แอลกอฮอล์ทำให้เกิดอาการเมาค้างได้อย่างไร? - Judy Grisel: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
657 คำ 145 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: คำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ว่าเอทานอลทำให้เกิดอาการเมาค้างผ่านผลต่อสมอง ฮอร์โมน สมดุลน้ำ การสร้างพลังงาน ภูมิคุ้มกัน และระบบย่อยอาหารอย่างไร พร้อมชี้ว่าเหตุใดการเลือกชนิดเครื่องดื่มหรือใช้วิธีแก้เมาค้างทั่วไปจึงไม่อาจรับประกันการป้องกันได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. each time on / each time with — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้กรอบประโยคแบบขนานซ้ำกันเพื่อเปรียบต่างสิ่งที่เปลี่ยนในแต่ละครั้ง คือชนิดเครื่องดื่ม กับสิ่งที่ควบคุมให้คงที่ คือปริมาณ วิธีนี้ช่วยรายงานเงื่อนไขการทดลองอย่างชัดเจนและป้องกันไม่ให้ผู้อ่านสับสนตัวแปร 2. swings in the other direction, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาที่หมายถึงสภาวะเปลี่ยนไปยังขั้วตรงข้าม ซึ่งในที่นี้คือสมองเปลี่ยนจากภาวะถูกกดให้สงบไปเป็นภาวะทำงานมากเกินไป ใช้อธิบายการพลิกกลับของสภาพร่างกาย แนวโน้ม ความคิดเห็น หรือพฤติกรรมโดยไม่ได้หมายถึงการแกว่งจริง ๆ 3. the only sure way to prevent a hangover is to drink alcohol in moderation — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า the only sure way to ... is to ... ใช้สรุปว่าวิธีหนึ่งเป็นทางเลือกเดียวที่เชื่อถือได้ หลังจากพิจารณาวิธีแก้ที่ยังไม่แน่นอนแล้ว นำไปใช้ให้คำแนะนำลดความเสี่ยงอย่างเจาะจงและแยกการป้องกันที่วางใจได้ออกจากวิธีที่เพียงบรรเทาอาการ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In a 1973 study, ลำดับความ

0:08

ในการศึกษาเมื่อปี 1973

ลำดับความ

In a 1973 study: การวางกรอบข้อมูลจากงานวิจัย

คำว่า In a 1973 study เป็นวลีบุพบทที่อยู่ต้นประโยคและทำหน้าที่วางกรอบให้ข้อมูลที่ตามมา ในที่นี้ in ระบุว่างานวิจัยเป็นบริบทของเหตุการณ์ที่รายงาน ส่วน 1973 ระบุปีของงานวิจัย การวางกรอบนี้ไว้ก่อนช่วยบอกผู้ฟังว่าควรจัดระเบียบข้อเท็จจริงที่ตามมาอย่างไร กล่าวคือ ให้เข้าใจว่าเป็นหลักฐานจากงานวิจัยเฉพาะชิ้นนั้น ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างทั่วไปหรือตัวอย่างส่วนตัว โดยปกติอนุประโยคหลักจะตามหลังเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้น In a 1973 study, บอกให้ผู้ฟังเข้าใจข้อมูลที่ตามมาอย่างไร

  1. เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผู้พูดในปี 1973
  2. เป็นข้อมูลจากงานวิจัยที่มีการระบุปีไว้
  3. เป็นเหตุการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องตลอดทศวรรษ 1970
ดูคำตอบ

เป็นข้อมูลจากงานวิจัยที่มีการระบุปีไว้

20 volunteers got drunk once a week for eight consecutive weeks, โน้ต

0:10

อาสาสมัคร 20 คน ดื่มจนเมาสัปดาห์ละครั้งเป็นเวลาแปดสัปดาห์ติดต่อกัน

การใช้คำ

got drunk: การเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะมึนเมา

Got drunk หมายถึง “เมา” หรือ “เข้าสู่สภาวะมึนเมา” ในที่นี้ got เป็นรูปอดีตของ get และทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมในโครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ โดยแสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ ไม่ได้หมายถึงการได้รับบางสิ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าอาสาสมัครเมาในแต่ละครั้ง โดยให้ข้อมูลมากกว่า drank alcohol ซึ่งบอกเพียงว่าดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าบุคคลนั้นเมาแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาประจำวันสองคำจากบทเรียนนี้ที่มีความหมายว่า became intoxicated: After several strong drinks, he ____.

ดูคำตอบ

got drunk

วลี

for eight consecutive weeks: ระยะเวลาที่ต่อเนื่องไม่ขาดช่วง

for + ช่วงเวลา ใช้บอกว่ากิจกรรมหรือสถานการณ์ดำเนินอยู่นานเท่าใด ในที่นี้ for eight weeks ระบุระยะเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำทุกสัปดาห์ consecutive หมายถึงแต่ละสัปดาห์ต่อเนื่องกันโดยไม่มีสัปดาห์ใดถูกข้าม ดังนั้นกิจกรรมนี้จึงเกิดขึ้นสัปดาห์ละครั้งตลอดแปดสัปดาห์ที่ต่อเนื่องกัน ไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวภายในกรอบเวลาแปดสัปดาห์เท่านั้น

แบบฝึกหัด

วลีใดระบุชัดเจนที่สุดว่ากำหนดการดำเนินต่อเนื่องแปดสัปดาห์โดยไม่ข้ามสัปดาห์ใดเลย

  1. for eight weeks
  2. for eight consecutive weeks
  3. over eight weeks
ดูคำตอบ

for eight consecutive weeks

each time on a different alcoholic beverage ไวยากรณ์

0:15

โดยแต่ละครั้งจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกัน

and each time with precisely the same dosage. การใช้คำ

0:17

และแต่ละครั้งในปริมาณที่เท่ากันเป๊ะ

ไวยากรณ์

each time on ... each time with: การวางเงื่อนไขการทดลองแบบขนาน

กรอบที่ซ้ำกัน each time ... and each time ... วางเงื่อนไขสองอย่างของการทดลองแต่ละครั้งไว้เคียงกัน ส่วนแรกบอกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เปลี่ยนไปในแต่ละครั้ง ส่วนที่สองบอกว่าปริมาณถูกควบคุมให้เท่ากันทุกครั้งอย่างแม่นยำ ข้อความนี้เป็นส่วนต่อแบบละคำกริยาจากวลีกริยาก่อนหน้า got drunk คำว่า on เป็นส่วนหนึ่งของ got drunk on a beverage ส่วน with ใช้นำเสนอเงื่อนไขเรื่องปริมาณที่ประกอบกัน การซ้ำ each time ทำให้เปรียบเทียบตัวแปรที่เปลี่ยนกับตัวแปรควบคุมได้ง่าย

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง each time ... and each time ... ที่ซ้ำกันในประโยคนี้ทำให้ข้อมูลใดชัดเจน

  1. เครื่องดื่มยังคงเหมือนเดิม แต่ปริมาณเปลี่ยนในแต่ละครั้ง
  2. ทั้งเครื่องดื่มและปริมาณเปลี่ยนในแต่ละครั้ง
  3. เครื่องดื่มเปลี่ยนในแต่ละครั้ง แต่ปริมาณยังคงเท่าเดิม
ดูคำตอบ

เครื่องดื่มเปลี่ยนในแต่ละครั้ง แต่ปริมาณยังคงเท่าเดิม

การใช้คำ

precisely the same dosage: ปริมาณที่ควบคุมไว้เท่ากันอย่างแม่นยำ

Dosage หมายถึงปริมาณยาหรือสารอื่นที่ให้หรือรับเข้าไปในครั้งเดียวหรือตามกำหนดการ ในประโยคนี้หมายถึงปริมาณที่ถูกควบคุมและใช้ในแต่ละครั้ง Precisely the same เน้นความหมายของ the same ให้ชัดขึ้นว่า ปริมาณไม่ได้เพียงใกล้เคียงกัน แต่ตรงกันอย่างแม่นยำ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ถ้อยคำนี้แสดงว่ามีการควบคุมตัวแปรอย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายการทดลองที่ตัวอย่างทุกชิ้นได้รับปริมาณเท่ากันซึ่งควบคุมไว้อย่างแม่นยำได้ดีที่สุด

  1. Every sample received the same amount of equipment.
  2. Every sample received precisely the same dosage.
  3. Every sample received a similar dosage.
ดูคำตอบ

Every sample received precisely the same dosage.

This was science after all. น้ำเสียง/เจตนา

0:20

ก็นี่มันเป็นวิทยาศาสตร์นี่นา

น้ำเสียง/เจตนา

after all: การเสริมเหตุผลสนับสนุนที่เห็นได้ชัด

ในที่นี้ after all ใช้เสริมเหตุผลสนับสนุนที่ผู้พูดมองว่าเห็นได้ชัดหรือรู้อยู่แล้ว นั่นคือ การควบคุมอย่างแม่นยำเป็นเรื่องสมเหตุสมผลเพราะนี่คือวิทยาศาสตร์ เมื่อวางไว้ท้ายประโยค จะเพิ่มน้ำเสียงย้ำเตือนเล็กน้อยและบางครั้งก็ดูขบขัน คล้ายกับความหมายว่า “เมื่อนึกถึงข้อเท็จจริงนั้น” ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากทุกอย่างจบลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ after all เพื่อเสริมเหตุผลสนับสนุน

  1. After all the guests left, we locked the door.
  2. At last, Lena found the keys.
  3. We can trust Lena with the keys; she manages the building, after all.
ดูคำตอบ

We can trust Lena with the keys; she manages the building, after all.

The goal of this experiment was to find out which alcoholic drinks cause worse hangovers. โน้ต

0:23

เป้าหมายของการทดลองนี้คือเพื่อหาว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดใดทำให้เกิดอาการเมาค้างที่แย่ที่สุด

ไวยากรณ์

The goal of ... was to ...: การบอกจุดประสงค์

โครงสร้าง The goal of + คำนาม + was to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการทดลอง งานวิจัย โครงการ หรือกิจกรรมในอดีตตั้งใจจะทำอะไรให้สำเร็จ ในที่นี้ of this experiment ระบุว่าเป็นเป้าหมายของการทดลองใด และ was to find out นำเข้าสู่การกระทำที่ตั้งใจไว้ การเรียบเรียงแบบนี้ทำให้เป้าหมายเป็นศูนย์กลางของประโยคแทนนักวิจัย โดยบอกถึงความตั้งใจ ไม่ได้ยืนยันว่าบรรลุเป้าหมายจริงแล้ว สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้ใหม่ได้ด้วยการเปลี่ยนคำนามหลัง of และกริยารูปพื้นฐานหลัง to

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่บอกจุดประสงค์ในอดีตให้สมบูรณ์: The goal of the completed study ____ compare the two methods.

ดูคำตอบ

was to

กริยาวลี

find out: หาคำตอบผ่านการตรวจสอบ

find out หมายถึงการได้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน โดยปกติผ่านการตรวจสอบ การถาม การสังเกต หรือการสืบค้น ในประโยคนี้ การทดลองมีจุดประสงค์เพื่อหาคำตอบว่าเครื่องดื่มชนิดใดทำให้อาการเมาค้างรุนแรงกว่า หลัง find out สามารถตามด้วยนามวลีหรืออนุประโยคคำถามได้ เช่น find out the cause, find out why it happened และ find out whether it works กริยาสองคำนี้เน้นการไปถึงคำตอบ ไม่ใช่เพียงสภาวะที่รู้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการได้คำตอบที่ยังไม่รู้ผ่านการตรวจสอบ: The engineers ran several tests to ____ why the motor stopped.

ดูคำตอบ

find out

ไวยากรณ์

which alcoholic drinks cause worse hangovers: ลำดับคำในคำถามแฝง

อนุประโยค which alcoholic drinks cause worse hangovers เป็นคำถามแฝงและทำหน้าที่เป็นกรรมของ find out โดยบอกข้อมูลที่การทดลองต้องการค้นหา ไม่ใช่คำถามที่ถามผู้ฟังโดยตรง คำถามแฝงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช้การสลับลำดับแบบคำถามตรง ในที่นี้ which alcoholic drinks เป็นประธานของ cause จึงไม่เติม do ส่วนคำถามตรง Which alcoholic drinks cause worse hangovers? มีลำดับคำที่ดูเหมือนกัน เพราะวลี wh เป็นประธานอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแฝงหลัง find out ได้ถูกต้อง

  1. The team needs to find out did the driver take which route.
  2. The team needs to find out which route the driver took.
  3. The team needs to find out which route did the driver take.
ดูคำตอบ

The team needs to find out which route the driver took.

Hmm.

0:28

อื้ม

Of course,

0:29

แน่นอนว่า

it takes much more than one small study to answer such a question. ไวยากรณ์

0:29

ต้องใช้มากกว่าการศึกษาเล็กๆ เพียงงานเดียวเพื่อตอบคำถามเช่นนี้

ไวยากรณ์

much more than one small study: มากเกินกว่าจุดอ้างอิงอย่างชัดเจน

ใน much more than one small study ส่วน more than กำหนดให้ one small study เป็นจุดอ้างอิง และ much ทำให้การเปรียบเทียบเข้มขึ้น หมายความว่าสิ่งที่ต้องใช้นั้นมากเกินกว่าจุดอ้างอิงนี้อย่างมาก ในโครงสร้าง It takes X to Y ส่วน X บอกสิ่งที่จำเป็นต่อการทำ Y ดังนั้นประโยคนี้จึงเตือนว่างานวิจัยขนาดเล็กเพียงชิ้นเดียวให้หลักฐานไม่เพียงพอ แต่ไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

much more than one small study ในประโยคนี้สื่อความหมายใด

  1. งานวิจัยขนาดเล็กหนึ่งชิ้นมีปริมาณหลักฐานต่ำกว่าที่ต้องการอย่างมาก
  2. ต้องใช้งานวิจัยขนาดเล็กสองชิ้นพอดี
  3. งานวิจัยที่เล็กกว่าจะให้คำตอบที่ดีกว่าเสมอ
ดูคำตอบ

งานวิจัยขนาดเล็กหนึ่งชิ้นมีปริมาณหลักฐานต่ำกว่าที่ต้องการอย่างมาก

Since then, ลำดับความ

0:33

ตั้งแต่นั้นมา

science has learned a lot about hangovers,

0:34

วิทยาศาสตร์ก็ได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับอาการเมาค้าง

ลำดับความ

Since then: เลื่อนจากจุดหนึ่งในอดีตไปสู่พัฒนาการหลังจากนั้น

Since then ย้อนกลับไปอ้างถึงเวลาในอดีตที่กล่าวไว้ก่อนหน้า แล้วพาคำอธิบายเดินหน้าต่อจากจุดนั้น ในที่นี้ วลีนี้เชื่อมงานวิจัยช่วงแรกเข้ากับสิ่งที่วงการวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้ในภายหลัง เนื่องจากช่วงเวลาเริ่มต้นในอดีตและต่อเนื่องมาถึงมุมมองปัจจุบัน วลีนี้จึงมักใช้กับ present perfect เช่น has learned หน้าที่สำคัญในระดับข้อความคือเชื่อมจุดอ้างอิงเวลาเดิมเข้ากับพัฒนาการที่เกิดขึ้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกเวลาเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “นับจากจุดนั้นในอดีตเป็นต้นมา”: The lab adopted a new method in 2021. ____, its results have become more reliable.

ดูคำตอบ

Since then

though some mysteries remain. ลำดับความ

0:37

แม้ว่าความลึกลับบางอย่างจะยังคงอยู่

ลำดับความ

though some mysteries remain: เพิ่มข้อความยอมรับข้อจำกัดของคำกล่าว

Though นำเข้าสู่ความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง โดยเพิ่มข้อมูลที่จำกัดน้ำหนักของคำกล่าวก่อนหน้า เมื่ออ่านร่วมกับประโยคก่อนหน้า ความหมายคือวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้มากแล้ว แต่ยังมีคำถามบางอย่างที่ไม่ได้รับคำตอบ Remain ในที่นี้หมายถึง “ยังคงมีอยู่” การวางอนุประโยคที่มี though ไว้หลังคำกล่าวหลักทำให้ผู้พูดเสนอความก้าวหน้าก่อน แล้วจึงเติมข้อจำกัด รูปแบบนี้มีประโยชน์สำหรับคำอธิบายที่รอบคอบและไม่ควรฟังดูเด็ดขาดเกินไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค though ตามหลังเพื่อยอมรับความก้าวหน้า พร้อมกับยังคงระบุข้อจำกัดที่ไม่ได้รับการแก้ไข

  1. We understand the basic process, though several questions remain.
  2. We understand the basic process, so no questions remain.
  3. We understand the basic process because several questions remain.
ดูคำตอบ

We understand the basic process, though several questions remain.

The molecule responsible for hangovers is ethanol, วลี

0:40

โมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของอาการเมาค้างคือเอทานอล

วลี

responsible for: ระบุสาเหตุ

ในประโยคนี้ responsible for หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “เป็นต้นเหตุของ” วลี responsible for hangovers ขยาย the molecule และระบุว่าโมเลกุลใดทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น หากประธานเป็นคนหรือทีม be responsible for อาจหมายถึงการมีหน้าที่รับผิดชอบได้เช่นกัน แต่เมื่อประธานเป็นสิ่งของ เหตุการณ์ หรือกระบวนการ และตามด้วยผลลัพธ์ วลีนี้มักบอกสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นมีความผิดทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

ใน “The faulty sensor was responsible for the false alarm.” responsible for หมายถึงอะไร

  1. เซ็นเซอร์นั้นรายงานสัญญาณเตือนผิดพลาดให้ใครบางคนทราบ
  2. เซ็นเซอร์นั้นคล้ายกับสัญญาณเตือนผิดพลาด
  3. เซ็นเซอร์นั้นทำให้เกิดสัญญาณเตือนผิดพลาด
ดูคำตอบ

เซ็นเซอร์นั้นทำให้เกิดสัญญาณเตือนผิดพลาด

which we colloquially refer to as alcohol. การใช้คำ

0:43

ซึ่งเรามักเรียกกันติดปากว่าแอลกอฮอล์

การใช้คำ

colloquially refer to ... as ...: บอกชื่อที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

refer to X as Y หมายถึง “เรียกหรือระบุ X ด้วยชื่อ Y” ในที่นี้ which ใช้แทน ethanol ดังนั้นโครงสร้างคือ we refer to ethanol as alcohol ส่วน as ใช้นำหน้าชื่อที่ใช้ในชีวิตประจำวัน colloquially หมายถึง “ในภาษาพูดทั่วไปที่ไม่เป็นทางการ” คำนี้บอกว่า alcohol เป็นคำที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันในบริบทนี้ ส่วน ethanol เป็นศัพท์เคมีที่แม่นยำกว่า

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการตั้งชื่อด้วย colloquially refer to ... as ...: People ____ sodium chloride ____ salt.

ดูคำตอบ

colloquially refer to · as

Ethanol is present in all alcoholic beverages, การใช้คำ

0:46

เอทานอลมีอยู่ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

การใช้คำ

is present in: บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอยู่ภายในอีกสิ่งหนึ่ง

ในที่นี้ present เป็นคำคุณศัพท์ หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีอยู่หรือสามารถพบได้ในสถานที่หรือสารบางอย่าง โครงสร้าง X + be present in + Y บอกว่า X มีอยู่ภายใน Y ในประโยคนี้ ethanol คือสารดังกล่าว และ alcoholic beverages คือหมวดหมู่ที่กว้างกว่าซึ่งมีสารนั้นอยู่

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'A trace amount of copper is present in the sample,' คำว่า is present in หมายความว่าอย่างไร

  1. กำลังถูกแสดงหรือแนะนำใน
  2. เป็นของขวัญที่อยู่ใน
  3. มีอยู่หรือสามารถพบได้ใน
ดูคำตอบ

มีอยู่หรือสามารถพบได้ใน

and generally speaking, ลำดับความ

0:49

และโดยทั่วไปแล้ว

the more ethanol, ไวยากรณ์

0:50

ยิ่งมีเอทานอลมากเท่าไหร่

the greater the potential for a hangover.

0:51

โอกาสที่จะเมาค้างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ลำดับความ

and generally speaking: เชื่อมกับข้อความก่อนหน้าและจำกัดขอบเขตของข้อสรุปทั่วไป

คำเปิด and generally speaking ทำหน้าที่สองอย่าง and เชื่อมประโยคนี้เข้ากับคำอธิบายก่อนหน้า ส่วน generally speaking วางกรอบให้ข้อความทั้งหมดที่ตามมาเป็นแนวโน้มโดยทั่วไป การวางกรอบนี้บอกผู้ฟังว่าเป็นข้อสรุปทั่วไปที่มีประโยชน์ แต่อาจมีข้อยกเว้นได้ โดยไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างเปรียบเทียบ 'the more ..., the greater ...' เพียงแต่จำกัดว่าควรเข้าใจการเปรียบเทียบนี้ว่าเป็นจริงโดยทั่วไปมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความเกี่ยวกับประโยคนี้: 'Generally speaking, people need less time for a familiar task.' วลี generally speaking บอกว่าข้อความนี้เป็นจริงในทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

ไวยากรณ์

the more ethanol, the greater the potential: โครงสร้างเปรียบเทียบที่เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง

โครงสร้าง “the + comparative ..., the + comparative ...” ใช้เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง ส่วนแรกบอกเงื่อนไขที่เปลี่ยนไป และส่วนที่สองบอกผลที่เปลี่ยนตาม ในที่นี้ more ethanol เชื่อมโยงกับ greater potential for a hangover ในโครงสร้างนี้ the เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบตายตัว ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ ประโยคนี้หมายความว่าเมื่อปริมาณเอทานอลเพิ่มขึ้น โอกาสที่จะมีอาการเมาค้างก็เพิ่มขึ้นด้วย แต่ไม่ได้ระบุอัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ใช้ long และ great ในโครงสร้างที่เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the delay, ____ the cost.

ดูคำตอบ

The longer · the greater

The symptoms and severity can vary depending on weight, วลี

0:54

อาการและความรุนแรงอาจแตกต่างกันไปตามน้ำหนัก

age, genetics, and other factors.

0:57

อายุ พันธุกรรม และปัจจัยอื่นๆ

วลี

can vary depending on: เปลี่ยนแปลงตามปัจจัยหนึ่ง

Can vary depending on หมายถึง “อาจแตกต่างหรือเปลี่ยนแปลงตาม” คำว่า vary บอกว่าอาการและระดับความรุนแรงไม่ได้คงที่ ส่วน depending on ใช้นำหน้าปัจจัยที่ช่วยกำหนดความแตกต่างเหล่านั้น คำกริยาช่วย can ทำให้ข้อความมีความระมัดระวัง โดยสื่อว่าปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำให้เกิดผลแบบเดียวกันทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “อาจแตกต่างกันไปตาม”: Delivery times ____ your location.

ดูคำตอบ

can vary depending on

But still,

0:59

แต่ถึงอย่างนั้น

hangovers generally share some common and unpleasant features. วลี

1:00

อาการเมาค้างมักมีลักษณะทั่วไปที่ไม่พึงประสงค์ร่วมกัน

วลี

share ... features: มีลักษณะร่วมกัน

ใน share some common and unpleasant features คำว่า share หมายถึง “มีร่วมกัน” ประธานพหูพจน์ hangovers กล่าวถึงประสบการณ์เมาค้างหลายกรณีในฐานะกลุ่มหนึ่ง และ features หมายถึงลักษณะหรือผลกระทบที่สังเกตได้ โครงสร้างนี้ใช้ในการเปรียบเทียบและจัดประเภทได้ โดย A and B share a feature หมายถึงลักษณะเดียวกันปรากฏอยู่ในทั้ง A และ B ในประโยคนี้ common เน้นความคล้ายกัน ส่วน unpleasant อธิบายว่าลักษณะร่วมเหล่านั้นเป็นอย่างไร

แบบฝึกหัด

ผู้รีวิวต้องการเน้นว่าอุปกรณ์ทั้งสองมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเหมือนกัน ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ชัดเจนที่สุด

  1. The two devices exchange safety information.
  2. Each device has several features.
  3. The two devices share several safety features.
ดูคำตอบ

The two devices share several safety features.

how exactly does alcohol cause a hangover?

1:06

แอลกอฮอล์ทำให้เกิดอาการเมาค้างได้อย่างไรกันแน่?

ลำดับความ

So, how exactly ...?: การเปลี่ยนเข้าสู่คำอธิบายกลไก

So เชื่อมคำถามนี้เข้ากับภาพรวมที่กล่าวมาก่อนหน้า ส่วน How exactly ถามถึงกระบวนการอย่างเจาะจง ดังนั้นคำถามนี้จึงบอกเป็นนัยว่าส่วนต่อไปจะอธิบายว่าแอลกอฮอล์ทำให้เกิดอาการเมาค้างได้อย่างไร ในงานอธิบาย คำถามนี้อาจเป็นคำถามนำหรือคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดอาจรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร แต่ใช้คำถามเพื่อจัดลำดับข้อมูล รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ So, how exactly does/do ...? แล้วตามด้วยคำอธิบายกลไกหรือกระบวนการทีละขั้น

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอได้แนะนำแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์แล้ว และตอนนี้ต้องการอธิบายกระบวนการทำงาน ประโยคเชื่อมใดบอกการเปลี่ยนเข้าสู่เนื้อหาส่วนนี้ได้ดีที่สุด

  1. So, the battery stores energy.
  2. So, how exactly does the battery store energy?
  3. How much does the battery cost?
ดูคำตอบ

So, how exactly does the battery store energy?

And is there any way to reliably prevent one? ไวยากรณ์

1:09

และมีวิธีป้องกันที่เชื่อถือได้หรือไม่?

ไวยากรณ์

Is there any way to ...?:ถามว่ามีวิธีหรือไม่

Is there any way to + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามว่ามีวิธีใดที่จะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ คำว่า any ทำให้คำถามเปิดกว้าง โดยผู้พูดไม่ได้ถามถึงวิธีเฉพาะที่รู้อยู่แล้ว And ที่ต้นประโยคเชื่อมคำถามนี้กับเรื่องที่พูดมาก่อน ในประโยคเต็ม to นำหน้าการกระทำที่เป็นเป้าหมาย ส่วน reliably บอกว่าการป้องกันควรได้ผลสม่ำเสมอเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่ใช้ถามว่ามีวิธีหรือไม่ให้สมบูรณ์: Is there ____ recover a file I deleted by mistake?

ดูคำตอบ

any way to

Alcohol slows down the communication between neural cells. กริยาวลี

1:12

แอลกอฮอล์ทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทช้าลง

กริยาวลี

slows down:ทำให้กระบวนการช้าลง

ในที่นี้ slows down เป็นกริยาวลีแบบสกรรม หมายถึงทำให้บางสิ่งช้าลง Alcohol คือสาเหตุ ส่วน the communication between neural cells คือกระบวนการที่ได้รับผลกระทบ Slow down ไม่ได้ใช้กับการเคลื่อนที่เท่านั้น แต่ยังใช้กับการสื่อสาร ปฏิกิริยา การเติบโต และกระบวนการอื่น ๆ ได้ด้วย หากกรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง slow down the process และ slow the process down แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ให้ใช้ slow it down

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง ‘ทำให้ช้าลง’ ให้สมบูรณ์: Too many background apps can ____ your phone.

ดูคำตอบ

slow down

After someone has had their last drink, ไวยากรณ์

1:17

หลังจากใครสักคนดื่มแก้วสุดท้ายไปแล้ว

ไวยากรณ์

After someone has had...: การกระทำที่เสร็จสิ้นก่อนเหตุการณ์ถัดไป

ใน After someone has had their last drink, คำว่า after นำอนุประโยคบอกเวลา ส่วน present perfect รูป has had แสดงว่าการดื่มเสร็จสิ้นแล้วก่อนที่สถานการณ์ถัดไปจะเริ่ม แม้ after จะบอกลำดับอยู่แล้ว แต่ perfect ทำให้ขอบเขตของการเสร็จสิ้นชัดขึ้น ใน has had คำว่า has เป็นกริยาช่วย และ had เป็นรูป past participle ของ have ในที่นี้ have a drink หมายถึง “ดื่มหนึ่งแก้ว” ดังนั้น has had their last drink จึงหมายถึง “ดื่มแก้วสุดท้ายเสร็จแล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ finish: After Maya ____ the final safety check, the machine can be started.

ดูคำตอบ

has finished

as the concentration of alcohol in the blood drops back to zero, โน้ต

1:19

เมื่อระดับแอลกอฮอล์ในเลือดลดลงกลับสู่ศูนย์

ไวยากรณ์

as ... drops back to zero: การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกัน

ในที่นี้ as หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อบางสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลง” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า” คำนี้นำเข้าสู่กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ คือความเข้มข้นของแอลกอฮอล์กำลังลดลง และใช้กระบวนการนั้นเป็นพื้นหลังด้านเวลาให้กับการเปลี่ยนแปลงที่ตามมา drops back to zero หมายถึงระดับกลับลงมาเป็นศูนย์หลังจากที่เคยสูงกว่าเดิม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ as + สถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง และมีอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'As the sky grew darker, the streetlights came on,' คำว่า as แสดงอะไรเป็นหลัก?

  1. ความแตกต่างตรงข้ามระหว่างท้องฟ้ากับไฟถนน
  2. การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
  3. สาเหตุที่ท้องฟ้ามืดลง
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

กริยาวลี

drop back to zero: ลดกลับลงมาอยู่ที่ระดับอ้างอิงศูนย์

ใน drops back to zero คำว่า drop บอกว่าค่าลดลง ส่วน back บอกว่าค่านั้นกลับไปสู่ระดับเดิมหรือระดับอ้างอิง ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อว่าความเข้มข้นเคยอยู่ที่ศูนย์ เพิ่มขึ้น แล้วลดลงจนถึงศูนย์อีกครั้ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + drop back to + ระดับ เหมาะอย่างยิ่งกับค่าที่วัดได้ซึ่งเคลื่อนออกจากระดับอ้างอิงแล้วกลับมาที่ระดับนั้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตที่ถูกต้องของ drop back to เติมในช่องว่าง: After the repair, the error count ____ zero.

ดูคำตอบ

dropped back to

the brain rebounds from sedation and swings in the other direction, สำนวน

1:22

สมองจะตอบสนองจากภาวะถูกกดประสาทและแกว่งไปในทิศทางตรงกันข้าม

entering a hyperactive state. ไวยากรณ์

1:27

เข้าสู่ภาวะทำงานหนักเกินไป

สำนวน

the brain rebounds from sedation: อุปมาเรื่องสมองดีดกลับจากภาวะกดประสาท

ในที่นี้ rebounds from นำเสนอการเปลี่ยนแปลงของสมองเหมือนการดีดออกจากภาวะที่ถูกกดไว้ Sedation คือภาวะที่ระดับการทำงานลดลง และข้อความต่อมา swings in the other direction แสดงว่าการดีดกลับนี้ไม่ได้หยุดแค่การกลับสู่ปกติ แต่การทำงานกลับเคลื่อนไปสู่ภาวะตรงข้ามที่ทำงานมากเกินไป โดยทั่วไป rebound from + ภาวะหรือเหตุการณ์ หมายถึงการฟื้นตัวหลังจากจุดตกต่ำหรือความล้มเหลว ในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ rebound ยังอาจสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อชดเชยไปในทิศทางตรงข้าม

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง the brain rebounds from sedation หมายความว่าอย่างไร

  1. สมองกระเด้งทางกายภาพขณะที่ยังอยู่ในภาวะกดประสาท
  2. สมองออกจากภาวะที่ถูกกดไว้และเปลี่ยนไปสู่การทำงานที่สูงผิดปกติ
  3. สมองเข้าสู่ภาวะกดประสาทมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่เปลี่ยนทิศทาง
ดูคำตอบ

สมองออกจากภาวะที่ถูกกดไว้และเปลี่ยนไปสู่การทำงานที่สูงผิดปกติ

สำนวน

swings in the other direction: การกลับทิศในเชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ swings in the other direction ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ สมองเคลื่อนออกจากภาวะกดประสาทไปสู่ลักษณะการทำงานที่ตรงกันข้าม คือภาวะตื่นตัวมากเกินไป ไม่ได้หมายถึงการแกว่งทางกายภาพจริง ๆ สำนวนนี้นำเสนอว่าสภาวะ ทัศนคติ หรือแนวโน้มเปลี่ยนกลับไปในทิศทางตรงกันข้าม มักสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด แต่ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าจะต้องไปถึงจุดที่รุนแรงที่สุดของอีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใน “After the new evidence appeared, public opinion swung in the other direction,” swung in the other direction หมายความว่าอย่างไร

  1. ความคิดเห็นของสาธารณชนเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ความคิดเห็นของสาธารณชนเริ่มเคลื่อนไหวทางกายภาพ
  3. ความคิดเห็นของสาธารณชนเปลี่ยนกลับไปสนับสนุนมุมมองตรงกันข้าม
ดูคำตอบ

ความคิดเห็นของสาธารณชนเปลี่ยนกลับไปสนับสนุนมุมมองตรงกันข้าม

ไวยากรณ์

entering a hyperactive state: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

Entering a hyperactive state เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่เพิ่มผลลัพธ์ของอนุประโยคก่อนหน้า สมองฟื้นตัวและเปลี่ยนออกจากภาวะกดประสาท ผลที่ตามมาคือเข้าสู่ภาวะตื่นตัวมากเกินไป โครงสร้างนี้ย่ออนุประโยคผลลัพธ์แบบเต็ม เช่น “and as a result it enters a hyperactive state” ประธานที่เข้าใจได้ของ entering เป็นตัวเดียวกับประธานของประโยคหลัก คือ the brain

แบบฝึกหัด

ใน “The alarm rang, waking everyone up,” waking everyone up ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกเหตุผลที่ใครบางคนตั้งใจทำให้สัญญาณเตือนดัง
  2. เพิ่มผลลัพธ์ที่เกิดจากเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น
  3. อธิบายเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นก่อนสัญญาณเตือนดัง
ดูคำตอบ

เพิ่มผลลัพธ์ที่เกิดจากเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น

This may lead to the tremors or rapid heartbeat associated with hangovers. วลี

1:29

สิ่งนี้อาจนำไปสู่อาการสั่นหรือหัวใจเต้นเร็วที่สัมพันธ์กับอาการเมาค้าง

วลี

lead to: บอกผลที่อาจเกิดขึ้น

ในประโยคนี้ lead to หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “มีบางสิ่งเป็นผลตามมา” คำกริยาช่วย may บอกว่าผลนั้นอาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน หลัง lead to ใช้คำนาม กลุ่มคำนาม หรือรูป -ing เพราะ to ในที่นี้เป็นคำบุพบท เช่น lead to problems; lead to people feeling tired

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ทำให้เกิดเป็นผลตามมา” ให้ประโยคสมบูรณ์: Lack of sleep can ____ poor concentration.

ดูคำตอบ

lead to

วลี

associated with hangovers: แสดงความเชื่อมโยง ไม่ใช่เหตุที่พิสูจน์แล้ว

วลี participle ช่องที่สาม associated with hangovers ขยาย the tremors or rapid heartbeat โดยบอกว่าอาการเหล่านี้เชื่อมโยงกับอาการเมาค้างหรือมักเกิดร่วมกับอาการเมาค้าง Associated with บอกเพียงว่ามีความสัมพันธ์กัน ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าอาการเมาค้างเป็นสาเหตุโดยตรงของทุกอาการ การใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ และสถิติ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดเหมาะที่สุดกับงานวิจัยที่พบความเชื่อมโยงทางสถิติ แต่ไม่ได้พิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล

  1. High stress always causes poor sleep.
  2. Poor sleep is caused by high stress.
  3. High stress is associated with poor sleep.
ดูคำตอบ

High stress is associated with poor sleep.

It also makes sleep shorter and less restful than normal. ไวยากรณ์

1:33

นอกจากนี้ยังทำให้การนอนหลับสั้นลงและหลับไม่สนิทเท่าปกติ

ไวยากรณ์

makes sleep shorter and less restful: make + กรรม + คำคุณศัพท์

โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ ใช้บอกผลลัพธ์ว่า สิ่งหนึ่งทำให้กรรมมีสภาพหรือคุณสมบัติใหม่ ในประโยคนี้ makes ตามด้วยกรรม sleep แล้วตามด้วยคำบรรยายเชิงเปรียบเทียบสองส่วนที่วางขนานกัน คือ shorter และ less restful than normal ระบุเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ คำบรรยายทั้งสองส่วนเปรียบเทียบการนอนที่ได้รับผลกระทบกับการนอนตามปกติ คือใช้เวลาน้อยลงและช่วยให้ร่างกายพักฟื้นได้น้อยลง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์เติมประโยคให้สมบูรณ์: The new setting ____ the text clearer.

ดูคำตอบ

makes

But these effects are just the beginning. สำนวน

1:38

แต่ผลกระทบเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น

สำนวน

just the beginning: บอกว่ายังมีสิ่งอื่นตามมาอีก

just the beginning หมายถึงเป็นเพียงส่วนแรกเท่านั้น ในประโยคนี้ just หมายถึง “เพียง” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่นี้” วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยบอกผู้ฟังว่า ผลกระทบที่กล่าวมาแล้วยังไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด จึงทำให้คาดว่าจะมีการอธิบายผลกระทบอื่นต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “But these effects are just the beginning.” วลีที่เน้นไว้บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. คาดว่าจะมีการอธิบายผลกระทบอื่นต่อไป
  2. ผลกระทบเหล่านี้เพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อสักครู่นี้
  3. ผลกระทบเหล่านี้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
ดูคำตอบ

คาดว่าจะมีการอธิบายผลกระทบอื่นต่อไป

Alcohol impacts so many of the body's processes,

1:40

แอลกอฮอล์ส่งผลกระทบต่อกระบวนการต่างๆ ในร่างกายมากมาย

throwing delicate balances off kilter. สำนวน

1:43

ทำให้ความสมดุลที่ละเอียดอ่อนเสียไป

สำนวน

throw ... off kilter: ทำให้สมดุลตามปกติเสียไป

โครงสร้าง throw + กรรม + off kilter หมายถึงทำให้สิ่งนั้นสูญเสียสมดุล ระเบียบ หรือการประสานงานตามปกติ เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดย throw ไม่ได้หมายถึงการโยนจริง ๆ และ off kilter หมายถึงการหลุดจากสภาวะที่มั่นคงหรือทำงานได้อย่างเหมาะสม ในวลีนี้ delicate balances เป็นกรรมที่ถูกรบกวน ถ้อยคำนี้สื่อว่าสภาวะหลายอย่างที่เคยถูกควบคุมอย่างละเอียดไม่สามารถทำงานร่วมกันตามปกติได้อีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “หลุดจากสมดุลตามปกติ” ให้สมบูรณ์: The power outage threw our evening routine ____.

ดูคำตอบ

off kilter

And even the most familiar hangover symptoms have surprising contributors.

1:46

และแม้แต่อาการเมาค้างที่คุ้นเคยที่สุดก็ยังมีตัวการที่น่าประหลาดใจ

For example,

1:51

ตัวอย่างเช่น

alcohol disrupts levels of many hormones. วลี

1:52

แอลกอฮอล์รบกวนระดับของฮอร์โมนหลายชนิด

วลี

disrupts levels of: รบกวนปริมาณที่ถูกควบคุม

โครงสร้าง disrupt levels of + สารชนิดหนึ่ง หมายถึงรบกวนปริมาณ ความเข้มข้น หรือรูปแบบตามปกติของสารนั้น disrupt มีความหมายแรงและเป็นลบมากกว่าคำกริยาที่เป็นกลางอย่าง affect เพราะสื่อว่ากระบวนการควบคุมตามปกติกำลังถูกรบกวน ในบริบทด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์ levels of many hormones หมายถึงปริมาณหรือความเข้มข้นของฮอร์โมนที่วัดได้ ไม่ได้หมายถึงชั้นทางกายภาพหรือลำดับขั้น

แบบฝึกหัด

เรียง disrupt, levels และ of ให้เป็นวลีเป้าหมายเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Long-term stress can ____ several hormones.

ดูคำตอบ

disrupt levels of

One of those hormones is cortisol.

1:55

หนึ่งในฮอร์โมนเหล่านั้นคือคอร์ติซอล

Normally,

1:57

โดยปกติแล้ว

fluctuating cortisol levels help regulate wakefulness throughout the day and night. วลี

1:58

การผันผวนของระดับคอร์ติซอลช่วยควบคุมความตื่นตัวตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

วลี

help regulate: มีส่วนช่วยควบคุม

ในประโยคนี้ help regulate หมายถึงมีส่วนช่วยควบคุมหรือปรับให้เหมาะสม ระดับคอร์ติซอลที่ผันผวนมีบทบาทในการควบคุมภาวะตื่นตัว แต่คำว่า help ทำให้ไม่เป็นการยืนยันว่าระดับเหล่านี้เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว โครงสร้างคือ help + คำกริยารูปพื้นฐาน: help regulate ใช้เมื่อปัจจัยหนึ่งช่วยสนับสนุนกระบวนการหรือการทำงานบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแสงยามเช้ามีส่วนช่วยควบคุมกระบวนการของร่างกาย โดยไม่ได้อ้างว่าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

  1. Morning light can help regulate the sleep-wake cycle.
  2. The sleep-wake cycle helps regulate morning light.
  3. Morning light completely controls the sleep-wake cycle.
ดูคำตอบ

Morning light can help regulate the sleep-wake cycle.

So,

2:02

ดังนั้น

the disruption in cortisol during a hangover may cause people to feel groggy or disoriented. โน้ต

2:02

การหยุดชะงักของคอร์ติซอลในระหว่างที่มีอาการเมาค้างอาจทำให้ผู้คนรู้สึกมึนงงหรือสับสน

วลี

the disruption in cortisol: ความผิดปกติภายในระบบ

ในที่นี้ the disruption in cortisol หมายถึงความผิดปกติที่รบกวนระดับ ช่วงเวลา หรือรูปแบบปกติของคอร์ติซอลในร่างกาย คำนาม disruption แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้รบกวนการทำงานตามปกติ ไม่ใช่เพียงความแตกต่างที่เป็นกลาง โครงสร้าง disruption in + ระบบ กระบวนการ หรือขอบเขตที่วัด ระบุว่าปัญหาเกิดขึ้นที่ใด เนื่องจาก cortisol เป็นชื่อสาร การเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์กว่าจึงมักใช้ a disruption in cortisol levels หรือ a disruption in the cortisol rhythm

แบบฝึกหัด

วลีใดสื่อชัดที่สุดถึงความผิดปกติที่รบกวนรูปแบบประจำวันของฮอร์โมน

  1. a disruption in the hormone's daily rhythm
  2. the destruction of the hormone
  3. a neutral change in the hormone's daily rhythm
ดูคำตอบ

a disruption in the hormone's daily rhythm

ไวยากรณ์

may cause people to feel: cause + กรรม + to-infinitive

ใน may cause people to feel คำว่า cause ใช้โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive โดย people เป็นกรรมที่ได้รับผล และ to feel นำเข้าสู่สภาวะที่เกิดขึ้น ส่วนคำคุณศัพท์ groggy or disoriented ระบุว่าสภาวะนั้นเป็นอย่างไร may ทำให้การกล่าวถึงเหตุและผลระมัดระวังขึ้น กล่าวคือ ความแปรปรวนนี้เป็นเพียงสาเหตุที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันว่าจะทำให้เกิดผลดังกล่าว โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีเมื่อต้องอธิบายผลกระทบ กลไก หรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างห้าคำจากบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึงการที่บางสิ่งอาจทำให้คนรู้สึกอยู่ในสภาวะหนึ่ง: Too little sleep ____ irritable.

ดูคำตอบ

may cause people to feel

การใช้คำ

groggy or disoriented: ความตื่นตัวลดลงกับการสูญเสียการรับรู้ทิศทางและสถานการณ์

Groggy หมายถึงสมองไม่ปลอดโปร่ง ง่วง และตอบสนองช้า มักเกิดหลังตื่นนอน ระหว่างเจ็บป่วย หรือเมื่ออยู่ใต้อิทธิพลของยาหรือแอลกอฮอล์ ส่วน disoriented หมายถึงสับสนว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ตอนนี้กี่โมง ควรไปทางไหน หรือกำลังเกิดอะไรขึ้น ในประโยคนี้ or นำเสนอผลที่อาจเกิดขึ้นสองอย่าง สองสภาวะนี้อาจเกิดพร้อมกันได้ แต่ใช้แทนกันไม่ได้เสมอไป โดย groggy เน้นความตื่นตัวที่ลดลง ส่วน disoriented เน้นการสูญเสียการรับรู้เกี่ยวกับสถานที่ เวลา ทิศทาง หรือสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ผู้ป่วยตื่นขึ้นมาแล้วบอกไม่ได้ว่าตัวเองอยู่ในห้องไหนหรือขณะนั้นกี่โมง คำใดอธิบายผู้ป่วยได้ตรงที่สุด

  1. groggy
  2. disoriented
  3. tired
ดูคำตอบ

disoriented

Another hormone alcohol interferes with is vasopressin, วลี

2:08

ฮอร์โมนอีกชนิดที่แอลกอฮอล์เข้าไปรบกวนคือวาโซเพรสซิน

วลี

interferes with: รบกวนการทำงานตามปกติ

interferes with หมายถึงรบกวนหรือขัดขวางการทำงานตามปกติของบางสิ่ง ในที่นี้แอลกอฮอล์ถูกกล่าวถึงว่าไปรบกวนการทำงานตามปกติของวาโซเพรสซิน จึงสื่อถึงผลกระทบในทางลบอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงมีอิทธิพลโดยทั่วไป รูปแบบคือ interfere with + นามวลี ใน Another hormone alcohol interferes with กรรมของ with คือนามวลี another hormone ที่อยู่ก่อนหน้า ส่วน is vasopressin ระบุว่าฮอร์โมนนั้นคือวาโซเพรสซิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Loud construction noise can ____ your concentration during an exam.

ดูคำตอบ

interfere with

which normally decreases the volume of urine made by the kidneys. วลี

2:12

ซึ่งโดยปกติจะลดปริมาณปัสสาวะที่สร้างโดยไต

วลี

normally decreases the volume of: อธิบายการลดปริมาณที่เกิดขึ้นตามปกติ

normally decreases the volume of หมายถึงในสภาวะปกติ บางสิ่งทำให้ปริมาณที่วัดได้ของสารชนิดหนึ่งลดลง ในประโยคนี้ normally ระบุการทำงานตามปกติที่คาดไว้ของวาโซเพรสซิน ส่วน the volume of urine หมายถึงปริมาณปัสสาวะที่ผลิตขึ้นและวัดเป็นปริมาตรของของเหลว ในด้านไวยากรณ์ decreases เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม โดย the volume เป็นกรรมตรง และ of urine ระบุว่าสิ่งที่วัดคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย: The recycling process ____ wastewater sent to the treatment plant each day.

ดูคำตอบ

normally decreases the volume of

By decreasing levels of vasopressin, ไวยากรณ์

2:16

การลดระดับของวาโซเพรสซิน

alcohol causes people to pee more and become dehydrated. ไวยากรณ์

2:18

ทำให้แอลกอฮอล์ส่งผลให้ผู้คนปัสสาวะมากขึ้นและเกิดภาวะขาดน้ำ

ไวยากรณ์

By decreasing levels of vasopressin: ใช้ By + -ing เพื่อแสดงกลไก

โครงสร้าง By + กริยารูป -ing ใช้เกริ่นถึงวิธีหรือกลไกที่ทำให้เกิดผลลัพธ์หลัก ในประโยคนี้ By decreasing levels of vasopressin อธิบายว่าแอลกอฮอล์ทำให้เกิดผลในประโยคหลักได้อย่างไร ไม่ได้บอกว่าผลเหล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อใด ผู้ทำกริยา decreasing ที่เข้าใจกันโดยนัยคือ alcohol ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก การวางวลี By + -ing ไว้ต้นประโยคช่วยนำเสนอกลไกก่อนผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้ reduce ในโครงสร้าง By + -ing ให้ถูกต้อง: ____ background activity, the app uses less battery power.

ดูคำตอบ

By reducing

ไวยากรณ์

causes people to pee more and become dehydrated: เชื่อมผลลัพธ์สองอย่างแบบขนาน

โครงสร้าง cause + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าประธานทำให้กรรมเกิดการกระทำหรือสภาพบางอย่าง ในที่นี้ people เป็นกรรมของ causes ส่วน to pee more and become dehydrated แสดงผลสองอย่างที่เกิดกับคนเหล่านั้น pee และ become เป็นกริยารูปพื้นฐานที่วางขนานกันหลัง to และใช้ to ตัวเดียวกัน สามารถใส่ to อีกครั้งหน้า become ได้ แต่ไม่จำเป็นในโครงสร้างขนานแบบกระชับนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cause + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลลัพธ์สองอย่างแบบขนาน?

  1. The road closure caused drivers to slowing down and choosing another route.
  2. The road closure caused drivers to slow down and choose another route.
  3. The road closure caused drivers slow down and chose another route.
ดูคำตอบ

The road closure caused drivers to slow down and choose another route.

Dehydration can lead to thirst,

2:23

ภาวะขาดน้ำสามารถนำไปสู่ความกระหายน้ำ

dry mouth, weakness,

2:25

ปากแห้ง อ่อนเพลีย

lightheadedness, and headache,

2:26

หน้ามืด และปวดศีรษะ

one of the most common hangover symptoms. ไวยากรณ์

2:28

ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการเมาค้างที่พบบ่อยที่สุด

ไวยากรณ์

one of the most common + คำนามพหูพจน์

โครงสร้าง one of the most common + คำนามพหูพจน์ หมายถึง “สมาชิกหนึ่งอย่างของกลุ่มที่สมาชิกอยู่ในกลุ่มสิ่งที่พบบ่อยที่สุด” ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งที่พบบ่อยเพียงอย่างเดียว หลัง one of คำนามนับได้ที่แทนกลุ่มมักใช้รูปพหูพจน์ เพราะกำลังเลือกหนึ่งสิ่งออกจากกลุ่ม ในที่นี้ symptoms เป็นคำนามพหูพจน์ที่แทนกลุ่ม: one of the most common hangover symptoms โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกอันดับด้านความนิยม ความสำคัญ ความยาก และเกณฑ์อื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: This is ____ mistakes in formal emails.

ดูคำตอบ

one of the most common

In addition to dehydration, ลำดับความ

2:31

นอกเหนือจากภาวะขาดน้ำแล้ว

hangover headaches can result from alcohol's influence on chemical signaling in the brain, วลี

2:33

อาการปวดศีรษะจากเมาค้างอาจเกิดจากอิทธิพลของแอลกอฮอล์ต่อการส่งสัญญาณทางเคมีในสมอง

ลำดับความ

In addition to + คำนามหรือรูป -ing

In addition to dehydration แสดงว่าภาวะขาดน้ำเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีอยู่แล้วในคำอธิบาย และส่งสัญญาณว่าอนุประโยคหลักกำลังเพิ่มอีกปัจจัยหนึ่ง คือผลของแอลกอฮอล์ต่อการส่งสัญญาณในสมอง ความหมายคือ “นอกเหนือจากภาวะขาดน้ำ” ไม่ใช่ “แทนภาวะขาดน้ำ” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้ช่วยจัดระเบียบคำอธิบายที่มีหลายปัจจัย โครงสร้างคือ in addition to + นามวลี คำสรรพนาม หรือรูป -ing โดย to ในที่นี้เป็นคำบุพบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เพิ่ม cost เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง: ____ cost, we should consider reliability.

ดูคำตอบ

In addition to

วลี

can result from: ย้อนจากผลไปหาสาเหตุ

result from แสดงทิศทางของเหตุและผล โดยประธานบอกผลลัพธ์ ส่วนวลีนามหลัง from บอกสาเหตุ ในที่นี้ hangover headaches คือผลลัพธ์ และ alcohol's influence คือสาเหตุที่เป็นไปได้ can แสดงว่าคำอธิบายนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์ + can/may result from + สาเหตุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ result from เพื่อบอกว่าข้อผิดพลาดในการจัดตารางเป็นสาเหตุของความล่าช้า

  1. A scheduling error may result in a delay.
  2. The delay may result from a scheduling error.
  3. The delay may result in extra costs.
ดูคำตอบ

The delay may result from a scheduling error.

วลี

influence on: ระบุสิ่งที่ได้รับผลกระทบ

influence ในที่นี้เป็นคำนาม ในโครงสร้าง influence on + คำนาม คำว่า on ใช้นำหน้าคน สิ่งของ หรือกระบวนการที่ได้รับผลกระทบ alcohol's influence on chemical signaling หมายความว่า chemical signaling คือสิ่งที่แอลกอฮอล์ส่งผลต่อ โครงสร้างคำนามนี้ทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นวลีนามหนึ่งวลีได้ รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ A's influence on B, the influence of A on B และ have an influence on B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่ใช้หลังคำนาม influence: Good feedback can have a strong influence ____ confidence.

ดูคำตอบ

on

especially on neurotransmitters involved in pain signaling. วลี

2:38

โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณความปวด

วลี

involved in: มีบทบาทในกระบวนการ

involved in หมายถึงการมีส่วนร่วมหรือมีบทบาทในกระบวนการ หลัง in จะตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ที่ระบุกระบวนการนั้น ในที่นี้ สารสื่อประสาทมีบทบาทในการส่งสัญญาณความเจ็บปวด แต่ไม่ได้ถูกกล่าวว่าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว เมื่อวาง involved in pain signaling หลัง neurotransmitters วลีนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูปของ neurotransmitters that are involved in pain signaling โครงสร้างนี้ระบุคนหรือสิ่งของด้วยกระบวนการที่สิ่งนั้นมีส่วนร่วม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ involved in เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งมีบทบาทในกระบวนการ

  1. This enzyme prevents digestion.
  2. This enzyme is produced after digestion.
  3. This enzyme is involved in digestion.
ดูคำตอบ

This enzyme is involved in digestion.

Alcohol can also damage mitochondria, วัฒนธรรม

2:42

แอลกอฮอล์ยังสามารถทำลายไมโทคอนเดรีย

which are responsible for producing the ATP that gives us energy.

2:44

ซึ่งมีหน้าที่ผลิต ATP ที่ให้พลังงานแก่เรา

วัฒนธรรม

mitochondria ... ATP: ความเชื่อมโยงกับพลังงานของเซลล์

ไมโทคอนเดรียเป็นโครงสร้างภายในเซลล์ส่วนใหญ่ของร่างกายมนุษย์ ช่วยเปลี่ยนพลังงานจากอาหารให้อยู่ในรูปที่เซลล์ใช้ได้ Mitochondria เป็นคำนามพหูพจน์ ส่วนรูปเอกพจน์คือ mitochondrion ATP ย่อมาจาก adenosine triphosphate หรืออะดีโนซีนไตรฟอสเฟต ซึ่งเป็นโมเลกุลที่นำพลังงานที่ใช้ได้ไปภายในเซลล์ สำหรับประโยคนี้ ให้เข้าใจความเชื่อมโยงง่าย ๆ ว่าไมโทคอนเดรียช่วยสร้าง ATP และเซลล์ใช้ ATP ในการทำงาน ดังนั้นความเสียหายต่อไมโทคอนเดรียจึงอาจรบกวนการสร้างพลังงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดทางชีวเคมี

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายความสัมพันธ์ในประโยคได้ถูกต้อง

  1. ATP is a cell structure that produces mitochondria.
  2. Mitochondria and ATP are two names for the same cell structure.
  3. Mitochondria help produce ATP, which cells use for energy.
ดูคำตอบ

Mitochondria help produce ATP, which cells use for energy.

This may contribute to the fatigue, weakness, วลี

2:48

สิ่งนี้อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย

and mood disturbances experienced during a hangover.

2:50

และอารมณ์แปรปรวนที่ประสบในช่วงเมาค้าง

วลี

contribute to: แสดงว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์

ในประโยคนี้ contribute to หมายถึง “มีส่วนทำให้เกิด” หรือ “เป็นปัจจัยหนึ่งเบื้องหลัง” ความเหนื่อยล้า อ่อนแรง และอารมณ์แปรปรวน โดยไม่ได้บอกว่าปัจจัยนี้เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว โครงสร้างคือ contribute to + คำนามหรือรูป -ing ส่วน may ทำให้ข้อความเกี่ยวกับเหตุและผลระมัดระวังยิ่งขึ้น โดยนำเสนอว่าปัจจัยนี้อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำอธิบาย ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดที่ยืนยันได้แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอว่าเสียงจากถนนเป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ โดยไม่ได้อ้างว่าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

  1. Road noise may contribute to sleep problems.
  2. Road noise is the sole cause of sleep problems.
  3. Sleep problems may contribute to road noise.
ดูคำตอบ

Road noise may contribute to sleep problems.

Meanwhile,

2:54

ในขณะเดียวกัน

alcohol stimulates the immune system, การใช้คำ

2:54

แอลกอฮอล์จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

การใช้คำ

stimulates the immune system: การกระตุ้นให้ทำงาน ไม่ใช่การรับประกันผลดี

ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์และการแพทย์ stimulates the immune system หมายถึง “ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มทำงานหรือทำงานมากขึ้น” ในที่นี้ stimulate อธิบายการตอบสนองทางชีวภาพ ไม่ใช่ความหมายทั่วไปที่ว่าทำให้คนตื่นเต้นหรือกระตุ้นประสาทสัมผัส วลีนี้เป็นกลางว่าผลนั้นมีประโยชน์หรือไม่ การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอาจช่วยปกป้องร่างกาย แต่การทำงานที่เพิ่มขึ้นก็อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบหรืออันตรายได้ วลีนี้เพียงลำพังจึงไม่ได้หมายถึง “เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น”

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางการแพทย์ “The drug stimulates the immune system” ระบุสิ่งใดโดยตรงที่สุด

  1. ยากระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน
  2. ยาป้องกันไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนอง
  3. ยารับประกันว่าระบบภูมิคุ้มกันจะแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้น
ดูคำตอบ

ยากระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน

leading to inflammation that can damage cells within the brain, ไวยากรณ์

2:57

นำไปสู่การอักเสบที่สามารถทำลายเซลล์ภายในสมอง

ไวยากรณ์

leading to inflammation: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

ในที่นี้ leading to inflammation เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลจากสถานการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า มีความหมายเท่ากับ and this leads to inflammation ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง รูปแบบคือ อนุประโยคหลัก, leading to + คำนามหรือรูป -ing งานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์และเชิงอธิบายใช้รูปแบบนี้เพื่อเพิ่มผลลัพธ์โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ ในวลีนี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยคำกริยาต้องใช้รูป -ing เช่น leading to cells becoming damaged

แบบฝึกหัด

เติมวลีผลลัพธ์รูป -ing เป้าหมาย: Heavy rain flooded the road, ____ long delays.

ดูคำตอบ

leading to

affect mood, and impair memory. วลี

3:00

ส่งผลต่ออารมณ์ และทำให้ความจำเสื่อมลง

วลี

affect mood และ impair memory: กลุ่มคำเกี่ยวกับสุขภาพสองกลุ่ม

Affect mood หมายถึงส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ของคนคนหนึ่ง โดย affect เพียงคำเดียวไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นดีหรือไม่ดี ส่วน impair memory หมายถึงทำให้ความสามารถในการจดจำทำงานได้แย่ลง ดังนั้น impair จึงสื่อถึงความเสียหายอย่างชัดเจน คำกริยาคู่ขนานสองคำนี้อธิบายผลกระทบสองชนิด คือการเปลี่ยนแปลงโดยรวมของอารมณ์และการลดลงของการทำงานด้านการรู้คิด ในงานเขียนด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์ impair มักใช้ร่วมกับความสามารถหรือการทำงาน เช่น memory, judgment, vision หรือ concentration

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเป้าหมายสองคำ โดยใช้คำกริยาที่มีความหมายเป็นกลางก่อน แล้วจึงใช้คำกริยาที่หมายถึงทำให้การทำงานอ่อนลง: Long-term stress can ____ mood and ____ memory.

ดูคำตอบ

affect · impair

And it can irritate the gastrointestinal tract การใช้คำ

3:03

และมันสามารถทำให้ทางเดินอาหารระคายเคือง

การใช้คำ

gastrointestinal tract: ศัพท์ทางการแพทย์แบบเป็นทางการสำหรับทางเดินอาหาร

“gastrointestinal tract” เป็นศัพท์ทางการแพทย์แบบเป็นทางการ หมายถึงทางเดินที่เชื่อมต่อกันซึ่งอาหารเคลื่อนผ่านระหว่างการย่อยอาหาร ในประโยคนี้หมายถึงทางเดินอาหาร โดยเฉพาะกระเพาะอาหารและลำไส้ที่กำลังกล่าวถึง “gastrointestinal” บอกความเกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารและลำไส้ ส่วน “tract” หมายถึงทางเดินที่เชื่อมต่อกันภายในร่างกาย วลีนี้ระบุบริเวณทางกายวิภาคได้แม่นยำกว่าคำทั่วไปอย่าง “stomach”

แบบฝึกหัด

คำใดเหมาะที่สุดสำหรับคำอธิบายทางการแพทย์แบบเป็นทางการที่หมายถึงทางเดินอาหารที่เชื่อมต่อกัน ไม่ใช่อวัยวะเพียงส่วนเดียว

  1. stomach
  2. gastrointestinal tract
  3. digestive system
ดูคำตอบ

gastrointestinal tract

and inflame the lining of the stomach and intestines. วลี

3:06

และทำให้เยื่อบุผิวกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

วลี

inflame the lining of the stomach and intestines: ทำให้เยื่อบุด้านในของกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

“Inflame the lining of the stomach and intestines” หมายถึงทำให้เนื้อเยื่อด้านในของอวัยวะเหล่านั้นอักเสบ “Inflame” เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม และ “the lining of...” ระบุเนื้อเยื่อที่ได้รับผลโดยตรง คำขึ้นต้น “and inflame” เชื่อมต่อโครงสร้างกริยาก่อนหน้าที่ตามหลัง “can” ความสัมพันธ์เต็มคือ “can irritate ... and can inflame ...” โดยละ “can” ตัวที่สองไว้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ทำให้เนื้อเยื่อด้านในของลำคออักเสบ” เพื่อให้ประโยคทางการแพทย์สมบูรณ์: The infection may ____ the throat.

ดูคำตอบ

inflame the lining of

Alcohol may also slow down stomach emptying, กริยาวลี

3:09

แอลกอฮอล์อาจทำให้กระเพาะอาหารว่างช้าลง

กริยาวลี

slow down stomach emptying: ทำให้การระบายอาหารออกจากกระเพาะช้าลง

ในที่นี้ slow down หมายถึงทำให้กระบวนการหนึ่งดำเนินไปช้าลง ใช้แบบสกรรมกริยา โดยแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุ และ stomach emptying เป็นกระบวนการที่ได้รับผลกระทบ stomach emptying คือกระบวนการที่อาหารในกระเพาะเคลื่อนไปสู่ลำไส้เล็ก รูปแบบ slow down + กระบวนการ สามารถใช้บรรยายกระบวนการทางกายภาพ ชีวภาพ หรือกระบวนการอื่นที่กำลังดำเนินอยู่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึงทำให้กระบวนการดำเนินไปช้าลง: A lack of sunlight can ____ plant growth.

ดูคำตอบ

slow down

which could lead to increased production of gastric acid. วลี

3:12

ซึ่งอาจนำไปสู่การผลิตกรดในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น

วลี

lead to increased production of gastric acid: นำไปสู่การผลิตกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้น

lead to ใช้เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์ ใน lead to increased production of X ผลลัพธ์คือมีการผลิตหรือสร้าง X มากขึ้น โดย X ในที่นี้คือ gastric acid หรือกรดในกระเพาะ คำหลัง to ทั้งหมดเป็นนามวลี โดย increased ขยาย production และ of gastric acid บอกว่าสิ่งที่ถูกผลิตคืออะไร รูปแบบที่กระชับนี้พบได้บ่อยในการอธิบายเหตุและผลอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเหตุและผลด้วยคำเชื่อมสองคำ: Strong demand can ____ increased production of solar panels.

ดูคำตอบ

lead to

This is why alcohol can cause stomach pain, ลำดับความ

3:16

นี่คือเหตุผลว่าทำไมแอลกอฮอล์จึงทำให้เกิดอาการปวดท้อง

nausea, and vomiting.

3:18

คลื่นไส้ และอาเจียน

ลำดับความ

This is why: เชื่อมจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์

This is why + อนุประโยค จะย้อนกลับไปอ้างถึงสาเหตุหรือกลไกที่อธิบายไว้แล้ว อนุประโยคหลัง why ระบุผลลัพธ์ที่ข้อมูลก่อนหน้านั้นช่วยอธิบาย ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวสรุปคำอธิบายก่อนหน้าเป็นข้อสรุปว่าแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอาการที่กล่าวมา ในงานเขียนเชิงอธิบาย รูปแบบนี้ช่วยพาผู้อ่านจากกลไกไปสู่ผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกผลลัพธ์ด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ข้อเท็จจริงก่อนหน้าอธิบายผลลัพธ์นี้”: The road is flooded. ____ the buses are delayed.

ดูคำตอบ

This is why

Alcoholic drinks also contain other substances

3:20

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังมีสารอื่นๆ

that are produced during the fermentation process วัฒนธรรม

3:23

ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการหมัก

วัฒนธรรม

fermentation process ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

fermentation process คือขั้นตอนที่จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ ย่อยสลายน้ำตาล ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยีสต์มักสร้างแอลกอฮอล์และคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งสารอื่นในปริมาณน้อยที่อาจส่งผลต่อรสชาติ ในส่วนของคำบรรยายนี้ during the fermentation process บอกว่าสารเหล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อใด กล่าวคือ สารเหล่านั้นก่อตัวขึ้นขณะที่การหมักกำลังดำเนินอยู่ ความรู้พื้นฐานที่สำคัญคือการหมักสามารถสร้างสารอื่นนอกเหนือจากแอลกอฮอล์ได้

แบบฝึกหัด

ในการอธิบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ fermentation process หมายถึงอะไร

  1. ขั้นตอนที่จุลินทรีย์เปลี่ยนน้ำตาลและสร้างแอลกอฮอล์กับสารอื่น ๆ
  2. ขั้นตอนการเทเครื่องดื่มลงแก้วก่อนดื่ม
  3. ขั้นตอนการเติมกลิ่นรสสังเคราะห์หลังจากผลิตเครื่องดื่มเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

ขั้นตอนที่จุลินทรีย์เปลี่ยนน้ำตาลและสร้างแอลกอฮอล์กับสารอื่น ๆ

that give the drink its specific flavor. ไวยากรณ์

3:25

ซึ่งทำให้เครื่องดื่มมีรสชาติเฉพาะตัว

ไวยากรณ์

give the drink its specific flavor: give + สิ่งของ + ลักษณะ

ในที่นี้ give ไม่ได้หมายถึงการยื่นหรือส่งมอบสิ่งของ ใน give the drink its specific flavor นั้น the drink คือสิ่งที่ได้รับลักษณะหนึ่ง และ its specific flavor คือลักษณะที่ได้รับ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + สิ่งของ + ลักษณะ ซึ่งหมายถึงทำให้สิ่งนั้นมีลักษณะดังกล่าว โดยมักใช้กับคำนามอย่าง flavor, color, shape, character หรือ advantage

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ give + สิ่งของ + ลักษณะ: Fresh herbs ____ a bright flavor.

ดูคำตอบ

give the soup

Some evidence suggests that one of these, ลำดับความ

3:28

มีหลักฐานบางอย่างบ่งชี้ว่าหนึ่งในสารเหล่านี้

methanol, is particularly bad for hangovers. การใช้คำ

3:30

เมทานอล เป็นผลเสียอย่างยิ่งต่ออาการเมาค้าง

ลำดับความ

Some evidence suggests that: การกล่าวข้อสรุปจากหลักฐานอย่างระมัดระวัง

Some evidence suggests that ใช้นำเสนอข้อสรุปหลัก พร้อมระบุว่าข้อสรุปนั้นมีหลักฐานสนับสนุนแต่ยังไม่แน่นอน Some จำกัดขอบเขตของหลักฐานที่กล่าวถึง ส่วน suggests นำเสนออนุประโยคถัดไปในฐานะข้อสรุปที่มีเหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว ถ้อยคำนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลการวิจัย โดยกล่าวถึงหลักฐานก่อน แล้วจึงให้ข้อสรุปอย่างระมัดระวังในอนุประโยคที่ตามหลัง that รูปแบบการลดระดับความมั่นใจนี้พบได้บ่อยในงานวิทยาศาสตร์ ข่าว และการวิเคราะห์อย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำขึ้นต้นเชิงหลักฐานแบบระมัดระวังจากบทเรียนนี้: ____ short outdoor breaks improve concentration.

ดูคำตอบ

Some evidence suggests that

การใช้คำ

particularly bad for: ส่งผลเสียต่อบางสิ่งเป็นพิเศษ

ในประโยคนี้ particularly bad for หมายถึงมีแนวโน้มเป็นพิเศษที่จะทำให้อาการเมาค้างแย่ลงหรือมีส่วนทำให้เกิดอาการดังกล่าว bad for บอกถึงผลเสียต่อคำนามที่ตามหลัง for ไม่ได้หมายความว่าเมทานอลมีคุณภาพไม่ดี particularly เพิ่มระดับความหมายของ bad โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be particularly bad for + คน สิ่งของ หรือผลลัพธ์ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อระบุว่าใครหรืออะไรได้รับผลเสียเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ส่งผลเสียต่อบางสิ่งเป็นพิเศษ”: Too little sleep is ____ your memory.

ดูคำตอบ

particularly bad for

The body doesn't start metabolizing methanol ไวยากรณ์

3:34

ร่างกายจะไม่เริ่มเผาผลาญเมทานอล

until it's done processing ethanol. วลี

3:36

จนกว่าจะประมวลผลเอทานอลเสร็จ

ไวยากรณ์

doesn't start ... until: ยังไม่เริ่มจนกว่าจะถึงเวลาหนึ่ง

Doesn't start ... until หมายถึงการกระทำแรกจะไม่เริ่มก่อนที่เหตุการณ์หลัง until จะเกิดขึ้น ในที่นี้ร่างกายจะเริ่มเผาผลาญเมทานอลหลังจากประมวลผลเอทานอลเสร็จแล้วเท่านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + doesn't start + รูป -ing + until + เวลาหรือเหตุการณ์ รูปปฏิเสธไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นจะไม่เกิดขึ้นเลย แต่กำหนดจุดเริ่มต้นไว้ที่ขอบเขตเวลาที่ until ระบุ

แบบฝึกหัด

ใช้ doesn't start ... until ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: The lab ____ testing the samples ____ the forms are approved.

ดูคำตอบ

doesn't start · until

วลี

it's done processing ethanol: โครงสร้าง be done + -ing

be done + คำกริยารูป -ing หมายถึงทำกิจกรรมหนึ่งเสร็จแล้ว ในที่นี้ it's done processing ethanol หมายถึงร่างกายประมวลผลเอทานอลเสร็จแล้ว โดย done บอกว่ากิจกรรมนั้นเสร็จสิ้น และ processing ระบุว่ากิจกรรมนั้นคืออะไร รูปแบบคือ be + done + คำกริยา -ing: ใช้ is done processing ไม่ใช่ is done process ประธานคือคนหรือสิ่งที่ทำกิจกรรมนั้นจนเสร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย be done + -ing และคำกริยา write: I will send the report when I am ____ it.

ดูคำตอบ

done writing

And when it does, ไวยากรณ์

3:39

และเมื่อเริ่มทำเช่นนั้น

ไวยากรณ์

And when it does: does ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวมาก่อน

ใน when it does คำว่า does ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวมาก่อนคือ starts metabolizing methanol วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดไม่ต้องพูดวลีทั้งหมดซ้ำ ดังนั้นจึงหมายถึง “เมื่อร่างกายเริ่มเผาผลาญเมทานอล” นี่คือการใช้กริยาช่วยแทนวลีกริยา ไม่ใช่กริยาหลัก do ที่หมายถึง “ทำ” ใช้ does เพราะประธาน it เป็นบุรุษที่สามเอกพจน์และอยู่ในกาลปัจจุบัน ส่วนบริบทอื่นอาจใช้ do หรือ did

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The app sometimes crashes, and when it does, reopen it," does ใช้แทนการกระทำใดที่กล่าวมาก่อน

  1. crashes
  2. reopen it
  3. The app
ดูคำตอบ

crashes

the toxic metabolites of methanol การใช้คำ

3:40

สารที่เป็นพิษจากการเผาผลาญเมทานอล

การใช้คำ

toxic metabolites: ผลิตผลที่เป็นอันตรายจากกระบวนการเผาผลาญ

metabolites คือสารที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายหรือระบบชีวภาพอื่นประมวลผลสารชนิดหนึ่งทางเคมี คำคุณศัพท์ toxic บอกว่าผลิตผลเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตราย ในวลี toxic metabolites of methanol ส่วน of methanol ระบุสารต้นทาง วลีนี้จึงหมายถึงผลิตผลที่เป็นอันตรายซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเมทานอลถูกเผาผลาญ ไม่ใช่เพียงชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของเมทานอลเอง

แบบฝึกหัด

ในข้อความด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ toxic metabolites หมายถึงอะไร

  1. สารที่เป็นอันตรายซึ่งเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเผาผลาญ
  2. สารเคมีที่ขัดขวางกระบวนการเผาผลาญทั้งหมด
  3. สารอาหารที่เร่งกระบวนการเผาผลาญ
ดูคำตอบ

สารที่เป็นอันตรายซึ่งเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเผาผลาญ

may potentially worsen hangover symptoms. ลำดับความ

3:42

อาจทำให้อาการเมาค้างรุนแรงขึ้นได้

ลำดับความ

may potentially worsen: การใช้คำบอกความเป็นไปได้ซ้อนกัน

may เป็นกริยาช่วยแสดงท่าที และ potentially เป็นกริยาวิเศษณ์ ทั้งสองคำบอกความเป็นไปได้ เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งคู่ทำให้ worsen มีกรอบความหมายที่ระมัดระวัง ประโยคจึงนำเสนอการแย่ลงว่าเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ใจความหลักคือ worsen hangover symptoms ส่วน may potentially บอกผู้อ่านว่าควรเชื่อมั่นในข้อความนี้มากเพียงใด การใช้ถ้อยคำลดความแน่นอนซ้อนกันแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และสุขภาพเมื่อหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันความสัมพันธ์เชิงเหตุผลอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในประโยค “The delay may potentially worsen the problem,” ผู้พูดบอกว่าปัญหาจะแย่ลงอย่างแน่นอน

  1. ไม่จริง
  2. จริง
ดูคำตอบ

ไม่จริง

Beverages that are closer to pure ethanol, วลี

3:45

เครื่องดื่มที่มีความใกล้เคียงกับเอทานอลบริสุทธิ์

วลี

closer to pure ethanol: การเปรียบเทียบกับเกณฑ์อ้างอิง

Closer to เป็นรูปขั้นกว่าของ close to คำบุพบท to ใช้นำหน้าเป้าหมายหรือเกณฑ์ที่นำมาเทียบ ซึ่งในที่นี้คือ pure ethanol ตรงนี้ closer บอกความใกล้เคียงด้านองค์ประกอบ ไม่ใช่ระยะทางทางกายภาพที่สั้นลง การเปรียบเทียบหมายความว่าเครื่องดื่มเหล่านี้มีองค์ประกอบคล้ายเอทานอลบริสุทธิ์มากกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ close to: Of the two sketches, Lena's is ____ the finished logo.

ดูคำตอบ

closer to

such as gin and vodka,

3:47

เช่น จินและวอดก้า

may cause fewer hangover effects. ไวยากรณ์

3:49

อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากอาการเมาค้างน้อยกว่า

ไวยากรณ์

cause fewer hangover effects: การใช้ fewer กับผลลัพธ์ที่นับได้

Cause ตามด้วยนามวลีที่ระบุผลลัพธ์ ใน fewer hangover effects คำว่า effects เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ จึงใช้ fewer เพื่อเปรียบเทียบจำนวนของผลกระทบ วลีนี้หมายความว่าจำนวนผลกระทบอาจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับอีกสิ่งหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าผลกระทบแต่ละอย่างจะเบาลงหรือไม่มีผลกระทบเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย cause และรูปขั้นกว่าของ few เพื่อบอกว่าจำนวนข้อผิดพลาดจะลดลง: Better testing should ____.

ดูคำตอบ

cause fewer errors

Meanwhile,

3:52

ในขณะเดียวกัน

the presence of flavor ingredients in beverages วลี

3:53

การมีส่วนผสมที่ให้กลิ่นรสในเครื่องดื่ม

วลี

the presence of flavor ingredients: การบอกอย่างเป็นทางการว่ามีบางสิ่งอยู่

โครงสร้าง the presence of + คำนาม หมายถึงข้อเท็จจริงหรือภาวะที่บางสิ่งมีอยู่ ในประโยคนี้ the presence of flavor ingredients เปลี่ยนความหมายที่ว่าเครื่องดื่มมีส่วนผสมแต่งรสให้เป็นวลีคำนาม การทำให้เป็นคำนามแบบนี้ช่วยให้คำอธิบายที่เป็นทางการนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาพูดถึงในฐานะปัจจัย สาเหตุ หรือหัวข้อ พบได้บ่อยเป็นพิเศษในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์และเทคนิค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง the presence of + คำนามได้ถูกต้อง เพื่อกล่าวถึงควันในฐานะปัจจัยในรายงานที่เป็นทางการ

  1. There is smoke in the room, so the test results may be affected.
  2. The presence of smoke in the room may affect the test results.
  3. The room contains smoke that may affect the test results.
ดูคำตอบ

The presence of smoke in the room may affect the test results.

like whisky, brandy, and red wine

3:55

เช่น วิสกี้ บรั่นดี และไวน์แดง

may make these kinds of alcohol cause more hangover symptoms. ไวยากรณ์

3:58

อาจทำให้แอลกอฮอล์ประเภทนี้ก่อให้เกิดอาการเมาค้างได้มากขึ้น

ไวยากรณ์

make these kinds of alcohol cause...: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

โครงสร้างเชิงสาเหตุคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ใน make these kinds of alcohol cause... นั้น these kinds of alcohol เป็นกรรม และ cause คงอยู่ในรูปพื้นฐานโดยไม่มี to ทั้งอนุประโยคอธิบายห่วงโซ่เหตุและผลที่อาจเกิดขึ้น กล่าวคือ ปัจจัยหนึ่งอาจทำให้แอลกอฮอล์ประเภทเหล่านั้นก่อให้เกิดอาการเมาค้างมากขึ้น May แสดงว่าเป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ crash: The software bug may make the app ____ unexpectedly.

ดูคำตอบ

crash

So,

4:02

ดังนั้น

the choice of alcoholic beverage matters, การใช้คำ

4:02

การเลือกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงมีความสำคัญ

การใช้คำ

the choice of alcoholic beverage matters: matter ที่ใช้เป็นคำกริยา

matters ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึง “สำคัญ” หรือ “อาจส่งผลต่อผลลัพธ์” ไม่ใช่คำนามพหูพจน์ matters ที่หมายถึง “เรื่องต่าง ๆ” ประธานคือวลีเอกพจน์ the choice of alcoholic beverage คำกริยาจึงเติม -s ตามรูปบุรุษที่สามเอกพจน์ โครงสร้าง X matters ที่นำไปใช้ต่อได้จะแสดงว่า X เป็นปัจจัยที่อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ ในประโยคนี้ การเลือกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดใดถูกนำเสนอว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปบุรุษที่สามเอกพจน์ของ matter ซึ่งหมายถึง “ส่งผลต่อผลลัพธ์”: The order of the steps ____ when safety is involved.

ดูคำตอบ

matters

but any of them can cause hangovers

4:05

แต่เครื่องดื่มชนิดใดก็สามารถทำให้เกิดอาการเมาค้างได้

simply because they all contain alcohol. ลำดับความ

4:07

เพียงเพราะพวกมันทั้งหมดมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ

ลำดับความ

simply because: การนำเสนอเหตุผลโดยตรง

simply because ใช้นำเสนอเหตุผลที่ผู้พูดมองว่าเป็นเหตุผลพื้นฐานและตรงไปตรงมา ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนจุดสนใจจากความแตกต่างระหว่างเครื่องดื่ม กลับไปยังข้อเท็จจริงที่ทุกชนิดมีร่วมกัน นั่นคือทุกชนิดมีแอลกอฮอล์ simply ขยายส่วน because ที่ใช้บอกเหตุผล ไม่ได้อธิบายว่าเครื่องดื่มทำให้เกิดอาการเมาค้างด้วยวิธีใด วลีนี้มักหมายถึง “ด้วยเหตุผลตรงไปตรงมาว่า” และช่วยปิดการอภิปรายที่ซับซ้อนกว่าด้วยคำอธิบายหลัก

แบบฝึกหัด

simply because ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้? The event was canceled simply because the venue lost power.

  1. นำเสนอว่าไฟฟ้าดับเป็นเหตุผลโดยตรงและเพียงพอ
  2. บอกว่าการยกเลิกงานเป็นการกระทำที่ง่าย
  3. แสดงว่าผู้พูดไม่ทราบเหตุผล
ดูคำตอบ

นำเสนอว่าไฟฟ้าดับเป็นเหตุผลโดยตรงและเพียงพอ

So,

4:11

แล้ว

do common hangover remedies actually work? การใช้คำ

4:12

วิธีแก้เมาค้างทั่วไปได้ผลจริงหรือ?

การใช้คำ

common hangover remedies: คำกว้าง ๆ สำหรับวิธีบรรเทาอาการเมาค้าง

ในที่นี้ remedies หมายถึงสิ่งที่ผู้คนใช้หรือทำเพื่อบรรเทาปัญหา ดังนั้น common hangover remedies จึงหมายถึงวิธีหรือผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันแพร่หลายและมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาอาการเมาค้าง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นยา คำว่า common บอกเพียงว่าวิธีเหล่านี้เป็นที่รู้จักหรือใช้กันแพร่หลาย ไม่ได้หมายความว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าได้ผล

แบบฝึกหัด

common hangover remedies ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. วิธีหรือผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันแพร่หลายและมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาอาการเมาค้าง
  2. ประเภทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มักทำให้เกิดอาการเมาค้าง
  3. ยาที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสามารถรักษาอาการเมาค้างได้ทุกกรณี
ดูคำตอบ

วิธีหรือผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันแพร่หลายและมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาอาการเมาค้าง

การใช้คำ

actually work?: การถามว่าสิ่งหนึ่งได้ผลจริงหรือไม่

ในที่นี้ work หมายถึง “ให้ผลตามที่ตั้งใจ” หรือ “ได้ผล” ไม่ได้หมายถึง “ทำงาน” ประธานคือชุดวิธีแก้อาการเมาค้าง คำถามจึงถามว่าวิธีเหล่านั้นช่วยลดอาการเมาค้างได้หรือไม่ actually เพิ่มความหมายของการตรวจสอบผลจริง วิธีเหล่านี้อาจเป็นที่นิยมหรือถูกกล่าวอ้างอย่างแพร่หลายว่าช่วยได้ แต่ผู้พูดต้องการรู้ว่ามันให้ผลตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในคำถาม Does this remedy actually work? ผู้พูดกำลังถามอะไร

  1. วิธีนั้นมีงานทำหรือไม่
  2. ขณะนี้มีใครกำลังใช้วิธีนั้นอยู่หรือไม่
  3. วิธีนั้นให้ผลตามที่ตั้งใจจริงหรือไม่
ดูคำตอบ

วิธีนั้นให้ผลตามที่ตั้งใจจริงหรือไม่

Drinking water and electrolyte beverages

4:15

การดื่มน้ำและเครื่องดื่มเกลือแร่

can help reduce symptoms related to dehydration. วลี

4:17

สามารถช่วยลดอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะขาดน้ำได้

วลี

help reduce symptoms related to ...: ช่วยลดอาการที่เกี่ยวข้องกับ...

Help reduce หมายถึงทำให้บางสิ่งรุนแรงน้อยลงหรือสังเกตเห็นได้น้อยลง หลัง help สามารถใช้กริยารูปพื้นฐาน reduce ได้โดยตรง และ help to reduce ก็ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เช่นกัน Symptoms related to dehydration หมายถึง “อาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะขาดน้ำ” related to แสดงความเชื่อมโยง แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าภาวะขาดน้ำเป็นสาเหตุเดียว ทั้งโครงสร้างจึงเป็นการกล่าวอย่างระมัดระวังว่า บางสิ่งอาจช่วยบรรเทาอาการได้ ไม่ได้หมายความว่าจะรักษาภาวะนั้นหรือกำจัดอาการได้ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย: A clear schedule can ____ stress ____ a heavy workload.

ดูคำตอบ

help reduce · related to

And eating,

4:20

และการกิน

especially carbs,

4:21

โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรต

can help replenish the glucose levels alcohol reduces. วลี

4:22

สามารถช่วยเติมระดับกลูโคสที่ลดลงเพราะแอลกอฮอล์ได้

วลี

help replenish: ช่วยเติมสิ่งที่พร่องลงให้กลับคืนมา

Help replenish หมายถึงช่วยทดแทนสิ่งที่ถูกใช้ไป สูญเสียไป หรือลดลง เพื่อให้ปริมาณหรือระดับกลับเข้าใกล้ภาวะปกติ หลัง help คำว่า replenish ใช้ในรูปกริยาพื้นฐาน replenish มักมีกรรมเป็นของเหลว สารอาหาร พลังงานสำรอง สิ่งของ หรือสินค้าคงคลัง ในประโยคนี้หมายถึงการฟื้นฟูระดับกลูโคสที่แอลกอฮอล์ทำให้ลดลง ไม่ได้หมายถึงเพียงเพิ่มอะไรก็ได้ให้มากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: This recovery drink can ____ the fluids you lost during training.

ดูคำตอบ

help replenish

But ultimately, ลำดับความ

4:26

แต่ท้ายที่สุดแล้ว

ลำดับความ

But ultimately: การเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุปสุดท้าย

ในประโยคนี้ But ส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากรายละเอียดก่อนหน้า ส่วน ultimately ชี้ไปยังข้อสรุปหลักที่ได้หลังจากพิจารณารายละเอียดเหล่านั้นแล้ว เมื่อใช้ร่วมกัน But ultimately จะบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปคือข้อสรุปสำคัญ ultimately ในที่นี้ทำหน้าที่จัดลำดับเนื้อหาเป็นหลัก ไม่ใช่คำบอกเวลาที่หมายถึง “เหตุการณ์สุดท้าย” วลีนี้ใช้เปลี่ยนจากวิธีแก้บางส่วน เงื่อนไข หรือปัจจัยหลายด้าน ไปสู่สิ่งที่สำคัญที่สุดในท้ายที่สุด

แบบฝึกหัด

But ultimately มักทำหน้าที่อะไรในการอธิบาย?

  1. เปลี่ยนจากรายละเอียดก่อนหน้าไปสู่ข้อสรุปหลัก
  2. แสดงว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. นำเสนอข้อแรกของรายการ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากรายละเอียดก่อนหน้าไปสู่ข้อสรุปหลัก

the only sure way to prevent a hangover ไวยากรณ์

4:27

วิธีเดียวที่แน่นอนในการป้องกันอาการเมาค้าง

is to drink alcohol in moderation การใช้คำ

4:30

คือการดื่มแอลกอฮอล์แต่พอดี

ไวยากรณ์

the only sure way to ... is to ...: การระบุวิธีเดียวที่แน่นอน

โครงสร้าง the only sure way to + คำกริยา is to + คำกริยา หมายถึง “วิธีเดียวที่เชื่อถือได้ในการบรรลุเป้าหมายคือการทำสิ่งนี้” อนุประโยค to แรกระบุเป้าหมาย ส่วนอนุประโยคหลัง is ระบุวิธีการ Only ทำให้คำกล่าวนี้จำกัดอยู่เพียงวิธีเดียว และ sure ในที่นี้หมายถึง “เชื่อถือได้” หรือ “ได้ผลแน่นอน” ไม่ใช่ “แน่นอนอยู่แล้ว” ในตัวอย่าง ผู้พูดนำเสนอการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะว่าเป็นวิธีที่เชื่อถือได้ในการป้องกันอาการเมาค้าง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่ถูกต้องสำหรับระบุวิธีเดียวที่แน่นอน: The only sure way to protect these files ____ back them up in two places.

ดูคำตอบ

is to

การใช้คำ

in moderation: จำกัดปริมาณให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

in moderation หมายถึง “ในปริมาณที่จำกัดและเหมาะสม ไม่มากเกินไป” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าควรดื่มแอลกอฮอล์อย่างไร คือควบคุมปริมาณหรือความถี่ วลีนี้ให้หลักการทั่วไป ไม่ได้ระบุตัวเลขที่แน่นอน ระดับใดถือว่าพอเหมาะขึ้นอยู่กับกิจกรรมนั้นและคำแนะนำที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ขึ้นต้นด้วย in และหมายถึง “ในปริมาณที่เหมาะสมโดยไม่มากเกินไป”: You can enjoy rich foods ____.

ดูคำตอบ

in moderation

or not at all. ไวยากรณ์

4:32

หรือไม่ดื่มเลย

ไวยากรณ์

not at all: การปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง

not at all หมายถึง “ไม่เลยอย่างสิ้นเชิง” หรือ “ไม่แม้แต่น้อย” ในที่นี้วลีดังกล่าวรับช่วงการกระทำก่อนหน้า คือ drink alcohol ดังนั้น or not at all จึงหมายถึง “หรือไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย” มีการละวลีกริยาที่ซ้ำ เพราะเข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท รูปสั้นนี้สร้างตัวเลือกที่ขนานกันระหว่างการทำสิ่งนั้นแต่พอเหมาะกับการไม่ทำเลย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Guests may drink coffee in moderation or not at all,” คำว่า not at all หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาอาจดื่มกาแฟปริมาณเล็กน้อย
  2. พวกเขาอาจดื่มกาแฟได้ทุกชนิด
  3. พวกเขาอาจเลือกไม่ดื่มกาแฟเลย
ดูคำตอบ

พวกเขาอาจเลือกไม่ดื่มกาแฟเลย

So,

4:35

แล้ว

how exactly does alcohol cause drunkenness?

4:35

แอลกอฮอล์ทำให้เกิดความมึนเมาได้อย่างไรกันแน่?

And why do its effects vary depending on the person?

4:38

และทำไมผลกระทบของมันจึงแตกต่างกันไปในแต่ละคน?

Follow alcohol's journey through the body สำนวน

4:41

ติดตามการเดินทางของแอลกอฮอล์ผ่านเข้าสู่ร่างกาย

with this video

4:43

ด้วยวิดีโอนี้

สำนวน

Follow alcohol's journey through the body: การเปรียบกระบวนการเป็นการเดินทาง

ในประโยคนี้ journey เป็นคำเปรียบเทียบถึงลำดับสิ่งที่เกิดขึ้นกับแอลกอฮอล์หลังเข้าสู่ร่างกาย แอลกอฮอล์ไม่ได้เดินทางเหมือนคนจริง ๆ ภาพเปรียบนี้ทำให้กระบวนการทางชีววิทยาที่ซับซ้อนกลายเป็นเส้นทางที่ผู้ชมจินตนาการตามได้ Follow ในที่นี้หมายถึง “สังเกตหรือเรียนรู้บางสิ่งทีละขั้น” โครงสร้าง follow X's journey through Y มักใช้ในคำอธิบายที่ติดตามว่า X เคลื่อนผ่านหรือเปลี่ยนแปลงภายในระบบหนึ่งอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใน Follow alcohol's journey through the body ส่วนที่เน้นไว้ขอให้ผู้ชมทำอะไร

  1. สังเกตทีละขั้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับแอลกอฮอล์ภายในร่างกาย
  2. นำแอลกอฮอล์ผ่านส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วยตนเอง
  3. ออกเดินทางโดยถือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้
ดูคำตอบ

สังเกตทีละขั้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับแอลกอฮอล์ภายในร่างกาย

or its journey through time, สำนวน

4:44

หรือการเดินทางข้ามเวลาของมัน

สำนวน

its journey through time: การเปรียบประวัติศาสตร์เป็นการเดินทาง

ในที่นี้ its อ้างถึง alcohol ส่วน journey through time นำเสนอประวัติของแอลกอฮอล์เป็นเส้นทางที่พาดผ่านยุคสมัยต่าง ๆ วลีนี้จึงหมายถึงประวัติและพัฒนาการของแอลกอฮอล์ตามกาลเวลา ไม่ใช่การเคลื่อนที่ผ่านกาลเวลาแบบตรงตัว ถ้อยคำนี้สอดรับกับ journey through the body ในวลีก่อนหน้า การใช้ journey through... ซ้ำกันเชื่อมโยงวิธีติดตามเรื่องเดียวกันสองแบบ แบบหนึ่งผ่านระบบทางกายภาพ และอีกแบบหนึ่งตามเส้นเวลาทางประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ its journey through time หมายถึงอะไร

  1. ประวัติและพัฒนาการของแอลกอฮอล์ในยุคสมัยต่าง ๆ
  2. แอลกอฮอล์เดินทางไปอดีตหรืออนาคตจริง ๆ
  3. ระยะเวลาที่แอลกอฮอล์ใช้เคลื่อนผ่านร่างกาย
ดูคำตอบ

ประวัติและพัฒนาการของแอลกอฮอล์ในยุคสมัยต่าง ๆ

starting with the first booze imbibed การใช้คำ

4:46

โดยเริ่มจากการดื่มเหล้าครั้งแรก

circa 7000 BCE, วัฒนธรรม

4:48

เมื่อประมาณ 7000 ปีก่อนคริสตกาล

การใช้คำ

first booze imbibed: ความต่างระหว่างภาษากันเองกับภาษาทางการ

booze เป็นคำนามที่ไม่เป็นทางการมาก ใช้หมายถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วน imbibed เป็น past participle ที่เป็นทางการหรือเชิงวรรณกรรม หมายถึง ถูกดื่มหรือถูกบริโภค ใน first booze imbibed คำว่า imbibed ขยาย booze จึงหมายถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดแรกที่ถูกดื่ม การวางคำนามแบบกันเองไว้ข้างกริยาที่มีระดับภาษาสูงกว่าเป็นการผสมระดับภาษาโดยตั้งใจ ทำให้ข้อความทางประวัติศาสตร์ฟังเบาลงและมีความขี้เล่นเล็กน้อย แทนที่จะเป็นเชิงวิชาการตลอดทั้งประโยค

แบบฝึกหัด

first booze imbibed สร้างผลด้านลีลาอย่างไรในประโยคนี้

  1. หมายความว่าแอลกอฮอล์ถูกผลิตขึ้นแต่ไม่เคยถูกดื่ม
  2. ผสมคำนามไม่เป็นทางการกับกริยาทางการ ทำให้การเล่าประวัติศาสตร์มีน้ำเสียงขี้เล่นเล็กน้อย
  3. ทำให้ booze กลายเป็นศัพท์เทคนิคสำหรับวัตถุทางโบราณคดี
  4. ใช้ศัพท์วิชาการสองคำที่เป็นทางการเท่ากันเพื่อทำให้วันที่แม่นยำขึ้น
ดูคำตอบ

ผสมคำนามไม่เป็นทางการกับกริยาทางการ ทำให้การเล่าประวัติศาสตร์มีน้ำเสียงขี้เล่นเล็กน้อย

วัฒนธรรม

circa 7000 BCE: วันที่ทางประวัติศาสตร์โดยประมาณ

circa หมายถึง โดยประมาณ และวางไว้หน้าวันที่เพื่อบอกว่าวันที่นั้นเป็นค่าประเมิน ส่วน BCE ย่อมาจาก Before Common Era และใช้ระบุปีที่อยู่ก่อนจุดเริ่มต้นตามธรรมเนียมของคริสต์ศักราช ดังนั้น circa 7000 BCE จึงหมายถึงประมาณ 7000 ปีก่อนคริสตกาล ไม่ใช่ปีที่แน่นอน รูปแบบกระชับนี้พบได้บ่อยในเนื้อหาประวัติศาสตร์ โบราณคดี ป้ายพิพิธภัณฑ์ และคำบรรยายสารคดี

แบบฝึกหัด

circa 7000 BCE หมายความว่าอย่างไร

  1. ประมาณปี 7000 CE ซึ่งเป็นวันที่หลังจากคริสต์ศักราชเริ่มต้น
  2. ตรงกับปี 7000 BCE อย่างแน่นอน โดยระบุปีนั้นว่าแน่ชัด
  3. ประมาณ 7000 BCE โดยปีดังกล่าวเป็นค่าประเมิน
ดูคำตอบ

ประมาณ 7000 BCE โดยปีดังกล่าวเป็นค่าประเมิน

with this one.

4:50

ด้วยวิดีโอนี้