ปรัชญา - Thomas Aquinas: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
814 คำ 149 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: โทมัส อไควนัสเชื่อมศรัทธาคริสต์กับเหตุผลและกฎธรรมชาติ เปิดความคิดยุคกลางรับความรู้นอกคริสต์ศาสนา และสนับสนุนการค้นคว้าจากหลายแหล่ง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. was reputed to have levitated — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำกับ perfect infinitive เพื่อถ่ายทอดคำกล่าวอ้างก่อนหน้าโดยไม่ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง 2. broke a logjam in Christian thinking, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการอุดตันทางกายภาพว่าเป็นอุปมาของการคลี่คลายทางตันทางความคิด และใช้เมื่อแนวคิดทำให้การถกเถียงเดินหน้าต่อ 3. take this brilliant idea on board. — กริยาวลี: เข้าใจ take something on board ว่าหมายถึงยอมรับและพิจารณาแนวคิดอย่างจริงจัง ไม่ใช่นำสิ่งของขึ้นยานพาหนะตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It seems at first weird that we might learn from Thomas Aquinas. ลำดับความ

0:06

ในตอนแรกอาจดูแปลกที่เราอาจจะเรียนรู้จากทอมัส อไควนัส

ลำดับความ

It seems at first weird that: การบอกความรู้สึกแรก

“It” เป็นประธานแทน โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เป็นส่วนที่ระบุแนวคิดซึ่งถูกประเมิน “Seems” แสดงว่าการประเมินนั้นเป็นเพียงความรู้สึก ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน ส่วน “at first” บอกว่าความรู้สึกนี้เป็นเพียงชั่วคราว เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคเปิดนี้ยอมรับว่าการเรียนรู้จากอไควนัสอาจดูแปลกในตอนแรก และยังเตรียมผู้อ่านให้พร้อมสำหรับคำอธิบายต่อมาที่จะทำให้มองความรู้สึกแรกนั้นใหม่

แบบฝึกหัด

คำเปิด “It seems at first weird that ...” ทำหน้าที่อะไรในการอธิบาย?

  1. ประโยคนี้เสนอความรู้สึกแรกว่าแปลก และเปิดโอกาสให้พิจารณาความรู้สึกนั้นใหม่
  2. ประโยคนี้ยืนยันว่าแนวคิดนั้นผิดอย่างแน่นอนและไม่ต้องอภิปรายต่อ
  3. ประโยคนี้ประกาศว่าเหตุการณ์แปลกนั้นเกิดก่อนเหตุการณ์อื่นทั้งหมด
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เสนอความรู้สึกแรกว่าแปลก และเปิดโอกาสให้พิจารณาความรู้สึกนั้นใหม่

He was a medieval saint who was reputed to have levitated and had visions of the Virgin Mary. ไวยากรณ์

0:10

เขาเป็นนักบุญในยุคกลางที่เลื่องลือว่าสามารถลอยตัวได้และเห็นนิมิตของพระแม่มารีย์

ไวยากรณ์

was reputed to have levitated: การถ่ายทอดคำกล่าวอ้างในอดีตที่ยังไม่ยืนยัน

“Was reputed to” เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำที่เป็นทางการ หมายถึงผู้คนทั่วไปพูดหรือเชื่อบางอย่างเกี่ยวกับเขา โดยผู้เล่าไม่ได้ยืนยันด้วยตนเองว่าเป็นเรื่องจริง “To have levitated” เป็น perfect infinitive ซึ่งวางเหตุการณ์ลอยตัวที่ถูกกล่าวอ้างไว้ก่อนมุมมองในอดีตของ “was reputed” ดังนั้นประโยคจึงถ่ายทอดเหตุการณ์ก่อนหน้าที่มีผู้กล่าวอ้าง แทนที่จะระบุว่าเป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ be reputed to และตัวบ่งชี้ perfect infinitive: The painting ____ belonged to a queen.

ดูคำตอบ

was reputed to have

He was much concerned with explaining how angels speak and move. วลี

0:16

เขาใส่ใจอย่างมากกับการอธิบายว่าทูตสวรรค์พูดและเคลื่อนไหวอย่างไร

วลี

was much concerned with explaining: มุ่งเน้นอย่างมาก ไม่ใช่กังวล

ในประโยคนี้ was concerned with explaining หมายถึงให้ความสนใจอย่างมากกับการอธิบาย หรือถือว่าการอธิบายเป็นส่วนสำคัญของงาน รูปแบบ be concerned with + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกหัวข้อและจุดสนใจของบุคคลหรือข้อความได้ much เน้นระดับความสนใจให้มากขึ้น concerned ในที่นี้ไม่ได้สื่อถึงความกังวล ส่วน with explaining ชี้ถึงขอบเขตของกิจกรรม ไม่ใช่สิ่งที่เขากลัว

แบบฝึกหัด

ใน He was much concerned with explaining the issue วลีที่เน้นไว้หมายความว่าอะไร

  1. เขากลัวว่าการอธิบายประเด็นนั้นจะทำให้เกิดปัญหา
  2. เขามุ่งเน้นอย่างมากกับการอธิบายประเด็นนั้น
  3. เขาอธิบายประเด็นนั้นเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

เขามุ่งเน้นอย่างมากกับการอธิบายประเด็นนั้น

And yet, he continues to matter ลำดับความ

0:20

แต่เขาก็ยังคงมีความสำคัญ

because he helps us with a problem

0:23

เพราะเขาช่วยเราแก้ปัญหา

which continues to bedevil us. การใช้คำ

0:25

ที่ยังคงตามหลอกหลอนพวกเราอยู่

ลำดับความ

And yet: นำเสนอผลลัพธ์ที่สวนทางกับความคาดหมาย

And yet ส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไปสวนทางกับความคาดหมายที่เกิดจากเนื้อหาก่อนหน้า And เชื่อมประโยคใหม่เข้ากับการอธิบายก่อนหน้า ส่วน yet ทำหน้าที่สร้างความขัดแย้งที่ชัดเจน ในที่นี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากเหตุผลที่บุคคลนั้นอาจดูห่างไกลหรือไม่สำคัญ ไปสู่ข้อเสนอหลักว่าเขายังคงมีความสำคัญ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือสร้างความคาดหมายก่อน แล้วใช้ And yet, เพื่อเสนอประเด็นตรงข้ามที่น่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

อ่าน: The bridge looked unsafe. And yet, Lena crossed it. And yet แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. ข้อเท็จจริงอีกอย่างที่สนับสนุนประโยคแรก
  2. เหตุผลที่สะพานดูไม่ปลอดภัย
  3. ผลลัพธ์ที่สวนทางกับความคาดหมายจากประโยคแรก
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ที่สวนทางกับความคาดหมายจากประโยคแรก

การใช้คำ

“continues to bedevil us” สำหรับปัญหาที่คงอยู่อย่างต่อเนื่อง

ในประโยคนี้ bedevil หมายถึง “สร้างความยุ่งยากหรือความสับสนอย่างหนัก” คำนี้ให้ภาพชัดและค่อนข้างเป็นทางการ ไม่ได้หมายความว่ามีปีศาจเข้ามาเกี่ยวข้องจริง ๆ โครงสร้าง continues to + คำกริยา แสดงว่าความยุ่งยากนั้นดำเนินมาระยะหนึ่งและยังคงเกิดขึ้น ดังนั้น continues to bedevil us จึงทำให้ปัญหานี้ดูแก้ยากและยังไม่ได้รับการแก้ไข

แบบฝึกหัด

“continues to bedevil us” ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไปแล้ว
  2. สร้างความรำคาญเล็กน้อยเพียงชั่วครู่
  3. ยังคงสร้างความยุ่งยากอย่างมากให้เรา
ดูคำตอบ

ยังคงสร้างความยุ่งยากอย่างมากให้เรา

How we can reconcile religion with science วลี

0:27

ว่าเราจะประสานศาสนากับวิทยาศาสตร์

and faith with reason.

0:30

และศรัทธากับเหตุผลได้อย่างไร

วลี

“reconcile religion with science”: ทำให้ A เข้ากันได้กับ B

ในที่นี้ reconcile A with B หมายถึงการหาวิธีทำให้แนวคิดหรือระบบสองอย่างที่ดูเหมือนขัดแย้งกันสามารถเข้ากันได้ religion อยู่ในตำแหน่ง A และ science อยู่ในตำแหน่ง B ประโยคนี้ใช้โครงสร้างเดียวกันซ้ำใน faith with reason รูปแบบคู่ขนานนี้จับคู่แนวคิดสองชุดและตั้งคำถามเดียวกันว่าแต่ละคู่จะเข้ากันได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง reconcile A with B: “To satisfy both goals, we must ____ speed ____ accuracy.”

ดูคำตอบ

reconcile · with

Aquinas was both a philosopher and a saint,

0:33

อไควนัสเป็นทั้งนักปรัชญาและนักบุญ

refusing either to lose his faith or mindlessly believe, ไวยากรณ์

0:37

โดยปฏิเสธที่จะสูญเสียศรัทธาหรือเชื่ออย่างงมงาย

he developed a new understanding of the place of reason in human life.

0:41

เขาได้พัฒนาความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับบทบาทของเหตุผลในชีวิตมนุษย์

ไวยากรณ์

โครงสร้าง refusing either to lose his faith or mindlessly believe

หลัง refusing โครงสร้าง either ... or เชื่อมแนวคิดแบบ infinitive ที่ขนานกันสองส่วน คือ to lose his faith และ mindlessly believe ซึ่งละ to ตัวที่สองไว้ ทั้งสองทางเลือกจึงทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกันหลัง refusing เนื่องจาก refusing ครอบคลุมทางเลือกทั้งคู่ อไควนัสจึงปฏิเสธสุดโต่งทั้งสองแบบ either เพียงแต่นำเสนอความเป็นไปได้สองทาง ไม่ได้หมายความว่าเขาเลือกทางใดทางหนึ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถูกต้องตามไวยากรณ์และบอกด้วยว่า Maya ปฏิเสธทางเลือกสุดโต่งทั้งสองทาง

  1. Maya chose either to quit the team or to ignore the problem.
  2. Maya refused either to quit the team or to ignore the problem.
  3. Maya refused either quitting the team or to ignore the problem.
ดูคำตอบ

Maya refused either to quit the team or to ignore the problem.

Aquinas's monumental contribution was to teach Western European civilization

0:46

ผลงานที่ยิ่งใหญ่ของอไควนัสคือการสอนอารยธรรมยุโรปตะวันตก

that any human being, not just a Christian,

0:51

ว่ามนุษย์ทุกคน ไม่ใช่เพียงแต่คริสเตียนเท่านั้น

could have access to great truths วลี

0:55

สามารถเข้าถึงความจริงอันยิ่งใหญ่ได้

whenever they made use of God's greatest gift to human beings, วลี

0:57

เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาใช้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระเจ้าที่มอบให้แก่มนุษย์

reason.

1:01

ซึ่งก็คือ เหตุผล

วลี

ความหมายและการใช้ have access to

Have access to หมายถึง สามารถหรือได้รับอนุญาตให้เข้าถึง ใช้ ได้รับ หรือเข้าใจบางสิ่ง ในวลีนี้ access เป็นคำนาม และ to เป็นคำบุพบทที่นำหน้าสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้ ในประโยคนี้ have access to great truths หมายถึงมนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงหรือเข้าใจความจริงเหล่านั้นผ่านการใช้เหตุผล กรรมของวลีนี้อาจเป็นสิ่งที่จับต้องได้ด้วย เช่น ห้อง คอมพิวเตอร์ หรือบริการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่มีความหมายว่า “สามารถใช้ได้” ลงในประโยค: After the library issues your card, you will ____ its online journals.

ดูคำตอบ

have access to

วลี

make use of: นำทรัพยากรหรือความสามารถมาใช้จริง

Make use of เป็นวลีคำกริยาตายตัว หมายถึง “ใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์” โครงสร้างคือ make use of + คำนามหรือคำสรรพนาม และต้องมีคำบุพบท of ในประโยคนี้ made use of หมายถึงการนำเหตุผลมาใช้อย่างจริงจังหรือพึ่งพาเหตุผลเพื่อเข้าถึงความจริง กรรมที่ตามหลัง of คือ God's greatest gift to human beings ส่วน reason เป็นการระบุชื่อของของขวัญนั้นอีกครั้ง เมื่อเทียบกับ use เฉย ๆ วลีนี้อาจเน้นมากกว่าเล็กน้อยว่ากำลังนำทรัพยากรหรือความสามารถที่มีอยู่มาใช้จริง

แบบฝึกหัด

เติมส่วนที่หายไปของสำนวน make use of ให้ประโยคสมบูรณ์: The library offers free study rooms, so be sure to make ____ them.

ดูคำตอบ

use of

Aquinas broke a logjam in Christian thinking, สำนวน

1:03

อไควนัสได้ทลายทางตันในความคิดแบบคริสเตียน

the question of how non-Christians could have both wisdom

1:06

ในคำถามที่ว่าผู้ที่ไม่ใช่คริสเตียนจะมีทั้งความตระหนักรู้

and at the same time no interest in or even knowledge of Jesus.

1:10

และในขณะเดียวกันก็ไม่มีความสนใจหรือแม้แต่ความรู้เกี่ยวกับพระเยซูได้อย่างไร

สำนวน

broke a logjam in Christian thinking: ขจัดสิ่งกีดขวางความก้าวหน้าทางความคิด

ตามความหมายตรงตัว logjam คือกองท่อนไม้ที่อุดตันแม่น้ำ Break a logjam นำภาพนี้มาใช้เป็นอุปมา หมายถึงการขจัดสิ่งกีดขวางที่ทำให้การหารือ การตัดสินใจ หรือแนวคิดไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ในที่นี้ broke a logjam in Christian thinking หมายถึงอไควนัสช่วยแก้ปัญหาทางความคิดที่ติดขัดมาเป็นเวลานาน ปัญหานั้นเกี่ยวกับการที่คนที่ไม่ใช่ชาวคริสต์สามารถมีปัญญาได้แม้ไม่รู้จักพระเยซู In Christian thinking ระบุขอบเขตทางความคิดที่ความก้าวหน้าหยุดลง ไม่ได้หมายถึงแม่น้ำหรือท่อนไม้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ break the logjam: After weeks of stalled talks, one fair compromise finally ____.

ดูคำตอบ

broke the logjam

Aquinas universalized intelligence.

1:15

อไควนัสทำให้สติปัญญากลายเป็นสิ่งสากล

He opened the Christian mind to the insights of all of humanity สำนวน

1:18

เขาเปิดใจชาวคริสต์ให้รับรู้ถึงวิสัยทัศน์ของมวลมนุษยชาติ

from across the ages and the continents.

1:22

จากทุกยุคทุกสมัยและทั่วทุกทวีป

สำนวน

opened the Christian mind to the insights: เปิดใจรับแนวคิดใหม่

ในที่นี้ opened the Christian mind to the insights หมายถึงทำให้นักคิดคริสเตียนเต็มใจพิจารณาและเรียนรู้จากข้อคิดเหล่านั้นมากขึ้น โดยเปรียบจิตใจเป็นพื้นที่ที่เปิดได้ และใช้ to นำหน้าความคิดที่ได้รับการเปิดรับ The Christian mind เป็นการกล่าวถึงส่วนรวม หมายถึงโลกทางความคิดของคริสต์ศาสนาโดยกว้าง ไม่ใช่สมองของคนคนเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ open someone's mind to something ซึ่งหมายถึงทำให้เปิดรับมากขึ้น ไม่ใช่บังคับให้เห็นด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายรูปอดีตและสรรพนาม her: The workshop ____ new ways of teaching.

ดูคำตอบ

opened her mind to

The modern world,

1:25

โลกยุคใหม่

in so far as it insists that good ideas can come from any quarter, โน้ต

1:26

ตราบเท่าที่ยังยืนหยัดว่าแนวคิดที่ดีสามารถมาจากที่ใดก็ได้

ไวยากรณ์

in so far as: จำกัดข้อกล่าวอ้างตามระดับหรือแง่มุม

In so far as หมายถึง “ในขอบเขตที่” หรือ “เฉพาะในแง่ที่” ใช้นำอนุประโยคที่จำกัดว่าข้อความหลักเป็นจริงมากเพียงใดหรือเป็นจริงในแง่ใด ในที่นี้ วลีดังกล่าวชี้แง่มุมเฉพาะที่ข้อประเมินใหญ่ใช้ได้ นั่นคือการยืนยันว่าความคิดที่ดีอาจมาจากที่ใดก็ได้ วลีนี้ช่วยไม่ให้ข้อประเมินฟังดูไร้ขอบเขตหรือเด็ดขาด และไม่ได้กล่าวถึงระยะทางจริง

แบบฝึกหัด

in so far as ทำหน้าที่อะไรในประโยค “The plan succeeds in so far as it reduces waiting times”?

  1. บอกว่าแผนดังกล่าวสำเร็จในทุกแง่มุมที่เป็นไปได้
  2. จำกัดข้อกล่าวอ้างเรื่องความสำเร็จไว้ที่ระดับที่แผนดังกล่าวลดเวลารอได้
  3. บอกว่าแผนดังกล่าวสำเร็จเพราะอยู่ไกลจากบริเวณรอ
ดูคำตอบ

จำกัดข้อกล่าวอ้างเรื่องความสำเร็จไว้ที่ระดับที่แผนดังกล่าวลดเวลารอได้

สำนวน

come from any quarter: มาจากแหล่งหรือกลุ่มใดก็ได้

Come from any quarter หมายถึงมีต้นกำเนิดมาจากแหล่ง กลุ่ม ทิศทาง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสังคมก็ได้ ในประโยคนี้หมายความว่าแนวคิดที่ดีไม่จำเป็นต้องมาจากฝ่ายหรือภูมิหลังใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ ในที่นี้ quarter ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงแหล่งที่มาหรือฝ่ายที่เป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาสามเดือนหรือหนึ่งในสี่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A useful feature can come from any quarter” any quarter หมายถึงอะไร

  1. เฉพาะแผนกที่อยู่ใกล้ที่สุด
  2. ช่วงเวลาสามเดือนใด ๆ
  3. หนึ่งในสี่ของโครงการ
  4. แหล่งที่มาหรือกลุ่มใดก็ได้ที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ

แหล่งที่มาหรือกลุ่มใดก็ได้ที่เป็นไปได้

regardless of creed or background, วลี

1:31

โดยไม่คำนึงถึงลัทธิความเชื่อหรือภูมิหลัง

วลี

regardless of creed or background: ไม่ว่าจะมีความเชื่อหรือภูมิหลังอย่างไร

Regardless of creed or background หมายความว่าความเชื่อทางศาสนาและภูมิหลังส่วนตัวหรือทางสังคมของบุคคลนั้นไม่ส่งผลต่อข้อความที่กำลังกล่าวถึง สำนวนนี้แสดงว่ารายละเอียดเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับข้อสรุป Regardless of เป็นโครงสร้างบุพบทในรูป regardless of + คำนามหรือวลีคำนาม ส่วน creed เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการที่หมายถึงชุดความเชื่อทางศาสนา ขณะที่ background อาจรวมถึงครอบครัว การศึกษา วัฒนธรรม หรือภูมิหลังทางสังคม

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคให้ถูกต้อง: The scholarship is open to all applicants _____ their family income

  1. regardless
  2. according to
  3. regardless of
  4. because of
ดูคำตอบ

regardless of

remains hugely in Aquinas's debt. สำนวน

1:34

ก็ยังคงเป็นหนี้บุญคุณของอไควนัสอย่างมหาศาล

สำนวน

in Aquinas's debt: การได้รับประโยชน์ทางความคิดอย่างยาวนาน

ในประโยคนี้ remain in Aquinas's debt หมายถึงยังคงได้รับประโยชน์อย่างมากจากแนวคิดและผลงานของอไควนัส คำว่า debt เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงเงินที่ต้องชำระคืน โครงสร้าง be/remain in someone's debt แสดงว่าคน สถาบัน หรือธรรมเนียมในยุคหลังเป็นหนี้บุญคุณ หรือมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญเพราะผู้มีส่วนร่วมในยุคก่อน สามารถใช้คำกริยาวิเศษณ์อย่าง hugely หรือ deeply เพื่อบอกระดับของอิทธิพลนั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เป็นทางการจากบทเรียนโดยใช้ชื่อ Galileo: Modern astronomy remains deeply ____.

ดูคำตอบ

in Galileo's debt

Thomas Aquinas was born to a noble family in Italy

1:37

ทอมัส อไควนัสเกิดในครอบครัวขุนนางในอิตาลี

in 1225.

1:41

เมื่อปี ค.ศ. 1225

As a young man,

1:42

ในช่วงวัยรุ่น

he went to study at the University of Naples

1:43

เขาเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเนเปิลส์

and there came into contact with a source of knowledge วลี

1:46

และที่นั่นเขาได้สัมผัสกับแหล่งความรู้

which was just then being rediscovered.

1:49

ซึ่งกำลังถูกค้นพบใหม่อีกครั้งในเวลานั้น

วลี

came into contact with: เริ่มได้สัมผัสหรือรู้จักคนหรือสิ่งหนึ่ง

came into contact with ในที่นี้หมายถึงเริ่มพบหรือเริ่มได้รับประสบการณ์จากแหล่งความรู้ที่กำลังถูกค้นพบขึ้นใหม่ คำว่า contact ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกาย แต่เป็นการสัมผัสกับข้อความและแนวคิด โครงสร้าง come into contact with + คน วัสดุ วัฒนธรรม หรือแนวคิด เน้นช่วงเวลาหรือกระบวนการที่เริ่มเกิดการสัมผัส ตัวโครงสร้างเองไม่ได้บอกว่าการสัมผัสนั้นลึกซึ้งหรือดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ได้สัมผัสเป็นครั้งแรก”: At the international camp, Leo ____ several new traditions.

ดูคำตอบ

came into contact with

The texts of ancient Greek and Roman authors.

1:51

นั่นคือตำราของนักเขียนชาวกรีกและโรมันโบราณ

Aquinas then became an academic at the University of Paris

1:55

จากนั้นอไควนัสได้เป็นนักวิชาการที่มหาวิทยาลัยปารีส

and an exceptionally prolific writer,

1:59

และเป็นนักเขียนที่สร้างสรรค์ผลงานมากมายอย่างโดดเด่น

producing nearly 200 pieces about Christian theology

2:01

ผลิตผลงานเกี่ยวกับเทววิทยาคริสเตียนเกือบ 200 ชิ้น

in less than three decades.

2:05

ในเวลาไม่ถึงสามทศวรรษ

His books bear beautiful and strange titles การใช้คำ

2:07

หนังสือของเขามีชื่อที่งดงามและแปลกตา

like the Summa Theologica and Summa contra Gentiles.

2:09

เช่น Summa Theologica และ Summa contra Gentiles

การใช้คำ

bear beautiful and strange titles: bear หมายถึง “มีหรือแสดง”

ในประโยคนี้ bear หมายถึง “มี” หรือ “แสดง” บางสิ่งเป็นลักษณะของสิ่งนั้น กล่าวคือ หนังสือเหล่านี้มีชื่อเรื่องที่งดงามและแปลก His books เป็นประธาน bear เป็นคำกริยา และ titles เป็นกรรม นี่เป็นการใช้แบบเป็นทางการและเชิงวรรณกรรม เมื่อกล่าวว่าสิ่งหนึ่ง bears a name, title, mark, date, or inscription หมายความว่าชื่อ ชื่อเรื่อง เครื่องหมาย วันที่ หรือข้อความจารึกนั้นปรากฏอยู่บนสิ่งนั้นหรือเป็นของสิ่งนั้น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ทน”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The old map bears a royal seal,” คำว่า bears หมายความว่าอะไร?

  1. ทนโดยไม่บ่น
  2. มีหรือแสดง
  3. ขนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

มีหรือแสดง

Such was his devotion to knowledge, ไวยากรณ์

2:14

ด้วยความทุ่มเทเพื่อความรู้ของเขา

even at the moment of his death at the age of 49,

2:16

แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยวัย 49 ปี

Aquinas is reputed to have been in the middle of writing

2:19

เชื่อกันว่าอไควนัสกำลังอยู่ระหว่างการเขียน

an extended commentary on the Song of Songs.

2:22

บทอรรถาธิบายขนาดยาวเกี่ยวกับเพลงซาโลมอน

ไวยากรณ์

Such was his devotion to knowledge: การกลับลำดับเพื่อเน้นความหมาย

Such was his devotion to knowledge หมายถึง “ความทุ่มเทของเขาที่มีต่อความรู้นั้นมากอย่างยิ่ง” Such ถูกวางไว้ข้างหน้าเพื่อเน้นระดับ แล้วตามด้วยลำดับคำแบบกลับตำแหน่ง: Such + be + subject อนุประโยคนี้ใช้เกริ่นนำผลลัพธ์หรือหลักฐาน ความทุ่มเทของเขามากจนมีคำบอกเล่าว่าเขายังเขียนงานอยู่ในช่วงใกล้เสียชีวิต ในการเล่าเรื่องแบบเป็นทางการ โครงสร้างนี้ช่วยให้เริ่มด้วยการประเมินโดยรวม แล้วจึงนำไปสู่ข้อเท็จจริงที่แสดงระดับนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูป Such + be + subject และคำว่า “his excitement”: ____ that he called everyone immediately.

ดูคำตอบ

Such was his excitement

After he died,

2:26

หลังจากเขาเสียชีวิต

he was canonized in the Catholic Church วัฒนธรรม

2:27

เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญในคริสตจักรคาทอลิก

วัฒนธรรม

ได้รับการประกาศเป็นนักบุญในคริสตจักรคาทอลิก

ในที่นี้ was canonized หมายถึงคริสตจักรคาทอลิกประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาเป็นนักบุญ คำว่า canonize เรียกกระบวนการทางศาสนาที่เป็นทางการ ไม่ใช่เพียงการยกย่อง รำลึกถึง หรือทำให้ใครมีชื่อเสียง รูปถูกกระทำ was canonized วางผู้ที่ได้รับการรับรองไว้ในตำแหน่งประธาน วลี in the Catholic Church ระบุประเพณีทางศาสนาที่ให้สถานะนี้

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง was canonized หมายความว่าอย่างไร?

  1. ครูในคริสตจักรคาทอลิกชมผลงานของเขา
  2. คริสตจักรคาทอลิกประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาเป็นนักบุญ
  3. เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวคาทอลิก
  4. ผู้คนรำลึกถึงเขาในพิธีที่โบสถ์
ดูคำตอบ

คริสตจักรคาทอลิกประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาเป็นนักบุญ

and is now the patron saint of teachers. วัฒนธรรม

2:29

และปัจจุบันเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของครู

วัฒนธรรม

นักบุญองค์อุปถัมภ์ของครู

Patron saint of teachers เป็นตำแหน่งทางศาสนา ในประเพณีคาทอลิก patron saint หมายถึงนักบุญที่เชื่อกันว่ามีความสัมพันธ์พิเศษในการคุ้มครองและชี้นำกลุ่ม อาชีพ สถานที่ หรือกิจกรรมบางอย่าง โครงสร้าง patron saint of + กลุ่มหรือกิจกรรม บอกว่าใครหรือสิ่งใดเกี่ยวข้องกับนักบุญองค์นั้น ในที่นี้ of teachers ระบุกลุ่มดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยตำแหน่งทางศาสนาที่ตรงกับบทเรียนนี้: Saint Cecilia is the ____ musicians.

ดูคำตอบ

patron saint of

Aquinas's starting point was that some of the world's greatest thinkers

2:32

จุดเริ่มต้นของอไควนัสคือ นักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกบางคน

have not been Christian,

2:36

ไม่ได้เป็นชาวคริสต์

but this didn't bar them from having huge insights ไวยากรณ์

2:38

แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้ขัดขวางพวกเขาจากการมีวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่

ไวยากรณ์

bar them from having: โครงสร้าง bar someone from doing something

ในที่นี้ bar เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ขัดขวาง” หรือ “ทำให้บางสิ่งเป็นไปไม่ได้” การที่นักคิดเหล่านั้นไม่ได้เป็นคริสเตียนไม่ได้ขัดขวางพวกเขาจากการมีความเข้าใจที่สำคัญ โครงสร้างคือ bar + บุคคล + from + รูป -ing: bar them from having กรรมระบุผู้ที่ถูกขัดขวาง และ from นำหน้าการกระทำที่ถูกขัดขวาง

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา bar เติมประโยคให้สมบูรณ์ บัตรผ่านของ Maya หมดอายุแล้ว: The expired pass will ____ entering the lab.

ดูคำตอบ

bar her from

because, as Aquinas proposed,

2:41

เพราะดังที่อไควนัสได้เสนอไว้

the world can be usefully explored through reason ลำดับความ

2:43

โลกนี้สามารถสำรวจได้อย่างเป็นประโยชน์ผ่านการใช้เหตุผล

and not just through faith.

2:46

และไม่ใช่ผ่านความศรัทธาเพียงอย่างเดียว

ลำดับความ

through reason and not just through faith: ผ่านเหตุผล ไม่ใช่ผ่านศรัทธาเพียงอย่างเดียว

วลีที่ขึ้นต้นด้วย through ทั้งสองวลีวางขนานกัน: through reason และ through faith ต่างก็บอกวิธีหนึ่งในการสำรวจโลก And not just เพิ่มอีกหนึ่งหนทาง พร้อมแก้ความคิดที่ว่าศรัทธาเป็นหนทางเดียว ไม่ได้ปฏิเสธศรัทธา แต่บอกว่าเหตุผลก็มีบทบาทที่เป็นประโยชน์เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำภาษาอังกฤษสามคำ เพื่อให้ประโยคหมายความว่าความสามารถโดยกำเนิดอาจช่วยได้ แต่การฝึกฝนก็เป็นหนทางหนึ่งเช่นกัน: The skill can be developed through practice ____ through talent.

ดูคำตอบ

and not just

To explain how this could work, ลำดับความ

2:49

เพื่ออธิบายว่าสิ่งนี้จะเป็นไปได้อย่างไร

ลำดับความ

เพื่ออธิบายว่าสิ่งนี้อาจเป็นไปได้อย่างไร

To explain how this could work เป็นวลี to-infinitive ที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกจุดประสงค์ วลีนี้ตอบว่าเหตุใดผู้พูดจึงกำลังจะเข้าสู่ส่วนถัดไป นั่นคือผู้พูดกำลังจะอธิบายกลไกที่อาจทำให้แนวคิดก่อนหน้านี้เป็นไปได้ ในที่นี้ could work หมายถึงอาจเป็นไปได้หรือฟังดูสมเหตุสมผล ไม่ได้หมายถึงการทำงานทางกายภาพ วลีนี้ทำหน้าที่จัดกรอบเนื้อหาที่ตามมาให้เป็นคำอธิบาย ไม่ได้ให้คำอธิบายทั้งหมดด้วยตัวเอง รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลในการพูดหรือการเขียน โดยเปลี่ยนจากข้อกล่าวอ้างไปสู่เหตุผลหรือกลไกเบื้องหลัง

แบบฝึกหัด

ในการนำเสนอ การขึ้นต้นด้วย To explain how this could work สื่อว่าอย่างไร

  1. กำลังจะเริ่มอธิบายว่าแนวคิดนี้อาจเป็นไปได้อย่างไร
  2. กำลังจะอธิบายเครื่องจักรจริงที่กำลังเริ่มทำงาน
  3. กำลังจะบอกว่าใครเป็นคนพูดแนวคิดนี้
ดูคำตอบ

กำลังจะเริ่มอธิบายว่าแนวคิดนี้อาจเป็นไปได้อย่างไร

Aquinas brilliantly proposed that the universe and all its dynamics

2:51

อไควนัสได้เสนออย่างชาญฉลาดว่าจักรวาลและพลวัตทั้งหมดของมัน

operate according to two kinds of law, วลี

2:55

ทำงานตามกฎสองประเภท

secular natural law and religious eternal law. วัฒนธรรม

2:58

คือกฎธรรมชาติทางโลกและกฎนิรันดร์ทางศาสนา

วลี

operate according to: ทำงานตามกฎ

Operate according to หมายถึง ทำงานหรือดำเนินไปโดยทำตามกฎ หลักการ หรือชุดคำสั่งที่กำหนดไว้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอว่าจักรวาลและพลวัตของจักรวาลอยู่ภายใต้กฎสองประเภท โดย according to ใช้นำเสนอพื้นฐานที่กำหนดการทำงานของสิ่งเหล่านั้น ในที่นี้ law หมายถึงหลักการที่ควบคุมการทำงาน ไม่ได้หมายถึงกฎหมายที่รัฐบาลออกขึ้นเท่านั้น According to ยังใช้เพื่อบอกแหล่งข้อมูลได้ แต่ไม่ใช่หน้าที่ของวลีนี้ในประโยคดังกล่าว เพราะไม่ได้กำลังอ้างแหล่งข้อมูล

แบบฝึกหัด

ในประโยค The payment service operates according to rules that limit suspicious transactions, operates according to แสดงให้เห็นอะไร

  1. บริการนี้กระทำต่อบุคคลหรือวัตถุโดยตรงทางกายภาพ
  2. บริการนี้บอกแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับบริการชำระเงิน
  3. บริการนี้ทำงานโดยทำตามกฎที่ชี้นำพฤติกรรมของบริการ
ดูคำตอบ

บริการนี้ทำงานโดยทำตามกฎที่ชี้นำพฤติกรรมของบริการ

วัฒนธรรม

secular natural law กับ religious eternal law

law ในที่นี้หมายถึงหลักการที่จัดระเบียบและอธิบายว่าโลกดำเนินไปอย่างไร ไม่ได้หมายถึงเพียงกฎหมายที่รัฐบาลออก ในการเปรียบเทียบแบบย่อในวิดีโอ secular natural law คือส่วนที่มนุษย์ศึกษาได้ด้วยเหตุผลและการสังเกต ส่วน religious eternal law เชื่อมโยงกับระเบียบที่พระเจ้าทรงวางไว้ให้สิ่งสร้าง และเข้าถึงผ่านศรัทธาหรือการเปิดเผยจากพระเจ้า คู่นี้นำไปสู่แนวคิดว่าเหตุผลกับความเชื่อทางศาสนาอาจเป็นแนวทางทำความเข้าใจที่ไปด้วยกันได้

แบบฝึกหัด

การตีความข้อใดตรงกับ law สองประเภทในประโยคนี้มากที่สุด

  1. secular natural law หมายถึงหลักการที่สำรวจด้วยเหตุผลของมนุษย์ ส่วน religious eternal law หมายถึงระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์ที่เข้าถึงด้วยศรัทธาหรือการเปิดเผย
  2. secular natural law หมายถึงกฎหมายที่รัฐบาลซึ่งไม่เกี่ยวกับศาสนาออก ส่วน religious eternal law หมายถึงกฎหมายที่ไม่มีวันหมดอายุ
  3. ทั้ง secular natural law และ religious eternal law หมายถึงเฉพาะกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่ศาลใช้บังคับ
ดูคำตอบ

secular natural law หมายถึงหลักการที่สำรวจด้วยเหตุผลของมนุษย์ ส่วน religious eternal law หมายถึงระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์ที่เข้าถึงด้วยศรัทธาหรือการเปิดเผย

For Aquinas,

3:03

สำหรับอไควนัส

a lot of the world follows natural laws.

3:04

สิ่งต่างๆ มากมายในโลกล้วนเป็นไปตามกฎธรรมชาติ

We can find out for ourselves how to smelt iron,

3:06

เราสามารถค้นพบด้วยตัวเองว่าการถลุงเหล็กทำอย่างไร

build an aqueduct, or organize an economy,

3:09

การสร้างท่อส่งน้ำ หรือการจัดระบบเศรษฐกิจทำอย่างไร

and none of this relies on believing in God. วลี

3:12

และสิ่งเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นต้องอาศัยความเชื่อในพระเจ้า

วลี

rely on + -ing ใน relies on believing

ใน none of this relies on believing in God คำว่า rely on หมายถึง “ต้องอาศัยหรือขึ้นอยู่กับบางสิ่งในฐานะเงื่อนไข” ประธาน none of this หมายถึงความรู้เชิงปฏิบัติทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวมา รูปแบบคือ rely on + คำนามหรือรูป -ing เนื่องจาก on เป็นคำบุพบท believe จึงเปลี่ยนเป็น believing: relies on believing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ rely on: Success in this game ____ practicing every day.

ดูคำตอบ

relies on

Aquinas discussed Jesus's injunction to do unto others วัฒนธรรม

3:15

อไควนัสถกเถียงถึงคำสอนของพระเยซูที่ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น

as you would have them do unto you.

3:19

เหมือนที่คุณอยากให้พวกเขาปฏิบัติต่อคุณ

วัฒนธรรม

ความหมายและระดับภาษาของ Do unto others as you would have them do unto you

Do unto others as you would have them do unto you หมายถึง “จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่คุณอยากให้พวกเขาปฏิบัติต่อคุณ” หลักการนี้เรียกกันตามธรรมเนียมว่า “กฎทอง” ในที่นี้ do unto someone หมายถึง “ปฏิบัติต่อใครบางคน” ส่วน have ใน would have them do หมายถึง “ต้องการ” ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกถึงการปฏิบัติที่คุณอยากได้รับจากผู้อื่น ไม่ใช่รูป past perfect

แบบฝึกหัด

ประโยคที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไร

  1. ปฏิบัติดีต่อคนอื่นก็ต่อเมื่อพวกเขาปฏิบัติดีต่อคุณแล้วเท่านั้น
  2. ให้ทุกอย่างที่คนอื่นขอ
  3. ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่คุณอยากให้พวกเขาปฏิบัติต่อคุณ
  4. บังคับให้คนอื่นทำตามที่คุณบอกทุกอย่าง
ดูคำตอบ

ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่คุณอยากให้พวกเขาปฏิบัติต่อคุณ

Jesus may have given this idea a particularly memorable formulation,

3:21

พระเยซูอาจมอบรูปแบบการนำเสนอที่น่าจดจำอย่างยิ่งให้กับแนวคิดนี้

conceded Aquinas,

3:25

อไควนัสยอมรับ

but it's in fact been a cornerstone of moral principles สำนวน

3:27

แต่อันที่จริงมันเป็นรากฐานของหลักศีลธรรม

in most societies at most times.

3:30

ในสังคมส่วนใหญ่ในแทบจะทุกยุคสมัยอยู่แล้ว

สำนวน

a cornerstone of moral principles ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ

Cornerstone ตามความหมายตรงตัวคือหินฐานที่มุมของอาคาร แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงสิ่งพื้นฐานและจำเป็นที่ค้ำจุนระบบซึ่งใหญ่กว่า การเรียกแนวคิดนี้ว่า a cornerstone of moral principles หมายความว่าแนวคิดนี้เป็นหนึ่งในรากฐานหลักที่รองรับความคิดทางศีลธรรมของหลายสังคม รูปแบบที่พบบ่อยคือ a cornerstone of + ระบบ สาขา หรือความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง a cornerstone of moral principles หมายความว่าอย่างไร

  1. ส่วนพื้นฐานและจำเป็นที่ค้ำจุนระบบนั้น
  2. ก้อนหินจริงที่ใช้สร้างห้องเรียนสำหรับวิชาศีลธรรม
  3. รายละเอียดเล็กน้อยที่ระบบนั้นละเลยได้ง่าย
  4. กฎใหม่ที่มีเพียงสังคมเดียวปฏิบัติตาม
ดูคำตอบ

ส่วนพื้นฐานและจำเป็นที่ค้ำจุนระบบนั้น

How could this be possible?

3:33

มันเป็นไปได้อย่างไร?

Well, the reason, Aquinas argued, ลำดับความ

3:34

เหตุผลก็คือ อไควนัสโต้แย้งว่า

is that it's an idea that belongs to natural

3:37

มันเป็นแนวคิดที่จัดอยู่ในกฎธรรมชาติ

and not eternal law.

3:40

และไม่ใช่กฎนิรันดร์

ลำดับความ

Well, the reason, Aquinas argued, is that ... ในฐานะกรอบการตอบและระบุแหล่งที่มา

คำถามทำให้ผู้ฟังคาดหวังคำอธิบาย Well เป็นสัญญาณเปลี่ยนจากคำถามไปสู่คำตอบ ส่วนโครงสร้าง the reason ... is that บอกว่าคำอธิบายจะตามหลัง that Aquinas argued เป็นข้อความแทรกที่ระบุแหล่งที่มาของแนวคิด โดยบอกว่าคำอธิบายนี้มาจากอไควนัส โครงสร้างหลักคือ the reason ... is that ... ดังนั้น Aquinas argued จึงไม่ใช่ภาคแสดงของ the reason

แบบฝึกหัด

ใน “Well, the reason, Aquinas argued, is that ...” คำอธิบายใดถูกต้อง?

  1. Well แสดงว่าผู้พูดปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
  2. Aquinas argued เป็นภาคแสดงหลักของ the reason
  3. Well นำเข้าสู่คำตอบ และ Aquinas argued ระบุแหล่งที่มาของคำอธิบาย
ดูคำตอบ

Well นำเข้าสู่คำตอบ และ Aquinas argued ระบุแหล่งที่มาของคำอธิบาย

Aquinas conceded that in a few situations,

3:42

อไควนัสยอมรับว่าในบางสถานการณ์

God does work simply through eternal law

3:45

พระเจ้าทรงทำงานผ่านกฎนิรันดร์ล้วนๆ

outside of human reason,

3:47

ซึ่งอยู่นอกเหนือเหตุผลของมนุษย์

and he cited prophetic revelations วลี

3:49

และเขาได้ยกการเปิดเผยของศาสดาพยากรณ์

and the visits of angels as examples.

3:51

และการปรากฏกายของทูตสวรรค์เป็นตัวอย่าง

วลี

โครงสร้าง cite A and B as examples

ในที่นี้ cited หมายถึง “กล่าวถึงเพื่อใช้เป็นหลักฐานสนับสนุน” Prophetic revelations และ the visits of angels คือสองสิ่งที่ถูกยกขึ้นมา ส่วน as examples ระบุว่าสิ่งเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นตัวอย่างในข้อโต้แย้ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ cite + หลักฐานหรือสิ่งที่กล่าวถึง + as an example/examples ใช้ an example เมื่อมีหนึ่งสิ่ง และใช้ examples เมื่อมีมากกว่าหนึ่งสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ cite: “The researcher ____ two local surveys as examples of community support.”

ดูคำตอบ

cited

However,

3:54

อย่างไรก็ตาม

he reassured us that most useful knowledge น้ำเสียง/เจตนา

3:55

เขาทำให้เรามั่นใจว่าความรู้ที่เป็นประโยชน์ส่วนใหญ่นั้น

can be found by atheists and secular-minded people

3:57

ผู้ที่ไม่มีศาสนาและผู้มีแนวคิดทางโลกสามารถค้นพบได้

within the realm of natural law. สำนวน

4:01

ภายในขอบเขตของกฎธรรมชาติ

น้ำเสียง/เจตนา

reassure someone that: ทำให้ผู้ฟังที่กังวลสบายใจ

ใน he reassured us that... คำว่า reassured ไม่ได้เพียงรายงานว่าเขาพูดอะไร แต่ยังแสดงว่าเขาพูดเพื่อลดความกังวลของกลุ่มด้วย ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาที่ใช้ทำให้ทุกคนสบายใจ โครงสร้างคือ reassure + บุคคล + อนุประโยค that ผู้ที่ได้รับการปลอบใจจะอยู่หน้า that ดังนั้นคำกริยานี้จึงจัดทั้งเนื้อหาของข้อความและผลของข้อความที่มีต่อผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ reassure แล้วตามด้วย us และ that: We looked worried, so the guide ____ the bridge was safe.

ดูคำตอบ

reassured us that

สำนวน

within the realm of: ภายในขอบเขตเชิงนามธรรม

Within the realm of natural law หมายถึง “อยู่ภายในขอบเขตที่กฎธรรมชาติครอบคลุมหรืออธิบายได้” คำว่า realm ทำให้ชุดหลักการที่เป็นนามธรรมดูเหมือนพื้นที่ที่มีเส้นเขตแดน ประโยคจึงวางความรู้ที่เป็นประโยชน์ส่วนใหญ่ไว้ภายในขอบเขตนั้น ในที่นี้ realm ไม่ได้หมายถึง “อาณาจักร” ในการอภิปรายนี้ natural law หมายถึงหลักการที่มนุษย์สำรวจได้ด้วยเหตุผล ดังนั้นวลีนี้จึงระบุขอบเขตของความรู้ประเภทดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ใช้วลีทางการที่มี realm เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Questions about drug safety fall ____ medical science.

ดูคำตอบ

within the realm of

Aquinas's ideas unfolded at a time ลำดับความ

4:04

แนวคิดของอไควนัสเปิดเผยออกมาในยุค

when Islamic culture was going through very similar dilemmas

4:07

ที่วัฒนธรรมอิสลามกำลังเผชิญกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่คล้ายคลึงกัน

as Christianity

4:10

กับศาสนาคริสต์

in terms of how one can reconcile reason and faith.

4:11

ในแง่ของวิธีที่บุคคลจะประสานเหตุผลกับศรัทธาเข้าด้วยกัน

ลำดับความ

แนวคิดของอไควนัสพัฒนาขึ้นในช่วงที่

ในที่นี้ unfolded หมายถึงค่อย ๆ พัฒนาและชัดเจนขึ้นตามเวลา ประธานคือ ideas จึงเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการคลี่สิ่งของจริง ๆ โครงสร้าง X unfolded at a time when Y วางพัฒนาการที่เกิดขึ้นทีละน้อยไว้คู่กับสถานการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่กว้างกว่า จึงช่วยเปลี่ยนจากการอธิบายความคิดของอไควนัสไปสู่การเปรียบเทียบกับอีกวัฒนธรรมหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางประวัติศาสตร์ด้วยโครงสร้างเชื่อมที่เน้นไว้: Her ideas ____ researchers were questioning older models.

ดูคำตอบ

unfolded at a time when

For a long time,

4:15

เป็นเวลานานที่

the Islamic caliphates in Spain, Morocco, and Egypt

4:16

อาณาจักรคอลิฟะห์อิสลามในสเปน โมร็อกโก และอียิปต์

had flourished by being open to knowledge from all over the world, ไวยากรณ์

4:19

เจริญรุ่งเรืองจากการเปิดรับความรู้จากทั่วทุกมุมโลก

generating a wealth of new scientific ideas and philosophy. วลี

4:23

ก่อให้เกิดความมั่งคั่งของแนวคิดทางวิทยาศาสตร์และปรัชญาใหม่ๆ

ไวยากรณ์

เคยรุ่งเรืองจากการเปิดรับความรู้

Had flourished เป็นรูป past perfect ซึ่งมองย้อนกลับจากจุดหนึ่งที่เกิดทีหลังในอดีต และแสดงว่าความรุ่งเรืองเกิดขึ้นมั่นคงแล้วก่อนการเปลี่ยนแปลงที่ตามมาในเรื่อง ไม่ได้หมายความเพียงว่าความรุ่งเรืองนั้นเกิดเมื่อนานมากแล้ว By being open to knowledge อธิบายว่าความรุ่งเรืองนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ในที่นี้ by + -ing ระบุวิธีหรือพฤติกรรมที่มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์ การเปิดรับความรู้จากภายนอกช่วยให้รัฐเคาะลีฟะฮ์เหล่านี้รุ่งเรือง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: Before funding was cut, the lab ____ from researchers around the world.

ดูคำตอบ

had flourished by being open to knowledge

วลี

a wealth of + คำนาม: ปริมาณที่มากและหลากหลาย

ในประโยคนี้ a wealth of หมายถึงปริมาณที่มากและหลากหลาย ไม่ได้หมายถึงความร่ำรวยด้านเงินทอง สำนวนนี้บอกว่าแนวคิดทางวิทยาศาสตร์และปรัชญาเป็นผลลัพธ์ที่มีอยู่มากและมีเนื้อหาหลากหลาย โครงสร้างคือ a wealth of + คำนาม โดยมักใช้กับคำนามนับไม่ได้ เช่น information หรือคำนามพหูพจน์ เช่น ideas

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ปริมาณมากและหลากหลาย” ลงในประโยค The library website gives young researchers ____ reliable information.

ดูคำตอบ

a wealth of

However,

4:28

อย่างไรก็ตาม

due to the increasing influence of fanatical religious leaders,

4:28

เนื่องจากอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของผู้นำศาสนาหัวรุนแรง

Islam had become more dogmatic and oppressive

4:32

ศาสนาอิสลามจึงกลายเป็นเรื่องของกฎเกณฑ์ตายตัวและถูกกดขี่มากขึ้น

by the time Aquinas was born. ไวยากรณ์

4:35

ในช่วงเวลาที่อไควนัสเกิด

ไวยากรณ์

by the time + อนุประโยคอดีต: ระบุจุดสิ้นสุดในอดีต

By the time Aquinas was born กำหนดการเกิดของอะไควนัสเป็นจุดอ้างอิงหรือจุดสิ้นสุดในอดีต ประโยคหลักใช้ had become ซึ่งเป็น past perfect เพราะการเปลี่ยนไปสู่สภาพที่เคร่งหลักคำสอนและกดขี่มากขึ้นได้เกิดขึ้นแล้วก่อนจุดนั้น ในการเล่าเรื่องอดีต รูปแบบที่พบบ่อยคือ past perfect สำหรับผลที่เกิดก่อน + by the time + simple past สำหรับเหตุการณ์อ้างอิงที่เกิดทีหลัง ต่างจาก when ตรงที่ by the time เน้นว่าสภาพก่อนหน้านั้นเกิดขึ้นแล้วอย่างช้าที่สุด ณ จุดอ้างอิงนั้น

แบบฝึกหัด

สำนวนใดแสดงได้ดีที่สุดว่าถนนเป็นน้ำแข็งแล้วก่อนที่ครอบครัวจะออกจากบ้าน The roads were already icy ___ we left home.

  1. by the time
  2. when
  3. until
ดูคำตอบ

by the time

It had, for example,

4:37

ตัวอย่างเช่น พวกเขาเคย

reacted violently against the Muslim philosopher Averroes.

4:39

ตอบโต้อย่างรุนแรงต่อนักปรัชญามุสลิม อิบนุ รุชด์ (Averroes)

Like Aquinas,

4:43

เช่นเดียวกับอไควนัส

Averroes had been deeply influenced by Aristotle วัฒนธรรม

4:44

อิบนุ รุชด์ ได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากอริสโตเติล

and had argued that reason and religion could be compatible.

4:46

และได้โต้แย้งว่าเหตุผลและศาสนาสามารถดำเนินควบคู่กันได้

วัฒนธรรม

อะเวร์โรอีสได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากอริสโตเติล

Averroes เป็นชื่อแบบละตินที่ใช้ในภาษาอังกฤษเรียก Ibn Rushd นักปรัชญามุสลิม ส่วน Aristotle คือนักปรัชญากรีกโบราณอริสโตเติล ซึ่งผลงานของเขามีอิทธิพลอย่างมากต่อความคิดของอะเวร์โรอีส โครงสร้าง had been deeply influenced เป็น past perfect แบบ passive ซึ่งบอกว่าอิทธิพลนี้เกิดขึ้นแล้ว ณ จุดนั้นของเรื่อง Like Aquinas สร้างการเปรียบเทียบว่าอะเวร์โรอีสกับอะไควนัสอยู่ในประเพณีทางศาสนาที่ต่างกัน แต่ทั้งคู่ศึกษาความคิดของอริสโตเติลอย่างใกล้ชิดขณะพิจารณาเรื่องเหตุผลและศาสนา Averroes ไม่ใช่อีกชื่อหนึ่งของ Aquinas และอิทธิพลส่งจากอริสโตเติลไปสู่อะเวร์โรอีส

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ในอนุประโยคที่เน้นไว้ได้ถูกต้อง?

  1. อะเวร์โรอีสกับอริสโตเติลเป็นชื่อสองชื่อของบุคคลเดียวกัน
  2. ผลงานของอะเวร์โรอีสมีอิทธิพลอย่างมากต่อความคิดของอริสโตเติล
  3. ผลงานของอริสโตเติลมีอิทธิพลอย่างมากต่อความคิดของอะเวร์โรอีส
ดูคำตอบ

ผลงานของอริสโตเติลมีอิทธิพลอย่างมากต่อความคิดของอะเวร์โรอีส

However,

4:50

อย่างไรก็ตาม

the caliphates,

4:51

อาณาจักรคอลิฟะห์

anxious never to depart from the literal words of God, การใช้คำ

4:52

ที่วิตกกังวลว่าจะไม่ยอมเบี่ยงเบนไปจากถ้อยคำตามตัวอักษรของพระเจ้า

made sure that Averroes's ideas would be banned and his books burnt. ไวยากรณ์

4:55

จึงทำให้แน่ใจว่าแนวคิดของอิบนุ รุชด์ จะถูกสั่งห้ามและหนังสือของเขาถูกเผาทำลาย

การใช้คำ

anxious never to depart from: quyết không đi chệch khỏi

ในที่นี้ anxious to แสดงความปรารถนาหรือความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทำบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงความกลัวเพียงอย่างเดียว ส่วน infinitive อยู่ในรูปปฏิเสธ โดย never to depart from หมายถึง “ทำให้แน่ใจว่าจะไม่เบี่ยงเบนจากหรือละทิ้ง” บางสิ่ง Depart from เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการว่า “เบี่ยงเบนจาก” กฎ ข้อความ หลักการ หรือแนวปฏิบัติที่มีอยู่ วลีทั้งหมดบอกว่ารัฐกาหลิบยึดมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำตามสิ่งที่พวกเขาถือว่าเป็นถ้อยคำตามตัวอักษรของพระเจ้า

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The editors were anxious never to depart from the original wording," โครงสร้างที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเขาต้องการอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนถ้อยคำเดิม
  2. พวกเขากังวลเพราะได้ละทิ้งถ้อยคำเดิมไปแล้ว
  3. พวกเขากระตือรือร้นที่จะทิ้งถ้อยคำเดิมไว้เบื้องหลัง
ดูคำตอบ

พวกเขาต้องการอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนถ้อยคำเดิม

ไวยากรณ์

made sure that ... would be banned: ทำให้ผลลัพธ์ภายหลังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ในที่นี้ made sure that หมายถึง “ลงมือทำเพื่อให้ผลลัพธ์หนึ่งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” ฝ่ายรัฐเคาะลีฟะฮ์ไม่ได้เพียงตรวจสอบว่ามีคำสั่งห้ามหรือไม่ แต่ใช้อำนาจทำให้มีการบังคับใช้คำสั่งห้ามนั้น Would be banned เป็นรูปกรรมวาจกที่มองจากจุดหนึ่งในอดีตของเรื่อง would ชี้ถึงผลลัพธ์ที่เกิดตามมาภายหลัง ส่วน be banned เน้น Averroes's ideas ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้จัดการลงมือทำเพื่อให้ผลลัพธ์ภายหลังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แทนที่จะเพียงตรวจสอบข้อเท็จจริง

  1. The manager heard that every guest had received a meal.
  2. The manager checked whether every guest had received a meal.
  3. The manager made sure that every guest would receive a meal.
ดูคำตอบ

The manager made sure that every guest would receive a meal.

Aquinas knew that the Muslim world's increasingly radical rejection of reason

5:01

อไควนัสรู้ว่าการที่โลกมุสลิมปฏิเสธเหตุผลอย่างสุดโต่งมากขึ้นเรื่อยๆ

was harming what had once been its thriving intellectual culture, ไวยากรณ์

5:06

กำลังทำลายวัฒนธรรมทางปัญญาที่ครั้งหนึ่งเคยเจริญรุ่งเรือง

ไวยากรณ์

what had once been ...: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม

ในที่นี้ what had once been its thriving intellectual culture เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม หมายถึง “สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นวัฒนธรรมทางปัญญาอันรุ่งเรืองของโลกนั้น” และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ harming คำว่า what ในที่นี้ไม่ใช่คำถาม แต่รวมทั้งความหมายของ “สิ่ง” ที่ไม่ได้กล่าวไว้และหน้าที่เชื่อมกับส่วนที่เหลือของอนุประโยค had once been เป็นรูป past perfect ซึ่งวางช่วงที่วัฒนธรรมเคยรุ่งเรืองไว้ก่อนช่วงต่อมาที่วัฒนธรรมนั้นกำลังถูกทำลาย ส่วน its อ้างถึง the Muslim world

แบบฝึกหัด

เติมคำสัมพัทธ์แบบรวมที่หมายถึง “สิ่งที่” ให้ประโยคสมบูรณ์: The fire destroyed ____ had once been the town's oldest theater.

ดูคำตอบ

what

and it was overwhelmingly thanks to Aquinas's ideas ไวยากรณ์

5:10

และต้องขอบคุณแนวคิดของอไควนัสอย่างท่วมท้น

that Christianity did not suffer the same process of stultification.

5:13

ที่ศาสนาคริสต์ไม่ต้องประสบกับกระบวนการทำให้โง่เขลาแบบเดียวกัน

ไวยากรณ์

It was overwhelmingly thanks to ... that ...: เน้นสาเหตุหลัก

นี่คือประโยคเน้นด้วย it ซึ่งมีโครงสร้าง It was + ส่วนที่เน้น + อนุประโยค that ส่วนที่ถูกเน้นคือ overwhelmingly thanks to Aquinas's ideas ดังนั้นประโยคจึงทำให้สาเหตุนี้เด่นขึ้นมา it ตอนต้นทำหน้าที่ด้านโครงสร้างเท่านั้น ไม่ได้แทนสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ Thanks to หมายถึง “เนื่องจาก” หรือ “ด้วยความช่วยเหลือของ” โดยมักใช้กับผลลัพธ์ที่ดี Overwhelmingly ให้น้ำหนักแก่สาเหตุนี้สูงมาก ผู้เขียนจึงเสนอว่าแนวคิดของอไควนัสเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ศาสนาคริสต์หลีกเลี่ยงกระบวนการหยุดนิ่งทางปัญญาที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเน้นด้วย it ได้ดีที่สุด เพื่อทำให้การตรวจสอบความปลอดภัยครั้งสุดท้ายเป็นเหตุผลหลักที่การปล่อยจรวดประสบความสำเร็จ

  1. The final safety check happened after the launch succeeded.
  2. The launch succeeded, and the safety check was final.
  3. It was thanks to the final safety check that the launch succeeded.
ดูคำตอบ

It was thanks to the final safety check that the launch succeeded.

Though Aquinas was a man of deep faith, ไวยากรณ์

5:19

แม้ว่าอไควนัสจะเป็นผู้มีศรัทธาอันลึกซึ้ง

he provided a philosophical framework for open scientific inquiry. วลี

5:21

เขาก็ได้มอบกรอบทางปรัชญาสำหรับการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์แบบเปิดกว้าง

ไวยากรณ์

Though ...: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนกล่าวผลลัพธ์ที่ขัดกัน

Though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ กล่าวคือ ยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งที่อาจทำให้คาดหวังผลอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ ศรัทธาอันลึกซึ้งของอไควนัสอาจดูเหมือนจะขัดกับการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างเปิดกว้าง แต่ประโยคหลักบอกว่าเขายังคงวางกรอบทางปรัชญาให้แก่การแสวงหาความรู้นั้น รูปแบบคือ Though + อนุประโยคสมบูรณ์, ประโยคหลัก อนุประโยค though ให้ข้อมูลพื้นหลัง ส่วนประโยคหลักเป็นใจความสำคัญ Though ไม่ได้บอกสาเหตุ จึงไม่ควรเข้าใจว่าเหมือน because

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เติมประโยคได้ถูกต้องเพื่อแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์: ___ Leo was nervous, he gave a clear presentation.

  1. Though
  2. Despite
  3. Because
ดูคำตอบ

Though

วลี

provide a framework for: สนับสนุนกิจกรรมด้วยโครงสร้างที่เป็นระบบ

วลีกริยา provide a framework for หมายถึง การมอบชุดความคิดหรือหลักการที่จัดไว้อย่างเป็นระบบเพื่อช่วยให้กิจกรรมหนึ่งดำเนินและพัฒนาต่อไป ในที่นี้ framework เป็นกรอบแนวคิดทางปรัชญา คือวิธีจัดระเบียบความคิด ไม่ใช่โครงที่เป็นวัตถุ โครงสร้างคือ provide + a framework + for + คำนามหรือรูป -ing ส่วนหลัง for ระบุสิ่งที่กรอบนั้นสนับสนุน ในประโยคนี้กรอบดังกล่าวสนับสนุน open scientific inquiry ซึ่งหมายถึงการสืบค้นที่เปิดรับคำถามและหลักฐาน แทนที่จะเริ่มจากคำตอบที่กำหนดไว้แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ provide a framework for: The new ethics policy ____ responsible AI research.

ดูคำตอบ

provides a framework for

He reminds us that knowledge can and should come from multiple sources,

5:26

เขาเตือนเราว่าความรู้สามารถและควรจะมาจากหลากหลายแหล่ง

from intuition but also from rationality, ลำดับความ

5:31

จากสัญชาตญาณ แต่ก็จากความเป็นเหตุเป็นผลด้วย

from science but also from revelation,

5:34

จากวิทยาศาสตร์ แต่ก็จากการเปิดเผยจากสวรรค์ด้วย

from pagans but also from monks.

5:37

จากคนนอกศาสนา แต่ก็จากพระสงฆ์ด้วย

ลำดับความ

from X but also from Y: จัดกลุ่มแหล่งที่มาด้วยโครงสร้างขนาน

รูปแบบ from X but also from Y ที่ใช้ซ้ำแสดงให้เห็นว่าสมาชิกทั้งสองของแต่ละคู่เป็นแหล่งที่มาที่ใช้ได้ but also เพิ่มสมาชิกตัวที่สองโดยไม่ปฏิเสธตัวแรก การใช้รูปแบบเดิมซ้ำสามครั้งทำให้เกิดโครงสร้างขนาน ผู้ฟังจึงได้ยินชัดว่าแต่ละคู่เริ่มและจบตรงไหน และเข้าใจพร้อมจดจำข้อสรุปได้ง่ายขึ้น แต่ละคู่ขยายจากความสามารถทางความคิดของมนุษย์ ไปสู่แหล่งความรู้ในความหมายกว้าง และต่อไปยังกลุ่มคน โดยยังคงโครงสร้างเดิมไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ from X but also from Y ซ้ำได้ดีที่สุดเพื่อเสนอแหล่งที่มาสองคู่ที่สมดุลกัน

  1. We learn from experience instead of study, from success instead of failure.
  2. We learn from experience but also from study, from success but also from failure.
  3. We learn from experience and study, although success is usually better than failure.
ดูคำตอบ

We learn from experience but also from study, from success but also from failure.

That sounds obvious ลำดับความ

5:39

นั่นฟังดูเป็นเรื่องที่ชัดเจน

until we notice

5:41

จนกระทั่งเราสังเกตเห็นว่า

just how often civilization

5:42

บ่อยครั้งแค่ไหนที่อารยธรรม

has been and is still being harmed ไวยากรณ์

5:44

ได้รับผลกระทบและยังคงได้รับผลกระทบอยู่

ลำดับความ

That sounds obvious until we notice...: การพลิกคำตัดสินแรก

That อ้างถึงแนวคิดก่อนหน้านี้ที่ว่า ความรู้ควรมาจากหลายแหล่ง ส่วน That sounds obvious เป็นการยอมรับชั่วครู่ว่าแนวคิดนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องสามัญสำนึก ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย until จึงนำเสนอหลักฐานที่เปลี่ยนปฏิกิริยาแรก คือ อารยธรรมได้รับความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่าและยังคงได้รับความเสียหายอยู่ ในที่นี้ until ใช้จัดลำดับการเปลี่ยนมุมมอง ไม่ได้บอกเพียงจุดสิ้นสุดตามเวลา รูปแบบ X sounds obvious until Y ยอมรับข้อโต้แย้งก่อน แล้วจึงแสดงว่าเหตุใด X จึงยังสำคัญ

แบบฝึกหัด

until ทำหน้าที่อะไรในประโยคต้นฉบับ?

  1. ใช้ระบุการตระหนักรู้ที่พลิกความประทับใจแรก
  2. ใช้กำหนดเวลาหลังจากนั้นอารยธรรมจะหยุดได้รับความเสียหาย
  3. ใช้แสดงว่าแนวคิดนี้ชัดเจนเพราะความเสียหายเกิดขึ้นไม่บ่อย
ดูคำตอบ

ใช้ระบุการตระหนักรู้ที่พลิกความประทับใจแรก

ไวยากรณ์

has been ... and is still being harmed: สองมุมมองด้านเวลาในรูป passive

ประโยคนี้มี civilization เป็นประธานร่วมเพียงตัวเดียว แต่แสดงความเสียหายจากสองมุมมองด้านเวลา คำสุดท้าย harmed เติมความหมายให้ครบทั้งสองส่วน ได้แก่ civilization has been harmed และ civilization is still being harmed Has been harmed มองย้อนกลับไปยังความเสียหายก่อนเวลาปัจจุบันและเชื่อมโยงกับตอนนี้ เป็นรูป present perfect แบบ passive ส่วน is still being harmed เน้นความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นรูป present continuous แบบ passive คำว่า still เน้นว่าความเสียหายยังไม่หยุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนจากประสบการณ์แบบ passive ก่อนหน้านี้ไปสู่การกระทำแบบ passive ที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างถูกต้อง?

  1. The bridge has and is still being inspected.
  2. The bridge has been and still inspects.
  3. The bridge was and is still inspected every year.
  4. The bridge has been and is still being inspected.
ดูคำตอบ

The bridge has been and is still being inspected.

by people's refusal to take this brilliant idea on board. กริยาวลี

5:47

จากการที่ผู้คนปฏิเสธที่จะนำแนวคิดอันยอดเยี่ยมนี้มาประยุกต์ใช้

กริยาวลี

take this brilliant idea on board: ยอมรับและพิจารณาแนวคิดอย่างจริงจัง

ในประโยคนี้ take this brilliant idea on board หมายถึง “ยอมรับแนวคิดนี้และนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง” เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของขึ้นเรือหรือเครื่องบินจริง ๆ โครงสร้างคือ take + something + on board โดยกรรมอยู่ระหว่าง take กับ on board เช่น take the advice on board หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้พูดว่า take it on board สำนวนนี้มักสื่อว่าแนวคิดนั้นจะส่งผลต่อความคิดหรือการกระทำในภายหลัง ไม่ใช่เพียงแค่ได้ยินเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย take something on board ช่องแรกใส่หนึ่งคำ และช่องที่สองใส่สองคำ: The coach promised to ____ our suggestions ____.

ดูคำตอบ

take · on board