สิ่งที่ไม่มีใครบอกคุณเกี่ยวกับการอยู่คนเดียว: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Lazy Owl
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าการเปลี่ยนแปลงของการอยู่คนเดียว จากช่วงแรกที่เหนื่อยและรู้สึกโดดเดี่ยว ไปสู่ชีวิตที่สงบและจัดการได้ด้วยตนเอง เมื่อมีทักษะในชีวิตประจำวันและสร้างกิจวัตรของตนได้ ความเป็นอิสระจึงนำมาทั้งเสรีภาพที่มากขึ้นและความรับผิดชอบต่อตนเองที่มากขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. drag your tired body — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เรียนรู้ภาพเปรียบแบบกล่าวเกินจริงของคนที่เหนื่อยจนเหมือนต้องลากร่างกายของตนเองไป การใช้สำนวนนี้แทนคำกลาง ๆ อย่าง walk ช่วยให้เล่าได้ชัดเจนว่าความเหนื่อยทางกายทำให้งานธรรมดาในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องลำบากเพียงใด 2. But as time goes on, — การเรียบเรียงเรื่อง การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจคำเชื่อมด้านเวลาที่พาเรื่องจากความไม่สบายใจในช่วงแรกไปสู่การปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้เรียนสามารถใช้จัดลำดับประสบการณ์ส่วนตัว โดยเปรียบเทียบสภาพเริ่มต้นกับความเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏหลังเวลาผ่านไปนานขึ้น 3. set aside some time — กริยาวลี: ใช้บอกว่าผู้พูดตั้งใจแบ่งเวลาไว้เพื่อจุดประสงค์หนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพียงบังเอิญมีเวลาว่าง สามารถนำไปใช้วางแผนเวลาสำหรับคุยกับเพื่อน เรียน พักผ่อน หรือทำงาน พร้อมสื่อเจตนาของตารางเวลาได้ชัดเจน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
started living alone: start + V-ing เพื่อบอกจุดเริ่มต้นของสภาวะที่ต่อเนื่อง
ใน started living alone คำว่า started ตามด้วยอาการนาม living รูปแบบ start + V-ing ใช้บอกจุดเริ่มต้นของกิจกรรม นิสัย หรือสภาวะที่ดำเนินต่อเนื่อง ในที่นี้ living alone หมายถึงการเริ่มใช้ชีวิตคนเดียวเป็นสภาวะชีวิตแบบใหม่ ไม่ใช่แค่บังเอิญอยู่คนเดียวชั่วครู่ ใช้รูปแบบนี้เมื่อการเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นแล้วดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ start รูป -ing ของ live และคำว่า alone เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After years with roommates, Maya ____ when she got her first apartment.
ดูคำตอบ
started living alone
no one told me that...: กรอบการเล่าเรื่องจากความคาดหวังไปสู่ความจริง
No one told me that... เป็นกรอบการเล่าเรื่อง โดยนำเสนอข้อเท็จจริงในอนุประโยค that ว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยเตือนผู้พูด หรือผู้พูดไม่ได้เตรียมใจไว้ จุดสำคัญไม่ใช่การระบุว่าใครเป็นคนที่ไม่ได้บอก กรอบนี้สร้างช่องว่างระหว่างความคาดหวังเดิมกับประสบการณ์ภายหลัง ทำให้ life was complicated ฟังเหมือนบทเรียนที่ได้รู้หลังจากเริ่มอยู่คนเดียว
แบบฝึกหัด
no one told me that ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้
- นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้พูดเพิ่งเข้าใจหลังจากมีประสบการณ์
- แสดงว่าผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าควรคาดหวังอะไร
- ระบุตัวบุคคลที่ปฏิเสธจะให้คำแนะนำอย่างชัดเจน
ดูคำตอบ
นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้พูดเพิ่งเข้าใจหลังจากมีประสบการณ์
come home from work: กลับบ้านหลังเลิกงาน
come home หมายถึงกลับไปยังสถานที่ที่คุณอาศัยอยู่ ในที่นี้ home ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์บอกทิศทาง จึงวางต่อจาก come ได้โดยตรงโดยไม่ใช้ to from work ระบุว่าสถานที่หรือกิจกรรมที่ออกมาคืองาน วลีทั้งหมดใช้บรรยายกิจวัตรการกลับบ้านหลังเลิกงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคนหนึ่งกลับบ้านหลังจากจบวันทำงาน
- I come home to work at six.
- I come to home from work at six.
- I come home from work at six.
ดูคำตอบ
I come home from work at six.
there is no hot food waiting for you: ไม่มีสิ่งที่คาดไว้ว่าจะเตรียมพร้อมอยู่
there is no + คำนาม บอกว่าบุคคลหรือสิ่งหนึ่งไม่มีอยู่ waiting for you เป็นวลี -ing ที่ขยาย hot food หมายความว่าเมื่อคุณมาถึง ไม่มีอาหารร้อนที่เตรียมไว้แล้ว อาหารไม่ได้ตั้งใจเลือกที่จะรอจริง ๆ waiting for you ยังใช้บรรยายสิ่งไม่มีชีวิตที่พร้อมหรือมีให้ใช้เมื่อมาถึงได้ ดังนั้นประโยคนี้จึงเน้นว่าไม่มีความสบายหรือการดูแลที่คาดหวังไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ there is no + คำนาม + -ing ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าไม่มีแท็กซี่รอเราอยู่ข้างนอก
- There has no taxi waiting for us outside.
- There is no taxi wait for us outside.
- There is no taxi waiting for us outside.
ดูคำตอบ
There is no taxi waiting for us outside.
by yourself: ทำบางอย่างด้วยตัวเองโดยไม่มีคนช่วย
by yourself หมายถึงคุณทำการกระทำนั้นโดยไม่มีใครช่วย ในประโยคนี้ วลีนี้เน้นว่าการเปิดตู้เย็นเป็นสิ่งที่คุณต้องทำด้วยตัวเอง โครงสร้างคือ by + สรรพนามสะท้อนกลับ โดยสรรพนามต้องสอดคล้องกับประธาน: I ... by myself, she ... by herself และ they ... by themselves
แบบฝึกหัด
เติม by + สรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้องเพื่อแสดงว่า Maya ไม่มีใครช่วย: Maya assembled the desk ____.
ดูคำตอบ
by herself
and drag your tired body to make your own dinner. โน้ต
0:14และลากร่างที่เหนื่อยล้าไปทำมื้อเย็นของคุณเอง
drag your tired body: เคลื่อนไหวอย่างยากลำบากเพราะเหนื่อยมาก
drag your tired body เป็นวิธีพูดแบบเห็นภาพและเกินจริง หมายถึงการเคลื่อนตัวไปที่ใดที่หนึ่งทั้งที่เหนื่อยมาก ไม่ได้หมายถึงลากร่างกายไปกับพื้นจริง ๆ เมื่อเทียบกับคำกริยาที่เป็นกลางอย่าง walk คำว่า drag ให้ความรู้สึกว่าเคลื่อนไหวช้า หนัก และไม่อยากทำ ในที่นี้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่การไปทำอาหารเย็นก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ drag your tired body สื่อถึงอะไร
- คนคนนั้นเหนื่อยมากจนการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องยาก
- คนคนนั้นกำลังลากอีกคนไปกับพื้น
- คนคนนั้นกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและร่าเริง
ดูคำตอบ
คนคนนั้นเหนื่อยมากจนการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องยาก
make your own dinner: ทำอาหารเย็นของตัวเอง
ใน make your own dinner คำว่า make หมายถึง “เตรียม” หรือ “ทำอาหาร” และ your own ขยายคำว่า dinner ทั้งวลีหมายถึงคุณเตรียมมื้อนั้นด้วยตัวเอง แทนที่จะให้คนอื่นเตรียมให้ own ในที่นี้เน้นว่าคุณต้องรับผิดชอบมื้อนั้นเอง ไม่ได้เน้นการ “เป็นเจ้าของ” อาหารเย็น ในบริบทที่พูดถึงหน้าที่ โครงสร้างคำแสดงความเป็นเจ้าของ + own + คำนาม สามารถเน้นได้ว่าสิ่งหนึ่งเป็นหน้าที่ของใครโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่เน้นว่าผู้พูดต้องรับผิดชอบมื้อนั้นเอง: After moving into my first apartment, I had to make my ____ dinner.
ดูคำตอบ
own
breaks down: อุปกรณ์หยุดทำงาน
break down ในที่นี้เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม the lamp เป็นประธาน ดังนั้น breaks จึงมีคำลงท้ายบุรุษที่สามเอกพจน์ -s ส่วน breaks down หมายถึงโคมไฟหยุดทำงานตามปกติ วลีนี้บอกว่าอุปกรณ์เกิดขัดข้อง ไม่ได้หมายถึงมีใครทุบมันจนแตก สิ่งของที่ขัดข้องจะเป็นประธานของ break down เอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ break down ได้เป็นธรรมชาติที่สุดในความหมายว่าอุปกรณ์เกิดขัดข้อง
- The elevator broke down between floors.
- The light broke down because I switched it off.
- The glass broke down when it hit the floor.
ดูคำตอบ
The elevator broke down between floors.
whether or not to repair it: การบอกทางเลือกทางอ้อมอย่างกระชับ
ในประโยคนี้ whether or not to repair it แสดงทางเลือกแบบใช่หรือไม่ทางอ้อม คือ จะซ่อมหรือไม่ซ่อม โครงสร้าง to-infinitive ช่วยย่อทางเลือกให้กระชับ และทั้งวลีบอกสิ่งที่คุณจะลังเล คำว่า or not ทำให้ทั้งสองทางเลือกชัดเจน โดยมักละได้ เพราะ wonder whether to repair it ยังคงสื่อการตัดสินใจพื้นฐานแบบเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดตามหลัง can't decide ได้อย่างถูกต้องและสื่อทางเลือกว่าจะซ่อมหรือไม่ซ่อม
- I can't decide if or not to repair it.
- I can't decide whether or not to repair it.
- I can't decide whether or not repair it.
ดูคำตอบ
I can't decide whether or not to repair it.
skip dinner: งดมื้อเย็น
skip ในที่นี้หมายถึงการละกิจกรรมที่คาดว่าจะทำ ไม่ได้หมายถึงการกระโดด เมื่อมีมื้ออาหารเป็นกรรม skip dinner จึงหมายถึงไม่กินมื้อเย็น
แบบฝึกหัด
skip dinner ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร
- ไม่กินมื้อเย็น
- กินมื้อเย็นอย่างรวดเร็ว
- กินมื้อเย็นช้ากว่าปกติ
ดูคำตอบ
ไม่กินมื้อเย็น
When you want to talk to someone before you go to bed, วลี
0:30เมื่อคุณต้องการคุยกับใครสักคนก่อนเข้านอน
want to talk to someone: ต้องการคนคุยด้วย
want to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้แสดงความต้องการหรือความจำเป็น ใน want to talk to someone คำว่า someone หมายถึงบุคคลที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใครและสามารถพูดคุยด้วยได้ สำนวนนี้เป็นธรรมชาติและมีน้ำเสียงเป็นกลาง ในบริบทที่รู้สึกเหงาหรือเป็นเวลาดึก อาจสื่อถึงความต้องการความผูกพันหรือเพื่อนอยู่ข้าง ๆ แต่ตัวคำเองเพียงแค่แสดงว่าอยากสนทนากับใครสักคน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดต้องการใครสักคนไว้สนทนาด้วย
- I want to talk about someone.
- I want someone to talk about me.
- I want to talk to someone.
ดูคำตอบ
I want to talk to someone.
you find that you can only contact others by mobile phone, โน้ต
0:34คุณจะพบว่าคุณทำได้เพียงติดต่อคนอื่นผ่านโทรศัพท์มือถือ
by mobile phone: โครงสร้าง by + วิธีการ
ในประโยคนี้ by mobile phone บอกว่าการติดต่อนั้นเกิดขึ้นอย่างไร กล่าวคือ โทรศัพท์มือถือเป็นวิธีที่ใช้ ตรงนี้ by ใช้นำหน้าวิธีการหรือช่องทาง ไม่ได้บอกสถานที่ เมื่อพูดถึงวิธีการสื่อสารและการเดินทางทั่วไป มักใช้โครงสร้าง by + คำนามบอกวิธีการโดยไม่มีคำนำหน้านาม เช่น by phone, by email, by train คุณสามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้บอกวิธีทำสิ่งต่าง ๆ ในสถานการณ์อื่นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย by + วิธีการสื่อสารในวงเล็บ: Please send the signed form ____. (email)
ดูคำตอบ
by email
you find that ...: นำเสนอสิ่งที่เพิ่งตระหนักรู้
ในที่นี้ you find that หมายถึงคุณค้นพบหรือตระหนักถึงข้อเท็จจริงบางอย่าง find ตามด้วยอนุประโยค that ที่ระบุข้อเท็จจริงที่พบ ไม่ได้หมายถึงการค้นหาตำแหน่งของสิ่งของจนเจอ ในฐานะกรอบจัดระเบียบข้อมูล you find that พาประโยคจากการปูสถานการณ์ไปสู่ความจริงที่ประสบการณ์นั้นเผยให้เห็น ข้อเท็จจริงที่ตามมามักให้ความรู้สึกเหนือความคาดหมายหรือขัดกับสิ่งที่หวังไว้ การใช้ you ในกรอบปัจจุบันกาลนี้ยังทำให้ประสบการณ์มีลักษณะทั่วไป โดยเชิญให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังจินตนาการว่าตนอยู่ในสถานการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
you find that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- นำเสนอข้อเท็จจริงที่ประสบการณ์เผยให้เห็น
- บอกให้ผู้อ่านตามหาโทรศัพท์ที่หายไป
- แนะนำบุคคลที่ได้รับการติดต่อ
ดูคำตอบ
นำเสนอข้อเท็จจริงที่ประสบการณ์เผยให้เห็น
chat with you face-to-face: พูดคุยกับคุณต่อหน้า
วลี chat with you หมายถึงพูดคุยกับคุณแบบสบาย ๆ และไม่เป็นทางการ ส่วน face-to-face ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์หลัง chat เพื่อบอกว่าการสนทนาเกิดขึ้นอย่างไร กล่าวคือ ทั้งสองคนอยู่ในสถานที่เดียวกันจริง ๆ แทนที่จะสื่อสารทางโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าใบหน้าของทั้งสองคนต้องอยู่ใกล้กันมาก แนวคิดที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือการมีปฏิสัมพันธ์ต่อหน้าแทนการสื่อสารทางไกล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์จากบทเรียน: We have emailed for weeks, so let’s discuss the plan ____.
ดูคำตอบ
face-to-face
feel a little bored and tired: บอกความรู้สึกที่ไม่รุนแรง
ในประโยคนี้ feel เชื่อมประธานเข้ากับคำคุณศัพท์ bored และ tired ส่วน a little ลดระดับของคำบรรยายที่เชื่อมกัน จึงทำให้ความรู้สึกทั้งสองอย่างไม่รุนแรง คือเบื่อเล็กน้อยและเหนื่อยเล็กน้อย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ feel + a little + คำคุณศัพท์ ใช้บอกสภาพอารมณ์หรือร่างกายโดยไม่ทำให้ฟังดูรุนแรง
แบบฝึกหัด
ใน a little bored and tired คำว่า a little ขยายคำใด?
- เฉพาะ bored
- เฉพาะ tired
- ทั้ง bored และ tired
ดูคำตอบ
ทั้ง bored และ tired
But as time goes on: นำเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
But แสดงการเปลี่ยนทิศทางจากสถานการณ์ก่อนหน้า ส่วน As time goes on หมายถึง “เมื่อเวลาผ่านไป” หรือ “อย่างค่อยเป็นค่อยไป” และทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีพัฒนาการตามมา as ในที่นี้บอกความสัมพันธ์ด้านเวลา ไม่ได้บอกเหตุผล คำขึ้นต้นทั้งชุดช่วยจัดลำดับเรื่องโดยเปลี่ยนจากสภาพก่อนหน้าไปสู่สภาพที่ตรงข้ามและค่อย ๆ พัฒนาไปตามเวลา
แบบฝึกหัด
At first, Leo dislikes his new schedule. หากต้องการแสดงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นและตรงข้ามกับสถานการณ์เดิม ควรใช้คำขึ้นต้นใดเติมประโยคต่อไปนี้: ___, it becomes easier to manage?
- But because time goes on
- But as time goes on
- But at one later moment
ดูคำตอบ
But as time goes on
will gradually enjoy your own life: ค่อย ๆ มีความสุขกับชีวิตของตัวเอง
Will แสดงการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วน gradually แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นทีละน้อย Enjoy หมายถึงการรู้สึกพอใจหรือมีความสุขกับชีวิตที่กำลังใช้ ไม่ใช่เพียงอดทนอยู่กับมัน Your own life เน้นกิจวัตร ทางเลือก และวิถีชีวิตของตัวเอง ในบริบทนี้ การอยู่คนเดียวอาจเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ แต่ตัววลีเองไม่ได้หมายถึงการอยู่คนเดียวโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าบุคคลหนึ่งจะค่อย ๆ เริ่มมีความสุขกับชีวิตและกิจวัตรที่เป็นของตัวเอง
- You will gradually enjoy your own life.
- You will gradually improve someone else's life.
- You will immediately enjoy a completely different life.
ดูคำตอบ
You will gradually enjoy your own life.
The first thing you noticed is ...: กรอบประโยคสำหรับจัดลำดับข้อสังเกตแรก
The first thing you noticed is ... บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะนำเสนอข้อสังเกตแรกจากประสบการณ์หนึ่ง วลีนี้เป็นกรอบสำหรับจัดข้อมูล โดยระบุก่อนว่านี่คือสิ่งแรก แล้วจึงให้รายละเอียดของข้อสังเกตหลัง is First อาจหมายถึงสิ่งที่สังเกตเห็นก่อนตามลำดับเวลา หรือสิ่งที่โดดเด่นขึ้นมาทันที กรอบนี้ช่วยจัดระเบียบคำบรรยายได้แม้ผู้พูดจะไม่ได้กล่าวถึงสิ่งที่สองต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้กรอบนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อเกริ่นข้อสังเกตแรกจากประสบการณ์ในอดีต
- The room was the first place where I tried to relax.
- I noticed that the room became calmer after a while.
- The first thing I noticed was how calm the room felt.
ดูคำตอบ
The first thing I noticed was how calm the room felt.
really quiet ในฐานะส่วนเสริมเพื่อเน้นย้ำ
ในที่นี้ really quiet เป็นส่วนเสริมสั้น ๆ ต่อจากข้อความก่อนหน้าว่า it's quiet คำว่า really เพิ่มระดับความหมายของ quiet และการพูดแนวคิดเดิมซ้ำทำให้ระดับความเงียบเด่นชัดขึ้น วลีที่ไม่เป็นประโยคเต็มนี้ต้องอาศัยประโยคก่อนหน้า ไม่ได้เสนอข้อเท็จจริงอีกเรื่องหรือเปิดหัวข้อใหม่ ผู้พูดมักเติมวลีคุณศัพท์สั้น ๆ หลังจากพูดใจความที่สมบูรณ์แล้ว เพื่อทำให้ความรู้สึกนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น
แบบฝึกหัด
really quiet ทำหน้าที่อะไรเมื่ออยู่ต่อจากข้อความ It's quiet?
- เสนอข้อเท็จจริงใหม่ที่แยกจากเรื่องเดิม
- แสดงว่าผู้พูดสงสัยคำบรรยายนั้น
- ช่วยเน้นคำบรรยายในประโยคก่อนหน้า
ดูคำตอบ
ช่วยเน้นคำบรรยายในประโยคก่อนหน้า
You can go an entire weekend without talking. ไวยากรณ์
0:59คุณสามารถอยู่ได้ทั้งวันหยุดสุดสัปดาห์โดยไม่ต้องพูดเลย
go + ช่วงเวลา + without + -ing
ใน You can go an entire weekend without talking คำว่า go หมายถึงการดำเนินต่อไปหรือผ่านช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปยังอีกสถานที่หนึ่ง โครงสร้าง go + ช่วงเวลา + without + -ing หมายความว่าการกระทำนั้นไม่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาดังกล่าว An entire weekend เน้นระยะเวลาทั้งหมด without เป็นคำบุพบท ดังนั้น talking จึงอยู่ในรูป -ing และต้องเปลี่ยน go ให้ตรงกับกาล เช่น went two days without sleeping
แบบฝึกหัด
เติมคำที่โครงสร้าง go + ช่วงเวลา + without + -ing ต้องการลงในประโยค: During the retreat, Maya went two days ____ using her phone.
ดูคำตอบ
without
like living in a vacuum: อุปมาเพื่อสื่อถึงความเงียบและความโดดเดี่ยว
ในประโยคนี้ like living in a vacuum เป็นอุปมาถึงการอยู่ในสถานที่ที่รู้สึกเงียบมากและเหมือนถูกตัดขาดจากคนอื่นหรือกิจกรรมภายนอก คำว่า vacuum สื่อภาพของพื้นที่ว่างและแยกออกจากภายนอก ไม่ได้หมายถึงเครื่องดูดฝุ่น การเปรียบเทียบนี้เน้นความรู้สึกที่ภาพดังกล่าวสร้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงสุญญากาศทางวิทยาศาสตร์ตามตัวอักษร โดยทั่วไป like + -ing สามารถนำเสนอสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายว่าประสบการณ์หนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ like living in a vacuum สื่อถึงอะไร
- การอาศัยอยู่ในห้องที่ใช้ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์
- การใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้าน
- ชีวิตที่เงียบผิดปกติและรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ดูคำตอบ
ชีวิตที่เงียบผิดปกติและรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
just the soft hum of a fan or AC running. การใช้คำ
1:05มีเพียงเสียงหึ่งๆ เบาๆ ของพัดลมหรือแอร์ที่ทำงานอยู่
the soft hum of a fan or AC running: เสียงเครื่องจักรเบา ๆ ที่เป็นเสียงพื้นหลัง
Hum คือเสียงต่ำ สม่ำเสมอ และต่อเนื่อง วลี the soft hum of a fan or AC running หมายถึงเสียงพื้นหลังเบา ๆ ที่เกิดขึ้นขณะพัดลมหรือระบบปรับอากาศกำลังทำงาน ในที่นี้ just ทำให้เสียงดังกล่าวดูเหมือนเป็นสิ่งเดียวที่ได้ยิน จึงย้ำว่าบริเวณรอบ ๆ เงียบมาก ในบริบทชีวิตประจำวันแบบอเมริกันนี้ AC หมายถึง air conditioning หรือเครื่องปรับอากาศ
แบบฝึกหัด
the soft hum of a fan or AC running ในที่นี้บรรยายถึงอะไร
- เสียงคนพูดคุยกันดัง ๆ ในห้อง
- เสียงเครื่องจักรกระแทกดังอย่างกะทันหัน
- เสียงเครื่องจักรที่เบาและสม่ำเสมอ
ดูคำตอบ
เสียงเครื่องจักรที่เบาและสม่ำเสมอ
rest on ... for a while: พักบนบางสิ่งสักครู่
Rest on the sofa or bed หมายถึงผ่อนคลายโดยนั่งหรือนอนบนพื้นผิวใดพื้นผิวหนึ่ง ในที่นี้ on บอกตำแหน่งที่บุคคลพัก For a while เพิ่มความหมายว่าเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ไม่ได้ระบุแน่นอน โครงสร้าง rest on + พื้นผิวที่รองรับร่างกาย + for a while ใช้บอกการพักสั้น ๆ โดยไม่ต้องระบุว่ากี่นาที
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย on และวลีเป้าหมายที่หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งไม่ระบุแน่นอน: After practice, Maya rested ____ the bench ____.
ดูคำตอบ
on · for a while
start thinking about what to eat: เริ่มคิดว่าจะกินอะไร
Start thinking about หมายถึงเริ่มพิจารณาบางสิ่ง ในประโยคนี้มี what to eat tonight ตามหลังเพื่อบอกว่ากำลังพิจารณาตัวเลือกเรื่องใด What to eat เป็นอนุประโยคโครงสร้างคำแสดงคำถาม + to-infinitive และทำหน้าที่คล้ายกลุ่มคำนามหลัง about ไม่ใช่คำถามตรง จึงไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามตรง โครงสร้างเดียวกันพบได้ใน where to go, how to begin และ which one to choose
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ started thinking about และโครงสร้างคำแสดงคำถาม + to-infinitive: Lena ____ which bus ____ for the trip.
ดูคำตอบ
started thinking about · to take
At this time ในฐานะคำบอกการดำเนินไปของลำดับ
ในบริบทนี้ At this time ชี้ถึงช่วงที่ลำดับเหตุการณ์เพิ่งดำเนินมาถึง วลีนี้พาคำอธิบายจากสถานการณ์ทั่วไปไปสู่การกระทำเฉพาะที่เกิดขึ้นต่อไป วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเวลาปัจจุบันจริงของผู้พูดเสมอไป จุดอ้างอิงด้านเวลามาจากเรื่องราวหรือกระบวนการ ดังนั้นในที่นี้จึงหมายถึง “ณ จุดนี้ของลำดับ”
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของ At this time ในบริบทนี้คืออะไร
- พาคำอธิบายไปยังช่วงที่การกระทำถัดไปเกิดขึ้น
- บอกเวลาตามนาฬิกาที่แน่นอนของผู้พูด
- แสดงความขัดแย้งระหว่างสองความคิดเห็น
ดูคำตอบ
พาคำอธิบายไปยังช่วงที่การกระทำถัดไปเกิดขึ้น
all kinds of + คำนาม เพื่อแสดงความหลากหลาย
all kinds of หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน” ทำให้ผู้พูดบอกถึงความหลากหลายได้โดยไม่ต้องแจกแจงแต่ละชนิด โครงสร้างคือ all kinds of + คำนาม ใช้คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น all kinds of games หรือคำนามนับไม่ได้ เช่น all kinds of food ในประโยคต้นฉบับ food เป็นคำนามนับไม่ได้และหมายถึงอาหารโดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน”: The community center offers ____ classes.
ดูคำตอบ
all kinds of
ทักษะการทำอาหารของคุณค่อย ๆ พัฒนาขึ้น
skills improve เป็นรูปแบบประธานกับกริยาที่เป็นธรรมชาติสำหรับบอกว่าความสามารถดีขึ้น ในประโยคนี้ Your cooking skills เป็นประธาน และ improved ใช้เป็นกริยาอกรรม คือทักษะนั้นดีขึ้นเอง จึงไม่มีกรรมตามหลังกริยา have gradually improved ใช้รูป present perfect เพื่อแสดงการพัฒนาอย่างช้า ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วน gradually เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทีละน้อย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ writing skills เป็นประธานของความสามารถที่ดีขึ้นเอง
- My writing skills have gradually improved.
- Regular practice has gradually improved my writing skills.
- I have gradually improved my writing skills.
ดูคำตอบ
My writing skills have gradually improved.
and you have begun to learn how to make your favorite recipes. ไวยากรณ์
1:27และคุณเริ่มเรียนรู้วิธีทำสูตรอาหารที่คุณโปรดปราน
ได้เริ่มเรียนรู้วิธีทำ
Have begun to learn รวมรูปแบบกริยาสองแบบเข้าด้วยกัน have begun to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่ากิจกรรมหนึ่งได้เริ่มขึ้นแล้วและยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน โดยกริยารูปพื้นฐานในที่นี้คือ learn learn how to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุทักษะหรือวิธีที่กำลังเรียน ดังนั้น have begun to learn how to make จึงหมายถึงได้เริ่มเรียนรู้วิธีทำบางสิ่งแล้ว how to make เป็นวลี infinitive ที่อยู่ในประโยค ไม่ใช่คำถามโดยตรง
แบบฝึกหัด
ใช้ have begun to + learn how to เติมประโยคให้สมบูรณ์: She ____ fix the bike herself.
ดูคำตอบ
has begun to learn how to
know how to repair ... and how to install: รู้วิธีซ่อม……และวิธีติดตั้ง
โครงสร้าง know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงรู้วิธีทำบางอย่าง และมักสื่อด้วยว่าสามารถลงมือทำได้จริง ในที่นี้ know ครอบคลุมวลี how to ที่วางขนานกันสองวลี คือ how to repair ... และ how to install ... วลีที่สองไม่กล่าว know ซ้ำ โดย and เชื่อมทักษะทั้งสองไว้ภายใต้ know ตัวเดียวกัน หลัง how to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน ไม่ใช้ลำดับคำแบบประโยคคำถามเต็มรูป
แบบฝึกหัด
เติมวลีทักษะสองวลีที่วางขนานกันโดยใช้คำกริยา reset และ update: Maya knows ____ the router and ____ its software.
ดูคำตอบ
how to reset · how to update
dress up your space: ตกแต่งพื้นที่ของคุณ
ใน dress up your space คำว่า dress up หมายถึงตกแต่งพื้นที่หรือเพิ่มรายละเอียดที่ทำให้พื้นที่ดูน่าสนใจขึ้น เมื่อสถานที่หรือสิ่งของเป็นกรรมของ dress up วลีนี้สามารถหมายถึงการปรับรูปลักษณ์ให้ดีขึ้น ไม่ใช่การสวมเสื้อผ้าให้สิ่งนั้น space ในที่นี้หมายถึงห้อง บ้าน หรือบริเวณอื่นที่คุณใช้งาน ไม่ใช่อวกาศ
แบบฝึกหัด
ในวลี dress up your space คำว่า dress up หมายถึงอะไร
- เดินทางสู่อวกาศ
- สวมเสื้อผ้าแบบเป็นทางการให้ตัวเอง
- ตกแต่งพื้นที่หรือทำให้ดูน่าสนใจขึ้น
ดูคำตอบ
ตกแต่งพื้นที่หรือทำให้ดูน่าสนใจขึ้น
make your room the most satisfied: การใช้ satisfied ที่ไม่เป็นธรรมชาติ
ความหมายที่ต้องการสื่อคือ “จัดห้องจนเป็นแบบที่คุณต้องการทุกอย่าง” แต่ make your room the most satisfied ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ โดยปกติ satisfied ใช้อธิบายคนหรือผู้ที่รู้สึกพอใจ ดังนั้นข้อความนี้จึงฟังเหมือนกับว่าห้องมีความรู้สึก ในโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ คำคุณศัพท์จะอธิบายสภาพสุดท้ายของกรรม จึงควรเลือกคำที่ใช้อธิบายห้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น comfortable หรือให้คนเป็นผู้รู้สึกพอใจโดยพูดว่า be satisfied with your room หากต้องการเน้นว่าผลลัพธ์ได้ตามมาตรฐานที่ตนพอใจ ให้ใช้ decorate your room to your satisfaction
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเธอจัดห้องจนพอใจกับผลลัพธ์?
- She made the room very satisfied.
- She decorated the room to her satisfaction.
- The room was satisfied with her decorating.
ดูคำตอบ
She decorated the room to her satisfaction.
All the space around you can be used to reflect your complete mindset. ไวยากรณ์
1:43พื้นที่ทั้งหมดรอบตัวคุณสามารถใช้สะท้อนกรอบความคิดทั้งหมดของคุณได้
can be used to reflect: โครงสร้างกรรมวาจกที่แสดงจุดประสงค์
Can be used to reflect หมายถึง “สามารถใช้เป็นวิธีแสดงหรือสื่อบางสิ่งได้” can เป็นกริยาช่วย be used เป็นรูปกรรมวาจก และ to reflect เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ ในประโยคนี้ พื้นที่รอบตัวสามารถเป็นสื่อที่ใช้แสดงกรอบความคิดโดยรวมของคนคนหนึ่งได้ ในที่นี้ be used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายจุดประสงค์หรือหน้าที่ ไม่ใช่โครงสร้าง used to + กริยารูปพื้นฐาน ที่หมายถึงนิสัยในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ be used to do เพื่อแสดงจุดประสงค์: Color choices can ____ a team's identity.
ดูคำตอบ
be used to reflect
all the time: ตลอดเวลาหรือบ่อยมาก
all the time เป็นวลีวิเศษณ์บอกเวลาที่หมายถึง “อย่างต่อเนื่อง” หรือ “บ่อยมาก” ในที่นี้หมายความว่าคุณสามารถเปิดเพลงของตัวเองต่อไปได้เมื่อใดก็ตามที่ต้องการ ในภาษาพูดทั่วไป วลีนี้มักใช้สรุปนิสัยที่เกิดซ้ำหรือสถานการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ได้ยืนยันเสมอไปว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นทุกวินาที
แบบฝึกหัด
all the time หมายความว่าอะไรในประโยคนี้: Maya checks her phone all the time?
- เธอใช้เวลาของคนอื่นทุกคน
- เธอตรวจดูโทรศัพท์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่แน่นอน
- เธอตรวจดูโทรศัพท์บ่อยมาก
ดูคำตอบ
เธอตรวจดูโทรศัพท์บ่อยมาก
dance like nobody's watching: แสดงความเป็นตัวเองอย่างอิสระ
dance like nobody's watching เป็นถ้อยคำให้กำลังใจ หมายถึงเต้นอย่างเป็นอิสระและมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร like ใช้เปิดสถานการณ์สมมติว่าให้ทำราวกับไม่มีใครกำลังมองอยู่ ประโยคนี้ไม่ได้รายงานว่าสถานที่นั้นไม่มีคนจริง ๆ หรือได้ตรวจแล้วว่าไม่มีกล้อง
แบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับความหมายของ dance like nobody's watching มากที่สุด
- ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าไม่มีใครมองเห็นคุณก่อนเต้น
- สนุกกับตัวเองโดยไม่กังวลกับความคิดเห็นของคนอื่น
- ละเลยกฎความปลอดภัยทั้งหมดทุกครั้งที่เต้น
ดูคำตอบ
สนุกกับตัวเองโดยไม่กังวลกับความคิดเห็นของคนอื่น
take X to a whole new level: ยกระดับ X ไปสู่อีกขั้นใหม่อย่างสิ้นเชิง
Take X to a whole new level หมายถึงทำให้ X ก้าวหน้าขึ้น เข้มข้นขึ้น หรือสุดขั้วขึ้นกว่าเดิมมาก โครงสร้างคือ take + X + to a whole new level โดย X ในที่นี้คือวลีที่ยกมา dance like nobody's watching ประโยคนี้ใช้การกล่าวเกินจริงแบบขบขัน การอยู่คนเดียวทำให้แนวคิดเรื่องการเต้นอย่างอิสระดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้น level ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ชั้นอาคารหรือความสูงจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย take X to a whole new level: The new coach ____ the team's training ____.
ดูคำตอบ
takes · to a whole new level
are ready to go to bed: โครงสร้าง be ready to + คำกริยา
be ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงพร้อมที่จะทำสิ่งหนึ่ง ใน are ready to go to bed หมายถึงคุณพร้อมจะเข้านอน โดย are ใช้ให้สอดคล้องกับประธาน you และหลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน go ใช้ ready to หน้าคำกริยา เช่น ready to leave และ ready to start ส่วน ready for ใช้หน้าคำนาม ดังนั้น ready for go จึงไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be ready to: We ____ begin the presentation now.
ดูคำตอบ
are ready to
set aside some time: กันเวลาไว้ส่วนหนึ่ง
set aside some time หมายถึงการตั้งใจกันช่วงเวลาหนึ่งไว้เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ในที่นี้ set aside เป็นกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการย้ายเวลาไปไว้ด้านข้างจริง ๆ โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ set aside time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ to chat with friends บอกจุดประสงค์ของเวลาที่กันไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย set aside some time: Please ____ to review your notes tonight.
ดูคำตอบ
set aside some time
chat with friends: คุยสบาย ๆ กับเพื่อน
chat with friends หมายถึงการพูดคุยกับเพื่อนอย่างผ่อนคลายและไม่เป็นทางการ chat มักสื่อถึงการโต้ตอบกันอย่างเป็นกันเอง มากกว่าการอภิปรายที่เป็นทางการหรือมีโครงสร้างชัดเจน ใช้ chat with + บุคคล เพื่อบอกคู่สนทนา และใช้ chat about + หัวข้อ เพื่อบอกเรื่องที่คุยกัน: We chatted with Maya about the movie.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าคุณพูดคุยกับเพื่อนอย่างผ่อนคลายและไม่เป็นทางการ
- I discuss the schedule with my friends after dinner.
- I chat with friends after dinner.
- I contact my friends after dinner.
ดูคำตอบ
I chat with friends after dinner.
and then make an appointment to come out and get together. โน้ต
2:04แล้วนัดหมายออกมาพบปะสังสรรค์กัน
make an appointment: การนัดหมายแบบเป็นทางการกับการนัดเพื่อน
make an appointment หมายถึงการกำหนดเวลาที่ชัดเจนสำหรับการพบหรือรับบริการ โดยทั่วไปจะสื่อถึงนัดที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและค่อนข้างเป็นทางการ เช่น นัดพบแพทย์ นัดรับบริการที่ร้านเสริมสวย นัดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือประชุมธุรกิจ ในประโยคนี้ จุดประสงค์คือการพบปะกับเพื่อนแบบสบาย ๆ ดังนั้น make an appointment จึงฟังดูเป็นทางการเกินกว่าปกติ สำหรับสถานการณ์นี้ make plans หรือ arrange to meet มักจะเป็นธรรมชาติกว่า
แบบฝึกหัด
คุณกำลังนัดเพื่อนแบบสบาย ๆ เพื่อพบกันวันเสาร์ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด?
- Let's make plans for Saturday.
- Let's make an appointment for Saturday.
- Let's book a consultation for Saturday.
ดูคำตอบ
Let's make plans for Saturday.
get together: พบปะและใช้เวลาร่วมกัน
get together เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการพบและใช้เวลาร่วมกับคนอื่น โดยทั่วไปใช้ในสถานการณ์ทางสังคมที่สบาย ๆ ในประโยคนี้ and เชื่อมกิจกรรมดังกล่าวกับ come out ในที่นี้วลีมีความหมายเกี่ยวกับการเข้าสังคม ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่าขยับคนหรือสิ่งของให้เข้าใกล้กัน วลีเดียวกันนี้ใช้กับการใช้เวลาร่วมกับเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานที่สนิทแบบไม่เป็นทางการได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “พบปะกันทางสังคม”: We should ____ for coffee next week.
ดูคำตอบ
get together
Then you start to arrange your own entertainment activities, วลี
2:08จากนั้นคุณก็เริ่มจัดกิจกรรมบันเทิงของตัวเอง
start to arrange your own entertainment activities: เริ่มวางแผนกิจกรรมยามว่างของตัวเอง
ในที่นี้ arrange หมายถึงวางแผนและจัดการ ไม่ใช่จัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ กรรมของคำนี้คือ your own entertainment activities ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะทำกิจกรรมยามว่างอะไรและทำเมื่อไร โครงสร้าง start to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกจุดเริ่มต้นของการกระทำหรือนิสัยใหม่ ส่วน your own เน้นว่าคุณเป็นผู้วางแผนเอง ไม่ใช่คนอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ arrange ในความหมายว่าจัดวางแผนเหมือนกับตัวอย่าง
- Jordan arranged his study activities for the school break.
- Jordan arranged the books from tallest to shortest.
- Jordan canceled every activity during the school break.
ดูคำตอบ
Jordan arranged his study activities for the school break.
do some handicrafts: ทำงานประดิษฐ์
ใน do some handicrafts คำว่า do นำเสนอ handicrafts ว่าเป็นกิจกรรมที่เราเข้าร่วม ส่วน some ทำให้กิจกรรมนั้นไม่เฉพาะเจาะจง คือใช้เวลาทำงานฝีมือประเภทนี้โดยไม่ได้ระบุโครงงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง Handicrafts อาจหมายถึงสิ่งของที่ทำด้วยมือหรือกิจกรรมการทำสิ่งของเหล่านั้น เช่น การทอ งานกระดาษ หรืองานไม้แบบง่าย ๆ ไม่ได้หมายถึงงานบ้านทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้คู่กันตามที่เรียนเพื่อสื่อถึงการเข้าร่วมกิจกรรม: At the community center, we ____ some handicrafts together every Saturday.
ดูคำตอบ
do
learn how to play a new instrument: การเรียนรู้วิธีทำทักษะหนึ่ง
Learn how to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการเรียนรู้ความรู้หรือขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ how to play ระบุทักษะที่กำลังเรียนอยู่ วลีนี้จึงเน้นการเรียนรู้วิธีเล่น โครงสร้างนี้ใช้กับทักษะอื่นได้อีกมาก เช่น learn how to cook, learn how to swim หรือ learn how to use a tool
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อให้ประโยคหมายถึงการเรียนรู้วิธีเล่น: I want to learn ____ to play the piano.
ดูคำตอบ
how
In short, ในฐานะคำบอกการสรุป
In short เป็นคำบอกว่าจะมีการสรุป โดยบอกผู้ฟังหรือผู้อ่านว่าข้อความถัดไปจะย่อรายละเอียดก่อนหน้าให้เหลือประเด็นสำคัญหนึ่งประเด็น short ในที่นี้ไม่ได้บอกระยะเวลา วลีทั้งชุดหมายถึง «พูดอย่างสั้น ๆ» และช่วยปิดหรือย่อแนวคิดที่กล่าวมา
แบบฝึกหัด
In short, บอกให้ผู้ฟังคาดว่าจะได้ยินอะไรต่อไป
- การสรุปประเด็นก่อนหน้าอย่างสั้น ๆ
- การบอกว่าเหตุการณ์ถัดไปจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
- การยกตัวอย่างอย่างละเอียด
ดูคำตอบ
การสรุปประเด็นก่อนหน้าอย่างสั้น ๆ
feel a little overwhelmed: รู้สึกว่ารับมือไม่ไหวอยู่บ้าง
ในประโยคนี้ feel a little overwhelmed หมายถึงรู้สึกว่าความรับผิดชอบใหม่มีมากเกินกว่าจะรับมือได้อย่างสบายใจ Overwhelmed บอกถึงแรงกดดันทางความคิดหรืออารมณ์ ไม่ใช่แค่มีหลายอย่างต้องทำ โครงสร้าง feel + คำคุณศัพท์ใช้บอกสภาวะ ส่วน a little ช่วยลดระดับความรุนแรง ผู้พูดคาดว่าจะรู้สึกลำบากอยู่บ้างในช่วงแรก แต่ไม่ถึงกับตื่นตระหนกอย่างสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคนคนหนึ่งมีงานมากเกินกว่าที่ตนรู้สึกว่าจะรับมือได้
- I feel entertained by the new schedule.
- I feel busy, but everything is under control.
- I feel overwhelmed by all these urgent requests.
ดูคำตอบ
I feel overwhelmed by all these urgent requests.
fall in love with it: หลงรักการใช้ชีวิตแบบนั้น
ในที่นี้ fall in love with it เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเริ่มชอบประสบการณ์การอยู่คนเดียวมาก ๆ ไม่ได้หมายถึงการตกหลุมรักคู่รัก Fall in love with เน้นการเปลี่ยนไปสู่ความรู้สึกเชิงบวกที่รุนแรง รูปอนาคต will fall คาดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นภายหลัง จึงให้ความรู้สึกที่แรงและเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดกว่าเพียงพูดว่า will like it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ fall in love with: After one week by the sea, Leo ____ the quiet town.
ดูคำตอบ
fell in love with
will be freer ... will be more responsible for yourself: คำขั้นกว่าแบบขนาน
อนุประโยคทั้งสองใช้โครงสร้างอนาคตแบบเดียวกัน คือ will be + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า และใช้ and วางผลลัพธ์สองอย่างไว้คู่กัน การกล่าว you will be ซ้ำช่วยให้การเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่างชัดเจนเท่ากัน ในภาษาพูดทั่วไปสามารถละ you will be ตัวที่สองได้เช่นกัน: you will be freer and more responsible for yourself. การสร้างคำขั้นกว่าในแต่ละอนุประโยคต่างกัน โดย free เปลี่ยนเป็น freer ส่วน responsible ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่ยาวกว่าใช้ more โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับสรุปว่าบุคคลหรือสถานการณ์หนึ่งคาดว่าจะเปลี่ยนแปลงในสองด้านอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ calm และ confident: With practice, you will be ____ and you will be ____.
ดูคำตอบ
calmer · more confident
more responsible for yourself: รับผิดชอบตัวเอง
More responsible for yourself หมายถึงมีความสามารถหรือความตั้งใจมากขึ้นในการจัดการความต้องการ การตัดสินใจ และผลที่ตามมาของตนเอง ในที่นี้ for yourself ระบุว่าบุคคลที่คุณต้องรับผิดชอบคือตัวคุณเอง ไม่ได้หมายเพียงว่า “เพื่อประโยชน์ของตัวเอง” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be responsible for + บุคคลหรือสิ่งต่าง ๆ โดย more ขยาย responsible เพื่อแสดงว่าระดับความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “รับผิดชอบต่อ”: As you become independent, you need to be ____ yourself.
ดูคำตอบ
responsible for
need to learn to + กริยา ... by yourself: ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะทำสิ่งหนึ่งด้วยตนเอง
Need to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องจำเป็น ในประโยคนี้ กริยาหลัง need to คือ learn และ learn to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการค่อย ๆ พัฒนาความสามารถ: need to learn to live By yourself เพิ่มความหมายว่าทำหรือจัดการบางสิ่งอย่างเป็นอิสระ เมื่อใช้กับ live ยังอาจหมายถึงอยู่โดยไม่มีคนอื่นอยู่ในบ้านเดียวกันด้วย เมื่อรวมกัน ประโยคนี้นำเสนอการใช้ชีวิตอย่างอิสระว่าเป็นความสามารถที่คนเราต้องพัฒนาในสักวันหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ need to learn to และกริยา handle: At your first job, you ____ simple tasks by yourself.
ดูคำตอบ
need to learn to handle