ทำไมข้าวของถึงราคาแพงขึ้น? 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
855 คำ 148 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ร็อบและเบธอธิบายว่าเหตุใดเงินเฟ้อจึงทำให้ของจำเป็นในชีวิตประจำวันแพงขึ้น ภาวะขาดแคลนที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดและสงครามทำให้ราคาสูงต่อเนื่องได้อย่างไร และเหตุใดการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจึงอาจช่วยลดอุปสงค์ พร้อมยกภาวะเงินเฟ้อรุนแรงในเวเนซุเอลาปี 2018 เพื่อแสดงว่าปัญหานี้อาจเลวร้ายได้เพียงใด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. are being hit in the pocket — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ เข้าใจภาพเปรียบเทียบที่สื่อว่าค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจนผู้บริโภคมีเงินเหลือใช้น้อยลง คุณจะจำสำนวนนี้ได้ในข่าวและบทสนทนา และนำไปใช้บรรยายผลกระทบทางการเงินส่วนบุคคลจากเงินเฟ้อ ภาษี ค่าธรรมเนียม หรือการขึ้นราคาได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. pass on the extra costs — กริยาวลี เรียนรู้วิธีบอกว่าบริษัทผลักภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปยังลูกค้าด้วยการขึ้นราคาสินค้าและบริการ ช่วยให้ติดตามข่าวเศรษฐกิจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนธุรกิจกับราคาผู้บริโภค และอธิบายได้ว่าใครเป็นผู้รับภาระต้นทุนการผลิตหรือพลังงานที่เพิ่มขึ้นในท้ายที่สุด 3. if we borrow less money, we buy fewer things, which can reduce inflation. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค สังเกตว่าอนุประโยค if ระบุเงื่อนไข ประโยคหลักบอกผล และอนุประโยค which เติมผลกระทบที่กว้างขึ้น คุณสามารถใช้โครงสร้างต่อเนื่องนี้อธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลว่านโยบายหรือการเปลี่ยนพฤติกรรมก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจเป็นลูกโซ่อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

0:02

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:08

สวัสดี นี่คือ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Rob.

0:12

ผมร็อบ

And I'm Beth.

0:13

และฉันเบธ

In this program,

0:14

ในรายการนี้

we're talking about money.

0:15

เราจะมาพูดคุยเรื่องเงินกัน

And Beth, as the old saying goes, ลำดับความ

0:17

และเบธ อย่างที่คำโบราณได้กล่าวไว้

money makes the world go round. สำนวน

0:19

เงินขับเคลื่อนโลกให้หมุนไป

ลำดับความ

as the old saying goes: การเกริ่นคำสอนที่คนคุ้นเคย

as the old saying goes บอกว่าคำที่ตามมาคือสุภาษิตหรือคำกล่าวดั้งเดิมที่คนคุ้นเคย โดยนำเสนอแนวคิดถัดไปว่าเป็นภูมิปัญญาที่คนทั่วไปร่วมกันยอมรับ ไม่ใช่ข้ออ้างใหม่ของผู้พูด ในที่นี้ goes หมายถึง “มีถ้อยคำว่า” หรือ “คนทั่วไปกล่าวกันว่า” ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ as the old saying goes, แล้วตามด้วยตัวคำกล่าวนั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายเพื่อให้บทเกริ่นสุภาษิตสมบูรณ์: ____, where there's a will, there's a way.

ดูคำตอบ

As the old saying goes

สำนวน

money makes the world go round: เงินในฐานะแรงขับเคลื่อนสังคม

money makes the world go round เป็นคำกล่าวเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าเงินทำให้กิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจจำนวนมากเกิดขึ้นได้และเป็นแรงผลักดันกิจกรรมเหล่านั้น คำว่า the world หมายถึงสังคมหรือชีวิตประจำวัน ส่วน go round หมายถึงดำเนินต่อไป คำกล่าวนี้มักมีน้ำเสียงแบบมองความจริงหรือออกแนวประชด โดยเน้นอิทธิพลของเงิน แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียวเสมอไป

แบบฝึกหัด

money makes the world go round ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. เหรียญกำลังเคลื่อนที่ไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
  2. เงินทำให้โลกหมุนในทางกายภาพจริง ๆ
  3. เงินขับเคลื่อนหลายส่วนของสังคมและชีวิตประจำวัน
ดูคำตอบ

เงินขับเคลื่อนหลายส่วนของสังคมและชีวิตประจำวัน

You mean it's very important

0:21

คุณหมายความว่ามันสำคัญมาก

and lots of things couldn't happen without it.

0:23

และหลายสิ่งหลายอย่างไม่อาจเกิดขึ้นได้หากไม่มีมัน

Well,

0:26

เอาล่ะ

we all need money.

0:27

เราทุกคนล้วนต้องการเงิน

But have you noticed how our money ไวยากรณ์

0:28

แต่คุณสังเกตไหมว่าเงินของเรา

doesn't seem to buy so much these days? วลี

0:30

ดูเหมือนจะซื้อของได้ไม่มากนักในทุกวันนี้?

ไวยากรณ์

Have you noticed how ...? กับลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า

Have you noticed how + อนุประโยค ใช้ชวนให้ผู้ฟังสังเกตลักษณะ รูปแบบ หรือความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเปลี่ยนข้อสังเกตเรื่องกำลังซื้อที่ลดลงให้เป็นหัวข้อที่ผู้พูดและผู้ฟังพูดคุยร่วมกัน หลัง how เป็นอนุประโยคซ้อน จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าอย่าง our money doesn't seem... ไม่ใช่ does our money seem... โดย how นำเข้าสิ่งที่สังเกตเห็น ไม่ได้เริ่มคำถามตรงอีกประโยคหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Have you noticed how ได้ถูกต้องเพื่อชวนให้อีกฝ่ายสังเกตแนวโน้ม?

  1. How have you noticed the buses are getting more crowded?
  2. Have you noticed how the buses are getting more crowded?
  3. Have you noticed how are the buses getting more crowded?
ดูคำตอบ

Have you noticed how the buses are getting more crowded?

วลี

money doesn't seem to buy so much these days เพื่อพูดถึงกำลังซื้อ

Our money doesn't seem to buy so much these days ใช้ money เป็นประธานทางไวยากรณ์ของ buy เพื่ออธิบายกำลังซื้อ หมายความว่าเงินจำนวนเท่าเดิมจ่ายซื้อสินค้า或บริการได้น้อยลง ไม่ได้หมายความว่าเงินออกไปซื้อของจริง ๆ Doesn't seem to ทำให้ข้อความนี้เป็นแนวโน้มที่สังเกตได้ ไม่ใช่ผลการวัดที่แม่นยำ So much แฝงการเปรียบเทียบกับอดีต และ these days หมายถึงช่วงนี้หรือทุกวันนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย buy เพื่ออธิบายกำลังซื้อที่ลดลง: The same amount of money ____ than it used to.

ดูคำตอบ

buys less

Yes, I have, Beth.

0:33

ใช่ ฉันสังเกตเห็นเบธ

It seems like consumers like us โน้ต

0:34

ดูเหมือนว่าผู้บริโภคอย่างเราๆ

การใช้คำ

consumers like us: like ที่หมายถึง “คล้ายกับ”

ใน consumers like us คำว่า like เป็นคำบุพบท หมายถึง “คล้ายกับ” วลี like us ขยาย consumers ดังนั้นนามวลีทั้งหมดจึงหมายถึง “ผู้บริโภคอย่างพวกเรา” ไม่ใช่ “ผู้บริโภคที่ชอบพวกเรา” การเลือกใช้ us ทำให้ผู้พูดรวมทั้งตนเองและผู้ฟังไว้ในกลุ่มเดียวกัน จึงสร้างมุมมองร่วมที่ครอบคลุมทุกฝ่าย

แบบฝึกหัด

consumers like us ในประโยคเดิมหมายถึงอะไร

  1. ผู้บริโภคที่คล้ายกับพวกเรา
  2. ผู้บริโภคที่ชอบพวกเรา
  3. ผู้บริโภคที่พวกเราชอบ
ดูคำตอบ

ผู้บริโภคที่คล้ายกับพวกเรา

are being hit in the pocket at the moment. สำนวน

0:37

กำลังได้รับผลกระทบทางการเงินในตอนนี้

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ It seems like เพื่อแสดงข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

It seems like ใช้นำอนุประโยคที่เสนอว่าเป็นความรู้สึกหรือข้อสรุปจากสิ่งที่สังเกตได้ โครงสร้างคือ It seems like + อนุประโยค และทำให้ข้อความฟังไม่ฟันธงเท่าการกล่าวตรง ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดประเมินอย่างระมัดระวังจากสถานการณ์ปัจจุบันว่าผู้บริโภคกำลังได้รับผลกระทบทางการเงิน seems like ไม่ได้ใช้เฉพาะกับสิ่งที่มองเห็น แต่ยังใช้กับข้อสรุปที่ได้จากสัญญาณหรือประสบการณ์ด้วย

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: เมื่อเทียบกับ “Prices are rising” ประโยค “It seems like prices are rising” นำเสนอการขึ้นราคาในลักษณะที่ระมัดระวังกว่า

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

สำนวน

are being hit in the pocket: ได้รับผลกระทบทางการเงิน

be hit in the pocket เป็นสำนวนที่หมายถึงได้รับผลกระทบทางการเงินหรือมีเงินเหลือให้ใช้น้อยลง ในประโยคนี้ are being hit แสดงว่าผู้บริโภคกำลังเผชิญแรงกดดันนี้อยู่ในขณะนี้ pocket แทนเงินหรือกำลังซื้อของบุคคล ส่วน hit ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครถูกตีจริง ๆ

แบบฝึกหัด

are being hit in the pocket ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. เสื้อผ้าของพวกเขากำลังเสียหาย
  2. การเงินของพวกเขากำลังได้รับผลกระทบ
  3. พวกเขากำลังถูกทำร้ายร่างกาย
ดูคำตอบ

การเงินของพวกเขากำลังได้รับผลกระทบ

And by that, ลำดับความ

0:39

และนั่นหมายความว่า

I mean we have less money to spend.

0:40

เรามีเงินให้ใช้จ่ายน้อยลง

ลำดับความ

And by that, I mean: ชี้แจงถ้อยคำก่อนหน้า

By that, I mean ย้อนกลับไปอ้างถึงถ้อยคำก่อนหน้าของผู้พูด แล้วเกริ่นคำอธิบายที่ชัดเจนกว่า ในที่นี้ that หมายถึง are being hit in the pocket และข้อความที่ตามมาอธิบายว่าเรามีเงินให้ใช้น้อยลง And เชื่อมคำชี้แจงนี้กับประโยคก่อนหน้าอย่างลื่นไหล ทั้งวลีบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะตามมาเป็นคำอธิบาย ไม่ใช่หัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

And by that, I mean ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ให้คำอธิบายที่เฉพาะเจาะจงขึ้นเกี่ยวกับถ้อยคำก่อนหน้าของผู้พูด
  3. ชี้ไปยังวัตถุที่อยู่ไกล
ดูคำตอบ

ให้คำอธิบายที่เฉพาะเจาะจงขึ้นเกี่ยวกับถ้อยคำก่อนหน้าของผู้พูด

Now, I'm no economist, น้ำเสียง/เจตนา

0:43

ผมไม่ได้เป็นนักเศรษฐศาสตร์หรอกนะ

but I know this has a lot to do with inflation, โน้ต

0:44

แต่ผมรู้ว่านี่เกี่ยวข้องอย่างมากกับภาวะเงินเฟ้อ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm no economist, but...: คำเกริ่นอย่างถ่อมตัว

ใน I'm no economist คำว่า no วางหน้าคำนามเอกพจน์ที่บอกบทบาทหรืออาชีพโดยตรง และไม่ใช้คำนำหน้านาม ความหมายคือ I am not an economist แต่มีน้ำหนักเชิงวาทศิลป์มากกว่า ผู้พูดย้ำชัดว่าตนไม่ได้อ้างว่ามีสถานะทางวิชาชีพหรืออำนาจในฐานะผู้เชี่ยวชาญนั้น รูปแบบ I'm no X, but... เป็นคำเกริ่นที่แสดงความถ่อมตัว ผู้พูดลดน้ำหนักความเป็นผู้รู้ของตนก่อน แล้วใช้ but นำเข้าความเห็นที่ตนยังเชื่อว่ามีเหตุผล สามารถเปลี่ยน X เป็น expert, designer หรือ mechanic ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ I'm no + บทบาท: ____, but that engine noise worries me. บทบาท: mechanic

ดูคำตอบ

I'm no mechanic

วลี

has a lot to do with inflation: ความเชื่อมโยงที่ชัดเจน

Has a lot to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องอย่างมากกับ” หรือ “เป็นปัจจัยสำคัญของ” ในที่นี้ has สอดคล้องกับ this ซึ่งเป็นเอกพจน์ และ with นำหน้า inflation ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ใช้ have/has a lot to do with + คำนามหรือรูป -ing เพื่ออธิบายความเชื่อมโยงที่ชัดเจน รูปนี้มักสื่อว่าเป็นสาเหตุสำคัญ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว ควรเข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ไม่ควรแยก do ไปตีความว่า “ลงมือทำบางอย่าง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have a lot to do with: The delay ____ the weather.

ดูคำตอบ

has a lot to do with

the increase in prices of things over time.

0:47

การเพิ่มขึ้นของราคาสิ่งของต่างๆ เมื่อเวลาผ่านไป

การใช้คำ

inflation: ราคาที่เพิ่มขึ้นโดยรวมเมื่อเวลาผ่านไป

ในที่นี้ inflation เป็นคำศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึงการที่ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวางเมื่อเวลาผ่านไป ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบายคำนี้ซ้ำด้วยภาษาที่ง่ายขึ้น แนวคิดสำคัญคือ “อย่างกว้างขวาง” และ “เมื่อเวลาผ่านไป” การเปลี่ยนแปลงราคาชั่วคราวของสินค้าเพียงชนิดเดียวอาจเป็น a price increase แต่ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเกิด inflation ทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ inflation ที่ชัดเจนที่สุด

  1. ราคาสินค้าและบริการหลายชนิดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน
  2. ลูกโป่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเติมอากาศ
  3. ร้านค้าแห่งหนึ่งขึ้นราคาเสื้อแจ็กเก็ตหนึ่งตัวเป็นเวลาหนึ่งวัน
ดูคำตอบ

ราคาสินค้าและบริการหลายชนิดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน

It's a big problem globally.

0:51

มันเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก

And Beth,

0:53

และเบธ

my question for you is about inflation.

0:53

คำถามของผมสำหรับคุณคือเรื่องภาวะเงินเฟ้อ

According to one report, วลี

0:56

ตามรายงานฉบับหนึ่ง

วลี

According to one report: การระบุแหล่งข้อมูล

According to one report เป็นวลีที่ใช้ระบุแหล่งข้อมูล วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่ตามมามาจากรายงาน ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นข้อกล่าวอ้างส่วนตัวของผู้พูด โครงสร้างคือ according to + บุคคล องค์กร เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลอื่น เช่น according to the survey และ according to police เมื่อวลีระบุแหล่งข้อมูลอยู่ต้นประโยค มักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย According to: ____ the school notice, the library will close early today.

ดูคำตอบ

According to

what was the annual inflation rate in Venezuela การใช้คำ

0:58

อัตราเงินเฟ้อประจำปีในเวเนซุเอลา

between November 2017 and 2018?

1:01

ระหว่างเดือนพฤศจิกายนปี 2017 และ 2018 คือเท่าใด?

การใช้คำ

annual inflation rate: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อในช่วงหนึ่งปี

annual inflation rate คือเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของระดับราคาโดยรวมที่วัดในช่วงหนึ่งปี โดยมักเปรียบเทียบราคาของเดือนหนึ่งกับเดือนเดียวกันในปีก่อน annual กำหนดช่วงเวลาทางสถิติ ส่วน rate บอกว่าผลลัพธ์เป็นอัตราส่วนซึ่งมักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ในคำถามนี้ วลีดังกล่าวบอกทั้งสิ่งที่กำลังวัด ซึ่งก็คือเงินเฟ้อ และฐานเวลาของตัวเลข ไม่ได้หมายความเพียงว่าเงินเฟ้อเกิดขึ้นทุกปี

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ annual inflation rate มากที่สุด

  1. จำนวนเงินทั้งหมดที่ใช้จ่ายในแต่ละปี
  2. การเปลี่ยนแปลงของราคาที่บันทึกไว้เพียงหนึ่งวัน
  3. เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคาโดยรวมที่วัดในช่วงหนึ่งปี
ดูคำตอบ

เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคาโดยรวมที่วัดในช่วงหนึ่งปี

Was it A, 130%,

1:04

มันคือข้อ A, 130%,

B, 1,300%,

1:07

B, 1,300%,

or C, 1,300,000%?

1:09

หรือ C, 1,300,000%?

I'll say B, 1,300%.

1:14

ฉันขอตอบข้อ B, 1,300%

Okay,

1:17

โอเค

we'll find out if you're right later on. กริยาวลี

1:18

เราจะมาดูว่าคุณตอบถูกไหมในภายหลัง

กริยาวลี

find out: ได้รู้ข้อมูลใหม่

find out หมายถึงได้รู้หรือค้นพบข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าจะรู้คำตอบในภายหลัง หลังจากมีการตรวจสอบหรือเปิดเผยคำตอบแล้ว วลีนี้มักตามด้วยข้อมูลที่ต้องการรู้ เช่น find out if/whether..., find out what... หรือ find out why.... ต่างจาก find ที่ใช้เดี่ยว ๆ เพราะ find out มักเน้นการได้รับข้อมูลหรือผลลัพธ์ ไม่ใช่การหาวัตถุที่จับต้องได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึง “ได้รู้ผลลัพธ์”: We'll ____ whether our team won tomorrow.

ดูคำตอบ

find out

But let's talk more about money and inflation now.

1:20

แต่ตอนนี้เรามาพูดคุยเรื่องเงินและภาวะเงินเฟ้อกันต่อดีกว่า

Around the world,

1:24

ทั่วโลก

prices of things are rising more than normal. วลี

1:25

ราคาสิ่งของต่างๆ กำลังสูงขึ้นกว่าปกติ

วลี

ใช้ “are rising more than normal” เพื่อบอกการเพิ่มขึ้นที่มากกว่าปกติ

ในที่นี้ are rising อธิบายว่าราคากำลังเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นในช่วงเวลาที่กล่าวถึง rise เป็นอกรรมกริยา ดังนั้น prices คือสิ่งที่สูงขึ้น และกริยานี้ไม่รับกรรมตรง more than normal เปรียบเทียบการเพิ่มขึ้นนี้กับเกณฑ์ปกติ บริบทจะบอกว่าเปรียบเทียบด้านปริมาณหรืออัตรา แต่ใจความสำคัญคือการเพิ่มขึ้นนั้นเกินรูปแบบปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ prices เป็นประธานเพื่ออธิบายแนวโน้มการเพิ่มขึ้นที่มากกว่าปกติ

  1. Food prices are rising more than normal this month.
  2. Stores are raising food prices more than normal this month.
  3. Food prices are high but stable this month.
ดูคำตอบ

Food prices are rising more than normal this month.

And more worrying

1:27

และสิ่งที่น่ากังวลกว่านั้น

is that prices keep going up. ไวยากรณ์

1:28

คือราคาที่เอาแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

ใช้ “prices keep going up” เพื่อบอกแนวโน้มที่ดำเนินต่อไป

keep + รูป -ing หมายความว่าการกระทำหรือกระบวนการยังดำเนินต่อไป ใน prices keep going up คำว่า keep ตามด้วย going โดย keep ในที่นี้หมายถึง “ดำเนินต่อไป” ไม่ใช่ “เก็บรักษา” เมื่อประธานเป็นราคา จำนวน หรือระดับ go up หมายถึง “เพิ่มขึ้น” เมื่อรวมเป็น keep going up จึงแสดงแนวโน้มขาขึ้นที่เกิดซ้ำหรือดำเนินต่อไป ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นครั้งเดียวที่จบแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้ go up ในโครงสร้าง keep + -ing: My electricity bill keeps ____ every month.

ดูคำตอบ

going up

Two things in particular are increasing in price, วลี

1:31

มีสองสิ่งโดยเฉพาะที่กำลังราคาเพิ่มขึ้น

วลี

in particular: เน้นจุดสนใจที่เฉพาะเจาะจง

in particular ใช้เลือกสมาชิกหนึ่งอย่างหรือหลายอย่างที่เฉพาะเจาะจงออกมาจากกลุ่มที่กว้างกว่า ในที่นี้ Two things ระบุกลุ่มที่ถูกเลือกไว้ก่อน แล้ววลีนี้ก็ทำเครื่องหมายว่าสองสิ่งนั้นเป็นจุดสนใจก่อนที่จะบอกว่าเป็นอะไร วลีนี้ยังช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากหัวข้อกว้าง ๆ ไปสู่ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องมากที่สุด ในการใช้นี้ particular หมายถึงเฉพาะเจาะจงหรือเกี่ยวข้องเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายถึงจู้จี้หรือเอาใจยาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค Two things in particular are increasing in price, คำว่า in particular ส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. ทุกสิ่งกำลังขึ้นราคาในอัตราที่เท่ากันทุกประการ
  2. สองสิ่งนั้นเอาใจยาก
  3. สองสิ่งนั้นกำลังถูกเลือกออกมาเน้นจากกลุ่มที่กว้างกว่า
ดูคำตอบ

สองสิ่งนั้นกำลังถูกเลือกออกมาเน้นจากกลุ่มที่กว้างกว่า

วลี

be increasing in price: กำลังแพงขึ้น

ใน Two things in particular are increasing in price ตัว things หรือสิ่งของเหล่านั้นเป็นประธาน Are increasing แสดงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ และ in price บอกว่าด้านที่เปลี่ยนคือราคา เมื่อนำมารวมกันจึงหมายความว่าสิ่งของเหล่านั้นกำลังแพงขึ้น increase ในการใช้นี้เป็นอกรรมกริยา จึงไม่มีกรรมตรง เมื่อบริษัทหรือผู้ขายเป็นผู้ทำให้ราคาเปลี่ยน จะใช้ increase เป็นสกรรมกริยาและใช้คำนามที่ระบุราคาเป็นกรรม เช่น The company is increasing ticket prices.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย increase ในรูป present continuous และวลีที่บอกว่าด้านใดกำลังเปลี่ยนแปลง: These products ____ right now.

ดูคำตอบ

are increasing in price

energy,

1:34

พลังงาน

like gas and electricity,

1:35

เช่น ก๊าซและไฟฟ้า

and food.

1:37

และอาหาร

These are things we need and depend on. วลี

1:38

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจำเป็นและต้องพึ่งพา

วลี

need and depend on: ใช้กรรมเดียวกันร่วมกัน

ในที่นี้ need และ depend on เป็นวลีกริยาที่เชื่อมขนานกัน ทั้งสองวลีบอกข้อมูลเกี่ยวกับคำนาม things ที่อยู่ก่อนหน้า รูปเต็มสามารถเข้าใจได้ว่าเป็น these are things that we need and that we depend on โดยละคำสรรพนามเชื่อมความ that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ need รับกรรมได้โดยตรง แต่ depend ในความหมายว่า “พึ่งพา” ต้องใช้คู่กับ on แม้กรรมร่วมจะอยู่ก่อนหน้า ก็ห้ามตัด on ออก การใช้สองวลีนี้ร่วมกันสื่อว่าสิ่งเหล่านั้นทั้งจำเป็นและเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องพึ่งพา

แบบฝึกหัด

เติมวลีกริยาที่เชื่อมขนานกันจากบทเรียนซึ่งหมายถึง “ต้องการและพึ่งพา” ลงในประโยค: Public transport is a service many people ____.

ดูคำตอบ

need and depend on

So, what's causing the rises?

1:41

แล้วอะไรล่ะที่เป็นสาเหตุของการเพิ่มขึ้นนี้?

There seem to be two main reasons, ไวยากรณ์

1:44

ดูเหมือนว่าจะมีสองเหตุผลหลัก

ไวยากรณ์

There seem to be: เกริ่นความเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

There seem to be หมายถึง “ดูเหมือนว่าจะมี” เป็นโครงสร้าง there ที่บอกการมีอยู่และเพิ่ม seem to เข้าไป จึงใช้เกริ่น two main reasons พร้อมกับแสดงว่าการวิเคราะห์นี้ยังเป็นข้อสรุปชั่วคราว ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้อย่างระมัดระวัง นามวลีหลัง be จะกำหนดการสอดคล้องด้านจำนวน โดยพหูพจน์ two main reasons ใช้ seem ส่วนเอกพจน์ one main reason ใช้ seems โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับเกริ่นปัจจัย สาเหตุ หรือตัวเลือกที่เป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างจากบทเรียนที่หมายถึง “ดูเหมือนว่าจะมี” ลงในประโยค: There ____ two possible explanations.

ดูคำตอบ

seem to be

the COVID pandemic and the war in Ukraine,

1:46

การระบาดใหญ่ของโควิดและสงครามในยูเครน

which has reduced the supply in things we need.

1:49

ซึ่งได้ลดการจัดหาสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ลง

And when things are in short supply, โน้ต

1:52

และเมื่อสิ่งของขาดแคลน

วลี

be in short supply: มีไม่เพียงพอ

be in short supply หมายถึงมีให้ในปริมาณน้อยกว่าที่ผู้คนต้องการหรือจำเป็นต้องใช้ ในคำบรรยาย things are in short supply หมายถึงมีสิ่งของไม่เพียงพอ short ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าสั้นในด้านความยาว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คน สิ่งของ หรือทรัพยากร + be + in short supply เช่น Skilled workers are in short supply

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “ไม่มีอยู่ในปริมาณเพียงพอ” ให้สมบูรณ์: Fresh water is ____ after the long drought.

ดูคำตอบ

in short supply

available in limited quantities,

1:54

มีจำหน่ายในปริมาณจำกัด

prices go up.

1:56

ราคาก็จะสูงขึ้น

ไวยากรณ์

when ..., prices go up: ใช้ when เชื่อมสถานการณ์กับผลลัพธ์

ในประโยคนี้ when ใช้เกริ่นสถานการณ์ว่าสิ่งของมีให้ในปริมาณจำกัด ส่วนประโยคหลัก prices go up บอกผลที่ตามมา การใช้ when แบบนี้หมายถึง “เมื่อใดก็ตามที่” หรือ “ในสถานการณ์เช่นนั้น” ไม่ได้ใช้ถามเวลาที่เจาะจง รูปแบบ when + สถานการณ์, ผลลัพธ์ ช่วยจัดคำอธิบายเหตุและผลทั่วไปให้ชัดเจน วลีแทรก available in limited quantities เป็นการอธิบาย in short supply ด้วยคำอื่น ไม่ใช่ผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

โครงสร้างใน “When roads are icy, accidents become more likely” ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกข้อเท็จจริงสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. ถามว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นเวลาใดอย่างแน่นอน
  3. บอกสถานการณ์หนึ่งแล้วตามด้วยผลที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

บอกสถานการณ์หนึ่งแล้วตามด้วยผลที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น

The BBC World Service program The Real Story

1:58

รายการ The Real Story ของสถานีวิทยุ BBC World Service

discussed this in much more detail.

2:01

ได้อภิปรายเรื่องนี้ในรายละเอียดที่มากขึ้น

One expert economist,

2:04

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์

writer, and broadcaster Linda Yueh

2:06

นักเขียน และผู้ประกาศ ลินดา เย่ว์

explained how price rises could be around for a while. วลี

2:08

ได้อธิบายว่าการที่ราคาสูงขึ้นอาจจะคงอยู่ไปอีกสักพัก

วลี

could be around for a while: อาจคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ในประโยคนี้ be around หมายถึง “ยังคงมีอยู่ต่อไป” ไม่ได้กล่าวถึงตำแหน่งทางกายภาพ ส่วน for a while เพิ่มความหมายว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด ดังนั้นราคาที่สูงขึ้นอาจไม่ได้หายไปอย่างรวดเร็ว could แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน รูปแบบ could be around for a while ใช้กล่าวถึงแนวโน้ม ปัญหา แนวปฏิบัติ หรือผลกระทบที่อาจดำเนินต่อไปได้

แบบฝึกหัด

could be around for a while หมายถึงอะไรในบริบทนี้?

  1. อาจดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาที่ไม่แน่นอน
  2. จะสิ้นสุดทันทีอย่างแน่นอน
  3. อาจย้ายไปยังสถานที่ใกล้เคียง
ดูคำตอบ

อาจดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาที่ไม่แน่นอน

Even if you take out some of these volatile items like food and energy, โน้ต

2:13

แม้ว่าคุณจะหักรายการที่มีความผันผวนสูงบางอย่างเช่นอาหารและพลังงานออกไป

ไวยากรณ์

Even if: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

Even if ใช้นำหน้าเงื่อนไขเชิงยอมรับ กล่าวคือ เงื่อนไขนั้นถูกมองว่าเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหรือเป็นสมมติฐาน แต่จะไม่เปลี่ยนข้อสรุปในประโยคหลัก ในที่นี้ การตัดรายการที่ผันผวนออกถูกนำเสนอเป็นเงื่อนไขดังกล่าว รูปแบบทั่วไปคือ even if + เงื่อนไข, ผลลัพธ์ในประโยคหลัก ใช้เมื่อต้องการบอกว่าไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่นำเสนอฝนเป็นเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทำให้แผนเปลี่ยนไป: ____ it rains, the concert will continue indoors.

ดูคำตอบ

Even if

กริยาวลี

take out ในความหมายว่าตัดออกจากการวิเคราะห์

ในประโยคนี้ take out หมายถึงการตัดหมวดบางอย่างออกจากการคำนวณหรือการวิเคราะห์ อาหารและพลังงานถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบของข้อมูล ไม่ใช่สิ่งของที่ถูกหยิบออกไปจริง ๆ โครงสร้างใช้ได้ทั้ง take out + รายการ และ take + รายการ + out ในการอธิบายเชิงวิเคราะห์แบบพูด วลีนี้แสดงว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรเมื่อไม่นับหรือไม่พิจารณารายการนั้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึงตัดออกจากการคำนวณ: To compare the underlying prices, ____ taxes and delivery fees.

ดูคำตอบ

take out

การใช้คำ

volatile items ในการวิเคราะห์เศรษฐกิจ

ในที่นี้ volatile items หมายถึงหมวดรายการที่ราคาเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว รุนแรง และคาดเดาได้ยาก อาหารและพลังงานเป็นตัวอย่างที่พบบ่อย เพราะราคาตอบสนองอย่างมากต่อปัญหาด้านอุปทาน สภาพอากาศ และเหตุการณ์ทั่วโลก ในการอภิปรายด้านเศรษฐกิจ volatile ใช้บอกความไม่เสถียรของราคา ตลาด หรือชุดข้อมูล ในที่นี้คำนี้บอกลักษณะการเคลื่อนไหวของราคา ไม่ใช่คุณสมบัติทางกายภาพของสินค้า

แบบฝึกหัด

volatile items หมายถึงอะไรในประโยคเกี่ยวกับเศรษฐกิจนี้

  1. ผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นอันตรายทางกายภาพเสมอ
  2. สิ่งของที่มีมูลค่าสูงเป็นพิเศษ
  3. หมวดที่ราคาเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและคาดเดาได้ยาก
ดูคำตอบ

หมวดที่ราคาเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและคาดเดาได้ยาก

the sustained price increases that we've had, การใช้คำ

2:18

การเพิ่มขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่องที่เราประสบอยู่

การใช้คำ

the sustained price increases: การปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง

คำคุณศัพท์ sustained หมายถึงการดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาที่มีนัยสำคัญ ไม่ใช่การพุ่งขึ้นเพียงชั่วครู่ ในที่นี้คำนี้ขยาย price increases จึงหมายถึงการขึ้นราคาที่เกิดซ้ำหรือดำเนินต่อเนื่อง ในรายงานด้านการเงิน sustained บอกว่าแนวโน้มนั้นยาวนานพอที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจหรือราคาในภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าราคาถูก “ค้ำไว้” ในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะอธิบายว่าเป็น sustained price increases?

  1. ราคาสูงขึ้นทุกเดือนเป็นเวลาหนึ่งปี
  2. ราคาพุ่งขึ้นเพียงหนึ่งวันแล้วกลับสู่ระดับปกติ
  3. ร้านค้าแห่งหนึ่งคงราคาสินค้าทั้งหมดไว้เท่าเดิม
ดูคำตอบ

ราคาสูงขึ้นทุกเดือนเป็นเวลาหนึ่งปี

it is actually getting passed through into how companies price their goods and services. โน้ต

2:20

แท้จริงแล้วมันกำลังถูกส่งผ่านไปยังวิธีที่บริษัทต่างๆ ตั้งราคาสินค้าและบริการของพวกเขา

กริยาวลี

getting passed through into: ถูกส่งผ่านไปยังผลลัพธ์ถัดไป

ในการใช้เชิงเศรษฐกิจ getting passed through into หมายถึงต้นทุน แรงกดดัน หรือการเปลี่ยนแปลงถูกส่งจากขั้นหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไปยังอีกขั้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ที่ตามมา ในที่นี้แรงกดดันก่อนหน้ากำลังเริ่มส่งผลต่อวิธีที่บริษัทกำหนดราคาสินค้าและบริการ Getting แสดงกระบวนการกรรมวาจกที่กำลังเกิดขึ้น กล่าวคือผลกระทบกำลังถูกถ่ายทอด ไม่ใช่สิ่งของกำลังเคลื่อนผ่านสถานที่ ส่วน into นำเข้าสู่ขอบเขตหรือผลลัพธ์ที่ผลกระทบนั้นปรากฏ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนเพื่อแสดงว่าต้นทุนถูกส่งต่อไปยังราคาในขั้นถัดไป: The rise in shipping costs is ____ higher delivery fees.

ดูคำตอบ

getting passed through into

การใช้คำ

price their goods and services: price ที่ใช้เป็นคำกริยา

ใน companies price their goods and services คำว่า price เป็นคำกริยา หมายถึง “กำหนดจำนวนเงินที่ลูกค้าต้องจ่ายเพื่อซื้อสิ่งหนึ่ง” ประธานคือ companies และกรรมตรงคือ their goods and services อนุประโยคที่นำด้วย how กล่าวถึงวิธีที่บริษัทตัดสินใจกำหนดราคานั้น ประโยคนี้พูดถึงการกระทำในการตั้งราคา ไม่ใช่เพียงตัวราคาเอง

แบบฝึกหัด

ใช้ price เป็นคำกริยาเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The company will ____ its new service at twenty pounds a month.

ดูคำตอบ

price

And that's where it gets extremely worrying ลำดับความ

2:25

และนั่นคือจุดที่มันน่ากังวลอย่างยิ่ง

ลำดับความ

that's where it gets extremely worrying: การชี้จุดสำคัญ

That's where ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริง where หมายถึงจุดเชิงนามธรรมในสถานการณ์หรือการให้เหตุผล กล่าวคือ พัฒนาการที่กล่าวมาก่อนหน้านี้คือขั้นที่เรื่องเริ่มน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยเชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้ากับการประเมินของผู้พูด และส่งสัญญาณว่า “ส่วนสำคัญอยู่ตรงนี้” รูปแบบ That's where + อนุประโยค ยังใช้ชี้จุดที่ผลลัพธ์หรือปัญหาเริ่มปรากฏได้ด้วย

แบบฝึกหัด

อ่านตัวอย่างใหม่: The first delay is manageable, but that's where the plan gets risky. ในที่นี้ that's where ชี้ถึงอะไร

  1. สถานที่จริงที่เก็บแผนไว้
  2. จุดที่แผนเริ่มมีความเสี่ยง
  3. เหตุผลที่ความล่าช้าครั้งแรกยังจัดการได้
ดูคำตอบ

จุดที่แผนเริ่มมีความเสี่ยง

because that suggests that even if energy prices, food prices come down, กริยาวลี

2:28

เพราะนั่นบ่งชี้ว่าแม้ราคาพลังงาน ราคาอาหารจะลดลง

กริยาวลี

come down ในความหมายว่าราคาลดลง

เมื่อพูดถึงราคา come down หมายถึง “ลดลง” หรือ “ลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า” ประธานคือ energy prices และ food prices ดังนั้นประโยคนี้กล่าวถึงระดับราคาที่ลดลง ไม่ใช่คนที่ลงมาจากที่สูง กริยาวลีนี้ยังใช้บอกการลดลงของอัตรา อุณหภูมิ ตัวเลข หรือระดับอื่นที่วัดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่เรียนซึ่งหมายถึง “ลดลง”: If hotel prices ____ after summer, we can afford a longer stay.

ดูคำตอบ

come down

we could have inflation now in the system. การใช้คำ

2:32

เราก็อาจมีภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระบบแล้วตอนนี้

การใช้คำ

inflation ... in the system: แรงกดดันเงินเฟ้อที่ฝังอยู่ในเศรษฐกิจ

ในประโยคนี้ inflation ... in the system หมายความว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจฝังอยู่ในเศรษฐกิจโดยรวมแล้ว system หมายถึงกลไกทางเศรษฐกิจที่ส่งผ่านต้นทุนไปยังราคา ค่าจ้าง และการตัดสินใจทางธุรกิจ ไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ วลีนี้สื่อถึงสิ่งที่กว้างและยืดเยื้อกว่าการเพิ่มขึ้นชั่วคราวของราคาพลังงานหรืออาหารเพียงไม่กี่รายการ แม้ราคาเหล่านั้นจะลดลง ผลกระทบที่กำลังส่งผ่านไปทั่วเศรษฐกิจแล้วก็อาจดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

'inflation ... in the system' หมายถึงอะไรในบริบทนี้?

  1. มีสินค้าเพียงชนิดเดียวที่แพงขึ้นช่วงสั้น ๆ
  2. คอมพิวเตอร์ได้บันทึกตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด
  3. แรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้ฝังอยู่ในเศรษฐกิจโดยรวมแล้ว
ดูคำตอบ

แรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้ฝังอยู่ในเศรษฐกิจโดยรวมแล้ว

And I think that for advanced economies is worrying,

2:35

และผมคิดว่าสำหรับประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้านั้นน่ากังวล

for developing countries,

2:38

สำหรับประเทศกำลังพัฒนา

that's hugely worrying.

2:39

นั่นน่ากังวลอย่างมหาศาล

Linda Yueh used some interesting language there.

2:42

ลินดา เย่ว์ ใช้ภาษาที่น่าสนใจตรงนั้น

She talked about food and energy being volatile items.

2:45

เธอพูดถึงอาหารและพลังงานว่าเป็นรายการที่มีความผันผวน

Something that's volatile is unpredictable

2:49

บางสิ่งที่มีความผันผวน (volatile) คือคาดเดาไม่ได้

and can change suddenly.

2:51

และสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างกะทันหัน

And that's what we've experienced with food and energy prices.

2:53

และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่กับราคาอาหารและพลังงาน

Yes,

2:57

ใช่

and she said these price increases have been sustained.

2:57

และเธอบอกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาเหล่านี้ดำเนินอย่างต่อเนื่อง (sustained)

So, continuing at the same level for a long period of time.

3:01

คือการดำเนินต่อไปในระดับเดิมเป็นเวลานาน

But Linda Yueh says that even if energy and food prices eventually come down,

3:05

แต่ ลินดา เย่ว์ กล่าวว่าแม้ราคาพลังงานและอาหารจะลดลงในท้ายที่สุด

companies will pass on the extra costs they've already faced กริยาวลี

3:10

บริษัทต่างๆ ก็จะส่งผ่านต้นทุนส่วนเพิ่มที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่

by charging more for their goods and services. ไวยากรณ์

3:14

ด้วยการคิดราคาสินค้าและบริการของพวกเขาให้แพงขึ้น

กริยาวลี

pass on the extra costs: ผลักภาระต้นทุนเพิ่มเติมไปให้ผู้อื่น

ในบริบททางธุรกิจนี้ pass on the extra costs หมายถึงการทำให้อีกฝ่ายต้องรับภาระต้นทุนที่บริษัทได้เผชิญแล้ว บริษัททำเช่นนี้โดยเพิ่มจำนวนเงินที่ลูกค้าต้องจ่าย แทนที่จะรับภาระส่วนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดไว้เอง เมื่อ costs เป็นกรรม pass on แสดงถึงการเปลี่ยนฝ่ายที่ต้องรับภาระทางการเงิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าลูกค้าจะเป็นผู้รับภาระต้นทุนเพิ่มเติมแทนธุรกิจ

  1. The shop will absorb the extra costs itself.
  2. The shop will pass on the extra costs to customers.
  3. The shop will record the extra costs in its accounts.
ดูคำตอบ

The shop will pass on the extra costs to customers.

ไวยากรณ์

by charging more for: แสดงวิธีที่ใช้

by + รูป -ing ใช้แนะนำวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by charging more for their goods and services ตอบว่าบริษัทผลักภาระต้นทุนอย่างไร charge more for something หมายถึงเรียกเก็บราคาที่สูงขึ้นสำหรับสินค้าหรือบริการนั้น ในวลีนี้ by แสดงวิธีหรือเครื่องมือ ไม่ได้แสดงสถานที่หรือกำหนดเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี by charging more for ให้ตรงทุกคำ: The club covered its higher rent ____ annual memberships.

ดูคำตอบ

by charging more for

And this could cause inflation.

3:17

และนี่อาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้

There's that word again.

3:20

คำนี้มาอีกแล้ว

Continuing price rises aren't good for anyone, วลี

3:22

ราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่เป็นผลดีต่อใครเลย

วลี

Continuing price rises: continuing + คำนาม

Continuing เป็นคำกริยารูป -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์หน้ากลุ่มคำนาม price rises โดยบอกว่าราคาเริ่มเพิ่มขึ้นมาระยะหนึ่งแล้วและยังคงเพิ่มขึ้นอยู่ กลุ่มคำ Continuing price rises ทั้งหมดเป็นประธานของ aren't good ส่วน continuing ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค โครงสร้าง continuing + คำนาม เป็นวิธีกระชับในการเรียกปัญหา กระบวนการ หรือแนวโน้มที่ยังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ continuing เหมือนคำคุณศัพท์หน้าคำนาม เพื่อเรียกสถานการณ์ที่ยังคงดำเนินอยู่?

  1. The delays continue to affect the morning trains.
  2. Continuing delays are affecting the morning trains.
  3. The meeting is continuing after a short break.
ดูคำตอบ

Continuing delays are affecting the morning trains.

but especially for people in developing economies, การใช้คำ

3:25

แต่โดยเฉพาะกับผู้คนในระบบเศรษฐกิจกำลังพัฒนา

การใช้คำ

developing economies: หมวดหมู่ตามขั้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

Developing economies หมายถึงเศรษฐกิจระดับประเทศหรือภูมิภาคที่โดยทั่วไปถูกจัดว่าอยู่ในขั้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีรายได้ต่ำกว่าหรือมีการพัฒนาอุตสาหกรรมน้อยกว่า ใน people in developing economies วลีนี้ระบุสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่คนเหล่านั้นอาศัยอยู่ ในที่นี้ developing บอกขั้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจแบบกว้าง ๆ ส่วน economies มองประเทศหรือภูมิภาคในฐานะระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายถึงเศรษฐกิจที่ใครบางคนกำลังสร้างขึ้นตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ในรายงานเศรษฐกิจ developing economies น่าจะหมายถึงอะไร?

  1. ธุรกิจที่กำลังสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่
  2. เศรษฐกิจระดับประเทศหรือภูมิภาคที่โดยทั่วไปอยู่ในขั้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าน้อยกว่า
  3. แผนที่มีเป้าหมายทำให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนประหยัดขึ้น
ดูคำตอบ

เศรษฐกิจระดับประเทศหรือภูมิภาคที่โดยทั่วไปอยู่ในขั้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าน้อยกว่า

countries which have industry that's less developed

3:28

ประเทศซึ่งมีอุตสาหกรรมที่พัฒนาน้อยกว่า

and have lower living standards. การใช้คำ

3:31

และมีมาตรฐานการครองชีพที่ต่ำกว่า

การใช้คำ

lower living standards: มาตรฐานการครองชีพที่ต่ำกว่า

วลี living standards หมายถึงระดับโดยรวมของความเป็นอยู่ด้านวัตถุและการเข้าถึงสิ่งจำเป็นของบุคคลหรือกลุ่ม ซึ่งอาจรวมถึงรายได้ ที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล การศึกษา ตลอดจนการเข้าถึงสินค้าและบริการ lower living standards หมายถึงเงื่อนไขเหล่านี้แย่กว่าเมื่อเทียบกับกลุ่ม สถานที่ ช่วงเวลา หรือเกณฑ์ที่คาดหมายอีกชุดหนึ่ง ในที่นี้ standards หมายถึงระดับของสภาพความเป็นอยู่ ไม่ใช่กฎ หลักศีลธรรม หรือข้อกำหนดในการสอบ ส่วน lower เป็นรูปเปรียบเทียบ ดังนั้นสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอาจระบุไว้ชัดเจนหรือเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ตรงกับความหมายว่าสภาพความเป็นอยู่ด้านวัตถุโดยรวมแย่ลง: A long economic crisis can lead to ____.

ดูคำตอบ

lower living standards

Another possible consequence of inflation is recession. โน้ต

3:33

อีกหนึ่งผลที่ตามมาที่เป็นไปได้ของภาวะเงินเฟ้อคือภาวะเศรษฐกิจถดถอย

วลี

consequence of inflation: ผลที่ตามมาจากเงินเฟ้อ

ในวลี consequence of inflation คำว่า consequence หมายถึงผลที่เกิดขึ้นเพราะเงินเฟ้อ รูปแบบ consequence of + คำนามหรือกลุ่มคำนามจะวางผลไว้หน้า of และวางสาเหตุหรือที่มาไว้หลัง of ในประโยคเต็ม recession ถูกนำเสนอว่าเป็นผลที่อาจเกิดขึ้น consequence มักเน้นผลกระทบที่สำคัญ และอาจฟังดูร้ายแรงกว่าและใช้กับผลด้านลบบ่อยกว่าคำกลาง ๆ อย่าง result ส่วน possible ทำให้ชัดเจนว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าน้ำท่วมที่เกิดซ้ำเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  1. Repeated flooding can be a consequence of climate change.
  2. Climate change can be a consequence of repeated flooding.
  3. Repeated flooding can be a cause of climate change.
ดูคำตอบ

Repeated flooding can be a consequence of climate change.

This economic term describes a situation where a country's production starts going down, กริยาวลี

3:37

คำศัพท์ทางเศรษฐกิจนี้อธิบายถึงสถานการณ์ที่การผลิตของประเทศเริ่มลดลง

กริยาวลี

starts going down: เริ่มลดลง

เมื่อประธานเป็นปริมาณหรือระดับที่วัดได้ go down หมายถึงลดลง ส่วน starts going down เพิ่มความหมายว่าการลดลงนั้นเริ่มเกิดขึ้น ไม่ได้เพียงบอกว่าระดับอยู่ในระดับต่ำ โครงสร้างคือ start + รูป -ing โดย starts ในปัจจุบันกาลสอดคล้องกับประธานเอกพจน์ production ส่วน started going down จะระบุว่าการลดลงเริ่มขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มลดลง”: When demand falls, production ____.

ดูคำตอบ

starts going down

people's incomes go down,

3:43

รายได้ของผู้คนลดลง

and unemployment goes up. กริยาวลี

3:45

และการว่างงานเพิ่มขึ้น

การใช้คำ

recession: ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ในประโยคนี้ recession เป็นศัพท์เศรษฐศาสตร์มหภาคที่หมายถึงช่วงเวลาที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอ่อนแอลง คำอธิบายเชื่อมโยงภาวะนี้กับการผลิตและรายได้ที่ลดลง รวมถึงการว่างงานที่เพิ่มขึ้น คำนี้ไม่ได้หมายถึงการถอยหลังตามความหมายทั่วไป จุดสังเกตสำคัญคือดัชนีเศรษฐกิจในวงกว้างหลายด้านกำลังแย่ลงพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะเรียกว่า recession มากที่สุด

  1. ร้านค้าแห่งหนึ่งลดราคาสินค้าชนิดเดียวในช่วงสุดสัปดาห์
  2. บริษัทแห่งหนึ่งย้ายสำนักงานไปยังชั้นที่ต่ำกว่า
  3. การผลิตและรายได้ทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจลดลง ขณะที่การว่างงานเพิ่มขึ้น
ดูคำตอบ

การผลิตและรายได้ทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจลดลง ขณะที่การว่างงานเพิ่มขึ้น

กริยาวลี

unemployment goes up: ใช้ go up เพื่อบอกการเพิ่มขึ้น

ในประโยคนี้ unemployment goes up หมายถึงการว่างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งมักสื่อว่าอัตราการว่างงานสูงขึ้น ประธานคือภาวะหรือตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่เป็นนามธรรม ไม่ได้มีสิ่งใดเคลื่อนที่ขึ้นจริง ๆ Go up เป็นรูปแบบกริยาอกรรมที่ใช้บ่อยเพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงของตัวเลข ระดับ ราคา อัตรา และต้นทุน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจะเป็นประธาน เช่น Prices go up ส่วนการเปลี่ยนแปลงในทางตรงข้ามใช้ The unemployment rate goes down ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “เพิ่มขึ้น”: During a recession, unemployment may ____.

ดูคำตอบ

go up

This all sounds like a very bleak economic outlook. การใช้คำ

3:48

ทั้งหมดนี้ฟังดูเป็นแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่มืดมนมาก

การใช้คำ

bleak economic outlook: มุมมองที่มองอนาคตในแง่ร้าย

A bleak economic outlook คือการประเมินอนาคตของเศรษฐกิจในแง่ลบอย่างมาก Bleak สื่อว่าแทบไม่มีความหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ส่วน economic outlook หมายถึงทิศทางหรือภาวะของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในที่นี้ outlook ไม่ได้หมายถึงทิวทัศน์ที่มองเห็นจริง ๆ ในข่าวและบทวิเคราะห์ คำนี้หมายถึงความคาดหมายเกี่ยวกับสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

แบบฝึกหัด

ในรายงานการเงิน 'a bleak economic outlook' หมายถึงอะไร?

  1. คำบรรยายทิวทัศน์ด้านนอกสำนักงาน
  2. รายการตัวเลขเศรษฐกิจปัจจุบันแบบเป็นกลาง
  3. มุมมองที่มองอนาคตของเศรษฐกิจในแง่ร้ายอย่างมาก
ดูคำตอบ

มุมมองที่มองอนาคตของเศรษฐกิจในแง่ร้ายอย่างมาก

So, what can be done? ไวยากรณ์

3:52

แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างล่ะ?

ไวยากรณ์

การใช้ What can be done? เพื่อถามถึงทางแก้ที่เป็นไปได้

What can be done? เป็นคำถามรูปถูกกระทำที่ใช้กริยาช่วย โดยมีโครงสร้าง what + can + be + done ใช้ถามว่ามีการกระทำหรือทางแก้ใดที่เป็นไปได้ โดยไม่ระบุว่าใครจะเป็นผู้ลงมือทำ หลังจากอธิบายปัญหาแล้ว คำถามนี้ช่วยเปลี่ยนการสนทนาจากการวิเคราะห์ปัญหาไปสู่การหาทางแก้ที่เป็นไปได้ รูปถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย What + can + รูปถูกกระทำของ do: The river is badly polluted. ____?

ดูคำตอบ

What can be done

Well, that's the million-dollar question, สำนวน

3:54

นั่นแหละคือคำถามที่สำคัญมาก

สำนวน

That's the million-dollar question: คำถามสำคัญที่ไม่มีคำตอบง่าย ๆ

the million-dollar question เป็นสำนวนที่หมายถึงคำถามสำคัญที่สุดในการสนทนา โดยเฉพาะคำถามที่ตอบได้ยากหรือยังไม่รู้คำตอบ ในประโยคนี้ that's ชี้กลับไปยังคำถามที่เพิ่งถูกถาม ส่วน million-dollar เป็นการกล่าวเกินจริงเพื่อสื่อว่าคำตอบมีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าคำถามมีราคาหรือรางวัลหนึ่งล้านดอลลาร์

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า "That's the million-dollar question"?

  1. การตอบคำถามนั้นจะมีค่าใช้จ่ายหนึ่งล้านดอลลาร์พอดี
  2. เฉพาะคนร่ำรวยเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ตอบคำถามนั้น
  3. คำถามนั้นเป็นประเด็นหลักและตอบได้ยาก
ดูคำตอบ

คำถามนั้นเป็นประเด็นหลักและตอบได้ยาก

and economists are trying to work it out. กริยาวลี

3:56

และนักเศรษฐศาสตร์กำลังพยายามหาคำตอบกันอยู่

กริยาวลี

trying to work it out: การพยายามแก้ปัญหาหรือทำความเข้าใจเรื่องนั้น

ในประโยคนี้ trying to work it out หมายถึงการพยายามหาคำตอบหรือวิธีแก้ไข โดย it อ้างถึงปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังพูดถึง ดังนั้น work out ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย เมื่อใช้กริยาวลีที่แยกคำได้คำนี้กับคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง work กับ out: work it out ไม่ใช่ work out it ส่วน Trying to สื่อถึงความพยายาม ไม่ได้หมายความว่านักเศรษฐศาสตร์ทำสำเร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึง “แก้ปัญหา” ลงในประโยคให้สมบูรณ์: After studying the clues, Maya managed to ____.

ดูคำตอบ

work it out

Speaking on the Real Story program,

3:59

จากการพูดคุยในรายการ The Real Story

economist Vicky Pryce gave an overview of how to control inflation. วลี

4:01

นักเศรษฐศาสตร์ วิกกี้ ไพรซ์ ให้ภาพรวมของวิธีควบคุมภาวะเงินเฟ้อ

วลี

give an overview of how to...: นำเสนอประเด็นสำคัญโดยสรุป

ในประโยคนี้ gave an overview of หมายถึงนำเสนอประเด็นสำคัญเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจหัวข้อโดยรวม โดยไม่ลงรายละเอียดทุกอย่าง หัวข้อที่ตามหลัง of คือ how to control inflation รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ give an overview of + หัวข้อ โดยหัวข้ออาจเป็นนามวลี เช่น the new policy หรือเป็น how to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น how to apply ส่วน Gave เป็นรูปอดีตของ give

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “นำเสนอประเด็นสำคัญ” ลงในประโยค: The speaker will ____ how to prepare for an earthquake.

ดูคำตอบ

give an overview of

One of the things that actually is most effective is by slowing down demand. ไวยากรณ์

4:06

สิ่งหนึ่งที่ได้ผลมากที่สุดจริง ๆ คือการชะลออุปสงค์

ไวยากรณ์

by slowing down demand: ใช้ by + คำกริยารูป -ing เพื่อบอกวิธีการ

by ใช้บอกวิธีที่นำไปสู่ผลลัพธ์ โครงสร้างคือ by + คำกริยารูป -ing โดย by ตอบคำถามว่า “ทำอย่างไร” และรูป -ing ระบุการกระทำนั้น ในประโยคนี้ by slowing down demand หมายถึงการทำให้อุปสงค์เติบโตช้าลงหรือลดลงคือวิธีที่นำมาใช้ by ตรงนี้ไม่ได้ใช้บอกผู้กระทำในประโยคกรรมวาจก

แบบฝึกหัด

ใช้ by และคำกริยาในวงเล็บเติมประโยคให้สมบูรณ์: We saved money ____ at home. (cook)

ดูคำตอบ

by cooking

And if you increase interest rates, วลี

4:10

และถ้าคุณเพิ่มอัตราดอกเบี้ย

วลี

increase interest rates: คำที่ใช้ร่วมกันเป็นมาตรฐานในบริบทการเงิน

Increase interest rates เป็นคำที่ใช้ร่วมกันแบบกริยา–กรรมซึ่งเป็นมาตรฐานในบริบทการเงินและนโยบายเศรษฐกิจ หมายถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากการกู้ยืมหรือจ่ายให้กับเงินออมให้สูงขึ้น ในอนุประโยค if you increase interest rates คำว่า increase รับ interest rates เป็นกรรมโดยตรง ปกติภาษาอังกฤษจะไม่ใช้ make interest rates more เพื่อสื่อความหมายนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำที่จับคู่กันตามมาตรฐานและมีลำดับคำเป็นธรรมชาติ

  1. The central bank may make interest rates more next month.
  2. The central bank may increase interest rates next month.
  3. The central bank may increase next month interest rates more.
ดูคำตอบ

The central bank may increase interest rates next month.

what you do is you discourage people from borrowing, วลี

4:11

สิ่งที่คุณทำคือคุณทำให้คนไม่อยากกู้ยืม

วลี

discourage people from borrowing: โครงสร้าง discourage someone from doing something

Discourage people from borrowing หมายถึงทำให้ผู้คนอยากกู้ยืมน้อยลงหรือมีแนวโน้มจะกู้ยืมน้อยลง ในที่นี้ discourage สื่อถึงการลดแรงจูงใจ ไม่ใช่การทำให้คนรู้สึกเศร้า และไม่ได้หมายความว่าการกู้ยืมเป็นไปไม่ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ discourage + บุคคลหรือกลุ่ม + from + กริยารูป -ing ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย from ระบุการกระทำที่ถูกทำให้ไม่อยากทำ: people from borrowing

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง discourage + person + from + verb-ing ให้สมบูรณ์: A refundable deposit can discourage guests ____ losing their room keys.

ดูคำตอบ

from

whether they're individuals or whether they are businesses. ไวยากรณ์

4:14

ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือจะเป็นธุรกิจก็ตาม

ไวยากรณ์

whether ... or whether ...: ครอบคลุมทั้งสองทางเลือก

Whether they're individuals or whether they are businesses ระบุหมวดหมู่ที่เป็นไปได้สองแบบ และบอกว่าเนื้อหาที่อยู่รอบ ๆ ใช้ได้กับทั้งสองกรณี หมายความว่าความแตกต่างระหว่างบุคคลกับธุรกิจไม่ทำให้ข้อสรุปเปลี่ยนไป นี่คือโครงสร้าง whether ... or whether ... ไม่ใช่คำถามที่ขอให้ผู้ฟังเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง การใช้ whether ซ้ำทำให้ทั้งสองทางเลือกชัดเจนและมีโครงสร้างขนานกัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบขนานเต็มรูป whether ... or whether ...: The policy applies ____ you work at home or ____ you work in the office.

ดูคำตอบ

whether · whether

And of course,

4:17

และแน่นอน

the economy starts slowing down. วลี

4:17

เศรษฐกิจก็จะเริ่มชะลอตัวลง

วลี

the economy starts slowing down: กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว

ในที่นี้ the economy starts slowing down หมายถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มเติบโตหรือดำเนินไปในอัตราที่ช้าลง slow down ใช้กับกระบวนการเชิงนามธรรมได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับคนหรือยานพาหนะที่เคลื่อนที่ช้าลงเท่านั้น starts slowing down เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพิ่งเริ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจหยุดลงแล้ว และตัวประโยคนี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าเกิดภาวะถดถอย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง start + -ing ที่เน้นไว้ เพื่อแสดงว่ากระบวนการเริ่มช้าลง: After a strong first quarter, economic growth ____.

ดูคำตอบ

started slowing down

So, she says what is most effective,

4:19

ดังนั้น เธอบอกว่าสิ่งที่ได้ผลมากที่สุด

meaning what works well and gets the best results,

4:21

หมายถึงสิ่งที่ทำงานได้ดีและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

is slowing down demand.

4:24

คือการชะลออุปสงค์

Increasing interest rates can do this because it causes people will borrow less money.

4:26

การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยสามารถทำสิ่งนี้ได้เพราะทำให้คนกู้ยืมเงินน้อยลง

Interest rates are fees banks and financial institutions charge you for borrowing money. โน้ต

4:31

อัตราดอกเบี้ยคือค่าธรรมเนียมที่ธนาคารและสถาบันการเงินเรียกเก็บจากคุณในการกู้ยืมเงิน

การใช้คำ

Interest rates: อัตราร้อยละที่กำหนดต้นทุนการกู้ยืม

Interest rates คืออัตราร้อยละที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยของเงินที่กู้หรือออมไว้ ในประโยคนี้ คำว่า fees เป็นคำอธิบายแบบง่าย ๆ ถึงค่าใช้จ่ายที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเรียกเก็บจากผู้กู้ ในบริบททางการเงิน interest หมายถึงเงินที่เรียกเก็บจากเงินกู้หรือได้รับจากเงินออม ไม่ได้หมายถึงความสนใจ ส่วน rate หมายถึงสัดส่วน ดังนั้น interest rate จึงมักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์

แบบฝึกหัด

ในบริบทของธนาคาร interest rates หมายถึงอะไร?

  1. จำนวนธนาคารที่ให้บริการเงินกู้
  2. ระดับความสนใจของผู้คนที่มีต่อหัวข้อหนึ่ง
  3. อัตราร้อยละที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยของเงินที่กู้หรือออมไว้
ดูคำตอบ

อัตราร้อยละที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยของเงินที่กู้หรือออมไว้

วลี

charge you for borrowing money: เรียกเก็บเงินจากบุคคลสำหรับการกระทำบางอย่าง

โครงสร้าง charge + บุคคล + for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการเรียกเก็บเงินจากบุคคลนั้นสำหรับสินค้า บริการ หรือการกระทำบางอย่าง ในที่นี้ ธนาคารและสถาบันการเงินเรียกเก็บเงินจากผู้กู้เนื่องจากการกู้ยืมเงิน กรรมที่อยู่หลัง charge คือผู้จ่ายเงิน ส่วน for ใช้นำสิ่งที่ค่าธรรมเนียมนั้นเกี่ยวข้องด้วย ในประโยคนี้ charge หมายถึง “เรียกเก็บเงิน” ไม่ใช่ “ชาร์จอุปกรณ์” หรือ “ตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง charge + บุคคล + for: The hotel will ____ using the minibar.

ดูคำตอบ

charge you for

And if we borrow less money, ไวยากรณ์

4:37

และถ้าเรากู้เงินน้อยลง

we buy fewer things,

4:39

เราก็จะซื้อของน้อยลง

which can reduce inflation.

4:40

ซึ่งช่วยลดภาวะเงินเฟ้อได้

ไวยากรณ์

if ..., ผลลัพธ์, which ...: การเชื่อมโยงลำดับเหตุและผล

อนุประโยค if ให้เงื่อนไข คือการกู้เงินน้อยลง ประโยคหลักให้ผลโดยตรง คือการซื้อของน้อยลง จากนั้นอนุประโยค comma + which จะเพิ่มผลที่อาจตามมาอีกขั้น คือการลดอัตราเงินเฟ้อ ในที่นี้ which ย้อนกลับไปกล่าวถึงผลก่อนหน้าทั้งหมด คือการซื้อของน้อยลงภายใต้เงื่อนไขนั้น ไม่ได้กล่าวถึงเพียงคำนาม things รูปแบบนี้เชื่อมเงื่อนไข ผลโดยตรง และผลกระทบที่กว้างขึ้น can แสดงว่าผลสุดท้ายมีความเป็นไปได้ ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง which กล่าวถึงอะไร

  1. เฉพาะคำนาม money
  2. ผลก่อนหน้าทั้งหมด คือการซื้อของน้อยลงภายใต้เงื่อนไขนั้น
  3. เฉพาะคำนาม things
ดูคำตอบ

ผลก่อนหน้าทั้งหมด คือการซื้อของน้อยลงภายใต้เงื่อนไขนั้น

I think it makes sense now. วลี

4:42

ผมคิดว่าตอนนี้มันเข้าทีแล้วล่ะ

วลี

it makes sense now: เข้าใจหลังจากฟังคำอธิบาย

ในประโยคนี้ it makes sense now หมายถึงคำอธิบายก่อนหน้านี้เข้าใจได้และมีเหตุผลชัดเจนแล้ว it หมายถึงแนวคิดหรือเหตุผลที่เพิ่งพูดถึง ไม่ได้หมายถึงประสาทสัมผัสทางกาย เช่น การมองเห็นหรือการได้ยิน รูปแบบ make sense ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเข้าใจได้หรือสมเหตุสมผล ส่วน now แสดงถึงการเปลี่ยนแปลง คือก่อนหน้านี้ผู้พูดยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เข้าใจหลังจากฟังคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เข้าใจได้”: After I saw the diagram, the explanation ____ now.

ดูคำตอบ

makes sense

And if you were in Venezuela in 2018, ไวยากรณ์

4:44

และถ้าคุณอยู่ในเวเนซุเอลาในปี 2018

you would really want inflation to go down,

4:47

คุณก็คงอยากให้ภาวะเงินเฟ้อลดลงจริงๆ

ไวยากรณ์

if you were ..., you would really want ...: สถานการณ์สมมติ

รูปแบบ if you were ..., you would really want ... ชวนให้ผู้ฟังจินตนาการว่าตนเองอยู่ในอีกสถานการณ์หนึ่ง และบอกถึงความต้องการอย่างมากที่น่าจะเกิดขึ้นในสถานการณ์นั้น อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขสมมติ ส่วน would + คำกริยารูปพื้นฐานบอกปฏิกิริยาหรือผลลัพธ์ที่คาดไว้ ในที่นี้ 2018 เป็นปีในอดีต แต่ผู้พูดนำเสนอฉากหลังทางประวัติศาสตร์นั้นเป็นสถานการณ์ให้ผู้ฟังลองเข้าไปอยู่ในใจ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าผู้ฟังเคยอยู่ในเวเนซุเอลาจริง ๆ เมื่อประธานเป็น you คำว่า were ก็ใช้ในข้อความอดีตทั่วไปได้ ดังนั้นความหมายเชิงสมมติจึงมาจากรูปแบบ if ... would ทั้งหมดและบริบท ไม่ใช่จาก were เพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ if + รูปอดีต และ would + คำกริยารูปพื้นฐาน: If you ____ responsible for the whole project, you ____ want a clear deadline.

ดูคำตอบ

were · would

wouldn't you? น้ำเสียง/เจตนา

4:50

ใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

wouldn't you?: คำถามพ่วงเพื่อชวนให้เห็นด้วย

wouldn't you? เป็นคำถามพ่วงรูปปฏิเสธที่ต่อท้ายข้อความบอกเล่ารูปบวก you would really want... ใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยันข้อความนั้น และสื่อว่าผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายเห็นด้วย ผู้พูดมองว่าความต้องการให้อัตราเงินเฟ้อลดลงเป็นเรื่องชัดเจนและคาดหวังการเห็นด้วย คำถามพ่วงนี้ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ แต่ไม่ใช่คำถามปลายเปิดที่ขอข้อมูลใหม่อย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

wouldn't you? ในตัวอย่างมีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ผู้พูดถามหาข้อเท็จจริงใหม่ทั้งหมด
  2. ผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายจะเห็นด้วยและขอให้อีกฝ่ายยืนยัน
  3. ผู้พูดบอกว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการให้อัตราเงินเฟ้อลดลง
ดูคำตอบ

ผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายจะเห็นด้วยและขอให้อีกฝ่ายยืนยัน

Oh, yes.

4:50

โอ้ ใช่สิ

Now, earlier,

4:51

เอาล่ะ ก่อนหน้านี้

I asked you what one report said the inflation rate was there ไวยากรณ์

4:52

ผมถามคุณว่ารายงานฉบับหนึ่งระบุว่าอัตราเงินเฟ้อที่นั่นเป็นเท่าใด

ไวยากรณ์

I asked you what one report said: ลำดับคำในคำถามซ้อน

หลัง I asked you อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ใช้รายงานเนื้อหาของคำถามก่อนหน้า ในที่นี้ what ถามถึงตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ และคำถามซ้อนใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า one report said... ไม่ใช่ did one report say.... วลีบอกแหล่งข้อมูล one report said ซ้อนอยู่ภายในคำถามนั้น ให้คงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามที่ตามหลังคำกริยาอย่าง ask, know หรือ tell แม้จะมีอนุประโยครายงานซ้อนอยู่ข้างในอีกชั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานคำถามตรง 'What did the website say the fee was?' ได้ถูกต้อง?

  1. I asked Leo what the website said the fee was.
  2. I asked Leo what did the website say the fee was.
ดูคำตอบ

I asked Leo what the website said the fee was.

between November 2017 and 2018.

4:55

ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2017 และ 2018

And I said a very high 1,300%.

4:59

และฉันตอบไปว่าสูงมากถึง 1,300%

Well, it was even higher, Beth.

5:03

มันสูงกว่านั้นอีกเบธ

According to a study by the opposition-controlled National Assembly, วัฒนธรรม

5:04

จากการศึกษาโดยสมัชชาแห่งชาติที่ควบคุมโดยฝ่ายค้าน

วัฒนธรรม

opposition-controlled National Assembly: การย่อความสัมพันธ์ด้านอำนาจควบคุมทางการเมือง

ใน opposition-controlled คำว่า opposition ระบุกลุ่มการเมืองที่มีอำนาจควบคุม ส่วน controlled เป็นรูป past participle คำประสมที่เชื่อมด้วยยัติภังค์ทั้งหมดทำหน้าที่ขยาย National Assembly จึงหมายถึงรัฐสภาแห่งชาติที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายค้านทางการเมือง ภาษาข่าวใช้คำประสมแบบนี้เพื่อย่อข้อมูลภูมิหลังของแหล่งข่าวให้กระชับ ในที่นี้คำดังกล่าวบอกว่ากลุ่มการเมืองใดควบคุมสถาบันนั้นอยู่ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจบริบททางการเมืองของงานศึกษา โดย controlled ไม่ได้หมายความว่ารัฐสภา “ควบคุมไม่ได้”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ opposition-controlled National Assembly หมายความว่าอย่างไร

  1. รัฐสภาแห่งชาติที่สูญเสียการควบคุมตนเอง
  2. รัฐสภาแห่งชาติที่ต่อต้านการควบคุมทุกรูปแบบ
  3. รัฐสภาแห่งชาติที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายค้านทางการเมือง
ดูคำตอบ

รัฐสภาแห่งชาติที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายค้านทางการเมือง

the annual inflation rate reached 1,300,000% วลี

5:09

อัตราเงินเฟ้อประจำปีสูงถึง 1,300,000%

วลี

the annual inflation rate reached 1,300,000%: การรายงานว่าดัชนีไปถึงระดับตัวเลขหนึ่ง

ในการรายงานข้อมูล the annual inflation rate คือดัชนีที่วัด reached คือคำกริยาที่ใช้รายงานข้อมูล และ 1,300,000% คือระดับที่ดัชนีนั้นไปถึง ในที่นี้ reach หมายถึง “ไปถึงระดับตัวเลขหนึ่ง” ไม่ใช่การเอื้อมร่างกายไปหาบางสิ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ดัชนี + reached + ตัวเลข ใช้ได้กับอัตราและปริมาณที่วัดได้อื่น ๆ เช่น จำนวน ราคา และอุณหภูมิ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยารายงานจากบทนี้ที่หมายถึง “ไปถึงระดับตัวเลขนี้”: In July, the unemployment rate ____ 6 percent.

ดูคำตอบ

reached

in the 12 months to November 2018. การใช้คำ

5:14

ในช่วงเวลา 12 เดือนจนถึงพฤศจิกายน 2018

การใช้คำ

in the 12 months to November 2018: ช่วงเวลารายงานที่สิ้นสุด ณ วันที่หนึ่ง

ในที่นี้ to ใช้ระบุจุดสิ้นสุดของช่วงเวลา ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่ in the 12 months to November 2018 หมายถึงในช่วงสิบสองเดือนที่สิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน 2018 รูปแบบ in/during the + ระยะเวลา + to + วันที่สิ้นสุด ใช้จัดข้อมูลโดยระบุทั้งช่วงเวลาที่ครอบคลุมและเดือนหรือวันที่สุดท้ายของช่วงนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ in/during the + period + to + end date ให้สมบูรณ์: Revenue grew in the six months ____ June 2024.

ดูคำตอบ

to

This extreme financial situation was known as hyperinflation. การใช้คำ

5:17

สถานการณ์ทางการเงินที่รุนแรงเช่นนี้รู้จักกันในชื่อภาวะเงินเฟ้อรุนแรง

การใช้คำ

was known as hyperinflation: การตั้งชื่อให้ภาวะหนึ่ง

ใน was known as hyperinflation โครงสร้าง be known as + ชื่อหรือคำศัพท์ใช้ตั้งชื่อให้สถานการณ์ หมายถึง “ถูกเรียกว่า” ไม่ใช่ “ถูกใครบางคนจำได้” รูปถูกกระทำ was สอดคล้องกับคำอธิบายในอดีต คำเติมหน้า hyper- หมายถึงสูงเกินปกติหรือสุดขั้ว Hyperinflation คือภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงและรวดเร็วมาก โดยคำนี้เป็นชื่อของภาวะทางการเงินที่รุนแรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hyperinflation เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของการเพิ่มขึ้นของราคาอย่างรุนแรง?

  1. This country is known for hyperinflation.
  2. This extreme rise in prices is known as hyperinflation.
  3. Economists know about hyperinflation.
ดูคำตอบ

This extreme rise in prices is known as hyperinflation.

That's not good at all.

5:21

นั่นไม่ดีเลยจริงๆ

In this program,

5:23

ในรายการนี้

we have been talking about inflation.

5:24

เราได้พูดคุยเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

That's the increase in prices over time.

5:27

ซึ่งก็คือการเพิ่มขึ้นของราคาเมื่อเวลาผ่านไป

Other vocabulary we used included the expression

5:30

คำศัพท์อื่นๆ ที่เราใช้นั้นรวมถึงสำนวน

hit in the pocket,

5:33

กระเป๋าฉีก (hit in the pocket)

which means you have less money to spend.

5:35

ซึ่งหมายความว่าคุณมีเงินใช้จ่ายน้อยลง

Volatile describes something that is unpredictable

5:37

ผันผวน (Volatile) อธิบายถึงสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

and can change suddenly.

5:41

และสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างกะทันหัน

Something that is sustained

5:43

สิ่งที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง (sustained)

continues at the same level for a long period of time.

5:44

คือดำเนินต่อไปในระดับเดิมเป็นเวลานาน

And something that is effective

5:48

และสิ่งที่มีประสิทธิภาพ (effective)

works well and gets the best results.

5:50

คือทำงานได้ดีและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

And interest rates are fees

5:53

และอัตราดอกเบี้ยคือค่าธรรมเนียม

banks and financial institutions charge you for borrowing money.

5:55

ที่ธนาคารและสถาบันการเงินเรียกเก็บจากคุณในการกู้ยืมเงิน

Well,

5:59

เอาล่ะ

we hope you found our brief lesson about the economy useful. ไวยากรณ์

5:59

เราหวังว่าคุณจะพบว่าบทเรียนสั้นๆ เกี่ยวกับเศรษฐกิจของเรามีประโยชน์

ไวยากรณ์

found our brief lesson ... useful: find + กรรม + คำคุณศัพท์

ในที่นี้ found เป็นรูปอดีตของ find ที่หมายถึง “มองว่า” หรือ “เห็นว่า” ไม่ใช่ “ค้นพบ” หรือ “หาเจอ” โครงสร้างคือ find + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย our brief lesson about the economy เป็นกรรม และ useful แสดงการประเมินของผู้ฟัง รูปประโยค We hope you found ... useful แสดงอย่างสุภาพว่าผู้พูดหวังว่าผู้ฟังจะมองว่าสิ่งหนึ่งมีประโยชน์ คุณนำโครงสร้างเดียวกันไปใช้ประเมินสิ่งของและประสบการณ์ได้ เช่น find a book interesting หรือ find the instructions confusing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคตามลำดับ find + กรรม + คำคุณศัพท์ โดยใช้ found, the report และ helpful: After reading it, I ____.

ดูคำตอบ

found the report helpful

Thanks for listening.

6:03

ขอบคุณที่รับฟัง

Goodbye for now.

6:04

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye-bye.

6:05

บ๊ายบาย

Six Minute English from the BBC.

6:07

Six Minute English จาก BBC