ดูหนัง | ตอนเต็ม | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
757 คำ 152 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: ที่โรงภาพยนตร์ บลูอี้กังวลกับฉากพายุฝนฟ้าคะนองและสงสัยว่าความอ่อนไหวทำให้เธอแตกต่างจากคนอื่นหรือไม่ ระหว่างที่พ่อต้องคอยตามบิงโกผู้ซุกซนไม่อยู่นิ่ง ข้อคิดของภาพยนตร์เรื่องการยอมรับความเป็นตัวเองก็ช่วยให้บลูอี้เผชิญความกลัวและตัดสินใจดูต่อ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. You sure you're ready for movies, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจคำถามกันเองนี้ว่าเป็น Are you sure…? ที่ละ Are ไว้ และสังเกตน้ำเสียงห่วงใยแบบหยั่งเชิง ผู้เรียนสามารถใช้รูปแบบนี้เพื่อตรวจสอบว่าอีกฝ่ายพร้อมจริงหรือไม่ โดยไม่ทำให้ความกังวลฟังเหมือนการตั้งคำถามหรือคัดค้านอย่างตรงไปตรงมา 2. I should have just stayed in the trees — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า should have ตามด้วยกริยาช่องที่สามใช้แสดงความเสียดายต่อการตัดสินใจในอดีต ที่นี่โครงสร้างดังกล่าวเผยให้เห็นว่าตัวละครที่กำลังกลัวหวนคิดถึงการออกจากสถานที่คุ้นเคย และช่วยให้บอกได้ว่าตอนนี้เขาเชื่อว่าทางเลือกใดน่าจะดีกว่า 3. Just be yourself. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าประโยคซึ่งตอนแรกเป็นสารหลักของภาพยนตร์ถูกพ่อนำมาใช้กับบิงโกในเหตุการณ์จริงภายหลัง การมองเห็นการย้อนรับทางเรื่องเล่านี้ช่วยเชื่อมเรื่องบนจอกับสถานการณ์ของครอบครัว และทำให้เข้าใจว่าถ้อยคำที่ซ้ำกันเปลี่ยนแนวคิดเรื่องการเป็นตัวเองให้เป็นการยอมรับความแตกต่างของแต่ละคนอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

Bingo, calm it down a bit mate. กริยาวลี

0:26

บิงโก ใจเย็นๆ หน่อยลูก

กริยาวลี

calm it down a bit: ลดความรุนแรงลงเล็กน้อย

Calm it down หมายถึงทำให้พฤติกรรม เสียง หรือความตื่นเต้นที่กำลังเกิดขึ้นเบาลง ในประโยคนี้ it หมายถึงพฤติกรรมที่ตื่นเต้นเกินไปของ Bingo ดังนั้นคำขอนี้จึงใกล้เคียงกับการบอกให้เบาลงหน่อย มากกว่าจะเป็นคำเตือนจริงจังเรื่องความโกรธ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ลำดับคือ calm + it + down ไม่ใช่ calm down it ส่วน a bit ทำให้คำขอนุ่มลงและสื่อว่าต้องปรับเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: The game is getting too rough, so let's ____ a bit before someone gets hurt.

ดูคำตอบ

calm it down

Ooh, banana.

0:29

อู้ กล้วย

Dad, is there going to be thunder in the movie? ไวยากรณ์

0:33

พ่อคะ ในหนังจะมีฟ้าร้องไหม?

ไวยากรณ์

Is there going to be ...?: ถามว่าจะมีบางสิ่งหรือไม่

Is there going to be + คำนามเอกพจน์หรือคำนามนับไม่ได้? ใช้ถามว่าในภายหลังจะมีบางสิ่งเกิดขึ้น มีอยู่ หรือรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ในที่นี้ thunder เป็นคำนามนับไม่ได้ และเด็กกำลังถามว่าในหนังจะมีเสียงฟ้าร้องหรือไม่ ลำดับคือ Is + there + going to + be + นามวลี? ในที่นี้ there ใช้แนะนำการมีอยู่ของสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงสถานที่ หากตามด้วยคำนามพหูพจน์ ภาษาอังกฤษที่เป็นมาตรฐานใช้ Are there going to be ...?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ a test on Friday?

ดูคำตอบ

Is there going to be

Hmm, maybe.

0:36

อืม ก็อาจจะมีนะ

Oh.

0:37

โอ้

You sure you're ready for movies, Bluey? น้ำเสียง/เจตนา

0:38

ลูกแน่ใจนะว่าพร้อมจะดูหนังแล้ว บลูอี้?

น้ำเสียง/เจตนา

You sure you're ready for movies? — การถามย้ำแบบไม่เป็นทางการ

You sure ...? เป็นคำถามแบบย่อที่ใช้ในบทสนทนาไม่เป็นทางการ รูปเต็มคือ Are you sure ...? โดยละ Are ที่ต้นประโยค แต่ you're ready for movies หลัง sure ยังคงเป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ ประโยคนี้ไม่ได้ถามข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว ผู้พูดกำลังถามย้ำอย่างนุ่มนวลว่าบลูอี้พร้อมจริงหรือไม่ พร้อมแสดงความกังวลว่าเนื้อหาในหนังอาจหนักเกินไปสำหรับเธอ รูปประโยคนี้มักใช้ตรวจสอบการตัดสินใจหรือความพร้อม พร้อมสื่อความลังเลหรือความห่วงใย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นวิธีถามเพื่อนอย่างเป็นธรรมชาติและไม่เป็นทางการว่าเขาพร้อมจริงหรือไม่ โดยยังคงฟังดูนุ่มนวล?

  1. You sure ready?
  2. You sure you're ready?
  3. Sure you are ready?
ดูคำตอบ

You sure you're ready?

You're a bit of a sensitive kid. การใช้คำ

0:41

ลูกเป็นเด็กที่ค่อนข้างอ่อนไหวง่ายนะ

การใช้คำ

a bit of a sensitive kid — การทำให้คำบรรยายบุคคลนุ่มนวลขึ้น

ใน a bit of a sensitive kid วลี a bit of a ช่วยลดความตรงของการจัดว่าเด็กเป็นคนแบบใด แทนที่จะติดป้ายตรง ๆ ว่าเด็กเป็น sensitive kid ผู้พูดนำเสนอความอ่อนไหวว่าเป็นแนวโน้มที่สังเกตได้แต่มีระดับจำกัด ในที่นี้ sensitive หมายถึงตกใจ เสียใจ หรือได้รับผลกระทบทางอารมณ์ได้ง่าย ถ้อยคำนี้อาจฟังดูเป็นห่วงมากกว่ารุนแรง แต่ก็ยังเป็นการบรรยายนิสัยของเด็ก

แบบฝึกหัด

a bit of a sensitive kid ในประโยคนี้สื่อความหมายอย่างไร?

  1. เด็กตกใจหรือได้รับผลกระทบทางอารมณ์ได้ง่าย และ a bit of a ทำให้คำบรรยายตรงน้อยลง
  2. เด็กโกรธมาก และ a bit of a หมายถึงอย่างสิ้นเชิง
  3. ข้อมูลส่วนตัวของเด็กต้องได้รับการปกป้อง และ a bit of a ทำให้คำเตือนรุนแรงขึ้น
ดูคำตอบ

เด็กตกใจหรือได้รับผลกระทบทางอารมณ์ได้ง่าย และ a bit of a ทำให้คำบรรยายตรงน้อยลง

Mackenzie's seen it. ไวยากรณ์

0:42

แมคเคนซี่ยังเคยดูเลย

ไวยากรณ์

Mackenzie's seen it: 's = has ใน present perfect

ในที่นี้ Mackenzie's seen it เป็นรูปย่อของ Mackenzie has seen it โดย has + seen เป็นโครงสร้าง present perfect และบอกว่าแม็กเคนซีเคยดูสิ่งนั้นมาก่อนจนถึงตอนนี้ จุดสำคัญคือประสบการณ์ในอดีตที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ใช่เวลาที่แน่นอนว่าเกิดขึ้นเมื่อไร โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกได้ว่าใครบางคนเคยทำหรือเคยมีประสบการณ์บางอย่างมาก่อน

แบบฝึกหัด

ในประโยค Mackenzie's seen it คำย่อ 's แทนคำใด?

  1. has
  2. is
  3. does
ดูคำตอบ

has

Yeah, but you're not Mackenzie. น้ำเสียง/เจตนา

0:44

ใช่ แต่ลูกไม่ใช่แมคเคนซี่นี่

น้ำเสียง/เจตนา

Yeah, but you're not Mackenzie: ยอมรับประเด็นก่อนแสดงความไม่เห็นด้วย

Yeah แสดงว่าผู้พูดได้ฟังและยอมรับประเด็นของอีกฝ่ายบางส่วน จากนั้น but จะนำเข้าสู่ข้อโต้แย้งหลักของผู้พูด คือประเด็นนั้นใช้กับสถานการณ์นี้ไม่ได้ You're not Mackenzie ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกชื่อหรือตัวตน แต่หมายความว่าสิ่งที่จริงหรือเหมาะสมสำหรับแม็กเคนซี อาจไม่จริงหรือไม่เหมาะสมสำหรับคุณ

แบบฝึกหัด

Yeah, but you're not Mackenzie ทำหน้าที่อะไรในบทสนทนา?

  1. เปลี่ยนเรื่องโดยไม่ตอบการเปรียบเทียบนั้น
  2. ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อน แล้วบอกว่าการเปรียบเทียบนั้นใช้ไม่ได้
  3. เห็นด้วยทั้งหมดว่าควรใช้เหตุผลเดียวกัน
ดูคำตอบ

ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อน แล้วบอกว่าการเปรียบเทียบนั้นใช้ไม่ได้

I know,

0:46

หนูรู้

but I'm ready.

0:46

แต่หนูพร้อมแล้ว

Just checking. น้ำเสียง/เจตนา

0:48

พ่อแค่ถามดูเฉยๆ

น้ำเสียง/เจตนา

Just checking เพื่อทำให้คำถามยืนยันฟังนุ่มนวลขึ้น

Just checking. เป็นรูปย่อในการสนทนาของ I'm just checking. ในที่นี้ checking หมายถึงการยืนยันว่าบางอย่างถูกต้องหรือทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ใช่การตรวจสอบอย่างเป็นทางการ เมื่อพูดต่อท้ายคำถามหรือคำเตือน วลีนี้จะช่วยอธิบายเจตนาของผู้พูด คำว่า just จำกัดความหมายให้เป็นเพียงการยืนยัน และช่วยลดความรู้สึกกดดันหรือไม่ไว้วางใจที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้พูดเติม Just checking. หลังคำถาม ผู้พูดต้องการสื่ออะไรเป็นหลัก

  1. ฉันแค่ต้องการให้แน่ใจ ไม่ได้ตำหนิหรือสงสัยคุณ
  2. ฉันตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดเสร็จแล้ว
  3. ฉันกำลังเริ่มการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ฉันแค่ต้องการให้แน่ใจ ไม่ได้ตำหนิหรือสงสัยคุณ

Come on, let's go get some tickets. วลี

0:49

มาเถอะ ไปซื้อตั๋วกัน

วลี

Let's go get some tickets: การชวนให้ลงมือทำแบบไม่เป็นทางการ

Let's เป็นรูปย่อของ let us และใช้เสนอสิ่งที่ผู้พูดกับผู้ฟังจะทำร่วมกัน ในประโยคนี้ Let's ทำให้ go get some tickets กลายเป็นขั้นตอนต่อไปที่ทั้งสองฝ่ายจะทำด้วยกัน ในโครงสร้างไม่เป็นทางการ go + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า go จะตามด้วยกริยาอีกคำโดยตรง เช่น go get ซึ่งหมายถึงไปที่ใดที่หนึ่งแล้วเอาหรือหาบางอย่างมา ในบริบทนี้ get some tickets หมายถึงหาหรือซื้อตั๋วอย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนแบบไม่เป็นทางการด้วยชุดคำ go + get ที่ตรงกับบทเรียน: We need drinks for the picnic. Let's ____ some water.

ดูคำตอบ

go get

Hey, where's Bingo?

0:51

เฮ้ บิงโกหายไปไหนเนี่ย?

Banana!

0:52

กล้วย!

Bingo!

0:54

บิงโก!

Sorry.

0:55

ขอโทษค่ะ

This episode of Bluey is called Movies.

0:57

บลูอี้ตอนนี้นำเสนอตอน ไปดูหนัง

One adult and two kids to Chunky Chimp, thanks. น้ำเสียง/เจตนา

1:01

ผู้ใหญ่หนึ่ง เด็กสองเรื่องชังค์กี้ชิมป์ครับ ขอบคุณ

น้ำเสียง/เจตนา

One adult and two kids to ...: คำขอซื้อตั๋วแบบย่อ

ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วภาพยนตร์ one adult and two kids หมายถึงตั๋วผู้ใหญ่หนึ่งใบและตั๋วเด็กสองใบ คำนามเหล่านี้ใช้บอกประเภทตั๋ว ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่ามีสมาชิกครอบครัวกี่คน นี่เป็นคำขอในงานบริการแบบย่อ โดยผู้พูดละคำอย่าง I'd like และ tickets ไว้ ในที่นี้ to นำหน้าชื่อภาพยนตร์ที่ต้องการซื้อตั๋ว และ thanks ช่วยปิดท้ายคำขอสั้น ๆ ให้ฟังเป็นมิตรและสุภาพ

แบบฝึกหัด

ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วภาพยนตร์ One adult and two kids to Moon Mission, thanks หมายความว่าอย่างไร

  1. มีเพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่ต้องใช้ตั๋วสำหรับ Moon Mission
  2. ผู้ใหญ่หนึ่งคนและเด็กสองคนกำลังเดินทางไปยังสถานที่ชื่อ Moon Mission
  3. ฉันต้องการตั๋วผู้ใหญ่หนึ่งใบและตั๋วเด็กสองใบสำหรับ Moon Mission
ดูคำตอบ

ฉันต้องการตั๋วผู้ใหญ่หนึ่งใบและตั๋วเด็กสองใบสำหรับ Moon Mission

And a giant popcorn.

1:03

แล้วก็ป๊อปคอร์นไซส์ยักษ์

And a small popcorn.

1:05

แล้วก็ป๊อปคอร์นไซส์เล็ก

Oh.

1:06

โอ้

Uh $54, please.

1:07

เอ่อ 54 ดอลลาร์ครับ

Chunky Chimp, do I have to pay for the 4-year-old? วลี

1:09

เรื่องชังค์กี้ชิมป์เนี่ย ผมต้องจ่ายค่าตั๋วเด็ก 4 ขวบด้วยไหม?

วลี

have to pay for: การถามว่าจำเป็นต้องจ่ายเงินหรือไม่

Have to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความจำเป็น ซึ่งมักเกิดจากกฎหรือสถานการณ์ ส่วน pay for + คน สิ่งของ หรือบริการ หมายถึงการออกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับคนนั้น สิ่งนั้น หรือบริการนั้น ในคำถามนี้ ผู้พูดกำลังถามว่ากฎของโรงภาพยนตร์กำหนดให้ต้องจ่ายค่าตั๋วสำหรับเด็กอายุ 4 ขวบหรือไม่ เด็กคือผู้ที่อาจมีค่าเข้าชม ไม่ใช่ผู้รับเงิน

แบบฝึกหัด

ใช้ have to pay for เติมคำถามเกี่ยวกับกฎการเข้าชมให้สมบูรณ์: The museum is free for children, but do adults ____ admission?

ดูคำตอบ

have to pay for

She's not really going to watch it. น้ำเสียง/เจตนา

1:12

แกไม่ได้จะดูหนังจริงๆ หรอกครับ

น้ำเสียง/เจตนา

not really going to watch: ทำให้การปฏิเสธเกี่ยวกับอนาคตนุ่มนวลขึ้น

ในประโยคนี้ not really ทำให้การปฏิเสธว่าเธอจะดูฟังดูนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดสื่อว่าเธอไม่น่าจะดูหรือคงไม่ได้ดูจริง ๆ แทนที่จะยืนยันตรง ๆ ว่า She isn't going to watch it. โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be + not really + going to + กริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้เปิดช่องไว้บ้าง และทำให้การคาดการณ์เชิงลบฟังคล้ายเหตุผลแบบไม่ฟันธงมากกว่าข้อเท็จจริงที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

not really ใน She's not really going to watch it. สื่อความหมายอะไร?

  1. ผู้พูดบอกว่าเธอกำลังดูอย่างตั้งใจมากอยู่แล้ว
  2. ผู้พูดบอกว่าเธอถูกห้ามไม่ให้ดู
  3. ผู้พูดคิดว่าเธอคงจะไม่ดู และตั้งใจพูดแบบไม่ฟันธงมากนัก
ดูคำตอบ

ผู้พูดคิดว่าเธอคงจะไม่ดู และตั้งใจพูดแบบไม่ฟันธงมากนัก

Uh yeah, you still have to pay. ไวยากรณ์

1:13

เอ่อ ใช่ครับ ยังไงก็ต้องจ่ายครับ

ไวยากรณ์

you still have to pay: หน้าที่ในการจ่ายที่ยังคงอยู่

still แสดงว่าหน้าที่ในการจ่ายเงินยังคงอยู่หลังจากมีการกล่าวถึงเหตุผลหรือข้อยกเว้นที่เป็นไปได้ มีความหมายว่า “ถึงอย่างนั้นก็ยัง” กล่าวคือ สิ่งที่พูดก่อนหน้าไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + still + have to + กริยารูปพื้นฐาน โดย still มักอยู่หน้า have to เช่นใน You still have to pay.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย still have to เพื่อแสดงว่าหน้าที่ในการจ่ายเงินยังคงอยู่: The consultation is free, but you ____ for the medicine.

ดูคำตอบ

still have to pay

Can you ask him if there's any scary bits? น้ำเสียง/เจตนา

1:16

พ่อช่วยถามเขาได้ไหมคะว่ามีฉากน่ากลัวหรือเปล่า?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you ask him if ...?: การขอให้ใครช่วยถามอีกคน

Can you ask him if ...? ใช้ขอให้ผู้ฟังนำคำถามไปถามบุคคลที่สาม Can you ทำให้คำขอสุภาพและเป็นกลาง ส่วน him ระบุคนที่จะถูกถาม อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if บรรจุคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ คำถามซ้อนใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงพูดว่า if the film has any scary bits ไม่ใช่ if does the film have any scary bits

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้ใครสักคนไปถาม Maya เพื่อเอาคำตอบได้อย่างถูกต้อง

  1. Can you ask Maya if is the library open?
  2. Can you ask Maya is the library open?
  3. Can you ask Maya if the library is open?
ดูคำตอบ

Can you ask Maya if the library is open?

Oh yeah.

1:18

โอ้ ได้สิ

Hey, are there any scary bits in this? การใช้คำ

1:19

นี่ เรื่องนี้มีฉากไหนน่ากลัวบ้างไหมครับ?

การใช้คำ

any scary bits: ช่วงที่อาจทำให้กลัวในภาษาพูด

ใน any scary bits คำว่า bits หมายถึงส่วนหรือช่วงของภาพยนตร์ เรื่องราว เกม หรือประสบการณ์คล้ายกัน scary bits คือช่วงที่อาจทำให้ใครบางคนกลัว ไม่ได้หมายถึงเศษวัตถุหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ any เป็นธรรมชาติในคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่นี้ เพราะผู้พูดกำลังตรวจสอบว่ามีช่วงแบบนั้นแม้แต่ช่วงเดียวหรือไม่ วลีนี้จึงเป็นวิธีถามแบบสบาย ๆ ว่าเนื้อหามีช่วงที่น่ากลัวหรือไม่

แบบฝึกหัด

เมื่อพูดถึงภาพยนตร์ scary bits หมายความว่าอะไร

  1. ส่วนหรือช่วงที่น่ากลัว
  2. เศษชิ้นเล็ก ๆ ที่แตก
  3. หน่วยของข้อมูลดิจิทัล
ดูคำตอบ

ส่วนหรือช่วงที่น่ากลัว

Um there's a big thunderstorm bit at the end.

1:21

เอ่อ มีฉากพายุฝนฟ้าคะนองใหญ่ๆ ตอนท้ายครับ

That might be scary for some kids.

1:23

อาจจะน่ากลัวสำหรับเด็กบางคนได้

Oh, I think I might be some kids. น้ำเสียง/เจตนา

1:26

โอ้ หนูคิดว่าหนูน่าจะเป็นเด็กบางคนแน่เลย

น้ำเสียง/เจตนา

I think I might be some kids: จัดตัวเองเข้ากลุ่มอย่างขบขัน

ในบริบทนี้ I think I might be some kids เป็นการพูดอย่างขบขันว่า “ฉันคิดว่าฉันอาจเป็นหนึ่งในเด็กที่จะรู้สึกกลัว” ผู้พูดยืมคำเรียกกลุ่ม some kids ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้มาใช้กับตัวเอง รูปประโยคนี้จงใจไม่เป็นไปตามปกติ เพราะ some kids เป็นพหูพจน์ แต่กลับถูกใช้เหมือนเป็นประเภทที่ผู้พูดคนเดียวสามารถจัดตัวเองเข้าไปได้ ส่วน I think และ might ทำให้การยอมรับนี้ฟังดูไม่แน่ชัดนัก ในการจัดตัวเองเข้ากลุ่มแบบปกติ ให้ใช้ I might be one of those kids หรือ I might be that kind of kid

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า I think I might be some kids?

  1. ผู้พูดกำลังพยายามนับเด็กกลุ่มหนึ่ง
  2. ผู้พูดอาจเป็นหนึ่งในเด็กที่รู้สึกกลัว
  3. ผู้พูดอาจกลายเป็นเด็กหลายคน
ดูคำตอบ

ผู้พูดอาจเป็นหนึ่งในเด็กที่รู้สึกกลัว

Look, we can leave whenever you want. ไวยากรณ์

1:29

ฟังนะลูก เราออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ที่ลูกต้องการเลย

ไวยากรณ์

leave whenever you want: ให้ผู้ฟังเป็นผู้เลือกเวลา

Whenever you want หมายถึง “เวลาใดก็ตามที่คุณเลือก” ใน leave whenever you want อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย whenever บอกว่าสามารถออกไปได้เมื่อไร และมอบการตัดสินใจเรื่องเวลาให้ผู้ฟัง ในที่นี้ we can ทำให้ประโยคกลายเป็นข้อเสนอร่วมกัน ผู้พูดสัญญาว่าทั้งสองคนสามารถออกไปได้หากผู้ฟังต้องการและในเวลาที่ผู้ฟังเลือก สิ่งนี้ช่วยให้รู้สึกสบายใจได้ เพราะไม่มีแรงกดดันว่าต้องอยู่ต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เรียน ซึ่งหมายถึงผู้ฟังสามารถเลือกเวลาใดก็ได้: If you feel tired, we can stop ____.

ดูคำตอบ

whenever you want

Just say the word. สำนวน

1:30

แค่บอกพ่อคำเดียว

สำนวน

Just say the word: สัญญาณให้ลงมือทำ

Just say the word เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “บอกมาว่าต้องการ แล้วฉันจะลงมือทำ” คำว่า the word ไม่ได้หมายถึงคำศัพท์คำใดคำหนึ่ง แต่แทนคำขอหรือสัญญาณให้เริ่ม สำนวนนี้ใช้เสนอความช่วยเหลือหรือความร่วมมือ พร้อมยกสิทธิ์ตัดสินใจให้อีกฝ่าย มักสื่อว่า “ฉันพร้อมเมื่อคุณพร้อม”

แบบฝึกหัด

เติมคำสัญญาด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “บอกมา แล้วฉันจะลงมือทำ”: If you want me to pick you up, ____.

ดูคำตอบ

just say the word

Thanks, Dad.

1:32

ขอบคุณค่ะพ่อ

Okay, three tickets and a popcorn.

1:33

โอเค ตั๋วสามใบกับป๊อปคอร์นหนึ่ง

And another popcorn.

1:36

และป๊อปคอร์นอีกหนึ่ง

Bingo!

1:39

บิงโก!

Stay with me, mate. น้ำเสียง/เจตนา

1:39

อยู่ใกล้ๆ พ่อไว้ลูก

น้ำเสียง/เจตนา

Stay with me, mate.: คำสั่งตรง ๆ พร้อมคำเรียกที่เป็นมิตร

Stay with me เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้อีกฝ่ายอยู่ใกล้ผู้พูด มักใช้เพื่อป้องกันไม่ให้หลงหรือพลัดกัน ในบริบทนี้เป็นคำแนะนำให้ทำจริง ไม่ใช่การขอแรงสนับสนุนทางอารมณ์ Mate เป็นคำเรียกที่ใช้พูดกับอีกฝ่ายโดยตรง สื่อถึงความเป็นมิตรและความคุ้นเคย ทำให้คำสั่งที่หนักแน่นฟังดูอบอุ่นขึ้นโดยไม่ลดน้ำหนักของคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เมื่อมีคนกำลังนำทางผู้ร่วมทาง ข้อใดตีความ Stay with me, mate. ได้เหมาะสมที่สุด

  1. เป็นการสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเป็นทางการให้หยุดเคลื่อนไหว
  2. เป็นการขอให้อีกฝ่ายเห็นด้วยทางอารมณ์ โดย mate หมายถึงคู่สมรส
  3. เป็นการบอกให้อีกฝ่ายอยู่ใกล้ ๆ โดย mate เพิ่มความเป็นมิตรและความคุ้นเคย
ดูคำตอบ

เป็นการบอกให้อีกฝ่ายอยู่ใกล้ ๆ โดย mate เพิ่มความเป็นมิตรและความคุ้นเคย

Ow!

1:41

โอ๊ย!

Open your eyes, Bluey.

1:41

ลืมตาสิ บลูอี้

Is the thunderstorm bit on yet? การใช้คำ

1:42

ฉากพายุฝนมาหรือยังคะ?

การใช้คำ

thunderstorm bit on yet?: ถามว่าฉากเริ่มฉายแล้วหรือยัง

the thunderstorm bit หมายถึงส่วนของภาพยนตร์ที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ในบริบทของสื่อนี้ be on หมายถึง “กำลังฉาย” หรือ “กำลังออกอากาศ” ไม่ได้หมายถึงอยู่บนสิ่งของ yet ที่ท้ายคำถามใช้ถามว่าส่วนที่รออยู่นั้นเริ่มขึ้นแล้วหรือยังจนถึงตอนนี้ ผู้พูดต้องการรู้ว่าฉากพายุฝนฟ้าคะนองกำลังฉายอยู่หรือยัง

แบบฝึกหัด

ใน Is the weather report on yet? ผู้พูดกำลังถามอะไร

  1. พยากรณ์อากาศอยู่เหนือบางสิ่งหรือไม่
  2. พยากรณ์อากาศจบแล้วหรือยัง
  3. พยากรณ์อากาศเริ่มฉายแล้วหรือยัง
ดูคำตอบ

พยากรณ์อากาศเริ่มฉายแล้วหรือยัง

The movie hasn't started yet. ไวยากรณ์

1:44

หนังยังไม่เริ่มเลยลูก

ไวยากรณ์

The movie hasn't started yet: บอกสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้

hasn't started เป็น present perfect รูปปฏิเสธ: has not + กริยาช่องที่สาม เมื่อมี yet อยู่ท้ายประโยค ประโยคนี้หมายความว่าการเริ่มที่คาดไว้ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ ประโยคนี้บอกความคืบหน้าในปัจจุบันของภาพยนตร์ ไม่ได้เพียงเล่าเหตุการณ์ที่จบไปแล้วในอดีต ภาพยนตร์ยังอาจเริ่มในภายหลังได้

แบบฝึกหัด

เติมข้อความบอกสถานการณ์ที่กำลังรอด้วย present perfect รูปปฏิเสธแบบย่อของ start และ yet: We're still waiting. The meeting ____.

ดูคำตอบ

hasn't started yet

Oh.

1:46

อ้าว

These are trailers for other movies. การใช้คำ

1:47

พวกนี้มันตัวอย่างหนังเรื่องอื่น

การใช้คำ

trailers for other movies: ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องอื่น

ในบริบทของโรงภาพยนตร์หรือภาพยนตร์ trailers คือวิดีโอประชาสัมพันธ์สั้น ๆ ที่นำบางส่วนของภาพยนตร์มาให้ดูก่อนออกฉายหรือเข้าฉาย ในที่นี้ trailers for other movies หมายถึงตัวอย่างที่ประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นซึ่งไม่ใช่ภาพยนตร์เรื่องหลัก Trailer ยังหมายถึงรถพ่วงที่ยานพาหนะอีกคันลากได้ด้วย คำอย่าง movies และ cinema ช่วยบอกว่าในที่นี้ใช้ความหมายเกี่ยวกับสื่อภาพยนตร์

แบบฝึกหัด

trailers ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ยานพาหนะที่ออกแบบมาให้รถอีกคันลาก
  2. ส่วนของโรงภาพยนตร์ที่จำหน่ายตั๋ว
  3. วิดีโอประชาสัมพันธ์สั้น ๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่องอื่น
ดูคำตอบ

วิดีโอประชาสัมพันธ์สั้น ๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่องอื่น

This summer, prepare to be out of your comfort zone. สำนวน

1:48

ซัมเมอร์นี้ เตรียมตัวออกจากคอมฟอร์ทโซนของคุณให้ดี

สำนวน

prepare to be out of your comfort zone: เตรียมพร้อมออกจากคอมฟอร์ตโซน

Out of your comfort zone เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึงการอยู่ในสถานการณ์ที่รู้สึกไม่คุ้นเคย ยาก หรือไม่สบายใจ เพราะเกินขอบเขตของสิ่งที่คุณมักทำได้อย่างมั่นใจ ไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังอยู่ในอันตรายทางร่างกายเสมอไป Prepare to be ... บอกให้ผู้ฟังคาดว่าจะอยู่ในสภาพนั้น ในประโยคประชาสัมพันธ์นี้ สำนวนดังกล่าวสร้างความคาดหวังด้วยการสัญญาถึงประสบการณ์ใหม่ที่ท้าทาย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้กับสถานการณ์ซึ่งรู้สึกไม่คุ้นเคยและท้าทายให้สมบูรณ์: Leading the workshop pushed Maya out of her ____.

ดูคำตอบ

comfort zone

You sit here, Bingo.

1:54

ลูกนั่งตรงนี้นะ บิงโก

Oh.

1:55

อ้อ

Bluey check.

1:55

เช็คบลูอี้

What?

1:57

อะไรนะ?

Maybe just sit forward a bit. น้ำเสียง/เจตนา

1:58

บางทีน่าจะขยับมานั่งข้างหน้าอีกนิดนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe just ... a bit: ทำให้คำสั่งฟังนุ่มนวลขึ้น

Maybe just sit forward a bit เป็นคำสั่งที่ทำให้นุ่มนวลขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงการคาดเดา Maybe ทำให้คำสั่งฟังคล้ายคำแนะนำ just ทำให้การกระทำดูเล็กน้อยและง่าย ส่วน a bit จำกัดว่าต้องขยับมากเพียงใด เมื่อใช้คำเหล่านี้ร่วมกัน น้ำเสียงบังคับของประโยคคำสั่งจะลดลง ผู้พูดยังคงต้องการให้อีกฝ่ายขยับ แต่คำขอฟังไม่แข็งกร้าว สามารถนำรูปแบบ Maybe just + คำกริยารูปพื้นฐาน + ... + a bit ไปใช้เมื่อต้องการให้ปรับบางอย่างเพียงเล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

คุณต้องการให้เพื่อนปรับเพียงเล็กน้อยและอยากพูดให้นุ่มนวล ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. Move your chair back now.
  2. Maybe just move your chair back a bit.
  3. Your chair might move back.
ดูคำตอบ

Maybe just move your chair back a bit.

Okay.

2:00

โอเค

Tell me when the trailers are over. ไวยากรณ์

2:01

บอกหนูด้วยนะถ้าตัวอย่างหนังจบแล้ว

ไวยากรณ์

when ... are over: ระบุเวลาที่บางสิ่งสิ้นสุด

ใน when the trailers are over คำว่า when ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา และ are over หมายถึงจบแล้ว ในประโยคเต็ม ผู้ฟังถูกขอให้แจ้งผู้พูดในเวลาที่ตัวอย่างหนังจบ เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่คาดว่าจะเกิด อนุประโยคบอกเวลาหลัง when มักใช้รูปปัจจุบัน จึงใช้ when the trailers are over ไม่ใช่ when the trailers will be over สามารถนำรูปแบบ Tell/Text/Call me when + เหตุการณ์ + be over ไปใช้ต่อได้

แบบฝึกหัด

ใช้ when และ over เติมประโยคที่บอกเวลาในอนาคตให้สมบูรณ์: Call me ____ class is ____.

ดูคำตอบ

when · over

Bluey.

2:03

บลูอี้

Ah!

2:03

อ๊าก!

Woah, Bingo!

2:04

โว้ บิงโก!

Oh, it's finished.

2:06

โอ้ จบแล้ว

Experience pure sound.

2:08

สัมผัสประสบการณ์เสียงอันบริสุทธิ์

Woah!

2:11

โว้!

Loud.

2:12

เสียงดังจัง

Dark.

2:14

มืดด้วย

Okay, now the movie started.

2:15

โอเค ตอนนี้หนังเริ่มแล้ว

This is boring.

2:18

น่าเบื่อจัง

Bingo, shh.

2:20

บิงโก ชู่ว

Is this the storm bit?

2:22

นี่ใช่ฉากพายุไหม?

Nah, it's just some monkeys in a tree.

2:24

ไม่ใช่ แค่พวกลิงบนต้นไม้น่ะ

Hey Chubbles,

2:26

เฮ้ ชับเบิลส์

look what I invented. ไวยากรณ์

2:27

ดูสิ่งที่ฉันประดิษฐ์สิ

ไวยากรณ์

Look what I invented: ใช้ Look what + ประธาน + กริยาเพื่อแสดงผลงาน

Look เป็นคำสั่งที่ใช้เรียกความสนใจจากผู้ฟัง ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what บอกสิ่งที่ต้องการให้ดู โดย what I invented หมายถึงสิ่งที่ฉันประดิษฐ์ขึ้นมา ประโยคนี้มักแสดงความตื่นเต้นหรือความภูมิใจ ใช้โครงสร้าง Look what + ประธาน + กริยา โดยอนุประโยค what ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงพูดว่า Look what I invented ไม่ใช่ Look what did I invent

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เรียกความสนใจไปยังสิ่งที่คุณทำขึ้นมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. What I made look!
  2. Look what I made!
  3. Look what did I make?
ดูคำตอบ

Look what I made!

We can use it to explore the Groundlands. ไวยากรณ์

2:29

เราใช้มันออกสำรวจกราวด์แลนด์สได้นะ

ไวยากรณ์

use it to explore: use + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน

ใน use it to explore คำว่า use ตามด้วยกรรม it แล้วจึงตามด้วย to-infinitive คือ to explore กรรมคือสิ่งที่ถูกนำมาใช้ ส่วน infinitive อธิบายจุดประสงค์ของการใช้สิ่งนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ use + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าเครื่องมือหรือทรัพยากรช่วยให้ทำอะไรได้

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกจุดประสงค์ในโครงสร้าง use + กรรม + to + กริยาให้สมบูรณ์: We can use this key ____ open the box.

ดูคำตอบ

to

Oh, Chunky.

2:31

โธ่ ชังค์กี้

You and your inventions. น้ำเสียง/เจตนา

2:33

นายกับสิ่งประดิษฐ์ของนายนี่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

You and your inventions. ในฐานะคำแซวแบบคุ้นเคย

You and your inventions. ไม่ใช่การเรียงสองสิ่งแบบเป็นกลาง เมื่อพูดเป็นคำแสดงความคิดเห็นสั้น ๆ ประโยคนี้ตอบสนองต่อรูปแบบที่คุ้นเคย คืออีกฝ่ายพูดถึงหรือนำสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองมาใช้อีกแล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ You and your + ความสนใจ นิสัย หรือสิ่งของที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซึ่งอาจสื่อถึงความเอ็นดู ความปลงแบบขำ ๆ หรือความรำคาญเล็กน้อย ความสัมพันธ์และน้ำเสียงเป็นตัวกำหนดว่าจะได้ยินท่าทีแบบใด

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าถูกหรือผิด: ระหว่างเพื่อนสนิท You and your inventions. อาจเป็นปฏิกิริยาแบบหยอกล้อต่อการที่เพื่อนหลงใหลเรื่องสิ่งประดิษฐ์อยู่เสมอ

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

Bingo, sit still. วลี

2:36

บิงโก นั่งนิ่งๆ สิ

วลี

sit still: นั่งอยู่โดยไม่ขยับ

ใน sit still คำว่า sit บอกท่านั่ง ส่วน still หมายถึงโดยไม่ขยับ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงให้นั่งอยู่และไม่ขยับร่างกาย ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่นั่งลง เมื่อใช้เป็นคำสั่ง Sit still ผู้พูดขอหรือบอกอีกฝ่ายโดยตรงให้หยุดขยับขณะนั่งอยู่ มักใช้ตอนถ่ายรูป ตรวจร่างกาย ตัดผม หรืองานสั้น ๆ อื่นที่ต้องให้ร่างกายอยู่นิ่ง

แบบฝึกหัด

เติม sit กับคำที่หมายถึงไม่ขยับให้สมบูรณ์: The photographer asked Leo to ____ on the stool for a few seconds.

ดูคำตอบ

sit still

Why can't you just be like the rest of us? น้ำเสียง/เจตนา

2:38

ทำไมนายไม่ทำตัวให้เหมือนพวกเราล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why can't you just be like the rest of us? กับแรงกดดันให้ทำตามกลุ่ม

ประโยคนี้ดูเหมือนเป็นคำถามว่าทำไมอีกฝ่ายจึงทำไม่ได้ แต่โดยทั่วไปทำหน้าที่เป็นคำตำหนิ ผู้พูดไม่ได้ต้องการเหตุผลจริง ๆ แต่กำลังบอกเป็นนัยว่าผู้ฟังควรเป็นเหมือนคนในกลุ่มมากกว่านี้ ในที่นี้ just ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่เรียกร้องดูเหมือนง่ายหรือเป็นเรื่องที่ควรทำได้อยู่แล้ว ส่วน the rest of us แบ่งกลุ่มกับผู้ฟังให้อยู่คนละฝ่าย เมื่อนำมารวมกันจึงสร้างแรงกดดันให้ทำตามกลุ่มและอาจสื่อถึงการกีดกัน

แบบฝึกหัด

คำถามนี้มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ถามอย่างเป็นกลางว่าอะไรขัดขวางไม่ให้ผู้ฟังเลียนแบบกลุ่ม
  2. ชมผู้ฟังที่มีความเป็นอิสระ
  3. กดดันให้ผู้ฟังทำตามกลุ่ม
ดูคำตอบ

กดดันให้ผู้ฟังทำตามกลุ่ม

Why do you have to be so different? น้ำเสียง/เจตนา

2:40

ทำไมนายต้องแตกต่างขนาดนี้ด้วย?

น้ำเสียง/เจตนา

Why do you have to be so different? ในฐานะคำถามเชิงตำหนิ

นี่ไม่ใช่คำถามที่เป็นกลางเกี่ยวกับหน้าที่หรือความจำเป็นจริง ๆ ในโครงสร้าง Why do you have to...? คำว่า have to แสดงความไม่พอใจ และทำให้ความแตกต่างของผู้ฟังดูเหมือนเป็นสิ่งที่เลือกเองโดยไม่จำเป็น so เน้นระดับของ different ให้แรงขึ้น คำถามทั้งประโยคมองความแตกต่างเป็นปัญหาและตำหนิผู้ฟัง แทนที่จะถามอย่างจริงใจว่าทำไมอีกฝ่ายจึงแตกต่าง

แบบฝึกหัด

have to เพิ่มความหมายอะไรในประโยคนี้?

  1. เพิ่มน้ำเสียงตำหนิ โดยมีความหมายประมาณว่า “ทำไมต้องยืนกรานจะทำแบบนี้ด้วย?”
  2. บอกถึงหน้าที่จากภายนอกอย่างเป็นกลาง
  3. แสดงว่าผู้พูดชอบความแตกต่างนั้น
ดูคำตอบ

เพิ่มน้ำเสียงตำหนิ โดยมีความหมายประมาณว่า “ทำไมต้องยืนกรานจะทำแบบนี้ด้วย?”

I don't know.

2:44

ฉันไม่รู้

I wish I wasn't different.

2:49

ฉันหวังว่าฉันจะไม่แตกต่างนะ

Oh man, there's songs.

2:51

โธ่เอ๊ย มีร้องเพลงด้วย

I wish I were different. ไวยากรณ์

2:53

หนูหวังว่าหนูจะแตกต่าง

ไวยากรณ์

I wish I were different: ความปรารถนาที่ขัดกับความจริงในปัจจุบัน

wish + รูปอดีตใช้บอกความปรารถนาที่ขัดกับสิ่งที่ผู้พูดมองว่าเป็นความจริงในปัจจุบัน ในที่นี้ I wish I were different หมายถึงผู้พูดอยากเป็นคนที่ต่างจากตัวเองในตอนนี้ และสื่อว่าปัจจุบันยังไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อใช้กับ be รูป were เป็นรูปสมมติแบบดั้งเดิมสำหรับทุกประธานในโครงสร้างนี้: I wish I were.... รูปอดีตตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าความปรารถนาเกิดขึ้นในอดีต แต่แสดงระยะห่างจากความจริงในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมความปรารถนาที่ขัดกับความจริงในปัจจุบันด้วยรูปสมมติมาตรฐาน: I wish I ____ more confident.

ดูคำตอบ

were

Popcorn,

2:55

ป๊อปคอร์น

one popcorn, please.

2:56

ขอป๊อปคอร์นหนึ่งที่ค่ะ

Sure.

2:57

ได้เลย

Bingo, don't touch that.

2:58

บิงโก อย่าไปจับสิลูก

Dad, am I different like Chunky is? ไวยากรณ์

2:59

พ่อคะ หนูแตกต่างเหมือนชังค์กี้ไหม?

ไวยากรณ์

like Chunky is: like + อนุประโยคเปรียบเทียบ

ใน like Chunky is คำว่า like นำอนุประโยคเปรียบเทียบ Chunky เป็นประธาน และ is ตัวท้ายเป็นคำกริยา ส่วนคำคุณศัพท์ different ถูกละไว้เพราะปรากฏไปแล้วก่อนหน้านี้ ความหมายแบบเต็มคือ like Chunky is different โครงสร้างภาษาพูดที่ใช้กันทั่วไปอย่าง like + ประธาน + be/กริยาช่วย ใช้เปรียบเทียบสถานะหรือการกระทำที่เฉพาะเจาะจงโดยไม่ต้องพูดภาคแสดงทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยรูปของ be ที่ช่วยไม่ให้พูด quiet ซ้ำ: Your room is quiet. Is my room quiet like yours ____?

ดูคำตอบ

is

Huh?

3:02

หา?

Uh yeah, well, um no. น้ำเสียง/เจตนา

3:03

เอ่อ ใช่ ก็เอ่อ ไม่หรอก

น้ำเสียง/เจตนา

Uh yeah, well, um no: ลังเลและแก้คำตอบ

Uh และ um เป็นเสียงเว้นจังหวะขณะที่ผู้พูดกำลังคิด ส่วน well บอกเป็นนัยว่าคำตอบอาจต้องมีข้อแม้หรือแก้ไข ผู้พูดเริ่มด้วย yeah แต่จบด้วย no ดังนั้นคำตอบสุดท้ายที่เป็นการปฏิเสธจึงแทนที่คำตอบรับในตอนแรก เมื่อรวมกันแล้ว ลำดับนี้ทำให้ได้ยินความลังเลอย่างชัดเจนและช่วยให้คำตอบที่น่าอึดอัดหรือละเอียดอ่อนฟังนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดไม่ได้ยืนยันอย่างมั่นใจว่าทั้งใช่และไม่ใช่เป็นจริงพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

Uh yeah, well, um no. แสดงสิ่งใดชัดเจนที่สุด

  1. ผู้พูดบอกว่าคำตอบรับกับคำปฏิเสธมีความแน่นอนเท่ากัน
  2. ผู้พูดตอบรับอย่างหนักแน่นและทันที
  3. ผู้พูดลังเลและเปลี่ยนคำตอบรับในตอนแรกเป็นคำปฏิเสธ
ดูคำตอบ

ผู้พูดลังเลและเปลี่ยนคำตอบรับในตอนแรกเป็นคำปฏิเสธ

Bingo, no mate.

3:05

บิงโก ไม่เอาน่าลูก

I think I am different.

3:06

หนูว่าหนูแตกต่างนะ

I'm the only one of my friends who doesn't watch movies. ไวยากรณ์

3:08

หนูเป็นคนเดียวในกลุ่มเพื่อนที่ไม่ดูหนัง

ไวยากรณ์

the only one of my friends who doesn't watch movies: ระบุคนเพียงคนเดียวในกลุ่ม

ในที่นี้ the only one of my friends หมายถึงคนเพียงคนเดียวในกลุ่มเพื่อนของผู้พูด อนุประโยคสัมพันธ์ who doesn't watch movies ขยาย one จึงบอกว่าผู้พูดมีลักษณะใดที่ทำให้เป็นคนเดียวในกลุ่ม เนื่องจากคำที่เป็นส่วนหลักคือ one ซึ่งเป็นเอกพจน์ กริยาในอนุประโยคสัมพันธ์จึงเป็นเอกพจน์ด้วย โดยใช้ doesn't ไม่ใช่ don't สามารถนำรูปแบบ be + the only one of + plural group + who + singular verb ไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป simple present ที่ถูกต้องของ play: Nora is the only one of her friends who ____ chess every weekend.

ดูคำตอบ

plays

I wish I wasn't different.

3:12

หนูหวังว่าหนูจะไม่แตกต่าง

Look mate,

3:14

ฟังนะลูก

I'm pretty sure that by the end of the movie everyone will like that the monkey was different. วลี

3:14

พ่อค่อนข้างมั่นใจว่าพอหนังจบ ทุกคนก็จะชอบที่เจ้าลิงนั้นแตกต่าง

วลี

by the end of the movie: เส้นตายของผลลัพธ์ที่คาดไว้

by the end of the movie หมายถึงก่อนหนังจบหรืออย่างช้าที่สุดคือตอนที่หนังจบ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกำหนดกรอบเวลาให้กับการคาดการณ์ว่าทุกคนจะเริ่มชอบความแตกต่างของลิงตัวนั้น ใช้ by the end of + ช่วงเวลาหรือเหตุการณ์ เมื่อใจความสำคัญคือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายในกำหนดนั้น ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงท้าย

แบบฝึกหัด

by the end of the movie ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. วลีนี้หมายถึงเพียงว่า “ในที่สุด” โดยไม่ได้ระบุกำหนดเวลา
  2. คาดว่าทุกคนจะเปลี่ยนมุมมองก่อนหนังจบหรืออย่างช้าที่สุดเมื่อตอนหนังจบ
  3. ทุกคนเปลี่ยนมุมมองเฉพาะในฉากสุดท้ายของหนังเท่านั้น
ดูคำตอบ

คาดว่าทุกคนจะเปลี่ยนมุมมองก่อนหนังจบหรืออย่างช้าที่สุดเมื่อตอนหนังจบ

Don't spill them, Bingo.

3:20

อย่าทำหกนะ บิงโก

Don't spill them.

3:21

อย่าทำหกนะ

Well, I'm not going to be different anymore. วลี

3:23

เอาล่ะ หนูจะไม่แตกต่างอีกต่อไปแล้ว

วลี

not going to be different anymore: ยุติสถานะเดิมตั้งแต่ตอนนี้

not ... anymore บอกว่าสถานะหรือการกระทำหนึ่งเคยเป็นจริงมาก่อน แต่จะไม่ดำเนินต่อไป ในที่นี้ being different คือสถานะที่ผู้พูดตัดสินใจจะทิ้งไว้ข้างหลัง be going to เพิ่มความหมายของความตั้งใจหรือการตัดสินใจที่มีอยู่ในตอนนี้ ดังนั้นทั้งประโยคจึงมีความหมายมากกว่าแค่ I am not different เพราะเป็นการประกาศว่าผู้พูดตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป

แบบฝึกหัด

Maya เคยกลัวสุนัข แต่ตอนนี้รู้สึกสงบเมื่ออยู่ใกล้สุนัข ประโยคใดแสดงการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ดีที่สุด?

  1. Maya isn't afraid of dogs.
  2. Maya isn't afraid of dogs yet.
  3. Maya isn't afraid of dogs anymore.
ดูคำตอบ

Maya isn't afraid of dogs anymore.

I'm ready for movies,

3:25

หนูพร้อมที่จะดูหนังแล้ว

just like everyone else. วลี

3:27

เหมือนคนอื่นๆ

วลี

just like everyone else: เหมือนกับคนอื่นทุกคน

just like everyone else หมายถึง “ในแบบเดียวกับคนอื่นทุกคนในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง” ในที่นี้ just เน้น like ให้หมายถึง “เหมือนกันอย่างแท้จริง” ไม่ได้หมายถึง “เพิ่ง” หรือ “แค่” วลีนี้แสดงว่าผู้พูดไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นในกลุ่ม จึงใช้ย้ำว่าตนเองก็เป็นส่วนหนึ่ง เข้าร่วมได้ หรือควรได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายของวลีในประโยคนี้: “Maya wants to join just like everyone else.”

  1. Maya ต้องการเข้าร่วมก่อนคนอื่น
  2. Maya ต้องการโอกาสแบบเดียวกับคนอื่น
  3. Maya ต้องการให้คนอื่นเลียนแบบเธอ
ดูคำตอบ

Maya ต้องการโอกาสแบบเดียวกับคนอื่น

The Groundlands aren't for chimps. วลี

3:28

กราวด์แลนด์สไม่ใช่ที่สำหรับชิมแปนซี

วลี

The Groundlands aren't for chimps: be for เพื่อบอกกลุ่มเป้าหมาย

ในโครงสร้าง X is for Y คำว่า for ใช้ระบุบุคคลหรือกลุ่มที่สิ่งหนึ่งมีไว้สำหรับ เหมาะกับ หรือเปิดให้ใช้ได้ รูปปฏิเสธ X isn't for Y บอกว่า Y อยู่นอกกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มที่ยอมรับ ในที่นี้ The Groundlands aren't for chimps. เป็นการขีดเส้นว่าชิมแปนซีถูกมองว่าควรอยู่ที่ใด ไม่ได้หมายความว่าสถานที่นี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของชิมแปนซี

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้บอกกลุ่มเป้าหมาย: “This workshop isn't ____ beginners.”

ดูคำตอบ

for

Tree World is where we belong. วลี

3:31

ทรีเวิลด์คือที่ที่เราคู่ควร

วลี

is where we belong: รู้สึกว่าสถานที่นั้นคือที่ของเรา

X is where we belong หมายถึง “X คือสถานที่หรือสภาพแวดล้อมที่เรารู้สึกว่าเข้ากันได้และได้รับการยอมรับ” where นำอนุประโยคที่บอกว่าสถานที่หรือกลุ่มใดเหมาะกับเรา ในที่นี้ belong สื่อถึงความเหมาะสมและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ความเป็นเจ้าของ ในโครงสร้างนี้ใช้ where we belong โดยไม่เติม to หลัง belong

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Tree World is where we belong. where we belong ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. เป็นสถานที่ที่เรารู้สึกว่าเข้ากันได้และได้รับการยอมรับ
  2. เราเป็นเจ้าของสถานที่นั้นในฐานะทรัพย์สิน
  3. เราเพียงแวะไปสถานที่นั้นชั่วครู่
ดูคำตอบ

เป็นสถานที่ที่เรารู้สึกว่าเข้ากันได้และได้รับการยอมรับ

But my heart belongs to the Groundlands. สำนวน

3:33

แต่หัวใจของฉันเป็นของกราวด์แลนด์ส

สำนวน

my heart belongs to the Groundlands: ความผูกพันทางใจอย่างลึกซึ้ง

My heart belongs to X เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบที่บอกว่าผู้พูดมีความรัก ความภักดี หรือความผูกพันทางใจอย่างลึกซึ้งต่อ X เมื่อ X เป็นสถานที่อย่าง Groundlands ก็หมายถึง “ที่นั่นคือที่ที่ฉันอยากอยู่จริง ๆ หรือรู้สึกว่าเป็นบ้านทางใจ” ไม่ได้หมายความว่าสถานที่นั้นเป็นเจ้าของหัวใจจริง ๆ สำนวนนี้ใช้เปรียบเทียบความรู้สึกภายในกับหน้าที่หรือบ้านที่ผู้อื่นคาดหวังได้ คนหนึ่งอาจถูกมองว่าควรอยู่ที่หนึ่ง แต่หัวใจกลับผูกพันกับอีกที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ belong ที่สื่อถึงความผูกพันทางใจอย่างลึกซึ้ง: Although I live in London, my heart ____ the Welsh coast.

ดูคำตอบ

belongs to

I don't care.

3:36

ฉันไม่สนหรอก

Can I sit over there?

3:37

หนูไปนั่งตรงนู้นได้ไหมคะ?

No mate, we're sitting here.

3:38

ไม่ได้ลูก เราจะนั่งกันตรงนี้

But I want to go down there.

3:40

แต่หนูอยากลงไปตรงนั้นนี่นา

No, you have to stay here with me.

3:42

ไม่ได้ ลูกต้องอยู่ตรงนี้กับพ่อนะ

But I want to explore.

3:44

แต่หนูอยากไปสำรวจนี่

Dad, look.

3:47

พ่อคะ ดูสิ

I'm watching.

3:47

พ่อดูอยู่ลูก

Well done, Bluey.

3:48

เก่งมาก บลูอี้

Huh?

3:50

หืม?

Hey.

3:51

เฮ้

Hey!

3:52

นี่!

What?

3:54

อะไร?

Bingo!

3:55

บิงโก!

Where's that kid?

3:56

เด็กคนนั้นไปไหนแล้วเนี่ย?

You can find the magic pine cone, Chunky.

3:59

เธอสามารถหาลูกสนวิเศษได้ ชังค์กี้

You just have to be yourself. วลี

4:02

เธอแค่ต้องเป็นตัวของตัวเอง

วลี

just have to be yourself: คำแนะนำง่าย ๆ ให้เป็นตัวของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ

โครงสร้าง just have to + คำกริยารูปพื้นฐาน นำเสนอการกระทำหนึ่งอย่างว่าเป็นสิ่งง่าย ๆ เพียงอย่างเดียวที่จำเป็นต้องทำ ในที่นี้ just ช่วยลดน้ำหนักความบังคับของ have to ผู้พูดไม่ได้ออกคำสั่งอย่างเข้มงวด แต่กำลังบอกว่าคำตอบไม่ได้ซับซ้อน be yourself หมายถึงทำตัวอย่างเป็นธรรมชาติและจริงใจแทนที่จะแสร้งเป็นคนอื่น เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้ให้กำลังใจผู้ฟังว่าไม่ต้องกังวลกับการวางตัวเป็นคนละแบบ เพียงแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาก็พอ

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งกังวลที่จะพบคนใหม่ ๆ “You just have to be yourself” กำลังให้กำลังใจเขาให้ทำอะไร?

  1. อยู่คนเดียวโดยไม่พูดกับใคร
  2. ค้นหาว่าอีกคนหนึ่งเป็นใคร
  3. ทำตัวอย่างเป็นธรรมชาติแทนที่จะแสร้งเป็นคนอื่น
ดูคำตอบ

ทำตัวอย่างเป็นธรรมชาติแทนที่จะแสร้งเป็นคนอื่น

Be myself?

4:04

เป็นตัวของฉันเองเหรอ?

Yeah,

4:06

ใช่

be yourself.

4:07

เป็นตัวของตัวเอง

Oh, be yourself.

4:08

อ๋อ เป็นตัวของตัวเอง

I got it. วลี

4:12

เข้าใจแล้ว

วลี

I got it: ยืนยันว่าเข้าใจแล้ว

ในบริบทนี้ I got it เป็นวิธีพูดแบบกันเองว่า “เข้าใจแล้ว” หรือ “ตอนนี้รู้แล้วว่าต้องทำอะไร” เป็นการยืนยันว่าเข้าใจคำอธิบายหรือคำสั่งแล้ว แม้ got จะใช้พูดถึงการได้รับบางสิ่งได้ แต่ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร เมื่อ I got it ตามหลังข้อมูลหรือคำแนะนำ โดยทั่วไปจะหมายถึงเข้าใจข้อความนั้นแล้ว

แบบฝึกหัด

คำตอบใดใช้สำนวนสนทนาที่พบบ่อยเพื่อแสดงว่าตอนนี้เข้าใจคำอธิบายแล้ว?

  1. I had it.
  2. I got it.
  3. I got one.
ดูคำตอบ

I got it.

I need the toilet. การใช้คำ

4:13

หนูอยากไปห้องน้ำ

การใช้คำ

need the toilet ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย

ใน “I need the toilet” วลี need the toilet หมายความว่าผู้พูดต้องไปเข้าห้องน้ำหรือใช้ห้องน้ำ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดต้องมีหรือหาซื้อโถส้วม รูปแบบที่ตรงไปตรงมานี้พบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งวลีสื่อถึงความต้องการทางร่างกายที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติชหรือออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ “I need the toilet” โดยทั่วไปหมายความว่าอะไร

  1. ฉันต้องไปเข้าห้องน้ำ
  2. ฉันอยากซื้อโถส้วม
  3. ฉันต้องทำความสะอาดโถส้วม
ดูคำตอบ

ฉันต้องไปเข้าห้องน้ำ

Oh man.

4:15

โธ่เอ๊ย

Oh nah mate, don't touch the dunny brush. การใช้คำ

4:16

โอ้ ไม่ลูก อย่าจับแปรงขัดชักโครก

การใช้คำ

dunny brush ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย

dunny เป็นคำไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่หมายถึง “ห้องน้ำ” ดังนั้น dunny brush จึงเป็นแปรงที่ใช้ทำความสะอาดโถส้วม ซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า toilet brush คำนี้ยังทำให้ประโยคฟังสบาย ๆ และมีลักษณะแบบออสเตรเลียอย่างชัดเจน ไม่ใช่ชื่อกลางที่ใช้เรียกสิ่งของนี้ในทุกภูมิภาค

แบบฝึกหัด

“dunny brush” ในประโยคนี้หมายถึงสิ่งของชนิดใด

  1. แปรงขัดโถส้วม
  2. พู่กัน
  3. แปรงสีฟัน
ดูคำตอบ

แปรงขัดโถส้วม

Dad, why does Chewbadewba tell Chunky to be yourself?

4:19

พ่อคะ ทำไมชิวบาดูบาถึงบอกชังค์กี้ให้เป็นตัวของตัวเอง?

Uh well, uh you know.

4:24

เอ่อ ก็ เอ่อ ลูกก็รู้

Finished.

4:26

เสร็จแล้ว

Bingo, you got to flush. การใช้คำ

4:27

บิงโก ลูกต้องกดชักโครกด้วย

การใช้คำ

you got to flush: การบอกความจำเป็นแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ you got to หมายถึง “เธอต้อง” โดยผู้พูดกำลังบอก Bingo ว่าจำเป็นต้องกดชักโครก หลัง got to ใช้กริยารูปพื้นฐาน flush และกรรมที่ละไว้เพราะเข้าใจจากบริบทคือ toilet รูปที่เต็มกว่าคือ you've got to การละ have หรือ 've พบได้บ่อยในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการมากและในข้อความที่เขียนเลียนแบบภาษาพูด แต่ไม่ใช่รูปปกติของภาษาเขียนมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

got to ใน You got to flush หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอกดชักโครกไปแล้ว
  2. เธอจำเป็นต้องกดชักโครก
  3. เธอมีโอกาสกดชักโครก
ดูคำตอบ

เธอจำเป็นต้องกดชักโครก

Come on.

4:29

มาเถอะ

Am I just being yourself? ไวยากรณ์

4:30

นี่หนูแค่เป็นตัวของตัวเอง (ของเธอ) หรือเปล่า?

ไวยากรณ์

Am I just being yourself?: การใช้สรรพนามสะท้อนกลับให้ตรงกับประธาน

ประโยคนี้จงใจใช้ไวยากรณ์ที่ไม่เป็นมาตรฐาน ประธานคือ I ดังนั้นสรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกันต้องเป็น myself: Am I just being myself? ส่วน yourself สอดคล้องกับ you ไม่ใช่ I Be myself หมายถึงทำตัวอย่างเป็นธรรมชาติหรือเป็นตัวตนที่แท้จริงของฉัน ประโยคต้นฉบับที่ฟังแปลกนำ be yourself ไปใช้เหมือนเป็นกลุ่มคำตายตัวที่เปลี่ยนไม่ได้ จึงเกิดเป็นความเข้าใจผิดแบบเด็ก ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกับ I เพื่อให้เป็นประโยคมาตรฐาน: Am I just being ____?

ดูคำตอบ

myself

Look, it's just monkeys singing songs, mate.

4:32

ฟังนะ มันก็แค่พวกลิงร้องเพลงแหละลูก

Don't think too hard about it. น้ำเสียง/เจตนา

4:34

อย่าคิดมากเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Don't think too hard about it: การห้ามคิดวิเคราะห์มากเกินไป

Don't think too hard about it หมายถึง “อย่าวิเคราะห์เรื่องนี้มากเกินไปหรือพยายามหาคำอธิบายที่ลึกซึ้งกว่านั้น” ในที่นี้ think hard กล่าวถึงการใช้ความคิดอย่างหนัก ส่วน too บอกว่าผู้พูดเห็นว่าการวิเคราะห์ต่อไปไม่จำเป็น ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้ให้คำแนะนำทั่วไปเกี่ยวกับวิธีคิด แต่กำลังปัดคำถามไปเบา ๆ และทำให้หัวข้อนั้นดูเรียบง่าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง ประโยคนี้อาจช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจหรืออาจฟังดูไม่ใส่ใจก็ได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักเมื่อใช้ “Don't think too hard about it”?

  1. ให้คำแนะนำทั่วไปเกี่ยวกับนิสัยการเรียน
  2. บอกผู้ฟังว่าอย่าวิเคราะห์เรื่องนั้นมากเกินไป
  3. กระตุ้นให้ผู้ฟังวิเคราะห์หัวข้อให้ลึกยิ่งขึ้น
ดูคำตอบ

บอกผู้ฟังว่าอย่าวิเคราะห์เรื่องนั้นมากเกินไป

Well, I understand what just be yourself means ไวยากรณ์

4:40

เอาล่ะ หนูเข้าใจแล้วว่าแค่เป็นตัวของตัวเองหมายถึงอะไร

ไวยากรณ์

what just be yourself means: อนุประโยค what แบบฝัง

what just be yourself means เป็นอนุประโยค what ที่ฝังอยู่ในประโยคใหญ่ อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ understand และกล่าวถึงความหมายของคำว่า just be yourself ภายในอนุประโยคนี้ just be yourself ถูกกล่าวถึงในฐานะสำนวนที่กำลังอธิบายความหมาย ไม่ได้ใช้เป็นคำสั่งโดยตรง เนื่องจากอนุประโยคนี้ฝังอยู่ในประโยคใหญ่ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + สำนวนหรือประธาน + means หากเป็นคำถามตรง ๆ จะเป็น What does “just be yourself” mean? หลัง understand ไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามตรง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค what แบบฝังหลัง understand ได้ถูกต้อง?

  1. I understand what means this phrase.
  2. I understand what does this phrase mean.
  3. I understand what this phrase means.
ดูคำตอบ

I understand what this phrase means.

'cause I'm ready for movies. การใช้คำ

4:43

เพราะหนูพร้อมจะดูหนังแล้ว

การใช้คำ

'cause: รูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because

'cause เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because ใช้เพื่อนำเข้าสู่เหตุผล เครื่องหมายอะพอสทรอฟีข้างหน้าแสดงว่าตัวอักษร be- ถูกตัดออกไป ในตัวอย่าง ผู้พูดยกการที่ตนพร้อมแล้วมาเป็นเหตุผล ให้เข้าใจ 'cause ว่าคือ because ไม่ใช่คำนาม cause ที่แปลว่า “สาเหตุ” หรือคำกริยา cause ที่แปลว่า “ก่อให้เกิด”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแบบกันเองด้วยรูปย่อของ because: I wore my coat ____ it was cold.

ดูคำตอบ

'cause

Oh no,

4:45

โอ้ ไม่นะ

it's thunderstorm.

4:46

ฉากพายุฟ้าร้องนี่

Yay!

4:48

เย้!

Dad, I want to go now.

4:49

พ่อคะ หนูอยากกลับแล้ว

Okay, no worries. น้ำเสียง/เจตนา

4:51

โอเค ไม่เป็นไร

น้ำเสียง/เจตนา

Okay, no worries: คำตอบที่ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ

Okay, no worries เป็นคำตอบที่สบาย ๆ และเป็นมิตร หมายความว่าสถานการณ์นั้นยอมรับได้ และอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหรือกังวล Okay แสดงว่ารับรู้หรือยอมรับสิ่งที่พูด ส่วน no worries ช่วยลดความกดดันของอีกฝ่าย ความหมายตามบริบทก่อนหน้าอาจเป็นการตอบรับคำขอเล็กน้อย คำขอโทษ การเปลี่ยนแผน หรือคำขอบคุณ โดยทั่วไปเป็นคำพูดทางสังคมเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าไม่มีใครมีเรื่องกังวลเลย

แบบฝึกหัด

เพื่อนขอโทษที่มาสายไม่กี่นาที "Okay, no worries." สื่อความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ความล่าช้านั้นยอมรับได้ เพื่อนจึงไม่ต้องรู้สึกผิด
  2. ผู้พูดกำลังเตือนเพื่อนเกี่ยวกับอันตรายร้ายแรง
  3. ผู้พูดโกรธและต้องการให้เพื่อนขอโทษอีกครั้ง
ดูคำตอบ

ความล่าช้านั้นยอมรับได้ เพื่อนจึงไม่ต้องรู้สึกผิด

Bingo, we got to go.

4:52

บิงโก เราต้องไปแล้วลูก

Huh?

4:53

หืม?

Bingo, where are you?

4:53

บิงโก ลูกอยู่ไหน?

Bingo!

4:55

บิงโก!

Bingo, where have you gone? ไวยากรณ์

4:56

บิงโก ลูกหายไปไหนเนี่ย?

ไวยากรณ์

Where have you gone? สำหรับคนที่ยังไม่กลับมา

ในคำถามนี้ where have you gone? ใช้ present perfect รูป have gone เพื่อถามว่าคนนั้นไปที่ไหน พร้อมเน้นสถานการณ์ตอนนี้ คือผู้พูดยังหาเขาไม่เจอหรือคนนั้นยังไม่กลับมา โครงสร้างคือ Where + have/has + ประธาน + gone? คำว่า Gone สื่อว่าคนนั้นเคลื่อนออกจากที่นี่ โดยยังไม่รู้จุดหมายที่แน่ชัด

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งอยู่ตรงนี้เมื่อสักครู่ แต่ตอนนี้คุณยังหาไม่เจอ คำถามใดเน้นผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ดีที่สุด?

  1. Where do you go every Saturday?
  2. Where did you go yesterday?
  3. Where have you gone?
ดูคำตอบ

Where have you gone?

I found the magic pine cone.

4:58

หนูเจอลูกสนวิเศษแล้ว

I Bingo!

4:59

พ่อ... บิงโก!

Bluey, help me with your sister. วลี

5:02

บลูอี้ ช่วยพ่อจับน้องหน่อย

วลี

Help me with your sister: โครงสร้าง help someone with ...

ใน help me with your sister โครงสร้างคือ help + คน + with + งาน/ปัญหา/คน โดย me คือคนที่ได้รับความช่วยเหลือ ส่วน your sister ระบุว่าความช่วยเหลือนั้นเกี่ยวข้องกับใครหรืออะไร เมื่อหลัง with เป็นคน บริบทจะบอกว่าต้องช่วยทำอะไร ในประโยคนี้หมายถึงช่วยผู้พูดดูแลหรือรับมือกับน้องสาว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง help someone with something: My arms are full. Could you ____ these bags?

ดูคำตอบ

help me with

You block her off. กริยาวลี

5:04

ลูกไปดักหน้าไว้

กริยาวลี

block her off: ขวางเส้นทางของเธอ

block someone off หมายถึงการวางตัวเองหรือสิ่งกีดขวางในตำแหน่งที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถเดินต่อไปตามเส้นทางหรือเข้าไปในพื้นที่ได้ ในประโยคนี้ off เพิ่มผลลัพธ์ว่าเส้นทางของเธอถูกตัดขาด ไม่ใช่แค่ขวางเธอชั่วครู่ เนื่องจาก her เป็นคำสรรพนาม จึงต้องอยู่ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค โดยใช้ block her off ไม่ใช่ block off her รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ block + คน + off

แบบฝึกหัด

ใช้ block, her และ off ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: During a game of tag, Mia is heading for the gate, so step across and ____.

ดูคำตอบ

block her off

But I can't see.

5:05

แต่หนูมองไม่เห็น

Ow!

5:06

โอ๊ย!

Bingo!

5:07

บิงโก!

Woah!

5:08

โว้!

Come back here, you little rascal. การใช้คำ

5:10

กลับมานี่เลยนะ เจ้ายายตัวแสบ

การใช้คำ

you little rascal: การดุเบา ๆ แบบเอ็นดู

you little rascal เป็นคำเรียกตรง ๆ ถึงคนที่ทำตัวซุกซน คำว่า rascal เมื่อใช้เดี่ยว ๆ อาจฟังเป็นคำดูถูก แต่เมื่อมี little และใช้น้ำเสียงอบอุ่นแบบหยอกล้อ วลีนี้มักกลายเป็นการดุเบา ๆ ที่ปนความเอ็นดู อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะฟังเป็นมิตร ความสัมพันธ์ สถานการณ์ และน้ำเสียงจะเป็นตัวกำหนดว่าฟังดูเอ็นดูหรือหยาบคาย

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในการประชุมอย่างเป็นทางการ การเรียกผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยว่า “you little rascal” เป็นคำเรียกที่ปลอดภัยและเป็นกลาง

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Sorry,

5:12

ขอโทษครับ

sorry, sorry everyone.

5:13

ขอโทษครับ ขอโทษทุกคนด้วย

Stop running away. กริยาวลี

5:15

เลิกวิ่งหนีได้แล้ว

กริยาวลี

run away ใน Stop running away.

Run away เป็นกริยาวลีที่หมายถึงรีบออกห่างหรือหนีจากคนหรือสถานที่ ในที่นี้หมายถึงการวิ่งออกห่างจากผู้ใหญ่ ไม่ใช่เพียงวิ่งออกกำลังกาย ใน stop running away คำว่า stop ตามด้วยรูป -ing คือ running คำสั่งนี้บอกให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นหรือเกิดซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The puppy keeps running away through the open gate,' คำว่า running away หมายถึงอะไร

  1. วิ่งออกกำลังกายโดยไม่ได้ออกห่าง
  2. วิ่งเข้าหาผู้พูด
  3. ออกจากหรือหนีจากสถานที่ที่ควรอยู่
ดูคำตอบ

ออกจากหรือหนีจากสถานที่ที่ควรอยู่

Bluey, open your eyes and help me.

5:19

บลูอี้ ลืมตาแล้วช่วยพ่อหน่อย

I can't do it.

5:22

หนูทำไม่ได้

I'm not ready.

5:31

หนูยังไม่พร้อม

Huh?

5:33

หา?

I should have just stayed in the trees like everyone else. ไวยากรณ์

5:34

ฉันน่าจะอยู่บนต้นไม้เหมือนคนอื่นๆ

ไวยากรณ์

I should have just stayed in the trees: ความเสียดายต่อการตัดสินใจในอดีต

Should have + กริยาช่องสามใช้มองย้อนกลับไปที่การตัดสินใจในอดีตและบอกว่าอีกทางเลือกหนึ่งน่าจะดีกว่า Stayed เป็นกริยาช่องสามของ stay ดังนั้น I should have stayed จึงสื่อว่าจริง ๆ แล้วผู้พูดไม่ได้อยู่ต่อ Just ทำให้การอยู่ต่อดูเป็นทางเลือกที่ง่ายหรือชัดเจน ในประโยคนี้ ผู้พูดเสียใจที่ออกจากต้นไม้และคิดว่าการอยู่กับคนอื่น ๆ น่าจะดีกว่า

แบบฝึกหัด

เติม should have และกริยาช่องสามของ bring ให้สมบูรณ์: It rained all day, and I got soaked. I ____ an umbrella.

ดูคำตอบ

should have brought

But you didn't.

5:38

แต่เธอไม่ได้ทำแบบนั้นนี่

Huh?

5:39

หา?

You rode off to save the village because there's no one else quite like you. โน้ต

5:40

เธอขี่รถออกไปช่วยหมู่บ้านเพราะไม่มีใครเหมือนเธออีกแล้ว

กริยาวลี

rode off: ขี่พาหนะออกไป

rode off เป็นรูปอดีตของ ride off หมายถึงใครบางคนออกจากสถานที่หนึ่งโดยขี่ม้า จักรยาน หรือสิ่งอื่นที่ขี่ได้ rode แสดงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต ส่วน off เพิ่มความหมายของการเคลื่อนออกห่างจากจุดเริ่มต้น ในประโยคนี้ บุคคลนั้นออกไปช่วยหมู่บ้าน วลีนี้ทำให้เรื่องดำเนินจากการอยู่กับที่ไปสู่การออกเดินทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ ride off: After waving goodbye, Amir got on his horse and ____ toward the hills.

ดูคำตอบ

rode off

วลี

there's no one else quite like you: ชื่นชมความมีเอกลักษณ์

There's no one else quite like you หมายความว่าไม่มีคนอื่นที่เหมือนหรือเทียบได้กับผู้ที่กำลังถูกพูดด้วย else หมายถึง «คนอื่น» และ quite like you หมายถึง «เหมือนคุณในแบบที่โดดเด่นเช่นนี้» ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นอยู่คนเดียวหรือไม่มีใครชอบ ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนความแตกต่างให้เป็นคำชม คุณสมบัติที่ไม่เหมือนใครของผู้ฟังถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งพิเศษและหาใครมาแทนได้ยาก

แบบฝึกหัด

ในบริบทที่อบอุ่นและจริงใจ 'There's no one else quite like you' น่าจะหมายความว่าอะไร

  1. คุณมีเอกลักษณ์และได้รับการให้คุณค่าเป็นพิเศษ
  2. คุณเหมือนกับคนอื่นทุกคนทุกประการ
  3. ไม่มีใครชอบคุณ
ดูคำตอบ

คุณมีเอกลักษณ์และได้รับการให้คุณค่าเป็นพิเศษ

Now fly, Chunky!

5:47

บินเลย ชังค์กี้!

Woah!

5:56

โว้!

You made it! วลี

5:56

นายทำได้!

วลี

You made it!:ทำสำเร็จหรือมาถึงทันเวลา

ใน You made it! คำว่า make it เป็นสำนวนที่หมายถึง “ทำสำเร็จ” หรือ “ไปถึงเป้าหมาย” ในที่นี้ผู้พูดกำลังแสดงความยินดีกับคนที่ทำเรื่องท้าทายสำเร็จ สำนวนเดียวกันนี้ยังหมายถึง “มาถึงได้สำเร็จ” หรือ “มาถึงทันเวลา” ได้ด้วย เป้าหมายที่กล่าวถึงจะเข้าใจได้จากบริบท จึงไม่จำเป็นต้องระบุไว้หลัง it

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณมาถึงประตูก่อนประตูปิดเพียงครู่เดียว ประโยคใดหมายความว่าเพื่อนมาถึงทันเวลา

  1. You made it!
  2. You made this.
  3. You missed it.
ดูคำตอบ

You made it!

Woah.

5:59

โว้

Nice one, Bluey. วลี

6:00

เก่งมากลูก บลูอี้

วลี

Nice one: คำชมแบบไม่เป็นทางการสำหรับสิ่งที่เพิ่งทำ

Nice one เป็นคำชมแบบไม่เป็นทางการสำหรับสิ่งที่ใครบางคนเพิ่งทำได้ดี ในที่นี้ one หมายถึงการกระทำ ไอเดีย หรือผลงานนั้น จึงมีความหมายใกล้เคียงกับ Well done หรือ Good job Bluey คือชื่อของคนที่ได้รับคำชม และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน Nice one

แบบฝึกหัด

ในคำชม “Nice one, Bluey.” คำว่า one หมายถึงอะไร

  1. เลขหนึ่ง
  2. สิ่งของที่ชื่อ one
  3. การกระทำหรือผลงานล่าสุดของ Bluey
ดูคำตอบ

การกระทำหรือผลงานล่าสุดของ Bluey

Hey!

6:01

เฮ้!

Okay, let's get you out of here. กริยาวลี

6:04

โอเค พาพวกหนูออกไปจากที่นี่กันเถอะ

กริยาวลี

Let's get you out of here: ช่วยพาใครสักคนออกไป

ใน get you out of here คำว่า get หมายถึง “ทำให้หรือช่วยให้ใครบางคนเคลื่อนที่” ไม่ใช่ “ได้รับ” you คือคนที่จะออกไป ส่วน out of here บอกผลลัพธ์ว่าไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + someone + out of + a place มักหมายถึงการพา นำทาง หรือช่วยให้คนนั้นออกจากสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ get, you, out of และ here: The room is filling with smoke. Let's ____.

ดูคำตอบ

get you out of here

Oh, Dad, look.

6:06

โอ้ พ่อคะ ดูสิ

The storm is over.

6:08

พายุจบแล้ว

Oh yeah, nice one.

6:09

โอ้ ใช่ ดีจัง

Can we stay?

6:11

เราอยู่ต่อได้ไหม?

What?

6:12

อะไรนะ?

Really?

6:13

จริงๆ เหรอ?

Um, yeah.

6:14

อืม ใช่

Okay, we're staying.

6:15

โอเค เราจะอยู่ต่อ

Oh, I don't want to stay.

6:17

โอ้ หนูไม่อยากอยู่ต่อเลย

I know, mate, but it's important for Bluey.

6:19

พ่อรู้ลูก แต่มันสำคัญกับบลูอี้นะ

So what do I do?

6:21

แล้วหนูต้องทำยังไงล่ะ?

You know what, Bingo? น้ำเสียง/เจตนา

6:23

รู้ไหม บิงโก?

น้ำเสียง/เจตนา

You know what: ใช้เกริ่นความคิดใหม่

ในประโยคนี้ You know what เป็นคำเกริ่นในการสนทนา ไม่ใช่การถามข้อมูลจริง ๆ คำนี้ดึงความสนใจของ Bingo และส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเสนอความคิดหรือคำแนะนำใหม่ เมื่อใช้ในหน้าที่นี้ ใจความสำคัญจะอยู่ในคำพูดที่ตามมา ส่วน You know what ทำหน้าที่คล้ายกับ “ฉันมีความคิดหนึ่ง” หรือ “ฉันนึกอะไรออกแล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเกริ่นในการสนทนาจากบทเรียนนี้: ____? Let's take the train instead.

ดูคำตอบ

You know what

Just be yourself. ลำดับความ

6:25

แค่เป็นตัวของตัวเองก็พอ

ลำดับความ

Just be yourself ในฐานะการย้อนโยงธีมเดิม

Just be yourself หมายถึง “ทำตัวตามธรรมชาติและไม่เสแสร้งเป็นคนอื่น” ในที่นี้ just ทำให้คำแนะนำดูเป็นเรื่องง่ายที่ทำได้ และช่วยให้ฟังเป็นการปลอบใจ ประโยคนี้นำธีมจากภาพยนตร์มากล่าวซ้ำและใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันของ Bingo จึงเป็นการย้อนโยงกลับไปยังธีมเดิมด้วย ประโยคที่กล่าวซ้ำเชื่อมข้อความก่อนหน้ากับเหตุการณ์ตอนนี้ และแสดงว่าแนวคิดนั้นสำคัญนอกเหนือจากเรื่องราวในภาพยนตร์

แบบฝึกหัด

ในเรื่องหนึ่ง ประโยคที่แสดงธีมก่อนหน้านี้ถูกกล่าวซ้ำในฉากปัจจุบันว่า “Just be yourself.” การกล่าวซ้ำนี้มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. นำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  2. เชื่อมข้อความก่อนหน้าเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน
  3. บอกว่าตัวละครต้องทำตัวเหมือนคนอื่น
ดูคำตอบ

เชื่อมข้อความก่อนหน้าเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

Now it all worked out กริยาวลี

6:29

ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว

กริยาวลี

it all worked out: ผลลัพธ์ที่ลงเอยด้วยดี

ใน it all worked out คำว่า work out หมายถึง “จบลงด้วยดี” หรือ “ได้ผลลัพธ์ที่ดี” ไม่ได้หมายถึง “ออกกำลังกาย” ประธาน it หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมด และ all เน้นว่าส่วนต่าง ๆ หรือปัญหาต่าง ๆ คลี่คลายลงโดยรวม worked เป็นรูปอดีต เพราะผู้พูดกำลังมองย้อนกลับไปถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว รูปแบบ something worked out มักใช้บอกว่าแผน ปัญหา หรือสถานการณ์ลงเอยด้วยดี

แบบฝึกหัด

worked out หมายถึงอะไรในประโยค “The schedule changed twice, but it all worked out in the end”?

  1. สถานการณ์จบลงด้วยดี
  2. ทุกคนออกกำลังกาย
  3. มีคนคำนวณตารางเวลา
ดูคำตอบ

สถานการณ์จบลงด้วยดี

Everything's fine

6:32

ทุกอย่างราบรื่นดี

Living in the trees

6:34

ทั้งการใช้ชีวิตบนต้นไม้

And the ground sometimes

6:36

และบางครั้งก็บนพื้นดิน

All because ลำดับความ

6:39

ทั้งหมดก็เพราะ

You learned to be yourself Be yourself

6:43

เธอเรียนรู้ที่จะเป็นตัวของตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง

ลำดับความ

All because ...: สรุปสาเหตุของผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

All because ... ย้อนกลับไปอ้างถึงผลลัพธ์ที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้ว แล้วจึงบอกสาเหตุของผลลัพธ์ทั้งหมดนั้น ในบรรทัดนี้ all หมายถึง “ผลลัพธ์ทั้งหมด” ส่วน because ใช้นำเข้าสาเหตุ คือ you learned to be yourself เมื่ออยู่ท้ายเพลงหรือเรื่องราว รูปแบบสั้นนี้ช่วยปิดใจความได้อย่างกระชับและดึงประเด็นหลักกลับมาเน้นอีกครั้ง ความหมายเท่ากับ It was all because ... โดยละ It was ไว้เพื่อจังหวะและการเน้น

แบบฝึกหัด

เมื่ออยู่ท้ายเรื่อง “All because you learned to be yourself” ทำหน้าที่อะไร?

  1. เริ่มเล่าเหตุการณ์ใหม่หลายเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. ถามว่าใครเป็นคนเรียนรู้บทเรียนนั้น
  3. ย้อนกลับไปอ้างถึงผลลัพธ์ทั้งหมดและบอกสาเหตุหลักของผลลัพธ์นั้น
ดูคำตอบ

ย้อนกลับไปอ้างถึงผลลัพธ์ทั้งหมดและบอกสาเหตุหลักของผลลัพธ์นั้น

Be yourself

6:46

เป็นตัวของตัวเอง

Be yourself Be yourself

6:48

เป็นตัวของตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง

Yeah, be yourself

6:51

ใช่ เป็นตัวของตัวเอง

Be yourself.

6:53

เป็นตัวของตัวเอง