ทำไมความหลากหลายทางชีวภาพจึงสำคัญนัก? - Kim Preshoff: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
546 คำ 148 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าความหลากหลายของระบบนิเวศ ชนิดพันธุ์ และพันธุกรรมร่วมกันทำให้ธรรมชาติมีความยืดหยุ่นได้อย่างไร โดยเปรียบเทียบป่าฝนอเมซอนกับแนวปะการัง เพื่อชี้ว่าบางระบบอาจรับมือกับการสูญเสียหนึ่งชนิดพันธุ์ได้ แต่การสูญเสียสิ่งมีชีวิตหลักอาจทำให้ทั้งระบบสั่นคลอนและกระทบต่อการอยู่รอดของมนุษย์ ประเด็นสำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ: 1. may seem like permanent fixtures, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า may seem like ใช้นำเสนอภาพที่ดูเหมือนจริงในตอนแรก ก่อนที่ข้อความแสดงความขัดแย้งจะเปิดเผยความจริงที่มองเห็นได้ยากกว่า ผู้เรียนจึงนำรูปแบบนี้ไปใช้เปิดคำอธิบาย เพื่อจำกัดน้ำหนักของความประทับใจแรกและเตรียมผู้อ่านให้พร้อมรับข้อแก้ไข โดยไม่สรุปอย่างตายตัวเกินไป 2. keystone organism, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่าเป็นแนวคิดทางนิเวศวิทยาที่หมายถึงสิ่งมีชีวิตซึ่งมีบทบาทสำคัญเกินสัดส่วน เพราะสิ่งมีชีวิตอื่นจำนวนมากต้องพึ่งพามัน ความเข้าใจนี้ช่วยให้ติดตามตัวอย่างแนวปะการังได้ และไม่ตีความ keystone ว่าเป็นเพียงก้อนหินจริง ๆ หรือคำทั่วไปที่แปลว่า “สำคัญ” เท่านั้น 3. an insurance policy, Earth's own safety net — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความอุปมาคู่นี้ว่าความหลากหลายทางชีวภาพเป็นกลไกปกป้องเราจากการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ ผู้เรียนจะมองออกว่าคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ใช้ภาพเรื่องความเสี่ยงและความปลอดภัยที่คุ้นเคย เพื่อเชื่อมความยืดหยุ่นของระบบนิเวศเข้ากับความเป็นอยู่และการอยู่รอดของมนุษย์อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Our planet's diverse, thriving ecosystems may seem like permanent fixtures, ไวยากรณ์

0:06

ระบบนิเวศที่หลากหลายและเจริญรุ่งเรืองของโลกเราอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่คงอยู่ถาวร

but they're actually vulnerable to collapse. วลี

0:11

แต่จริงๆ แล้วพวกมันอ่อนแอและเสี่ยงต่อการล่มสลาย

ไวยากรณ์

may seem like permanent fixtures: ภาพที่เห็นจากภายนอกกับความจริง

วลี may seem like นำเสนอ permanent fixtures ว่าเป็นเพียงภาพที่อาจมองเห็นจากภายนอก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้ like นำหน้ากลุ่มคำนาม permanent fixtures ซึ่งหมายถึงสิ่งที่คาดว่าจะอยู่ในสภาพเดิมเป็นเวลานาน ส่วน but they're actually... ที่ตามมาจะแก้ไขภาพแรกนั้น โครงสร้าง may seem like X, but actually Y สามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นเพื่อแยกสิ่งที่ดูเหมือนเป็นจริงในตอนแรกออกจากความจริงที่เห็นได้ไม่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นภาพที่อาจเห็นจากภายนอก แล้วจึงแก้ไขภาพนั้นในภายหลัง

  1. The trail may seem like an easy walk, but the last mile is very steep.
  2. The trail may become an easy walk after the repairs.
  3. The trail is an easy walk, and the last mile is very steep.
ดูคำตอบ

The trail may seem like an easy walk, but the last mile is very steep.

วลี

vulnerable to collapse: มีความเสี่ยง ไม่ได้ล่มสลายไปแล้ว

vulnerable to collapse หมายถึงเสี่ยงที่จะล่มสลาย เพราะสิ่งนั้นเสียหายหรือสูญเสียความมั่นคงได้ง่าย วลีนี้อธิบายความเปราะบางหรือการได้รับผลกระทบได้ง่าย ไม่ได้หมายความว่าการล่มสลายเกิดขึ้นแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be vulnerable to + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ collapse เป็นคำนามที่เรียกผลเสียซึ่งอาจเกิดขึ้น ส่วน they หมายถึงระบบนิเวศ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ต้องใช้หลัง vulnerable ให้สมบูรณ์: The coastal road is vulnerable ____ flooding during heavy storms.

ดูคำตอบ

to

Jungles can become deserts and reefs can become lifeless rocks

0:14

ป่าทึบอาจกลายเป็นทะเลทรายและแนวปะการังอาจกลายเป็นหินที่ไร้ชีวิต

even without cataclysmic events like volcanoes and asteroids. โน้ต

0:19

แม้จะไม่มีเหตุการณ์หายนะอย่างภูเขาไฟระเบิดหรือดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนก็ตาม

ไวยากรณ์

even without: ผลลัพธ์ยังเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีเงื่อนไขหนึ่ง

even without ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่ไม่มีอยู่ และเน้นว่าผลลัพธ์หลักยังเกิดขึ้นได้ even เพิ่มความรู้สึกเหนือความคาดหมายว่า เงื่อนไขนั้นอาจดูสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต่อการเกิดผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ระบบนิเวศอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงได้ แม้ไม่มีภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับภูเขาไฟหรือดาวเคราะห์น้อย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์ + even without + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่เน้นเงื่อนไขที่ไม่มีอยู่ให้ประโยคสมบูรณ์: The team can win ____ its star player.

ดูคำตอบ

even without

การใช้คำ

cataclysmic events: ภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายร้ายแรง

Cataclysmic events คือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่ส่งผลเป็นวงกว้าง cataclysmic มีความหมายรุนแรงกว่า big หรือ serious มาก และมักสื่อความหมายเชิงลบแบบหายนะ ในประโยคนี้ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภูเขาไฟและดาวเคราะห์น้อยเป็นตัวอย่างของแรงภายนอกที่รุนแรงมาก วลีนี้ช่วยเน้นว่าระบบนิเวศไม่จำเป็นต้องพบภัยพิบัติใหญ่เช่นนั้นก่อนจึงจะกลายเป็นพื้นที่ไร้ชีวิต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cataclysmic event ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Missing one bus is always a cataclysmic event.
  2. An asteroid impact could be a cataclysmic event.
  3. Moving a chair is usually a cataclysmic event.
ดูคำตอบ

An asteroid impact could be a cataclysmic event.

What makes one ecosystem strong and another weak in the face of change? วลี

0:23

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ระบบนิเวศหนึ่งเข้มแข็งและอีกระบบหนึ่งอ่อนแอเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง?

วลี

in the face of change: การเผชิญกับความท้าทาย

in the face of change หมายถึง “เมื่อจำเป็นต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลง” หรือ “แม้การเปลี่ยนแปลงจะก่อให้เกิดความท้าทาย” คำว่า face เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว in the face of และไม่ได้หมายถึงใบหน้าของคนในที่นี้ วลีนี้กำหนดเงื่อนไขของการเปรียบเทียบ คำถามกำลังถามว่าระบบนิเวศแต่ละระบบยังคงแข็งแกร่งเพียงใดเมื่อถูกการเปลี่ยนแปลงทดสอบ ไม่ใช่ว่าแข็งแกร่งเพียงใดในสภาวะปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตรงตัวจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เมื่อเผชิญกับ”: The rescue team stayed calm ____ danger.

ดูคำตอบ

in the face of

The answer to a large extent is biodiversity. วลี

0:28

คำตอบส่วนใหญ่ก็คือความหลากหลายทางชีวภาพ

วลี

to a large extent: การกล่าวอย่างหนักแน่นแต่ยังมีขอบเขต

to a large extent หมายถึง “เป็นส่วนใหญ่” หรือ “ในระดับสูง” วลีนี้ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นส่วนสำคัญของคำตอบ โดยไม่ได้บอกว่าเป็นคำตอบเพียงอย่างเดียว วลีนี้เป็นคำบอกระดับที่ช่วยให้ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับเรื่องซับซ้อนแม่นยำขึ้น เพราะยังเปิดโอกาสให้มีสาเหตุอื่นหรือข้อยกเว้นได้

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งบอกว่าปัจจัยหนึ่งสำคัญมาก แต่ไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียว ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. The result depends to a large extent on preparation.
  2. The result depends entirely on preparation.
  3. The result depends to some extent on preparation.
ดูคำตอบ

The result depends to a large extent on preparation.

Biodiversity is built out of three intertwined features: วลี

0:32

ความหลากหลายทางชีวภาพสร้างขึ้นจากลักษณะสามประการที่เกี่ยวพันกัน:

ecosystem diversity, species diversity, and genetic diversity.

0:35

ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลายของสายพันธุ์ และความหลากหลายทางพันธุกรรม

วลี

is built out of: บอกว่าสิ่งหนึ่งประกอบขึ้นจากอะไร

ในประโยคนี้ is built out of หมายถึง “ประกอบขึ้นจาก” โดยนำเสนอแนวคิดนามธรรม Biodiversity ว่าเป็นภาพรวมที่เกิดจากสามส่วนซึ่งเชื่อมโยงกันและระบุไว้หลังวลีนี้ ในโครงสร้าง A is built out of B ส่วน B คือวัสดุ องค์ประกอบ หรือส่วนย่อยที่รวมกันเป็น A คำว่า Built ทำให้เห็นภาพว่าส่วนต่าง ๆ ถูกนำมารวมเป็นหนึ่งเดียว จึงใช้ได้ทั้งกับสิ่งของและแนวคิดนามธรรม

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่ทำให้ built มีความหมายว่า “ประกอบขึ้นจาก”: The program is built ____ four short units.

ดูคำตอบ

out of

The more intertwining there is between these features, ไวยากรณ์

0:41

ยิ่งมีการเกี่ยวพันกันระหว่างลักษณะเหล่านี้มากเท่าไร

the denser and more resilient the weave becomes.

0:44

สายใยก็ยิ่งหนาแน่นและยืดหยุ่นมากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

The more ..., the denser ...: เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง

The more ..., the ... เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบจับคู่ อนุประโยคแรกระบุปริมาณหรือระดับที่เปลี่ยนไป ส่วนอนุประโยคที่สองระบุผลลัพธ์ที่เปลี่ยนตาม ในประโยคนี้ การเชื่อมโยงที่มากขึ้นสัมพันธ์กับโครงข่ายที่หนาแน่นและยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ละส่วนใช้ the ตามด้วยคำหรือวลีเปรียบเทียบ More สามารถขยายคำนามได้ เช่น more intertwining และส่วนผลลัพธ์สามารถมีคำเปรียบเทียบหลายคำเชื่อมกันได้ เช่น denser and more resilient โครงสร้างนี้ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่สัมพันธ์กันในประโยคเดียว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบจับคู่ให้สมบูรณ์: ____ you practice, ____ confident you become.

ดูคำตอบ

The more · the more

Take the Amazon rainforest, ลำดับความ

0:48

ลองดูตัวอย่างป่าฝนแอมะซอน

ลำดับความ

Take the Amazon rainforest: ใช้ Take + คำนาม เพื่อนำเสนอตัวอย่าง

ในที่นี้ Take + คำนาม หมายถึง “ใช้สิ่งนี้เป็นตัวอย่าง” ไม่ได้หมายถึง “หยิบสิ่งนั้นขึ้นมา” Take the Amazon rainforest เป็นการนำเสนอกรณีที่เป็นรูปธรรมซึ่งผู้พูดกำลังจะอธิบาย รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยเปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปไปสู่ตัวอย่างเฉพาะที่สนับสนุนหรืออธิบายแนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Take a school garden: it can turn science lessons into hands-on learning,” วลี Take a school garden ทำหน้าที่อะไร

  1. นำเสนอสวนของโรงเรียนเป็นตัวอย่าง
  2. สั่งให้ใครบางคนขนสวนของโรงเรียนออกไป
  3. แสดงว่าการอภิปรายสิ้นสุดแล้ว
ดูคำตอบ

นำเสนอสวนของโรงเรียนเป็นตัวอย่าง

one of the most biodiverse regions on Earth ไวยากรณ์

0:50

หนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก

due to its complex ecosystems, วลี

0:53

เนื่องจากระบบนิเวศที่ซับซ้อนของมัน

huge mix of species,

0:55

การผสมผสานของสายพันธุ์จำนวนมหาศาล

and the genetic variety within those species.

0:56

และความหลากหลายทางพันธุกรรมภายในสายพันธุ์เหล่านั้น

ไวยากรณ์

one of the most biodiverse regions on Earth: โครงสร้าง one of the most

โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้พหูพจน์ ใช้จัดให้สิ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มระดับบน ในที่นี้ ป่าฝนอเมซอนถูกจัดอยู่ในกลุ่มภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นภูมิภาคเดียวที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุด ต้องใช้ regions ในรูปพหูพจน์ เพราะ one เลือกหนึ่งภูมิภาคจากหลายภูมิภาค ส่วน On Earth บอกขอบเขตของการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้พหูพจน์ ได้ถูกต้อง

  1. The Ocean Museum is one of the most popular museums in the city.
  2. The Ocean Museum is the one of most popular museums in the city.
  3. The Ocean Museum is one of the most popular museum in the city.
ดูคำตอบ

The Ocean Museum is one of the most popular museums in the city.

วลี

due to + วลีคำนาม

ในประโยคนี้ due to ใช้บอกเหตุผลที่ภูมิภาคนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก มีความหมายเท่ากับ because of และเชื่อมคำบรรยายของภูมิภาคเข้ากับระบบนิเวศที่ซับซ้อน ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ และความหลากหลายทางพันธุกรรม รูปแบบทั่วไปคือ due to + วลีคำนาม ในที่นี้มีวลีคำนามสามส่วนเรียงต่อจาก due to ไม่ได้ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย due to: The museum closed early ____ a power outage.

ดูคำตอบ

due to

Here are tangled liana vines, วัฒนธรรม

0:59

ที่นี่มีเถาวัลย์พาดพันกัน

which crawl up from the forest floor to the canopy, วลี

1:01

ซึ่งเลื้อยจากพื้นป่าขึ้นไปจนถึงเรือนยอด

วลี

crawl up from ... to ...: การบอกเส้นทางขึ้นด้านบน

crawl up อธิบายการเคลื่อนที่หรือการเติบโตขึ้นด้านบนอย่างช้า ๆ ไปตามพื้นผิว เมื่อใช้กับเถาวัลย์ คำว่า crawl เป็นการเปรียบเทียบ ทำให้เห็นเส้นทางที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้น ไม่ใช่เพียงไปถึงจุดที่สูงกว่า from the forest floor to the canopy ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเส้นทาง รูปแบบคำกริยา + from A to B ใช้แสดงเส้นทางทั้งหมดได้ ส่วน up เพิ่มความหมายว่า B อยู่สูงกว่า A

แบบฝึกหัด

เติมเส้นทางด้วย from ... to ...: The caterpillar crawled up ____ the base of the tree ____ a high branch.

ดูคำตอบ

from · to

intertwining with treetops and growing thick wooden stems that support these towering trees.

1:05

พันเกี่ยวเข้ากับยอดไม้และเติบโตเป็นลำต้นไม้หนาที่ช่วยค้ำจุนต้นไม้สูงตระหง่านเหล่านี้

วัฒนธรรม

tangled liana vines: เถาวัลย์เนื้อไม้ที่พันกัน

Liana คือพืชเลื้อยเนื้อไม้ที่ยาวและพบได้ทั่วไปในป่าเขตร้อน พืชชนิดนี้หยั่งรากในดินและอาศัยต้นไม้เป็นที่ยึดเกาะเพื่อเติบโตขึ้นไปยังเรือนยอด แทนที่จะตั้งตรงได้ด้วยตัวเองเหมือนต้นไม้ Tangled บอกว่าเถาวัลย์เหล่านี้บิดพันและไขว้กัน วลี tangled liana vines จึงสร้างภาพของพืชเลื้อยเนื้อไม้จำนวนมากที่สอดประสานอยู่ทั่วป่า

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยายป่าฝน liana vines หมายถึงอะไร?

  1. เศษเปลือกไม้หลวม ๆ ที่ตกจากเรือนยอด
  2. พืชเลื้อยเนื้อไม้ที่เติบโตขึ้นไปและพันรอบต้นไม้
  3. พืชดอกขนาดเล็กที่เติบโตเฉพาะใต้น้ำ
ดูคำตอบ

พืชเลื้อยเนื้อไม้ที่เติบโตขึ้นไปและพันรอบต้นไม้

Helped along by the vines, ไวยากรณ์

1:11

ด้วยความช่วยเหลือจากเถาวัลย์

trees provide the seeds, fruits, and leaves to herbivores

1:13

ต้นไม้ให้เมล็ด ผลไม้ และใบแก่สัตว์กินพืช

ไวยากรณ์

Helped along by the vines: วลี past participle ที่วางไว้หน้าประโยคหลัก

Helped along by the vines เป็นวลี past participle ที่วางไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้ให้ข้อมูลพื้นหลังในรูปผู้ถูกกระทำ โดยสื่อว่า trees เป็นฝ่ายได้รับความช่วยเหลือจาก vines กริยาวลี help along หมายถึงช่วยให้คนหรือสิ่งหนึ่งก้าวหน้าต่อไป ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่อยู่ข้าง ๆ วลีนี้ไม่มีประธานที่ระบุไว้เอง จึงต้องเข้าใจประธานจากประโยคหลัก ที่นี่วลีนี้ขยาย trees และประโยคหลักที่สมบูรณ์เริ่มจาก trees provide หากเขียนเต็มจะเป็น: Because trees are helped along by the vines, they provide seeds, fruits, and leaves to herbivores.

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Helped along by an experienced guide, the hikers reached the campsite. ใครคือผู้ที่เข้าใจว่าได้รับความช่วยเหลือ?

  1. an experienced guide
  2. the campsite
  3. the hikers
ดูคำตอบ

the hikers

such as the tapir and the agouti, ลำดับความ

1:16

เช่น สมเสร็จ และ อะกูติ

which disperse their seeds throughout the forest so they can grow. การใช้คำ

1:19

ซึ่งกระจายเมล็ดพันธุ์ของพวกมันไปทั่วป่าเพื่อให้มันเติบโต

ลำดับความ

such as the tapir and the agouti: การยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง

such as ใช้แนะนำสมาชิกที่เฉพาะเจาะจงของหมวดหมู่กว้าง ๆ อย่าง herbivores ในประโยคนี้ the tapir and the agouti เป็นตัวอย่างที่ทำให้หมวดหมู่ทั่วไปชัดเจนขึ้น วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลจากกลุ่มทั่วไปไปสู่ตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง แต่ไม่ได้หมายความว่าสัตว์สองชนิดนี้เป็นสัตว์กินพืชทั้งหมดที่มีอยู่

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้แนะนำตัวอย่าง: Many nocturnal animals, ____ owls and bats, are active after sunset.

ดูคำตอบ

such as

การใช้คำ

which disperse their seeds: การกระจายเมล็ดพืช

disperse their seeds หมายถึงการนำหรือกระจายเมล็ดพืชออกจากจุดเดิมไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในคำอธิบายด้านนิเวศวิทยา disperse เน้นการทำให้เมล็ดกระจายไปทั่วพื้นที่ which ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ the tapir and the agouti โดยสัตว์เหล่านี้เป็นผู้กระจายเมล็ด จากบริบทก่อนหน้า their seeds หมายถึงเมล็ดของต้นไม้ ไม่ใช่เมล็ดที่สัตว์เหล่านี้สร้างขึ้นเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค Birds disperse seeds after eating berries คำว่า disperse seeds หมายถึงอะไร?

  1. เก็บเมล็ดทั้งหมดไว้ในที่เดียว
  2. ทำลายเมล็ดก่อนที่จะเติบโตได้
  3. นำหรือกระจายเมล็ดไปยังสถานที่ต่าง ๆ
ดูคำตอบ

นำหรือกระจายเมล็ดไปยังสถานที่ต่าง ๆ

Leftovers are consumed by the millions of insects that decompose and recycle nutrients to create rich soil. การใช้คำ

1:23

เศษที่เหลือจะถูกแมลงนับล้านตัวบริโภค ซึ่งทำหน้าที่ย่อยสลายและรีไซเคิลสารอาหารเพื่อสร้างดินที่อุดมสมบูรณ์

การใช้คำ

that decompose and recycle nutrients: ที่ย่อยสลายและหมุนเวียนธาตุอาหาร

คำกริยา decompose หมายถึงการย่อยสลายอินทรียวัตถุที่ตายแล้วหรือเหลืออยู่ให้เป็นสารที่เรียบง่ายขึ้น ส่วน recycle nutrients หมายถึงการนำธาตุอาหารที่มีประโยชน์ในสิ่งเหล่านั้นกลับคืนสู่ระบบนิเวศเพื่อให้ใช้ได้อีกครั้ง คำกริยาสองคำที่เชื่อมกันนี้อธิบายลำดับกระบวนการในวัฏจักรทางนิเวศ ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน อนุประโยคขยาย that decompose and recycle nutrients บอกว่าแมลงเหล่านั้นทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมกระบวนการทางนิเวศด้วยคำกริยาเป้าหมาย: Soil organisms ____ dead leaves and ____ nutrients for new plant growth.

ดูคำตอบ

decompose · recycle

The rainforest is a huge system filled with many smaller systems like this,

1:30

ป่าฝนเป็นระบบขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยระบบที่เล็กกว่ามากมายเช่นนี้

each packed with interconnected species. วลี

1:34

แต่ละระบบอัดแน่นไปด้วยสายพันธุ์ที่เชื่อมโยงกัน

วลี

each packed with interconnected species: แต่ละระบบเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์ที่เชื่อมโยงกัน

packed with หมายถึงมีสิ่งต่าง ๆ จำนวนมากอยู่ในพื้นที่หรือระบบที่จำกัด ในที่นี้ interconnected species คือสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์ที่เชื่อมโยงกันผ่านความสัมพันธ์ทางนิเวศ เช่น การกินเป็นอาหาร การใช้ถิ่นอาศัยร่วมกัน หรือการผสมเกสร each ย้อนกลับไปหมายถึง many smaller systems โครงสร้างสั้น ๆ หลังเครื่องหมายจุลภาคแบบ each + วลีคำกริยาช่องที่สาม ใช้เพิ่มรายละเอียดเดียวกันให้สมาชิกทุกหน่วย นั่นคือระบบย่อยทุกระบบเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีอยู่จำนวนมาก”: The travel guide has six chapters, each ____ useful maps.

ดูคำตอบ

packed with

Every link provides stability to the next, สำนวน

1:37

ทุกๆ ห่วงโซ่ให้ความมั่นคงแก่ห่วงโซ่ถัดไป

strengthening biodiversity's weave.

1:40

เสริมสร้างสายใยของความหลากหลายทางชีวภาพให้แข็งแกร่งขึ้น

สำนวน

Every link provides stability to the next: อุปมาโซ่ที่สื่อถึงการพึ่งพากัน

ในประโยคนี้ link ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยแทนสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งหรือความสัมพันธ์ทางนิเวศว่าเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกันในโซ่ ไม่ได้หมายถึงลิงก์เว็บหรือชิ้นโลหะ Every link provides stability to the next หมายถึงส่วนที่เชื่อมต่อกันแต่ละส่วนช่วยพยุงอีกส่วนหนึ่ง ภาพของโซ่นี้นำไปสู่ภาพที่กว้างขึ้นว่าความหลากหลายทางชีวภาพเป็นระบบที่ถักทอเข้าด้วยกัน ความแข็งแรงเกิดจากแต่ละส่วนพึ่งพาและเกื้อหนุนกัน

แบบฝึกหัด

Every link provides stability to the next ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. สิ่งมีชีวิตทุกชนิดเป็นห่วงโลหะในโซ่จริง ๆ
  2. สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมั่นคงได้ด้วยการแยกตัวจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นทั้งหมด
  3. ส่วนที่เชื่อมต่อกันแต่ละส่วนช่วยพยุงอีกส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ
ดูคำตอบ

ส่วนที่เชื่อมต่อกันแต่ละส่วนช่วยพยุงอีกส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ

That weave is further reinforced by the genetic diversity within individual species, วลี

1:43

สายใยนั้นถูกเสริมความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยความหลากหลายทางพันธุกรรมภายในสิ่งมีชีวิตแต่ละสายพันธุ์

which allows them to cope with changes. วลี

1:48

ซึ่งช่วยให้พวกมันรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้

วลี

is further reinforced by: การเสริมแรงเพิ่มเติมในรูปกรรมวาจก

โครงสร้าง A is further reinforced by B หมายถึง B เพิ่มความแข็งแรงหรือแรงสนับสนุนให้ A คำว่า further แสดงว่า A มีแรงสนับสนุนอยู่แล้ว และ B เพิ่มเข้ามาอีกชั้นหนึ่ง นี่เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดย A ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกเสริมความแข็งแรงจะอยู่ก่อน ส่วนแหล่งของแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจะตามหลัง by ในประโยคนี้ สายใยของความหลากหลายทางชีวภาพแข็งแรงขึ้นด้วยความหลากหลายทางพันธุกรรมภายในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ is further reinforced by: The conclusion ____ two independent studies.

ดูคำตอบ

is further reinforced by

วลี

cope with changes: cope with + สถานการณ์ที่ยาก

ใน cope with changes คำว่า cope หมายถึงการจัดการกับสถานการณ์หรือยังคงดำเนินต่อไปได้เมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นยาก ไม่ได้หมายความว่าปัญหาหายไป คำว่า cope ไม่รับสิ่งที่ต้องรับมือเป็นกรรมตรง ให้ใช้โครงสร้าง cope with + กลุ่มคำนาม เช่น cope with changes, cope with stress หรือ cope with a new situation

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย cope และคำบุพบทที่ต้องใช้: A quiet place helps Mia ____ noisy afternoons.

ดูคำตอบ

cope with

Species that lack genetic diversity due to isolation or low population numbers การใช้คำ

1:51

สายพันธุ์ที่ขาดความหลากหลายทางพันธุกรรมเนื่องจากการโดดเดี่ยวหรือมีจำนวนประชากรน้อย

are much more vulnerable to fluctuations caused by climate change, วลี

1:55

จะอ่อนแอกว่ามากต่อความผันผวนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

disease, or habitat fragmentation.

1:59

โรคระบาด หรือการแตกแยกของถิ่นที่อยู่อาศัย

การใช้คำ

Species that lack genetic diversity: lack + คำนาม

Species that lack genetic diversity หมายถึง “สปีชีส์ที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมไม่เพียงพอ” อนุประโยคสัมพันธ์ that lack genetic diversity ระบุว่ากำลังกล่าวถึงสปีชีส์ใด ในที่นี้ lack เป็นคำกริยาสกรรม ดังนั้น genetic diversity จึงเป็นกรรมตรง: lack genetic diversity ไม่ต้องเติม of หลังคำกริยา หากใช้ lack เป็นคำนาม จะอยู่ในโครงสร้างที่ต่างออกไป เช่น a lack of genetic diversity

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lack เป็นคำกริยาได้ถูกต้อง

  1. Plants that lack of water may stop growing.
  2. Plants that lack water may stop growing.
  3. Plants that are lack water may stop growing.
ดูคำตอบ

Plants that lack water may stop growing.

วลี

much more vulnerable to fluctuations: เปราะบางต่อความผันผวนมากกว่ามาก

ในโครงสร้าง be vulnerable to + คำนาม คำว่า vulnerable หมายถึงมีแนวโน้มที่จะได้รับอันตรายหรือได้รับผลกระทบอย่างมากจากสิ่งนั้น ในที่นี้ fluctuations หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะต่าง ๆ และวลีนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเป็นอันตรายต่อชนิดพันธุ์ที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมต่ำมากกว่า more vulnerable เป็นรูปเปรียบเทียบขั้นกว่า ส่วน much วางหน้ารูปเปรียบเทียบเพื่อบอกว่าความแตกต่างมีมาก ดังนั้น much more vulnerable จึงแสดงระดับความเปราะบางที่สูงกว่า more vulnerable เพียงอย่างเดียวมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: Compared with large chains, independent shops are ____ sudden price increases.

ดูคำตอบ

much more vulnerable to

Whenever a species disappears because of its weakened gene pool, วัฒนธรรม

2:02

เมื่อใดก็ตามที่สายพันธุ์หนึ่งหายไปเนื่องจากกลุ่มยีนที่อ่อนแอลง

a knot is untied and parts of the net disintegrate. สำนวน

2:06

ปมหนึ่งปมจะถูกแก้ออก และบางส่วนของตาข่ายจะแตกสลาย

วัฒนธรรม

weakened gene pool: กลุ่มยีนที่อ่อนแอลง

gene pool คือกลุ่มรวมของยีนทั้งหมดและรูปแบบต่าง ๆ ของยีนเหล่านั้นในประชากรที่สมาชิกสามารถสืบพันธุ์กันได้ ไม่ใช่สระน้ำหรือสถานที่เก็บยีนจริง ๆ ในประโยคนี้ weakened gene pool หมายถึงชนิดพันธุ์นั้นมีความแปรผันทางพันธุกรรมน้อยเกินไป เมื่อมีรูปแบบยีนน้อยลง ประชากรก็มีโอกาสน้อยลงที่จะมีลักษณะที่ช่วยให้สมาชิกบางตัวรอดจากโรคหรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม

แบบฝึกหัด

gene pool หมายถึงอะไรในบริบททางชีววิทยานี้

  1. สถานที่จริงที่ใช้เก็บตัวอย่าง DNA
  2. DNA ทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งตัว
  3. ยีนและความแปรผันทางพันธุกรรมทั้งหมดในประชากรที่สืบพันธุ์กันได้
ดูคำตอบ

ยีนและความแปรผันทางพันธุกรรมทั้งหมดในประชากรที่สืบพันธุ์กันได้

สำนวน

a knot is untied ... parts of the net disintegrate ในฐานะอุปมาของระบบ

คำว่า knot และ net ไม่ได้หมายถึงปมเชือกหรือตาข่ายจริง ๆ ประโยคนี้สานต่ออุปมาที่มองระบบนิเวศเป็นตาข่าย และสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดช่วยยึดโยงความสัมพันธ์ต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน เมื่อสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งหายไป a knot is untied หมายถึงความเชื่อมโยงหนึ่งจุดสูญหายไป ส่วน parts of the net disintegrate หมายถึงความเสียหายอาจลามไปยังส่วนที่เชื่อมต่อกันในระบบนิเวศ ภาพนี้ช่วยให้มองเห็นความเสี่ยงต่อทั้งระบบได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่าระบบนิเวศทั้งหมดจะหายไปทันที

แบบฝึกหัด

ภาพ “a knot is untied and parts of the net disintegrate” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. มีคนกำลังแก้ตาข่ายเชือกจริง ๆ อยู่ในป่าฝน
  2. การสูญเสียสิ่งมีชีวิตหนึ่งชนิดอาจทำให้ส่วนที่เชื่อมโยงกันของระบบนิเวศอ่อนแอลง
  3. สิ่งมีชีวิตทุกชนิดหายไปในเวลาเดียวกันพอดี
ดูคำตอบ

การสูญเสียสิ่งมีชีวิตหนึ่งชนิดอาจทำให้ส่วนที่เชื่อมโยงกันของระบบนิเวศอ่อนแอลง

So, what if we were to remove one species from the rainforest? ไวยากรณ์

2:10

แล้วถ้าเราดึงสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์หนึ่งออกจากป่าฝนล่ะ?

ไวยากรณ์

What if we were to remove ...? เพื่อเสนอเหตุการณ์สมมติ

What if ...? ใช้เสนอเหตุการณ์ที่จินตนาการขึ้นและถามถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ใน we were to remove โครงสร้าง were to + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอการนำออกเป็นความเป็นไปได้ที่ตั้งใจสมมติขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What if + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน ...? มักใช้ตั้งการทดลองทางความคิดก่อนที่ผู้พูดจะสำรวจผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่หายไปเพื่อทำให้รูปแบบสมมติที่ค่อนข้างเป็นทางการสมบูรณ์: What if we ____ change one rule?

ดูคำตอบ

were to

Would the system fall apart? กริยาวลี

2:14

ระบบจะล่มสลายหรือไม่?

กริยาวลี

fall apart: ระบบสูญเสียความเป็นปึกแผ่น

fall apart หมายถึงการสูญเสียโครงสร้างหรือความเชื่อมโยงที่ทำให้สิ่งหนึ่งทำงานเป็นภาพรวมได้ เมื่อใช้กับ system จะเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยถามว่าระบบจะไม่มั่นคงหรือล่มสลายหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงการตกลงมาจริง ๆ กริยาวลีนี้ยังใช้กับแผนงาน ทีม ความสัมพันธ์ และองค์กรได้ เมื่อส่วนต่าง ๆ ไม่สามารถยึดโยงกันเป็นภาพรวมต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After two sponsors withdrew, the festival plan fell apart,” เกิดอะไรขึ้น

  1. แผนนั้นมีรายละเอียดมากขึ้น
  2. แผนนั้นไม่สามารถยึดโยงเป็นภาพรวมหรือดำเนินต่อได้อีก
  3. แผนนั้นถูกย้ายไปยังที่ที่ต่ำกว่า
ดูคำตอบ

แผนนั้นไม่สามารถยึดโยงเป็นภาพรวมหรือดำเนินต่อได้อีก

Probably not.

2:16

อาจจะไม่

The volume of species, their genetic diversity,

2:18

ปริมาณของสายพันธุ์ ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพวกมัน

and the complexity of the ecosystems

2:20

และความซับซ้อนของระบบนิเวศ

form such rich biodiversity in this forest ไวยากรณ์

2:23

ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ในป่าแห่งนี้

that one species gap in the weave won't cause it to unravel.

2:26

จนทำให้ช่องว่างของสายพันธุ์เดียวในสายใยจะไม่ทำให้มันคลายตัว

ไวยากรณ์

such rich biodiversity ... that ...: ระดับและผลลัพธ์

ส่วนที่เน้นใช้โครงสร้าง such + คำคุณศัพท์ + นามวลี + that + อนุประโยคแสดงผล such rich biodiversity in this forest แสดงว่าความหลากหลายทางชีวภาพมีระดับสูงมาก และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่ตามมา คือช่องว่างจากการขาดไปหนึ่งชนิดพันธุ์จะไม่ทำให้โครงข่ายนิเวศคลายออก such ขยายคำนามวลี rich biodiversity จากนั้น that นำหน้าอนุประโยคแสดงผลที่สมบูรณ์ ผลลัพธ์อาจเป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธก็ได้ ดังนั้น won't cause it to unravel จึงยังอยู่ในรูปแบบนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย such และ that: The library has ____ a wide selection of books ____ every child can find something interesting.

ดูคำตอบ

such · that

The forest can stay resilient and recover from change, วลี

2:30

ป่าสามารถคงความยืดหยุ่นและฟื้นตัวจากการเปลี่ยนแปลงได้

วลี

can stay resilient and recover from change: คงความยืดหยุ่นและฟื้นตัวจากการเปลี่ยนแปลง

หลัง can มีวลีกริยาสองวลีที่วางขนานกัน คือ stay resilient และ recover from change ในโครงสร้าง stay + คำคุณศัพท์ คำว่า stay หมายถึง “ยังคงอยู่ในสภาพนั้น” ดังนั้น stay resilient จึงหมายถึงยังคงมีความสามารถในการรับมือแรงกดดันหรือความเปลี่ยนแปลง ใน recover from สิ่งที่ตามหลัง from คือความยากลำบากหรือความเปลี่ยนแปลงที่กำลังฟื้นตัวจากมัน เมื่อใช้สองวลีนี้ร่วมกัน จึงหมายความว่าป่าสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงและกลับมามีสุขภาวะหรือทำงานได้ตามปกติในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าระบบสามารถรับมือเหตุรุนแรงและกลับสู่ภาวะปกติได้ในภายหลัง

  1. Good backups help the network stay resilience and recover a failure.
  2. Good backups help the network stay resilient and recover from a failure.
  3. Good backups help the network stay resilient and recover of a failure.
ดูคำตอบ

Good backups help the network stay resilient and recover from a failure.

but that's not true in every case. ลำดับความ

2:34

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องจริงในทุกกรณี

ลำดับความ

but that's not true in every case: จากข้อความทั่วไปไปสู่ข้อยกเว้น

But ใช้เพิ่มข้อจำกัดให้กับข้อความก่อนหน้า ส่วน that อ้างถึงแนวคิดทั้งหมดที่ว่าป่าสามารถคงความยืดหยุ่นและฟื้นตัวได้ และ not true in every case บอกว่าข้อความนั้นมีข้อยกเว้น รูปแบบนี้จัดข้อมูลโดยเริ่มจากข้อความทั่วไปแล้วตามด้วยข้อจำกัด ไม่ได้หมายความว่าข้อความก่อนหน้าผิดเสมอ แต่หมายความว่าไม่สามารถนำไปใช้กับทุกสถานการณ์ได้

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความนี้: Solar panels reduce bills for many homes, but that's not true in every case. อนุประโยคหลังทำหน้าที่อะไร

  1. จำกัดข้อความทั่วไปโดยชี้ให้เห็นข้อยกเว้น
  2. บอกว่าข้อความแรกผิดในทุกสถานการณ์
  3. เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

จำกัดข้อความทั่วไปโดยชี้ให้เห็นข้อยกเว้น

In some environments,

2:36

ในบางสภาพแวดล้อม

taking away just one important component can undermine the entire system. ไวยากรณ์

2:37

การนำส่วนประกอบสำคัญเพียงชิ้นเดียวออกไปอาจบ่อนทำลายทั้งระบบได้

ไวยากรณ์

taking away ... can undermine ...: วลี gerund ทำหน้าที่เป็นประธาน

Taking away just one important component เป็นวลี gerund รูป -ing ทำให้การกระทำถูกมองเป็นเรื่องหรือแนวคิดที่จะนำมาพูดถึง และทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของ can undermine เมื่อวลี gerund ทำหน้าที่เป็นประธาน ปกติจะนับเป็นเอกพจน์ เมื่อใช้กริยาช่วยอย่าง can กริยาที่ตามมาจะคงรูปพื้นฐานไว้ จึงใช้ can undermine ไม่ใช่ can undermines

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธานได้ถูกต้อง

  1. Removing one safety check can put the whole process at risk.
  2. The removed safety check was important.
  3. They are removing one safety check from the process.
ดูคำตอบ

Removing one safety check can put the whole process at risk.

Take coral reefs, for instance.

2:42

ยกตัวอย่างเช่นแนวปะการัง

Many organisms in a reef are dependent on the coral. วลี

2:44

สิ่งมีชีวิตจำนวนมากในแนวปะการังพึ่งพาปะการัง

วลี

are dependent on the coral: โครงสร้าง be dependent on

Be dependent on หมายถึงต้องการหรือพึ่งพาคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง dependent เป็นคำคุณศัพท์ จึงต้องมีรูปของ be อยู่ข้างหน้า และใช้ on นำหน้าคนหรือสิ่งที่เป็นที่พึ่ง ในตัวอย่าง are สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ Many organisms ส่วน the coral คือสิ่งที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นพึ่งพา

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: The alarm system is dependent ____ a steady power supply.

ดูคำตอบ

on

It provides key microhabitats,

2:48

มันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยขนาดเล็กที่สำคัญ

shelter, and breeding grounds for thousands of species of fish, การใช้คำ

2:50

แหล่งหลบภัย และแหล่งเพาะพันธุ์สำหรับปลาหลายพันสายพันธุ์

crustaceans, and mollusks.

2:54

สัตว์พวกครัสเตเชียน และมอลลัสกา

การใช้คำ

breeding grounds: สถานที่ที่สัตว์สืบพันธุ์

Breeding grounds คือสถานที่ที่สัตว์ผสมพันธุ์ วางไข่ ออกลูก หรือเลี้ยงลูกอ่อน ในที่นี้ grounds หมายถึงพื้นที่ที่ใช้ทำกิจกรรมหนึ่ง ๆ ไม่ได้หมายถึง “เหตุผล” หรือเพียงแค่ “พื้นดิน” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุแหล่งอาศัยประเภทหนึ่งที่สภาพแวดล้อมซึ่งกำลังกล่าวถึงจัดหาให้ ใช้ breeding ground เมื่อเป็นพื้นที่เดียว และใช้ breeding grounds เมื่อเป็นหลายพื้นที่หรือหลายประเภทของแหล่งสืบพันธุ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สถานที่ที่สัตว์สืบพันธุ์”: Seasonal ponds provide ____ for many frogs.

ดูคำตอบ

breeding grounds

Corals also form interdependent relationships with fungi and bacteria. วลี

2:56

ปะการังยังสร้างความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันกับเชื้อราและแบคทีเรียด้วย

วลี

form interdependent relationships with: สร้างความสัมพันธ์แบบพึ่งพาซึ่งกันและกัน

Form relationships with หมายถึงพัฒนาหรือสร้างความเชื่อมโยงกับอีกฝ่าย โดย form เป็นคำกริยา relationships เป็นกรรม และ with ใช้นำหน้าผู้มีส่วนร่วมฝ่ายอื่นในความสัมพันธ์ Interdependent หมายถึงแต่ละฝ่ายพึ่งพากัน ไม่ใช่มีเพียงฝ่ายเดียวที่พึ่งพาอีกฝ่าย ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงว่าปะการัง เชื้อรา และแบคทีเรียเชื่อมโยงกันผ่านความสัมพันธ์ที่พึ่งพาซึ่งกันและกัน

แบบฝึกหัด

ใน “Small farms form interdependent relationships with local markets,” คำว่า interdependent หมายถึงอะไร?

  1. แต่ละฝ่ายพึ่งพาอีกฝ่ายหนึ่ง
  2. ฟาร์มและตลาดแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง
  3. มีเพียงฟาร์มเท่านั้นที่พึ่งพาตลาด
ดูคำตอบ

แต่ละฝ่ายพึ่งพาอีกฝ่ายหนึ่ง

The coral itself is a loom สำนวน

3:01

ตัวปะการังเองก็เป็นเสมือนกี่ทอผ้า

that allows the tangled net of biodiversity to be woven.

3:03

ที่ช่วยให้ตาข่ายแห่งความหลากหลายทางชีวภาพที่พันกันยุ่งเหยิงถูกถักทอขึ้นมาได้

สำนวน

coral itself is a loom ... biodiversity to be woven: ภาพเปรียบเทียบเครื่องทอและการถักทอ

ในที่นี้ loom เป็นคำนามที่หมายถึง “เครื่องทอ” การเรียกปะการังว่า loom แสดงภาพว่าปะการังเป็นโครงสร้างที่ช่วยให้ส่วนต่าง ๆ ซึ่งแยกจากกันรวมเป็นระบบเดียวที่เชื่อมโยงกันได้ คำว่า net และ be woven สานต่อภาพเปรียบเทียบเรื่องการทอ โดยมองความหลากหลายทางชีวภาพเป็นสายใยที่ถักทอจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต ประเด็นสำคัญคือปะการังช่วยให้ความสัมพันธ์เหล่านี้ก่อตัวและเชื่อมโยงกัน ไม่ได้หมายความว่าปะการังทอสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ภาพเปรียบเทียบ loom ในตัวอย่างสื่อถึงอะไร?

  1. ปะการังทำอวนจับปลาให้สัตว์อื่นจริง ๆ
  2. ปะการังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตจำนวนมากรวมเป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน
  3. ปะการังคุกคามสัตว์ที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ

ปะการังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตจำนวนมากรวมเป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน

That makes coral a keystone organism, วัฒนธรรม

3:07

นั่นทำให้ปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์หลัก

one that many others depend on for their suvival. วลี

3:09

ซึ่งสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมากมายต้องพึ่งพาเพื่อการอยู่รอด

วัฒนธรรม

keystone organism: สิ่งมีชีวิตสำคัญที่ค้ำจุนระบบนิเวศ

keystone organism คือสิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างหรือความมั่นคงของระบบนิเวศ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตัวใหญ่ที่สุดหรือมีจำนวนมากที่สุด keystone เดิมหมายถึงก้อนหินตรงกลางที่ช่วยยึดส่วนโค้งให้มั่นคง จากนั้นประโยคอธิบายภาพเปรียบเทียบทางนิเวศด้วย one that many others depend on กล่าวคือ ปะการังช่วยคงสภาพแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตอื่นอีกมากต้องการ

แบบฝึกหัด

ในบทความนิเวศวิทยา keystone organism หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญเป็นพิเศษในการรักษาความมั่นคงของระบบนิเวศ
  2. สิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายแข็งเหมือนหิน
  3. สิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมากที่สุดในระบบนิเวศ
ดูคำตอบ

สิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญเป็นพิเศษในการรักษาความมั่นคงของระบบนิเวศ

วลี

depend on ... for ...: สิ่งที่พึ่งพาและสิ่งที่ต้องการ

โครงสร้าง depend on someone or something for something ระบุทั้งแหล่งที่พึ่งพาและสิ่งที่ต้องการ โดย on นำหน้าบุคคลหรือสิ่งที่พึ่งพา ส่วน for นำหน้าความต้องการหรือจุดประสงค์ที่ต้องใช้สิ่งนั้น ในที่นี้ that ย้อนกลับไปหมายถึง one และทำหน้าที่เป็นกรรมที่เข้าใจได้ว่าตามหลัง on กล่าวคือ many others depend on that ส่วน For their survival อธิบายว่าทำไมพวกมันจึงต้องพึ่งสิ่งนั้น คำว่า suvival ในประโยคนี้ตั้งใจให้หมายถึง survival หรือการมีชีวิตอยู่ต่อไป

แบบฝึกหัด

ใช้ depend on ... for ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: Many animals depend ____ trees ____ food and shelter.

ดูคำตอบ

on · for

So, what happens when destructive fishing practices, วัฒนธรรม

3:13

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวิธีการทำประมงแบบทำลายล้าง

pollution, and ocean acidification weaken coral

3:15

มลพิษ และภาวะมหาสมุทรเป็นกรดทำให้ปะการังอ่อนแอลง

or even kill it altogether?

3:19

หรือแม้กระทั่งฆ่ามันจนหมด?

วัฒนธรรม

destructive fishing practices ... ocean acidification: ภัยคุกคามต่อปะการัง

destructive fishing practices หมายถึงวิธีหรือแนวปฏิบัติในการจับปลาที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตหรือถิ่นอาศัยในทะเล เช่น การทำลายพื้นทะเลหรือจับสัตว์มากเกินไป ในที่นี้ practices หมายถึง “วิธีการทำสิ่งหนึ่ง” ไม่ใช่การฝึกซ้อม ocean acidification คือการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของน้ำทะเลอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อมหาสมุทรดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และค่า pH ลดลง ทำให้ปะการังสร้างและรักษาโครงกระดูกได้ยากขึ้น ในคำถามนี้ ปัจจัยทั้งสองอย่างรวมกับมลพิษเป็นสาเหตุจริงที่อาจทำให้ปะการังอ่อนแอหรือตายได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายทั้ง destructive fishing practices และ ocean acidification ได้ถูกต้อง

  1. การฝึกอบรมสำหรับชาวประมง; การเพิ่มขึ้นของเกลือในมหาสมุทรจากการระเหย
  2. กฎที่คุ้มครองประชากรปลา; มลพิษที่เกิดจากกรดรั่วไหลเท่านั้น
  3. วิธีทำประมงที่ทำลายระบบนิเวศทางทะเล; การที่ค่า pH ของมหาสมุทรลดลงเมื่อน้ำทะเลดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
ดูคำตอบ

วิธีทำประมงที่ทำลายระบบนิเวศทางทะเล; การที่ค่า pH ของมหาสมุทรลดลงเมื่อน้ำทะเลดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์

Exactly what you might think. ลำดับความ

3:21

ตรงกับที่คุณอาจกำลังคิดนั่นแหละ

ลำดับความ

Exactly what you might think ในฐานะคำตอบสั้น ๆ

Exactly what you might think. เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่ละคำบางคำไว้ ความหมายเต็มคือ “The result is exactly what you might think” ซึ่งบอกว่าผลลัพธ์ตรงกับสิ่งที่ผู้ฟังน่าจะคาดไว้ ประโยคนี้เชื่อมกลับไปยังคำถามหรือการเกริ่นก่อนหน้า แทนที่จะบอกผลลัพธ์ทันที จึงช่วยปิดคำถาม ยืนยันคำตอบที่คาดไว้ และทำให้คำอธิบายดำเนินต่อไปด้วยจังหวะแบบบทสนทนา

แบบฝึกหัด

Exactly what you might think. มีหน้าที่หลักอะไรในคำอธิบายนี้?

  1. บอกว่าผลลัพธ์ไม่สามารถคาดเดาได้
  2. เสนอคำจำกัดความใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ยืนยันว่าผลลัพธ์ตรงกับสิ่งที่ผู้ฟังน่าจะคาดไว้
ดูคำตอบ

ยืนยันว่าผลลัพธ์ตรงกับสิ่งที่ผู้ฟังน่าจะคาดไว้

The loss of this keystone species leaves its dependents at a loss, too, สำนวน

3:23

การสูญเสียสายพันธุ์หลักนี้ทำให้สิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพามันสูญเสียตามไปด้วย

threatening the entire fabric of the reef. สำนวน

3:28

เป็นการคุกคามโครงสร้างทั้งหมดของแนวปะการัง

สำนวน

The loss ... leaves its dependents at a loss: การใช้ loss สองแบบ

ใน leave its dependents at a loss คำว่า leave หมายถึง “ทำให้คงอยู่ในสภาวะหนึ่ง” ส่วน at a loss หมายถึงรับมือไม่ได้หรือไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร its dependents คือสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพาสิ่งมีชีวิตชนิดหลักนี้ ดังนั้นส่วนนี้จึงบอกว่าการหายไปของมันทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นตกอยู่ในความลำบาก ประโยคนี้วาง The loss คู่กับ at a loss โดย loss แรกหมายถึงการหายไปของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น ส่วน loss หลังเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว การใช้ loss ซ้ำสร้างการเล่นคำและทำให้เห็นผลกระทบเป็นลูกโซ่ได้ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากตัวอย่างที่หมายถึง “ตัดสินใจไม่ได้ว่าควรทำอย่างไร”: The sudden schedule change left the whole team ____.

ดูคำตอบ

at a loss

สำนวน

threatening the entire fabric of the reef: อุปลักษณ์ที่เปรียบระบบนิเวศเป็นผืนผ้า

ในที่นี้ fabric ไม่ได้หมายถึงผ้าจริง ๆ แต่เป็นอุปลักษณ์ที่สื่อถึงสิ่งมีชีวิตหลายชนิดและความสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่ถักทอเข้าด้วยกันเป็นระบบนิเวศแนวปะการังหนึ่งเดียว threatening the entire fabric of the reef หมายถึงการทำให้ระบบที่เชื่อมโยงกันทั้งหมดนี้ตกอยู่ในความเสี่ยง ไม่ใช่แค่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตชนิดเดียว อุปลักษณ์นี้ช่วยให้เข้าใจระบบที่ซับซ้อนว่าเป็นองค์รวมซึ่งแต่ละส่วนเกื้อหนุนกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the entire fabric of the reef หมายถึงอะไร

  1. ผ้าจริง ๆ ผืนหนึ่งที่คลุมแนวปะการัง
  2. ระบบนิเวศแนวปะการังในฐานะองค์รวมที่เชื่อมโยงกัน
  3. เฉพาะรูปร่างและสีที่มองเห็นได้ของแนวปะการัง
ดูคำตอบ

ระบบนิเวศแนวปะการังในฐานะองค์รวมที่เชื่อมโยงกัน

Ecosystem, species, and genetic diversity

3:31

ระบบนิเวศ สายพันธุ์ และความหลากหลายทางพันธุกรรม

together form the complex tangled weave of biodiversity

3:34

รวมกันเป็นสายใยที่พันกันซับซ้อนของความหลากหลายทางชีวภาพ

that is vital for the survival of organisms on Earth. วลี

3:37

ซึ่งมีความสำคัญต่อความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตบนโลก

วลี

that is vital for the survival of organisms on Earth: vital for หมายถึง “จำเป็นอย่างยิ่งต่อ...”

ในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ that อ้างถึง biodiversity และ is vital for หมายถึง “จำเป็นอย่างยิ่งต่อ...” อนุประโยคนี้อธิบายว่าเหตุใดความหลากหลายทางชีวภาพจึงสำคัญ เพราะสิ่งมีชีวิตบนโลกต้องพึ่งพามันเพื่อความอยู่รอด ใช้ be vital for + คำนามหรือรูป -ing เพื่อระบุผลลัพธ์หรือกิจกรรมที่จำเป็นต้องพึ่งสิ่งที่เป็นประธาน vital สื่อถึงความจำเป็นที่หนักแน่นกว่าการใช้ important เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย vital และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Clean water is ____ human survival.

ดูคำตอบ

vital for

We humans are woven into this biodiversity, too. สำนวน

3:41

มนุษย์เราก็ถูกถักทอรวมอยู่ในความหลากหลายทางชีวภาพนี้ด้วยเช่นกัน

สำนวน

มนุษย์เราก็ถักทออยู่ในสายใยของความหลากหลายทางชีวภาพนี้ด้วย

Be woven into ตามความหมายตรงตัวใช้บอกว่าเส้นด้ายถูกทอจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนผ้า ในประโยคนี้เป็นอุปลักษณ์ว่า มนุษย์อยู่ในสายใยแห่งชีวิตที่เชื่อมโยงกันซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพเป็นตัวแทน ไม่ได้อยู่นอกสายใยนั้น We humans ระบุชัดว่ากลุ่มที่พูดถึงคือ «พวกเราที่เป็นมนุษย์» ส่วน too ที่อยู่ท้ายประโยคเพิ่มมนุษย์เข้าไปในกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่กล่าวถึงก่อนหน้า การเลือกคำนี้ดึงความสนใจกลับมาที่มนุษย์และเน้นว่าสิ่งที่เกิดกับความหลากหลายทางชีวภาพก็เกี่ยวข้องกับเราด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้เน้นใจความสำคัญข้อใด?

  1. มนุษย์ก็อยู่ในสายใยแห่งชีวิตที่เชื่อมโยงกันด้วย
  2. มนุษย์สามารถนำความหลากหลายทางชีวภาพมาทอเป็นผืนผ้าได้จริง
  3. มนุษย์เฝ้ามองความหลากหลายทางชีวภาพจากภายนอก
ดูคำตอบ

มนุษย์ก็อยู่ในสายใยแห่งชีวิตที่เชื่อมโยงกันด้วย

When just a few strands are lost, สำนวน

3:44

เมื่อเส้นใยเพียงไม่กี่เส้นสูญหายไป

our own well-being is threatened.

3:47

ความเป็นอยู่ที่ดีของเราเองก็ถูกคุกคาม

สำนวน

เมื่อ « เส้นใย » เพียงไม่กี่เส้นสูญหาย ความเป็นอยู่ของเราก็ถูกคุกคาม

strands ตามความหมายตรงตัวคือเส้นด้ายแต่ละเส้นในวัสดุที่ทอขึ้น คำนี้สานต่ออุปลักษณ์เรื่องการทอ จึงใช้เส้นด้ายแทนส่วนต่าง ๆ ของความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น ชนิดพันธุ์หรือความเชื่อมโยงทางนิเวศ are lost หมายถึงส่วนเหล่านั้นหายไป ไม่ใช่มีคนทำเส้นด้ายจริง ๆ หาย อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when สร้างความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล just a few เน้นว่าแม้เป็นการสูญเสียเพียงเล็กน้อยก็อาจมากพอที่จะก่อผลกระทบ ส่วนรูปถูกกระทำ are lost และ is threatened ทำให้ความสนใจอยู่ที่การสูญเสียและผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความได้ตรงทั้งอุปลักษณ์และคำเตือนมากที่สุด?

  1. แม้ความหลากหลายทางชีวภาพจะสูญเสียไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ตกอยู่ในความเสี่ยง
  2. ประโยคนี้กล่าวถึงการทำด้ายเย็บผ้าหายไปไม่กี่เส้น
  3. ความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์จะเปลี่ยนไปก็ต่อเมื่อทุกชนิดพันธุ์สูญหายหมดแล้ว
ดูคำตอบ

แม้ความหลากหลายทางชีวภาพจะสูญเสียไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ตกอยู่ในความเสี่ยง

Cut too many links, and we risk unraveling it all. ไวยากรณ์

3:49

หากตัดจุดเชื่อมโยงมากเกินไป เราก็เสี่ยงที่จะทำให้ทั้งหมดพังทลาย

ไวยากรณ์

Cut too many links, and...: ประโยคคำสั่ง + and + ผลลัพธ์

Cut too many links มีรูปเป็นประโยคคำสั่ง แต่ในที่นี้ไม่ได้สั่งโดยตรง หากยกการกระทำหนึ่งขึ้นมาเป็นเงื่อนไขสมมติ ส่วนประโยคหลัง and บอกผลที่อาจตามมา เมื่อนำมารวมกัน โครงสร้าง “ประโยคคำสั่ง + and + ผลลัพธ์” มีความหมายใกล้เคียงกับ “ถ้าเกิดสิ่งนี้ ผลนั้นก็จะตามมา” โครงสร้างสั้นกระชับนี้ทำให้คำเตือนฟังตรงและหนักแน่น ในประโยคนี้ ผลลัพธ์ถูกนำเสนอว่าเป็นความเสี่ยง คือการตัดความเชื่อมโยงมากเกินไปอาจทำให้ระบบทั้งหมดพังทลาย

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่ใช้ในโครงสร้างนี้เพื่อให้คำเตือนสั้น ๆ สมบูรณ์: Ignore too many warning signs, ____ you may cause an accident.

ดูคำตอบ

and

What the future brings is unpredictable, ไวยากรณ์

3:53

อนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นไม่อาจคาดเดาได้

ไวยากรณ์

What the future brings: อนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

What the future brings เป็นอนุประโยคนามที่ขึ้นต้นด้วย what อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ is unpredictable ภายในอนุประโยค the future เป็นประธาน brings เป็นคำกริยา และ what เป็นกรรมของ brings โดย what ในที่นี้หมายถึง “สิ่งที่” เนื่องจากส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what the future brings ไม่ใช่ what does the future bring โครงสร้างนี้ช่วยให้นำเนื้อหาที่ยังไม่รู้มาไว้ในตำแหน่งของคำนามในประโยคที่ใหญ่กว่าได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค what เป็นประธานของประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. What the future brings remains uncertain.
  2. What does the future bring remains uncertain.
  3. What the future brings it remains uncertain.
ดูคำตอบ

What the future brings remains uncertain.

but biodiversity can give us an insurance policy, สำนวน

3:55

แต่ความหลากหลายทางชีวภาพสามารถเป็นกรมธรรม์ประกันภัยให้เราได้

Earth's own safety net to safeguard our survival.

3:58

มันคือตาข่ายนิรภัยของโลกเองที่จะช่วยปกป้องความอยู่รอดของเรา

สำนวน

กรมธรรม์ประกันภัย หรือก็คือตาข่ายนิรภัยของโลกเอง

กลุ่มคำนามทั้งสองเป็นอุปลักษณ์เกี่ยวกับการปกป้อง โดยเปรียบความหลากหลายทางชีวภาพเป็นกลไกคุ้มครอง an insurance policy สื่อถึงการป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่แน่นอนในอนาคต ส่วน a safety net สื่อถึงสิ่งคุ้มครองสำรองเมื่อเกิดปัญหา เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองภาพทำให้เห็นว่าความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเหมือนตัวช่วยรองรับแรงกระทบ ซึ่งช่วยให้สิ่งมีชีวิตรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคตและอยู่รอดต่อไปได้ วลีที่สอง Earth's own safety net กล่าวซ้ำความหมายของอุปลักษณ์แรกด้วยภาพที่ชัดขึ้น ไม่ได้หมายถึงประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่แยกออกมา และไม่ได้หมายถึงกรมธรรม์หรือตาข่ายจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ วลี an insurance policy, Earth's own safety net บอกอะไรเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ

  1. ความหลากหลายทางชีวภาพสร้างเครื่องมือจริงสองอย่างที่แยกจากกันเพื่อปกป้องโลก
  2. ความหลากหลายทางชีวภาพสามารถให้การคุ้มครองสำรองจากความเสี่ยงในอนาคตที่ไม่แน่นอนได้
  3. ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รับประกันว่ามนุษย์จะไม่มีวันพบอันตราย
ดูคำตอบ

ความหลากหลายทางชีวภาพสามารถให้การคุ้มครองสำรองจากความเสี่ยงในอนาคตที่ไม่แน่นอนได้