ความปรารถนาที่จะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังแล้วหายตัวไป: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Lazy Owl
ภาพรวมวิดีโอ: หลังภาวะหมดไฟทำให้แผนช่วงพักหนึ่งปีล้มเหลว ชายหนุ่มคนหนึ่งออกเดินทางตามลำพังจากริชมอนด์ไปยังอะแลสกา เมื่อรถจักรยานยนต์เสีย เขายังเดินเท้าและโบกรถต่อไปโดยได้รับความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า การเดินทางไม่ได้แก้ปัญหาของเขา แต่ระยะทางและอิสรภาพทำให้ปัญหาเหล่านั้นรู้สึกหนักน้อยลง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. But life happened. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจวิธีพูดแบบสนทนาที่เรียบและเบานี้ว่าเหตุการณ์ในชีวิตจริงเข้ามาทำให้แผนผิดไปจากเดิมอย่างไม่คาดคิด คุณจะมองเห็นว่าประโยคสั้น ๆ สร้างจุดหักเหสำคัญในเรื่องได้อย่างไร และใช้บอกว่าแผนที่เตรียมไว้อย่างดีล้มลงเพราะสถานการณ์ต่าง ๆ โดยไม่ต้องแจกแจงทุกอุปสรรค 2. the salt of the earth. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เรียนรู้ว่าสำนวนนี้ใช้ยกย่องคนธรรมดาที่ซื่อสัตย์ ใจดี และไว้วางใจได้ ไม่ได้หมายถึงเกลือหรือผืนดินตามตัวอักษร คุณจะเข้าใจความขอบคุณของผู้เล่าที่มีต่อคนแปลกหน้าซึ่งมอบอาหาร ที่พัก และกำลังใจ รวมทั้งรับรู้น้ำเสียงอบอุ่นและให้เกียรติของคำนี้ 3. If you don't stop and look around once in a while, you might miss it. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่าการใช้ if ตั้งเงื่อนไขด้วยรูปปัจจุบัน แล้วใช้ might บอกผลที่อาจเกิดขึ้น เปลี่ยนบทเรียนส่วนตัวให้เป็นคำแนะนำที่นุ่มนวลได้อย่างไร คุณจะใช้รูปแบบนี้เตือนว่า หากไม่หยุดมองและใส่ใจชีวิตรอบตัวเป็นครั้งคราว เราอาจพลาดประสบการณ์ที่มีความหมาย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It was the last college summer, well, for most, but not me. ลำดับความ
0:00มันเป็นช่วงฤดูร้อนสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัย สำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ฉัน
for most ... but not me: ระบุว่าตนเองเป็นข้อยกเว้น
ในประโยคนี้ for most หมายถึง “สำหรับคนส่วนใหญ่” หรือ “ในกรณีของคนส่วนใหญ่” ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่” ผู้พูดเริ่มจากวางเหตุการณ์นี้ไว้ในประสบการณ์ที่คนส่วนใหญ่มีร่วมกัน จากนั้น but not me จะแยกผู้พูดออกจากคนส่วนใหญ่นั้น รูปแบบสถานการณ์ทั่วไป ... ข้อยกเว้นส่วนบุคคลนี้ทำให้จุดสนใจของเรื่องเปลี่ยนไปอยู่ที่เหตุผลว่าสถานการณ์ของผู้พูดแตกต่างอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกประสบการณ์ของคนส่วนใหญ่ก่อน แล้วจึงระบุว่าผู้พูดเป็นข้อยกเว้น?
- Most of us had a routine shift, including me.
- My shift was different because most people worked.
- It was a routine shift for most of us, but not for me.
ดูคำตอบ
It was a routine shift for most of us, but not for me.
I was taking a gap year to focus on my small business at the time. วัฒนธรรม
0:04ตอนนั้นฉันกำลังหยุดพักหนึ่งปี (gap year) เพื่อโฟกัสไปที่ธุรกิจเล็กๆ ของฉัน
taking a gap year: ช่วงเปลี่ยนผ่านที่วางแผนไว้ระหว่างแต่ละช่วงชีวิต
To take a gap year หมายถึงการออกจากเส้นทางการศึกษาหรืออาชีพตามปกติชั่วคราวเป็นระยะเวลานานที่วางแผนไว้ ซึ่งมักอยู่ที่ประมาณหนึ่งปี ก่อนก้าวไปยังช่วงต่อไป ผู้คนอาจใช้ช่วงนี้ทำงาน เดินทาง ทำงานอาสาสมัคร หรือทำโครงการส่วนตัว ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อมุ่งทำธุรกิจเล็ก ๆ แทนที่จะดำเนินตามตารางเดียวกับเพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่ สำนวนนี้หมายถึงช่วงเปลี่ยนผ่านที่ตั้งใจวางแผนไว้ ไม่ใช่เพียงวันหยุดยาว และไม่จำเป็นต้องยาวครบสิบสองเดือนพอดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนที่เน้นไว้: After high school, Lena is ____ to work and travel before starting university.
ดูคำตอบ
taking a gap year
didn't go as planned: สิ่งที่เกิดขึ้นจริงต่างจากแผน
ใน didn't go as planned คำว่า go หมายถึง “ดำเนินไป” หรือ “เป็นไป” ไม่ใช่ “เดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง” ทั้งวลีหมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างจากแผนหรือความคาดหวังเดิม เป็นวิธีสั้น ๆ ในการบอกว่าเกิดปัญหาหรืออุปสรรค ก่อนจะอธิบายต่อว่าเกิดอะไรขึ้นหรือมีอะไรเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีรูปย่อจากบทเรียนที่ตรงตามต้นฉบับและหมายถึง “ไม่ได้ดำเนินไปตามแผน”: The outdoor concert ____ because of the storm.
ดูคำตอบ
didn't go as planned
I got a severe burnout and eventually gave up on the whole thing. โน้ต
0:10ฉันเกิดอาการหมดไฟอย่างรุนแรงและท้ายที่สุดก็ล้มเลิกทุกอย่าง
got a severe burnout: ภาวะหมดไฟรุนแรงหลังความเครียดระยะยาว
ในที่นี้ burnout หมายถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจ อารมณ์ และร่างกายอย่างรุนแรง ซึ่งเกิดจากความเครียดหรือการทำงานหนักเป็นเวลานาน ไม่ได้หมายถึงการเผาไหม้ตามตัวอักษร และรุนแรงกว่าความเหนื่อยหลังจากวันที่ยุ่งเพียงวันเดียว Severe เน้นว่าภาวะนี้รุนแรง ส่วน got แสดงว่าภาวะดังกล่าวค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ burnout ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายผลจากแรงกดดันที่ยืดเยื้อ
- The laptop felt severe burnout when its battery ran low.
- After months of impossible deadlines, Maya experienced severe burnout.
- After a five-minute walk, Maya experienced severe burnout.
ดูคำตอบ
After months of impossible deadlines, Maya experienced severe burnout.
gave up on: ยอมแพ้ต่อคน แผน หรือเป้าหมาย
ในโครงสร้าง give up on + คำนามหรือคำสรรพนาม คำว่า on จะนำหน้าคน แผน เป้าหมาย หรือสิ่งที่ใครบางคนเลิกสนับสนุนหรือเลิกพยายามทำให้สำเร็จ ในที่นี้ gave up on the whole thing หมายถึงผู้พูดเลิกเดินหน้ากับความพยายามทั้งหมด ไม่ใช่เพียงหยุดการกระทำเล็ก ๆ อย่างหนึ่ง gave up on เป็นรูปอดีต วลีนี้มักสื่อว่าคนนั้นสูญเสียความหวัง ความมั่นใจ หรือความตั้งใจที่จำเป็นต่อการทำต่อไปแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการเลิกสนับสนุนหรือเดินหน้ากับโครงการหนึ่งโดยเฉพาะ: After months of setbacks, Maya decided to ____ the project.
ดูคำตอบ
give up on
So, I spent the rest of my gap year mostly inside my room,
0:13ดังนั้น ฉันจึงใช้เวลาช่วงที่เหลือของปีหยุดพักส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้อง
distracting myself with video games and feeling like a failure. สำนวน
0:17เบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองด้วยวิดีโอเกมและรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนล้มเหลว
feeling like a failure: การตัดสินตัวเองในแง่ลบอย่างเจ็บปวด
Feeling like a failure หมายถึงการมีความรู้สึกเจ็บปวดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวลีนี้ a failure หมายถึงคน ดังนั้นความรู้สึกนี้จึงเกี่ยวข้องกับการประเมินคุณค่าโดยรวมของผู้พูดที่มีต่อตัวเอง ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ที่ไม่ดีเพียงครั้งเดียว feel like แสดงว่านี่เป็นความรู้สึกส่วนตัว ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เมื่อเทียบกับ I failed วลีนี้มีน้ำหนักทางอารมณ์มากกว่า และมักสื่อถึงความอับอายหรือความท้อแท้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นการตัดสินตัวตนทั้งหมดของผู้พูดอย่างเจ็บปวด แทนที่จะกล่าวถึงเพียงผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จหนึ่งครั้ง
- The plan failed.
- I feel like a failure.
- I failed the driving test.
ดูคำตอบ
I feel like a failure.
That was when a few friends took me out to grab a bite. โน้ต
0:21นั่นคือตอนที่เพื่อนสองสามคนพาฉันออกไปหาอะไรกิน
That was when: ระบุช่วงเวลาสำคัญในเรื่อง
That was when ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง และนำเข้าสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญนั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวพาเรื่องจากข้อมูลพื้นหลังก่อนหน้าไปสู่การกระทำของกลุ่มเพื่อน โครงสร้างคือ That was when + อนุประโยค วลีนี้ไม่ได้เพียงบอกเวลา แต่ยังส่งสัญญาณว่าเหตุการณ์ถัดไปเป็นขั้นตอนสำคัญหรือจุดเปลี่ยนของเรื่อง
แบบฝึกหัด
เติมเรื่องให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียนที่ใช้ระบุช่วงเวลาสำคัญ: I was ready to stop searching. ____ my phone rang with new information.
ดูคำตอบ
That was when
took me out: พาใครออกไปทำกิจกรรมทางสังคม
ในประโยคนี้ took me out หมายถึงพาฉันหรือชวนฉันออกไปทำกิจกรรมทางสังคม วลีบอกจุดประสงค์ to grab a bite แสดงว่ากิจกรรมนั้นคือการออกไปกินอาหารแบบสบาย ๆ จึงไม่ได้หมายถึงการย้ายผู้พูดออกจากสถานที่หนึ่งในทางกายภาพ โครงสร้างนี้แยกคำได้ โดยเรียงเป็น take + คน + out หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง take กับ out เช่น take me out และ take her out ไม่ใช่ take out me
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take someone out และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: After the final exam, my uncle ____ for dinner to celebrate.
ดูคำตอบ
took me out
grab a bite: หาอะไรกินอย่างรวดเร็วและสบาย ๆ
ในประโยคนี้ grab a bite หมายถึง “หาอะไรกิน” ซึ่งมักสื่อว่ากินแบบรวดเร็วและสบาย ๆ คำว่า grab ไม่ได้หมายถึงการใช้มือคว้าจริง ๆ และ a bite ก็ไม่ได้หมายถึงเพียงหนึ่งคำ ทั้งสามคำรวมกันเป็นสำนวนไม่เป็นทางการ สำนวนนี้ทำให้การออกไปกินอาหารฟังดูผ่อนคลายและไม่เป็นพิธีการ อาจหมายถึงของว่างหรือมื้อง่าย ๆ ก็ได้ ดังนั้นใจความสำคัญคือการกินแบบสบาย ๆ ไม่ใช่ปริมาณอาหารที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “กินอะไรอย่างรวดเร็วและสบาย ๆ”: We have twenty minutes, so let's ____ before the train leaves.
ดูคำตอบ
grab a bite
I said Alaska. I asked them to ride with me.
0:26ฉันบอกว่าอลาสก้า ฉันชวนพวกเขาให้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วยกัน
The plan was then made, routes decided, bikes readied, ไวยากรณ์
0:31แผนการถูกกำหนดขึ้น เส้นทางถูกตัดสินใจ มอเตอร์ไซค์เตรียมพร้อม
The plan was then made, routes decided, bikes readied: การละกริยา be ในรูปถูกกระทำแบบขนาน
ประโยคนี้นำเสนอการเตรียมการที่เสร็จแล้วสามอย่างแบบขนานกัน ได้แก่ The plan was then made; routes were decided; bikes were readied มีเพียงส่วนแรกที่แสดง was ส่วนอีกสองส่วนละ were ไว้แต่ยังเข้าใจได้ จึงทำให้ decided และ readied ยังคงเป็นคำกริยาช่องสามในโครงสร้างถูกกระทำ ในที่นี้ readied เป็นรูปคำกริยาช่องสามของ ready และหมายถึง “ถูกเตรียมไว้แล้ว” การเชื่อมแบบย่อนี้ทำให้เรื่องเล่ามีจังหวะรวดเร็วคล้ายการไล่ตรวจรายการ เมื่ออ่านรายการลักษณะเดียวกัน ให้ขยายกริยา be และรูปแบบถูกกระทำไปยังรายการถัดไป อย่ามอง routes decided หรือ bikes readied เป็นอนุประโยคแบบกระทำที่แยกต่างหาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างถูกกระทำแบบขนานและย่อในลักษณะเดียวกันได้ถูกต้อง
- The permits were approving, dates confirmed, and notices were post.
- The permits were approved, dates confirmed, and notices posted.
- The permits approved, dates were confirming, and notices post.
ดูคำตอบ
The permits were approved, dates confirmed, and notices posted.
was taken care of: รูปกรรมวาจกของ take care of
ใน was taken care of วลี take care of หมายถึง “จัดการ เตรียมการ หรือแก้ไขเรื่องหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึงแค่ “ดูแลคน” เท่านั้น โครงสร้างกรรมวาจก be + taken care of จะนำสิ่งที่ได้รับการจัดการมาเป็นประธาน ประโยคนี้เน้นผลลัพธ์ที่เสร็จแล้ว คือทุกอย่างได้รับการจัดการเรียบร้อย โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าใครเป็นคนทำ เมื่อเปลี่ยนเป็นกรรมวาจก บุพบท of ที่ท้ายวลียังคงต้องอยู่
แบบฝึกหัด
เติมรูปกรรมวาจกของ take care of ให้สมบูรณ์: Don't worry about the hotel; it has already been ____.
ดูคำตอบ
taken care of
then take Route 76 and head to Alaska Highway.
0:40จากนั้นใช้ Route 76 และมุ่งหน้าไปยัง Alaska Highway
But life happened: เรื่องในชีวิตจริงทำให้แผนสะดุด
But life happened เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่จงใจพูดอย่างกว้าง ๆ ว่าหน้าที่ในชีวิตประจำวัน ปัญหา หรือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดเข้ามาขัดขวางแผน life ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แต่รวบรวมความยุ่งยากหลายอย่างในชีวิตจริงไว้ด้วยกัน และมักมีน้ำเสียงยอมรับอย่างเหนื่อยใจเล็กน้อย ผู้พูดจึงอธิบายเหตุสะดุดได้โดยไม่ต้องเล่ารายละเอียดทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ life happened ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสรุปความยุ่งยากที่ทำให้แผนสะดุด?
- We postponed the launch because the date was written in blue ink.
- We planned to launch in June, but life happened and we had to postpone it.
- We launched in June because everything stayed on schedule.
ดูคำตอบ
We planned to launch in June, but life happened and we had to postpone it.
As the day ... approached: บอกว่าเวลากำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
ใน As the day of the journey approached คำว่า as นำอนุประโยคบอกเวลาและหมายถึง “ในขณะที่วันนั้นใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ” วันที่หรือเหตุการณ์สามารถเป็นประธานของ approach ได้ โดยไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเดินเข้าหาใครจริง ๆ โครงสร้าง As + เวลาหรือเหตุการณ์ + approached สร้างกรอบเวลาที่กำลังดำเนินไป ประโยคหลักมักบอกว่าสิ่งใดเริ่มเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงระหว่างช่วงที่เวลานั้นใกล้เข้ามา จึงเน้นกระบวนการมากกว่าจุดเวลาเพียงจุดเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ชัดเจนที่สุดว่าความกังวลเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนถึงกำหนดส่ง?
- After the deadline passed, everyone became more nervous.
- As the deadline approached, everyone became more nervous.
- When the deadline arrived, everyone became more nervous.
ดูคำตอบ
As the deadline approached, everyone became more nervous.
dropping out one by one: ถอนตัวออกไปทีละคน
Drop out หมายถึงหยุดเข้าร่วมกิจกรรม หลักสูตร การแข่งขัน หรือกลุ่มก่อนที่จะจบ หากระบุสิ่งที่ถอนตัวออกมา ให้ใช้ drop out of + คำนาม เช่น drop out of the course One by one หมายถึงแยกกันทำตามลำดับ ไม่ได้ทำพร้อมกันทั้งหมด ดังนั้น started dropping out one by one จึงแสดงว่าจำนวนผู้เข้าร่วมค่อย ๆ ลดลงเมื่อแต่ละคนถอนตัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้เข้าร่วมถอนตัวจากกิจกรรมแยกกันตามลำดับ?
- The participants dropped off one by one.
- The participants dropped out one by one.
- The participants all left at the same time.
ดูคำตอบ
The participants dropped out one by one.
On the day of the journey, the last and the final person backed out. กริยาวลี
0:50ในวันเดินทาง คนสุดท้ายและคนท้ายสุดก็ถอนตัวไป
backed out: ถอนตัวหลังจากที่ตกลงไว้แล้ว
Backed out เป็นรูปอดีตของกริยาวลี back out ในที่นี้หมายถึง เดิมทีบุคคลนั้นถูกคาดว่าจะร่วมเดินทางหรือได้ตกลงว่าจะไปแล้ว แต่ภายหลังเปลี่ยนใจและถอนตัว เนื่องจากเกิดขึ้นในวันเดินทาง การถอนตัวจึงดูกะทันหันและกระทบแผนอย่างมาก แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือการกลับคำจากสิ่งที่เคยตกลงไว้ สามารถพูดว่า someone backed out หรือใช้ back out of ตามด้วยแผน ข้อตกลง คำมั่น หรือกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ถอนตัวหลังจากตกลงแล้ว” ลงในประโยค: Noah promised to join the debate, but he ____ the night before.
ดูคำตอบ
backed out
So, had to make a choice, whether to give up on the plan ไวยากรณ์
0:54ดังนั้น ฉันจึงต้องเลือก ระหว่างจะล้มเลิกแผนนี้
had to make a choice, whether to...: นำเสนอการตัดสินใจที่จำเป็น
Had to make a choice แสดงว่าจำเป็นต้องตัดสินใจ โดยมักเป็นเพราะสถานการณ์ไม่มีทางเลือกที่ง่าย whether to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอการกระทำที่กำลังพิจารณา และตัวเลือกที่สองมักตามหลังด้วย or เช่น whether to stay or leave โครงสร้างเต็มที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + had to make a choice about whether to A or B และ ประธาน + had to make a choice: whether to A or B คำบรรยายนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาษาพูด จึงเข้าใจประธานจากบริบท และเครื่องหมายจุลภาคแสดงการหยุดเว้นจังหวะ ไม่ใช่รูปแบบบังคับในการเขียน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างสองคำที่ใช้นำเสนอตัวเลือกก่อนคำกริยารูปพื้นฐาน: Jordan had to make a choice about ____ repair the laptop or replace it.
ดูคำตอบ
whether to
or attempt to riding across the country on a 10-year-old motorcycle. ไวยากรณ์
0:58หรือพยายามขี่มอเตอร์ไซค์อายุ 10 ปีข้ามประเทศ
attempt to riding: เลือก attempt to ride หรือ attempt riding
attempt to riding เป็นรูปที่ไม่เป็นมาตรฐานซึ่งผสมโครงสร้างสองแบบเข้าด้วยกัน ในโครงสร้าง attempt to + คำกริยา คำว่า to เป็นเครื่องหมายของ infinitive ดังนั้นกริยาถัดไปต้องเป็นรูปพื้นฐาน คือ attempt to ride ไม่ใช่ riding ในบางบริบท รูป gerund สามารถตามหลัง attempt ได้โดยตรง เช่น attempt riding แต่โครงสร้างนี้พบน้อยกว่า attempt to ride ควรเลือกใช้เพียงโครงสร้างเดียวและไม่รวม to เข้ากับ riding
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างมาตรฐานและเป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อพูดถึงการพยายามขี่เป็นระยะทางไกลให้สำเร็จ
- She will attempt to rode across the state.
- She will attempt to riding across the state.
- She will attempt to ride across the state.
ดูคำตอบ
She will attempt to ride across the state.
what the heck: เลิกลังเลแล้วตัดสินใจทำต่อไป
ในที่นี้ what the heck ไม่ใช่คำถามตามความหมายตรงตัว แต่เป็นวลีแทรกในภาษาพูดที่หมายถึง “เลิกกังวลแล้วทำไปเลย” วลีนี้แสดงการเปลี่ยนจากความลังเลไปสู่การตัดสินใจ ในบริบทอื่น What the heck? อาจแสดงความประหลาดใจ ความสับสน หรือความไม่พอใจได้ ดังนั้นต้องพิจารณาหน้าที่จากโครงสร้างรอบข้างและสถานการณ์ ในประโยคนี้ ตำแหน่งที่อยู่หลัง I decided บ่งบอกความหมายเกี่ยวกับการตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
ในประโยคใด what the heck หมายถึง “ฉันจะเลิกกังวลแล้วทำไปเลย”
- I asked what the word heck means.
- What the heck happened to the lights?
- What the heck, I'll sign up for the class.
ดูคำตอบ
What the heck, I'll sign up for the class.
have a go at it: ลองทำด้วยตัวเอง
have a go at it หมายถึงลองทำสิ่งนั้นด้วยตัวเอง ในสำนวนนี้ a go หมายถึงการลองหนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ ส่วน it อ้างถึงงานหรือแนวคิดที่กำลังพูดถึงอยู่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have a go at + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น have a go at the puzzle และ have a go at fixing it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสนทนา have a go at it: The lock is stuck, but let me ____.
ดูคำตอบ
have a go at it
I would never get this mess out of my system. สำนวน
1:07ฉันก็จะไม่มีวันเอาความสับสนวุ่นวายนี้ออกไปจากใจได้เลย
If I don't go now, I would never...: ประโยคเงื่อนไขแบบผสม
If I don't go now แสดงว่าการไม่ไปเป็นทางเลือกตรงหน้าที่ยังตัดสินใจได้ ส่วน I would never... ทำให้ผลลัพธ์เป็นผลที่จินตนาการไว้และมีน้ำหนักทางอารมณ์ ผู้พูดกำลังกระตุ้นตัวเองให้ลงมือทำตอนนี้ เพราะไม่เช่นนั้นความรู้สึกหรือความเสียใจอาจคงอยู่ต่อไป don't + would ผสมเงื่อนไขจริงในปัจจุบันเข้ากับผลลัพธ์เชิงสมมติ รูปแบบนี้อาจเกิดขึ้นในการพูดโดยไม่ได้เตรียมตัวเมื่อผู้พูดเปลี่ยนมุมมอง แต่ไม่ใช่แบบพื้นฐานที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับประโยคเงื่อนไขมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบมาตรฐานสำหรับเงื่อนไขจริงในอนาคต
- If I don't leave now, I would miss the train.
- If I don't leave now, I will miss the train.
- If I didn't leave now, I will miss the train.
ดูคำตอบ
If I don't leave now, I will miss the train.
get this mess out of my system: ปลดปล่อยแรงกระตุ้นหรือความรู้สึกที่ค้างคา
ในที่นี้ get this mess out of my system หมายถึงการลงมือทำ ลองประสบการณ์ หรือพูดสิ่งหนึ่งออกมา เพื่อให้ความคิด แรงกระตุ้น หรือความรู้สึกที่คอยรบกวนใจสงบลงในที่สุด วลีนี้พูดถึงการปลดปล่อยทางจิตใจ ไม่ใช่การนำสิ่งของออกจากร่างกายหรือเครื่องจักร โครงสร้าง get something out of your system มักสื่อว่าการพยายามเพิกเฉยอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องลงมือทำ ลองสัมผัส หรือพูดออกมาก่อนจึงจะวางใจและก้าวต่อไปได้ ส่วน this mess กล่าวรวม ๆ ถึงความคิดหรืออารมณ์ของผู้พูดที่สับสนและยังไม่ได้รับการคลี่คลาย
แบบฝึกหัด
ในประโยค "I need to take one dance class to get it out of my system," สำนวนนี้หมายความว่าอย่างไร
- ลองทำเพื่อให้แรงกระตุ้นที่ค้างคาสงบลงในที่สุด
- นำอุปกรณ์ออกจากเครื่องจักร
- ลืมไปโดยไม่ทำหรือพูดอะไรเลย
ดูคำตอบ
ลองทำเพื่อให้แรงกระตุ้นที่ค้างคาสงบลงในที่สุด
made a mental agreement: กำหนดกฎให้ตนเองอย่างเงียบ ๆ
ในประโยคนี้ made a mental agreement หมายถึงการตัดสินใจกำหนดกฎหรือคำมั่นให้ตนเองอย่างเงียบ ๆ คำว่า mental แสดงว่า agreement นี้อยู่ในความคิดของผู้พูด ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาหรือเจรจากับบุคคลอื่น การใช้คำเช่นนี้นำเสนอการตัดสินใจภายในใจในรูปของ agreement จึงทำให้ดูเป็นรูปธรรมกว่าความคิดชั่วครู่ ไม่ได้สื่อว่ามีการลงนามในสัญญาหรือมีข้อตกลงทางกฎหมาย
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: "Before the meeting, Lina made a mental agreement that she would listen before answering." Lina ทำอะไร
- เธอกำหนดกฎให้ตัวเองอย่างเงียบ ๆ
- เธอลงนามในสัญญากับเพื่อนร่วมงาน
- เธอลืมสิ่งที่วางแผนไว้
ดูคำตอบ
เธอกำหนดกฎให้ตัวเองอย่างเงียบ ๆ
The moment when X is when Y: กำหนดช่วงเวลาที่เป็นจุดกระตุ้น
The moment when the bike gives up ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ส่วนอนุประโยคหลัง is คือ when I give up and head back home ระบุช่วงเวลาเดียวกันด้วยการบอกว่าผู้พูดจะทำอะไรในตอนนั้น โครงสร้างนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน แต่ทำให้การที่มอเตอร์ไซค์ไปต่อไม่ไหวเป็นจุดกระตุ้นหรือขีดจำกัดที่ชัดเจน เมื่อถึงจุดนั้น ผู้พูดก็จะยอมแพ้และกลับบ้านเช่นกัน รูปแบบนี้ยังใช้กำหนดเวลาที่กฎ การตัดสินใจ หรือการเปลี่ยนแปลงเริ่มมีผลได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบที่แสดงช่วงเวลาซึ่งเป็นจุดกระตุ้นให้สมบูรณ์: The moment when the warning light turns red is ____ we stop the test.
ดูคำตอบ
when
on the road: ออกเดินทางแล้ว
ในเรื่องเล่าการเดินทางนี้ on the road หมายถึงออกเดินทางแล้วหรือกำลังอยู่ระหว่างการเดินทาง เป็นการบอกสถานะการเดินทางของผู้พูด ไม่ใช่เพียงตำแหน่งทางกายภาพว่าอยู่บนถนน วลีนี้มักครอบคลุมการเดินทางไกล การออกทัวร์ หรือช่วงเวลาที่ต้องเดินทางเพื่อทำงาน ในที่นี้ I was on the road ช่วยดำเนินเรื่องต่อด้วยการแสดงว่าการเดินทางได้เริ่มขึ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยค "After the first concert, the band was on the road for six weeks," on the road หมายถึงอะไร?
- เดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
- ยืนอยู่กลางถนน
- สร้างทางหลวงสายใหม่
ดูคำตอบ
เดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
I drove from dusk to dawn and took a quick nap whenever I could. สำนวน
1:27ฉันขับรถตั้งแต่พลบค่ำจนถึงรุ่งสางและงีบหลับสั้นๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส
from dusk to dawn: ช่วงเวลาตลอดทั้งคืน
from dusk to dawn หมายถึงตั้งแต่ช่วงพลบค่ำจนถึงรุ่งเช้า ในประโยคนี้วลีดังกล่าวสื่อว่าการขับรถดำเนินต่อไปตลอดทั้งคืน และเน้นว่ากินเวลานานและเหนื่อยล้า โครงสร้าง from A to B ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของช่วงหนึ่ง ในที่นี้ dusk คือจุดเริ่มต้น ส่วน dawn คือจุดสิ้นสุด ดังนั้นเมื่อสลับลำดับ ช่วงเวลาก็จะเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “ตั้งแต่เย็นจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น”: The repair crew worked ____ to restore the town's power.
ดูคำตอบ
from dusk to dawn
At the bus stops, by the rivers, and under the oak trees.
1:31ที่ป้ายรถเมล์ ริมแม่น้ำ และใต้ต้นโอ๊ก
Recipe for a horror movie: คำเปรียบเทียบเชิงขบขัน
Recipe for a horror movie เป็นคำเปรียบเทียบ หมายความว่าสถานการณ์นี้มี “ส่วนผสม” ที่เสี่ยงและอาจนำไปสู่ฉากน่ากลัวแบบในภาพยนตร์ คำว่า recipe ในที่นี้หมายถึงการรวมกันของเงื่อนไขที่น่าจะก่อให้เกิดผลบางอย่าง ไม่ใช่คำแนะนำในการทำอาหาร คำเหล่านี้เป็นส่วนของประโยคแบบไม่เป็นทางการ โดยความคิดที่สมบูรณ์คล้ายกับ This sounds like a recipe for a horror movie การเติม I know แสดงว่าผู้พูดรู้ตัวดี และพูดติดตลกว่าสถานการณ์นี้ฟังดูไม่ปลอดภัย
แบบฝึกหัด
Recipe for a horror movie ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าผู้พูดกำลังถ่ายทำภาพยนตร์สยองขวัญอยู่ในขณะนั้น
- พูดอย่างขบขันว่าสถานการณ์นี้มี “ส่วนผสม” ที่จะนำไปสู่ฉากภาพยนตร์น่ากลัว
- บอกวิธีทำอาหารที่อยู่ในภาพยนตร์สยองขวัญ
ดูคำตอบ
พูดอย่างขบขันว่าสถานการณ์นี้มี “ส่วนผสม” ที่จะนำไปสู่ฉากภาพยนตร์น่ากลัว
was too tired to worry: too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา
ในโครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา คำว่า too แสดงว่าระดับนั้นสูงเกินขีดจำกัดที่ทำได้จริง ส่วนคำกริยาหลัง to บอกผลที่จึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ผู้พูดเหนื่อยมากจนรู้สึกว่าการกังวลเป็นไปไม่ได้ หรือไม่มีแรงเหลือพอที่จะกังวล โครงสร้างนี้รวมระดับและผลไว้ด้วยกันอย่างกระชับ too tired to worry หมายถึงเหนื่อยจนกังวลไม่ไหว ไม่ใช่เพียงเหนื่อยมากในขณะที่กำลังกังวล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงความเหนื่อยทำให้รู้สึกว่ากังวลไม่ไหว: I was ____.
ดูคำตอบ
too tired to worry
Living in the city for all of my life: อนุประโยค -ing ต้นประโยคที่ให้ข้อมูลพื้นหลัง
Living in the city for all of my life เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่วางไว้ต้นประโยค ไม่ใช่อนุประโยคหลัก แต่ใช้ปูพื้นหลังระยะยาว และในบริบทนี้ยังสื่อเป็นนัยถึงเหตุผลของเนื้อหาในอนุประโยคหลักที่ตามมา ประธานที่เข้าใจโดยนัยของ living ควรเป็นประธานของอนุประโยคหลักด้วย ดังนั้นผู้อ่านจึงรอประธานอย่าง I หลังเครื่องหมายจุลภาค โครงสร้างนี้ช่วยจัดวางข้อมูลพื้นหลังก่อน แล้วจึงตามด้วยใจความหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing ต้นประโยคเพื่อให้ข้อมูลพื้นหลังได้ถูกต้อง และมีประธานโดยนัยคนเดียวกับประธานของอนุประโยคหลัก
- Living near the station.
- Living near the station, the commute is easy for Maya.
- Living near the station, Maya can walk to work.
ดูคำตอบ
Living near the station, Maya can walk to work.
how peaceful it was to just fall asleep: การหลับไปนั้นสงบเพียงใด
หลัง almost forgot วลี how peaceful it was... บอกระดับของความรู้สึกที่ผู้พูดเกือบลืมไปแล้ว how + คำคุณศัพท์เปลี่ยนข้อเท็จจริงธรรมดาให้เป็นการประเมิน กล่าวคือไม่ได้เพียงบอกว่าการหลับไปนั้นสงบ แต่เน้นว่ารู้สึกสงบมากเพียงใด ใน how peaceful it was to just fall asleep อนุประโยคยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ it was ส่วน to just fall asleep ระบุประสบการณ์ที่กำลังถูกประเมิน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ remember/forget/realize + how + คำคุณศัพท์ + it is/was + to + คำกริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ rewarding ในโครงสร้าง how + คำคุณศัพท์ + it was: I had forgotten ____ to reach the top after a long climb.
ดูคำตอบ
how rewarding it was
Spending most of the time driving makes you appreciate small things. ไวยากรณ์
1:47การใช้เวลาส่วนใหญ่กับการขับรถทำให้คุณเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ
Spending most of the time driving makes you appreciate: ประสบการณ์ทำให้เห็นคุณค่ามากขึ้น
Spending most of the time driving เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยมองกิจกรรมทั้งหมดเป็นประสบการณ์หนึ่งอย่าง จึงใช้กริยาเอกพจน์ makes Make + คน + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกผลที่เกิดจากประสบการณ์นั้น ใน makes you appreciate คำว่า you คือผู้ที่ได้รับผล และ appreciate ไม่ใช้ to นำหน้า ในที่นี้ you อาจหมายถึงคนทั่วไป จึงสื่อว่าประสบการณ์ลักษณะนี้เปลี่ยนสิ่งที่ผู้คนให้คุณค่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make และ appreciate: Spending a week without hot water ____ you ____ a warm shower.
ดูคำตอบ
makes · appreciate
A hot cup of coffee in the morning feels like a privilege. สำนวน
1:52กาแฟร้อนๆ ในตอนเช้าให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสิทธิพิเศษ
feels like a privilege: รู้สึกเหมือนเป็นสิทธิพิเศษ
ในประโยคนี้ feels like a privilege หมายถึงกาแฟธรรมดาในตอนเช้ากลับรู้สึกเหมือนเป็นความสุขที่หาได้ยากและมีคุณค่า คำว่า privilege ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงสิทธิตามกฎหมายหรือความได้เปรียบทางสังคม โครงสร้าง X feels like + นามวลี ใช้เปรียบเทียบประสบการณ์กับสิ่งอื่นเพื่อแสดงการประเมินตามความรู้สึกของผู้พูด โดยบอกว่า X ให้ความรู้สึกอย่างไร ไม่ได้บอกว่า X เป็นสิ่งนั้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่แสดงว่าความสะดวกสบายธรรมดาตอนนี้ดูหาได้ยากและมีคุณค่า: After three nights in a tent, a hot shower ____.
ดูคำตอบ
feels like a privilege
A double cheeseburger at a local diner feels like a warm hug. สำนวน
1:56ดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ที่ร้านอาหารท้องถิ่นให้ความรู้สึกเหมือนอ้อมกอดที่อบอุ่น
feels like a warm hug: รู้สึกเหมือนอ้อมกอดอันอบอุ่น
ในประโยคนี้ feels like a warm hug เป็นอุปมาเพื่อสื่อถึงความสบายใจ เบอร์เกอร์ไม่สามารถกอดใครได้จริง ๆ แต่การกินมันให้ความรู้สึกอบอุ่นและอุ่นใจคล้ายกับการได้รับอ้อมกอดที่อบอุ่น โครงสร้าง X feels like + ภาพเปรียบเทียบ ช่วยเปลี่ยนปฏิกิริยาทางกายหรืออารมณ์ให้เป็นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัด a warm hug มักสื่อถึงการปลอบโยน ความใส่ใจ และความรู้สึกปลอดภัย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอุปมาที่สื่อถึงความสบายใจจากบทเรียนนี้: On a lonely evening, my friend's kind message ____.
ดูคำตอบ
felt like a warm hug
chance into: เข้าไปในสถานที่โดยบังเอิญ
ในที่นี้ chance เป็นคำกริยาที่หมายถึง “บังเอิญทำบางอย่างโดยไม่ได้วางแผนไว้” ใน chance into a dingy motel คำว่า into แสดงการเคลื่อนเข้าไปข้างในสถานที่ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงบังเอิญพบโมเทลแล้วเข้าไปข้างใน Chance into ไม่ใช่รูปที่พบบ่อย และให้น้ำเสียงการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างเป็นวรรณศิลป์และกระชับ เมื่อพบในเรื่องเล่า ให้เข้าใจว่า chance ชี้ว่าเหตุการณ์ไม่ได้วางแผนไว้ ส่วน into ชี้ถึงการเข้าไปข้างใน
แบบฝึกหัด
ในคำบรรยาย “chance into a dingy motel” มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?
- บังเอิญพบโมเทลเก่าโทรมแล้วเข้าไปข้างใน
- ลงทะเบียนเข้าพักในโมเทลเก่าโทรมทันที
- จองห้องในโมเทลเก่าโทรมไว้ล่วงหน้า
ดูคำตอบ
บังเอิญพบโมเทลเก่าโทรมแล้วเข้าไปข้างใน
I'd check right in: เช็กอินโรงแรมทันที
ในที่นี้ I'd คือ I would เพราะตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน check ส่วน check in หมายถึงลงทะเบียนเป็นผู้เข้าพักและรับสิทธิ์เข้าใช้ห้องในโรงแรมหรือโมเทล right เพิ่มความหมายว่า “ทันที” หรือ “โดยไม่ลังเล” การวางไว้ระหว่าง check กับ in ทำให้ยังมองเห็น check in เป็นหน่วยเดียวกัน พร้อมทั้งเน้นว่าผู้พูดจะลงมือเร็วเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ไฮไลต์ไว้ตามเดิม ซึ่งหมายถึง “ฉันจะลงทะเบียนเข้าพักที่โรงแรมทันที”: If a room were available, ____.
ดูคำตอบ
I'd check right in
driving like crazy ในฐานะคำขยายระดับแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ driving like crazy หมายถึงขับรถอย่างหนักหน่วงผิดปกติและด้วยจังหวะที่แทบไม่หยุดพัก เป็นการพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้กล่าวถึงสุขภาพจิตของใครตามตัวอักษร รูปแบบ กริยา + like crazy ใช้เพิ่มระดับความแรงของการกระทำ คล้าย very hard หรือ intensely โดยกริยาจะบอกว่าแรงในลักษณะใด เช่น work like crazy คือทำงานอย่างหนักมาก ส่วน rain like crazy คือฝนตกหนักมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำขยายระดับแบบไม่เป็นทางการสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “อย่างเข้มข้นมาก”: The volunteers searched ____ for the missing puppy.
ดูคำตอบ
like crazy
their rock hard mattress would feel like a bed of sweet marshmallows. โน้ต
2:09ที่นอนแข็งๆ ของพวกเขาจะให้ความรู้สึกเหมือนเตียงมาร์ชเมลโลว์แสนหวาน
rock hard mattress: rock hard หมายถึง “แข็งมาก”
ใน rock hard mattress คำว่า rock hard เป็นวลีคุณศัพท์ที่หมายถึง “แข็งมาก” หรือ “แข็งเหมือนหิน” โดย rock ช่วยเพิ่มระดับของ hard ไม่ได้หมายความว่าที่นอนทำจากหิน วลีนี้บรรยายความแข็งทางกายภาพของที่นอน ในประโยคเต็ม ภาพของมาร์ชเมลโลว์ที่นุ่มสร้างความตรงข้ามอย่างมาก กล่าวคือ หลังการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อย แม้แต่ที่นอนที่แข็งมากก็อาจให้ความรู้สึกนุ่มและสบายอย่างยิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “แข็งมาก”: After being left uncovered overnight, the bread was ____.
ดูคำตอบ
rock hard
a bed of sweet marshmallows: อุปมาเกินจริงถึงความนุ่ม
ในประโยคนี้ a bed of sweet marshmallows เป็นภาพเปรียบเทียบที่ผู้พูดสร้างขึ้น ไม่ใช่ชนิดของที่นอนที่มีอยู่จริง ภาพนี้สื่อถึงสิ่งที่นุ่มมาก ฟู และสบาย ความขบขันเกิดจากการนำไปตัดกับ rock hard mattress เพราะความเหนื่อยล้าอย่างมากจะทำให้ที่นอนที่ไม่น่าสบายกลับรู้สึกนุ่มอย่างยอดเยี่ยมได้ รูปแบบ feel like + ภาพที่ชัดเจน ใช้พูดเกินจริงถึงความรู้สึกส่วนตัวได้
แบบฝึกหัด
a bed of sweet marshmallows ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- พูดเกินจริงว่าที่นอนแข็งจะรู้สึกนุ่มมากเพียงใดสำหรับคนที่หมดแรง
- บอกตามตัวอักษรว่าที่นอนทำจากอะไร
- อธิบายว่ามีคนกินขนมอยู่บนเตียง
ดูคำตอบ
พูดเกินจริงว่าที่นอนแข็งจะรู้สึกนุ่มมากเพียงใดสำหรับคนที่หมดแรง
By the time ... had passed: การเรียงลำดับเหตุการณ์ในอดีต
By the time I reached Seattle กำหนดเวลาที่ไปถึงซีแอตเทิลเป็นจุดอ้างอิงในอดีต ส่วนประโยคหลัก 4 weeks had passed มองย้อนกลับจากจุดนั้นและบอกว่าช่วงเวลาสี่สัปดาห์ได้ผ่านไปครบแล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ By the time + simple past, ... had + past participle ใช้เรียงลำดับสองเหตุการณ์ในอดีต โดย past perfect ระบุสิ่งที่เสร็จสิ้นก่อนจุดอ้างอิงในอดีตที่เกิดทีหลัง ในที่นี้ reached เป็น simple past และ had passed เป็น past perfect
แบบฝึกหัด
ใช้รูป past perfect ของ pass เติมประโยคให้สมบูรณ์: By the time the mechanic called, three days ____ since we left the car at the garage.
ดูคำตอบ
had passed
It took a lot more than planned because I took a lot of detours วลี
2:18มันใช้เวลามากกว่าที่วางแผนไว้เยอะเพราะฉันขับอ้อมไปหลายที่
took a lot more than planned: ใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้อย่างมาก
ในประโยคนี้ took หมายถึง “ใช้เวลา” วลี took a lot more than planned บอกว่าการเดินทางใช้เวลามากกว่าที่ผู้พูดคาดหรือวางแผนไว้อย่างมาก การกล่าวถึง detours ทำให้เข้าใจชัดว่าคำที่ละไว้หลัง more คือ time นี่เป็นการเปรียบเทียบแบบละคำบางส่วน โดย a lot more เท่ากับ “a lot more time” และ than planned เปรียบเทียบระยะเวลาจริงกับระยะเวลาที่วางแผนไว้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The repair took a lot more than planned because a part was missing,” วลี “took a lot more than planned” หมายความว่าอย่างไร
- ต้องใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้อย่างมาก
- ถอดชิ้นส่วนออกมากกว่าที่คาดไว้
- ได้รับการวางแผนอย่างละเอียดมากขึ้น
ดูคำตอบ
ต้องใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้อย่างมาก
followed my gut: ลงมือทำตามสัญชาตญาณ
followed my gut เป็นรูปอดีตของสำนวน follow your gut หมายถึงผู้พูดลงมือทำตามความรู้สึกตามสัญชาตญาณ แทนที่จะอาศัยหลักฐานครบถ้วนหรือการวิเคราะห์อย่างละเอียด gut ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอวัยวะในร่างกายตามตัวอักษร แต่หมายถึงสัญชาตญาณ คำกริยา followed แสดงว่าความรู้สึกนั้นนำไปสู่การเลือกหรือการกระทำจริง ไม่ใช่เพียงการสังเกตว่าตนเองมีความรู้สึกบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวน follow your gut: There was no clear evidence, so I ____ and chose the quieter route.
ดูคำตอบ
followed my gut
kept my fingers crossed: หวังให้ผลออกมาดี
kept my fingers crossed หมายความว่าผู้พูดหวังว่าจะโชคดีหรือได้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นสำนวนที่มาจากท่าทางไขว้นิ้วสองนิ้วเพื่อขอให้โชคดี แต่ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดต้องทำท่าทางนั้นจริง ๆ ในที่นี้ สำนวนนี้แสดงว่าการทำตามสัญชาตญาณไม่ได้ทำให้ผู้พูดมั่นใจในผลลัพธ์ kept เป็นรูปอดีตของ keep และคำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น she kept her fingers crossed และ we kept our fingers crossed หากมีอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ตามมา อนุประโยคนั้นจะบอกผลลัพธ์ที่ผู้พูดหวังไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายในรูปอดีต: I ____ that the weather would stay clear for the game.
ดูคำตอบ
kept my fingers crossed
run into: พบใครบางคนโดยไม่คาดคิด
run into เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “พบใครบางคนโดยไม่คาดคิด” ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการวิ่งเข้าไปในสถานที่ตามตัวอักษร ที่นี่ผู้พูดหวังว่าจะไม่เจอใครที่เหมือนกับเฟรดดี ครูเกอร์ ตัวละครจากเรื่องสยองขวัญ โครงสร้างพื้นฐานคือ run into + คน กริยาวลีเดียวกันยังใช้พูดถึงการพบปัญหาโดยไม่คาดคิดได้ เช่น run into trouble ทั้งสองกรณีมีแนวคิดร่วมกันคือการพบสิ่งที่ไม่ได้วางแผนไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายในรูปอดีตที่ถูกต้อง: On my way home, I ____ an old neighbor at the pharmacy.
ดูคำตอบ
ran into
Freddy Krueger ในฐานะบุคคลอ้างอิงจากภาพยนตร์สยองขวัญ
Freddy Krueger เป็นตัวร้ายฆาตกรจากภาพยนตร์สยองขวัญชุด A Nightmare on Elm Street แค่รู้ว่าเขาเป็นตัวแทนของบุคคลที่น่ากลัวและอันตรายก็เพียงพอที่จะเข้าใจประโยคนี้ ในที่นี้ any Freddy Krueger ไม่ได้หมายถึงตัวละครสมมตินั้นโดยตรง ชื่อนี้ถูกใช้แบบกว้าง ๆ เพื่อหมายถึงบุคคลที่น่ากลัวซึ่งผู้พูดอาจพบเจอ ทำให้ความกังวลเรื่องอันตรายกลายเป็นการพูดเกินจริงแบบตลกร้าย
แบบฝึกหัด
Freddy Krueger สื่อถึงอะไรในประโยคนี้?
- แผนที่จะดูภาพยนตร์สยองขวัญ
- ความกลัวแบบเกินจริงว่าจะพบคนแปลกหน้าที่น่ากลัว
- ชื่อของเพื่อนที่กำลังรออยู่ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ
ความกลัวแบบเกินจริงว่าจะพบคนแปลกหน้าที่น่ากลัว
Instead, I found a secluded lake tucked away in the forest, กริยาวลี
2:32แต่ฉันกลับพบทะเลสาบเงียบสงบที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า
tucked away: ซ่อนอยู่ในสถานที่เงียบสงบและไม่สะดุดตา
ใน tucked away in the forest วลี tucked away เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้รูปกริยาช่องสามเพื่อขยาย lake หมายความว่าทะเลสาบอยู่ในสถานที่สงบห่างไกลซึ่งมองเห็นหรือค้นพบได้ยาก เมื่อใช้บรรยายสถานที่ tucked away มักสร้างภาพที่น่ารื่นรมย์ของมุมที่ได้รับการโอบล้อมและอยู่ห่างจากบริเวณที่วุ่นวายหรือเด่นชัด วลีนี้ให้ภาพมากกว่า hidden ซึ่งมีความหมายเป็นกลางและอาจสื่อว่ามีคนจงใจซ่อนสิ่งนั้นไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่สอนในบทนี้: The guesthouse is ____ at the end of a narrow lane.
ดูคำตอบ
tucked away
an abandoned mall where I played one hell of a basketball match with myself, สำนวน
2:36ห้างสรรพสินค้าที่ถูกทิ้งร้างที่ซึ่งฉันได้เล่นบาสเก็ตบอลกับตัวเองอย่างเมามัน
one hell of a + คำนาม: การเน้นอย่างแรงแบบไม่เป็นทางการ
one hell of a/an + คำนามนับได้เอกพจน์ เป็นโครงสร้างไม่เป็นทางการที่ให้น้ำหนักมาก ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเข้มข้นหรือโดดเด่นเป็นพิเศษ โครงสร้างนี้เน้นการประเมินของผู้พูด ส่วนจะเป็นแง่บวกหรือลบต้องดูจากบริบท ในประโยคนี้ one hell of a basketball match เน้นว่าการแข่งที่เล่นคนเดียวนั้นดุเดือด สนุก หรือน่าจดจำเป็นพิเศษ คำว่า hell ในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึง “นรก” ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างไม่เป็นทางการที่ให้น้ำหนักมากจากบทเรียนนี้: Finishing the mountain race was ____ challenge.
ดูคำตอบ
one hell of a
There's something so sacred about finding hidden gems on the road. โน้ต
2:45มีบางอย่างที่ศักดิ์สิทธิ์มากเกี่ยวกับการค้นพบอัญมณีที่ซ่อนอยู่บนท้องถนน
There's something so sacred about ...: ความรู้สึกอันแรงกล้าที่อธิบายได้ยาก
There's something so + คำคุณศัพท์ + about + คำนามหรือรูป -ing ใช้เล่าความรู้สึกส่วนตัวที่ชัดเจนและรุนแรงว่าเป็นคุณสมบัติบางอย่างที่สัมผัสได้จริง แต่อธิบายอย่างแม่นยำได้ยาก something ในที่นี้หมายถึงคุณสมบัติหรือความรู้สึกที่ยังเรียกชื่อไม่ได้ ไม่ใช่วัตถุจริง ในประโยคนี้ about นำเข้าสู่กิจกรรม finding hidden gems on the road และ sacred บรรยายความรู้สึกที่กิจกรรมนั้นสร้างขึ้น sacred เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือประสบการณ์นั้นให้ความรู้สึกล้ำค่า พิเศษ และแทบควรแก่การเคารพ ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับศาสนา
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างแสดงความรู้สึกจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ comforting ____ hearing a familiar voice after a hard day.
ดูคำตอบ
There's something so · about
hidden gems: สถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักแต่ควรค่าแก่การค้นพบ
ในที่นี้ hidden gems เป็นคำเปรียบเทียบถึงสถานที่ที่คนยังไม่ค่อยรู้จัก แต่สวย น่าสนใจ หรือคุ้มค่าต่อการค้นพบเป็นพิเศษ คำว่า on the road ทำให้เข้าใจว่า “อัญมณี” เหล่านี้คือสถานที่ไม่ดังที่พบระหว่างเดินทาง ไม่ใช่อัญมณีจริง ๆ สถานที่หนึ่งแห่งใช้ a hidden gem ส่วนหลายแห่งใช้ hidden gems สำนวนนี้ยังใช้กับหนังสือ ภาพยนตร์ ร้านอาหาร หรือสิ่งมีค่าอื่น ๆ ที่ถูกมองข้ามได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักแต่มีคุณค่าเป็นพิเศษ”: The guide introduced three local ____.
ดูคำตอบ
hidden gems
Sacred and surreal, like they were made for me,
2:49ศักดิ์สิทธิ์และเหนือจริง ราวกับว่าพวกมันถูกสร้างมาเพื่อฉัน
my own little corner of the world: พื้นที่ส่วนตัวที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
my own little corner of the world เป็นคำเปรียบเทียบเชิงพื้นที่ถึงสถานที่หรือขอบเขตชีวิตที่รู้สึกว่าเป็นของตัวเอง และมอบความเป็นส่วนตัว ความสบายใจ หรือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง corner ไม่จำเป็นต้องเป็นมุมจริง ๆ แต่อาจเป็นห้อง พื้นที่ทำงาน ชุมชนที่คุ้นเคย หรือแม้แต่เรื่องที่สนใจก็ได้ my own เน้นความเป็นเจ้าของและความผูกพันส่วนตัว ส่วน little เพิ่มน้ำเสียงที่อบอุ่นและถ่อมตัว สถานที่นั้นอาจเล็ก แต่สำคัญต่อผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงพื้นที่ส่วนตัวซึ่งให้ความสบายใจและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง: After I added a lamp and some plants, the balcony felt like ____.
ดูคำตอบ
my own little corner of the world
I marched on: การเดินหน้าต่ออย่างมุ่งมั่น
ใน I marched on คำว่า march on หมายถึง “เดินหน้าต่อไปอย่างมุ่งมั่น” อาจใช้บอกการเคลื่อนที่จริงได้ แต่ในที่นี้คำกริยายังทำให้เห็นว่าผู้พูดไม่ยอมหยุดหลังจากให้คำมั่นแล้ว เมื่อเทียบกับคำกริยากลาง ๆ อย่าง continue คำว่า march on ให้ภาพการก้าวหน้าอย่างมั่นคงและมีเป้าหมายที่ทรงพลังกว่า ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้พูดเป็นทหารหรือกำลังเดินเป็นแถว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงชัดเจนที่สุดว่านักเดินป่ามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อไป
- The rain grew heavier, but the hikers walked on.
- The rain grew heavier, but the hikers waited nearby.
- The rain grew heavier, but the hikers marched on.
ดูคำตอบ
The rain grew heavier, but the hikers marched on.
But the rest of the trip didn't go as planned. ลำดับความ
3:01แต่การเดินทางที่เหลือไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
But ... didn't go as planned: ส่งสัญญาณถึงจุดหักเหอีกครั้งในเรื่อง
ประโยคนี้จัดเรื่องราวออกเป็นช่วง ๆ โดย But บอกจุดหักเหหรือความขัดแย้งใหม่ ส่วน the rest of the trip เปลี่ยนจุดสนใจจากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไปยังช่วงที่เหลือของการเดินทาง didn't go as planned เป็นสัญญาณเตือนกว้าง ๆ ก่อนให้รายละเอียดว่าเหตุการณ์ต่อไปจะมีปัญหาหรือสิ่งไม่คาดคิด เนื่องจากกรอบประโยคนี้ซ้ำรูปแบบที่เคยใช้ก่อนหน้า จึงเกิดการเชื่อมโยงย้อนกลับและบอกว่าเรื่องกำลังเปลี่ยนจากความคืบหน้าไปสู่ความยากลำบากอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของประโยคนี้ในการเล่าเรื่องคืออะไร
- บอกเหตุผลที่แน่นอนว่าทำไมการเดินทางจึงสิ้นสุดลง
- บอกจุดหักเหอีกครั้งและส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีปัญหา
- แสดงว่าทุกช่วงของการเดินทางเป็นไปตามแผน
ดูคำตอบ
บอกจุดหักเหอีกครั้งและส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีปัญหา
My bike broke down when I reached Beaver Creek. กริยาวลี
3:04มอเตอร์ไซค์ของฉันพังเมื่อฉันถึง Beaver Creek
broke down: ยานพาหนะหรือเครื่องจักรเสีย
ในประโยคนี้ broke down เป็นรูปอดีตของ break down เมื่อประธานเป็นจักรยาน ยานพาหนะ หรือเครื่องจักร วลีนี้หมายถึงสิ่งนั้นหยุดทำงานเพราะมีปัญหาทางกล การใช้แบบนี้เป็นอกรรมกริยา สิ่งที่เสียจะเป็นประธานของประโยค เช่น The bike broke down
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ายานพาหนะหยุดทำงานเพราะมีปัญหาทางกล
- Our bus broke down on the way to the airport.
- Our group broke down the trip into three stages.
- Our driver broke the bus window on the way to the airport.
ดูคำตอบ
Our bus broke down on the way to the airport.
thought back to: ย้อนนึกถึงความทรงจำในอดีต
Thought back to เป็นรูปอดีตของ think back to หมายถึงการปล่อยให้ความคิดย้อนกลับไปหาบุคคล ช่วงเวลา ประสบการณ์ หรือคำพูดบางอย่างในอดีต บุพบท to ใช้นำสิ่งที่นึกถึง ซึ่งในที่นี้คือ my initial pledge คำว่า back ทำให้วลีนี้มีทิศทางย้อนกลับไปสู่อดีตอย่างชัดเจน จึงเน้นการระลึกถึงความทรงจำเดิม ไม่ใช่เพียงการคิดไอเดียหรือพิจารณาหัวข้อหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อชัดที่สุดว่าผู้พูดย้อนความคิดกลับไปยังความทรงจำเฉพาะในอดีต
- I thought about tomorrow's schedule.
- I thought back to my first day at school.
- I thought of a new plan for the school club.
ดูคำตอบ
I thought back to my first day at school.
when the motorcycle gives up is when I will give up,
3:11เมื่อมอเตอร์ไซค์ยอมแพ้ก็คือเวลาที่ฉันจะยอมแพ้
the easy way out: ตัวเลือกที่ง่ายแต่เป็นการหลีกเลี่ยง
ในประโยคนี้ the easy way out หมายถึงตัวเลือกที่ง่ายที่สุดเพราะช่วยให้หลีกเลี่ยงความท้าทายหรือความรับผิดชอบที่ยากกว่า โดยปกติสำนวนนี้มีน้ำเสียงตัดสินในเชิงลบ คือแม้ตัวเลือกนั้นจะสะดวก แต่ก็อาจดูเหมือนการยอมแพ้หรือหลบหนี โครงสร้าง feel like + นามวลี แสดงการประเมินส่วนตัว ผู้พูดกำลังบอกว่าตัวเลือกนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการหลีกเลี่ยง ไม่ได้หมายความว่าตัวเลือกที่ง่ายทุกอย่างเป็นสิ่งไม่ดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงตัวเลือกที่ง่ายแต่เป็นการหลีกเลี่ยง: Quitting without trying again would be ____.
ดูคำตอบ
the easy way out
to hell with it: การตัดสินใจอย่างหนักแน่นว่าจะไม่กังวลอีก
To hell with it เป็นคำอุทานที่หนักแน่น หมายถึง “ฉันจะไม่กังวลเรื่องนี้อีกแล้ว” หรือ “ฉันจะทำแม้จะมีความเสี่ยงหรือมีคนคัดค้าน” มักใช้ในจังหวะที่คนคนหนึ่งเลิกลังเลและตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ซึ่งอาจเป็นการตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่น ในที่นี้ it กล่าวถึงความกังวลที่คอยรั้งผู้พูดไว้อย่างกว้าง ๆ ส่วน hell ไม่ได้หมายถึง “นรก” ตามตัวอักษร วลีทั้งหมดสื่อถึงความหงุดหงิดและท่าทีท้าทาย
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่า ประโยค “To hell with it; we will proceed.” เหมาะสำหรับใช้ในอีเมลทางการถึงลูกค้าหรือไม่
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
I walked until each step was heavier than the last, ไวยากรณ์
3:25ฉันเดินจนแต่ละก้าวหนักขึ้นกว่าก้าวที่แล้ว
until each step was heavier than the last: ความยากที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
until เชื่อมการเดินที่ดำเนินต่อเนื่องกับสภาวะที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นระหว่างทาง กล่าวคือ ผู้พูดเดินต่อไปจนความเหนื่อยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ใน each step was heavier than the last แต่ละก้าวใหม่ถูกนำไปเทียบกับก้าวก่อนหน้าโดยตรง the last ในที่นี้หมายถึง “อันก่อนหน้า” ไม่ใช่ก้าวสุดท้ายของการเดินทั้งหมด ส่วน heavier ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือเมื่อความเหนื่อยสะสม แต่ละก้าวก็รู้สึกยากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีเปรียบเทียบซ้ำจากบทเรียนนี้ให้ตรงตามต้นฉบับ: I kept editing until each paragraph felt harder ____.
ดูคำตอบ
than the last
I walked until I couldn't, then I hitchhiked: การเล่าเรื่องแบบสองช่วง
ประโยคนี้เรียงสองการกระทำตามลำดับ until ปิดช่วงแรกเมื่อถึงขีดจำกัด และ then นำไปสู่การกระทำถัดไป กล่าวคือ เมื่อเดินต่อไปไม่ไหว การเดินก็สิ้นสุดลง แล้วจึงเปลี่ยนไปโบกรถ หลัง couldn't มีการละ walk any farther ไว้ เพราะ walked ที่อยู่ก่อนหน้าได้ทำให้รู้ชัดแล้วว่าการกระทำที่หายไปคืออะไร การละคำนี้ร่วมกับรูปแบบสั้น ๆ until ... then ... ช่วยย่อกระบวนการที่ยาวให้เหลือสองช่วงของเรื่องที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมเป้าหมายเพื่อทำให้เรื่องแบบสองช่วงสมบูรณ์: I worked ____ I couldn't focus; ____ I took a break.
ดูคำตอบ
until · then
ticked away: ระยะทางที่ค่อย ๆ ผ่านไป
ในประโยคนี้ ticked away เปรียบ miles เสมือนหน่วยเวลาที่ค่อย ๆ หมดไปทีละหน่วย หมายความว่าการเดินทางยังคงคืบหน้าและระยะทางถูกเดินทางผ่านไปทีละน้อย ภาพนี้มาจากเสียงนาฬิกาเดินติ๊ก ๆ ขณะที่เวลาผ่านไป ระยะทางไม่ได้ส่งเสียงจริง ๆ วลีนี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงของระยะทางมีความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวและจังหวะที่สม่ำเสมอ
แบบฝึกหัด
ticked away ใน The miles ticked away สื่อความหมายอย่างไร?
- ระยะทางหยุดเปลี่ยนแปลง
- การเดินทางผ่านระยะทางไปทีละไมล์
- นาฬิกาในรถส่งเสียงดัง
ดูคำตอบ
การเดินทางผ่านระยะทางไปทีละไมล์
and I found myself among the salt of the earth. สำนวน
3:35และฉันก็พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางผู้คนที่แสนดีบนโลกใบนี้
the salt of the earth: คนดีจริง ๆ ที่ไว้ใจได้
the salt of the earth เป็นสำนวนที่หมายถึงคนธรรมดาที่มีจิตใจดี ซื่อสัตย์ และไว้ใจได้อย่างแท้จริง ในประโยคนี้ among the salt of the earth หมายถึงอยู่ท่ามกลางคนที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ วลีนี้เป็นคำชมที่อบอุ่นและหนักแน่น โดยให้คุณค่ากับนิสัยใจคอมากกว่าความมั่งคั่ง ชื่อเสียง หรือสถานะทางสังคม ไม่ได้หมายถึงเกลือตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
บุคคลใดเหมาะที่จะเรียกว่า the salt of the earth มากที่สุด?
- เพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้และคอยช่วยเหลือชุมชนอย่างเงียบ ๆ มาหลายปี
- นักแสดงชื่อดังที่เป็นที่รู้จักเพียงเพราะเสื้อผ้าราคาแพง
- นักท่องเที่ยวที่ซื้อเกลือทะเลหนึ่งถุง
ดูคำตอบ
เพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้และคอยช่วยเหลือชุมชนอย่างเงียบ ๆ มาหลายปี
From the elderly couple who offered me cans of canned beef for the road, วลี
3:38ตั้งแต่คู่สามีภรรยาสูงอายุที่มอบเนื้อวัวกระป๋องให้ฉันไว้กินระหว่างทาง
for the road: เสบียงสำหรับการเดินทาง
ในประโยคนี้ for the road ขยายความเนื้อวัวกระป๋อง โดยหมายความว่าอาหารเหล่านั้นถูกมอบให้ผู้พูดกินระหว่างการเดินทาง ตรงนี้ the road หมายถึงการเดินทางที่อยู่ข้างหน้า ไม่ใช่พื้นผิวของถนน วลีนี้สามารถวางหลังอาหาร เครื่องดื่ม หรือเสบียงอื่น ๆ ที่พกไปใช้ระหว่างเดินทางได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “สำหรับใช้ระหว่างการเดินทาง”: We packed some sandwiches ____.
ดูคำตอบ
for the road
to the veteran who offered me free lodging for a couple of days
3:42ไปจนถึงทหารผ่านศึกที่เสนอที่พักฟรีให้ฉันสองสามวัน
to go for it: การกระตุ้นให้ลงมือทำ
Go for it เป็นวิธีพูดแบบตรงไปตรงมาและเป็นกันเองเพื่อกระตุ้นให้ใครสักคนลงมือทำ ลองทำ หรือเดินหน้าตามแผนแทนที่จะลังเล ส่วน it หมายถึงแผน เป้าหมาย หรือโอกาสที่พูดถึงกันอยู่แล้ว ใน told me to go for it คำว่า to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง tell someone to + กริยารูปพื้นฐาน ทั้งอนุประโยคหมายความว่าพวกเขาสนับสนุนให้ผู้พูดลงมือทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีให้กำลังใจแบบสนทนาจากบทเรียนนี้: You have prepared well, so ____.
ดูคำตอบ
go for it
burst with joy: ดีใจอย่างล้นพ้น
ในที่นี้ burst with joy หมายถึง “รู้สึกหรือแสดงความสุขอย่างรุนแรงขึ้นมาทันที” คำว่า burst ใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นแตกออกจริง ๆ แต่หมายถึงอารมณ์ที่แรงจนเหมือนเก็บไว้ไม่อยู่ เมื่อเทียบกับ I was very happy สำนวนนี้ให้ภาพชัดกว่าและเน้นอารมณ์ที่พุ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน โครงสร้างคือ burst with + คำนามบอกอารมณ์ เช่น burst with pride หรือ burst with excitement
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Maya ____ when she found her lost cat.
ดูคำตอบ
burst with joy
Alaska Range: ชื่อเฉพาะของเทือกเขา
Alaska Range เป็นชื่อเฉพาะของแนวเทือกเขาแห่งหนึ่งในอะแลสกา ในชื่อนี้ Range หมายถึง “แนวภูเขาที่ต่อเนื่องกัน” ไม่ได้หมายถึง “ขอบเขต” “ระดับ” หรือ “สิ่งที่มีหลายแบบ” ในการเขียนภาษาอังกฤษมาตรฐาน ชื่อเทือกเขามักใช้คำนำหน้านามชี้เฉพาะ the ดังนั้นรูปเต็มที่เป็นธรรมชาติคือ the Alaska Range คำว่า Alaska และ Range ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เพราะรวมกันเป็นชื่อเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ the Alaska Range หมายถึงอะไร
- ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของอะแลสกา
- สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอะแลสกา
- เทือกเขาที่มีชื่อเฉพาะแห่งหนึ่งในอะแลสกา
ดูคำตอบ
เทือกเขาที่มีชื่อเฉพาะแห่งหนึ่งในอะแลสกา
with its snow-capped peaks and shimmering glaciers.
4:01พร้อมด้วยยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและธารน้ำแข็งที่ส่องประกาย
in awe: ความอัศจรรย์ใจอย่างลึกซึ้งและความยำเกรง
in awe หมายถึงการรู้สึกอัศจรรย์ใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งมักปนกับความเคารพ เมื่อพบสิ่งที่ทรงพลัง งดงาม หรือน่าประทับใจเป็นพิเศษ ในประโยคนี้ วลีนี้บรรยายสภาพอารมณ์ของผู้พูดขณะยืนอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกนี้แรงกว่าความประหลาดใจทั่วไป ผู้พูดรู้สึกสะเทือนใจหรือถูกความยิ่งใหญ่ครอบงำ ไม่ใช่เพียงตกใจกับสิ่งที่ไม่คาดคิด
แบบฝึกหัด
ในประโยค I stood there in awe วลี in awe แสดงความรู้สึกใด?
- ความประหลาดใจทั่วไปต่อรายละเอียดที่ไม่คาดคิด
- ความเบื่อหน่ายและใจร้อน
- ความอัศจรรย์ใจอย่างลึกซึ้งที่ปนกับความเคารพ
ดูคำตอบ
ความอัศจรรย์ใจอย่างลึกซึ้งที่ปนกับความเคารพ
no strength left in me: หมดเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง
no strength left in me หมายความว่าพลังทางร่างกายหรือจิตใจที่ผู้พูดมีสำรองไว้นั้นหมดลงโดยสิ้นเชิง left ในที่นี้หมายถึงที่ยังเหลืออยู่ ส่วน in me ทำให้มองว่าพลังเป็นสิ่งที่เก็บอยู่ภายในตัวคน โครงสร้าง have + จำนวนหรือคำนาม + left ใช้บอกว่ายังเหลืออยู่เท่าใด เช่น I had no strength left การเพิ่ม in me ทำให้ความเหนื่อยล้าดูเป็นความรู้สึกส่วนตัวและมีน้ำหนักมากขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ no strength, left และ in me ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After climbing for ten hours, I had ____.
ดูคำตอบ
no strength left in me
but I was filled with this warmth of never-ending freedom. สำนวน
4:10แต่ฉันกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นแห่งอิสรภาพที่ไม่มีวันสิ้นสุด
filled with this warmth of never-ending freedom: ทำให้อิสรภาพรู้สึกได้เป็นความอบอุ่นทางกาย
ในที่นี้ filled with หมายถึงความรู้สึกหนึ่งดูเหมือนจะเติมเต็มตัวผู้พูดทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงผู้พูดถูกเติมเหมือนภาชนะจริง ๆ ถ้อยคำนี้เปลี่ยนแนวคิดนามธรรมเรื่องอิสรภาพที่ไม่มีวันสิ้นสุดให้เป็น warmth ซึ่งเป็นความรู้สึกทางกายที่เชื่อมโยงกับความสบายใจ ความโล่งใจ และความปลอดภัย ภาพนี้ทำให้ผู้ฟังสัมผัสพลังทางอารมณ์ของอิสรภาพได้ แทนที่จะเพียงรับรู้ว่าผู้พูดรู้สึกเป็นอิสระ
แบบฝึกหัด
ส่วนที่เน้นในประโยคนี้สื่อถึงอะไรเป็นหลัก?
- อิสรภาพให้ความรู้สึกสบายใจและดูเหมือนเติมเต็มตัวผู้พูด
- ร่างกายของผู้พูดร้อนขึ้นเพราะห้องมีอากาศอุ่น
- ผู้พูดยังคงเติมสิ่งของลงในภาชนะระหว่างเดินทาง
ดูคำตอบ
อิสรภาพให้ความรู้สึกสบายใจและดูเหมือนเติมเต็มตัวผู้พูด
Running away from them: การหลีกเลี่ยงปัญหา
ในที่นี้ Running away from them หมายถึงการหลีกเลี่ยงปัญหาแทนที่จะจัดการกับมัน run away from อาจหมายถึงการวิ่งหนีจริง ๆ แต่เมื่อใช้กับปัญหา ความรับผิดชอบ หรือความรู้สึก มักหมายถึงการปฏิเสธหรือเลื่อนการเผชิญกับสิ่งที่ยาก อนุประโยค -ing ทั้งหมด Running away from them เป็นประธานของ didn't help ประโยคนี้จึงมองการหลีกเลี่ยงว่าเป็นการกระทำที่ไม่สามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ run away from เพื่อสื่อความหมายว่า “หลีกเลี่ยง”: ____ your responsibilities will not make them disappear.
ดูคำตอบ
Running away from
My problems were still there, patiently waiting for me. สำนวน
4:28ปัญหาของฉันยังคงอยู่ที่เดิม เฝ้ารอฉันอย่างอดทน
patiently waiting for me: การทำให้ปัญหามีลักษณะเหมือนมนุษย์
ในประโยคนี้ “patiently waiting for me” ทำให้ “my problems” มีลักษณะเหมือนมนุษย์ โดยบรรยายปัญหาราวกับเป็นคนที่รออย่างใจเย็นได้ วลี -ing ช่วยเพิ่มภาพที่ชัดเจนให้กับปัญหา ส่วน “still there” บอกว่าปัญหาเหล่านั้นยังคงอยู่ ปัญหาไม่สามารถรอได้จริง ๆ ภาพนี้จึงหมายความว่า การหลีกเลี่ยงไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป “Patiently” ยังเพิ่มอารมณ์ขันแบบนิ่ง ๆ เพราะปัญหาดูไม่รีบร้อน เนื่องจากในที่สุดผู้พูดก็ต้องกลับมาเผชิญมัน
แบบฝึกหัด
“patiently waiting for me” ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?
- ปัญหายังคงอยู่และผู้พูดยังต้องเผชิญกับมัน
- ปัญหาได้หายไปแล้วในช่วงที่ผู้พูดไม่อยู่
- มีใครบางคนกำลังรออย่างใจเย็นเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้พูด
ดูคำตอบ
ปัญหายังคงอยู่และผู้พูดยังต้องเผชิญกับมัน
I will say this: การเกริ่นประเด็นสำคัญ
“I will say this” เป็นวลีเกริ่นที่ทำให้การพูดหยุดเล็กน้อย และส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไปคือประเด็นที่ผู้พูดต้องการเน้น เมื่ออยู่หลัง “But” วลีนี้จะย้ายความสนใจจากข้อสงวนหรือประเด็นด้านลบก่อนหน้า ไปยังข้อสรุปที่ยังสมควรพูดออกมา คำว่า “this” ชี้ไปยังแนวคิดที่กำลังจะตามมา ดังนั้นวลีนี้จึงทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่ใช่เพียงสัญญาว่าจะพูดในอนาคต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “I will say this” เป็นวลีเกริ่นเพื่อนำเสนอประเด็นเชิงบวกที่สำคัญหลังจากกล่าวคำวิจารณ์?
- I will say this password only after the door closes.
- The hotel was noisy, but I will say this: the staff handled our complaint well.
- I will say this line during tomorrow's rehearsal.
ดูคำตอบ
The hotel was noisy, but I will say this: the staff handled our complaint well.
thousands of miles away from home and you'd be a nobody. การใช้คำ
4:36ห่างจากบ้านหลายพันไมล์ และคุณจะเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จัก
you'd wake up: ประสบการณ์สมมติด้วย you ที่ใช้ในความหมายทั่วไป
you'd ในที่นี้เป็นรูปย่อของ you would และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน wake คำว่า would ทำให้การตื่นนอนอยู่ในสถานการณ์สมมติ กล่าวคือ ภายใต้เงื่อนไขนั้น นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่ยกมาเป็นตัวแทน ไม่ใช่การเล่าถึงเช้าจริงครั้งใดครั้งหนึ่ง you ในที่นี้ใช้กล่าวแบบทั่วไป ไม่ได้หมายถึงผู้ฟังคนเดียว แต่ชวนให้ผู้ฟังและใครก็ตามที่อยู่ในสถานการณ์นั้นนึกภาพว่าตนกำลังเจอประสบการณ์นี้
แบบฝึกหัด
you'd wake up ในประโยคต้นฉบับทำหน้าที่อะไร
- ออกคำสั่งให้ผู้ฟังตื่นเดี๋ยวนี้
- พาผู้ฟังที่กล่าวถึงแบบทั่วไปเข้าไปอยู่ในประสบการณ์สมมติ
- รายงานว่าบุคคลหนึ่งที่ระบุชัดตื่นขึ้นจริงในเช้าวันหนึ่งที่ทราบอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
พาผู้ฟังที่กล่าวถึงแบบทั่วไปเข้าไปอยู่ในประสบการณ์สมมติ
a nobody: คนที่ไม่มีใครรู้จักหรือไม่มีสถานะ
ใน a nobody คำว่า nobody เป็นคำนามนับได้ หมายถึงคนที่ไม่มีใครรู้จักหรือถูกมองว่าไม่มีสถานะในสภาพแวดล้อมหนึ่ง คำนำหน้านาม a มีความสำคัญ เพราะวลีนี้ไม่ได้หมายถึงไม่มีใคร ในที่นี้ วลีดังกล่าวสื่อถึงการเป็นอิสระจากตัวตน ชื่อเสียง และความคาดหวังเดิม ๆ ผู้พูดเน้นอิสรภาพจากการไม่มีใครรู้จัก ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นไม่มีคุณค่าในฐานะมนุษย์
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: การเรียกเพื่อนร่วมงานใหม่ว่า a nobody มักเป็นวิธีที่เป็นกลางและสุภาพในการบอกว่าคุณไม่เคยพบเขามาก่อน
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
No expectation, no judgment: การสรุปแบบขนานที่กระชับ
No expectation และ no judgment เป็นนามวลีสองส่วนที่วางขนานกันในรูป no + คำนาม มีการละอนุประโยคเต็ม เช่น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย there is ทำให้ใจความสำคัญทั้งสองส่วนมีน้ำหนักเท่ากัน การละคำเช่นนี้ทำให้ประโยคกลายเป็นบทสรุปสั้น ๆ ของสภาวะหนึ่ง คือไม่มีแรงกดดันจากความคาดหวังของผู้อื่นและไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน การใช้รูปแบบเดิมซ้ำกันช่วยจัดสองแนวคิดให้เป็นข้อสรุปเดียวที่หนักแน่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี no + คำนาม ที่ขนานกันแบบเดียวกันเพื่อสรุปใจความอย่างกระชับ
- Do you feel pressure or blame?
- No pressure, no blame.
- There is no pressure because nobody is blaming you.
ดูคำตอบ
No pressure, no blame.
you act how you really feel with complete agency การใช้คำ
4:45คุณก็ทำในสิ่งที่คุณรู้สึกจริงๆ อย่างมีอิสระเต็มที่
instead of acting how people expect you to: เลือกการกระทำที่ต่างออกไป
Instead of + -ing ใช้แนะนำการกระทำที่ไม่ได้เลือก ในที่นี้ instead of acting... สร้างความแตกต่างกับ you act how you really feel กล่าวคือ เลิกทำตามความคาดหวังของผู้อื่นแล้วหันมาทำตามความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ในประโยคเต็ม how people expect you to be หมายถึง “ในแบบที่คนอื่นคาดหวังให้คุณเป็น” ต้องอ่าน to be ติดกัน เพราะ to ใช้นำหน้ารูป infinitive be และ to เพียงคำเดียวยังไม่เป็นโครงสร้างที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ do: Instead of ____ what her friends expected, Ana made her own choice.
ดูคำตอบ
doing
with complete agency: เลือกและลงมือทำด้วยตนเองอย่างเต็มที่
ในประโยคนี้ agency หมายถึงความสามารถในการเลือกด้วยตนเองและลงมือทำตามสิ่งที่เลือก ไม่ได้หมายถึงบริษัทหรือหน่วยงานที่ให้บริการ วลี with complete agency อธิบายการกระทำตามการตัดสินใจและความต้องการของตนเอง แทนที่จะถูกความคาดหวังของผู้อื่นผลักดัน complete เน้นระดับของอิสระในการเลือก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะควบคุมผลลัพธ์ทุกอย่างได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ with complete agency หมายความว่าอย่างไร?
- โดยไม่ตัดสินใจอะไรด้วยตนเองเลย
- ผ่านองค์กรที่ให้บริการอย่างมืออาชีพ
- ด้วยความสามารถอย่างเต็มที่ในการเลือกและลงมือทำด้วยตนเอง
ดูคำตอบ
ด้วยความสามารถอย่างเต็มที่ในการเลือกและลงมือทำด้วยตนเอง
and without feeling guilty for not trying hard enough. ไวยากรณ์
4:48และไม่ต้องรู้สึกผิดที่ไม่พยายามให้มากพอ
without feeling guilty for not trying hard enough: ไม่รู้สึกผิดที่พยายามไม่มากพอ
โครงสร้าง without + -ing เพิ่มการกระทำหรือสภาวะที่ไม่ได้เกิดควบคู่กับการกระทำหลัก ในที่นี้ without feeling guilty หมายถึงทำสิ่งนั้นโดยไม่มีความรู้สึกผิดร่วมอยู่ด้วย guilty for ใช้บอกสาเหตุของความรู้สึกผิด และ not trying เป็นรูป -ing แบบปฏิเสธ ดังนั้น for not trying hard enough จึงหมายถึงเพราะบุคคลนั้นคิดว่าตนพยายามไม่มากพอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ feel: Nina said no to the extra task without ____ guilty for needing a break.
ดูคำตอบ
feeling
That was what I felt on my first morning in Alaska.
4:52นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึกในเช้าวันแรกที่อลาสก้า
no longer felt as heavy as it was: เปรียบเทียบภาระทางอารมณ์ในตอนนี้กับเมื่อก่อน
no longer บอกว่าสภาวะที่เคยมีอยู่ในอดีตได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ขยาย felt as heavy หมายความว่าความรู้สึกในตอนนี้ไม่หนักถึงระดับเดียวกับเมื่อก่อน as heavy as it was ใช้ความรู้สึกในอดีตเป็นจุดเปรียบเทียบ คำว่า heavy ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเป็นภาระทางอารมณ์ ไม่ใช่น้ำหนักจริง ๆ เมื่อรวมกันแล้ว สำนวนนี้สื่อว่าภาระอาจยังมีอยู่ แต่ตอนนี้รู้สึกเบาลงกว่าเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ heavy และรูปอดีตที่ถูกต้องของ be: After we talked, the problem no longer felt as ____ as it ____.
ดูคำตอบ
heavy · was
less overwhelming, less upsetting, and less scary: รายการขนานสามส่วน
ประโยคนี้จัดการเปลี่ยนแปลงเป็นสามส่วนที่มีรูปแบบตรงกัน ได้แก่ less + คำคุณศัพท์, less + คำคุณศัพท์ และ less + คำคุณศัพท์ การใช้ less ซ้ำทำให้คุณสมบัติแต่ละข้อเป็นการเปรียบเทียบที่แยกชัดและติดตามได้ง่าย ทั้งยังทำให้รายการมีจังหวะสม่ำเสมอ คำคุณศัพท์ทั้งสามบอกผลกระทบคนละด้าน: overwhelming หมายถึงรับมือได้ยาก, upsetting หมายถึงทำให้ไม่สบายใจทางอารมณ์ และ scary หมายถึงน่ากลัว การนำทั้งหมดมาเรียงแบบขนานทำให้แนวคิดกว้าง ๆ ว่าดีขึ้นกลายเป็นข้อสรุปที่เจาะจงและครอบคลุมขึ้น
แบบฝึกหัด
เติม less หน้าคำคุณศัพท์แต่ละคำเพื่อแสดงว่าคุณสมบัติทั้งสามลดลง: The revised process felt ____, ____, and ____. ใช้ confusing, frustrating และ stressful ตามลำดับนี้
ดูคำตอบ
less confusing · less frustrating · less stressful
And for the moment, it was enough to stay alive. ไวยากรณ์
5:07และสำหรับช่วงเวลานั้น แค่การมีชีวิตอยู่ก็เพียงพอแล้ว
enough to stay alive: ผลลัพธ์ขั้นต่ำที่สำคัญอย่างยิ่ง
Enough to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงระดับ ปริมาณ หรือสถานการณ์หนึ่งถึงขั้นต่ำที่จำเป็นต่อผลลัพธ์ซึ่งกริยาด้านหลังระบุไว้ ในที่นี้ผลลัพธ์คือ stay alive วลีนี้กำหนดเกณฑ์ที่ตั้งใจให้ต่ำแต่สำคัญอย่างยิ่ง ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องดีหรือได้รับการแก้ไขแล้ว สำหรับตอนนั้น แค่รอดชีวิตก็เพียงพอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึงเพียงพอที่จะ: The emergency supplies were ____ keep everyone alive until morning.
ดูคำตอบ
enough to
to seek ... and not to yield: ชุดถ้อยคำแบบวรรณกรรมที่คล้ายคำปฏิญาณ
กลุ่ม to + กริยาที่ซ้ำกันเป็นรูป infinitive ที่วางขนานกัน โครงสร้างนี้เปลี่ยนแผนของผู้พูดให้เป็นชุดถ้อยคำที่เคร่งขรึมคล้ายคำปฏิญาณ คือแสวงหาต่อไป พยายามต่อไป เดินทางต่อไป และไม่ยอมจำนน ถ้อยคำนี้ชวนให้นึกถึงบรรทัดปิดของ Ulysses โดย Alfred, Lord Tennyson อย่างชัดเจนว่า “To strive, to seek, to find, and not to yield.” เวอร์ชันนี้เปลี่ยนลำดับและใช้ ride แทน find เพื่อเชื่อมความมุ่งมั่นแบบวรรณกรรมเข้ากับการเดินทาง ในที่นี้ yield หมายถึงยอมจำนนหรือยอมแพ้
แบบฝึกหัด
ชุดคำขนาน to seek, to strive, to ride, and not to yield มีหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้
- สร้างคำปฏิญาณอันเคร่งขรึมว่าจะค้นหา พยายาม เดินหน้าต่อไป และไม่ยอมจำนน
- ให้คำแนะนำการเดินทางแบบเป็นกลางทีละขั้นตอน
- ขอให้ผู้ขี่คนอื่นปฏิบัติตามป้ายจราจรให้ทาง
ดูคำตอบ
สร้างคำปฏิญาณอันเคร่งขรึมว่าจะค้นหา พยายาม เดินหน้าต่อไป และไม่ยอมจำนน
Life moves pretty fast: ข้อคิดเรื่องชีวิตที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในที่นี้ Life moves pretty fast หมายถึงเวลาและสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตผ่านไปหรือเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประโยคนี้เปรียบชีวิตเป็นสิ่งที่เคลื่อนไปข้างหน้า ส่วน pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ไม่ได้หมายถึง “สวย” เมื่อใช้เป็นประโยคปิดท้ายสั้น ๆ ข้อความนี้จะยกระดับประสบการณ์ของคนคนหนึ่งให้เป็นข้อเตือนใจทั่วไปว่าเราควรใส่ใจกับชีวิต เมื่อรวมกับประโยคถัดไป ถ้อยคำนี้ชวนให้นึกถึงบทพูดที่มีชื่อเสียงจาก Ferris Bueller's Day Off และอาจถูกมองว่าเป็นการอ้างอิงถึงภาพยนตร์แม้ผู้พูดจะไม่ได้เอ่ยชื่อเรื่องก็ตาม
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ Life moves pretty fast สื่อความหมายว่าอย่างไร
- เวลาและความเปลี่ยนแปลงในชีวิตผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราจึงควรใส่ใจกับชีวิต
- ชีวิตกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงในทางกายภาพ
- ชีวิตที่สวยงามดีกว่าชีวิตที่เชื่องช้า
ดูคำตอบ
เวลาและความเปลี่ยนแปลงในชีวิตผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราจึงควรใส่ใจกับชีวิต
If you don't ..., you might ... สำหรับการเตือนอย่างนุ่มนวล
นี่คือรูปแบบประโยคเงื่อนไขที่ทำหน้าที่คล้ายคำแนะนำ โดย If + present simple ใช้บอกเงื่อนไข และ might + คำกริยารูปพื้นฐานใช้บอกผลที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจาก might สื่อถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ประโยคนี้จึงเป็นคำเตือนแบบนุ่มนวลว่า หากไม่หยุดเพื่อสังเกตสิ่งรอบตัว ก็อาจพลาดสิ่งสำคัญไปได้ once in a while หมายถึง “เป็นครั้งคราว” ส่วน it ในที่นี้มีความหมายกว้าง โดยหมายถึงชีวิตหรือช่วงเวลาและประสบการณ์ที่มีคุณค่าในชีวิต ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาช่วยจากรูปแบบคำแนะนำเป้าหมายให้สมบูรณ์: If you don't back up your files, you ____ lose important work.
ดูคำตอบ
might