ทำไมเราถึงผัดวันประกันพรุ่ง ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดี: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
724 คำ 141 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าการผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่เพียงความขี้เกียจ แต่เป็นการตอบสนองทางอารมณ์ต่อภารกิจที่สมองมองว่าเป็นภัย การหลีกเลี่ยงช่วยลดความเครียดได้ชั่วคราวแต่ยิ่งตอกย้ำวงจรเดิม จึงควรลดอารมณ์ด้านลบด้วยขั้นตอนที่จัดการได้และความเมตตาต่อตนเอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. you've been putting off — กริยาวลี: เข้าใจว่า put off หมายถึงการเลื่อนงานที่ควรทำให้เสร็จ ไม่ใช่การย้ายสิ่งของออกไปด้านข้าง และนำไปใช้พูดถึงรายงาน การอ่านหนังสือ การตัดสินใจ นัดหมาย หรือแผนที่ถูกเลื่อนซ้ำ ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. common misconception — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: สังเกตกลุ่มคำนี้ได้เมื่อผู้พูดกำลังเสนอความเชื่อที่แพร่หลายแต่ไม่ถูกต้อง เช่น ความคิดว่าคนที่ผัดวันประกันพรุ่งต้องเป็นคนขี้เกียจเสมอ และใช้เพื่อชี้ให้เห็นพร้อมแก้ไขข้อสันนิษฐานผิดในคำอธิบายหรือข้อโต้แย้งได้ 3. more than anything, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เห็นว่าคำนี้ทำหน้าที่เน้นคำแนะนำที่สำคัญที่สุดหลังจากกล่าวถึงหลายวิธีแล้ว และใช้จัดลำดับความสำคัญของข้อเสนอแนะ โดยย้ำว่าในบริบทนี้ความเมตตาต่อตนเองสำคัญกว่ามาตรการอื่นที่กล่าวมา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It's 5:00 p.m. and you've just realized that

0:07

ตอนนี้ 5 โมงเย็นแล้ว และคุณเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า

report you've been putting off is due tomorrow. โน้ต

0:11

รายงานที่คุณผลัดวันประกันพรุ่งมาตลอดต้องส่งพรุ่งนี้แล้ว

กริยาวลี

you've been putting off: ผัดสิ่งหนึ่งมาจนถึงตอนนี้

put off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หมายถึงการเลื่อนการทำหรือจัดการบางอย่างออกไป ในประโยคนี้ สิ่งที่ถูกเลื่อนคือรายงาน ส่วน off ไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ you've been putting off เป็นรูป present perfect continuous ซึ่งแสดงว่าการผัดเริ่มขึ้นก่อนหน้านี้และดำเนินต่อมาหรือเกิดซ้ำจนถึงตอนนี้ จึงเพิ่มความเร่งด่วนเมื่อใกล้ถึงกำหนดส่ง ใน that report you've been putting off มีการละ that ที่สามารถวางหลัง report ได้ แต่ report ยังคงเป็นกรรมของ putting off

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ put off: Nina keeps ____ her reading assignment until the night before it is due.

ดูคำตอบ

putting off

วลี

is due tomorrow: บอกว่ากำหนดส่งคือพรุ่งนี้

be due + เวลา ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งถูกคาดหมายหรือจำเป็นต้องเสร็จเมื่อใด ในที่นี้ is due tomorrow หมายความว่ากำหนดส่งรายงานคือพรุ่งนี้ จึงต้องทำให้เสร็จหรือส่งในวันนั้น เมื่อใช้กับการบ้าน รายงาน ใบเรียกเก็บเงิน และสิ่งที่คล้ายกัน due มักหมายถึงกำหนดส่งหรือวันครบกำหนด ในโครงสร้างนี้ tomorrow วางต่อจาก due โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ be due เพื่อบอกกำหนดส่ง: The permission slip ____ tomorrow.

ดูคำตอบ

is due

It's time to buckle down, open your computer, and check your phone. กริยาวลี

0:14

ได้เวลาลงมือทำจริงจัง คุณเปิดคอมพิวเตอร์ และ... เช็คโทรศัพท์

กริยาวลี

buckle down: ตั้งใจลงมือทำอย่างจริงจัง

ในประโยคนี้ buckle down หมายถึงหยุดผัดวันประกันพรุ่งหรือหยุดวอกแวก แล้วเริ่มทำงานอย่างจริงจังและมีสมาธิ เป็นการเปลี่ยนจากการยังไม่ลงมือจริงไปสู่การพยายามอย่างเต็มที่ ไม่ได้หมายถึงการรัดหัวเข็มขัดตามความหมายตรงตัวของ buckle ประโยคนี้มีอารมณ์ขัน เพราะการเช็กโทรศัพท์ขัดกับแผนที่จะตั้งใจทำงาน ผู้พูดบอกว่าถึงเวลามีสมาธิแล้ว แต่กลับพูดถึงสิ่งที่อาจทำให้วอกแวกทันที

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “หยุดผัดวันประกันพรุ่งและเริ่มทำงานอย่างจริงจัง”: The deadline is tomorrow, so it is time to ____.

ดูคำตอบ

buckle down

Maybe catch up on your favorite YouTube channel. กริยาวลี

0:20

บางทีอาจจะดูช่อง YouTube โปรดของคุณให้ทันสักหน่อย

กริยาวลี

catch up on: ตามเก็บเนื้อหาที่พลาดไป

Catch up on หมายถึงการทำ อ่าน ดู หรือเรียนรู้สิ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเวลาทำ กรรมที่ตามหลัง on คือเนื้อหาที่ยังทำไม่เสร็จหรือพลาดไป เช่น emails, news, homework หรือ episodes ในประโยคนี้ กรรมที่ละไว้คือวิดีโอหรืออัปเดตจากช่องที่ยังไม่ได้ดู ไม่ใช่ความหมายตรงตัวของการวิ่งตามคนที่อยู่ข้างหน้าให้ทัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงคุณต้องจัดการอีเมลที่พลาดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I need to catch up with the emails I missed.
  2. I need to catch up on the emails I missed.
  3. I need to catch the emails up I missed.
ดูคำตอบ

I need to catch up on the emails I missed.

Actually, you should probably make dinner first.

0:23

ที่จริง คุณน่าจะไปทำอาหารเย็นก่อนนะ

You usually like cooking,

0:25

ปกติคุณชอบทำอาหารนี่นา

though it's hard to enjoy with this work hanging over your head. สำนวน

0:27

ถึงแม้มันจะยากที่จะเพลิดเพลินเมื่อมีงานนี้ค้างคาอยู่ในหัว

สำนวน

with this work hanging over your head: งานที่คอยกดดันอยู่ในใจ

ใน with this work hanging over your head วลี hanging over your head เป็นอุปมา หมายถึงงานที่ยังไม่เสร็จทำให้เกิดความกังวลหรือความกดดันอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มีสิ่งใดแขวนอยู่เหนือศีรษะจริง ๆ โครงสร้าง with + คำนาม + รูป -ing ใช้บอกสถานการณ์เบื้องหลัง ในที่นี้งานยังค้างอยู่ในใจระหว่างทำอาหาร จึงทำให้เพลิดเพลินกับการทำอาหารได้ยาก โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับหน้าที่ ปัญหา หรือภัยคุกคามที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและทำให้ผ่อนคลายไม่ได้

แบบฝึกหัด

“with this deadline hanging over your head” หมายความว่าอย่างไร

  1. งานนั้นยากเกินกว่าที่คุณจะเข้าใจ
  2. งานที่ยังไม่เสร็จและกำหนดส่งของงานนั้นทำให้กังวลอยู่ตลอด
  3. มีวัตถุแขวนอยู่เหนือศีรษะของคุณจริง ๆ
ดูคำตอบ

งานที่ยังไม่เสร็จและกำหนดส่งของงานนั้นทำให้กังวลอยู่ตลอด

And oh, it's actually pretty late.

0:30

และโอ้ จริงๆ มันก็ดึกมากแล้วนะเนี่ย

Maybe you should just try again in the morning.

0:33

บางทีคุณน่าจะลองใหม่พรุ่งนี้เช้าดีกว่า

This is the cycle of procrastination. การใช้คำ

0:37

นี่คือวงจรของการผลัดวันประกันพรุ่ง

การใช้คำ

the cycle of procrastination: รูปแบบการผัดวันประกันพรุ่งที่เกิดซ้ำ

ใน the cycle of procrastination คำว่า cycle หมายถึงรูปแบบที่เกิดซ้ำ การกระทำหรือความรู้สึกหนึ่งนำไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง แล้วลำดับนั้นก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง วลีที่มี of ระบุว่าเป็นรูปแบบของอะไร ซึ่งในที่นี้คือการผัดวันประกันพรุ่ง cycle ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงช่วงเวลาที่มีความยาวตายตัว โครงสร้าง cycle of + คำนาม สามารถใช้เรียกพฤติกรรมที่เกิดซ้ำหรือกระบวนการที่ยิ่งดำเนินต่อก็ยิ่งเสริมตัวเอง เช่น a cycle of debt

แบบฝึกหัด

cycle ใน “the cycle of procrastination” หมายความว่าอย่างไร

  1. การตัดสินใจเพียงครั้งเดียว
  2. ระยะเวลาที่มีความยาวตายตัว
  3. รูปแบบพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ
ดูคำตอบ

รูปแบบพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ

And I promise you, we have all been there. สำนวน

0:40

และฉันรับรองเลยว่า เราทุกคนต่างเคยเจอแบบนี้มาแล้ว

สำนวน

we have all been there: บอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนเคยเจอ

we have all been there หมายถึงเราทุกคนเคยผ่านสถานการณ์คล้ายกันมาก่อน ในที่นี้ there ย้อนกลับไปหมายถึงประสบการณ์ประเภทหนึ่ง ไม่ใช่สถานที่จริง การใช้ we และ all ช่วยสร้างความรู้สึกว่าอยู่ฝ่ายเดียวกัน ผู้พูดนำเสนอการผัดวันประกันพรุ่งว่าเป็นประสบการณ์ทั่วไปของมนุษย์ ผู้ฟังจึงรู้สึกว่าได้รับความเข้าใจ ไม่ใช่ถูกตำหนิอยู่คนเดียว

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าถูกหรือผิด: ในประโยคนี้ there หมายถึงสถานที่จริงที่ทุกคนเคยไป

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

But why do we keep procrastinating even when we know it's bad for us? ไวยากรณ์

0:44

แต่ทำไมเราถึงยังคงผลัดวันประกันพรุ่งทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดีต่อตัวเรา?

ไวยากรณ์

keep procrastinating even when...: ยังทำต่อทั้งที่รู้ว่าไม่ดี

keep + กริยารูป -ing หมายถึงการกระทำที่ดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ ๆ ดังนั้น keep procrastinating จึงหมายถึงผัดวันประกันพรุ่งต่อไป เมื่อ keep ใช้ในความหมายนี้ กริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing even when ใช้นำเข้าสถานการณ์ที่ตามปกติควรทำให้การกระทำนั้นหยุดลง แต่กลับไม่หยุด โครงสร้างเต็ม keep doing something even when... เน้นความขัดแย้งระหว่างพฤติกรรมกับสิ่งที่คนคนหนึ่งรู้หรือกำลังเผชิญ กล่าวคือเรารู้ว่าการผัดวันประกันพรุ่งเป็นโทษ แต่ก็ยังทำต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ ใช้ keep ร่วมกับ check และใช้ even when: I ____ my phone ____ I know it distracts me.

ดูคำตอบ

keep checking · even when

To be clear, putting something off isn't always procrastinating. ลำดับความ

0:50

เพื่อความชัดเจน การเลื่อนทำอะไรสักอย่างออกไปไม่ใช่การผลัดวันประกันพรุ่งเสมอไป

ลำดับความ

To be clear: ส่งสัญญาณว่าจะชี้แจง

To be clear เป็นวลีที่ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะชี้แจงให้ชัด วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปมีไว้เพื่อระบุประเด็นอย่างแม่นยำหรือป้องกันความเข้าใจผิด ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่ความแตกต่างระหว่าง putting something off กับ procrastinating โดยทั่วไป ให้วางไว้ก่อนข้อความที่ต้องการให้ผู้ฟังตีความอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

To be clear ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้บอกว่าผู้พูดไม่ได้ยินผู้ฟัง
  2. วลีนี้บอกว่าสถานการณ์มองเห็นได้ง่าย
  3. วลีนี้บอกว่าผู้พูดกำลังชี้แจงความแตกต่าง
ดูคำตอบ

วลีนี้บอกว่าผู้พูดกำลังชี้แจงความแตกต่าง

Responsible time management requires deciding which tasks are important and which ones can wait. ไวยากรณ์

0:55

การบริหารเวลาอย่างรับผิดชอบต้องอาศัยการตัดสินใจว่างานไหนสำคัญและงานไหนรอได้

ไวยากรณ์

deciding which ... and which ones ...: การเลือกแบบขนาน

คำกริยา deciding ตามด้วยอนุประโยคที่วางขนานกันสองส่วน คือ which tasks are important และ which ones can wait ทั้งสองส่วนร่วมกันระบุการตัดสินใจสองอย่างที่ต้องทำเมื่อต้องจัดกลุ่มงาน ในอนุประโยคที่สอง ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ tasks ดังนั้น which ones จึงหมายถึง which tasks โครงสร้าง which ... and which ones ... มีประโยชน์เมื่อต้องแบ่งกลุ่มสิ่งต่าง ๆ จากชุดที่รู้จักอยู่แล้ว หรือเลือกการกระทำที่ต่างกันให้สมาชิกแต่ละกลุ่ม

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างขนานด้วยวลีที่ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าว tasks ซ้ำ: We need to decide which tasks are urgent and ____ can wait.

ดูคำตอบ

which ones

Procrastination is when we avoid a task we said we would do for no good reason, วลี

1:01

การผลัดวันประกันพรุ่งคือเมื่อเราหลีกเลี่ยงงานที่เราบอกว่าจะทำโดยไม่มีเหตุผลที่ดี

วลี

for no good reason: โดยไม่มีเหตุผลที่สมควร

ในประโยคนี้ for no good reason หมายถึง “โดยไม่มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลหรือใช้ชี้แจงได้” วลีนี้ทำให้การหลีกเลี่ยงงานดูเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความหมายของการผัดวันประกันพรุ่งในที่นี้ คำว่า good ใช้บอกคุณภาพของเหตุผล โดย a good reason คือเหตุผลที่ใช้รองรับการกระทำนั้นได้ ไม่ได้หมายความว่าเหตุผลนั้นมีน้ำใจหรือดีงามทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “โดยไม่มีเหตุผลที่สมควร”: He deleted the message ____.

ดูคำตอบ

for no good reason

despite expecting our behavior to bring negative consequences. ไวยากรณ์

1:06

ทั้งที่คาดได้ว่าพฤติกรรมของเราจะนำมาซึ่งผลเสีย

ไวยากรณ์

despite expecting...: despite + รูป -ing

Despite ใช้แสดงความขัดแย้งแบบยอมรับข้อเท็จจริง กล่าวคือ การกระทำหรือข้อเท็จจริงหลักยังคงเกิดขึ้นแม้จะมีสถานการณ์ที่ระบุหลัง despite ในที่นี้ despite expecting... หมายถึง “แม้ว่าเราจะคาดว่า...” และแสดงว่าผลเสียถูกคาดการณ์ไว้แล้ว หลัง despite ใช้กลุ่มคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ไม่ใช้อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาที่แสดงกาลของตัวเองโดยตรง ดังนั้น despite expecting... จึงถูกต้อง แต่ถ้าเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ให้ใช้ although we expect....

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ despite ได้ถูกต้อง?

  1. Despite to expect delays, we left on time.
  2. Despite expecting delays, we left on time.
  3. Despite we expected delays, we left on time.
ดูคำตอบ

Despite expecting delays, we left on time.

Obviously, it's irrational to do something you expect to harm you.

1:10

ชัดเจนว่า มันไม่สมเหตุสมผลที่จะทำสิ่งที่คาดว่าจะทำร้ายคุณ

But ironically, procrastination is the result of our bodies trying to protect us, โน้ต

1:15

แต่ตลกร้ายที่การผลัดวันประกันพรุ่งเป็นผลมาจากการที่ร่างกายพยายามปกป้องเรา

วลี

is the result of: เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับสาเหตุ

ในโครงสร้าง A is the result of B ส่วน A ระบุผลลัพธ์ และ B ระบุสาเหตุหรือที่มา ในที่นี้ procrastination คือผลลัพธ์ ส่วนความพยายามของร่างกายที่จะปกป้องเราถูกนำเสนอว่าเป็นที่มาของผลนั้น โครงสร้างเหตุและผลที่ใช้คำนามนี้พบได้บ่อยในคำอธิบาย รายงาน และงานเขียนเชิงวิชาการหรือวิทยาศาสตร์ ต้องคง of ไว้หน้าสาเหตุ: be the result of + คำนามหรืออนุประโยค -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ be the result of: The cancellation ____ severe weather.

ดูคำตอบ

was the result of

specifically by avoiding a task we see as threatening. วลี

1:21

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการหลีกเลี่ยงงานที่เรามองว่าเป็นภัยคุกคาม

ลำดับความ

But ironically: สัญญาณของการหักมุมที่ตรงข้ามกับความคาดหมาย

But แสดงความขัดแย้งกับแนวคิดก่อนหน้า ส่วน ironically บอกว่าสิ่งที่ตามมาขัดกับความคาดหมายหรือตรรกะที่เห็นอยู่ภายนอก เมื่อนำมารวมกัน But ironically จึงเป็นสัญญาณให้เตรียมรับคำอธิบายที่จะพลิกมุมมองที่ดูชัดเจนในตอนแรก ในที่นี้ การผัดวันประกันพรุ่งดูเหมือนเป็นพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเอง แต่กลับถูกอธิบายว่าเป็นความพยายามของร่างกายที่จะปกป้องเรา Ironically ไม่ได้แปลเพียงว่า “อย่างตลก” แต่จุดสำคัญคือความไม่ตรงกันระหว่างสิ่งที่คาดไว้กับความเป็นจริง

แบบฝึกหัด

But ironically ในประโยคนี้ส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. เหตุการณ์ถัดไปในลำดับเวลาง่าย ๆ
  2. ผลลัพธ์ที่ขัดกับมุมมองที่คาดไว้
  3. รายการข้อเท็จจริงที่เป็นกลางและไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ที่ขัดกับมุมมองที่คาดไว้

วลี

see ... as threatening: มองว่าสิ่งหนึ่งเป็นภัยคุกคาม

ในโครงสร้าง see A as B นั้น A คือคนหรือสิ่งที่ถูกประเมิน ส่วน B คือคำอธิบายหรือประเภทที่ผู้พูดจัดให้ A ใน a task we see as threatening อนุประโยคขยายมีความหมายเท่ากับ “a task that we see as threatening” โดยเข้าใจว่า a task เป็นกรรมของ see see ในที่นี้หมายถึง “มองว่า” หรือ “ถือว่า” ไม่ใช่ “มองเห็นด้วยตา” ถ้อยคำนี้บอกการประเมินของเราว่างานนั้นดูอันตรายหรือมีความเสี่ยง ไม่ได้ยืนยันว่างานนั้นเป็นภัยคุกคามจริงในเชิง客观

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อแสดงการประเมินของ Maya: Maya sees the setback ____ a chance to improve.

ดูคำตอบ

as

When you realize you need to write that report,

1:27

เมื่อคุณตระหนักว่าคุณจำเป็นต้องเขียนรายงานฉบับนั้น

your brain responds like it would to any incoming threat. ไวยากรณ์

1:29

สมองของคุณจะตอบสนองเหมือนกับที่ทำต่อภัยคุกคามที่กำลังเข้ามา

ไวยากรณ์

responds like it would to ...: เปรียบเทียบกับการตอบสนองในสถานการณ์สมมติ

โครงสร้าง X responds like it would to Y เปรียบเทียบการตอบสนองที่เกิดขึ้นจริงกับการตอบสนองที่คาดว่าจะเกิดในอีกสถานการณ์หนึ่ง ในที่นี้ it หมายถึง your brain ดังนั้นความหมายคือ สมองตอบสนองต่อรายงานในแบบเดียวกับที่มันจะตอบสนองต่อภัยคุกคามที่กำลังเข้ามา would ในที่นี้ไม่ได้บอกอนาคตตามปกติ แต่สร้างการเปรียบเทียบกับสถานการณ์สมมติ และละกริยา respond ที่ซ้ำหลัง would เพราะเข้าใจได้อยู่แล้ว: like it would [respond] to any incoming threat

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The program reacts to the test signal like it would to a real attack,” would ทำหน้าที่อะไร?

  1. แสดงว่าโปรแกรมเต็มใจที่จะตอบสนอง
  2. สร้างการเปรียบเทียบเชิงสมมติและแทนกริยา reacts ที่ซ้ำกัน
  3. บอกว่าโปรแกรมจะตอบสนองในภายหลัง
ดูคำตอบ

สร้างการเปรียบเทียบเชิงสมมติและแทนกริยา reacts ที่ซ้ำกัน

Your amygdala, a set of neurons involved in emotional processing and threat identification, โน้ต

1:33

อะมิกดาลาของคุณ ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลอารมณ์และการระบุภัยคุกคาม

การใช้คำ

amygdala: โครงสร้างสมองที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลอารมณ์และภัยคุกคาม

“Amygdala” เป็นศัพท์ประสาทวิทยาที่หมายถึงโครงสร้างในสมองซึ่งประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ประสาท ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการประมวลผลอารมณ์และการระบุสิ่งที่อาจเป็นภัยคุกคาม ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคแรกเป็นวลีซ้อนอธิบายที่อธิบายศัพท์เฉพาะนั้นโดยตรง ในบทความวิทยาศาสตร์ คำอธิบายที่อยู่ใกล้ศัพท์เช่นนี้ช่วยให้เข้าใจคำที่ไม่คุ้นเคยโดยไม่เข้าใจผิดว่าเป็นชื่อคนหรือชื่อแบรนด์

แบบฝึกหัด

amygdala ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. อุปกรณ์ที่ใช้วัดอันตราย
  2. โครงสร้างในสมองที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลอารมณ์และการระบุภัยคุกคาม
  3. ชื่อของบุคคล
ดูคำตอบ

โครงสร้างในสมองที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลอารมณ์และการระบุภัยคุกคาม

วลี

involved in emotional processing and threat identification: มีส่วนในการประมวลผลอารมณ์และการระบุภัยคุกคาม

“Involved in” หมายถึงการมีส่วนร่วมหรือมีบทบาทในกิจกรรม กระบวนการ หรือหน้าที่บางอย่าง ในที่นี้ involved in emotional processing and threat identification บอกว่าเซลล์ประสาทช่วยทำหน้าที่ใด ไม่ได้หมายความว่าเซลล์ประสาท “ซับซ้อน” วลีนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อที่ขยาย neurons และเทียบได้กับ neurons [that are] involved in... หลัง in มีนามวลีสองชุดที่เชื่อมขนานกัน คือ emotional processing และ threat identification ซึ่งระบุหน้าที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “มีบทบาทใน”: This brain region is ____ memory formation.

ดูคำตอบ

involved in

releases hormones, including adrenaline, that kick off a fear response. กริยาวลี

1:39

จะปล่อยฮอร์โมน รวมถึงอะดรีนาลีน ที่กระตุ้นการตอบสนองต่อความกลัว

กริยาวลี

kick off a fear response: กระตุ้นการตอบสนองต่อความกลัว

ในประโยคนี้ kick off หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเริ่มขึ้น” ฮอร์โมนทำให้การตอบสนองต่อความกลัวเริ่มขึ้น จึงไม่ได้หมายถึงการเตะสิ่งใดจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ kick off + เหตุการณ์ กระบวนการ หรือปฏิกิริยา สำนวนนี้สื่อว่ามีบางอย่างเป็นตัวกระตุ้นให้เริ่ม ไม่ใช่เพียงบอกว่าสิ่งนั้นเริ่มขึ้นเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้เริ่มขึ้น”: A sudden warning can ____ an emergency response.

ดูคำตอบ

kick off

This stress-induced panic can overpower the impulses from your prefrontal cortex, การใช้คำ

1:45

ความตื่นตระหนกที่เกิดจากความเครียดนี้สามารถเอาชนะแรงกระตุ้นจากสมองส่วนหน้าของคุณ

การใช้คำ

stress-induced panic: คำคุณศัพท์ประสมที่บอกสาเหตุ

stress-induced เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย panic และหมายถึง “เกิดจากความเครียด” ดังนั้นวลีนี้จึงบอกสาเหตุของอาการตื่นตระหนก ในรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ X-induced + คำนาม ตัว X ระบุสาเหตุ ส่วน induced หมายถึง “เกิดจาก” หรือ “ถูกทำให้เกิด” เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า stress และ induced ทำหน้าที่ร่วมกันหน้าคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “เกิดจากความเครียด”: The article discusses ____ sleep problems.

ดูคำตอบ

stress-induced

which typically help you think long-term and regulate your emotions. วลี

1:50

ซึ่งโดยปกติจะช่วยให้คุณคิดการณ์ไกลและควบคุมอารมณ์ของคุณ

วลี

think long-term: พิจารณาผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

think long-term หมายถึงการพิจารณาว่าอะไรอาจเกิดขึ้นภายหลัง และการเลือกในวันนี้จะส่งผลต่อเป้าหมายในอนาคตอย่างไร long-term บอกมุมมองด้านเวลาที่ใช้คิด ไม่ได้หมายถึงการใช้เวลาคิดนาน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงความสามารถในการมองเลยพ้นปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นทันที แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ได้กับแผน นิสัย เงิน การเรียน และการตัดสินใจอื่น ๆ ที่มีผลต่ออนาคต

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ think long-term หมายถึงอะไร

  1. สนใจเฉพาะสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีในตอนนี้
  2. ใช้เวลาหลายชั่วโมงคิด
  3. พิจารณาผลกระทบและเป้าหมายในอนาคต
ดูคำตอบ

พิจารณาผลกระทบและเป้าหมายในอนาคต

And it's in the midst of this fight, flight, or freeze response โน้ต

1:55

และในท่ามกลางการตอบสนองแบบ 'สู้ หนี หรือนิ่งค้าง' นี่เอง

วลี

in the midst of: อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

in the midst of หมายถึงในขณะที่เหตุการณ์ กระบวนการ หรือสถานการณ์ยากลำบากกำลังเกิดขึ้น ในที่นี้ วลีดังกล่าววางการตัดสินใจไว้ในช่วงที่การตอบสนองแบบสู้ หนี หรือชะงักค้างกำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่ก่อนหรือหลังการตอบสนองนั้น วลีนี้มักทำให้สถานการณ์ดูชัดเจนและให้ความรู้สึกว่าผู้เกี่ยวข้องกำลังถูกสถานการณ์นั้นล้อมรอบ ให้เข้าใจ in the midst of เป็นหน่วยเดียวที่ตามด้วยนามวลี เช่น in the midst of a crisis หรือ in the midst of major changes

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in the midst of อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

  1. In the midst of five minutes, I finished my snack.
  2. In the midst of the emergency, the nurses stayed calm.
  3. In the midst of a pencil, I wrote my name.
ดูคำตอบ

In the midst of the emergency, the nurses stayed calm.

การใช้คำ

fight, flight, or freeze response: ปฏิกิริยาสามแบบต่อภัยคุกคาม

fight, flight, or freeze response เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกสามวิธีทั่วไปที่ร่างกายและจิตใจอาจตอบสนองต่อภัยคุกคาม โดย fight คือการเผชิญหน้า flight คือการหนีออกไป และ freeze คือการนิ่งค้างหรือไม่สามารถลงมือทำอะไรได้ ภัยคุกคามอาจเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงสิ่งที่เจ้าตัวรู้สึกก็ได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายปฏิกิริยาความเครียดที่เกิดขึ้นขณะคนคนหนึ่งหลีกเลี่ยงงานที่ยาก คำสามคำนี้จึงไม่ใช่รายการการกระทำทั่วไปที่นำมาเรียงกัน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ fight, flight, or freeze response มากที่สุดในเนื้อหาด้านจิตวิทยาและสุขภาพ

  1. หมายถึงปฏิกิริยาอัตโนมัติทั่วไปต่อภัยคุกคามที่รับรู้
  2. เป็นสามขั้นตอนในการแก้โจทย์ที่ยาก
  3. หมายถึงการออกกำลังกายสามประเภท
ดูคำตอบ

หมายถึงปฏิกิริยาอัตโนมัติทั่วไปต่อภัยคุกคามที่รับรู้

that you decide to handle the threat by avoiding it

1:59

ที่คุณตัดสินใจจัดการกับภัยคุกคามด้วยการหลีกเลี่ยงมัน

in favor of some less stressful task. วลี

2:02

เพื่อไปทำงานอื่นที่เครียดน้อยกว่า

วลี

in favor of some less stressful task: หันไปเลือกงานที่เครียดน้อยกว่า

in favor of อาจหมายถึงการเลือกตัวเลือกหนึ่งแทนอีกตัวเลือกหนึ่ง ในที่นี้ avoiding it in favor of some less stressful task หมายถึงการวางงานที่ทำให้เครียดไว้ แล้วหันไปเลือกงานที่เครียดน้อยกว่าแทน กลุ่มคำนามหลัง of ระบุตัวเลือกที่ได้รับความชอบหรือถูกนำมาใช้ บริบทจะบอกว่า in favor of หมายถึงการเลือกหรือการสนับสนุน และในที่นี้ avoiding ทำให้ความหมายเรื่องการแทนที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “เลือกตัวเลือกที่สองแทนตัวเลือกแรก”: The restaurant removed plastic straws ____ paper ones.

ดูคำตอบ

in favor of

This response might seem extreme.

2:05

การตอบสนองนี้อาจดูรุนแรงเกินไป

After all, it's just a deadline, not a bear attack. ลำดับความ

2:08

ท้ายที่สุด มันก็แค่เส้นตาย ไม่ใช่การโจมตีของหมีสักหน่อย

ลำดับความ

After all: เพิ่มเหตุผลสนับสนุนให้ข้อความก่อนหน้า

After all เป็นคำเชื่อมในการเรียบเรียงความคิดที่ใช้เกริ่นเหตุผลซึ่งสนับสนุนหรือช่วยให้เข้าใจข้อความก่อนหน้า ในที่นี้ it's just a deadline, not a bear attack ให้เหตุผลว่าปฏิกิริยาที่รุนแรงเช่นนั้นอาจไม่สมส่วนกับอันตรายที่แท้จริง After all ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง after everything หรือ “หลังจากทุกสิ่งทุกอย่าง” รูปแบบการจัดข้อมูลที่ควรจำคือ ข้อความหรือการตัดสิน + After all, + ข้อเท็จจริงสนับสนุนที่ต้องการให้ผู้ฟังคำนึงถึง

แบบฝึกหัด

After all ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? You can ask for help. After all, nobody knows everything.

  1. เพิ่มเหตุผลที่สนับสนุนการขอความช่วยเหลือ
  2. แสดงว่าการขอความช่วยเหลือเกิดขึ้นภายหลัง
  3. เกริ่นหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

เพิ่มเหตุผลที่สนับสนุนการขอความช่วยเหลือ

But we're most likely to procrastinate tasks that evoke negative feelings, ไวยากรณ์

2:11

แต่เรามีแนวโน้มที่จะผัดผ่อนงานที่กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกเชิงลบมากที่สุด

such as dread, incompetence, and insecurity. ลำดับความ

2:16

เช่น ความกลัว ความไร้ความสามารถ และความไม่มั่นคง

ไวยากรณ์

we're most likely to procrastinate: be most likely to + กริยา

โครงสร้าง be most likely to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีโอกาสสูงที่สุดที่จะทำบางอย่างเมื่อมีการเปรียบเทียบ ใน we're most likely to procrastinate คำว่า we're หมายถึง we are, most likely บอกความน่าจะเป็น และ to procrastinate บอกการกระทำ สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอาจระบุชัดเจนหรือเข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้กำลังเปรียบเทียบงานประเภทต่าง ๆ โดยงานที่กระตุ้นความรู้สึกด้านลบคือประเภทที่คนมีแนวโน้มจะเลื่อนออกไปมากที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย be most likely to + verb ให้สมบูรณ์: Of all the players, Nina is ____ score the winning goal.

ดูคำตอบ

most likely to

ลำดับความ

such as dread, incompetence, and insecurity: การยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง

such as ใช้นำเสนอตัวอย่างที่อยู่ในหมวดหมู่ที่กว้างกว่า ในที่นี้ negative feelings คือหมวดหมู่ ส่วน dread, incompetence และ insecurity คือตัวอย่างสามอย่างในหมวดหมู่นั้น คำที่ตามหลัง such as เป็นรายการคำนามที่วางเรียงกัน ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ รายการนี้ช่วยอธิบายหมวดหมู่ด้วยตัวอย่าง แต่ไม่ได้หมายความว่าได้ระบุความรู้สึกด้านลบที่เป็นไปได้ทั้งหมดแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ใช้แนะนำ hiking และ cycling ว่าเป็นตัวอย่าง: Outdoor activities, ____ hiking and cycling, can improve your mood.

ดูคำตอบ

such as

Studies of procrastinating university students have found participants were more likely to put off tasks

2:20

การศึกษาในนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ชอบผลัดวันประกันพรุ่งพบว่าผู้เข้าร่วมมีแนวโน้มที่จะเลื่อนงาน

they perceived as stressful or challenging. วลี

2:26

ที่พวกเขารับรู้ว่าเครียดหรือท้าทายออกไป

วลี

they perceived as stressful or challenging: การประเมินตามมุมมองในอนุประโยคขยายคำนาม

อนุประโยค they perceived as stressful or challenging ขยายคำว่า tasks โดยใช้โครงสร้าง perceive something as + adjective: they perceived the tasks as stressful or challenging อนุประโยคขยายคำนามแบบเต็มอาจขึ้นต้นด้วย that หรือ which แต่ในที่นี้ละคำสรรพนามเชื่อมที่ทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ perceive ... as รายงานการประเมินของผู้เข้าร่วม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงวัตถุ งานเหล่านั้นดูเครียดหรือท้าทายในมุมมองของพวกเขา ประโยคไม่ได้บอกว่าทุกคนจะประเมินงานเหล่านั้นเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ perceive ... as เพื่อแสดงการประเมินของทีม: The team postponed a change they ____ too risky.

ดูคำตอบ

perceived as

And the perception of how difficult the task is increases while you're putting it off. ไวยากรณ์

2:29

และการรับรู้ว่างานนั้นยากแค่ไหนจะเพิ่มขึ้นในขณะที่คุณกำลังผัดผ่อนมัน

ไวยากรณ์

how difficult the task is: ลำดับคำในคำถามแฝง

ในที่นี้ how difficult the task is บอกเนื้อหาของการรับรู้นั้น คือผู้คนมองว่างานยากเพียงใด ส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่คำถามโดยตรง คำถามแฝงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how difficult + the task + is ส่วนคำถามโดยตรงจะวาง is ไว้หน้าประธาน: How difficult is the task?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องสำหรับคำถามแฝง?

  1. I can see how is the task difficult.
  2. I can see how difficult is the task.
  3. I can see how difficult the task is.
ดูคำตอบ

I can see how difficult the task is.

In one experiment, students were given reminders to study throughout the day. ไวยากรณ์

2:36

ในการทดลองหนึ่ง นักเรียนได้รับการแจ้งเตือนให้เรียนหนังสือตลอดทั้งวัน

ไวยากรณ์

students were given reminders: รูป passive ที่ใช้ผู้รับเป็นประธาน

students were given reminders เป็นรูป passive simple past ของ give someone something ผู้รับคือ students ถูกนำมาเป็นประธาน: students + were + given + reminders หมายความว่านักเรียนได้รับข้อความเตือน ไม่ใช่นักเรียนเป็นผู้ให้ข้อความเตือน รูป passive นี้เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม ผู้ที่ส่งข้อความเตือนหรือระบบที่ส่งข้อความเตือนไม่ถูกกล่าวถึง เพราะข้อมูลนั้นไม่สำคัญในที่นี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยค passive simple past นี้ด้วยรูปที่ถูกต้องของ give และคำนาม reminders: Before class, the students ____.

ดูคำตอบ

were given reminders

While they were studying, most reported that it wasn't so bad. น้ำเสียง/เจตนา

2:41

ในขณะที่พวกเขากำลังเรียน ส่วนใหญ่รายงานว่ามันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

it wasn't so bad: ไม่แย่อย่างที่คาดไว้

ในประโยคนี้ it หมายถึงประสบการณ์จริงหลังจากที่นักเรียนเริ่มเรียนแล้ว it wasn't so bad หมายความว่าประสบการณ์นั้นไม่ได้แย่หรือยากเท่าที่พวกเขาคาดไว้ นี่เป็นการประเมินใหม่ในทางบวกแบบอ่อน ๆ ไม่ใช่คำชมอย่างมาก วลีนี้มักสื่อว่าความกังวลก่อนหน้านั้นเกินจริงไปบ้าง

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการตีความนี้ถูกต้องหรือไม่: ใน “The game was hard, but it wasn't so bad once I learned the rules,” ผู้พูดกำลังชมอย่างมาก

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

But when they were procrastinating,

2:44

แต่เมื่อพวกเขากำลังผลัดวันประกันพรุ่ง

they consistently rated the idea of studying as very stressful, วลี

2:46

พวกเขาให้คะแนนความคิดที่จะเรียนหนังสือว่าเครียดมากอย่างสม่ำเสมอ

making it difficult to get started. ไวยากรณ์

2:52

ทำให้ยากที่จะเริ่มต้น

วลี

rated ... as very stressful: การรายงานผลการประเมิน

ในโครงสร้าง rate something as + description คำว่า rate หมายถึงตัดสินหรือประเมิน ในที่นี้ the idea of studying คือสิ่งที่ถูกประเมิน และ very stressful คือผลของการประเมิน ส่วน as ใช้นำคำบรรยายที่กำหนดให้ ไม่ได้ใช้เพื่อเปรียบเทียบ เนื่องจากกรรมคือ the idea of studying ประโยคนี้จึงบอกว่าการเรียนดูน่าเครียดเพียงใดก่อนที่นักเรียนจะเริ่มลงมือ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความรู้สึกจริงหลังจากเริ่มเรียนแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้นำผลการประเมินให้ประโยคสมบูรณ์: The students rated the instructions ____ very clear.

ดูคำตอบ

as

ไวยากรณ์

making it difficult to get started: ใช้ -ing เพื่อบอกผลลัพธ์

อนุประโยค -ing making it difficult to get started เพิ่มผลที่เกิดจากสถานการณ์ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า หมายความว่าสถานการณ์นั้นทำให้การเริ่มต้นยากขึ้น โดย making ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ผลิตสิ่งของ” ประธานที่เข้าใจได้ของ making คือสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ภายในอนุประโยคใช้รูปแบบ make it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive โดย it เป็นกรรมแทนตำแหน่ง ส่วน to get started ระบุการกระทำที่กลายเป็นเรื่องยาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ท้ายประโยคเพื่อบอกผลจากสถานการณ์ก่อนหน้า

  1. Making the heavy rain flood the path, it was impossible to cross.
  2. The heavy rain flooded the path, making it impossible to cross.
  3. The heavy rain flooded the path because it was impossible to cross.
ดูคำตอบ

The heavy rain flooded the path, making it impossible to cross.

Because procrastination is motivated by our negative feelings, ลำดับความ

2:55

เนื่องจากการผลัดวันประกันพรุ่งถูกขับเคลื่อนโดยความรู้สึกเชิงลบของเรา

some individuals are more susceptible to it than others. การใช้คำ

2:58

บางคนจึงอ่อนไหวต่อมันมากกว่าคนอื่น

ลำดับความ

Because procrastination is motivated...: บอกเหตุผลก่อนข้อสรุป

Because procrastination is motivated by our negative feelings เป็นอนุประโยคบอกเหตุผลที่วางไว้ก่อนประโยคหลัก โดยบอกผู้อ่านก่อนว่าเหตุใดข้อสรุปที่ตามมาจึงเกิดขึ้น นั่นคือความรู้สึกด้านลบกระตุ้นการผัดวันประกันพรุ่ง จึงทำให้บางคนมีแนวโน้มผัดวันประกันพรุ่งมากกว่า การวาง Because ไว้ต้นประโยคจัดลำดับคำอธิบายเป็น “เหตุผลก่อน ข้อสรุปทีหลัง” เครื่องหมายจุลภาคแสดงการเปลี่ยนไปสู่ประโยคหลัก และอนุประโยค Because เพียงอย่างเดียวไม่สื่อความหมายที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเป็นประโยคสมบูรณ์ที่บอกเหตุผลก่อนในอนุประโยค Because แล้วจึงบอกผล

  1. Because the roads were icy.
  2. Because the roads were icy, the school opened two hours late.
  3. The school opened two hours late because the roads were icy.
ดูคำตอบ

Because the roads were icy, the school opened two hours late.

การใช้คำ

are more susceptible to it than others: ได้รับผลกระทบจากสิ่งนั้นง่ายกว่าคนอื่น

be susceptible to something หมายถึง “ได้รับผลกระทบจากสิ่งนั้นได้ง่าย” หรือ “มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะนั้น” ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึง procrastination จึงสื่อว่าบางคนมีแนวโน้มผัดวันประกันพรุ่งมากกว่าคนอื่น more ... than ใช้แสดงการเปรียบเทียบ ใน susceptible to คำว่า to เป็นคำบุพบท สิ่งที่ตามมาคืออิทธิพล ความเสี่ยง หรือภาวะ ไม่ได้บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมรูปเปรียบเทียบที่หมายถึง “เสียหายได้ง่ายกว่า” พร้อมคำบุพบทที่จำเป็น: Young plants are ____ frost damage than mature plants.

ดูคำตอบ

more susceptible to

People who have difficulty regulating their emotions and those who struggle with low self-esteem วลี

3:02

คนที่มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์และคนที่ต่อสู้กับการเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ

วลี

have difficulty regulating: difficulty ตามด้วยรูป -ing

ใน have difficulty regulating their emotions คำว่า regulating ระบุกิจกรรมที่ทำได้ยาก โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ have difficulty + -ing หรือ have difficulty doing something อาจพบรูป have difficulty in doing something ซึ่งมี in ได้เช่นกัน รูปที่สั้นกว่าและไม่มี in นั้นใช้บ่อยมากและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์อย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมรูป -ing ที่ถูกต้องของ manage: Mia has difficulty ____ her time during busy weeks.

ดูคำตอบ

managing

วลี

those who struggle with low self-esteem: ผู้ที่เผชิญปัญหาการเห็นคุณค่าในตนเองต่ำอย่างต่อเนื่อง

those ใช้แทนกลุ่มคนหลายคนที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ who ระบุว่าเป็นคนกลุ่มใด ในที่นี้ those who struggle with low self-esteem หมายถึงคนที่รู้สึกซ้ำ ๆ ว่าการรับมือกับการเห็นคุณค่าในตนเองต่ำนั้นเป็นเรื่องยาก ในโครงสร้าง struggle with + ปัญหา คำว่า with นำหน้าสิ่งที่เป็นความยากลำบาก ไม่ใช่เพื่อนที่ร่วมพยายามด้วย วลีนี้มักสื่อถึงปัญหาที่ต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำ มากกว่าเหตุการณ์ที่ยากเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ struggle with เพื่อบอกถึงความยากลำบากที่ต่อเนื่อง

  1. Leo and Maya struggle together to lift the heavy box.
  2. Leo struggles with staying focused during long lessons.
  3. Leo struggles against Maya in the final match.
ดูคำตอบ

Leo struggles with staying focused during long lessons.

are much more likely to procrastinate,

3:08

มีโอกาสที่จะผลัดวันประกันพรุ่งมากกว่ามาก

regardless of how good they are at time management. ไวยากรณ์

3:10

ไม่ว่าพวกเขาจะเก่งเรื่องการบริหารเวลาแค่ไหนก็ตาม

ไวยากรณ์

regardless of how good they are at time management: ไม่ว่าจะบริหารเวลาได้ดีเพียงใด

regardless of ใช้นำเสนอปัจจัยที่ไม่ทำให้ข้อสรุปหลักเปลี่ยนไป regardless of how good they are at time management หมายความว่า ไม่ว่าความสามารถในการบริหารเวลาของพวกเขาจะอยู่ในระดับใด ข้อสรุปหลักก็ยังคงเป็นจริง หลัง of ส่วน how good they are at time management เป็นอนุประโยคที่แทรกอยู่ในประโยค และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ they are ไม่ใช่ are they โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ regardless of + how + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + ประธาน + กริยา

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง regardless of เติมประโยคให้สมบูรณ์: The same safety rules apply ____ experienced you are.

ดูคำตอบ

regardless of how

However, it's a common misconception that all procrastinators are lazy. วลี

3:14

อย่างไรก็ตาม เป็นความเข้าใจผิดทั่วไปที่ว่าคนที่ผลัดวันประกันพรุ่งทุกคนขี้เกียจ

วลี

common misconception: ความเชื่อผิดที่แพร่หลาย

A common misconception หมายถึงความคิดที่ไม่ถูกต้องซึ่งหลายคนเชื่อ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าความเชื่อที่ว่าคนผัดวันประกันพรุ่งทุกคนขี้เกียจนั้นเป็นความเชื่อที่ผิด โครงสร้าง It's a common misconception that + อนุประโยค ใช้บอกเนื้อหาของความเชื่อก่อนที่ผู้พูดจะแก้ไขหรือโต้แย้ง เหมาะสำหรับจัดลำดับคำอธิบายเกี่ยวกับความเชื่อที่แพร่หลายแต่ไม่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ความเชื่อที่แพร่หลายแต่ไม่ถูกต้อง” ให้สมบูรณ์: It is a ____ that the Great Wall of China can be seen from the Moon with the naked eye.

ดูคำตอบ

common misconception

In the body and brain, laziness is marked by low energy and general apathy. วลี

3:20

ในร่างกายและสมอง ความขี้เกียจถูกระบุด้วยพลังงานที่ต่ำและความเฉื่อยชาทั่วไป

วลี

marked by low energy and general apathy: การบอกลักษณะสำคัญ

ในโครงสร้าง be marked by + นามวลี marked by หมายถึง “มีลักษณะเด่นคือ” ในที่นี้ พลังงานต่ำและความเฉยเมยโดยทั่วไป ซึ่งหมายถึงการขาดความสนใจหรือความใส่ใจในวงกว้าง ถูกนำเสนอว่าเป็นลักษณะทั่วไปของความเกียจคร้าน โครงสร้างนี้มีรูปคล้ายประโยคกรรมวาจก ใช้อธิบายลักษณะที่ทำให้สภาวะ ช่วงเวลา หรือเหตุการณ์หนึ่งโดดเด่น ไม่ได้หมายความว่ามีคนทำเครื่องหมายไว้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้บอกลักษณะ ไม่ใช่สาเหตุ ให้สมบูรณ์: The festival was ____ colorful street parades.

ดูคำตอบ

marked by

When you're feeling lazy, you're more likely to sit around doing nothing วลี

3:26

เมื่อคุณรู้สึกขี้เกียจ คุณมีแนวโน้มที่จะนั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย

than distract yourself with unimportant tasks.

3:30

มากกว่าที่จะเบี่ยงเบนความสนใจด้วยงานที่ไม่สำคัญ

วลี

sit around doing nothing: นั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไร

ในประโยคนี้ sit around doing nothing หมายถึงการอยู่ที่ใดที่หนึ่งโดยไม่ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ มีน้ำเสียงเชิงลบเล็กน้อย คือคนคนนั้นอยู่นิ่ง ๆ แทนที่จะกำลังทำงานอื่น คำว่า around ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี sit around ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เป็นวงกลม โครงสร้าง sit around + V-ing ใช้บอกว่าคนหนึ่งทำอะไรต่อเนื่องขณะอยู่ตรงนั้นอย่างไม่มีจุดหมาย ส่วน doing nothing ย้ำอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

แบบฝึกหัด

"He sat around doing nothing all afternoon." มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?

  1. เขาเดินวนเป็นวงกลมรอบห้องตลอดบ่าย
  2. เขาอยู่นิ่ง ๆ ตลอดบ่ายและไม่ได้ทำอะไรเลย
  3. เขายุ่งอยู่กับงานที่เป็นประโยชน์ตลอดบ่าย
ดูคำตอบ

เขาอยู่นิ่ง ๆ ตลอดบ่ายและไม่ได้ทำอะไรเลย

In fact, many people procrastinate because they care too much. ลำดับความ

3:33

ในความเป็นจริง หลายคนผลัดวันประกันพรุ่งเพราะพวกเขาใส่ใจมากเกินไป

ลำดับความ

In fact: แก้ความเข้าใจหรือเสริมประเด็นให้หนักแน่น

In fact เป็นคำเชื่อมที่ช่วยจัดความสัมพันธ์ของข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปถูกต้องแม่นยำกว่าหรือหนักแน่นกว่าสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ในที่นี้ คำนี้พาเนื้อหาจากความเข้าใจที่อาจเกิดขึ้นว่า คนที่ผัดวันประกันพรุ่งแค่ขี้เกียจ ไปสู่คำอธิบายที่เห็นได้ไม่ชัดกว่า คือหลายคนผัดวันประกันพรุ่งเพราะใส่ใจมากเกินไป In fact อาจมีความหมายใกล้กับ actually เมื่อต้องการแก้ความเข้าใจ หรือใกล้กับ indeed เมื่อต้องการเสริมความหนักแน่นของประเด็น หน้าที่หลักคือบอกว่าข้อความที่สองสัมพันธ์กับข้อความแรกอย่างไร

แบบฝึกหัด

ข้อความคู่ใดใช้ In fact อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแก้ความเข้าใจที่เกิดจากข้อความก่อนหน้า?

  1. The box looks heavy. In fact, we opened it yesterday.
  2. The box looks heavy. In fact, my sister lives nearby.
  3. The box looks heavy. In fact, it is completely empty.
ดูคำตอบ

The box looks heavy. In fact, it is completely empty.

Procrastinators often report a high fear of failure, วลี

3:39

คนที่ผลัดวันประกันพรุ่งมักรายงานว่ามีความกลัวความล้มเหลวสูง

วลี

high fear of failure: ความกังวลอย่างมากว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ

fear of failure เป็นวลีนามที่หมายถึงความกังวลว่าจะไม่ประสบความสำเร็จหรือไปไม่ถึงเป้าหมาย ใน high fear of failure คำว่า high บอกระดับของความกลัว ส่วน of failure บอกว่ากลัวเรื่องอะไร failure ในที่นี้เป็นแนวคิดเชิงนามธรรมเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จ ไม่ใช่เครื่องจักรขัดข้อง วลีนี้ช่วยอธิบายว่าความกลัวอาจทำให้คนหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนงานออกไปได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมวลีนามตายตัวที่หมายถึงความกังวลว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ: Before the final match, Maya felt a strong fear ____ failure.

ดูคำตอบ

of

putting things off because they're afraid their work won't live up to their high standards. กริยาวลี

3:43

เลื่อนสิ่งต่างๆ ออกไปเพราะพวกเขากลัวว่างานของพวกเขาจะไม่ได้มาตรฐานที่สูงของตน

กริยาวลี

won't live up to their high standards: จะไม่ถึงมาตรฐานระดับสูงของตน

live up to หมายถึงการไปถึงระดับที่ความคาดหวัง มาตรฐาน คำกล่าวอ้าง หรือชื่อเสียงทำให้คนนึกถึง ใน won't live up to their high standards คำว่า won't แสดงว่าพวกเขากลัวว่าผลงานอาจต่ำกว่ามาตรฐานที่ตนตั้งไว้ ให้เข้าใจ live up to เป็นวลีกริยาหนึ่งชุด ไม่ใช่ความหมายทั่วไปของ live โครงสร้างปกติคือ live up to + expectations, standards, claims หรือ a reputation

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย live up to หลัง did not ให้ใช้รูปพื้นฐาน: The sequel did not ____ its excellent reputation.

ดูคำตอบ

live up to

Whatever the reason for procrastination, ไวยากรณ์

3:48

ไม่ว่าเหตุผลของการผลัดวันประกันพรุ่งจะเป็นอะไร

the results are often the same.

3:51

ผลลัพธ์มักจะเหมือนเดิม

ไวยากรณ์

Whatever the reason for procrastination: พักเรื่องสาเหตุที่เฉพาะเจาะจงไว้ก่อน

วลีเปิด Whatever the reason for procrastination หมายถึง “ไม่ว่าเหตุผลของการผัดวันประกันพรุ่งจะเป็นอะไร” Whatever แสดงความยอมรับว่ามีเหตุผลได้หลายแบบ โดยรวมทุกเหตุผลที่เป็นไปได้แทนที่จะระบุสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง หลังเครื่องหมายจุลภาคจะเป็นผลลัพธ์ที่ยังคงเป็นจริงในทุกกรณี ใช้รูปแบบ Whatever the reason for + คำนาม, + ประโยคหลัก เมื่อต้องการพักเรื่องสาเหตุที่เป็นไปได้ไว้ก่อน แล้วไปสู่ข้อสรุปร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบแสดงการยอมรับเงื่อนไขให้สมบูรณ์: ____ the reason for the cancellation, the safety check must continue.

ดูคำตอบ

Whatever

Frequent procrastinators are likely to suffer from anxiety and depression, วลี

3:53

ผู้ที่ผลัดวันประกันพรุ่งบ่อยๆ มีแนวโน้มที่จะเป็นโรควิตกกังวลและซึมเศร้า

วลี

suffer from anxiety and depression: ทุกข์จากความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า

ใน suffer from anxiety and depression วลี suffer from หมายถึง “ได้รับผลกระทบในทางลบจาก” หรือ “ทุกข์จาก” กรรมที่ตามหลัง from ระบุโรค ความเจ็บปวด ปัญหา หรือภาวะที่เป็นอันตรายซึ่งทำให้เกิดความลำบาก โดย from ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่ต้นทาง เมื่อเทียบกับการใช้ have อย่างเดียว suffer from มักเน้นความทุกข์หรือผลเสียมากกว่า ในประโยคนี้ anxiety and depression ถูกนำเสนอเป็นภาวะด้านลบที่จริงจังซึ่งคนที่ผัดวันประกันพรุ่งบ่อยอาจประสบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ suffer from ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. She suffers from a blue notebook.
  2. She suffers from enjoying music.
  3. She suffers from severe headaches.
ดูคำตอบ

She suffers from severe headaches.

ongoing feelings of shame, higher stress levels,

3:58

มีความรู้สึกละอายใจอย่างต่อเนื่อง ระดับความเครียดที่สูงขึ้น

and physical ailments associated with high stress. วลี

4:01

และโรคทางกายที่เกี่ยวข้องกับความเครียดสูง

วลี

associated with high stress: แสดงความเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เหตุและผล

ในที่นี้ associated with high stress ขยาย physical ailments และบอกว่าอาการเจ็บป่วยทางกายเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกับความเครียดสูง ในทางไวยากรณ์ associated with high stress เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง ailments และสามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า that are associated with high stress วลีนี้บอกว่ามีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าความเครียดสูงทำให้เกิดอาการเหล่านั้นโดยตรง จึงเหมาะเมื่อหลักฐานแสดงความเชื่อมโยงแต่ยังไม่ได้พิสูจน์สาเหตุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกเพียงว่ามีความสัมพันธ์กัน โดยไม่ได้อ้างว่าความเครียดสูงทำให้เกิดอาการเหล่านั้นอย่างแน่นอน

  1. The symptoms are associated with high stress.
  2. High stress is the symptoms.
  3. The symptoms are caused by high stress.
ดูคำตอบ

The symptoms are associated with high stress.

Worst of all, while procrastination hurts us in the long run, โน้ต

4:05

แย่ที่สุดคือ ในขณะที่การผลัดวันประกันพรุ่งทำร้ายเราในระยะยาว

ลำดับความ

Worst of all: ใช้เกริ่นประเด็นด้านลบที่ร้ายแรงที่สุด

Worst of all ใช้เกริ่นประเด็นที่ผู้พูดมองว่าร้ายแรงหรือน่ากังวลที่สุดในบรรดาเรื่องไม่ดีหลายเรื่อง วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อไปควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ วลีนี้มักอยู่ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคเหมือนในตัวอย่าง ไม่จำเป็นต้องเป็นการจัดอันดับที่วัดอย่างเป็นกลาง แต่เป็นวิธีที่ผู้พูดใช้เน้นเหตุผลให้หนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงว่าปัญหาสุดท้ายร้ายแรงที่สุดลงในประโยค: The campsite was crowded and noisy. ____, it had no clean water.

ดูคำตอบ

Worst of all

วลี

in the long run: การพิจารณาผลลัพธ์ระยะยาว

“In the long run” หมายถึง “หลังจากเวลาผ่านไปนาน” หรือ “เมื่อพิจารณาผลลัพธ์สุดท้าย” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าววางผลเสียของการผัดวันประกันพรุ่งไว้ในกรอบเวลาระยะยาว และเปรียบต่างกับการลดความเครียดชั่วคราวที่กล่าวถึงถัดไป run ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนบอกเวลาที่ตายตัว ไม่ได้หมายถึงการวิ่ง ใช้วลีนี้เพื่อประเมินว่าทางเลือกหรือสถานการณ์หนึ่งจะลงเอยอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะเมื่อผลระยะสั้นกับระยะยาวแตกต่างกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาผลลัพธ์สุดท้าย”: Buying reusable supplies can save money ____.

ดูคำตอบ

in the long run

it does temporarily reduce our stress level, ไวยากรณ์

4:09

แต่มันช่วยลดระดับความเครียดของเราลงชั่วคราวได้จริงๆ

ไวยากรณ์

does temporarily reduce: การใช้ does เน้นประโยคบอกเล่า

ในอนุประโยคบอกเล่านี้ does ใช้เพื่อเน้นย้ำว่าความเครียดลดลงจริง ผู้พูดยอมรับข้อดีระยะสั้นที่มีอยู่จริงก่อนกลับไปยังข้อโต้แย้งหลักที่ไม่สนับสนุนการผัดวันประกันพรุ่ง ส่วน temporarily จำกัดข้อความนี้ให้หมายถึงผลที่เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ หลัง does ที่ใช้เน้นย้ำ ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน reduce ไม่ใช่ reduces หากไม่ต้องการเน้น ประโยคกลาง ๆ จะเป็น “It temporarily reduces our stress level.”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย does ที่ใช้เน้นและรูปพื้นฐานของ reduce: The short break ____ stress, even though it does not solve the problem.

ดูคำตอบ

does reduce

reinforcing it as a bodily response for coping with stressful tasks. ไวยากรณ์

4:13

ซึ่งตอกย้ำให้มันเป็นปฏิกิริยาของร่างกายเพื่อรับมือกับงานที่เครียด

ไวยากรณ์

reinforcing it as...: เพิ่มผลที่เกิดจากการตอกย้ำ

อนุประโยค -ing reinforcing it as... ใช้บอกผลของการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ผลนั้นคือพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่งถูกตอกย้ำให้มั่นคงขึ้น และกลายเป็นการตอบสนองทางร่างกายเพื่อรับมือกับงานที่ก่อความเครียด ในที่นี้ it หมายถึง procrastination ไม่ใช่ stress ในโครงสร้าง reinforce A as B นั้น A คือสิ่งที่ถูกทำให้หนักแน่นขึ้น B คือบทบาทที่สิ่งนั้นได้รับ และ for coping with stressful tasks บอกจุดประสงค์ของการตอบสนองนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถ่ายทอดผลที่แสดงด้วย reinforcing it as... ได้ถูกต้องที่สุด

  1. ผลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ตอกย้ำการผัดวันประกันพรุ่งให้เป็นวิธีรับมือกับงานที่ก่อความเครียด
  2. การผัดวันประกันพรุ่งทำให้งานที่ก่อความเครียดแตกออกจริง ๆ
  3. ความเครียดเองกลายเป็นวิธีหยุดการผัดวันประกันพรุ่ง
ดูคำตอบ

ผลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ตอกย้ำการผัดวันประกันพรุ่งให้เป็นวิธีรับมือกับงานที่ก่อความเครียด

So, how can we break the cycle of procrastination? วลี

4:19

แล้วเราจะทำลายวงจรของการผลัดวันประกันพรุ่งได้อย่างไร?

วลี

break the cycle of procrastination: หยุดรูปแบบที่เกิดซ้ำ

break the cycle of... หมายถึงการหยุดรูปแบบที่เกิดซ้ำและทำให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นอีก ในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนรูปแบบการผัดวันประกันพรุ่งเพื่อไม่ให้ดำเนินต่อไป break และ cycle ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการทำให้สิ่งของแตกจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ break the cycle of + พฤติกรรมที่เป็นโทษหรือปัญหาที่เกิดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “หยุดรูปแบบที่เกิดซ้ำ”: A clear daily plan can help us ____ procrastination.

ดูคำตอบ

break the cycle of

Traditionally, people thought procrastinators needed to cultivate discipline and practice strict time management. วลี

4:23

ตามธรรมเนียม ผู้คนคิดว่าคนที่ผลัดวันประกันพรุ่งจำเป็นต้องปลูกฝังวินัยและฝึกการบริหารเวลาอย่างเคร่งครัด

วลี

cultivate discipline ... practice strict time management: สร้างวินัยและฝึกการบริหารเวลาอย่างเคร่งครัด

ในคำแนะนำที่ค่อนข้างเป็นทางการนี้ cultivate discipline หมายถึงการค่อย ๆ พัฒนาการควบคุมตนเองให้เป็นคุณลักษณะส่วนบุคคล cultivate มักใช้กับคุณลักษณะเชิงนามธรรม เช่น discipline, confidence หรือ patience และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเพาะปลูกพืชผล practice strict time management หมายถึงการใช้กฎที่เข้มงวดในการวางแผนและควบคุมเวลาอย่างสม่ำเสมอ โครงสร้างคู่ขนานนี้จับคู่คำกริยากับสิ่งที่คำนั้นเน้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ คือ cultivate กับคุณลักษณะ และ practice กับวิธีการหรือทักษะ

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมคำแนะนำแบบเป็นทางการนี้ได้ดีที่สุด: New club leaders should ...?

  1. plant patience and perform good time management
  2. cultivate patience and practice good time management
  3. rehearse patience and grow good time management
ดูคำตอบ

cultivate patience and practice good time management

But today, many researchers feel the exact opposite. วลี

4:31

แต่วันนี้ นักวิจัยจำนวนมากรู้สึกตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

วลี

the exact opposite: ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

the exact opposite หมายถึงความคิดเห็น สถานการณ์ ผลลัพธ์ หรือคุณลักษณะที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่กล่าวถึงไปแล้ว exact เน้นความหมายของ opposite ให้ชัดขึ้นว่าเป็นการกลับไปอีกด้านโดยสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่แตกต่างกันเล็กน้อย ใน feel the exact opposite คำว่า feel หมายถึงการคิดหรือมีความคิดเห็น ไม่ใช่การรับรู้ความรู้สึกทางร่างกาย วลีนี้ย้อนกลับไปกล่าวถึงความเห็นแบบดั้งเดิมในประโยคก่อนหน้า และบอกว่าปัจจุบันนักวิจัยหลายคนมีจุดยืนตรงกันข้าม

แบบฝึกหัด

Maya คิดว่าห้องสมุดจะมีเสียงดัง แต่ที่นั่นกลับเงียบมาก ประโยคใดอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีที่สุด?

  1. The library was almost what Maya expected.
  2. The library was exactly the same as Maya expected.
  3. The library was the exact opposite of what Maya expected.
ดูคำตอบ

The library was the exact opposite of what Maya expected.

Being too hard on yourself can layer additional bad emotions onto a task, โน้ต

4:35

การเข้มงวดกับตัวเองมากเกินไปสามารถเพิ่มอารมณ์แย่ๆ ซ้อนทับลงไปในงาน

สำนวน

layer additional bad emotions onto a task: ซ้อนอารมณ์ด้านลบเพิ่มเติมลงบนงาน

ในที่นี้ layer เป็นคำกริยาในโครงสร้าง layer A onto B โดย A คือ additional bad emotions และ B คือ a task วลีนี้หมายถึงการเพิ่มอารมณ์เหล่านั้นเข้าไปในงานให้เป็นภาระอีกชั้นหนึ่ง ถ้อยคำนี้เป็นอุปมา เหมือนกับการวางชั้นของวัตถุลงบนสิ่งหนึ่ง การวิจารณ์ตัวเองก็อาจเพิ่มชั้นทางอารมณ์ใหม่ให้กับงานที่อาจรู้สึกว่ายากอยู่แล้ว โครงสร้างนี้ยังใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น pressure, complexity หรือ meaning ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง layer A onto B ด้วย layer และ onto: Constant criticism can ____ more anxiety ____ an already stressful task.

ดูคำตอบ

layer · onto

making the threat even more intense.

4:40

ทำให้ภัยคุกคามนั้นรุนแรงยิ่งขึ้น

วลี

Being too hard on yourself: การเข้มงวดกับตัวเองมากเกินไป

be hard on someone หมายถึงตัดสิน วิจารณ์ หรือปฏิบัติต่อคนนั้นอย่างเข้มงวด Being too hard on yourself หมายถึงวิจารณ์ตัวเองรุนแรงเกินกว่าระดับที่ยุติธรรมหรือเป็นประโยชน์ คำว่า hard ตรงนี้อธิบายท่าที ไม่ได้หมายถึงความแข็งทางกายภาพ ในประโยคนี้ Being too hard on yourself เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ can layer คำว่า too แสดงว่าการวิจารณ์ตัวเองเกินระดับที่สมเหตุสมผลแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน be hard on yourself ซึ่งหมายถึง “วิจารณ์ตัวเองอย่างรุนแรงเกินไป”: After one small mistake, tell yourself, 'Don't be too ____.'

ดูคำตอบ

hard on yourself

To short-circuit this stress response, สำนวน

4:43

เพื่อตัดวงจรการตอบสนองต่อความเครียดนี้

สำนวน

To short-circuit this stress response: ตัดวงจรการตอบสนองต่อความเครียดนี้อย่างรวดเร็ว

ในที่นี้ short-circuit เป็นอุปมาที่มาจากวงจรไฟฟ้า หมายถึงการหยุดการตอบสนองต่อความเครียดอย่างรวดเร็วก่อนที่ห่วงโซ่ปฏิกิริยาอัตโนมัติจะดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายถึงวงจรไฟฟ้าจริง เมื่อมี To อยู่ต้นวลี ความหมายจึงเป็น “เพื่อหยุดการตอบสนองต่อความเครียดนี้” ซึ่งบอกจุดประสงค์ของคำแนะนำที่ตามมา คือการตัดรูปแบบการตอบสนองดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาที่มีเครื่องหมายยัติภังค์จากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: A quick grounding exercise can help ____ the panic response before it grows.

ดูคำตอบ

short-circuit

we need to address and reduce these negative emotions. วลี

4:45

เราจำเป็นต้องจัดการและลดอารมณ์เชิงลบเหล่านี้

วลี

address and reduce these negative emotions: จัดการและลดอารมณ์เชิงลบเหล่านี้

ในที่นี้ address หมายถึงการรับรู้และจัดการกับปัญหา ไม่ใช่การเขียนที่อยู่ ส่วน reduce หมายถึงการทำให้อารมณ์รุนแรงน้อยลงหรือลดผลกระทบของอารมณ์ คำกริยา address และ reduce ที่เชื่อมกันใช้กรรมร่วมกันคือ these negative emotions ถ้อยคำนี้แยกเป้าหมายออกเป็นสองอย่าง ได้แก่ การจัดการกับอารมณ์และการลดอารมณ์ โดยไม่ได้บอกว่าอารมณ์จะหายไปทันที

แบบฝึกหัด

ใช้วลีคำกริยาสองคำจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: We need to ____ these concerns before they damage trust.

ดูคำตอบ

address and reduce

Some simple strategies include breaking a task into smaller elements วลี

4:50

กลยุทธ์ง่ายๆ บางอย่างรวมถึงการแบ่งงานออกเป็นส่วนย่อยๆ

วลี

breaking a task into smaller elements: รูปแบบ break A into B

Breaking a task into smaller elements หมายถึงการเปลี่ยนงานใหญ่หนึ่งงานให้เป็นส่วนที่เล็กลงและจัดการได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ breaking เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง include เพื่อบอกหนึ่งในกลยุทธ์เหล่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ break A into B โดย A คือสิ่งที่เป็นก้อนเดียวในตอนแรก และ B คือส่วนย่อยที่เกิดขึ้นหลังจากแบ่งแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ break A into B ให้สมบูรณ์: Let's break the project ____ four smaller tasks.

ดูคำตอบ

into

or journaling about why it's stressing you out กริยาวลี

4:55

หรือเขียนบันทึกว่าทำไมมันถึงทำให้คุณเครียด

กริยาวลี

it's stressing you out: stress someone out เพื่อบอกว่าทำให้ใครเครียด

Stress someone out หมายถึงทำให้ใครคนหนึ่งรู้สึกกังวล ตึงเครียด หรือรับไม่ไหวอย่างมาก ในประโยคนี้ it คือสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด และ you คือคนที่ได้รับผลกระทบ กริยาวลีนี้แยกคำได้ โดยพูดว่า stress me out หรือ stress them out เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง stress กับ out ไม่ใช่หลัง out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ stress someone out และคำสรรพนาม me: This constant noise is ____.

ดูคำตอบ

stressing me out

and addressing those underlying concerns. วลี

4:57

และจัดการกับความกังวลที่ซ่อนอยู่เหล่านั้น

วลี

addressing those underlying concerns: จัดการความกังวลลึก ๆ ที่อยู่เบื้องหลังปัญหา

ในประโยคนี้ addressing หมายถึงการเผชิญหน้ากับบางสิ่งและลงมือจัดการกับสิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงการเขียนที่อยู่หรือเพียงแค่พูดถึงความกังวล Underlying concerns คือความกังวลที่ลึกกว่าซึ่งอยู่เบื้องหลังปัญหาหรือพฤติกรรมที่มองเห็นได้ ดังนั้น วลีนี้จึงหมายถึงการจัดการกับความกังวลที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหา ไม่ใช่แค่สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายนอก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A good plan should address the underlying concerns.” แนวคิดที่เน้นไว้หมายถึงอะไร

  1. เขียนความกังวลไว้ใต้ที่อยู่
  2. พูดคุยเฉพาะงานที่เร่งด่วนที่สุด
  3. จัดการกับความกังวลลึก ๆ ที่อยู่เบื้องหลังปัญหาที่มองเห็นได้
  4. ไม่สนใจสาเหตุและกำจัดเพียงสิ่งที่ปรากฏภายนอก
ดูคำตอบ

จัดการกับความกังวลลึก ๆ ที่อยู่เบื้องหลังปัญหาที่มองเห็นได้

Try removing nearby distractions that make it easier to impulsively procrastinate. ไวยากรณ์

5:01

ลองกำจัดสิ่งรบกวนใกล้ตัวที่ทำให้ง่ายต่อการผลัดวันประกันพรุ่งแบบหุนหันพลันแล่น

ไวยากรณ์

make it easier to impulsively procrastinate: โครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ + to do

Make it easier to impulsively procrastinate ใช้โครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ + to do ในที่นี้ it เป็นกรรมสมมติที่ทำหน้าที่เติมตำแหน่งกรรม ส่วน infinitive อย่าง to impulsively procrastinate เป็นส่วนที่บอกว่าการกระทำใดง่ายขึ้น ในตัวอย่าง สิ่งรบกวนที่อยู่ใกล้ ๆ สร้างเงื่อนไขที่ทำให้มีโอกาสผัดวันประกันพรุ่งเพราะแรงกระตุ้นฉับพลันมากขึ้น Impulsively ขยาย procrastinate โดยทั่วไปใช้ make it easier to + คำกริยา เพื่อแสดงว่าเงื่อนไขบางอย่างทำให้การกระทำเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ make it easier to: A simple map can ____ find the library.

ดูคำตอบ

make it easier to

And more than anything, it helps to cultivate an attitude of self-compassion, โน้ต

5:07

และมากกว่าสิ่งอื่นใด การปลูกฝังทัศนคติที่มีความเมตตาต่อตนเองช่วยได้มาก

วลี

Cultivate an attitude of self-compassion: ปลูกฝังทัศนคติที่เมตตาต่อตนเอง

ในโครงสร้าง helps to cultivate an attitude of self-compassion คำว่า cultivate หมายถึงการพัฒนาบางสิ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไปและตั้งใจ คำนี้มักใช้ร่วมกับคำนามเชิงนามธรรม เช่น attitude, habit หรือ mindset ทำให้วลีมีน้ำเสียงจริงจังและค่อนข้างเป็นทางการ Self-compassion หมายถึงการตอบสนองต่อความผิดพลาดหรือความเจ็บปวดของตนเองด้วยความเข้าใจและความเมตตา ไม่ได้หมายถึงการทำเหมือนไม่มีอะไรผิดพลาด การเมตตาต่อตนเองยังคงรวมถึงการรับผิดชอบและวางแผนปรับปรุงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: After a mistake, it helps ____ instead of attacking yourself.

ดูคำตอบ

to cultivate an attitude of self-compassion

forgiving yourself and making a plan to do better next time. วลี

5:12

ให้อภัยตัวเองและวางแผนที่จะทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป

ลำดับความ

More than anything: การชี้ประเด็นที่สำคัญที่สุด

ในที่นี้ more than anything เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปคือส่วนที่สำคัญที่สุดของคำแนะนำ เป็นการจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล ไม่ใช่การเปรียบเทียบปริมาณ เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค มักเข้าใจได้ว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุด” หรือ “เหนือสิ่งอื่นใด” เครื่องหมายจุลภาคแสดงจังหวะหยุดก่อนกล่าวถึงประเด็นที่มีความสำคัญสูงสุด

แบบฝึกหัด

More than anything ทำหน้าที่อะไรในประโยค “More than anything, the team needs a clear plan.”?

  1. ชี้ว่าแผนที่ชัดเจนคือสิ่งที่ทีมต้องการเป็นอันดับแรก
  2. นำเสนอข้อยกเว้นเกี่ยวกับสิ่งที่ทีมต้องการ
  3. บอกว่าทีมต้องการแผนจำนวนมากขึ้น
ดูคำตอบ

ชี้ว่าแผนที่ชัดเจนคือสิ่งที่ทีมต้องการเป็นอันดับแรก

วลี

forgiving yourself and making a plan to do better next time: ให้อภัยตัวเองและวางแผนปรับปรุงครั้งต่อไป

วลี -ing สองวลี คือ forgiving yourself และ making a plan to do better next time เชื่อมกันด้วย and เพื่อแสดงการกระทำที่วางคู่ขนานกัน การกระทำแรกช่วยลดการโทษตัวเองอย่างไม่มีประโยชน์หลังทำผิด ส่วนการกระทำที่สองหันความสนใจไปที่การปรับปรุง เมื่อใช้ร่วมกัน การกระทำทั้งสองแสดงว่าการให้อภัยตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขข้อผิดพลาด ไม่ใช่การหนีความรับผิดชอบ โครงสร้าง doing X and doing Y สามารถนำไปใช้เพื่อจับคู่การฟื้นตัวทางอารมณ์กับขั้นตอนถัดไปที่เป็นรูปธรรมได้

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในสำนวนนี้ forgiving yourself หมายความว่าไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอะไรอีกแล้ว

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Because a culture that perpetuates this cycle of stress and procrastination การใช้คำ

5:17

เพราะวัฒนธรรมที่ทำให้วงจรความเครียดและการผลัดวันประกันพรุ่งนี้ดำเนินต่อไป

hurts all of us in the long term.

5:22

ทำร้ายพวกเราทุกคนในระยะยาว

การใช้คำ

perpetuates this cycle of stress and procrastination: ทำให้วงจรความเครียดและการผัดวันประกันพรุ่งดำเนินต่อไป

Perpetuates หมายถึง “ทำให้ดำเนินต่อไป” ในที่นี้ วัฒนธรรมหนึ่งทำให้วงจรความเครียดและการผัดวันประกันพรุ่งดำเนินต่อไป แทนที่จะปล่อยให้วงจรนี้จบลง Perpetuate เป็นสกรรมกริยา ประธานระบุแรงหรือปัจจัยที่คงรูปแบบที่เป็นอันตรายไว้ ส่วนกรรมระบุรูปแบบที่ถูกทำให้คงอยู่ คำนี้เน้นการทำให้ปัญหาดำเนินต่อไป ไม่ใช่เพียงการที่บางอย่างเกิดขึ้นอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

perpetuates ใน "This habit perpetuates a cycle of stress" หมายความว่าอย่างไร

  1. ทำให้วงจรดำเนินต่อไป
  2. ทำให้วงจรจบลงทันที
  3. อธิบายวงจรโดยไม่ส่งผลต่อมัน
  4. ประสบกับวงจรเพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ

ทำให้วงจรดำเนินต่อไป

Speaking of forgiveness, how good are you at apologizing? ลำดับความ

5:25

พูดถึงการให้อภัย คุณเก่งเรื่องการขอโทษไหม?

ลำดับความ

Speaking of forgiveness: การเปลี่ยนไปสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Speaking of forgiveness หมายถึง “เมื่อพูดถึงการให้อภัย” หรือ “ในเมื่อเรากำลังพูดเรื่องการให้อภัย” ผู้พูดหยิบคำว่า forgiveness จากช่วงก่อนหน้ามาใช้เป็นสะพานไปสู่คำถามที่เกี่ยวข้องกับ apologizing รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Speaking of + คำนาม วลีนาม หรือรูป -ing แล้วตามด้วยข้อความหรือคำถามที่เกี่ยวข้อง หน้าที่ของมันคือจัดลำดับบทสนทนาให้เปลี่ยนเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การประกาศหัวข้อใหม่คนละเรื่องอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนนี้ ซึ่งเชื่อมหัวข้อที่เพิ่งกล่าวถึงกับคำถามที่เกี่ยวข้อง: ____ homework, did you finish the math assignment?

ดูคำตอบ

Speaking of

Learn what it takes with this video. สำนวน

5:30

เรียนรู้ว่าต้องทำอย่างไรกับวิดีโอนี้

สำนวน

Learn what it takes: เข้าใจว่าต้องมีอะไรบ้าง

ใน what it takes คำว่า take หมายถึง “จำเป็นต้องมี” ไม่ใช่ “เอาไป” สำนวนทั้งหมดหมายถึงความสามารถ คุณสมบัติ ความพยายาม ทรัพยากร หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ it ย้อนกลับไปถึงการขอโทษให้ดี ดังนั้น Learn what it takes จึงหมายถึงการเรียนรู้ว่าต้องมีอะไรบ้างจึงจะทำเรื่องนั้นได้สำเร็จ สิ่งที่ต้องมีอย่างเจาะจงขึ้นอยู่กับเป้าหมายและบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ความสามารถและคุณสมบัติที่จำเป็น”: Do you have ____ to lead the team?

ดูคำตอบ

what it takes

And for more actionable science-based advice on how to build character, โน้ต

5:32

และสำหรับคำแนะนำที่ปฏิบัติได้จริงตามหลักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวิธีการสร้างบุคลิกภาพ

visit ed.ted.com/buildcharacter.

5:36

เข้าไปดูได้ที่ ed.ted.com/buildcharacter

การใช้คำ

actionable science-based advice: คำแนะนำที่ใช้ได้จริงและมีหลักฐานรองรับ

actionable science-based advice หมายถึงคำแนะนำที่นำไปลงมือทำได้จริงและมีงานวิจัยหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ actionable บอกว่าผู้อ่านนำคำแนะนำไปทำอะไรได้ ส่วน science-based บอกว่าคำแนะนำนั้นมีอะไรเป็นพื้นฐาน คำขยายทั้งสองคำอธิบาย advice วลีนี้สื่อถึงมากกว่าการให้กำลังใจทั่ว ๆ ไป เพราะผู้อ่านควรได้รับขั้นตอนที่มีหลักฐานรองรับและทำตามได้จริง

แบบฝึกหัด

ใน actionable science-based advice คำว่า actionable หมายถึงอะไร

  1. คำแนะนำที่เปลี่ยนเป็นขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมได้
  2. คำแนะนำที่มีไว้สำหรับนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น
  3. คำแนะนำที่นำไปโต้แย้งในศาลได้
  4. คำแนะนำที่อธิบายประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

คำแนะนำที่เปลี่ยนเป็นขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมได้

วลี

how to build character: วิธีพัฒนาคุณลักษณะส่วนบุคคล

ใน advice on how to build character โครงสร้าง how to + กริยารูปพื้นฐานเป็นกลุ่มคำ “วิธีทำสิ่งหนึ่ง” ที่อยู่ภายในประโยค โครงสร้างนี้ระบุวิธีหรือทักษะที่คำแนะนำกล่าวถึง ไม่ได้ใช้ถามคำถามโดยตรง build character หมายถึงค่อย ๆ พัฒนาคุณลักษณะที่ดี เช่น ความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และความรับผิดชอบ ในการใช้นี้ character เป็นคำนามนับไม่ได้และหมายถึงคุณลักษณะทางศีลธรรมของบุคคล ไม่ใช่ตัวละครในเรื่อง

แบบฝึกหัด

ในคำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง build character หมายถึงอะไร

  1. สร้างตัวละครสมมติสำหรับเรื่องหนึ่ง
  2. พัฒนาคุณลักษณะอย่างความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และความรับผิดชอบ
  3. สร้างสัญลักษณ์ที่ใช้เขียน
  4. ทำให้ใครคนหนึ่งมีชื่อเสียงมากขึ้น
ดูคำตอบ

พัฒนาคุณลักษณะอย่างความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และความรับผิดชอบ