Present Continuous หรือ Present Simple? มินิบทเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
248 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนสั้นนี้เปรียบเทียบ present simple กับ present continuous ตั้งแต่ข้อเท็จจริงทั่วไป นิสัย และการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น ไปจนถึงวิธีที่ต่างกันในการกล่าวถึงแผนในอนาคต ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. future plans that are set. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า present simple ใช้บอกกำหนดการในอนาคตที่แน่นอนแล้วได้ โดยเฉพาะตารางเวลาและการเดินทาง จึงไม่ต้องคิดว่าเหตุการณ์ในอนาคตทุกอย่างต้องใช้ will และสามารถสังเกตแผนที่ถูกนำเสนอเหมือนเป็นข้อเท็จจริงที่กำหนดไว้แล้วได้ 2. a newly formed habit. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า present continuous ไม่ได้ใช้เฉพาะการกระทำที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ยังบอกนิสัยที่เพิ่งเริ่มหรือแนวโน้มที่กำลังก่อตัวได้ ทำให้แยกรูปแบบพฤติกรรมใหม่ซึ่งอาจเป็นเพียงชั่วคราวออกจากนิสัยประจำหรือพฤติกรรมที่ทำมานานซึ่งใช้ present simple ได้ 3. future plans, but here we need to use time words. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ present continuous กล่าวถึงแผนในอนาคตที่จัดเตรียมไว้แล้วโดยมีคำบอกเวลา เช่น tomorrow คำบอกเวลาจะช่วยให้ผู้ฟังตีความว่าเป็นนัดหมายในอนาคต ไม่ใช่การกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ตอนนี้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello everyone.

0:04

สวัสดีทุกคน

In today's mini English lesson, ลำดับความ

0:05

ในมินิบทเรียนภาษาอังกฤษวันนี้

ลำดับความ

In today's mini English lesson ในฐานะกรอบเปิดบทเรียน

เมื่ออยู่ต้นบทเรียนหรือวิดีโอ In today's mini English lesson ทำหน้าที่เป็นกรอบเปิดเรื่อง โดยกำหนดขอบเขตของข้อมูลที่จะตามมาและบอกผู้ฟังว่ากำลังจะเข้าสู่ช่วงการเรียนแบบใด ในที่นี้ today's หมายถึง “บทเรียนที่จัดขึ้นวันนี้” หรือ “ตอนนี้ของรายการ” ไม่ได้บอกเพียงวันที่ในปฏิทิน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ In today's + คำอธิบาย + lesson ซึ่งใช้เกริ่นสถานการณ์ก่อนที่ประโยคหลักจะบอกหัวข้อหรือแผนการเรียน

แบบฝึกหัด

ประโยคเปิดข้อใดกำหนดขอบเขตของบทเรียนได้เป็นธรรมชาติที่สุดก่อนบอกหัวข้อ?

  1. On today science lesson, we're going to learn about magnets.
  2. Today's in science lesson, we're going to learn about magnets.
  3. In today's science lesson, we're going to learn about magnets.
ดูคำตอบ

In today's science lesson, we're going to learn about magnets.

we're going to talk about the differences วลี

0:07

เราจะมาพูดถึงความแตกต่าง

วลี

ใช้ we're going to talk about เพื่อเกริ่นหัวข้อ

We're going to talk about เป็นวิธีที่ใช้บ่อยในการเกริ่นหัวข้อในบทเรียน วิดีโอ หรือการประชุม โดยบอกผู้ฟังว่าจะพูดถึงอะไรต่อไป ในที่นี้ be going to แสดงเนื้อหาที่วางแผนไว้สำหรับกิจกรรมปัจจุบัน ไม่ใช่การทำนายอนาคตที่ห่างไกล รูปแบบคือ ประธาน + be going to + talk about + หัวข้อ ในคำบรรยาย วลี the differences คือหัวข้อที่วางไว้หลัง about

แบบฝึกหัด

เติมการเกริ่นหัวข้อที่วางแผนไว้ด้วยวลีที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: In this lesson, ____ how plants grow.

ดูคำตอบ

we're going to talk about

between the present simple and the present continuous. ไวยากรณ์

0:09

ระหว่าง present simple และ present continuous

ไวยากรณ์

between the present simple and the present continuous: การเปรียบเทียบรูปไวยากรณ์สองแบบ

รูปแบบ between A and B นำสิ่งที่ต่างกันสองอย่างมาอยู่ในการเปรียบเทียบหรือความสัมพันธ์เดียวกัน ในที่นี้ A คือ the present simple และ B คือ the present continuous ในรูปแบบนี้ ใช้ between หน้าสิ่งแรก และใช้ and หน้าสิ่งที่สอง: between A and B ต้องบอกทั้งสองสิ่ง ผู้ฟังจึงจะรู้ว่ากำลังเปรียบเทียบอะไรกับอะไร

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปสองคำในรูปแบบ between A and B ให้ประโยคสมบูรณ์: The lesson explains the difference ____ nouns ____ verbs.

ดูคำตอบ

between · and

Now, I know sometimes students can get a little bit confused วลี

0:11

เอาล่ะ ฉันรู้ว่าบางครั้งนักเรียนก็อาจจะสับสนนิดหน่อย

about when to use each. ไวยากรณ์

0:14

ว่าควรจะใช้แต่ละอันเมื่อไหร่

วลี

get a little bit confused: เริ่มรู้สึกสับสนเล็กน้อย

ใน get a little bit confused โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์บอกการเปลี่ยนสภาพ คือคนหนึ่งเข้าสู่สภาพที่สับสน จุดเน้นอยู่ที่การเริ่มสับสน ไม่ใช่เพียงการอยู่ในสภาพสับสนอยู่แล้ว a little bit บอกว่าความสับสนมีเพียงเล็กน้อย ในประโยคนี้ยังช่วยให้คำพูดนุ่มนวลขึ้น ทำให้ครูฟังดูเข้าใจผู้เรียนมากกว่าตำหนิ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายที่หมายถึง “เริ่มรู้สึกสับสนเล็กน้อย” เติมประโยคให้สมบูรณ์: When the instructions change quickly, I can ____.

ดูคำตอบ

get a little bit confused

ไวยากรณ์

about when to use each: คำแสดงคำถาม + to-infinitive

ใน about when to use each ส่วน when to use each เป็นวลีโครงสร้างคำแสดงคำถาม + to-infinitive หมายถึงเวลาหรือสถานการณ์ที่เหมาะสมในการใช้ตัวเลือกแต่ละอย่าง ทั้งวลีตามหลัง about เพื่อบอกว่าเรื่องใดทำให้เกิดความสับสน ในที่นี้ each ย้อนกลับไปกล่าวถึงกาลสองแบบที่พูดถึงก่อนหน้า คือ present simple และ present continuous โครงสร้างนี้ยังใช้ตามหลังคำกริยาอย่าง know, learn และ explain ได้ เช่น know how to start, learn where to go, explain when to stop

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า when, to, use และ each เติมประโยคให้สมบูรณ์: This chart explains ____.

ดูคำตอบ

when to use each

The present simple is used to talk about general truths, ไวยากรณ์

0:16

present simple ใช้เพื่อพูดถึงความจริงทั่วไป

ไวยากรณ์

Present simple สำหรับความจริงทั่วไป

Present simple ใช้บอกความจริงทั่วไป ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงหรือแนวคิดที่โดยปกติแล้วเป็นจริง ไม่ได้จริงเฉพาะในขณะนี้เท่านั้น รูปนี้ใช้บอกได้ว่าธรรมชาติทำงานอย่างไรหรือสิ่งใดมักเกิดขึ้น เลือกใช้กาลนี้เพราะข้อความนั้นเป็นจริงโดยทั่วไป หากต้องการเน้นการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงนี้ ให้ใช้ present continuous

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกความจริงทั่วไปด้วย present simple?

  1. The plant grew beside the window last summer.
  2. Plants need light to grow.
  3. The plant is growing beside the window right now.
ดูคำตอบ

Plants need light to grow.

repeated actions, ไวยากรณ์

0:19

การกระทำที่ทำซ้ำๆ

ไวยากรณ์

repeated actions ใน present simple

ในรายการนี้ repeated actions หมายถึงการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในช่วงชีวิตปัจจุบันของคนคนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงนิสัย กิจวัตร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ Present simple แสดงว่าการกระทำซ้ำนั้นเป็นรูปแบบตามปกติ ไม่ใช่การกระทำครั้งเดียวที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ และไม่ใช่การกระทำซ้ำที่จำกัดอยู่แค่ในอดีต คำบอกเวลาหรือความถี่ เช่น every day, on Mondays และ often ช่วยให้เห็นรูปแบบนี้ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกถึงการกระทำที่เกิดซ้ำเป็นประจำในปัจจุบัน?

  1. Sam is feeding the fish right now.
  2. Sam fed the fish once yesterday.
  3. Sam feeds the fish every morning.
ดูคำตอบ

Sam feeds the fish every morning.

instructions, ไวยากรณ์

0:21

คำสั่ง

ไวยากรณ์

instructions: คำสั่งและขั้นตอน

ในรายการนี้ instructions หมายถึงคำพูดหรือขั้นตอนที่บอกให้ใครทำอะไร คำสั่งเหล่านี้อาจพบได้ในห้องเรียน สูตรอาหาร เกม กฎ หรือคู่มือ คำสั่งโดยตรงมักเริ่มด้วยรูปพื้นฐานของคำกริยาและละ you: Open the book. รูปนี้เรียกว่าประโยคคำสั่ง ในการอธิบายขั้นตอนด้วยคำพูด สามารถใช้ present simple ที่มี you ได้เช่นกัน: First, you open the book. ทั้งสองรูปใช้แนะนำให้ใครทำสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการให้คำสั่ง?

  1. Close the lid carefully.
  2. The lid is blue.
  3. I closed the lid yesterday.
ดูคำตอบ

Close the lid carefully.

or even future plans that are set. ไวยากรณ์

0:22

หรือแม้แต่แผนการในอนาคตที่กำหนดไว้แล้ว

ไวยากรณ์

future plans that are set: present simple สำหรับกำหนดการที่แน่นอน

ใน future plans that are set คำว่า set หมายถึงแผนนั้นถูกกำหนดหรือจัดตารางไว้อย่างเป็นทางการแล้ว ไม่ใช่เพียงกำลังพิจารณาอยู่ เมื่อเหตุการณ์ในอนาคตถูกกำหนดด้วยตารางเวลาหรือโปรแกรม ภาษาอังกฤษสามารถใช้ present simple ได้แม้จะมีวลีบอกเวลาในอนาคต เช่น The train leaves tomorrow. รูปนี้นำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการที่แน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าแผนในอนาคตทุกอย่างต้องใช้ present simple

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present simple ของ leave: The last train ____ at 11:30 tonight.

ดูคำตอบ

leaves

A general truth is Beyonce is an icon. โน้ต

0:25

ความจริงทั่วไปก็คือ บียอนเซ่คือไอคอน

ไวยากรณ์

Beyonce is an icon: การประเมินที่มั่นคงด้วย present simple

Beyonce is an icon ใช้ is ในรูป present simple เพื่อเชื่อมบุคคลเข้ากับคำบรรยายที่มองว่าคงอยู่ยาวนาน ในที่นี้ icon หมายถึงบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลสูงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่รูปหรือสัญลักษณ์บนหน้าจอ การเรียกข้อความนี้ว่า general truth ทำให้การประเมินนั้นดูมั่นคงและเป็นความคิดเห็นที่คนจำนวนมากยอมรับ อย่างไรก็ตาม นี่ยังคงเป็นการตัดสินเชิงคุณค่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริงสากลที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ present simple แสดงว่าผู้พูดนำเสนอความเห็นนี้อย่างไร ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

present simple ทำหน้าที่อะไรใน Beyonce is an icon?

  1. บรรยายการกระทำที่เกิดขึ้นเฉพาะตอนนี้
  2. สัญญาว่า Beyonce จะมีชื่อเสียงในภายหลัง
  3. นำเสนอการประเมินที่คนจำนวนมากยอมรับว่าเป็นสิ่งที่มั่นคง
ดูคำตอบ

นำเสนอการประเมินที่คนจำนวนมากยอมรับว่าเป็นสิ่งที่มั่นคง

การใช้คำ

an icon: บุคคลที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลอย่างมาก

ในที่นี้ an icon หมายถึงบุคคลที่ผู้คนชื่นชมอย่างกว้างขวาง และมองว่าสำคัญมากในวงการหรือวัฒนธรรมหนึ่ง การเรียก Beyonce ว่า an icon เป็นคำชมอย่างมากถึงชื่อเสียง อิทธิพล และความสำคัญทางวัฒนธรรมของเธอ ไม่ได้หมายถึงรูปไอคอนเล็ก ๆ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ That singer is an icon คำว่า icon หมายถึงอะไร

  1. รูปภาพเล็ก ๆ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
  2. บุคคลที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลอย่างมาก
  3. คนธรรมดาที่ไม่มีอิทธิพลต่อสาธารณะ
ดูคำตอบ

บุคคลที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลอย่างมาก

A habit is,

0:29

นิสัยก็คือ

I go to the gym twice a week. โน้ต

0:31

ฉันไปยิมสัปดาห์ละสองครั้ง

ไวยากรณ์

I go ... twice a week: present simple สำหรับนิสัย

คำกริยา go ในรูป present simple ตรงนี้บอกถึงนิสัยที่ทำซ้ำ ไม่ใช่การกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ เมื่อประธานคือ I ให้ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน go วลีบอกความถี่ twice a week บอกว่านิสัยนี้เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน ตามโครงสร้างที่ใช้ได้ทั่วไปคือ ประธาน + คำกริยา present simple + วลีบอกความถี่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายนิสัยที่ทำซ้ำเป็นประจำ

  1. I walked to school yesterday.
  2. I walk to school every weekday.
  3. I'm walking to school right now.
ดูคำตอบ

I walk to school every weekday.

วลี

twice a week สำหรับบอกความถี่ว่าสัปดาห์ละสองครั้ง

Twice a week หมายถึงสองครั้งในแต่ละสัปดาห์ ในที่นี้ twice ใช้นับจำนวนครั้งที่ทำกิจกรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงมากเป็นสองเท่า รูปแบบคือ twice + a + หน่วยเวลา เช่น twice a day และ twice a month เป็นวิธีที่สั้นและเป็นธรรมชาติในการบอกกิจวัตรหรือตารางที่เกิดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกความถี่สามคำที่ขึ้นต้นด้วย twice: Maya has piano lessons on Tuesday and Friday, so she has piano lessons ____.

ดูคำตอบ

twice a week

I don't,

0:33

ฉันไม่ได้ไปหรอก

but you know,

0:34

แต่คุณก็รู้

it's just to explain.

0:34

มันเป็นแค่การอธิบาย

All right.

0:35

เอาล่ะ

It's also used for instructions.

0:36

มันยังใช้สำหรับคำสั่งด้วย

For example,

0:38

ตัวอย่างเช่น

do this, ไวยากรณ์

0:39

ทำแบบนี้

do that.

0:40

ทำแบบนั้น

ไวยากรณ์

do this, do that ในฐานะคำสั่งแบบประโยคคำสั่ง

วลีต่อเนื่อง do this, do that ประกอบด้วยประโยคคำสั่งสองประโยค ประโยคคำสั่งเริ่มด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น do และมักละประธาน you ที่ผู้ฟังเข้าใจอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้เขียน you คำสั่งก็ยังเป็นประโยคที่สมบูรณ์ ในที่นี้ this และ that เป็นคำตัวอย่างที่ใช้แทนการกระทำหรือสิ่งของที่กำลังสาธิต คำสั่งที่ชัดเจนจะเปลี่ยนเป็นรายละเอียดเฉพาะ หรือใช้คำเหล่านี้เฉพาะเมื่อผู้ฟังมองเห็นสิ่งที่คำเหล่านี้อ้างถึง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้คำสั่งที่ชัดเจนสองอย่างโดยใช้กริยารูปพื้นฐานและละประธานไว้?

  1. Turn the handle, then press the green button.
  2. Turning the handle, then pressing the green button.
  3. You turn the handle, then you pressed the green button.
ดูคำตอบ

Turn the handle, then press the green button.

Thank you.

0:41

ขอบคุณ

Also,

0:42

นอกจากนี้

it's used for future plans that are fixed, ไวยากรณ์

0:43

มันยังใช้สำหรับแผนการในอนาคตที่แน่นอนแล้ว

set.

0:46

กำหนดไว้แล้ว

ไวยากรณ์

it's used for future plans that are fixed, set: present simple สำหรับแผนในอนาคตที่แน่นอน

ในที่นี้ it หมายถึง present simple ประโยคนี้บอกว่า present simple ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้เมื่อแผนนั้น fixed หรือ set คือได้ตัดสินใจและจัดไว้แล้ว โดยมักกำหนดจากตารางเวลาหรือองค์กร เงื่อนไขสำคัญคือ fixed, set ไม่ได้หมายความว่าแผนในอนาคตทุกอย่างใช้ present simple ได้ แต่หมายถึงรูปนี้ใช้กับกำหนดการที่ถือว่าเวลาถูกกำหนดแน่นอนแล้ว

แบบฝึกหัด

แผนใดเหมาะกับการใช้ present simple แบบนี้มากที่สุด?

  1. การตัดสินใจที่คุณทำขณะกำลังพูด
  2. เวลาออกของรถไฟที่พิมพ์ไว้ในตารางของวันพรุ่งนี้
  3. การเดินทางที่คุณอาจไปสักวันหนึ่ง
ดูคำตอบ

เวลาออกของรถไฟที่พิมพ์ไว้ในตารางของวันพรุ่งนี้

My plane leaves in half an hour. โน้ต

0:46

เครื่องบินของฉันจะออกในอีกครึ่งชั่วโมง

ไวยากรณ์

My plane leaves ...: present simple สำหรับกำหนดการในอนาคต

ใน My plane leaves in half an hour. คำว่า leaves อยู่ในรูป present simple แต่หมายถึงอนาคต วลี in half an hour ระบุว่าการออกเดินทางจะเกิดขึ้นในอีกสามสิบนาทีนับจากตอนนี้ การใช้ present simple เป็นธรรมชาติเพราะเที่ยวบินเป็นไปตามตารางที่กำหนดไว้ รูปแบบเดียวกันใช้พูดถึงการเดินทาง ชั้นเรียน การแสดง และกิจกรรมอื่นที่กำหนดเวลาแน่นอนได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present simple ของ leave เติมกำหนดการที่แน่นอนนี้ให้สมบูรณ์: The bus ____ at seven tomorrow morning.

ดูคำตอบ

leaves

วลี

in half an hour: อีกสามสิบนาทีนับจากตอนนี้

ในประโยคนี้ in half an hour หมายถึง “อีกสามสิบนาทีนับจากตอนนี้” เครื่องบินมีกำหนดออกหลังจากเวลานั้นผ่านไป ใช้ in + ช่วงเวลา เพื่อบอกว่าอีกนานเท่าใดเหตุการณ์ในอนาคตจึงจะเกิดขึ้น โครงสร้างนี้ตอบคำถามว่า “อีกนานเท่าไร?”

แบบฝึกหัด

บทเรียนหนึ่งจะเริ่มในอีกสามสิบนาที เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: The lesson begins ____.

ดูคำตอบ

in half an hour

Moving on to the present continuous. ลำดับความ

0:49

มาต่อกันที่ present continuous

ลำดับความ

Moving on to ...: การนำเข้าสู่หัวข้อถัดไป

Moving on to ... บอกผู้ฟังว่าส่วนหนึ่งจบแล้วและกำลังจะเริ่มหัวข้อถัดไป ในประโยคนี้หัวข้อถัดไปคือ the present continuous โครงสร้างคือ move on to + หัวข้อ Moving on to ... เป็นคำเชื่อมสั้น ๆ ในภาษาพูด โดย moving ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดจบส่วนหนึ่งแล้วและต้องการนำเข้าสู่คำถามถัดไป เติมคำเชื่อมให้สมบูรณ์: ____ the next question.

ดูคำตอบ

Moving on to

So, we use the present continuous

0:51

ดังนั้น เราใช้ present continuous

to talk about something that's happening right now. ไวยากรณ์

0:53

เพื่อพูดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

ไวยากรณ์

that's happening right now: present continuous สำหรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

ใน that's happening right now คำว่า that's หมายถึง that is และ is happening เป็น present continuous ที่มีโครงสร้าง be + คำกริยา-ing ใช้บอกการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะที่พูด Right now เน้นความหมายว่า “ในขณะนี้พอดี” ใช้รูปแบบนี้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ไม่ใช่นิสัยที่ทำเป็นประจำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present continuous ของ draw: Look! Mia ____ a picture right now.

ดูคำตอบ

is drawing

As you all know, น้ำเสียง/เจตนา

0:56

อย่างที่คุณทุกคนทราบ

น้ำเสียง/เจตนา

As you all know: บอกว่าเป็นความรู้ที่มีร่วมกัน

As you all know วางไว้หน้าข้อมูลที่ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ผู้ฟังทุกคนคุ้นเคยอยู่แล้ว มีความหมายคร่าว ๆ ว่า “อย่างที่ทุกคนที่นี่ทราบ” และช่วยเชื่อมคำเตือนไปยังประเด็นถัดไป นี่เป็นวลีสำหรับกำหนดกรอบของข้อมูล ไม่ใช่หลักฐานว่าผู้ฟังทุกคนรู้ข้อมูลนั้นจริง ๆ ผู้พูดเพียงเลือกนำเสนอข้อมูลนั้นเป็นพื้นหลังที่มีร่วมกัน

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดนำเสนอเวลาเริ่มเรียนว่าเป็นข้อมูลที่ทั้งกลุ่มรู้ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Do you all know when our class starts?
  2. I didn't know that our class starts at nine.
  3. As you all know, our class starts at nine.
ดูคำตอบ

As you all know, our class starts at nine.

we form the present continuous ไวยากรณ์

0:57

เราสร้างประโยค present continuous

by using the verb to be, ไวยากรณ์

0:58

โดยใช้ verb to be

ไวยากรณ์

we form the present continuous: form ในฐานะคำกริยาในการอธิบายไวยากรณ์

ในที่นี้ form เป็นคำกริยาที่หมายถึงการสร้างโครงสร้างทางไวยากรณ์ We form the present continuous บอกว่าเราสร้างรูปกาลนี้จากส่วนประกอบเฉพาะ ในการอธิบายไวยากรณ์ form + ชื่อกาลหรือโครงสร้างจะบอกว่ากำลังสร้างอะไร วลี by + -ing ที่ตามมาสามารถอธิบายวิธีได้ เช่น by using the verb to be

แบบฝึกหัด

ใน we form the present continuous คำว่า form หมายถึงอะไร

  1. สร้างโครงสร้างทางไวยากรณ์
  2. กรอกแบบฟอร์มกระดาษ
  3. จัดตั้งกลุ่มคน
ดูคำตอบ

สร้างโครงสร้างทางไวยากรณ์

is, am, are

1:00

is, am, are

based on the subject, ไวยากรณ์

1:02

ตามแต่ประธาน

ไวยากรณ์

the verb to be, is, am, are: การเลือกรูปให้ตรงกับประธาน

the verb to be คือชื่อของคำกริยาที่มีรูปปัจจุบันกาลเป็น am, is และ are ใน present continuous จะวางรูปใดรูปหนึ่งไว้หน้าคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -ing รูปของ be ต้องสอดคล้องกับประธาน ดังนั้น am, is และ are จึงใช้แทนกันไม่ได้ โครงสร้างพื้นฐานคือ ประธาน + am/is/are + คำกริยา-ing

แบบฝึกหัด

เติมแต่ละประโยค present continuous ด้วยรูปของ be ที่ถูกต้อง: I ____ drawing, Leo ____ reading, and the children ____ playing.

ดูคำตอบ

am · is · are

ไวยากรณ์

based on the subject: เลือก is, am หรือ are ตามประธาน

based on the subject หมายถึง “ตัดสินใจตามประธาน” ในที่นี้ subject คือประธานทางไวยากรณ์ของประโยค ไม่ใช่วิชาเรียนหรือหัวข้อทั่วไป เมื่อต้องเลือกรูปของ be ให้ดูที่ประธาน: I ใช้กับ am; he, she, it และประธานเอกพจน์บุรุษที่สามอื่น ๆ ใช้กับ is; you, we, they และประธานพหูพจน์ใช้กับ are

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายไวยากรณ์นี้ subject ใน based on the subject หมายถึงอะไร

  1. ประธานทางไวยากรณ์ของประโยค
  2. วิชาเรียน เช่น วิทยาศาสตร์
  3. หัวข้อโดยรวมของวิดีโอ
ดูคำตอบ

ประธานทางไวยากรณ์ของประโยค

plus the base of the verb, ไวยากรณ์

1:04

บวกกับคำกริยารูปปกติ

plus -ing.

1:05

บวก -ing

ไวยากรณ์

plus the base of the verb, plus -ing: การสร้างรูป -ing

ในสูตรไวยากรณ์ที่พูดออกมานี้ plus หมายถึง “เติมส่วนถัดไป” the base of the verb คือรูปในพจนานุกรมก่อนเติมคำลงท้าย เช่น play หรือ read สูตรนี้บอกให้เติม -ing ต่อท้ายรูปพื้นฐาน เพื่อสร้างรูป verb-ing ที่ใช้หลัง am, is หรือ are เช่น play เปลี่ยนเป็น playing คำกริยาบางคำมีการเปลี่ยนการสะกดเมื่อเติม -ing แต่โครงสร้างยังคงเป็น be + verb-ing

แบบฝึกหัด

เติมสูตร present continuous ให้สมบูรณ์ โดยใส่ขีดกลางด้วย: be + verb base + ____.

ดูคำตอบ

-ing

I'm filming a mini English lesson. ไวยากรณ์

1:06

ฉันกำลังถ่ายทำมินิบทเรียนภาษาอังกฤษ

ไวยากรณ์

I'm filming: การกระทำที่กำลังเกิดขึ้น

I'm filming เป็นรูปย่อของ I am filming โครงสร้างคือ I'm + คำกริยารูป -ing และ filming คือรูป -ing ของ film ในประโยคนี้ present continuous แสดงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด หมายความว่าผู้พูดกำลังถ่ายบทเรียนอยู่ตอนนี้ ไม่ได้กำลังบอกอาชีพหรือนิสัยที่ทำเป็นประจำ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ I am และรูป -ing ของ film เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ a short video right now.

ดูคำตอบ

I'm filming

Next,

1:09

ต่อมา

we use the present continuous

1:09

เราใช้ present continuous

to talk about a newly formed habit. ไวยากรณ์

1:11

เพื่อพูดถึงนิสัยที่เพิ่งเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

a newly formed habit: รูปแบบที่เพิ่งเกิดขึ้น

วลี a newly formed habit หมายถึงนิสัยที่เพิ่งเริ่มขึ้นไม่นาน formed ขยายคำว่า habit ส่วน newly บอกว่านิสัยนั้นเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายการใช้ present continuous แบบหนึ่ง คือการกระทำที่เกิดซ้ำสามารถนำเสนอเป็นรูปแบบปัจจุบันที่กำลังพัฒนาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในวินาทีที่กำลังพูด และยังไม่ได้ถูกมองว่าเป็นกิจวัตรที่มั่นคงมานาน

แบบฝึกหัด

ถูกหรือผิด: ในที่นี้ a newly formed habit หมายถึงกิจวัตรที่เพิ่งเริ่มขึ้นและอาจยังไม่ใช่นิสัยระยะยาว

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

For example,

1:13

ตัวอย่างเช่น

I'm eating a lot these days, วลี

1:14

ช่วงนี้ฉันกินเยอะมาก

วลี

these days: ช่วงเวลาปัจจุบัน

these days หมายถึง “ในช่วงเวลานี้” หรือ “ระยะนี้” โดยกล่าวถึงช่วงเวลารอบปัจจุบัน ไม่ใช่จำนวนวันที่แน่นอน เมื่อใช้กับ I'm eating วลีนี้ทำให้การกินมากเป็นแนวโน้มในปัจจุบันหรือนิสัยชั่วคราว ไม่ได้หมายถึงแค่วันนี้

แบบฝึกหัด

ใช้ these และ days เติมวลีเวลาที่หมายถึง “ในช่วงเวลานี้”: I'm reading more ____.

ดูคำตอบ

these days

meaning I didn't use to eat a lot, ไวยากรณ์

1:16

หมายความว่าปกติฉันไม่ได้กินเยอะ

ไวยากรณ์

didn't use to + กริยารูปพื้นฐาน

didn't use to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าในอดีตไม่มีนิสัยหรือสภาพเช่นนั้น ในประโยคนี้ การกินเยอะไม่ใช่นิสัยเดิมของผู้พูด และโครงสร้างนี้นำอดีตมาเปรียบเทียบกับการกินเยอะในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง didn't use to และกริยา drink: I ____ coffee, but now I drink it every day.

ดูคำตอบ

didn't use to drink

but now I am. ไวยากรณ์

1:18

แต่ตอนนี้ฉันกินเยอะ

ไวยากรณ์

but now I am: ใช้ am เพื่อเลี่ยงการพูดซ้ำ

ใน but now I am คำว่า am รับแทนส่วน eating a lot ที่ละไว้ ความหมายเต็มคือ but now I am eating a lot แต่ไม่พูด eating a lot ซ้ำ ภาษาอังกฤษสามารถละวลีกริยาที่ซ้ำได้เมื่อกริยาช่วยที่เหลือทำให้เข้าใจความหมายชัดเจน ตรงนี้ส่วนที่ละเป็นโครงสร้าง be + -ing จึงคง am ไว้ และ I am ตรงนี้ยังไม่มีความหมายสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยคงรูป be ที่ถูกต้องและไม่พูด wearing glasses ซ้ำ: Mia wasn't wearing glasses earlier, but now ____.

ดูคำตอบ

she is

Next,

1:20

ต่อมา

we use the present continuous

1:20

เราใช้ present continuous

to talk about future plans, ไวยากรณ์

1:22

เพื่อพูดถึงแผนการในอนาคต

but here we need to use time words.

1:24

แต่ในที่นี้เราจำเป็นต้องใช้คำบอกเวลา

ไวยากรณ์

future plans ... use time words: ใช้ present continuous บอกแผนในอนาคต

present continuous ใช้บอกแผนในอนาคตที่นัดหมายหรือจัดไว้แล้วได้ โดยใช้โครงสร้าง be + กริยา-ing ในการใช้งานแบบนี้ คำบอกเวลาอย่าง tomorrow, on Friday หรือ next week จะบอกผู้ฟังว่าแผนจะเกิดขึ้นเมื่อไร คำว่า but here we need to use time words หมายความว่า ในแบบฝึกหัดนี้ต้องทำให้เวลาในอนาคตชัดเจน หากไม่มีคำบอกเวลาอนาคตหรือบริบทที่กำหนดอนาคตไว้แล้ว ประโยคอย่าง I'm leaving มักถูกเข้าใจว่าเกิดขึ้นตอนนี้หรือกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ present continuous ร่วมกับคำบอกเวลาอนาคตเพื่อแสดงแผนที่นัดหมายไว้แล้ว?

  1. We are meeting the coach right now.
  2. We met the coach yesterday at ten.
  3. We are meeting the coach tomorrow at ten.
ดูคำตอบ

We are meeting the coach tomorrow at ten.

I'm leaving tomorrow. ไวยากรณ์

1:27

ฉันจะไปพรุ่งนี้

ไวยากรณ์

I'm leaving tomorrow: ใช้ present continuous บอกแผนในอนาคตที่จัดไว้แล้ว

ในที่นี้ am leaving เป็น present continuous แต่ tomorrow ทำให้การกระทำเกิดขึ้นในอนาคต ประโยคนี้หมายความว่าผู้พูดวางแผนจะออกเดินทางพรุ่งนี้ และมักสื่อว่าการเดินทางนั้นได้ตัดสินใจหรือจัดเตรียมไว้แล้ว ใช้ be + คำกริยา-ing ร่วมกับคำบอกเวลาในอนาคตที่ชัดเจนเพื่อพูดถึงแผนส่วนตัว ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นกำลังออกเดินทางอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

ใช้ leave ในรูป present continuous เพื่อบอกแผนในอนาคตที่จัดไว้แล้ว: I ____ tomorrow.

ดูคำตอบ

am leaving

Those were the main differences ลำดับความ

1:29

นั่นคือความแตกต่างหลักๆ

between the present simple and the present continuous.

1:30

ระหว่าง present simple และ present continuous

ลำดับความ

Those were the main differences between A and B: ประโยคสรุปเพื่อจบการเปรียบเทียบ

ประโยคนี้ใช้ปิดการเปรียบเทียบ คำว่า Those ชี้ย้อนกลับไปยังความแตกต่างที่อธิบายไว้ก่อนหน้า และวลี the main differences บอกผู้ฟังว่าการเปรียบเทียบประเด็นสำคัญเสร็จสิ้นแล้ว รูปอดีต were ใช้มองย้อนกลับไปยังคำอธิบายที่เพิ่งจบ ไม่ได้หมายความว่าความแตกต่างเหล่านั้นไม่เป็นจริงแล้ว โครงสร้าง Those were the main differences between A and B สามารถนำไปใช้เพื่อจัดระเบียบช่วงท้ายของการพูดหรือบทเรียนได้

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย?

  1. ขอให้ผู้ฟังระบุความแตกต่าง
  2. สรุปการเปรียบเทียบที่เพิ่งอธิบายไป
  3. เริ่มหัวข้อไวยากรณ์ใหม่
ดูคำตอบ

สรุปการเปรียบเทียบที่เพิ่งอธิบายไป

Uh one more instruction, น้ำเสียง/เจตนา

1:34

เอ่อ มีคำสั่งอีกอย่างนึง

น้ำเสียง/เจตนา

one more instruction ในฐานะคำเชื่อมแบบขำ ๆ

ในที่นี้ one more instruction ใช้เกริ่นคำขอสุดท้ายหนึ่งอย่าง ผู้พูดเรียกคำขอที่จะตามมาเรื่องการกดถูกใจ แสดงความคิดเห็น และกดติดตามว่า instruction แบบขำ ๆ เพื่อเชื่อมต่อกับหัวข้อของบทเรียน วลีนี้ยังเป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วงด้วย กล่าวคือคำอธิบายหลักกำลังจะจบ แต่ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่อยากให้ผู้ชมทำ ในบริบทนี้จึงฟังดูสบาย ๆ ไม่ใช่คำสั่งที่เข้มงวด

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: one more instruction ในที่นี้หมายถึงคำสั่งที่เข้มงวดต่อผู้ชม

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

like this video, การใช้คำ

1:35

กดไลค์วิดีโอนี้

การใช้คำ

like this video ในความหมายของการกดถูกใจบนแพลตฟอร์ม

ในคำกระตุ้นให้ทำบางอย่างบนแพลตฟอร์มวิดีโอ like เป็นคำกริยาที่แสดงการกระทำ โดย like this video หมายถึงคลิกหรือแตะปุ่มถูกใจของวิดีโอนั้น วลีนี้ไม่ได้เพียงบอกความรู้สึกว่าชอบวิดีโอ รูปประโยคคำสั่งขอให้ผู้ชมทำการกดถูกใจบนแพลตฟอร์มโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมคำกระตุ้นให้สมบูรณ์ด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “คลิกปุ่มถูกใจของวิดีโอนี้”: Please ____ before you leave.

ดูคำตอบ

like this video

comment down below, วลี

1:36

คอมเมนต์ด้านล่าง

วลี

comment down below: แสดงความคิดเห็นด้านล่าง

ในที่นี้ comment เป็นคำกริยา หมายถึง “เขียนข้อความตอบกลับ” ส่วน down below หมายถึงบริเวณแสดงความคิดเห็นใต้คลิปหรือโพสต์ ทั้งวลีเป็นการชวนผู้ชมให้มีส่วนร่วมบนหน้าเว็บโดยตรง ตำแหน่งนี้อยู่บนหน้าจอ ไม่ได้หมายถึงให้เคลื่อนตัวลงไปยังสถานที่ที่ต่ำกว่าในโลกจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญให้สมบูรณ์ด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “แสดงความคิดเห็นใต้คลิป”: “____ with your answer.”

ดูคำตอบ

Comment down below

and subscribe วลี

1:37

และกดติดตาม

to watch more mini English lessons.

1:39

เพื่อดูมินิบทเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม

วลี

subscribe to watch: ใช้ to + คำกริยาเพื่อบอกจุดประสงค์

ในบริบทของแพลตฟอร์มนี้ subscribe หมายถึงการเลือกติดตามช่องเพื่อรับชมเนื้อหาเพิ่มเติม ส่วนวลี infinitive to watch more mini English lessons บอกจุดประสงค์ของการกดติดตาม โครงสร้างแบ่งได้เป็น subscribe + to watch more mini English lessons ในที่นี้ to อยู่กับคำกริยารูปพื้นฐาน watch เพื่อสร้างโครงสร้างบอกจุดประสงค์ ไม่ใช่คำบุพบทในโครงสร้าง subscribe to + คำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่า “กดติดตามเพื่อชมบทเรียนเพิ่มเติม”: “Subscribe ____ more lessons.”

ดูคำตอบ

to watch

Bye.

1:41

บาย