เรื่องราวของเครื่องหมายจุลภาค - Terisa Folaron: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
636 คำ 168 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บทเรียนทำให้คำสันธาน คำเชื่อมอนุประโยค และเครื่องหมายจุลภาคผู้ชอบช่วยเหลือกลายเป็นตัวละคร พร้อมใช้ภาพเปรียบเทียบเรื่องการถ่วงน้ำหนักเพื่ออธิบายว่า เมื่อใดอนุประโยคที่เชื่อมด้วยคำเหล่านี้ต้องมีจุลภาค และเมื่อใดควรละจุลภาค ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. dependent and independent clauses. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เรียนรู้การแยกอนุประโยคที่ต้องพึ่งส่วนอื่นของประโยคออกจากอนุประโยคที่อยู่ได้ด้วยตนเอง ความแตกต่างนี้ช่วยให้เข้าใจว่าคำเชื่อมอนุประโยคเชื่อมส่วนที่มีสถานะไม่เท่ากันอย่างไร และเป็นพื้นฐานทางไวยากรณ์สำหรับตัดสินตำแหน่งของจุลภาค 2. When subordinates begin sentences, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตเงื่อนไขที่ทำให้ต้องใช้กฎจุลภาคหลังอนุประโยคเปิดประโยค เมื่อคำเชื่อมอนุประโยคนำความคิดที่ยังไม่สมบูรณ์มาไว้ก่อนใจความหลัก ให้ใส่จุลภาคเมื่อความคิดส่วนนั้นจบลง เพื่อแสดงให้ชัดว่าใจความหลักเริ่มตรงไหน 3. a complete sentence and a fragment sentence. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: แยกประโยคสมบูรณ์ออกจากส่วนประโยคที่ไม่สมบูรณ์เมื่อคำสันธานเชื่อมสององค์ประกอบ จึงตัดสินได้ว่าอนุประโยคสมบูรณ์สองส่วนมักต้องมีจุลภาคหน้าคำสันธาน แต่ถ้าเป็นส่วนสมบูรณ์ที่เชื่อมกับเพียงส่วนประโยคจะไม่ต้องใช้จุลภาค

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Commas are tricky things, especially when subordinates and conjunctions are involved. วลี

0:18

เครื่องหมายจุลภาคเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับคำสันธานรองและคำสันธานเชื่อม

วลี

especially when ... are involved: โดยเฉพาะเมื่อ……เข้ามาเกี่ยวข้อง

especially when ใช้เกริ่นถึงสถานการณ์ที่ข้อความก่อนหน้านั้นเป็นจริงอย่างชัดเจนเป็นพิเศษ ในที่นี้หมายความว่าเครื่องหมายจุลภาคจะยิ่งใช้ยากเมื่อมีส่วนประกอบแบบอนุประโยคและคำสันธานเข้ามาเกี่ยวข้อง when ... are involved หมายถึงคนหรือสิ่งบางอย่างเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์หรือปัญหา involved ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ยุ่ง” โครงสร้างนี้ใช้บอกปัจจัยที่ทำให้บางสิ่งยากขึ้นหรือสำคัญขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์: Building a robot can get complicated, ____ several motors ____.

ดูคำตอบ

especially when · are involved

If you can remember a few basic rules, ไวยากรณ์

0:23

หากคุณจำกฎพื้นฐานไม่กี่ข้อ

a simple law of physics,

0:25

กฎฟิสิกส์ง่ายๆ

and some common scenarios,

0:26

และสถานการณ์ทั่วไปบางอย่างได้

you will be able to use commas correctly.

0:28

คุณก็จะสามารถใช้เครื่องหมายจุลภาคได้อย่างถูกต้อง

ไวยากรณ์

If you can ... you will be able to ...: เงื่อนไขและความสามารถในอนาคต

If you can remember ... แสดงเงื่อนไขที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง ส่วน You will be able to ... แสดงผลที่คาดว่าจะตามมา คือบุคคลนั้นจะมีความสามารถทำบางอย่างได้เมื่อเงื่อนไขเป็นจริง ในโครงสร้างเงื่อนไขเกี่ยวกับอนาคตนี้ อนุประโยค if ใช้ can แทน will และประโยคหลักที่บอกผลใช้ will be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้เชื่อมสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้กับทักษะที่จะมีได้ในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเงื่อนไขและความสามารถในอนาคตให้สมบูรณ์: If you can follow the map, you ____ find the library.

ดูคำตอบ

will be able to

I like to think of the different parts of our sentence as characters. วลี

0:31

ฉันชอบคิดว่าส่วนต่างๆ ของประโยคเป็นเหมือนตัวละคร

วลี

think of A as B: มอง A ว่าเป็น B

โครงสร้าง think of A as B หมายถึงการเข้าใจหรือนึกภาพ A ในบทบาทของ B เป็นการสร้างการเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกว่า A เป็น B จริง ๆ ในที่นี้ ส่วนต่าง ๆ ของประโยคถูกมองเป็นตัวละคร เพื่อให้อธิบายหน้าที่ของแต่ละส่วนได้ง่ายขึ้น I like to think of ยังแสดงว่านี่เป็นมุมมองที่เป็นประโยชน์ซึ่งผู้พูดเลือกใช้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง think of A as B ให้สมบูรณ์: Think ____ this map ____ a picture of the neighborhood.

ดูคำตอบ

of · as

Let's meet a few of them. ลำดับความ

0:35

มาทำความรู้จักพวกเขาสักหน่อยเถอะ

ลำดับความ

Let's meet a few of them: เชื่อมเข้าสู่การแนะนำส่วนถัดไปอย่างเป็นกันเอง

Let's meet a few of them ใช้เปิดส่วนถัดไปของคำอธิบาย Let's ชวนผู้ฟังให้มีส่วนร่วม ส่วน a few of them บอกว่าจะนำสมาชิกเพียงบางส่วนจากกลุ่มที่กล่าวถึงแล้วมาแนะนำ meet ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการทำความรู้จักผ่านการแนะนำ ไม่ใช่การนัดพบกันจริง ๆ จึงช่วยให้การเปลี่ยนไปสู่หัวข้อถัดไปรู้สึกเป็นกันเองและมีชีวิตชีวา

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งพูดว่า “This story has several important characters.” ประโยคใดเป็นคำเชื่อมที่เป็นกันเองเพื่อเริ่มแนะนำตัวละครบางตัว?

  1. Let's count all of them.
  2. Let's draw a few of them.
  3. Let's meet a few of them.
ดูคำตอบ

Let's meet a few of them.

The tiny conjunctions,

0:37

คำสันธานเชื่อมตัวจิ๋ว

the mighty subordinates,

0:39

คำสันธานรองผู้ทรงพลัง

and the clever comma.

0:41

และเครื่องหมายจุลภาคผู้ชาญฉลาด

Conjunctions are small and nimble.

0:43

คำสันธานเชื่อมนั้นมีขนาดเล็กและว่องไว

They are words that connect clauses, การใช้คำ

0:46

พวกมันคือคำที่ใช้เชื่อมอนุประโยค

words,

0:48

คำ

and phrases.

0:49

และวลี

การใช้คำ

คำที่เชื่อมอนุประโยค คำ และวลี

ในประโยคนี้ words that connect clauses, words, and phrases ให้นิยาม conjunctions ตามหน้าที่ของมัน นั่นคือคำสันธานใช้เชื่อมหน่วยทางภาษา ส่วน that connect clauses, words, and phrases บอกว่า words เหล่านี้เป็นคำประเภทใด หน่วยทั้งสามที่กล่าวถึงอยู่คนละระดับทางไวยากรณ์ word คือหน่วยคำศัพท์หนึ่งหน่วย phrase คือกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียวแต่ไม่มีโครงสร้างประธาน-กริยาที่สมบูรณ์ของตัวเอง ส่วน clause มีประธานและกริยาเป็นแกน คำสันธานสามารถเชื่อมหน่วยในระดับเหล่านี้ได้ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยค We waited because the rain stopped ส่วน because the rain stopped เป็นหน่วยประเภทใด

  1. a single word
  2. a clause
  3. a phrase
ดูคำตอบ

a clause

You can easily remember the conjunctions by remembering the acronym FANBOYS. วัฒนธรรม

0:50

คุณสามารถจดจำคำสันธานเชื่อมได้ง่ายๆ โดยจำตัวย่อ FANBOYS

วัฒนธรรม

คำย่อ FANBOYS สำหรับคำสันธานประสานเจ็ดคำ

FANBOYS เป็นคำย่อที่ใช้ในห้องเรียนภาษาอังกฤษ: F = for, A = and, N = nor, B = but, O = or, Y = yet และ S = so ทั้งหมดนี้คือคำสันธานประสานเจ็ดคำตามรายการที่สอนกันมา ในที่นี้ acronym FANBOYS เป็นชื่อของตัวช่วยจำคำทั้งชุด ไม่ได้หมายถึงแฟน ๆ หรือกลุ่มเด็กผู้ชาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์: The acronym formed from the first letters of for, and, nor, but, or, yet, and so is ____.

ดูคำตอบ

FANBOYS

The conjunctions are

0:55

คำสันธานเชื่อมได้แก่

for,

0:57

for,

and,

0:58

and,

nor,

0:59

nor,

but,

1:00

but,

or,

1:01

or,

yet,

1:03

yet,

so.

1:04

so.

Because they're so small, ไวยากรณ์

1:05

เพราะพวกมันมีขนาดเล็กมาก

more often than not, สำนวน

1:07

บ่อยครั้ง

they require the help of a comma,

1:08

พวกมันจึงต้องการความช่วยเหลือจากเครื่องหมายจุลภาค

ไวยากรณ์

Because they're so small, ...: บอกเหตุก่อน

“Because they're so small” เป็นอนุประโยคบอกเหตุที่ต้องพึ่งประโยคหลักและวางไว้ข้างหน้า ใช้บอกก่อนว่าเหตุใดข้อความที่ตามมาจึงเป็นจริง ประโยคหลัก “more often than not, they require the help of a comma” ทำให้ใจความสมบูรณ์ โดยทั่วไป หลัง because-clause ที่ขึ้นต้นประโยคจะใส่จุลภาคก่อนตามด้วยประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ because-clause ขึ้นต้นประโยคได้ถูกต้องในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน

  1. Because the room was cold, so we closed the window.
  2. Because the room was cold, we closed the window.
  3. Because the room was cold.
ดูคำตอบ

Because the room was cold, we closed the window.

สำนวน

more often than not: โดยทั่วไป แต่มีข้อยกเว้นได้

more often than not เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “โดยทั่วไป” หรือ “ในกรณีส่วนใหญ่” ให้เข้าใจทั้งกลุ่มเป็นสำนวนเดียว ไม่ใช่เปรียบเทียบความหมายทีละคำ สำนวนนี้บอกแนวโน้มทั่วไปโดยยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ในประโยคนี้หมายความว่าโดยทั่วไปต้องใช้จุลภาค ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

“More often than not, our dog sleeps by the door.” หมายความว่าอย่างไร

  1. สุนัขของเรามักนอนข้างประตู แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง
  2. สุนัขของเรานอนข้างประตูทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น
  3. สุนัขของเราไม่เคยนอนข้างประตู
ดูคำตอบ

สุนัขของเรามักนอนข้างประตู แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง

but not always. ลำดับความ

1:10

แต่ก็ไม่เสมอไป

ลำดับความ

but not always: จำกัดข้อความทั่วไป

but not always ย้อนกลับไปจำกัดข้อความก่อนหน้า หมายความว่าข้อความนั้นมักเป็นจริง แต่ก็มีข้อยกเว้น ในฐานะคำเสริมเงื่อนไขสั้น ๆ วลีนี้ช่วยไม่ให้กฎหรือข้อสรุปทั่วไปฟังดูเป็นจริงเสมอ วลีนี้เพียงจำกัดขอบเขตของข้อความเดิม ไม่ได้ปฏิเสธข้อความนั้นทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเสริมเงื่อนไขสามคำที่ขึ้นต้นด้วย but เพื่อแสดงว่ามีข้อยกเว้น: The school bus arrives early, ____.

ดูคำตอบ

but not always

Subordinates,

1:12

ในทางกลับกัน

on the other hand, ลำดับความ

1:13

คำสันธานรอง

are the WWE heavyweight champions of sentences. วัฒนธรรม

1:13

คือแชมป์เฮฟวี่เวท WWE ของประโยค

ลำดับความ

on the other hand: เปลี่ยนไปยังด้านที่แตกต่างกัน

on the other hand เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่พาจากด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบไปยังอีกด้านที่แตกต่างกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวส่งสัญญาณว่าจะอธิบายคำสันธานรองโดยเปรียบเทียบกับกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้า ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นคำเชื่อม ไม่ใช่การกล่าวถึงมือจริง ๆ วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามความแตกต่างระหว่างหมวดหมู่ ตัวเลือก หรือมุมมองสองด้านได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยเครื่องหมายแสดงความแตกต่างสี่คำที่ใช้เปิดด้านที่สองของการเปรียบเทียบ: The red backpack is lighter. ____, the blue one is stronger.

ดูคำตอบ

On the other hand

วัฒนธรรม

WWE heavyweight champions of sentences: อุปมาแบบมวยปล้ำ

WWE เป็นแบรนด์ความบันเทิงด้านมวยปล้ำอาชีพ ส่วน heavyweight champion เป็นตำแหน่งแชมป์ที่ทำให้นึกถึงผู้แข่งขันชั้นนำและทรงพลัง วลีนี้เปรียบคำสันธานเชื่อมอนุประโยคอย่างขำขันว่าเป็นส่วนที่แข็งแกร่งมากในประโยค WWE heavyweight champions of sentences ไม่ใช่ศัพท์ไวยากรณ์อย่างเป็นทางการ ภาพเรื่องน้ำหนักและพละกำลังยังปูไปสู่การพูดถึงการยกของหนักและการต้องการความช่วยเหลือในช่วงต่อมา

แบบฝึกหัด

WWE heavyweight champions of sentences มีหน้าที่หลักอะไรในที่นี้?

  1. วลีนี้บอกว่าประโยคกำลังบรรยายการแข่งขันมวยปล้ำจริง
  2. วลีนี้ให้คำนิยามไวยากรณ์อย่างเป็นทางการ
  3. วลีนี้ใช้อุปมาเกี่ยวกับมวยปล้ำเพื่อทำให้คำสันธานเชื่อมอนุประโยคดูทรงพลัง
ดูคำตอบ

วลีนี้ใช้อุปมาเกี่ยวกับมวยปล้ำเพื่อทำให้คำสันธานเชื่อมอนุประโยคดูทรงพลัง

They are words that connect two unequal things,

1:18

พวกมันคือคำที่เชื่อมสิ่งที่แตกต่างกันสองสิ่งเข้าด้วยกัน

dependent and independent clauses. การใช้คำ

1:20

นั่นคืออนุประโยคอิสระและอนุประโยคไม่อิสระ

การใช้คำ

dependent clause และ independent clause: อยู่เป็นประโยคได้เองหรือไม่

dependent clause หรืออนุประโยคไม่อิสระ ไม่สามารถอยู่ตามลำพังเป็นประโยคที่สมบูรณ์ได้ แต่ต้องมี independent clause มาช่วยให้ข้อความสมบูรณ์ ส่วน independent clause หรืออนุประโยคอิสระ สื่อความคิดที่ครบถ้วนและสามารถเป็นประโยคได้ด้วยตัวเอง ในที่นี้ unequal หมายถึงอนุประโยคทั้งสองชนิดมีระดับความเป็นอิสระทางไวยากรณ์ต่างกัน ไม่ได้หมายถึงความยาวหรือความสำคัญต่างกัน

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็น independent clause ที่อยู่ตามลำพังเป็นประโยคสมบูรณ์ได้?

  1. We played outside
  2. When the sun came out
  3. Because the rain stopped
ดูคำตอบ

We played outside

Subordinates make it very clear what is being prioritized in a sentence. ไวยากรณ์

1:23

คำสันธานรองทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่ได้รับความสำคัญในประโยค

ไวยากรณ์

make it very clear what ...: ใช้ it แทนตำแหน่งก่อนอนุประโยคบอกเนื้อหา

โครงสร้างคือ make + it + คำคุณศัพท์ + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม ในที่นี้ it เป็นกรรมแทนตำแหน่งหลัง make และไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ ส่วนอนุประโยค what is being prioritized ที่ตามมาจะบอกเนื้อหาที่ชัดเจนขึ้น very เพิ่มระดับความหมายของ clear ส่วน is being prioritized เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึง “กำลังถูกถือว่าสำคัญที่สุด” สามารถนำ make it clear + อนุประโยคคำถามไปใช้เมื่อสิ่งหนึ่งช่วยเผยให้เห็นคำตอบ ทางเลือก หรือความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง make it clear what: The map ____ the blue line represents.

ดูคำตอบ

makes it clear what

Commonly used subordinates are

1:28

คำสันธานรองที่ใช้กันทั่วไปคือ

although,

1:30

although,

because,

1:31

because,

before,

1:32

before,

however,

1:33

however,

unless,

1:34

unless,

and even though.

1:36

และ even though.

Because subordinates are all about power, วลี

1:38

เพราะคำสันธานรองมีแต่เรื่องของพลัง

they can do a lot of heavy lifting by themselves. สำนวน

1:40

พวกมันจึงสามารถรับน้ำหนักได้มากมายด้วยตัวเอง

วลี

be all about: บอกจุดเน้นหลัก

be all about + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “มีสิ่งนั้นเป็นจุดเน้น จุดประสงค์ หรือลักษณะที่สำคัญที่สุด” ในประโยคนี้ all about power บอกว่า power เป็นแนวคิดหลักในการทำความเข้าใจคำสันธานเชื่อมอนุประโยค all ช่วยเน้นจุดสำคัญ ไม่ได้หมายถึงข้อเท็จจริงทุกอย่างเกี่ยวกับ power วลีนี้ใช้บอกหัวข้อของบทเรียน หัวใจของกิจกรรม หรือสิ่งที่คนหนึ่งให้ความสำคัญมากได้ ควรเข้าใจว่า “เกี่ยวข้องเป็นหลักกับ” หรือ “หัวใจอยู่ที่” แทนการแปลทีละคำ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มีการทำงานร่วมกันเป็นจุดเน้นหลัก”: Our school play is ____ working together.

ดูคำตอบ

all about

สำนวน

do a lot of heavy lifting: รับผิดชอบงานสำคัญเป็นส่วนใหญ่

ในประโยคนี้ do a lot of heavy lifting ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “รับผิดชอบงานสำคัญหรืองานยากเป็นส่วนใหญ่” ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยกของหนักจริง ๆ ถ้อยคำนี้ยังคงภาพของน้ำหนักจริงไว้ จึงทำให้เกิดความหมายซ้อนที่สนุกในบริบทนี้ โดยทั่วไป คน เครื่องมือ ตัวอย่าง หรือส่วนหนึ่งของคำอธิบายสามารถ do the heavy lifting ได้เมื่อสิ่งนั้นทำงานหรือสร้างผลลัพธ์เป็นส่วนใหญ่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The small battery does a lot of heavy lifting in this device,” วลีนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. มันหลีกเลี่ยงการทำงานทุกอย่าง
  2. มันขนย้ายของหนักจำนวนมาก
  3. มันรับผิดชอบงานสำคัญหรืองานยากเป็นส่วนใหญ่
ดูคำตอบ

มันรับผิดชอบงานสำคัญหรืองานยากเป็นส่วนใหญ่

But,

1:42

แต่

of course,

1:43

แน่นอนว่า

sometimes even the strongest among us needs some help from our clever friends.

1:43

บางครั้งแม้แต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเรา ก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ชาญฉลาดของเรา

Because our clever comma is so nice,

1:48

เนื่องจากเครื่องหมายจุลภาคผู้ชาญฉลาดของเรานั้นใจดีมาก

she often roams her neighborhood looking for some community service to do.

1:50

เธอมักจะเดินเตร่ไปรอบๆ ละแวกบ้านเพื่อมองหางานบริการชุมชนทำ

Today,

1:55

วันนี้

as soon as she leaves her house, ไวยากรณ์

1:55

ทันทีที่เธอออกจากบ้าน

ไวยากรณ์

as soon as: เหตุการณ์หนึ่งตามมาอีกเหตุการณ์ทันที

as soon as เป็นคำเชื่อมเวลาสามคำที่หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “หลังจากนั้นทันที” ใช้นำหน้าอนุประโยคบอกเวลา เช่น as soon as she leaves her house โดยอนุประโยคนี้บอกว่าเหตุการณ์ในประโยคหลักเกิดขึ้นเมื่อใด เมื่อพูดถึงอนาคต ให้ใช้ present simple ในอนุประโยคที่ตามหลัง as soon as เช่น As soon as she arrives, we will start ไม่ใช่ As soon as she will arrive

แบบฝึกหัด

ใช้คำเชื่อมสามคำจากบทเรียนนี้เพื่อสื่อความหมายว่า “ทันทีที่”: Please wash your hands ____ you come inside.

ดูคำตอบ

as soon as

she sees a subordinate lifting the weight of two complete sentences,

1:57

เธอก็เห็นคำสันธานรองกำลังยกน้ำหนักของประโยคที่สมบูรณ์สองประโยค

one on each arm.

2:02

แขนข้างละหนึ่งประโยค

Bartheleme loves engaging in political debate, วลี

2:05

Bartheleme ชอบมีส่วนร่วมในการโต้เถียงทางการเมือง

วลี

loves engaging in political ...: love + -ing และ engage in

ใน loves engaging in political debate คำว่า love ตามด้วยรูป -ing คือ engaging เพื่อบอกกิจกรรมที่บาร์เธเลมีชอบ วลี engage in หมายถึง “เข้าร่วม” และ in เชื่อม engage เข้ากับกิจกรรม political debate รูปแบบนี้นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้เป็น love + -ing และ engage in + กิจกรรม เช่น loves engaging in discussion ในที่นี้ engage ไม่ได้หมายถึง “หมั้นหมาย”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ engage in ในรูป -ing: Maya loves ____ classroom debates.

ดูคำตอบ

engaging in

even though he usually loses. ไวยากรณ์

2:08

ถึงแม้ว่าเขามักจะแพ้ก็ตาม

ไวยากรณ์

even though เพื่อแสดงความขัดแย้งกับข้อเท็จจริง

Even though ใช้แสดงความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมาย ซึ่งเรียกว่าความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริง วลีนี้บอกข้อเท็จจริงที่อาจทำให้เราคาดว่าใจความหลักจะไม่เกิดขึ้น แต่ใจความหลักยังคงเป็นจริง ในที่นี้ การแพ้การอภิปรายบ่อย ๆ อาจทำให้คนหนึ่งไม่ชอบการอภิปราย แต่บาร์เธเลมียังคงชอบเข้าร่วม หลัง even though ต้องเป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ ซึ่งในที่นี้คือ he usually loses อนุประโยคนี้วางก่อนหรือหลังประโยคหลักก็ได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดรู้ว่าตอนนี้ฝนกำลังตก ประโยคใดนำเสนอฝนเป็นข้อเท็จจริงและแสดงความขัดแย้งกับการที่การแข่งขันยังดำเนินต่อไป

  1. The game continues even though it is raining.
  2. The game continues even if it rains.
  3. The game continues because it is raining.
ดูคำตอบ

The game continues even though it is raining.

The comma asks the subordinate if he needs help. ไวยากรณ์

2:12

เครื่องหมายจุลภาคถามคำสันธานรองว่าเขาต้องการความช่วยเหลือหรือไม่

ไวยากรณ์

asks the subordinate if he needs: โครงสร้าง ask someone if...

ใน asks the subordinate if he needs นั้น the subordinate คือฝ่ายที่ถูกถาม และ if ใช้นำคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ที่เล่าแบบอ้อม ในที่นี้ if หมายถึง “ว่า…หรือไม่” ไม่ใช่ “ถ้า” ที่ใช้บอกเงื่อนไข หลัง if ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: he needs ในคำถามอ้อมนี้ไม่ให้สลับเป็น does he need โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ ask + คน + if/whether + ประธาน + กริยา

แบบฝึกหัด

เรียง if, he, needs และ help ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามอ้อมให้สมบูรณ์: The nurse asks Ben ____.

ดูคำตอบ

if he needs help

Well,

2:15

เอาล่ะ

we know that subordinates are the WWE heavyweight champions of sentences.

2:16

เรารู้ดีว่าคำสันธานรองคือแชมป์เฮฟวี่เวท WWE ของประโยค

They can easily hold the weight of these two complete sentences

2:21

พวกเขาสามารถรับน้ำหนักของประโยคที่สมบูรณ์ทั้งสองประโยคนี้ได้อย่างง่ายดาย

because they are distributed evenly on both arms. วลี

2:24

เพราะน้ำหนักถูกกระจายอย่างสม่ำเสมอไปที่แขนทั้งสองข้าง

วลี

distributed evenly: กระจายหรือแบ่งอย่างสม่ำเสมอ

Distributed evenly หมายถึงกระจายหรือแบ่งอย่างสมดุล เพื่อไม่ให้ด้าน สถานที่ กลุ่ม หรือช่วงเวลาใดได้รับมากกว่าอีกส่วนมากเกินไป ในประโยคนี้ evenly แสดงว่าน้ำหนักสมดุลอยู่บนแขนทั้งสองข้าง ไม่ได้หมายถึง “อยู่บนพื้นผิวที่เรียบ” ในด้านไวยากรณ์ are distributed เป็นรูปถูกกระทำ โดยสิ่งที่ถูกกระจายเป็นฝ่ายรับการกระทำ Evenly เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย distributed คำคู่นี้ยังใช้พูดถึงน้ำหนัก เวลา งาน ทรัพยากร หรือความเสี่ยงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงกระจายอย่างสมดุล: The supplies were ____ among the four tables.

ดูคำตอบ

distributed evenly

So,

2:28

ดังนั้น

when the comma asks if it can help,

2:28

เมื่อเครื่องหมายจุลภาคถามว่าเธอสามารถช่วยได้ไหม

the subordinate is appalled at the idea of needing assistance. การใช้คำ

2:30

คำสันธานรองก็ตกใจกับความคิดที่ว่าตนต้องการความช่วยเหลือ

การใช้คำ

appalled at the idea of needing: ตกใจและรับไม่ได้กับความคิดที่ว่าต้องการบางสิ่ง

appalled หมายถึงตกใจอย่างมากและไม่เห็นด้วยอย่างแรง ไม่ใช่แค่ surprised ที่หมายถึงรู้สึกแปลกใจ ในประโยคนี้ ส่วนที่เป็นอนุประโยคมองว่าความคิดที่ตนอาจต้องการความช่วยเหลือนั้นยอมรับไม่ได้ ในโครงสร้าง be appalled at the idea of + -ing คำว่า at นำสาเหตุของความรู้สึกมา และหลัง of ใช้รูป -ing โครงสร้างนี้เน้นปฏิกิริยาที่รุนแรงต่อการกระทำหรือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ถูกต้อง: She was ____ cheating on the test.

ดูคำตอบ

appalled at the idea of

thanks.

2:34

ขอบใจ

Maybe next time.

2:35

ไว้คราวหน้าแล้วกัน

น้ำเสียง/เจตนา

No, thanks. Maybe next time.: ปฏิเสธอย่างสุภาพและลงท้ายให้นุ่มนวล

No, thanks. เป็นการปฏิเสธข้อเสนอ คำเชิญ หรือคำแนะนำอย่างชัดเจน ส่วน thanks ช่วยให้คำตอบยังฟังดูเป็นมิตร Maybe next time. ทำให้ตอนจบของการปฏิเสธนุ่มนวลขึ้น และเปิดความเป็นไปได้ในอนาคต แต่ในบทสนทนาทั่วไปอาจเป็นเพียงคำพูดสุภาพ ไม่ได้รับประกันว่าครั้งหน้าจะตอบตกลง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในคำตอบนี้ Maybe next time เป็นคำสัญญาเสมอว่าผู้พูดจะตอบตกลงในภายหลัง

  1. ไม่ถูกต้อง
  2. ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

So,

2:38

ดังนั้น

the comma continues on.

2:38

เครื่องหมายจุลภาคจึงเดินหน้าต่อไป

Soon,

2:40

ในไม่ช้า

she sees a couple of subordinates attempting to lift the weight of sentences

2:40

เธอก็เห็นคำสันธานรองสองสามคนกำลังพยายามยกน้ำหนักของประโยค

directly in front of themselves.

2:44

อยู่ตรงหน้าพวกเขาพอดี

Even though Bartheleme loves to sing, ไวยากรณ์

2:46

แม้ว่า Bartheleme จะรักการร้องเพลง

he never sings in front of others.

2:49

แต่เขาไม่เคยร้องเพลงต่อหน้าคนอื่นเลย

ไวยากรณ์

Even though ...: อนุประโยคแสดงการยอมรับที่วางไว้ข้างหน้า

Even though ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นจริง แต่ข้อเท็จจริงนั้นมักทำให้เราคาดว่าจะเกิดผลอีกแบบหนึ่ง ในประโยคนี้ การที่ Bartheleme ชอบร้องเพลงทำให้เราคาดว่าเขาน่าจะร้องต่อหน้าคนอื่น ประโยคหลักหลังเครื่องหมายจุลภาคบอกผลที่ตรงข้ามกับความคาดหมาย คือเขาไม่เคยร้องต่อหน้าคนอื่น อนุประโยค Even though ที่อยู่ข้างหน้าต้องเข้าใจร่วมกับประโยคหลัก และไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่ไฮไลต์ไว้และมีความหมายว่า 'แม้จะมีข้อเท็จจริงว่า' ลงในประโยค: ____ Leo was nervous, he spoke to the whole class.

ดูคำตอบ

Even though

The comma asks the subordinates if they need help.

2:52

เครื่องหมายจุลภาคถามคำสันธานรองว่าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือหรือไม่

They might not want to admit it, น้ำเสียง/เจตนา

2:55

พวกเขาอาจไม่อยากยอมรับ

น้ำเสียง/เจตนา

might not want to admit it: การคาดเดาอย่างระมัดระวังว่าไม่อยากยอมรับ

วลี might not want to admit it เป็นการพูดอย่างระมัดระวังว่า พวกเขาอาจไม่เต็มใจยอมรับบางเรื่องที่ผู้พูดและผู้ฟังรู้อยู่แล้วในบทสนทนา admit หมายถึงยอมรับหรือบอกว่าบางอย่างเป็นความจริง ส่วน it ย้อนกลับไปหมายถึงข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์นั้น might แสดงว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของผู้พูด ไม่ใช่การยืนยันอย่างแน่นอน และยังทำให้คำพูดฟังดูอ้อมและกล่าวหาน้อยกว่า They don't want to admit it

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย might not want to admit it ได้ตรงที่สุด?

  1. refuses to admit it: การยืนยันหนักแน่นว่าจงใจปฏิเสธที่จะยอมรับ
  2. might not want to admit it: การคาดเดาอย่างระมัดระวังว่าไม่เต็มใจยอมรับ
  3. doesn't want to admit it: การยืนยันตรง ๆ ว่าไม่เต็มใจยอมรับ
ดูคำตอบ

might not want to admit it: การคาดเดาอย่างระมัดระวังว่าไม่เต็มใจยอมรับ

but this time the subordinates do need help. ไวยากรณ์

2:57

แต่คราวนี้คำสันธานรองต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

ไวยากรณ์

do need: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ใน do need คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นกริยาบอกเล่า need จึงมีความหมายว่า “ต้องการจริง ๆ” หรือ “ต้องการอย่างแน่นอน” โดย do ในที่นี้ไม่ใช่กริยาหลักที่แปลว่า “ทำ” but this time แสดงความแตกต่างจากสถานการณ์ก่อนหน้าหรือสิ่งที่คาดไว้ do ที่ใช้เน้นทำให้คำยืนยันหนักแน่นขึ้น และมักใช้แก้ข้อสงสัย การปฏิเสธ หรือความคาดหมายที่ตรงกันข้าม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเน้นของ need: The plants look healthy, but they ____ more water.

ดูคำตอบ

do need

Complete sentences weigh quite a bit. วลี

3:00

ประโยคที่สมบูรณ์นั้นมีน้ำหนักค่อนข้างมาก

วลี

weigh quite a ... ในฐานะจุดเริ่มต้นของ weigh quite a bit

ส่วนที่เน้นเป็นจุดเริ่มต้นของสำนวน weigh quite a bit ในที่นี้ weigh หมายถึง “มีน้ำหนักเท่าหนึ่ง” และ quite a bit หมายถึง “ปริมาณที่ค่อนข้างมาก” ดังนั้นสิ่งที่ weighs quite a bit จึงค่อนข้างหนัก สำนวนนี้ยังไม่สมบูรณ์เมื่อจบที่ quite a แต่ต้องมี bit ตามหลัง แม้จะมีคำว่า bit แต่ quite a bit ไม่ได้หมายถึง “เพียงเล็กน้อย”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ค่อนข้างหนัก”: This old suitcase weighs ____.

ดูคำตอบ

quite a bit

Simple physics tells us that it's easier to balance heavy objects ไวยากรณ์

3:04

ฟิสิกส์ง่ายๆ บอกเราว่าการทรงตัวของวัตถุที่มีน้ำหนักมากนั้นจะง่ายกว่า

if the weight is evenly distributed. วลี

3:07

หากน้ำหนักถูกกระจายอย่างสม่ำเสมอ

ไวยากรณ์

it's easier to balance ... if ...: บอกว่าง่ายขึ้นเมื่อมีเงื่อนไข

ใน it's easier to balance heavy objects คำว่า it เป็นประธานตามโครงสร้างและไม่ได้หมายถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ การกระทำจริงคือ to balance heavy objects ดังนั้นรูปแบบพื้นฐานคือ it is easier to + คำกริยา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if บอกเงื่อนไขที่ทำให้การกระทำนั้นง่ายขึ้น เมื่อรวมกัน It is easier to do X if Y หมายความว่า การทำ X ใช้แรงหรือความพยายามน้อยลงเมื่อ Y เป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้บอกเงื่อนไขให้ประโยคสมบูรณ์: It is easier to carry the box ____ two people lift it together.

ดูคำตอบ

if

วลี

evenly distributed: กระจายหรือแบ่งในปริมาณที่สมดุล

evenly distributed หมายถึง กระจายหรือแบ่งโดยไม่มีจุด คน หรือส่วนใดได้รับมากกว่าส่วนอื่นมากเกินไป ในประโยคนี้ น้ำหนักกระจายไปทั่ววัตถุแทนที่จะไปรวมอยู่ด้านเดียว distributed เป็นคำกริยาช่องสามที่วางหลัง is เพื่อบอกสภาพของน้ำหนัก ส่วน evenly เป็นคำวิเศษณ์ที่บอกว่ากระจายอย่างไร ไม่ได้เป็นกริยาอดีตธรรมดาที่เล่าเหตุการณ์ในเรื่อง

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “กระจายเป็นปริมาณที่สมดุล”: The shelf is safer when the weight is ____.

ดูคำตอบ

evenly distributed

So,

3:10

ดังนั้น

while the subordinates are quite capable of balancing two complete sentences วลี

3:10

ในขณะที่คำสันธานรองสามารถทรงตัวประโยคที่สมบูรณ์สองประโยคได้อย่างสบายๆ

when carrying the weight on both sides,

3:13

เมื่อรับน้ำหนักทั้งสองข้าง

วลี

quite capable of + คำนามหรือรูป -ing

be quite capable of หมายถึง “เห็นได้ชัดว่าสามารถทำบางสิ่งได้” ในประโยคนี้ ผู้พูดมองว่าองค์ประกอบรองสามารถถ่วงดุลประโยคสมบูรณ์สองประโยคได้ หลัง capable ใช้ of ก่อนคำนามหรือรูป -ing เช่น capable of balancing คำว่า quite ช่วยเน้น capable ทำให้ความสามารถนั้นฟังดูชัดเจน ไม่ใช่น่าสงสัย

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ขาดหายไปให้ประโยคสมบูรณ์: The young climber is quite capable ____ reaching the top safely.

ดูคำตอบ

of

they're having trouble picking just one up. ไวยากรณ์

3:15

แต่พวกเขากลับมีปัญหาในการยกขึ้นมาเพียงประโยคเดียว

ไวยากรณ์

having trouble picking ... up

have trouble doing something หมายถึงการทำบางอย่างเป็นเรื่องยาก ในที่นี้ แม้แต่การยกประโยคสมบูรณ์เพียงหนึ่งประโยคก็ยังยาก หลัง trouble ใช้รูป -ing จึงใช้ picking ไม่ใช่ to pick pick up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ในที่นี้ one ใช้แทน “one complete sentence” และอยู่ระหว่าง pick กับ up เป็น picking one up ส่วน just หมายถึง “เพียง” และเน้นว่าแม้แต่หนึ่งเดียวก็ยังทำให้ลำบาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ pick: The toy is heavy, so Mia is having trouble ____ it up.

ดูคำตอบ

picking

The comma rushes over to help the struggling subordinates,

3:19

เครื่องหมายจุลภาครีบเข้าไปช่วยเหลือคำสันธานรองที่กำลังดิ้นรน

But how will she help? ลำดับความ

3:22

แต่เธอจะช่วยอย่างไรล่ะ?

ลำดับความ

But how will she help? ในฐานะคำถามเชื่อมไปสู่คำอธิบายถัดไป

ในคำอธิบายนี้ But how will she help? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดถามโดยไม่ได้รอให้ผู้ชมตอบ คำถามนี้ทำให้ผู้ชมอยากรู้ว่าเธอจะช่วยด้วยวิธีใด คำถามนี้ยังทำหน้าที่เชื่อมไปยังเนื้อหาถัดไป โดยบอกผู้ฟังว่าส่วนต่อไปจะอธิบายว่าเธอจะช่วยอย่างไร

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ But how will she help? ในคำอธิบายนี้คืออะไร

  1. ขอให้ผู้ชมบอกคำตอบแก่ผู้พูด
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่มีแผน
  3. เกริ่นนำคำอธิบายที่จะตามมา
ดูคำตอบ

เกริ่นนำคำอธิบายที่จะตามมา

When subordinates begin sentences, ไวยากรณ์

3:24

เมื่อคำสันธานรองขึ้นต้นประโยค

the comma will place herself directly after the first thought or complete sentence. วลี

3:26

เครื่องหมายจุลภาคจะวางตัวเองไว้ด้านหลังความคิดแรกหรือประโยคที่สมบูรณ์ทันที

ไวยากรณ์

When subordinates begin sentences,: ใช้ When เพื่อบอกเงื่อนไขของกฎ

ในที่นี้ When subordinates begin sentences ระบุเงื่อนไขที่ทำให้กฎเครื่องหมายวรรคตอนนี้ใช้ได้ When หมายถึง “ทุกครั้งที่เกิดสถานการณ์นี้” ไม่ใช่ “เวลาใดอย่างเจาะจง” อนุประโยค When ที่อยู่ต้นประโยคกำหนดเงื่อนไข แล้วประโยคหลักจึงบอกผลลัพธ์ว่าเครื่องหมายจุลภาคอยู่ตรงไหน รูปแบบนี้ช่วยจัดระเบียบกฎทั่วไปให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

When ทำหน้าที่อะไรในประโยคต้นฉบับ

  1. เกริ่นนำเงื่อนไขที่ทำให้กฎนี้ใช้ได้
  2. ถามเวลาที่แน่นอนของเหตุการณ์
  3. แสดงว่ากฎนี้ไม่มีเงื่อนไข
ดูคำตอบ

เกริ่นนำเงื่อนไขที่ทำให้กฎนี้ใช้ได้

วลี

directly after ...: อยู่ถัดไปทันทีตามตำแหน่ง

directly after หมายถึง “อยู่ถัดไปทันที” ในด้านตำแหน่งหรือลำดับ ในที่นี้หมายความว่าให้วางเครื่องหมายจุลภาคไว้หลังใจความแรกหรือประโยคสมบูรณ์ทันที โดยไม่มีสิ่งอื่นคั่นกลาง ในบทเรียนนี้ first thought หมายถึงหน่วยแรกที่สื่อความหมายได้สมบูรณ์ คำว่า directly ขยาย after ไม่ได้บอกลักษณะการเคลื่อนที่ของเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Put the comma directly after the first thought." ควรวางเครื่องหมายจุลภาคไว้ที่ใด

  1. ถัดจากใจความแรกทันที
  2. ก่อนใจความแรก
  3. ที่ใดที่หนึ่งในช่วงหลังของย่อหน้า
ดูคำตอบ

ถัดจากใจความแรกทันที

After helping the subordinates, ไวยากรณ์

3:32

หลังจากช่วยเหลือคำสันธานรองแล้ว

ไวยากรณ์

After helping ...: ใช้ After + คำกริยารูป -ing เพื่อบอกลำดับการกระทำ

After helping the subordinates ใช้โครงสร้าง After + คำกริยารูป -ing โครงสร้างนี้บอกว่าการช่วยเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงมีอีกการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นตามมา วลีเปิดประโยคนี้ยังไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ ต้องมีอนุประโยคหลักตามมาเพื่อบอกว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา help เติมประโยคให้สมบูรณ์: After ____ his brother with the puzzle, Noah put the pieces away.

ดูคำตอบ

helping

our comma heroine continues on and spots a conjunction

3:34

นางเอกเครื่องหมายจุลภาคของเราก็เดินต่อไปและพบคำสันธานเชื่อม

holding the weight of two complete sentences.

3:37

ที่กำลังรับน้ำหนักของประโยคที่สมบูรณ์สองประโยค

Bartheleme was accepted into the University of Chicago, วลี

3:40

Bartheleme ได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก

วลี

be accepted into a university: ได้รับการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัย

was accepted into the University of Chicago หมายความว่ามหาวิทยาลัยชิคาโกมอบที่เรียนให้ Bartheleme ในฐานะนักศึกษา รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ be accepted into + โรงเรียน หลักสูตร หรือองค์กร นี่เป็นรูปถูกกระทำ: Bartheleme เป็นฝ่ายได้รับผลการตัดสิน ประโยคเน้นผลว่าเขาได้รับการตอบรับ ไม่ได้เน้นบุคคลหรือคณะกรรมการที่ตัดสิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำในอดีตของ be accepted into: After a competitive audition, Maya ____ the youth orchestra.

ดูคำตอบ

was accepted into

and he is on the waitlist for Stanford University. การใช้คำ

3:43

และเขาอยู่ในรายชื่อรอเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

การใช้คำ

be on the waitlist for a university: อยู่ในรายชื่อสำรองของมหาวิทยาลัย

is on the waitlist for Stanford University หมายความว่าสแตนฟอร์ดยังไม่ได้มอบที่เรียนให้เขาในตอนนี้ แต่อาจมอบให้ภายหลังหากมีที่ว่าง waitlist คือรายชื่อสำรองอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การต่อแถวทั่วไป รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ be on the waitlist for + โรงเรียน หลักสูตร ชั้นเรียน หรือกิจกรรม สถานะนี้ไม่เท่ากับได้รับการตอบรับแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่าอยู่ในรายชื่ออย่างเป็นทางการเพื่อรอที่ว่างที่อาจมีภายหลัง: No seat is open yet, so Luis ____ the photography class.

ดูคำตอบ

is on the waitlist for

The comma asks the conjunction if he needs help.

3:47

เครื่องหมายจุลภาคถามคำสันธานเชื่อมว่าเขาต้องการความช่วยเหลือหรือไม่

Of course,

3:50

แน่นอนว่า

he does. ไวยากรณ์

3:50

เขาต้องการ

ไวยากรณ์

he does: ใช้ does แทน needs help

ใน he does คำว่า does ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวมาก่อนหน้านี้คือ needs help จึงไม่ต้องพูดซ้ำว่า he needs help และ does ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการ “ทำ” สิ่งใหม่ ในภาษาอังกฤษ เราใช้เพียงกริยาช่วยได้เมื่อส่วนที่เหลือของวลีกริยาชัดเจนจากบริบท กริยาช่วยยังต้องสอดคล้องกับประธานและกาล ดังนั้น he ใน present simple จึงใช้ does

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบสั้น ๆ ด้วยกริยาช่วยที่ใช้แทน need a pencil: Does Maya need a pencil? Yes, she ____.

ดูคำตอบ

does

Hurry.

3:51

เร็วเข้า

The comma rushes and places itself before the conjunction. ไวยากรณ์

3:52

เครื่องหมายจุลภาครีบวิ่งไปวางตำแหน่งตัวเองไว้หน้าคำสันธานเชื่อม

ไวยากรณ์

places itself before the conjunction: ตำแหน่งตามลำดับในการเขียน

places itself บอกว่าเครื่องหมายจุลภาคเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งหนึ่งด้วยตัวเอง คำสรรพนามสะท้อนกลับ itself อ้างกลับไปที่ the comma ทำให้เครื่องหมายวรรคตอนดูเหมือนแสดงท่าทางแบบมนุษย์ before the conjunction บอกตำแหน่งในการเขียน คือเครื่องหมายจุลภาคอยู่ก่อนคำสันธานตามลำดับในประโยค ตรงนี้ before กล่าวถึงลำดับบนหน้ากระดาษ ไม่ใช่เวลาที่เกิดก่อน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ places itself before the conjunction หมายความว่าอย่างไร

  1. เครื่องหมายจุลภาคเคลื่อนที่ก่อนคำสันธานในแง่ของเวลา
  2. คำสันธานเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่อยู่ก่อนเครื่องหมายจุลภาค
  3. เครื่องหมายจุลภาคเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่อยู่ก่อนคำสันธานในลำดับการเขียน
ดูคำตอบ

เครื่องหมายจุลภาคเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่อยู่ก่อนคำสันธานในลำดับการเขียน

FANBOYS aren't as militant as subordinates. ไวยากรณ์

3:56

FANBOYS ไม่ได้ดุดันเท่ากับคำสันธานรอง

ไวยากรณ์

aren't as militant as: โครงสร้างเปรียบเทียบ not as ... as

โครงสร้าง not as + คำคุณศัพท์ + as ใช้เปรียบเทียบระดับของคุณลักษณะหนึ่ง โดยบอกว่าคนหรือสิ่งแรกมีคุณลักษณะนั้นน้อยกว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ aren't as militant as หมายความว่า FANBOYS แข็งกร้าวหรือเข้มงวดน้อยกว่าคำสันธานรอง militant ในที่นี้เป็นการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนคนเพื่อความขบขัน ไม่ได้กล่าวถึงการต่อสู้จริง as ทั้งสองคำเป็นส่วนของโครงสร้างเปรียบเทียบ โดย as คำที่สองนำหน้า subordinates ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบ not as ... as ให้สมบูรณ์: The new rules are not ____ strict ____ the old rules.

ดูคำตอบ

as · as

For this reason, ลำดับความ

3:59

ด้วยเหตุนี้

ลำดับความ

For this reason: เชื่อมเหตุผลที่กล่าวไว้แล้วกับผลลัพธ์

For this reason ย้อนกลับไปอ้างถึงสาเหตุหรือคำอธิบายที่กล่าวไว้แล้ว และส่งสัญญาณว่าแนวคิดถัดไปคือผลลัพธ์หรือข้อสรุปจากสาเหตุนั้น วลีนี้จัดข้อมูลตามลำดับเหตุผลก่อน แล้วจึงตามด้วยผลลัพธ์ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้มักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค คำว่า this บอกให้ย้อนกลับไปหาสาเหตุจากเนื้อหาก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เชื่อมประโยคด้วย For this reason: The battery is empty. ____, the toy will not turn on.

ดูคำตอบ

For this reason

the commas don't have to fall in line behind the FANBOYS. โน้ต

4:00

เครื่องหมายจุลภาคจึงไม่จำเป็นต้องต่อแถวอยู่หลัง FANBOYS

ไวยากรณ์

don't have to: ไม่จำเป็น ไม่ใช่ห้าม

don't have to หมายถึง “ไม่ได้ถูกบังคับให้ทำ” หรือ “ไม่จำเป็นต้องทำ” ในประโยคนี้ เครื่องหมายจุลภาคไม่จำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งนั้น รูปปฏิเสธทำให้ไม่มีข้อผูกมัด: have to แสดงความจำเป็น ส่วน don't have to แสดงว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าห้ามทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการทำให้เสร็จตอนนี้เป็นทางเลือก ไม่ใช่สิ่งที่ถูกห้าม?

  1. You don't have to finish it now.
  2. You can't finish it now.
  3. You must not finish it now.
ดูคำตอบ

You don't have to finish it now.

สำนวน

fall in line behind the FANBOYS ในฐานะคำเปรียบเทียบ

fall in line หมายถึงการเข้าแถว และในเชิงเปรียบเทียบหมายถึงการทำตามลำดับหรือกฎที่คาดไว้ การเติม behind ช่วยบอกว่าอะไรอยู่ข้างหน้าในลำดับนั้น ตรงนี้มีการนึกภาพเครื่องหมายจุลภาคเป็นคนที่เข้าแถวอยู่หลัง FANBOYS ประโยคนี้บอกว่าเครื่องหมายจุลภาคไม่จำเป็นต้องอยู่หลัง FANBOYS ส่วน fall ไม่ได้หมายถึง “สะดุดล้ม”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ fall in line behind the FANBOYS สร้างภาพแบบใด?

  1. เครื่องหมายจุลภาคลากเส้นผ่าน FANBOYS
  2. เครื่องหมายจุลภาคเข้าแถวอยู่หลัง FANBOYS
  3. เครื่องหมายจุลภาคสะดุดล้มใกล้ FANBOYS
ดูคำตอบ

เครื่องหมายจุลภาคเข้าแถวอยู่หลัง FANBOYS

FANBOYS are courteous creatures.

4:03

FANBOYS เป็นสิ่งมีชีวิตที่สุภาพ

They allow the comma to go ahead of them. ไวยากรณ์

4:05

พวกเขาอนุญาตให้เครื่องหมายจุลภาคไปก่อนพวกเขาได้

ไวยากรณ์

allow the comma to go ahead of them: โครงสร้าง allow + กรรม + to do

โครงสร้าง allow + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบุคคล กฎ หรือสิ่งหนึ่งอนุญาตให้กรรมทำบางอย่าง หรือทำให้การกระทำนั้นเป็นไปได้ ในที่นี้ the comma เป็นกรรม และ to go ahead of them บอกว่าสิ่งนั้นได้รับอนุญาตให้ทำอะไร ประโยคนี้ทำให้คำสันธาน FANBOYS ดูเหมือนคน ความหมายคือรูปแบบเครื่องหมายวรรคตอนนี้ยอมให้วางจุลภาคไว้ข้างหน้าคำเหล่านั้นได้ ให้วางกรรมไว้ระหว่าง allow กับ to do: allow someone or something to do something

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง allow + กรรม + to do ให้สมบูรณ์: The game ____ each player ____ choose a color.

ดูคำตอบ

allows · to

Helping others is hard work. ไวยากรณ์

4:08

การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นงานหนัก

ไวยากรณ์

Helping others is hard: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

Helping others เป็นวลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยหมายถึงกิจกรรมการช่วยเหลือผู้อื่นทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่ได้มีประธานหายไปหน้า helping ส่วน is hard เป็นภาคแสดงที่ประเมินกิจกรรมนั้น ใช้วลี -ing เป็นประธานเมื่อต้องการพูดถึงการกระทำในฐานะกิจกรรมโดยทั่วไป โดยปกติวลีทั้งหมดถือเป็นเอกพจน์ จึงใช้ is ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ read เพื่อใช้เป็นประธาน: ____ every day helps you learn.

ดูคำตอบ

Reading

On her way home, วลี

4:11

ระหว่างทางกลับบ้าน

วลี

On her way home: บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน

On her way home หมายถึง “ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้าน” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะบอกว่าเหตุการณ์ถัดไปเกิดขึ้นเมื่อใดและระหว่างการเดินทางไหน ในที่นี้ on ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างบน” ในวลี on someone’s way คำนี้บอกว่าคนนั้นกำลังอยู่ระหว่างการเดินทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “ฉันโทรหาแม่ระหว่างทางกลับบ้าน” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. On my way to home, I called Mom.
  2. In my way home, I called Mom.
  3. On my way home, I called Mom.
ดูคำตอบ

On my way home, I called Mom.

our comma sees a conjunction holding up the weight of a complete sentence โน้ต

4:12

เครื่องหมายจุลภาคของเราเห็นคำสันธานเชื่อมกำลังรับน้ำหนักของประโยคที่สมบูรณ์

and a fragment sentence.

4:15

และส่วนของประโยคที่ไม่สมบูรณ์

กริยาวลี

holding up: รองรับน้ำหนัก

ใน holding up the weight คำว่า holding up หมายถึง “รองรับน้ำหนักและทำให้สิ่งนั้นไม่ตกลงมา” ประโยคนี้วาดภาพให้คำสันธานเหมือนกำลังแบกรับน้ำหนักของส่วนประกอบสองส่วนของประโยค Hold up ใช้บอกการรองรับจริงได้ เช่น เสาที่รองรับป้าย ในประโยคนี้ไม่ได้ใช้ hold up ในความหมายว่า “ทำให้ล่าช้า”

แบบฝึกหัด

ใน “The beams are holding up the roof” คำว่า holding up หมายถึงอะไร

  1. ย้ายหลังคาไปยังตำแหน่งที่สูงขึ้น
  2. ทำให้งานบนหลังคาล่าช้า
  3. รองรับหลังคาเพื่อไม่ให้ตกลงมา
ดูคำตอบ

รองรับหลังคาเพื่อไม่ให้ตกลงมา

การใช้คำ

a complete sentence และ a fragment sentence: ประโยคสมบูรณ์และส่วนของประโยค

วลีนี้เปรียบเทียบกลุ่มคำสองชนิด complete sentence หรือประโยคสมบูรณ์สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง เพราะมีอนุประโยคอิสระและสื่อความคิดได้ครบ ส่วน fragment sentence ในที่นี้หมายถึงคำศัพท์ไวยากรณ์ที่ใช้กันทั่วไปกว่าว่า sentence fragment หรือส่วนของประโยค ซึ่งไม่สามารถอยู่ลำพังเป็นประโยคสมบูรณ์ได้ ความแตกต่างนี้สำคัญเมื่อตรวจสอบเครื่องหมายวรรคตอนรอบคำสันธาน เครื่องหมายจุลภาคร่วมกับคำสันธานประสานสามารถเชื่อมอนุประโยคอิสระที่สมบูรณ์สองส่วนได้ แต่ถ้าด้านหนึ่งเป็นเพียงส่วนของประโยค กฎสำหรับการเชื่อมสองอนุประโยคนี้จะใช้ไม่ได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเป็นประโยคสมบูรณ์ ไม่ใช่ส่วนของประโยค

  1. After the game.
  2. Because it rained.
  3. The dog barked.
ดูคำตอบ

The dog barked.

Bartheleme is going to major in molecular biology, วลี

4:18

Bartheleme กำลังจะเรียนวิชาเอกอณูชีววิทยา

วลี

is going to major in: วางแผนจะเรียนวิชาเอกด้าน……

is going to แสดงแผนหรือความตั้งใจในอนาคต ส่วน major in หมายถึงเรียนวิชาหนึ่งเป็นสาขาหลักในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย เมื่อนำมารวมกัน is going to major in จึงหมายถึงใครบางคนวางแผนจะเลือกสาขานั้นเป็นสาขาหลักในการศึกษา ใช้โครงสร้าง subject + be + going to + major in + field ในที่นี้ major เป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง going to ไม่ใช่คำคุณศัพท์ major ที่หมายถึงสำคัญหรือใหญ่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยา major เพื่อแสดงว่าดนตรีจะเป็นสาขาหลักของ Mia: Mia is going to ____ music at college.

ดูคำตอบ

major in

or interpretive dance.

4:21

หรือการเต้นรำเพื่อสื่อความหมาย

The now-exhausted comma asks the conjunction

4:24

เครื่องหมายจุลภาคที่ตอนนี้เหนื่อยล้าเต็มทีถามคำสันธานเชื่อม

if he needs help lifting the items. ไวยากรณ์

4:27

ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือในการยกสิ่งของเหล่านี้หรือไม่

ไวยากรณ์

need help + -ing ใน if he needs help lifting the items

ใน if he needs help lifting the items วลี needs help lifting หมายความว่าเขาอาจต้องให้คนอื่นช่วยยกสิ่งของเหล่านั้น อนุประโยค if ทำให้ข้อความนี้เป็นเงื่อนไข จึงไม่ได้ยืนยันว่าเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างแน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ need help + คำกริยารูป -ing วลี -ing ระบุการกระทำที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น need help lifting, need help carrying หรือ need help finding

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ need help และรูป -ing ของ move: The box is too heavy for Leo to move alone. Leo needs help ____ it.

ดูคำตอบ

moving

This is one of the rare occassions where a conjunction doesn't need the help of a comma. วลี

4:29

นี่เป็นหนึ่งในโอกาสที่หาได้ยากที่คำสันธานเชื่อมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเครื่องหมายจุลภาค

วลี

This is one of the rare occassions where...: การเกริ่นข้อยกเว้นที่พบไม่บ่อย

รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ This is one of the rare occasions where... ซึ่งใช้เปิดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่กรณี และมักเป็นข้อยกเว้นของกฎทั่วไป one of แสดงว่านี่เป็นหนึ่งในกลุ่มเล็ก ๆ และไม่จำเป็นต้องเป็นข้อยกเว้นเพียงกรณีเดียว where ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์หรือกรณี และใช้เกริ่นว่าสิ่งใดเกิดขึ้นในสถานการณ์นั้น ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมายของบทเรียนที่ใช้ระบุข้อยกเว้นหนึ่งกรณีที่พบไม่บ่อย: This is ____ the usual rule does not apply.

ดูคำตอบ

one of the rare occasions where

The conjunction assures the comma that help isn't needed, วลี

4:34

คำสันธานเชื่อมให้ความมั่นใจกับเครื่องหมายจุลภาคว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือ

วลี

assure someone that...: ยืนยันกับใครบางคนเพื่อให้สบายใจ

โครงสร้างคือ assure + คน + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that โดยคนจะอยู่ต่อจาก assure ทันที และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะบอกข้อความที่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ Assure ไม่ได้แค่ส่งต่อข้อมูล แต่เป็นการบอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นความจริงอย่างแน่นอนเพื่อให้อีกฝ่ายกังวลน้อยลง ในประโยคนี้คำสันธานกำลังทำให้เครื่องหมายจุลภาคสบายใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ assure + us + that: The coach ____ everyone was ready.

ดูคำตอบ

assured us that

which is good for the comma, ไวยากรณ์

4:37

ซึ่งเป็นผลดีต่อเครื่องหมายจุลภาค

ไวยากรณ์

which is good for...: แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด

ในที่นี้ which ย้อนกลับไปกล่าวถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด นั่นคือไม่จำเป็นต้องมีคนช่วย ส่วน is good for the comma เป็นความคิดเห็นเพิ่มเติมว่าสถานการณ์นั้นเป็นประโยชน์ต่อเครื่องหมายจุลภาคอย่างไร อนุประโยคที่ใช้ which หลังเครื่องหมายจุลภาคสามารถแสดงความคิดเห็นต่อใจความที่สมบูรณ์ทั้งส่วนได้ ไม่ได้ขยายเฉพาะคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใน “The bus arrived on time, which was a relief,” คำว่า which กล่าวถึงอะไร

  1. ข้อเท็จจริงที่ว่ารถโดยสารมาถึงตรงเวลา
  2. ความรู้สึกโล่งใจ
  3. รถโดยสาร
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงที่ว่ารถโดยสารมาถึงตรงเวลา

because by now all it wants to do is go home ไวยากรณ์

4:38

เพราะตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการทำมีเพียงแค่กลับบ้าน

ไวยากรณ์

all ... wants to do is ...: การกระทำเพียงอย่างเดียวที่ต้องการ

All it wants to do is go หมายถึง ตอนนี้สิ่งเดียวที่ประธานอยากทำคือไป ในที่นี้ all หมายถึง “สิ่งเดียว” ไม่ได้กล่าวถึงกลุ่มหรือจำนวน โครงสร้างคือ all + ประธาน + want(s) to do + is + กริยารูปพื้นฐาน ส่วนก่อน is บอกความต้องการทั้งหมด และกริยาหลัง is บอกการกระทำ ซึ่งในประโยคนี้คือ go

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง all ... want to do ...: After the long walk, ____ is rest.

ดูคำตอบ

all I want to do

and rest up for another day of vigilant sentence constructing. กริยาวลี

4:40

และพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอีกวันของการสร้างประโยคอย่างระมัดระวัง

กริยาวลี

rest up for: ฟื้นกำลังก่อนสิ่งที่จะมาถึง

rest up for หมายถึงพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลัง up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี rest up และเพิ่มความหมายว่าพักจนฟื้นตัวได้ ในประโยคนี้ for นำเข้าสู่ช่วงเวลาที่ต้องใช้พลังและสมาธิถัดไป นั่นคืออีกหนึ่งวันที่ต้องสร้างประโยคอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “พักผ่อนให้เพียงพอก่อนทำบางสิ่ง” ลงในประโยค: The team has a big game tomorrow, so the players need to ____ it tonight.

ดูคำตอบ

rest up for