เจ้าของร้านซาลอนในชิคาโกกำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมดูแลเส้นผมในทุกการตัดได้อย่างไร | Insider Business: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Business Insider

ความยากในการเรียน
480 คำ 180 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: Jamie DiGrazia แสดงให้เห็นว่าการตั้งราคาแบบครอบคลุมและทีมที่เติบโตสนับสนุนพันธกิจของ Logan Parlor อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. gender-free pricing——ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: ราคาอิงทรงผมหรือบริการ ไม่ใช่อัตลักษณ์ทางเพศ จึงใช้อธิบายนโยบายบริการแบบครอบคลุมได้แม่นยำ 2. work on the business and not necessarily in the business.——ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: แยกการบริหารเชิงกลยุทธ์จากการให้บริการประจำวัน ความต่างของ on/in ชี้การเปลี่ยนบทบาทของเจ้าของร้าน 3. live outside the binary——ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: binary หมายถึงกรอบเพศชาย-หญิง ไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ จึงควรเข้าใจอัตลักษณ์นอกกรอบนี้อย่างเคารพ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Jamie DiGrazia and I own Logan Parlor in Chicago.

0:00

ฉันชื่อ Jamie DiGrazia และเป็นเจ้าของ Logan Parlor ในชิคาโก

We offer gender-free pricing in an inclusive environment การใช้คำ

0:05

เราใช้ราคาที่ไม่แบ่งตามเพศ ในพื้นที่ที่เปิดรับทุกคน

for all gender identities and all hair types.

0:09

ไม่ว่าจะมีอัตลักษณ์ทางเพศแบบใดหรือมีเส้นผมประเภทไหน

การใช้คำ

gender-free pricing: การกำหนดราคาโดยไม่แบ่งตามเพศ

ในประโยคนี้ gender-free pricing หมายถึงการไม่แบ่งราคาตามอัตลักษณ์ทางเพศของลูกค้า แต่กำหนดราคาตามบริการที่ต้องใช้ เช่น ความยาวของเส้นผม เวลา หรือความซับซ้อนของงาน คำว่า gender-free ขยายคำว่า pricing ไม่ได้หมายความว่าทุกบริการมีราคาเท่ากัน หรือมีการละเลยอัตลักษณ์ทางเพศ แต่หมายความว่าเพศไม่ใช่หมวดหมู่ที่ใช้กำหนดราคา

แบบฝึกหัด

ร้านทำผมแห่งหนึ่งคิดค่าตัดผมสั้น 30 ดอลลาร์และผมยาว 50 ดอลลาร์ โดยไม่คำนึงถึงอัตลักษณ์ทางเพศของลูกค้า สำนวนใดอธิบายนโยบายนี้ได้ดีที่สุด

  1. gender-free pricing
  2. flat-rate pricing
  3. gender-based pricing
ดูคำตอบ

gender-free pricing

We do bang trims, beard grooms, fades, braids,

0:12

เราให้บริการเล็มหน้าม้า ตกแต่งเครา ตัดเฟด ถักเปีย

and if there's something you wanna do to your hair,

0:16

และถ้าคุณอยากทำอะไรกับผมของคุณ

we can do it.

0:18

เราก็ทำให้ได้

You know, keeping the integrity of the hair high. การใช้คำ

0:19

แน่นอนว่าเราจะรักษาสุขภาพเส้นผมให้ดีที่สุด

การใช้คำ

integrity of the hair: ความแข็งแรงและโครงสร้างของเส้นผม

ในที่นี้ integrity เป็นคำที่ใช้ในงานดูแลเส้นผม หมายถึงความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และสภาพโครงสร้างของเส้นใยผม keeping the integrity of the hair high จึงหมายถึงการลดความเสียหายระหว่างการทำสี ใช้ความร้อน จัดแต่ง หรือใช้สารเคมีกับเส้นผม คำนี้ไม่ได้หมายถึงความซื่อสัตย์ทางศีลธรรม และ high ก็ไม่ได้หมายถึงความสูงทางกายภาพ ในบริบทอื่นสามารถใช้ protect, preserve หรือ maintain the integrity of the hair เมื่อต้องการสื่อถึงการรักษาโครงสร้างของเส้นผมให้แข็งแรง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: After bleaching, a stylist suggests a gentler treatment to preserve the integrity of the hair. ช่างทำผมต้องการรักษาอะไรไว้

  1. ความซื่อสัตย์ของช่างทำผม
  2. ความสูงของทรงผม
  3. ความแข็งแรงและสภาพโครงสร้างของเส้นผม
ดูคำตอบ

ความแข็งแรงและสภาพโครงสร้างของเส้นผม

Becoming a hairdresser was the only thing ไวยากรณ์

0:29

การเป็นช่างทำผมคือสิ่งเดียว

I ever remember saying I wanted to do.

0:32

ที่ฉันจำได้ว่าเคยพูดว่าอยากทำ

ไวยากรณ์

อนุประโยคซ้อนใน the only thing I ever remember saying I wanted to do

ใน the only thing (that) I ever remember saying (that) I wanted to do คำว่า thing เป็นคำนามที่กำลังถูกระบุ และมีคำเชื่อมสองชั้นที่ละไว้ ความสัมพันธ์ชั้นนอกเชื่อม thing กับอนุประโยคที่มี I ever remember saying ส่วน that ชั้นในจะทำหน้าที่นำ I wanted to do ช่องว่างที่เข้าใจได้หลัง do ย้อนกลับไปหา thing สามารถคลี่โครงสร้างได้เป็น ฉันอยากทำสิ่งหนึ่ง → ฉันพูดว่าฉันอยากทำสิ่งนั้น → ฉันจำได้ว่าเคยพูดอย่างนั้น ever ขยายกรอบความทรงจำให้ครอบคลุมช่วงเวลาทั้งหมดที่เธอนึกออก จึงนำเสนออาชีพช่างทำผมว่าเป็นความใฝ่ฝันเพียงอย่างเดียวที่เธอจำได้ว่าเคยพูดไว้

แบบฝึกหัด

ข้อใดคลี่ความหมายของ “the only thing I ever remember saying I wanted to do” ได้ชัดเจนที่สุด

  1. ฉันจำได้ว่าเคยพูดว่านี่คือสิ่งเดียวที่ฉันอยากทำ
  2. ฉันอยากจำทุกอย่างที่พูดเกี่ยวกับงานนี้
  3. ฉันจำได้ว่าเคยทำงานเพียงอย่างเดียวที่ใครบางคนอยากให้ฉันทำ
ดูคำตอบ

ฉันจำได้ว่าเคยพูดว่านี่คือสิ่งเดียวที่ฉันอยากทำ

So through beauty school, การใช้คำ

0:35

ดังนั้น ระหว่างที่เรียนโรงเรียนเสริมสวย

I worked for my family's business.

0:36

ฉันก็ทำงานให้ธุรกิจของครอบครัว

การใช้คำ

through ที่บอกเวลาใน through beauty school

Through beauty school เป็นวลีบุพบทบอกเวลาที่ขยาย worked ในที่นี้ through หมายถึงระหว่างและตลอดช่วงที่เธอเรียนโรงเรียนเสริมสวย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านภายในโรงเรียนหรือการได้งานโดยอาศัยโรงเรียนเป็นช่องทาง เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบเวลาให้ข้อความหลัก รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ through + ช่วงเวลาหรือช่วงชีวิต ซึ่งมักนำเสนอกิจกรรมหรือสภาวะว่าดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ through เพื่อบอกว่ากิจกรรมดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงการศึกษาหนึ่ง

  1. Lena found the bookstore job through her college.
  2. Through college, Lena worked at a bookstore every weekend.
  3. Lena walked through the college to reach the bookstore.
ดูคำตอบ

Through college, Lena worked at a bookstore every weekend.

They own restaurants,

0:37

ครอบครัวฉันเป็นเจ้าของร้านอาหารหลายแห่ง

so I was able to learn the service aspect of the business,

0:38

ฉันจึงได้เรียนรู้เรื่องงานบริการในธุรกิจ

which I really really enjoy.

0:43

ซึ่งฉันชอบมาก ๆ จริง ๆ

We lived across the street from the farmer's market วลี

0:46

เราอาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดเกษตรกร

วลี

across the street from: อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนจาก…

across the street from ใช้บอกว่าสถานที่หนึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนสายเดียวกันกับสถานที่ที่ใช้เป็นจุดอ้างอิง โครงสร้างคือ ประธานหรือสถานที่ + be/live + across the street from + สถานที่อ้างอิง คำว่า from เป็นส่วนหนึ่งของวลีและใช้เชื่อมกับสถานที่อ้างอิง จึงตัดออกไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกตำแหน่งเป้าหมายที่มีสี่คำให้สมบูรณ์: The bakery is ____ the library, directly opposite it.

ดูคำตอบ

across the street from

and I was like, "How do I become part of the farmer's market?" โน้ต

0:49

ฉันเลยคิดว่า "ฉันจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตลาดเกษตรกรได้ยังไงนะ?"

น้ำเสียง/เจตนา

I was like, เพื่อเกริ่นปฏิกิริยาในอดีต

ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ I was like, ใช้นำสิ่งที่ผู้พูดพูด คิด หรือรู้สึกในขณะนั้น คำที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดอาจเป็นการสร้างเหตุการณ์ขึ้นใหม่อย่างมีชีวิตชีวา ไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดเดิมทุกคำ like ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “คล้ายกับ” โครงสร้าง ประธาน + be + like + ปฏิกิริยาที่อ้างคำพูด ช่วยให้ผู้เล่าแสดงช่วงเวลานั้นขึ้นมาใหม่ และ was เป็นรูปอดีตที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในอดีต

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเล่าปฏิกิริยาในใจแบบเป็นกันเอง ซึ่งอาจไม่ได้พูดออกมาจริง ประโยคใดใช้โครงสร้างรายงานคำพูดเป้าหมาย

  1. I was like, "There has to be another way."
  2. I looked like I needed another way.
  3. I said, "There has to be another way."
ดูคำตอบ

I was like, "There has to be another way."

วลี

become part of: เข้าร่วมและมีส่วนร่วม

Become part of หมายถึงการเปลี่ยนจากการอยู่นอกกลุ่ม โครงการ หรือกิจกรรม มาเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับและมีส่วนร่วมอยู่ภายใน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าจะนำบริการของตนเข้าไปร่วมในตลาดเกษตรกรในฐานะธุรกิจที่มีส่วนร่วมได้อย่างไร ไม่ได้ถามว่าจะไปอยู่ใกล้ตลาดได้อย่างไร โครงสร้างคือ become part of + นามวลี โดยเปลี่ยนรูป become ตามเวลาหรือประธานได้ เช่น became part of หรือ will become part of วลีนี้เน้นการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ become part of: After volunteering for a month, Nina ____ the event team.

ดูคำตอบ

became part of

I was like, "Oh, I wonder if we could cut hair there." น้ำเสียง/เจตนา

0:53

แล้วฉันก็คิดว่า "อ๋อ ไม่รู้ว่าเราไปตัดผมที่นั่นได้ไหมนะ"

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ I wonder if we could เพื่อเสนออย่างนุ่มนวล

I wonder if we could + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอความคิดอย่างนุ่มนวลและชวนให้คนอื่นพิจารณา ในที่นี้ผู้พูดกำลังคิดออกเสียงถึงการลองให้บริการตัดผมที่ตลาด แทนที่จะประกาศแผนที่ตัดสินใจแล้ว Could เพิ่มระยะห่างและความไม่แน่นอน ดังนั้นในที่นี้จึงสื่อถึงความเป็นไปได้แบบลองเชิงหรือข้อเสนอที่สุภาพ ไม่ได้กล่าวถึงความสามารถในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอความคิดที่จะย้ายเข้าไปข้างในด้วยน้ำเสียงที่ลองเชิงและเปิดรับการพูดคุยมากที่สุด

  1. We could move the picnic indoors.
  2. I wonder if we could move the picnic indoors.
  3. Could we move the picnic indoors?
ดูคำตอบ

I wonder if we could move the picnic indoors.

So we did and it was a big hit สำนวน

0:55

เราเลยลองทำดู แล้วก็ได้รับความนิยมอย่างมาก

and the community loved it.

0:58

และคนในชุมชนก็ชื่นชอบมาก

สำนวน

a big hit: ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างมาก

ในประโยคนี้ a big hit หมายถึง “สิ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากและได้รับการตอบรับอย่างดี” คำว่า hit เป็นคำนามนับได้ในที่นี้ และ big เน้นระดับของกระแสตอบรับเชิงบวก ไม่ได้หมายถึงการกระแทกอย่างแรง ใช้ be a hit หรือ be a big hit เพื่อประเมินกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ การแสดง หรือแนวคิดจากการตอบรับเชิงบวกของผู้คนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างมาก”: The new board game sold out in two days and received great reviews. It was ____.

ดูคำตอบ

a big hit

So it's been pretty incredible for meeting people in the neighborhood

0:59

นี่จึงเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมากในการได้รู้จักผู้คนในละแวกนี้

and growing our small business.

1:03

และทำให้ธุรกิจเล็ก ๆ ของเราเติบโต

In our industry,

1:05

ในวงการของเรา

typically salons have been segregated by race and gender. ไวยากรณ์

1:07

โดยทั่วไป ร้านเสริมสวยมักแบ่งแยกกันตามเชื้อชาติและเพศ

ไวยากรณ์

Have been segregated by: present perfect รูปถูกกระทำ

Have been segregated เป็น present perfect รูปถูกกระทำ โดยมีโครงสร้าง have + been + กริยาช่องที่สาม ประธานพหูพจน์ salons เป็นฝ่ายรับการกระทำ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าร้านเสริมสวยถูกแยกหรือจัดให้อยู่เป็นกลุ่มต่าง ๆ ตลอดช่วงเวลาที่เชื่อมโยงกับปัจจุบัน ใน by race and gender คำว่า by นำเสนอเกณฑ์ที่ใช้แบ่งกลุ่ม ไม่ใช่บุคคลที่ทำการแบ่ง รูปนี้นำเสนอรูปแบบที่มีมายาวนานและยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าร้านเสริมสวยทุกแห่งยังคงถูกแบ่งแยกอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายรูปแบบที่มีมายาวนานและส่งผลต่อร้านเสริมสวยมาจนถึงปัจจุบันได้ดีที่สุด โดยร้านเสริมสวยเป็นฝ่ายถูกแบ่ง?

  1. Salons have segregated customers by race and gender.
  2. Salons were segregated by race and gender in 1950.
  3. Salons have been segregated by race and gender.
ดูคำตอบ

Salons have been segregated by race and gender.

And what we wanna do here at Logan Parlor ไวยากรณ์

1:11

สิ่งที่เราอยากทำที่ Logan Parlor

is fuse those worlds together. สำนวน

1:13

คือหลอมรวมโลกเหล่านั้นเข้าด้วยกัน

ไวยากรณ์

what we wanna do ... is fuse:การบอกแผนอย่างชัดเจน

ใน “what we wanna do” อนุประโยคที่มี what ทำหน้าที่เหมือนวลีคำนาม และหมายถึง “สิ่งที่เราอยากทำ” ส่วน “is fuse...” จะระบุการกระทำนั้นโดยตรง ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกเป้าหมายก่อน แล้วจึงบอกแผนที่ชัดเจน โครงสร้าง what ... is ... ใช้เพื่อบอกจุดประสงค์หรือพันธกิจอย่างมีจุดเน้น หลัง is สามารถใช้คำกริยารูปปกติอย่าง fuse เพื่อระบุการกระทำได้โดยตรง ส่วน is to fuse ก็ใช้ได้ แต่ฟังดูเป็นทางการกว่าในที่นี้ “Wanna” เป็นรูปพูดแบบไม่เป็นทางการของ “want to” และ what ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเน้นความสำคัญแบบเดียวกันเพื่อบอกแผน

  1. What we want to do is make fresh food easier to share.
  2. We want is make fresh food easier to share.
  3. What do we want to do? Make fresh food easier to share.
ดูคำตอบ

What we want to do is make fresh food easier to share.

สำนวน

fuse those worlds together:หลอมรวมโลกที่แตกต่างกัน

ในความหมายตามตัวอักษร fuse หมายถึงการเชื่อมสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว มักหมายถึงการหลอมให้เข้าด้วยกัน แต่ในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ ผู้พูดต้องการนำชุมชนและบริการของร้านทำผมที่เดิมแยกกันตามเชื้อชาติและเพศมาอยู่ร่วมกัน “those worlds” หมายถึงแวดวงทางสังคมหรือวัฒนธรรมเหล่านั้น ไม่ใช่โลกที่เป็นวัตถุจริง “Together” เน้นแนวคิดเรื่องการรวมเข้าด้วยกันในพื้นที่หรือประสบการณ์ร่วมกัน วลีนี้สื่อถึงการผสมผสานชุมชนอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงการนำร้านสองร้านมาตั้งไว้ข้างกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new program fuses robotics with theater” คำว่า fuses หมายถึงอะไร

  1. It keeps the two fields completely separate.
  2. It combines the two fields in one program.
  3. It melts robotics and theater into physical material.
ดูคำตอบ

It combines the two fields in one program.

And I wanna do that on an industry level. วลี

1:15

และฉันอยากทำแบบนั้นในระดับอุตสาหกรรม

วลี

on an industry level: ขอบเขตระดับทั้งอุตสาหกรรม

on an industry level ใช้กำหนดขนาดของการกระทำที่ตั้งใจไว้ กล่าวคือ ผู้พูดต้องการให้การเปลี่ยนแปลงไปไกลกว่าธุรกิจแห่งเดียวหรือกรณีเฉพาะราย และส่งผลต่ออุตสาหกรรมในวงกว้าง ในรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ on a/an + X + level คำว่า X ระบุขอบเขตหรือระดับที่ใช้พิจารณาหรือดำเนินการบางอย่าง level ในที่นี้เป็นนามธรรม ไม่ได้หมายถึงความสูงทางกายภาพ ชั้นของอาคาร หรือระดับทักษะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ on a ... level เพื่อแสดงขอบเขตทั่วประเทศ: The campaign started in one town, but its organizers hope to create change ____.

ดูคำตอบ

on a national level

So have an impact. วลี

1:18

เพื่อให้เกิดผลในวงกว้าง

วลี

have an impact: ก่อให้เกิดผลที่สังเกตได้

have an impact เป็นคำที่มักใช้ร่วมกันระหว่างคำกริยาและคำนาม หมายถึง “ก่อให้เกิดผลที่สำคัญหรือสังเกตได้” ในบริบทนี้ impact เป็นคำนาม และผู้พูดกำลังกล่าวย้ำถึงผลลัพธ์ที่ต้องการจากการกระทำในวงกว้างของตน เมื่อต้องการระบุผู้หรือสิ่งที่ได้รับผล ให้ใช้ have an impact on + คำนาม เช่น The decision had an impact on employees. ผลกระทบอาจเป็นบวก ลบ หรือทั้งสองอย่าง เว้นแต่บริบทหรือคำขยายจะระบุให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ก่อให้เกิดผลที่สังเกตได้”: Her mentorship program could ____ on young engineers.

ดูคำตอบ

have an impact

And here at Logan Parlor,

1:19

และที่ Logan Parlor

we opened with gender-free pricing,

1:20

เราเริ่มต้นด้วยการคิดราคาที่ไม่แบ่งตามเพศ

meaning you're either getting like maybe a short haircut

1:22

หมายความว่า คุณอาจรับบริการตัดผมสั้น

or a long haircut.

1:25

หรือบริการตัดผมยาว

We would never charge based on someone's gender identity. วลี

1:26

เราจะไม่มีวันคิดราคาตามอัตลักษณ์ทางเพศของใคร

วลี

charge based on + เกณฑ์กำหนดราคา

ใน charge based on X คำว่า charge หมายถึง “เรียกเก็บเงิน” ไม่ใช่ “กล่าวหา” หรือ “ชาร์จไฟ” ส่วน based on X ระบุปัจจัยที่ใช้กำหนดราคา ในประโยคนี้ อัตลักษณ์ทางเพศถูกยกเป็นปัจจัยที่ธุรกิจยืนยันว่าจะไม่ใช้ ใช้รูป charge (someone) based on + เกณฑ์ เพื่ออธิบายกฎการตั้งราคา หลัง on ควรเป็นเกณฑ์ เช่น เวลา ระยะทาง หรือปริมาณการใช้งาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “กำหนดค่าบริการตามเกณฑ์”: The parking service will ____ how long each car stays.

ดูคำตอบ

charge based on

So we're working really hard

1:30

เราจึงพยายามอย่างมาก

to give the customers creative freedom with their look, วลี

1:31

เพื่อให้ลูกค้ามีอิสระสร้างสรรค์ลุคของตัวเอง

but also with the way that they pay.

1:35

รวมถึงมีอิสระในวิธีจ่ายค่าบริการด้วย

วลี

give someone creative freedom: ให้อิสระในการสร้างสรรค์แก่ใครบางคน

ใน give the customers creative freedom คำว่า give ใช้โครงสร้าง give + คน + สิ่งที่ให้ โดยลูกค้าเป็นผู้ได้รับ freedom ส่วน Creative freedom หมายถึงการมีพื้นที่ให้ตัดสินใจเรื่องการออกแบบหรือสไตล์ด้วยตนเอง ไม่ใช่การส่งมอบสิ่งของจริง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายโดยตรงถึงการเลือกเรื่องรูปลักษณ์ของลูกค้า จากนั้นผู้พูดขยายแนวคิดเรื่องอิสระเดียวกันไปยังวิธีชำระเงิน รูปที่นำไปใช้ต่อได้คือ give someone creative freedom to + คำกริยา หรือ give someone creative freedom in + ด้าน

แบบฝึกหัด

ใช้ give + the skaters + creative freedom เติมประโยคให้สมบูรณ์: The coach wants to ____ to choose the music for their routine.

ดูคำตอบ

give the skaters creative freedom

We just turned 10 in July. การใช้คำ

1:38

เราเพิ่งครบรอบ 10 ปีเมื่อเดือนกรกฎาคม

การใช้คำ

Turned 10 เมื่อพูดถึงวันครบรอบของธุรกิจ

ใน “turned 10” โครงสร้าง turn + อายุ หมายถึง “มีอายุถึงวัยนั้น” รูปอดีต turned บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ในที่นี้ we หมายถึงร้านและทีมงาน จึงเป็นการพูดถึงธุรกิจเหมือนเป็นคน ประโยคนี้หมายความว่าร้านดำเนินกิจการครบสิบปี ไม่ได้หมายความว่าตัวเลขบางอย่างกลายเป็น 10 หรือมีการเปลี่ยนทิศทาง

แบบฝึกหัด

ในการสัมภาษณ์เกี่ยวกับร้านค้า We turned 10 in July หมายความว่าอย่างไร?

  1. ร้านเปลี่ยนเวลาเปิดเป็นสิบโมงในเดือนกรกฎาคม
  2. ยอดขายของร้านเพิ่มถึงสิบดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม
  3. ร้านดำเนินกิจการครบสิบปีในเดือนกรกฎาคม
ดูคำตอบ

ร้านดำเนินกิจการครบสิบปีในเดือนกรกฎาคม

So when we first opened,

1:40

ตอนที่เราเพิ่งเปิดร้าน

I was behind the chair cutting 5 days a week. การใช้คำ

1:41

ฉันลงมือตัดผมให้ลูกค้าเองสัปดาห์ละห้าวัน

การใช้คำ

Behind the chair ในงานร้านทำผม

ในภาษาที่ใช้ในร้านทำผมและร้านตัดผม “behind the chair” หมายถึงการทำงานเป็นช่างทำผมหรือช่างตัดผมและให้บริการลูกค้าโดยตรง โดยเฉพาะการตัดหรือจัดแต่งทรงผม คำว่า chair ใช้แทนจุดทำงานที่ให้บริการลูกค้า ใน “I was behind the chair cutting 5 days a week” เจ้าของร้านกำลังบอกว่าตนเองทำงานเกี่ยวกับผมกับลูกค้าโดยตรงสัปดาห์ละห้าวัน ประเด็นคือการทำงานแนวหน้าในวิชาชีพ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งที่ยืนอยู่

แบบฝึกหัด

ในการสัมภาษณ์ร้านทำผม I was behind the chair cutting five days a week หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันทำงานเป็นช่างทำผมและให้บริการลูกค้าด้วยตัวเองสัปดาห์ละห้าวัน
  2. ฉันยืนรอหลังเก้าอี้ก่อนร้านเปิดสัปดาห์ละห้าวัน
  3. ฉันบริหารร้านจากโต๊ะที่อยู่หลังเก้าอี้ตัวหนึ่งสัปดาห์ละห้าวัน
ดูคำตอบ

ฉันทำงานเป็นช่างทำผมและให้บริการลูกค้าด้วยตัวเองสัปดาห์ละห้าวัน

I spend a lot of time facilitating classes ไวยากรณ์

1:44

ฉันใช้เวลามากมายไปกับการจัดชั้นเรียน

and doing some training,

1:48

และจัดการฝึกอบรม

ไวยากรณ์

spend a lot of time facilitating classes: ใช้เวลามากในการดำเนินชั้นเรียน

ในโครงสร้าง spend + ช่วงเวลา + -ing ช่วงเวลาเป็นกรรมของ spend ส่วนรูป -ing ระบุกิจกรรมที่ใช้เวลานั้นไป ในที่นี้ facilitating classes อธิบายว่ากิจกรรมใดใช้เวลาส่วนใหญ่ของผู้พูด โดย facilitating หมายถึงการจัดและช่วยดำเนินชั้นเรียน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการสอนทุกส่วนด้วยตนเอง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับระยะเวลาและกิจกรรมอื่นได้ เช่น spend two hours preparing หรือ spend the weekend studying ในประโยคเต็ม facilitating classes และ doing some training เป็นกิจกรรมรูป -ing สองรายการที่วางขนานกันหลัง spend

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ spend วลีเวลา three hours และรูป -ing ของ revise เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya ____ the report before the meeting.

ดูคำตอบ

spent three hours revising

but also I have to work on the business การใช้คำ

1:49

แต่ขณะเดียวกัน ฉันก็ต้องทำงานเพื่อพัฒนาธุรกิจ

and not necessarily in the business.

1:52

ไม่ใช่แค่ทำงานอยู่ในธุรกิจนี้

การใช้คำ

work on the business ... not necessarily in the business: พัฒนาธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องทำงานประจำวันในธุรกิจเสมอไป

ในการเปรียบเทียบด้านการบริหารนี้ work on the business หมายถึงการปรับปรุง วางแผน หรือพัฒนาบริษัทในฐานะระบบ ส่วน work in the business หมายถึงการทำงานปฏิบัติการประจำวันซึ่งส่งมอบสินค้าหรือบริการโดยตรง คำบุพบททั้งสองแสดงระดับงานที่ต่างกัน ไม่ใช่เพียงสถานที่จริงที่ต่างกัน Not necessarily ทำให้การเปรียบเทียบนี้ไม่เด็ดขาดเกินไป ผู้พูดอาจยังทำงานปฏิบัติการบางอย่าง แต่สิ่งนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นจุดเน้นหลักเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใช้ on สำหรับการปรับปรุงเชิงกลยุทธ์ และใช้ in สำหรับงานปฏิบัติการประจำวัน: Lena spends Mondays working ____ the business by improving its systems and Tuesdays working ____ the business by serving customers.

ดูคำตอบ

on · in

I love cutting hair

1:54

ฉันรักการตัดผม

and I'll never want to give that up completely. กริยาวลี

1:55

และจะไม่มีวันทิ้งมันไปโดยสิ้นเชิง

กริยาวลี

give that up:เลิกทำกิจกรรมนั้น

give that up เป็นกริยาวลีแบบแยกส่วนได้ หมายถึงเลิกทำหรือยอมละทิ้งกิจกรรมนั้น ในประโยคนี้ that หมายถึงการตัดผม ดังนั้นผู้พูดจึงบอกว่าไม่อยากเลิกตัดผมโดยสิ้นเชิง ถ้าใช้คำนาม คำนามที่เป็นกรรมจะวางไว้หน้า หรือหลัง up ก็ได้ เช่น give the activity up หรือ give up the activity แต่ถ้าใช้สรรพนาม สรรพนามต้องอยู่ระหว่าง give กับ up เช่น give it up หรือ give that up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์: I enjoy painting, and I never want to ___ completely

  1. give it up
  2. give up it
  3. give them up
ดูคำตอบ

give it up

But I have a great team

1:58

แต่ฉันมีทีมที่ยอดเยี่ยม

who can take care of that for me. กริยาวลี

1:59

ที่ช่วยดูแลงานส่วนนั้นแทนฉันได้

กริยาวลี

take care of:แทนคนอื่นจัดการงาน

take care of ในที่นี้เป็นกริยาวลีที่หมายถึงรับผิดชอบจัดการหรือทำงาน ปัญหา หรือหน้าที่ให้เสร็จ ในประโยคนี้ that หมายถึงบริการตัดผม และ for me หมายความว่าทีมจะทำงานแทนผู้พูด ความหมายในที่นี้เน้นการรับผิดชอบและลงมือทำ ไม่ใช่เพียงรู้สึกเป็นห่วงหรือดูแลในเชิงส่วนตัว ทีมสามารถจัดการงานนี้ได้ ทำให้ผู้พูดไม่ต้องทำเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The technician will take care of the installation for us" take care of หมายถึงอะไร

  1. ให้การรักษาพยาบาลแก่ช่างเทคนิค
  2. จัดการและทำงานติดตั้งให้เสร็จ
  3. รู้สึกกังวลเรื่องการติดตั้ง
ดูคำตอบ

จัดการและทำงานติดตั้งให้เสร็จ

So I'm able to then free up some time กริยาวลี

2:02

ฉันจึงมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นบ้าง

กริยาวลี

หาเวลาเพิ่ม

free up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทำให้เวลา พื้นที่ เงิน หรือทรัพยากรอื่น ๆ พร้อมใช้งาน โดยยกเลิกภาระบางอย่างหรือเปลี่ยนวิธีใช้ทรัพยากรนั้น ในประโยคนี้ ตารางงานของผู้พูดไม่แน่นเท่าเดิม จึงมีเวลาไปทำงานอย่างอื่นได้ ไม่ได้หมายความว่าเวลาถูกปล่อยออกมาในความหมายทางกายภาพ หรือสิ่งของกลายเป็นของฟรี โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ free up + ทรัพยากร เช่น free up some time

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมในประโยคนี้: Moving the dentist appointment will ___ an hour for homework

  1. free up
  2. make free
  3. let go of
  4. take care of
ดูคำตอบ

free up

and take care of business. สำนวน

2:04

เพื่อดูแลเรื่องธุรกิจ

สำนวน

จัดการงานสำคัญ

Take care of business เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงจัดการงานหรือความรับผิดชอบสำคัญที่ต้องทำให้เสร็จ ในประโยคนี้ business หมายถึงงานและหน้าที่ด้านการจัดการของผู้พูดในความหมายกว้าง ๆ ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของที่ต้องดูแล สำนวนนี้สื่อว่าผู้พูดจะจัดการงานที่จำเป็นให้เรียบร้อย ในที่นี้มีความหมายตรงไปตรงมาและใช้ในเชิงปฏิบัติ ไม่ได้สื่อถึงการโอ้อวดหรือการข่มขู่

แบบฝึกหัด

เมื่อมีความหมายว่า “จัดการงานที่จำเป็น” สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมในประโยคนี้: Before the shop opens, Maya needs to ___ and check the orders

  1. do business
  2. take care of a customer
  3. make business
  4. take care of business
ดูคำตอบ

take care of business

During the holidays,

2:06

ในช่วงเทศกาลวันหยุด

American Express has a big campaign called Small Business Saturday. วัฒนธรรม

2:08

American Express มีแคมเปญใหญ่ชื่อ Small Business Saturday

วัฒนธรรม

Small Business Saturday: ชื่อแคมเปญในสหรัฐฯ

Small Business Saturday เป็นชื่อแคมเปญช่วงช้อปปิ้งเทศกาลในสหรัฐฯ ที่สนับสนุนให้ผู้บริโภคช่วยอุดหนุนธุรกิจขนาดเล็ก ในประโยคนี้ American Express ถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้ส่งเสริมแคมเปญดังกล่าว คำทั้งสามคำรวมกันเป็นชื่อเฉพาะชื่อเดียว ไม่ได้หมายถึงวันเสาร์ทั่วไปที่มีธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากเข้าร่วม การรู้จักชื่อนี้ช่วยให้เข้าใจการกล่าวถึง shop small และการสนับสนุนร้านค้าในท้องถิ่นในโฆษณา แผนที่ และข่าว

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง Small Business Saturday คืออะไร?

  1. แผนที่รายสัปดาห์ที่เผยแพร่โดย American Express
  2. ส่วนลดที่มีให้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่
  3. วันเสาร์ใดก็ตามที่บังเอิญมีธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากเปิดให้บริการ
  4. แคมเปญช่วงช้อปปิ้งเทศกาลที่มีชื่อเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งส่งเสริมการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก
ดูคำตอบ

แคมเปญช่วงช้อปปิ้งเทศกาลที่มีชื่อเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งส่งเสริมการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก

So having Logan Parlor listed on the Shop Small Map has been great โน้ต

2:13

การที่ Logan Parlor มีชื่ออยู่บน Shop Small Map จึงเป็นเรื่องที่ดีมาก

ไวยากรณ์

having Logan Parlor listed: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

วลีทั้งหมด having Logan Parlor listed on the Shop Small Map เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยอยู่หน้าภาคแสดง has been great วลีนี้รวมการจัดให้ร้านถูกลงรายชื่อและสภาพที่เป็นผลตามมาให้เป็นเรื่องเดียวสำหรับการประเมิน ภายในวลี having ใช้โครงสร้าง have + object + past participle โดย Logan Parlor เป็นกรรม และ listed บอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับร้าน จุดเน้นคือร้านถูกใส่ไว้ในแผนที่ ประโยคไม่ได้บอกว่าเจ้าของร้านเป็นผู้ลงรายชื่อด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปประธานแบบ gerund ของ have our cafe listed: ____ in the local guide has brought us new customers.

ดูคำตอบ

Having our cafe listed

because it's a resource

2:17

เพราะนี่เป็นแหล่งข้อมูล

that people can go and actually find local businesses

2:18

ที่ผู้คนเข้าไปค้นหาธุรกิจท้องถิ่นได้จริง

through this map feature.

2:22

ผ่านฟีเจอร์แผนที่นี้

วัฒนธรรม

Shop Small Map ในฐานะเครื่องมือค้นพบธุรกิจท้องถิ่น

ในประโยคนี้ Shop Small Map เป็นชื่อของเครื่องมือแผนที่ที่มีแบรนด์ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าค้นพบธุรกิจอิสระหรือธุรกิจขนาดเล็กในบริเวณใกล้เคียง เครื่องมือนี้เชื่อมโยงกับแคมเปญ Shop Small และ Small Business Saturday ที่กว้างกว่า ซึ่งส่งเสริมให้ผู้คนซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจในท้องถิ่น Shop Small ในที่นี้หมายถึงการเลือกซื้อและสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ได้หมายถึงการซื้อของในร้านที่มีขนาดทางกายภาพเล็ก การมีรายชื่อบนแผนที่ทำให้ลูกค้าที่อาจสนใจค้นพบธุรกิจได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

Shop Small Map ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. แผนผังภายในที่ใช้ใน Logan Parlor
  2. แหล่งข้อมูลแผนที่ที่มีแบรนด์สำหรับค้นหาธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่น
  3. แผนที่ที่แสดงเฉพาะร้านที่มีขนาดทางกายภาพเล็กมาก
ดูคำตอบ

แหล่งข้อมูลแผนที่ที่มีแบรนด์สำหรับค้นหาธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่น

And it's incredible

2:24

และมันยอดเยี่ยมมาก

because we get to meet people ไวยากรณ์

2:25

เพราะเราได้พบผู้คน

that we probably wouldn't normally meet

2:26

ที่ตามปกติเราอาจไม่มีโอกาสได้พบ

ไวยากรณ์

get to meet: โอกาสที่น่ายินดี ไม่ใช่เพียงการพบกัน

Get to + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอการกระทำว่าเป็นโอกาสหรือสิทธิพิเศษที่เกิดขึ้นได้เพราะสถานการณ์ ในที่นี้ get to meet แสดงให้เห็นว่าแผนที่เปิดโอกาสที่น่ายินดีให้เจ้าของธุรกิจได้พบผู้คนที่พวกเขาอาจไม่ได้พบในสถานการณ์ปกติ to ใช้นำหน้ากริยา infinitive ดังนั้น meet จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน ในโครงสร้างนี้ get ไม่ได้แปลว่าไปถึง และ get to ก็ไม่ใช่สำนวนแสดงความจำเป็น have got to

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่หมายถึง “มีโอกาสได้พบ” ลงในประโยค: Thanks to the workshop, we ____ local artists.

ดูคำตอบ

get to meet

or people who have heard about us กริยาวลี

2:29

หรือผู้ที่เคยได้ยินเรื่องของเรา

and found us through this.

2:30

แล้วค้นพบเราผ่านช่องทางนี้

กริยาวลี

heard about us: ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ

ในประโยคนี้ heard about us หมายถึงผู้คนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ อาจจากคำแนะนำหรือการประชาสัมพันธ์ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาได้ยินเสียงที่ดังออกมาจากร้านจริง ๆ รูปแบบคือ hear about + คน สถานที่ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ ในที่นี้ us หมายถึงกิจการและผู้คนในกิจการนั้น ส่วนใน who have heard about us คำว่า heard เป็นรูป past participle ที่ตามหลัง have

แบบฝึกหัด

ลูกค้าคนหนึ่งได้รับข้อมูลเกี่ยวกับร้านจากคำแนะนำ ไม่ใช่เพียงจำชื่อร้านได้ และไม่ได้รับข้อความจากร้าน ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. She heard from the shop in an email.
  2. She heard about the shop from her neighbors.
  3. She had heard of the shop's name but knew nothing else.
ดูคำตอบ

She heard about the shop from her neighbors.

So it's super helpful

2:33

ดังนั้น มันจึงช่วยได้มาก

to us and our business

2:35

ทั้งต่อเราและธุรกิจของเรา

and our team and the neighborhood

2:37

รวมถึงทีมงานและชุมชนแถวนี้

and it just brings so much money,

2:39

อีกทั้งยังนำเม็ดเงินเข้ามามากมาย

you know, keeps it here. สำนวน

2:41

และทำให้เงินยังคงหมุนเวียนอยู่ที่นี่

สำนวน

keeps it here: ทำให้เงินที่ใช้จ่ายยังอยู่ในชุมชนท้องถิ่น

ในที่นี้ keeps it here หมายถึงทำให้เงินที่ลูกค้าใช้จ่ายยังคงหมุนเวียนอยู่ในชุมชนท้องถิ่น กรรม it หมายถึงเงินนั้น ส่วน here หมายถึงย่านหรือเศรษฐกิจท้องถิ่น ไม่ใช่จุดทางกายภาพที่เฉพาะเจาะจงเพียงจุดเดียว ในการเชื่อมข้อความแบบภาษาพูดนี้ ประธานของ keeps เข้าใจได้จากอนุประโยคก่อนหน้า กล่าวคือ กิจกรรมหรือการประชาสัมพันธ์นำเงินเข้ามาและทำให้เงินนั้นยังอยู่ในพื้นที่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + กรรม + วลีบอกสถานที่ ซึ่งหมายถึงทำให้บางสิ่งคงอยู่ในสถานที่หรือระบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: The weekend market brings money into our neighborhood and ____.

ดูคำตอบ

keeps it here

So it's been great for us.

2:42

มันจึงเป็นประโยชน์กับเรามาก

I really do wanna make some change in the industry. ไวยากรณ์

2:45

ฉันอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงในวงการนี้จริง ๆ

ไวยากรณ์

really do wanna: การเน้นความมุ่งมั่นในประโยคบอกเล่า

ที่นี่ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นย้ำในประโยคบอกเล่า ไม่ได้หมายถึงการกระทำอีกอย่าง และไม่ได้ทำให้ประโยคกลายเป็นคำถาม แต่ช่วยเน้น wanna (want to) เพื่อยืนยันอย่างหนักแน่นว่าผู้พูดอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการนี้จริง ๆ Wanna เป็นรูปแบบภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ want to ในงานเขียนที่เป็นทางการควรใช้ want to มากกว่า แต่ความหมายเน้นย้ำของ do ยังคงอยู่: I really do want to make some change.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ do เพื่อเน้นความมุ่งมั่นจริงในประโยคบอกเล่าได้ชัดเจนที่สุด

  1. Do I wanna make some change in the industry?
  2. I really do wanna make some change in the industry.
  3. I really wanna make some change in the industry.
ดูคำตอบ

I really do wanna make some change in the industry.

Maybe even getting into beauty schools

2:48

อาจถึงขั้นเข้าไปในโรงเรียนเสริมสวยต่าง ๆ

and sharing some of the information การใช้คำ

2:50

เพื่อแบ่งปันข้อมูลบางอย่าง

around how to create more inclusive salon spaces.

2:52

เกี่ยวกับวิธีสร้างพื้นที่ร้านทำผมที่เปิดรับทุกคนมากขึ้น

การใช้คำ

information around how to create: around ที่ใช้ระบุหัวข้อ

ในที่นี้ around ใช้แนะนำหัวข้อ ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ทางกายภาพ Information around how to create more inclusive salon spaces หมายถึงข้อมูลเกี่ยวกับหรือที่เกี่ยวข้องกับวิธีสร้างพื้นที่ดังกล่าว ส่วน how to create more inclusive salon spaces เป็นการระบุหัวข้อของข้อมูล การใช้แบบนี้พบได้บ่อยในการพูดคุยและการพูดในบริบทการทำงาน แต่มีความหมายกว้างและตรงน้อยกว่า information about how to create ให้เข้าใจ around ในที่นี้ว่า about หรือ concerning ไม่ใช่ข้อมูลที่อยู่รอบ ๆ ร้านเสริมสวย

แบบฝึกหัด

ถูกหรือผิด: ในประโยค “The workshop gives families information around how to protect their accounts” คำว่า around หมายถึงสถานที่ทางกายภาพที่อยู่รอบบัญชี

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

So a lot of people live outside the binary การใช้คำ

2:56

เพราะมีคนจำนวนมากที่ใช้ชีวิตอยู่นอกกรอบการแบ่งเพศเป็นสองแบบ

การใช้คำ

“Live outside the binary”: เพศที่อยู่นอกเหนือสองประเภท

ในประโยคนี้ live outside the binary หมายถึงการมีอัตลักษณ์ทางเพศที่ไม่สามารถอธิบายได้ครบด้วยเพียงสองประเภท คือชายและหญิง คำว่า the binary หมายถึงกรอบเพศแบบสองขั้ว ไม่ใช่รหัสคอมพิวเตอร์ outside ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการไม่เข้ากับระบบสองประเภทอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่การอาศัยอยู่นอกเขตแดนจริง ๆ วลีนี้ช่วยให้พูดถึงอัตลักษณ์หลายแบบได้โดยไม่เหมารวมว่าทุกแบบเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน ประโยคนี้กล่าวถึงเพศที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชายและหญิง: Some people ____, so the form offers more than two gender options.

ดูคำตอบ

live outside the binary

and I think they feel very seen and celebrated สำนวน

2:58

และฉันคิดว่าพวกเขารู้สึกว่ามีคนมองเห็นและชื่นชมตัวตนของพวกเขาอย่างแท้จริง

when they come to a space that allows for their full expression. วลี

3:01

เมื่อเข้ามาในพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาแสดงออกถึงตัวตนได้อย่างเต็มที่

สำนวน

“Feel seen and celebrated”: ได้รับความเข้าใจและการเห็นคุณค่าในเชิงบวก

Feel seen หมายถึงการรู้สึกว่าคนอื่นมองเห็นและเข้าใจอย่างแท้จริงว่าคุณเป็นใครหรือต้องการอะไร ความหมายจึงมากกว่าแค่การมองเห็นตัวคุณหรือสังเกตเห็นคุณ ส่วน feel celebrated เพิ่มความหมายเชิงบวกที่เข้มขึ้น คือคนอื่นไม่เพียงยอมรับคุณ แต่ยังต้อนรับและเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ของคุณด้วย เมื่อใช้ seen and celebrated คู่กัน จะบรรยายความรู้สึกที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและครอบคลุม ในที่นี้ celebrated ไม่จำเป็นต้องมีงานเลี้ยงหรือพิธีฉลองจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ที่ชมรมแห่งหนึ่ง Maya พูดว่า 'People remember my name, respect my needs, and cheer for who I am. I feel seen and celebrated here.' เธอหมายความว่าอย่างไร

  1. เธอรู้สึกว่าตนได้รับความเข้าใจและได้รับการเห็นคุณค่าในทางบวก
  2. กำลังมีการจัดงานเลี้ยงให้เธอ
  3. เธอสามารถมองเห็นได้จากทุกจุดในห้อง
ดูคำตอบ

เธอรู้สึกว่าตนได้รับความเข้าใจและได้รับการเห็นคุณค่าในทางบวก

วลี

สร้างเงื่อนไขให้พวกเขาแสดงตัวตนได้อย่างเต็มที่

ในวลี allows for their full expression คำว่า allows for หมายถึงการสร้างพื้นที่หรือเงื่อนไขที่จำเป็น เพื่อให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้ ความหมายนี้มากกว่าการบอกว่าอนุญาตให้ใครทำบางอย่าง เพราะเน้นว่าพื้นที่นั้นเองช่วยสนับสนุนให้ผู้คนแสดงตัวตนได้อย่างเต็มที่ คำว่า their ในที่นี้หมายถึงผู้คนที่กำลังพูดถึงตามบริบท ส่วน full expression หมายถึงการแสดงตัวตน รูปแบบของตน หรือความคิดสร้างสรรค์ออกมาอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกบังคับให้เข้ากับหมวดหมู่ที่แคบเกินไป วลีนี้จึงอธิบายว่าพื้นที่ที่เปิดกว้างทำให้การแสดงออกนั้นเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ allows for their full expression หมายความว่าอย่างไร

  1. คำนึงถึงการแสดงตัวตนอย่างเต็มที่ของพวกเขาในฐานะปัจจัยหนึ่ง
  2. ขัดขวางไม่ให้พวกเขาแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ
  3. สร้างเงื่อนไขให้พวกเขาแสดงตัวตนได้อย่างเต็มที่
  4. อนุญาตให้พวกเขาเข้าไปในพื้นที่อย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

สร้างเงื่อนไขให้พวกเขาแสดงตัวตนได้อย่างเต็มที่