ฝ่าด่านพวกเทอร์เรียกันเถอะ! | เครื่องพิมพ์ดีด | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
288 คำ 167 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บลูอีตามหาเครื่องพิมพ์ดีดของจริงที่หายไป และชวนเพื่อนสองคนที่กำลังกังวลไปหาคาลิปโซ ระหว่างทางพวกเขาเข้าไปอยู่ในศึกสมมติและวางแผนหาเส้นทางอ้อมเด็ก ๆ ที่ขวางทางอยู่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. where did the real typewriter go? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้คำถามที่เป็นธรรมชาติเมื่อสิ่งของไม่ได้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ ความหมายคือ “ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน” ไม่ได้ถามว่าเครื่องพิมพ์ดีดเคลื่อนที่ไปทางใด จึงใช้ได้เมื่อตระหนักว่าของบางอย่างหายไป 2. sausage dog. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้จักชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียสำหรับสุนัขพันธุ์ดัชชุน ซึ่งมาจากลำตัวยาวคล้ายไส้กรอก ความรู้นี้ช่วยให้เข้าใจมุกเรื่องใช้เวลานั่งนานกว่าเดิมและการวิ่งด้วยขาเล็ก ๆ ของมัน 3. outflank us. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจคำกริยาทางทหารที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงการเคลื่อนอ้อมด้านข้างของคู่ต่อสู้เพื่อไปยังตำแหน่งที่ได้เปรียบ การแยกแยะน้ำเสียงเชิงยุทธวิธีช่วยให้ติดตามศึกสมมติของเด็ก ๆ และไม่สับสนกับคำทั่วไปอย่าง “ผ่านไป” หรือ “เดินอ้อม”

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Why didn't the old dog look in the chest sooner? โน้ต

0:00

ทำไมหมาแก่ถึงไม่ดูในหีบให้เร็วกว่านี้ล่ะ?

ไวยากรณ์

Why didn't + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน?

โครงสร้าง Why didn't + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามเหตุผลที่การกระทำหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในอดีต ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดว่าสุนัขอาจมองเข้าไปในหีบเร็วกว่านี้ didn't แสดงทั้งอดีตและการปฏิเสธอยู่แล้ว กริยาหลักจึงคงเป็นรูปพื้นฐาน คือ look ไม่ใช่ looked

แบบฝึกหัด

เติมคำถามปฏิเสธในอดีตด้วย didn't และรูปที่ถูกต้องของ bring: Why ____ Sam ____ an umbrella?

ดูคำตอบ

didn't · bring

วลี

look in the chest

look in the chest หมายถึงมองเข้าไปในหีบเพื่อตรวจดูว่าข้างในมีอะไร ในที่นี้ chest หมายถึงหีบเก็บของขนาดใหญ่ และ in ชี้ไปที่พื้นที่ด้านใน รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ look in + ภาชนะ เช่น look in a bag, look in a drawer หรือ look in a cupboard

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนให้ตรวจดูภายในภาชนะ?

  1. Look at the box by the door.
  2. Look after the box until I return.
  3. Look in the box for the missing key.
ดูคำตอบ

Look in the box for the missing key.

I'm not sure.

0:02

ฉันไม่แน่ใจแฮะ

Well, I'm going to write a story ไวยากรณ์

0:03

งั้น ฉันจะแต่งเรื่อง

ไวยากรณ์

I'm going to write: การกระทำที่วางแผนไว้

“I'm going to write” ใช้โครงสร้าง be going to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าการเขียนเป็นแผนที่ผู้พูดมีอยู่แล้ว การกระทำนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นภายหลังและยังไม่ได้กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ going ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินทาง เมื่อประธานเป็น I คำว่า be จะเปลี่ยนเป็น am และย่อเป็น I'm ส่วน write ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to

แบบฝึกหัด

เติมแผนให้สมบูรณ์โดยใช้ be going to และ write: Tomorrow, I ____ a story.

ดูคำตอบ

am going to write

where he looked in the chest straightaway การใช้คำ

0:05

ที่เขาดูในหีบทันที

ไวยากรณ์

a story where ...: สถานการณ์ภายในเรื่อง

ใน “a story where...” คำว่า where ใช้นำเข้าสู่สถานการณ์ภายในเรื่อง สามารถเข้าใจได้เหมือน “in which” หรือ “ในเรื่องนั้น” กล่าวคือ ในเรื่องนั้นเขามองเข้าไปในหีบทันที where สามารถเชื่อมคำนามที่เป็นฉากหรือสถานการณ์ ไม่ใช่เฉพาะสถานที่จริง เข้ากับอนุประโยคที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นภายในฉากหรือสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าสัตว์ทุกตัวพูดได้ภายในเรื่อง?

  1. He wrote a story who every animal could talk.
  2. He wrote a story where every animal could talk.
  3. He wrote a story that every animal could tell.
ดูคำตอบ

He wrote a story where every animal could talk.

and he saw the treats.

0:07

แล้วก็เจอขนม

การใช้คำ

straightaway: ทันที โดยไม่ชักช้า

ในประโยคนี้ straightaway เป็นคำวิเศษณ์ที่หมายถึง “ทันที” หรือ “โดยไม่ชักช้า” คำนี้ขยาย looked ว่าเขามองเข้าไปในหีบโดยไม่รอ ตรงนี้ให้เข้าใจ straightaway เป็นคำเดียว คำนี้บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นเมื่อไร ไม่ได้หมายถึงการนำความหมายตรงตัวของ straight กับ away มารวมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำวิเศษณ์จากบทเรียนนี้ที่แปลว่า “ทันที”: If the alarm rings, leave the building ____.

ดูคำตอบ

straightaway

Hey, where did the real typewriter go? โน้ต

0:09

เฮ้ เครื่องพิมพ์ดีดของจริงหายไปไหนเนี่ย?

น้ำเสียง/เจตนา

Where did the real typewriter go?: การถามถึงสิ่งของที่หายไป

Where did the real typewriter go? เป็นคำถามที่เป็นธรรมชาติเมื่อผู้พูดคิดว่าเครื่องพิมพ์ดีดน่าจะอยู่ตรงนั้น แต่เพิ่งสังเกตว่ามันหายไป คำถามนี้ถามว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน และยังสื่อความแปลกใจที่มันหายไปได้ด้วย เมื่อประธานเป็นสิ่งของ go ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นเคลื่อนที่เอง โครงสร้างคือ Where did + คนหรือสิ่งของ + go? และหลัง did ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน go

แบบฝึกหัด

คุณคิดว่ากุญแจควรอยู่บนโต๊ะ แต่ตอนนี้มันหายไป คำถามใดสื่อสถานการณ์นี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Where did my keys went?
  2. Where did my keys go?
  3. Where are my keys going?
ดูคำตอบ

Where did my keys go?

วัฒนธรรม

real typewriter: เครื่องพิมพ์ดีดของจริง

typewriter หมายถึงเครื่องจักรที่ใช้พิมพ์ข้อความลงบนกระดาษ หรือเครื่องพิมพ์ดีด อุปกรณ์ชนิดนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายก่อนที่คอมพิวเตอร์จะแพร่หลาย คำนี้ไม่ได้หมายถึงคนที่เขียนเรื่องราว ในที่นี้ real ระบุว่าเป็นเครื่องพิมพ์ดีดที่มีอยู่จริง ไม่ใช่ของเล่น สิ่งที่จินตนาการขึ้น หรือของที่ใช้แทนกันในการเล่น คำคุณศัพท์นี้ชี้ไปที่สิ่งของจริง ไม่ใช่สิ่งที่แค่สมมติให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดระหว่างเล่น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the real typewriter หมายถึงอะไร?

  1. แป้นพิมพ์ในจินตนาการภายในเกม
  2. คนที่เขียนเรื่องราว
  3. เครื่องจักรจริงที่ใช้พิมพ์ข้อความลงบนกระดาษ
ดูคำตอบ

เครื่องจักรจริงที่ใช้พิมพ์ข้อความลงบนกระดาษ

Oh, I don't know.

0:11

โอ้ ฉันไม่รู้สิ

I'll go ask Calypso. วลี

0:12

ฉันจะไปถาม Calypso

วลี

go ask: go + คำกริยารูปพื้นฐาน

ในที่นี้ go ask เป็นการเรียงคำกริยาแบบไม่เป็นทางการที่กระชับ หมายถึงไปหา Calypso แล้วถามเธอ Calypso เป็นกรรมของ ask ดังนั้น go และ ask จึงทำงานร่วมกันเป็นลำดับการกระทำเดียว ไม่ใช่สองความคิดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน รูปแบบคือ go + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยตามหลัง go ด้วย ask ทันทีโดยไม่มี to เป็นวิธีกระชับในการบอกว่าไปหาใครบางคนแล้วถามคนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสองคำแบบเดียวกับในตัวอย่าง: I don't know the answer, so I'll ____ Mia.

ดูคำตอบ

go ask

I can't be a storywriter ไวยากรณ์

0:14

ฉันเป็นนักเขียนเรื่องไม่ได้หรอก

without a real typewriter.

0:15

ถ้าไม่มีเครื่องพิมพ์ดีดของจริง

ไวยากรณ์

can't be ... without ... สำหรับบอกเงื่อนไขที่จำเป็น

โครงสร้าง can't be + บทบาทหรือสถานะ + without + เงื่อนไขที่จำเป็น หมายความว่าต้องมีเงื่อนไขนั้นจึงจะมีบทบาทหรือสถานะดังกล่าวได้ without ใช้บอกสิ่งที่ขาดไป ในประโยคนี้ผู้พูดมองว่าเครื่องพิมพ์ดีดจริง ๆ เป็นสิ่งจำเป็นต่อการเป็นนักเขียนเรื่อง เงื่อนไขหลัง without มักเป็นนามวลีหรือรูป -ing ไม่ใช่อนุประโยคที่บอกเหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายด้วยหนึ่งคำ: You can't be an effective tour guide ____ knowing the city well.

ดูคำตอบ

without

Hey Snickers, what's wrong? น้ำเสียง/เจตนา

0:18

เฮ้ Snickers เป็นอะไรไป?

น้ำเสียง/เจตนา

What's wrong? สำหรับถามด้วยความห่วงใย

What's wrong? ใช้ถามว่าคนหนึ่งกำลังมีปัญหาอะไร เมื่อเขาดูเศร้า ไม่สบาย หรือเดือดร้อน ในประโยคนี้ผู้พูดเรียกสนิกเกอร์สและเปิดโอกาสให้อธิบาย จึงมักเป็นการแสดงความห่วงใยมากกว่าการตำหนิ คำถามเดียวกันนี้ยังใช้ถามได้ว่าสิ่งใดไม่ทำงาน หรือมีอะไรผิดพลาดในสถานการณ์หนึ่ง โดยปกติไม่ได้หมายถึงการถามว่าคำตอบข้อไหนผิด

แบบฝึกหัด

มายาเงียบผิดปกติและดูเศร้า เพื่อนของเธอถามว่า What's wrong? เพื่อนคนนั้นน่าจะกำลังทำอะไร?

  1. แสดงความห่วงใยและขอให้มายาอธิบายปัญหา
  2. ทดสอบว่ามายารู้หรือไม่ว่าคำตอบข้อไหนผิด
  3. สั่งให้มายายอมรับว่าเธอทำผิด
ดูคำตอบ

แสดงความห่วงใยและขอให้มายาอธิบายปัญหา

Everyone else has learned to sit except me. ไวยากรณ์

0:20

คนอื่นเรียนรู้วิธีนั่งกันหมดแล้วยกเว้นฉัน

ไวยากรณ์

Everyone else ... except me: คนอื่นทุกคน… ยกเว้นฉัน

ในประโยคนี้ Everyone else หมายถึงคนอื่นทุกคนในกลุ่ม คำว่า else ต้องเข้าใจร่วมกับ everyone และไม่ได้ทำหน้าที่บอกข้อยกเว้นด้วยตัวมันเอง รูปแบบ Everyone else ... except me กล่าวถึงคนทั้งกลุ่มก่อน แล้วจึงระบุว่าผู้พูดเป็นข้อยกเว้น หมายความว่าคนอื่นทำบางอย่างได้ แต่ผู้พูดทำไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย Everyone else ... except me: ____ got a sticker ____.

ดูคำตอบ

Everyone else · except me

ไวยากรณ์

has learned to sit: เรียนรู้ที่จะนั่งได้แล้ว

Has learned to sit นำเสนอว่าการนั่งเป็นทักษะที่บุคคลนั้นเรียนรู้ได้แล้วในตอนนี้ has learned เป็นรูป present perfect ที่ประกอบด้วย has + learned ส่วน to sit ระบุทักษะที่เรียนรู้ ประโยคนี้เน้นผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ได้เน้นกระบวนการเรียนรู้ที่ยังดำเนินอยู่ ในบริบทนี้ คนอื่นนั่งเป็นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อแสดงว่าทารกเรียนรู้ทักษะการนั่งได้แล้ว: The baby ____.

ดูคำตอบ

has learned to sit

But you're a sausage dog. วัฒนธรรม

0:23

แต่เธอเป็นหมาไส้กรอกนะ

วัฒนธรรม

sausage dog: ชื่อเรียก dachshund แบบไม่เป็นทางการ

sausage dog เป็นชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการของ dachshund ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ที่มีลำตัวยาวและขาสั้น ชื่อนี้เปรียบรูปร่างของสุนัขกับไส้กรอก ไม่ได้หมายถึงสุนัขที่ทำจากไส้กรอกจริง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุพันธุ์และรูปร่างของสุนัข ลำตัวที่ยาวยังช่วยปูทางให้กับการใช้คำว่า longer แบบขบขันในประโยคถัดไป

แบบฝึกหัด

sausage dog ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. สุนัขที่ทำจากไส้กรอก
  2. สุนัขที่ถูกฝึกให้ค้นหาไส้กรอก
  3. dachshund ที่มีลำตัวยาวและขาสั้น
ดูคำตอบ

dachshund ที่มีลำตัวยาวและขาสั้น

It's going to take you longer. วลี

0:24

เธอต้องใช้เวลานานกว่าสิ

วลี

take you longer: ต้องใช้เวลาของคุณมากกว่า

ในโครงสร้าง take + คน + เวลา คำว่า take หมายถึง 'ต้องใช้หรือกินเวลา' ไม่ใช่ 'เอาบางสิ่งไป' สิ่งของหรือกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาจะเป็นประธาน ส่วนคนบอกว่าเป็นเวลาของใครที่ต้องใช้ Longer เป็นคำเปรียบเทียบเรื่องเวลา take you longer หมายถึง 'ต้องใช้เวลาของคุณมากกว่า' โดยปกติเป็นการเปรียบเทียบกับคนอื่น วิธีอื่น หรือสถานการณ์อื่น แม้จะไม่ได้ระบุสิ่งที่เปรียบเทียบไว้ก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย take + คน + longer: This puzzle will ____ than the easy one.

ดูคำตอบ

take me longer

Why?

0:26

ทำไมล่ะ?

'Cause you're longer.

0:27

เพราะตัวเธอตีกว่าไง

Aw. I hate being a sausage dog. ไวยากรณ์

0:28

โธ่ ฉันเกลียดการเป็นหมาไส้กรอก

ไวยากรณ์

hate being + ตัวตนหรือสภาพ: เกลียดการอยู่ในสภาพนั้น

hate being + นามวลีหรือคำบรรยาย หมายถึง “เกลียดการมีตัวตนแบบนั้นหรือการอยู่ในสภาพนั้นอย่างมาก” ในประโยคนี้ สิ่งที่ผู้พูดไม่ชอบคือ being a sausage dog หรือการเป็นหมาไส้กรอก being ในที่นี้เป็นรูป -ing ของ be ไม่ใช่เครื่องหมายของรูปประโยคกรรมวาจก วลี gerund being a sausage dog ที่ตามหลัง hate ระบุสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น โครงสร้างนี้มักเน้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เกิดซ้ำ หรือดำเนินต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย hate และรูป -ing ของ be: I ____ the only person awake.

ดูคำตอบ

hate being

Why don't you come with me to see Calypso? น้ำเสียง/เจตนา

0:31

ทำไมเธอไม่มาหา Calypso กับฉันล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why don't you come with me?: คำชวนให้ไปด้วยกันอย่างนุ่มนวล

Why don't you + กริยารูปพื้นฐาน? มักใช้เป็นคำแนะนำหรือคำเชิญ ไม่ใช่การถามหาเหตุผล ในที่นี้ Why don't you come with me...? เป็นการชวนผู้ฟังอย่างนุ่มนวลให้ไปกับผู้พูด กริยาหลัง you ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เช่น come, join, sit, ask บริบทและน้ำเสียงที่เป็นมิตรบอกให้รู้ว่าผู้พูดกำลังเสนอให้ทำบางอย่างตอนนี้หรือภายหลัง

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งกังวลที่จะเข้าไปในห้องที่มีคนมาก คุณพูดว่า “Why don't you come with me?” คุณน่าจะกำลังทำอะไรอยู่

  1. บอกว่าเพื่อนได้ไปกับคุณแล้ว
  2. คาดคั้นว่าทำไมก่อนหน้านี้เพื่อนจึงปฏิเสธ
  3. ชวนเพื่อนอย่างนุ่มนวลให้ไปกับคุณ
ดูคำตอบ

ชวนเพื่อนอย่างนุ่มนวลให้ไปกับคุณ

Maybe she can help you too. น้ำเสียง/เจตนา

0:34

บางทีครูอาจจะช่วยเธอได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe she can help you too: เสนอความเป็นไปได้อย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ maybe แสดงว่าผู้พูดกำลังเสนอความเป็นไปได้ ไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน ส่วน can สื่อว่าการช่วยเป็นสิ่งที่เธออาจทำได้ ข้อเสนอนี้จึงฟังดูให้ความหวังแต่ไม่แน่นอน too หมายถึงเธออาจช่วย “คุณด้วย” นอกเหนือจากคนอื่น โครงสร้าง Maybe + ประธาน + can + คำกริยา ใช้เสนอขั้นตอนต่อไปที่อาจเป็นไปได้อย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความเกี่ยวกับประโยคนี้: Maybe the librarian can help you. ประโยคนี้สัญญาว่าบรรณารักษ์จะช่วยอย่างแน่นอน

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

Okay. Thanks, Bluey.

0:35

โอเค ขอบใจนะ Bluey

Hey Winton, what's wrong?

0:38

เฮ้ Winton เป็นอะไรไป?

Everyone keeps running away from me. ไวยากรณ์

0:40

ทุกคนเอาแต่วิ่งหนีฉัน

ไวยากรณ์

keeps running away from me: การกระทำที่เกิดซ้ำ

ใน keeps running โครงสร้าง keep + คำกริยา-ing หมายถึงการกระทำที่เกิดซ้ำหรือดำเนินต่อเนื่องอยู่ช่วงหนึ่ง ในที่นี้ Everyone เป็นประธานเอกพจน์บุรุษที่สามตามหลักไวยากรณ์ จึงต้องใช้ keeps และใช้ running ซึ่งเป็นรูป -ing หลัง keep Run away from someone หมายถึงวิ่งออกห่างหรือหนีจากคนนั้น เมื่อรวมกัน keeps running away from me แสดงว่าพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และมักสื่อว่าผู้พูดรู้สึกเสียใจหรือหงุดหงิด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ keep และ run เพื่อแสดงการกระทำที่เกิดซ้ำ: The dog ____ away from me whenever the gate opens.

ดูคำตอบ

keeps running

Oh, no, they don't. น้ำเสียง/เจตนา

0:43

โอ้ ไม่หรอก พวกเขาไม่ได้ทำ

They do. Winton.

0:45

พวกเขาทำ Winton

น้ำเสียง/เจตนา

they don't. They do. ที่ใช้แทนภาคแสดง

ในประโยคสั้นทั้งสอง do ใช้แทนวลีกริยาทั่วไปที่กล่าวถึงไปแล้ว ในที่นี้ They don't. มีความหมายโดยประมาณว่า They don't keep running away from you ส่วน They do. หมายถึงประมาณว่า They do keep running away from me คำตอบปฏิเสธใช้ปลอบใจหรือปฏิเสธข้อกล่าวอ้าง ส่วนคำตอบยืนยันใช้โต้แย้ง ในประโยคที่สอง do ได้รับการเน้นเพื่อยืนยันว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนานี้ They do. แทนใจความเต็มข้อใด

  1. They are going to leave now.
  2. They complete a task.
  3. They do keep running away from me.
ดูคำตอบ

They do keep running away from me.

Well, why don't you come and see Calypso with us?

0:47

งั้น ทำไมไม่ไปหา Calypso กับพวกเราล่ะ?

Maybe she can help.

0:49

บางทีครูอาจจะช่วยได้

Okay, let's get going. วลี

0:50

โอเค ไปกันเถอะ

วลี

let's get going. สำหรับชวนให้เริ่มลงมือหรือออกเดินทาง

Let's get going เป็นคำชวนที่ใช้บ่อยในภาษาพูด หมายถึงให้พวกเราเริ่มเคลื่อนที่หรือเริ่มกันตอนนี้ ในที่นี้ get going เป็นสำนวนรวมที่หมายถึงเริ่มเคลื่อนที่หรือเริ่มลงมือ ไม่ได้ใช้ get ตามความหมายตรงตัว Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังหรือคนทั้งกลุ่ม เมื่อเทียบกับ Let's go ที่สั้นกว่า get going จะเน้นการเปลี่ยนจากการรอหรือเตรียมตัวไปสู่การลงมือทำมากกว่าเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ทุกคนพร้อมจะออกเดินทางแล้ว เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำจากบทเรียนนี้: Okay, ____.

ดูคำตอบ

let's get going

I'll follow you.

0:52

ฉันจะตามพวกเธอไป

Oh no, the English are approaching. วัฒนธรรม

0:59

โอ้ไม่นะ พวกอังกฤษกำลังบุกมา

วัฒนธรรม

the English are approaching ในการต่อสู้สมมติ

ในที่นี้ the English หมายถึงฝ่ายที่เป็นตัวแทนของอังกฤษในเกมจำลองการต่อสู้ของเด็ก ๆ ส่วน are approaching บอกว่าฝ่ายนั้นกำลังเข้ามาใกล้ ประโยคนี้จึงทำหน้าที่เป็นคำเตือนในเกม ฉากการเล่นต่อสู้เป็นบริบทสำคัญ นี่เป็นคำพูดในการสวมบทบาท ไม่ใช่รายงานความขัดแย้งจริงหรือการแสดงความเป็นศัตรูต่อชาวอังกฤษ โดยทั่วไป approaching หมายถึงคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งกำลังเข้ามาใกล้

แบบฝึกหัด

ในฉากต่อสู้สมมตินี้ the English are approaching หมายความว่าอย่างไร

  1. ชั้นเรียนภาษาอังกฤษกำลังจะเริ่ม
  2. ฝ่ายที่เป็นตัวแทนของอังกฤษในเกมกำลังเข้ามาใกล้
  3. เด็ก ๆ กำลังดูข่าวเกี่ยวกับสงครามจริง
ดูคำตอบ

ฝ่ายที่เป็นตัวแทนของอังกฤษในเกมกำลังเข้ามาใกล้

Archers, ready.

1:02

พลธนู เตรียมพร้อม

Ready.

1:03

พร้อมแล้ว

Hold and fire. วลี

1:04

เล็งแล้วยิง

วลี

Hold and fire ในฐานะคำสั่งสองขั้นตอน

Hold and fire นำคำกริยารูปพื้นฐานสองคำมาใช้เป็นคำสั่ง โดยละประธาน you ไว้ ในที่นี้ hold หมายถึงให้รอและยังไม่ปล่อยการยิง ส่วน fire เป็นคำสั่งให้ยิง ในฉากต่อสู้สมมติ fire เป็นคำกริยาที่หมายถึงการปล่อยการยิงหนึ่งครั้ง ซึ่งในที่นี้น่าจะเป็นการยิงธนู ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงเปลวไฟ คำสั่งสั้น ๆ สองคำนี้บอกลำดับการกระทำว่าให้รอก่อนแล้วจึงยิง

แบบฝึกหัด

ในฉากต่อสู้สมมตินี้ Hold and fire บอกลำดับการกระทำอย่างไร

  1. รอก่อน แล้วจึงยิง
  2. ถือเปลวไฟไว้ในมือ
  3. ยิงทันทีโดยไม่หยุดเลย
ดูคำตอบ

รอก่อน แล้วจึงยิง

And fire! Hey, we're shooting bows and arrows at you. วลี

1:06

แล้วยิง! เฮ้ พวกเรากำลังยิงธนูใส่พวกเธอนะ

วลี

bows and arrows ในความหมายว่าอาวุธหนึ่งชุด

ใน bows and arrows คำว่า bows หมายถึงคันธนูซึ่งเป็นอาวุธทรงโค้งที่ใช้ยิงลูกธนู ส่วน arrows หมายถึงลูกธนูปลายแหลม คำสองคำที่เชื่อมด้วย and นี้มักเรียนและเข้าใจรวมกันว่าเป็นอุปกรณ์ยิงธนูหนึ่งชุด bows ในที่นี้เป็นคำนามพหูพจน์ ไม่ใช่คำกริยา bows ที่หมายถึงก้มตัว คำว่า and arrows ที่ตามมาทำให้ชัดเจนว่าหมายถึงอาวุธ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The club keeps bows and arrows in a locked cabinet.” คำว่า bows and arrows หมายถึงอะไร

  1. โบตกแต่งและป้ายจราจร
  2. อาวุธยิงธนูที่ใช้ยิงวัตถุปลายแหลม
  3. ท่าทางสุภาพที่ทำโดยก้มตัวไปข้างหน้า
ดูคำตอบ

อาวุธยิงธนูที่ใช้ยิงวัตถุปลายแหลม

Not real ones. They're pretend real. โน้ต

1:13

ไม่ใช่ของจริง เป็นของจริงแบบแกล้งๆ

ไวยากรณ์

Not real ones: การใช้ ones แทนคำนามพหูพจน์

ones ในที่นี้ใช้แทนคำนามพหูพจน์ bows and arrows ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้น Not real ones. จึงหมายความว่าคันธนูและลูกธนูเหล่านั้นไม่ใช่ของจริง การใช้ ones ช่วยไม่ให้ต้องพูดคำนามซ้ำ one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ ส่วน ones ใช้แทนคำนามนับได้พหูพจน์ ประธานและคำกริยาที่ละไว้สามารถเข้าใจได้จากบทสนทนา ดังนั้น Not real ones. จึงเป็นวลีสั้นแบบภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ใช้คำแทนคำนามพหูพจน์เพื่อไม่ต้องพูด cars ซ้ำ: These are toy cars, not real ____.

ดูคำตอบ

ones

การใช้คำ

They're pretend real: ของจริงในเกมสมมติ

ในวลีที่เด็กคิดขึ้นนี้ pretend จำกัดความหมายของ real สิ่งของเหล่านี้ไม่ใช่ของจริงในชีวิตจริง แต่ถือว่าเป็นของจริงภายในเกมสมมติ การนำคำมารวมกันแบบสนุก ๆ นี้แยกความจริงออกเป็นสองระดับ คือสิ่งที่เป็นจริงในโลกจริง กับสิ่งที่ทุกคนตกลงจะถือว่าเป็นจริงระหว่างเล่น

แบบฝึกหัด

ในประโยค They're pretend real. คำว่า pretend จำกัดความหมายของ real อย่างไร?

  1. แสดงว่าสิ่งของเหล่านี้กลายเป็นของจริงในชีวิตจริงแล้ว
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่รู้ว่าสิ่งของเหล่านี้เป็นของจริงหรือไม่
  3. แสดงว่าสิ่งของเหล่านี้เป็นของจริงเฉพาะในเกมสมมติ
ดูคำตอบ

แสดงว่าสิ่งของเหล่านี้เป็นของจริงเฉพาะในเกมสมมติ

We're not playing your game. น้ำเสียง/เจตนา

1:16

เราไม่ได้เล่นเกมของพวกเธออยู่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

We're not playing your game: การปฏิเสธเข้าร่วมโดยตรง

ในที่นี้ We're not playing your game เป็นการปฏิเสธโดยตรงว่าจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมของอีกกลุ่มและไม่ยอมรับกฎสมมติของพวกเขา รูปกำลังกระทำ playing อธิบายการเข้าร่วมในขณะนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเล่นไม่เป็น คำแสดงความเป็นเจ้าของ your ยังขีดเส้นแบ่งด้วยว่า นี่คือเกมของอีกกลุ่ม และผู้พูดเลือกที่จะไม่เป็นส่วนหนึ่งของมัน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า We're not playing your game.?

  1. ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกิจกรรมและทำตามกฎของอีกฝ่าย
  2. อธิบายว่ากลุ่มของตนไม่รู้วิธีเล่น
  3. ขอให้อีกฝ่ายสอนกฎให้
ดูคำตอบ

ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกิจกรรมและทำตามกฎของอีกฝ่าย

We're going to see Calypso.

1:18

เรากำลังจะไปหา Calypso

I'm looking for the real typewriter. กริยาวลี

1:20

ฉันกำลังหาเครื่องพิมพ์ดีดของจริง

กริยาวลี

looking for: กำลังมองหาคนหรือสิ่งของ

look for หมายถึง “พยายามหาให้พบ” หรือ “มองหา” ใน I'm looking for... คำกริยาอยู่ในรูป present continuous จึงสื่อว่าการค้นหากำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ให้เข้าใจ look for เป็นหน่วยความหมายเดียว คำหลัง for ระบุคนหรือสิ่งที่ต้องการหา ในที่นี้ look ไม่ได้หมายถึงเพียงการหันสายตาไปมอง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ทำให้ look มีความหมายว่า “ค้นหา” ในประโยคอังกฤษนี้: I'm looking ____ my keys.

ดูคำตอบ

for

Aw. Please, can you pretend that they're pretend real? น้ำเสียง/เจตนา

1:22

โธ่ ได้โปรดแกล้งทำเป็นว่ามันเป็นของจริงแบบแกล้งๆ ได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Please, can you pretend that ...?: การขอร้องอย่างสุภาพให้ร่วมเล่นสมมติ

Please และ can you ทำงานร่วมกันเพื่อเปลี่ยนคำสั่งตรง ๆ ให้เป็นคำขอที่สุภาพ pretend that นำหน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์ซึ่งอธิบายสถานการณ์ที่ขอให้ผู้ฟังจินตนาการ ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังร่วมเล่นสมมติ โดยทำเหมือนว่าแนวคิดที่ตามมาเป็นจริงในโลกของเกม ไม่ใช่ทำให้มันกลายเป็นจริงในชีวิตจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นคำขอที่เป็นธรรมชาติและสุภาพ เพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับสถานการณ์สมมติ

  1. Please, can you pretend this cardboard box to a spaceship?
  2. Please, can you pretend that this cardboard box is a spaceship?
  3. Please, can you pretend that is this cardboard box a spaceship?
ดูคำตอบ

Please, can you pretend that this cardboard box is a spaceship?

Oh, okay. Arrows! Get down! กริยาวลี

1:26

โอ้ โอเค ลูกธนู! หมอบลง!

กริยาวลี

Get down!: คำสั่งฉุกเฉินให้ลดตัวลง

ในที่นี้ Get down! เป็นคำสั่งฉุกเฉินให้ลดตัวลง เช่น ย่อตัว ก้มหลบ หรือหมอบ เพื่อไม่ให้สิ่งที่พุ่งผ่านอากาศมาโดนตัว ความหมายขึ้นอยู่กับบริบทที่มีอันตราย Get down อาจหมายถึงลงมาจากที่สูงได้ด้วย แต่เมื่อใช้เป็นคำเตือนแบบนี้ หมายถึงให้รีบลดตัวลงทันที

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งฉุกเฉินด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: A ball is flying toward your head—____!

ดูคำตอบ

Get down

Hooray! Pling. And fire! Pling. How are we going to get past them? โน้ต

1:31

ไชโย! ปลิง ยิง! ปลิง เราจะผ่านพวกเขาไปได้ยังไง?

ไวยากรณ์

How are we going to + คำกริยารูปพื้นฐาน?

How are we going to + คำกริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามถึงแผนหรือวิธีที่จะทำบางอย่างในอนาคตหรือเป็นขั้นตอนถัดไป ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าจะใช้วิธีใดเพื่อผ่านสิ่งกีดขวางหรือคนกลุ่มหนึ่งไปได้ โครงสร้างคือ How + are + ประธาน + going to + คำกริยารูปพื้นฐาน หลัง to ให้ใช้รูปพื้นฐาน เช่น get, solve หรือ cross ไม่ใช้รูป -ing หรือรูปอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างคำถามห้าคำจากบทเรียนเพื่อเติมคำถามเกี่ยวกับแผนให้สมบูรณ์: ____ cross the river?

ดูคำตอบ

How are we going to

กริยาวลี

get past them?: ผ่านสิ่งกีดขวางไปให้ได้

get past them หมายถึงผ่านคนที่ขวางทางไปจนถึงอีกด้านให้ได้ คำว่า get เน้นว่าทำสำเร็จ ส่วน past แสดงการเคลื่อนผ่านตำแหน่งของพวกเขาไป past ในประโยคนี้บอกตำแหน่งในพื้นที่ ไม่ได้หมายถึงเวลาในอดีต โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ get past + คนหรือสิ่งกีดขวาง

แบบฝึกหัด

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังขวางทางเดิน “We need to get past him” หมายความว่าอย่างไร

  1. เราต้องจับเขา
  2. เราต้องผ่านเขาไปให้ได้แม้เขาจะขวางทางอยู่
  3. เราต้องถามเขาเกี่ยวกับช่วงเวลาก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

เราต้องผ่านเขาไปให้ได้แม้เขาจะขวางทางอยู่

Snickers, you sneak around them กริยาวลี

1:37

Snickers เธอแอบอ้อมไปรอบๆ พวกเขา

through those skinny trees.

1:38

ผ่านต้นไม้ผอมๆ พวกนั้นไป

กริยาวลี

sneak around them: แอบอ้อมพวกเขาโดยไม่ให้สังเกตเห็น

sneak around them หมายถึงเคลื่อนที่อย่างเงียบ ๆ หรือแอบอ้อมคนเหล่านั้น เพื่อให้พวกเขาสังเกตเห็นได้ยากขึ้น sneak บอกลักษณะการเคลื่อนไหวที่ซ่อนตัวและระมัดระวัง ส่วน around them บอกว่าเส้นทางอ้อมไปด้านข้างแทนที่จะตรงเข้าหาพวกเขา โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ sneak around + คน ซึ่งรวมการเคลื่อนที่โดยไม่ให้สังเกตเห็นกับเส้นทางที่หลบเลี่ยงอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ sneak around the guard มากที่สุด

  1. คุณตะโกนเพื่อให้ยามหันมามองคุณ
  2. คุณเคลื่อนที่อย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ยามสังเกตเห็น
  3. คุณเดินอ้อมยามตามปกติโดยไม่ได้พยายามซ่อนตัว
ดูคำตอบ

คุณเคลื่อนที่อย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ยามสังเกตเห็น

And then wait at the top of the hill

1:40

แล้วไปรออยู่บนยอดเขา

to do you know what. น้ำเสียง/เจตนา

1:41

เพื่อทำสิ่งที่เธอรู้นั่นแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

do you know what: แผนที่ทั้งสองฝ่ายรู้กันแต่ไม่พูดออกมา

ในที่นี้ you know what ไม่ใช่คำถาม เมื่ออยู่หลัง do วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำแทนแบบไม่ระบุชัดสำหรับการกระทำที่ผู้พูดไม่ได้เอ่ยออกมา หมายถึง “สิ่งที่เธอรู้อยู่แล้ว” วลีนี้ต้องอาศัยบริบทร่วมกัน ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะรู้ว่าเป็นแผนอะไร การไม่พูดตรง ๆ จึงสร้างความรู้สึกเป็นความลับหรือความเป็นพวกเดียวกัน

แบบฝึกหัด

you know what ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. สถานที่ที่ผู้ฟังควรรอ
  2. การกระทำที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้วแต่ไม่ได้พูดออกมา
  3. คำถามว่าผู้ฟังรู้ข้อเท็จจริงอะไรบ้าง
ดูคำตอบ

การกระทำที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้วแต่ไม่ได้พูดออกมา

Oh, yeah. Okay.

1:43

โอ้ อื้อ โอเค

Run your little sausage dog legs.

1:44

วิ่งด้วยขาหมาไส้กรอกสั้นๆ ของเธอเลย

They're trying to outflank us. การใช้คำ

1:47

พวกเขากำลังพยายามตลบหลังเรา

การใช้คำ

outflank us: อ้อมไปทางด้านข้างของเราเพื่อชิงความได้เปรียบ

Outflank เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรมและสื่อถึงกลยุทธ์ to outflank us หมายถึงการอ้อมไปทางด้านข้างของเรา หรืออาจไปถึงด้านหลัง เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าเรา แม้คำนี้มาจากภาษาทางทหาร แต่ก็ใช้บรรยายกลยุทธ์ในกีฬา การเมือง หรือธุรกิจได้ ในการเล่นรบสมมติ คำที่เป็นทางการนี้ทำให้เกมฟังเหมือนปฏิบัติการทางยุทธวิธีจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาที่หมายถึง “อ้อมด้านข้างของคู่ต่อสู้เพื่อชิงความได้เปรียบ”: The defenders guarded the centre, so our team tried to ____ them on the left.

ดูคำตอบ

outflank

I'm going into those skinny trees.

1:49

ฉันจะไปที่ต้นไม้ผอมๆ พวกนั้น

Aw. Why do you get to go into the skinny trees? การใช้คำ

1:51

อ้าว ทำไมเธอถึงได้ไปที่ต้นไม้ผอมๆ ล่ะ?

การใช้คำ

get to go: มีโอกาสหรือได้รับอนุญาตให้ไป

โครงสร้าง get to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการได้รับโอกาส การอนุญาต หรือถึงคิวให้ทำบางอย่าง ในที่นี้ get to go หมายถึง “ได้รับอนุญาตให้ไป” หรือ “มีโอกาสได้ไป” โดย get ไม่ได้แปลว่า “ไปถึง” ใน Why do you get to...? ผู้พูดกำลังตั้งคำถามว่าทำไมอีกฝ่ายจึงได้รับโอกาสหรือสิทธิพิเศษนั้น รูปแบบนี้มักฟังเหมือนการบ่นว่าไม่ยุติธรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดตั้งคำถามว่าทำไมคนหนึ่งจึงได้รับโอกาสพิเศษให้เลือกก่อน

  1. Why can you choose first?
  2. Why do you have to choose first?
  3. Why do you get to choose first?
ดูคำตอบ

Why do you get to choose first?

Because you got to sit in the boot seat this morning. โน้ต

1:54

เพราะเมื่อเช้าเธอได้นั่งเบาะท้ายรถไง

การใช้คำ

got to sit: โอกาสที่ได้รับในอดีต

เมื่อ get to + คำกริยารูปพื้นฐาน สื่อถึงโอกาส การอนุญาต หรือคิว รูปอดีตธรรมดาคือ got to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ got to sit หมายถึง “มีโอกาสได้นั่ง” หรือ “ได้รับอนุญาตให้นั่ง” และ this morning บอกว่าโอกาสนั้นอยู่ในอดีต คำว่า got to อาจปรากฏในสำนวนไม่เป็นทางการที่สื่อถึงความจำเป็นได้ด้วย จึงต้องดูเวลาและบริบท ในบทสนทนานี้ การเปรียบเทียบคิวชี้ว่าเป็นโอกาสในอดีต ไม่ใช่หน้าที่หรือความจำเป็น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเมื่อวานมายามีโอกาสได้นั่งข้างหน้าต่าง

  1. Maya gets to sit by the window every day.
  2. Maya had to sit by the window yesterday.
  3. Maya got to sit by the window yesterday.
ดูคำตอบ

Maya got to sit by the window yesterday.

วัฒนธรรม

boot seat: boot ที่หมายถึงห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ

ใน boot seat คำว่า boot ใช้ความหมายเกี่ยวกับรถยนต์ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย ซึ่งหมายถึงห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ วลีนี้หมายถึงที่นั่งพิเศษที่อยู่ในหรือข้างบริเวณด้านท้ายนั้น ไม่ได้หมายถึงที่นั่งสำหรับรองเท้าบูต เมื่อเข้าใจความหมายนี้ก็จะเห็นสาเหตุของการบ่นได้ชัดเจน เด็ก ๆ กำลังนับว่าใครถึงคิวใช้ที่นั่งด้านหลังพิเศษนั้น

แบบฝึกหัด

ใน boot seat คำว่า boot หมายถึงอะไรในบริบทนี้?

  1. กระบวนการเริ่มทำงานของคอมพิวเตอร์
  2. รองเท้าชนิดหนึ่ง
  3. ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ
ดูคำตอบ

ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ

Even though it was my turn. โน้ต

1:57

ทั้งที่มันเป็นตาของฉัน

ไวยากรณ์

Even though + ข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์

Even though ใช้แสดงความขัดแย้งแบบยอมรับข้อเท็จจริง โดยอนุประโยคหลังคำนี้บอกข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ส่วนประโยคหลักบอกผลที่สวนทางกับสิ่งที่ปกติควรคาดจากข้อเท็จจริงนั้น หลัง Even though ต้องมีประธานและกริยา ในที่นี้ it was my turn ถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องจริง ข้อความส่วนนี้เพิ่มความขัดแย้งที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมให้กับคำบ่นในบริบท เมื่ออยู่เดี่ยว ๆ จะเป็นเพียงอนุประโยคที่ยังไม่ครบประโยค ซึ่งพบได้บ่อยในคำบรรยายบทสนทนา

แบบฝึกหัด

Even though it was my turn สื่อความหมายว่าอย่างไร?

  1. ภายหลังอาจจะถึงตาของฉัน
  2. เป็นตาของฉัน จึงไม่มีอะไรที่ผิดไปจากความคาดหมาย
  3. เป็นตาของฉันจริง ๆ แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกับความคาดหมายนั้น
ดูคำตอบ

เป็นตาของฉันจริง ๆ แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกับความคาดหมายนั้น

วลี

my turn: ตาของฉันตามลำดับ

ในประโยคนี้ my turn หมายถึงโอกาสที่ควรเป็นของฉันตามลำดับที่ตกลงกันไว้ turn เป็นคำนามที่หมายถึงโอกาสของคนหนึ่งคนในการลงมือทำ ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทาง โครงสร้าง be + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + turn บอกว่าเป็นตาของใคร เช่น It's my turn, It was your turn หรือ Is it our turn? Even though แสดงความขัดแย้งกัน จึงสื่อว่าลำดับที่ควรจะเป็นไม่ได้รับการทำตาม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงโอกาสของฉันตามลำดับที่ตกลงกันไว้: Everyone else has chosen a game. Now it's my ____ to choose.

ดูคำตอบ

turn

Cuz I said boot seat at breakfast before you.

1:58

เพราะฉันจองเบาะท้ายรถตอนกินมื้อเช้าก่อนเธอต่างหาก