ประวัติศาสตร์ vs คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอใช้ฉากการพิจารณาคดีสมมติเพื่อตรวจสอบว่าควรจดจำโคลัมบัสในฐานะนักสำรวจและสัญลักษณ์ของผู้อพยพ หรือประณามเขาจากการล่าอาณานิคมและความรุนแรง พร้อมตั้งคำถามว่าค่านิยมปัจจุบันควรเปลี่ยนความหมายของวันหยุดนี้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. put Columbus on the stand. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนจากห้องพิจารณาคดีกลายเป็นอุปมาหลักของวิดีโอสำหรับการนำบุคคลในประวัติศาสตร์และมรดกของเขามาตรวจสอบต่อสาธารณะ ไม่ได้หมายถึงการเรียกเขาขึ้นให้การจริง ๆ 2. judge a guy in the 15th century by modern standards. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: สังเกตกรอบภาษาที่ใช้บ่อยในการถกเถียงว่าควรตัดสินคนในอดีตด้วยความคาดหวังทางศีลธรรมของปัจจุบันหรือไม่ และนำไปใช้พูดถึงจริยธรรมข้ามยุคสมัยได้ 3. hero in one era may become a villain in the next, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้โครงสร้างเปรียบต่างที่สมดุลเพื่อสรุปว่า เมื่อความรู้ทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้นและค่านิยมสังคมเปลี่ยนไป การประเมินบุคคลคนเดิมก็อาจพลิกกลับด้านได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
have grown up celebrating the anniversary of Christopher Columbus's voyage. โน้ต
0:09เติบโตมากับการเฉลิมฉลองวันครบรอบการเดินทางของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส
have grown up celebrating: ประสบการณ์ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่วัยเด็ก
Have grown up celebrating หมายความว่า การเฉลิมฉลองวันครบรอบนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือคุ้นเคยในชีวิตของผู้คนจำนวนมากขณะที่พวกเขาเติบโต ไม่ได้หมายความว่าพวกเขารอจนเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงเริ่มเฉลิมฉลอง โครงสร้าง grow up + -ing ใช้บอกกิจกรรม ประสบการณ์ หรือสภาพแวดล้อมที่อยู่ร่วมกับกระบวนการเติบโต ในที่นี้ present perfect อย่าง have grown up เชื่อมภูมิหลังดังกล่าวกับความคุ้นเคยหรือมุมมองของพวกเขาในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการฟังดนตรีแจ๊สเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในวัยเด็กของผู้พูด
- I started listening to jazz after I graduated.
- I grew up to become a jazz musician.
- I grew up listening to jazz at home.
ดูคำตอบ
I grew up listening to jazz at home.
celebrating the anniversary of: ระบุเหตุการณ์ที่กำลังรำลึกถึง
Celebrate the anniversary of something หมายถึงการเฉลิมฉลองเนื่องจากเหตุการณ์นั้นผ่านมาแล้วหนึ่งปีหรือหลายปี ในประโยคนี้ of Christopher Columbus's voyage ระบุว่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ใดกำลังได้รับการรำลึกถึง Anniversary ไม่ได้ใช้เฉพาะวันครบรอบแต่งงานหรือความสัมพันธ์แบบคู่รักเท่านั้น แต่ยังใช้กับวันที่เวียนมาครบปีของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ การก่อตั้งสถาบัน การเปิดสถานที่ หรือหลักหมายสำคัญอื่น ๆ ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมกลุ่มคำเป้าหมายให้สมบูรณ์: The museum is celebrating the ____ its opening.
ดูคำตอบ
anniversary of
But was he an intrepid explorer who brought two worlds together โน้ต
0:14แต่เขาเป็นนักสำรวจผู้กล้าหาญที่นำพาโลกสองใบมาบรรจบกัน
อุปลักษณ์ใน brought two worlds together
ในที่นี้ brought two worlds together ใช้ bring ... together ในเชิงอุปลักษณ์ หมายถึงการทำให้สังคมหรืออารยธรรมสองฝ่ายที่เคยแยกจากกัน ซึ่งในบริบทนี้คือยุโรปกับทวีปอเมริกา ได้เข้ามาติดต่อกัน วลีนี้เน้นความเชื่อมโยง ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายทางกายภาพ เนื่องจาก together มักให้ความรู้สึกถึงความร่วมมือหรือแง่บวก ถ้อยคำนี้จึงอาจทำให้การเผชิญหน้าทางประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนและรุนแรงฟังดูกลมกลืนกว่าความเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ brought two worlds together หมายความว่าอย่างไร?
- หมายความว่านักสำรวจเดินทางรอบโลกที่สมบูรณ์สองใบ
- นำเสนอการติดต่อระหว่างสองสังคมที่เคยแยกจากกันว่าเป็นการสร้างความเชื่อมโยง
- บอกว่าดาวเคราะห์สองดวงถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่เดียวกันจริง ๆ
ดูคำตอบ
นำเสนอการติดต่อระหว่างสองสังคมที่เคยแยกจากกันว่าเป็นการสร้างความเชื่อมโยง
or a ruthless exploiter who brought colonialism and slavery?
0:18หรือเป็นผู้ขูดรีดผู้โหดเหี้ยมที่นำมาซึ่งลัทธิล่าอาณานิคมและระบบทาสกันแน่?
intrepid explorer ... ruthless exploiter ในฐานะป้ายประเมินที่ตรงข้ามกัน
intrepid explorer เป็นป้ายประเมินเชิงชื่นชม โดย intrepid หมายถึงไม่หวาดกลัวอันตราย ส่วน ruthless exploiter เป็นป้ายประเมินเชิงประณาม โดย ruthless หมายถึงไร้ความปรานี และ exploiter คือผู้ที่ได้ประโยชน์จากการใช้คนหรือทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรม คำถามที่ใช้ or วางป้ายทั้งสองไว้คนละขั้วของข้อถกเถียง แทนที่จะบอกอาชีพสองอย่างอย่างเป็นกลาง ประโยคนี้กลับกำหนดกรอบการตัดสินบุคคลเดียวกันสองแบบ คือผู้ค้นพบในแบบวีรบุรุษ หรือผู้กดขี่ที่สร้างความเสียหาย
แบบฝึกหัด
intrepid explorer ... ruthless exploiter มีหน้าที่หลักในการจัดข้อมูลในประโยคนี้อย่างไร?
- วลีทั้งสองกำหนดกรอบการถกเถียงด้วยการประเมินที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน
- วลีทั้งสองแสดงว่าคำบรรยายทั้งคู่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจริงเท่ากัน
- วลีทั้งสองระบุอาชีพที่เป็นกลางสองอย่างซึ่งบุคคลนั้นเคยดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
วลีทั้งสองกำหนดกรอบการถกเถียงด้วยการประเมินที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน
And did he even discover America at all? ลำดับความ
0:22และตกลงแล้ว เขาเป็นคนค้นพบอเมริกาจริงหรือเปล่า?
even ... at all? เพื่อท้าทายข้อสันนิษฐาน
ในคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ใช่นี้ even เน้นไปที่ข้ออ้างพื้นฐานว่าเขาค้นพบทวีปอเมริกา ส่วน at all ผลักคำถามต่อไปว่าข้ออ้างนั้นสมเหตุสมผลในแง่ใดบ้างหรือไม่ เมื่อใช้ร่วมกัน คำถามนี้จึงไม่ใช่เพียงการขอข้อมูลอย่างเป็นกลาง ผู้พูดกำลังท้าทายข้อสันนิษฐานที่คนทั่วไปยอมรับและส่งสัญญาณว่าคำตอบอาจเป็นไม่ใช่ รูปแบบนี้ช่วยให้จับจุดยืนของผู้พูดในการโต้แย้งได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายจุดยืนในคำถาม Did he even discover America at all? ได้ดีที่สุด
- เขาถามวันที่ค้นพบอย่างเป็นกลาง
- เขาสงสัยว่าการเรียกเหตุการณ์นี้ว่าการค้นพบนั้นสมเหตุสมผลตั้งแต่แรกหรือไม่
- เขายืนยันว่าทุกพื้นที่ของทวีปอเมริกาถูกค้นพบแล้ว
ดูคำตอบ
เขาสงสัยว่าการเรียกเหตุการณ์นี้ว่าการค้นพบนั้นสมเหตุสมผลตั้งแต่แรกหรือไม่
It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน
It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทำสิ่งหนึ่งแล้ว มักใช้เพื่อเตือน แนะนำ หรือเรียกร้องให้ลงมือทำ ไม่ใช่เพื่อบอกเวลาตามนาฬิกา ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวยังช่วยจัดลำดับการพูดด้วย ผู้พูดใช้เพื่อประกาศขั้นตอนต่อไป คือการตรวจสอบโคลัมบัสในรูปแบบการพิจารณาคดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ____ review the final results.
ดูคำตอบ
It's time to
put someone on the stand: เรียกใครขึ้นให้การบนคอกพยาน
ในศาล put someone on the stand หมายถึงเรียกบุคคลนั้นขึ้นคอกพยานเพื่อเบิกความและตอบคำถาม คำว่า stand ตรงนี้เป็นคำนาม หมายถึง “คอกพยาน” ไม่ใช่การยืน โคลัมบัสไม่ได้มาขึ้นศาลจริง ๆ วิดีโอใช้กรอบของศาลเป็นอุปมา กล่าวคือจะตั้งคำถามและตรวจสอบโคลัมบัสกับเรื่องเล่าที่ผู้คนคุ้นเคยเกี่ยวกับเขาอย่างละเอียด ราวกับว่าบุคคลในประวัติศาสตร์คนนี้ต้องชี้แจงต่อหลักฐานที่บันทึกไว้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The documentary puts the official account on the stand,” อุปมาเกี่ยวกับศาลนี้สื่อถึงอะไร
- สารคดีพิสูจน์ว่าคำอธิบายนั้นก่ออาชญากรรม
- สารคดีขอให้คำอธิบายนั้นยืนตัวตรง
- สารคดีตั้งคำถามและทดสอบคำอธิบายนั้นอย่างละเอียด
ดูคำตอบ
สารคดีตั้งคำถามและทดสอบคำอธิบายนั้นอย่างละเอียด
เงียบ ๆ ศาลต้องอยู่ในความสงบ
Order in the court เป็นคำพูดแบบแผนที่ผู้พิพากษาหรือเจ้าหน้าที่ศาลใช้เรียกร้องให้เงียบและกลับมาอยู่ในระเบียบ ตรงนี้ order หมายถึงสภาพที่เป็นระเบียบ ไม่ใช่การสั่งซื้อหรือคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง การพูด Order ซ้ำทำให้คำเรียกร้องหนักแน่นและมีความเป็นละครมากขึ้น วิดีโอใช้คำพูดจากศาลที่ผู้คนคุ้นเคยนี้เพื่อส่งสัญญาณว่าการไต่สวนประวัติศาสตร์แบบจำลองกำลังเริ่มต้น
แบบฝึกหัด
ในการประชุมชมรมที่มีเสียงดัง ประธานพูดล้อเล่นว่า “Order, order in the court!” ประโยคนี้สร้างผลอย่างไร
- เป็นการประกาศคำตัดสินสุดท้ายของศาล
- เป็นการเลียนแบบผู้พิพากษาที่เรียกร้องให้เงียบอย่างขบขัน
- เป็นการขอให้ทุกคนสั่งสินค้า
ดูคำตอบ
เป็นการเลียนแบบผู้พิพากษาที่เรียกร้องให้เงียบอย่างขบขัน
Am I even supposed to be ...?:ถามถึงตารางหรือความคาดหวังจากภายนอก
be supposed to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีกฎ แผน หน้าที่ หรือความคาดหวังร่วมกันกำหนดว่าสิ่งหนึ่งควรเกิดขึ้น ในคำถามเต็ม am เป็นรูปของ be และย้ายมาอยู่หน้าประธาน I ส่วน supposed to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน be: Am I ... supposed to be at work ...? even เพิ่มความรู้สึกประหลาดใจและสงสัย ผู้พูดไม่ได้เพียงถามว่าการทำงานเป็นความคิดที่ดีหรือไม่ แต่กำลังสงสัยว่าตารางงานหรือหน้าที่ของวันนี้กำหนดให้ตนต้องมาทำงานหรือไม่ supposed ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ถูกสันนิษฐาน” เมื่อแยกออกมาเดี่ยว ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be supposed to เพื่อแสดงหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามตาราง: We ____ arrive at nine.
ดูคำตอบ
are supposed to
Your Honor:คำเรียกผู้พิพากษาในศาล
Your Honor เป็นคำเรียกที่ใช้โดยเฉพาะเมื่อพูดกับผู้พิพากษาโดยตรงในศาลของสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็นตำแหน่งเรียกที่แสดงความเคารพ ดังนั้น honor ในที่นี้จึงไม่ใช่คำนามนามธรรมทั่วไปที่หมายถึง “ความเคารพ” หรือ “ชื่อเสียงที่ดี” ใน Yes, your honor คำเรียกนี้ทำให้ทราบว่าคำตอบเป็นส่วนหนึ่งของภาษาที่ใช้ในศาล ไม่ใช่เพียงการพูด yes ทั่วไป
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะใช้ Your Honor เป็นคำเรียกโดยตรง?
- พูดกับตำรวจระหว่างการตรวจจราจร
- พูดกับครูหลังเลิกเรียน
- พูดกับผู้พิพากษาโดยตรงระหว่างการพิจารณาคดี
ดูคำตอบ
พูดกับผู้พิพากษาโดยตรงระหว่างการพิจารณาคดี
From 1792, Columbus Day was celebrated in many parts of the United States on October 12th, วัฒนธรรม
0:39ตั้งแต่ปี 1792 วันโคลัมบัสถูกเฉลิมฉลองในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 12 ตุลาคม
Columbus Day ในฐานะชื่อวันหยุด
Columbus Day เป็นชื่อวันหยุดของสหรัฐฯ ที่ในทางประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับวาระครบรอบการเดินทางสู่ทวีปอเมริกาในปี 1492 ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ในที่นี้ Day เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะ ไม่ใช่คำนามทั่วไปที่หมายถึงวันธรรมดาวันหนึ่ง ชื่อนี้มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์และการเมืองที่เป็นข้อถกเถียง เพราะผู้คนมีมุมมองต่างกันต่อสิ่งที่โคลัมบัสและผลกระทบจากการล่าอาณานิคมของยุโรปเป็นตัวแทน ภูมิหลังนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมพื้นที่ต่าง ๆ ในสหรัฐฯ จึงปฏิบัติต่อวันหยุดนี้แตกต่างกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Columbus Day หมายถึงอะไร?
- วันที่เกิดของโคลัมบัสในปฏิทิน
- วันใดก็ได้ที่ใช้ศึกษาเรื่องโคลัมบัส
- ชื่อวันหยุดของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของโคลัมบัส
ดูคำตอบ
ชื่อวันหยุดของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของโคลัมบัส
But although it was declared an official holiday in 1934, วลี
0:47แต่แม้ว่ามันจะถูกประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในปี 1934
was declared an official ...: การให้สถานะอย่างเป็นทางการ
ใน it was declared an official holiday คำว่า was declared เป็นรูปถูกกระทำของ declare โครงสร้างรูปกระทำที่ตรงกันคือ an authority declared it an official holiday: declare + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำนาม โดย an official holiday ระบุสถานะที่สิ่งนั้นได้รับ รูปถูกกระทำไม่กล่าวถึงหน่วยงานผู้มีอำนาจและเน้นสถานะอย่างเป็นทางการที่ได้รับใหม่ ในที่นี้ declared หมายถึงได้รับการประกาศหรือกำหนดอย่างเป็นทางการโดยผู้มีอำนาจ ไม่ใช่เพียงแค่มีคนพูดถึงในบทสนทนา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำสองคำของ declare: In 2005, the area ____ an official nature reserve.
ดูคำตอบ
was declared
individual states aren't required to observe it. การใช้คำ
0:51แต่ละรัฐก็ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องปฏิบัติตาม
be required to observe a holiday: ถูกกำหนดให้ถือปฏิบัติวันหยุดอย่างเป็นทางการ
ในบริบทของวันหยุด observe หมายถึงการรับรองหรือรำลึกถึงวันนั้นอย่างเป็นทางการ หรือปฏิบัติตามธรรมเนียมและตารางที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงการมองดูหรือสังเกตด้วยตา โครงสร้างรูปถูกกระทำ be required to + คำกริยา หมายถึงมีหน้าที่ต้องทำบางอย่างตามกฎหรือคำสั่งของผู้มีอำนาจ เมื่อใช้กับ aren't ประโยคนี้จึงหมายความว่าแต่ละรัฐตัดสินใจเองได้ว่าจะถือปฏิบัติวันหยุดนี้อย่างเป็นทางการหรือไม่
แบบฝึกหัด
ในบริบทของวันหยุดนี้ aren't required to observe it หมายความว่าอย่างไร
- รัฐเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องรับรองหรือถือปฏิบัติวันหยุดนี้อย่างเป็นทางการ
- รัฐเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องมองดูวันหยุดนี้
- รัฐเหล่านั้นถูกห้ามไม่ให้เฉลิมฉลองวันหยุดนี้
ดูคำตอบ
รัฐเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องรับรองหรือถือปฏิบัติวันหยุดนี้อย่างเป็นทางการ
close public services: ระงับบริการสาธารณะชั่วคราว
ในบริบทของรัฐบาลและวันหยุดนี้ public services หมายถึงบริการที่รัฐบาลหรือหน่วยงานสาธารณะจัดให้ เช่น สำนักงานธุรการและงานอื่นของภาครัฐ ไม่ได้หมายถึงการบริการในร้านอาหารหรือธุรกิจเอกชนอื่น close เป็นคำกริยาในที่นี้ หมายถึงหยุดการเข้าถึงหรือการดำเนินงาน โดยปกติเป็นช่วงเวลาจำกัด วลีนี้บอกว่ามีเพียง 23 รัฐที่ระงับการดำเนินงานของภาครัฐในวันหยุด ไม่ได้แปลว่าบริการที่จำเป็นทุกอย่างต้องหยุด
แบบฝึกหัด
close public services ในที่นี้หมายถึงอะไร
- ยุติงานบริการลูกค้าของร้านอาหารเอกชน
- ย้ายสำนักงานบริการสาธารณะให้มาอยู่ใกล้กันมากขึ้น
- หยุดการดำเนินงานของบริการรัฐบาลหรือภาครัฐเป็นการชั่วคราว
ดูคำตอบ
หยุดการดำเนินงานของบริการรัฐบาลหรือภาครัฐเป็นการชั่วคราว
and more states are moving away from it completely. กริยาวลี
0:57และมีหลายรัฐมากขึ้นเรื่อยๆ ที่กำลังยกเลิกวันหยุดนี้ไปเลย
are moving away from it completely: ค่อย ๆ เลิกใช้แนวปฏิบัติอย่างสิ้นเชิง
ในที่นี้ are moving away from it หมายถึงรัฐจำนวนมากขึ้นกำลังค่อย ๆ เลือกที่จะไม่ทำตามหรือสนับสนุนแนวปฏิบัติที่ it กล่าวถึงอีกต่อไป นี่คือการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายหรือทัศนคติ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ รูป present continuous แสดงว่าแนวโน้มนี้กำลังดำเนินอยู่ ส่วน completely ชี้ถึงทิศทางสุดท้ายว่าเป็นการเลิกใช้แนวปฏิบัตินี้ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงปรับเปลี่ยนเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ใช้รูป present continuous ของ move away from เติมประโยคให้สมบูรณ์: The company ____ disposable cups and switching to reusable ones.
ดูคำตอบ
is moving away from
we even moved it to the second Monday in October so people could get a nice three-day weekend. วลี
1:03เรายังเลื่อนมันไปเป็นวันจันทร์ที่สองของเดือนตุลาคม เพื่อให้ผู้คนได้มีวันหยุดยาวสามวันที่ยอดเยี่ยมด้วยซ้ำ
get a nice three-day weekend: ได้หยุดติดต่อกันสามวัน
People could get a nice three-day weekend หมายถึงตารางวันหยุดทำให้ผู้คนได้หยุดงานหรือหยุดเรียนติดต่อกันสามวัน Get ในที่นี้หมายถึงได้หรือได้รับประโยชน์จากการจัดตาราง ไม่ใช่ซื้อหรือหยิบสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ ส่วน nice แสดงว่าผู้พูดมองว่านี่เป็นประโยชน์ที่น่าพอใจ Three-day เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า weekend ในโครงสร้างตัวเลข + หน่วยเวลาแบบนี้ day ใช้รูปเอกพจน์ และคำประสมใช้เครื่องหมายยัติภังค์เมื่ออยู่หน้าคำนาม: a three-day weekend
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่มีคำขยายแบบใส่เครื่องหมายยัติภังค์ ซึ่งหมายถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ยาวสามวัน: With Monday off, we get ____.
ดูคำตอบ
a three-day weekend
But I guess you folks just hate celebrations. น้ำเสียง/เจตนา
1:08แต่ฉันเดาว่าพวกคุณคงแค่เกลียดงานฉลองล่ะสิ
guess you folks just hate celebrations: คำกล่าวหาเชิงประชด
ในที่นี้ guess ไม่ได้ใช้เพื่อเสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวังหรือไม่มั่นใจ ผู้พูดใช้ guess you folks just hate celebrations เป็นคำกล่าวหาเชิงประชด โดยพูดเกินจริงถึงจุดยืนของอีกฝ่าย และทำเหมือนว่าการไม่เห็นด้วยเป็นหลักฐานว่าพวกเขาเกลียดการเฉลิมฉลอง folks เป็นคำภาษาพูดและเมื่อใช้เดี่ยว ๆ อาจฟังเป็นมิตรได้ แต่ไม่ได้ทำให้ประโยคนี้เป็นมิตร ทั้งประโยคมีน้ำเสียงตั้งรับและดูแคลน ไม่ใช่การบอกข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลางว่าผู้ฟังเกลียดอะไรจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยประโยค “I guess you folks just hate celebrations”?
- รายงานข้อเท็จจริงที่ทราบอยู่แล้วเกี่ยวกับผู้ฟังอย่างเป็นกลาง
- ลดทอนความเห็นต่างของพวกเขาอย่างประชดให้เหลือเพียงความเกลียดการเฉลิมฉลอง
- ถามอย่างสุภาพว่าพวกเขาชอบการเฉลิมฉลองแบบใด
ดูคำตอบ
ลดทอนความเห็นต่างของพวกเขาอย่างประชดให้เหลือเพียงความเกลียดการเฉลิมฉลอง
what are we celebrating again?: ใช้ again เพื่อขอให้ช่วยเตือน
again ที่อยู่ท้ายคำถามใช้ขอให้อีกฝ่ายเตือนข้อมูลที่เคยพูดถึงหรือควรจะรู้อยู่แล้วได้ ดังนั้น what are we celebrating again? จึงหมายถึง “ช่วยเตือนหน่อยว่าเรากำลังฉลองอะไร” ไม่ได้หมายความว่าการฉลองนั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง คำถามนี้อาจแสดงว่าผู้พูดลืมจริง ๆ แต่ในบริบทนี้ยังสื่อความสงสัยหรือการทักท้วงเล็กน้อย ราวกับกำลังถามว่าอะไรทำให้โอกาสนี้สมควรแก่การเฉลิมฉลองกันแน่
แบบฝึกหัด
เติมคำท้ายประโยคที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายช่วยเตือน: Which room are we meeting in ____?
ดูคำตอบ
again
Come on ที่ใช้แสดงความไม่พอใจ
Come on ในที่นี้ไม่ได้เป็นการขอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ แต่เป็นคำอุทานที่แสดงความไม่พอใจหรือการทักท้วงเล็กน้อย เพราะผู้พูดคิดว่าผู้พิพากษาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร วลีนี้ยังใช้เร่งหรือให้กำลังใจผู้อื่นได้ด้วย ความหมายจึงขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท ในประโยคนี้มีความหมายใกล้กับ “ไม่เอาน่า” หรือ “คุณก็รู้อยู่แล้ว”
แบบฝึกหัด
Come on ในประโยค “Come on, your honor.” สื่อความหมายใด
- ผู้พูดต้องการให้ผู้พิพากษาเดินเข้ามาใกล้
- ผู้พูดไม่พอใจ เพราะคิดว่าผู้พิพากษาน่าจะรู้อยู่แล้ว
- ผู้พูดกำลังกล่าวต้อนรับผู้พิพากษาเข้าห้อง
ดูคำตอบ
ผู้พูดไม่พอใจ เพราะคิดว่าผู้พิพากษาน่าจะรู้อยู่แล้ว
to send him on a mission to find a better trade route to India. วลี
1:19ให้ส่งเขาไปทำภารกิจหาเส้นทางการค้าที่ดีกว่าเพื่อไปอินเดีย
convince someone to do something: โน้มน้าวให้ใครทำบางอย่าง
รูปแบบ convince + person + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงทำให้ใครสักคนยอมลงมือทำบางอย่าง ในประโยคนี้ person คือ the king of Spain และการกระทำคือ send him on a mission person ต้องอยู่ต่อจาก convince โดยตรง แล้วตามด้วย to-infinitive โครงสร้างนี้บอกทั้งว่าใครถูกโน้มน้าวและคนนั้นตกลงจะทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ reconsider และรูปแบบ convince someone to do something: Her clear evidence convinced the committee ____ the proposal.
ดูคำตอบ
to reconsider
a mission to find ...: ระบุเป้าหมายที่ชัดเจน
ในประโยคนี้ a mission หมายถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมายและมีเป้าหมายเฉพาะ ไม่ใช่แค่การเดินทาง ส่วน to find a better trade route to India ระบุว่าภารกิจนี้ต้องการบรรลุอะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ send someone on a mission to + กริยารูปพื้นฐาน และ be on a mission to + กริยารูปพื้นฐาน ก็ใช้เพื่อแสดงว่าการกระทำนั้นเป็นเป้าหมายที่มุ่งมั่นทำให้สำเร็จ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ send someone on a mission to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The engineers were sent ____ find the cause of the power failure.
ดูคำตอบ
on a mission to
Not by ..., but ...: ปฏิเสธวิธีหนึ่งและเน้นอีกวิธีหนึ่ง
Not by A, but B ใช้จัดข้อมูลให้เห็นความแตกต่างระหว่างสองวิธี ส่วน not by ปฏิเสธวิธีเดินทางทางบกไปทางตะวันออก และส่วน but เปลี่ยนจุดเน้นไปยังวิธีที่ตั้งใจเลือก คือการแล่นเรือไปทางตะวันตกรอบโลก ในที่นี้ by ใช้นำหน้าวิธีการและเข้าใจได้ว่าใช้กับคำกริยาเติม -ing ทั้งสองคำ ได้แก่ by going และ [by] sailing หากต้องการรูปแบบที่ชัดเจนและนำไปใช้ซ้ำได้ สามารถใช้ by ซ้ำเป็น not by + -ing, but by + -ing
แบบฝึกหัด
ใช้ not by + -ing, but by + -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We improved the project ____ waiting for luck, ____ making a clear plan.
ดูคำตอบ
not by · but by
he knew better: รู้ว่าความเชื่อหนึ่งไม่ถูกต้อง
ในประโยคนี้ he knew better หมายถึง เขาเข้าใจว่าความเชื่อที่คนทั่วไปยอมรับนั้นผิด หรือเขาตัดสินเรื่องนี้ได้ถูกต้องกว่า ไม่ได้เปรียบเทียบว่าโดยรวมแล้วเขามีความรู้มากเพียงใด วลีนี้ย้อนกลับไปถึงแนวคิดที่กล่าวถึงอยู่ก่อนแล้ว คนอื่นอาจเชื่อแนวคิดนั้น แต่เขาไม่เชื่อเพราะรู้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
ใน 'The rumor said the museum was closed, but Priya knew better,' คำว่า knew better หมายถึงอะไร
- เธอรู้ว่าพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ปิด
- เธอรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์มากกว่าใคร
- เธอต้องการหาพิพิธภัณฑ์ที่ดีกว่า
ดูคำตอบ
เธอรู้ว่าพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ปิด
sailed the ocean blue: สะท้อนคำคล้องจองที่ใช้ท่องจำในโรงเรียน
ถ้อยคำนี้ชวนให้นึกถึงกลอนท่องจำในโรงเรียนที่พบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า In fourteen ninety-two, Columbus sailed the ocean blue การเชื่อมโยงนี้ทำให้ประโยคฟังเหมือนบทกลอนที่ท่องในห้องเรียน มากกว่าจะเป็นร้อยแก้วทางประวัติศาสตร์แบบตรงไปตรงมา blue คล้องจองกับ two ใน ninety-two และสร้างจังหวะง่าย ๆ คล้ายบทเพลง สีของมหาสมุทรไม่ใช่ข้อมูลสำคัญ ถ้อยคำนี้อาจส่งสัญญาณว่าเป็นการอ้างหรือเลียนแบบเรื่องเล่าจากตำราเรียนแบบดั้งเดิมอย่างขบขัน
แบบฝึกหัด
ใน 'In fourteen ninety-two, he sailed the ocean blue,' วลี sailed the ocean blue สร้างผลแบบใด
- ชวนให้นึกถึงกลอนคล้องจองที่ใช้ท่องจำในโรงเรียน
- หมายความว่าเขาเดินทางผ่านสถานที่ที่มีชื่อทางการว่า Ocean Blue เท่านั้น
- ให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำเกี่ยวกับสีของมหาสมุทร
ดูคำตอบ
ชวนให้นึกถึงกลอนคล้องจองที่ใช้ท่องจำในโรงเรียน
What rubbish: การปฏิเสธอย่างรุนแรง
What rubbish. เป็นคำอุทานสั้น ๆ ที่ปฏิเสธคำพูดก่อนหน้าว่าไร้สาระหรือไม่จริงเลย ในที่นี้ rubbish ใช้ประเมินคำพูดนั้น ไม่ได้หมายถึงขยะตามตัวอักษร สำนวนนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าผู้พูดมีความเห็นต่าง แต่ยังลดคุณค่าคำกล่าวของอีกฝ่ายว่าไม่ควรนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง จึงมีน้ำเสียงรุนแรงและเผชิญหน้า
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ในการประชุมอย่างเป็นทางการ What rubbish. เป็นวิธีที่สุภาพและเป็นกลางในการแสดงความไม่เห็นด้วยกับเพื่อนร่วมงาน
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
First of all: การเกริ่นประเด็นแรก
First of all เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ใช้เกริ่นเหตุผล ขั้นตอน หรือประเด็นแรกในการอธิบายอย่างเป็นระบบ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเริ่มการโต้แย้งที่มีโครงสร้าง หน้าที่หลักของสำนวนนี้ไม่ใช่การบอกว่าเหตุการณ์ใดเกิดก่อนในด้านเวลา แต่เป็นการจัดระเบียบความคิดของผู้พูด และมักเตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีประเด็นอื่นตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่ขึ้นต้นด้วย First และใช้เกริ่นประเด็นแรก: ____, we need to check the facts.
ดูคำตอบ
First of all
educated people knew the world was round since Aristotle.
1:42คนที่มีการศึกษารู้ว่าโลกกลมมาตั้งแต่สมัยอริสโตเติลแล้ว
didn't discover anything: ตั้งคำถามต่อ discover ในฐานะกรอบทางประวัติศาสตร์
ในประโยคนี้ didn't discover anything ไม่ได้เพียงปฏิเสธว่าเกิด “การค้นพบ” จริง ๆ แต่ยังตั้งคำถามด้วยว่า discover เป็นคำกริยาที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่และเป็นที่รู้จักของคนเหล่านั้นอยู่แล้ว ไม่ได้เพิ่งกลายเป็นสถานที่ “ที่ถูกค้นพบ” เมื่อโคลัมบัสมาถึง คำกริยา discover อาจวางกรอบประวัติศาสตร์จากมุมมองของผู้มาใหม่ เมื่ออ่านเนื้อหาประวัติศาสตร์หรือสื่อ ให้พิจารณาว่านับความรู้ของใครเป็นหลัก และการใช้คำกริยาที่แม่นยำกว่าจะช่วยไม่ทำให้ผู้คนที่อยู่มาก่อนเลือนหายไปหรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรายงานอย่างเป็นกลางที่สุดว่าคณะสำรวจมาถึงเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่แล้ว
- The expedition discovered an island where thousands of people already lived.
- The expedition reached an island where thousands of people already lived.
- The expedition discovered a community that had always known the island.
ดูคำตอบ
The expedition reached an island where thousands of people already lived.
There were already people living here for millennia. ไวยากรณ์
1:49มีผู้คนอาศัยอยู่ที่นี่มานานนับพันปีแล้ว
There were ... people living ...: บอกว่าใครอยู่ที่นั่นมาก่อนแล้ว
There were ใช้เกริ่นว่ามีผู้คนอยู่ โดยทำหน้าที่เป็นข้อมูลพื้นหลัง กลุ่มคำนามคือ people living here ส่วน living here เป็นส่วนขยายรูป participle ที่ขยาย people ไม่ใช่กริยาที่ผันตามกาลอีกตัวหนึ่ง Already แสดงว่าสถานการณ์นั้นเริ่มขึ้นก่อนช่วงเวลาที่กำลังกล่าวถึง และ for millennia บอกว่าสถานการณ์ดำเนินมายาวนาน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ there + be + คำนาม + -ing ซึ่งมักใช้สร้างฉากด้วยการบอกว่าใครหรืออะไรอยู่ที่นั่นและกำลังทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ be และรูป -ing ของ live: There ____ already several families ____ near the lake.
ดูคำตอบ
were · living
And he wasn't even the first European to visit. ไวยากรณ์
1:52และเขาไม่ใช่ชาวยุโรปคนแรกที่มาเยือนด้วยซ้ำ
even the first European to visit: โครงสร้าง the first + คำนาม + to do
ใน the first European to visit ใช้รูปแบบ the first + คำนาม + to-infinitive โดย to visit ระบุการกระทำที่ทำให้ชาวยุโรปคนนั้นเป็น “คนแรก” ไม่ได้บอกจุดประสงค์ รูปปฏิเสธ wasn't ... the first บอกว่าเขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งคนแรกนั้น even ช่วยเน้นการแก้ความเข้าใจว่า แม้แต่ข้อกล่าวอ้างที่มีขอบเขตแคบลงนี้ก็ยังไม่จริง
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อให้โครงสร้าง the first + คำนาม + to do สมบูรณ์: She was the first scientist ____ discover the error.
ดูคำตอบ
to
The Norse had settled Newfoundland almost 500 years before. วัฒนธรรม
1:55ชาวนอร์สมาตั้งถิ่นฐานในนิวฟันด์แลนด์ก่อนหน้านั้นเกือบ 500 ปี
Norse had settled: ความหมายทางประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ที่เกิดก่อน
คำว่า the Norse หมายถึงกลุ่มชนเจอร์แมนิกเหนือในยุคกลาง โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินเรือที่เกี่ยวข้องกับยุคไวกิง Newfoundland เป็นเกาะและภูมิภาคทางตะวันออกของแคนาดา ข้อมูลนี้ช่วยให้เข้าใจว่าประโยคกล่าวถึงการปรากฏตัวของชาวยุโรปที่เกิดขึ้นก่อนการเดินทางซึ่งกำลังพูดถึงอยู่มาก ในที่นี้ had settled หมายถึง “ได้สร้างชุมชนและเริ่มอาศัยอยู่ที่นั่นแล้ว” past perfect วางเหตุการณ์ตั้งถิ่นฐานไว้ก่อนจุดอ้างอิงอีกจุดหนึ่งในอดีต และ almost 500 years before ระบุช่วงเวลาที่ห่างกัน เพราะ Newfoundland เป็นสถานที่ settled จึงไม่ได้หมายถึง “แก้ไขแล้ว”
แบบฝึกหัด
settled ใน The Norse had settled Newfoundland หมายถึงอะไร
- ทำให้ทะเลรอบภูมิภาคนั้นสงบลง
- สร้างชุมชนและเริ่มอาศัยอยู่ที่นั่น
- แก้ข้อพิพาทเกี่ยวกับภูมิภาคนั้น
ดูคำตอบ
สร้างชุมชนและเริ่มอาศัยอยู่ที่นั่น
You don't say. ในฐานะคำตอบเชิงประชด
You don't say. เป็นคำตอบโต้ในการสนทนาที่ใช้เป็นสำนวนตายตัว ไม่ใช่คำสั่งให้อีกฝ่ายหยุดพูด คำนี้ใช้แสดงความประหลาดใจจริง ๆ ได้ แต่โทนเสียงและบริบทก็ทำให้กลายเป็นคำประชดได้เช่นกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดตอบรับการแก้ไขแบบหยอกล้อ โดยมีความหมายประมาณว่า “นั่นแทบไม่ใช่ข่าวใหม่เลย” หรือ “ฉันรู้อยู่แล้ว” สิ่งสำคัญคือต้องตีความท่าทีของผู้พูดแทนที่จะแปลคำต่อคำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า "Winter is colder than summer." แล้วคุณตอบว่า "You don't say." คำตอบของคุณน่าจะหมายความว่าอย่างไร?
- คุณสั่งให้เพื่อนหยุดพูด
- คุณพูดล้อว่าข้อเท็จจริงนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
- คุณขอให้อีกฝ่ายพูดข้อเท็จจริงนั้นซ้ำ
ดูคำตอบ
คุณพูดล้อว่าข้อเท็จจริงนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
So how come we're not all wearing those cow helmets? ไวยากรณ์
2:00แล้วทำไมเราไม่ใส่หมวกกันน็อกเขาวัวนั่นกันล่ะ?
how come + ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า
how come เป็นวิธีถาม why แบบไม่เป็นทางการ มักฟังเหมือนเป็นปฏิกิริยาทันทีต่อสิ่งที่ไม่คาดคิด เช่นเดียวกับคำถามเชิงหยอกล้อในประโยคนี้ หลัง how come ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าตามปกติ คือ how come + ประธาน + กริยา ประโยคนี้ใช้ How come we're not ... ไม่ใช่ How come are we not ...
แบบฝึกหัด
เติมคำถามหาเหตุผลแบบไม่เป็นทางการด้วยสำนวนสองคำที่ตามด้วยลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: "____ you're leaving so early?"
ดูคำตอบ
How come
Who cares ...? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ลดความสำคัญ
Who cares ...? มีรูปเหมือนคำถาม แต่ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ถามว่ามีใครบ้างที่สนใจ แต่สื่อว่าข้อเท็จจริงนั้นไม่สำคัญ อนุประโยคที่มี what ระบุข้อมูลที่ผู้พูดกำลังลดความสำคัญ ซึ่งก็คือ what some Vikings did ในการโต้แย้ง คำพูดแบบนี้ลดความเกี่ยวข้องหรือความสำคัญของข้อเท็จจริงโดยไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อเท็จจริงนั้นผิด
แบบฝึกหัด
ใน “Who cares what some Vikings did way back when?” ผู้พูดกำลังทำอย่างไรกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์?
- ถามชื่อคนที่สนใจเรื่องนี้
- มองว่าไม่สำคัญต่อการอภิปราย
- ยอมรับว่าไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริงนั้น
ดูคำตอบ
มองว่าไม่สำคัญต่อการอภิปราย
way back when: วิธีพูดว่า “นานมาแล้ว” แบบไม่เป็นทางการ
Way back when เป็นสำนวนตายตัวแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงนานมาแล้วในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่ไม่ได้ระบุชัด way ช่วยเน้นว่าห่างไกลในแง่เวลา ส่วน back ชี้ย้อนกลับไปสู่อดีต ในที่นี้ when เป็นส่วนที่ทำให้สำนวนสมบูรณ์ ไม่ได้ใช้เปิดอนุประโยคบอกเวลาหรือใช้ตั้งคำถาม สำนวนนี้อาจให้ความรู้สึกหวนคิดถึงอดีต หรือพูดถึงอดีตแบบสบาย ๆ และห่างไกล ในประโยคนี้ ความห่างนั้นช่วยให้ผู้พูดมองประวัติศาสตร์ของไวกิ้งว่าไกลตัวและไม่สำคัญ แต่สำนวนนี้ไม่ได้มีน้ำเสียงดูแคลนเสมอไป
แบบฝึกหัด
when ทำหน้าที่อะไรใน way back when ที่ใช้ตรงนี้?
- ขอให้ผู้ฟังระบุวันที่
- ใช้เปิดอนุประโยคบอกเวลาที่ตามมา
- เป็นส่วนที่ทำให้สำนวนตายตัวซึ่งกล่าวถึงอดีตอันห่างไกลแบบกว้าง ๆ สมบูรณ์
ดูคำตอบ
เป็นส่วนที่ทำให้สำนวนตายตัวซึ่งกล่าวถึงอดีตอันห่างไกลแบบกว้าง ๆ สมบูรณ์
didn't last: last ที่ใช้เป็นคำกริยา
ในที่นี้ last เป็นคำกริยา หมายถึงยังคงอยู่ ทำงาน หรือมีผลต่อไปเมื่อเวลาผ่านไป Those settlements didn't last หมายความว่าถิ่นฐานเหล่านั้นเคยมีอยู่ แต่ไม่ได้คงอยู่ต่อไป หลัง did หรือ didn't ภาษาอังกฤษจะใช้คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น last ในที่นี้จึงไม่ได้แปลว่า “สุดท้าย” คำกริยานี้ยังใช้บอกได้ว่าความสัมพันธ์ ข้อตกลง เหตุการณ์ ผลิตภัณฑ์ หรือผลกระทบดำเนินอยู่นานเพียงใด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Those settlements didn't last หมายความว่าอะไร
- ถิ่นฐานเหล่านั้นสร้างขึ้นล่าสุด
- ถิ่นฐานเหล่านั้นเป็นถิ่นฐานสุดท้าย
- ถิ่นฐานเหล่านั้นคงอยู่เพียงช่วงเวลาจำกัด
ดูคำตอบ
ถิ่นฐานเหล่านั้นคงอยู่เพียงช่วงเวลาจำกัด
And the news he brought back to Europe spread far and wide, โน้ต
2:13และข่าวที่เขานำกลับมายังยุโรปก็แพร่สะพัดไปไกล
brought back: กลับมาพร้อมข่าวหรือสิ่งอื่น
Brought back เป็นรูปอดีตของ bring back ในที่นี้หมายความว่าเขากลับไปยังยุโรปพร้อมนำข่าวหรือข้อมูลกลับไปด้วย Back แสดงการกลับไปยังสถานที่หรือชุมชนเดิม ไม่ได้หมายความว่าข่าวเคลื่อนที่ไปข้างหลัง ใน the news he brought back to Europe นั้น the news คือสิ่งที่เขานำกลับไป สามารถละคำสรรพนามเชื่อมความได้ จึงมีรูปเต็มว่า the news (that) he brought back to Europe โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งของ ข้อมูล และแนวคิดได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ bring back: Maya returned from the conference with useful notes. She ____ useful notes from the conference.
ดูคำตอบ
brought back
“Europe spread far ... and wide”: สำนวนตายตัว “far and wide”
คำที่ไฮไลต์คร่อมขอบเขตทางไวยากรณ์: Europe เป็นส่วนหนึ่งของ brought back to Europe ซึ่งบอกว่าข่าวถูกนำกลับไปที่ใด ส่วน spread เริ่มใจความหลักที่กล่าวถึง the news เวลาอ่านให้จับ spread รวมกับคำที่ตามมาเป็น spread far and wide far and wide เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “ครอบคลุมพื้นที่กว้างมาก” หรือ “ไปถึงหลายแห่ง” ในที่นี้หมายความว่าข่าวเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งทั้งอยู่ไกลและมีความกว้างทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “แพร่ไปถึงหลายแห่งหรือหลายคน” ให้สมบูรณ์: Within a day, the news had spread ____.
ดูคำตอบ
far and wide
inspiring all the explorers and settlers who came after. กริยาวลี
2:16เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักสำรวจและผู้ตั้งถิ่นฐานทุกคนที่ตามมาทีหลัง
who came after: ผู้ที่ปรากฏตัวในภายหลัง
who came after เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย all the explorers and settlers ในที่นี้ came after หมายถึง “มาถึงหรือปรากฏในภายหลัง” คือเหล่านักสำรวจและผู้ตั้งถิ่นฐานที่มาหลังโคลัมบัส after ไม่มีสิ่งอ้างอิงระบุไว้โดยตรงในประโยคนี้ จึงต้องเข้าใจเกณฑ์เวลาจากบริบทก่อนหน้า ในการเรียงลำดับทางประวัติศาสตร์ come after ใช้ระบุคน ผลงาน หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังได้ และในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการไล่ตามใคร
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The invention shaped the machines that came after,” that came after หมายถึงอะไร?
- ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายหลัง
- ที่ไล่ตามสิ่งประดิษฐ์นั้น
- ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นก่อน
ดูคำตอบ
ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายหลัง
Without him, ... would be here today: เงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริง
Without him เป็นเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริง ในบริบทนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “if he had not played that role” โดยย่ออนุประโยค if ที่ยาวกว่าให้เป็นโครงสร้าง without + คำนามหรือคำสรรพนาม None of us would be here today บอกผลลัพธ์ในปัจจุบันที่สมมุติขึ้น would be here ไม่ได้กล่าวถึงอนาคต แต่หมายความว่าความจริงในวันนี้จะแตกต่างออกไปภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เป็นจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ Without + คำนาม, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เขียนรูปปฏิเสธแบบสองคำของ would เพื่อเติมผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกับความจริงให้สมบูรณ์: Without the rescue team, we ____ be safe now.
ดูคำตอบ
would not
millions of Native Americans aren't here today.
2:25ทำให้ชาวอเมริกันพื้นเมืองหลายล้านคนไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้
And because of him: การนำกรอบเหตุและผลมาใช้ซ้ำแล้วกลับด้าน
And because of him จงใจรับคำจากผู้พูดก่อนหน้าที่ผูกสาเหตุไว้กับบุคคลคนเดียวกัน And เชื่อมคำโต้ตอบเข้ากับข้ออ้างนั้นโดยตรง ส่วน because of him ยังคงกรอบเหตุและผลเดิมไว้ จากนั้นคำโต้ตอบก็กลับด้านการประเมิน แทนที่จะเน้นผลลัพธ์เชิงบวกสำหรับ “พวกเรา” กลับชี้ไปยังผลลัพธ์อันเลวร้ายต่อชนพื้นเมืองอเมริกัน การนำถ้อยคำของฝ่ายตรงข้ามมาใช้อีกแบบนี้ช่วยเน้นผลที่ข้ออ้างแรกละเลยไป
แบบฝึกหัด
ผู้พูด A กล่าวว่า “Because of the new highway, deliveries are faster.” ผู้พูด B ตอบว่า “And because of it, several neighborhoods are noisier.” ผู้พูด B กำลังทำอะไร?
- เปลี่ยนหัวข้อไปพูดถึงลำดับที่เหตุการณ์เกิดขึ้น
- นำกรอบเหตุและผลของผู้พูด A มาใช้ซ้ำเพื่อชี้ให้เห็นผลเสียที่ตรงข้ามกัน
- เห็นด้วยว่าทางหลวงมีแต่ผลเชิงบวกเท่านั้น
ดูคำตอบ
นำกรอบเหตุและผลของผู้พูด A มาใช้ซ้ำเพื่อชี้ให้เห็นผลเสียที่ตรงข้ามกัน
Do you know what Columbus did in the colonies he founded? ไวยากรณ์
2:28คุณรู้ไหมว่าโคลัมบัสทำอะไรบ้างในอาณานิคมที่เขาก่อตั้งขึ้น?
know what Columbus did: ลำดับคำในคำถามแฝง
ใน Do you know...? อนุประโยค what Columbus did in the colonies he founded ทำหน้าที่เป็นกรรมของ know และระบุข้อมูลที่กำลังถูกถามถึง ไม่ได้เป็นคำถามที่แยกเดี่ยว เนื่องจากเป็นคำถามแฝง จึงใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + กริยา เช่น what Columbus did หลัง know ไม่ใช้ลำดับของคำถามตรงแบบ what did Columbus do
แบบฝึกหัด
เปลี่ยนคำถามตรง What did Maya discover? ให้เป็นคำถามแฝง: Do you know ____?
ดูคำตอบ
what Maya discovered
He took the very first natives he met prisoner วลี
2:31เขาจับชาวพื้นเมืองกลุ่มแรกที่เขาพบเป็นนักโทษ
take someone prisoner: จับใครเป็นเชลย
take someone prisoner เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงจับใครบางคนและทำให้คนนั้นกลายเป็นเชลย ในประโยคนี้ กรรมที่มีคำขยายยาวคือ the very first natives he met ส่วน prisoner บอกสถานะของคนเหล่านั้นหลังจากถูกจับ โครงสร้างคือ take + คน + prisoner โดย prisoner เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม ไม่ใช่สิ่งของที่เขาหยิบหรือเอาไป แม้กรรมจะเป็นพหูพจน์ ส่วนเติมเต็มนี้ก็มักคงรูปเอกพจน์: take them prisoner
แบบฝึกหัด
เติมสำนวน take someone prisoner ให้สมบูรณ์: The army took the scouts ____.
ดูคำตอบ
prisoner
and wrote in his journal about how easily he could conquer and enslave all of them. ไวยากรณ์
2:34และเขียนลงในบันทึกประจำวันของเขาว่ามันง่ายแค่ไหนที่เขาจะพิชิตและจับทุกคนเป็นทาส
about how easily he could conquer and ...: อนุประโยคซ้อนที่บอกระดับ
ใน about how easily he could conquer and enslave all of them คำว่า about นำเข้าสู่เนื้อหาที่เขาเขียน ส่วนอนุประโยคที่มี how ถ่ายทอดการประเมินระดับของเขา คือเขาเชื่อว่าสามารถพิชิตและจับพวกเขาเป็นทาสได้โดยแทบไม่ลำบาก นี่เป็นอนุประโยคซ้อน ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า he could conquer ไม่ใช่ could he conquer รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยาหรือคำบุพบท + how + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + ประธาน + คำกริยา
แบบฝึกหัด
เรียงคำที่กำหนดตามลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าเพื่อเติมอนุประโยคซ้อนให้สมบูรณ์: The review explains how easily ____ be repaired. ใช้คำเหล่านี้: the device, could.
ดูคำตอบ
the device could
back then: การย้อนมองช่วงเวลาหนึ่งในอดีต
Back then เป็นสำนวนบอกเวลาตายตัวที่หมายถึงในเวลานั้นในอดีต ช่วงเวลาที่กล่าวถึงต้องชัดเจนจากบทสนทนาหรือบริบทรอบข้าง คำว่า back เพิ่มมุมมองของการย้อนมองอดีต ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ถอยหลัง ในที่นี้ ผู้พูดวางการต่อสู้กันไว้ในบริบททางประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้น และใช้บริบทดังกล่าวทำให้พฤติกรรมนี้ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของยุคนั้น สำนวนนี้ให้ข้อมูลด้านบริบท แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าพฤติกรรมนั้นยอมรับได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึงในเวลานั้นในอดีต: When I was a child, the town was much smaller ____.
ดูคำตอบ
back then
Didn't the natives even tell Columbus about other tribes raiding and taking captives? การใช้คำ
2:44ชาวพื้นเมืองไม่ได้บอกโคลัมบัสเกี่ยวกับเผ่าอื่นที่มาปล้นและจับเชลยไปบ้างเลยเหรอ?
raiding and taking captives: บุกโจมตีและจับคนเป็นเชลย
ในที่นี้ raiding หมายถึงการเข้าโจมตีสถานที่อย่างฉับพลัน โดยมักมีเป้าหมายเพื่อปล้น ทำลาย หรือจับคน ส่วน taking captives หมายถึงการจับคนไว้และทำให้อยู่ภายใต้การควบคุมของอีกฝ่าย วลีรูป -ing ทั้งสองวลีบอกการกระทำของเผ่าอื่น เมื่อใช้ร่วมกันจะเฉพาะเจาะจงกว่า fighting เพราะกล่าวถึงทั้งการโจมตีและผลอย่างหนึ่งของมัน คือการที่ผู้คนถูกจับเป็นเชลย
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ raiding and taking captives ในประโยคนี้มากที่สุด?
- ไปเยี่ยมชุมชนใกล้เคียงและรับส่งผู้โดยสาร
- บุกโจมตีอย่างฉับพลันและจับผู้คนไว้
- โต้เถียงกันสั้น ๆ แล้วจากไป
ดูคำตอบ
บุกโจมตีอย่างฉับพลันและจับผู้คนไว้
but tribal warfare was sporadic and limited. การใช้คำ
2:49แต่สงครามระหว่างเผ่าเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและมีขอบเขตจำกัด
was sporadic and limited: เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและอยู่ในวงจำกัด
sporadic หมายถึงการเกิดขึ้นในเวลาที่กระจัดกระจายและไม่สม่ำเสมอ ไม่ได้เกิดต่อเนื่องหรือตามรูปแบบที่แน่นอน ส่วน limited หมายถึงการถูกจำกัดด้านขนาด ขอบเขต ระยะเวลา หรือผลกระทบ ในโครงสร้าง was + คำคุณศัพท์ คำคุณศัพท์ทั้งสองคำใช้บรรยาย tribal warfare ประโยคนี้ยอมรับว่ามีสงครามเกิดขึ้น แต่จำกัดข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับทั้งความถี่และขอบเขตของมัน
แบบฝึกหัด
“The protests were sporadic and limited” หมายความว่าอย่างไร?
- การประท้วงเกิดขึ้นอย่างไม่สม่ำเสมอและไม่ได้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง
- ไม่มีการประท้วงเกิดขึ้นเลย
- การประท้วงดำเนินต่อไปทุกแห่งโดยไม่หยุด
ดูคำตอบ
การประท้วงเกิดขึ้นอย่างไม่สม่ำเสมอและไม่ได้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง
It certainly didn't wipe out 90% of the population. กริยาวลี
2:52มันไม่ได้กวาดล้างประชากรไปถึง 90% แน่นอน
wipe out: ทำลายจนหมดหรืออย่างร้ายแรง
ในประโยคนี้ wipe out หมายถึง “ทำลายจนหมด” หรือ “ทำให้สมาชิกของกลุ่มหนึ่งเกือบทั้งหมดเสียชีวิต” เมื่อมี 90% of the population เป็นกรรม จึงสื่อถึงการสูญเสียชีวิตในระดับหายนะ ไม่ใช่การใช้ผ้าเช็ดพื้นผิว กริยาวลีนี้ยังใช้กับสายพันธุ์ พืชผล ชุมชน ธุรกิจ และเงินออมได้ด้วย แนวคิดหลักคือแทบไม่มีอะไรเหลืออยู่หรือรอดมาได้ จึงมีความหมายรุนแรงกว่าการใช้เพียง reduce หรือ damage
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำลายจนหมด”: A new disease could ____ the entire crop.
ดูคำตอบ
wipe out
Why is celebrating this Columbus so important to you anyway? น้ำเสียง/เจตนา
2:56ว่าแต่ ทำไมการเฉลิมฉลองโคลัมบัสคนนี้ถึงสำคัญกับคุณนักหนา?
Why is ... so important to you anyway?: ถามย้ำถึงเหตุผลที่แท้จริง
เมื่อ anyway อยู่ท้ายคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Why ในที่นี้ จะมีความหมายใกล้เคียงกับ “สรุปแล้ว” หรือ “เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร” คำนี้เปลี่ยนทิศทางการสนทนาจากข้อโต้แย้งก่อนหน้าไปสู่การกดถามแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังของอีกฝ่าย ไม่ได้มีความหมายแบบที่พบบ่อยในประโยคบอกเล่าว่า “แม้จะเป็นเช่นนั้น” ถ้อยคำ so important to you ทำให้ประเด็นมุ่งมาที่ตัวบุคคล โดยผู้พูดถามว่าทำไมผู้ฟังจึงใส่ใจมากขนาดนั้น ในสถานการณ์ที่มีความเห็นขัดแย้ง การใช้ร่วมกันเช่นนี้อาจฟังดูเคลือบแคลงหรือท้าทาย ไม่ใช่คำถามที่เป็นกลางล้วน ๆ
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความเกี่ยวกับคำถามภาษาอังกฤษต่อไปนี้: "Why is this so important to you anyway?" เป็นเพียงการขอข้อมูลอย่างเป็นกลางโดยสมบูรณ์เสมอ
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
Columbus's voyage was an inspiration to struggling people all across Europe, วลี
3:00การเดินทางของโคลัมบัสเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่ดิ้นรนทั่วยุโรป
an inspiration to struggling people: ระบุว่าใครเป็นผู้ได้รับกำลังใจ
be an inspiration to someone หมายถึงบุคคลหรือสิ่งหนึ่งให้กำลังใจ ความหวัง หรือแรงผลักดันแก่ใครบางคนหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คำบุพบท to ใช้นำหน้าผู้ที่ได้รับผลนั้น ในตัวอย่างนี้ struggling ขยาย people หมายความว่าคนเหล่านั้นกำลังเผชิญความยากลำบากอย่างมาก ประโยคนี้นำเสนอการเดินทางดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ให้กำลังใจผู้คนในยามลำบาก ไม่ใช่แหล่งที่มาของแนวคิดสำหรับโครงการสร้างสรรค์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคำนามจากบทเรียนให้สมบูรณ์: Her courage was ____ young athletes.
ดูคำตอบ
an inspiration to
symbolizing freedom and new beginnings: เพิ่มความหมายให้ข้อความก่อนหน้า
อนุประโยค -ing คือ symbolizing freedom and new beginnings ใช้เพิ่มคำอธิบายเกี่ยวกับประธานก่อนหน้า Columbus's voyage โดยบอกว่าการเดินทางนั้นถูกนำเสนอให้เป็นสัญลักษณ์ของแนวคิดเหล่านี้ อนุประโยคนี้ไม่ได้เริ่มเหตุการณ์ใหม่ที่แยกออกมา เมื่อวางไว้หลังข้อความหลัก ผู้พูดจะพาเนื้อหาจากผลที่กล่าวว่าเกิดจากการเดินทาง ไปสู่ความหมายที่กว้างกว่าซึ่งถูกมอบให้แก่การเดินทางนั้น
แบบฝึกหัด
symbolizing freedom and new beginnings ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- เพิ่มความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ถูกมอบให้แก่การเดินทางที่กล่าวถึงก่อนหน้า
- ระบุบุคคลที่ลงมือสร้างสัญลักษณ์ขึ้นมาจริง ๆ
- นำเสนอการเดินทางอีกครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นภายหลังและเป็นคนละเหตุการณ์
ดูคำตอบ
เพิ่มความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ถูกมอบให้แก่การเดินทางที่กล่าวถึงก่อนหน้า
the chance to come here and build better lives for their children.
3:11ได้มาที่นี่และสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของพวกเขา
give someone the chance to do something: ให้โอกาสใครทำบางสิ่ง
ใช้โครงสร้าง give + someone + the chance + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้ใครบางคนได้รับโอกาสทำบางอย่าง ในประโยคนี้ our grandparents and great-grandparents คือผู้ที่ได้รับโอกาส ส่วนวลี infinitive to come here and build better lives บอกว่าโอกาสนั้นทำให้พวกเขาสามารถทำอะไรได้
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปเพื่อให้โครงสร้างสมบูรณ์: The youth program gave them the chance ____ start their own businesses.
ดูคำตอบ
to
Don't we deserve a hero to remind everyone น้ำเสียง/เจตนา
3:15เราไม่สมควรมีวีรบุรุษเพื่อคอยเตือนใจทุกคนหรือ
Don't we deserve...?: คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อชวนให้เห็นด้วย
Don't we deserve...? มีรูปเป็นคำถามปฏิเสธ แต่ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดเชื่ออยู่แล้วว่าเราสมควรได้รับบางสิ่ง และคาดหวังให้ผู้ฟังเห็นด้วย รูปแบบนี้เปลี่ยนข้อความยืนยันอย่าง We deserve a hero ให้เป็นการเรียกร้องการสนับสนุน ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อถามข้อมูลอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าจริงหรือเท็จ: ใน 'Don't we deserve a fair hearing?' ผู้พูดมักแสดงว่าคาดหวังคำตอบว่า yes
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
จริง
that our country was built on the struggles of immigrants? สำนวน
3:18ว่าประเทศของเราสร้างขึ้นบนความดิ้นรนของผู้อพยพ?
was built on the struggles of immigrants: มีการต่อสู้ดิ้นรนของผู้อพยพเป็นรากฐาน
ในที่นี้ was built on ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าความยากลำบาก ความพยายาม และการเสียสละของผู้อพยพเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ไม่ได้บรรยายว่าอาคารตั้งอยู่บนบางสิ่งจริง ๆ โครงสร้าง be built on + คำนาม ใช้บอกพื้นฐานที่ค้ำจุนประเทศ สถาบัน ความสำเร็จ หรือข้อโต้แย้ง พื้นฐานนั้นอาจเป็นนามธรรม เช่น ความไว้วางใจ หลักฐาน การทำงานหนัก หรือประสบการณ์ในอดีต
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The organization was built on years of community work,” was built on หมายถึงอะไร?
- ถูกทำลายด้วยงานเพื่อชุมชน
- มีการทำงานเพื่อชุมชนหลายปีเป็นรากฐาน
- ถูกวางอยู่บนตัวคนทำงานเพื่อชุมชนจริง ๆ
ดูคำตอบ
มีการทำงานเพื่อชุมชนหลายปีเป็นรากฐาน
And what about the struggles of Native Americans ลำดับความ
3:22แล้วความดิ้นรนของชาวอเมริกันพื้นเมืองล่ะ
what about: ยกประเด็นอีกด้านที่ถูกมองข้าม
ในที่นี้ what about ใช้ยกอีกด้านหนึ่งที่ประเด็นก่อนหน้านี้มองข้ามไป เมื่อพูดว่า what about the struggles of Native Americans ผู้พูดเปลี่ยนจุดสนใจจากความยากลำบากของผู้อพยพไปยังความยากลำบากของอีกกลุ่ม และโต้แย้งมุมมองที่มองเพียงด้านเดียว โครงสร้าง What about + นามวลี? ช่วยจัดลำดับการสนทนาด้วยการเพิ่มบุคคล ข้อเท็จจริง ผลตามมา หรือตัวอย่างแย้งที่เกี่ยวข้องและควรนำมาพิจารณาด้วย ในที่นี้ไม่ได้ถามว่าชนพื้นเมืองอเมริกันเป็นอย่างไรบ้าง
แบบฝึกหัด
ใน “The plan helps office workers, but what about night-shift workers?” what about ทำหน้าที่อะไร?
- ยกกลุ่มที่แผนอาจมองข้ามขึ้นมาพูด
- เสนอให้ทุกคนทำงานตอนกลางคืน
- ถามว่าคนทำงานกะกลางคืนรู้สึกอย่างไร
ดูคำตอบ
ยกกลุ่มที่แผนอาจมองข้ามขึ้นมาพูด
who were nearly wiped out and forced into reservations, วัฒนธรรม
3:24พวกที่แทบจะถูกกวาดล้างและถูกบีบให้อยู่ในเขตสงวน
nearly wiped out and forced into reservations: เกือบถูกกวาดล้างและถูกบังคับให้ย้ายไปยังเขตของชนพื้นเมือง
ในประโยคนี้ nearly wiped out หมายถึงชนชาติหนึ่งเกือบถูกทำลายในฐานะกลุ่มประชากร ส่วน forced into reservations หมายถึงพวกเขาถูกบังคับ ไม่ได้ถูกเชิญหรือย้ายโดยสมัครใจ ให้ไปอยู่บนพื้นที่ที่กำหนดไว้เป็นเขตสำหรับชนพื้นเมือง คำว่า reservations ในที่นี้หมายถึงเขตที่สงวนไว้สำหรับชนพื้นเมืองอเมริกัน โครงสร้างกรรมวาจกทั้งสองส่วนสรุปความเสียหายร้ายแรงทางประวัติศาสตร์ ได้แก่ การสูญเสียประชากรครั้งใหญ่และการบังคับโยกย้าย Nearly ชี้ว่าการทำลายเกือบสมบูรณ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าหมดสิ้นไปทั้งหมดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ nearly wiped out and forced into reservations สื่อความหมายว่าอะไร
- พวกเขาพบอุปสรรคเล็กน้อยแล้วเลือกย้ายไปอยู่ในชุมชนอื่นด้วยตนเอง
- พวกเขาเกือบเสียการจองล่วงหน้าและต้องทำการจองใหม่
- พวกเขาเกือบถูกทำลายในฐานะชนชาติและถูกบังคับให้ย้ายไปอยู่ในเขตที่สงวนไว้สำหรับชนพื้นเมืองอเมริกัน
ดูคำตอบ
พวกเขาเกือบถูกทำลายในฐานะชนชาติและถูกบังคับให้ย้ายไปอยู่ในเขตที่สงวนไว้สำหรับชนพื้นเมืองอเมริกัน
and whose descendants still suffer from poverty and discrimination? วลี
3:28และลูกหลานของพวกเขายังคงต้องทนทุกข์จากความยากจนและการเลือกปฏิบัติอยู่จนถึงทุกวันนี้?
suffer from poverty and discrimination: ทุกข์จากความยากจนและการเลือกปฏิบัติ
ในที่นี้ suffer from หมายถึงได้รับความเสียหายหรือเผชิญความยากลำบากอย่างต่อเนื่องเพราะบางสิ่ง กรรมที่ตามหลังระบุว่าปัญหาคืออะไร โดย poverty คือการขาดเงินและทรัพยากรอย่างรุนแรง ส่วน discrimination คือการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพราะอัตลักษณ์หรือการเป็นสมาชิกของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คำนี้ใช้บ่อยในการอภิปรายอย่างจริงจังเกี่ยวกับสุขภาพและสภาพสังคม Still แสดงว่าผลกระทบยังดำเนินมาถึงปัจจุบัน ส่วน from นำหน้าสภาวะที่ก่อให้เกิดความทุกข์ ไม่ได้บอกสถานที่ต้นทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: Some workers still ____ discrimination at work.
ดูคำตอบ
suffer from
make a hero out of someone: ทำให้ใครบางคนเป็นวีรบุรุษ
make a hero out of someone หมายถึงทำให้ใครบางคนกลายเป็นวีรบุรุษหรือสร้างภาพให้คนนั้นดูเป็นวีรบุรุษ มักทำผ่านเรื่องเล่า การประชาสัมพันธ์ หรือการรำลึกถึง โครงสร้างคือ make + a hero + out of + คน โดย out of นำหน้าคนที่อัตลักษณ์หรือภาพลักษณ์ถูกเปลี่ยน ไม่ได้หมายถึงวัสดุที่ใช้สร้างสิ่งของ ในคำถามนี้ สำนวนดังกล่าวมีน้ำเสียงกังขา ผู้พูดคัดค้านการนำเสนอชายคนนั้นว่าเป็นบุคคลที่น่ายกย่อง โครงสร้างนี้ยังเปลี่ยนสถานะผลลัพธ์ได้ เช่น make a celebrity out of someone
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “สร้างภาพให้ใครบางคนเป็นวีรบุรุษ”: The campaign tried to ____ the disgraced mayor.
ดูคำตอบ
make a hero out of
You can't judge a guy in the 15th century by modern standards. วลี
3:37คุณจะตัดสินคนในศตวรรษที่ 15 ด้วยมาตรฐานยุคใหม่ไม่ได้หรอกนะ
judge someone by modern standards: ตัดสินใครบางคนด้วยมาตรฐานสมัยใหม่
judge someone by modern standards หมายถึงประเมินคนในอดีตด้วยเกณฑ์ด้านศีลธรรม กฎหมาย หรือสังคมของปัจจุบัน ในโครงสร้าง judge A by B คำว่า by นำหน้าพื้นฐานหรือมาตรฐานที่ใช้ตัดสิน ประโยคนี้เสนอว่าบริบททางประวัติศาสตร์ควรมีผลต่อการประเมิน แต่เนื่องจาก can't มีความหมายเด็ดขาด จึงอาจฟังเหมือนเป็นความพยายามอย่างหนักที่จะปิดกั้นคำวิจารณ์จากมุมมองสมัยใหม่ ไม่ใช่เพียงการเตือนให้คำนึงถึงยุคสมัย
แบบฝึกหัด
by ทำหน้าที่อะไรใน judge a person by modern standards?
- นำหน้ามาตรฐานที่ใช้ในการตัดสิน
- แสดงสถานที่ที่เกิดการตัดสิน
- ระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสิน
ดูคำตอบ
นำหน้ามาตรฐานที่ใช้ในการตัดสิน
thought spreading Christianity and civilization across the world: เห็นว่าการเผยแผ่ศาสนาคริสต์และอารยธรรมไปทั่วโลกเป็นหน้าที่
ถ้อยคำนี้สะท้อนวิธีคิดในยุคอาณานิคมที่มักเรียกว่า “ภารกิจสร้างความศิวิไลซ์” คนบางกลุ่มอ้างว่าการเผยแผ่ศาสนาคริสต์และแนวคิดเรื่องอารยธรรมของตนไปยังสังคมอื่นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์หรือจำเป็นทางศีลธรรม ในที่นี้ civilization ไม่ใช่คำชมที่เป็นกลาง แต่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าวัฒนธรรมของฝ่ายล่าอาณานิคมเหนือกว่า ส่วน thought แสดงว่าประโยคกำลังเล่าความเชื่อในอดีต ไม่ได้แสดงการสนับสนุนความเชื่อนั้น
แบบฝึกหัด
ถ้อยคำที่เน้นสื่อถึงอะไรเด่นชัดที่สุดในบริบททางประวัติศาสตร์นี้
- แผนเชิงปฏิบัติสำหรับการแปลหนังสือศาสนา
- ความเชื่อในยุคอาณานิคมที่ว่าการเผยแผ่ศาสนาและวัฒนธรรมของตนสามารถใช้สร้างความชอบธรรมให้การขยายอำนาจได้
- การแลกเปลี่ยนอย่างเป็นกลางระหว่างวัฒนธรรมที่มีอำนาจเท่าเทียมกัน
ดูคำตอบ
ความเชื่อในยุคอาณานิคมที่ว่าการเผยแผ่ศาสนาและวัฒนธรรมของตนสามารถใช้สร้างความชอบธรรมให้การขยายอำนาจได้
moral duty: หน้าที่ทางศีลธรรมที่ตั้งอยู่บนความถูกและผิด
Moral duty หมายถึงหน้าที่หรือพันธะที่ตั้งอยู่บนแนวคิดเรื่องถูกและผิด เป็นสิ่งที่คนคนหนึ่งเชื่อว่าตนควรทำ แม้กฎหมายหรือหน้าที่การงานจะไม่ได้บังคับก็ตาม ในประโยคนี้ was a moral duty บอกว่าคนในสมัยนั้นวางกรอบการขยายศาสนาและอาณานิคมให้เป็นสิ่งที่จำเป็นทางจริยธรรม เป็นการถ่ายทอดคำตัดสินทางศีลธรรมของพวกเขา ไม่ได้ยืนยันว่าการกระทำนั้นมีศีลธรรมจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงพันธะบนพื้นฐานของถูกและผิด: Many people believe we have a ____ to protect children from harm.
ดูคำตอบ
moral duty
he was pretty bad even by old standards. ลำดับความ
3:47เขาก็ถือว่าเลวร้ายมากแม้จะใช้มาตรฐานยุคเก่าก็เถอะ
even by old standards: ยอมรับเกณฑ์ของอีกฝ่ายแล้วใช้เกณฑ์นั้นโต้กลับ
by old standards หมายถึง “เมื่อประเมินตามมาตรฐานของยุคก่อน” ส่วน even เพิ่มความหมายเชิงยอมรับเงื่อนไขและทำให้ข้อกล่าวหนักแน่นขึ้น กล่าวคือ บุคคลนั้นไม่ได้แย่เฉพาะตามมาตรฐานสมัยใหม่ แต่ยังแย่แม้อยู่ในกรอบมาตรฐานเก่าที่อาจคาดว่าจะผ่อนปรนกว่า รูปแบบนี้มีประโยชน์ในการโต้แย้ง โดยยอมรับกรอบการประเมินของอีกฝ่ายชั่วคราว แล้วแสดงให้เห็นว่าข้อสรุปเชิงลบยังคงเป็นจริงแม้อยู่ภายในกรอบนั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่มีความหมายว่า “แม้เมื่อประเมินตาม” ให้สมบูรณ์: The laptop was slow ____ 2015 standards.
ดูคำตอบ
even by
While governing Hispaniola: โครงสร้าง while + -ing
While governing Hispaniola เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ลดรูป มาจาก while he was governing Hispaniola และใช้บอกฉากหลังด้านเวลาให้กับประโยคหลักที่ตามมา ในโครงสร้าง while + -ing ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นผู้ทำกริยา -ing โดยปกติคือประธานของประโยคหลัก ดังนั้น governing จึงบอกว่าประธานที่จะปรากฏภายหลังกำลังทำอะไร ส่วน Hispaniola เป็นกรรมของ governing
แบบฝึกหัด
ลดรูปอนุประโยคบอกเวลา while Lena was checking โดยเติมรูป -ing ของ check: While ____ the figures, Lena found an error.
ดูคำตอบ
checking
he tortured and mutilated natives who didn't bring him enough gold
3:52เขาทรมานและทำร้ายชาวพื้นเมืองที่นำทองมาให้เขาไม่มากพอ
and sold girls as young as nine into sexual slavery. ไวยากรณ์
3:56และขายเด็กหญิงอายุเพียงเก้าขวบให้ไปเป็นทาสกาม
as young as nine: การเน้นอายุที่น้อยมาก
ในประโยคนี้ as young as nine หมายถึง “อายุเพียงเก้าขวบ” หรือ “อายุน้อยถึงเก้าขวบ” ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบความอ่อนวัยของคนหนึ่งกับอีกคนหนึ่ง แต่เสนอว่าเก้าขวบเป็นอายุที่ต่ำผิดปกติ เพื่อเน้นว่าเด็กผู้หญิงบางคนยังเล็กมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ as young as + อายุ มักวางหลังคำนามที่หมายถึงบุคคลหรือกลุ่ม เช่น children as young as six ตัวเลขบอกอายุต่ำสุดหรืออายุที่น้อยจนน่าสังเกตซึ่งรวมอยู่ในกลุ่มนั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เน้นอายุซึ่งน้อยจนน่าประหลาดใจ: The science camp accepts children ____ seven.
ดูคำตอบ
as young as
And he was brutal even to the other colonists he ruled,
3:59และเขายังโหดร้ายกับชาวอาณานิคมคนอื่นๆ ที่เขาปกครองด้วยซ้ำ
to the point that he was removed from power and thrown in jail. โน้ต
4:02จนถึงขั้นที่เขาถูกถอดออกจากอำนาจและถูกจับโยนเข้าคุก
to the point that: การเชื่อมระดับกับผลลัพธ์
To the point that ใช้นำหน้าผลลัพธ์ที่แสดงว่าสถานการณ์พัฒนาไปไกลเพียงใด ในประโยคนี้ พฤติกรรมที่กล่าวถึงก่อนหน้ารุนแรงถึงขีดสุด จนส่งผลให้เขาถูกปลดจากอำนาจและถูกจำคุก โครงสร้างคือ สถานการณ์หรือระดับ + to the point that + อนุประโยคสมบูรณ์ point ในที่นี้หมายถึงขั้นหรือระดับ ไม่ใช่จุดที่เป็นสถานที่จริง อนุประโยคผลลัพธ์แสดงหลักฐานของระดับที่รุนแรงนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมที่แสดงว่าระดับที่รุนแรงนำไปสู่ผลลัพธ์: The river rose ____ several roads had to be closed.
ดูคำตอบ
to the point that
removed from power ... thrown in jail: ถูกปลดจากอำนาจและถูกจำคุก
ในโครงสร้าง was removed from power and thrown in jail คำว่า removed from power หมายถึง ถูกบังคับให้หยุดปกครองหรือสูญเสียอำนาจทางการเมือง วลีนี้กล่าวถึงการสูญเสียสถานะและอำนาจ ไม่ใช่การถูกเคลื่อนย้ายออกจากสถานที่จริง คำกริยาช่วย was เพียงคำเดียวใช้ร่วมกับกริยาช่องสามทั้ง removed และ thrown โครงสร้างเชื่อมนี้แสดงผลลัพธ์แบบถูกกระทำสองอย่าง คือ เขาสูญเสียอำนาจและถูกนำเข้าคุก โดยทั่วไป thrown in jail ไม่ได้หมายถึงถูกโยนจริง ๆ แต่เป็นวิธีพูดที่เห็นภาพชัดว่า ถูกจำคุก
แบบฝึกหัด
เติมสองสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงการสูญเสียอำนาจทางการเมืองและการถูกจับเข้าคุกให้สมบูรณ์: After the coup, the ruler was removed ____ and thrown ____.
ดูคำตอบ
from power · in jail
When the missionary Bartolomé de las Casas visited the island, วัฒนธรรม
4:06เมื่อมิชชันนารี บาร์โตโลเม เด ลัส กาซัส มาเยือนเกาะแห่งนี้
Bartolomé de las Casas visited: การแนะนำแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์
Bartolomé de las Casas เป็นชื่อบุคคล ไม่ใช่ชื่อสถานที่หรือสถาบัน กลุ่มคำนาม the missionary บอกบทบาทของเขาก่อนจะระบุชื่อ อนุประโยค visited the island ระบุว่าเขาเคยอยู่บนเกาะ และปูทางให้มีการนำบันทึกของเขามาใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในภายหลัง ลาส กาซัสเป็นนักบวชคณะโดมินิกันและนักเขียนชาวสเปน ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการบันทึกและวิจารณ์การทำร้ายชนพื้นเมืองภายใต้การปกครองแบบอาณานิคม
แบบฝึกหัด
the missionary Bartolomé de las Casas บอกข้อมูลอะไรในประโยคนี้?
- Bartolomé de las Casas เป็นชื่อของสถาบันอาณานิคม
- Bartolomé de las Casas เป็นมิชชันนารี และการกล่าวถึงการมาเยือนของเขาเป็นการแนะนำเขาในฐานะแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์
- เกาะแห่งหนึ่งได้รับการตั้งชื่อตามมิชชันนารี
- คำว่า visited เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเขา
ดูคำตอบ
Bartolomé de las Casas เป็นมิชชันนารี และการกล่าวถึงการมาเยือนของเขาเป็นการแนะนำเขาในฐานะแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์
over 3 million people had perished from war, slavery, and the mines. การใช้คำ
4:14มีผู้คนกว่า 3 ล้านคนต้องล้มตายจากสงคราม ความเป็นทาส และการทำเหมือง
perished from war: สำนวนทางการที่ใช้บอกสาเหตุการเสียชีวิต
“perished from war” หมายถึง “เสียชีวิตเพราะสงคราม” คำว่า perish หมายถึงเสียชีวิตอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายถึงเพียงหายไป ในโครงสร้าง perish from + สาเหตุ คำว่า from ใช้นำหน้าสาเหตุการเสียชีวิต ในที่นี้ war เป็นสาเหตุแรกจากหลายสาเหตุที่ระบุไว้ในประโยค
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่เหมาะสมของ perish และคำบุพบทที่ใช้บอกสาเหตุ: Several villagers ____ disease after the flood.
ดูคำตอบ
perished from
I'm not sure I believe...: การพูดแสดงความสงสัยให้นุ่มนวลขึ้น
“I'm not sure I believe...” ใช้ not sure เพื่อทำให้น้ำเสียงอ่อนลง ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงขอข้อมูลเพิ่ม แต่กำลังบอกเป็นนัยว่าตัวเลขเหล่านั้นไม่น่าเชื่อถือ เมื่อเทียบกับ “I don't believe...” ประโยคนี้นำเสนอความสงสัยเป็นท่าทีที่ยังไม่ตัดสินเด็ดขาด แทนที่จะปฏิเสธตรง ๆ จึงเปิดพื้นที่ให้พูดคุยต่อได้มากกว่า
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ในการประชุม “I'm not sure I believe those figures” มักฟังดูตรงน้อยกว่า “I don't believe those figures.”
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ถูก
aren't there other ways the holiday is celebrated?
4:26มันไม่มีวิธีอื่นในการเฉลิมฉลองวันหยุดนี้บ้างเลยเหรอ?
they celebrate the same date under different names, วลี
4:31พวกเขาเฉลิมฉลองวันเดียวกันนี้ภายใต้ชื่อที่ต่างออกไป
under different names: สิ่งเดียวกันที่มีหลายชื่อ
ใน under different names คำว่า under หมายถึง “ใช้ชื่อหนึ่งหรือเป็นที่รู้จักในชื่อนั้น” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ต่ำกว่าในเชิงตำแหน่ง” วลีนี้บอกว่าวันหรือเหตุการณ์เดียวกันยังคงมีอัตลักษณ์พื้นฐานเดิม แต่ชื่อเรียกเปลี่ยนไปตามสถานที่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ under + ชื่อ ชื่อเรื่อง หรือป้ายกำกับ ใช้เมื่อสิ่งหนึ่งดำเนินงาน ปรากฏ วางขาย หรือมีการเฉลิมฉลองโดยใช้ชื่อนั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำจากตัวอย่างที่หมายถึง “ใช้ชื่อต่างกัน” ลงในประโยค: The same holiday is celebrated ____ in several countries.
ดูคำตอบ
under different names
Día de la Raza ในฐานะชื่อวันรำลึกที่มีความหมายทางวัฒนธรรม
Día de la Raza เป็นชื่อเฉพาะของวันรำลึกในภาษาสเปน ซึ่งเคยใช้ในบางประเทศของลาตินอเมริกาสำหรับการรำลึกที่เกี่ยวข้องกับวันที่ 12 ตุลาคมและการมาถึงทวีปอเมริกาของโคลัมบัส ในประโยคนี้ชื่อนี้ตามหลัง such as จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดก่อนหน้า นั่นคือวันรำลึกเดียวกันอาจเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่ง ชื่อนี้มีความสำคัญ เพราะชื่อวันรำลึกสามารถสะท้อนวิธีมองประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ชื่อทางการและการตีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศและเปลี่ยนแปลงตามเวลา จึงไม่ควรถือว่าชื่อนี้เป็นชื่อสากลที่ใช้ทั่วทั้งลาตินอเมริกา
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Día de la Raza ทำหน้าที่อะไร
- ยกตัวอย่างชื่ออื่นที่ใช้กับวันรำลึกวันเดียวกัน
- ให้ชื่ออื่นของ Christopher Columbus เอง
- กล่าวถึงวันรำลึกที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยและอยู่คนละวันที่
- แปลชื่อภาษาอังกฤษ Columbus Day แบบคำต่อคำ
ดูคำตอบ
ยกตัวอย่างชื่ออื่นที่ใช้กับวันรำลึกวันเดียวกัน
it's more a celebration of the native and mixed cultures ไวยากรณ์
4:36มันเป็นการเฉลิมฉลองของวัฒนธรรมพื้นเมืองและวัฒนธรรมผสมผสานมากกว่า
it's more a celebration of: การเลือกคำอธิบายที่ตรงกว่า
ใน it's more a celebration of ... คำว่า more ใช้เปรียบเทียบการตีความ ไม่ใช่ปริมาณ ผู้พูดเสนอว่าการอธิบายวันหยุดนี้ว่า a celebration of the native and mixed cultures ตรงกว่า อาจระบุสิ่งที่เปรียบเทียบด้วย than อย่างชัดเจน หรือปล่อยให้เข้าใจจากบริบทก็ได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It's more a/an + นามวลี (than ...) ซึ่งเปลี่ยนมุมมองของผู้ฟังจากป้ายกำกับหรือจุดเน้นหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง
แบบฝึกหัด
more ทำหน้าที่อะไรใน it's more a celebration of the native and mixed cultures?
- บอกว่างานเฉลิมฉลองดำเนินนานกว่า
- แสดงว่าคำอธิบายนี้ตรงกว่าคำอธิบายอีกแบบที่แฝงอยู่ในบริบท
- แสดงว่าผู้พูดลืมชื่อวันหยุด
- บอกว่ามีการเฉลิมฉลองจำนวนมากกว่า
ดูคำตอบ
แสดงว่าคำอธิบายนี้ตรงกว่าคำอธิบายอีกแบบที่แฝงอยู่ในบริบท
Some places in the US have also renamed the holiday as Native American Day วลี
4:41บางพื้นที่ในสหรัฐอเมริกาก็ได้เปลี่ยนชื่อวันหยุดนี้เป็น วันชาวอเมริกันพื้นเมือง (Native American Day)
Some places in the US have also renamed X as Y: โครงสร้างประธานและชื่อใหม่
ใน Some places in the US have also renamed ... ประธานทางไวยากรณ์คือ Some places ส่วน in the US เพียงบอกว่าพื้นที่เหล่านั้นอยู่ที่ใด ดังนั้นประธานพหูพจน์จึงใช้ have รูป Have renamed เป็น present perfect ซึ่งแสดงว่าการเปลี่ยนชื่อเกิดขึ้นก่อนตอนนี้และผลยังเกี่ยวข้องอยู่ในปัจจุบัน ส่วน Also แสดงว่านี่เป็นตัวอย่างเพิ่มเติม ใน renamed the holiday as Native American Day นั้น the holiday คือสิ่งที่ได้รับชื่อใหม่ และ Native American Day คือชื่อที่ได้หลังการเปลี่ยน ความสัมพันธ์คือ rename X as Y แต่ในประโยคกรรตุวาจกของภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน rename X to Y หรือ rename X Y มักเป็นธรรมชาติกว่า
แบบฝึกหัด
ใน Some places in the US have also renamed the holiday as Native American Day นั้น Native American Day คืออะไร
- บุคคลที่เปลี่ยนชื่อ
- เหตุผลที่เปลี่ยนชื่อ
- สถานที่ที่มีการฉลองวันหยุด
- ชื่อใหม่ของวันหยุด
ดูคำตอบ
ชื่อใหม่ของวันหยุด
Indigenous Peoples' Day: จุดเน้นทางวัฒนธรรมและความหมายของ Peoples'
Indigenous Peoples' Day เป็นชื่อวันรำลึกที่บางรัฐ เมือง และสถาบันในสหรัฐอเมริกาใช้เพื่อยอมรับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง โดยมักจัดแทน Columbus Day หรือจัดควบคู่กัน ชื่อนี้เปลี่ยนจุดเน้นของการรำลึกจาก Christopher Columbus ไปยังชุมชนชนพื้นเมือง ใน Peoples' คำว่า peoples หมายถึงชนชาติหรือกลุ่มคนที่แตกต่างกันหลายกลุ่ม และเครื่องหมายอะพอสทรอฟีหลัง s แสดงความเป็นเจ้าของในรูปพหูพจน์ กล่าวคือเป็นวันที่ให้เกียรติชนพื้นเมืองหลายกลุ่มเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ชื่อ Indigenous Peoples' Day สื่อถึงอะไร
- การอ้างว่าทุกเขตในสหรัฐอเมริกาใช้ชื่อวันหยุดเดียวกัน
- วันที่ฉลองให้ชนพื้นเมืองเพียงคนเดียว
- การเปลี่ยนจุดเน้นของการรำลึกไปยังประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง
- การแก้การสะกดของ Columbus Day
ดูคำตอบ
การเปลี่ยนจุดเน้นของการรำลึกไปยังประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง
So why not just change the name if it's such a problem? น้ำเสียง/เจตนา
4:50แล้วทำไมไม่เปลี่ยนชื่อไปซะล่ะ ถ้ามันเป็นปัญหาขนาดนั้น?
why not just ...?: นำเสนอวิธีแก้ให้ดูง่าย
Why not just + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? ใช้เสนอวิธีแก้ปัญหาโดยตรง ในประโยคนี้ วิธีแก้คือการเปลี่ยนชื่อ Why not ทำให้คำพูดอยู่ในรูปข้อเสนอหรือคำถามเชิงวาทศิลป์ ส่วน just ทำให้การกระทำนั้นฟังดูง่ายหรือเห็นได้ชัด ความง่ายนั้นเป็นเพียงวิธีที่ผู้พูดนำเสนอเรื่องราว ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ในการโต้แย้ง คำถามนี้อาจฟังดูเป็นข้อเสนอที่ใช้ได้จริง แสดงความสงสัย หรือแสดงความไม่อดทน ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท และอาจลดความสำคัญของต้นทุนหรือข้อกังวลที่ไม่ได้พูดออกมา
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ใน 'Why not just extend the deadline?' คำว่า just อาจทำให้การเปลี่ยนแปลงฟังดูง่ายกว่าความเป็นจริง
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ถูก
Ordinary people need their heroes and their founding myths. การใช้คำ
4:55คนธรรมดาต้องการวีรบุรุษและตำนานการสร้างชาติของพวกเขา
their founding myths: เรื่องเล่าร่วมเกี่ยวกับจุดกำเนิด
founding myths คือเรื่องเล่าที่ผู้คนมีร่วมกันเกี่ยวกับการเริ่มต้นของประเทศ ชุมชน หรือสถาบัน ในประโยคนี้ their แสดงว่าเรื่องเล่าเหล่านี้เป็นของกลุ่มที่คนธรรมดาสังกัดอยู่ และวางไว้คู่กับ their heroes myth ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องเหนือธรรมชาติเพียงอย่างเดียว และไม่ได้ตัดสินโดยอัตโนมัติว่าทุกอย่างเป็นเรื่องเท็จ เรื่องเล่าอาจผสมข้อเท็จจริง ความทรงจำที่เลือกมา และการทำให้ดูเป็นอุดมคติ หน้าที่สำคัญคือช่วยสร้างอัตลักษณ์และค่านิยมร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ "their founding myths" มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- เรื่องเล่าต้นกำเนิดที่มีร่วมกันและช่วยสร้างอัตลักษณ์ของกลุ่ม
- เอกสารทางกฎหมายอย่างเป็นทางการที่ลงนามเมื่อก่อตั้งประเทศ
- นิทานแฟนตาซีสำหรับเด็กที่มีสิ่งมีชีวิตวิเศษ
- บันทึกตามลำดับเวลาที่ตรวจสอบแล้วทั้งหมดและไม่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์
ดูคำตอบ
เรื่องเล่าต้นกำเนิดที่มีร่วมกันและช่วยสร้างอัตลักษณ์ของกลุ่ม
Can't we just keep celebrating the way we've been doing for a century น้ำเสียง/เจตนา
4:58เราไม่สามารถแค่เฉลิมฉลองในแบบที่เราทำมาตลอดศตวรรษ
Can't we just...?: ผลักดันให้ยอมรับทางเลือกที่ง่ายกว่า
Can't we just...? มีรูปเป็นคำถามเชิงปฏิเสธ แต่ในที่นี้ไม่ได้เน้นถามว่าสิ่งหนึ่งเป็นไปได้หรือไม่ ผู้พูดกำลังผลักดันการกระทำที่ตนต้องการและขอให้คนอื่นเห็นด้วยหรือยอมตาม just ทำให้การกระทำนั้นดูเรียบง่ายหรือชัดเจนอยู่แล้ว ในการโต้แย้ง สิ่งนี้อาจทำให้ทางเลือกอื่นดูซับซ้อนโดยไม่จำเป็น และเพิ่มน้ำเสียงไม่อดทน บ่น หรืออ้อนวอน
แบบฝึกหัด
เติมคำขึ้นต้นสามคำเพื่อให้คำถามนี้เป็นการขอให้ใช้ทางเลือกที่ง่ายกว่าโดยมีความหงุดหงิดเล็กน้อย: ____ use the old schedule?
ดูคำตอบ
Can't we just
without having to delve into all this serious research? วลี
5:02โดยไม่ต้องขุดคุ้ยงานวิจัยที่เคร่งเครียดพวกนี้บ้างเหรอ?
without having to delve into: โดยไม่ต้องเจาะลึก
without having to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสามารถทำสิ่งหนึ่งได้โดยที่การกระทำต่อท้ายไม่จำเป็น เพราะ without เป็นคำบุพบท have จึงอยู่ในรูป -ing เป็น having และหลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน delve into + คำนาม หมายถึงสืบค้น ศึกษา หรืออภิปรายหัวข้อที่ซับซ้อนอย่างลึกซึ้ง เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การเคลื่อนเข้าไปข้างในจริง ๆ ทั้งวลีจึงสื่อว่าทำบางอย่างได้โดยไม่ต้องค้นคว้าอย่างละเอียด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่หมายถึง “โดยไม่ต้องตรวจสอบอย่างลึกซึ้ง”: I can explain the main idea ____ every technical detail.
ดูคำตอบ
without having to delve into
It's not like anyone is actually celebrating genocide. น้ำเสียง/เจตนา
5:05ไม่ใช่ว่ามีใครกำลังฉลองการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อยู่จริงๆ ซะหน่อย
It's not like anyone...: ปฏิเสธการตีความที่รุนแรง
It's not like + อนุประโยค ในที่นี้หมายถึง “ไม่ใช่ว่า...” หรือในภาษาพูดคือ “ก็ไม่ได้...เสียหน่อย” โครงสร้างนี้ยกการตีความที่แฝงอยู่และรุนแรงกว่าเดิมขึ้นมาแล้วปฏิเสธ ไม่ใช่การเปรียบเทียบความคล้ายด้วย like ตามปกติ ในประโยคนี้ anyone ทำให้การปฏิเสธครอบคลุมทุกคน กล่าวคือผู้พูดบอกว่าไม่มีใครกำลังเฉลิมฉลองการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยตรง หน้าที่โดยรวมในการสนทนาเป็นการแก้ต่าง ผู้พูดปฏิเสธการตีความที่รุนแรงเพื่อสื่อว่าคำวิจารณ์นั้นเกินจริง และอาจลดทอนความกังวลที่แท้จริง
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความ: ใน "It's not like I ruined the whole project," ผู้พูดเพียงบอกข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลางโดยไม่มีน้ำเสียงแก้ต่างหรือลดทอนปัญหาเลย
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
to keep them alive: ทำให้ประเพณีดำเนินต่อไป
ใน to keep them alive คำว่า them หมายถึง traditions ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน keep something alive ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทำให้ประเพณียังคงอยู่และมีการปฏิบัติต่อไป ไม่ได้หมายถึงการช่วยไม่ให้สิ่งมีชีวิตตาย โครงสร้าง keep + กรรม + alive ใช้อธิบายความพยายามอย่างจริงจังในการรักษาสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ประเพณี ความทรงจำ หรือความหวัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง keep ... alive และสรรพนาม them: The local school teaches the old songs to ____.
ดูคำตอบ
keep them alive
says a lot about: สะท้อนค่านิยมหรือคุณลักษณะ
ใน says a lot about our values คำว่า say ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ พฤติกรรม การเลือก หรือข้อเท็จจริงสามารถเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบางสิ่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องพูดจริง ๆ โครงสร้าง subject + say(s) a lot about + noun ใช้เพื่อสรุปจากหลักฐานที่สังเกตเห็นได้ ในที่นี้ วิธีสืบสานประเพณีสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนให้คุณค่ากับสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง says a lot about: The way a company handles complaints ____ its priorities.
ดูคำตอบ
says a lot about
it looks like giving tired judges a day off isn't one of those values anyway.
5:15ดูเหมือนว่าการให้ผู้พิพากษาที่เหนื่อยล้าได้หยุดพักสักวัน จะไม่ใช่หนึ่งในค่านิยมเหล่านั้นซะแล้ว
Traditions and holidays are important to all cultures,
5:21ประเพณีและวันหยุดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกวัฒนธรรม
but a hero in one era may become a villain in the next, ลำดับความ
5:24แต่วีรบุรุษในยุคหนึ่ง อาจกลายเป็นตัวร้ายในยุคถัดไปได้
a hero in one era may become a villain in the next: การประเมินที่ตรงข้ามกันในต่างยุค
ประโยคนี้นำ hero มาเปรียบต่างกับ villain และนำ in one era มาเปรียบต่างกับ in the next โครงสร้างที่สมดุลนี้วางการประเมินที่ตรงข้ามกันสองแบบไว้ในกรอบเดียวกัน ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาได้ชัดเจน May become ช่วยให้ข้อความไม่ฟันธงเกินไป โดยกล่าวถึงรูปแบบที่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ ไม่ได้ทำนายว่าวีรบุรุษทุกคนจะกลายเป็นผู้ร้ายอย่างแน่นอน โครงสร้าง X in one era may become Y in the next สามารถนำไปใช้สรุปว่าการประเมินอาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างที่สมดุลได้ดีที่สุดเพื่อบอกว่าการประเมินอาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
- A leader respected in one era may lead the country in the next.
- A leader respected in one era may be condemned in the next.
- A leader respected in one era will always be condemned in the next.
ดูคำตอบ
A leader respected in one era may be condemned in the next.
as our historical knowledge expands...: as ที่ใช้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ในที่นี้ as ใช้นำเข้าสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง และมีความหมายโดยประมาณว่า “เมื่อการเปลี่ยนแปลงดำเนินไป” หรือ “ในระหว่างที่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้น” คำนี้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงของการประเมินทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเข้ากับกระบวนการต่อเนื่องสองอย่าง ได้แก่ ความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่เพิ่มพูนขึ้นและค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงไป อนุประโยคสองส่วนที่เชื่อมด้วย and จัดวางแบบขนานกัน ในการใช้แบบนี้ as รวมความสัมพันธ์ด้านเวลาเข้ากับเหตุผลโดยนัย กล่าวคือ การประเมินเปลี่ยนไประหว่างที่พัฒนาการเหล่านั้นเกิดขึ้น และส่วนหนึ่งก็เปลี่ยนเพราะพัฒนาการเหล่านั้น as ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในฐานะ”
แบบฝึกหัด
เติม as ลงในประโยคเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปสองอย่างที่เชื่อมโยงกัน: Public transportation becomes more important ____ a city expands.
ดูคำตอบ
as
And deciding what these traditions should mean today ไวยากรณ์
5:32และการตัดสินว่าประเพณีเหล่านี้ควรมีความหมายอย่างไรในปัจจุบัน
“Deciding what these traditions should mean today” ในฐานะประธาน
อนุประโยค -ing ทั้งหมดใน “deciding what these traditions should mean today” เป็นประธานของประโยคที่ใหญ่กว่า ส่วน “is” ที่ตามมาคือกริยาหลัก ในที่นี้ deciding หมายถึงการกระทำของการตัดสินใจ จึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรูปกริยาแสดงการดำเนินอยู่ ภายในประธานนี้ “what these traditions should mean today” บอกเนื้อหาของสิ่งที่ต้องตัดสินใจ เนื่องจากเป็นอนุประโยค what ที่ซ้อนอยู่ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ “what these traditions should mean” ไม่ใช่ “what should these traditions mean”
แบบฝึกหัด
ในประโยคเต็ม “Deciding what these traditions should mean today is a major task,” ส่วน “Deciding what these traditions should mean today” ทำหน้าที่อะไร?
- เป็นคำถามโดยตรงที่ใช้ลำดับคำแบบสลับตำแหน่ง
- เป็นประธานและบอกประเด็นที่ต้องตัดสินใจ
- เป็นกริยาหลักในรูปกริยาแสดงการดำเนินอยู่
ดูคำตอบ
เป็นประธานและบอกประเด็นที่ต้องตัดสินใจ
“Putting history on trial” ในฐานะอุปมาเกี่ยวกับห้องพิจารณาคดี
วลี “putting history on trial” เป็นอุปมาเกี่ยวกับห้องพิจารณาคดี โดยปฏิบัติต่อประวัติศาสตร์ราวกับเป็นจำเลย ผู้คนตรวจสอบหลักฐาน ตั้งคำถามกับเรื่องเล่าที่ได้รับการยอมรับ และตัดสินการตีความในอดีตหรือธรรมเนียมการรำลึก วลีนี้ไม่ได้บรรยายคดีความจริง ๆ ใน “a major part of putting history on trial” การตัดสินใจที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการประเมินใหม่เชิงวิพากษ์ที่กว้างขึ้น อุปมานี้ทำให้การตรวจสอบใหม่ฟังดูเป็นเรื่องสาธารณะ มีการวิพากษ์ และค่อนข้างเข้มข้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The debate is part of putting history on trial,” วลี “putting history on trial” หมายความว่าอะไร?
- พิสูจน์ว่าประวัติศาสตร์ไม่สำคัญอีกต่อไป
- เริ่มดำเนินคดีจริงต่ออดีต
- ตรวจสอบและประเมินเรื่องเล่าเกี่ยวกับอดีตใหม่อย่างมีวิจารณญาณ
ดูคำตอบ
ตรวจสอบและประเมินเรื่องเล่าเกี่ยวกับอดีตใหม่อย่างมีวิจารณญาณ