ประวัติศาสตร์ vs เจงกิสข่าน - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
คำอธิบายวิดีโอ: การถกเถียงในรูปแบบการพิจารณาคดีนำความรุนแรงครั้งใหญ่และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังเป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเจงกิส ข่าน มาเปรียบเทียบกับการรวมอำนาจทางการเมือง สถาบัน การค้า และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่จักรวรรดิมองโกลเอื้อให้เกิดขึ้น พร้อมตั้งคำถามว่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์จะมีน้ำหนักเหนือความสูญเสียของมนุษย์ได้หรือไม่ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. paved the way for — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาเรื่องการปูทางในความหมายว่าบุคคลหรือสิ่งหนึ่งสร้างเงื่อนไขให้พัฒนาการภายหลังเกิดขึ้นได้ คุณสามารถใช้วลีนี้อธิบายเหตุทางอ้อมในเรื่องประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี การเมือง และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยไม่สื่อว่าผลลัพธ์สุดท้ายเกิดขึ้นทันที 2. You mean like — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: แยกแยะได้ว่าคำขึ้นต้นคำถามนี้อาจใช้ยกตัวอย่างโต้แย้งอย่างเจาะจง ไม่ใช่ขอคำอธิบายจริง ๆ ในการถกเถียง วลีนี้ใช้กรณีเฉพาะท้าทายข้อกล่าวอ้างกว้าง ๆ และสื่อความกังขา การประชด หรือความไม่เห็นด้วยตามบริบทและน้ำเสียง 3. when we put history on trial. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความอุปมาหลักที่ทำให้ประวัติศาสตร์เสมือนเป็นจำเลยซึ่งอาจถูกกล่าวหา แก้ต่าง และตัดสินได้ ความเข้าใจนี้ช่วยให้คุณอภิปรายหลักฐานที่ขัดแย้งกัน ความรับผิดชอบทางศีลธรรม และความยากในการชั่งน้ำหนักอิทธิพลของผู้นำกับความทุกข์ที่บุคคลนั้นก่อขึ้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
He was one of the most fearsome warlords who ever lived, ไวยากรณ์
0:06เขาเป็นหนึ่งในขุนศึกที่น่าเกรงขามที่สุดที่เคยมีมา
one of the most fearsome warlords who ever lived: หนึ่งในขุนศึกที่น่าเกรงขามที่สุดในประวัติศาสตร์
โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ หมายความว่าคนหนึ่งคนอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ ที่อยู่ปลายสุดของระดับการเปรียบเทียบ ในที่นี้ เขาถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มขุนศึกที่น่าเกรงขามที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่แค่บอกว่าเขา very fearsome อนุประโยคสัมพันธ์ who ever lived ขยาย warlords และทำให้ขอบเขตการเปรียบเทียบครอบคลุมประวัติศาสตร์ทั้งหมด ในชีวประวัติและการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ โครงสร้างนี้ช่วยจัดวางสถานะของบุคคลให้โดดเด่นและน่าจดจำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ one of the most + influential: The historian called her ____ leaders who ever ruled the region.
ดูคำตอบ
one of the most influential
waging an unstoppable conquest across the Eurasian continent. วลี
0:10ดำเนินการรุกรานที่ไม่อาจหยุดยั้งไปทั่วทวีปยูเรเชีย
waging an unstoppable conquest: ดำเนินการพิชิตที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้
ในที่นี้ wage หมายถึงดำเนินต่อหรือดำเนินการ ไม่ได้หมายถึงเดิมพัน และไม่ใช่คำนามที่หมายถึงค่าจ้าง waging an unstoppable conquest นำเสนอการพิชิตว่าเป็นกระบวนการที่มีการจัดการ เดินหน้าต่อเนื่อง และไม่อาจหยุดยั้งได้ นี่เป็นการใช้คำร่วมกันแบบเป็นทางการเกี่ยวกับความขัดแย้ง คือ wage + a conquest ความหมายของคำกริยาแบบเดียวกันพบได้บ่อยกว่าใน wage war และ wage a campaign โดยเฉพาะในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ การเมือง และข่าว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ wage ในความหมายด้านความขัดแย้งที่เป็นทางการเหมือนกับตัวอย่าง
- The kingdom received a weekly wage from its northern rival.
- The kingdom waged a new bridge across the river.
- The kingdom waged a long campaign against its northern rival.
ดูคำตอบ
The kingdom waged a long campaign against its northern rival.
But was Genghis Khan a vicious barbarian or a unifier who paved the way for the modern world? โน้ต
0:15แต่เจงกิสข่านเป็นคนป่าเถื่อนที่โหดร้ายหรือเป็นผู้รวบรวมแผ่นดินที่ปูทางไปสู่โลกยุคใหม่กันแน่?
a vicious barbarian or a unifier: วางกรอบการถกเถียงด้วยป้ายกำกับที่ตรงข้ามกัน
วลีนี้เสนอป้ายกำกับที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจนสองแบบให้กับบุคคลเดียวกัน โดย a vicious barbarian มองว่าเขาโหดร้ายและสร้างความเสียหาย ส่วน a unifier มองว่าเขาเป็นผู้รวมกลุ่มที่แยกจากกันให้เป็นหนึ่งเดียว คำถามนี้ยังไม่ได้เลือกป้ายกำกับใด โครงสร้าง A or B จัดข้อมูลรอบประเด็นขัดแย้งหลัก เพื่อให้หลักฐานที่ตามมานำมาใช้พิจารณามุมมองทั้งสองด้านได้
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในประโยคนี้ a vicious barbarian or a unifier แสดงข้อสรุปสุดท้ายของผู้พูดเกี่ยวกับเจงกิสข่าน
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
paved the way for: สร้างเงื่อนไขให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
paved the way for เป็นสำนวนที่หมายถึงการสร้างเงื่อนไขให้พัฒนาการในภายหลังเกิดขึ้นได้หรือเกิดได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ way ไม่ได้หมายถึงถนนจริง แต่สำนวนนี้กล่าวถึงอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ โครงสร้างคือ pave the way for + คำนามหรือรูป -ing หากต้องการระบุผู้ที่สามารถทำสิ่งนั้นได้ ให้ใช้ pave the way for someone to do something
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนรูปอดีตจากบทเรียนที่หมายถึง “สร้างเงื่อนไขให้” ลงในประโยค: Early research ____ today's medical advances.
ดูคำตอบ
paved the way for
History vs. ...: การวางกรอบชื่อเรื่องให้เป็นการปะทะกัน
ในชื่อ History vs. Genghis Khan โครงสร้าง X vs. Y จัดหัวข้อให้อยู่ในรูปของการปะทะกันระหว่างสองฝ่าย โดย History ถูกวางให้เหมือนเป็นฝ่ายที่ตัดสิน Genghis Khan ชื่อนี้จึงบอกเป็นนัยว่าจะมีการพิจารณาประวัติและผลงานของเขาในลักษณะคล้ายการโต้วาทีหรือการพิจารณาคดี โดยทั่วไป X vs. Y เป็นกรอบแบบกระชับที่นำเสนอหัวข้อในรูปของความขัดแย้ง การแข่งขัน หรือการเปรียบเทียบ ส่วนจะเป็นการต่อสู้จริงหรือไม่นั้นต้องดูจากบริบท
แบบฝึกหัด
รูปแบบชื่อ History vs. Genghis Khan มีหน้าที่หลักอย่างไร?
- บอกว่าจะมีบทเรียนประวัติศาสตร์สองบทที่ไม่เกี่ยวข้องกันตามมา
- นำเสนอหัวข้อเป็นการโต้วาทีหรือการตัดสินระหว่างสองฝ่ายที่ตรงข้ามกัน
- ใช้ vs. แทน and แบบเป็นกลาง
ดูคำตอบ
นำเสนอหัวข้อเป็นการโต้วาทีหรือการตัดสินระหว่างสองฝ่ายที่ตรงข้ามกัน
Order, order.: คำเรียกร้องให้เงียบอย่างเป็นทางการ
Order, order. เป็นคำพูดแบบตายตัวที่ผู้พิพากษา ประธานการประชุม หรือผู้ดำเนินการใช้เพื่อทำให้การประชุมทางการที่มีเสียงดังเงียบลงและกลับมาอยู่ในการควบคุม การพูดคำเดิมซ้ำทำให้การห้ามฟังดูหนักแน่นและเป็นทางการ order ในที่นี้หมายถึงการประพฤติตัวอย่างเป็นระเบียบ ไม่ได้หมายถึงคำสั่งซื้อของลูกค้าหรือคำสั่งให้ทำสิ่งใด ในฉากที่เลียนแบบศาล ประโยคนี้บอกว่ามีคนกำลังรับบทเป็นผู้มีอำนาจควบคุมสถานการณ์
แบบฝึกหัด
ในศาลจำลองที่มีเสียงดัง ประธานพูดว่า “Order, order.” เขากำลังขอให้ผู้คนทำอะไร?
- เงียบลงเพื่อให้กระบวนการดำเนินต่อไปได้
- ให้คำสั่งสองข้อแก่ประธาน
- สั่งอาหารสองรายการ
ดูคำตอบ
เงียบลงเพื่อให้กระบวนการดำเนินต่อไปได้
the defendant: ฝ่ายที่ต้องตอบคดีในศาล
ในคดีที่ขึ้นสู่ศาล the defendant คือบุคคลหรือองค์กรที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด หรือต้องตอบข้อเรียกร้องทางกฎหมายของอีกฝ่าย คำนี้หมายถึงฝ่ายที่กำลังเผชิญข้อกล่าวหาหรือข้อเรียกร้อง ไม่ใช่ผู้ตัดสินคดี ในที่นี้ คำถามกำหนดให้คนหนึ่งเป็น defendant ในการพิจารณาคดีจำลอง จึงสื่อว่าการกระทำของคนคนนั้นจะถูกตรวจสอบและตัดสินราวกับอยู่ต่อหน้าศาล
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์บทบาททางกฎหมายที่หมายถึงบุคคลซึ่งกำลังเผชิญข้อกล่าวหาทางอาญา: The ____ pleaded not guilty.
ดูคำตอบ
defendant
I see your honor is familiar with Genghis Khan. วัฒนธรรม
0:35ดูเหมือนศาลที่เคารพจะคุ้นเคยกับเจงกิสข่านดี
your honor: คำเรียกผู้พิพากษาอย่างเป็นทางการ
Your Honor เป็นคำเรียกที่สุภาพตามธรรมเนียมเมื่อพูดกับผู้พิพากษาในศาล ในที่นี้ honor เป็นส่วนหนึ่งของตำแหน่งเรียก ไม่ได้หมายถึงเกียรติหรือชื่อเสียงส่วนตัวของผู้พิพากษา ในประโยคนี้ your honor หมายถึงผู้พิพากษาหนึ่งคน จึงทำหน้าที่เป็นนามวลีเอกพจน์และตามด้วย is คำนี้บ่งบอกว่าการสนทนาเป็นถ้อยคำแบบเป็นทางการในศาล
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะใช้ Your Honor เป็นคำเรียกมากที่สุด?
- พูดกับผู้พิพากษาโดยตรงระหว่างการพิจารณาคดี
- พูดกับครูหลังเลิกเรียน
- พูดกับตำรวจระหว่างการตรวจจราจร
ดูคำตอบ
พูดกับผู้พิพากษาโดยตรงระหว่างการพิจารณาคดี
The 13th century warlord whose military campaigns killed millions and left nothing but destruction in their wake. โน้ต
0:38ขุนศึกในศตวรรษที่ 13 ผู้ซึ่งการทำสงครามของเขาสังหารผู้คนนับล้าน และไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากความพินาศ
whose military campaigns: ชุดปฏิบัติการทางทหารที่มีการจัดระบบ
ในประโยคนี้ military campaigns หมายถึงชุดปฏิบัติการทางทหารที่มีการจัดระบบ เชื่อมโยงกัน และดำเนินขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ campaign หนึ่งอาจกินเวลานานและมี battle หลายครั้งอยู่ภายใน จึงไม่ใช่กิจกรรมทั่วไปหรือการต่อสู้เพียงครั้งเดียว whose เชื่อมปฏิบัติการเหล่านี้เข้ากับ warlord ที่อยู่ข้างหน้า โดยบอกว่าเป็นปฏิบัติการของเขาหรืออยู่ภายใต้การนำของเขา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย whose ระบุตัวขุนศึกผ่านสิ่งที่ปฏิบัติการของเขาได้ทำลงไป
แบบฝึกหัด
ใน The military campaign covered three regions and included several battles. คำว่า military campaign หมายถึงอะไร
- ชุดปฏิบัติการทางทหารที่มีการจัดระบบ
- ความพยายามโฆษณาบางสิ่ง
- การต่อสู้สั้น ๆ เพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ
ชุดปฏิบัติการทางทหารที่มีการจัดระบบ
left nothing but destruction in their wake: ภาพผลลัพธ์ที่หลงเหลืออย่างชัดเจน
nothing but หมายถึง “เพียงเท่านั้น” ในที่นี้ their อ้างถึง military campaigns ซึ่งเป็นพหูพจน์ และ left ... in their wake หมายความว่าความพินาศคือผลที่หลงเหลือหลังจากปฏิบัติการเหล่านั้นผ่านไป ตามความหมายตรงตัว wake คือรอยน้ำที่เรือทิ้งไว้ขณะแล่น ในที่นี้เป็นภาพเปรียบเทียบถึงผลที่บุคคล เหตุการณ์ หรือพลังบางอย่างทิ้งไว้เบื้องหลัง ภาพนี้ชัดเจนและรุนแรงกว่าการพูดเพียงว่า caused destruction
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ความพินาศเป็นผลเพียงอย่างเดียว”:The wildfire left ____ in its wake.
ดูคำตอบ
nothing but destruction
First of all, it's pronounced Chinggis Khan. โน้ต
0:49ก่อนอื่น มันออกเสียงว่า ชิงกิสข่าน (Chinggis Khan)
First of all เพื่อเริ่มประเด็นแรก
First of all เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเริ่มประเด็นแรกของคำตอบ ในประโยคนี้ ผู้พูดวางการแก้การออกเสียงไว้ก่อนข้อโต้แย้งหรือการประเมินอื่น ๆ คำนี้ไม่ได้แค่เรียงลำดับความคิด แต่ยังมักสื่อว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องพื้นฐานหรือจำเป็นต้องทำให้ชัดก่อนจะพูดต่อ
แบบฝึกหัด
First of all ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เริ่มการแก้ไขข้อแรกในคำตอบของผู้พูด
- บอกว่าการออกเสียงเกิดขึ้นก่อนในประวัติศาสตร์
- ระบุคนแรกในกลุ่ม
ดูคำตอบ
เริ่มการแก้ไขข้อแรกในคำตอบของผู้พูด
ใช้ It's pronounced ... เพื่อแก้วิธีออกเสียงชื่อ
It's pronounced X เป็นโครงสร้างรูปถูกกระทำที่ใช้ทั่วไปเพื่อบอกหรือแก้ว่าคำ ชื่อบุคคล หรือชื่อสถานที่ออกเสียงอย่างไร ในที่นี้ it หมายถึงชื่อที่กำลังพูดถึง และผู้พูดเสนอ Chinggis Khan เป็นรูปที่แก้แล้ว Chinggis เป็นการถอดอักษรที่สะท้อนรูปชื่อในภาษามองโกเลียได้ใกล้เคียงกว่าการสะกดแบบอังกฤษที่คุ้นเคยว่า Genghis โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ it + be + pronounced + รูปที่ออกเสียง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างรูปถูกกระทำมาตรฐานสำหรับบอกการออกเสียง: The surname is spelled Smythe, but ____ Smith.
ดูคำตอบ
it's pronounced
he was one of the greatest leaders in human history.
0:56เขาเป็นหนึ่งในผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
he was left fatherless and destitute as a child, ไวยากรณ์
1:01เขากลายเป็นเด็กกำพร้าพ่อและยากจนข้นแค้น
Born Temüjin: บทเปิดชีวประวัติแบบย่อข้อมูล
Born Temüjin เป็นวลี past participle ที่วางต้นประโยค หมายถึงเกิดมาโดยมีชื่อว่า Temüjin วลีนี้ย่อข้อมูลเบื้องหลังจาก He was born Temüjin และไม่ใช่คำสั่งหรือประโยคที่สมบูรณ์ บุคคลที่เข้าใจได้จากวลีนี้ต้องเป็นประธานของอนุประโยคหลักที่ตามมา ในที่นี้ Born Temüjin อธิบาย he รูปแบบนี้ช่วยให้งานชีวประวัติบอกชื่อแรกเกิดหรือภูมิหลังการเกิดก่อนเล่าเหตุการณ์ภายหลังได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Born + name เพื่อบอกชื่อแรกเกิดของบุคคลได้ถูกต้อง
- Born Lena Ortiz, the pen name L. O. Hart became famous.
- Born Lena Ortiz, she later published novels as L. O. Hart.
- She born Lena Ortiz and later used L. O. Hart.
ดูคำตอบ
Born Lena Ortiz, she later published novels as L. O. Hart.
was left fatherless and destitute: สภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์
ใน was left fatherless and destitute โครงสร้าง be left + adjective อธิบายสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลจากเหตุการณ์หนึ่ง รูปประโยคถูกกระทำแสดงว่าเขาเป็นฝ่ายได้รับผลกระทบ ส่วน left ไม่ได้หมายความว่าเขาเดินจากไป Fatherless และ destitute เป็นคำคุณศัพท์เสริมที่วางคู่กันหลัง left ทั้งสองคำบอกว่าเขาลงเอยด้วยการไม่มีพ่อและยากจนอย่างหนัก ขณะที่โครงสร้างนี้เน้นว่าสถานการณ์ภายนอกทำให้เขาตกอยู่ในสภาพดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป passive simple past ของ leave: After the last bus was canceled, the travelers ____ stranded at the station.
ดูคำตอบ
were left
but went on to overcome constant strife to unite warring Mongol clans and forge the greatest empire the world had seen, วลี
1:05แต่กลับสามารถเอาชนะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมเผ่ามองโกลที่ทำสงครามกัน และสร้างจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นมา
went on to + คำกริยารูปพื้นฐาน: พัฒนาการในภายหลัง
ในที่นี้ went on to + คำกริยารูปพื้นฐาน ช่วยเลื่อนลำดับเวลาไปข้างหน้า หลังจากช่วงก่อนหน้าของเรื่อง บุคคลนั้นได้เอาชนะความขัดแย้ง รวมเผ่าต่าง ๆ และสร้างจักรวรรดิในเวลาต่อมา โครงสร้างนี้มักใช้ในชีวประวัติและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์เพื่อเกริ่นถึงการกระทำหรือผลลัพธ์สำคัญที่เกิดขึ้นภายหลัง โครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ go on to do something ซึ่งหมายถึง หลังจากผ่านช่วงหรือสภาวะหนึ่งแล้ว ต่อมาก็ทำสิ่งใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go on to: She began as a lab assistant and ____ earn a doctorate.
ดูคำตอบ
went on to
overcome constant strife: เอาชนะความขัดแย้งที่ต่อเนื่อง
Overcome constant strife หมายถึงประสบความสำเร็จทั้งที่มีความขัดแย้งเกิดซ้ำหรือต่อเนื่อง และสามารถควบคุมความขัดแย้งนั้นได้ overcome มองความขัดแย้งเป็นอุปสรรคที่ต้องเอาชนะ ส่วน constant บอกว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่หยุด Strife เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการ และมักหมายถึงความไม่ลงรอย การแข่งขัน หรือการต่อสู้ที่รุนแรงระหว่างคนหรือกลุ่มคน ในประโยคนี้หมายถึงความขัดแย้งยืดเยื้อระหว่างเผ่า ไม่ใช่ความยากลำบากทั่วไป
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดอธิบายได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าเป็น overcoming constant strife?
- นักเรียนแก้คำสะกดผิดหนึ่งคำ
- ผู้ซื้อเลือกแถวชำระเงินที่สั้นกว่า
- แนวร่วมหนึ่งยุติความขัดแย้งที่เกิดซ้ำมาหลายปีระหว่างกลุ่มสมาชิก
ดูคำตอบ
แนวร่วมหนึ่งยุติความขัดแย้งที่เกิดซ้ำมาหลายปีระหว่างกลุ่มสมาชิก
forge the greatest empire: สร้างขึ้นอย่างทรงพลัง
ใน forge the greatest empire คำว่า forge หมายถึงสร้างและหล่อหลอมจักรวรรดิผ่านความพยายามอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้ง และภาวะผู้นำ ภาพเปรียบจากการตีโลหะทำให้ความสำเร็จนี้ฟังดูทรงพลังและยากลำบาก ไม่ใช่การสร้างแบบธรรมดา กรรมของคำกริยาช่วยกำหนดความหมาย เมื่อใช้กับ empire, alliance หรือ relationship คำว่า forge มักหมายถึง “ก่อร่างหรือสร้างขึ้น” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ปลอมแปลง”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The rebels forged a new nation after years of conflict,” คำว่า forged หมายถึงอะไร?
- ทอดยาวครอบคลุมพื้นที่กว้าง
- ทำสำเนาปลอมของสิ่งนั้น
- สร้างและหล่อหลอมขึ้นด้วยความพยายามอย่างมาก
ดูคำตอบ
สร้างและหล่อหลอมขึ้นด้วยความพยายามอย่างมาก
eventually stretching from the Pacific to Europe's heartland. ไวยากรณ์
1:14ท้ายที่สุดก็แผ่ขยายจากมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงใจกลางยุโรป
eventually stretching from ... to ...: บอกขอบเขตที่ทอดยาว
วลี participle eventually stretching from the Pacific to Europe's heartland เสริมข้อมูลเรื่องขอบเขตทางภูมิศาสตร์สุดท้ายของจักรวรรดิให้กับคำบรรยายก่อนหน้า Stretch from A to B หมายถึงทอดยาวครอบคลุมพื้นที่ระหว่างจุดปลายสองจุด ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวหรือยืดร่างกาย เนื่องจาก stretching ในที่นี้เป็นรูป -ing ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันตามกาล วลีนี้จึงต้องอาศัยอนุประโยคก่อนหน้าเพื่อบอกว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทอดยาว Eventually แสดงว่าขอบเขตนี้เกิดขึ้นหลังจากการขยายตัวช่วงหนึ่ง ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในคราวเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย stretching from ... to ...: The canal crosses the region, ____ the mountains ____ the sea.
ดูคำตอบ
stretching from · to
And what was so great about invasion and slaughter? น้ำเสียง/เจตนา
1:18แล้วการรุกรานและการสังหารหมู่นั้นมันยิ่งใหญ่ตรงไหน?
What was so great about ...? ในฐานะคำถามเชิงโต้แย้ง
What was so great about ...? ดูเหมือนเป็นคำถามที่ขอเหตุผล แต่ในประโยคนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดถือว่าคำตอบคือ “ไม่มีอะไรเลย” จึงเป็นการโต้แย้งการประเมินในแง่บวก ไม่ใช่การขอข้อมูลอย่างเป็นกลาง คำว่า so great สะท้อนแนวคิดที่ว่าสิ่งหนึ่งสมควรได้รับคำชม การวาง invasion and slaughter หลัง about เป็นการปฏิเสธคำชมนั้นและนำเสนอเรื่องดังกล่าวใหม่ด้วยถ้อยคำเชิงลบอย่างรุนแรง
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ในตัวอย่าง ผู้พูดกำลังถามอย่างเป็นกลางเพื่อเรียนรู้ข้อดีของการรุกรานและการสังหารหมู่
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
Northern China lost two-thirds of its population. วลี
1:21ตอนเหนือของจีนสูญเสียประชากรไปถึงสองในสาม
lost two-thirds of its population: เศษส่วนของจำนวนทั้งหมด
Lost two-thirds of its population หมายความว่าจำนวนที่สูญเสียไปคือสองคนจากทุกสามคนในประชากรทั้งหมด โครงสร้างคือ lose + เศษส่วน + of + จำนวนทั้งหมด โดยคำแสดงความเป็นเจ้าของ its บอกว่าประชากรซึ่งเป็นจำนวนทั้งหมดนั้นเป็นของใคร เมื่อเขียนเศษส่วนภาษาอังกฤษเป็นคำ ถ้าตัวเศษมากกว่าหนึ่ง ตัวส่วนจะเป็นรูปพหูพจน์ เช่น one-third แต่เป็น two-thirds เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อมสองส่วนของเศษส่วนอย่าง two-thirds
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยเศษส่วนที่ตรงกับตัวเลข: A club had 300 members, and 200 left. The club lost ____ its members.
ดูคำตอบ
two-thirds of
The Jin Dynasty had long harassed the northern tribes, ไวยากรณ์
1:25ราชวงศ์จินได้คุกคามชนเผ่าทางเหนือมาอย่างยาวนาน
had long harassed: การกระทำที่เกิดก่อนและดำเนินมานาน
ใน had long harassed โครงสร้าง had + กริยาช่องที่ 3 เป็น past perfect ซึ่งวางเหตุการณ์คุกคามไว้ก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีตของเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ ส่วน long เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่หมายถึงเป็นเวลานาน และอยู่ระหว่าง had กับ harassed รูปแบบนี้นำเสนอสถานการณ์ที่เกิดก่อนและดำเนินมานานให้เป็นภูมิหลังของเหตุการณ์หรือปฏิกิริยาที่ตามมา ไม่ได้เพียงรายงานการกระทำครั้งเดียวในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย had long + กริยาช่องที่ 3 ของ ignore: Before the strike began, the company ____ the workers' safety complaints.
ดูคำตอบ
had long ignored
paying them off to fight each other and periodically attacking them. กริยาวลี
1:29จ่ายเงินให้พวกเขาสู้รบกันเองและโจมตีพวกเขาเป็นระยะๆ
paying them off: จ่ายเงินเพื่อชักจูงบุคคล
paying them off ใช้รูปแบบ pay + คำสรรพนาม + off เมื่อกรรมเป็นบุคคลหรือกลุ่มคน pay someone off อาจหมายถึงการให้เงินหรือผลประโยชน์เพื่อชักจูงการกระทำหรือทำให้พวกเขาปิดปาก เนื่องจาก them เป็นคำสรรพนาม จึงวางไว้ระหว่าง pay กับ off ในประโยคนี้ วลีบอกจุดประสงค์ to fight each other แสดงว่าการจ่ายผลประโยชน์มีไว้เพื่อควบคุมพฤติกรรมของชนเผ่า ดังนั้น paying them off จึงหมายถึงการติดสินบนหรือซื้อความร่วมมือ ไม่ใช่การชำระหนี้
แบบฝึกหัด
paid the inspector off หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The company paid the inspector off to hide the safety violations.
- บริษัทติดสินบนผู้ตรวจสอบ
- บริษัทจ่ายเงินเดือนตามปกติให้ผู้ตรวจสอบ
- บริษัทชำระหนี้ทั้งหมดของผู้ตรวจสอบ
ดูคำตอบ
บริษัทติดสินบนผู้ตรวจสอบ
Chinggis Khan wasn't about to suffer the same fate as the last Khan who tried to unite the Mongols, วลี
1:34ชิงกิสข่านไม่ยอมรับชะตากรรมเดียวกับข่านคนก่อนที่พยายามรวบรวมชาวมองโกล
wasn't about to suffer the same fate: ความมุ่งมั่นที่จะไม่ประสบชะตากรรมเดียวกัน
ในประโยคนี้ wasn't about to ไม่ได้เน้นเพียงว่าเหตุการณ์หนึ่งจะไม่เกิดขึ้นในทันที เมื่อประธานเป็นบุคคลที่มีเจตจำนง be not about to + คำกริยาจะแสดงความไม่ยินยอมอย่างหนักแน่นหรือความมุ่งมั่น กล่าวคือ เจงกิสข่านจะไม่ยอมให้ตนเองพบจุดจบเช่นนั้น suffer the same fate หมายถึงประสบจุดจบแบบเดียวกับคนอื่น ซึ่งมักเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้าย เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้แสดงความมุ่งมั่นว่าจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอยคนก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างย่อสามคำที่มี about และแสดงการปฏิเสธอย่างหนักแน่น: After years of work, Maya ____ let one setback end the project.
ดูคำตอบ
wasn't about to
and the demographic change may reflect poor census keeping, การใช้คำ
1:40และการเปลี่ยนแปลงทางประชากรอาจสะท้อนถึงการสำรวจสำมะโนประชากรที่ย่ำแย่
may reflect poor census keeping: การตีความข้อมูลอย่างระมัดระวัง
reflect ในที่นี้หมายถึงแสดงให้เห็นหรือเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงบางสิ่ง การเปลี่ยนแปลงทางประชากรที่สังเกตได้อาจเป็นสัญญาณว่าการบันทึกข้อมูลสำมะโนประชากรไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงจริงของประชากรเท่านั้น may แสดงว่านี่เป็นเพียงคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันแล้ว รูปแบบ The pattern may reflect X เป็นวิธีเชื่อมโยงหลักฐานกับสภาวะเบื้องหลังที่อาจเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความประโยคนี้ได้ตรงที่สุด: The survey gap may reflect incomplete records.
- ช่องว่างนี้อาจเป็นสัญญาณว่าบันทึกไม่ครบถ้วน
- ช่องว่างนี้กำลังสะท้อนแสงกลับมาจากบันทึก
- ช่องว่างนี้พิสูจน์ว่าบันทึกครบถ้วน
ดูคำตอบ
ช่องว่างนี้อาจเป็นสัญญาณว่าบันทึกไม่ครบถ้วน
not to mention that many peasants were brought into the Khan's army. โน้ต
1:44นอกเหนือไปจากชาวนาจำนวนมากที่ถูกเกณฑ์เข้าสู่กองทัพของข่าน
not to mention that: การเพิ่มประเด็นสำคัญอีกข้อ
not to mention that ใช้นำอนุประโยคที่สมบูรณ์เข้ามาเป็นข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าข้อความเรื่องชาวนาถูกนำเข้าไปอยู่ในกองทัพเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ควรพิจารณา นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวไปแล้ว แม้จะมีคำว่า not to mention แต่ผู้พูดกำลังกล่าวถึงประเด็นนั้นจริง ๆ วลีนี้ทำหน้าที่คล้ายกับ “และยังมีข้อเท็จจริงสำคัญอีกว่า...” และมักทำให้หลักฐานที่เพิ่มเข้ามาดูเป็นสิ่งที่ละเลยได้ยากเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำจากคำอธิบายนี้ซึ่งใช้เพิ่มเหตุผลสำคัญอีกข้อ: The plan would take months, ____ it would cost more than we can afford.
ดูคำตอบ
not to mention that
many peasants were brought into the Khan's army: จุดเน้นของรูปถูกกระทำ
ใน many peasants were brought into the Khan's army คำว่า were brought เป็นรูปถูกกระทำ โดย many peasants เป็นฝ่ายรับการกระทำ ส่วนผู้ที่ทำการกระทำนั้นไม่ได้ถูกระบุ วิธีนี้ทำให้จุดสนใจอยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวนา ซึ่งพบได้บ่อยในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์เมื่อผู้กระทำไม่เป็นที่รู้จัก ไม่สำคัญ หรือถูกวางไว้เบื้องหลัง ในที่นี้ bring someone into an army หมายถึงทำให้คนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ ไม่ใช่แค่ย้ายเขาไปยังสถานที่ที่กองทัพอยู่ รูปแบบถูกกระทำ be brought into + กลุ่ม โครงการ หรือระบบ ก็ใช้ในทำนองเดียวกันเพื่อหมายถึงถูกเพิ่มเข้าไปหรือกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ bring ... into เพื่อแสดงว่านักออกแบบกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม: When the project expanded, three designers ____ the team.
ดูคำตอบ
were brought into
pick apart numbers: วิเคราะห์ตัวเลขอย่างมีวิจารณญาณทีละส่วน
ในประโยคนี้ pick apart numbers หมายถึงการตรวจดูตัวเลขและข้อโต้แย้งที่สร้างจากตัวเลขเหล่านั้นทีละส่วน โดยเฉพาะเพื่อหาจุดอ่อนหรือข้อผิดพลาด ไม่ได้หมายถึงการแยกตัวเลขออกจากกันจริง ๆ โครงสร้าง pick apart + กรรม มักใช้กับข้อกล่าวอ้าง แผน รายงาน และการแสดง เมื่อมีการวิเคราะห์สิ่งเหล่านั้นอย่างมีวิจารณญาณ ไม่ใช่เพียงดูอย่างละเอียดเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ pick apart: The auditors ____ the numbers before approving the budget.
ดูคำตอบ
picked apart
all you want: การยอมให้เชิงท้าทาย
เมื่อ all you want อยู่หลัง You can + คำกริยา ความหมายตามตัวอักษรคือเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทำสิ่งนั้นได้มากเท่าที่ต้องการ แต่ในประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นการยอมให้เชิงโต้แย้ง กล่าวคือ อีกฝ่ายจะวิจารณ์ตัวเลขต่อไปก็ได้ แต่ความพยายามนั้นจะไม่เปลี่ยนประเด็นที่ผู้พูดกำลังจะกล่าวต่อ โครงสร้างที่พบบ่อย You can + คำกริยา + all you want, but ... มักสื่อท่าทีท้าทายหรือไม่อดทนว่า จะทำมากเท่าไรก็ได้ แต่ผลลัพธ์จะยังเหมือนเดิม
แบบฝึกหัด
all you want ในที่นี้สื่ออะไร? You can argue all you want, but the decision is final.
- คำเชิญอย่างเป็นมิตรให้โต้แย้งต่อเพื่อความสนุก
- คำสัญญาว่าผู้พูดจะทบทวนใหม่หลังจากมีการโต้แย้งมากพอ
- การยอมให้ที่สื่อว่าการโต้แย้งต่อไปจะไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
ดูคำตอบ
การยอมให้ที่สื่อว่าการโต้แย้งต่อไปจะไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
but they wiped out entire cities along with their inhabitants. โน้ต
1:52แต่พวกเขากวาดล้างเมืองทั้งเมืองพร้อมกับผู้อยู่อาศัยไปจริงๆ
wiped out entire cities: ทำลายเมืองทั้งเมืองจนหมดสิ้น
ใน wiped out entire cities กริยาวลี wipe out หมายถึงทำลายทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ส่วน entire cities ระบุขอบเขตอย่างชัดเจนว่าความเสียหายเกิดกับเมืองทั้งเมือง ไม่ใช่เพียงบางพื้นที่ ตรงนี้ wipe out ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าทำลายจนหมด ในรายงานเกี่ยวกับสงคราม ภัยพิบัติ โรค หรือการสูญพันธุ์ คำนี้แสดงว่าผลลัพธ์รุนแรงและครอบคลุมอย่างยิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีเป้าหมายในรูปอดีตที่หมายถึง “ทำลายเกือบทั้งหมด” ลงในประโยค: The sudden frost ____ the region's orange crop.
ดูคำตอบ
wiped out
along with their inhabitants: รวมชาวเมืองเข้าไปด้วย
along with their inhabitants หมายความว่าชาวเมืองรวมอยู่ในผลลัพธ์ที่ถูกทำลายเช่นเดียวกับตัวเมือง along with ใช้เพิ่มบุคคลหรือสิ่งของอีกอย่างที่ได้รับผลจากการกระทำเดียวกัน วลีนี้มักทำให้ส่วนที่เพิ่มเข้ามามีน้ำหนักทางไวยากรณ์หรือข้อมูลน้อยกว่าส่วนหลัก ในที่นี้ entire cities เป็นกรรมหลัก และ their inhabitants เป็นข้อมูลที่เติมเข้ามาทีหลัง ส่วน along with ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายจากบทนี้ลงในประโยคใหม่เพื่อแสดงว่าที่ชาร์จก็ถูกขโมยด้วย: The laptop was stolen ____ its charger.
ดูคำตอบ
along with
The Khan preferred enemies to surrender and pay tribute, โน้ต
1:57ข่านชอบให้ศัตรูยอมจำนนและส่งบรรณาการ
prefer + กรรม + to-infinitive: preferred enemies to surrender
ใน preferred enemies to surrender คำว่า enemies เป็นกรรมของ preferred ส่วน to surrender เป็น to-infinitive ที่บอกการกระทำที่ข่านต้องการให้พวกเขาทำ โครงสร้างคือ prefer + กรรม + to-infinitive หรือ prefer someone to do something โครงสร้างนี้นำเสนอผลลัพธ์หนึ่งว่าเป็นสิ่งที่ต้องการมากกว่าอีกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น มันสื่อถึงความชอบหรือความต้องการ แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้บอกว่ามีการออกคำสั่งหรือการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง prefer + กรรม + to-infinitive โดยใช้รูปที่ถูกต้องของ leave: The host preferred the guests ____ their phones outside.
ดูคำตอบ
to leave
pay tribute ในบริบทของการพิชิต
ในที่นี้ pay tribute หมายถึงการมอบเงิน สิ่งของ หรือทรัพยากรอื่นที่ถูกเรียกร้องให้แก่ผู้ปกครองหรืออำนาจที่แข็งแกร่งกว่า การมอบดังกล่าวแสดงถึงการยอมอยู่ใต้อำนาจหรือการยอมรับอำนาจนั้น คำว่า surrender ที่อยู่ใกล้กันทำให้ pay tribute มีความหมายทางการเมืองและประวัติศาสตร์นี้ ในบริบทอื่น pay tribute อาจหมายถึงการให้เกียรติหรือยกย่องบุคคล ดังนั้นต้องใช้บริบทตัดสินความหมาย
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: After the siege, the city surrendered and agreed to pay tribute. ในที่นี้ pay tribute หมายถึงอะไร?
- กล่าวสุนทรพจน์ยกย่องบุคคลที่มีชื่อเสียง
- จ่ายค่าจ้างตามปกติให้คนงาน
- มอบสิ่งของหรือเงินให้อำนาจที่แข็งแกร่งกว่าเพื่อแสดงการยอมอยู่ใต้อำนาจ
ดูคำตอบ
มอบสิ่งของหรือเงินให้อำนาจที่แข็งแกร่งกว่าเพื่อแสดงการยอมอยู่ใต้อำนาจ
but he firmly believed in loyalty and diplomatic law. วลี
2:01แต่เขาเชื่อมั่นในความจงรักภักดีและกฎทางการทูตอย่างแน่วแน่
believed in loyalty and diplomatic law: การยึดมั่นในหลักการ
ใน believed in loyalty and diplomatic law โครงสร้าง believe in + คำนามนามธรรม หมายถึงการยอมรับและสนับสนุนคุณค่า หลักการ หรือระบบบางอย่าง ในที่นี้ ความภักดีและกฎหมายการทูตถูกมองว่าเป็นหลักที่ควรยึดถือ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เขาเชื่อว่ามีอยู่จริง firmly เพิ่มระดับความยึดมั่น แสดงว่าความเชื่อนี้หนักแน่นและมั่นคง
แบบฝึกหัด
believed in diplomatic law ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- เขาคิดว่าข้อกล่าวอ้างเฉพาะข้อหนึ่งเกี่ยวกับกฎหมายการทูตเป็นข้อเท็จจริง
- เขารู้กฎทุกข้อของกฎหมายการทูตอย่างละเอียด
- เขายอมรับกฎหมายการทูตว่าเป็นหลักการที่ควรยึดถือ
ดูคำตอบ
เขายอมรับกฎหมายการทูตว่าเป็นหลักการที่ควรยึดถือ
The cities that were massacred were ones that rebelled after surrendering or killed his ambassadors. ไวยากรณ์
2:05เมืองที่ถูกสังหารหมู่คือเมืองที่กบฏหลังจากยอมจำนน หรือสังหารทูตของเขา
The cities that were massacred were ones that ...: ใช้ ones แทนคำนามพหูพจน์
ใน The cities ... were ones that ... คำว่า ones ใช้แทนคำนามนับได้พหูพจน์ cities ที่กล่าวถึงไปแล้ว จึงไม่ต้องพูด cities ซ้ำ และอนุประโยคที่ตามหลัง that จะระบุว่าหมายถึงเมืองใด โครงสร้างนี้ใช้จัดกลุ่ม โดยระบุว่าเมืองในส่วนแรกเป็นสมาชิกของกลุ่มที่เฉพาะเจาะจงกว่าซึ่งอธิบายหลัง ones that ในที่นี้ ones เป็นคำแทนคำนามพหูพจน์ ไม่ใช่เลข one
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ถูกต้องโดยใช้คำแทนคำนามพหูพจน์และอนุประโยคที่ระบุกลุ่ม The applications we approved were ____ arrived before Friday.
- ones who
- one that
- ones that
ดูคำตอบ
ones that
rebelled after surrendering: ใช้ after + -ing แสดงลำดับการกระทำ
ใน rebelled after surrendering คำว่า after นำการกระทำที่เกิดก่อน ส่วน surrendering คือรูป -ing ที่ใช้หลังคำบุพบท after ดังนั้นลำดับคือ เมืองเหล่านั้นยอมจำนนก่อน แล้วจึงก่อกบฏในภายหลัง เมื่อเข้าใจว่าการกระทำทั้งสองมีประธานคนเดียวกัน สามารถใช้ after + -ing แทนอนุประโยคเต็มอย่าง after they surrendered ได้ ทำให้บอกลำดับเหตุการณ์ได้กระชับขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป after + -ing ของ read: Nora checked the address after ____ the email.
ดูคำตอบ
reading
His was a strict understanding of justice. ไวยากรณ์
2:12เขาเป็นคนที่มีความเข้าใจเรื่องความยุติธรรมอย่างเข้มงวด
His was a strict understanding of justice: สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของทำหน้าที่เป็นประธาน
ใน His was a strict understanding of justice คำว่า His เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้เดี่ยว ๆ และทำหน้าที่เป็นประธาน ในที่นี้แทน his understanding of justice หรือ “ความเข้าใจเรื่องความยุติธรรมของเขา” ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่เป็นของเขา ภาคแสดง a strict understanding of justice ระบุและบอกลักษณะของความเข้าใจนั้น เมื่อคำนามที่ละไว้ชัดเจน โครงสร้าง “สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ + be + นามวลี” สามารถใช้สรุปมุมมอง แนวทาง หรือแบบของบุคคลหนึ่งได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ใน “His was a strict understanding of justice.” คำว่า His แทนอะไร?
- ระบบการลงโทษของเขา
- ความเข้าใจเรื่องความยุติธรรมของเขา
- สิ่งของชิ้นหนึ่งที่เป็นของเขา
ดูคำตอบ
ความเข้าใจเรื่องความยุติธรรมของเขา
Multiple accounts show his army's brutality going beyond justice, โน้ต
2:16บันทึกหลายฉบับแสดงให้เห็นว่าความโหดร้ายของกองทัพของเขานั้นเกินกว่าคำว่ายุติธรรม
Multiple accounts show: การนำเสนอหลักฐานจากหลายแหล่ง
Multiple accounts show วางแหล่งที่มาของหลักฐานไว้ก่อนข้อกล่าวอ้าง โดยบอกผู้อ่านว่ามีบันทึก คำบอกเล่า หรือรายงานมากกว่าหนึ่งแหล่งที่สนับสนุนข้อความถัดไป ในที่นี้ accounts หมายถึงคำบอกเล่าหรือบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ ไม่ใช่บัญชีธนาคาร ส่วน multiple ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ข้อกล่าวอ้างด้วยการแสดงว่าไม่ได้อาศัยบันทึกเพียงแหล่งเดียว แต่จำนวนแหล่งข้อมูลเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าแต่ละแหล่งเป็นอิสระจากกันหรือน่าเชื่อถือ
แบบฝึกหัด
ใน Multiple accounts show คำขึ้นต้นนี้ทำหน้าที่อะไร?
- พิสูจน์ว่าทุกแหล่งข้อมูลเป็นอิสระจากกันและถูกต้อง
- บอกว่าบัญชีธนาคารหลายบัญชีได้ทำการกระทำบางอย่าง
- นำเสนอคำบอกเล่าหรือบันทึกมากกว่าหนึ่งแหล่งเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างที่ตามมา
ดูคำตอบ
นำเสนอคำบอกเล่าหรือบันทึกมากกว่าหนึ่งแหล่งเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างที่ตามมา
going beyond justice: การข้ามขีดจำกัดทางศีลธรรม
ใน going beyond justice คำว่า go beyond ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ในเชิงพื้นที่ตามตัวอักษร แต่หมายถึงความโหดร้ายที่ข้ามขอบเขตของสิ่งที่สามารถอธิบายอย่างสมเหตุสมผลว่าเป็นความยุติธรรมหรือการลงโทษที่ชอบธรรม โครงสร้าง go beyond + คำนามนามธรรม หมายถึงเกินขอบเขต มาตรฐาน หรือข้อจำกัดที่คำนามนั้นแทน ในประโยคนี้ going ขยาย brutality และทำให้วลีมีน้ำเสียงวิจารณ์อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตสองคำของ go beyond ที่หมายถึง “ข้ามขีดจำกัด” ให้สมบูรณ์: The coach's comments ____ criticism and became a personal attack.
ดูคำตอบ
went beyond
prisoners as human shields: ใช้เชลยเป็นโล่มนุษย์
human shields เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงคนซึ่งถูกจงใจนำไปอยู่ในอันตราย เพื่อให้การมีอยู่ของพวกเขาช่วยยับยั้ง ขัดขวาง หรือรับการโจมตีแทน และปกป้องคนอื่นหรือเป้าหมาย ในประโยคนี้ เชลยถูกบังคับให้ทำหน้าที่ดังกล่าว ส่วน shields ไม่ได้หมายถึงโล่จริงที่มอบให้พวกเขาถือ โครงสร้าง use + person + as + role หมายถึงการใช้หรือปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในบทบาทดังกล่าว ดังนั้น using prisoners as human shields จึงบรรยายกลยุทธ์ที่ทารุณ ไม่ใช่การปกป้องเชลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบริบทความขัดแย้งที่หมายถึงการจงใจนำคนไปเสี่ยงอันตรายเพื่อปกป้องเป้าหมาย: The fighters used the civilians ____.
ดูคำตอบ
as human shields
or moat fillers to support siege engines, การใช้คำ
2:26หรือถมคูเมืองเพื่อรองรับเครื่องจักรกลตีเมือง
moat fillers to support siege engines: สิ่งถมคูเพื่อรองรับเครื่องตีเมือง
ในที่นี้ moat คือคูป้องกันรอบสถานที่ที่มีป้อมปราการ ส่วน siege engines คือเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้โจมตีหรือเคลื่อนเข้าใกล้แนวป้องกัน moat fillers หมายถึงคนหรือวัสดุที่ใช้ถมคูให้มากพอจนเกิดทางข้ามหรือฐานที่มั่นคง to support siege engines เป็นรูป infinitive ที่บอกจุดประสงค์ของการถมคู คือเพื่อให้เครื่องจักรหนักข้ามคูหรือทำงานใกล้กำแพงได้ เนื่องจากข้อความก่อนหน้ามี using prisoners as ประโยคนี้จึงหมายถึงการปฏิบัติต่อเชลยเหมือนเป็นวัสดุถม ไม่ได้หมายความว่า moat filler เป็นอาชีพปกติของพวกเขา
แบบฝึกหัด
ในบริบทการล้อมเมืองนี้ moat fillers to support siege engines บรรยายถึงอะไร?
- ฝึกเชลยให้ควบคุมเครื่องโจมตีข้างคูป้องกัน
- ให้คนงานเติมน้ำลงในคูเพื่อปกป้องเครื่องโจมตี
- ใช้เชลยถมคูป้องกันเพื่อให้เครื่องตีเมืองข้ามไปหรือตั้งอยู่บนพื้นที่นั้นได้อย่างมั่นคง
ดูคำตอบ
ใช้เชลยถมคูป้องกันเพื่อให้เครื่องตีเมืองข้ามไปหรือตั้งอยู่บนพื้นที่นั้นได้อย่างมั่นคง
How barbaric? เพื่อแสดงความตกใจและการตำหนิ
ในที่นี้ How barbaric? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์แบบละคำ แม้จะอยู่ในรูปคำถาม แต่ไม่ได้ถามว่าความป่าเถื่อนอยู่ในระดับใด ประโยคนี้แสดงความตกใจและการตำหนิทางศีลธรรม โดยสื่อคำตัดสินอย่างหนักแน่นว่าพฤติกรรมนั้นป่าเถื่อนอย่างยิ่ง โครงสร้าง How + คำคุณศัพท์เชิงประเมิน? ใช้เป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงต่อสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงได้ หากบริบทไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นคำถามจริง ให้เข้าใจว่าเป็นการตัดสินของผู้พูด ไม่ใช่การขอข้อมูล
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ How barbaric? ทำหน้าที่หลักอย่างไร
- ถามระดับความป่าเถื่อนที่แน่นอนอย่างเป็นกลาง
- แสดงความตกใจและตำหนิพฤติกรรมนั้น
- ชื่นชมพฤติกรรมนั้นว่าเป็นสิ่งดั้งเดิม
ดูคำตอบ
แสดงความตกใจและตำหนิพฤติกรรมนั้น
Is that really so much worse than other medieval armies? ไวยากรณ์
2:34มันเลวร้ายกว่ากองทัพในยุคกลางอื่นๆ มากนักหรือ?
really so much worse than: ตั้งคำถามว่าความแตกต่างมากขนาดนั้นจริงหรือไม่
Worse than สร้างการเปรียบเทียบ so much บอกว่าความแตกต่างมีมาก และ really ในคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่นี้ใช้ท้าทายว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริงหรือไม่ ผู้พูดไม่ได้เพียงถามว่าฝ่ายใดแย่กว่า แต่กำลังสงสัยว่ากรณีแรกแย่กว่าด้วยระยะห่างที่มากพอจะทำให้สมควรถูกมองต่างออกไปจริงหรือไม่ สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบจะอยู่หลัง than ซึ่งในที่นี้คือ other medieval armies
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบห้าคำที่เน้นไว้: Is the basic plan ____ the premium plan?
ดูคำตอบ
really so much worse than
That doesn't excuse Genghis Khan's atrocities, น้ำเสียง/เจตนา
2:38นั่นไม่ได้เป็นข้อแก้ตัวให้กับความโหดร้ายของเจงกิสข่าน
That doesn't excuse ...: การอธิบายไม่เท่ากับการแก้ต่าง
ใน That doesn't excuse ... คำว่า that หมายถึงคำอธิบายหรือการเปรียบเทียบที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน excuse เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้การกระทำผิดดูยอมรับได้ หรือทำให้พ้นจากความรับผิด” ผู้พูดกำลังบอกว่าบริบทนั้นไม่ได้ทำให้ความโหดร้ายของเจงกิสข่านเป็นสิ่งที่ชอบธรรม ประโยคนี้ใช้ขีดเส้นแบ่งในการโต้แย้งว่า เราสามารถอธิบายหรือเปรียบเทียบการกระทำที่สร้างความเสียหายได้โดยไม่ต้องแก้ต่างให้การกระทำนั้น ผู้พูดจึงยอมรับปัญหาทางศีลธรรมก่อนเสนอการเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์อีกประเด็นหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในการโต้แย้ง That doesn't excuse the behavior หมายความว่าอย่างไร
- พฤติกรรมนั้นยอมรับได้ เพราะมีการให้เหตุผลแล้ว
- พฤติกรรมนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
- เหตุผลนั้นอาจอธิบายพฤติกรรมได้ แต่ไม่ได้ทำให้พฤติกรรมนั้นชอบธรรม
ดูคำตอบ
เหตุผลนั้นอาจอธิบายพฤติกรรมได้ แต่ไม่ได้ทำให้พฤติกรรมนั้นชอบธรรม
but it does make Chinggis Khan unexceptional for his time rather than some bloodthirsty savage. โน้ต
2:41แต่มันทำให้ชิงกิสข่านดูเป็นเรื่องปกติในยุคของเขา มากกว่าที่จะเป็นคนป่าเถื่อนที่กระหายเลือด
Does make ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
ในที่นี้ does เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นในประโยคบอกเล่า โดยเพิ่มความหมายประมาณว่า “จริง ๆ” หรือ “อย่างแท้จริง” ให้กับ make ผู้พูดจึงกำลังยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์ทำให้เจงกิสข่านดูไม่ได้แตกต่างเป็นพิเศษจากคนในยุคของเขา โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ does กับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามในปัจจุบัน และคงกริยาหลักไว้ในรูปพื้นฐาน จึงต้องใช้ it does make ไม่ใช่ it does makes โครงสร้างนี้มักใช้ยืนยัน แก้ความเข้าใจ หรือรักษาจุดยืนหลังการเปรียบต่าง
แบบฝึกหัด
เติมกริยาช่วยเพื่อเน้นในรูปปัจจุบันที่สอดคล้องกับประธาน: The new schedule is inconvenient, but it ____ give us more time to prepare.
ดูคำตอบ
does
rather than some bloodthirsty savage: การปฏิเสธคำตีตรา
ในที่นี้ rather than นำคำตีตราที่ผู้พูดปฏิเสธเข้ามา คือ some bloodthirsty savage ส่วนคำอธิบายที่ผู้พูดยังคงเน้นคือ unexceptional for his time โครงสร้าง X rather than Y นำสองทางเลือกมาเปรียบต่างกัน โดยผู้พูดเลือกกรอบความหมายว่า “X ไม่ใช่ Y” ข้อความหลัง rather than ไม่ใช่ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับบุคคลนั้น แต่เป็นคำประเมินที่ถูกตัดออก
แบบฝึกหัด
เติม rather than เพื่อแสดงว่าเลือกการอัปเดตสั้น ๆ และไม่ได้เลือกการประชุมเต็มรูปแบบ: The committee chose a short update ____ a full meeting.
ดูคำตอบ
rather than
after his unification of the tribes abolished bride kidnapping, วัฒนธรรม
2:48หลังจากที่เขารวบรวมชนเผ่าต่างๆ ได้สำเร็จ เขาได้ยกเลิกการลักพาตัวเจ้าสาว
In fact: การนำหลักฐานที่หนักแน่นขึ้นหรือแก้ความเข้าใจเดิม
In fact เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่บอกผู้อ่านว่าข้อเท็จจริงถัดไปสำคัญเป็นพิเศษต่อประเด็นที่กำลังกล่าวถึง ในที่นี้ คำนี้นำหลักฐานที่ใช้เสริมข้อโต้แย้งและท้าทายภาพด้านเดียวที่เกิดจากเนื้อหาก่อนหน้า คำนี้ไม่ได้เพียงประกาศว่าข้อความหนึ่งเป็นความจริง แต่แสดงว่าข้อมูลใหม่สัมพันธ์กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนอย่างไร โดยอาจแก้ความคาดหมาย เพิ่มหลักฐานที่หนักแน่นกว่า หรือทำให้ประเด็นแม่นยำขึ้น
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานบอกว่าแล็ปท็อปรุ่นเก่าจะต้องช้ากว่า คำตอบใดใช้ In fact เพื่อแก้ความคาดหมายนั้น
- In fact, the older laptop finished the test two seconds faster.
- For example, the older laptop has a silver case.
- In fact, both laptops are on the same desk.
ดูคำตอบ
In fact, the older laptop finished the test two seconds faster.
abolished bride kidnapping: ยกเลิกธรรมเนียมการแต่งงานที่มีการบังคับอย่างเป็นทางการ
ในที่นี้ bride kidnapping หมายถึงธรรมเนียมที่ผู้หญิงถูกลักพาตัวไปเพื่อการแต่งงาน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการใช้กำลังหรือการบังคับ เป็นคำทางประวัติศาสตร์และสังคมที่จริงจัง ไม่ใช่กิจกรรมงานแต่งงานธรรมดาหรือเรื่องล้อเล่น Abolished หมายถึงการยุติกฎหมาย สถาบัน หรือธรรมเนียมที่มีอยู่เดิมอย่างเป็นทางการ ดังนั้น abolished bride kidnapping จึงหมายความว่าธรรมเนียมการแต่งงานนี้ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ ในประโยคนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถูกนำเสนอว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ความเป็นอยู่ของผู้หญิงดีขึ้น
แบบฝึกหัด
abolished bride kidnapping ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- ยกเลิกธรรมเนียมลักพาตัวผู้หญิงเพื่อการแต่งงานอย่างเป็นทางการ
- ยกเลิกการเดินทางสำหรับงานแต่งงาน
- ป้องกันเหตุลักพาตัวเฉพาะเหตุการณ์หนึ่ง
ดูคำตอบ
ยกเลิกธรรมเนียมลักพาตัวผู้หญิงเพื่อการแต่งงานอย่างเป็นทางการ
women in the Mongol ranks had it better than most. วลี
2:52ผู้หญิงในกองทัพมองโกลมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนส่วนใหญ่
had it better than most: มีสถานการณ์โดยรวมดีกว่าคนส่วนใหญ่
Had it better เป็นรูปอดีตของ have it better ในโครงสร้างนี้ it ไม่ได้แทนสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่กล่าวกว้าง ๆ ถึงสภาพความเป็นอยู่ การปฏิบัติที่ได้รับ โอกาส หรือสถานการณ์โดยรวมของบุคคล Than most เปรียบเทียบสถานการณ์นั้นกับสถานการณ์ของคนอื่นส่วนใหญ่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง โดยบริบทจะบอกว่ากลุ่มเปรียบเทียบคือใคร ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าผู้หญิงเหล่านั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าคนส่วนใหญ่ที่นำมาเปรียบเทียบได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปอดีตของ have it better than most: At that company, full-time employees received free housing and health care, so they ____.
ดูคำตอบ
had it better than most
domestic affairs: เรื่องภายในครัวเรือนหรือภายในกลุ่ม
ในประโยคนี้ domestic affairs หมายถึงเรื่องในครัวเรือนหรือเรื่องภายในอื่น ๆ ที่กลุ่มนั้นดูแล domestic กำหนดขอบเขตว่าเป็นเรื่องภายในบ้านหรือภายในกลุ่ม ส่วน affairs ในรูปพหูพจน์หมายถึงเรื่องต่าง ๆ หรือขอบเขตความรับผิดชอบ ขอบเขตที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท ในงานเขียนทางการเมือง domestic affairs มักหมายถึงกิจการภายในประเทศ แต่ในที่นี้หมายถึงชีวิตภายในของกลุ่ม ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The council managed domestic affairs while diplomats dealt with neighboring states,” domestic affairs หมายถึงอะไร?
- ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
- ความสัมพันธ์กับประเทศอื่น
- เรื่องภายในชุมชน
ดูคำตอบ
เรื่องภายในชุมชน
trusted advisors: ที่ปรึกษาที่ผู้อื่นไว้วางใจ
trusted advisors คือบุคคลที่ผู้อื่นไว้วางใจคำแนะนำและวิจารณญาณของเขา trusted ขยาย advisors โดยสื่อว่าบุคคลเหล่านี้ได้รับความเชื่อมั่นและอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ รูปแบบ trusted + คำนามบอกบทบาท ใช้บอกว่าบุคคลหนึ่งน่าเชื่อถือในความสัมพันธ์หรือบทบาทนั้น เช่น trusted colleague หรือ trusted partner ส่วน advisor ในที่นี้หมายถึงผู้ที่ให้แนวทางหรือคำแนะนำ
แบบฝึกหัด
ใช้การสะกดที่แสดงในบทเรียนเติมวลีสองคำที่หมายถึง “ที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจ” ลงในประโยค: After years of reliable guidance, Maya became the president's ____.
ดูคำตอบ
trusted advisor
Temüjin remained with his first bride all his life, วลี
3:00เตมูจินอยู่กับภรรยาคนแรกของเขาไปตลอดชีวิต
all his life: ตลอดทั้งชีวิตของเขา
all his life เป็นวลีบอกเวลาที่หมายถึง “ตลอดทั้งชีวิตของเขา” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย remained และบอกว่าความสัมพันธ์ดำเนินต่อไปตลอดช่วงชีวิตของเขา all หมายถึงช่วงเวลาทั้งหมดของชีวิต ไม่ได้หมายถึง “หลายชีวิต” โครงสร้างคือ all + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life เช่น all my life, all her life และ all his life หากผู้ที่เป็นเจ้าของมีหลายคน ให้ใช้ lives เช่น all their lives ในชีวประวัติของผู้ที่เสียชีวิตแล้ว วลีนี้อาจครอบคลุมทั้งชีวิตของบุคคลนั้น ส่วนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่พูดว่า all my life มักหมายถึง “ตั้งแต่เกิดหรือตั้งแต่ความทรงจำแรกสุดจนถึงตอนนี้”
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง all + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life เติมประโยคให้สมบูรณ์: Nora has loved astronomy ____.
ดูคำตอบ
all her life
even raising her possibly illegitimate son as his own. วลี
3:03แม้กระทั่งเลี้ยงดูลูกชายของเธอที่อาจไม่ใช่ลูกสายเลือดของตนราวกับเป็นลูกแท้ๆ
as his own: ปฏิบัติต่อลูกชายเสมือนเป็นลูกของตนเอง
ใน raising her son as his own วลี as his own หมายถึง “เสมือนว่าลูกชายคนนั้นเป็นลูกของเขาเอง” own ใช้แทน son หรือ child เพราะทราบคำนามนั้นได้ชัดเจนจากบริบท วลีนี้เน้นการดูแล ความรับผิดชอบ และการยอมรับที่เขามอบให้เด็กชาย ไม่ได้หมายถึงความเป็นพ่อลูกทางสายเลือด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยา + กรรม + as + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own คำแสดงความเป็นเจ้าของระบุผู้ที่ยอมรับความสัมพันธ์หรือรับผิดชอบ เช่น They raised him as their own.
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง as + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own เติมประโยคให้สมบูรณ์: Although Leo was not their biological son, they raised him ____.
ดูคำตอบ
as their own
legacy was a disaster: การประเมินผลกระทบทางประวัติศาสตร์ระยะยาว
ในที่นี้ legacy หมายถึงผลกระทบทางประวัติศาสตร์และชื่อเสียงที่บุคคลหนึ่งทิ้งไว้ในระยะยาว ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ส่งต่อหลังเสียชีวิต รูปแสดงความเป็นเจ้าของ Genghis Khan's บอกว่ากำลังประเมินผลกระทบของใคร Was a disaster เป็นการตัดสินผลกระทบนั้นในทางลบอย่างรุนแรง คำว่า disaster ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงผลลัพธ์ที่ถูกมองว่าสร้างความเสียหายอย่างมาก ไม่ใช่ภัยธรรมชาติเหตุใดเหตุหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง Genghis Khan's legacy หมายถึงอะไร
- เงินและทรัพย์สินที่เขาได้รับเป็นมรดกตามกฎหมาย
- ผลกระทบระยะยาวที่ทำให้ผู้คนจดจำเขา
- ภัยธรรมชาติเพียงครั้งเดียวที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเขา
ดูคำตอบ
ผลกระทบระยะยาวที่ทำให้ผู้คนจดจำเขา
Up to 40 million killed across Eurasia during his descendents' conquests, วลี
3:11มีผู้เสียชีวิตมากถึง 40 ล้านคนทั่วยูเรเชียระหว่างการรุกรานของลูกหลานของเขา
Up to 40 million: ขอบเขตบนโดยประมาณ
ใน up to 40 million คำว่า up to กำหนดให้ 40 ล้านเป็นค่าประมาณสูงสุดที่เป็นไปได้หรือที่มีการรายงาน จำนวนจริงอาจต่ำกว่านี้ และวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าเท่ากับ 40 ล้านพอดี การใช้คำแบบนี้เหมาะเมื่อแหล่งข้อมูลให้ขอบเขตบนแทนยอดรวมที่ยืนยันแล้ว เป็นการจำกัดค่าสูงสุดของข้อความโดยไม่ได้ระบุขอบเขตล่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย up to และตัวเลข 200 เพื่อแสดงค่าสูงสุด: The room can hold ____ people.
ดูคำตอบ
up to 200
That's not even counting casualties from the Black Plague brought to Europe by the Golden Horde's siege of Kaffa. โน้ต
3:20นี่ยังไม่นับรวมผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคที่โกลเดนฮอร์ดนำเข้าไปในยุโรปจากการล้อมเมืองแคฟฟา
not even counting: ส่วนที่ยังไม่รวมในยอดทั้งหมด
Not even counting + นามวลี หมายความว่ารายการที่ตามมายังไม่ถูกรวมไว้ในยอดรวมหรือการประเมิน ในประโยคนี้ ผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคยังไม่รวมอยู่ในจำนวนที่กำลังกล่าวถึง ดังนั้นหากนำมารวม จำนวนก็จะสูงขึ้นอีก Even ช่วยเน้นว่า แม้ยอดรวมปัจจุบันจะมากอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ครบ Counting ในที่นี้หมายถึง “นำมารวมในการคำนวณ” ไม่ใช่การไล่นับตัวเลขทีละตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ลงท้ายด้วย counting: The hotel costs $180 a night, ____ parking.
ดูคำตอบ
not even counting
Black Plague: โรคระบาดครั้งใหญ่ในคริสต์ศตวรรษที่ 14
ในประโยคนี้ Black Plague หมายถึงโรคระบาดครั้งใหญ่ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า Black Death หรือกาฬมรณะ นี่เป็นชื่อทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรว่าตัวโรคมีสีดำ วลีนี้ระบุสาเหตุของผู้เสียชีวิตที่ถูกนำมาเพิ่มในการอภิปราย ส่วนข้อความ brought to Europe by the Golden Horde's siege of Kaffa บอกว่าโรคมาถึงยุโรปได้อย่างไรตามเรื่องเล่านี้ แต่ข้อความแวดล้อมดังกล่าวไม่ใช่ส่วนหนึ่งของความหมายของ Black Plague
แบบฝึกหัด
ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ Black Plague หมายถึงอะไร?
- โรคระบาดในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ที่มักเรียกว่า Black Death
- กองทัพยุคกลางที่ใช้ชื่อนี้
- โรคใด ๆ ที่ทำให้เกิดอาการเป็นสีคล้ำ
ดูคำตอบ
โรคระบาดในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ที่มักเรียกว่า Black Death
the Golden Horde's siege of Kaffa: ผู้กระทำ เหตุการณ์ และเป้าหมาย
คำนามหลักคือ siege ซึ่งหมายถึงปฏิบัติการทางทหารที่ล้อมสถานที่หนึ่งไว้ of Kaffa ระบุสถานที่ที่ถูกล้อม ส่วน the Golden Horde's ระบุฝ่ายที่เป็นผู้ก่อหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำนั้น Golden Horde คือรัฐสืบทอดแห่งหนึ่งของจักรวรรดิมองโกล และ Kaffa เป็นเมืองท่าริมทะเลดำ วลีทั้งหมดจึงหมายถึง “การล้อม Kaffa ที่ดำเนินการโดย Golden Horde” ในงานเขียนประวัติศาสตร์ โครงสร้าง X's + คำนามเหตุการณ์ + of Y มักจัดข้อมูลเป็น ผู้กระทำ + เหตุการณ์ + เป้าหมาย
แบบฝึกหัด
ในวลี the Golden Horde's siege of Kaffa ส่วน of Kaffa ระบุอะไร?
- สถานที่ที่ถูกล้อม
- ชื่อของโรค
- กลุ่มที่ทำการล้อม
ดูคำตอบ
สถานที่ที่ถูกล้อม
Surely that wasn't intentional: การคาดหวังอย่างมากให้อีกฝ่ายเห็นด้วย
surely ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียง “อย่างแน่นอน” แต่ใช้เสนอ that wasn't intentional เป็นข้อสรุปที่ผู้พูดคาดหวังอย่างมากว่าผู้ฟังจะยอมรับ โดยมีนัยว่า “คงไม่ได้จงใจหรอก ใช่ไหม?” ตามไวยากรณ์ ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า แต่ surely ทำให้มีหน้าที่เชิงปฏิสัมพันธ์คล้ายคำถาม น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้สื่อถึงความไม่อยากเชื่ออย่างจริงใจ การเสนอคำอธิบายในแง่ดี หรือการท้าทายให้อีกฝ่ายเห็นด้วย
แบบฝึกหัด
ใน Surely that wasn't intentional? คำว่า surely เพิ่มท่าทีแบบใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?
- ผู้พูดคาดหวังอย่างมากให้อีกฝ่ายเห็นด้วยว่าเรื่องนั้นไม่ได้ตั้งใจ
- ผู้พูดถามว่า intentional หมายถึงอะไร
- ผู้พูดรายงานข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วโดยไม่มีท่าทีส่วนตัว
ดูคำตอบ
ผู้พูดคาดหวังอย่างมากให้อีกฝ่ายเห็นด้วยว่าเรื่องนั้นไม่ได้ตั้งใจ
when they saw their own troops dying of the plague, วลี
3:30เมื่อพวกเขาเห็นกองทหารของตนล้มตายจากโรคระบาด
dying of the plague: die of + สาเหตุ
ในโครงสร้าง die of + สาเหตุ คำว่า of ใช้นำสาเหตุการเสียชีวิต โครงสร้างนี้เป็นธรรมชาติเป็นพิเศษเมื่อใช้กับโรคและภาวะทางร่างกาย ดังนั้น dying of the plague จึงหมายถึง “กำลังเสียชีวิตเพราะโรคระบาด” ในที่นี้ dying เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง saw their own troops ทำให้การเสียชีวิตของเหล่าทหารถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์ที่พวกเขาเห็นขณะกำลังเกิดขึ้น ส่วน of the plague ระบุสาเหตุของ dying
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง die of ให้สมบูรณ์ด้วยหนึ่งคำ: Before treatment was available, many patients died ____ the disease.
ดูคำตอบ
of
they catapulted infected bodies over the city walls. การใช้คำ
3:33พวกเขาใช้เครื่องยิงดีดศพที่ติดเชื้อข้ามกำแพงเมืองไป
catapulted ... over the city walls: ยิงข้ามกำแพงเมืองด้วยกลไกอย่างแรง
ในที่นี้ catapult เป็นคำกริยา หมายถึงยิงหรือเหวี่ยงสิ่งของด้วยเครื่องยิงหินหรือกลไกทรงพลังที่คล้ายกัน Catapulted มีความเฉพาะเจาะจงกว่า threw เพราะระบุลักษณะการโจมตีระหว่างการล้อมเมือง และสื่อถึงแรงกับระยะทางที่มาก โครงสร้างคือ catapult + กรรม + เส้นทาง Infected bodies เป็นกรรมที่ถูกยิงออกไป ส่วน over the city walls แสดงเส้นทางที่ข้ามด้านบนของสิ่งกีดขวางไปยังอีกฝั่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ catapulted ตามความหมายตรงเพื่ออธิบายการยิงอย่างแรงด้วยเครื่องจักรสำหรับล้อมเมือง?
- The guard carried a stone through the gate.
- The siege engine catapulted a stone over the wall.
- The mason placed a stone beside the wall.
ดูคำตอบ
The siege engine catapulted a stone over the wall.
The accounts you're referencing were written over 100 years after the fact. วลี
3:38บันทึกที่คุณอ้างอิงนั้นเขียนขึ้นหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้วกว่า 100 ปี
after the fact: หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว
after the fact หมายถึงหลังจากเหตุการณ์ที่กำลังพูดถึงเกิดขึ้นไปแล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ว่าบันทึกถูกเขียนขึ้นหลังเหตุการณ์เกินหนึ่งศตวรรษ ไม่ใช่ในช่วงที่เหตุการณ์เกิดขึ้น ในสำนวนตายตัวนี้ fact หมายถึงเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้หมายถึงหลังความจริง วลีนี้ใช้บอกว่าหลักฐาน คำอธิบาย หรือการกระทำเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
after the fact ในประโยค “The statement was written after the fact” หมายความว่าอย่างไร
- เพื่อพิสูจน์ว่าเหตุการณ์นั้นเป็นเรื่องจริง
- หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว
- ขณะที่เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น
ดูคำตอบ
หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว
How reliable do you think they are?: คำถามเชิงสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ
ตามความหมายตรงตัว How reliable do you think they are? เป็นการขอให้ผู้ฟังประเมินระดับความน่าเชื่อถือ โดย they ในที่นี้หมายถึง accounts หรือบันทึกที่กล่าวถึงในประโยคก่อนหน้า ในบริบทนี้ ข้อสังเกตก่อนหน้าว่าบันทึกถูกเขียนขึ้นในเวลาที่ล่วงเลยไปมาก ทำให้คำถามมีน้ำเสียงสงสัยมากกว่าจะเป็นกลาง ผู้พูดไม่ได้ประกาศตรง ๆ ว่าบันทึกไม่น่าเชื่อถือ แต่กระตุ้นให้อีกฝ่ายทบทวนว่าบันทึกเหล่านั้นสมควรได้รับความไว้วางใจเพียงใด ในบริบทอื่น ถ้อยคำเดียวกันอาจเป็นการขอให้ประเมินอย่างจริงใจก็ได้
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งกล่าวว่าบันทึกบางส่วนถูกเขียนขึ้นหลังจากนั้นมากกว่า 100 ปี จุดประสงค์ที่เป็นไปได้มากที่สุดของการถาม “How reliable do you think they are?” คืออะไร
- ถามว่าใครเป็นผู้เขียนบันทึก
- กระตุ้นให้ผู้ฟังทบทวนความน่าเชื่อถือของบันทึก
- แสดงความไว้วางใจในบันทึกอย่างเต็มที่
ดูคำตอบ
กระตุ้นให้ผู้ฟังทบทวนความน่าเชื่อถือของบันทึก
the survivors reaped the benefits of the empire Chinggis Khan founded. สำนวน
3:46ผู้รอดชีวิตยังได้รับประโยชน์จากจักรวรรดิที่ชิงกิสข่านก่อตั้งขึ้น
reaped the benefits: ได้รับประโยชน์จากเงื่อนไขที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
reaped the benefits หมายถึง ได้รับหรือเพลิดเพลินกับข้อดีที่บางสิ่งก่อให้เกิดขึ้น reap ตามตัวอักษรหมายถึง “เก็บเกี่ยวพืชผล” ดังนั้นสำนวนนี้จึงเปรียบผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์เหมือนพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้เมื่อเติบโตเต็มที่ ในประโยคนี้ ผู้รอดชีวิตได้รับประโยชน์จากจักรวรรดิในเวลาต่อมา ไม่ได้หมายถึงการทำเกษตรจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ reap the benefits of + แหล่งที่มาของประโยชน์ โดยมักเชื่อมประโยชน์เข้ากับความพยายาม นโยบาย หรือเงื่อนไขที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สร้างสิ่งนั้นขึ้นมา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของสำนวน reap the benefits เติมประโยคให้สมบูรณ์: After years of careful planning, the team finally ____ of its early preparation.
ดูคำตอบ
reaped the benefits
The Mongol empire practiced religious tolerance among all subjects. การใช้คำ
3:52จักรวรรดิมองโกลปฏิบัติเรื่องความอดกลั้นทางศาสนาในหมู่ราษฎรทั้งหมด
practiced religious tolerance: นำหลักการไปปฏิบัติ
ใน practiced religious tolerance คำว่า practiced หมายถึง นำหลักการไปปฏิบัติหรือยึดถือเป็นนโยบายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้หมายถึงฝึกทักษะ religious tolerance คือการยอมให้ผู้ที่มีความเชื่อและการปฏิบัติทางศาสนาแตกต่างกันดำเนินชีวิตโดยไม่ถูกลงโทษเพียงเพราะความแตกต่างนั้น โครงสร้าง practice + หลักการหรือค่านิยม แสดงว่าหลักการนั้นถูกนำมาใช้ในพฤติกรรมจริง ไม่ได้เป็นเพียงความคิดเห็น ในประโยคนี้ จักรวรรดิถูกบรรยายว่าใช้ความอดกลั้นในการปฏิบัติต่อประชาชน
แบบฝึกหัด
practiced หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The council practiced religious tolerance toward minority groups.
- นำหลักการนั้นไปปฏิบัติ
- ฝึกซ้ำ ๆ เพื่อพัฒนาทักษะ
- ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ดูคำตอบ
นำหลักการนั้นไปปฏิบัติ
based on merit rather than birth: ยึดความสามารถ ไม่ใช่ชาติกำเนิด
โครงสร้าง based on A rather than B ระบุเกณฑ์ที่ใช้ก่อน แล้วจึงตัดเกณฑ์อีกอย่างหนึ่งออก ในที่นี้ merit หมายถึงความสามารถ ผลงาน หรือผลการปฏิบัติงาน ส่วน birth หมายถึงชาติกำเนิด สถานะที่สืบทอดมา หรือชนชั้นทางสังคม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าการเลื่อนตำแหน่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่บุคคลทำสำเร็จหรือสามารถทำได้ ไม่ใช่สถานะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบเกณฑ์ที่เลือกกับเกณฑ์ที่ไม่นำมาพิจารณาได้
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: In the fair system, officials were promoted ____.
ดูคำตอบ
based on merit rather than birth
enforced universal rule of law: บังคับใช้หลักนิติธรรมอย่างทั่วถึง
การ enforce บางสิ่งหมายถึงการใช้อำนาจเพื่อทำให้สิ่งนั้นมีผลจริงหรือได้รับการปฏิบัติตาม Rule of law เป็นศัพท์ตายตัวทางการเมืองและกฎหมาย หมายถึงหลักนิติธรรม คือรัฐปกครองด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ความต้องการส่วนตัวของผู้ปกครอง และทั้งผู้ปกครองกับประชาชนทั่วไปต่างอยู่ภายใต้กฎหมาย Universal บอกว่าระเบียบกฎหมายนี้ใช้ในวงกว้าง ไม่ได้ใช้กับกลุ่มที่มีอภิสิทธิ์เพียงกลุ่มเดียว เมื่อรวมกัน วลีนี้นำเสนอการบังคับใช้จริง ไม่ใช่แค่การประกาศอุดมคติ ว่าเป็นลักษณะหนึ่งของสถาบันการปกครอง
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายเรื่องรัฐบาล rule of law หมายถึงอะไร
- กฎหมายหรือกฎข้อใดข้อหนึ่ง
- การปกครองด้วยการตัดสินใจส่วนตัวของผู้ปกครอง
- ระบบที่กฎหมายจำกัดทั้งผู้ปกครองและประชาชน
ดูคำตอบ
ระบบที่กฎหมายจำกัดทั้งผู้ปกครองและประชาชน
Not to mention their contribution to culture. ลำดับความ
4:06ยังไม่รวมถึงการสนับสนุนทางวัฒนธรรมของพวกเขาด้วยนะ
Not to mention ...: การเพิ่มเหตุผลสนับสนุนอีกหนึ่งข้อ
Not to mention ... ใช้เพิ่มอีกประเด็นหนึ่งหลังจากกล่าวเหตุผลหรือตัวอย่างอื่นไปแล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดขยายข้อโต้แย้งไปยังเหตุผลสนับสนุนอีกด้าน คือคุณูปการของพวกเขาต่อวัฒนธรรม นี่เป็นวลีละข้อความบางส่วน มีความหมายคร่าว ๆ ว่า “และนี่ยังไม่นับ...” คำว่า not ไม่ได้ทำให้ประเด็นนั้นไม่สำคัญ ผู้พูดจงใจกล่าวถึงเพื่อทำให้ข้อโต้แย้งหนักแน่นขึ้น
แบบฝึกหัด
Not to mention their contribution to culture. ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผลนี้
- เพิ่มประเด็นสนับสนุนอีกข้อหลังจากเหตุผลก่อนหน้า
- ถอนคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับวัฒนธรรม
- บอกผู้ฟังว่าห้ามพูดถึงวัฒนธรรม
ดูคำตอบ
เพิ่มประเด็นสนับสนุนอีกข้อหลังจากเหตุผลก่อนหน้า
You mean like Hulagu Khan's annihilation of Baghdad, โน้ต
4:09คุณหมายถึงการที่ฮูลากูข่านทำลายล้างแบกแดดน่ะหรือ
Hulagu Khan's annihilation of Baghdad: การอ้างถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในปี 1258
ในที่นี้ Hulagu Khan's annihilation of Baghdad หมายถึงเหตุการณ์ที่กองทัพมองโกลภายใต้การนำของฮูเลกู ข่าน ยึดและปล้นทำลายกรุงแบกแดดอย่างรุนแรงในปี 1258 กรุงแบกแดดเป็นศูนย์กลางสำคัญทางการเมืองและวัฒนธรรมในเวลานั้น การกล่าวถึงเหตุการณ์นี้จึงชวนให้นึกถึงความเสียหายอย่างหนัก ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผู้ปกครองตามปกติ รูปแสดงความเป็นเจ้าของ Hulagu Khan's เชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับผู้นำที่รับผิดชอบการรบ ส่วน annihilation of Baghdad บอกว่าสิ่งใดเกิดขึ้นกับเมืองนี้ คำว่า annihilation เป็นคำบรรยายที่หนักแน่นของผู้พูด และไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อมาตรฐานของเหตุการณ์นี้
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้หมายถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ใด?
- การที่กองทัพมองโกลภายใต้การนำของฮูเลกู ข่าน ยึดและปล้นทำลายกรุงแบกแดดอย่างรุนแรงในปี 1258
- การที่กรุงแบกแดดรุ่งเรืองขึ้นเป็นเมืองหลวงของรัฐสมัยใหม่แห่งใหม่
- การที่ฮูเลกู ข่านก่อตั้งโรงเรียนวัฒนธรรมในกรุงแบกแดดอย่างสันติ
ดูคำตอบ
การที่กองทัพมองโกลภายใต้การนำของฮูเลกู ข่าน ยึดและปล้นทำลายกรุงแบกแดดอย่างรุนแรงในปี 1258
You mean like ...?: ใช้ตัวอย่างโต้แย้งเชิงประชด
You mean like ...? สามารถใช้เพื่อขอตัวอย่างอย่างจริงใจได้ แต่ในที่นี้ ตัวอย่างที่ตามมาเป็นการทำลายและขัดกับคำกล่าวเชิงบวกเรื่องคุณูปการต่อวัฒนธรรม ผู้พูดนำตัวอย่างโต้แย้งนั้นมาใส่ในรูปคำถามเพื่อท้าทายคำกล่าวก่อนหน้า รูปประโยคภายนอกดูเหมือนการขอยืนยัน แต่หน้าที่ในการสนทนาที่นี่เป็นการประชดว่า “นี่คือคุณูปการแบบที่คุณหมายถึงหรือ” เมื่อตีความรูปประโยคนี้ ให้ดูว่าตัวอย่างสนับสนุนคำกล่าวก่อนหน้า หรือเปิดเผยความขัดแย้งในคำกล่าวนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคเต็ม ผู้พูดใช้ You mean like ...? เพื่อทำอะไร
- ขอตัวอย่างอื่นที่สนับสนุนคำกล่าวเชิงบวกอย่างสุภาพ
- ท้าทายคำกล่าวเชิงบวกด้วยตัวอย่างโต้แย้งที่เป็นการทำลาย
- เปลี่ยนเรื่องเพื่อถามว่าฮูลากู ข่านคือใคร
ดูคำตอบ
ท้าทายคำกล่าวเชิงบวกด้วยตัวอย่างโต้แย้งที่เป็นการทำลาย
the era's cultural capital: capital ในความหมายว่า "ศูนย์กลางสำคัญ"
ในที่นี้ the era's cultural capital หมายถึงเมืองที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญทางวัฒนธรรมในช่วงเวลานั้น capital สามารถหมายถึงศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดของกิจกรรมเฉพาะด้านได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงเมืองที่เป็นที่ตั้งของรัฐบาลเท่านั้น เนื่องจากวลีนี้กล่าวถึงกรุงแบกแดดในฐานะเมืองหนึ่งในช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ cultural capital จึงหมายถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของเมือง ไม่ได้หมายถึงแนวคิดทางสังคมวิทยาเรื่องทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งได้แก่ความรู้ การศึกษา และรสนิยมที่อาจทำให้ได้เปรียบทางสังคม
แบบฝึกหัด
ในประโยค "For artists, the city was the era's cultural capital," cultural capital หมายถึงอะไร?
- ที่ตั้งอย่างเป็นทางการของทุกรัฐบาลในเวลานั้น
- การศึกษาและรสนิยมของบุคคลในฐานะทรัพยากรทางสังคม
- ศูนย์กลางสำคัญทางวัฒนธรรมในเวลานั้น
ดูคำตอบ
ศูนย์กลางสำคัญทางวัฒนธรรมในเวลานั้น
refused to surrender: โครงสร้าง refuse + to-infinitive
Refused to surrender ใช้รูปแบบ refuse + to-infinitive หมายความว่ากาหลิบปฏิเสธการยอมจำนนอย่างชัดเจน โดย refused เป็นรูปอดีตของ refuse และ to surrender ระบุการกระทำที่ถูกปฏิเสธ ใช้ refuse to + กริยารูปพื้นฐานเมื่อมีคนปฏิเสธที่จะทำบางอย่าง ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน refuse จะไม่ตามด้วยรูป -ing เมื่อใช้ในความหมายนี้
แบบฝึกหัด
เติมเครื่องหมาย infinitive ที่ต้องใช้หลัง refused ให้ประโยคสมบูรณ์: The commander refused ____ surrender after the final warning.
ดูคำตอบ
to
And Hulagu was later punished by Berke Khan for the wanton destruction. การใช้คำ
4:24และฮูลากูก็ถูกลงโทษโดยเบิร์กข่านในเวลาต่อมาจากการทำลายล้างอย่างป่าเถื่อน
wanton destruction: การประณามอย่างรุนแรงในภาษาทางการ
Wanton destruction หมายถึงการทำลายล้างที่กระทำอย่างบุ่มบ่าม ไร้เหตุผลอันชอบธรรม หรือไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น wanton เพิ่มน้ำเสียงตัดสินเชิงลบอย่างรุนแรง ไม่ได้เพียงบอกว่าการทำลายเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอว่าการทำลายนั้นสมควรถูกตำหนิ และช่วยอธิบายว่าเหตุใดจึงมีการลงโทษตามมา wanton เป็นคำคุณศัพท์ที่มีความหมายของตัวเอง ไม่ใช่รูปหนึ่งของ want
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย wanton destruction ได้ดีที่สุด
- ความเสียหายเล็กน้อยที่เกิดจากอุบัติเหตุ
- การทำลายที่บุ่มบ่าม ไม่มีเหตุผลอันชอบธรรม และถูกประณามอย่างรุนแรง
- การรื้อถอนอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย
ดูคำตอบ
การทำลายที่บุ่มบ่าม ไม่มีเหตุผลอันชอบธรรม และถูกประณามอย่างรุนแรง
It wasn't Mongol policy to destroy culture. ไวยากรณ์
4:29มันไม่ใช่นโยบายของมองโกลที่จะทำลายล้างวัฒนธรรม
It wasn't ... policy to ...: บอกว่าการกระทำหนึ่งไม่ใช่นโยบายอย่างเป็นทางการ
โครงสร้าง It was not [group's] policy to + คำกริยา ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งไม่ใช่แนวทางอย่างเป็นทางการหรือแนวปฏิบัติตามปกติของกลุ่มนั้น ในที่นี้ to destroy culture ระบุการกระทำที่กำลังถูกพิจารณา และ Mongol ขยาย policy เพื่อบอกว่าเป็นนโยบายของใคร policy หมายถึงหลักการหรือแนวปฏิบัติที่ยึดถืออย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การกระทำเพียงครั้งเดียว ดังนั้น ประโยคนี้จึงปฏิเสธว่าการทำลายวัฒนธรรมเป็นนโยบายทั่วไป แต่ไม่ได้กล่าวว่าไม่เคยเกิดการทำลายขึ้นเลย
แบบฝึกหัด
เติมข้อความอย่างเป็นทางการให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง It is not company policy to: ____ share customer passwords.
ดูคำตอบ
It is not company policy to
transferred them throughout their realm: ย้ายผู้คนไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วดินแดนที่ปกครอง
ใน transferred them throughout their realm คำว่า transferred them หมายถึงการย้ายหรือจัดสรรช่างฝีมือไปประจำที่ใหม่ ส่วน throughout their realm หมายถึงไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วพื้นที่ทั้งหมดที่พวกเขาปกครอง realm เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการและมักใช้ในบริบททางประวัติศาสตร์ หมายถึงดินแดนที่อยู่ใต้อำนาจของผู้ปกครอง ส่วน throughout เน้นการกระจายอย่างกว้างขวางภายในดินแดนนั้น ไม่ใช่การย้ายออกนอกดินแดน
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ transferred them throughout their realm หมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขาแปลคำพูดของช่างฝีมือเป็นภาษาต่าง ๆ ที่ใช้ในดินแดนนั้น
- พวกเขาขับไล่ช่างฝีมือทุกคนออกจากดินแดนอย่างถาวร
- พวกเขาจัดสรรและย้ายช่างฝีมือไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วดินแดน
ดูคำตอบ
พวกเขาจัดสรรและย้ายช่างฝีมือไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วดินแดน
spreading knowledge across the world: วลี -ing ตอนท้ายที่แสดงผลลัพธ์
วลี -ing ตอนท้าย spreading knowledge across the world แสดงผลลัพธ์หรือผลกระทบในวงกว้างจากการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ การย้ายผู้คนไปทั่วอาณาจักรทำให้ความรู้แพร่กระจายตามไปด้วย spreading เป็น present participle ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวที่ผันตามกาล ประธานที่เข้าใจโดยนัยคือกลุ่มเดียวกับที่ทำการโยกย้าย โครงสร้างแบบกระชับนี้ทำให้การกระทำหลักยังเป็นจุดเน้น พร้อมเสริมผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
วลี -ing ตอนท้ายทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? The library digitized its archives, making rare documents available worldwide.
- ทำให้ making กลายเป็นกริยาหลักผันรูปอีกตัวหนึ่งที่แยกเป็นอิสระ
- บอกว่าการเข้าถึงจากทั่วโลกสิ้นสุดลงก่อนมีการแปลงเอกสารในคลังเป็นดิจิทัล
- แสดงว่าการเข้าถึงจากทั่วโลกเป็นผลจากการแปลงเอกสารในคลังเป็นดิจิทัล
ดูคำตอบ
แสดงว่าการเข้าถึงจากทั่วโลกเป็นผลจากการแปลงเอกสารในคลังเป็นดิจิทัล
What about the devastation of Kievan Rus'?: ยกตัวอย่างโต้แย้งที่ถูกมองข้าม
ในที่นี้ What about + นามวลี ใช้ยกข้อเท็จจริงด้านความเสียหายที่คำอธิบายเชิงบวกก่อนหน้ายังไม่ได้กล่าวถึง ผู้พูดไม่ได้ขอข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเคียฟรุส แต่กำลังท้าทายข้อโต้แย้งเดิมด้วยการถามว่าจะอธิบายความเสียหายนั้นอย่างไร รูปคำถามนี้ยังช่วยจัดลำดับการอภิปราย โดยย้ายความสนใจไปยังกรณีที่ถูกมองข้าม และทำให้กรณีนั้นเป็นประเด็นถัดไปที่อีกฝ่ายต้องตอบ
แบบฝึกหัด
ใน “The proposal may save money, but what about the safety risks?” วลี What about ...? ทำหน้าที่อะไร?
- ยุติการอภิปรายโดยไม่เพิ่มประเด็นใหม่
- ยกข้อกังวลที่ถูกมองข้ามและข้อเสนอนั้นจำเป็นต้องจัดการ
- ถามความหมายตามพจนานุกรมของ safety risks
ดูคำตอบ
ยกข้อกังวลที่ถูกมองข้ามและข้อเสนอนั้นจำเป็นต้องจัดการ
leaving its people in the Dark Ages even as the Renaissance spread across Western Europe? โน้ต
4:45ทิ้งให้ผู้คนในดินแดนนั้นอยู่ในยุคมืด ในขณะที่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาแผ่ขยายไปทั่วยุโรปตะวันตกงั้นหรือ?
leaving its people in the Dark Ages: leave + กรรม + สภาวะ
ใน leaving its people in the Dark Ages คำว่า leave ใช้โครงสร้าง leave + กรรม + ส่วนเติมเต็ม โดย its people เป็นกรรม และ in the Dark Ages บอกสภาวะที่คนเหล่านั้นถูกทำให้อยู่ต่อไป ในที่นี้ leave หมายถึง “ทำให้ใครอยู่ในสภาวะหนึ่งต่อไป” ไม่ได้หมายถึง “จากใครไป” อนุประโยค -ing นำเสนอสภาวะนั้นว่าเป็นผลจากเหตุการณ์ก่อนหน้า โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าการกระทำหรือเหตุการณ์ทำให้กรรมอยู่ในสภาวะใด: เหตุการณ์ + leaving + กรรม + สภาวะ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างผลลัพธ์โดยใช้รูปอดีตของ leave และกรรม us: The sudden outage ____ unable to access our files.
ดูคำตอบ
left us
even as the Renaissance spread across Western Europe: ความขัดแย้งที่เกิดพร้อมกัน
Even as เริ่มจากวางการแพร่ขยายของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาไว้ในช่วงเวลาเดียวกับสภาวะที่กล่าวถึงในครึ่งแรกของประโยค จากนั้น even ทำให้ความสัมพันธ์ด้านเวลานี้มีความขัดแย้งกัน โดยภูมิภาคหนึ่งถูกนำเสนอว่ายังคงอยู่ในยุคมืด ขณะที่ยุโรปตะวันตกเปลี่ยนไปในทิศทางตรงข้าม ดังนั้น even as จึงจัดวางพัฒนาการสองอย่างที่เกิดพร้อมกันให้เป็นความไม่สอดคล้องที่น่าประหลาดใจหรือเด่นชัด ในที่นี้คำนี้มีน้ำหนักมากกว่า as หรือ while ที่เป็นกลาง ประเด็นจึงไม่ใช่แค่เหตุการณ์เกิดเมื่อใด แต่รวมถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนของทั้งสองด้านด้วย
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำที่แสดงความขัดแย้งอย่างเด่นชัดระหว่างพัฒนาการที่เกิดพร้อมกัน: The team expanded its office ____ most employees began working from home.
ดูคำตอบ
even as
Western Europe was hardly peaceful at the time. การใช้คำ
4:51ยุโรปตะวันตกในเวลานั้นก็ไม่ได้สงบสุขเสียทีเดียว
hardly peaceful: แทบไม่สงบเลย
ใน hardly peaceful คำว่า hardly หมายถึง “แทบไม่” หรือ “ห่างไกลจาก” วลีนี้บอกว่าภูมิภาคดังกล่าวไม่ได้สงบจริง ๆ ไม่ได้หมายความว่าความสงบเกิดขึ้นจากความพยายามอย่างหนัก Hardly เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่มีความหมายเชิงปฏิเสธ โดยทำให้แนวคิดที่ตามมาเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ดังนั้น hardly + คำคุณศัพท์เชิงบวกจึงมักทำให้ทั้งวลีมีความหมายเชิงปฏิเสธ
แบบฝึกหัด
“Western Europe was hardly peaceful at the time” หมายความว่าอย่างไร
- ยุโรปตะวันตกในเวลานั้นสงบอย่างสมบูรณ์
- ยุโรปตะวันตกในเวลานั้นห่างไกลจากความสงบ
- ยุโรปตะวันตกในเวลานั้นรักษาความสงบไว้ได้ด้วยความพยายามอย่างหนัก
ดูคำตอบ
ยุโรปตะวันตกในเวลานั้นห่างไกลจากความสงบ
The stability of Mongol rule made the Silk Road flourish once more, ไวยากรณ์
4:54ความมั่นคงในการปกครองของมองโกลทำให้เส้นทางสายไหมกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
made the Silk Road flourish once more: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
Made the Silk Road flourish ใช้โครงสร้างแสดงเหตุ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย The Silk Road เป็นกรรมที่ได้รับผลจากสาเหตุ และ flourish เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to โครงสร้างนี้แสดงว่าสิ่งหนึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์ กล่าวคือ ความมั่นคงทำให้เส้นทางสายไหมกลับมาคึกคักและรุ่งเรืองอีกครั้ง Once more หมายถึง “อีกครั้ง” และบอกว่าความรุ่งเรืองที่เคยมีได้กลับคืนมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยารูปพื้นฐานในวงเล็บ: The warm weather made the flowers ____ early. (bloom)
ดูคำตอบ
bloom
allowing trade and cultural exchange between East and West. การใช้คำ
4:58ทำให้เกิดการค้าขายและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกและตะวันตก
trade and cultural exchange between East and West: การค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก
ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ East and West หมายถึงภูมิภาคขนาดใหญ่และขอบเขตทางวัฒนธรรมทั่วทวีปยูเรเชีย ไม่ใช่เพียงทิศทางตามเข็มทิศ วลีนี้กล่าวถึงการติดต่อระหว่างสังคมที่ตามธรรมเนียมจัดอยู่ในโลกตะวันออกและโลกตะวันตก trade and cultural exchange เชื่อมโยงการเคลื่อนที่สองแบบเข้าด้วยกัน คือสินค้าที่เคลื่อนย้ายผ่านการค้า และแนวคิด ความเชื่อ เทคโนโลยี ภาษา และขนบธรรมเนียมที่แพร่กระจายผ่านการติดต่อ เส้นทางนี้จึงเป็นช่องทางของทั้งปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
แบบฝึกหัด
ในประโยคเชิงประวัติศาสตร์นี้ East and West หมายถึงอะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
- ด้านตะวันออกและด้านตะวันตกของเมืองหนึ่ง
- ทิศทางสองทิศที่ไม่มีความหมายทางวัฒนธรรม
- ภูมิภาคขนาดใหญ่และขอบเขตทางวัฒนธรรมที่อยู่สองฝั่งของยูเรเชีย
ดูคำตอบ
ภูมิภาคขนาดใหญ่และขอบเขตทางวัฒนธรรมที่อยู่สองฝั่งของยูเรเชีย
And its legacy forged Russia and China from warring principalities into unified states. วลี
5:02และมรดกของเขาได้หล่อหลอมรัสเซียและจีนจากรัฐเจ้าชายที่ทำสงครามกันให้กลายเป็นรัฐที่รวมกันเป็นปึกแผ่น
forge A from B into C: หล่อหลอม A จากสภาพ B ให้เป็น C
ในที่นี้ forged หมายถึง “หล่อหลอมผ่านแรงกดดันหรือความพยายามอย่างมาก” ไม่ได้หมายถึง “ทำของปลอม” ภาพของการตีขึ้นรูปโลหะทำให้การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์นี้ดูทรงพลัง ยากลำบาก และยั่งยืน รูปแบบ forge A from B into C ระบุสิ่งที่ถูกหล่อหลอม สภาพเริ่มต้น และสภาพที่เป็นผลลัพธ์ ในประโยคนี้ Russia and China คือ A, warring principalities คือ B และ unified states คือ C
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง forge A from B into C ให้สมบูรณ์: The crisis forged the region ____ rival territories ____ one united state.
ดูคำตอบ
from · into
Chinggis Khan's descendants could be found among the ruling nobility all over Eurasia. ไวยากรณ์
5:11ก็ยังสามารถพบลูกหลานของชิงกิสข่านได้ในหมู่ชนชั้นสูงที่ปกครองอยู่ทั่วยูเรเชีย
could be found among ... all over Eurasia: การบรรยายการกระจายตัว
โครงสร้างกรรมวาจก could be found among ใช้บอกว่ากลุ่มหนึ่งมีอยู่หรือกระจายตัวอยู่ที่ใด ลูกหลานเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้ทำการค้นหา แต่ผู้สังเกตสามารถพบพวกเขาได้ในหมู่ชนชั้นขุนนางผู้ปกครอง among ระบุกลุ่มทางสังคมที่ใหญ่กว่าซึ่งพวกเขาอยู่ในนั้น ส่วน all over Eurasia ระบุขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่กว้าง เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการและกระชับว่าสมาชิกของกลุ่มนี้ปรากฏอยู่ในหลายพื้นที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be found อย่างถูกต้องเพื่อบอกการกระจายตัว
- Rare manuscripts can be found among private collections across the region.
- Rare manuscripts can found among private collections across the region.
- Rare manuscripts can be founded among private collections across the region.
ดูคำตอบ
Rare manuscripts can be found among private collections across the region.
Not surprising that a tyrant would inspire further tyrants. น้ำเสียง/เจตนา
5:17ไม่แปลกใจเลยที่ทรราชจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดทรราชคนอื่นๆ ต่อไป
Not surprising that ...: ความคิดเห็นเชิงประเมินแบบย่อ
Not surprising that ... เป็นรูปแสดงความคิดเห็นแบบย่อของ It is not surprising that ... โดยละ It is แล้วประเมินเนื้อหาในอนุประโยคที่ตามหลัง that ทันทีว่าเป็นสิ่งที่คาดหมายได้ would ในที่นี้ไม่ได้บอกเพียงเหตุการณ์ในอนาคต แต่เสนอว่าการที่ทรราชคนหนึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ทรราชคนอื่นเป็นผลที่คาดหมายได้จากคนประเภทนี้ การเปิดประโยคแบบสั้นและคำเรียกเชิงลบอย่างรุนแรงว่า tyrant ทำให้ความเห็นนี้ฟังดูวิจารณ์และดูแคลน และอาจมีน้ำเสียงประชด
แบบฝึกหัด
เติมความคิดเห็นแบบไม่เป็นทางการด้วยรูปย่อของ It is not surprising that: ____ the rushed plan caused more problems.
ดูคำตอบ
Not surprising that
Careful what you call him: คำเตือนโดยตรงให้ระวังการเลือกใช้คำ
Careful เป็นรูปย่อของ Be careful ที่ใช้ในการสนทนา ส่วน what you call him บอกสิ่งที่ต้องระวัง นั่นคือคำหรือป้ายกำกับที่ใช้เรียกหรือกล่าวถึงเขา ดังนั้นทั้งประโยคจึงเป็นคำเตือนโดยตรงให้เลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง call ในที่นี้หมายถึง “เรียกหรือให้คำจำกัดความ” ไม่ใช่ “โทรศัพท์หา” หรือ “เรียกให้มาหา” โครงสร้างทั่วไป Careful what you + คำกริยา ใช้เตือนให้ใครสักคนคิดให้ดีก่อนทำสิ่งใดหรือก่อนกล่าวเนื้อหาบางอย่าง
แบบฝึกหัด
ใน “Careful what you call him” ผู้พูดกำลังเตือนให้ผู้ฟังทำอะไร
- เลือกคำเรียกเขาที่ให้เกียรติหรือถูกต้อง
- ระวังตอนโทรศัพท์หาเขา
- พูดเบา ๆ ตอนขอให้เขามา
ดูคำตอบ
เลือกคำเรียกเขาที่ให้เกียรติหรือถูกต้อง
16 million men today are descended from Chinggis Khan. วลี
5:25ทุกวันนี้ ผู้ชาย 16 ล้านคนสืบเชื้อสายมาจากชิงกิสข่าน
are descended from Chinggis Khan: การบอกเชื้อสายและบรรพบุรุษ
รูปแบบ be descended from หมายถึง “มีบุคคลหรือกลุ่มในอดีตเป็นบรรพบุรุษ” ผู้สืบเชื้อสายในปัจจุบันเป็นประธาน ส่วนบรรพบุรุษหรือกลุ่มที่เก่าแก่กว่าจะอยู่หลัง from ในประโยคนี้ are descended from Chinggis Khan เป็นการกล่าวถึงเชื้อสาย descended ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายเหล่านี้กำลังเคลื่อนที่ลงมาจากที่สูงจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be descended from: Maya ____ one of the town's founders.
ดูคำตอบ
is descended from
one in every 200: อัตราส่วนทางสถิติ
one in every 200 แสดงอัตราส่วนว่า จากคนหรือสิ่งของทุก 200 หน่วย มี 1 หน่วยที่มีลักษณะตามที่กำลังกล่าวถึง อัตราส่วนนี้เท่ากับ 1/200 หรือ 0.5% คำนามที่ระบุกลุ่มหลัง 200 สามารถละได้เมื่อบริบทบอกอยู่แล้วว่าหมายถึงกลุ่มใด ดังเช่นในประโยคนี้ ในทางสถิติ สำนวนนี้มักอธิบายอัตราเฉลี่ย ไม่ได้รับประกันว่าในทุกกลุ่มจริง ๆ ที่มี 200 หน่วยจะต้องมีกรณีดังกล่าว exactly 1 กรณี
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ one in every + ตัวเลข เพื่อบอกว่าผู้สมัครหนึ่งคนจากทุกห้าสิบคนได้รับการตอบรับ: On average, ____ applicants is accepted.
ดูคำตอบ
one in every fifty
For every X, there are Y ในฐานะกรอบสร้างความเปรียบต่าง
กรอบ For every X, there are Y นำ X หนึ่งหน่วยไปวางเทียบกับกลุ่ม Y ที่สัมพันธ์กัน ในประโยคนี้ กรอบดังกล่าวย้ายความสนใจจากผู้พิชิตที่ได้รับการยกย่องเพียงคนเดียวไปยังผู้คนจำนวนมหาศาลกว่าที่ต้องเผชิญกับการพิชิต จึงสร้างทั้งความต่างด้านจำนวนและด้านศีลธรรม conquered เป็นรูป past participle ของ conquer และในที่นี้ใช้เสมือนคำนามโดยละ people ไว้ ความหมายเต็มคือ millions of people who were conquered การย่อเช่นนี้เป็นกลวิธีทางวาทศิลป์ ไม่ใช่สำนวนในชีวิตประจำวันที่ชัดเจนที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมข้อความเปรียบต่างโดยใช้กรอบ For every X, there are Y: ____ public success, ____ many private failures that no one sees.
ดูคำตอบ
For every · there are
Whose stories will survive? ในฐานะคำถามชวนคิด
คำถามนี้เปลี่ยนจุดสนใจจากตัวบุคคลและเหตุการณ์ไปสู่ประเด็นว่าใครจะได้รับการจดจำในประวัติศาสตร์ Whose ถามว่าเรื่องราวที่จะหลงเหลืออยู่นั้นเป็นของใคร จึงชวนให้คิดถึงอำนาจและความทรงจำทางประวัติศาสตร์ แทนที่จะต้องการรายชื่อเป็นคำตอบง่าย ๆ survive ในที่นี้หมายถึง “ยังคงอยู่ผ่านการเก็บรักษา การเล่าต่อ หรือการจดจำ” เนื่องจากประธานคือ stories จึงไม่ได้หมายถึงคนที่รอดชีวิต
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ คำถาม “Whose stories will survive?” มีหน้าที่หลักอย่างไร?
- เปลี่ยนความสนใจไปสู่เรื่องราวของใครที่จะได้รับการเก็บรักษาไว้ในประวัติศาสตร์
- ถามว่าตัวละครใดยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ
- ถามชื่อของเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
ดูคำตอบ
เปลี่ยนความสนใจไปสู่เรื่องราวของใครที่จะได้รับการเก็บรักษาไว้ในประวัติศาสตร์
And can a leader's historical or cultural significance outweigh the deaths they caused along the way? โน้ต
5:38และความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมของผู้นำสามารถชดเชยความตายที่พวกเขาก่อขึ้นระหว่างทางได้หรือไม่?
historical or cultural significance outweigh: การเปรียบเทียบคุณค่ากับต้นทุน
Outweigh มีความหมายตามตัวอักษรว่าหนักกว่าสิ่งอื่น แต่ในที่นี้ใช้เป็นอุปมาเพื่อแสดงการตัดสินคุณค่า ความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมของผู้นำถูกนำไปเทียบกับการเสียชีวิตที่ผู้นำคนนั้นก่อขึ้น เพื่อถามว่าสิ่งแรกจะมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งที่สองได้หรือไม่ รูปแบบ A outweighs B หมายความว่า A มีความสำคัญ ประโยชน์ ผลกระทบ หรือพลังมากกว่า B ประธานระบุปัจจัยที่ถูกตัดสินว่ามากกว่า ส่วนกรรมระบุปัจจัยที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยาเป้าหมาย outweigh: The long-term benefits may ____ the short-term costs.
ดูคำตอบ
outweigh
along the way: ระหว่างกระบวนการ
ในที่นี้ along the way หมายถึง “ในระหว่างกระบวนการที่ยาวนานกว่า” โดยเปรียบกระบวนการเป็นเหมือนการเดินทาง ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งข้างถนนจริง ๆ ในคำถามนี้ วลีดังกล่าววางการเสียชีวิตไว้ในเส้นทางที่ผู้นำก้าวไปสู่ความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรม จึงอาจทำให้เหตุการณ์ที่ก่อความเสียหายถูกมองเป็นต้นทุนหรือผลที่เกิดขึ้นระหว่างการไปสู่ผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่า
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ระหว่างกระบวนการ” ลงในประโยค: We changed our plan several times ____, but we still met the deadline.
ดูคำตอบ
along the way
These are the questions that arise when we put history on trial. โน้ต
5:45นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นเมื่อเรานำประวัติศาสตร์ขึ้นศาล
questions that arise: คำถามที่เกิดขึ้น
questions that arise หมายถึง “คำถามที่ปรากฏหรือพัฒนาขึ้นเมื่อสถานการณ์ดำเนินไป” arise เป็นกริยาอกรรมกริยา โดย questions เป็นประธาน และกริยาไม่รับกรรมตรง อนุประโยคขยายคำนาม that arise ระบุว่าหมายถึงคำถามใด ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกสถานการณ์ที่คำถามเหล่านั้นเกิดขึ้น รูปแบบนี้ใช้บ่อยกับคำนามนามธรรม เช่น problems, issues, conflicts และ opportunities
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างถูกต้องว่าเกิดคำถามใหม่เมื่อหลักฐานเปลี่ยนแปลง
- The evidence arises new questions.
- New questions raise when the evidence changes.
- New questions arise when the evidence changes.
ดูคำตอบ
New questions arise when the evidence changes.
put history on trial ในฐานะอุปลักษณ์จากศาล
ในประโยคนี้ put history on trial เป็นอุปลักษณ์จากห้องพิจารณาคดี โดยปฏิบัติต่อ history ราวกับเป็นจำเลยที่สามารถตรวจสอบประวัติและตัดสินได้ ไม่ได้หมายถึงการนำประวัติศาสตร์ไปขึ้นศาลจริง ๆ ภายใต้กรอบการจำลองศาลของวิดีโอ สำนวนนี้นำเสนอการประเมินประวัติศาสตร์ว่าเป็นกระบวนการชั่งน้ำหนักหลักฐาน ความรับผิดชอบ คุณูปการ และความเสียหาย โดยทั่วไปแล้ว การนำสิ่งที่เป็นนามธรรมมา put on trial หมายถึงการนำสิ่งนั้นมารับการตัดสินอย่างเข้มงวดจากสาธารณะหรือในเชิงศีลธรรม
แบบฝึกหัด
put history on trial ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- สอนวิชาประวัติศาสตร์ภายในศาล
- ดำเนินคดีกับประวัติศาสตร์ในฐานะจำเลยตามกฎหมายจริง ๆ
- ตรวจสอบและตัดสินประวัติศาสตร์ผ่านอุปลักษณ์จากศาล
ดูคำตอบ
ตรวจสอบและตัดสินประวัติศาสตร์ผ่านอุปลักษณ์จากศาล