Re: ปัญหาของระบบคณะผู้เลือกตั้ง – เมือง เขตปริมณฑล การเลือกตั้ง และสหรัฐอเมริกา: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
710 คำ 163 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ผู้พูดแก้ข้อโต้แย้งเดิมเรื่องคณะผู้เลือกตั้งที่ใช้ขอบเขตเมืองแทนเขตมหานคร แล้วตรวจสอบคำกล่าวว่าระบบนี้เป็นตัวแทนหลายรัฐหรือคุ้มครองรัฐเล็ก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "was wrong to use" และ "rather than" — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ยอมรับตัวเลือกที่ผิดและเปรียบเทียบกับทางเลือกที่ดีกว่าเมื่อตรวจทานหรืออภิปราย 2. "gets at" — กริยาวลี: เข้าใจว่าแปลว่า “เปิดเผยแก่นของปัญหา” ไม่ใช่การเคลื่อนที่ เพื่ออธิบายแผนที่ หลักฐาน หรือข้อโต้แย้ง 3. "Electoral College votes" และ "aren't really votes, but are individual members of the political parties" — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: แยกยอดคะแนนคณะผู้เลือกตั้งออกจากตัวผู้เลือกตั้งที่ลงคะแนนประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello Internet.

0:00

สวัสดีอินเทอร์เน็ต

Let's talk about this map,

0:01

มาพูดถึงแผนที่นี้กัน

this argument,

0:02

ข้อโต้แย้งนี้

and the Electoral College in general.

0:03

และระบบคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) โดยรวม

In my Trouble with the Electoral College video from 2011,

0:05

ในวิดีโอเรื่องปัญหาของคณะผู้เลือกตั้งในปี 2011 ของผม

I was wrong to use the city limits for that part of the argument ไวยากรณ์

0:09

ผมผิดเองที่ใช้ขอบเขตเมืองสำหรับข้อโต้แย้งส่วนนั้น

rather than the more expansive metro area.

0:14

แทนที่จะใช้เขตมหานครที่กว้างขวางกว่า

ไวยากรณ์

การยอมรับว่าเลือกผิดด้วย was wrong to use ... rather than

Was wrong to use ใช้โครงสร้าง be wrong to + กริยารูปพื้นฐาน ผู้พูดใช้เพื่อมองย้อนกลับไปและยอมรับว่าการกระทำหรือทางเลือกหนึ่งผิดพลาดหรือไม่เหมาะสม Wrong ประเมินการตัดสินใจเลือกใช้ขอบเขตเมือง ไม่ได้หมายความว่าตัวขอบเขตนั้นเป็นข้อมูลเท็จ Rather than นำหน้าทางเลือกที่ไม่ได้เลือก ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบการใช้ขอบเขตเมืองกับการใช้เขตมหานครที่กว้างกว่า และเสนอว่าเขตมหานครเป็นเกณฑ์ที่เหมาะกว่าสำหรับข้อโต้แย้งส่วนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนเพื่อยอมรับว่าเลือกผิดและระบุทางเลือกที่ดีกว่า: I ____ the short survey ____ the full interview.

ดูคำตอบ

was wrong to use · rather than

The lawyerish nerd inside of me still wants to argue สำนวน

0:16

ความเป็นเนิร์ดที่มีนิสัยเหมือนทนายในตัวผมก็ยังอยากจะเถียงอยู่ดี

technically correct on that one. การใช้คำ

0:19

ว่าเรื่องนั้นมันถูกต้องในทางเทคนิค

สำนวน

The lawyerish nerd inside of me ในฐานะอุปลักษณ์ของบุคลิกด้านใน

The lawyerish nerd inside of me เปรียบด้านหนึ่งของบุคลิกผู้พูดเป็นตัวละครที่อยู่ภายใน หมายถึงด้านที่ชอบรายละเอียดและคิดแบบนักกฎหมายยังอยากยืนยันว่าประเด็นนั้นถูกต้องในเชิงเทคนิค ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเป็นทนายหรือมีอีกคนอยู่ในร่างจริง ๆ Lawyerish เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่สร้างขึ้นอย่างขำ ๆ หมายถึงคล้ายทนาย โดยเฉพาะเรื่องการใส่ใจกับคำนิยามที่แม่นยำ ส่วน nerd เป็นการแซวตัวเองในที่นี้ จึงช่วยลดความแข็งของการโต้แย้งและเพิ่มอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

The lawyerish nerd inside of me หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. ด้านหนึ่งของบุคลิกผู้พูดที่คิดคล้ายทนายและใส่ใจรายละเอียด
  2. อีกคนหนึ่งที่อยู่ในร่างของผู้พูดจริง ๆ
  3. หลักฐานว่าผู้พูดทำงานเป็นทนาย
ดูคำตอบ

ด้านหนึ่งของบุคลิกผู้พูดที่คิดคล้ายทนายและใส่ใจรายละเอียด

การใช้คำ

“technically correct”: ถูกต้องตามกฎในความหมายแคบ

วลี technically correct หมายถึงถูกต้องตามนิยาม กฎ หรือการตีความแบบแคบอย่างเคร่งครัด ในที่นี้ technically หมายถึง “ถ้าพูดอย่างเคร่งครัด” ไม่ใช่ “ในทางเทคโนโลยี” วลีนี้มักแฝงข้อสงวนไว้ว่า รายละเอียดอาจถูกต้อง แต่ข้ออ้างโดยรวม ข้อสรุปในทางปฏิบัติ หรือประเด็นหลักยังอาจไม่หนักแน่น ดังนั้น การบอกว่าบางอย่าง technically correct จึงไม่ได้หมายถึงเห็นด้วยทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับคำอธิบาย technically correct มากที่สุด?

  1. คำตอบเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
  2. คำตอบผิดอย่างสิ้นเชิงตามกฎ
  3. คำตอบทำตามกฎอย่างถูกต้องทุกคำ แต่พลาดประเด็นในทางปฏิบัติ
ดูคำตอบ

คำตอบทำตามกฎอย่างถูกต้องทุกคำ แต่พลาดประเด็นในทางปฏิบัติ

I used the city boundaries

0:20

ผมใช้ขอบเขตเมือง

because the metro areas are often vague and absurdly large.

0:21

เพราะเขตมหานครมักจะคลุมเครือและใหญ่โตจนไร้สาระ

The New York metro area is 6,700 plus square miles

0:25

เขตมหานครนิวยอร์กมีขนาดกว่า 6,700 ตารางไมล์

over four states.

0:29

ครอบคลุมพื้นที่ถึงสี่รัฐ

And from where I partly grew up, กริยาวลี

0:30

และจากสถานที่ที่ผมเติบโตมาส่วนหนึ่ง

it seemed that a lot of that area

0:33

ดูเหมือนว่าพื้นที่เหล่านั้นจำนวนมาก

had nothing to do with New York City proper. โน้ต

0:35

ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเมืองนิวยอร์กเลย

กริยาวลี

“grew up”: ใช้ชีวิตในวัยเด็กที่สถานที่หนึ่ง

ใน grew up คำว่า grow up หมายถึงใช้ชีวิตในวัยเด็กและเติบโตในสถานที่หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วเพิ่งย้ายไปที่นั่นภายหลัง ใน from where I partly grew up คำว่า where บอกสถานที่อยู่แล้ว จึงไม่ต้องมี in หลัง grew up ส่วน partly แสดงว่าสถานที่นั้นเป็นบ้านของผู้พูดเพียงช่วงหนึ่งของวัยเด็ก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ใช้ชีวิตในวัยเด็กที่นั่น”: Maya was born in Toronto, but she spent most of her childhood in Vancouver. She ____ in Vancouver.

ดูคำตอบ

grew up

วลี

have nothing to do with: ไม่เกี่ยวข้องกับ

ในประโยคนี้ had nothing to do with หมายถึง “ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ” หรือ “ไม่ได้รู้สึกผูกพันเป็นส่วนเดียวกับ” ผู้พูดกำลังบอกว่าพื้นที่ส่วนใหญ่แถบนั้นให้ความรู้สึกแยกออกจากนครนิวยอร์กเอง โครงสร้างคือ have + nothing + to do with + คำนาม คำสรรพนาม หรือหัวข้อ ในที่นี้ do ไม่ได้หมายถึงการทำงานอย่างหนึ่ง แต่ทั้งวลีบอกว่าไม่มีความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง ต้องเปลี่ยน have ให้ตรงกับประธานและเวลา เช่น has nothing to do with และ had nothing to do with

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวจากบทเรียน โดยใช้รูปที่สอดคล้องกับประธาน: The color of the folder ____ the quality of the report.

ดูคำตอบ

has nothing to do with

การใช้คำ

New York City proper: proper ที่วางหลังชื่อสถานที่

New York City proper หมายถึงนครนิวยอร์กภายในเขตเมืองที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่เขตมหานครที่กว้างกว่า ในที่นี้ proper อยู่หลังชื่อสถานที่และจำกัดสิ่งที่กล่าวถึงให้เหลือเฉพาะหน่วยที่นิยามไว้อย่างเป็นทางการหรือเคร่งครัด การใช้ proper หลังคำนามแบบนี้มักพบหลังคำอย่าง city, town, island หรือชื่อสถานที่เฉพาะ ไม่ได้หมายถึง “เหมาะสม” หรือ “ประพฤติดี” แต่ชี้ถึงตัวหน่วยในความหมายแคบ

แบบฝึกหัด

พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งอยู่ภายในเขตเมืองทางการ แต่อยู่ไกลจากใจกลางเมือง วลีใดหมายถึงพื้นที่ทั้งหมดภายในเขตทางการนั้น

  1. the city centre
  2. the city proper
  3. the metropolitan area
ดูคำตอบ

the city proper

So at the time,

0:37

ดังนั้นในเวลานั้น

I disregarded the metro boundaries.

0:38

ผมจึงไม่สนใจเขตแดนมหานคร

But using the strict city boundaries

0:40

แต่การใช้ขอบเขตเมืองที่เคร่งครัด

in that video was the wrong decision

0:42

ในวิดีโอนั้นถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด

in retrospect. วลี

0:45

เมื่อมองย้อนกลับไป

วลี

in retrospect: ประเมินการตัดสินใจในอดีตอีกครั้ง

in retrospect หมายถึงการมองย้อนกลับไปยังสถานการณ์ในอดีตโดยใช้ความรู้ที่มีอยู่ในตอนนี้ วลีนี้สื่อถึงการประเมินภายหลัง ไม่ใช่เพียงการนึกถึงความทรงจำ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอความเห็นภายหลังของผู้พูดว่าทางเลือกก่อนหน้านั้นผิด มักใช้เมื่อต้องการแก้ไขหรือยอมรับการตัดสินในอดีตด้วยน้ำเสียงที่ไตร่ตรองและสุขุม

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดเพื่อแสดงการประเมินการตัดสินใจในอดีตภายหลัง? ____, I should have saved a copy before editing the file.

  1. From memory
  2. At first
  3. In retrospect
ดูคำตอบ

In retrospect

In addition to being a bad argument to make, ไวยากรณ์

0:46

นอกเหนือจากการเป็นข้อโต้แย้งที่แย่แล้ว

it also doesn't address the concerns วลี

0:48

มันยังไม่ได้จัดการกับข้อกังวล

this map expresses.

0:51

ที่แผนที่นี้แสดงให้เห็นด้วย

ไวยากรณ์

In addition to being: เพิ่มประเด็นหนึ่งก่อนกล่าวอีกประเด็น

In addition to หมายถึง “นอกจาก……แล้ว” และตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive ดังนั้นจึงต้องใช้ being วลีเปิดประโยคเพิ่มคำวิจารณ์หนึ่งข้อก่อนที่ประโยคหลักจะเสนออีกข้อหนึ่ง คำว่า also ในประโยคหลักย้ำว่าข้อโต้แย้งนี้มีปัญหามากกว่าหนึ่งอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายที่ขึ้นต้นด้วย In addition to: ____ lightweight, this laptop has a long battery life.

ดูคำตอบ

In addition to being

วลี

address the concerns: จัดการกับข้อกังวล

ในประโยคนี้ address the concerns หมายถึงการจัดการหรือตอบสนองต่อข้อกังวลหรือปัญหาที่แผนที่แสดงออกมาโดยตรง คำว่า address ในที่นี้เป็นคำกริยาที่ค่อนข้างเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงที่อยู่ทางไปรษณีย์ การจัดการกับข้อกังวลอาจหมายถึงการตอบสนอง การตรวจสอบ หรือการลงมือทำบางอย่าง แต่ตัวสำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าข้อกังวลนั้นได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย address the concerns ในตัวอย่างได้ดีที่สุด

  1. ข้อโต้แย้งนี้พิสูจน์ว่าข้อกังวลทุกอย่างได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แล้ว
  2. ข้อโต้แย้งนี้ให้ที่อยู่ทางไปรษณีย์หรืออีเมลแก่ข้อกังวล
  3. ข้อโต้แย้งนี้จัดการโดยตรงกับข้อกังวลที่แผนที่ทำให้เกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ข้อโต้แย้งนี้จัดการโดยตรงกับข้อกังวลที่แผนที่ทำให้เกิดขึ้น

And this is correct.

0:53

และนี่คือเรื่องจริง

Half the population does live in the gray counties. ไวยากรณ์

0:55

ประชากรครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในเคาน์ตีสีเทาจริงๆ

ไวยากรณ์

การเน้นด้วย does live

ในประโยคบอกเล่านี้ does ใช้เพื่อเน้นว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นจริง หรือผู้พูดกำลังยืนยันข้อเท็จจริงแม้ว่าจะมีข้อสงสัยหรือความขัดแย้ง รูปแบบธรรมดา Half the population lives ... เพียงบอกข้อเท็จจริงโดยไม่มีน้ำหนักในการแก้ความเข้าใจผิดเท่ากัน หลัง does ที่ใช้เน้น ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน live ไม่ใช่ lives: does live นี่คือโครงสร้าง emphatic do ได้แก่ do/does/did + กริยารูปพื้นฐานในประโยคบอกเล่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย emphatic do เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงที่ถูกสงสัย: “Some people think Maya never calls, but she ____ every Sunday.”

ดูคำตอบ

does call

And more than that, ลำดับความ

0:58

และยิ่งไปกว่านั้น

the map gets at a fundamental division กริยาวลี

0:58

แผนที่นี้เข้าถึงการแบ่งแยกขั้นพื้นฐาน

in the United States and other countries

1:01

ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ

that leads partly to the politics we see.

1:03

ซึ่งส่วนหนึ่งนำไปสู่การเมืองที่เราเห็นกัน

ลำดับความ

more than that ในฐานะคำเชื่อมที่ช่วยต่อยอดข้อโต้แย้ง

more than that ในที่นี้ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบปริมาณ โดย that ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงที่เพิ่งกล่าวถึง และทั้งวลีหมายถึง “ประเด็นยังไปไกลกว่านั้น” หรือ “ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น” วลีนี้แสดงการขยับข้อโต้แย้งไปอีกขั้น คือยอมรับข้อเท็จจริงก่อนหน้าแล้วจึงเสนอข้อกล่าวอ้างที่กว้างหรือลึกกว่า เมื่อใช้ขึ้นต้นประโยคหรืออนุประโยคถัดไป มักมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ more than that เพื่อพัฒนาจากประเด็นหนึ่งไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่ลึกกว่า

  1. The repair costs more than that amount.
  2. The repair is cheaper. More than that, it will make the machine safer.
  3. The repair was delayed instead of that.
ดูคำตอบ

The repair is cheaper. More than that, it will make the machine safer.

กริยาวลี

gets at: เผยให้เห็นแก่นของประเด็น

gets at ในประโยคนี้หมายถึง “เข้าถึงหรือเผยให้เห็นประเด็นสำคัญของบางสิ่ง” กรรมที่เป็นนามธรรมอย่าง a fundamental division แสดงว่าแผนที่ไม่ได้เอื้อมถึงสิ่งใดจริง ๆ แต่ทำให้ความแตกแยกทางสังคมที่ลึกกว่านั้นปรากฏชัดขึ้น ใช้ get at + แนวคิดที่เป็นนามธรรม เมื่อหลักฐาน คำถาม ภาพ หรือคำอธิบายจับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังหัวข้อได้จริง ๆ ประธาน the map เป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม จึงต้องใช้ gets

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งเผยให้เห็นสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังปัญหา ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. The report gets around the problem by changing the subject.
  2. The report gets to the main office before noon.
  3. The report gets at the underlying cause of the problem.
ดูคำตอบ

The report gets at the underlying cause of the problem.

The difference between the rural and the urban.

1:06

นั่นคือความแตกต่างระหว่างชนบทและเมือง

If trends continue, ไวยากรณ์

1:09

หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป

a higher and higher percentage of the country ไวยากรณ์

1:10

เปอร์เซ็นต์ประชากรของประเทศที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

will live in urban areas.

1:12

จะอาศัยอยู่ในเขตเมือง

ไวยากรณ์

If trends continue, ... will ... สำหรับการคาดการณ์อนาคตแบบมีเงื่อนไข

“If trends continue” กำหนดเงื่อนไขให้กับการคาดการณ์ในประโยคหลัก หมายความว่าจะคาดว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรูปแบบที่เห็นในปัจจุบันยังดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายความว่าแนวโน้มนั้นจะดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน ในประโยคเงื่อนไขที่เป็นไปได้จริงเกี่ยวกับอนาคตนี้ ให้ใช้ present simple ในอนุประโยค if และใช้ will ในประโยคผลลัพธ์: If + present simple, ... will + กริยารูปพื้นฐาน โดยปกติไม่ใช้ will ในอนุประโยค if

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงการคาดการณ์อนาคตที่เป็นจริงได้และขึ้นอยู่กับเงื่อนไขได้อย่างถูกต้อง

  1. If the current pattern continues, costs will rise.
  2. If the current pattern continued, costs will rise.
  3. If the current pattern will continue, costs rise.
ดูคำตอบ

If the current pattern continues, costs will rise.

ไวยากรณ์

higher and higher เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

“Higher and higher” ใช้ and เชื่อมการกล่าวรูป comparative ซ้ำ เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ ดำเนินต่อไป ในประโยคนี้หมายความว่าสัดส่วนของผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป รูปแบบ comparative + and + comparative แสดงการเคลื่อนไปตามระดับ ไม่ใช่เพียงการเปรียบเทียบสิ่งคงที่สองสิ่ง รูปแบบนี้ใช้แสดงได้ทั้งการเพิ่มและการลด เช่น faster and faster หรือ smaller and smaller

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยกล่าวรูป comparative ซ้ำเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่อง: As the storm approached, the wind grew stronger ____.

ดูคำตอบ

and stronger

In another eight or 16 years,

1:14

ในอีกแปดหรือ 16 ปีข้างหน้า

this map will be even more extreme.

1:16

แผนที่นี้จะมีความสุดโต่งยิ่งขึ้น

The metro areas even denser.

1:19

เขตมหานครจะหนาแน่นยิ่งขึ้นไปอีก

Which if you're in favor of the Electoral College, วลี

1:21

ซึ่งถ้าคุณสนับสนุนระบบคณะผู้เลือกตั้ง

will seem like even more of a reason

1:24

มันจะดูเหมือนมีเหตุผลมากยิ่งขึ้น

to keep it.

1:26

ที่จะเก็บระบบนี้ไว้

วลี

การใช้ in favor of เพื่อแสดงการสนับสนุน

in favor of หมายถึง “สนับสนุน” หรือ “เห็นชอบกับ” บางสิ่ง ในประโยคนี้ใช้บอกจุดยืนเชิงบวกต่อระบบคณะผู้เลือกตั้ง โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ be in favor of + คำนามหรือรูป -ing: They are in favor of the plan; She is in favor of waiting. ในวลีตายตัวนี้ favor เป็นคำนาม ดังนั้นทั้ง in และ of จึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวจากบทเรียนที่หมายถึง “สนับสนุน”: The council members are ____ the new safety rule.

ดูคำตอบ

in favor of

Now this is where we must discuss the idea ลำดับความ

1:27

ทีนี้มาถึงจุดที่เราต้องหารือเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่า

that the Electoral College ensures the president

1:29

ระบบคณะผู้เลือกตั้งทำให้แน่ใจว่าประธานาธิบดี

is elected by the states.

1:31

ได้รับการเลือกตั้งจากแต่ละรัฐ

It doesn't.

1:33

มันไม่ได้เป็นแบบนั้น

ลำดับความ

Now this is where we must discuss: การบอกช่วงเปลี่ยนสำคัญ

Now this is where we must discuss ... เป็นกรอบภาษาสำหรับเปลี่ยนประเด็น Now บอกว่ากำลังเกิดการเปลี่ยนช่วง ส่วน this is where แสดงว่าการอภิปรายมาถึงขั้นตอนสำคัญ ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง We must discuss บอกผู้ฟังว่าประเด็นถัดไปเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องกล่าวถึง จากนั้น the idea that ... จะระบุว่าประเด็นนั้นคืออะไร กรอบนี้ช่วยเปลี่ยนจากข้อมูลพื้นฐานก่อนหน้าไปสู่ข้ออ้างหลักของการให้เหตุผล

แบบฝึกหัด

ในการนำเสนอ Now this is where we must discuss the costs ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. เป็นการเปลี่ยนไปสู่ส่วนที่จำเป็นของการให้เหตุผล
  2. เป็นการบอกว่ามีการอธิบายค่าใช้จ่ายครบถ้วนแล้ว
  3. เป็นการถามว่าการอภิปรายเกิดขึ้นที่สถานที่ใด
ดูคำตอบ

เป็นการเปลี่ยนไปสู่ส่วนที่จำเป็นของการให้เหตุผล

A candidate can win the Electoral College

1:34

ผู้สมัครสามารถชนะในระบบคณะผู้เลือกตั้งได้

with just the 11 biggest states.

1:36

ด้วยการชนะในรัฐที่ใหญ่ที่สุดเพียง 11 รัฐ

This collection may seem unlikely, ลำดับความ

1:39

การรวมกลุ่มแบบนี้อาจดูเป็นไปได้ยาก

but as urbanization and the politics it creates continues,

1:40

แต่เมื่อการขยายตัวของเมืองและการเมืองที่เกิดจากมันดำเนินต่อไป

it becomes increasingly likely.

1:44

มันก็มีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ

ลำดับความ

may seem unlikely ... becomes increasingly likely: จากภาพแรกที่ดูไม่น่าเป็นไปได้สู่ความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้น

ประโยคนี้เริ่มด้วย “may seem unlikely” เพื่อยอมรับความรู้สึกแรกของผู้ฟังว่าเรื่องนี้ดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ไม่ได้ถือว่าความรู้สึกนั้นเป็นข้อสรุปสุดท้าย หลัง but วลี “becomes increasingly likely” แสดงแนวโน้มที่กำลังเปลี่ยนไป กล่าวคือ เมื่อกระบวนการที่กล่าวถึงดำเนินต่อไป ความเป็นไปได้ก็เพิ่มขึ้น ทั้งสองส่วนพูดถึงคนละมุมมองหรือคนละช่วง จึงเป็นการพลิกข้อสรุป ไม่ใช่ความขัดแย้งกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปรียบต่างความรู้สึกแรกกับแนวโน้มที่ทำให้ผลลัพธ์ตรงกันข้ามมีโอกาสเกิดขึ้นมากขึ้นได้ดีที่สุด

  1. Success seems likely because several towns have already joined the project.
  2. Success was unlikely, so the project ended before any towns could join.
  3. Success may seem unlikely at first, but as more towns join the project, it becomes increasingly likely.
ดูคำตอบ

Success may seem unlikely at first, but as more towns join the project, it becomes increasingly likely.

The Electoral College doesn't ensure the president

1:46

คณะผู้เลือกตั้งไม่ได้ประกันว่าประธานาธิบดี

wins with a lot of states

1:48

จะชนะด้วยจำนวนรัฐที่มาก

or even geographically diverse states.

1:49

หรือแม้แต่รัฐที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์

Now should the president represent the people ไวยากรณ์

1:52

ทีนี้ประธานาธิบดีควรเป็นตัวแทนของประชาชน

or should the president represent the states

1:54

หรือประธานาธิบดีควรเป็นตัวแทนของรัฐ

is a question without an answer.

1:57

เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ

ไวยากรณ์

should the president ... or should the president ... is a question: โครงสร้างภาษาพูดที่ถามก่อนแล้วจึงประเมิน

ผู้พูดกล่าวตัวเลือกสองด้านด้วยลำดับคำแบบคำถามตรงก่อน—should the president ... or should the president ...—จากนั้นจึงประเมินคำถามทั้งหมดด้วย “is a question without an answer” นี่เป็นการจัดประโยคแบบหลวมในภาษาพูด น้ำเสียงช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจคำถามข้างหน้าทั้งหมดว่าเป็นหัวข้อที่ทำหน้าที่คล้ายประธานของ is ในงานเขียนที่เรียบเรียงอย่างรอบคอบ ควรเปลี่ยนเป็น “Whether the president should represent the people or the states is a question without an answer” โดยใช้ whether และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าภายในอนุประโยค

แบบฝึกหัด

เมื่อคำถามแบบมีตัวเลือกทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของข้อความที่ใหญ่กว่า ประโยคใดเป็นรูปแบบทางการที่ชัดเจนที่สุด

  1. Whether should the mayor fund the library or the sports centre is still unresolved.
  2. Whether the mayor should fund the library or the sports centre is still unresolved.
  3. Should the mayor fund the library or the sports centre is still unresolved.
ดูคำตอบ

Whether the mayor should fund the library or the sports centre is still unresolved.

This is about preference in style of governance.

2:00

นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความชอบในรูปแบบการปกครอง

One moves power up to the federal level สำนวน

2:03

แบบหนึ่งคือการดึงอำนาจขึ้นไประดับรัฐบาลกลาง

and the other moves power down to the states.

2:05

และอีกแบบหนึ่งคือการกระจายอำนาจลงไปยังระดับรัฐ

สำนวน

moves power up to the federal level ... moves power down to the states: อุปลักษณ์ทิศทางของระดับอำนาจ

ในที่นี้ up และ down เป็นอุปลักษณ์เชิงพื้นที่ที่ใช้แทนระดับต่าง ๆ ในระบบ moves power up to the federal level หมายถึงการทำให้อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่รัฐบาลกลางมากขึ้น ส่วน moves power down to the states หมายถึงการมอบหรือถ่ายโอนอำนาจให้รัฐบาลมลรัฐ คำเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นลงจริง ๆ และไม่ได้บอกว่าทางเลือกใดดีกว่า โครงสร้าง moves power + ทิศทาง + to + ระดับหรือสถาบัน ที่ใช้ซ้ำกันสร้างการเปรียบเทียบแบบขนาน จึงทำให้เห็นการถ่ายโอนอำนาจสองทิศทางที่ตรงกันข้ามได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ up และ down ใช้อธิบายอะไร

  1. การถ่ายโอนอำนาจระหว่างระดับรัฐบาลที่สูงกว่าและต่ำกว่า
  2. ตำแหน่งที่ตั้งจริงของอาคารรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐ
  3. การตัดสินว่าอำนาจของรัฐบาลกลางดี แต่อำนาจของมลรัฐไม่ดี
ดูคำตอบ

การถ่ายโอนอำนาจระหว่างระดับรัฐบาลที่สูงกว่าและต่ำกว่า

And given the vastness of the country

2:08

และด้วยความกว้างใหญ่ของประเทศ

and the difference in her geographies,

2:10

และความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ของประเทศนี้

it's reasonable to believe that states with greater power

2:11

มันก็สมเหตุผลที่จะเชื่อว่าการที่รัฐมีอำนาจมากขึ้น

is the better,

2:15

เป็นทางออกที่ดีกว่า

less divisive solution to the problem of governance.

2:16

และสร้างความแตกแยกน้อยกว่าสำหรับปัญหาด้านการปกครอง

But the Electoral College does nothing to help that.

2:19

แต่คณะผู้เลือกตั้งไม่ได้ช่วยอะไรในเรื่องนี้เลย

It happens to be that recent wins

2:23

เผอิญว่าชัยชนะในการเลือกตั้งช่วงหลังๆ

have been geographically spread,

2:25

มีการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์

but the Electoral College doesn't ensure that outcome.

2:27

แต่คณะผู้เลือกตั้งไม่ได้เป็นตัวรับประกันผลลัพธ์นั้น

Cram everyone into California ลำดับความ

2:30

ลองยัดทุกคนไปอยู่ในแคลิฟอร์เนีย

leaving one person in each state

2:32

โดยทิ้งคนไว้รัฐละหนึ่งคน

and the Electoral College says California alone, สำนวน

2:34

และคณะผู้เลือกตั้งก็บอกว่า แค่แคลิฟอร์เนียรัฐเดียว

she decides.

2:37

รัฐนี้ก็เป็นผู้ตัดสินได้เลย

ลำดับความ

Cram everyone into California ... ในฐานะประโยคคำสั่งเชิงสมมติ

ประโยคคำสั่งเปิดเรื่อง Cram everyone into California ... ไม่ใช่คำสั่งที่ต้องทำจริง แต่ชวนให้ผู้ฟังจินตนาการถึงการกระจายประชากรที่จงใจทำให้สุดโต่งมาก คือเกือบทุกคนอยู่ในแคลิฟอร์เนีย และแต่ละรัฐที่เหลือมีเพียงหนึ่งคน สถานการณ์สมมตินี้ถูกนำเสนอขึ้นก่อน แล้วอนุประโยคถัดไปจึงบอกผลตามกฎของระบบคณะผู้เลือกตั้ง รูปประโยคคำสั่งทำให้กรณีทดสอบเห็นภาพชัด และช่วยให้ผู้พูดทดสอบกฎในสถานการณ์สุดขั้ว

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วย Cram everyone into California ...

  1. บรรยายการย้ายถิ่นของประชากรที่เกิดขึ้นไปแล้ว
  2. ออกคำสั่งอย่างจริงจังให้ย้ายประชากร
  3. ขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงกรณีสุดขั้วเพื่อทดสอบกฎ
ดูคำตอบ

ขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงกรณีสุดขั้วเพื่อทดสอบกฎ

สำนวน

“California alone, she decides.”: การทำให้สถานที่เป็นบุคคลด้วย she

ใน “California alone, she decides.” คำว่า she ย้อนกลับไปหมายถึง California ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้พูดทำให้รัฐนี้มีลักษณะเป็นบุคคล โดยนำเสนอเสมือนเป็นคนที่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้ การใช้โวหารแบบนี้ทำให้อำนาจในการเลือกตั้งของรัฐดูมีชีวิต เหมือนเป็นผู้ลงมือกระทำ คำว่า alone เน้นว่าในการกระจายประชากรตามสมมุตินี้ แคลิฟอร์เนียมีน้ำหนักมากพอที่จะชี้ขาดผลลัพธ์ได้ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่างนี้ she หมายถึงใครหรือสิ่งใด

  1. ผู้หญิงคนหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย
  2. รัฐแคลิฟอร์เนียที่ถูกทำให้เป็นผู้ตัดสินใจ
  3. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหนึ่งคนที่อยู่ในรัฐอื่น
ดูคำตอบ

รัฐแคลิฟอร์เนียที่ถูกทำให้เป็นผู้ตัดสินใจ

We could have a system where the president

2:38

เราอาจมีระบบที่ประธานาธิบดี

must win a majority of the states,

2:41

ต้องชนะในเสียงส่วนใหญ่ของรัฐ

which is what some think the Electoral College is, ไวยากรณ์

2:43

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่บางคนคิดว่าระบบคณะผู้เลือกตั้งเป็น

but it isn't.

2:46

แต่มันไม่ใช่

ไวยากรณ์

“which is what some think ... is, but it isn't”: การอ้างย้อนและแก้ความเข้าใจผิด

Which ย้อนกลับไปหมายถึงระบบที่เสนอไว้ คือระบบที่ประธานาธิบดีต้องชนะในรัฐส่วนใหญ่ ส่วน what ในที่นี้ไม่ใช่คำคำถาม แต่หมายถึง “สิ่งที่” และนำเข้าสู่คำอธิบายที่บางคนนำไปใช้กับคณะผู้เลือกตั้งอย่างเข้าใจผิด ใน but it isn't คำว่า it หมายถึง Electoral College และหลัง isn't มีการละส่วนเติมเต็มที่เข้าใจได้อยู่แล้ว คือ “ไม่ได้เป็นระบบแบบนั้น” รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดกล่าวถึงความเชื่อหนึ่งแล้วแก้ไขโดยไม่ต้องพูดคำอธิบายทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง “it isn't” ตอนท้ายหมายความว่าอย่างไร

  1. คณะผู้เลือกตั้งไม่ใช่ระบบที่ประธานาธิบดีต้องชนะในรัฐส่วนใหญ่
  2. ระบบที่เสนอไว้ไม่มีรัฐใดอยู่เลย
  3. บางคนไม่ได้คิดถึงคณะผู้เลือกตั้ง
ดูคำตอบ

คณะผู้เลือกตั้งไม่ใช่ระบบที่ประธานาธิบดีต้องชนะในรัฐส่วนใหญ่

The election only happens to make it look that way. ไวยากรณ์

2:47

การเลือกตั้งแค่เผอิญทำให้มันดูเป็นแบบนั้น

ไวยากรณ์

only happens to make it look that way: ดูเป็นเช่นนั้นเพราะความบังเอิญ

ในโครงสร้าง happen to + คำกริยา happen ไม่ได้หมายถึง “เกิดขึ้นแล้วจึงทำบางอย่าง” โครงสร้างนี้สื่อว่าประธานทำสิ่งที่ตามมาโดยบังเอิญ หรือสิ่งนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้ only จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้างว่า การเลือกตั้งเพียงทำให้เกิดภาพเช่นนั้น ไม่ได้หมายความว่าถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์นี้เสมอไป make it look that way หมายถึง “ทำให้สถานการณ์ดูเหมือนที่กล่าวไว้ก่อนหน้า” เป็นการแยกระหว่างภาพที่เห็นกับความจริง ผลลัพธ์อาจดูเหมือนเป็นหลักฐานของกฎบางอย่าง แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ากฎนั้นมีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสี่คำที่มีความหมายว่า “บังเอิญทำให้สถานการณ์ดูเป็นเช่นนั้น” ลงในประโยค: The timing only ____ look intentional.

ดูคำตอบ

happens to make it

The protection of the Electoral College is only an illusion.

2:51

การปกป้องคุ้มครองจากคณะผู้เลือกตั้งเป็นเพียงภาพลวงตา

Even if you still like the Electoral College though, ไวยากรณ์

2:55

ถึงแม้ว่าคุณจะยังชอบคณะผู้เลือกตั้งอยู่ก็ตาม

it doesn't actually protect the small states.

2:57

แต่มันไม่ได้ปกป้องรัฐเล็กๆ เลยจริงๆ

ไวยากรณ์

Even if ... though: ยอมรับความเป็นไปได้ก่อนหันไปสู่ข้อสรุปที่ขัดแย้ง

Even if นำเข้าส่วนยอมรับข้อโต้แย้งที่ตั้งอยู่บนเงื่อนไขซึ่งอาจเป็นไปได้ ผู้พูดยอมรับความเป็นไปได้ว่า “คุณยังชอบระบบคณะผู้เลือกตั้ง” ไว้ชั่วคราว แต่ไม่ได้บอกว่านี่เป็นความจริง ส่วนข้อความหลักถูกเสนอว่ายังคงเป็นจริงแม้อยู่ภายใต้เงื่อนไขนั้น though ในที่นี้เป็นคำบอกความขัดแย้งแบบภาษาสนทนา โดยวางหลังแนวคิดที่ยอมรับไว้และก่อนประโยคหลัก เพื่อส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังหันกลับไปสู่ข้อสรุปของตน การชอบระบบนี้ไม่ได้ทำให้คำกล่าวที่ว่าระบบปกป้องรัฐขนาดเล็กกลายเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดถอดความได้โดยยังคงความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อโต้แย้งและใจความหลักของตัวอย่างไว้อย่างถูกต้องที่สุด

  1. คุณสนับสนุนระบบคณะผู้เลือกตั้งอย่างแน่นอน และระบบนี้ก็ปกป้องรัฐขนาดเล็กอย่างแน่นอน
  2. การสนับสนุนระบบคณะผู้เลือกตั้งของคุณทำให้ระบบนี้ปกป้องรัฐขนาดเล็ก
  3. คุณอาจยังสนับสนุนระบบคณะผู้เลือกตั้ง แต่ระบบนี้ก็ยังไม่ปกป้องรัฐขนาดเล็ก
ดูคำตอบ

คุณอาจยังสนับสนุนระบบคณะผู้เลือกตั้ง แต่ระบบนี้ก็ยังไม่ปกป้องรัฐขนาดเล็ก

The Electoral College

3:00

ระบบคณะผู้เลือกตั้ง

still comes with the most bitter of anti-republic pills. สำนวน

3:01

ยังคงมาพร้อมกับยาขมที่ต่อต้านความเป็นสาธารณรัฐอย่างหนัก

สำนวน

มาพร้อมกับยาขมที่สุดที่ขัดต่อหลักการปกครองแบบสาธารณรัฐ

ในประโยคนี้ comes with หมายถึง “มีสิ่งหนึ่งรวมมาด้วยในฐานะผลที่ตามมา” ส่วน still เน้นว่าปัญหานี้ยังคงอยู่ ไม่ว่าคนคนหนึ่งจะมีเหตุผลใดในการสนับสนุนคณะผู้เลือกตั้งก็ตาม bitter pill เป็นคำเปรียบเทียบถึงข้อเท็จจริง ผลลัพธ์ หรือต้นทุนที่ยอมรับได้ยากมาก วลี the most bitter of anti-republic pills ทำให้ภาพเปรียบเทียบนี้รุนแรงขึ้น กล่าวคือ ผู้พูดมองว่าผลที่พ่วงมานั้นขัดต่อการปกครองแบบสาธารณรัฐอย่างมาก เพราะมันอาจลบล้างทางเลือกที่ดูเหมือนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตัดสินแล้ว

แบบฝึกหัด

still comes with the most bitter of anti-republic pills ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. ระบบนี้ยังคงมีผลที่ไม่น่ายอมรับอย่างยิ่งพ่วงมาด้วย ซึ่งผู้พูดมองว่าขัดต่อการปกครองแบบสาธารณรัฐ
  2. ระบบนี้ยังคงจัดหายาที่มีรสขมมาก
  3. ระบบนี้กำจัดผลลัพธ์ทุกอย่างที่อาจขัดแย้งกับการปกครองแบบสาธารณรัฐ
ดูคำตอบ

ระบบนี้ยังคงมีผลที่ไม่น่ายอมรับอย่างยิ่งพ่วงมาด้วย ซึ่งผู้พูดมองว่าขัดต่อการปกครองแบบสาธารณรัฐ

For even if you win the election in November,

3:05

เพราะแม้ว่าคุณจะชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน

your victory can be taken away from you in December. กริยาวลี

3:08

ชัยชนะของคุณก็อาจถูกแย่งชิงไปในเดือนธันวาคมได้

กริยาวลี

be taken away from: ถูกพรากไปจากใครบางคน

โครงสร้างรูปถูกกระทำคือ something + be taken away from + someone หมายถึงบุคคลหนึ่งสูญเสียบางสิ่ง เพราะบุคคลอื่น กฎ หรือเหตุการณ์นำสิ่งนั้นไป ในประโยคนี้ your victory คือสิ่งที่สูญเสีย และ you คือผู้ที่สูญเสียสิ่งนั้น ในรูปกระทำ โครงสร้างคือ someone/something takes something away from someone โดย away เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี take away ส่วน from ใช้นำหน้าบุคคลที่ถูกพรากบางสิ่งไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำของ take something away from someone เติมประโยคให้สมบูรณ์: The school found false information in Maya’s application, so her scholarship could ____ her.

ดูคำตอบ

be taken away from

The Electoral College votes your state gets วัฒนธรรม

3:12

คะแนนคณะผู้เลือกตั้งที่รัฐของคุณได้รับ

aren't really votes,

3:15

ไม่ใช่คะแนนโหวตจริงๆ

but are individual members of the political parties

3:16

แต่พวกเขาคือสมาชิกแต่ละคนของพรรคการเมือง

who perform the real vote for president in December.

3:20

ที่เป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดีตัวจริงในเดือนธันวาคม

วัฒนธรรม

Electoral College votes: จำนวนที่ใช้แทนผู้เลือกตั้งประธานาธิบดี

ในที่นี้ Electoral College votes หมายถึงจำนวนที่จัดสรรให้แต่ละรัฐในตอนแรก จากนั้นผู้พูดเปลี่ยนจากการนับที่สะดวกนี้ไปพูดถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังจำนวนดังกล่าว นั่นคือผู้เลือกตั้งประธานาธิบดี โดยทั่วไปบุคคลเหล่านี้มาจากรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอ และจะมาประชุมกันภายหลังเพื่อลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ นี่เป็นการใช้คำแทนแบบนามนัย ข่าวการเลือกตั้งมักนับ electoral votes เป็นตัวเลข แม้ว่าผู้ที่ทำขั้นตอนลงคะแนนในภายหลังจริง ๆ จะเป็นบุคคลที่เรียกว่า electors อย่าเข้าใจว่าตัวเลขกลายเป็นสมาชิกพรรคการเมืองจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ควรเข้าใจ Electoral College votes ในตัวอย่างนี้อย่างไร

  1. การลงคะแนนของสมาชิกรัฐสภาภายในพรรคการเมือง
  2. บัตรเลือกตั้งทั่วไปที่ประชาชนลงให้ประธานาธิบดีโดยตรงไปแล้ว
  3. ตำแหน่งผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีที่จัดสรรให้รัฐ และบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเหล่านั้นซึ่งถูกเรียกแทนแบบย่อ
ดูคำตอบ

ตำแหน่งผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีที่จัดสรรให้รัฐ และบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเหล่านั้นซึ่งถูกเรียกแทนแบบย่อ

No citizen voted for these electors

3:24

ไม่มีพลเมืองคนใดลงคะแนนให้ผู้เลือกตั้งเหล่านี้

to cast a vote on their behalf. วลี

3:27

เพื่อให้พวกเขาไปลงคะแนนแทนตน

วลี

to cast a vote on their behalf: ลงคะแนนอย่างเป็นทางการแทนพวกเขา

Cast a vote เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันเป็นแบบแผนและค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “ลงคะแนนหรือบันทึกคะแนนเสียง” ในที่นี้ cast ไม่ได้หมายถึงการขว้างสิ่งของจริง ๆ On their behalf หมายถึง “ในฐานะตัวแทนของพวกเขา” Their ย้อนกลับไปหมายถึง the citizens ดังนั้นวลี infinitive นี้จึงบอกสิ่งที่ผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีควรทำ คือ ลงคะแนนอย่างเป็นทางการแทนพลเมืองที่ตนเป็นตัวแทน

แบบฝึกหัด

ใช้ cast a vote และ on behalf of เติมประโยคให้สมบูรณ์: At the annual meeting, Priya was authorized ____ the absent director.

ดูคำตอบ

to cast a vote on behalf of

And many of the electors

3:29

และผู้เลือกตั้งหลายคน

are free to vote for whoever they want. ไวยากรณ์

3:30

มีอิสระที่จะลงคะแนนให้ใครก็ได้ที่พวกเขาต้องการ

ไวยากรณ์

are free to vote for whoever they want: มีอิสระลงคะแนนให้ใครก็ได้ที่ต้องการ

ในประโยคนี้ are free to vote หมายถึง “มีสิทธิ์หรือมีอิสระที่จะลงคะแนน” คำว่า free สื่อว่าไม่มีข้อจำกัด ไม่ได้หมายถึงไม่เสียเงิน โครงสร้างคือ be free to + กริยารูปพื้นฐาน whoever they want หมายถึง “บุคคลใดก็ตามที่พวกเขาเลือก” อนุประโยค whoever they want ทั้งหมดเป็นกรรมของคำบุพบท for ใน vote for ดังนั้น whoever จึงหมายถึงผู้ที่ได้รับคะแนนเสียง โครงสร้างนี้ใช้บอกการเลือกบุคคลอย่างไม่มีข้อจำกัดหลังคำกริยาหรือคำบุพบทได้

แบบฝึกหัด

ใช้ are free to, vote for และ whoever เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อแสดงการเลือกอย่างไม่มีข้อจำกัด: The club members ____ they want.

ดูคำตอบ

are free to vote for whoever

Their election in December

3:33

การเลือกตั้งของพวกเขาในเดือนธันวาคม

is the real election.

3:35

คือการเลือกตั้งที่แท้จริง

The Electoral College was designed to be able to override the will of the people โน้ต

3:37

คณะผู้เลือกตั้งถูกออกแบบมาให้สามารถล้มล้างเจตจำนงของประชาชนได้

ไวยากรณ์

was designed to be able to override: ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการลบล้าง

Was designed to ใช้รูปประโยคกรรมวาจกเพื่อนำเสนอจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ของสิ่งหนึ่ง หมายความว่าผู้สร้างออกแบบสิ่งนั้นมาเพื่อหน้าที่ดังกล่าว ประธานของประโยคคือสิ่งที่ถูกสร้าง โดยไม่จำเป็นต้องระบุผู้ออกแบบ ภายในวลีบอกจุดประสงค์นั้น be able to override อธิบายความสามารถที่การออกแบบตั้งใจมอบให้ be able to ในที่นี้ไม่ใช่รูปอนาคต และประโยคกำลังบอกความสามารถที่ตั้งใจไว้ ไม่ได้พิสูจน์ว่าเกิดการลบล้างขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง “was designed to be able to” เติมประโยคให้สมบูรณ์และเน้นความสามารถที่ตั้งใจไว้: The backup system ____ take control if the main system failed.

ดูคำตอบ

was designed to be able to

การใช้คำ

the will of the people: ทางเลือกทางการเมืองร่วมกันของประชาชน

ในวลีทางการนี้ will เป็นคำนามที่หมายถึงความต้องการ เจตนา หรือทางเลือกที่มีร่วมกัน the will of the people หมายถึงสิ่งที่ประชาชนต้องการร่วมกัน โดยมักแสดงออกผ่านการลงคะแนนเสียงหรือความยินยอมของสาธารณชน ในที่นี้ override the will of the people หมายถึงการกระทำที่ขัดกับหรือยกเลิกทางเลือกที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้แสดงไว้ วลีนี้มองประชาชนเป็นกลุ่มทางการเมืองโดยรวม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเห็นด้วยเหมือนกันทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยคต่อไปนี้ the will of the people หมายถึงอะไร The new law ignored the will of the people.

  1. การคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคต
  2. เอกสารทางกฎหมายที่ระบุความประสงค์ของบุคคลหลังเสียชีวิต
  3. ทางเลือกร่วมกันของประชาชน
ดูคำตอบ

ทางเลือกร่วมกันของประชาชน

or its own election process

3:42

หรือแม้กระทั่งล้มล้างกระบวนการเลือกตั้งของมันเอง

anytime enough of a small number of unknown,

3:45

เมื่อใดก็ตามที่คนวงในของพรรคการเมืองที่ไม่มีใครรู้จัก

unelected political party insiders

3:49

และไม่ได้มาจากการเลือกตั้งกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง

don't like the result they got.

3:52

ไม่ชอบผลลัพธ์ที่พวกเขาได้มา

If you're in favor of the Electoral College,

3:54

ถ้าคุณสนับสนุนระบบคณะผู้เลือกตั้ง

you have to accept that by its own rules,

3:57

คุณต้องยอมรับว่าด้วยกฎเกณฑ์ของมันเอง

it can take away your victory

4:00

มันสามารถพรากชัยชนะไปจากคุณได้

under the guise of protecting you from yourself. วลี

4:03

ภายใต้ข้ออ้างที่ว่าจะปกป้องคุณจากตัวคุณเอง

วลี

under the guise of: ใช้เหตุผลที่ดูน่าเชื่อถือเป็นข้ออ้างบังหน้า

Under the guise of X หมายถึงการนำเสนอ X ว่าเป็นคำอธิบายที่ดูน่าเชื่อถือหรือยอมรับได้ ทั้งที่ผู้พูดเชื่อว่าแรงจูงใจหรือผลที่แท้จริงเป็นอีกอย่างหนึ่ง วลีนี้สื่อถึงความสงสัยและการวิจารณ์ ไม่ใช่การอธิบายวิธีทำสิ่งหนึ่งอย่างเป็นกลาง ในตัวอย่าง การปกป้องผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากตัวพวกเขาเองคือเหตุผลที่กล่าวอ้าง วลีนี้แสดงว่าผู้พูดมองการปกป้องดังกล่าวเป็นข้ออ้างเพื่อพรากชัยชนะไป หลัง of ใช้นามวลีหรือรูป -ing เช่น under the guise of safety และ under the guise of protecting jobs

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างชัดเจนว่ามีการใช้เหตุผลที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อปกปิดแรงจูงใจอื่น

  1. They restricted access to the records under the guise of protecting privacy.
  2. They restricted access to the records by means of a new password system.
  3. They restricted access to the records after explaining the privacy rules.
ดูคำตอบ

They restricted access to the records under the guise of protecting privacy.

This has never happened in American history,

4:07

เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อเมริกา

nor should it. ไวยากรณ์

4:09

และไม่ควรเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

nor should it. — การเชื่อมความปฏิเสธและโครงสร้างกลับลำดับ

Nor ใช้ต่อจากข้อความปฏิเสธก่อนหน้าเพื่อเพิ่มการตัดสินเชิงปฏิเสธอีกประการหนึ่ง ในที่นี้หมายความว่าเรื่องเดียวกันก็ไม่ควรเกิดขึ้นเช่นกัน Should วางไว้หน้าประธาน it จึงเกิดโครงสร้างกลับลำดับ nor + should + ประธาน โดย it หมายถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ประโยคจึงเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่ว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ไปสู่การตัดสินว่าเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ nor should it ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มประเด็นเชิงปฏิเสธอีกข้อหนึ่ง

  1. The agency has never ignored safety warnings, nor it should.
  2. The agency has never ignored safety warnings, nor should it.
  3. The agency always follows safety warnings, nor should it.
ดูคำตอบ

The agency has never ignored safety warnings, nor should it.

But it is crazy to leave in place วลี

4:10

แต่มันคงบ้ามากที่จะปล่อยระบบนี้ไว้

for future elections a system

4:13

สำหรับการเลือกตั้งในอนาคต ระบบที่

that benefits no citizens and protects no states.

4:15

ไม่เป็นประโยชน์ต่อพลเมืองและไม่คุ้มครองรัฐใดๆ เลย

วลี

leave in place — ปล่อยให้ระบบเดิมคงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลง

Leave something in place หมายถึง ปล่อยให้สิ่งหนึ่งคงอยู่ในตำแหน่งหรือสภาพเดิม แทนที่จะนำออก เปลี่ยนใหม่ หรือเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ กรรมคือ a system ผู้พูดจึงกำลังวิจารณ์การตัดสินใจที่จะปล่อยให้ระบบนั้นใช้ต่อไปในการเลือกตั้งครั้งต่อ ๆ ไป Place เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัวนี้ และไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่ทางกายภาพ ประโยคนี้วางกรรมที่ยาวไว้หลัง for future elections แต่ถ้าเรียงแบบพื้นฐานจะเข้าใจได้ว่าเป็น leave a system that benefits no citizens and protects no states in place for future elections

แบบฝึกหัด

ถ้าคณะกรรมการตัดสินใจไม่เปลี่ยนกฎปัจจุบัน สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคนี้ The committee decided to ___ the current safety rules until the review was finished

  1. leave in place
  2. put in place
  3. leave behind
ดูคำตอบ

leave in place

It's time to get rid of the Electoral College โน้ต

4:20

ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกำจัดคณะผู้เลือกตั้ง

ไวยากรณ์

It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน

It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าผู้พูดเห็นว่าควรลงมือทำสิ่งหนึ่งได้แล้ว ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวใช้เสนอให้ยกเลิกคณะผู้เลือกตั้ง ไม่ได้บอกเวลาตามกำหนดการ ในโครงสร้างนี้ it เป็นประธานสมมติ และหลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน: It's time to act.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้าง It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ____ review the rule.

ดูคำตอบ

It's time to

กริยาวลี

get rid of: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ

Get rid of หมายถึงการกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการเพื่อให้สิ่งนั้นไม่อยู่หรือไม่ถูกใช้อีกต่อไป เมื่อมี the Electoral College เป็นกรรม วลีนี้จึงเสนอให้ยกเลิกสถาบันดังกล่าว ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนแปลงหรือบริหารจัดการ หน่วยคำเต็มคือ get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม ต้องมี of: get rid of the rule; get rid of it.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get rid of: We need to ____ these broken chairs before the move.

ดูคำตอบ

get rid of

and have a real discussion about

4:23

และมาถกเถียงกันอย่างจริงจังว่า

what a modern government and election system ไวยากรณ์

4:25

รัฐบาลและระบบการเลือกตั้งที่ทันสมัย

should look like.

4:28

ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ไวยากรณ์

ลำดับคำของ what ... should look like ในคำถามแบบฝัง

อนุประโยค “what a modern government and election system should look like” เป็นคำถาม wh แบบฝังที่ตามหลัง “about” โดยระบุหัวข้อของการอภิปรายว่า รูปแบบหรือการออกแบบที่เหมาะสมของรัฐบาลและระบบการเลือกตั้งสมัยใหม่ควรเป็นอย่างไร ในที่นี้ “look like” หมายถึงระบบควรถูกจัดวางอย่างไร ไม่ได้หมายถึงเพียงรูปลักษณ์ภายนอก เนื่องจากคำถามนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: “what + ประธาน + should + look like” ถ้าเป็นคำถามตรง จะใช้ “What should a modern government and election system look like?”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยคำถามแบบฝัง โดยเรียงคำต่อไปนี้ให้ถูกต้อง: what / the new community centre / should / look like. We need to discuss ____.

ดูคำตอบ

what the new community centre should look like