วิธีใช้ Modal Verbs สำหรับการคาดเดา - มินิบทเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
620 คำ 172 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ห้องพักที่ถูกทำลายกลายเป็นปริศนาแนวขบขันซึ่งมีทั้งแมว นก และเบาะแสชวนให้เข้าใจผิด บทเรียนพาเราพิจารณาคำอธิบายที่อาจเป็นไปได้เกี่ยวกับอดีต ก่อนย้อนลำดับเหตุการณ์ไล่ล่าที่สร้างความเสียหายทั้งหมด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. could have been — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้วิธีเสนอว่าบุคคลหรือเหตุการณ์หนึ่งอาจเป็นคำอธิบายของสถานการณ์ในอดีต โดยไม่ฟันธงว่าข้อสันนิษฐานนั้นเป็นจริง เหมาะสำหรับการพูดถึงผู้ต้องสงสัย สาเหตุ หลักฐาน หรือเปรียบเทียบหลายสมมติฐาน 2. all hell let loose. — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่านี่คือสำนวนไม่เป็นทางการที่เห็นภาพชัด ใช้บอกว่าสถานการณ์พลิกเป็นความโกลาหลที่ควบคุมไม่ได้อย่างฉับพลัน ช่วยให้ติดตามจุดสุดยอดของเรื่องและบรรยายช่วงที่การไล่ล่า การทะเลาะ หรืออุบัติเหตุบานปลาย 3. out runs the cat. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าการวางคำบอกทิศทางไว้หน้าคำกริยาและประธานทำให้การเคลื่อนไหวกะทันหันดูฉับไวและน่าตื่นเต้นขึ้น การจำโครงสร้างกลับคำแบบเล่าเรื่องนี้ได้จะช่วยให้ระบุว่าแมวคือประธาน และเข้าใจรูปแบบคล้ายกันอย่าง out came หรือ in walked

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Everyone loves a good mystery.

0:00

ทุกคนชอบเรื่องราวลึกลับที่น่าติดตาม

We love to imagine what might have happened, ไวยากรณ์

0:02

เราชอบจินตนาการว่าอาจเกิดอะไรขึ้น

ไวยากรณ์

what might have happened: การคาดเดาอย่างไม่แน่ใจเกี่ยวกับอดีต

โครงสร้าง might have + กริยาช่อง 3 ใช้คาดเดาเหตุการณ์ในอดีตอย่างไม่แน่ใจ ใน what might have happened คำว่า happened เป็นกริยาช่อง 3 ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “อะไรอาจเกิดขึ้นไปแล้ว” ไม่ใช่ “อะไรอาจเกิดขึ้นภายหลัง” อนุประโยค what ทั้งหมดเป็นสิ่งที่จินตนาการ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อยังไม่รู้ข้อเท็จจริงในอดีตและกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ might, have และ happened: The lights were off, so we tried to imagine what ____.

ดูคำตอบ

might have happened

who could have done it, ไวยากรณ์

0:04

ใครน่าจะเป็นคนทำ

ไวยากรณ์

who could have done it: คาดเดาว่าใครอาจเป็นผู้ทำ

โครงสร้าง could have + กริยาช่อง 3 ใช้บอกคำอธิบายที่เป็นไปได้ของการกระทำในอดีต ใน who could have done it คำว่า who ใช้ถามถึงคนที่เป็นไปได้ ส่วน done หมายถึงการกระทำที่เสร็จไปแล้ว could ในที่นี้พูดถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความสามารถในอดีต ผู้พูดไม่รู้ว่าคนนั้นคือใครและกำลังพิจารณาคนที่อาจเป็นผู้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ could, have, done และ it: The password was changed, but nobody knew who ____.

ดูคำตอบ

could have done it

and there's no better feeling than finally cracking the case. โน้ต

0:05

และไม่มีความรู้สึกไหนดีไปกว่าการปิดคดีได้ในที่สุด

วลี

there's no better feeling than: เน้นความรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

There's no better feeling than ... ใช้บอกว่าประสบการณ์หนึ่งทำให้รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก ผู้พูดยกให้เป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดเพื่อเน้นอารมณ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นการเปรียบเทียบตามข้อเท็จจริงอย่างเคร่งครัด หลัง than ใช้คำนาม กลุ่มคำนาม หรือโครงสร้าง -ing ที่บอกชื่อประสบการณ์นั้น ในตัวอย่าง finally cracking the case คือกิจกรรมที่ทำให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างตายตัวที่ใช้บอกว่ากิจกรรมหนึ่งให้ความรู้สึกพึงพอใจเป็นพิเศษ: There's ____ finishing a hard puzzle.

ดูคำตอบ

no better feeling than

สำนวน

finally cracking the case: แก้คดีหรือไขปริศนาได้ในที่สุด

Crack the case หมายถึงแก้คดีหรือไขปริศนาได้ด้วยการหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น ในตัวอย่าง finally แสดงว่าในที่สุดก็พบความจริงหลังจากใช้ความพยายามหรือใช้เวลาระยะหนึ่ง crack ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ส่วน case หมายถึงเรื่องที่กำลังสืบสวน วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการทำกล่องหรือกระเป๋าเดินทางให้แตกร้าวจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง finally cracking the case หมายความว่าอะไร?

  1. เปิดกระเป๋าเดินทางได้ในที่สุด
  2. ทำภาชนะให้แตกในที่สุด
  3. แก้การสืบสวนได้ในที่สุด
ดูคำตอบ

แก้การสืบสวนได้ในที่สุด

Today, we're going to focus on language

0:14

วันนี้ เราจะมาเน้นกันที่รูปประโยค

that you can use to speculate about the past. ลำดับความ

0:16

ที่คุณสามารถใช้เพื่อคาดเดาถึงอดีตได้

ลำดับความ

that you can use to speculate about the past: จำกัดความหมายของ language ตามจุดประสงค์

อนุประโยคขยายคำนาม that you can use to speculate about the past ขยายคำว่า language ไม่ได้เปิดหัวข้อใหม่ แต่จำกัดความหมายของ language ให้หมายถึงสำนวนที่ใช้เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง คือการคาดเดาเหตุการณ์ในอดีต โครงสร้าง noun + that you can use to + verb จัดข้อมูลโดยบอกสิ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงอธิบายว่าสิ่งนั้นใช้ทำอะไร ในที่นี้ language หมายถึง “ถ้อยคำหรือสำนวน” ไม่ใช่ภาษาหนึ่งภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกว่าภาษาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับอดีต
  2. บอกชื่อภาษาใดภาษาหนึ่ง เช่น ภาษาอังกฤษหรือภาษาสเปน
  3. ระบุสำนวนตามจุดประสงค์ที่สำนวนนั้นใช้
ดูคำตอบ

ระบุสำนวนตามจุดประสงค์ที่สำนวนนั้นใช้

Do you remember Craig from my episode on just?

0:19

คุณจำ Craig จากตอนที่ผมสอนเรื่อง just ได้ไหม?

He was having a wedding party

0:22

เขาจัดงานฉลองแต่งงาน

and he wanted Marco to make a few changes.

0:24

และเขาต้องการให้ Marco ปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย

Well, something terrible has happened.

0:27

เอาล่ะ มีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้น

Listen to the language that Craig uses

0:30

ฟังรูปประโยคที่ Craig ใช้

to try to get to the bottom of the mystery. สำนวน

0:33

เพื่อพยายามไขปริศนาให้กระจ่าง

สำนวน

get to the bottom of the mystery: สืบจนรู้ความจริง

Get to the bottom of something เป็นสำนวนที่หมายถึงสืบสวนจนพบความจริงหรือต้นเหตุ คำว่า bottom ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคำอธิบายที่อยู่ลึกที่สุด ไม่ใช่ตำแหน่งจริง ในประโยคนี้ the mystery คือสิ่งที่ Craig พยายามไขให้กระจ่าง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ get to the bottom of + คำนามหรืออนุประโยคคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “สืบสวนจนพบความจริง” ลงในประโยค: The reporter promised to ____ the unexplained payments.

ดูคำตอบ

get to the bottom of

Oh, Sharon, you'll never guess what has happened. วลี

0:35

"โอ้ Sharon คุณไม่มีทางเดาได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

วลี

you'll never guess ...: คำเกริ่นที่สร้างความสงสัย

You'll never guess ... เป็นคำเกริ่นที่พบบ่อยในภาษาพูด หมายถึง “เรื่องที่ฉันกำลังจะบอกเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ” ในประโยคนี้ what has happened คือสิ่งที่ผู้พูดชวนให้ Sharon ลองเดา ผู้พูดไม่ได้ตัดสินความสามารถในการเดาของ Sharon อย่างจริงจัง แต่ชะลอการบอกข่าวไว้สักครู่เพื่อสร้างความสงสัยก่อนจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเกริ่นสร้างความสงสัยตามที่เรียนมา: ____ who won the raffle.

ดูคำตอบ

You'll never guess

The place, is ruined.

0:38

สถานที่นี้ พังพินาศหมดแล้ว

There's rubbish everywhere.

0:40

มีขยะเกลื่อนไปหมด

The drapes have been torn. ไวยากรณ์

0:42

ผ้าม่านถูกฉีกขาด

Well, the mirrors have been shattered.

0:44

แถมกระจกก็แตกละเอียด

ไวยากรณ์

have been torn ... have been shattered: present perfect รูปถูกกระทำ

Have been torn และ have been shattered ใช้ present perfect รูปถูกกระทำ ซึ่งมีโครงสร้าง have/has + been + past participle โดย drapes และ mirrors เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ประโยคจึงเน้นสิ่งของที่เสียหาย ไม่ใช่ผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหาย Present perfect เชื่อมความเสียหายในอดีตเข้ากับปัจจุบัน การฉีกและการทุบได้เกิดขึ้นแล้ว และผลของมันยังมองเห็นได้หรือมีความสำคัญในที่เกิดเหตุ torn เป็น past participle ของ tear และ shattered เป็น past participle ของ shatter

แบบฝึกหัด

ใช้ damage และ remove ในรูป present perfect แบบถูกกระทำ: The lock ____, and the keys ____.

ดูคำตอบ

has been damaged · have been removed

It couldn't have been the dog. ไวยากรณ์

0:46

ไม่น่าจะเป็นฝีมือหมานะ

ไวยากรณ์

couldn't have been: ตัดความเป็นไปได้ในอดีต

couldn't have been แสดงว่าผู้พูดมองว่าการระบุตัวหรือคำอธิบายเกี่ยวกับอดีตนั้นเป็นไปไม่ได้ ในประโยคนี้ สุนัขถูกตัดออกจากการเป็นผู้ที่รับผิดชอบ โครงสร้างคือ could not + have + คำกริยาช่อง 3 เมื่อใช้กับ been จะหมายความว่าคำตอบในตอนนั้นเป็นบุคคลหรือสิ่งนั้นไปไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งหนึ่งไม่มีความสามารถที่จะกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ could not + have + been: Leo was on a school trip that day, so the visitor ____ Leo.

ดูคำตอบ

couldn't have been

He's with you.

0:48

มันอยู่กับคุณนี่นา

It could have been Marco. ไวยากรณ์

0:49

อาจจะเป็น Marco ก็ได้

ไวยากรณ์

could have been: เสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้เกี่ยวกับอดีต

could have been แสดงว่าตัวตนหรือคำอธิบายเกี่ยวกับอดีตมีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่แน่นอน ในประโยคนี้ Marco เป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือก ไม่ใช่คำตอบที่ยืนยันแล้ว โครงสร้างคือ could + have + คำกริยาช่อง 3 เมื่อใช้กับ been จะใช้คาดเดาอย่างระมัดระวังว่าในอดีตเป็นใครหรือเป็นอะไร ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการมีโอกาสที่จะกลายเป็นบางสิ่งแต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย could + have + been เพื่อคาดเดาอดีตอย่างระมัดระวัง: The broken branch ____ the cause of the noise.

ดูคำตอบ

could have been

I know he was angry,

0:52

ผมรู้ว่าเขาโกรธ

but no, he wouldn't go that far. วลี

0:53

แต่ไม่หรอก เขาไม่น่าจะทำเกินกว่าเหตุขนาดนั้น

วลี

wouldn't go that far: ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่รุนแรง

ในประโยคนี้ he wouldn't go that far หมายถึงผู้พูดเชื่อว่าเขาคงไม่ทำสิ่งที่รุนแรงหรือหนักหนาถึงขนาดนั้น ผู้พูดอาจยอมรับว่าเขาโกรธ แต่ยังปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ร้ายแรงกว่า ตรงนี้ go that far ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดย go หมายถึงการไปถึงระดับหนึ่งของพฤติกรรม ไม่ใช่การเดินทางเป็นระยะทางจริง ส่วน that ชี้กลับไปยังระดับของการกระทำที่กล่าวถึงแล้วหรือเข้าใจกันจากบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ wouldn't go that far ในความหมายว่า “คงไม่ทำสิ่งที่รุนแรงถึงขนาดนั้น”

  1. Leo was tired, so he wouldn't walk that far.
  2. Leo was angry, but he wouldn't go that far.
  3. Leo did not know how far the park was.
ดูคำตอบ

Leo was angry, but he wouldn't go that far.

It might have been the maid, ไวยากรณ์

0:56

อาจจะเป็นแม่บ้านก็ได้

ไวยากรณ์

might have been: คาดเดาอดีตอย่างระมัดระวัง

might have been ใช้คาดเดาอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับบุคคล สาเหตุ หรือสถานการณ์ในอดีต ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนอว่าแม่บ้านเป็นหนึ่งในคำตอบที่เป็นไปได้ แต่ไม่ได้บอกว่าหลักฐานพิสูจน์แล้วว่าเป็นเธอ โครงสร้างคือ might + have + been โดย might แสดงความไม่แน่นอน ส่วน have been ทำให้การคาดเดาอยู่ก่อนเวลาปัจจุบัน จึงไม่ใช่ความเป็นไปได้ในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย might + รูป perfect ของ be เพื่อคาดเดาสาเหตุในอดีตอย่างไม่แน่นอน: The cause of the power cut ____ a damaged cable.

ดูคำตอบ

might have been

but no, she's lovely.

0:57

แต่ไม่สิ เธอเป็นคนน่ารัก

She wouldn't have done this. ไวยากรณ์

0:59

เธอไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอก

ไวยากรณ์

wouldn't have done this: การตัดสินเกี่ยวกับการกระทำในอดีต

ในที่นี้ wouldn't have done this หมายถึงผู้พูดเชื่อว่าเธอไม่ใช่คนที่ทำ เพราะการกระทำนั้นไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้พูดรู้เกี่ยวกับตัวเธอ โครงสร้าง would not have + กริยาช่อง 3 ใช้แสดงการตัดสินเกี่ยวกับการกระทำในอดีตที่จบไปแล้ว ความหมายนี้มากกว่าการรายงานข้อเท็จจริงแบบ She didn't do this เพราะผู้พูดกำลังอนุมานจากนิสัยหรือพฤติกรรมที่คาดว่าจะเป็นของคนนั้น ในบริบทอื่น would not have + กริยาช่อง 3 อาจบอกผลลัพธ์ที่ไม่เกิดขึ้นจริงได้ แต่ที่นี่ไม่มีเงื่อนไขที่ระบุไว้ จึงเป็นการอนุมานจากนิสัย

แบบฝึกหัด

คุณรู้ว่า Leo เป็นคนระมัดระวังและใจดี ประโยคใดแสดงการตัดสินจากนิสัยของเขาเกี่ยวกับการกระทำในอดีตที่จบไปแล้วได้ดีที่สุด

  1. I know Leo; he won't break the toy on purpose.
  2. I know Leo; he wouldn't have broken the toy on purpose.
  3. I know Leo; he didn't break the toy on purpose.
ดูคำตอบ

I know Leo; he wouldn't have broken the toy on purpose.

Oh,

1:01

โอ้

there's feathers by the vent shaft.

1:02

มีขนนกอยู่ตรงปล่องระบายอากาศ

Oh, a bird must have flown in. ไวยากรณ์

1:07

โอ้ ต้องมีนกบินเข้ามาแน่ๆ

ไวยากรณ์

must have flown in: การอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับอดีต

Must have flown in หมายถึงผู้พูดสังเกตเห็นหลักฐานและสรุปว่านกตัวหนึ่งบินเข้ามาข้างใน โครงสร้าง must have + กริยาช่อง 3 ใช้แสดงการอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว must ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกฎหรือหน้าที่บังคับ Flown เป็นกริยาช่อง 3 ของ fly และ in เพิ่มทิศทางจากข้างนอกเข้ามาข้างใน

แบบฝึกหัด

ใช้ rain เติมการอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับอดีตให้สมบูรณ์: The ground is soaked, so it ____ last night.

ดูคำตอบ

must have rained

But a bird couldn't have done all this. ไวยากรณ์

1:11

แต่นกตัวเดียวไม่น่าจะทำเรื่องทั้งหมดนี้ได้

ไวยากรณ์

couldn't have done all this: ตัดความเป็นไปได้ของการกระทำในอดีต

couldn't have + กริยาช่อง 3 ใช้ตัดความเป็นไปได้ที่คนหรือสิ่งหนึ่งได้ทำการกระทำในอดีต ในประโยคนี้ done all this หมายถึง “ก่อความเสียหายทั้งหมดที่มองเห็นอยู่” ผู้พูดจึงเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่นกจะก่อผลทั้งหมดนี้ เมื่อใจความสำคัญอยู่ที่ “ทำอะไร” ไม่ใช่เพียง “ใครหรืออะไรเป็นสาเหตุ” ให้ใช้กริยาการกระทำช่อง 3 หลัง couldn't have

แบบฝึกหัด

คุณเห็นว่าโต๊ะหนักตัวหนึ่งถูกย้าย ประโยคใดตัดความเป็นไปได้ที่เด็กเล็กเป็นผู้ทำการกระทำนั้นในอดีต

  1. A small child couldn't have moved this heavy table alone.
  2. A small child couldn't have been this heavy table alone.
  3. A small child might have moved this heavy table alone.
ดูคำตอบ

A small child couldn't have moved this heavy table alone.

It had to have been something else. ไวยากรณ์

1:13

ต้องเป็นอย่างอื่นแน่ๆ

ไวยากรณ์

had to have been something: การอนุมานอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับอดีต

had to have been ใช้แสดงข้อสรุปอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับอดีตจากหลักฐานหรือจากการตัดความเป็นไปได้อื่นออก ผู้พูดมองว่าไม่มีคำอธิบายอื่นที่สมเหตุสมผล ในที่นี้ something หมายถึงสิ่งของหรือสาเหตุที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ในการใช้เพื่ออนุมานแบบนี้ had to ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือข้อบังคับ โครงสร้าง had to have been + กลุ่มคำนาม ใช้ระบุสิ่งที่ผู้พูดสรุปว่าเป็นผู้รับผิดชอบหรือมีอยู่ในอดีต

แบบฝึกหัด

ประตูสำนักงานถูกเปิด และมีเพียง Maya ที่มีกุญแจ ประโยคใดแสดงข้อสรุปอย่างหนักแน่นว่าใครเป็นคนเปิดประตู

  1. Maya was required to open it.
  2. It had to have been Maya.
  3. It might have been Maya.
ดูคำตอบ

It had to have been Maya.

But what?

1:16

แต่เป็นอะไรล่ะ?"

Before we start solving the mystery, ลำดับความ

1:17

ก่อนที่เราจะเริ่มไขปริศนากัน

ลำดับความ

Before we start: การเปลี่ยนเข้าสู่ขั้นเตรียมตัวก่อนเริ่มกิจกรรมหลัก

Before we start ... เป็นวลีเปลี่ยนช่วงที่บอกว่าจะมีขั้นตอนหนึ่งเกิดขึ้นก่อนเริ่มกิจกรรมหลัก วลีนี้หยุดเนื้อหาหลักไว้ชั่วครู่และช่วยให้ผู้ฟังติดตามลำดับเหตุการณ์ได้ง่ายขึ้น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย before ทำหน้าที่กำหนดลำดับ ส่วนประโยคหลักที่ตามมาจะบอกว่าต้องเตรียมหรืออธิบายอะไรก่อน ในที่นี้ การเริ่มไขปริศนาเป็นกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นทีหลัง ไม่ใช่สิ่งที่จะทำต่อทันที

แบบฝึกหัด

ประโยคเปิดใดบอกผู้ฟังได้ชัดเจนว่าจะทบทวนบางอย่างก่อนเริ่มกิจกรรมหลัก

  1. After we start, let's review the plan.
  2. As we finish, let's review the plan.
  3. Before we start, let's review the plan.
ดูคำตอบ

Before we start, let's review the plan.

let's take a look at the language that Craig used วลี

1:19

มาดูรูปประโยคที่ Craig ใช้

วลี

let's take a look at: การชวนผู้อื่นให้ช่วยกันพิจารณาบางสิ่ง

Let's take a look at ... เป็นคำชวนที่เป็นมิตรให้ทุกคนช่วยกันดู ทบทวน หรือวิเคราะห์บางสิ่งสั้น ๆ Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ส่วน take a look at เป็นวลีตายตัวที่ตามด้วยสิ่งที่จะพิจารณา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำความสนใจของผู้ฟังไปยังภาษาที่ Craig ใช้ Take ไม่ได้หมายถึงการถือ ขน หรือหยิบสิ่งใดออกไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนด้วยวลีสี่คำจากบทเรียน: Now, let's ____ this example together.

ดูคำตอบ

take a look at

to speculate about what might have happened.

1:21

เพื่อคาดเดาว่าอาจเกิดอะไรขึ้นบ้าง

When he is sure that it wasn't the dog,

1:23

เมื่อเขามั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือหมา

he says,

1:26

เขาพูดว่า

"It couldn't have been the dog."

1:27

"It couldn't have been the dog."

This has the structure couldn't plus have plus the past participle. ไวยากรณ์

1:29

นี่คือโครงสร้าง couldn't บวก have บวกกริยาช่อง 3 (past participle)

ไวยากรณ์

couldn't + have + past participle: ใช้ตัดความเป็นไปได้ในอดีต

วลีนี้บอกแบบแผน couldn't + have + past participle ในคำอธิบายไวยากรณ์นี้ plus หมายถึง «ตามด้วย» ไม่ใช่การบวกทางคณิตศาสตร์ ในการใช้นี้ แบบแผนดังกล่าวใช้ตัดความเป็นไปได้ของเหตุการณ์หรือสถานการณ์ในอดีต ผู้พูดเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้และจึงไม่ได้เกิดขึ้น หลัง couldn't ให้คง have ไว้ในรูปพื้นฐาน แล้วตามด้วย past participle เช่น been, done, seen หรือ taken

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ couldn't + have + past participle ของ enter: The door was still sealed, so the thief ____ the room.

ดูคำตอบ

couldn't have entered

Here, it's been.

1:34

ในที่นี้คือ been

Notice that could and not are contracted ไวยากรณ์

1:35

สังเกตว่า could กับ not ถูกลดรูปเข้าด้วยกัน

ไวยากรณ์

could and not are contracted: could not เปลี่ยนเป็น couldn't

ในที่นี้ are contracted เป็นคำศัพท์ไวยากรณ์ที่หมายถึง «ถูกรวมให้เป็นรูปที่สั้นลง» could not เปลี่ยนเป็น couldn't และเครื่องหมายอะพอสทรอฟีแทนตัว o ที่หายไปจาก not ไม่ได้หมายความว่า could กับ not ทำสัญญากัน รูปเต็ม could not และรูปย่อ couldn't มีความหมายปฏิเสธเหมือนกัน การจำรูปย่อได้ช่วยให้เชื่อมโยงรูปอย่าง could not have กับ couldn't have ที่พบได้บ่อยทั้งในการพูดและการเขียน

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน โดยเน้นแยก could กับ couldn't

  1. I could find my notebook.
  2. I couldn't find my notebook.
  3. I could not find my new notebook.
ดูคำตอบ

I couldn't find my notebook.

and have is in the weak form.

1:38

และ have อยู่ในรูปเสียงเบา (weak form)

It's not stressed.

1:40

มันไม่ได้ถูกเน้นเสียง

So, we say,

1:42

ดังนั้น เราจึงพูดว่า

"Couldn't have."

1:43

"Couldn't have."

When Craig thinks there's a small chance that it was Marco, วลี

1:44

เมื่อ Craig คิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้นิดหน่อยที่จะเป็น Marco

วลี

there's a small chance that: แสดงความเป็นไปได้ที่ต่ำ

There's a small chance that + อนุประโยค หมายความว่าบางสิ่งมีความเป็นไปได้ แต่ผู้พูดคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดยังเปิดโอกาสว่าอาจเป็น Marco แต่ไม่ได้พูดเหมือนข้อสันนิษฐานนั้นเป็นข้อสรุปที่มั่นใจ ใช้วลีนี้เพื่อบอกระดับความมั่นใจ วลีนี้ลดความหนักแน่นของข้อสรุป แต่ไม่ได้บอกว่าความเป็นไปได้นั้นเป็นศูนย์

แบบฝึกหัด

เขียนวลีเป้าหมายแบบเต็มเพื่อบอกถึงความเป็นไปได้ที่ต่ำแต่ไม่ใช่ศูนย์: ____ the museum will close early today.

ดูคำตอบ

There's a small chance that

he says,

1:47

เขาพูดว่า

"It could have been Marco."

1:48

"It could have been Marco."

And then,

1:50

แล้วจากนั้น

when he thinks there's a small chance that it was the maid,

1:51

เมื่อเขาคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้นิดหน่อยที่จะเป็นแม่บ้าน

he says,

1:54

เขาพูดว่า

"It might have been the maid."

1:55

"It might have been the maid."

So, when Marco is certain that a bird flew in,

1:56

แล้วเมื่อ Marco มั่นใจว่ามีนกบินเข้ามา

he says,

2:00

เขาพูดว่า

"A bird must have flown in."

2:01

"A bird must have flown in."

Notice that we're not using been here.

2:03

สังเกตว่าเราไม่ใช้ been ตรงนี้นะ

We're using flown.

2:05

เราใช้ flown

Of course, you can use any past participle verb you want. การใช้คำ

2:06

แน่นอนว่า คุณสามารถใช้กริยาช่อง 3 ตัวไหนก็ได้ตามต้องการ

การใช้คำ

past participle verb: รูปที่ใช้หลัง have

past participle verb ในที่นี้หมายถึงคำกริยาที่อยู่ในรูป past participle ไม่ใช่คำกริยาอีกประเภทหนึ่ง past participle จะอยู่หลัง have ในรูป perfect และโครงสร้าง modal + have รวมทั้งอยู่หลัง be ในรูป passive สำหรับคำกริยาปกติ simple past และ past participle มักมีรูปเหมือนกัน เช่น worked แต่คำกริยาไม่ปกติหลายคำมีรูปต่างกัน เช่น fly–flew–flown ใน might have flown ต้องใช้ flown เพราะหลัง have ต้องเป็น past participle ในคำศัพท์ไวยากรณ์มาตรฐาน past participle หรือ past participle form แม่นยำกว่า past participle verb

แบบฝึกหัด

เขียน past participle ของ fly เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The bird might have ____ away before dawn.

ดูคำตอบ

flown

And when he is certain that the bird didn't cause all the chaos, วลี

2:10

และเมื่อเขามั่นใจว่านกไม่ได้เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด

วลี

cause all the chaos: cause + คำนามบอกผล

ในที่นี้ cause เป็นคำกริยา หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น” หรือ “ก่อให้เกิด” cause all the chaos หมายถึงนกเป็นต้นเหตุให้เกิดความวุ่นวายเหล่านั้น ส่วนรูปปฏิเสธบอกว่านกไม่ได้เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ cause + คำนามที่เป็นผลลัพธ์ เช่น cause chaos, cause damage หรือ cause trouble คำนามหลัง cause บอกผลที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การกระทำที่ใช้ทำให้เกิดผลนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ cause และคำนาม chaos: The broken traffic light ____ at the busy intersection.

ดูคำตอบ

caused chaos

he says,

2:15

เขาพูดว่า

"It had to have been something else."

2:16

"It had to have been something else."

Notice here that have is not contracted,

2:19

สังเกตตรงนี้ว่า have ไม่ได้ถูกลดรูป

but it is in the weak form.

2:23

แต่มันอยู่ในรูปเสียงเบา

Had to have been.

2:25

Had to have been

So, okay,

2:26

เอาล่ะ ทีนี้

what actually did happen? ไวยากรณ์

2:27

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ไวยากรณ์

actually did happen: did ที่ใช้เน้นย้ำในคำถามอดีต

did ในที่นี้ใช้เพื่อเน้นย้ำ คำถามแบบปกติคือ What happened? เมื่อพูดว่า what actually did happen ผู้พูดกำลังเปรียบเทียบเหตุการณ์จริงกับสิ่งที่คาดเดาไว้ก่อนหน้า และถามหาความจริงด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น หลัง did ที่ใช้เน้นย้ำ คำกริยาหลักต้องคงรูปพื้นฐานไว้ คือ did happen ไม่ใช่ did happened ส่วน actually เพิ่มความหมายว่า “ในความเป็นจริง” หรือ “ต่างจากที่ผู้คนคิดไว้”

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วย actually และ did ที่ใช้เน้นย้ำ: After several guesses, what ____?

ดูคำตอบ

actually did happen

Craig called the security guard afterwards,

2:29

หลังจากนั้น Craig ก็โทรเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัย

and here's what he said. ลำดับความ

2:33

และนี่คือสิ่งที่เขาเล่าให้ฟัง

ลำดับความ

here's what he said: เกริ่นนำคำตอบที่จะตามมา

here's what he said เป็นวลีเชื่อมในการเล่าเรื่อง ใช้จบช่วงปูพื้นและบอกผู้ฟังว่า ต่อไปจะเป็นคำตอบของบุคคลนั้น ในโครงสร้างนี้ what he said หมายถึงเนื้อหาที่เขาพูด ส่วน here's ใช้นำเสนอเนื้อหานั้นเป็นข้อมูลลำดับถัดไป วลีนี้ใช้นำคำพูดแบบตรงตัว เสียงบันทึก หรือบทสรุปที่คงความหมายเดิมก็ได้ ตัววลีเองไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นคำพูดแบบคำต่อคำ คุณสามารถใช้โครงสร้าง here's what + ประธาน + said/wrote เพื่อเปลี่ยนจากข้อมูลปูพื้นไปสู่สิ่งที่ใครบางคนพูดหรือเขียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าคำตอบของโค้ชจะถูกนำเสนอต่อไป

  1. We asked the coach about the decision, but she had already left.
  2. We asked the coach about the decision because the meeting had ended.
  3. We asked the coach about the decision, and here's what she said.
ดูคำตอบ

We asked the coach about the decision, and here's what she said.

Hi, I'm so sorry.

2:34

"สวัสดีครับ ผมขอโทษจริงๆ

We meant to call you, วลี

2:36

เราตั้งใจจะโทรหาคุณ

วลี

meant to call you: บอกความตั้งใจในอดีต

meant to call you ใช้โครงสร้าง meant to + กริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกความตั้งใจในอดีต กล่าวคือ ผู้พูดเคยมีแผนว่าจะโทรหา ในที่นี้ mean ไม่ได้หมายถึง “มีความหมายว่า” แต่ to call ระบุการกระทำที่ตั้งใจไว้ เมื่อใช้ในคำขอโทษหรือคำอธิบาย meant to ในรูปอดีตมักสื่อว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นช้าเกินไป ความหมายนี้มาจากบริบท ไม่ได้มาจาก meant to เพียงอย่างเดียว ดังนั้นผู้พูดจึงสามารถอธิบายต่อได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโทษด้วยคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ตั้งใจว่าจะโทรหาคุณ”: I ____ yesterday, but I forgot.

ดูคำตอบ

meant to call you

but we've been so busy.

2:37

แต่เรายุ่งกันมาก

I was called up to your apartment by your neighbor. กริยาวลี

2:40

ผมถูกเพื่อนบ้านของคุณเรียกให้ขึ้นไปที่ห้อง

กริยาวลี

was called up to your apartment: ถูกเรียกให้ขึ้นไปที่นั่น

ใน was called up to your apartment ส่วน was called เป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่าเพื่อนบ้านขอหรือเรียกให้ผู้พูดไปที่อะพาร์ตเมนต์ ส่วน up บอกการเคลื่อนขึ้นไปยังที่สูงกว่า และ to your apartment บอกจุดหมาย ไม่ได้หมายความว่าอะพาร์ตเมนต์เป็นผู้รับสายโทรศัพท์ เมื่อนำไปใช้ในสถานการณ์อื่น be called to + สถานที่ หมายถึงถูกขอให้ไปยังสถานที่นั้น เติม up เมื่อการขึ้นไปยังชั้นหรือสถานที่ที่สูงกว่าเป็นข้อมูลสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำในอดีตกาลของ call และแสดงการขึ้นไปยังชั้นที่สูงกว่า: The electrician ____ the sixth floor by the building manager.

ดูคำตอบ

was called up to

She said she heard noises coming from inside. ไวยากรณ์

2:43

เธอบอกว่าได้ยินเสียงดังมาจากข้างใน

ไวยากรณ์

heard noises coming from: hear + กรรม + -ing

ใน she heard noises coming from inside หลัง heard มีกรรม noises และวลี -ing คือ coming from inside วลี -ing นี้อธิบายว่าเสียงเหล่านั้นกำลังเป็นอย่างไรในตอนนั้น คือกำลังดังมาจากข้างใน เมื่อใช้กริยารับรู้ เช่น hear และ see โครงสร้าง กรรม + -ing จะแสดงว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่ หรือเน้นช่วงที่ผู้พูดรับรู้ได้ coming ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวที่แสดงกาล ส่วน heard คือกริยาที่แสดงอดีตกาล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hear + กรรม + -ing เพื่อแสดงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่?

  1. I heard that water was dripping behind the wall.
  2. I listened to the dripping water behind the wall.
  3. I heard water dripping behind the wall.
ดูคำตอบ

I heard water dripping behind the wall.

The moment I opened the door, ไวยากรณ์

2:46

วินาทีที่ผมเปิดประตู

ไวยากรณ์

The moment I opened the door: ใช้ the moment บอกว่าอีกเหตุการณ์เกิดขึ้นทันที

ใน The moment I opened the door คำว่า the moment ทำหน้าที่คล้ายคำเชื่อมบอกเวลา โดยนำเหตุการณ์แรกเข้ามาและมีความหมายเหมือน as soon as I opened the door จึงแสดงว่าเหตุการณ์หลักเกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้น เมื่อเทียบกับ when แล้ว the moment เน้นความทันทีมากกว่า เหมาะเมื่อปฏิกิริยาหรือเหตุการณ์น่าประหลาดใจเกิดตามมาแทบจะโดยไม่เว้นช่วง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อกันทันที: ____ the bell rang, everyone ran outside.

ดูคำตอบ

The moment

this little cat springs out. กริยาวลี

2:48

เจ้าแมวน้อยตัวนี้ก็กระโจนออกมา

กริยาวลี

springs out: การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและฉับพลัน

ในที่นี้ springs เป็นรูปกริยาของ spring ซึ่งหมายถึงกระโดดหรือเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน Springs out หมายถึงแมวเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจากข้างในออกมาข้างนอก สำนวนนี้ให้ภาพชัดกว่า comes out เพราะเพิ่มความรู้สึกถึงความเร็ว พลัง และความน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ springs out เพื่ออธิบายการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและฉับพลันจากข้างในออกมาข้างนอก?

  1. A toy mouse springs out of the box.
  2. A toy mouse stays inside the box.
  3. A toy mouse slowly rolls across the floor.
ดูคำตอบ

A toy mouse springs out of the box.

I had no idea how it got in. วลี

2:50

ผมไม่รู้เลยว่ามันเข้าไปได้ยังไง

วลี

I had no idea how it got in: ลำดับคำในคำถามแฝง

I had no idea หมายถึงผู้พูดไม่รู้อย่างสิ้นเชิง ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how ระบุข้อมูลที่ไม่รู้ นั่นคือวิธีที่มันเข้ามา how it got in เป็นคำถามแฝงอยู่ในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า: how + ประธาน + กริยา หลัง have no idea ถ้าใช้ why, where, when หรือ what ก็ใช้รูปแบบเดียวกัน ไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแฝงหลัง have no idea ได้ถูกต้อง

  1. I have no idea where went the package.
  2. I have no idea where did the package go.
  3. I have no idea where the package went.
ดูคำตอบ

I have no idea where the package went.

I'm sorry.

2:52

ผมขอโทษด้วย

It's all a mystery.

2:54

มันเป็นปริศนาไปหมด"

A cat?

2:55

แมวหรอ?

Wow.

2:56

ว้าว

It's a new piece of information. วลี

2:58

นี่คือข้อมูลใหม่เลยนะเนี่ย

วลี

a new piece of information: การนับคำนามนับไม่ได้ information

information โดยทั่วไปเป็นคำนามนับไม่ได้ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ดังนั้น a new information จึงไม่เป็นธรรมชาติ เมื่อต้องการกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดหนึ่งรายการ ให้ใช้ a piece of information ใน a new piece of information คำว่า new ขยาย piece ส่วน of information บอกว่าเป็นรายการประเภทใด โครงสร้างนี้ใช้รูปพหูพจน์ได้ว่า two new pieces of information

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีธรรมชาติที่ใช้ information เพื่อหมายถึงข้อมูลใหม่หนึ่งรายการ: The editor added ____ to the report.

ดูคำตอบ

a new piece of information

Use modals of deduction การใช้คำ

2:59

ใช้กริยาช่วยบอกการคาดคะเน

to speculate about what might have happened.

3:00

เพื่อคาดเดาว่าอาจเกิดอะไรขึ้นบ้าง

การใช้คำ

modals of deduction: การคาดคะเนจากหลักฐาน

modals of deduction คือกริยาช่วย modal ที่ใช้บอกว่าผู้พูดมั่นใจเพียงใดต่อข้อสรุปที่อาศัยหลักฐาน ในที่นี้ deduction หมายถึงการอนุมานอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่การลบหรือการลดราคา เมื่อต้องการอนุมานเรื่องในอดีต มักใช้โครงสร้าง modal + have + past participle โดย must have แสดงความมั่นใจสูง might have หรือ could have แสดงความเป็นไปได้ และ can't have หรือ couldn't have แสดงว่าผู้พูดเห็นว่าเรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ modal of deduction เพื่อคาดคะเนความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ในอดีต

  1. She is taking an earlier train now.
  2. She took an earlier train yesterday.
  3. She might have taken an earlier train.
ดูคำตอบ

She might have taken an earlier train.

So, we've got a cat, วลี

3:03

เอาล่ะ เรามีแมว

วลี

we've got a cat: ใช้ have got เพื่อบอกเบาะแสที่มีอยู่ตอนนี้

ใน we've got a cat คำว่า have got หมายถึง “มีอยู่ในตอนนี้” ไม่ได้เน้นการได้มาหรือการรับแมว ผู้พูดกำลังเพิ่มแมวเข้าไปในรายการเบาะแสที่มีอยู่แล้ว we've เป็นรูปย่อของ we have โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกข้อเท็จจริง ทรัพยากร ปัญหา หรือหลักฐานที่มีอยู่ตอนนี้ขณะสรุปด้วยคำพูดได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทที่กำลังรวบรวมเบาะแส We've got a cat หมายความว่าอย่างไร

  1. เราเพิ่งซื้อแมวมาหนึ่งตัว
  2. เราต้องจับแมวหนึ่งตัว
  3. ตอนนี้เรามีแมวเป็นหนึ่งในเบาะแส
ดูคำตอบ

ตอนนี้เรามีแมวเป็นหนึ่งในเบาะแส

a bird,

3:05

มีนก

feathers by the vent shaft,

3:06

มีขนนกอยู่ตรงปล่องระบายอากาศ

the drapes are torn,

3:08

ผ้าม่านขาด

the mirrors are shattered.

3:10

กระจกแตก

Oh, yeah,

3:12

โอ้ ใช่

and there's rubbish everywhere.

3:12

แล้วก็มีขยะเกลื่อนไปหมด

Hmm.

3:15

อืม

Do you need more time?

3:18

คุณต้องการเวลาเพิ่มไหม?

I'll give you five more seconds.

3:20

ผมให้เวลาคุณอีก 5 วินาที

So, here's what happened. ลำดับความ

3:25

เอาล่ะ เรื่องมันเป็นแบบนี้

ลำดับความ

here's what happened: เปลี่ยนจากการเกริ่นเข้าสู่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง

Here's what happened เป็นวลีเปลี่ยนช่วงในการเล่าเรื่อง วลีนี้บอกผู้ฟังว่าช่วงเกริ่น การคาดเดา หรือคำถามจบแล้ว และผู้พูดกำลังจะเล่าลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง Here's ย่อมาจาก here is ในวลีนี้ what happened หมายถึง “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” ไม่ได้เป็นคำถาม What happened? ใช้วลีทั้งชุดเพื่อพาเรื่องเล่าหรือคำอธิบายเข้าสู่ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งได้ยินข้อสันนิษฐานหลายอย่างว่าเหตุใดการแข่งขันจึงหยุดลง ประโยคใดเปลี่ยนจากข้อสันนิษฐานเหล่านั้นเข้าสู่เหตุการณ์จริงได้ดีที่สุด

  1. Nothing happened after the lights went out.
  2. Here's what happened: the lights went out.
  3. What might happen if the lights go out?
ดูคำตอบ

Here's what happened: the lights went out.

It was the neighbor's cat.

3:27

มันคือแมวของเพื่อนบ้าน

And the poor cat was hungry.

3:28

และเจ้าแมวผู้น่าสงสารตัวนั้นก็กำลังหิว

And it saw the bird flying by the vent shaft, ไวยากรณ์

3:30

แล้วมันก็เห็นนกบินผ่านปล่องระบายอากาศ

ไวยากรณ์

saw the bird flying: see + กรรม + -ing

ใน saw the bird flying คำว่า saw เป็นกริยาหลัก the bird เป็นกรรม และ flying บอกว่านกกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้น โครงสร้างคือ see + กรรม + -ing ซึ่งหมายถึงการเห็นการกระทำในขณะที่กำลังดำเนินอยู่ รูป -ing ไม่ได้เริ่มประโยคหลักใหม่ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการแสดงภาพเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หรือส่วนหนึ่งของการกระทำที่ใครบางคนเห็น

แบบฝึกหัด

ใช้ see + กรรม + -ing เพื่อแสดงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ run: We saw Maya ____ toward the station.

ดูคำตอบ

running

rubbed its hands together with glee. สำนวน

3:33

มันถูมือ(อุ้งเท้า)เข้าด้วยกันอย่างดีใจ

สำนวน

rubbed its hands together with glee: ความดีใจแบบบุคลาธิษฐาน

Rubbed its hands together บรรยายท่าทางแบบมนุษย์ คือเอามือสองข้างประกบกันแล้วถูไปมา ส่วน with glee หมายถึงด้วยความดีใจอย่างมากและแสดงออกชัดเจน มักเกิดขึ้นเมื่อเห็นโอกาสที่น่าตื่นเต้น ในที่นี้ its หมายถึงสัตว์ ประโยคจึงทำให้สัตว์มีลักษณะเหมือนคน ภาพนี้แสดงความตื่นเต้นแบบอดใจรอไม่ไหวและแอบภูมิใจอยู่เล็กน้อยอย่างขบขัน จุดสำคัญคือท่าทีของสัตว์ ไม่ใช่การบอกอย่างสมจริงว่ามันใช้เท้าทำอะไร

แบบฝึกหัด

rubbed its hands together with glee ในที่นี้แสดงอะไรเป็นหลัก?

  1. สัตว์กำลังทำงานธรรมดาอย่างสงบ
  2. สัตว์กำลังแสดงความดีใจอย่างตื่นเต้นและเห็นได้ชัด
  3. สัตว์กำลังขอบคุณใครบางคนอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

สัตว์กำลังแสดงความดีใจอย่างตื่นเต้นและเห็นได้ชัด

Started chasing the bird.

3:35

เริ่มวิ่งไล่ตามนกตัวนั้น

The bird flew into the apartment.

3:37

นกบินเข้ามาในอพาร์ตเมนต์

The cat followed the bird.

3:39

แมวก็วิ่งตามนกเข้ามา

And then all hell let loose. สำนวน

3:41

และหลังจากนั้นความโกลาหลก็บังเกิด

สำนวน

all hell let loose: ความโกลาหลครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นทันที

ในประโยคนี้ all hell let loose หมายถึงเสียงดัง ปัญหา หรือความวุ่นวายรุนแรงที่ปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน ควรเข้าใจคำทั้งหมดเป็นสำนวนเชิงละครหนึ่งสำนวน โดย hell ช่วยเน้นภาพความโกลาหล ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงตามตัวอักษร สำนวนนี้แสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์ที่ค่อนข้างสงบไปสู่สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ รูปแบบที่ใช้กันแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดคือ all hell broke loose ซึ่งมีความหมายที่ต้องการสื่อเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่า then all hell let loose สื่อว่าอะไร?

  1. ความโกลาหลรุนแรงเริ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
  2. สถานการณ์ที่ยากลำบากค่อย ๆ ดีขึ้น
  3. ทุกคนออกจากห้องไปอย่างเงียบ ๆ
ดูคำตอบ

ความโกลาหลรุนแรงเริ่มขึ้นอย่างกะทันหัน

Do you remember those standing mirrors? การใช้คำ

3:43

คุณจำกระจกตั้งพื้นพวกนั้นได้ไหม?

การใช้คำ

those standing mirrors: ชื่อเรียกกระจกตั้งพื้น

ใน those standing mirrors คำว่า standing อยู่หน้า mirrors เพื่อบอกประเภทของสิ่งของ A standing mirror คือกระจกที่ออกแบบให้ตั้งได้เองบนพื้น และมักสูงพอที่จะสะท้อนร่างกายได้เกือบทั้งหมดหรือทั้งตัว ตรงนี้ standing ไม่ใช่กริยาหลัก และไม่ได้หมายความว่ากระจกกำลังทำกริยา “ยืน” อยู่ในขณะนั้น นามวลีทั้งหมดหมายถึงกระจกตั้งพื้นชุดหนึ่งที่ผู้พูดและผู้ฟังรู้อยู่แล้วจากบทสนทนา

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย standing mirrors ในประโยคได้ดีที่สุด

  1. ภาพสะท้อนของคนที่กำลังยืน
  2. กระจกที่มีคนถือให้ตั้งตรงอยู่ชั่วครู่
  3. กระจกที่ออกแบบให้ตั้งได้เองบนพื้น
ดูคำตอบ

กระจกที่ออกแบบให้ตั้งได้เองบนพื้น

One bird became six birds reflected in all the mirrors, ไวยากรณ์

3:45

นก 1 ตัวกลายเป็นนก 6 ตัวสะท้อนอยู่ในกระจกทั้งหมด

flying around the room.

3:49

บินว่อนไปทั่วห้อง

ไวยากรณ์

reflected in all the mirrors: วลี past participle ที่ขยาย birds

reflected in all the mirrors เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง six birds วลีนี้บอกว่าภาพนกหกภาพที่มองเห็นเกิดขึ้นหรือปรากฏจากการสะท้อนของกระจก และ reflected มีความหมายแบบถูกกระทำ กริยาที่ผันตามกาลและเป็นกริยาหลักของประโยคคือ became: One bird became six birds ส่วน reflected ไม่ได้เริ่มเหตุการณ์หลักอีกเหตุการณ์หนึ่ง โครงสร้าง “คำนาม + วลี past participle” ใช้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ และในที่นี้มักขยายได้เป็น that were reflected in all the mirrors

แบบฝึกหัด

ใช้คำใบ้เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลี past participle: The lights ____ looked like stars. (reflect / in the glass)

ดูคำตอบ

reflected in the glass

The cat thought it had won the cat lottery, สำนวน

3:50

เจ้าแมวคิดว่ามันถูกลอตเตอรี่แมวเข้าแล้ว

สำนวน

had won the cat lottery: อุปมาที่สร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงโชคครั้งใหญ่

ในที่นี้ had won the cat lottery หมายถึงแมวคิดว่าตัวเองโชคดีอย่างเหลือเชื่อ สำนวนนี้เปรียบการได้สิ่งที่แมวต้องการพอดีกับการถูกรางวัลใหญ่ cat lottery ไม่ใช่รางวัลที่มีอยู่จริงหรือสำนวนภาษาอังกฤษตายตัว แต่เป็นคำพูดขำ ๆ ที่สร้างขึ้นสำหรับเหตุการณ์นี้ ในบริบทอื่น เราก็สามารถสร้างวลี win the ... lottery ขึ้นมาเพื่อหมายถึงการได้ผลลัพธ์ที่โชคดีเป็นพิเศษได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

had won the cat lottery ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. แมวคิดว่าตัวเองโชคดีอย่างมาก
  2. แมวอยากซื้อลอตเตอรี่จริง ๆ
  3. แมวได้รับรางวัลอย่างเป็นทางการสำหรับแมว
ดูคำตอบ

แมวคิดว่าตัวเองโชคดีอย่างมาก

started running around, ไวยากรณ์

3:53

เริ่มวิ่งพล่านไปทั่ว

destroying everything.

3:55

ทำลายข้าวของทุกอย่าง

ไวยากรณ์

started running around, destroying everything: การกระทำหลัก + ผลลัพธ์รูป -ing

ในประโยคที่ยาวกว่านี้ started running around เป็นการบอกการกระทำหลัก โดย start ตามด้วย running ซึ่งเป็นรูป -ing ส่วน destroying everything เป็นอนุประโยค participle รูป -ing อีกส่วนหนึ่ง การกระทำทั้งสองมีประธานที่เข้าใจร่วมกันว่าเป็นแมวตัวนั้น อนุประโยค -ing ตอนท้ายบอกเพิ่มว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่แมววิ่งและการวิ่งนั้นก่อให้เกิดผลอะไร โครงสร้าง การกระทำหลัก + จุลภาค + -ing เชื่อมเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องเพิ่มประโยคเต็มอีกประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ จุลภาค + -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลที่เกิดจากประธานเดียวกัน

  1. The dog raced through the kitchen, spilling water everywhere.
  2. The dog raced through the kitchen, spilled water everywhere.
  3. The dog raced through the kitchen, it spilled water everywhere.
ดูคำตอบ

The dog raced through the kitchen, spilling water everywhere.

And then the bird flew out.

3:57

แล้วนกก็บินออกไป

And the cat was still in the room.

3:59

ส่วนแมวยังคงอยู่ในห้อง

So, when the security guard opened the door,

4:01

ดังนั้น เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยเปิดประตู

out runs the cat. ไวยากรณ์

4:05

แมวก็เลยวิ่งสวนออกมา

ไวยากรณ์

out runs the cat: การกลับลำดับแบบเล่าเรื่องโดยวางทิศทางไว้ก่อน

ใน out runs the cat คำว่า out เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกทิศทางที่วางไว้ต้นประโยค ประธานตามหลักไวยากรณ์คือ the cat และ runs เป็นคำกริยา ถ้าเรียงคำตามปกติจะเป็น the cat runs out การวางทิศทางไว้ก่อนทำให้เกิดการกลับลำดับแบบนำเสนอภาพ ผู้ฟังจะนึกถึงทิศทางการเคลื่อนไหวก่อน แล้วจึงรู้ว่าสิ่งใดปรากฏออกมา ลำดับคำแบบนี้พบได้บ่อยในการเล่าเรื่องและบรรยายฉากอย่างมีชีวิตชีวา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกลับลำดับแบบเล่าเรื่องโดยวางทิศทางไว้ก่อนเหมือน out runs the cat?

  1. The rabbit waited outside.
  2. Out came the rabbit.
  3. The rabbit came out.
ดูคำตอบ

Out came the rabbit.

So, next time you have a mystery, ไวยากรณ์

4:07

เอาล่ะ ครั้งหน้าถ้าคุณเจอเรื่องลึกลับ

you'll know exactly what to say.

4:09

คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่าควรพูดว่าอะไร

ไวยากรณ์

next time you have a mystery, you'll know: ใช้รูปปัจจุบันเพื่อพูดถึงเวลาในอนาคต

Next time you have a mystery เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่หมายถึงอนาคต แม้จะพูดถึงอนาคต ภาษาอังกฤษก็ใช้ present simple รูป have หลัง next time โดยปกติจะไม่ใช้ will have ตรงนั้น ประโยคหลักใช้ will เพื่อบอกผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือ you'll know รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Next time + present simple, ... will + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่พูดถึงเวลาในอนาคตด้วยรูป present simple ของ call: Next time you ____ me, I'll answer right away.

ดูคำตอบ

call