ระบบบัตรประชาชนที่แย่ที่สุดของอเมริกา: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
1,381 คำ 198 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าหมายเลขประกันสังคมสหรัฐฯ เปลี่ยนจากบันทึกของระบบเกษียณเป็นสิ่งที่ใช้แทนบัตรประชาชนอย่างไม่ปลอดภัยได้อย่างไร และเหตุใดระบบที่ดูครอบคลุมทุกคนจึงมีข้อยกเว้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the younger you are, the more likely you've had one — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนโครงสร้างเปรียบเทียบคู่ที่เชื่อมอายุยิ่งน้อยกับโอกาสยิ่งสูง 2. piggybacked off of — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าหน่วยงานหนึ่งใช้ผลงานเดิมของอีกหน่วยงาน แทนการสร้างระบบเอง 3. hello asterisk, my old friend. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: เข้าใจว่าดอกจันบอกว่ามีข้อยกเว้น และการดัดแปลงเนื้อเพลงช่วยพลิกคำว่า “ครอบคลุมทุกคน” อย่างขบขัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Americans love their independence.

0:00

ชาวอเมริกันรักอิสรภาพของพวกเขา

A nation of pioneers living out from under the eye of government, สำนวน

0:01

ชาติแห่งผู้บุกเบิกที่ใช้ชีวิตอยู่นอกสายตาของรัฐบาล

except for all the government.

0:05

ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาลทั้งหมด

สำนวน

under the eye of: ถูกเฝ้ามองโดยผู้มีอำนาจ

ใน under the eye of คำว่า eye เป็นภาพเปรียบเทียบถึงการเฝ้ามองและการกำกับดูแล การอยู่ under the eye of ของบุคคลหรือสถาบันหมายถึงการถูกสังเกต เฝ้าดู หรือควบคุมโดยบุคคลหรือสถาบันนั้น ไม่ได้หมายถึงการอยู่ใต้ดวงตาตามตัวอักษร ในที่นี้ out from under the eye of government นำเสนอว่ากลุ่มผู้บุกเบิกใช้ชีวิตอยู่นอกการกำกับของรัฐบาล แต่ตอนท้ายที่ว่า except for all the government กลับเตือนทันทีว่ารัฐบาลยังคงมีบทบาทอยู่มาก จึงทำให้คำกล่าวก่อนหน้ามีน้ำเสียงประชด

แบบฝึกหัด

ในประโยค The reporters worked under the eye of military censors คำว่า under the eye of หมายความว่าอะไร

  1. พวกเขาถูกผู้ตรวจข่าวเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
  2. พวกเขาได้รับคำชมต่อสาธารณะจากผู้ตรวจข่าว
  3. พวกเขาได้รับการคุ้มครองจากผู้ตรวจข่าว
ดูคำตอบ

พวกเขาถูกผู้ตรวจข่าวเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

As such, ลำดับความ

0:06

ดังนั้น

unlike many other countries,

0:07

ต่างจากหลายๆ ประเทศ

Americans don't have a national ID card

0:08

ชาวอเมริกันไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนแห่งชาติ

ลำดับความ

As such: เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์

As such ในที่นี้ย้อนกลับไปอ้างถึงคำอธิบายก่อนหน้าที่ว่าชาวอเมริกันให้ความสำคัญกับการเป็นอิสระจากการกำกับของรัฐบาล โดยรวบแนวคิดทั้งหมดนั้นมาเป็นเหตุผลรองรับข้อความถัดไปว่า พวกเขาไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนระดับประเทศ ในฐานะคำเชื่อมทางวาทกรรม As such ช่วยพาผู้ฟังจากสถานการณ์หรือลักษณะที่กล่าวไว้ไปสู่ผลที่ตามมา ในการใช้นี้มีความหมายใกล้กับ therefore หรือ for that reason ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าในบทบาทนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่อ้างย้อนกลับไปถึงสถานะที่กล่าวไว้และนำเข้าสู่ผลที่ตามมา: The software is still in beta. ____, some features may change.

ดูคำตอบ

As such

and even the idea of creating one is a political hot topic every election cycle. วลี

0:10

และแม้แต่แนวคิดที่จะสร้างมันขึ้นมาก็เป็นประเด็นร้อนทางการเมืองในทุกรอบการเลือกตั้ง

วลี

political hot topic: ประเด็นการเมืองที่ถูกพูดถึงอย่างมาก

A hot topic หมายถึงหัวข้อที่ได้รับความสนใจและมีการพูดคุยกันอย่างมาก โดย hot ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิ เมื่อเติม political จะสื่อว่าเป็นเรื่องในการถกเถียงสาธารณะหรือเกี่ยวกับรัฐบาล และมักทำให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอแนวคิดนี้ว่าเป็นประเด็นการเลือกตั้งที่กลับมาเป็นจุดสนใจของการถกเถียงสาธารณะซ้ำ ๆ สามารถใช้ political hot topic กับประเด็นการเมืองที่กำลังเด่นและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ตรงตัวบทเรียน ซึ่งหมายถึงประเด็นการเมืองที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก: 'Housing costs have become a ____ before the election.'

ดูคำตอบ

political hot topic

The results are always the same.

0:15

ผลลัพธ์มักจะเหมือนเดิมเสมอ

We don't need no ID card.

0:17

เราไม่ต้องการบัตรประจำตัวประชาชน

But suspiciously,

0:19

แต่น่าสงสัยว่า

US citizens do already have this,

0:20

พลเมืองสหรัฐฯ มีสิ่งนี้อยู่แล้ว

a card with a unique number that many places will ask for to prove who you are.

0:23

บัตรที่มีหมายเลขเฉพาะที่หลายๆ แห่งจะขอเพื่อพิสูจน์ว่าคุณคือใคร

This is the Social Security card and number,

0:27

นี่คือบัตรและหมายเลขประกันสังคม (Social Security)

and it has become a quasi-ID stroke unique password to identify citizens, การใช้คำ

0:30

และมันได้กลายเป็นเสมือนบัตรประชาชน หรือรหัสผ่านเฉพาะเพื่อระบุตัวพลเมือง

though that was never its intended use.

0:35

แม้ว่านั่นจะไม่เคยเป็นวัตถุประสงค์การใช้งานของมันเลยก็ตาม

การใช้คำ

quasi-ID stroke unique password: “บัตรประจำตัวกึ่งทางการ/รหัสผ่านเฉพาะ”

quasi- ในที่นี้หมายถึง “เกือบจะเป็นหรือทำหน้าที่คล้ายกัน แต่ไม่ได้มีสถานะอย่างเป็นทางการ” ดังนั้น quasi-ID จึงหมายถึงสิ่งที่ถูกใช้คล้ายบัตรประจำตัว แม้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นหรือรับรองอย่างเป็นทางการให้เป็นบัตรประจำตัว ในวลีที่พูดออกเสียงนี้ stroke เป็นคำในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษที่ใช้เมื่ออ่านเครื่องหมาย / ผู้พูดกำลังกล่าวว่า quasi-ID/unique password ซึ่งเป็นคำเรียกสั้น ๆ สองแบบเพื่อสรุปว่าหมายเลขนั้นได้กลายเป็นอะไร นี่เป็นคำสรุปเชิงวิจารณ์ของผู้บรรยาย ไม่ใช่ชื่อทางการ

แบบฝึกหัด

ในวลี 'a quasi-ID stroke unique password' คำว่า 'stroke' ทำหน้าที่อะไร?

  1. ระบุว่า 'stroke' เป็นส่วนหนึ่งของชื่อทางการของระบบ
  2. หมายความว่ารหัสผ่านถูกสร้างขึ้นด้วยการเคลื่อนไหวทางกายภาพ
  3. หมายถึงเครื่องหมายทับที่เขียนไว้ระหว่างคำอธิบายแบบย่อสองชุด
ดูคำตอบ

หมายถึงเครื่องหมายทับที่เขียนไว้ระหว่างคำอธิบายแบบย่อสองชุด

For Americans,

0:37

สำหรับชาวอเมริกัน

keeping this number secret is super important

0:38

การเก็บหมายเลขนี้เป็นความลับนั้นสำคัญมาก

because it's the key to the government and banks identifying you as you. วลี

0:40

เพราะมันคือกุญแจสำหรับรัฐบาลและธนาคารในการระบุตัวตนว่าคุณคือคุณ

วลี

the key to + คำนามหรือรูป -ing

ในประโยคนี้ the key to หมายถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้บางสิ่งเป็นไปได้หรืออธิบายว่ามันทำงานอย่างไร ในที่นี้ identifying you หรือการยืนยันตัวตนของคุณ ถูกนำเสนอว่าเป็นหน้าที่สำคัญของหมายเลขนี้ ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive ดังนั้นคำที่ตามมาจึงเป็นนามวลีหรือรูป -ing เช่น the key to success; the key to identifying you.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัว the key to: Regular practice is ____ speaking more confidently.

ดูคำตอบ

the key to

And losing control of it is the worst kind of identity theft that can happen.

0:44

และการสูญเสียการควบคุมมันถือเป็นการขโมยข้อมูลระบุตัวตนที่เลวร้ายที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้

So how did Americans end up with a national ID number that isn't one กริยาวลี

0:49

แล้วชาวอเมริกันลงเอยด้วยการมีหมายเลขประจำตัวแห่งชาติที่ไม่ใช่ของจริง

and a card terribly unfit to identify?

0:52

และบัตรที่แย่มากในการใช้ระบุตัวตนได้อย่างไร?

กริยาวลี

end up with + นามวลี

End up with ใช้บอกสิ่งของหรือสถานการณ์ที่ใครบางคนมีในท้ายที่สุดหลังผ่านกระบวนการหรือเหตุการณ์ต่อเนื่อง ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าชาวอเมริกันมีหมายเลขและบัตรที่ทำหน้าที่เช่นนี้ในท้ายที่สุดได้อย่างไร สำนวนนี้มักสื่อว่าผลลัพธ์ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนไว้ตั้งแต่แรก แม้บางครั้งจะใช้แบบเป็นกลางได้ หลัง with ต้องตามด้วยนามวลี เช่น end up with a national ID number; end up with extra work.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่คาดคิดหลังผ่านกระบวนการได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. After comparing several phone plans, we ended up with a much higher bill than expected.
  2. We compared several phone plans so that we could estimate the next bill.
  3. Before comparing several phone plans, we already had a much higher bill than expected.
ดูคำตอบ

After comparing several phone plans, we ended up with a much higher bill than expected.

It all started in the Great Depression of long, long ago, วัฒนธรรม

0:55

ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เมื่อนานมาแล้ว

when the government created the Social Security program,

0:58

เมื่อรัฐบาลได้สร้างโครงการประกันสังคมขึ้นมา

a kind of mandatory pension.

1:00

ซึ่งเป็นเงินบำนาญภาคบังคับประเภทหนึ่ง

วัฒนธรรม

the Great Depression: วิกฤตเฉพาะครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ในที่นี้ the Great Depression เป็นชื่อของวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงที่เริ่มขึ้นในปี 1929 และส่งอิทธิพลอย่างมากต่อทศวรรษ 1930 คำนี้หมายถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพจิตของบุคคล วลีนี้ให้ภูมิหลังว่าทำไมรัฐบาลสหรัฐฯ จึงจัดตั้งระบบประกันสังคม การว่างงานในวงกว้างและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจทำให้การรับประกันรายได้ในวัยชรามีความเร่งด่วนยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

the Great Depression ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. การลดลงของราคาในระยะสั้นทุกกรณี
  2. วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เริ่มในปี 1929 และส่งอิทธิพลต่อทศวรรษ 1930
  3. ช่วงเวลาที่บุคคลหนึ่งรู้สึกเศร้าอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เริ่มในปี 1929 และส่งอิทธิพลต่อทศวรรษ 1930

Citizens would be required to pay in during their working lives การใช้คำ

1:02

พลเมืองจะต้องจ่ายเงินสมทบในช่วงชีวิตการทำงาน

and withdraw in their retirement,

1:05

และถอนเงินออกมาในวัยเกษียณ

การใช้คำ

pay in และ withdraw: เงินที่เข้าและออกจากกองทุน

ในคำอธิบายเรื่องบำนาญนี้ pay in หมายถึงการจ่ายเงินเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง ส่วน withdraw หมายถึงการนำเงินออกจากกองทุนในภายหลัง คำกริยาสองคำนี้จัดทิศทางการไหลของเงินแบบตรงข้ามกัน คนทำงานจ่ายเงินเข้าไปในช่วงที่มีงานทำ แล้วถอนเงินออกมาเมื่อเกษียณ ที่นี่ withdraw หมายถึงการถอนเงิน ไม่ใช่การออกจากองค์กรหรือยกเลิกการเข้าร่วม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายได้ถูกต้องว่าเงินเข้าสู่กองทุนก่อนแล้วจึงถูกถอนออกภายหลัง

  1. Members pay in while working, then withdraw from the programme after retirement.
  2. Members withdraw money while working, then pay in after retirement.
  3. Members pay in while working, then withdraw money after retirement.
ดูคำตอบ

Members pay in while working, then withdraw money after retirement.

the idea being that even if past you didn't save for the sunset years of future you, ไวยากรณ์

1:06

แนวคิดคือ แม้ว่าคุณในอดีตจะไม่ได้ออมเงินไว้สำหรับช่วงบั้นปลายชีวิตของคุณในอนาคต

the eventually old current you would still have something to live on. กริยาวลี

1:11

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ตัวคุณในปัจจุบันที่แก่ชราลงก็ยังมีอะไรให้ใช้ชีวิตต่อไปได้

ไวยากรณ์

the idea being that: เสริมเหตุผลเบื้องหลังการจัดการ

นามวลี the idea เมื่อรวมกับ being จะเป็นส่วนขยายที่แยกออกจากอนุประโยคหลัก ไม่ใช่อนุประโยคหลักที่มีกริยาบอกกาล ในประโยคนี้ ส่วนดังกล่าวหยุดคำอธิบายหลักไว้ชั่วครู่เพื่อบอกแนวคิดเบื้องหลังการจัดการนั้น สามารถขยายเป็น the idea was that ... หรือเข้าใจว่าเท่ากับ with the idea that ... ได้ โครงสร้างย่อนี้วางหลังอนุประโยคที่สมบูรณ์เพื่อเสริมจุดประสงค์หรือเหตุผลที่ตั้งใจไว้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเสริมสี่คำที่ใช้เกริ่นจุดประสงค์ของการจัดการนี้ให้ครบ: The library extended its weekend hours, ____ more families could visit.

ดูคำตอบ

the idea being that

กริยาวลี

something to live on: ทรัพยากรสำหรับการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน

ใน something to live on คำว่า live on หมายถึงเลี้ยงชีพด้วยเงินหรือทรัพยากรอื่นที่มีให้อย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ something ส่วนใหญ่หมายถึงรายได้หรือความช่วยเหลือทางการเงินที่ใช้ได้ในวัยชรา อนุประโยค infinitive to live on ขยาย something โดย something เป็นกรรมที่เข้าใจกันของ on ดังนั้นต้องคงบุพบทไว้ คือใช้ something to live on ไม่ใช่ something to live

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึงใช้เงินนี้เลี้ยงชีพให้ครบ: The monthly allowance is modest, but it gives him something to ____.

ดูคำตอบ

live on

Now, if you want to think of Social Security as a benefit the government provides

1:15

เอาล่ะ ไม่ว่าคุณอยากจะคิดว่าประกันสังคมเป็นสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้

or as a bank account that's yours is controversial,

1:18

หรือเป็นบัญชีธนาคารที่เป็นของคุณเอง นั่นก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้

but either way this number was created to track what you put in ลำดับความ

1:21

แต่ไม่ว่าทางใด หมายเลขนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อติดตามสิ่งที่คุณจ่ายเข้าไป

and what you take out.

1:24

และสิ่งที่คุณถอนออกมา

ลำดับความ

either way: สองทางเลือกกับข้อสรุปเดียวกัน

either way ย้อนกลับไปกล่าวถึงสองทางเลือกหรือสองความเป็นไปได้ และบอกว่าข้อสรุปถัดไปเป็นจริงในทั้งสองกรณี ในประโยคนี้ ไม่ว่าจะยอมรับการตีความก่อนหน้าแบบใด หมายเลขดังกล่าวก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อบันทึกสิ่งที่เข้าและออก เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมในบทสนทนา วลีนี้ช่วยยุติประเด็นเรื่องทางเลือกหรือความเห็นต่าง แล้วพาการพูดคุยไปสู่ผลสรุปร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงการเลือกวิธีใดก็ได้ แต่หมายถึงผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าความเป็นไปได้ใดในสองอย่างจะเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ either way เพื่อแสดงว่าสองทางเลือกนำไปสู่ข้อสรุปเดียวกัน

  1. Either Mia or Noah will lead the meeting.
  2. We can meet online or at the office; either way, the agenda stays the same.
  3. By the way, the meeting starts at nine.
ดูคำตอบ

We can meet online or at the office; either way, the agenda stays the same.

Now because this was just one government program related only to your working life,

1:26

ทีนี้ เพราะนี่เป็นเพียงโครงการเดียวของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับชีวิตการทำงานของคุณเท่านั้น

you only needed to apply for a Social Security card when you actually started working.

1:30

คุณจึงต้องสมัครบัตรประกันสังคมเมื่อคุณเริ่มทำงานจริงๆ เท่านั้น

But over time,

1:34

แต่เมื่อเวลาผ่านไป

that changed and the younger you are, ไวยากรณ์

1:35

สิ่งนั้นได้เปลี่ยนไป และยิ่งคุณอายุน้อยเท่าไหร่

the more likely you've had one from the moment of your birth,

1:37

คุณก็มีแนวโน้มที่จะมีบัตรนี้ตั้งแต่แรกเกิด

ไวยากรณ์

the younger ..., the more likely ...: โครงสร้างเปรียบเทียบที่เปลี่ยนไปคู่กัน

รูปแบบซ้ำ the + comparative ..., the + comparative ... เชื่อมตัวแปรสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน อนุประโยคแรกกำหนดเงื่อนไขหรือระดับ ส่วนอนุประโยคที่สองบอกว่าสิ่งใดเปลี่ยนตาม ในประโยคนี้ อายุปัจจุบันที่น้อยลงสัมพันธ์กับโอกาสที่สูงขึ้นในการมีบัตรตั้งแต่เกิด the ทั้งสองตำแหน่งเป็นเครื่องหมายของโครงสร้างที่ใช้เป็นคู่ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ More likely you've had one เป็นรูปย่อของ it is more likely that you've had one โครงสร้างนี้อธิบายความสัมพันธ์หรือแนวโน้ม แต่ตัวโครงสร้างเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าปัจจัยหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอีกปัจจัยหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นกว่าของ early และ easy เพื่อเติมโครงสร้างเปรียบเทียบที่เปลี่ยนไปคู่กัน: ____ you start, ____ it is to finish.

ดูคำตอบ

The earlier · the easier

despite babies' worthlessness as child laborers.

1:41

แม้ว่าทารกจะไม่มีคุณค่าในฐานะแรงงานเด็กเลยก็ตาม

So why?

1:43

ทำไมล่ะ?

Well,

1:44

ก็คือ

it goes back to Americans having no national identity card with a national number, กริยาวลี

1:44

มันย้อนกลับไปที่การที่ชาวอเมริกันไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนแห่งชาติพร้อมหมายเลขแห่งชาติ

which makes it harder for institutions to keep track of people over their lives.

1:48

ซึ่งทำให้ยากขึ้นสำหรับสถาบันต่างๆ ในการติดตามผู้คนตลอดชีวิตของพวกเขา

กริยาวลี

goes back to: สืบย้อนถึงสาเหตุหรือต้นกำเนิด

ในประโยคนี้ goes back to หมายถึง “สืบย้อนกลับไปถึง” หรือ “มีรากมาจาก” วลีนี้เชื่อมสถานการณ์ปัจจุบันเข้ากับเงื่อนไขในอดีตที่ช่วยอธิบายว่าเหตุใดสถานการณ์นั้นจึงเกิดขึ้น กล่าวคือ ชาวอเมริกันไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนแห่งชาติที่มีหมายเลขประจำตัวระดับประเทศเพียงหมายเลขเดียว ประธานของประโยคไม่ได้เคลื่อนที่กลับไปยังสถานที่จริง ๆ เมื่อประธานเป็นปัญหา ธรรมเนียม แนวคิด หรือรูปแบบ go back to สามารถชี้ถึงจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์หรือแหล่งที่มาพื้นฐานได้

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคอธิบายแหล่งที่มาในอดีตได้เหมาะสมที่สุด? “The problem ___ a decision made in 2010.”

  1. goes through
  2. goes back
  3. goes back to
ดูคำตอบ

goes back to

With hundreds of millions of citizens' names and birthdays aren't unique,

1:52

ด้วยจำนวนพลเมืองหลายร้อยล้านคน ชื่อและวันเกิดจึงไม่ได้มีแค่แบบเดียว

people move,

1:56

ผู้คนย้ายที่อยู่

people marry,

1:56

ผู้คนแต่งงาน

people change names.

1:57

ผู้คนเปลี่ยนชื่อ

And if you're trying to keep track of everyone

1:59

และถ้าคุณพยายามติดตามทุกคน

as say the United States tax department might want to do,

2:01

อย่างเช่นที่กรมสรรพากรของสหรัฐอเมริกาอาจต้องการทำ

it can be a real problem,

2:03

มันอาจเป็นปัญหาใหญ่ได้จริงๆ

particularly in the pre-computer days.

2:05

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคก่อนมีคอมพิวเตอร์

Hey, wait a minute.

2:07

เฮ้ เดี๋ยวก่อนนะ

Look at this number just lying around,

2:09

ดูหมายเลขนี้ที่วางทิ้งไว้สิ

the tax department said.

2:11

กรมสรรพากรกล่าว

It's not supposed to be used as an ID number,

2:12

มันไม่ได้มีไว้เพื่อใช้เป็นหมายเลขประจำตัวนะ

said the Social Security department.

2:14

กรมประกันสังคมกล่าว

There are security reasons you shouldn't-- yoink.

2:15

มีเหตุผลด้านความปลอดภัยที่คุณไม่ควร-- ชึ้บ (หยิบไป)

Thus the tax department piggybacked off of the work the Social Security department did, สำนวน

2:17

ดังนั้นกรมสรรพากรจึงเกาะกระแสจากงานที่กรมประกันสังคมทำไว้

สำนวน

piggybacked off of: ใช้งานที่ผู้อื่นทำไว้แล้วต่อยอด

piggybacked off of ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หน่วยงานภาษีนำงานที่หน่วยงานประกันสังคมทำไว้แล้วมาเป็นฐาน แทนที่จะสร้างระบบติดตามทั้งหมดขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้น รูปแบบ piggyback off of + งาน ระบบ แพลตฟอร์ม หรือความสำเร็จ หมายถึงการได้ประโยชน์ในทางปฏิบัติจากการใช้สิ่งที่มีอยู่แล้ว อาจสื่อถึงการพึ่งพาหรือความสะดวก แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้หมายถึงการขโมย

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งใช้ฐานข้อมูลเดิมของอีกกลุ่มแทนที่จะสร้างฐานข้อมูลใหม่ ประโยคใดอธิบายสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด?

  1. The team piggybacked off of the existing database.
  2. The team built a completely separate database from scratch.
  3. The team shut down the existing database.
ดูคำตอบ

The team piggybacked off of the existing database.

assigning working adults a number,

2:21

โดยการกำหนดหมายเลขให้กับผู้ใหญ่ที่ทำงาน

which made tracking taxes easier,

2:23

ซึ่งทำให้การติดตามภาษีง่ายขึ้น

and they highly encouraged parents to get a Social Security number for their children

2:25

และพวกเขาก็สนับสนุนอย่างมากให้ผู้ปกครองขอหมายเลขประกันสังคมสำหรับเด็กๆ

by tying it to a tax discount. วลี

2:30

โดยผูกเข้ากับส่วนลดภาษี

วลี

tying it to a tax discount: โครงสร้าง tie A to B

ในโครงสร้าง tie A to B จะทำให้ A เชื่อมโยงกับหรือขึ้นอยู่กับ B ในที่นี้ การขอหมายเลขประกันสังคมให้เด็กถูกผูกเข้ากับส่วนลดภาษี ผลประโยชน์ทางการเงินนี้จึงกระตุ้นให้ผู้ปกครองยื่นขอ คำว่า tie ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการใช้เชือกผูกจริง ๆ โครงสร้างนี้พบได้บ่อยเมื่อใช้นโยบาย รางวัล ราคา หรือข้อกำหนดเพื่อชักจูงพฤติกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ tie A to B: The school encouraged regular attendance by ____ eligibility for a monthly prize.

ดูคำตอบ

tying it to

Crazily, counting children for tax rebates used to run on the honor system. วลี

2:32

เรื่องที่บ้ามากคือ การนับจำนวนเด็กเพื่อขอคืนภาษีเคยใช้ระบบให้เกียรติกัน

วลี

ความหมายของ used to run on the honor system

Used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสภาพหรือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในอดีต แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแล้วหรือถูกนำเสนอว่าเปลี่ยนไปแล้ว ส่วน run on หมายถึง “ดำเนินงานโดยอาศัยบางสิ่ง” ดังนั้น used to run on the honor system จึงหมายความว่ากระบวนการด้านภาษีนี้เคยพึ่งพาการรายงานอย่างซื่อสัตย์ของผู้คนเป็นหลัก Honor system อาศัยความซื่อสัตย์โดยสมัครใจ แทนการใช้หลักฐาน การกำกับดูแล หรือการบังคับตรวจสอบเป็นประจำ คำว่า honor ในที่นี้หมายถึงความซื่อตรงส่วนบุคคล ไม่ใช่รางวัลหรือการยกย่องต่อสาธารณะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ run on the honor system: There is no cashier at the flower stand; it ____.

ดูคำตอบ

runs on the honor system

The US tax department told people,

2:36

กรมสรรพากรของสหรัฐฯ บอกกับประชาชนว่า

one, we will give you a discount on your taxes for each child you have,

2:38

หนึ่ง เราจะให้ส่วนลดภาษีสำหรับเด็กแต่ละคนที่คุณมี

and two, write down your number of children.

2:41

และสอง เขียนจำนวนเด็กของคุณลงไป

Please be honest, we don't have a way to check.

2:44

โปรดซื่อสัตย์ เราไม่มีวิธีตรวจสอบ

Which was just asking, ลำดับความ

2:47

ซึ่งนั่นก็แค่การขอร้อง

nay, begging people to lie,

2:48

ไม่สิ อ้อนวอนให้คนโกหก

ลำดับความ

asking, nay, begging กับการเพิ่มน้ำหนักเชิงวาทศิลป์

ใน asking, nay, begging คำว่า nay ไม่ได้เป็นคำตอบว่า “ไม่” ที่แยกอยู่ลำพัง แต่ใช้ขัดจังหวะคำอธิบายแรกแล้วแทนด้วยคำที่แรงกว่า นั่นคือปรับจาก asking ขึ้นเป็น begging โครงสร้าง X, nay, Y จัดข้อมูลในรูปของการแก้คำพูดตัวเองอย่างมีลูกเล่น ผู้พูดเริ่มด้วยคำอธิบายที่เบากว่า แล้วเพิ่มเป็นคำที่แรงกว่าเพื่อแสดงการตัดสินที่เข้มขึ้น การเน้น หรืออารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

nay ทำหน้าที่อะไรใน “The proposal was asking, nay, begging, for trouble”?

  1. ปฏิเสธคำอธิบายทั้งสองคำ
  2. เพิ่มระดับจาก asking เป็นคำอธิบายที่แรงกว่า คือ begging
  3. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าควรใช้คำกริยาใด
ดูคำตอบ

เพิ่มระดับจาก asking เป็นคำอธิบายที่แรงกว่า คือ begging

which they did,

2:50

ซึ่งพวกเขาก็ทำจริงๆ

birthing on paper millions of phantom children. สำนวน

2:51

ให้กำเนิดเด็กปีศาจหลายล้านคนบนหน้ากระดาษ

สำนวน

birthing on paper ... phantom children ในฐานะคำเปรียบเทียบแบบเกินจริง

ในที่นี้ birthing เป็นคำเปรียบเทียบ และ on paper จำกัด “การเกิด” นั้นไว้เพียงในบันทึกทางการ การยื่นข้อมูลเท็จทำให้มีเด็กปรากฏในเอกสาร ทั้งที่ไม่มีเด็กจริงเกิดขึ้นเลย Phantom children หมายถึงเด็กที่ไม่มีอยู่จริงและถูกแต่งขึ้นเพื่อใช้ในการยื่นข้อมูล ภาพที่ชัดเจนนี้เปลี่ยนการฉ้อโกงทางปกครองให้เป็นฉากเกินจริงที่สร้างเด็กในจินตนาการหลายล้านคน จึงเพิ่มทั้งอารมณ์ขันและการวิจารณ์

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “birthing on paper millions of phantom children” หมายถึงอะไร?

  1. กรอกแบบฟอร์มกระดาษให้ทารกแรกเกิดจริงหลายล้านคน
  2. บันทึกเด็กหลายล้านคนที่จริง ๆ แล้วไม่มีอยู่
  3. พิมพ์เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กเหนือธรรมชาติหลายล้านคน
ดูคำตอบ

บันทึกเด็กหลายล้านคนที่จริง ๆ แล้วไม่มีอยู่

But after requiring each kid to have a Social Security account number

2:54

แต่หลังจากที่บังคับให้เด็กแต่ละคนต้องมีหมายเลขบัญชีประกันสังคม

connected to a birth certificate

2:58

ที่เชื่อมโยงกับสูติบัตร

before the parents could get the tax discount,

3:00

ก่อนที่ผู้ปกครองจะได้รับส่วนลดภาษี

all those phantoms faded away.

3:02

ปีศาจเหล่านั้นทั้งหมดก็หายไป

This turned the Social Security number into a unique number

3:05

สิ่งนี้เปลี่ยนหมายเลขประกันสังคมให้เป็นหมายเลขเฉพาะ

that all citizens had right from the start,

3:08

ที่พลเมืองทุกคนมีตั้งแต่แรกเริ่ม

and that made it easy for lots of other places

3:10

และนั่นทำให้สถานที่อื่นๆ อีกหลายแห่งเป็นเรื่องง่าย

like banks and schools and companies and landlords

3:12

เช่น ธนาคาร โรงเรียน บริษัท และเจ้าของบ้านเช่า

to also piggyback on the number

3:15

ที่จะเกาะกระแสใช้หมายเลขนี้ด้วย

as an easy way to keep track of people

3:16

ในฐานะวิธีง่ายๆ ในการติดตามผู้คน

without having to come up with their own systems กริยาวลี

3:19

โดยไม่ต้องคิดค้นระบบของตัวเองขึ้นมา

กริยาวลี

come up with: คิดขึ้นมาหรือสร้างขึ้น

Come up with หมายถึงคิดหรือสร้างแนวคิด แผน คำตอบ หรือระบบขึ้นมา ในที่นี้หมายความว่าองค์กรต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องออกแบบระบบติดตามแยกเป็นของตนเอง นี่คือกริยาวลีสามคำในรูป come up with + คำนาม ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว เพราะ come เพียงคำเดียวไม่ได้แปลว่า “คิดค้น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “คิดหรือสร้างขึ้นมา”: We need to ____ a safer plan before Friday.

ดูคำตอบ

come up with

and to be able to exchange information about people between institutions.

3:21

และเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผู้คนระหว่างสถาบันต่างๆ ได้

This is super useful for institutions,

3:26

สิ่งนี้มีประโยชน์มากสำหรับสถาบันต่างๆ

so the desire of Americans to not have a national identity card

3:28

ดังนั้นความต้องการของชาวอเมริกันที่จะไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนแห่งชาติ

led somewhat inevitably to the nearest thing available ไวยากรณ์

3:32

จึงนำไปสู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในระดับหนึ่ง ให้สิ่งใกล้เคียงที่สุดที่มีอยู่

being used as a substitute,

3:36

ถูกนำมาใช้ทดแทน

which ended up being worse

3:37

ซึ่งสุดท้ายกลับแย่กว่าเดิม

ไวยากรณ์

led ... to ... being used as a substitute: ทำให้…ถูกใช้เป็นสิ่งทดแทน

ใน led somewhat inevitably to คำว่า led to หมายถึงทำให้เกิดหรือส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ ส่วน somewhat inevitably แสดงว่าผลลัพธ์นั้นคาดเดาได้มาก แต่ไม่ได้ยืนยันว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างสิ้นเชิง หลังบุพบท to เป็นนามวลี the nearest thing available being used as a substitute โดย the nearest thing available เป็นประธานเชิงความหมายของรูป -ing แบบถูกกระทำ being used ดังนั้นสิ่งที่ถูกนำมาใช้คือตัวเลือกนั้น ไม่ใช่ Americans

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย led to และรูป -ing แบบถูกกระทำ: The timetable change ____ the final meeting ____ to Monday.

ดูคำตอบ

led to · being moved

because the Social Security number was never designed to be used this way

3:39

เพราะหมายเลขประกันสังคมไม่เคยถูกออกแบบมาให้ใช้ด้วยวิธีนี้

in the long, long ago,

3:42

ตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว

and you can tell because it has no security built into it.

3:43

และคุณดูออกได้เพราะมันไม่มีความปลอดภัยใดๆ สร้างรวมอยู่ในนั้นเลย

Okay, so there's this neat trick that most ID numbers use

3:47

เอาล่ะ มันมีเทคนิคเจ๋งๆ นี้ที่หมายเลขประจำตัวส่วนใหญ่ใช้กัน

where they can check themselves to see if they're invalid.

3:49

ที่พวกมันสามารถตรวจสอบตัวเองเพื่อดูว่าเป็นโมฆะหรือไม่

The simplest way is to have the last couple digits match the sum of the others.

3:52

วิธีที่ง่ายที่สุดคือให้ตัวเลขสองสามตัวสุดท้ายตรงกับผลรวมของตัวเลขที่เหลือ

All kinds of ID cards and barcodes do this

3:55

บัตรประจำตัวและบาร์โค้ดทุกประเภททำแบบนี้

because it makes it impossible to enter an incorrect number in a computer ไวยากรณ์

3:58

เพราะมันทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะป้อนหมายเลขที่ไม่ถูกต้องลงในคอมพิวเตอร์

and makes it harder for fraudsters to guess valid numbers.

4:02

และทำให้ยากขึ้นสำหรับนักต้มตุ๋นที่จะเดาหมายเลขที่ถูกต้อง

ไวยากรณ์

“makes it impossible to ...” และ “makes it harder for fraudsters to guess”

โครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + to do ใช้ประเมินว่าการกระทำนั้นเป็นไปได้ ง่าย หรือยากเพียงใด ในที่นี้ it เป็นกรรมรูปแบบและไม่ได้หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ การกระทำที่ถูกประเมินคือ to enter an incorrect number ถ้าต้องการบอกว่าใครเป็นผู้ทำการกระทำนั้น ให้เติม for + คนหรือคำนามไว้หน้ารูป infinitive: make it + คำคุณศัพท์ + for someone + to do ในวลีที่สอง fraudsters คือผู้ที่ทำ guess valid numbers โดย impossible หมายถึงทำไม่ได้ ส่วน harder หมายถึงยากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้เสมอไป

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ระบุผู้ทำการกระทำได้ถูกต้องหลัง make it + คำคุณศัพท์

  1. The new layout makes visitors easier to find the exit.
  2. The new layout makes it easier visitors find the exit.
  3. The new layout makes it easier for visitors to find the exit.
  4. The new layout makes it easier to visitors to find the exit.
ดูคำตอบ

The new layout makes it easier for visitors to find the exit.

This is why if you try to buy something online by guessing a credit card number,

4:05

นี่คือเหตุผลที่หากคุณพยายามซื้อของออนไลน์โดยการเดาหมายเลขบัตรเครดิต

the website knows it's invalid before you even click buy.

4:09

เว็บไซต์จะรู้ว่ามันไม่ถูกต้องตั้งแต่คุณยังไม่ทันคลิกซื้อ

But because the Social Security number started life in the long, long ago,

4:13

แต่เพราะหมายเลขประกันสังคมเกิดขึ้นมาเมื่อนานมาแล้ว

it's just a number with no self-checking security built in.

4:16

มันเป็นแค่ตัวเลขที่ไม่มีความปลอดภัยในการตรวจสอบตัวเอง

Worse, if you were born pre-2011,

4:20

ที่แย่กว่านั้นคือ หากคุณเกิดก่อนปี 2011

it's not that hard to just guess most of the number.

4:22

มันไม่ยากเลยที่จะเดาหมายเลขส่วนใหญ่

The first three digits are the state where the parents applied for the card

4:25

ตัวเลขสามหลักแรกคือรัฐที่ผู้ปกครองยื่นขอทำบัตร

and the last four digits just count up in order,

4:29

และตัวเลขสี่หลักสุดท้ายก็แค่นับตามลำดับ

and the middle digits follow a regular pattern.

4:31

และตัวเลขตรงกลางก็เป็นไปตามรูปแบบที่สม่ำเสมอ

So you can take your number,

4:34

ดังนั้นคุณสามารถเอาหมายเลขของคุณมา

subtract one,

4:36

ลบออกหนึ่ง

and that's a valid number

4:37

และนั่นก็คือหมายเลขที่ถูกต้อง

of someone who was probably born in the same hospital as you

4:39

ของใครบางคนที่น่าจะเกิดในโรงพยาบาลเดียวกับคุณ

around the same time.

4:42

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

Thus, a fraudster who knows your time and location of birth can probably get the first five digits

4:44

ดังนั้น นักต้มตุ๋นที่รู้เวลาและสถานที่เกิดของคุณ ก็น่าจะได้ตัวเลขห้าหลักแรกมา

by just looking them up on a chart. กริยาวลี

4:49

แค่ไปเปิดดูจากในตาราง

กริยาวลี

looking them up: ตำแหน่งของสรรพนามที่เป็นกรรม

looking them up เป็นรูป -ing ของกริยาวลีแบบแยกได้ look up ในที่นี้หมายถึงตรวจดูแหล่งข้อมูล เช่น ตาราง เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งนั้น โดย them หมายถึงตัวเลขห้าหลักแรกที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม คำสรรพนามต้องอยู่ระหว่างกริยากับคำอนุภาค: look them up ไม่ใช่ look up them หากกรรมเป็นคำนาม กรรมสามารถวางหลังคำอนุภาคได้ เช่น look up the numbers

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่หมายถึงการตรวจดูแหล่งข้อมูลเพื่อหาข้อมูล และวางคำสรรพนามที่เป็นกรรมได้ถูกต้อง

  1. These train times are on the website, so please look them up.
  2. These train times are on the website, so please look them for.
  3. These train times are on the website, so please look up them.
  4. These train times are on the website, so please look for them up.
ดูคำตอบ

These train times are on the website, so please look them up.

Institutions ask for the last four digits as a code to identify you as you,

4:50

สถาบันต่างๆ ขอเลขสี่ตัวสุดท้ายเป็นรหัสเพื่อระบุว่าคุณคือคุณ

which means it's not that hard to put together your number สำนวน

4:55

ซึ่งหมายความว่ามันไม่ได้ยากเลยที่จะประกอบหมายเลขของคุณเข้าด้วยกัน

from a security leak anywhere or just by connecting a few puzzle pieces.

4:58

จากข้อมูลความปลอดภัยที่รั่วไหลที่ไหนสักแห่ง หรือเพียงแค่เชื่อมต่อชิ้นส่วนจิ๊กซอว์สองสามชิ้นเข้าด้วยกัน

สำนวน

ปะติดปะต่อหมายเลขจากเบาะแสไม่กี่ชิ้น

ในประโยคนี้ put together your number หมายถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลที่แยกกันอยู่มารวมกันเพื่อหาเลขเต็ม ไม่ได้หมายถึงการสร้างหมายเลขขึ้นมาเป็นสิ่งของจริง ๆ connecting a few puzzle pieces ใช้อุปลักษณ์ตัวต่อภาพเดียวกันต่อไป โดยข้อมูลที่รั่วไหลแต่ละอย่างคือเบาะแส และเมื่อเชื่อมโยงเบาะแสเหล่านั้นก็จะเห็นภาพทั้งหมด โดยทั่วไป put together information, a timeline หรือ an explanation หมายถึงการประกอบข้อมูล ลำดับเหตุการณ์ หรือคำอธิบายขึ้นใหม่จากส่วนที่แยกกันอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อุปลักษณ์ตัวต่อเพื่อสื่อถึงการประกอบข้อมูลขึ้นใหม่จากเบาะแสที่แยกกันอยู่

  1. By connecting a few puzzle pieces, the reporter put together the full timeline.
  2. The reporter connected the computers and guessed at random.
  3. The reporter put the puzzle in a box and wrote down the timeline.
ดูคำตอบ

By connecting a few puzzle pieces, the reporter put together the full timeline.

The physical card itself is no help either,

5:02

ตัวบัตรแข็งเองก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน

just a literal piece of cardboard,

5:05

เป็นเพียงเศษกระดาษแข็งจริงๆ

depending on when it was issued,

5:07

ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ามันถูกออกให้เมื่อใด

not even laminated.

5:09

ไม่ได้แม้แต่เคลือบพลาสติก

The Social Security department used to print not to be used for identification on the cards

5:10

กรมประกันสังคมเคยพิมพ์คำว่า ห้ามใช้เพื่อการระบุตัวตน ไว้บนบัตร

as a futile attempt to stop institutions from asking for them as IDs วลี

5:14

เพื่อเป็นความพยายามที่ไร้ผลในการหยุดสถาบันต่างๆ จากการขอบัตรเหล่านั้นเป็นบัตรประชาชน

วลี

ความพยายามที่ไร้ผลเพื่อหยุดไม่ให้สถาบันต่าง ๆ ร้องขอ

Futile หมายถึงไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจไว้ ดังนั้น a futile attempt จึงเป็นความพยายามที่คาดว่าจะไม่เกิดผล หรือถูกประเมินภายหลังว่าไม่ได้ผล ในประโยคนี้ การพิมพ์คำเตือนไม่สามารถหยุดไม่ให้สถาบันต่าง ๆ ใช้บัตรเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนได้ โครงสร้างคือ attempt to + กริยารูปพื้นฐาน และในที่นี้ตามด้วย stop + บุคคลหรือกลุ่ม + from + -ing: an attempt to stop institutions from asking หลัง from ต้องใช้ asking ไม่ใช่ ask หรือ to ask

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้โครงสร้าง futile attempt to stop someone from doing something: The notice achieved nothing. It was a ____ people ____ the unsafe app.

ดูคำตอบ

futile attempt to stop · from using

because there's nothing identifying a person on the card,

5:17

เพราะไม่มีอะไรบนบัตรที่ระบุตัวบุคคลได้

but eventually they gave up and removed these words

5:21

แต่ในที่สุดพวกเขาก็ยอมแพ้และลบคำเหล่านี้ออกไป

because unlike passports or driver's licenses,

5:23

เพราะไม่เหมือนหนังสือเดินทางหรือใบขับขี่

you can assume all Americans will have this one card.

5:26

คุณสามารถทึกทักเอาได้ว่าชาวอเมริกันทุกคนจะมีบัตรใบนี้

All this means your Social Security card and number probably have less security than your library card ไวยากรณ์

5:30

ทั้งหมดนี้หมายความว่าบัตรและหมายเลขประกันสังคมของคุณอาจมีความปลอดภัยน้อยกว่าบัตรห้องสมุดของคุณเสียอีก

while being vastly more important.

5:36

ในขณะที่มันมีความสำคัญมากกว่าอย่างมหาศาล

ไวยากรณ์

ปลอดภัยน้อยกว่า... ทั้งที่สำคัญกว่ามาก

less security than your library card เปรียบเทียบในมิติเดียว คือความปลอดภัย โดยมองว่าบัตรและหมายเลขประกันสังคมมีความปลอดภัยน้อยกว่าบัตรห้องสมุด รูปแบบ less + คำนามหรือคำคุณศัพท์ + than ใช้บอกระดับที่ต่ำกว่า while being vastly more important เพิ่มการประเมินในทิศทางตรงข้ามในอีกมิติหนึ่ง ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” หรือ “ในทางตรงกันข้าม” ไม่ได้หมายถึง “ในระหว่างที่” ส่วน vastly เน้น more important ให้หมายถึง “สำคัญกว่ามาก” โครงสร้างทั้งหมดนี้ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งด้อยกว่าในด้านหนึ่ง แต่เหนือกว่ามากในอีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของรูปแบบ less ... than ... while being more: The compact model has ____ the larger one ____ much more expensive.

ดูคำตอบ

less storage than · while being

So it fails at being a secure number, ลำดับความ

5:38

ดังนั้นมันจึงล้มเหลวในการเป็นหมายเลขที่ปลอดภัย

it fails at being a good ID card,

5:40

ล้มเหลวในการเป็นบัตรประจำตัวประชาชนที่ดี

but at least it is universal,

5:43

แต่อย่างน้อยมันก็ครอบคลุมถ้วนหน้า

which is why people use it.

5:45

นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนใช้มัน

ลำดับความ

ทำหน้าที่เป็น…ได้ไม่ดี แต่อย่างน้อยก็…

อนุประโยคสองส่วนที่มี fails at being ใช้โครงสร้างขนานเพื่อเรียงบทบาทสองอย่างที่สิ่งนี้ทำได้ไม่ดี ได้แก่ การเป็นหมายเลขที่ปลอดภัยและการเป็นบัตรประจำตัวที่ดี การใช้กรอบประโยคเดิมซ้ำทำให้ติดตามข้อสรุปได้ง่ายและทำให้คำวิจารณ์ทั้งสองมีน้ำหนักเท่ากัน but at least เปลี่ยนจากข้อเสียเหล่านั้นไปสู่ข้อดีที่มีอยู่อย่างจำกัด คือมันใช้ได้ทั่วไป at least ไม่ได้ทำให้ข้อความนี้กลายเป็นคำชมอย่างมาก แต่เสนอความเป็นสากลว่าเป็นจุดบวกขั้นต่ำที่ยังเหลืออยู่ รูปแบบ “ลบ-ลบ-บวกแบบจำกัด” นี้ช่วยจัดข้อสรุปให้สมดุล และอาจเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับการโต้แย้งข้อดีนั้นในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เปลี่ยนจากคำวิจารณ์สองข้อไปสู่จุดบวกที่มีอยู่อย่างจำกัด: The app fails at being fast, and it fails at being easy to use, ____ it is free.

ดูคำตอบ

but at least

Oh, hello asterisk, my old friend. วัฒนธรรม

5:46

โอ้ สวัสดีเครื่องหมายดอกจัน (ข้อยกเว้น) เพื่อนเก่าของฉัน

No, of course not.

5:48

ไม่ แน่นอนว่าไม่

This program isn't actually universal.

5:49

โครงการนี้ไม่ได้ครอบคลุมทุกคนจริงๆ

วัฒนธรรม

“Hello asterisk, my old friend”: สัญญาณเตือนว่ากำลังจะมีข้อยกเว้น

ในที่นี้ asterisk ไม่ใช่คนที่กำลังได้รับคำทักทาย เครื่องหมายดอกจัน (*) มักชี้ให้ผู้อ่านไปดูหมายเหตุ เงื่อนไข หรือข้อยกเว้น การเรียกมันว่า “my old friend” เป็นสัญญาณว่าคำกล่าวว่า “universal” กำลังจะถูกจำกัดขอบเขต ถ้อยคำนี้ดัดแปลงเนื้อเพลงที่โด่งดังว่า “Hello darkness, my old friend” อย่างขบขัน โดยเปลี่ยน darkness เป็น asterisk รูปประโยคที่คุ้นเคยทำให้การแก้คำกล่าวนี้ฟังดูรู้ทันตัวเองและมีอารมณ์ขัน แทนที่จะเป็นเรื่องหักมุมแบบไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “hello asterisk, my old friend” ส่งสัญญาณหลักว่าอะไร

  1. กำลังจะมีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขมาจำกัดขอบเขตของคำว่า “universal”
  2. ผู้พูดกำลังทักทายคนที่มีชื่อเล่นว่า Asterisk
  3. ผู้พูดอธิบายจบแล้วและกำลังเปลี่ยนเรื่อง
ดูคำตอบ

กำลังจะมีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขมาจำกัดขอบเขตของคำว่า “universal”

Not everyone has a Social Security account number,

5:51

ไม่ใช่ทุกคนจะมีหมายเลขบัญชีประกันสังคม

and not everyone pays into the program.

5:54

และไม่ใช่ทุกคนที่จะจ่ายเงินเข้าโครงการนี้

If you want to get out of paying, กริยาวลี

5:56

ถ้าคุณต้องการหลีกเลี่ยงการจ่ายเงิน

กริยาวลี

Get out of paying: หลีกเลี่ยงข้อผูกพัน

Get out of doing something หมายถึงการหลีกเลี่ยงการกระทำ หน้าที่ หรือค่าใช้จ่ายที่โดยปกติเราถูกคาดหวังให้ทำหรือจ่าย ในที่นี้ get out of paying หมายถึงหาทางไม่ชำระเงินที่จำเป็นต้องจ่าย โครงสร้างคือ get out of + คำนามหรือรูป -ing ในความหมายนี้ out of ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ออกจากสถานที่ แต่ paying คือการกระทำที่พยายามหลีกเลี่ยง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get out of + รูป -ing ที่ถูกต้อง: He tried to ____ the cancellation fee, but the contract required it.

ดูคำตอบ

get out of paying

you'll just need to first never have received any Social Security benefits

5:57

สิ่งแรกคือคุณเพียงแค่ต้องไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ จากประกันสังคมเลย

and give up your rights to getting any in the future,

6:00

และสละสิทธิ์ในการรับผลประโยชน์ใดๆ ในอนาคต

which seems fair. น้ำเสียง/เจตนา

6:02

ซึ่งก็ดูยุติธรรมดี

น้ำเสียง/เจตนา

การประชดใน which seems fair

เมื่อดูตามความหมายตรงตัว which seems fair แสดงความคิดเห็นต่อเงื่อนไขทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไปว่าเงื่อนไขนั้นดูสมเหตุสมผล แต่ที่นี่ผู้พูดหมายถึงตรงกันข้าม การสละสิทธิ์ทั้งหมดในอนาคตเป็นราคาที่หนักมาก ดังนั้นคำเห็นด้วยแบบเรียบ ๆ นี้จึงเป็นการประชดแบบหน้าตาย อนุประโยคสัมพัทธ์ which ... ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดทั้งหมดก่อนหน้า ไม่ใช่คำนามเพียงคำเดียว เมื่อความคิดเห็นเชิงบวกที่พูดอย่างสงบขัดกับข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ก็อาจเป็นสัญญาณของการวิจารณ์แทนการเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ which seems fair น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. ผู้พูดวิจารณ์แบบประชดหน้าตายว่าเงื่อนไขนั้นรุนแรงเกินควร
  2. ผู้พูดไม่แน่ใจว่าเงื่อนไขนั้นหมายความว่าอะไร
  3. ผู้พูดเชื่ออย่างจริงใจว่าเงื่อนไขนั้นสมเหตุสมผล
ดูคำตอบ

ผู้พูดวิจารณ์แบบประชดหน้าตายว่าเงื่อนไขนั้นรุนแรงเกินควร

In addition,

6:03

นอกจากนี้

you must also be a member of a religion opposed to the idea of Social Security,

6:04

คุณต้องเป็นสมาชิกของศาสนาที่ต่อต้านแนวคิดเรื่องประกันสังคมด้วย

usually because it's a kind of insurance

6:07

โดยปกติจะเป็นเพราะมันเป็นประกันชนิดหนึ่ง

and insurance is a kind of gambling.

6:09

และการประกันภัยก็เป็นการพนันชนิดหนึ่ง

That's harder,

6:11

นั่นยากกว่า

but you could always just start your own religion น้ำเสียง/เจตนา

6:12

แต่คุณสามารถเริ่มสร้างศาสนาของคุณเองได้เสมอ

if you were really serious about avoiding taxes.

6:14

ถ้าคุณจริงจังเรื่องการหลบเลี่ยงภาษีจริงๆ

น้ำเสียง/เจตนา

ข้อเสนอเชิงประชด you could always just start your own religion

รูปแบบ you could always just + คำกริยา โดยทั่วไปใช้เสนอทางเลือกสำรองที่ดูง่าย หากทางเลือกอื่นไม่ได้ผล ก็ยังเหลือทางเลือกนี้อยู่ always ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นตัวเลือกที่พร้อมใช้ ส่วน just ทำให้การกระทำนั้นฟังดูง่าย การตั้งศาสนาไม่ใช่วิธีง่าย ๆ ในการเลี่ยงภาษีอย่างแน่นอน ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่คำแนะนำจริงจัง การนำเสนอการกระทำสุดโต่งว่าเป็นทางสำรองที่ไม่ต้องใช้ความพยายามทำให้เกิดการประชด

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอเชิงประชดด้วยรูปแบบสี่คำจากบทเรียน: If washing one cup feels like too much work, ____ buy a whole new kitchen.

ดูคำตอบ

you could always just

But your new religion must also provide for its elderly and dependent members,

6:17

แต่ศาสนาใหม่ของคุณต้องดูแลสมาชิกที่สูงอายุและผู้ที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นด้วย

which means you have to recreate a Social Security program of sorts in your religion การใช้คำ

6:21

ซึ่งหมายความว่าคุณต้องสร้างโครงการประเภทประกันสังคมขึ้นมาใหม่ในศาสนาของคุณ

while also being against Social Security.

6:25

ในขณะเดียวกันก็ต้องต่อต้านประกันสังคมด้วย

การใช้คำ

of sorts: สิ่งที่ใกล้เคียงแต่ไม่ตรงอย่างสมบูรณ์

of sorts วางหลังนามวลีและหมายถึง “เป็นสิ่งชนิดนั้นในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ตัวอย่างที่เป็นมาตรฐานหรือตรงทั้งหมด” ในที่นี้ a Social Security program of sorts คือระบบภายในที่ทำหน้าที่บางอย่างคล้ายกับระบบประกันสังคม แต่ไม่ได้เป็นโครงการของรัฐบาลนั้นจริง ๆ วลีนี้ช่วยลดความหนักแน่นของคำพูด ผู้พูดจึงสามารถใช้ชื่อเรียกที่มีประโยชน์พร้อมกับเว้นระยะจากชื่อนั้นได้ วลีนี้ลดความแน่นอนของการจัดประเภท ไม่ได้หมายความว่ามีหลายชนิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีลดความหนักแน่นสองคำที่หมายถึง “รูปแบบที่ไม่สมบูรณ์หรือใกล้เคียง”: The neighborhood library became a community center ____ after the storm.

ดูคำตอบ

of sorts

But if creating a contradictory religion doesn't daunt you,

6:27

แต่ถ้าการสร้างศาสนาที่ย้อนแย้งในตัวเองไม่ได้ทำให้คุณย่อท้อล่ะก็

lastly,

6:30

ประการสุดท้าย

it must have existed continuously since 1950,

6:31

มันต้องดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1950

which is a giveaway that this exception was written

6:33

ซึ่งเป็นการบอกใบ้ว่าข้อยกเว้นนี้เขียนขึ้นมา

pretty much exclusively for the Amish and Mennonites วัฒนธรรม

6:36

เพื่อชาวอามิชและเมนโนไนต์โดยเฉพาะแทบจะกลุ่มเดียวเลย

วัฒนธรรม

the Amish and Mennonites: ชื่อของชุมชนทางศาสนา

The Amish และ Mennonites หมายถึงชุมชนทางศาสนาและวัฒนธรรมของคริสต์ศาสนาที่พัฒนามาจากธรรมเนียมแอนะแบปทิสต์ ทั้งสองเป็นกลุ่มคน ไม่ใช่สถานที่ วิถีชีวิตแตกต่างกันไปในแต่ละชุมชน แม้ว่าบางชุมชนจะเป็นที่รู้จักเรื่องความสัมพันธ์ภายในชุมชนที่แน่นแฟ้นและการแยกตัวจากบางส่วนของสังคมกระแสหลัก ในประโยคนี้ ธรรมเนียมชุมชนที่มีมายาวนานช่วยอธิบายว่าเหตุใดเงื่อนไขปี 1950 จึงชี้ไปยังกลุ่มเหล่านี้ The Amish เป็นชื่อเรียกชาวอามิชโดยรวม ส่วน Mennonites เป็นนามกลุ่มรูปพหูพจน์ที่เชื่อมอยู่กับคำแรก

แบบฝึกหัด

ในวลี the Amish and Mennonites ชื่อทั้งสองหมายถึงอะไร?

  1. โครงการเกษียณอายุของรัฐบาล
  2. ชุมชนทางศาสนาและวัฒนธรรมของคริสต์ศาสนา
  3. เมืองสองแห่งที่ก่อตั้งในปี 1950
ดูคำตอบ

ชุมชนทางศาสนาและวัฒนธรรมของคริสต์ศาสนา

and kills dead your plans สำนวน

6:38

และทำลายแผนการของคุณจนพินาศ

unless you're willing to undergo a serious change in lifestyle.

6:40

เว้นแต่คุณยินดีที่จะเข้ารับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างจริงจัง

สำนวน

kills dead your plans: การพูดเกินจริงแบบขบขัน

ในที่นี้ kills dead your plans หมายถึงทำลายแผนหรือทำให้แผนนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ไม่มีสิ่งใดตายจริง ๆ แต่ผู้พูดทำให้แผนดูเหมือนเป็นสิ่งที่ถูกฆ่าได้ การใช้ kills และ dead ร่วมกันเป็นการจงใจซ้ำแนวคิดเรื่องความตาย ความซ้ำนี้เพิ่มน้ำหนักและสร้างการพูดเกินจริงแบบขบขัน กล่าวคือ เงื่อนไขเหล่านี้ไม่ได้แค่ทำให้แผนยากขึ้น แต่ทำให้แผนจบสิ้น เว้นแต่เจ้าตัวจะยอมเปลี่ยนวิถีชีวิตครั้งใหญ่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ kills dead your plans สร้างผลทางความหมายอย่างไร?

  1. หมายถึงเงื่อนไขเหล่านั้นทำให้แผนพังอย่างสิ้นเชิง พร้อมการเน้นแบบขบขันโดยตั้งใจ
  2. หมายถึงแผนยังดำเนินต่อได้หลังจากล่าช้าเล็กน้อย
  3. หมายถึงมีคนถูกฆ่าจริง ๆ ระหว่างกำลังวางแผน
ดูคำตอบ

หมายถึงเงื่อนไขเหล่านั้นทำให้แผนพังอย่างสิ้นเชิง พร้อมการเน้นแบบขบขันโดยตั้งใจ

It doesn't stop there. ลำดับความ

6:43

มันไม่ได้หยุดแค่นั้น

Keep digging and you'll find all sorts of other weird, weird exceptions,

6:45

ขุดต่อไปเรื่อยๆ แล้วคุณจะพบข้อยกเว้นที่แปลก แปลกประหลาดอื่นๆ อีกสารพัด

ลำดับความ

It doesn't stop there. Keep digging: การเชื่อมข้อมูลแบบสองขั้น

It doesn't stop there บอกผู้ฟังว่าตัวอย่างหรือรายการที่กล่าวถึงอยู่ยังไม่จบ ประโยคนี้เปิดหัวข้อไว้และเตรียมเข้าสู่ข้อมูลชั้นถัดไป จากนั้น Keep digging ชวนให้ผู้ฟังค้นคว้าต่อ digging ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ เมื่อใช้สองประโยคนี้ร่วมกัน ผู้พูดจะเริ่มจากการบอกว่า “ยังมีอีก” แล้วจึงบอกว่า “ค้นให้ลึกขึ้นแล้วจะพบ”

แบบฝึกหัด

เติมคำในประโยคเปลี่ยนเรื่องแบบสองขั้นด้วยสำนวนจากบทเรียน: “The audit found one billing error, but it doesn't ____. Keep ____, and you'll discover a wider pattern.”

ดูคำตอบ

stop there · digging

including some railroad workers or firefighters

6:48

รวมถึงคนงานก่อสร้างทางรถไฟหรือนักดับเพลิงบางกลุ่ม

or police or teachers,

6:51

หรือตำรวจ หรือครู

but only in Chicago.

6:52

แต่เฉพาะในชิคาโกเท่านั้นนะ

Usually,

6:53

โดยปกติแล้ว

these are groups that in the long, long ago

6:53

กลุ่มเหล่านี้คือกลุ่มคนเมื่อนานมาแล้ว

were able to get out of the program at its creation date.

6:55

สามารถถอนตัวออกจากโครงการได้ ณ วันที่ก่อตั้งโครงการ

So nothing's ever straightforward.

6:59

ดังนั้นไม่มีอะไรตรงไปตรงมาเลย

And that's the deal with this Social Security card,

7:01

และนั่นคือเรื่องราวของบัตรประกันสังคมนี้

containing a national number for citizens that don't want one

7:04

ที่บรรจุหมายเลขแห่งชาติสำหรับพลเมืองที่ไม่ต้องการมัน

on an identification card that fails at identification,

7:06

บนบัตรระบุตัวตนที่ล้มเหลวในการระบุตัวตน

given to all citizens except when it isn't, ลำดับความ

7:09

แจกให้พลเมืองทุกคน ยกเว้นเมื่อไม่ได้แจก

for a program that's universal except when it's not.

7:11

สำหรับโครงการที่ครอบคลุมทุกคน ยกเว้นเมื่อมันไม่ครอบคลุม

ลำดับความ

การประชดแบบขนานใน “แจกให้ทุกคน—ยกเว้นตอนที่ไม่ได้แจก… ครอบคลุมทุกคน—ยกเว้นตอนที่ไม่ครอบคลุม”

อนุประโยค except when... สองส่วนที่วางขนานกันรวบข้อยกเว้นที่กล่าวมาก่อนหน้าให้เป็นบทสรุปสั้น ๆ given to all citizens ตั้งข้อความกว้างแบบไม่มีข้อยกเว้นขึ้นมาก่อน แล้ว except when it isn't ก็หักล้างความเป็นคำกล่าวเด็ดขาดนั้นทันที ส่วนหลังปิดด้วยรูปแบบเดียวกันคือ universal except when it's not คำที่ละไว้เข้าใจได้จากข้อความก่อนหน้า โดย isn't หมายถึง isn't given to all citizens และ not หมายถึง not universal ความขัดแย้งในตัวเองนี้เป็นการประชดโดยตั้งใจ ไม่ใช่ข้อมูลผิด การใช้รูปแบบซ้ำทำให้ช่องว่างระหว่างคำกล่าวอย่างเป็นทางการกับข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นจริงฟังออกง่ายและจำได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ตอนจบข้อใดใช้อนุประโยค except when... ที่วางขนานกันสองส่วน เพื่อสรุปคำกล่าวกว้าง ๆ กับข้อยกเว้นให้เป็นบทสรุปเชิงประชด?

  1. Although the service is open, it is not always free.
  2. The service is sometimes closed, and some users pay a fee.
  3. The service is open to everyone except when it isn't, and it is always free except when it's not.
ดูคำตอบ

The service is open to everyone except when it isn't, and it is always free except when it's not.