จุดชำระเงิน | แฮมเมอร์บาร์น - ซีรีส์ 2 | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
224 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างเล่นสมมติเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต เด็ก ๆ จำใจยอมให้บ้านที่พวกเขาตั้งใจสร้างถูกรื้อเมื่อมาถึงจุดชำระเงิน และเรียนรู้ว่าสิ่งที่สร้างขึ้นไม่อาจคงอยู่ตลอดไป จากนั้นทุกคนแบ่งพิซซ่าทำเองที่ดูไม่ค่อยเรียบร้อยแต่กลับอร่อยอย่างน่าประหลาดใจ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. scan all your stuff, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: เข้าใจว่า scan หมายถึงการที่พนักงานอ่านรหัสสินค้าตรงจุดชำระเงินในร้านจริง ส่วน stuff เป็นคำนามรวมแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกข้าวของหรือสินค้าที่ลูกค้าซื้ออย่างเป็นธรรมชาติ จึงช่วยให้ติดตามขั้นตอนทั่วไปในซูเปอร์มาร์เก็ตได้ โดยไม่ตีความ scan ว่าเกี่ยวกับงานดิจิทัลหรือเทคนิคเท่านั้น 2. nothing lasts forever. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: มองออกว่าประโยคที่คล้ายคติเตือนใจนี้เป็นวิธีสะท้อนความคิดและยอมรับว่าประสบการณ์ ผลงาน หรือสถานการณ์ที่มีคุณค่าย่อมสิ้นสุดลงในวันหนึ่ง สามารถใช้สรุปความเปลี่ยนแปลง ปลอบใจผู้ที่สูญเสีย หรือแสดงการยอมรับอย่างสงบโดยไม่ต้องเล่ารายละเอียดทั้งหมดซ้ำ 3. a bit bodgy. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: รู้ว่า bodgy เป็นคำไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษ ใช้บรรยายสิ่งที่ดูทำอย่างหยาบ คุณภาพไม่ดี หรือไม่น่าไว้วางใจนัก พร้อมสังเกตว่า a bit ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ ทำให้เข้าใจและให้ความเห็นเบา ๆ แบบสนทนาได้โดยไม่ฟังดูรุนแรงเกินไป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Would you like to try some beetroot? โน้ต

0:00

ลูกอยากลองกินบีทรูทหน่อยไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you like to try...? : การชวนให้ใครลองบางอย่างอย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ Would you like to try...? เป็นการชวนอย่างสุภาพให้อีกฝ่ายลองหรือชิมบางอย่างตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการถามความชอบทั่วไป โครงสร้าง Would you like to + คำกริยา...? เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือกตอบรับหรือปฏิเสธ จึงนุ่มนวลกว่าคำสั่ง ในที่นี้ try หมายถึง ลอง หรือ ชิม

แบบฝึกหัด

เจ้าบ้านยื่นของหวานชนิดใหม่ให้แขกและต้องการชวนให้ลองชิมอย่างสุภาพ ควรพูดว่าอะไร

  1. Try this dessert.
  2. Would you like to try this dessert?
  3. Do you like this dessert?
ดูคำตอบ

Would you like to try this dessert?

การใช้คำ

beetroot: ชื่อของผักชนิดนี้ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย

Beetroot เป็นคำนามประสมที่เป็นชื่อเรียกตายตัวของรากสีแดงอมม่วงเข้มที่กินได้ของต้นบีต ในที่นี้ some beetroot กล่าวถึงมันในฐานะอาหาร จึงไม่เติมรูปพหูพจน์ ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย beetroot เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ beet เมื่อหมายถึงหนึ่งหัว และ beets เมื่อหมายถึงหลายหัวหรืออาหารชนิดนี้โดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช ตัวเลือกใดเป็นชื่อที่เป็นธรรมชาติที่สุดของผักสีแดงอมม่วงที่ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักเรียกว่า beet

  1. tree root
  2. beetroot
  3. beet greens
ดูคำตอบ

beetroot

Oh, thank you, darling. การใช้คำ

0:02

โอ้ ขอบใจจ้ะที่รัก

การใช้คำ

darling ในฐานะคำเรียกอย่างเอ็นดู

ในประโยคนี้ darling เป็นคำเรียกที่ผู้พูดใช้พูดกับอีกฝ่ายโดยตรงด้วยความรักและเอ็นดู คำนี้ทำให้คำขอบคุณฟังดูอบอุ่นขึ้น ไม่ได้ใช้บรรยายลักษณะของอีกฝ่ายตามความหมายตรงตัว Darling เป็นคำเรียกที่ตัดออกได้ จึงมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นจาก thank you เมื่อตัดออก ใจความหลักยังเหมือนเดิม แต่น้ำเสียงที่ใกล้ชิดและอ่อนโยนจะลดลง

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: ในการพบลูกค้าใหม่อย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยทั่วไปเหมาะที่จะเรียกลูกค้าว่า darling

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

Isn't it nice having everything? ไวยากรณ์

0:04

การมีทุกอย่างนี่มันดีจังเลยนะ?

ไวยากรณ์

Isn't it nice having... เพื่อชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

Isn't it nice...? เป็นคำถามปฏิเสธ แต่ในที่นี้ผู้พูดเชื่ออยู่แล้วว่าสถานการณ์นั้นดี คำถามนี้ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยและร่วมรู้สึกในทางบวก คล้ายกับ It is nice, isn't it? อนุประโยค -ing คือ having everything ระบุประสบการณ์ที่ถูกประเมินว่า nice รูปแบบที่นำไปใช้ได้ในสถานการณ์อื่นคือ Isn't it + คำคุณศัพท์ + อนุประโยค -ing? โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายรับรู้ประสบการณ์นั้นร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “Isn't it nice having everything?”

  1. ผู้พูดคิดว่าการมีทุกอย่างเป็นเรื่องไม่น่าพอใจ
  2. ผู้พูดคิดว่าสิ่งนี้ดีและคาดหวังให้ผู้ฟังเห็นด้วย
  3. ผู้พูดไม่มีความคิดเห็นและกำลังถามอย่างเป็นกลางโดยสมบูรณ์
ดูคำตอบ

ผู้พูดคิดว่าสิ่งนี้ดีและคาดหวังให้ผู้ฟังเห็นด้วย

Yes, it is.

0:06

ใช่เลย

Just try not to get used to it, okay? โน้ต

0:08

แค่พยายามอย่าให้ชินกับมันเกินไปล่ะ เข้าใจไหม?

ไวยากรณ์

try not to + คำกริยารูปพื้นฐาน

try not to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “พยายามหลีกเลี่ยงการทำบางอย่าง” คำว่า not ปฏิเสธการกระทำที่อยู่หลัง to ไม่ได้หมายถึง “อย่าพยายาม” ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวทำให้คำเตือนของผู้พูดอยู่ในรูปคำแนะนำหรือการเตือนแบบนุ่มนวล โดยทั่วไปจะฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ ที่ใช้ Don't แม้ว่าผู้พูดยังต้องการให้อีกฝ่ายหลีกเลี่ยงการกระทำนั้นอยู่

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนโดยใช้ try not to: Please ____ touch the wet paint.

ดูคำตอบ

try not to

วลี

get used to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing

Get used to หมายถึง “ค่อย ๆ ชินกับบางสิ่ง” get เน้นการเปลี่ยนจากยังไม่ชินไปสู่การมองว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องปกติหรือคุ้นเคย ในประโยคนี้ it หมายถึงสถานการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าว่ามีทุกอย่าง และผู้พูดเตือนว่าอย่าค่อย ๆ มองว่าสถานการณ์นั้นเป็นเรื่องปกติ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing: get used to the noise, get used to it, get used to waking up early.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้?

  1. I am getting used to wake up early.
  2. I am getting used to waking up early.
  3. I used to waking up early.
ดูคำตอบ

I am getting used to waking up early.

Oh, it's that lady who said we can't have everything we want. สำนวน

0:10

โอ้ นั่นผู้หญิงคนที่บอกว่าเรามีทุกอย่างที่ต้องการไม่ได้นี่นา

สำนวน

can't have everything we want: ยอมรับข้อจำกัด

ในประโยคนี้ can't have everything we want หมายถึง ความปรารถนาของเราไม่อาจเป็นจริงได้ทั้งหมด คำว่า have มีความหมายกว้าง คือ “ได้รับหรือได้สัมผัส” ไม่ได้หมายถึงแค่เป็นเจ้าของสิ่งของ Everything we want หมายถึง “ทุกอย่างที่เราต้องการ” โดยละคำเชื่อม that ไว้ สำนวนทั้งหมดสื่อข้อคิดทั่วไปว่าเราต้องยอมรับข้อจำกัดและตัดสินใจเลือก

แบบฝึกหัด

have ใน We can't have everything we want หมายถึงอะไร

  1. รู้ว่าทุกคนต้องการอะไร
  2. ได้รับหรือได้สัมผัสทุกสิ่งที่เราปรารถนา
  3. เป็นเจ้าของสิ่งของทุกชิ้นในโลก
ดูคำตอบ

ได้รับหรือได้สัมผัสทุกสิ่งที่เราปรารถนา

Don't listen to her, Rhonda.

0:14

อย่าไปฟังเธอเลยรอนด้า

Oh, that pizza was delicious.

0:18

โอ้ พิซซ่าอร่อยมาก

Hey, why have we stopped? ไวยากรณ์

0:21

เฮ้ ทำไมเราหยุดล่ะ?

ไวยากรณ์

why have we stopped?: present perfect สำหรับผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

Why have we stopped? ใช้ present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have + past participle stopped โดยนำเสนอการหยุดเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นและมีผลสำคัญต่อสถานการณ์ตอนนี้ ในที่นี้ ผู้พูดสังเกตว่าพวกเขาไม่ได้เคลื่อนที่แล้วและถามถึงสาเหตุของสถานการณ์ปัจจุบัน present perfect เชื่อมการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้เข้ากับสิ่งที่เป็นจริงในตอนนี้ ไม่ได้ถามเพียงถึงเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

รถบัสกำลังเคลื่อนที่อยู่ แต่ตอนนี้หยุดนิ่งแล้ว เติมคำถามโดยใช้ we, stop และ present perfect: Why ____?

ดูคำตอบ

have we stopped

And what's that dooting? การใช้คำ

0:22

แล้วเสียงติ๊ดๆ นั่นคืออะไร?

การใช้คำ

dooting: คำขี้เล่นที่ใช้แทนเสียงบี๊บ

ในที่นี้ dooting เป็นคำเลียนเสียงแบบขี้เล่นที่สร้างขึ้นจาก doot หมายถึงเสียงอิเล็กทรอนิกส์สั้น ๆ ที่เครื่องส่งออกมาตอนสแกนสินค้า ใน what's that dooting? ผู้พูดกำลังถามว่าเสียงนั้นคืออะไรหรือมาจากไหน ในภาษาพูดของเด็กและในคำบรรยาย เสียงหนึ่งอาจถูกนำมาสร้างเป็นคำลงท้ายด้วย -ing แบบเฉพาะหน้า แม้จะไม่ใช่คำกริยามาตรฐานในพจนานุกรมก็ตาม

แบบฝึกหัด

ในฉากชำระเงินนี้ dooting น่าจะหมายถึงอะไร

  1. เสียงสั้น ๆ ที่เครื่องสแกนส่งออกมา
  2. ตำแหน่งงานอย่างเป็นทางการในร้าน
  3. อาหารชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

เสียงสั้น ๆ ที่เครื่องสแกนส่งออกมา

Hey,

0:24

เฮ้

my plants!

0:25

ต้นไม้ของฉัน!

What are you doing?

0:26

คุณกำลังทำอะไรเนี่ย?

Hi, guys.

0:28

หวัดดีจ้ะเด็กๆ

I have to scan all your stuff, okay? โน้ต

0:29

น้าต้องสแกนของทุกอย่างของพวกหนูนะ โอเคนะ?

ไวยากรณ์

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน: การบอกความจำเป็น

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าจำเป็นต้องทำบางอย่าง ใน I have to scan... ขั้นตอนการชำระเงินกำหนดให้ผู้พูดต้องสแกนสินค้า ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของสิ่งใด ใช้โครงสร้างนี้กับหน้าที่ กฎ ตารางเวลา หรือสถานการณ์จริงที่ทำให้การกระทำหนึ่งเป็นสิ่งจำเป็น โดยมีรูป ประธาน + have/has to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ have to เติมกฎให้สมบูรณ์: At this museum, visitors ____ leave large bags at the front desk.

ดูคำตอบ

have to

วัฒนธรรม

scan all your stuff: สแกนของทั้งหมดตอนชำระเงิน

ที่จุดชำระเงินของร้าน scan หมายถึงการใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดบันทึกสินค้าเพื่อเตรียมชำระเงิน ใน scan all your stuff นั้น all your stuff หมายถึงของทั้งหมดที่ลูกค้ากำลังซื้อ Stuff เป็นคำนามนับไม่ได้แบบไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกสิ่งของหลายอย่างโดยรวม จึงไม่ได้หมายถึงสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง วลีทั้งหมดนี้บอกถึงขั้นตอนปกติก่อนที่ลูกค้าจะจ่ายเงิน

แบบฝึกหัด

ที่จุดชำระเงินของซูเปอร์มาร์เก็ต I have to scan all your stuff หมายความว่าอย่างไร

  1. ฉันต้องอ่านฉลากทุกอันออกเสียงดัง ๆ
  2. ฉันต้องบันทึกสินค้าทั้งหมดของคุณด้วยเครื่องอ่านบาร์โค้ด
  3. ฉันต้องค้นของใช้ส่วนตัวทั้งหมดของคุณ
ดูคำตอบ

ฉันต้องบันทึกสินค้าทั้งหมดของคุณด้วยเครื่องอ่านบาร์โค้ด

We're at the checkout. วัฒนธรรม

0:32

เราอยู่ที่แคชเชียร์น่ะ

วัฒนธรรม

at the checkout: ที่จุดชำระเงินของร้าน

ในบริบทของร้านค้านี้ the checkout คือเคาน์เตอร์หรือบริเวณที่สแกนสินค้าและชำระเงิน at the checkout บอกว่าผู้พูดอยู่ ณ สถานที่จริงนั้น

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้พูดอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตและกำลังสแกนสินค้า We're at the checkout หมายความว่าอย่างไร

  1. เรากำลังออกจากโรงแรม
  2. เราอยู่ที่เคาน์เตอร์ชำระเงินของร้าน
  3. เรากำลังดำเนินคำสั่งซื้อออนไลน์ให้เสร็จ
ดูคำตอบ

เราอยู่ที่เคาน์เตอร์ชำระเงินของร้าน

Oh, My pizza oven!

0:35

โอ้ เตาอบพิซซ่าของฉัน!

Give it back. กริยาวลี

0:36

เอาคืนมานะ

กริยาวลี

Give it back: ตำแหน่งคำสรรพนามใน give back

Give back เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ หมายถึง “นำสิ่งของไปคืนแก่เจ้าของหรือคืนไปยังที่เดิม” ในประโยคนี้ it หมายถึงสิ่งของที่ถูกเอาไป เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น it หรือ them ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง give กับ back: give it back ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง give the book back และ give back the book

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์โดยใช้ give back และคำสรรพนาม it: Please ____ back.

ดูคำตอบ

give it

No!

0:38

ไม่!

Don't take my dining table.

0:38

อย่าเอาโต๊ะกินข้าวฉันไป

We have to pay for it. วลี

0:41

เราต้องจ่ายเงินซื้อนะ

วลี

pay for: จ่ายเงินค่าสิ่งของหรือบริการ

Pay for something หมายถึง “จ่ายเงินเพื่อให้ได้บางสิ่งหรือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของสิ่งนั้น” บุพบท for ใช้นำหน้าสิ่งของ บริการ หรือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเงิน ใน We have to pay for it. คำว่า it หมายถึงสินค้านั้น เมื่อกรรมเป็นสิ่งที่กำลังซื้อ ห้ามละ for

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สื่อว่าตั๋วคือสิ่งที่กำลังซื้อ: We need to pay ____ the tickets before Friday.

ดูคำตอบ

for

Bluey, relax.

0:45

บลูอี้ ใจเย็นๆ

She's taking my husband.

0:47

เธอเอาสามีฉันไป

Uh, I might meet you in the car. น้ำเสียง/เจตนา

0:50

เอ่อ เดี๋ยวพ่อไปรอที่รถนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I might meet you in the car: ใช้ might เพื่อลดความตรงของการขอตัวออกไป

ในประโยคนี้ might ไม่ได้บอกเพียงความไม่แน่นอน ผู้พูดใช้ I might... เพื่อทำให้ความตั้งใจที่จะปลีกตัวออกจากช่วงเวลาที่น่าอึดอัดฟังดูนุ่มนวลขึ้น แทนที่จะประกาศตรง ๆ ว่าจะออกไป บริบทเป็นตัวตัดสินว่า might เน้นเรื่องความเป็นไปได้หรือความสุภาพ เมื่อการกระทำที่ตั้งใจไว้ค่อนข้างชัดเจน might สามารถทำหน้าที่เป็นคำลดความหนักแน่น ทำให้ผู้พูดฟังดูไม่ฟันธงและไม่ห้วนเกินไป

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ I might... มีผลหลักอย่างไร?

  1. สั่งให้อีกฝ่ายไปที่รถ
  2. ทำให้ความตั้งใจของผู้พูดที่จะออกจากสถานการณ์ฟังดูนุ่มนวลขึ้น
  3. เป็นคำมั่นที่ชัดเจนว่าผู้พูดจะอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ

ทำให้ความตั้งใจของผู้พูดที่จะออกจากสถานการณ์ฟังดูนุ่มนวลขึ้น

We worked so hard on our houses. วลี

0:57

เราอุตส่าห์สร้างบ้านกันมาตั้งยากลำบาก

วลี

worked so hard on: ทุ่มเทความพยายามอย่างมากให้กับบางสิ่ง

Work hard on + คำนาม หมายถึงทุ่มเทความพยายามอย่างมากให้กับงาน โครงการ ปัญหา หรือผลงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง บุพบท on ใช้บอกสิ่งที่เป็นเป้าหมายของความพยายาม ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ใน worked so hard คำว่า so เพิ่มระดับของ hard ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นทั้งการลงแรงและปริมาณความพยายามที่มากเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ถูกต้องเพื่อให้สำนวนเป้าหมายสมบูรณ์: We worked hard ____ the report before the deadline.

ดูคำตอบ

on

I wasn't ready to take them down. โน้ต

1:00

ฉันยังไม่พร้อมที่จะรื้อมันลงเลย

วลี

wasn't ready to: ยังไม่พร้อมทำสิ่งถัดไป

be ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงพร้อมที่จะทำบางอย่าง ส่วน wasn't ready to บอกว่าความไม่พร้อมนั้นเกิดขึ้นในอดีต ready ใช้ได้ทั้งกับการเตรียมพร้อมในทางปฏิบัติและความพร้อมทางจิตใจหรืออารมณ์ ในที่นี้ผู้พูดยังไม่ยอมรับทางความรู้สึกว่าต้องรื้อสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่าขาดเครื่องมือหรืออุปกรณ์

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษแบบย่อสามคำที่สร้างด้วย ready และหมายถึง “ตอนนั้นยังไม่พร้อมที่จะทำ”:After twenty years in the same house, Maya ____ move away.

ดูคำตอบ

wasn't ready to

กริยาวลี

take them down: ความหมายว่ารื้อและตำแหน่งของคำสรรพนาม

ในที่นี้ take down หมายถึงรื้อหรือเอาสิ่งที่สร้าง แขวน หรือติดตั้งไว้ออก ส่วน them ใช้แทนสิ่งของหลายชิ้นที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ดังนั้น take them down จึงหมายถึงรื้อหรือเอาสิ่งเหล่านั้นออก เมื่อใช้ในความหมายนี้ take down เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ คำนามวางได้ทั้งสองตำแหน่ง เช่น take down the decorations หรือ take the decorations down แต่คำสรรพนามต้องอยู่ระหว่างกริยากับคำอนุภาค จึงต้องใช้ take them down ไม่ใช่ take down them

แบบฝึกหัด

แทน the decorations ด้วย them แล้วเติมประโยคโดยใช้ take down: The party is over, so let's ____.

ดูคำตอบ

take them down

I know.

1:03

ฉันรู้

I guess nothing lasts forever. โน้ต

1:04

ฉันว่าไม่มีอะไรอยู่ไปตลอดกาลหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

I guess: ทำให้ข้อสรุปฟังนุ่มนวลลง

ในประโยคนี้ I guess ไม่ได้หมายหลัก ๆ ว่าผู้พูดกำลังพยายามเดาคำตอบ แต่ใช้เกริ่นข้อสรุปให้ฟังไม่แน่ใจและไม่หนักแน่นเกินไป ใกล้กับความหมายว่า “ฉันว่า” หรือ “ก็คงเป็นอย่างนั้น” ในที่นี้ยังสื่อถึงการยอมรับอย่างไม่เต็มใจด้วย ผู้พูดกำลังทำใจกับความจริงที่ไม่น่ายินดี การวาง I guess ไว้หน้าข้อความทำให้ความคิดนั้นฟังเหมือนการไตร่ตรอง มากกว่าจะเป็นการประกาศอย่างมั่นใจและเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

I guess ทำหน้าที่อะไรในประโยค “I guess we'll have to take the bus”?

  1. ทำให้ข้อสรุปนุ่มนวลลงและสื่อถึงการยอมรับอย่างไม่เต็มใจ
  2. เปลี่ยนข้อความให้เป็นคำสั่งที่หนักแน่น
  3. แสดงว่าผู้พูดกำลังเล่นเกมทายคำ
ดูคำตอบ

ทำให้ข้อสรุปนุ่มนวลลงและสื่อถึงการยอมรับอย่างไม่เต็มใจ

สำนวน

nothing lasts forever: ยอมรับว่าทุกสิ่งย่อมสิ้นสุด

Nothing lasts forever เป็นสำนวนคล้ายสุภาษิต หมายความว่าสิ่งต่าง ๆ สถานการณ์ หรือช่วงเวลา ล้วนเปลี่ยนแปลงหรือสิ้นสุดลงในที่สุด Lasts เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของคำกริยา last ซึ่งในที่นี้หมายถึง “ดำเนินต่อไป” หรือ “ยังคงอยู่” สำนวนนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับอายุของสิ่งของ แต่ยังใช้พูดถึงช่วงเวลาที่มีความสุข แผนการ ความสัมพันธ์ หรือความยากลำบากได้ และมักให้น้ำเสียงของการไตร่ตรอง การปลอบใจ หรือการยอมรับความเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงทุกสิ่งย่อมสิ้นสุดลงในที่สุดให้สมบูรณ์: Nothing ____ forever.

ดูคำตอบ

lasts

Hey, would you kids like to try my beeper gun? การใช้คำ

1:08

เฮ้ เด็กๆ อยากลองใช้ปืนติ๊ดๆ ของน้าดูไหม?

การใช้คำ

beeper gun: ชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการที่มาจากเสียงและรูปร่าง

ในฉากนี้ beeper gun เป็นชื่อเล่นที่คิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างสนุก ๆ สำหรับเครื่องสแกนบาร์โค้ดแบบถือด้วยมือในซูเปอร์มาร์เก็ต beeper สื่อถึงเสียงบี๊บที่เครื่องทำขึ้น ส่วน gun สื่อถึงรูปร่างของอุปกรณ์และวิธีถือคล้ายปืนเล็กน้อย โดย gun ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอาวุธ ในภาษาอังกฤษแบบสนทนา บางครั้งผู้พูดจะนำคำนามง่าย ๆ มารวมกันแบบนี้เมื่อไม่รู้ชื่อทางการหรือชื่อทางการไม่สำคัญ ให้ดูหน้าที่ รูปร่าง และสถานการณ์เพื่อเดาว่าหมายถึงสิ่งใด แทนที่จะคิดว่าคำผสมทุกคำเป็นศัพท์ตายตัวในพจนานุกรม

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ beeper gun น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด

  1. อาวุธจริงที่ส่งเสียงเตือน
  2. ชื่อผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการของเครื่องสแกนบาร์โค้ดทุกเครื่อง
  3. เครื่องสแกนแบบถือด้วยมือที่ส่งเสียงบี๊บและมีรูปร่างคล้ายปืนเล็กน้อย
ดูคำตอบ

เครื่องสแกนแบบถือด้วยมือที่ส่งเสียงบี๊บและมีรูปร่างคล้ายปืนเล็กน้อย

Yes, please.

1:10

อยากค่ะ

Here you go. น้ำเสียง/เจตนา

1:11

เอ้านี่จ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Here you go. เมื่อยื่นสิ่งของให้ผู้อื่น

Here you go. เป็นสำนวนตายตัวที่พูดขณะยื่นหรือมอบสิ่งของให้คนอื่น ในประโยคนี้หมายถึง “นี่สำหรับคุณ” หรือพูดง่าย ๆ ว่า “นี่ไง” ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่าคนนั้นกำลังไปที่ไหน สำนวนนี้เป็นสัญญาณทางสังคมสั้น ๆ ว่ากำลังส่งมอบสิ่งของหรือส่งมอบเสร็จแล้ว จึงพบได้บ่อยในร้านค้า ที่บ้าน และระหว่างเพื่อน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตรงตามบทเรียนที่ใช้เมื่อยื่นสิ่งของให้ใครสักคน: ____.

ดูคำตอบ

Here you go

Can I have a turn? น้ำเสียง/เจตนา

1:17

ขอลองบ้างได้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Can I have a turn?: ขอรับโอกาสหนึ่งครั้งตามลำดับ

Can I have a turn? ใช้ขอโอกาสหนึ่งครั้งเพื่อใช้สิ่งของหรือร่วมกิจกรรมเมื่อหลายคนทำทีละคน ที่นี่ a turn หมายถึงโอกาสของคนหนึ่งตามลำดับ ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทาง คำถามนี้เป็นการขออย่างสุภาพให้รวมผู้พูดเข้าไปในลำดับการผลัดกันทำ สามารถนำ have a turn ไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้เมื่อทุกคนผลัดกันใช้หรือเข้าร่วม

แบบฝึกหัด

หลายคนกำลังผลัดกันเล่นเกมเดียวกัน คำขอใดเป็นการขอโอกาสเล่นหนึ่งครั้งอย่างสุภาพ

  1. Can I keep the game?
  2. Can I turn around?
  3. Can I have a turn?
ดูคำตอบ

Can I have a turn?

Yeah, here you go.

1:18

เย่ อะนี่ของเธอ

Okay, kids.

1:22

เอาล่ะเด็กๆ

Are you ready for the best pizza you've ever tasted? ไวยากรณ์

1:23

พร้อมสำหรับพิซซ่าที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยชิมมาหรือยัง?

ไวยากรณ์

the best ... you've ever tasted: เปรียบเทียบกับประสบการณ์ทั้งหมดจนถึงตอนนี้

the best pizza you've ever tasted หมายถึงพิซซ่านี้อยู่อันดับหนึ่งในบรรดาพิซซ่าทั้งหมดที่คุณเคยชิมจนถึงตอนนี้ the best เป็นรูปขั้นสูงสุด ส่วน you've ever tasted กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบให้อยู่ในประสบการณ์ของผู้ฟังจนถึงปัจจุบัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the + คำขั้นสูงสุด + คำนาม + ประธาน + have/has ever + คำกริยาช่องที่สาม รูปแบบนี้ให้การประเมินส่วนตัวที่หนักแน่นมาก และในคำถามแบบนี้อาจฟังเหมือนการโฆษณาอย่างมั่นใจหรือการจงใจพูดเกินจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี present perfect รูปย่อที่ใช้ ever และ taste: This is the best cake ____.

ดูคำตอบ

I've ever tasted

Yeah.

1:26

พร้อมแล้ว

We'll see about that. น้ำเสียง/เจตนา

1:27

เดี๋ยวก็รู้

น้ำเสียง/เจตนา

We'll see about that: แสดงความสงสัยหรือการท้าทาย

ในที่นี้ We'll see about that ไม่ได้หมายถึงแค่การมองดูบางอย่าง แต่หมายความว่าผู้พูดยังไม่เชื่อ และคิดว่าผลลัพธ์จะพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายพูดถูกหรือไม่ มักใช้ตอบคำคุยโวหรือคำคาดการณ์ที่พูดอย่างมั่นใจมาก น้ำเสียงสามารถทำให้ประโยคนี้เป็นการสงสัยแบบขำ ๆ การแข่งขัน หรือการท้าทายที่จริงจังขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “I’m definitely going to win.” คุณยิ้มแล้วตอบว่า “We'll see about that.” คุณหมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันยังไม่เชื่อ ผลลัพธ์จะเป็นตัวบอกเอง
  2. ฉันเห็นด้วยอย่างเต็มที่ว่าเธอจะชนะ
  3. ฉันอยากดูบางอย่างเกี่ยวกับการแข่งขัน
ดูคำตอบ

ฉันยังไม่เชื่อ ผลลัพธ์จะเป็นตัวบอกเอง

น้ำเสียง/เจตนา

Ta-da: คำอุทานสนุก ๆ ตอนเปิดเผยบางอย่าง

Ta-da เป็นคำอุทานแบบสนุกสนานที่ใช้ในจังหวะเปิดเผยหรือนำเสนอบางอย่าง คล้ายเสียงรัวกลองสั้น ๆ ที่พูดออกมาเพื่อบอกให้ทุกคนมองในตอนนั้น คำนี้ไม่ได้เรียกชื่อสิ่งของหรือการกระทำ หน้าที่ของมันคือทำให้ช่วงเปิดเผยดูน่าตื่นเต้น น่าภูมิใจ หรือตลกขึ้น

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเปิดตัวเค้กที่ตกแต่งเอง เติมคำอุทานจากบทเรียนนี้ลงในประโยค: ____! Here's the cake I decorated.

ดูคำตอบ

Ta-da

Looks a bit bodgy. การใช้คำ

1:33

ดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นะ

การใช้คำ

a bit bodgy: ทำให้คำวิจารณ์แบบไม่เป็นทางการนุ่มนวลลง

ในที่นี้ bodgy หมายถึงสิ่งของที่ดูหยาบ ทำมาไม่ดี หรือดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไร เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการที่มีลักษณะเฉพาะถิ่น โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และยังพบในภาษาอังกฤษแบบบริติชด้วย a bit หมายถึง “นิดหน่อย” และช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ ผู้พูดกำลังแสดงความเห็นเชิงลบแบบเบา ๆ และเป็นกันเอง ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นแย่มาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “Looks a bit bodgy.” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด

  1. มันดูเรียบร้อยสมบูรณ์และราคาแพง
  2. มันดูใหญ่กว่าที่คาดไว้นิดหน่อย
  3. มันดูหยาบหรือทำมาไม่ค่อยดีเล็กน้อย
ดูคำตอบ

มันดูหยาบหรือทำมาไม่ค่อยดีเล็กน้อย

No, it's just got character. การใช้คำ

1:34

ไม่หรอก มันแค่มีเอกลักษณ์ต่างหาก

การใช้คำ

just got character: เปลี่ยนข้อบกพร่องให้เป็นเสน่ห์เฉพาะตัว

ใน it's just got character คำว่า it's หมายถึง it has และ has got character หมายถึง “มีคุณลักษณะเฉพาะตัวที่น่าดึงดูด” ในที่นี้ character เป็นแนวคิดเชิงนามธรรมที่นับไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงตัวละครในเรื่อง No ใช้ปฏิเสธคำตัดสินเชิงลบ ส่วน just นำเสนอคำบรรยายเชิงบวกนี้ว่าเป็นคำอธิบายง่าย ๆ ผู้พูดกำลังเปลี่ยนความไม่สมบูรณ์ให้กลายเป็นเอกลักษณ์หรือเสน่ห์ด้วยท่าทีขี้เล่น

แบบฝึกหัด

แก้วทำมือใบหนึ่งมีรูปทรงไม่สม่ำเสมอ และคุณต้องการแก้ต่างว่าความไม่สมบูรณ์นี้ทำให้มันมีเสน่ห์ ควรใช้ประโยคใด

  1. It's got character.
  2. It's got no character.
  3. It's got a character.
ดูคำตอบ

It's got character.

Tuck in, kids. กริยาวลี

1:38

กินเลยเด็กๆ

กริยาวลี

Tuck in: คำชวนแบบกันเองให้เริ่มกิน

ใน “Tuck in, kids.” คำว่า Tuck in เป็นคำชวนแบบกันเองให้เริ่มกิน อาหารพร้อมแล้ว ผู้พูดจึงชวนเด็ก ๆ อย่างอบอุ่นให้ลงมือกิน ในที่นี้วลีนี้ใช้โดยไม่มีกรรมและมีความหมายเป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงการดันหรือพับสิ่งของเข้าไปในที่ใดที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

อาหารวางอยู่บนโต๊ะ เจ้าภาพพูดว่า “Tuck in!” เจ้าภาพหมายความว่าอะไร?

  1. เริ่มกิน
  2. สอดเสื้อเชิ้ตเข้าในกางเกง
  3. เก็บมื้อนี้ไว้กินทีหลัง
ดูคำตอบ

เริ่มกิน

I'm just going to give one to Lucky's dad. โน้ต

1:39

พ่อจะเอาไปให้พ่อของลัคกี้ชิ้นนึงนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm just going to: ทำให้การกระทำถัดไปฟังดูเป็นเรื่องเล็ก

ใน “I'm just going to give one to Lucky's dad.” going to นำเข้าสู่การกระทำถัดไปที่ผู้พูดวางแผนไว้ ส่วน just ทำให้การกระทำนั้นดูเป็นเรื่องเล็ก รวดเร็ว หรือมีผลกระทบน้อย ใกล้เคียงกับ “ฉันแค่จะทำเรื่องนี้อย่างเดียว” ในที่นี้ just เป็นคำที่ช่วยทำให้น้ำเสียงเบาลง ไม่ใช่คำบอกเวลาที่หมายถึง “เพิ่งทำไป” การใช้แบบนี้ทำให้การออกไปชั่วครู่หรืองานเพิ่มเติมดูรบกวนน้อยลง และส่งสัญญาณว่าอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องตอบสนองมาก

แบบฝึกหัด

ใน “I'm just going to check the front door.” just ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ทำให้การกระทำถัดไปฟังดูเป็นเรื่องเล็กและใช้เวลาไม่นาน
  2. แสดงว่าผู้พูดปฏิเสธที่จะลงมือทำ
  3. บอกว่าการกระทำนั้นเพิ่งเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ทำให้การกระทำถัดไปฟังดูเป็นเรื่องเล็กและใช้เวลาไม่นาน

วัฒนธรรม

Lucky's dad ในฐานะคำเรียกตามความสัมพันธ์

"Lucky's dad" หมายถึงพ่อของเด็กที่ชื่อ Lucky วลีนี้ระบุตัวผู้ใหญ่ผ่านความสัมพันธ์ของเขากับ Lucky ไม่ใช่ชื่อของผู้ใหญ่คนนั้น ในการพูดคุยเรื่องครอบครัว โรงเรียน หรือเพื่อนบ้าน ผู้คนมักใช้ชื่อเด็กตามด้วย 's และ mum หรือ dad เมื่อเด็กเป็นตัวเชื่อมที่ช่วยให้ระบุผู้ปกครองได้ง่ายที่สุด

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการพูดคุยทั่วไปที่โรงเรียน "Lucky's dad" มักหมายถึงพ่อของ Lucky ไม่ใช่ชื่อเต็มอย่างเป็นทางการ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ถูก

Hey.

1:42

เฮ้

Yours is bigger than mine. ไวยากรณ์

1:42

ของเธอชิ้นใหญ่กว่าของฉันอีก

ไวยากรณ์

Yours ... mine ในประโยคเปรียบเทียบด้วย bigger than

ในประโยค "Yours is bigger than mine." คำว่า yours และ mine ใช้แทนคำนามที่เข้าใจได้ชัดเจนอยู่แล้วจากบริบท ทั้งสองเป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ โดย yours หมายถึง "สิ่งที่เป็นของคุณ" และ mine หมายถึง "สิ่งที่เป็นของฉัน" คำเหล่านี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้ จึงไม่เติมคำนามตามหลัง bigger เป็นรูปเปรียบเทียบของ big และ than ใช้นำสิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ + be + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบด้วย yours และ mine ตามลำดับที่ถูกต้อง: Your suitcase weighs 20 kilos, and my suitcase weighs 15 kilos. ____ is heavier than ____.

ดูคำตอบ

Yours · mine

But that's fine. น้ำเสียง/เจตนา

1:45

แต่ก็ไม่เป็นไร

น้ำเสียง/เจตนา

But that's fine. เพื่อทำให้คำพูดที่อาจฟังเหมือนคำบ่นนุ่มนวลลง

but that's fine บอกว่าผู้พูดยอมรับสถานการณ์นั้นได้ ไม่ใช่กำลังชมอย่างกระตือรือร้น คำว่า But เชื่อมกลับไปยังความแตกต่างเล็กน้อยที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน that's fine บอกว่าความแตกต่างนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรโต้เถียงกัน เมื่อเติมประโยคนี้หลังคำพูดที่อาจฟังเหมือนการบ่น ก็จะช่วยลดความแข็งของคำพูดและทำให้การสนทนายังคงเป็นมิตร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ยอมรับว่ามีปัญหาหรือความแตกต่างเล็กน้อย แล้วส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่ารับได้

แบบฝึกหัด

หลังจากสังเกตว่าคนอื่นได้ส่วนที่ใหญ่กว่า But that's fine. สื่อความหมายใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ฉันยอมรับความแตกต่างนั้นและไม่อยากทำให้กลายเป็นคำบ่น
  2. ฉันกำลังเรียกร้องให้เปลี่ยนส่วนแบ่งทันที
  3. ฉันกำลังชมว่าส่วนที่ใหญ่กว่านั้นยอดเยี่ยม
ดูคำตอบ

ฉันยอมรับความแตกต่างนั้นและไม่อยากทำให้กลายเป็นคำบ่น

Hey, mate. การใช้คำ

1:47

ไงเพื่อน

การใช้คำ

mate ในฐานะคำเรียกแบบกันเอง

คำทักทายคือ Hey, mate. ในที่นี้ mate เป็นวิธีเรียกผู้ฟังอย่างเป็นมิตร ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ คำนี้ใช้กับเพื่อน คนรู้จัก หรือคนที่เราพูดด้วยแบบสบาย ๆ ได้ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าคนนั้นเป็นคู่หรือเพื่อนร่วมทาง ในที่นี้ Hey และสถานการณ์ที่ผ่อนคลายทำให้ mate ฟังดูอบอุ่นและเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

ในคำทักทายแบบสบาย ๆ Hey, mate. คำว่า mate ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าผู้ฟังเป็นคู่สมรสของผู้พูด
  2. ระบุตำแหน่งงานอย่างเป็นทางการของผู้ฟัง
  3. เรียกผู้ฟังอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

เรียกผู้ฟังอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ

Have a go at this ham and pineapple. สำนวน

1:47

ลองชิมหน้าแฮมกับสับปะรดนี่สิ

สำนวน

Have a go at: คำชวนแบบไม่เป็นทางการให้ลอง

ในประโยคนี้ Have a go at หมายถึง “ลอง” หรือ “ชิม” ผู้พูดกำลังชวนอีกฝ่ายให้ลองพิซซ่าแฮมกับสับปะรด โครงสร้าง have a go at + สิ่งของหรือกิจกรรม ใช้สื่อถึงการลองทำบางอย่างได้ ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตามหลัง at และสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนยื่นซุปหนึ่งช้อนให้คุณแล้วพูดว่า “Have a go at this.” เขาหมายความว่าอย่างไร

  1. เขากำลังชวนคุณให้ชิมซุป
  2. เขากำลังขอให้คุณวิจารณ์ซุป
  3. เขากำลังบอกให้คุณเก็บซุปออกไป
ดูคำตอบ

เขากำลังชวนคุณให้ชิมซุป

Oh, yeah.

1:49

โอ้ ได้เลย

Swap you for a meatlover's. น้ำเสียง/เจตนา

1:50

ขอแลกกับหน้ามีทเลิฟเวอร์หน่อยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Swap you for a meatlover's: ข้อเสนอแลกเปลี่ยนแบบย่อ

ประโยค “Swap you for a meatlover's.” เป็นข้อเสนอแลกเปลี่ยนในภาษาพูดที่ตัดคำออกไปมาก ในที่นี้มีความหมายโดยประมาณว่า “I'll give you this one in exchange for a meatlover's pizza or slice.” ตรงนี้ you หมายถึงคนที่ได้รับข้อเสนอ ไม่ใช่สิ่งของที่ถูกนำมาแลก คำหลัง for ระบุสิ่งที่ผู้พูดต้องการรับ ส่วน meatlover's ใช้แทน pizza หรือ slice ที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท

แบบฝึกหัด

เพื่อนสองคนถือการ์ดสะสมคนละใบ คนหนึ่งพูดว่า “Swap you for the shiny one.” ผู้พูดกำลังเสนออะไร

  1. ให้การ์ดทั้งสองใบแก่อีกฝ่าย
  2. ให้การ์ดของตนและรับการ์ดใบมันวาว
  3. ใช้การ์ดใบมันวาวมาแทนอีกฝ่าย
ดูคำตอบ

ให้การ์ดของตนและรับการ์ดใบมันวาว

Nice.

1:51

เยี่ยม

Oh my goodness. น้ำเสียง/เจตนา

1:52

โอ้พระเจ้า

น้ำเสียง/เจตนา

Oh my goodness: คำอุทานแสดงความประหลาดใจแบบนุ่มนวล

Oh my goodness เป็นคำอุทานแบบตายตัว ในประโยคนี้แสดงว่าผู้พูดรู้สึกประหลาดใจในทางที่ดีต่อสิ่งที่เพิ่งพบเจอ ส่วนในบริบทอื่น สำนวนเดียวกันนี้อาจแสดงความตกใจ ความกังวล หรือความไม่อยากเชื่อได้ ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นปฏิกิริยาหนึ่งเดียว goodness ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ความดีงาม” หรือ “คุณธรรม” โดยลำพัง

แบบฝึกหัด

คุณต้องการแสดงปฏิกิริยาแบบที่เหมาะกับครอบครัวและหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงพระเจ้าโดยตรง ตัวเลือกใดเหมาะที่สุด

  1. I have a goodness!
  2. Oh my goodness!
  3. My goodness is good!
ดูคำตอบ

Oh my goodness!

What is it?

1:54

อะไรเหรอ?

This is amazing.

1:56

นี่มันสุดยอดไปเลย

Hooray!

1:58

ไชโย!