคำตอบ
take steps to ensure
end up + -ing เพื่อแสดงผลลัพธ์สุดท้าย
End up นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นผลลัพธ์สุดท้ายหลังผ่านกระบวนการ ชุดของการเลือก หรือการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ ผลลัพธ์คือ leading lives of maximal meaningfulness ไม่ได้หมายถึงการไปถึงสถานที่ชื่อ end เมื่อ end up ตามด้วยการกระทำ ให้ใช้รูป -ing: end up leading, end up waiting หรือ ended up taking นอกจากนี้ยังตามด้วยคำคุณศัพท์หรือวลีบอกสถานที่ได้ เช่น end up alone หรือ end up at home
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up และรูปที่ถูกต้องของ take: After two buses were canceled, we ____ the train home.
ดูคำตอบ
ended up taking
We should start by saying that there is no meaning in life outside of that which we can find by ourselves as a species. โน้ต
1:12เราควรเริ่มต้นด้วยการบอกว่าไม่มีความหมายใดในชีวิต นอกเหนือไปจากสิ่งที่เราในฐานะสายพันธุ์หนึ่งสามารถค้นพบได้ด้วยตัวเราเอง
start by saying that + อนุประโยค
start by saying that ใช้จัดลำดับการให้เหตุผล โดยบอกผู้ฟังว่าอนุประโยค that ที่ตามมาคือประเด็นแรกหรือข้อสมมติที่ต้องวางไว้ก่อนจะไปยังประเด็นอื่น โครงสร้างคือ start by + -ing ในที่นี้ by saying บอกการกระทำที่ใช้เริ่มต้น ไม่ได้หมายถึง “พูดให้เสร็จก่อนกำหนดเวลา” ส่วนคำเชื่อม that ใช้นำเนื้อหาที่กล่าว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี start by saying that ตามรูปเดิม: At the meeting, we should ____ safety comes first.
ดูคำตอบ
start by saying that
that which ในฐานะรูปแบบทางการของ what
That which เป็นโครงสร้างประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม และมีความหมายเท่ากับ what หรือ the thing that ในประโยคนี้ that เป็นส่วนที่ทำหน้าที่เป็นคำหลักซึ่งชี้ถึงสิ่งที่กล่าวถึง ส่วน which we can find by ourselves as a species เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยายส่วนนั้น โครงสร้างทั้งหมดเป็นกรรมของ outside of ให้อ่านรวมกันเป็นนามวลีเดียว คือไม่มีความหมายใดนอกเหนือจากสิ่งที่มนุษย์สามารถค้นพบได้ด้วยตนเอง ในที่นี้ that ไม่ได้ใช้เชื่อมอนุประโยคที่บอกเนื้อหา
แบบฝึกหัด
ในประโยคแบบเป็นทางการ “We protect that which cannot protect itself,” วลี that which cannot protect itself หมายถึงอะไร
- ข้ออ้างว่าไม่มีสิ่งใดสามารถปกป้องตัวเองได้
- บางสิ่งที่อยู่นอกขอบเขตการคุ้มครอง
- สิ่งที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้
ดูคำตอบ
สิ่งที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้
There isn't any kind of objective meaning written in the stars, สำนวน
1:19ไม่มีความหมายเชิงปรนัยใดๆ ถูกเขียนไว้บนดวงดาว
written in the stars: ถูกโชคชะตากำหนดไว้ล่วงหน้า
ในประโยคนี้ written in the stars หมายถึง “ถูกโชคชะตากำหนดไว้ล่วงหน้า” สำนวนนี้เปรียบว่าโชคชะตาเป็นข้อความที่ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าอยู่แล้ว ไม่ได้มีใครเขียนอะไรไว้บนนั้นจริง ๆ ผู้พูดใช้ภาพเปรียบนี้เพื่อปฏิเสธว่าชีวิตมีความหมายตายตัวจากภายนอกที่ถูกกำหนดไว้ก่อนแล้ว โดยทั่วไป สำนวนนี้บอกว่าเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ในอนาคตถูกลิขิตไว้ ไม่ได้เกิดจากการเลือกหรือความบังเอิญ
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'They believed their meeting was written in the stars,' วลีที่เน้นไว้หมายความว่าอะไร
- เหตุการณ์นั้นไม่สามารถคาดเดาได้
- เหตุการณ์นั้นมีคำอธิบายอยู่ในหนังสือดาราศาสตร์
- เหตุการณ์นั้นถูกลิขิตให้เกิดขึ้น
ดูคำตอบ
เหตุการณ์นั้นถูกลิขิตให้เกิดขึ้น
What seems to prompt people to complain that life lacks meaning are particular varieties of unhappiness. โน้ต
1:26สิ่งที่ดูเหมือนจะกระตุ้นให้ผู้คนบ่นว่าชีวิตขาดความหมาย คือความทุกข์ใจบางประเภท
What ... are ...: อนุประโยค What แบบระบุเฉพาะ
นี่คือประโยคแบบระบุเฉพาะที่สร้างด้วย What + อนุประโยค + be + ส่วนเติมเต็มที่ใช้ระบุคำตอบ อนุประโยคทั้งหมด What seems to prompt people to complain that life lacks meaning ทำหน้าที่เป็นประธาน โดย what เข้าใจได้ว่าเป็น “สิ่งหรือปัจจัยนั้น” วลีหลัง are คือ particular varieties of unhappiness ทำหน้าที่ให้คำอธิบายที่แท้จริง โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดกล่าวถึงปัญหาที่เห็นอยู่ก่อน แล้วจึงวางกรอบใหม่ด้วยการระบุสาเหตุที่ลึกกว่า ในประโยคต้นฉบับ are สอดคล้องกับส่วนเติมเต็มแบบพหูพจน์ varieties ในอนุประโยค What แบบระบุเฉพาะชนิดนี้ ซึ่งเรียกว่า pseudocleft ด้วย ผู้พูดมักใช้ be รูปพหูพจน์เมื่อส่วนที่ใช้ระบุคำตอบเป็นพหูพจน์ แม้ว่าบางรูปแบบภาษาจะนิยมให้สอดคล้องเป็นเอกพจน์กับอนุประโยค What ทั้งหมดก็ตาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค What อย่างถูกต้องเพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริงของความสับสน
- What causes the confusion several labels that sound almost identical.
- What causes the confusion are several labels that sound almost identical.
- What cause the confusion are several labels that sound almost identical.
ดูคำตอบ
What causes the confusion are several labels that sound almost identical.
prompt someone to do something: กระตุ้นให้ใครทำบางอย่าง
ในที่นี้ prompt เป็นคำกริยา หมายถึงทำให้หรือกระตุ้นให้ใครลงมือทำบางอย่าง โครงสร้างคือ prompt + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น prompt people to complain สำนวนนี้นำเสนอเหตุการณ์หรือสภาวะหนึ่งว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา เหมาะกับการอธิบายเหตุและผลด้วยน้ำเสียงที่สุขุมและเป็นเชิงวิเคราะห์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ prompt และคำที่จำเป็น: The unexpected fee ____ several customers ____ complain.
ดูคำตอบ
prompted · to
Let's consider some central examples: ลองพิจารณาตัวอย่างสำคัญบางกรณีกัน
Let's consider ... เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วงของการอธิบาย ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อกล่าวทั่วไปไปสู่ตัวอย่างที่จะช่วยอธิบายหรือทดสอบข้อกล่าวนั้น Let's ทำให้การเปลี่ยนนี้เป็นคำเชิญให้ผู้ฟังคิดไปด้วยกัน แทนที่จะเป็นคำสั่งตรง ๆ Central หมายถึงสำคัญต่อข้อโต้แย้ง ไม่ได้หมายถึงตั้งอยู่ตรงกลางทางกายภาพ ประโยคนี้ยังบอกล่วงหน้าถึงเนื้อหาส่วนต่อไปว่าจะมีกรณีสำคัญและเป็นตัวแทนหลายกรณีตามมา
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งอธิบายแนวคิดทั่วไปและตอนนี้ต้องการชวนผู้ฟังพิจารณากรณีที่สำคัญและเป็นตัวแทนมากที่สุด ประโยคเชื่อมใดเหมาะสมที่สุด
- The examples are kept in the center of the room.
- Let's consider some central examples.
- Let's skip the examples and state the conclusion.
ดูคำตอบ
Let's consider some central examples.
but the intensity you experienced at the start is long gone. วลี
1:35แต่ความเร่าร้อนที่คุณเคยสัมผัสได้ในช่วงแรกนั้นหายไปนานแล้ว
long gone: หายไปนานแล้ว
“Long gone” หมายถึงบางสิ่งได้หายไป สิ้นสุดลง หรือไม่เป็นจริงอีกต่อไปตั้งแต่ก่อนเวลาปัจจุบันมานานแล้ว ในประโยคนี้ ความรู้สึกเข้มข้นในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ไม่มีอยู่อีกแล้ว และหายไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ตรงนี้ “long” ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ โดยเพิ่มความหมายเรื่องระยะเวลาให้ “gone” ว่าสิ่งนั้นหายไปนานแล้ว ไม่ได้หมายถึงความยาวทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “หายไปนานแล้ว”: The excitement from the first week is ____.
ดูคำตอบ
long gone
You don't seem to talk about anything important anymore or share vulnerable feelings and ideas.
1:38คุณดูเหมือนจะไม่ได้คุยกันเรื่องสำคัญใดๆ อีกต่อไป หรือไม่แบ่งปันความรู้สึกและแนวคิดที่อ่อนไหวต่อกันเลย
as you put it: อย่างที่คุณพูดไว้
“As you put it” หมายถึง “ใช้คำพูดของคุณเอง” โดยแสดงว่า “meaningless” เป็นคำอธิบายที่อีกฝ่ายใช้ ไม่ใช่ถ้อยคำที่ผู้พูดเลือกขึ้นมาเอง เมื่อใช้เป็นข้อความแทรก สำนวนนี้ช่วยรับรู้ถ้อยคำของอีกฝ่าย พร้อมกับสร้างระยะห่างจากถ้อยคำนั้นเล็กน้อย ตรงนี้ “put” หมายถึง “ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด” ไม่ใช่ “วาง”
แบบฝึกหัด
“as you put it” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? The deadline is, as you put it, impossible.
- วลีนี้บอกว่าผู้ฟังนำกำหนดเส้นตายไปวางไว้ที่ใดที่หนึ่งจริง ๆ
- วลีนี้แสดงว่าผู้พูดจำคำพูดของผู้ฟังไม่ได้
- วลีนี้ระบุว่า “impossible” เป็นคำที่ผู้ฟังใช้บรรยายกำหนดเส้นตาย
ดูคำตอบ
วลีนี้ระบุว่า “impossible” เป็นคำที่ผู้ฟังใช้บรรยายกำหนดเส้นตาย
every time you see them the conversation seems shallow and trivial.
1:48แต่ทุกครั้งที่คุณเจอพวกเขา บทสนทนากลับดูผิวเผินและไร้สาระ
Or you're at university studying for a degree.
1:52หรือคุณกำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเพื่อคว้าใบปริญญา
You signed up for the course in part because you often feel confused about who you are and what you want. โน้ต
1:54คุณลงทะเบียนเรียนวิชานี้ส่วนหนึ่งเพราะคุณมักจะรู้สึกสับสนว่าตัวคุณเป็นใครและต้องการอะไร
Sign up for the course: สมัครเรียนหลักสูตร
Sign up for หมายถึง “ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วม” หลักสูตร กิจกรรม บริการ หรือสิ่งที่คล้ายกัน ในประโยคนี้ signed แสดงว่าเกิดขึ้นในอดีต และ for นำหน้าสิ่งที่ผู้พูดลงทะเบียนเข้าร่วม ซึ่งก็คือ the course รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ sign up for + สิ่งที่เข้าร่วม โดย sign ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึง “เซ็นชื่อ” เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วม”: Lena wants to join the Saturday science club, so she will ____ it today.
ดูคำตอบ
sign up for
In part because: หนึ่งในหลายเหตุผล
In part because ใช้บอกเหตุผลพร้อมจำกัดน้ำหนักของเหตุผลนั้น หมายความว่าเหตุผลนี้อธิบายการตัดสินใจได้เพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด ในประโยคนี้ ความสับสนเกี่ยวกับตัวเองถูกนำเสนอเป็นหนึ่งในเหตุผลที่สมัครเรียน และอาจมีเหตุผลอื่นอีก วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลอย่างรอบคอบ เมื่อต้องการให้อนุประโยค because ที่ตามมาเป็นคำอธิบายเพียงบางส่วน ให้วาง in part ไว้หน้า because โดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่แสดงว่านี่เป็นเพียงหนึ่งในเหตุผล: We chose the earlier train ____ it was cheaper.
ดูคำตอบ
in part because
who you are and what you want: ลำดับคำในคำถามแฝง
who you are และ what you want เป็นอนุประโยคคำถามแฝงสองส่วนที่เชื่อมด้วย and ทั้งสองส่วนร่วมกันบอกว่าผู้พูดสับสนเรื่องอะไร และโครงสร้างที่เชื่อมกันทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของบุพบท about เนื่องจากคำถามเหล่านี้อยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา ในที่นี้ใช้ who you are และ what you want ส่วน Who are you? และ What do you want? ใช้เมื่อถามตรง ๆ เท่านั้น
แบบฝึกหัด
ใช้คำในวงเล็บเติมคำถามแฝงสองส่วนให้สมบูรณ์ด้วยลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: I am not sure about ____ and ____. (where / the meeting / is; what / I / should bring)
ดูคำตอบ
where the meeting is · what I should bring
You thought that reading books and going to lectures would shine a light on things, สำนวน
2:00คุณคิดว่าการอ่านหนังสือและเข้าฟังการบรรยายจะช่วยจุดประกายความกระจ่างในเรื่องต่างๆ ได้
shine a light on: เปิดเผยหรืออธิบาย
ในประโยคนี้ shine a light on ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงช่วยเปิดเผยหรืออธิบาย ผู้พูดจึงเคยคิดว่าหนังสือและการบรรยายจะทำให้เรื่องที่น่าสับสนเข้าใจง่ายขึ้น รูปแบบคือ shine a light on + หัวข้อ หัวข้อคือปัญหา สาเหตุ หรือประสบการณ์ที่ถูกทำให้ชัดเจนขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ถูกส่องด้วยแสงจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่สร้างจาก shine และหมายถึง “ช่วยเปิดเผยหรืออธิบาย”: The documentary may ____ how the town changed.
ดูคำตอบ
shine a light on
but the topics are dull and disconnected from your confusion.
2:03แต่หัวข้อเหล่านั้นกลับน่าเบื่อและไม่เชื่อมโยงกับความสับสนของคุณเลย
Or you're working in a large profitable company and earning a decent sum every week, การใช้คำ
2:10หรือคุณกำลังทำงานในบริษัทขนาดใหญ่ที่ทำกำไรได้ดีและมีรายได้ก้อนโตทุกสัปดาห์
a decent sum: เงินจำนวนที่ค่อนข้างดี
ในที่นี้ a decent sum หมายถึงเงินจำนวนที่ค่อนข้างดีหรือมากพอสมควร decent เป็นคำชมเชิงบวกแบบไม่พูดเกินจริง คือรายได้ต่อสัปดาห์นั้นดี แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องสูงมากเป็นพิเศษ sum ในที่นี้หมายถึงจำนวนเงิน ไม่ใช่การคำนวณทางคณิตศาสตร์ คำนี้ฟังเป็นทางการกว่า amount เล็กน้อยและมองรายได้เป็นยอดรวมหนึ่งก้อน
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ “She earns a decent sum from her weekend work,” คำว่า a decent sum หมายถึงอะไร
- เงินจำนวนที่ค่อนข้างดี
- การคำนวณเลขที่ยาก
- เงินที่หามาอย่างซื่อสัตย์
ดูคำตอบ
เงินจำนวนที่ค่อนข้างดี
but the work doesn't seem in the grander scheme important, สำนวน
2:14แต่งานนั้นกลับดูไม่สลักสำคัญอะไรในภาพรวมที่ใหญ่กว่า
in the grander scheme: เมื่อมองในภาพรวมที่ใหญ่กว่า
in the grander scheme หมายถึงการมองสถานการณ์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ใหญ่และสำคัญกว่า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนเกณฑ์การประเมิน งานอาจให้รายได้ดี แต่ดูไม่สำคัญเมื่อเทียบกับเป้าหมายหรือผลกระทบที่กว้างกว่า scheme ในที่นี้หมายถึงการจัดวางหรือรูปแบบโดยรวม ไม่ใช่แผนลับหรือแผนที่ไม่ซื่อสัตย์ รูปเต็มที่พบได้บ่อยกว่าคือ in the grand scheme of things ส่วน grander เน้นการเปรียบเทียบกับมุมมองที่ใหญ่กว่า
แบบฝึกหัด
ข้อใดถอดความ in the grander scheme ในประโยค “In the grander scheme, one missed bus is not very important” ได้ตรงที่สุด
- หลังจากเวลาผ่านไปนาน
- ตามแผนลับ
- เมื่อประเมินว่าเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ใหญ่กว่ามาก
ดูคำตอบ
เมื่อประเมินว่าเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ใหญ่กว่ามาก
by which you mean ใช้เปิดคำอธิบายที่แบ่งเป็นสองส่วน
ในที่นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้าที่ว่าเป็นสิ่ง “สำคัญ” ไม่ได้ถามให้ผู้ฟังเลือกสิ่งใด วลีนี้หมายถึง “และเมื่อพูดเช่นนั้น สิ่งที่คุณหมายถึงคือ...” เครื่องหมายทวิภาคและ two things บอกว่ากำลังจะมีรายการตามมา วลีนี้แยกแนวคิดกว้าง ๆ ออกเป็นความหมายเฉพาะสองข้อ ทำให้ผู้ฟังติดตามโครงสร้างของคำอธิบายได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
by which you mean ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ถามให้ผู้ฟังเลือกวัตถุหนึ่งชิ้นจากสองชิ้น
- แสดงว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดหัวข้อใหม่
- ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้าและนำเสนอความหมายเฉพาะสองข้อ
ดูคำตอบ
ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้าและนำเสนอความหมายเฉพาะสองข้อ
that you don't seem to be making any great difference to anyone's life, วลี
2:19คุณดูเหมือนจะไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ใดๆ ให้กับชีวิตใครเลย
making any great difference to anyone's life: สร้างผลกระทบสำคัญต่อชีวิตของใครสักคน
ใน make a difference to someone's life คำว่า difference หมายถึงผลกระทบที่มีความหมาย ไม่ใช่การเปรียบเทียบความแตกต่างของสองสิ่ง โครงสร้างคือ make a difference to + คน ชีวิต กลุ่ม หรือสถานการณ์ อนุประโยคปฏิเสธใช้ any แทน a: don't seem to be making any great difference คำว่า great เน้นขนาดของผลกระทบ ประโยคนี้จึงหมายความว่าดูเหมือนจะไม่ได้สร้างผลกระทบสำคัญมากนัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ make a difference และคำบุพบทที่ถูกต้อง: A patient teacher can ____ a child's confidence.
ดูคำตอบ
make a difference to
and also that there's no profound part of you that you're able to bring to or incorporate in your work.
2:22และนอกจากนี้ ไม่มีส่วนลึกในตัวคุณที่คุณสามารถนำมาใช้หรือผสมผสานเข้ากับงานของคุณได้เลย
It might as well be done by a robot. น้ำเสียง/เจตนา
2:28มันเป็นงานที่ให้หุ่นยนต์ทำแทนเสียยังจะดีกว่า
might as well: การยอมรับอย่างปลงตกเมื่อตัวเลือกแทบไม่ต่างกัน
ใน might as well คำว่า might ไม่ได้หมายถึง “อาจจะ” เพียงอย่างเดียว ทั้งวลีสื่อว่าเมื่อทางเลือกอื่นไม่ได้มีข้อดีกว่าอย่างชัดเจน ทางเลือกหนึ่งก็ยอมรับได้พอ ๆ กับทางเลือกอื่น และมักมีน้ำเสียงฝืนใจหรือปลงตก ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เสนอให้ใช้หุ่นยนต์อย่างจริงจัง การเปรียบเทียบนี้วิจารณ์งานที่ไม่เปิดโอกาสให้ใช้ความใส่ใจหรือคุณลักษณะเฉพาะของคน กล่าวคือ ถ้าการลงมือของมนุษย์ไม่ทำให้เกิดความต่าง ให้หุ่นยนต์ทำก็คงไม่ต่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่แสดงว่าการเลือกทางหนึ่งไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างมากนัก: If the report is going to be fully automatic, it ____ be generated by software.
ดูคำตอบ
might as well
From these strands: ร้อยแนวคิดก่อนหน้าไปสู่ข้อสรุป
strands เป็นคำเปรียบเทียบถึงแนวหลักฐานหรือหัวข้อหลายสายที่แยกจากกันแต่เกี่ยวข้องกัน ส่วน From หมายถึง “ใช้แนวคิดก่อนหน้านี้เป็นวัสดุตั้งต้น” ไม่ใช่การเคลื่อนออกจากเส้นด้ายจริง ๆ เมื่อวางไว้ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค From these strands, จะย้อนชี้ไปยังเนื้อหาก่อนหน้า แล้วส่งสัญญาณว่าการอธิบายกำลังเดินหน้าต่อ ผู้พูดกำลังจะร้อยตัวอย่างหลายเรื่องก่อนหน้าให้เป็นทฤษฎีหรือข้อสรุปที่กว้างขึ้น
แบบฝึกหัด
ในการให้เหตุผล From these strands, บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
- ผู้พูดกำลังรวมแนวคิดหลายสายก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปหนึ่งเดียว
- ผู้พูดกำลังบรรยายเส้นด้ายจริงที่พันกัน
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังรวมแนวคิดหลายสายก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปหนึ่งเดียว
extrapolate a theory of meaning: สร้างทฤษฎีที่ขยายเกินหลักฐาน
ในประโยคนี้ extrapolate หมายถึงการใช้กรณีที่กล่าวถึงไปแล้วเป็นหลักฐาน แล้วต่อยอดให้เกินขอบเขตของกรณีเหล่านั้นเพื่อสร้างคำอธิบายที่กว้างขึ้น a theory of meaning จึงไม่ใช่เพียงการกล่าวซ้ำหรือแจกแจงกรณีเหล่านั้น แต่เป็นทฤษฎีที่อนุมานขึ้นจากกรณีเหล่านั้น รูปแบบ extrapolate a theory from evidence เป็นภาษาทางการเชิงวิเคราะห์ โดยแสดงว่าข้อสรุปขยายเกินสิ่งที่สังเกตโดยตรง ดังนั้นหลักฐานอาจสนับสนุนทฤษฎีได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทฤษฎีนั้นถูกต้องอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
extrapolate a theory ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- สร้างทฤษฎีที่กว้างขึ้นจากหลักฐานที่มีอยู่
- แจกแจงกิจกรรมทุกอย่างที่กล่าวถึงในการบรรยาย
- กล่าวตัวอย่างซ้ำโดยไม่ต่อยอดเกินจากนั้น
ดูคำตอบ
สร้างทฤษฎีที่กว้างขึ้นจากหลักฐานที่มีอยู่
Meaning is to be found in three activities in particular: วลี
2:35ความหมายนั้นสามารถพบได้ในกิจกรรมสามอย่างเป็นพิเศษ:
is to be found in: ระบุว่าสิ่งหนึ่งมีอยู่ที่ใด
ในที่นี้ is to be found in หมายถึงสิ่งหนึ่งมีอยู่ในบางสิ่งหรือสามารถค้นพบได้ในสิ่งนั้น ประโยคนี้บอกว่าความหมายอยู่ในกิจกรรมสามอย่างที่จะกล่าวต่อไปเป็นพิเศษ โครงสร้าง is/are + to be found in เป็นสำนวนรูปถูกกระทำที่สร้างจาก find รูปนี้อาจดูคล้ายโครงสร้าง be to ที่บอกแผนในอนาคต แต่ในที่นี้เป็นคำบรรยายอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แผน ส่วน found เป็นรูป past participle ของ find ไม่ใช่กริยา found ที่หมายถึงก่อตั้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการตามบทเรียนให้ตรงทุกคำ ซึ่งหมายถึง “มีอยู่หรือสามารถพบได้ภายใน”: In the author's view, true strength ____ patient daily practice.
ดูคำตอบ
is to be found in
and it appears that some of our most meaningful moments are to do with instances of connection with a lover,
2:47และดูเหมือนว่าช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุดบางช่วงของเรามักจะเกี่ยวข้องกับจังหวะของการเชื่อมโยงกับคนรัก
when we reveal our intimate physical and psychological selves,
2:53เมื่อเราเปิดเผยตัวตนที่ใกล้ชิดทั้งทางร่างกายและจิตใจของเรา
or when we form friendships where substantial truths about our respective lives can be shared.
2:57หรือเมื่อเราสร้างมิตรภาพที่สามารถแบ่งปันความจริงอันเป็นแก่นสารเกี่ยวกับชีวิตของกันและกันได้
when we strike up a conversation with a stranger and feel a thrilling sense of victory over linguistic and cultural barriers. กริยาวลี
3:04เมื่อเราเริ่มบทสนทนากับคนแปลกหน้า และรู้สึกถึงชัยชนะอันน่าตื่นเต้นเหนืออุปสรรคทางภาษาและวัฒนธรรม
strike up a conversation: เริ่มบทสนทนาอย่างเป็นมิตร
strike up a conversation หมายถึงเริ่มพูดคุยกับใครสักคน โดยทั่วไปเป็นการคุยอย่างเป็นมิตรและค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ในประโยคนี้ ผู้พูดเริ่มคุยกับคนแปลกหน้า ไม่ใช่เข้าไปร่วมบทสนทนาที่เริ่มอยู่แล้ว โครงสร้างคือ strike up a conversation with + บุคคล ในรูปอดีต strike เปลี่ยนเป็น struck: struck up a conversation
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ strike up a conversation: At the museum, Sam decided to ____ with another visitor.
ดูคำตอบ
strike up a conversation
Then there's the meaning that emerges via understanding.
3:11จากนั้นก็มีความหมายที่เกิดขึ้นผ่านความเข้าใจ
This is about the pleasure that can be felt whenever we correct confusion and puzzlement about ourselves or the world.
3:14นี่คือความสุขที่สามารถสัมผัสได้ทุกครั้งที่เราแก้ไขความสับสนและปัญหาคาใจเกี่ยวกับตัวเราเองหรือโลกใบนี้
We might be scientific researchers or economists,
3:21เราอาจเป็นนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือนักเศรษฐศาสตร์
The pleasure of our activities stems from a common ability to map and make sense of what was once painfully unfamiliar and strange. โน้ต
3:26ความสุขจากกิจกรรมของเราเกิดจากความสามารถร่วมกันในการสร้างแผนผังและทำความเข้าใจสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยไม่คุ้นเคยและแปลกประหลาดจนเจ็บปวด
stems from: แสดงที่มาของผลลัพธ์
stems from หมายถึงมาจากหรือเกิดจาก ประธานเป็นผลลัพธ์ และกลุ่มคำนามหลัง from เป็นแหล่งที่มา: ผลลัพธ์ stems from แหล่งที่มา ในประโยคนี้ The pleasure เป็นผลลัพธ์และเป็นเอกพจน์ กริยาจึงเติม -s เป็น stems โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการอธิบายสาเหตุอย่างชัดเจนและค่อนข้างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stems from ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าการฝึกฝนเป็นที่มาของความมั่นใจของ Maya?
- Maya's confidence stems years of practice.
- Years of practice stems from Maya's confidence.
- Maya's confidence stems from years of practice.
ดูคำตอบ
Maya's confidence stems from years of practice.
map and make sense of: จัดโครงสร้างและทำความเข้าใจสิ่งที่ซับซ้อน
ในที่นี้ map ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการจัดระเบียบส่วนประกอบ รูปแบบ หรือความสัมพันธ์ของสิ่งที่ซับซ้อน ส่วน make sense of หมายถึงการทำความเข้าใจหรือตีความสิ่งที่เคยทำให้สับสน คำกริยาสองคำที่เชื่อมกันใช้กรรมร่วมกันคือ what was once painfully unfamiliar and strange เมื่อใช้ร่วมกันจึงแสดงสองด้านของกระบวนการเดียวกัน คือการจัดระเบียบเรื่องที่ยากและทำความเข้าใจเรื่องนั้น map ไม่ได้หมายถึงแผนที่ทางภูมิศาสตร์ และผู้ที่ทำความเข้าใจคือบุคคล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการจัดระเบียบเรื่องซับซ้อนและทำความเข้าใจเรื่องนั้น: The investigators met to ____ the complicated sequence of events.
ดูคำตอบ
map and make sense of
One of the most meaningful things we can do is to serve other people, ไวยากรณ์
3:37สิ่งที่มีความหมายมากที่สุดสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้คือการรับใช้ผู้อื่น
One of the most ... things ... is to ...: ระบุการกระทำหนึ่งอย่างที่มีคุณค่าสูง
โครงสร้าง One of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ + อนุประโยคขยาย + is + to-infinitive นำเสนอการกระทำหนึ่งอย่างว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มการกระทำที่ได้รับการให้คุณค่าสูง things ต้องเป็นพหูพจน์เพราะตามหลัง one of the แต่ is เป็นเอกพจน์เพราะแกนของประธานคือ One กริยา to-infinitive หลัง is ระบุการกระทำที่ได้รับการให้คุณค่าสูง ซึ่งในที่นี้คือ to serve other people สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้เพื่อบอกลำดับความสำคัญที่ชัดเจนโดยไม่อ้างว่าเป็นทางเลือกเดียวหรือดีที่สุดเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการขอความช่วยเหลืออย่างถูกต้องว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มการกระทำที่มีประโยชน์มาก?
- One of the most useful things you can do is to ask for help.
- One of the most useful things you can do are to ask for help.
- One of the most useful thing you can do is to ask for help.
ดูคำตอบ
One of the most useful things you can do is to ask for help.
either by alleviating sources of suffering or else by generating new sources of pleasure. ไวยากรณ์
3:43ไม่ว่าจะด้วยการบรรเทาต้นเหตุแห่งความทุกข์ หรือไม่ก็ด้วยการสร้างแหล่งความสุขใหม่ๆ
either by ... or else by ... สำหรับเสนอวิธีทางเลือกสองวิธี
ในโครงสร้าง either by ... or else by ... คำว่า either ใช้เกริ่นวิธีแรก ส่วน or else ใช้เกริ่นวิธีที่สอง ในที่นี้ else หมายถึง “เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง” ไม่ได้สื่อถึงคำขู่หรือผลลัพธ์ที่ไม่ดี ตัวเลือกทั้งสองใช้โครงสร้าง by + กริยารูป -ing ได้แก่ by alleviating ... และ by generating ... การรักษารูปไวยากรณ์ให้เหมือนกันจะสร้างโครงสร้างขนานที่ชัดเจนเมื่อเสนอวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ที่เน้นไว้ และใช้ else เพื่อระบุทางเลือกที่สอง: You can stay active ____ walking to school ____ joining a sports club.
ดูคำตอบ
either by · or else by
but also people who bake cakes, write songs, or dance for a living. วลี
3:51แต่ยังรวมถึงคนที่อบเค้ก แต่งเพลง หรือเต้นรำเพื่อหาเลี้ยงชีพด้วย
for a living เพื่อบอกว่าเป็นงานที่สร้างรายได้
For a living หมายถึง “ในฐานะงานที่สร้างรายได้” ในประโยคนี้ dance for a living บอกว่าการเต้นเป็นอาชีพของคนคนนั้น ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ทำเพื่อความสนุก วลีนี้มักตามหลังกริยาที่บอกกิจกรรม เช่น write for a living, teach for a living หรือ design websites for a living ในประโยคคำถาม What do you do for a living? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายทำอาชีพอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “ในฐานะงานที่ได้รับค่าตอบแทน”: Maya designs websites ____.
ดูคำตอบ
for a living
We're often told to think of ourselves as inherently selfish, วลี
3:55เรามักถูกสอนให้มองว่าตัวเรานั้นเห็นแก่ตัวโดยสัญชาตญาณ
think of ourselves as + คุณลักษณะหรืออัตลักษณ์
ในประโยคนี้ think of ourselves as หมายถึงการมองตัวเราเองในแบบหนึ่ง หรือเชื่อว่าเราเป็นคนประเภทหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเพียงการนึกถึงหรือคิดเรื่องตัวเราเองเท่านั้น โครงสร้างคือ think of + คนหรือกลุ่ม + as + นามวลีหรือคุณศัพท์วลี เนื่องจากผู้ที่คิดและผู้ที่ถูกประเมินคือกลุ่ม we เดียวกัน กรรมจึงใช้สรรพนามสะท้อน ourselves ในที่นี้ inherently selfish คือคุณลักษณะที่ถูกมองว่าเป็นของมนุษย์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง think of + กรรม + as: We ____ capable problem-solvers.
ดูคำตอบ
think of ourselves as
but some of the most meaningful moments come when we can transcend our egos and put ourselves at the service of others or the planet. วลี
3:59แต่ช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุดบางช่วงจะเกิดขึ้นเมื่อเราสามารถก้าวข้ามอีโก้ของตัวเอง และทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นหรือโลกใบนี้
put ourselves at the service of others: อุทิศตนเพื่อรับใช้ผู้อื่น
ในประโยคนี้ put ourselves at the service of others หมายถึงการสมัครใจใช้เวลา ความสามารถ และความพยายามของเราเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น put เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่มีใครนำตัวเองไปวางไว้ที่ใดจริง ๆ และวลีนี้ไม่ได้หมายถึงการถูกบังคับให้เชื่อฟังโดยตัวมันเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + สรรพนามสะท้อน + at the service of + คน กลุ่ม หรืออุดมการณ์ สรรพนามสะท้อนจะย้อนกลับไปหาประธาน เมื่อประธานคือ we ต้องใช้ ourselves
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึงการอุทิศความพยายามให้แก่อุดมการณ์: As volunteers, we ____ the community.
ดูคำตอบ
put ourselves at the service of
One should add that in order for service to feel meaningful, โน้ต
4:06ควรกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่การบริการจะรู้สึกมีความหมายได้นั้น
One should add that ในฐานะสัญญาณการเสริมข้อมูลแบบเป็นทางการ
One should add that เป็นสัญญาณว่าจะเพิ่มประเด็นที่ช่วยจำกัดขอบเขตหรือทำให้ข้อโต้แย้งสมบูรณ์ขึ้น ผู้เขียนจึงเพิ่มเงื่อนไขสำคัญได้โดยไม่เปลี่ยนประเด็นหลัก ในที่นี้ one เป็นประธานแบบทั่วไปที่ไม่เจาะจงบุคคล ส่วน should สื่อว่าเรื่องนั้นเหมาะสมหรือจำเป็นต้องกล่าวเพิ่มในการอภิปราย ไม่ได้เป็นคำสั่งให้คนอื่นเพิ่มอะไร
แบบฝึกหัด
One should add that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- บอกว่าบุคคลหนึ่งมีหน้าที่ต้องลงมือทำ
- สั่งให้ผู้ฟังเพิ่มอีกหนึ่งประโยค
- ใช้เพิ่มเงื่อนไขสำคัญให้ข้อโต้แย้ง
ดูคำตอบ
ใช้เพิ่มเงื่อนไขสำคัญให้ข้อโต้แย้ง
in order for + นามวลี + to + คำกริยา
โครงสร้าง in order for + นามวลี + to + คำกริยา ใช้บอกผลลัพธ์ที่ต้องอาศัยการกระทำหรือเงื่อนไขอื่นเพื่อทำให้เกิดขึ้น นามวลีหลัง for เป็นประธานทางความหมายของกริยารูป infinitive ในประโยคนี้ service คือสิ่งที่ควร feel meaningful ส่วน for ไม่ได้ระบุว่า service เป็นผู้รับหรือผู้ได้รับประโยชน์ แต่เชื่อม service เข้ากับ to feel
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ the workshop to start on time, all speakers need to arrive early.
ดูคำตอบ
In order for
it has to be in sync with our own native sincere interests. สำนวน
4:09มันจะต้องสอดคล้องกับความสนใจที่แท้จริงแต่กำเนิดของเราเอง
in sync with: สอดคล้องกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
in sync with หมายถึงประสานกันหรือทำงานสอดคล้องกับอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ แนวทางการให้บริการที่คนคนหนึ่งเลือกต้องเข้ากับความสนใจที่แท้จริงของตนเอง วลีนี้ใช้เชื่อมแผนงาน เวลา การกระทำ ความสนใจ หรือค่านิยมได้ โดยสื่อว่าสิ่งเหล่านั้นเข้ากันหรือประสานกันได้ดี ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค ตารางทั้งสองประสานกัน: Our rehearsal plan is ___ the theater schedule.
- interested in
- the same as
- in sync with
ดูคำตอบ
in sync with
It's a case of knowing enough about ourselves to find a particular path to service. ไวยากรณ์
4:12มันเป็นเรื่องของการรู้จักตัวเองมากพอที่จะค้นหาเส้นทางเฉพาะเพื่อการบริการ
It's a case of + คำนามหรือรูป -ing
It's a case of + คำนามหรือรูป -ing ใช้อธิบายสถานการณ์ด้วยการบอกว่าสถานการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับอะไรเป็นหลัก ในที่นี้หมายความว่า การหาแนวทางการให้บริการที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการรู้จักตนเองดีเพียงพอ หลัง of ต้องใช้วลีนามหรือรูป -ing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน เช่น ต้องพูดว่า It's a case of choosing ไม่ใช่ It's a case of choose
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ It's a case of ได้ถูกต้องเพื่อระบุว่าสถานการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับอะไรเป็นหลัก
- It's a case of choose the right tool for the job.
- It's a case of choosing the right tool for the job.
- It's a case choosing the right tool for the job.
ดูคำตอบ
It's a case of choosing the right tool for the job.
Armed with such ideas: การเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป
Armed with + นามวลี หมายถึง “มีทรัพยากรนั้นพร้อมและเตรียมตัวแล้ว” ในที่นี้ทรัพยากรคือชุดแนวคิดที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่ใช่อาวุธ จึงเป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ เมื่อเป็นวลี past participle ที่ขึ้นต้นประโยค วลีนี้จะขยายประธานของอนุประโยคถัดไปคือ we โดยเปลี่ยนแนวคิดก่อนหน้าให้เป็นพื้นฐานของขั้นตอนต่อไป และเชื่อมจากการเตรียมพร้อมไปสู่การให้เหตุผลหรือการลงมือทำอย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Armed with ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่า Maya มีข้อเท็จจริงก่อนที่จะอธิบายบางอย่าง?
- Armed with the facts, Maya's choice was easy to explain.
- Armed with the facts, Maya explained her choice clearly.
- Maya armed the facts with a clear explanation.
ดูคำตอบ
Armed with the facts, Maya explained her choice clearly.
we can move towards defining nothing less than the meaning of life. สำนวน
4:20เราสามารถก้าวไปสู่การให้คำจำกัดความที่ไม่ใช่อะไรอื่น นอกเสียจากความหมายของชีวิต
nothing less than: เน้นความสำคัญ ไม่ใช่ปริมาณ
nothing less than + นามวลี เป็นวิธีเน้นย้ำว่าสิ่งหนึ่ง “เป็นสิ่งนั้นโดยแท้จริง” “เป็นจริง ๆ” หรือ “ไม่ต่างจาก” สิ่งสำคัญนั้น ในประโยคนี้ เป้าหมายไม่ได้เพียงเกี่ยวข้องกับความหมายของชีวิต แต่ถูกนำเสนอว่าเป็นการนิยามความหมายของชีวิตโดยตรง วลีนี้เพิ่มความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และความกล้า มักใช้วางกรอบให้เป้าหมาย ความสำเร็จ การเปลี่ยนแปลง หรือสถานะเป็นสิ่งสำคัญเป็นพิเศษ ในที่นี้ไม่ใช่การเปรียบเทียบทางคณิตศาสตร์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ nothing less than เพื่อเน้นสถานะที่สำคัญ แทนที่จะกำหนดขีดจำกัดตัวเลข?
- The box contains less than ten cards.
- Keep the mixture cold for not less than ten minutes.
- Her discovery was nothing less than a breakthrough.
ดูคำตอบ
Her discovery was nothing less than a breakthrough.
human flourishing: การมีชีวิตที่ดีและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ
human flourishing เป็นศัพท์ทางการในจริยศาสตร์และแนวคิดทางสังคม ใช้กล่าวถึงการมีชีวิตที่ดีและพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ทั้งในฐานะบุคคลที่สมบูรณ์และสมาชิกของชุมชน ครอบคลุมความเป็นอยู่ที่ดี ความสามารถ ความสัมพันธ์ เป้าหมายชีวิต และโอกาสในการบรรลุศักยภาพของมนุษย์ จึงกว้างกว่าความสุขชั่วคราวหรือความสำเร็จทางการเงิน ในประโยคนี้ human flourishing เป็นเป้าหมายที่ตามหลัง pursue ส่วน communication, understanding และ service ถูกนำเสนอเป็นหนทางไปสู่ชีวิตที่ดีในความหมายกว้างนี้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ human flourishing หมายถึงอะไร
- การเติบโตทางการเงินเพียงอย่างเดียว
- การพัฒนาอย่างรอบด้านและความเป็นอยู่ที่ดีของชีวิตมนุษย์
- ช่วงเวลาแห่งความสุขสั้น ๆ
ดูคำตอบ
การพัฒนาอย่างรอบด้านและความเป็นอยู่ที่ดีของชีวิตมนุษย์
but it's central to affirm that the concept of a meaningful life is eminently plausible and that it comprises elements that can be clearly named and gradually fought for. การใช้คำ
4:33แต่สิ่งสำคัญคือการยืนยันว่า แนวคิดเรื่องชีวิตที่มีความหมายนั้นเป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง และประกอบไปด้วยองค์ประกอบที่สามารถเรียกชื่อได้อย่างชัดเจน และสามารถต่อสู้เพื่อให้ได้มาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
eminently plausible: สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง แต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
eminently plausible หมายถึงสมเหตุสมผลมากหรือน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง eminently เป็นคำเพิ่มระดับแบบเป็นทางการ โดยทำให้การประเมินเชิงบวกของ plausible หนักแน่นขึ้น แต่ยังคงเป็นข้อกล่าวอ้างที่ระมัดระวัง ไม่ใช่ข้อสรุปแบบเด็ดขาด ในที่นี้ ผู้พูดยืนยันอย่างหนักแน่นว่าแนวคิดเรื่องชีวิตที่มีความหมายนั้นฟังขึ้น อย่างไรก็ตาม plausible ยังไม่ได้หมายความว่าได้รับการพิสูจน์แล้วหรือแน่นอน
แบบฝึกหัด
ใน “The explanation is eminently plausible” คำว่า eminently plausible หมายถึงอะไร
- ได้รับการพิสูจน์โดยปราศจากข้อสงสัย
- สมเหตุสมผลและน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง
- แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ดูคำตอบ
สมเหตุสมผลและน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง
comprises elements: โครงสร้างจากองค์รวมไปสู่ส่วนประกอบ
ในที่นี้ comprises elements หมายถึง “ประกอบขึ้นจากองค์ประกอบต่าง ๆ” ประธาน the concept of a meaningful life คือสิ่งที่เป็นองค์รวม ส่วน elements คือส่วนย่อยที่ประกอบเป็นองค์รวมนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “องค์รวม + comprise + ส่วนประกอบ” โดย comprise รับส่วนประกอบเป็นกรรมตรง ข้อมูลจึงไล่จากองค์รวมไปยังส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นองค์รวมนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้ comprise ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์ ห้ามเติม of: The committee ____ five elected members.
ดูคำตอบ
comprises