สิ่งนี้จะหลอกสมองของคุณได้ไหม? (ทดสอบสี): บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
661 คำ 186 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ภาพติดตาช่วยอธิบายการมองเห็นสี ระบบสี การผสมเกสรของดอกไม้ และความชอบเรื่องสี ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. try staring (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): เข้าใจว่า try + -ing คือลองทำเพื่อดูผล ต่างจาก try to do ที่เน้นพยายามบรรลุเป้าหมาย แล้วใช้เสนอการทดลองได้ 2. RGB is additive, / subtractive models (วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง): เข้าใจว่าจอภาพรวมแสง แต่วัตถุดูดซับช่วงคลื่น จึงไม่มองว่าสีหลักของระบบต่างกันเป็นแนวคิดเดียวกัน 3. stand out against (กริยาวลี): เรียนรู้ความหมายว่า “เด่นบนพื้นหลังหนึ่ง” และใช้บรรยายดอกไม้ ตัวอักษร คน หรืองานออกแบบที่ตัดกับสิ่งรอบข้าง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Humans can discern between 2.3 million colors,

0:00

มนุษย์สามารถแยกแยะสีได้ถึง 2.3 ล้านสี

but try staring at this picture of us bursting through the periodic table ไวยากรณ์

0:03

แต่ลองจ้องภาพของพวกเราที่กำลังพุ่งทะลุตารางธาตุนี้

ไวยากรณ์

try staring: ใช้ try + -ing เพื่อเสนอให้ทดลองทำ

ใน try staring คำว่า try ตามด้วยรูป -ing คือ staring โครงสร้างนี้หมายถึงการทำบางอย่างเพื่อทดลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นผู้พูดจึงชวนผู้ชมให้จ้องภาพเพื่อใช้เป็นวิธีสังเกตผลที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าการจ้องเป็นเป้าหมายที่ทำได้ยาก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ try + -ing เมื่อต้องการเสนอการกระทำหรือวิธีแก้ปัญหาหนึ่งอย่างให้ลองทำ

แบบฝึกหัด

ใช้ try + -ing กับกริยาในวงเล็บเพื่อเติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: "If the text is hard to read, ____ the screen brightness and see if that helps." (increase)

ดูคำตอบ

try increasing

and focus on the green dot as we invert the colors.

0:07

และเพ่งไปที่จุดสีเขียวขณะที่เรากลับสีของภาพ

Don't stop staring there until I say. ไวยากรณ์

0:10

อย่าละสายตาจากตรงนั้นจนกว่าจะบอกให้หยุด

ไวยากรณ์

Don’t stop + -ing ... until: ทำต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุด

Don’t stop staring เป็นประโยคคำสั่งปฏิเสธที่สร้างด้วย stop + -ing ซึ่งบอกให้ผู้ฟังทำกิจกรรมนั้นต่อไปแทนที่จะยุติ ส่วน until I say ระบุจุดสิ้นสุด คือให้จ้องต่อไปในตอนนี้และหยุดก็ต่อเมื่อผู้พูดให้สัญญาณ รูปแบบ Don’t stop + -ing until + event ที่นำไปใช้ต่อได้ทำให้การกระทำดำเนินไปจนถึงขอบเขตที่ชัดเจน until ระบุว่าเมื่อใดการกระทำที่ดำเนินอยู่จึงจะสิ้นสุดได้ ไม่ใช่ระบุว่าเมื่อใดควรเริ่ม

แบบฝึกหัด

ใช้ Don’t stop + -ing ... until เติมคำสั่งให้สมบูรณ์: "____ the button ____ I say 'release'."

ดูคำตอบ

Don't stop holding · until

The light is traveling as a wave to your eye

0:12

แสงเดินทางเป็นคลื่นมายังดวงตาของคุณ

and the frequency of these wavelengths determines the perceived color การใช้คำ

0:14

และความถี่ของคลื่นเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่าเราจะรับรู้สีอะไร

การใช้คำ

สีที่รับรู้ในฐานะประสบการณ์ของระบบการมองเห็น

ใน perceived color คำว่า perceived เป็นคำคุณศัพท์รูป past participle ของ perceive โดยหมายถึงสีที่ระบบการมองเห็นของผู้สังเกตได้รับรู้ ไม่ใช่เพียงคุณสมบัติทางกายภาพที่วัดจากแสงหรือวัตถุ ถ้อยคำนี้แยกการอธิบายออกเป็นสองระดับ ได้แก่ ความยาวคลื่นซึ่งเป็นข้อมูลทางกายภาพ และสีซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากการประมวลผลทางสายตามีส่วนสร้างประสบการณ์นี้ สีที่รับรู้จึงอาจต่างกันได้แม้ค่าการวัดทางกายภาพจะไม่เปลี่ยน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ perceived color หมายถึงอะไร?

  1. ความยาวคลื่นที่วัดด้วยเครื่องมือ
  2. สีที่ระบบการมองเห็นได้รับรู้
  3. สีที่มีอยู่เพียงในจินตนาการ
ดูคำตอบ

สีที่ระบบการมองเห็นได้รับรู้

of everything in this picture and around you.

0:18

ทั้งจากทุกสิ่งในภาพนี้และทุกสิ่งรอบตัวคุณ

Humans have trichromatic vision, การใช้คำ

0:20

มนุษย์มีการมองเห็นสีแบบสามสี

การใช้คำ

การมองเห็นแบบไตรโครมาติก: ระบบสีที่มีตัวรับสามประเภท

trichromatic vision คือระบบการมองเห็นสีที่อาศัยตัวรับซึ่งไวต่อสีสามประเภท สำหรับมนุษย์ ตัวรับเหล่านี้คือเซลล์รูปกรวยสามกลุ่มที่ไวต่อช่วงความยาวคลื่นต่างกัน คำนำหน้า tri- หมายถึงสาม และ chromatic เกี่ยวข้องกับสี คำนี้ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์มองเห็นได้เพียงสามสี สมองจะเปรียบเทียบสัญญาณจากเซลล์รูปกรวยทั้งสามประเภท ทำให้เรารับรู้สีได้มากมาย

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์วิทยาศาสตร์สำหรับระบบการมองเห็นสีที่อาศัยเซลล์รูปกรวยสามกลุ่มให้สมบูรณ์: Humans have ____.

ดูคำตอบ

trichromatic vision

meaning we have three cone cells in our retinas,

0:22

หมายความว่าในจอประสาทตาของเรามีเซลล์รูปกรวยอยู่สามชนิด

each which are sensitive to different wavelengths of light, ไวยากรณ์

0:25

แต่ละชนิดไวต่อคลื่นแสงที่มีความยาวต่างกัน

ไวยากรณ์

การแก้ each which are: each of which is / which are each

ในประโยคนี้ which อ้างกลับไปถึงเซลล์รูปกรวยสามเซลล์ ส่วน each ต้องการสื่อว่าคำอธิบายนั้นใช้กับแต่ละเซลล์ทีละเซลล์ อย่างไรก็ตาม each which are ไม่ใช่โครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์ที่เป็นมาตรฐาน ใช้ each of which is เมื่อ each เป็นแกนหลักเอกพจน์: three cone cells, each of which is sensitive.... อีกทางหนึ่งคือคง which ให้เป็นพหูพจน์แล้ววาง each หลังคำกริยา: three cone cells, which are each sensitive.... ความสอดคล้องของคำกริยาขึ้นอยู่กับโครงสร้าง โดยใช้ is กับ each และใช้ are กับ which ที่เป็นพหูพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง each of which และคำกริยาที่ถูกต้อง: The camera has three lenses, ____ designed for a different purpose.

ดูคำตอบ

each of which is

blue, green, or red.

0:27

ได้แก่ สีน้ำเงิน สีเขียว หรือสีแดง

Keep looking at the green dot and your brain will do something pretty neat. การใช้คำ

0:29

จ้องจุดสีเขียวต่อไป แล้วสมองของคุณจะทำสิ่งที่น่าทึ่งทีเดียว

การใช้คำ

Pretty neat ในฐานะคำชมแบบสบาย ๆ

ในที่นี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง fairly หรือ quite ซึ่งแปลว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” โดยขยายคำว่า neat ซึ่งในบริบทนี้หมายถึง “ฉลาด น่าสนใจ หรือน่าประทับใจ” ดังนั้น pretty neat จึงเป็นคำชมแบบสบาย ๆ ว่าสมองกำลังจะทำสิ่งที่น่าสนใจอย่างน่าประหลาดใจ อย่าเข้าใจ pretty ในที่นี้ว่า “สวย” เมื่อ pretty อยู่หน้าคำคุณศัพท์อย่าง neat, good หรือ strange มักใช้เพื่อบอกระดับของคำคุณศัพท์นั้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนเห็นแอประบุนกได้ทันทีแล้วพูดว่า 'That's pretty neat.' เพื่อนหมายความว่าอย่างไร

  1. เขาคิดว่าคุณสมบัตินั้นค่อนข้างฉลาดหรือน่าสนใจ
  2. เขาคิดว่าคุณสมบัตินั้นธรรมดาและน่าผิดหวัง
  3. เขาคิดว่าแอปดูสวยและเป็นระเบียบ
ดูคำตอบ

เขาคิดว่าคุณสมบัตินั้นค่อนข้างฉลาดหรือน่าสนใจ

Did the image just change back to the original color? กริยาวลี

0:33

ภาพเพิ่งเปลี่ยนกลับเป็นสีเดิมใช่ไหม

กริยาวลี

change back to: กลับไปสู่สภาพก่อนหน้า

ใน change back to คำว่า back หมายถึง “กลับไปสู่สภาพหรือตัวเลือกก่อนหน้า” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปข้างหลังในพื้นที่ ในคำถามนี้ ภาพดูเหมือนกลับไปเป็นสีเดิม ใช้ change back to + สภาพหรือตัวเลือก เมื่อต้องการบอกว่าสิ่งหนึ่งกลับไปสู่สภาพเดิม ถ้ามีคนเปลี่ยนอีกสิ่งหนึ่งให้กลับคืน ให้ใช้ change + กรรม + back to + สภาพหรือตัวเลือก

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “กลับไปใช้การตั้งค่าก่อนหน้า” ให้ประโยคสมบูรณ์: After the update, the phone changed ____ dark mode.

ดูคำตอบ

back to

Even though you were staring at a black and white image, ไวยากรณ์

0:36

แม้ว่าคุณจะกำลังจ้องภาพขาวดำอยู่

your brain perceived it to be in color. ไวยากรณ์

0:39

แต่สมองกลับรับรู้ว่าภาพนั้นมีสี

ไวยากรณ์

Even though: ความขัดแย้งชัดเจนกับข้อเท็จจริง

Even though ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริง อนุประโยคนี้บอกข้อเท็จจริงที่เป็นจริง แต่ประโยคหลักให้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่คาดตามปกติ ในที่นี้ ภาพเป็นขาวดำจริง แต่สมองกลับรับรู้สี even ทำให้ความขัดแย้งชัดขึ้น เพราะข้อเท็จจริงแรกตามปกติจะทำให้เราคาดหวังผลตรงกันข้าม

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดเพื่อเติมประโยค การปิดถนนเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบแล้ว: “_____ the road was closed, the bus arrived on time.”

  1. Even if
  2. Even though
ดูคำตอบ

Even though

ไวยากรณ์

perceived it to be: perceive + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม

ในประโยคนี้ perceived it to be in color หมายถึงสมองตีความว่าภาพนั้นมีสี โครงสร้าง perceive + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม ใช้บอกสภาพหรือคุณสมบัติที่ผู้รับรู้ตัดสินว่ากรรมนั้นมีอยู่ ในที่นี้ it เป็นกรรมของ perceived และ to be in color อธิบายสภาพที่ถูกรับรู้ ส่วน to be ไม่ได้แสดงจุดประสงค์หรือการกระทำที่ภาพนั้นกำลังจะทำ

แบบฝึกหัด

เติมรายงานแบบเป็นทางการโดยใช้ perceive ในรูปอดีตและโครงสร้างส่วนเติมเต็มกรรม: During the trial, researchers ____ the signal ____ unreliable.

ดูคำตอบ

perceived · to be

This phenomenon is known as after imaging. โน้ต

0:41

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าภาพติดตา

วลี

is known as + ชื่อหรือสถานะ

ในประโยคนี้ is known as ใช้นำชื่อที่เป็นที่ยอมรับของปรากฏการณ์นั้น คือ after imaging โครงสร้างรูปถูกกระทำ ประธาน + be known as + ชื่อหรือสถานะ หมายความว่าผู้คนเรียกหรือรู้จักประธานด้วยชื่อนั้น ใช้ be known as เมื่อส่วนเติมเต็มเป็นคำศัพท์ ตำแหน่ง ชื่อเล่น บทบาท หรือชื่อระบุอื่น ๆ ตัวโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายความว่ามีชื่อเสียงเพราะบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติม be known ในรูปปัจจุบันเพื่อแนะนำชื่อ: The symbol @ ____ the at sign.

ดูคำตอบ

is known as

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง "after imaging" กับ "afterimage"

ในประโยคนี้ after imaging มีเจตนาหมายถึง afterimage ซึ่งเป็นภาพหรือความรู้สึกทางสายตาที่คงอยู่ชั่วคราวหลังจากหยุดมองสิ่งเร้าทางสายตาที่รุนแรง คำนามทางวิทยาศาสตร์มาตรฐานในภาษาอังกฤษคือ afterimage ซึ่งเขียนติดกันเป็นคำเดียว คำสองคำ after imaging โดยปกติหมายถึง “หลังจากการกระทำหรือกระบวนการสร้างภาพ” การตีความตามไวยากรณ์นี้ไม่ได้สื่อถึงปรากฏการณ์ทางสายตาที่ต้องการกล่าวถึงในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยสังเกตว่าหลัง image มีพยางค์ -ing เพิ่มขึ้นหรือไม่

  1. This effect happens after imaging.
  2. This effect is called an afterimage.
ดูคำตอบ

This effect is called an afterimage.

After staring long enough at the brightly colored image, ไวยากรณ์

0:44

หลังจากจ้องภาพสีสดใสนานพอ

your cones slowly become fatigued

0:46

เซลล์รูปกรวยจะค่อย ๆ อ่อนล้า

ไวยากรณ์

โครงสร้าง After + -ing ... long enough

After staring long enough เป็นวลีบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค After ตามด้วย gerund คือ staring และวลีนี้แสดงว่าการจ้องของผู้ดูเป็นการกระทำที่เกิดก่อนผลลัพธ์ในอนุประโยคหลัก Long enough หมายถึง “เป็นเวลานานพอที่จะถึงระดับที่จำเป็น” เมื่อขยายคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ enough มักวางหลังคำที่ขยาย ดังนั้น long enough จึงเป็นลำดับคำที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูป -ing ของ train ตามด้วย long enough: After ____, you will be ready to run the full distance.

ดูคำตอบ

training long enough

and the supply of photopigment in the respective cones becomes exhausted,

0:48

และสารสีไวแสงในเซลล์รูปกรวยแต่ละชนิดจะถูกใช้จนหมด

which ultimately stops sending signals to the brain.

0:52

ทำให้ท้ายที่สุดเซลล์เหล่านั้นหยุดส่งสัญญาณไปยังสมอง

In the case of this illusion,

0:55

สำหรับภาพลวงตานี้

the part of the photo where you see cyan,

0:57

ตรงส่วนของภาพที่คุณเห็นเป็นสีฟ้าอมเขียว

the green and blue cones become tired

0:59

เซลล์รูปกรวยที่รับสีเขียวและสีน้ำเงินจะอ่อนล้า

and as a result there is increased activity in the unfatigued red cones. ลำดับความ

1:01

ทำให้เซลล์รูปกรวยที่รับสีแดงซึ่งยังไม่ล้ามีกิจกรรมเพิ่มขึ้น

ลำดับความ

As a result: การนำเสนอผลที่ตามมา

ในประโยคนี้ as a result เชื่อมสาเหตุที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือเซลล์รูปกรวยสีเขียวและสีน้ำเงินเกิดความล้า เข้ากับผลที่ตามมาคือกิจกรรมของเซลล์รูปกรวยสีแดงที่ยังไม่ล้าเพิ่มขึ้น as a result เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่แสดงเหตุและผล โดยบอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อไปนี้เป็นผลจากสาเหตุก่อนหน้า ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ถัดไปตามลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเหตุและผลจากบทเรียน: The roads were icy. ____, the school opened two hours late.

ดูคำตอบ

As a result

So, when the image switched to black and white,

1:05

ดังนั้น เมื่อภาพเปลี่ยนเป็นขาวดำ

we see red, cyan's complementary color. การใช้คำ

1:07

เราจึงเห็นสีแดง ซึ่งเป็นสีคู่ตรงข้ามของสีฟ้าอมเขียว

การใช้คำ

Complementary color: คู่สีตรงข้ามในแบบจำลองสี

ในที่นี้ complementary color เป็นศัพท์เฉพาะที่หมายถึงสีซึ่งจับคู่ตรงข้ามกับอีกสีหนึ่งในแบบจำลองสีหนึ่ง ๆ ประโยคนี้ระบุว่าสีแดงเป็นสีคู่ตรงข้ามของสีไซแอน Complementary มาจาก complement ซึ่งหมายถึงสิ่งที่ทำให้อีกสิ่งสมบูรณ์หรือสมดุล คู่สีที่เป็นสีคู่ตรงข้ามกันอย่างแม่นยำอาจขึ้นอยู่กับแบบจำลองสี ดังนั้นแบบจำลองจึงสำคัญเมื่อต้องการความแม่นยำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ศัพท์เฉพาะสำหรับคู่สีตรงข้ามบนวงล้อสีได้ถูกต้อง?

  1. Orange is blue's complimentary color.
  2. Orange is blue's similar color.
  3. Orange is blue's complementary color.
ดูคำตอบ

Orange is blue's complementary color.

Growing up, you likely learned about the primary colors red, yellow and blue, ไวยากรณ์

1:10

ตอนเด็ก ๆ คุณน่าจะเคยเรียนว่าแม่สีคือสีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน

ไวยากรณ์

ใช้ Growing up เปิดฉากหลังเกี่ยวกับวัยเด็ก

Growing up เป็นวลี participle ที่ใช้ขึ้นต้นประโยคและหมายถึง “ในช่วงเวลาที่คุณกำลังเติบโต” ประธานที่เข้าใจโดยนัยของวลีนี้คือประธานของประโยคหลัก ซึ่งก็คือ you ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าคุณเรียนรู้เรื่องนี้ระหว่างที่เติบโตมา วลีเปิดสั้น ๆ นี้ช่วยกำหนดช่วงวัยเด็กหรือช่วงพัฒนาการเป็นฉากหลังก่อนกล่าวข้อความหลัก บุคคลที่กำลังเติบโตต้องเป็นประธานของประโยคหลักด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ในช่วงวัยเด็กของฉัน”: ____, I visited the library every Saturday.

ดูคำตอบ

Growing up

and their respective complementary colors.

1:13

รวมถึงสีคู่ตรงข้ามของแต่ละสี

But things are more complicated when you consider that the primary colors in your printer ลำดับความ

1:15

แต่เรื่องจะซับซ้อนขึ้นเมื่อคิดว่าแม่สีในเครื่องพิมพ์ของคุณ

are magenta, yellow, and cyan,

1:20

คือสีม่วงแดง สีเหลือง และสีฟ้าอมเขียว

or that the screen you're watching this on uses red, green, and blue. ไวยากรณ์

1:22

หรือหน้าจอที่คุณกำลังใช้ดูวิดีโอนี้ใช้สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน

ลำดับความ

ใช้ things are more complicated when you consider that เพื่อจำกัดคำกล่าวก่อนหน้า

Things are more complicated ใช้ปรับแก้มุมมองก่อนหน้าที่เรียบง่ายกว่าอย่างนุ่มนวล แทนที่จะบอกว่ามุมมองนั้นผิดทั้งหมด คำนามกว้าง ๆ อย่าง things หมายถึงประเด็นที่กำลังพูดถึง When you consider that ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ต้องเพิ่มเข้ามาในการวิเคราะห์ when ในที่นี้หมายถึง “เมื่อคำนึงว่า……” ไม่ได้เน้นเวลาตามนาฬิกาเป็นหลัก เมื่อรวมกัน กรอบนี้บอกว่าข้อกล่าวอ้างแบบง่าย ๆ ต้องมีการจำกัดหรือเพิ่มเติม เพราะหลักฐานที่ตามมาเปลี่ยนภาพรวมเดิม

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งกล่าวว่า “Online classes are convenient.” ประโยคต่อใดใช้กรอบเป้าหมายได้ดีที่สุดเพื่อเพิ่มข้อมูลที่ทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้นจริง ๆ

  1. But things are more complicated when you consider that online classes are convenient.
  2. But things are more complicated when you consider that some students do not have reliable internet.
  3. But things were more complicated when the class started at nine.
ดูคำตอบ

But things are more complicated when you consider that some students do not have reliable internet.

ไวยากรณ์

the screen you're watching this on: การละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม

ใน the screen you're watching this on ส่วน you're watching this on เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบจำกัดความที่ระบุว่าหมายถึงหน้าจอใด กรรมที่เข้าใจกันอยู่คือ the screen โดยขยายความได้เป็น you are watching this on the screen คำสรรพนามสัมพันธ์ that หรือ which ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมถูกละไว้ ซึ่งพบได้บ่อยในภาษาอังกฤษ เนื่องจาก on ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ watch this on จึงอยู่ท้ายอนุประโยคอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่า on ไม่มีกรรม

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคสัมพันธ์โดยละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม บริบท: You are reading this on the tablet. This is the tablet ____.

ดูคำตอบ

you're reading this on

These are different color models where RGB is additive, วัฒนธรรม

1:26

ทั้งหมดนี้เป็นแบบจำลองสีที่ต่างกัน โดย RGB เป็นการผสมสีแบบบวก

meaning the mixing of different lights of color create new colors, ไวยากรณ์

1:29

หมายความว่าการผสมแสงสีต่าง ๆ จะสร้างสีใหม่

ไวยากรณ์

the mixing of different lights of color creates: ความสอดคล้องของกริยากับ mixing

ในวลีประธานที่เน้นไว้ mixing เป็นคำนามหลัก ส่วน of different lights of color เป็นวลีบุพบทที่ขยาย mixing และ lights ไม่ใช่ประธานทางไวยากรณ์ เนื่องจาก mixing เป็นเอกพจน์ ภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงต้องใช้กริยาเอกพจน์ creates: the mixing of different lights of color creates new colors คำนามพหูพจน์ lights ที่อยู่ใกล้กริยาอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดเรื่องความสอดคล้อง แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดรูปกริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ create: The mixing of these ingredients ____ a smooth texture.

ดูคำตอบ

creates

while the other two are subtractive models

1:33

ส่วนอีกสองแบบเป็นการผสมสีแบบลบ

and absorb different wavelengths of light.

1:34

และดูดซับคลื่นแสงที่มีความยาวต่างกัน

วัฒนธรรม

RGB is additive ... subtractive models: แบบจำลองสีแบบบวกและแบบลบ

ในที่นี้ additive และ subtractive หมายถึงวิธีสร้างสีสองแบบที่แตกต่างกัน หน้าจอ RGB ปล่อยแสงสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน การรวมแสงเหล่านี้เข้าด้วยกันเป็นการเพิ่มแสงให้กับผลลัพธ์และสามารถสร้างสีอื่นได้ แบบจำลอง subtractive ใช้หมึก สีทา หรือวัสดุอื่นที่ดูดกลืนความยาวคลื่นบางส่วนจากแสงที่ส่องเข้ามา การผสมสารให้สีมักตัดความยาวคลื่นออกมากขึ้น ดังนั้นคำสองคำนี้อธิบายวิธีจัดการกับแสง ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มหรือลดจำนวนสีที่มีอยู่

แบบฝึกหัด

ข้อความใดใช้แบบจำลองสีทั้งสองได้ถูกต้อง

  1. คำทั้งสองอธิบายว่าจำนวนสีที่มีอยู่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  2. หน้าจอโทรศัพท์ใช้แบบจำลอง subtractive ส่วนหมึกพิมพ์ใช้แบบจำลอง additive
  3. หน้าจอโทรศัพท์ใช้แบบจำลอง additive ส่วนหมึกพิมพ์ใช้แบบจำลอง subtractive
ดูคำตอบ

หน้าจอโทรศัพท์ใช้แบบจำลอง additive ส่วนหมึกพิมพ์ใช้แบบจำลอง subtractive

For example, when you hold a yellow object in real life,

1:37

ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณถือวัตถุสีเหลืองในโลกจริง

it's actually absorbing every wavelength except yellow. ไวยากรณ์

1:40

จริง ๆ แล้วมันดูดซับแสงทุกความยาวคลื่น ยกเว้นความยาวคลื่นของสีเหลือง

ไวยากรณ์

every wavelength except yellow: ทั้งหมดยกเว้นหนึ่งสิ่ง

every + คำนามนับได้เอกพจน์ ครอบคลุมสมาชิกทั้งหมดในกลุ่มทีละหนึ่ง ส่วน except ระบุสิ่งที่ถูกตัดออกจากกลุ่มนั้น ในที่นี้ ทุกความยาวคลื่นยกเว้นสีเหลืองอยู่ในกลุ่มที่ถูกดูดกลืน ดังนั้นสีเหลืองจึงไม่ถูกดูดกลืน ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ แสงสีเหลืองที่ไม่ถูกดูดกลืนสามารถสะท้อนไปยังผู้มองได้ ความหมายสำคัญที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ “ทั้งหมด ยกเว้นสิ่งนี้”

แบบฝึกหัด

ประโยค “Every door except the blue one is locked” หมายความว่าอย่างไร?

  1. มีเพียงประตูสีฟ้าเท่านั้นที่ล็อกอยู่
  2. ประตูสีฟ้าเป็นบานเดียวที่ไม่ได้ล็อก
  3. ประตูทุกบานล็อกอยู่ รวมถึงประตูสีฟ้า
ดูคำตอบ

ประตูสีฟ้าเป็นบานเดียวที่ไม่ได้ล็อก

That yellow light bounces back and hits your eyes. กริยาวลี

1:43

แสงสีเหลืองนั้นสะท้อนกลับมาเข้าสู่ดวงตาของคุณ

กริยาวลี

bounces back ในความหมายของการสะท้อนทางกายภาพ

ในประโยคนี้ bounces back อธิบายว่าแสงเดินทางไปถึงพื้นผิวแล้วเคลื่อนออกจากพื้นผิวนั้นอีกครั้ง เมื่อประธานคือ light วลีนี้จึงสื่อถึงการสะท้อนทางกายภาพ ประธานและการกระทำรอบข้างช่วยบอกความหมายได้ หากลูกบอล แสง หรือสัญญาณย้อนกลับมา มักหมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ แต่หากเป็นคนหรือองค์กรหลังผ่านปัญหา มักหมายถึงการฟื้นตัว

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Sunlight bounces back from the mirror," คำว่า bounces back หมายความว่าอะไร

  1. แสงถูกสะท้อนและเคลื่อนออกจากกระจก
  2. แสงสว่างขึ้นภายในกระจก
  3. แสงฟื้นตัวหลังผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบาก
ดูคำตอบ

แสงถูกสะท้อนและเคลื่อนออกจากกระจก

But when you look at this yellow object through your screen right now,

1:46

แต่เมื่อคุณมองวัตถุสีเหลืองนี้ผ่านหน้าจอในตอนนี้

it's actually not yellow at all วลี

1:50

จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นสีเหลืองเลย

วลี

โครงสร้างปฏิเสธแบบเน้น not ... at all

โครงสร้าง not ... at all ใช้เน้นข้อความปฏิเสธ ใน not yellow at all คำว่า not สร้างการปฏิเสธ ส่วน at all ช่วยเน้นการปฏิเสธนั้น จึงหมายถึง “ไม่ใช่สีเหลืองอย่างแน่นอน” หรือ “ไม่ใช่สีเหลืองเลยแม้แต่น้อย” สามารถใส่เนื้อหาอื่นไว้ระหว่างสองส่วนได้ เช่น not tired at all หรือ did not move at all โดย at all มักอยู่ใกล้ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างปฏิเสธแบบเน้น not ... at all ให้สมบูรณ์: "The test was ____ difficult ____."

ดูคำตอบ

not · at all

because your screen can only use red, green, and blue colors.

1:52

เพราะหน้าจอใช้ได้เพียงสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน

If you were to zoom in physically on anything yellow, ไวยากรณ์

1:55

ถ้าคุณขยายดูสิ่งใดก็ตามที่เป็นสีเหลืองให้ใกล้พอ

it would actually be a combination of red and green.

1:58

คุณจะพบว่าจริง ๆ แล้วมันคือการผสมกันของสีแดงกับสีเขียว

ไวยากรณ์

โครงสร้างสมมติ If you were to ... would ...

If you were to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ตั้งการกระทำหรือการทดสอบที่สมมติขึ้น were ในที่นี้เป็นรูปสมมติ ไม่ได้กล่าวถึงอดีต อนุประโยคหลักใช้ would + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกผลที่คาดว่าจะเกิดภายใต้เงื่อนไขสมมตินั้น ในประโยคนี้ การซูมเข้าเป็นการทดลองทางความคิด และผลลัพธ์บอกว่าผู้ชมจะค้นพบอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเงื่อนไขสมมติด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ restart the router, the connection ____ probably stabilize.

ดูคำตอบ

If you were to · would

And because the wavelength of yellow is between red and green,

2:01

และเพราะความยาวคลื่นของสีเหลืองอยู่ระหว่างสีแดงกับสีเขียว

our brain interprets this mix as yellow. วลี

2:05

สมองของเราจึงตีความส่วนผสมนี้ว่าเป็นสีเหลือง

วลี

โครงสร้าง interpret A as B

Interpret A as B หมายถึงการเข้าใจ อ่านความหมาย หรือรับรู้ A ว่ามีความหมายหรือคุณสมบัติเป็น B โดย A คือสิ่งที่ถูกประมวลผล และ as B นำเข้าสู่ผลของการตีความ ในที่นี้ this mix คือแสงสีแดงกับสีเขียวที่ผสมกัน ส่วน yellow คือสีที่สมองรับรู้ โครงสร้างนี้อธิบายผลการรับรู้ของสมอง และ as ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน”

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปจากรูปแบบ interpret A as B ให้สมบูรณ์: The reviewer interpreted the silence ____ disagreement.

ดูคำตอบ

as

So, what you're seeing here is in fact not yellow at all,

2:07

ดังนั้น สิ่งที่คุณเห็นตรงนี้จริง ๆ แล้วไม่ใช่สีเหลืองเลย

but it's stimulating a mix of your red and green cones,

2:11

แต่มันกระตุ้นเซลล์รูปกรวยที่รับสีแดงและสีเขียวพร้อมกัน

which your brain interprets as yellow.

2:14

ซึ่งสมองของคุณตีความว่าเป็นสีเหลือง

While plants come in a range of colors,

2:16

แม้พืชจะมีสีสันหลากหลาย

the predominant color is green due to chlorophyll,

2:17

แต่สีหลักคือสีเขียวเนื่องจากคลอโรฟิลล์

the energy-absorbing pigment found in plants critical for photosynthesis. การใช้คำ

2:20

ซึ่งเป็นรงควัตถุที่ดูดซับพลังงานในพืชและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง

การใช้คำ

energy-absorbing pigment: คำคุณศัพท์ประสมแบบคำนาม + -ing

ใน energy-absorbing pigment คำว่า energy-absorbing เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย pigment หมายถึง “ที่สามารถดูดซับพลังงาน” หรือ “ที่มีหน้าที่ดูดซับพลังงาน” รูปแบบคำนาม + รูป -ing ย่อความสัมพันธ์ให้เป็นคำขยายสั้น ๆ หน้าคำนาม เช่น time-saving tool ในที่นี้ absorbing บอกหน้าที่โดยทั่วไป ไม่ใช่การกระทำที่กำลังเกิดขึ้นเฉพาะในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ energy และ absorb เติมคำคุณศัพท์ประสมให้สมบูรณ์: The helmet contains an ____ layer that reduces impact force.

ดูคำตอบ

energy-absorbing

So, to effectively attract pollinators such as bees, insects and birds,

2:24

เพื่อดึงดูดผู้ผสมเกสรอย่างผึ้ง แมลง และนกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

flowers have evolved to stand out against green. กริยาวลี

2:28

ดอกไม้จึงวิวัฒนาการให้โดดเด่นตัดกับสีเขียว

กริยาวลี

stand out against: โดดเด่นเมื่ออยู่กับพื้นหลังที่ตัดกัน

Stand out หมายถึงสังเกตเห็นได้ง่าย เมื่อเติม against สิ่งที่ตามหลังจะเป็นพื้นหลังที่สร้างความแตกต่าง โดยดอกไม้จะดูสะดุดตาเมื่อมีสีเขียวอยู่ด้านหลังหรือรอบ ๆ ในโครงสร้างนี้ against ไม่ได้หมายถึงการต่อต้าน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X stands out against Y โดย X คือสิ่งที่โดดเด่น และ Y คือพื้นหลังที่ตัดกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอ dark cliffs เป็นพื้นหลังทางสายตาที่ตัดกันได้ดีที่สุด

  1. The white lighthouse stands out for the dark cliffs.
  2. The white lighthouse stands out from the dark cliffs.
  3. The white lighthouse stands out against the dark cliffs.
ดูคำตอบ

The white lighthouse stands out against the dark cliffs.

It's why you don't see many green flowers.

2:31

นี่คือเหตุผลที่เราไม่ค่อยเห็นดอกไม้สีเขียว

And flowering plants have even evolved a suite of different colors การใช้คำ

2:34

พืชดอกยังวิวัฒนาการให้มีสีต่าง ๆ หลากหลาย

to attract specific pollinators,

2:37

เพื่อดึงดูดผู้ผสมเกสรเฉพาะชนิด

การใช้คำ

a suite of: ชุดของสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน

ในประโยคนี้ a suite of หมายถึงชุดหรือกลุ่มของสิ่งที่เกี่ยวข้องกันอย่างเป็นระบบ โดยรวมสีดอกไม้ที่แตกต่างกันเป็นกลุ่มลักษณะที่วิวัฒนาการขึ้นเพื่อจุดประสงค์ร่วมกัน คือการดึงดูดพาหะถ่ายเรณูบางชนิด คำนาม suite ใช้ได้กับสิ่งอื่นนอกเหนือจากห้องพัก ในภาษาอังกฤษเชิงอธิบายแบบเป็นทางการ โครงสร้าง a suite of + คำนามพหูพจน์มักใช้เสนอเครื่องมือ คุณสมบัติ การทดสอบ หรือวิธีแก้ปัญหาเป็นชุดที่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a suite of อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายแบบเป็นทางการ

  1. The lab ran a suite of tests to evaluate the new material.
  2. She wore a suite of blue to the ceremony.
  3. The lobby reserved a suite of tourists for the evening.
ดูคำตอบ

The lab ran a suite of tests to evaluate the new material.

known as pollinator syndrome. วัฒนธรรม

2:39

ลักษณะนี้เรียกว่ากลุ่มอาการการผสมเกสร

วัฒนธรรม

pollinator syndrome ในทางนิเวศวิทยา

Pollinator syndrome เป็นศัพท์ทางนิเวศวิทยาที่หมายถึงการรวมกันของลักษณะดอกไม้ซึ่งเกิดร่วมกันซ้ำ ๆ เช่น สี รูปร่าง กลิ่น และน้ำหวาน โดยลักษณะเหล่านี้สัมพันธ์กับพาหะถ่ายเรณูบางประเภท ในที่นี้ syndrome หมายถึงกลุ่มลักษณะที่มักเกิดร่วมกัน ไม่ได้หมายความว่าพืชเป็นโรค

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ pollinator syndrome หมายถึงอะไร

  1. กลุ่มลักษณะของดอกไม้ที่เกิดร่วมกันซ้ำ ๆ และสัมพันธ์กับพาหะถ่ายเรณูบางชนิด
  2. แมลงชนิดหนึ่งที่ไปเยือนดอกไม้ทุกชนิด
  3. โรคที่ทำให้ดอกไม้ไม่สามารถสืบพันธุ์ได้
ดูคำตอบ

กลุ่มลักษณะของดอกไม้ที่เกิดร่วมกันซ้ำ ๆ และสัมพันธ์กับพาหะถ่ายเรณูบางชนิด

Bird-pollinated flowers are mostly red,

2:41

ดอกไม้ที่มีนกเป็นผู้ผสมเกสรส่วนใหญ่เป็นสีแดง

potentially to discourage visits from bees,

2:43

อาจเพื่อไม่ให้ผึ้งเข้ามาหา

as their visual system is different than birds, ไวยากรณ์

2:45

เพราะระบบการมองเห็นของผึ้งแตกต่างจากของนก

ไวยากรณ์

their visual system is different than birds: ทำให้สิ่งที่เปรียบเทียบขนานกัน

ในประโยคนี้ their หมายถึงผึ้ง ความตั้งใจคือเปรียบเทียบระบบการมองเห็นของผึ้งกับระบบการมองเห็นของนก แต่ข้อความเดิมนำ visual system ไปเปรียบเทียบกับ birds โดยตรง ทำให้สิ่งที่อยู่สองฝั่งของการเปรียบเทียบไม่เป็นประเภทเดียวกันในเชิงตรรกะ รูปที่แม่นยำกว่าคือ their visual system is different from that of birds หรือ their visual system is different from birds' visual system หลักสำคัญคือควรเปรียบเทียบสิ่งประเภทเดียวกันทั้งสองฝั่ง การเปลี่ยนเพียง than เป็น from ไม่ได้เติมความสัมพันธ์แสดงความเป็นเจ้าของที่ขาดอยู่

แบบฝึกหัด

ข้อใดแก้ประโยคโดยยังคงความหมายเดิมและทำให้สิ่งที่เปรียบเทียบขนานกันในเชิงตรรกะ

  1. Their visual system is different from birds.
  2. Their visual system is different from that of birds.
  3. Birds are different from their visual system.
ดูคำตอบ

Their visual system is different from that of birds.

making it hard for them to discriminate between red and green. โน้ต

2:48

จึงทำให้ผึ้งแยกสีแดงกับสีเขียวได้ยาก

ไวยากรณ์

making it hard for them to: อนุประโยคบอกผลที่ใช้ it เป็นกรรมสมมติ

making นำอนุประโยคกริยารูปปัจจุบันที่บอกผลตามธรรมชาติจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า กล่าวคือ ความแตกต่างของระบบการมองเห็นทำให้เกิดความยากที่กล่าวต่อมา ไม่ได้หมายความว่าผึ้งตั้งใจทำให้บางสิ่งยากขึ้น ในโครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + for someone + to do something คำว่า it เป็นกรรมสมมติ วลีที่ขึ้นต้นด้วย for ระบุบุคคลหรือกลุ่มที่ต้องทำภารกิจ ส่วน infinitive ที่ขึ้นต้นด้วย to ระบุภารกิจจริง ในที่นี้ them หมายถึงผึ้ง และภารกิจคือการแยกแยะสีแดงกับสีเขียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกผล it + hard + for them + to: The drivers were looking through thick fog. It reduced visibility, making ____ see the road signs.

ดูคำตอบ

it hard for them to

การใช้คำ

discriminate between A and B: แยกแยะ A กับ B

ในประโยคนี้ discriminate between หมายถึง “สังเกตหรือรับรู้ความแตกต่างระหว่างสองสิ่ง” โดยสิ่งที่ต้องแยกแยะสองอย่างจะตามหลัง between คือ red และ green ประโยคนี้กล่าวถึงความสามารถด้านการมองเห็นของผึ้ง ไม่ใช่พฤติกรรมทางสังคมของคน ความหมายที่เป็นกลางนี้พบได้บ่อยเมื่อพูดถึงการรับรู้ การทดสอบ หรือการวิเคราะห์ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ discriminate between A and B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย discriminate และคำบุพบทที่ใช้เมื่อแยกแยะสองสิ่ง: The sensor can ____ blue and violet light.

ดูคำตอบ

discriminate between

Similarly, we all have our own favorite colors,

2:51

ในทำนองเดียวกัน เราทุกคนต่างก็มีสีโปรดของตัวเอง

but why?

2:53

แต่ทำไมล่ะ

One theory suggests that color preference is gendered, โน้ต

2:54

ทฤษฎีหนึ่งเสนอว่าความชอบเรื่องสีขึ้นอยู่กับเพศ

ลำดับความ

One theory suggests that ...: ทฤษฎีหนึ่งเสนอว่า...

One theory วางกรอบให้ข้อความที่ตามมาเป็นเพียงคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้จากหลายคำอธิบาย ช่วยจัดความคาดหวังของผู้ฟังก่อนที่จะได้รับเนื้อหาของข้อความนั้น Suggests that ใช้นำอนุประโยคและนำเสนอแนวคิดว่าเป็นสิ่งที่มีหลักฐานสนับสนุนหรือเป็นไปได้ แต่ยังไม่แน่นอน ในที่นี้ suggests หมายถึง “บ่งชี้” หรือ “ชี้ไปทาง” ไม่ได้หมายถึง “แนะนำ” โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ One theory suggests that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมกรอบวลีสี่คำที่ใช้เสนอคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้: ____ color preferences are shaped by early experience.

ดูคำตอบ

One theory suggests that

การใช้คำ

gendered: ถูกหล่อหลอมด้วยบทบาทหรือความคาดหวังทางเพศ

ในประโยคนี้ gendered หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกหล่อหลอมหรือแบ่งแยกด้วยแนวคิดและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพ ทฤษฎีนี้กล่าวว่าความชอบเรื่องสีอาจมีรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับเพศ แต่คำนี้ไม่ได้หมายความว่าชีววิทยาเป็นตัวกำหนดสิ่งที่แต่ละคนชอบทั้งหมด One theory suggests เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเสนอแนวคิด ไม่ได้นำเสนอข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นข้อกล่าวอ้างกว้าง ๆ เกี่ยวกับกลุ่ม ไม่ใช่กฎที่ใช้ได้กับผู้ชายหรือผู้หญิงทุกคน

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: The article says the school rules are gendered. gendered ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. กฎเหล่านั้นถูกหล่อหลอมหรือแบ่งด้วยแนวคิดและความคาดหวังเกี่ยวกับเพศ
  2. กฎเหล่านั้นมีสีสันสดใสจำนวนมาก
  3. มีการพิสูจน์แล้วว่ากฎเหล่านั้นเกิดจากชีววิทยาเท่านั้น
ดูคำตอบ

กฎเหล่านั้นถูกหล่อหลอมหรือแบ่งด้วยแนวคิดและความคาดหวังเกี่ยวกับเพศ

where given the choice between cyan and red, วลี

2:57

โดยเมื่อให้เลือกระหว่างสีฟ้าอมเขียวกับสีแดง

men prefer cyan colors and women prefer redder colors.

3:00

ผู้ชายจะชอบโทนสีฟ้าอมเขียว ส่วนผู้หญิงจะชอบโทนที่ออกแดงมากกว่า

วลี

given the choice between: การนำเสนอตัวเลือกสองอย่าง

Given the choice between A and B หมายถึง “ถ้าใครคนหนึ่งสามารถเลือก A หรือ B ได้” วลีนี้กำหนดเงื่อนไขขึ้นมาก่อน แล้วส่วนที่เหลือของประโยคจึงบอกความชอบหรือการตัดสินใจของคนนั้น given ในที่นี้หมายถึง “ภายใต้เงื่อนไขนี้” ไม่ใช่ “ถูกมอบให้ใครบางคน” รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ given the choice between A and B แล้วตามด้วยตัวเลือกหรือความชอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “หากได้รับอนุญาตให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจากสองตัวเลือก”: ____ tea and coffee, Maya would choose tea.

ดูคำตอบ

Given the choice between

Researchers hypothesize this preference has evolved from our hunter-gatherer societies, วัฒนธรรม

3:03

นักวิจัยตั้งสมมติฐานว่าความชอบนี้วิวัฒนาการมาจากสังคมนักล่าและเก็บของป่าของเรา

วัฒนธรรม

สังคมนักล่าและเก็บของป่า

สังคมนักล่าและเก็บของป่าคือชุมชนที่ได้อาหารส่วนใหญ่จากการล่าสัตว์ป่า จับปลา และเก็บพืชป่า แทนที่จะทำเกษตรกรรม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ไปยังสภาพแวดล้อมในอดีตที่บรรพบุรุษออกหาอาหาร นักวิจัยเสนอว่าความชอบในปัจจุบันอาจพัฒนาขึ้นในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น โดย hypothesize แสดงว่านี่เป็นทฤษฎี ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

hunter-gatherer societies ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. สังคมสมัยใหม่ที่ผลิตอาหารโดยหลักด้วยเกษตรกรรมขนาดใหญ่
  2. ชุมชนที่หาอาหารโดยหลักจากการล่าสัตว์และเก็บทรัพยากรจากธรรมชาติ
  3. กลุ่มวิจัยที่ศึกษาว่าผู้คนชอบสีอะไรมากที่สุด
ดูคำตอบ

ชุมชนที่หาอาหารโดยหลักจากการล่าสัตว์และเก็บทรัพยากรจากธรรมชาติ

where women's visual systems were specialized to see ripe red berries against green foliage.

3:07

ซึ่งระบบการมองเห็นของผู้หญิงเชี่ยวชาญในการมองหาผลเบอร์รีสีแดงสุกท่ามกลางใบไม้สีเขียว

Another theory suggests that we like hues that we associate with pleasant things. วลี

3:12

อีกทฤษฎีหนึ่งเสนอว่าเราชอบเฉดสีที่เชื่อมโยงกับสิ่งน่าพึงพอใจ

วลี

associate A with B: เชื่อมโยง A กับ B

associate A with B หมายถึงการเชื่อมโยง A กับ B ในความคิด โดยมักเป็นเพราะสิ่งหนึ่งทำให้นึกถึงอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ A คือ hues และ B คือ pleasant things อนุประโยคขยายคำนามทำให้ลำดับคำที่เห็นเปลี่ยนไป โดย hues that we associate with pleasant things สามารถคืนเป็น we associate hues with pleasant things ได้ คำว่า with นำหน้า B ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อมโยงกับ A ไม่ได้หมายความว่าเฉดสีอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง associate A with B: Many people ____ the smell of sunscreen ____ summer vacations.

ดูคำตอบ

associate · with

However, pleasant and unpleasant things are often the same color.

3:16

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าพึงพอใจกับไม่น่าพึงพอใจมักมีสีเดียวกัน

We love blue Slurpee, but not blue mold. โน้ต

3:20

เราชอบ Slurpee สีฟ้า แต่ไม่ชอบราสีฟ้า

ลำดับความ

We love A, but not B: เปรียบต่างท่าทีต่อคุณลักษณะที่เหมือนกัน

คำคุณศัพท์เดียวกันคือ blue ขยายทั้ง Slurpee และ mold ทำให้สิ่งสองอย่างที่มีสีเดียวกันถูกวางเทียบกัน ประโยคนี้เปรียบต่างท่าทีของผู้พูดต่อสองสิ่งนั้น ไม่ได้ปฏิเสธว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสีฟ้า หลัง but not มีการละคำซ้ำ we love ไว้ ความหมายเต็มคือ “We love blue Slurpee, but we do not love blue mold.” รูปแบบกระชับ We like/love A, but not B เน้นความต่างของความชอบอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำเพื่อให้ความเปรียบต่างแบบกระชับสมบูรณ์ ส่วนหลังหมายถึง we do not like hot classrooms: We like hot cocoa, ____ hot classrooms.

ดูคำตอบ

but not

วัฒนธรรม

blue Slurpee: เครื่องดื่มเกล็ดน้ำแข็งที่เป็นชื่อแบรนด์

Slurpee เป็นชื่อแบรนด์ที่ใช้กันทั่วไปในอเมริกาเหนือสำหรับเครื่องดื่มเกล็ดน้ำแข็งรสหวานและแต่งรสซึ่งขายในร้านสะดวกซื้อ ในที่นี้ blue บอกสีหรือชนิดรสชาติของเครื่องดื่ม ไม่ได้หมายถึงน้ำแข็งธรรมดาหรือน้ำอัดลมทั่วไป เมื่อรู้ภูมิหลังนี้ ความเปรียบต่างก็ชัดเจนขึ้น คือ blue Slurpee เป็นเครื่องดื่มหวานที่น่ารับประทาน ส่วน blue mold เป็นสัญญาณของการเน่าเสีย การมีสีเดียวกันไม่ได้ทำให้ทั้งสองอย่างน่าชอบเท่ากัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ blue Slurpee หมายถึงอะไร?

  1. เครื่องดื่มเกล็ดน้ำแข็งรสหวานสีฟ้า
  2. น้ำแข็งสีฟ้าธรรมดาที่ไม่มีรสชาติ
  3. ราสีฟ้าที่ขึ้นบนเครื่องดื่ม
ดูคำตอบ

เครื่องดื่มเกล็ดน้ำแข็งรสหวานสีฟ้า

Investigating these questions of color had us thinking about links between science and art. ไวยากรณ์

3:23

การค้นหาคำตอบเรื่องสีเหล่านี้ทำให้เรานึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์กับศิลปะ

ไวยากรณ์

Had us thinking about: โครงสร้าง have + object + -ing

ใน had us thinking about คำว่า had ใช้ในความหมายเชิงเหตุทำให้เกิดการกระทำ กล่าวคือ การสำรวจทำให้เราเริ่มคิดและยังคงอยู่กับกิจกรรมนั้น Us เป็นกรรมของ had ส่วน thinking เป็นส่วนเติมเต็มรูป -ing ที่บรรยายกิจกรรมอันเป็นผลซึ่งกำลังดำเนินอยู่ ในการใช้นี้ โครงสร้าง have + object + -ing ใช้แสดงว่าสาเหตุหนึ่งทำให้ใครบางคนเข้าสู่หรือคงอยู่ในปฏิกิริยาหรือกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ตรงนี้ had แสดงเวลาอดีต ไม่ได้หมายถึง “มีไว้ในครอบครอง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: The museum visit ____ how cities preserve history.

ดูคำตอบ

had us thinking about

So, in our latest AsapTHOUGHT we asked both artists and scientists about how they view the world. สำนวน

3:27

ดังนั้น ใน AsapTHOUGHT ตอนล่าสุด เราจึงถามทั้งศิลปินและนักวิทยาศาสตร์ว่าพวกเขามองโลกอย่างไร

สำนวน

View the world: ตีความความเป็นจริงผ่านมุมมองหนึ่ง

view ในที่นี้เป็นการมองทางความคิด ไม่ใช่การมองด้วยตา view the world หมายถึงการรับรู้และตีความความเป็นจริงผ่านมุมมองหนึ่ง การถามศิลปินและนักวิทยาศาสตร์ว่าพวกเขามองโลกอย่างไร คือการถามว่าการฝึกฝน ค่านิยม และนิสัยของพวกเขามีอิทธิพลต่อสิ่งที่สังเกตเห็นและวิธีอธิบายสิ่งนั้นอย่างไร โครงสร้าง view + object อาจหมายถึงการมองหรือเข้าใจสิ่งนั้นในแบบหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีการระบุหรือบอกเป็นนัยถึงมุมมองใดมุมมองหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Different cultures shape how we view the world," คำว่า "view the world" หมายถึงอะไร

  1. มองดูภาพจริงของโลก
  2. เดินทางไปหลายประเทศ
  3. ตีความความเป็นจริงจากมุมมองหนึ่ง
ดูคำตอบ

ตีความความเป็นจริงจากมุมมองหนึ่ง

Check it out with the link in the description and subscribe for more weekly science videos.

3:32

ไปชมได้จากลิงก์ในคำอธิบาย และกดติดตามเพื่อดูวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์