วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง HIV/AIDS: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
607 คำ 176 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายการเข้าสู่เซลล์ภูมิคุ้มกันและการเพิ่มจำนวนของ HIV การพัฒนาเป็น AIDS ตลอดจนการรักษาและการป้องกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ‘with 35 million people currently infected,’ - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ with + คำนาม + กริยาช่องสามเพื่อบอกสภาพเบื้องหลังก่อนข้อความหรือคำถามหลัก โดยไม่ต้องสร้างอนุประโยคใหม่ 2. ‘at high risk of contracting’ - กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้โครงสร้างบอกความเสี่ยงสูงและความหมายทางการแพทย์ของ contract เพื่ออธิบายกลุ่มเปราะบางอย่างแม่นยำ 3. ‘a thing of the past.’ - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจความหวังว่าปัญหาจะหมดไปจากชีวิตจริง ไม่ใช่สิ่งของที่เป็นของอดีตตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

HIV/AIDS has taken the lives of over 39 million people worldwide วลี

0:00

HIV/AIDS คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วกว่า 39 ล้านคน

วลี

taken the lives of: วิธีรายงานการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

ในที่นี้ has taken the lives of หมายถึง “ทำให้เสียชีวิต” take ไม่ได้หมายถึงการเอาไปหรือเคลื่อนย้ายตามตัวอักษร และวลีนี้ก็ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำลายคุณภาพชีวิตของผู้คน เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตมากกว่าหนึ่งคน จึงใช้ lives ในรูปพหูพจน์ รูป present perfect คือ has taken แสดงจำนวน 39 ล้านคนว่าเป็นยอดผู้เสียชีวิตสะสมจนถึงเวลาที่พูด การใช้ถ้อยคำทางอ้อมนี้เน้นผลลัพธ์ที่ร้ายแรงมากกว่าการกระทำทางกายภาพที่ทำให้เสียชีวิต

แบบฝึกหัด

เติมรายงานโดยใช้สำนวนทางการจากบทเรียนในรูป present perfect: Over the past decade, the disease ____ thousands of people.

ดูคำตอบ

has taken the lives of

despite our efforts to prevent, ไวยากรณ์

0:04

แม้เราจะพยายามป้องกัน

treat and better understand it.

0:06

รักษา และทำความเข้าใจโรคนี้ให้ดียิ่งขึ้นก็ตาม

ไวยากรณ์

despite our efforts to + กริยา

Despite ใช้แสดงความขัดแย้งเชิงยอมรับ กล่าวคือ ยอดผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นแม้ว่าผู้คนจะพยายามป้องกันผลลัพธ์นั้นแล้วก็ตาม ใน despite our efforts to ... คำว่า despite ตามด้วยนามวลี our efforts และไม่ได้ใช้เปิดอนุประโยคที่มีประธานกับกริยาโดยตรง รูป infinitive to prevent, treat and better understand it ระบุเป้าหมายของความพยายาม to เพียงคำเดียวสามารถควบคุมกริยารูปพื้นฐานหลายคำที่วางขนานกันได้ ดังนั้น prevent, treat และ understand จึงมีหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกัน ส่วน better ขยาย understand

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแสดงความขัดแย้งได้ถูกต้อง?

  1. Although the heavy rain, the match continued.
  2. Despite it was raining heavily, the match continued.
  3. Despite the heavy rain, the match continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the match continued.

But with 35 million people currently infected, ไวยากรณ์

0:08

แต่ปัจจุบันยังมีผู้ติดเชื้ออยู่ 35 ล้านคน

what exactly is it and are we close to a cure? ลำดับความ

0:11

แท้จริงแล้ว HIV/AIDS คืออะไร และเราใกล้จะพบวิธีรักษาให้หายขาดหรือยัง

ไวยากรณ์

with 35 million people currently infected: กรอบพื้นหลัง with + วลีคำนาม + past participle

ในประโยคนี้ with ใช้นำเสนอสถานการณ์เบื้องหลัง กล่าวคือ 35 million people อยู่ในสภาพที่คำว่า infected อธิบายไว้ วลีคำนาม 35 million people เป็นกรรมของ with และ past participle infected เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม ส่วน currently ระบุว่าสภาพนี้เกิดขึ้นในปัจจุบัน วลี with ทั้งหมดไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ และไม่ได้หมายถึง «ไปกับ» หรือ «ใช้» วลีนี้วางสถิติเป็นข้อมูลพื้นหลังก่อนเข้าสู่คำถามหลัก โดยทั่วไป with + วลีคำนาม + past participle ใช้นำเสนอสภาพที่เกิดควบคู่กับหรือช่วยอธิบายอนุประโยคหลักอย่างกระชับได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบ with + วลีคำนาม + past participle โดยใช้ the road และ close: '____, the organizers moved the event online.'

ดูคำตอบ

With the road closed

ลำดับความ

what exactly is it ... are we close to a cure?: การวางหัวข้อด้วยคำถามสองข้อ

คำถามสองข้อที่เชื่อมกันทำหน้าที่กำหนดหัวข้อให้กับคำอธิบาย What exactly is it? ถามหาคำจำกัดความของ HIV ก่อน ส่วน are we close to a cure? เปลี่ยนไปถามถึงความคืบหน้าในการหาวิธีรักษา จากนั้น and ทำให้คำถามทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกันพร้อมคงลำดับดังกล่าวไว้ ในฐานะประโยคเปิด ลำดับนี้เคลื่อนจากความเข้าใจพื้นฐานไปสู่แนวโน้มในอนาคต และบอกผู้ฟังว่าจะพบเนื้อหาส่วนใดบ้าง เทคนิคที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือแบ่งหัวข้อกว้าง ๆ ออกเป็นคำถามสั้น ๆ ที่เรียงลำดับ เพื่อให้คำอธิบายต่อจากนั้นตอบทีละข้อ

แบบฝึกหัด

ประโยคเปิดใดใช้รูปแบบวางหัวข้อด้วยคำถามสองข้อแบบเดียวกันเพื่อจัดระเบียบคำอธิบาย

  1. The vaccine works by training the immune system.
  2. How does the vaccine work, and who should receive it first?
  3. Vaccines have a long and fascinating history.
ดูคำตอบ

How does the vaccine work, and who should receive it first?

To contract HIV, การใช้คำ

0:14

การจะติดเชื้อ HIV ได้นั้น

the virus must enter the bloodstream

0:15

ไวรัสต้องเข้าสู่กระแสเลือด

การใช้คำ

contract HIV: contract หมายถึงติดเชื้อ

ใน “contract HIV” คำว่า contract เป็นสกรรมกริยาแบบเป็นทางการ หมายถึง “ติดเชื้อ” หรือ “ได้รับเชื้อ” โดย HIV เป็นกรรมตรง ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงคนที่ได้รับเชื้อ คำนี้ไม่ได้หมายถึงการแพร่ HIV ให้คนอื่น และในที่นี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับคำนาม contract ที่หมายถึงสัญญาทางกฎหมาย

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ติดเชื้อ” ลงในประโยค: Travelers can ____ malaria through bites from infected mosquitoes.

ดูคำตอบ

contract

and it's often transmitted from infected bodily fluids like blood, การใช้คำ

0:17

และมักแพร่ผ่านของเหลวในร่างกายที่มีเชื้อ เช่น เลือด

semen,

0:20

น้ำอสุจิ

vaginal fluids or breast milk.

0:21

สารคัดหลั่งจากช่องคลอด หรือน้ำนมแม่

การใช้คำ

Bodily fluids: คำรวมทางการแพทย์

Bodily fluids เป็นคำรวมทางการแพทย์และสาธารณสุข หมายถึงของเหลวที่ร่างกายมนุษย์ผลิต มีอยู่ภายในร่างกาย หรือปล่อยออกจากร่างกาย ในประโยคนี้ รายการที่ตามมา ได้แก่ เลือด น้ำอสุจิ สารคัดหลั่งจากช่องคลอด และน้ำนมแม่ เป็นตัวอย่างของหมวดนี้ bodily ในที่นี้หมายถึง “ของร่างกาย” คำนี้ใช้จัดสารหลายชนิดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันเพื่อการสนทนาด้านสุขภาพ แต่ตัวคำเองไม่ได้บอกว่าของเหลวในร่างกายทุกชนิดมี HIV หรือมีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อเท่ากัน

แบบฝึกหัด

ในประกาศด้านความปลอดภัยของโรงพยาบาล “bodily fluids” หมายถึงอะไร?

  1. ของเหลวที่ร่างกายมนุษย์ผลิต มีอยู่ภายในร่างกาย หรือปล่อยออกจากร่างกาย
  2. กล้ามเนื้อและกระดูกที่กำหนดรูปร่างของมนุษย์
  3. เฉพาะน้ำดื่มที่เข้าสู่ร่างกายแล้ว
ดูคำตอบ

ของเหลวที่ร่างกายมนุษย์ผลิต มีอยู่ภายในร่างกาย หรือปล่อยออกจากร่างกาย

Once inside the bloodstream,

0:23

เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว

HIV targets a variety of cells but most specifically the T helper cells, โน้ต

0:24

HIV จะโจมตีเซลล์หลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ทีเฮลเปอร์

ลำดับความ

การจำกัดจุดเน้นด้วย but most specifically

ประโยคนี้เริ่มจากหมวดกว้าง a variety of cells แล้วใช้ but most specifically เพื่อจำกัดความสนใจของผู้ฟังไปยังจุดเน้นที่เฉพาะเจาะจงที่สุด คือ the T helper cells ในที่นี้ but ไม่ได้ปฏิเสธหรือแย้งข้อความกว้าง ๆ ก่อนหน้า แต่เป็นสัญญาณว่าข้อมูลกำลังถูกปรับจากภาพรวมไปสู่กลุ่มย่อยที่แม่นยำกว่า ส่วน most specifically ชี้ไปยังสิ่งที่ตามมาและได้รับการเน้นมากที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนจากกลุ่มกว้างไปสู่จุดเน้นที่เฉพาะเจาะจงที่สุดได้ชัดเจนที่สุด

  1. The report covers several climate risks, but most specifically coastal flooding.
  2. The report covers only coastal flooding and no other climate risks.
  3. The report covers several climate risks without giving any one of them special focus.
ดูคำตอบ

The report covers several climate risks, but most specifically coastal flooding.

which are a type of white blood cell

0:29

ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง

that play an essential role in our immune system วลี

0:30

ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของเรา

and fighting infections.

0:33

และการต่อสู้กับการติดเชื้อ

วัฒนธรรม

T helper cells: ชนิดย่อยของ T cells

T helper cells เป็นชนิดย่อยของ T cell และ T cells ก็เป็น white blood cells ประเภทหนึ่ง เซลล์ทีเฮลเปอร์ประสานการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันด้วยการส่งสัญญาณที่กระตุ้นหรือชี้นำเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่น ๆ คำว่า helper จึงเป็นชื่อของหน้าที่นี้ ไม่ได้หมายถึงผู้ช่วยที่เป็นบุคคลในความหมายทั่วไป ในเนื้อหานี้ คำเรียกที่สั้นกว่าซึ่งปรากฏภายหลังคือ T-cells อ้างกลับไปถึง T helper cells ที่กำลังกล่าวถึง อย่างไรก็ตาม ในการใช้ทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป T cell เป็นคำที่กว้างกว่าและอาจรวมชนิดย่อยอื่น ๆ ด้วย

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเซลล์ประเภทเหล่านี้ได้ถูกต้อง

  1. white blood cell ทุกเซลล์เป็น T helper cell
  2. T helper cells และ T cells เป็นเซลล์คนละประเภทที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. T helper cells เป็น T cell ชนิดหนึ่ง จึงเป็น white blood cell ชนิดหนึ่งด้วย
ดูคำตอบ

T helper cells เป็น T cell ชนิดหนึ่ง จึงเป็น white blood cell ชนิดหนึ่งด้วย

วลี

play an essential role in: มีบทบาทสำคัญใน

ใน play an essential role in คำว่า play หมายถึง “ทำหน้าที่หรือมีบทบาท” ไม่ใช่ “เล่นสนุก” วลีนี้บอกว่าประธานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการหรือผลลัพธ์หนึ่ง หลัง in ใช้ได้ทั้งนามวลีและรูป -ing ในประโยคนี้ our immune system และ fighting infections ระบุขอบเขตหรือกระบวนการที่ประธานมีบทบาทสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่ใช้ร่วมกันตามมาตรฐานซึ่งหมายถึง “เป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งของ”: Regular backups ____ preventing data loss.

ดูคำตอบ

play an essential role in

The outer envelope of HIV is covered in glycoproteins which mutate frequently,

0:34

เปลือกหุ้มชั้นนอกของ HIV ปกคลุมด้วยไกลโคโปรตีนที่กลายพันธุ์บ่อย

ultimately tricking the T-cell receptors to not recognize the virus. ไวยากรณ์

0:38

จนในที่สุดตัวรับของเซลล์ทีก็ถูกหลอกให้จดจำไวรัสไม่ได้

ไวยากรณ์

ใช้ trick ... into not recognizing ไม่ใช่ trick ... to not recognize

ข้อความที่เน้นต้องการสื่อว่าการกลายพันธุ์บ่อยครั้งหลอกตัวรับของเซลล์ T จนไม่สามารถระบุไวรัสได้ ในที่นี้มีการกล่าวถึงตัวรับเชิงอุปมาว่าเป็นสิ่งที่จดจำได้และอาจถูกหลอกได้ ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่นำไปใช้ซ้ำได้ ให้ใช้ trick + object + into + -ing: ultimately tricking the T-cell receptors into not recognizing the virus หากต้องการทำให้ผลเป็นปฏิเสธ ให้วาง not หน้า -ing รูปเดิม tricking ... to not recognize สื่อแนวคิดที่ต้องการได้ แต่ไม่ได้ใช้รูปแบบส่วนเติมเต็มมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่สร้างรูปปฏิเสธมาตรฐานของ trick: The misleading graph tricked readers ____ noticing the sudden drop.

ดูคำตอบ

into not

Once attached to specific proteins on the T-cell, ไวยากรณ์

0:42

เมื่อไวรัสเกาะกับโปรตีนเฉพาะบนเซลล์ทีแล้ว

it begins to fuse the membranes together

0:45

มันจะเริ่มหลอมรวมเยื่อหุ้มเข้าด้วยกัน

and eventually enters the cell

0:47

และเข้าสู่เซลล์ในที่สุด

ไวยากรณ์

Once attached: รูปย่อของ Once it is attached

Once attached เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อที่หมายถึง Once it is attached ประธานที่ละไว้เป็นประธานเดียวกับประโยคหลักคือ it ซึ่งในที่นี้หมายถึง HIV ส่วน attached เป็นกริยาช่องที่สาม ไม่ใช่กริยาหลักในรูป simple past วลีนี้วางไว้หน้าประโยคหลักเพื่อบอกเวลาหรือเงื่อนไขที่เสร็จสิ้นก่อนขั้นตอนถัดไปจะเริ่มขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ once + กริยาช่องที่สาม ซึ่งย่อมาจาก once + ประธาน + be + กริยาช่องที่สาม เมื่อประธานร่วมชัดเจน

แบบฝึกหัด

ย่ออนุประโยค “Once the sensor is attached to the wall” แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ to the wall, the sensor begins recording.

ดูคำตอบ

Once attached

where it releases two viral RNA strands

0:49

จากนั้นจึงปล่อยสาย RNA ของไวรัสสองสาย

and three essential replication enzymes.

0:51

และเอนไซม์สำคัญต่อการจำลองตัวอีกสามชนิด

Because HIV is a retrovirus,

0:54

เนื่องจาก HIV เป็นรีโทรไวรัส

the RNA is transcribed into DNA การใช้คำ

0:56

RNA จึงถูกถอดรหัสย้อนกลับเป็น DNA

การใช้คำ

is transcribed into DNA: ความหมายของ transcribe ในพันธุศาสตร์

ในพันธุศาสตร์ transcribe หมายถึงการสร้างสำเนากรดนิวคลีอิกจากแม่แบบ โครงสร้างกรรมวาจก be transcribed into + ผลผลิต นำเสนอสารตั้งต้นว่าเป็นสิ่งที่ผ่านกระบวนการ ดังนั้น is transcribed into DNA จึงหมายความว่า DNA ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ RNA เป็นแม่แบบ เนื่องจากบริบทเป็นรีโทรไวรัส ทิศทางจึงเป็นจาก RNA ไปยัง DNA ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่าการถอดรหัสย้อนกลับ นี่เป็นความหมายเชิงเทคนิคทางชีววิทยา ไม่ใช่ความหมายทั่วไปของการเขียนคำพูดออกมาเป็นข้อความ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปกรรมวาจกที่ถูกต้องของ transcribe เพื่อเติมข้อความชีววิทยาให้สมบูรณ์: In a retrovirus, viral RNA ____ DNA before integration.

ดูคำตอบ

is transcribed into

represented here by a zipper of two RNA strands transcribing into DNA.

0:58

ในที่นี้ กระบวนการดังกล่าวแสดงด้วยภาพซิปของ RNA สองสายที่กำลังถอดรหัสเป็น DNA

This DNA is then integrated into the host cell's genome. การใช้คำ

1:02

จากนั้น DNA นี้จะถูกรวมเข้าไปในจีโนมของเซลล์เจ้าบ้าน

การใช้คำ

ถูกรวมเข้าไปในจีโนมของเซลล์เจ้าบ้าน

ในที่นี้ integrated into หมายความว่า DNA ของไวรัสถูกแทรกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของจีโนมของเซลล์เจ้าบ้าน ซึ่งก็คือสารพันธุกรรมทั้งหมดของเซลล์นั้น คำว่า into สื่อถึงการเปลี่ยนสถานะและผลลัพธ์ที่ไปอยู่ภายในโครงสร้างพันธุกรรมนั้น ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนไปหาเซลล์หรืออยู่ข้างเซลล์ รูปถูกกระทำ is then integrated into เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ DNA มากกว่าผู้ที่ทำให้กระบวนการเกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be integrated into + ระบบหรือโครงสร้างที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการกลายเป็นส่วนหนึ่งของจีโนม: The added DNA was successfully ____ the yeast genome.

ดูคำตอบ

integrated into

This makes the T-cells treat the viral genes like their own, ไวยากรณ์

1:06

ทำให้เซลล์ทีมองยีนของไวรัสเสมือนเป็นยีนของตัวเอง

which causes them to make more copies of the virus.

1:09

และผลิตสำเนาของไวรัสเพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เทียบกับ cause + กรรม + to-infinitive

ส่วนที่เน้นทั้งสองส่วนเป็นโครงสร้างแสดงเหตุให้เกิดการกระทำ โดยนำเสนอว่าเหตุการณ์หนึ่งทำให้เกิดอีกการกระทำหนึ่ง ใน makes the T-cells treat คำว่า make ในรูปประโยคกระทำใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น treat จึงไม่มี to ใน causes them to make คำว่า cause ใช้โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive ดังนั้นต้องมี to ก่อน make ในที่นี้ them ย้อนกลับไปหมายถึง T-cells คู่เปรียบเทียบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make someone do something กับ cause someone to do something

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ stop และ fasten: The warning made the driver ____, and it caused the passengers ____ their seat belts.

ดูคำตอบ

stop · to fasten

These then leave the host cell and mature,

1:12

อนุภาคไวรัสเหล่านี้จะออกจากเซลล์เจ้าบ้านและเติบโตเต็มที่

ultimately seeking more T-cells.

1:14

และออกตามหาเซลล์ทีเพิ่มในที่สุด

The virus is particularly difficult to treat

1:16

ไวรัสชนิดนี้รักษาได้ยากเป็นพิเศษ

because its mutation rate is so high.

1:18

เพราะมีอัตราการกลายพันธุ์สูงมาก

Overall, the replication process creates more than 10 billion new virions each day.

1:21

โดยรวมแล้ว กระบวนการจำลองตัวนี้สร้างอนุภาคไวรัสใหม่มากกว่า 1 หมื่นล้านอนุภาคต่อวัน

During these initial stages of replication called the latency period, การใช้คำ

1:26

ในช่วงแรกของการจำลองตัวที่เรียกว่าระยะแฝง

a person may not show any major symptoms for up to 8 years. โน้ต

1:29

ผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการรุนแรงใด ๆ นานถึง 8 ปี

การใช้คำ

the latency period: ระยะทางการแพทย์ที่ไม่มีอาการสำคัญ

ในประโยคนี้ the latency period เป็นชื่อที่ใช้เรียกระยะเริ่มต้นของกระบวนการเกิดโรค ซึ่งบุคคลอาจไม่มีอาการสำคัญ called the latency period ขยายและระบุชื่อให้กับ stages of replication ที่อยู่ข้างหน้า Latency ไม่ได้หมายความว่าการติดเชื้อหรือการเพิ่มจำนวนสิ้นสุดลงแล้ว แนวคิดที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ กระบวนการของโรคที่ยังดำเนินอยู่สามารถเกิดขึ้นพร้อมกับการไม่มีอาการสำคัญที่สังเกตได้จากภายนอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์ที่เป็นชื่อระยะทางการแพทย์: A disease process can continue during ____ even when major symptoms are absent.

ดูคำตอบ

the latency period

วลี

show any major symptoms: การแสดงสัญญาณของโรค

Show symptoms หมายถึงการปรากฏหรือแสดงสัญญาณของโรคที่สามารถสังเกตได้ ไม่ได้หมายถึงการตั้งใจนำอาการไปแสดงให้บุคคลอื่นดู ใน may not show any major symptoms คำว่า any อยู่ภายในขอบเขตการปฏิเสธของ not จึงหมายความว่าอาการสำคัญใด ๆ อาจไม่ปรากฏเลย รูปแบบภาษาอังกฤษทางการแพทย์ที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ person or patient + show + symptoms

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่ใช้คู่กันในรูป show + symptoms จากบทเรียน: Even when infected, a person may not ____ for years.

ดูคำตอบ

show any major symptoms

ไวยากรณ์

for up to 8 years: ระยะเวลาสูงสุด ไม่ใช่ระยะเวลาตายตัว

ในที่นี้ for ใช้บอกระยะเวลาที่ไม่มีอาการ ส่วน up to กำหนดให้แปดปีเป็นขีดสูงสุด ช่วงดังกล่าวอาจยาวได้ถึงแปดปี แต่ก็อาจสั้นกว่านั้นมาก คำกริยาช่วย may ยังแสดงความเป็นไปได้ จึงไม่ได้รับประกันว่าช่วงที่ไม่มีอาการจะยาวแปดปี โดยทั่วไป up to + ตัวเลข ใช้บอกค่าสูงสุดของเวลา ราคา หรือปริมาณ ซึ่งค่าจริงอาจต่ำกว่านั้น

แบบฝึกหัด

'for up to 8 years' ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ช่วงดังกล่าวยาวครบ 8 ปีเสมอ
  2. อาการจะเริ่มปรากฏหลังจากผ่านไป 8 ปีเท่านั้น
  3. ช่วงดังกล่าวอาจยาวได้ถึง 8 ปี แต่ก็อาจสั้นกว่านั้น
ดูคำตอบ

ช่วงดังกล่าวอาจยาวได้ถึง 8 ปี แต่ก็อาจสั้นกว่านั้น

If not treated, ไวยากรณ์

1:33

หากไม่ได้รับการรักษา

the HIV eventually kills off the specific T-cells it infects. กริยาวลี

1:34

ในที่สุด HIV จะฆ่าเซลล์ทีเฉพาะที่มันเข้าไปติดเชื้อ

ไวยากรณ์

If not treated: เงื่อนไขรูปถูกกระทำแบบย่อ

If not treated เป็นอนุประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if ในรูปถูกกระทำแบบย่อ รูปเต็มคือ If it is not treated โดย if นำเข้าสู่เงื่อนไข not ทำให้เงื่อนไขเป็นปฏิเสธ และ treated เป็นคำกริยาช่องที่สามในโครงสร้างถูกกระทำ ประธานและกริยา be ที่ละไว้ต้องอนุมานได้อย่างชัดเจนจากบริบท ในที่นี้ it หมายถึงการติดเชื้อ HIV หรือภาวะดังกล่าว ไม่ใช่เซลล์ T และอนุประโยคนี้นำเข้าสู่ผลที่เกิดขึ้นเมื่อไม่ได้รับการรักษา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยเงื่อนไขแบบถูกกระทำรูปย่อที่หมายถึง 'if the infection is not treated': '____, the infection may become more serious.'

ดูคำตอบ

If not treated

กริยาวลี

kills off: ทำให้กลุ่มลดจำนวนจนหมดหรือหายไป

ในประโยคนี้ kills off หมายถึง “ทำลายจนสมาชิกทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ของกลุ่มหมดไป” กรรมคือกลุ่มของเซลล์ทีชนิดเฉพาะ ดังนั้น off จึงเพิ่มความหมายว่ากลุ่มถูกลดจำนวนจนหมดหรือเกือบหมด ไม่ได้บอกทิศทางจริง โครงสร้างคือ kill off + กลุ่มหรือสมาชิกของกลุ่ม กระบวนการนี้อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นได้ แม้ว่า kill เองจะเน้นผลลัพธ์ว่าทำให้ตาย

แบบฝึกหัด

เติม phrasal verb ที่หมายถึง “ทำลายสมาชิกทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ของกลุ่ม”: The new disease could kill ____ the island's rabbit population.

ดูคำตอบ

off

When these T-cells fall below 200 cells per cubic millimeter of blood,

1:38

เมื่อจำนวนเซลล์ทีเหล่านี้ลดต่ำกว่า 200 เซลล์ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร

it becomes acquired immune deficiency syndrome or AIDS. วัฒนธรรม

1:42

ภาวะนี้จะกลายเป็นกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เกิดขึ้นภายหลัง หรือ AIDS

วัฒนธรรม

acquired immune deficiency syndrome or AIDS: ชื่อเต็มและคำย่อ

Acquired immune deficiency syndrome คือชื่อเต็มที่แทนด้วยคำย่อ AIDS ในที่นี้ or ใช้เสนอชื่ออีกชื่อหนึ่งของภาวะเดียวกัน ไม่ได้เสนอโรคอีกชนิดหนึ่ง คำเหล่านี้อธิบายกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และเกี่ยวข้องกับความบกพร่องรุนแรงของการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ในบริบทนี้ AIDS คือกลุ่มอาการระยะรุนแรงที่อาจเป็นผลจากการติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการรักษา ส่วน HIV คือไวรัส

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง or AIDS บอกข้อมูลอะไรแก่ผู้อ่าน?

  1. AIDS เป็นไวรัสอีกชนิดหนึ่งที่ปรากฏหลัง HIV
  2. AIDS เป็นชื่อสั้นของ acquired immune deficiency syndrome
  3. สองสำนวนนี้เรียกภาวะที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ

AIDS เป็นชื่อสั้นของ acquired immune deficiency syndrome

After progressing this far,

1:46

เมื่อโรคดำเนินมาถึงขั้นนี้

the immune system becomes suppressed

1:47

ระบบภูมิคุ้มกันจะถูกกดการทำงาน

and is much more susceptible to cancers วลี

1:49

ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อโรคมะเร็งมากขึ้นอย่างมาก

and opportunistic infections such as pneumonia. การใช้คำ

1:51

รวมถึงการติดเชื้อฉวยโอกาสอย่างโรคปอดบวม

วลี

more susceptible to + โรคหรือภัยคุกคาม

more susceptible to หมายถึงมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบหรืออันตรายจากโรคหรือภัยคุกคามที่ตามหลัง to มากกว่า ในประโยคนี้ to นำหน้า cancers และ opportunistic infections ส่วน more แสดงระดับความเปราะบางที่สูงขึ้น วลีนี้บอกถึงความเสี่ยง ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แน่นอน ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นโรคเหล่านี้อยู่แล้วหรือจะต้องเป็นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ susceptible และคำบุพบทที่ต้องใช้คู่กัน: People with weakened immune systems are ____ serious infections.

ดูคำตอบ

more susceptible to

การใช้คำ

การติดเชื้อฉวยโอกาสเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

opportunistic infections คือการติดเชื้อฉวยโอกาสที่เกิดขึ้นโดยอาศัยจังหวะที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง จุลชีพที่ปกติร่างกายควบคุมได้หรือแทบไม่ก่อปัญหาในคนสุขภาพดีจึงอาจก่อโรคได้ ในประโยคนี้ยก pneumonia เป็นตัวอย่าง opportunistic อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการติดเชื้อกับช่องโหว่ในการป้องกันของร่างกาย ไม่ได้หมายถึงโอกาสที่ดีหรือการชมว่าใครมีความทะเยอทะยาน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะเรียกว่าเป็นการติดเชื้อฉวยโอกาสมากที่สุด

  1. คนสุขภาพดีเป็นหวัดธรรมดาขณะที่ภูมิคุ้มกันทำงานเป็นปกติ
  2. จุลชีพที่ปกติไม่เป็นอันตรายก่อโรคเพราะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยอ่อนแอ
  3. ยาหยุดไม่ให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนก่อนที่จะก่อการติดเชื้อ
ดูคำตอบ

จุลชีพที่ปกติไม่เป็นอันตรายก่อโรคเพราะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยอ่อนแอ

A person doesn't die from AIDS, ไวยากรณ์

1:54

คนเราไม่ได้เสียชีวิตจาก AIDS โดยตรง

they actually die from an illness that the body could not fend off. กริยาวลี

1:56

แต่เสียชีวิตจากโรคที่ร่างกายไม่สามารถต้านทานได้

ไวยากรณ์

They เอกพจน์ที่อ้างกลับไปยัง A person

ในประโยคนี้ they อ้างกลับไปยัง A person ดังนั้นทั้งสองคำจึงหมายถึงบุคคลคนเดียวกัน they ตรงนี้เป็นเอกพจน์ เพราะไม่ทราบเพศของบุคคลนั้นหรือเพศไม่สำคัญ ไม่ได้หมายความว่ามีคนหลายคนเพิ่มเข้ามา They เอกพจน์ใช้รูปกริยาแบบเดียวกับ they พหูพจน์ ได้แก่ they die, they are และ they have ไม่ใช่ they dies, they is หรือ they has รูปนี้ช่วยให้ภาษาอังกฤษกล่าวถึงบุคคลหนึ่งคนที่ไม่ได้ระบุเพศได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องเลือก he หรือ she

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ they เอกพจน์อย่างถูกต้องเพื่อกล่าวถึงบุคคลหนึ่งคนที่ไม่ได้ระบุเจาะจง

  1. If a visitor needs help, they can asks at the front desk.
  2. If a visitor needs help, they is able to ask at the front desk.
  3. If a visitor needs help, they can ask at the front desk.
ดูคำตอบ

If a visitor needs help, they can ask at the front desk.

กริยาวลี

Fend off: ต่อต้านและกันภัยคุกคามออกไป

Fend off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการต่อต้านโรค การโจมตี คำวิจารณ์ หรือภัยคุกคามอื่น และป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นครอบงำหรือทำอันตราย ในประโยคนี้ could not fend off เป็นรูปปฏิเสธ หมายความว่าร่างกายไม่สามารถหยุดโรคไม่ให้เกิดและพัฒนาได้ ควรเข้าใจ fend off เป็นหน่วยความหมายเดียว วลีนี้กล่าวถึงการป้องกันภัยที่กำลังเข้ามาหรือเริ่มพัฒนา ไม่ได้หมายถึงการรักษาโรคหลังจากโรคนั้นเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ต่อต้านและกันภัยคุกคามออกไป”: Quick negotiations helped the company ____ a hostile takeover.

ดูคำตอบ

fend off

Nowadays, there is medicine that helps fight

1:59

ปัจจุบันมียาที่ช่วยต่อสู้กับ

these opportunistic infections like Daraprim, วัฒนธรรม

2:01

การติดเชื้อฉวยโอกาสเหล่านี้ เช่น ยา Daraprim

which was recently in the news

2:04

ซึ่งเพิ่งตกเป็นข่าว

when Martin Shkreli of Turing Pharmaceutical decided to raise the price วลี

2:05

เมื่อ Martin Shkreli แห่ง Turing Pharmaceutical ตัดสินใจขึ้นราคา

from $13.50 to $750 per pill.

2:09

จากเม็ดละ 13.50 ดอลลาร์เป็น 750 ดอลลาร์

วัฒนธรรม

Daraprim และ Martin Shkreli แห่ง Turing Pharmaceutical

Daraprim เป็นชื่อการค้าของไพริเมทามีน ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อปรสิตบางชนิด รวมถึงการติดเชื้อที่อาจเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ยานี้ไม่ได้รักษาเชื้อ HIV โดยตรง Martin Shkreli และ Turing Pharmaceuticals อ้างถึงข้อถกเถียงเรื่องการตั้งราคายาที่เกิดขึ้นจริงในปี 2015 วลี recently in the news อิงกับช่วงเวลาที่จัดทำวิดีโอ และการขึ้นราคาจากเม็ดละ 13.50 ดอลลาร์เป็น 750 ดอลลาร์อธิบายว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงได้รับความสนใจ แต่ไม่ได้ยืนยันราคาหรือสถานะของบริษัทยาในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เหตุใดประโยคนี้จึงกล่าวถึง Daraprim และ Martin Shkreli?

  1. ชื่อเหล่านี้ยืนยันราคาและสถานะของบริษัทยาในปัจจุบัน
  2. ชื่อเหล่านี้ระบุข้อถกเถียงเรื่องราคายาที่เกิดขึ้นจริงและถูกนำมาใช้เป็นตัวอย่าง
  3. ชื่อเหล่านี้ระบุการค้นพบยาที่รักษา HIV โดยตรง
ดูคำตอบ

ชื่อเหล่านี้ระบุข้อถกเถียงเรื่องราคายาที่เกิดขึ้นจริงและถูกนำมาใช้เป็นตัวอย่าง

วลี

raise the price from X to Y per pill: ขึ้นราคาจาก X เป็น Y ต่อหนึ่งเม็ด

Raise เป็นสกรรมกริยา เมื่อบุคคลหรือองค์กร raises the price คำว่า the price จะเป็นกรรมที่บุคคลหรือองค์กรนั้นเปลี่ยนแปลงโดยตรง ในโครงสร้าง raise the price from X to Y คำว่า from ระบุราคาเดิม และ to ระบุราคาใหม่ Per pill หมายถึงต่อหนึ่งเม็ดและใช้กำหนดหน่วยของราคา ในที่นี้ 750 ดอลลาร์คือราคาใหม่ของยาหนึ่งเม็ด ไม่ใช่ยอดรวมของยาจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ระบุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย raise หรือ rise: The company decided to ____ the price from $20 to $25 per box.

ดูคำตอบ

raise

There are also antiretroviral drugs

2:14

นอกจากนี้ยังมียาต้านรีโทรไวรัส

that slow the virus down กริยาวลี

2:16

ที่ช่วยชะลอไวรัส

กริยาวลี

slow the virus down: โครงสร้าง slow ... down ที่แยกคำได้

ในที่นี้ slow the virus down หมายถึงลดอัตราที่ไวรัสเพิ่มจำนวนหรือดำเนินโรค ไม่ได้หมายความว่าไวรัสเคลื่อนที่ช้าลงในทางกายภาพ และไม่ได้หมายถึงการหยุดหรือกำจัดไวรัส slow down แยกคำได้เมื่อมีกรรม โดยเรียงเป็น slow + the virus + down กรรมที่เป็นคำนามสามารถวางหลังวลีกริยาทั้งหมดได้เช่นกัน เช่น slow down the virus แต่ถ้าเป็นสรรพนามต้องวางไว้ตรงกลางเป็น slow it down ไม่ใช่ slow down it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ slow down และสรรพนาม it ตามลำดับที่ถูกต้อง: The process is efficient, but one extra security check may ____.

ดูคำตอบ

slow it down

by blocking certain enzymes ไวยากรณ์

2:17

ด้วยการยับยั้งเอนไซม์บางชนิด

which are required for the virus to multiply. ไวยากรณ์

2:18

ซึ่งไวรัสจำเป็นต้องใช้ในการเพิ่มจำนวน

ไวยากรณ์

by blocking: การใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

ในประโยคนี้ by blocking ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลของการชะลอ กล่าวคือ ยาชะลอไวรัสผ่านการยับยั้งเอนไซม์บางชนิด จึงตอบคำถามว่า “อย่างไร” ไม่ใช่ “เมื่อไร” หรือ “ที่ไหน” เมื่อ by ใช้บอกวิธี คำที่ตามหลังต้องเป็นคำนามหรือรูป -ing จึงใช้ by blocking ไม่ใช่ by block โครงสร้างที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือ ผลลัพธ์หรือการกระทำ + by + -ing

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่บอกวิธีด้วย by และรูป -ing ของ check: We reduced data-entry errors ____ every number twice.

ดูคำตอบ

by checking

ไวยากรณ์

required for the virus to multiply: ใครเป็นผู้ทำกริยา

ในอนุประโยค which are required for the virus to multiply คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึง certain enzymes ส่วน are required เป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่าเอนไซม์เหล่านั้นเป็นสิ่งจำเป็น โครงสร้าง X is required for Y to do Z หมายความว่า X เป็นสิ่งจำเป็น และ Y เป็นประธานเชิงความหมายของ do ในที่นี้สิ่งที่ทำกริยา multiply คือ the virus ไม่ใช่ enzymes วลีที่ขึ้นต้นด้วย for ระบุว่าใครหรือสิ่งใดทำกริยาในรูป infinitive ไม่ได้บอกว่าเอนไซม์มีไว้ใช้ทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง required for + คำนาม + to-infinitive โดยใช้ access เป็นคำกริยา: A security code is required ____ users ____ the account.

ดูคำตอบ

for · to access

Similarly, those without HIV but at high risk of contracting the virus วลี

2:21

ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่ไม่มีเชื้อ HIV แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ

may take pre-exposure prophylaxis or PrEP. วัฒนธรรม

2:25

อาจใช้ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ หรือ PrEP

วลี

at high risk of contracting: การบอกความเสี่ยงด้วยรูป -ing

at high risk of หมายถึงมีโอกาสสูงหรือสูงกว่าปกติที่จะเผชิญผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ บุพบท of ต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ดังนั้นตรงนี้จึงใช้ contracting ไม่ใช่ to contract ในประโยคนี้ those without HIV เป็นประธานเชิงความหมายของ contracting และ contract a virus หมายถึงติดเชื้อไวรัส วลีนี้บอกว่าความเสี่ยงสูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่ายืนยันแล้วว่าติดเชื้อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย at high risk of และรูป -ing ที่ถูกต้องของ contract: Without preventive treatment, exposed patients may be ____ the disease.

ดูคำตอบ

at high risk of contracting

วัฒนธรรม

pre-exposure prophylaxis หรือ PrEP: การป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ

Pre-exposure prophylaxis เป็นชื่อเต็มของ PrEP คำว่า pre-exposure หมายถึงก่อนที่อาจสัมผัสเชื้อ HIV ส่วน prophylaxis หมายถึงมาตรการหรือยาที่ใช้ป้องกันโรค ในที่นี้หมายถึงยาป้องกัน HIV สำหรับผู้ที่ไม่มีเชื้อ HIV แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ คำว่า or ใช้แนะนำชื่อย่อ โดย pre-exposure prophylaxis และ PrEP หมายถึงสิ่งเดียวกัน PrEP คือการป้องกันก่อนที่อาจสัมผัสเชื้อ ไม่ใช่วิธีรักษา HIV ให้หายหรือการดูแลที่เริ่มหลังสัมผัสเชื้อแล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย PrEP ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง?

  1. เป็นยาป้องกัน HIV ที่ผู้ไม่มีเชื้อ HIV ใช้ก่อนที่อาจสัมผัสเชื้อ
  2. เป็นยาที่ใช้รักษา HIV ให้หายหลังยืนยันการติดเชื้อแล้ว
  3. เป็นยาฉุกเฉินที่เริ่มใช้หลังจากอาจสัมผัสเชื้อเท่านั้น
ดูคำตอบ

เป็นยาป้องกัน HIV ที่ผู้ไม่มีเชื้อ HIV ใช้ก่อนที่อาจสัมผัสเชื้อ

This works similar to antiretroviral drugs

2:28

วิธีนี้ทำงานคล้ายกับยาต้านรีโทรไวรัส

by blocking the enzyme reverse transcriptase. การใช้คำ

2:31

โดยยับยั้งเอนไซม์รีเวิร์สทรานสคริปเทส

การใช้คำ

reverse transcriptase: เอนไซม์ที่คัดลอก RNA เป็น DNA

Reverse transcriptase เป็นชื่อของเอนไซม์ transcriptase ระบุว่าเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการคัดลอกข้อมูลทางพันธุกรรม ส่วน reverse บอกทิศทาง โดย reverse transcriptase สร้างสำเนา DNA จากแม่แบบ RNA ในประโยคนี้ การยับยั้ง reverse transcriptase หมายถึงการหยุดขั้นตอนหนึ่งที่ไวรัสต้องใช้เพื่อเพิ่มจำนวน ในทางไวยากรณ์ reverse ขยาย transcriptase ไม่ใช่คำสั่งให้ใครย้อนกลับการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมชื่อเอนไซม์ที่หมายถึง “เอนไซม์ที่สร้าง DNA จากแม่แบบ RNA” ลงในประโยค: The medicine blocks ____, interrupting the virus's copying process.

ดูคำตอบ

reverse transcriptase

Thankfully, there is hope for a cure.

2:33

โชคดีที่เรายังมีความหวังว่าจะพบวิธีรักษาให้หายขาด

A small population of people are immune to the HIV virus วลี

2:35

คนกลุ่มเล็ก ๆ มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ HIV

because of a mutation linked to the T-cells.

2:38

เนื่องจากการกลายพันธุ์ที่เชื่อมโยงกับเซลล์ที

วลี

immune to: มีภูมิคุ้มกันหรือไม่ได้รับผลกระทบจากบางสิ่ง

ในประโยคนี้ immune to หมายความว่าร่างกายของคนกลุ่มนี้มีการป้องกันตามธรรมชาติจากการติดเชื้อ HIV หรือไม่ได้รับผลจาก HIV แบบที่เกิดขึ้นตามปกติ คำคุณศัพท์ immune ใช้ to นำหน้าชื่อโรคหรือสิ่งที่ส่งผลกระทบ โครงสร้างนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น immune to criticism หมายถึงแทบไม่ได้รับผลกระทบจากคำวิจารณ์ โครงสร้างนี้บอกถึงการต้านผลบางอย่าง และประโยคนี้กล่าวถึงคนกลุ่มเล็กที่มีลักษณะพิเศษเท่านั้น ไม่ใช่ทุกคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ immune กับคำบุพบทที่ถูกต้อง: After repeated training, the team became almost immune ____ pressure from the crowd.

ดูคำตอบ

to

In one case, ลำดับความ

2:41

ในกรณีหนึ่ง

an HIV-positive subject received a bone marrow transplant, วลี

2:42

ผู้ติดเชื้อ HIV รายหนึ่งได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก

ลำดับความ

In one case: ใช้นำเสนอตัวอย่างเฉพาะหนึ่งกรณี

In one case ใช้นำเสนอตัวอย่างเฉพาะหนึ่งตัวอย่างหลังจากกล่าวเรื่องในภาพกว้าง ประโยคนี้จำกัดการอภิปรายจากความเป็นไปได้ทั่วไปให้เหลือผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีผล HIV เป็นบวกหนึ่งคนซึ่งได้รับการปลูกถ่าย ในฐานะคำเชื่อมทางวาทกรรม วลีนี้บอกผู้ฟังว่าควรจัดระเบียบหลักฐานอย่างไร เหตุการณ์นี้ช่วยสนับสนุนการอภิปราย แต่กรณีเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างข้อสรุปทั่วไป case ในที่นี้หมายถึงเหตุการณ์เฉพาะหรือผู้เข้าร่วมที่มีบันทึกไว้ ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องทำให้ครบ

แบบฝึกหัด

ประโยคเปิดข้อใดนำเสนอตัวอย่างเฉพาะหนึ่งตัวอย่างอย่างชัดเจน พร้อมจำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้างไว้?

  1. In one case, a school reduced absences by offering free breakfast.
  2. In some cases, schools reduce absences by offering free breakfast.
  3. In general, schools reduce absences by offering free breakfast.
ดูคำตอบ

In one case, a school reduced absences by offering free breakfast.

วลี

receive a bone marrow transplant: รับการปลูกถ่ายไขกระดูก

ในประโยคนี้ received a bone marrow transplant หมายถึงผู้เข้าร่วมการศึกษาเข้ารับกระบวนการปลูกถ่ายและได้รับเซลล์ต้นกำเนิดสร้างเม็ดเลือดทดแทน คำว่า received ทำให้ผู้เข้าร่วมเป็นฝ่ายรับการรักษาทางการแพทย์ ไม่ได้หมายถึงการได้รับสิ่งของทั่วไป รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ receive + a/an + type of transplant เช่น receive a kidney transplant หรือ receive a stem cell transplant โดย bone marrow ระบุชนิดของการปลูกถ่าย

แบบฝึกหัด

กระบวนการนี้ใช้ไขกระดูกจากผู้บริจาค จงเติมประโยคด้วยรูปแบบ receive + transplant: After chemotherapy, the patient ____ from a matched donor.

ดูคำตอบ

received a bone marrow transplant

meaning they were given new stem cells that generate different T-cells ลำดับความ

2:45

หมายความว่าผู้นั้นได้รับสเต็มเซลล์ใหม่ที่สร้างเซลล์ทีแบบต่างออกไป

ลำดับความ

meaning they were given เพื่อกล่าวอธิบายซ้ำ

meaning หลังเครื่องหมายจุลภาคนำเข้าสู่คำอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า received a bone marrow transplant ซึ่งเป็นวลีก่อนหน้านั้นเกี่ยวข้องกับอะไร โดยทำหน้าที่คล้าย which means หรือ in other words กล่าวคือ อนุประโยคเกี่ยวกับเซลล์ต้นกำเนิดใหม่กำลังกล่าวซ้ำถึงเหตุการณ์ทางการแพทย์ ไม่ได้เพิ่มเหตุการณ์แยกต่างหากหรือบอกเจตนาของใคร รูปแบบ comma + meaning + clause ใช้ขยายคำศัพท์ ผลลัพธ์ หรือข้อความให้ผู้ฟังเข้าใจได้ ที่นี่ they เป็นเอกพจน์และอ้างกลับไปยัง an HIV-positive subject ส่วน were given เป็นรูปกรรมวาจก จึงยังคงเน้นผู้รับเป็นหลัก

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ meaning เพื่ออธิบายข้อความก่อนหน้า แทนที่จะใช้แสดงเจตนา?

  1. The meaning of this setting is unclear.
  2. Leah has admin access, meaning she can change the settings.
  3. I meant to change the settings, but I forgot.
ดูคำตอบ

Leah has admin access, meaning she can change the settings.

and within 20 months, ไวยากรณ์

2:49

และภายใน 20 เดือน

there was no evidence of the virus in their bloodstream. วลี

2:50

ก็ไม่พบหลักฐานของไวรัสในกระแสเลือดอีกเลย

วลี

no evidence of: ข้อสรุปจากหลักฐานอย่างระมัดระวัง

No evidence of หมายความว่าการสังเกตหรือการทดสอบที่มีอยู่ไม่พบหลักฐานสนับสนุนการมีอยู่ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ข้อสรุปจำกัดอยู่ที่ไวรัสในกระแสเลือด ณ เวลาที่สังเกต นี่เป็นถ้อยคำที่ระมัดระวังและอิงหลักฐาน การตรวจไม่พบหลักฐานไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าไวรัสไม่เคยมีอยู่ ไม่มีอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย หรือไม่มีทางกลับมาอีก รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ there is/was no evidence of + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าข้อสรุปนี้ถูกต้องหรือไม่: A single test found no evidence of contamination, so contamination has been proven impossible everywhere and forever.

  1. ไม่ถูกต้อง
  2. ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

ไวยากรณ์

within 20 months: ขอบเขตเวลาช้าที่สุด

Within 20 months กำหนดให้ 20 เดือนเป็นขอบเขตเวลาช้าที่สุด โดยนับจากการปลูกถ่าย ผลที่รายงานเกิดขึ้นก่อนช่วงเวลาดังกล่าวสิ้นสุดลง แต่ไม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นในเดือนที่เท่าไรอย่างแน่นอน โครงสร้าง within + ช่วงเวลา บอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้นก่อนขอบเขตเวลาที่กำหนดจะสิ้นสุดลง ไม่ได้หมายถึงตรงปลายช่วงเวลาพอดีหรือหลังจากนั้น

แบบฝึกหัด

A project was completed within six months. ประโยคนี้ยืนยันอะไรได้แน่นอน?

  1. โครงการเสร็จตรงปลายเดือนที่หกพอดี
  2. โครงการเสร็จไม่เกินหกเดือนหลังจากเริ่มต้น
  3. โครงการเสร็จหลังจากเริ่มต้นไปแล้วมากกว่าหกเดือน
ดูคำตอบ

โครงการเสร็จไม่เกินหกเดือนหลังจากเริ่มต้น

Though this is very individualized medicine, ไวยากรณ์

2:53

แม้นี่จะเป็นการรักษาที่ปรับเฉพาะบุคคลอย่างมาก

it certainly opens up the possibilities of generating HIV-resistant cells. กริยาวลี

2:55

แต่ก็เปิดโอกาสให้เราสร้างเซลล์ที่ต้านทาน HIV ได้อย่างแน่นอน

ไวยากรณ์

Though this is very individualized medicine, ...: การยอมรับข้อจำกัด

Though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อจำกัด ในที่นี้ผู้พูดยอมรับข้อจำกัดก่อนว่าแนวทางนี้หมายถึงกรณีการปลูกถ่ายไขกระดูกที่ปรับเฉพาะบุคคลอย่างมากซึ่งกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอข้อสรุปเชิงบวกที่ยังคงเป็นจริงแม้มีข้อจำกัดนั้น โครงสร้างนี้ช่วยใส่เงื่อนไขให้ข้อโต้แย้งโดยไม่ล้มล้างประเด็นที่ตามมา และอนุประโยค though ในที่นี้ไม่สามารถจบเป็นประโยคสมบูรณ์ได้ตามลำพัง

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมแสดงการยอมรับที่ยอมรับข้อจำกัดโดยไม่ล้มล้างข้อสรุป: ____ the trial was small, the results justify further research.

ดูคำตอบ

Though

กริยาวลี

opens up the possibilities of: การเปิดพื้นที่ให้ผลลัพธ์ใหม่ ๆ

Opens up the possibilities of หมายถึงการสร้างหรือขยายโอกาสให้บางสิ่งมีความเป็นไปได้ คำว่า up เพิ่มภาพของการเปลี่ยนจากสถานการณ์ที่จำกัดไปสู่สถานการณ์ที่เปิดกว้างขึ้น แต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้ว หลัง of ประโยคใช้รูป -ing คือ generating เพื่อระบุกิจกรรมที่กำลังมีความเป็นไปได้กว้างขึ้น โดยทั่วไปใช้ open up the possibility หรือ possibilities of + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าเงินทุนสร้างเส้นทางใหม่สำหรับการวิจัยโดยไม่ได้รับประกันความสำเร็จ?

  1. The grant guarantees that the new treatments will succeed.
  2. The grant makes possibilities to test new treatments.
  3. The grant opens up possibilities for testing new treatments.
ดูคำตอบ

The grant opens up possibilities for testing new treatments.

Combine this with other therapies and preventative measures like condoms,

3:00

หากใช้วิธีนี้ร่วมกับการรักษาอื่นและมาตรการป้องกันอย่างถุงยางอนามัย

clean needle programs and safe blood transfusions

3:03

โครงการจัดหาเข็มฉีดยาสะอาด และการถ่ายเลือดที่ปลอดภัย

and HIV/AIDS may one day be a thing of the past. สำนวน

3:06

สักวันหนึ่ง HIV/AIDS ก็อาจกลายเป็นเรื่องในอดีต

สำนวน

a thing of the past สำหรับสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องปัจจุบันอีกต่อไป

สำนวน be a thing of the past หมายถึงสิ่งหนึ่งไม่มีอยู่อีกต่อไป เลิกใช้แล้ว หรือไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงอีกแล้ว ไม่ได้แปลตรงตัวว่าเป็นสิ่งของจากยุคก่อน ในประโยคนี้ may one day ทำให้ข้อความเป็นความเป็นไปได้ในอนาคตที่มีความหวัง ไม่ใช่การยืนยันว่า HIV/AIDS หายไปแล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + a thing of the past

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงสิ่งหนึ่งอาจเลิกใช้ลงในประโยค: With digital passes, paper tickets may soon be ____.

ดูคำตอบ

a thing of the past

Your sharing of this video is much appreciated

3:09

เราซาบซึ้งมากหากคุณช่วยแชร์วิดีโอนี้

in the effort to help spread knowledge and awareness.

3:11

เพื่อช่วยเผยแพร่ความรู้และสร้างความตระหนัก

And a special thanks to Audible for supporting this episode

3:14

และขอขอบคุณ Audible เป็นพิเศษที่สนับสนุนวิดีโอตอนนี้

to give you a free 30-day trial at audible.com/asap.

3:17

เพื่อให้คุณทดลองใช้ฟรี 30 วันที่ audible.com/asap

This week, we wanted to recommend the book Redefining Reality,

3:21

สัปดาห์นี้เราอยากแนะนำหนังสือ Redefining Reality

which explores what is real and what is illusory

3:24

ซึ่งสำรวจว่าอะไรคือความจริงและอะไรคือภาพลวง

from both a scientific and philosophical perspective

3:26

จากทั้งมุมมองทางวิทยาศาสตร์และปรัชญา

through a series of really awesome lectures.

3:30

ผ่านชุดการบรรยายที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ

You can get a free 30-day trial at audible.com/asap

3:32

คุณรับสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 30 วันได้ที่ audible.com/asap

and choose from a massive selection.

3:36

และเลือกฟังจากคลังเนื้อหาขนาดใหญ่

We love them as they're great when you're on the go. สำนวน

3:38

เราชอบหนังสือเสียงเหล่านี้มาก เพราะเหมาะสำหรับฟังระหว่างเดินทาง

สำนวน

on the go สำหรับเวลาที่ยุ่งหรือกำลังเดินทาง

On the go เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงกำลังยุ่งและกระตือรือร้น กำลังเดินทาง หรือกำลังทำสิ่งต่าง ๆ นอกบ้าน ไม่ได้หมายความว่ากำลังวิ่งเสมอไป ในประโยคนี้ when you're on the go หมายถึงตอนที่คุณอยู่นอกบ้านและเดินทางไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดวัน จึงอธิบายได้ว่าเหตุใดเนื้อหานั้นจึงสะดวกในสถานการณ์ดังกล่าว สำนวนนี้มักตามหลัง be: I'm on the go; she's always on the go.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่หมายถึงกำลังยุ่งหรืออยู่นอกบ้านลงในประโยค: I save short articles to read ____.

ดูคำตอบ

on the go

And subscribe for more weekly science videos.

3:40

และอย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์