เมื่อไหร่ที่คุณพร้อมจะลงหลักปักฐาน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
785 คำ 176 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เกณฑ์ที่สมจริงหกข้อแทนภาพรักในอุดมคติด้วยการดูแลกันและการเติบโตร่วมกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. settle down — กริยาวลี: เข้าใจว่าในที่นี้หมายถึงการเข้าสู่ความสัมพันธ์ระยะยาวที่มั่นคง ไม่ใช่เพียงการสงบลง และใช้เมื่อพูดถึงความผูกพัน 2. being loved and loving. — ไวยากรณ์และรูปประโยค: แยกอาการนามแบบถูกกระทำกับแบบเป็นผู้กระทำ เพื่อสื่อความต่างระหว่างการได้รับและการมอบความรัก 3. "I accept the dignity of the ironing board." — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าคำปฏิญาณแต่งงานแบบล้อเลียนวางภาษาสง่างามคู่กับของใช้ในบ้านธรรมดา เพื่อทำให้งานบ้านถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควรได้รับความเคารพ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The moment to settle down used to be when you had a bit of spare money and a decent job. โน้ต

0:03

ช่วงเวลาในการลงหลักปักฐานเคยเป็นตอนที่คุณมีเงินเก็บสักหน่อยและมีงานที่ดี

กริยาวลี

settle down: เริ่มต้นชีวิตระยะยาวที่มั่นคง

ในประโยคนี้ settle down หมายถึงการเลิกใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ หรือไม่มีความผูกพัน แล้วเริ่มต้นชีวิตระยะยาวที่มั่นคง โดยเฉพาะกับคู่รักที่จริงจัง ความหมายของกริยาวลีนี้ต้องดูจากบริบท ในที่นี้พูดถึงช่วงหนึ่งของชีวิต ไม่ได้หมายถึงการเงียบลงหรือสงบอารมณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ settle down ในความหมายว่าเริ่มต้นชีวิตระยะยาวที่มั่นคง ซึ่งมักเป็นชีวิตร่วมกับคู่รัก

  1. After years of casual dating, Leo wants to settle down with someone he trusts.
  2. Settle down and listen to me.
  3. The noisy class took ten minutes to settle down.
ดูคำตอบ

After years of casual dating, Leo wants to settle down with someone he trusts.

ไวยากรณ์

used to be: สภาพในอดีตที่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว

Used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่เคยเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือสภาพที่เคยเป็นจริงในอดีตแต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว หรือถูกนำมาเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ใน used to be คำว่า be เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ used to be แสดงแนวคิดเดิมเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงหลักปักฐาน และยังเตรียมผู้ฟังให้พบกับเกณฑ์ในปัจจุบันที่แตกต่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่บอกสภาพในอดีตซึ่งตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้ว: This building ____ a school, but now it is a library.

ดูคำตอบ

used to be

วลี

a bit of spare money: เงินเหลือใช้เล็กน้อย

ในที่นี้ a bit of spare money หมายถึงเงินจำนวนเล็กน้อยที่เหลือหลังจากจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้ว คำว่า spare หมายถึงมีไว้ให้ใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนสำรอง โครงสร้าง a bit of + คำนามนับไม่ได้ ใช้บอกว่ามีปริมาณเล็กน้อย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าการมีความคล่องตัวทางการเงินอยู่บ้างเคยเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการลงหลักปักฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีเป้าหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงเงินที่เหลือหลังจากจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้ว

  1. After paying for food and rent, Mia had a bit of spare dollars.
  2. After paying for food and rent, Mia had a bit of spare money.
  3. After paying for food and rent, Mia had a few spare money.
ดูคำตอบ

After paying for food and rent, Mia had a bit of spare money.

Then, when things became more romantic,

0:08

ต่อมา เมื่อเรื่องราวมีความโรแมนติกมากขึ้น

it became all about being deeply in love with someone. วลี

0:11

มันก็กลายเป็นเรื่องของการตกหลุมรักใครสักคนอย่างลึกซึ้ง

วลี

became all about + คำนามหรือรูป -ing

ในที่นี้ became all about หมายถึงแนวคิดหรือมาตรฐานหลักเปลี่ยนไปจนความรักแบบโรแมนติกถูกมองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คำว่า all เพิ่มน้ำหนักอย่างมาก โดยหมายถึง “มีสิ่งนี้เป็นศูนย์กลางหลัก” ไม่ใช่ “เกี่ยวกับรายละเอียดทุกอย่าง” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ become all about + คำนามหรือรูป -ing โดย become แสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ส่วน all about ระบุจุดสนใจใหม่ที่มีความสำคัญเหนือเรื่องอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าจุดสนใจหลักเปลี่ยนไปตามเวลา

  1. The trip became all about taking photos.
  2. The trip included taking photos.
  3. The trip was planned after the photos.
ดูคำตอบ

The trip became all about taking photos.

วลี

deeply in love with: สภาวะความรักแบบคู่รักที่แรงกล้า

ในประโยคนี้ deeply in love with someone หมายถึงการมีความรักแบบคู่รักที่แรงกล้ามากต่อคนคนนั้น deeply ช่วยเน้นความเข้มข้นของสภาวะ in love ไม่ได้หมายถึงการอยู่ในสถานที่ลึกตามตัวอักษร โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ be + deeply in love with + บุคคล รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล ส่วน with ใช้นำหน้าคนที่เป็นผู้รับความรัก

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ตามหลัง deeply เพื่อแสดงว่า Maya รัก Ben ในเชิงคู่รัก: After many years together, Maya is still deeply ____ Ben.

ดูคำตอบ

in love with

But both these criteria are now heavily outdated.

0:14

แต่เกณฑ์ทั้งสองนี้ล้าสมัยไปมากแล้วในปัจจุบัน

These are the six things you need to do ลำดับความ

0:17

นี่คือหกสิ่งที่คุณต้องทำ

to signal you're ready to settle down วลี

0:20

เพื่อเป็นสัญญาณว่าคุณพร้อมที่จะลงหลักปักฐาน

and have a chance of a successful long-term relationship. วลี

0:22

และมีโอกาสที่จะมีความสัมพันธ์ระยะยาวที่ประสบความสำเร็จ

ลำดับความ

These are the six things you need to do: การเกริ่นรายการล่วงหน้า

อนุประโยค These are the six things you need to do ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางของเนื้อหา โดยประกาศจำนวนประเด็นที่แน่นอนก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายแต่ละข้อ ในที่นี้ things หมายถึงการกระทำหรือเกณฑ์ ไม่ใช่สิ่งของจริง ๆ รูปแบบ These are the + จำนวน + things you need to do แสดงให้เห็นว่าส่วนถัดไปจะจัดอย่างไร การระบุว่า six ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีหกข้อที่แยกจากกันตามมา และช่วยให้ติดตามความคืบหน้าของรายการได้

แบบฝึกหัด

ในการพูด ประโยคเปิด These are the six things you need to do มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ประโยคนี้รายงานว่าสิ่งของหกชิ้นทำเสร็จแล้ว
  2. ประโยคนี้ขอให้ผู้ฟังเลือกงานกี่ข้อก็ได้
  3. ประโยคนี้เกริ่นรายการหกข้อที่จะอธิบายต่อไป
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เกริ่นรายการหกข้อที่จะอธิบายต่อไป

วลี

signal you're ready to settle down: แสดงว่าคุณพร้อมจะลงหลักปักฐาน

ในที่นี้ signal เป็นคำกริยา หมายถึง “แสดงให้เห็น” หรือ “สื่อ” ประธานทำบางอย่างที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจสารนั้น โดยไม่จำเป็นต้องประกาศออกมาตรง ๆ โครงสร้างคือ signal + อนุประโยค: signal (that) you're ready to... ในบริบทความสัมพันธ์ settle down หมายถึงการเริ่มต้นชีวิตที่มั่นคง จริงจัง และผูกพันระยะยาว โดยเฉพาะกับคู่รัก

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “แสดงว่าคุณพร้อมสำหรับชีวิตที่มั่นคงและจริงจัง” ให้สมบูรณ์: Your willingness to plan a shared future can ____.

ดูคำตอบ

signal you're ready to settle down

วลี

have a chance of + คำนามหรือรูป -ing

have a chance of หมายถึง “มีความเป็นไปได้อยู่บ้างว่าผลลัพธ์หนึ่งจะเกิดขึ้น” ในคำบรรยาย of ตามด้วยนามวลี a successful long-term relationship เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท ถ้าตามด้วยการกระทำ คำกริยามักอยู่ในรูป -ing เช่น have a chance of winning ไม่ใช่ have a chance of win

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “มีความเป็นไปได้อยู่บ้างที่จะ” ให้สมบูรณ์: With careful planning, the team may ____ finishing on time.

ดูคำตอบ

have a chance of

The moment to settle down ไวยากรณ์

0:26

ช่วงเวลาที่จะลงหลักปักฐาน

is when you finally realize your partner is deeply imperfect.

0:27

คือเมื่อคุณตระหนักได้ในที่สุดว่าคู่ของคุณไม่สมบูรณ์แบบอย่างมาก

ไวยากรณ์

ใช้ The moment to ... is when ... เพื่อระบุเวลาที่เหมาะสม

โครงสร้าง The moment to + คำกริยารูปพื้นฐาน + is when + อนุประโยค ใช้ระบุเวลาที่เหมาะสมในการทำสิ่งหนึ่ง โดยบอกเงื่อนไขที่ทำให้การกระทำนั้นเหมาะสม ในประโยคนี้ อนุประโยค when ระบุว่าการลงหลักปักฐานเหมาะสมหลังจากคนคนหนึ่งยอมรับได้ว่าคู่ของตนมีข้อบกพร่องอย่างมาก คำว่า moment ในที่นี้หมายถึงจุดหรือช่วงของการตัดสินใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นชั่วขณะสั้น ๆ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการใช้เงื่อนไขที่มีความหมายแทนวันที่หรืออายุแบบตายตัว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง The moment to ... is when ... เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: ____ ask for help ____ the problem keeps you from moving forward.

ดูคำตอบ

The moment to · is when

They have a hundred different flaws.

0:32

พวกเขามีข้อบกพร่องที่แตกต่างกันเป็นร้อยอย่าง

They're maddening in all sorts of ways

0:34

พวกเขาน่าหงุดหงิดในทุกรูปแบบ

and are riddled with psychological neuroses สำนวน

0:36

และเต็มไปด้วยความผิดปกติทางจิตเวช

that make them very hard to deal with. กริยาวลี

0:38

ที่ทำให้รับมือด้วยยากมาก

สำนวน

riddled with สำหรับปัญหาที่กระจายอยู่ทั่ว

โครงสร้าง be riddled with + คำนาม หมายถึงมีสิ่งที่เป็นอันตรายอยู่จำนวนมากหรือได้รับผลกระทบจากสิ่งเหล่านั้นอย่างทั่วถึง ภาพของสำนวนนี้คือวัตถุที่มีรูอยู่ทั่ว จึงสื่อว่าปัญหากระจายอยู่ทั่วไป ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจุดเดียว ในประโยคนี้ riddled with psychological neuroses เป็นการตัดสินที่รุนแรงและเกินจริงว่าคู่รักมีปัญหาทางจิตใจมากมาย คำว่า riddled ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับการตั้งปริศนา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าเอกสารมีข้อบกพร่องจำนวนมากกระจายอยู่ทั่ว?

  1. The rushed report was filled with useful examples.
  2. The rushed report contained one small typo.
  3. The rushed report was riddled with factual errors.
ดูคำตอบ

The rushed report was riddled with factual errors.

กริยาวลี

hard to deal with: รับมือได้ยาก

ใน hard to deal with คำว่า deal with หมายถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับใครบางคนพร้อมกับรับมือความยากลำบากที่คนนั้นก่อขึ้น กรรมของ deal with ที่ละไว้แต่เข้าใจได้คือ them กล่าวคือ พฤติกรรมของพวกเขาทำให้การติดต่อหรือมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขาเป็นเรื่องยาก ในความหมายที่กว้างขึ้น deal with ใช้ได้กับการจัดการคน ปัญหา งาน หรือสถานการณ์ ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับกรรมและบริบท ในที่นี้หมายถึงการรับมือพฤติกรรมที่ยุ่งยาก ไม่ใช่การทำข้อตกลงทางธุรกิจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งมักไม่สนใจข้อความและเปลี่ยนแผนในนาทีสุดท้าย ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมคนนี้เป็นเรื่องยาก

  1. The teammate is hard to deal with.
  2. The teammate is hard to trade with.
  3. The teammate is hard to look after.
ดูคำตอบ

The teammate is hard to deal with.

However, there's an important additional realization.

0:41

อย่างไรก็ตาม มีความตระหนักเพิ่มเติมที่สำคัญ

Everyone is in fact like this.

0:44

อันที่จริงทุกคนก็เป็นแบบนี้

Once you get below the charming outer surface, สำนวน

0:47

เมื่อคุณมองข้ามเปลือกนอกที่มีเสน่ห์ไปแล้ว

no one else would be better.

0:50

ไม่มีใครที่จะดีไปกว่านี้

สำนวน

get below the charming outer surface: มองลึกลงไปใต้ภาพลักษณ์ที่มีเสน่ห์

ในที่นี้ get below the charming outer surface เป็นอุปมาถึงการมองข้ามความประทับใจแรกที่น่าดึงดูดของคนหนึ่ง แล้วเห็นคุณลักษณะที่ไม่ชัดเจนในตอนแรก Outer surface หมายถึงภาพลักษณ์ที่น่าพอใจซึ่งเห็นได้ก่อน ไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์ทางกายเท่านั้น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย once กำหนดเงื่อนไขว่า เมื่อรู้จักคนนั้นลึกซึ้งขึ้นแล้ว การเปรียบเทียบในประโยคหลักจึงใช้ได้ ภาพเปรียบเทียบระหว่างพื้นผิวกับความลึกนี้ใช้บอกได้ว่าความประทับใจแรกซ่อนความจริงที่ซับซ้อนกว่าไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงการมองข้ามความประทับใจแรกที่น่าดึงดูด: Once you ____ the polished surface of the offer, the hidden fees become obvious.

ดูคำตอบ

get below

We're a fundamentally flawed species.

0:51

เราเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีข้อบกพร่องโดยพื้นฐาน

There's no such thing as a right person. วลี

0:54

ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าคนที่ใช่

วลี

ใช้ There's no such thing as ... เพื่อปฏิเสธแนวคิด

There's no such thing as + นามวลี เป็นการยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสิ่งของหรือแนวคิดที่กล่าวถึงนั้นไม่มีอยู่จริง ในประโยคนี้ ผู้พูดปฏิเสธแนวคิดที่ว่ามีคนเพียงคนเดียวที่ใช่อย่างสมบูรณ์แบบ หลัง such thing ต้องตามด้วย as ซึ่งใช้เปิดสิ่งที่ถูกปฏิเสธว่าไม่มีอยู่จริง: There's no such thing as X ใช้รูปแบบนี้เพื่อโต้แย้งความเชื่อทั่วไป ไม่ใช่แค่บอกว่าตอนนี้ไม่มีตัวอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่มีตัวเลือกที่ปราศจากความเสี่ยงโดยสิ้นเชิง: ____ a completely risk-free choice.

ดูคำตอบ

There's no such thing as

Everyone is wrong

0:56

ทุกคนล้วนไม่สมบูรณ์แบบ

in fascinating and enragingly diverse ways.

0:57

ในรูปแบบที่หลากหลายจนน่าทึ่งและน่าโมโห

We think love is about being understood

1:02

เราคิดว่าความรักคือการถูกเข้าใจ

for all the secret vulnerable parts of us

1:05

สำหรับส่วนที่เปราะบางและเป็นความลับทั้งหมดของเรา

that others don't grasp.

1:07

ที่คนอื่นไม่เข้าใจ

But however much the other seems to understand us, ไวยากรณ์

1:09

แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะดูเหมือนเข้าใจเรามากแค่ไหน

there will always be huge tracts of our psyches สำนวน

1:12

ก็จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ในจิตใจของเราเสมอ

that remain utterly incomprehensible to others.

1:14

ที่ยังคงไม่อาจเข้าใจได้อย่างสิ้นเชิงสำหรับผู้อื่น

ไวยากรณ์

however much สำหรับการยอมรับเงื่อนไขด้านระดับ

However much + อนุประโยค มีความหมายเท่ากับ no matter how much หรือ «ไม่ว่า…มากเพียงใด» และใช้เปิดข้อความยอมรับเงื่อนไขด้านระดับ ในประโยคนี้ แม้อีกฝ่ายจะดูเหมือนเข้าใจเรามากเพียงใด ข้อความหลักก็ยังคงเป็นจริง คือโลกภายในของเราส่วนใหญ่ยังคงเป็นสิ่งที่คนอื่นไม่เข้าใจ However และ much ทำงานร่วมกันเพื่อเปิดอนุประโยครอง ในที่นี้ however ไม่ได้เพียงเชื่อมข้อความสองข้อความที่ขัดแย้งกัน รูปแบบคือ However much + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก อนุประโยครองเปิดให้ระดับเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนประโยคหลักบอกผลที่ยังเป็นจริงในทุกระดับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ however much ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าผลในประโยคหลักยังคงเป็นจริงในทุกระดับ

  1. Maya practices a lot; however, she still gets nervous before auditions.
  2. No matter how much Maya practices, she still gets nervous before auditions.
  3. However much Maya practices, she still gets nervous before auditions.
ดูคำตอบ

However much Maya practices, she still gets nervous before auditions.

สำนวน

huge tracts of our psyches ในฐานะอุปลักษณ์เชิงพื้นที่

ในประโยคนี้ huge tracts หมายถึงบริเวณหรือพื้นที่ที่กว้างใหญ่มาก ผู้เขียนมองโลกภายในจิตใจราวกับเป็นภูมิประเทศ ดังนั้นวลีนี้จึงชี้ถึงพื้นที่กว้างในชีวิตทางจิตใจ ไม่ใช่ผืนดินจริง Psyches เป็นรูปพหูพจน์ หมายถึงแต่ละคนมีจิตใจหรือโลกทางจิตวิทยาของตนเอง ภาพเปรียบนี้สื่อว่าส่วนใหญ่ ๆ ของโลกภายในเหล่านั้นอาจยังคงเป็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่สามารถเข้าใจได้

แบบฝึกหัด

huge tracts of our psyches หมายถึงอะไรในประโยคนี้

  1. พื้นที่ดินจริงที่ผู้คนเป็นเจ้าของ
  2. แผ่นพับที่เขียนเกี่ยวกับจิตวิทยา
  3. พื้นที่กว้างในโลกภายในจิตใจของผู้คน
ดูคำตอบ

พื้นที่กว้างในโลกภายในจิตใจของผู้คน

No one properly understands

1:17

ไม่มีใครเข้าใจได้อย่างถ่องแท้

and can therefore fully sympathize with anyone else.

1:19

และดังนั้นจึงไม่สามารถเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้อย่างเต็มที่

For a long time,

1:25

เป็นเวลานาน,

it's easy to pretend one's normal, ไวยากรณ์

1:26

มันง่ายที่จะแสร้งทำเป็นว่าตัวเองเป็นคนปกติ

even quite easygoing.

1:28

แม้กระทั่งเป็นคนง่ายๆ สบายๆ

ไวยากรณ์

one's ใน pretend one's normal: one is

ในที่นี้ one's เป็นรูปย่อของ one is คำว่า normal เป็นคำคุณศัพท์ที่บรรยาย one ดังนั้น pretend one's normal จึงหมายถึง “แสร้งทำเป็นว่าตนเป็นคนปกติ” สรรพนาม one หมายถึงคนทั่วไป ไม่ใช่บุคคลใดโดยเฉพาะ การใช้นี้ช่วยให้ผู้พูดกล่าวข้อความกว้าง ๆ ที่ใช้ได้กับทุกคน รวมถึงตัวผู้พูดเอง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ one is เติมประโยคให้สมบูรณ์: In a new group, it can be tempting to pretend ____ completely confident.

ดูคำตอบ

one's

But it's time to settle down

1:30

แต่มันถึงเวลาที่จะลงหลักปักฐาน

when you're mature enough ไวยากรณ์

1:32

เมื่อคุณมีความเป็นผู้ใหญ่พอ

to have an active sense of what a liability you are. การใช้คำ

1:33

ที่จะรับรู้ถึงความน่าปวดหัวของตัวเองอย่างชัดเจน

ไวยากรณ์

mature enough to: ถึงระดับที่จำเป็น

mature enough to ใช้โครงสร้าง adjective + enough + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบุคคลหรือสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติถึงระดับที่จำเป็นสำหรับการทำสิ่งที่ตามมาแล้ว ในประโยคนี้ ความเป็นผู้ใหญ่คือเกณฑ์ เมื่อถึงเกณฑ์นั้น บุคคลจึงสามารถตระหนักได้ว่าตนเองอาจนำปัญหาหรือความเสี่ยงมาสู่ความสัมพันธ์มากเพียงใด enough วางหลังคำคุณศัพท์ จึงใช้ mature enough to ไม่ใช่ enough mature to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง mature, enough และ to ให้ถูกต้อง: Nina can now make responsible choices on her own, so she is ____ manage the trip.

ดูคำตอบ

mature enough to

การใช้คำ

a liability: คนที่สร้างความเสี่ยงหรือภาระ

ในที่นี้ a liability หมายถึงบุคคลที่การมีอยู่หรือพฤติกรรมของเขามีแนวโน้มจะสร้างปัญหา ความเสี่ยง หรือภาระเพิ่มเติมให้ผู้อื่น เป็นการขยายแนวคิดทางการเงินหรือกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เสียเปรียบ มาเป็นการประเมินบุคคลในชีวิตประจำวัน การเรียกใครว่า a liability หมายความว่าคนนั้นอาจทำให้สถานการณ์หรือความสัมพันธ์ยากขึ้นหรือปลอดภัยน้อยลง ไม่ได้หมายความเพียงว่าเขามี weakness

แบบฝึกหัด

ในประโยค “An unreliable guide would be a liability on this difficult climb,” a liability หมายถึงอะไร

  1. บุคคลที่มีจุดอ่อนเล็กน้อยแต่ไม่ก่อปัญหาในวงกว้าง
  2. บุคคลที่มีสิทธิได้รับเงินที่ผู้อื่นติดค้างตามกฎหมาย
  3. บุคคลที่สร้างความเสี่ยงหรือปัญหาเพิ่มเติม
ดูคำตอบ

บุคคลที่สร้างความเสี่ยงหรือปัญหาเพิ่มเติม

You're out of control for regular periods. วลี

1:36

คุณควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่เป็นประจำ

วลี

out of control: ไม่สามารถควบคุมตนเองหรือสถานการณ์ได้

Out of control หมายถึงบุคคล อารมณ์ สถานการณ์ หรือระบบที่ไม่สามารถจัดการหรือควบคุมได้ในขณะนั้น ในประโยคนี้หมายความว่าบางครั้งบุคคลนั้นไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมหรืออารมณ์ของตนเองได้ สำนวนนี้ไม่จำเป็นต้องมีบุคคลภายนอกทำหน้าที่ควบคุม อาจหมายถึงการสูญเสียการควบคุมตนเอง หรือสถานการณ์ที่จัดการไม่ได้แล้วก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงไม่สามารถควบคุมได้ให้สมบูรณ์: During the argument, his anger was ____, and he started shouting.

ดูคำตอบ

out of control

You lose perspective. วลี

1:38

คุณสูญเสียมุมมองที่ถูกต้อง

วลี

lose perspective: ไม่สามารถมองสถานการณ์อย่างชัดเจนและสมดุล

Lose perspective หมายถึงการหยุดมองสถานการณ์อย่างสมดุลและเป็นกลาง ความรู้สึกรุนแรงหรือการสนใจรายละเอียดเพียงอย่างเดียวมากเกินไปอาจทำให้คนตัดสินผิดว่าอะไรสำคัญ หรือเรื่องนั้นร้ายแรงเพียงใด perspective ในที่นี้หมายถึงความเข้าใจเรื่องน้ำหนักความสำคัญและภาพรวม ไม่ใช่ทัศนมิติในงานศิลปะ และไม่ใช่เพียงความคิดเห็นหนึ่งอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงหยุดตัดสินสถานการณ์อย่างสมดุลให้สมบูรณ์: After staring at one small mistake all day, I began to ____ and thought the whole project had failed.

ดูคำตอบ

lose perspective

You're anxious all the time.

1:39

คุณวิตกกังวลตลอดเวลา

You're mature when you can be deeply embarrassed

1:41

คุณเป็นผู้ใหญ่เมื่อคุณสามารถรู้สึกอับอายอย่างสุดซึ้ง

about who you are

1:44

เกี่ยวกับสิ่งที่คุณเป็น

and are prepared to apologize for the fact วลี

1:45

และพร้อมที่จะขอโทษสำหรับความจริงนั้น

on a regular basis. วลี

1:47

อย่างสม่ำเสมอ

วลี

are prepared to + คำกริยา: ความเต็มใจและความพร้อมทางใจ

ในที่นี้ are prepared to apologize หมายถึง “เต็มใจและพร้อมทางใจที่จะขอโทษ” แม้ว่าการทำเช่นนั้นอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจก็ตาม Prepared บอกถึงท่าทีของคนที่ยอมรับว่าจะทำสิ่งนั้น ไม่ได้หมายความว่าได้วางแผนหรือเขียนคำขอโทษไว้แล้ว โครงสร้างคือ be prepared to + คำกริยารูปพื้นฐาน รูปของ be จะเปลี่ยนตามประธานและกาล ส่วน prepared และ to + คำกริยายังคงอยู่ในโครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อแสดงความเต็มใจที่จะทำสิ่งที่ยาก: If the plan fails, I ____ admit my mistake.

ดูคำตอบ

am prepared to

วลี

on a regular basis: การกระทำที่เกิดซ้ำในภาษาค่อนข้างเป็นทางการ

ในประโยคนี้ on a regular basis หมายถึง “เกิดซ้ำเรื่อย ๆ ตลอดช่วงเวลา” หรือ “เป็นประจำ” ทำให้ apologize เป็นการกระทำที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดเพียงครั้งเดียว regular ในที่นี้บอกถึงรูปแบบที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึง “ธรรมดา” หรือ “ขนาดมาตรฐาน” และตัววลีเองก็ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้นตามตารางเวลาที่ตายตัวอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “เกิดซ้ำเรื่อย ๆ ตลอดช่วงเวลา”: The safety team checks the equipment ____.

ดูคำตอบ

on a regular basis

Confusingly,

1:50

เป็นเรื่องน่าสับสน

we speak of love as one thing ลำดับความ

1:51

เราพูดถึงความรักราวกับเป็นสิ่งเดียว

when it's in fact two:

1:52

ทั้งที่ในความเป็นจริงมันคือสองสิ่ง:

being loved and loving. ไวยากรณ์

1:54

การถูกรักและการรัก

ลำดับความ

พูดถึงความรักว่าเป็นสิ่งเดียว ทั้งที่จริงแล้วมีสองอย่าง

ประโยคนี้ใช้กรอบ speak of X as Y when it is in fact Z ส่วนแรกนำเสนอวิธีทั่วไปที่ผู้คนจัดแนวคิดหนึ่งไว้เป็นสิ่งเดียว แล้วอนุประโยคที่มี when ก็แก้ภาพนั้นด้วยการวิเคราะห์ที่แม่นยำกว่า when ในที่นี้แสดงความขัดแย้งในความหมายใกล้เคียงกับ “ทั้งที่จริงแล้ว” หรือ “แม้ว่าในความเป็นจริง” ไม่ได้กล่าวถึงเวลา จากนั้นเครื่องหมายโคลอนจะนำเข้าสองส่วนที่ทำให้คำแก้ไขนี้เป็นรูปธรรม

แบบฝึกหัด

ใน “we speak of love as one thing when it's in fact two” when สร้างความสัมพันธ์แบบใด

  1. เหตุผลที่ผู้คนอธิบายความรักว่าเป็นสิ่งเดียว
  2. เงื่อนไขที่ทำให้ความรักกลายเป็นสองสิ่ง
  3. เวลาที่ผู้คนเริ่มพูดถึงความรัก
  4. ความขัดแย้งระหว่างคำอธิบายทั่วไปแบบส่วนเดียวกับการวิเคราะห์ที่แม่นยำกว่าแบบสองส่วน
ดูคำตอบ

ความขัดแย้งระหว่างคำอธิบายทั่วไปแบบส่วนเดียวกับการวิเคราะห์ที่แม่นยำกว่าแบบสองส่วน

ไวยากรณ์

being loved and loving: ทิศทางแบบกรรมวาจกและกรรตุวาจก

ข้อความหลังเครื่องหมายโคลอนให้สำนวนที่ทำหน้าที่คล้ายคำนามสองสำนวนเพื่ออธิบายความรัก “สอง” ด้าน Being loved เป็นวลี gerund แบบกรรมวาจก คือ บุคคลนั้นได้รับความรัก ส่วน loving เป็น gerund แบบกรรตุวาจก คือ บุคคลนั้นมอบความรักให้คนอื่น รูป -ing ที่ขนานกันทั้งสองรูปเชื่อมด้วย and แต่ทิศทางของการกระทำต่างกัน ในโครงสร้างนี้ loving ใช้เรียกกิจกรรม ไม่ได้เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “เปี่ยมด้วยความรัก”

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบต่างด้วยรูป -ing เป้าหมายสองรูป โดยช่องแรกหมายถึง “การได้รับความรัก” และช่องที่สองหมายถึง “การมอบความรัก”: The essay contrasts ____ with ____.

ดูคำตอบ

being loved · loving

We should settle down

1:57

เราควรลงหลักปักฐาน

when we're finally ready to stop always wanting to be loved ไวยากรณ์

1:58

เมื่อในที่สุดเราพร้อมที่จะหยุดความต้องการที่จะถูกรักตลอดเวลา

and pick up the ropes สำนวน

2:01

และเรียนรู้วิธีการ

of that far less familiar activity,

2:03

ของกิจกรรมที่คุ้นเคยน้อยกว่ามากนั้น

actually loving someone.

2:05

คือการรักใครสักคนจริงๆ

ไวยากรณ์

stop always wanting to be loved: เลิกเฝ้าอยากเป็นฝ่ายถูกรักอยู่เสมอ

ในที่นี้ stop ตามด้วยอนุประโยค -ing คือ always wanting to be loved โครงสร้าง stop doing something หมายถึงการยุติการกระทำ นิสัย หรือสภาวะหนึ่ง ส่วน always แสดงว่าความต้องการนี้เกิดซ้ำหรือดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง To be loved เป็นรูป infinitive แบบถูกกระทำ หมายถึงบุคคลนั้นต้องการได้รับความรักจากผู้อื่น เมื่อรวมกัน stop always wanting to be loved จึงหมายถึงการเลิกจดจ่ออยู่ตลอดกับการเป็นฝ่ายได้รับความรัก และทำให้ประโยคเปลี่ยนไปสู่การเป็นฝ่ายรักคนอื่นอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ want หลัง stop และสร้าง infinitive แบบถูกกระทำด้วย love: Maya needs to stop ____.

ดูคำตอบ

wanting to be loved

สำนวน

pick up the ropes ในฐานะอุปมาเชิงสร้างสรรค์

ภาพเชิงสำนวนที่มักเชื่อมโยงกับ the ropes คือความรู้เชิงปฏิบัติ กล่าวคือใครคนหนึ่งเรียนรู้ว่ากิจกรรมหนึ่งดำเนินไปอย่างไร อย่างไรก็ตาม pick up the ropes ในที่นี้ไม่ใช่สำนวนตายตัวมาตรฐาน ผู้เขียนปรับภาพของเชือกใหม่เพื่อสื่อถึงการรับงานไว้ในมือและเริ่มลงมือทำ ในประโยคนี้ งานดังกล่าวคือการรักใครสักคนอย่างแท้จริง วลีนี้นำเสนอการเป็นฝ่ายรักว่าเป็นงานที่ไม่คุ้นเคยและต้องเริ่มทำพร้อมทั้งเรียนรู้ ไม่ใช่สิ่งที่คนเราเพียงรอรับจากผู้อื่น

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ pick up the ropes ในประโยคต้นฉบับมากที่สุด

  1. เป็นอุปมาที่จำกัดอยู่ในบริบทนี้ เพื่อสื่อถึงการรับและเรียนรู้งานที่ไม่คุ้นเคยอย่างการรักใครสักคน
  2. เป็นสำนวนมาตรฐานที่หมายถึงการรู้อยู่แล้วว่ากิจกรรมหนึ่งดำเนินไปอย่างไร
  3. เป็นคำสั่งตามตัวอักษรให้เก็บเชือกขึ้นจากพื้น
ดูคำตอบ

เป็นอุปมาที่จำกัดอยู่ในบริบทนี้ เพื่อสื่อถึงการรับและเรียนรู้งานที่ไม่คุ้นเคยอย่างการรักใครสักคน

The unhelpful feeling

2:07

ความรู้สึกที่ไม่ได้ช่วยอะไร

that love is all about being loved

2:08

ว่าความรักคือการถูกรักเท่านั้น

starts in childhood.

2:10

เริ่มต้นในวัยเด็ก

To the child,

2:12

สำหรับเด็ก

it feels as if the parent is simply spontaneously on hand โน้ต

2:13

รู้สึกราวกับว่าพ่อแม่มักจะอยู่ตรงหน้าโดยธรรมชาติ

to comfort, entertain, feed, clear up, กริยาวลี

2:16

เพื่อปลอบโยน ให้ความบันเทิง ป้อนอาหาร เก็บกวาด

and remain almost always warm and cheerful.

2:20

และยังคงอบอุ่นและร่าเริงอยู่เกือบตลอดเวลา

ไวยากรณ์

it feels as if: การนำเสนอความรู้สึกส่วนตัว

ในโครงสร้าง it feels as if + อนุประโยค คำว่า it แทนสถานการณ์โดยรวม feels บอกว่าเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล และ as if นำเข้าสู่ภาพที่ประสบการณ์นั้นทำให้นึกถึง ในประโยคนี้ เด็กรู้สึกว่าพ่อแม่อยู่ใกล้และพร้อมช่วยอย่างเป็นธรรมชาติและต่อเนื่อง โครงสร้างนี้ไม่ได้ยืนยันว่าอนุประโยคหลัง as if เป็นความจริงเชิงวัตถุทั้งหมด ใช้เพื่ออธิบายว่าสถานการณ์หนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไรจากมุมมองของใครบางคน โดยเปิดไว้ว่าเรื่องจริงอาจแตกต่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบสี่คำจากบทเรียนที่แสดงความรู้สึกส่วนตัว: When I put on the virtual-reality headset, ____ I am standing on the moon.

ดูคำตอบ

it feels as if

วลี

on hand: อยู่พร้อมและเตรียมช่วยเหลือ

On hand หมายถึงอยู่ในที่นั้นและพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที หรือมีสิ่งของพร้อมสำหรับใช้ทันที ใน on hand to comfort... ผู้ปกครองถูกนำเสนอว่าอยู่ใกล้และพร้อมลงมือเมื่อเด็กต้องการอะไร วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งหนึ่งอยู่บนมือจริง ๆ โครงสร้าง be on hand to + คำกริยา เน้นความพร้อมที่จะทำการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “อยู่ในที่นั้นและพร้อมช่วยเหลือ”: A nurse will be ____ throughout the school trip.

ดูคำตอบ

on hand

กริยาวลี

clear up: เก็บความรกให้เรียบร้อย

ในที่นี้ clear up หมายถึงเก็บสิ่งของหรือความรกที่เด็กทิ้งไว้ให้เรียบร้อย เป็นงานดูแลอีกอย่างหนึ่งในรายการเดียวกับการป้อนอาหารและการปลอบใจ หลัง clear up ไม่ได้กล่าวกรรมไว้ตรง ๆ แต่บริบททำให้เข้าใจได้ว่าเป็น clear up the mess ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าเรายังเข้าใจ phrasal verb ได้แม้ละกรรมไว้ หากบริบทบอกชัด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ clear up หมายถึงอะไร

  1. รอให้อากาศดีขึ้น
  2. เก็บความรกและจัดบริเวณให้เรียบร้อย
  3. อธิบายบางอย่างให้ชัดเจนขึ้น
ดูคำตอบ

เก็บความรกและจัดบริเวณให้เรียบร้อย

Parents don't reveal to their kids

2:23

พ่อแม่ไม่เปิดเผยให้ลูกๆ รู้

how often they've bitten their tongue, สำนวน

2:25

ว่าพวกเขาต้องกัดลิ้นตัวเองบ่อยแค่ไหน

สำนวน

bitten their tongue: กลั้นคำพูดไว้

ใน they've bitten their tongue คำที่เน้นไว้ทำให้รูป present perfect ของสำนวน bite one's tongue สมบูรณ์ สำนวนนี้หมายถึงพ่อแม่ตั้งใจยั้งสิ่งที่อยากพูด ซึ่งมักเป็นคำวิจารณ์หรือคำพูดด้วยความโกรธ ไม่ได้หมายถึงกัดลิ้นจริง ๆ have ทำหน้าที่บอกกาล จึงเปลี่ยน bite เป็น past participle bitten ส่วนคำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน โดย their ในที่นี้อ้างกลับไปที่ parents

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect ของ bite one's tongue เติมประโยคให้สมบูรณ์: I have ____ many times to avoid starting an argument.

ดูคำตอบ

bitten my tongue

fought back the tears, กริยาวลี

2:27

กลั้นน้ำตาไว้

กริยาวลี

fight back the tears: พยายามกลั้นน้ำตา

ในที่นี้ fought back the tears หมายถึงพยายามอย่างมากที่จะไม่ร้องไห้ น้ำตากำลังจะไหลออกมา แต่พ่อแม่ควบคุมปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่มองเห็นได้ไว้ fight back ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือขัดขืนหรือกดสิ่งที่กำลังปะทุขึ้น ไม่ใช่โต้กลับทางร่างกาย รูปแบบ fight back + น้ำตา แรงกระตุ้น หรือปฏิกิริยา ใช้บรรยายการไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นแสดงออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคนคนหนึ่งพยายามไม่ร้องไห้

  1. During the farewell, Lena fought back the tears.
  2. During the farewell, Lena wiped away the tears.
  3. During the farewell, Lena burst into tears.
ดูคำตอบ

During the farewell, Lena fought back the tears.

and been too tired to take off their clothes ไวยากรณ์

2:28

และเหนื่อยเกินกว่าจะถอดเสื้อผ้าออก

after a day of child care.

2:30

หลังจากดูแลเด็กมาทั้งวัน

ไวยากรณ์

too tired to: เมื่อความเหนื่อยทำให้ทำสิ่งหนึ่งไม่ได้

ใน too tired to take off their clothes โครงสร้างคือ too + คำคุณศัพท์ + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าความเหนื่อยอยู่ในระดับที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้ too ในที่นี้หมายถึง “มากเกินไป” ไม่ใช่แค่ “มาก” ส่วน they've ที่อยู่ก่อนหน้าใช้ร่วมกันในส่วนที่เชื่อมต่อกัน ดังนั้นส่วนนี้จึงเข้าใจเต็ม ๆ ว่า they've been too tired to take off their clothes

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายโดยใช้ tired: After the long hike, Maya was ____ carry her backpack upstairs.

ดูคำตอบ

too tired to

The relationship is almost entirely non-reciprocal. การใช้คำ

2:32

ความสัมพันธ์แทบจะไม่ต่างตอบแทนเลย

การใช้คำ

almost entirely non-reciprocal: แทบจะไม่เป็นแบบต่างตอบแทนเลย

non-reciprocal ใช้อธิบายความสัมพันธ์หรือการแลกเปลี่ยนที่สิ่งซึ่งฝ่ายหนึ่งมอบให้ไม่ได้รับการตอบกลับจากอีกฝ่ายในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน ในประโยคนี้ คำนี้ชี้ให้เห็นความไม่สมดุลอย่างมากระหว่างบทบาทของผู้ดูแลกับผู้รับการดูแล ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงฝ่ายเดียวที่มีความรัก almost entirely หมายถึง “ในระดับที่มากมาก แต่ไม่ทั้งหมด” ทำให้ข้อความหนักแน่นแต่ยังเปิดไว้สำหรับข้อยกเว้นเล็กน้อย ดังนั้นประโยคนี้จึงไม่ได้บอกว่าความสัมพันธ์เป็นฝ่ายเดียวอย่างสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการแลกเปลี่ยนแทบทุกกรณีไม่มีการตอบแทนซึ่งกันและกัน แต่ยังอาจมีข้อยกเว้นเล็กน้อยได้

  1. The exchange is entirely non-reciprocal.
  2. The exchange is almost entirely non-reciprocal.
  3. The exchange is almost entirely reciprocal.
ดูคำตอบ

The exchange is almost entirely non-reciprocal.

Parent and child may both love,

2:36

พ่อแม่และลูกอาจรักกันทั้งคู่

but each party is on a very different end of the axis, สำนวน

2:38

แต่ละฝ่ายอยู่คนละฟากฝั่งของแกนอย่างสิ้นเชิง

unbeknownst to the child. การใช้คำ

2:41

โดยที่เด็กไม่รู้ตัว

สำนวน

on a very different end of the axis: อยู่คนละปลายของแกนที่แตกต่างกันมาก

axis ในที่นี้คือมาตรวัดที่สมมติขึ้นเพื่อเปรียบเทียบตำแหน่งภายในความสัมพันธ์เดียวกัน การอยู่ on a very different end of the axis หมายถึงคนสองคนอยู่ในตำแหน่งหรือมีบทบาทที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนบนมาตรวัดนั้น ไม่ได้หมายถึงแกนจริงทางกายภาพ ถ้อยคำนี้ไม่ได้ปฏิเสธว่าทั้งสองฝ่ายมีความรัก แต่เน้นความไม่สมมาตรในวิธีที่แต่ละฝ่ายสัมผัสและแบกรับความสัมพันธ์ นอกจากนี้ different ยังไม่เด็ดขาดเท่า opposite กล่าวคือตำแหน่งห่างกันมาก แต่ประโยคไม่ได้กำหนดว่าเป็นด้านตรงข้ามกันอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

on a very different end of the axis ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ทั้งสองไม่มีความรักให้กันเลย
  2. ทั้งสองยืนอยู่คนละปลายของวัตถุจริง
  3. ทั้งสองมีบทบาทหรืออยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนภายในความสัมพันธ์เดียวกัน
ดูคำตอบ

ทั้งสองมีบทบาทหรืออยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนภายในความสัมพันธ์เดียวกัน

การใช้คำ

Unbeknownst to the child: แสดงช่องว่างด้านข้อมูล

Unbeknownst to the child หมายถึง “โดยที่เด็กไม่รู้” คำบุพบท to ใช้นำหน้าบุคคลที่ไม่รู้ข้อมูลนั้น เมื่อทำหน้าที่เป็นคำอธิบายทั้งประโยค วลีนี้ช่วยให้ผู้เล่าเปิดเผยข้อเท็จจริงพร้อมกับบอกว่าเด็กไม่รู้เรื่องนั้น วลีนี้แสดงช่องว่างด้านข้อมูลเท่านั้น และไม่ได้หมายความเองว่ามีใครจงใจเก็บเป็นความลับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเล่าเรื่องแบบเป็นทางการที่หมายถึง “โดยที่ Leo ไม่รู้”: ____, the bus route had changed overnight.

ดูคำตอบ

Unbeknownst to Leo

That's why in adulthood,

2:43

นั่นเป็นเหตุผลว่าในวัยผู้ใหญ่

when we first say we long for love, วลี

2:45

เมื่อเราพูดเป็นครั้งแรกว่าเราปรารถนาความรัก

what we predominantly mean ไวยากรณ์

2:47

สิ่งที่เราหมายถึงเป็นหลัก

is that we want to be loved

2:48

คือเราต้องการถูกรัก

as we were once loved by a parent.

2:49

อย่างที่เราเคยถูกรักโดยพ่อแม่

วลี

Long for love: แสดงความปรารถนาที่ลึกซึ้งและยาวนาน

ใน long for love คำว่า long เป็นคำกริยาที่หมายถึง “รู้สึกปรารถนาอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง” ส่วน for ใช้นำหน้าสิ่งที่ปรารถนา ในที่นี้ love คือสิ่งที่บุคคลโหยหาอยากได้รับทางอารมณ์ Long for มีความหมายแรงและเต็มไปด้วยอารมณ์มากกว่า want มักสื่อว่าสิ่งที่ปรารถนานั้นขาดหาย อยู่ไกล หรือได้มายาก

แบบฝึกหัด

ใช้ long for love ในรูปอดีตที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: After years of feeling emotionally alone, she ____.

ดูคำตอบ

longed for love

ไวยากรณ์

ชี้แจงความหมายด้วย “what we predominantly mean is that”

อนุประโยค what we predominantly mean ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งที่” ไม่ใช่คำแสดงคำถาม ดังนั้นทั้งอนุประโยคจึงหมายถึง “สิ่งที่เราหมายถึงเป็นหลัก” is เป็นกริยาเชื่อมที่เชื่อมประธานนี้กับอนุประโยค that ซึ่งระบุความหมายที่ตั้งใจไว้ โครงสร้าง what we mean is that ... ใช้อธิบายความหมายที่แท้จริงหรือความหมายหลักเบื้องหลังคำ ความปรารถนา หรือข้อความที่กล่าวไปก่อนหน้า predominantly เพิ่มความหมายว่า “เป็นหลัก” จึงยังเปิดโอกาสให้มีความหมายอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างชี้แจงที่เน้นไว้: When we say we need more time, ____ we need a later deadline.

ดูคำตอบ

what we predominantly mean is that

We want a recreation in adulthood การใช้คำ

2:52

เราต้องการให้เกิดความรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งในวัยผู้ใหญ่

of what it felt like to be ministered to and indulged. โน้ต

2:54

ถึงความรู้สึกที่ได้รับการปรนนิบัติและตามใจ

การใช้คำ

“a recreation” ในความหมายว่า “สิ่งที่สร้างขึ้นอีกครั้ง”

ในที่นี้ a recreation หมายถึง “สิ่งที่สร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง” หรือประสบการณ์ในอดีตที่ถูกทำให้เกิดขึ้นในรูปแบบใหม่ อนุประโยค of ระบุว่าสิ่งใดถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง นั่นคือความรู้สึกของการได้รับการดูแลและตามใจ ไม่ได้หมายถึงการพักผ่อนหรือกิจกรรมสนุก ๆ ในโครงสร้าง a recreation of something บริบทสามารถบอกความหมายว่า “สร้างขึ้นอีกครั้ง” ได้ แม้จะเขียนคำนี้โดยไม่มีเครื่องหมายยัติภังค์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The room was designed as a recreation of the artist's childhood studio.” a recreation หมายถึงอะไร

  1. สิ่งที่สร้างขึ้นอีกครั้งเพื่อจำลองสถานที่หรือประสบการณ์ในอดีต
  2. กิจกรรมยามว่างที่ทำเพื่อความเพลิดเพลิน
  3. การพักจากงานช่วงสั้น ๆ
ดูคำตอบ

สิ่งที่สร้างขึ้นอีกครั้งเพื่อจำลองสถานที่หรือประสบการณ์ในอดีต

ไวยากรณ์

what it felt like to be: การย้อนนึกถึงประสบการณ์ส่วนตัว

อนุประโยค “what it felt like to be ...” ใช้กล่าวถึงประสบการณ์ส่วนตัวของการเคยอยู่ในสภาวะหรือบทบาทหนึ่งในอดีต ในที่นี้ “what” นำหน้านามานุประโยค ไม่ได้ใช้ตั้งคำถามโดยตรง ใช้โครงสร้าง “what it felt like to be + ส่วนเติมเต็ม” เมื่อเน้นความรู้สึกภายในของบุคคล ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ ส่วนเติมเต็มคือคำบรรยายแบบถูกกระทำ “ministered to” และ “indulged”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “what it felt like to be” เพื่อกล่าวถึงประสบการณ์ส่วนตัวในอดีตแทนที่จะตั้งคำถาม

  1. Years later, he described what it felt like to be the new student.
  2. He listed what happened after the new student arrived.
  3. What did it feel like to be the new student?
ดูคำตอบ

Years later, he described what it felt like to be the new student.

การใช้คำ

be ministered to and indulged: การดูแลอย่างเอาใจใส่ที่อาจมากเกินไป

“Be ministered to” เป็นสำนวนรูปถูกกระทำที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงได้รับบริการหรือการดูแลอย่างเอาใจใส่ รูปประโยคแบบกระทำคือ “minister to someone” ดังนั้นคำบุพบท “to” จึงยังคงอยู่ในรูปถูกกระทำ “Be indulged” หมายถึงความต้องการหรือความปรารถนาของบุคคลได้รับการตอบสนองอย่างง่ายดาย และมักมากเกินกว่าที่เหมาะสม เมื่อนำรูปถูกกระทำทั้งสองมาวางคู่กัน บุคคลนั้นจึงเป็นฝ่ายที่ได้รับทั้งความเอาใจใส่อย่างทุ่มเทและการปฏิบัติแบบตามใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนรูปถูกกระทำสองสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ได้รับบริการอย่างเอาใจใส่” และ “ความต้องการของตนได้รับการตอบสนองอย่างง่ายดาย”: At the resort, guests expected to ____ and ____.

ดูคำตอบ

be ministered to · indulged

We want someone who will understand our needs,

2:57

เราต้องการคนที่เข้าใจความต้องการของเรา

bring us what we want,

2:59

นำสิ่งที่เราต้องการมาให้

be immensely patient and sympathetic to us,

3:01

อดทนและเห็นอกเห็นใจเราอย่างมหาศาล

act selflessly,

3:03

กระทำโดยไม่เห็นแก่ตัว

and make it all better. วลี

3:04

และทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

วลี

make it all better: ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

ใน make it all better คำว่า it กล่าวกว้าง ๆ ถึงสถานการณ์ที่ทำให้ไม่สบายใจ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง วลีนี้หมายถึงการแก้ปัญหาและช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นอีกครั้ง คำว่า all ทำให้คำรับรองฟังเหมือนครอบคลุมทุกอย่างและเป็นภาพในอุดมคติ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบรรยายความหวังที่ไม่สมจริงว่าอีกคนจะขจัดความยากลำบากทั้งหมด ไม่ใช่การรับประกันตามตัวอักษรว่าทุกปัญหาจะแก้ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีปลอบใจที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งหมายถึง “แก้ปัญหาและช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นอีกครั้ง”: Don't worry—I'll ____.

ดูคำตอบ

make it all better

This is, naturally, น้ำเสียง/เจตนา

3:06

โดยธรรมชาติแล้วสิ่งนี้คือ

a disaster.

3:08

หายนะ

น้ำเสียง/เจตนา

naturally ในฐานะคำแทรกที่มีน้ำเสียงประชดแบบเย็นชา

Naturally เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ขยายทั้งประโยคและถูกคั่นด้วยจุลภาค คำนี้แสดงความเห็นต่อข้อความทั้งหมด โดยผู้พูดเสนอว่าผลลัพธ์นั้นชัดเจนหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ แทนที่จะอธิบายว่าหายนะเกิดขึ้นได้อย่างไร ความมั่นใจในที่นี้มีน้ำเสียงเย็นชาและวิจารณ์ คำว่า This ย้อนถึงการคาดหวังให้คนรักตอบสนองทุกความต้องการ ส่วน naturally ส่งสัญญาณเชิงประชดว่าความคาดหวังเช่นนั้นย่อมจบลงไม่ดี

แบบฝึกหัด

naturally ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: 'This is, naturally, a disaster.'?

  1. คำนี้เสนอว่าหายนะเป็นผลลัพธ์ที่คาดไว้ พร้อมน้ำเสียงเย็นชาและวิจารณ์
  2. คำนี้บอกว่าหายนะเกิดขึ้นกลางแจ้งหรือในธรรมชาติ
  3. คำนี้ลดความรุนแรงของหายนะให้เป็นเพียงความเป็นไปได้เล็กน้อยและไม่แน่นอน
ดูคำตอบ

คำนี้เสนอว่าหายนะเป็นผลลัพธ์ที่คาดไว้ พร้อมน้ำเสียงเย็นชาและวิจารณ์

For a relationship to work, ไวยากรณ์

3:09

เพื่อให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปได้

we need to move firmly out of the child mode สำนวน

3:11

เราต้องก้าวออกจากโหมดเด็กอย่างหนักแน่น

and into the parental one.

3:14

และเข้าสู่โหมดพ่อแม่

ไวยากรณ์

For a relationship to work: การกำหนดเงื่อนไขเพื่อความสำเร็จ

โครงสร้าง for + นามวลี + to + กริยา ใช้บอกสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น ในที่นี้ a relationship เป็นประธานเชิงความหมายของ to work และ work หมายถึง “ดำเนินไปได้ดี” ไม่ใช่ “ทำงาน” เมื่อวาง For a relationship to work ไว้ก่อนประโยคหลัก โครงสร้างนี้จะกำหนดให้การที่ความสัมพันธ์ดำเนินไปได้ดีเป็นเป้าหมายหรือเงื่อนไข แล้วประโยคหลักจึงบอกสิ่งที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างที่หมายถึง “เพื่อให้กลุ่มเรียนดำเนินไปได้ด้วยดี”: ____, everyone needs to arrive on time.

ดูคำตอบ

For the study group to work

สำนวน

move firmly out of ... and into ...: คำเปรียบเทียบการเปลี่ยนบทบาท

รูปแบบ move out of X and into Y เปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงเชิงนามธรรมให้เป็นภาพการเคลื่อนจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ส่วน firmly บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นควรเกิดขึ้นอย่างตั้งใจและเด็ดขาด ในกรอบความสัมพันธ์นี้ child mode หมายถึงการคาดหวังให้ผู้อื่นตอบสนองความต้องการของตน ส่วน the parental one หมายถึงการพร้อมดูแลและมีส่วนช่วยเหลือ one ใช้แทน mode ประโยคนี้พูดถึงการเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ใช่การกลายเป็นพ่อหรือแม่ของคู่รักจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ "move firmly out of the child mode and into the parental one" หมายถึงอะไร?

  1. เปลี่ยนอย่างตั้งใจจากการอยากได้รับการดูแล ไปสู่การรับผิดชอบในการดูแล
  2. ย้ายจากห้องของเด็กไปยังห้องของพ่อแม่จริง ๆ
  3. ขอให้ฝ่ายหนึ่งกลายเป็นพ่อหรือแม่จริง ๆ ของอีกฝ่าย
ดูคำตอบ

เปลี่ยนอย่างตั้งใจจากการอยากได้รับการดูแล ไปสู่การรับผิดชอบในการดูแล

The romantic person instinctively sees relationships in terms of emotions, วลี

3:17

คนโรแมนติกมักมองความสัมพันธ์ในแง่ของอารมณ์โดยสัญชาตญาณ

วลี

in terms of: การระบุมุมมองหรือเกณฑ์วัด

ในประโยคนี้ in terms of emotions หมายถึง “เมื่อมองผ่านมุมของอารมณ์” วลีนี้บอกว่าคนที่มีความโรแมนติกใช้แง่มุมใดในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ โครงสร้าง in terms of + นามวลี จำกัดข้อความไว้ที่มิติหรือเกณฑ์หนึ่งโดยเฉพาะ จึงแม่นยำกว่าการบอกเพียงหัวข้อกว้าง ๆ ประโยคนี้ไม่ได้เพียงพูดเกี่ยวกับอารมณ์ แต่อารมณ์คือกรอบที่ใช้มองความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in terms of เพื่อบอกมิติที่ใช้ในการเปรียบเทียบ

  1. The two laptops are similar in terms of weight.
  2. The article is about the history of laptops.
  3. She explained the rule in simple terms.
ดูคำตอบ

The two laptops are similar in terms of weight.

but what a couple actually get up to together กริยาวลี

3:22

แต่สิ่งที่คู่รักทำด้วยกันจริงๆ

over a lifetime

3:24

ตลอดช่วงชีวิต

has much more in common โน้ต

3:25

มีอะไรที่เหมือนกันมากกว่า

with the workings of a small business.

3:26

กับการทำงานของธุรกิจขนาดเล็ก

กริยาวลี

get up to: การพูดถึงกิจกรรมที่ใครคนหนึ่งทำ

ในประโยคนี้ get up to หมายถึง “ทำ” หรือ “เข้าไปเกี่ยวข้องกับ” โดย what ที่ย้ายมาไว้ข้างหน้าเป็นกรรมของวลีนี้ ซึ่งมีความสัมพันธ์แบบ a couple get up to what? วลีนี้กล่าวถึงกิจกรรมและงานที่ทั้งคู่ทำร่วมกันเป็นเวลาหลายปี get up to เป็นภาษาที่ไม่เป็นทางการ และในบางบริบทอาจสื่อถึงการซนหรือกิจกรรมที่น่าสงสัย แต่นัยนั้นมาจากสถานการณ์และน้ำเสียง ในที่นี้ความหมายเป็นกลาง ไม่ได้หมายถึงการลุกจากเตียงหรือเคลื่อนขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get up to เพื่อถามถึงกิจกรรมที่ใครคนหนึ่งทำ

  1. What did you get up to during the school break?
  2. What time did you get up this morning?
  3. Did you go up to the second floor?
ดูคำตอบ

What did you get up to during the school break?

วลี

has much more in common with: มีความคล้ายกับ...มากกว่ามาก

Have something in common with หมายถึง “มีลักษณะหรือคุณสมบัติร่วมกับ...” ในที่นี้ อนุประโยคทั้งหมดที่ขึ้นต้นด้วย what ทำหน้าที่เป็นประธาน ดังนั้นกริยาหลักจึงใช้รูปเอกพจน์ has More ทำให้ความคล้ายเป็นการเปรียบเทียบ และ much ช่วยเน้น more ส่วน has much more in common with หมายถึง “คล้ายกันในหลายด้านมากกว่าอย่างชัดเจน” สิ่งที่มีร่วมกันคือลักษณะหรือรูปแบบ ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของสิ่งของชิ้นเดียวกันร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ถูกต้องและหมายถึง “คล้ายกับ...มากกว่ามาก” Although the two jobs look different, teaching ... coaching than many people expect.

  1. has very more in common with
  2. has many more common with
  3. has much in common to
  4. has much more in common with
ดูคำตอบ

has much more in common with

ลำดับความ

has much more in common with the workings of a small business: การอุปมากับการดำเนินงานของธุรกิจขนาดเล็ก

ประโยคนี้สร้างการเปรียบเทียบเชิงอุปมา ชีวิตของคู่รักเป็นหัวข้อ ส่วน the workings of a small business เป็นกรอบที่ใช้เปรียบเทียบ คำว่า workings หมายถึงกระบวนการจริงที่ทำให้ระบบหนึ่งดำเนินต่อไปได้ วลีที่เน้นชัดอย่าง has much more in common with ย้ายจุดสนใจจากความโรแมนติกเพียงอย่างเดียวไปสู่การประสานงาน การดูแลรักษา การวางแผน และการจัดสรรที่ต้องทำซ้ำ ๆ กรอบที่เป็นรูปธรรมนี้ช่วยเตรียมให้ผู้ฟังเข้าใจรายละเอียดเชิงปฏิบัติที่ตามมาว่าเป็นส่วนต่าง ๆ ของระบบที่มีการจัดระเบียบเดียวกัน ข้อความนี้เลือกเปรียบเทียบเพียงบางด้าน ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า ความสัมพันธ์คือธุรกิจหรือควรบริหารเพื่อหากำไร การอุปมาถ่ายทอดเฉพาะลักษณะด้านการจัดระบบที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม การเปรียบเทียบกับ “the workings of a small business” ทำหน้าที่อะไร?

  1. มันบอกว่าคู่รักทุกคู่ควรตั้งบริษัทเพื่อหากำไร
  2. มันอ้างว่าคู่รักฝ่ายหนึ่งต้องทำงานเป็นลูกจ้างของอีกฝ่าย
  3. มันวางกรอบชีวิตที่อยู่ร่วมกันในระยะยาวว่าเป็นการประสานงานและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
  4. มันเปลี่ยนหัวข้อจากความสัมพันธ์ไปเป็นการเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

มันวางกรอบชีวิตที่อยู่ร่วมกันในระยะยาวว่าเป็นการประสานงานและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

The two people must clean, chauffeur, cook, fix, throw away, hire, and budget.

3:29

ทั้งสองคนต้องทำความสะอาด ขับรถ ทำอาหาร ซ่อมแซม ทิ้งขยะ จ้างงาน และทำงบประมาณ

None of these activities has any glamour whatsoever วลี

3:33

กิจกรรมเหล่านี้ไม่มีความน่าหลงใหลใดๆ เลย

within the current arrangement of society.

3:37

ภายใต้โครงสร้างปัจจุบันของสังคม

วลี

any glamour whatsoever: เน้นว่า “ไม่มีเลยแม้แต่น้อย”

ในประโยคปฏิเสธนี้ any glamour whatsoever หมายถึง “แม้แต่เสน่ห์เพียงเล็กน้อยที่สุด” เนื่องจากประโยคบอกว่าไม่มีกิจกรรมใดมีสิ่งนี้ วลีทั้งหมดจึงเน้นความหมายว่า “ไม่มีเสน่ห์เลยแม้แต่น้อย” whatsoever วางหลังนามวลี any glamour และเน้นขอบเขตแบบไม่มีข้อยกเว้นของ any ในที่นี้มันเป็นคำขยายเพื่อเน้น ไม่ใช่คำที่ใช้ขึ้นต้นอนุประโยค รูปแบบเดียวกันนี้ใช้เน้นประโยคปฏิเสธและคำถามได้ เช่น no reason whatsoever และ Is there any difference whatsoever?

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำขยายเน้นย้ำหนึ่งคำที่ใช้หลังนามวลีซึ่งมี any: The plain office did not have any charm ____.

ดูคำตอบ

whatsoever

Those obliged to do them การใช้คำ

3:40

ผู้ที่จำเป็นต้องทำหน้าที่เหล่านี้

are therefore highly likely

3:41

จึงมีแนวโน้มสูงมาก

to feel that something has gone wrong with their lives วลี

3:42

ที่จะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับชีวิตของพวกเขา

การใช้คำ

obliged to: ความจำเป็นในอนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูป

Obliged to หมายถึง “จำเป็นต้องทำ” เพราะหน้าที่ กฎ หรือสถานการณ์ โดยนำเสนอการกระทำนั้นว่าเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่เลือกทำเอง ใน Those obliged to do them ส่วน obliged to do them เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูปที่ขยาย those รูปเต็มคือ those who are obliged to do them โครงสร้างกระชับนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากคำอธิบายนี้ที่หมายถึง “จำเป็นต้องทำ”: Staff members ____ work overnight will receive a meal.

ดูคำตอบ

obliged to

วลี

gone wrong with: บอกว่าบางสิ่งเกิดปัญหา

ในโครงสร้าง something has gone wrong with X คำว่า go wrong หมายถึง “เกิดปัญหา” หรือ “ไม่อยู่ในสภาพที่ควรจะเป็นอีกต่อไป” gone เป็นรูป past participle ที่ใช้หลัง has จึงเป็น present perfect ซึ่งสื่อว่าปัญหาได้เกิดขึ้นแล้วจนถึงตอนนี้ ในประโยคนี้ with their lives ระบุว่าส่วนที่พวกเขามองว่ามีปัญหาคือชีวิตของตน ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทำงานบ้านเหล่านั้นผิดวิธี

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่มีความหมายว่า “เกิดปัญหา” ให้สมบูรณ์: Something has ____ the heating system, so the rooms are cold.

ดูคำตอบ

gone wrong with

for having to involve themselves so closely with them. โน้ต

3:45

เพราะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้นอย่างใกล้ชิด

ไวยากรณ์

for having to + คำกริยา: บอกเหตุผลที่เกิดจากหน้าที่หรือความจำเป็น

for + gerund สามารถบอกเหตุผลของความรู้สึก ปฏิกิริยา หรือการตัดสินได้ ภายในวลีนี้ having to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความจำเป็นหรือหน้าที่ ดังนั้น for having to involve themselves จึงหมายถึง “เพราะพวกเขาจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตนเอง” ดังนั้น for ในที่นี้ใช้บอกเหตุผล ไม่ได้บอกจุดประสงค์ รูปแบบที่กระชับคือ for having to + คำกริยารูปพื้นฐาน และต้องดูออกจากอนุประโยคโดยรอบว่าใครเป็นผู้มีหน้าที่นั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกเหตุผลแบบกระชับที่มีความหมายว่า “เพราะจำเป็นต้องทำ” ให้สมบูรณ์: Maya apologized ____ cancel the trip at the last minute.

ดูคำตอบ

for having to

วลี

involve themselves so closely with: การมีส่วนร่วมอย่างจริงจังและลึกซึ้ง

ในที่นี้ involve themselves so closely with หมายถึงประธานพหูพจน์ต้องเข้าไปมีบทบาทโดยตรงและกระตือรือร้นอย่างมากในงานเหล่านั้น closely บอกระดับความลึกของการมีส่วนร่วม ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ โครงสร้างในประโยคนี้คือ involve + สรรพนามสะท้อนกลับ + closely with + บุคคลหรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง สรรพนามสะท้อนกลับอ้างกลับไปยังประธาน ดังนั้นประธานพหูพจน์จึงใช้ themselves ส่วนกรรมหลัง with บอกว่าเข้าไปมีส่วนร่วมกับอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ involve + สรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกับประธาน + closely with: Maria decided to ____ the community garden project.

ดูคำตอบ

involve herself closely with

And yet these tasks are truly romantic ลำดับความ

3:48

ทว่างานเหล่านี้มีความโรแมนติกอย่างแท้จริง

in the sense of conducive and sustaining of love วลี

3:51

ในแง่ของการส่งเสริมและรักษาความรัก

วลี

in the sense of: การระบุความหมายที่แน่นอน

in the sense of ใช้จำกัดความหมายของคำหรือข้อความให้แคบลง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าควรเข้าใจ romantic อย่างไร กล่าวคืองานเหล่านี้ถูกเรียกว่า romantic เพราะช่วยให้ความรักดำเนินต่อไป ไม่ใช่เพราะตัวงานนั้นน่าตื่นเต้นหรือมีเสน่ห์ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อคำหนึ่งอาจตีความได้หลายแบบ และต้องการระบุความหมายที่ตั้งใจไว้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ระบุอย่างชัดเจนว่าหลักสูตรนี้ยากเพราะเหตุใด: The course is demanding ____ requiring careful work, not long hours.

ดูคำตอบ

in the sense of

and are the bedrock of any successful relationship. สำนวน

3:54

และเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จทุกรูปแบบ

ลำดับความ

And yet: จุดเปลี่ยนข้อโต้แย้งที่เด่นชัด

เมื่ออยู่ต้นประโยค And yet ทำให้ข้อโต้แย้งยังเชื่อมต่อกับข้อความก่อนหน้า ขณะเดียวกันก็นำเสนอข้อสรุปที่ขัดกับความคาดหมายที่ข้อความนั้นสร้างขึ้น แนวคิดก่อนหน้าคืองานเหล่านี้ไม่มีความน่าดึงดูด แต่ And yet บอกถึงการเปลี่ยนไปสู่ข้อเสนอว่างานเหล่านี้เชื่อมโยงกับความรักอย่างแท้จริง And ทำหน้าที่เชื่อมความต่อเนื่อง ส่วน yet แสดงความขัดแย้งที่เด่นชัด เมื่อเป็นคำเชื่อมทางวาทกรรม สองคำนี้มีความหมายโดยประมาณว่า “แม้จะเพิ่งกล่าวเช่นนั้น ประเด็นต่อไปนี้ก็ยังเป็นจริง” จึงช่วยพาข้อโต้แย้งจากภาพที่ยอมรับไว้ไปสู่การแก้ความเข้าใจอย่างคาดไม่ถึง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมข้อความได้ดีที่สุดเพื่อแสดงความขัดแย้งที่เด่นชัดและไม่คาดคิด พร้อมทั้งยังเชื่อมกลับไปยังประโยคแรก? The route looked easy. ____, it took us five hours to finish.

  1. In addition
  2. As a result
  3. And yet
  4. For example
ดูคำตอบ

And yet

สำนวน

the bedrock of: รากฐานที่จำเป็น

bedrock ตามความหมายตรงตัวคือชั้นหินแข็งใต้ดิน the bedrock of นำภาพนี้มาใช้เป็นอุปมาเพื่อหมายถึงส่วนที่พื้นฐานและเชื่อถือได้มากที่สุด ซึ่งสิ่งอื่นสร้างขึ้นบนส่วนนั้น ในประโยคนี้ งานประจำวันถูกนำเสนอว่าเป็นแรงสนับสนุนที่จำเป็นต่อความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จ วลีนี้แสดงข้อกล่าวอ้างที่หนักแน่นว่า หากไม่มีรากฐานนี้ สิ่งที่ใหญ่กว่าก็ไม่น่าจะมั่นคงหรือประสบความสำเร็จได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอุปมาที่หมายถึง “รากฐานที่จำเป็น”: Mutual trust is ____ a strong partnership.

ดูคำตอบ

the bedrock of

At the altar, วัฒนธรรม

3:58

ที่แท่นพิธี

new couples should take a mutual vow: วลี

3:59

คู่บ่าวสาวควรให้คำสาบานต่อกันว่า:

"I accept the dignity of the ironing board." ลำดับความ

4:01

"ฉันยอมรับเกียรติของโต๊ะรีดผ้า"

วัฒนธรรม

At the altar ในงานแต่งงาน

ในบริบทของงานแต่งงาน at the altar หมายถึงการอยู่ ณ สถานที่ประกอบพิธีที่คู่บ่าวสาวยืนกล่าวคำปฏิญาณสมรส altar ตามธรรมเนียมคือจุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะในโบสถ์ บรรยากาศงานแต่งงานที่เป็นทางการทำให้คำสัญญาที่แต่งขึ้นเกี่ยวกับโต๊ะรองรีดฟังเหมือนคำปฏิญาณสมรสแบบดั้งเดิม อารมณ์ขันเกิดจากการใช้พิธีอันเคร่งขรึมมาเป็นกรอบให้คำสัญญาเกี่ยวกับงานบ้านในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

at the altar ในประโยค “The couple made their promises at the altar.” หมายความว่าอะไร

  1. หมายความว่าพวกเขาเปลี่ยนถ้อยคำในคำสัญญา
  2. หมายความว่าพวกเขารีดเสื้อผ้าก่อนพิธี
  3. หมายความว่าพวกเขาอยู่ ณ สถานที่ประกอบพิธีที่มีการกล่าวคำปฏิญาณสมรส
ดูคำตอบ

หมายความว่าพวกเขาอยู่ ณ สถานที่ประกอบพิธีที่มีการกล่าวคำปฏิญาณสมรส

วลี

take a mutual vow: กล่าวคำปฏิญาณร่วมกัน

To take a vow หมายถึงการให้คำมั่นอย่างจริงจังและยอมรับว่าคำมั่นนั้นผูกมัดตนเอง ในที่นี้ mutual บอกว่าคำมั่นเป็นของทั้งสองฝ่าย โดยแต่ละคนยอมรับหน้าที่ร่วมกันข้อเดียวกัน เครื่องหมายทวิภาคนำเข้าสู่ถ้อยคำที่เสนอให้ใช้เป็นคำปฏิญาณนั้น สำนวนที่เป็นทางการนี้ทำให้คำสัญญาเกี่ยวกับงานบ้านมีน้ำเสียงจริงจังเหมือนคำปฏิญาณสมรสแบบดั้งเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงคนสองคนให้คำมั่นอันจริงจังข้อเดียวกัน: At the memorial, the two friends decided to ____ to continue their mentor's work.

ดูคำตอบ

take a mutual vow

ลำดับความ

I accept the dignity of the ironing board ในฐานะคำปฏิญาณแต่งงานล้อเลียน

ประโยคที่ยกมานี้นำรูปแบบอันเคร่งขรึมของคำปฏิญาณแต่งงานมาใช้: I accept... เมื่อกล่าวหน้าแท่นพิธี ภาษาที่เป็นทางการมากเช่นนี้ทำให้โต๊ะรีดผ้าดูเหมือนสิ่งที่คู่รักให้คำมั่นอย่างเป็นทางการว่าจะให้เกียรติ โต๊ะรีดผ้าเป็นตัวแทนของงานบ้านธรรมดาที่ไม่หรูหรา การมอบ dignity ให้มันหมายถึงการมองว่างานนั้นมีคุณค่าและควรได้รับความเคารพร่วมกัน ไม่ได้หมายความว่าวัตถุมีความรู้สึกจริง ๆ ความต่างระหว่างพิธีอันเป็นทางการกับของใช้ธรรมดาสร้างอารมณ์ขันและทำให้ข้อโต้แย้งหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

การนำเสนอประโยคนี้เป็นคำปฏิญาณหน้าแท่นพิธีให้ผลหลักอย่างไร

  1. ประโยคนี้สื่อว่าไม่ควรพูดถึงงานบ้านอย่างจริงจังเลย
  2. ประโยคนี้บอกว่าโต๊ะรีดผ้าสามารถเข้าร่วมการแต่งงานได้ตามกฎหมาย
  3. ประโยคนี้ทำให้งานบ้านธรรมดามีความจริงจังเทียบเท่าคำมั่นร่วมกันอย่างขบขัน
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ทำให้งานบ้านธรรมดามีความจริงจังเทียบเท่าคำมั่นร่วมกันอย่างขบขัน

There's an idea that being loved

4:06

มีแนวคิดที่ว่าการถูกรัก

means that your partner will never try to change you.

4:08

หมายความว่าคู่ของคุณจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงคุณเลย

But they should and must want to change you ลำดับความ

4:10

แต่พวกเขาควรและต้องอยากเปลี่ยนแปลงคุณ

because you're deeply imperfect

4:12

เพราะคุณไม่สมบูรณ์แบบอย่างมาก

and in need of severe remolding สำนวน

4:14

และจำเป็นต้องได้รับการดัดแปลงอย่างหนัก

in all sorts of areas.

4:16

ในหลายๆ ด้าน

ลำดับความ

should and must: จากความคาดหวังสู่ความจำเป็น

Should และ must เชื่อมกันอยู่หน้าคำกริยาร่วม want โดย should นำเสนอความต้องการเปลี่ยนคู่รักว่าเป็นความคาดหวังหรือคำแนะนำ ส่วน must ยกระดับทันทีให้เป็นความจำเป็นอย่างมาก การใช้ทั้งสองคำเป็นการเพิ่มน้ำหนักโดยตั้งใจ ไม่ใช่การกล่าวซ้ำโดยบังเอิญ วลีนี้ทำให้ข้อกล่าวอ้างฟังดูเน้นย้ำและค่อนข้างเกินจริง ผู้เขียนกำลังโต้แย้งแนวคิดที่ว่าความรักหมายถึงการไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเลย ไม่ได้มอบอำนาจควบคุมอย่างไร้ขอบเขตให้คู่รัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดจงใจไล่น้ำหนักจากคำแนะนำไปสู่ความจำเป็นอย่างมาก

  1. We must review the safety plan.
  2. We should and must review the safety plan.
  3. We should review the safety plan.
ดูคำตอบ

We should and must review the safety plan.

สำนวน

น้ำหนักเชิงอุปมาของ severe remolding

ตามตัวอักษร remolding หมายถึงการนำวัสดุมาขึ้นรูปใหม่ ในที่นี้ severe remolding เป็นอุปมาที่มีน้ำหนักรุนแรง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่ออุปนิสัย ความเคยชิน และวิธีที่คนคนหนึ่งสัมพันธ์กับผู้อื่น คำว่า severe ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่จินตนาการไว้ดูครอบคลุมและรุนแรง ผู้พูดไม่ได้กำลังกล่าวถึงการปรับรูปร่างทางกายภาพ วลีนี้เป็นการประเมินแบบเกินจริงว่าคนคนหนึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่กฎทั่วไปที่บอกว่าการควบคุมคนอื่นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ severe remolding สื่อถึงอะไรโดยตรงที่สุด

  1. การเปลี่ยนอุปนิสัยและความเคยชินของคนคนหนึ่งครั้งใหญ่
  2. กระบวนการทางการแพทย์ที่เปลี่ยนร่างกายของคนคนหนึ่ง
  3. การปรับปรุงเล็กน้อยบางอย่างที่เลือกทำหรือไม่ก็ได้
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนอุปนิสัยและความเคยชินของคนคนหนึ่งครั้งใหญ่

If you're not ready for it, ไวยากรณ์

4:18

หากคุณไม่พร้อมรับมัน

it may look like hostility

4:19

มันอาจดูเหมือนความเป็นศัตรู

and you may respond defensively.

4:21

และคุณอาจตอบสนองด้วยการป้องกันตัว

ไวยากรณ์

If you're not ready for it, it may look like hostility: เงื่อนไขและความเป็นไปได้

นี่คือเงื่อนไขแบบเปิด กล่าวคือ If + present simple ระบุสถานการณ์ที่อาจเป็นจริง ส่วน may + กริยารูปพื้นฐานให้ผลลัพธ์หนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ may ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนที่ยังไม่พร้อมจะตอบสนองเช่นนี้ ในที่นี้ look like hostility หมายถึงถูกมองว่าเป็นความเป็นปรปักษ์ วลีนี้อธิบายว่าความพยายามเปลี่ยนอีกฝ่ายอาจดูเป็นอย่างไรในสายตาของคนที่ยังไม่พร้อม ไม่ได้บอกว่าพฤติกรรมของอีกฝ่ายเป็นความเป็นปรปักษ์โดยเนื้อแท้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน

  1. If you're not ready for feedback, it cannot feel like criticism.
  2. If you're not ready for feedback, it will feel like criticism.
  3. If you're not ready for feedback, it may feel like criticism.
ดูคำตอบ

If you're not ready for feedback, it may feel like criticism.

But you're ready to settle down

4:23

แต่คุณพร้อมที่จะลงหลักปักฐาน

when you can bear to have things pointed out to you. โน้ต

4:24

เมื่อคุณสามารถทนรับการถูกชี้แนะข้อบกพร่องได้

วลี

bear to + คำกริยา: ทนต่อสิ่งที่ยากใจ

ใน can bear to have... คำว่า bear เป็นคำกริยาที่หมายถึงทนหรือพยายามเผชิญกับประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจ ผู้พูดกำลังสื่อว่าคนคนหนึ่งจะพร้อมก็ต่อเมื่อยอมรับคำติชมที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจได้ รูปแบบคือ can/cannot bear to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยเน้นว่าคนนั้นทนทำหรือทนเผชิญกับการกระทำที่ตามมาในด้านอารมณ์ได้หรือไม่

แบบฝึกหัด

can bear to have things pointed out ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. สามารถระบุปัญหาทุกอย่างด้วยตนเองได้
  2. สามารถไม่ให้ใครพูดถึงปัญหาได้
  3. สามารถทนรับคำติชมที่ทำให้ไม่สบายใจได้
  4. สามารถถือสิ่งของหลายชิ้นขณะฟังได้
ดูคำตอบ

สามารถทนรับคำติชมที่ทำให้ไม่สบายใจได้

ไวยากรณ์

have + กรรม + past participle: have things pointed out

ใน have things pointed out to you คำว่า things เป็นกรรมของ have และ pointed out เป็นกริยารูป past participle โครงสร้างนี้หมายความว่าคนอื่นเป็นผู้ชี้เรื่องเหล่านั้นให้เห็น และคุณเป็นผู้รับหรือประสบกับการกระทำนั้น โดยไม่ต้องระบุผู้กระทำ have + กรรม + past participle ใช้บอกการกระทำที่จัดให้คนอื่นทำ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประธานก็ได้ ในที่นี้หมายถึงการได้รับคำติชม ไม่ได้หมายถึงการจ้างหรือสั่งให้ใครให้คำติชมโดยตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ของ point out: I don't mind having small mistakes ____ to me during practice.

ดูคำตอบ

pointed out

You should at key points

4:27

ในจุดสำคัญ คุณควร

see them as the teacher and you as the pupil, ไวยากรณ์

4:28

มองว่าพวกเขาเป็นครูและคุณเป็นนักเรียน

and vice versa, วลี

4:31

และในทางกลับกัน

ไวยากรณ์

see them as the teacher and you as the pupil: see A as B กับการละคำในโครงสร้างขนาน

โครงสร้าง see A as B หมายถึง “มองหรือเข้าใจ A ว่าเป็น B” ในที่นี้เป็นการกำหนดบทบาทชั่วคราว โดยมองอีกฝ่ายว่าอยู่ในบทบาท teacher ไม่ได้หมายความว่าอาชีพจริงของเขาคือครู ช่วงหลังใช้การละคำในโครงสร้างขนาน โดยเข้าใจว่ามี see อยู่หน้า you as the pupil แม้จะไม่ได้พูดซ้ำ ความหมายเต็มคือ see them as the teacher and see you as the pupil วิธีนี้ช่วยบอกบทบาทที่สอดคล้องกันสองบทบาทโดยไม่ต้องพูดกริยาซ้ำ

แบบฝึกหัด

ใน 'see them as the teacher and you as the pupil' คำใดเป็นคำที่เข้าใจว่ามีอยู่แต่ไม่ได้พูดซ้ำหน้า 'you'?

  1. see
  2. teach
  3. are
ดูคำตอบ

see

วลี

vice versa: การสลับสองฝ่ายในความสัมพันธ์

Vice versa หมายถึงความสัมพันธ์เดิมยังเป็นจริงเมื่อสลับทั้งสองฝ่าย ในที่นี้เมื่ออยู่หลัง them as the teacher and you as the pupil จึงหมายความว่าคุณก็สามารถเป็น teacher และอีกฝ่ายสามารถเป็น pupil ได้เช่นกัน สำนวนนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดข้อความที่สลับกันทั้งประโยคซ้ำ ผู้ฟังต้องระบุได้ชัดเจนว่าคน บทบาท หรือทิศทางคู่ใดกำลังถูกสลับกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ vice versa ได้ชัดเจนและถูกต้อง?

  1. Maya arrived at noon, and vice versa.
  2. Parents can learn from children, and vice versa.
  3. The suitcase is heavy, and vice versa.
ดูคำตอบ

Parents can learn from children, and vice versa.

with neither side losing their tempers. ไวยากรณ์

4:31

โดยไม่มีฝ่ายใดอารมณ์เสีย

ไวยากรณ์

With neither side losing their tempers: สภาพที่เกิดร่วมกัน

โครงสร้าง with + นามวลี + -ing ใช้เพิ่มสภาพที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำหลัก ในที่นี้ with neither side losing their tempers บอกว่ายังคงรักษาความสงบไว้ระหว่างการโต้ตอบ ไม่ใช่เหตุการณ์หลักอีกเหตุการณ์หนึ่ง Neither side หมายถึงไม่มีฝ่ายใดในสองฝ่าย ส่วน lose one's temper หมายถึงโกรธและเสียความสงบ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าทั้งสองฝ่ายไม่ปล่อยให้อารมณ์โกรธครอบงำ their ใช้อ้างถึงผู้คนในแต่ละฝ่ายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ส่วนท้ายใดใช้ with + นามวลี + -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าทั้งสองฝ่ายยังคงสงบ?

  1. with neither side losing their tempers.
  2. with neither side lost their tempers.
  3. without neither side losing their tempers.
ดูคำตอบ

with neither side losing their tempers.

Relationships are meant to be an education โน้ต

4:34

ความสัมพันธ์ถูกกำหนดให้เป็นการศึกษา

towards becoming two better people,

4:36

ไปสู่การเป็นคนสองคนที่ดีขึ้น

not a process of acceptance

4:38

ไม่ใช่กระบวนการยอมรับ

for everything one already is.

4:40

ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ใครคนหนึ่งเป็นอยู่แล้ว

ไวยากรณ์

Are meant to be: บทบาทที่ควรเป็น ไม่ใช่พรหมลิขิต

ในโครงสร้าง X is/are meant to be Y คำว่า meant to be นำเสนอ Y ว่าเป็นจุดประสงค์ บทบาทที่ควรเป็น หรือรูปแบบในอุดมคติของ X ในที่นี้ส่วนเติมเต็ม an education towards becoming two better people กำหนดว่าความสัมพันธ์ควรทำหน้าที่อะไรในอุดมคติ ไม่ได้หมายความว่าทุกความสัมพันธ์จะเป็นเช่นนั้นโดยอัตโนมัติ นี่ไม่ใช่การใช้แบบโรแมนติกใน They are meant to be ซึ่งอาจหมายถึงคนสองคนมีชะตาให้คู่กัน ส่วนเติมเต็มที่ระบุชัดหลัง be ทำให้เห็นว่าประโยคนี้หมายถึงบทบาทที่ควรเป็น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be meant to be เพื่ออธิบายบทบาทที่ควรเป็น ไม่ใช่พรหมลิขิตทางความรักหรือการกระทำที่ตั้งใจไว้?

  1. She meant to be at the station by noon.
  2. After years apart, they decided they were meant to be.
  3. A community center is meant to be a welcoming place for everyone.
ดูคำตอบ

A community center is meant to be a welcoming place for everyone.

ลำดับความ

“การเรียนรู้……ไม่ใช่กระบวนการยอมรับ”

ในที่นี้ an education เป็นอุปมาที่มองความสัมพันธ์ว่าเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้และเติบโต ส่วน towards becoming two better people บอกทิศทางของการเติบโตนั้น ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายหนึ่งเป็นครูของอีกฝ่ายจริง ๆ โครงสร้าง X, not Y นิยามความสัมพันธ์โดยเสนอรูปแบบที่ต้องการก่อน แล้วจึงปฏิเสธอีกรูปแบบหนึ่ง not a process of acceptance หมายถึงการยอมรับทุกอย่างตามที่เป็นอยู่โดยไม่คาดหวังการเติบโต ไม่ได้ปฏิเสธความเคารพหรือความใส่ใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ X, not Y เพื่อนิยามสิ่งหนึ่งใหม่โดยเสนอรูปแบบที่ต้องการก่อน

  1. A team is a place for shared problem-solving, not a stage for one person to control.
  2. A team is useful, and one person may control it.
  3. Is a team a stage or a place?
ดูคำตอบ

A team is a place for shared problem-solving, not a stage for one person to control.

With these dark and sober criteria in mind, วลี

4:42

ด้วยการตระหนักถึงเกณฑ์ที่มืดมนและมีสติเหล่านี้

we can go back into the world of relationships

4:45

เราสามารถกลับเข้าสู่โลกแห่งความสัมพันธ์ได้

assured of a brighter, longer, and more realistic future. โน้ต

4:48

ด้วยความมั่นใจในอนาคตที่สดใสขึ้น ยาวนานขึ้น และสมจริงยิ่งขึ้น

วลี

With ... in mind: โดยคำนึงถึง...

With these dark and sober criteria in mind เป็นกรอบเปิดก่อนใจความหลัก หมายความว่าการกระทำถัดไป ซึ่งคือการกลับเข้าสู่โลกของความสัมพันธ์ เกิดขึ้นโดยพิจารณาเกณฑ์เหล่านั้นอย่างมีสติ โครงสร้าง With X in mind นำแนวคิดที่กล่าวไว้ก่อนหน้ามาใช้เป็นพื้นฐานของข้อสรุปหรือการตัดสินใจ ในที่นี้ dark and sober อธิบายเกณฑ์ที่จริงจัง ไม่โรแมนติก และสมจริง sober ในบริบทนี้หมายถึงความสุขุมและจริงจัง ไม่ได้หมายถึงการที่ใครดื่มหรือไม่ดื่มแอลกอฮอล์

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “โดยพิจารณาข้อจำกัดนี้อย่างจริงจัง” เพื่อทำประโยคเชื่อมให้สมบูรณ์: With the deadline ____, we chose the simpler plan.

ดูคำตอบ

in mind

การใช้คำ

assured of: ความมั่นใจในผลลัพธ์ที่คาดหวัง

ในที่นี้ assured of หมายถึง “มั่นใจว่าจะได้รับหรือบรรลุบางสิ่ง” วลีนี้บอกสภาพของประธาน we ขณะที่กลับเข้าสู่โลกของความสัมพันธ์ โดยเป็นวลีคุณศัพท์ที่เสริมข้อมูลเกี่ยวกับประธาน และเข้าใจได้ว่าละ being ไว้หน้า assured โครงสร้างคือ assured of + คำนามหรือนามวลี แม้ assured จะมีรูปเหมือนคำกริยาช่องสาม แต่จุดสำคัญในที่นี้คือสภาพที่ประธานมีความมั่นใจ ส่วน of ใช้นำหน้าผลลัพธ์หรือเงื่อนไขที่คาดหวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย assured และคำบุพบทที่จำเป็น: After reviewing the safety report, the organizers felt ____ the plan's success.

ดูคำตอบ

assured of

ลำดับความ

a brighter, longer, and more realistic future: การปิดท้ายแบบสามส่วน

Brighter, longer และ more realistic เป็นรายการขนานกันสามส่วน โดยคำขั้นกว่าแต่ละคำเพิ่มมิติที่ต่างกันให้กับ future ได้แก่ ความหวังที่มากขึ้น ความสัมพันธ์ที่ยืนยาวขึ้น และความใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น การวางทั้งสามส่วนไว้ท้ายประโยคสร้างจังหวะและความรู้สึกว่าความคิดจบอย่างสมบูรณ์ การไล่จาก brighter ไปยัง longer แล้วจบที่ more realistic เปลี่ยนเกณฑ์ที่จริงจังก่อนหน้านี้ให้เป็นบทสรุปที่เป็นบวกแต่ยังตั้งอยู่บนความเป็นจริง ส่วน longer หมายถึงความสัมพันธ์อาจอยู่ได้นานขึ้น ไม่ใช่ความยาวทางกายภาพของอนาคต

แบบฝึกหัด

การจบประโยคด้วย 'a brighter, longer, and more realistic future' มีผลหลักอย่างไร?

  1. ให้คำพ้องความหมายสามคำที่สลับใช้กันได้และบอกลักษณะเดียวกันทุกประการ
  2. ขัดจังหวะประโยคด้วยรายละเอียดเชิงพรรณนาที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. อธิบายว่าอนาคตจะมีจำนวนชั่วโมงมากกว่าปัจจุบัน
  4. สร้างการไล่ความคิดสามส่วนอย่างมีจังหวะ และจบด้วยข้อสรุปที่มีความหวังแต่ยังอยู่บนความเป็นจริง
ดูคำตอบ

สร้างการไล่ความคิดสามส่วนอย่างมีจังหวะ และจบด้วยข้อสรุปที่มีความหวังแต่ยังอยู่บนความเป็นจริง