คุณสามารถแก้ปริศนาอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ได้หรือไม่? - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
620 คำ 145 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: อลิซตรวจสอบปริศนาที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส 8×8 ดูเหมือนเปลี่ยนเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า 5×13 เมื่อเปรียบเทียบความชันของชิ้นส่วน เธอพบช่องว่างบางมากที่ซ่อนอยู่ ภาพลวงตานี้เกิดจากอัตราส่วนของจำนวนฟีโบนัชชีที่เรียงติดกันค่อย ๆ เข้าใกล้อัตราส่วนทองคำ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. about to และ when — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้าง be about to … when … ซึ่งบอกว่าการกระทำหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้น แต่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเข้ามาขัดจังหวะ คุณจะใช้โครงสร้างนี้สร้างจุดหักเหฉับพลันในเรื่องเล่าได้ แทนการเรียงเหตุการณ์ด้วยคำที่มีความหมายเพียงว่า “จากนั้น” หรือ “ก่อน” 2. before she loses it? — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองเห็นการเล่นคำระหว่างอันตรายที่อลิซอาจเสียศีรษะจริง ๆ กับความหมายเชิงสำนวนของ lose it ที่หมายถึงเสียการควบคุมอารมณ์ ช่วยให้สังเกตได้ว่าสรรพนามเชื่อมอันตรายทางกายภาพกับความหมายเปรียบเทียบเพื่อสร้างทั้งความตึงเครียดและอารมณ์ขันอย่างไร 3. converges on — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: ในบริบทคณิตศาสตร์ หมายถึงการค่อย ๆ เข้าใกล้ค่าหนึ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณจะใช้คำนี้อธิบายลำดับหรืออัตราส่วนที่เข้าใกล้ค่าลิมิตได้อย่างแม่นยำ โดยไม่สื่อว่าจำเป็นต้องไปถึงค่านั้นจริง ๆ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

After many adventures in Wonderland,

0:07

หลังจากผ่านการผจญภัยมากมายในวันเดอร์แลนด์

Alice has once again found herself in the court of the temperamental Queen of Hearts. โน้ต

0:10

อลิซก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในศาลของราชินีโพแดงจอมเหวี่ยงอีกครั้ง

วลี

once again: เหตุการณ์ที่คุ้นเคยเกิดขึ้นอีกครั้ง

once again หมายถึง “อีกครั้ง” และแสดงว่าเหตุการณ์เดียวกันหรือเหตุการณ์คล้ายกันเคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ในวลีตายตัวนี้ once ไม่ได้หมายถึง “เพียงครั้งเดียว” ในการเล่าเรื่อง once again สามารถทำให้เหตุการณ์ดูเหมือนรูปแบบที่คุ้นเคยกำลังกลับมาอีกครั้ง ที่นี่วลีนี้บอกว่าอลิซกลับมาเจอปัญหาแบบที่เธอเคยพบมาก่อน พร้อมความรู้สึกคล้ายกับว่า “มาอีกแล้ว”

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษข้อใดบอกว่าเครื่องพิมพ์หยุดทำงานอีกครั้ง หลังจากเคยเกิดเรื่องนี้มาก่อนแล้ว

  1. The printer has only once stopped working.
  2. The printer has almost stopped working.
  3. The printer has once again stopped working.
ดูคำตอบ

The printer has once again stopped working.

วลี

found herself in: พบว่าตัวเองมาอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์หนึ่ง

found herself in เป็นรูปอดีตของ find oneself in + สถานที่หรือสถานการณ์ herself ย้อนกลับไปหา Alice ไม่ได้หมายความว่าเธอออกตามหาตัวเอง โครงสร้างนี้หมายถึงเธอมาอยู่ที่ใดที่หนึ่ง หรือรู้ตัวว่าตนอยู่ในสถานการณ์นั้นแล้ว โดยมักไม่ได้วางแผนไว้ คำที่ตามหลัง in ระบุสถานที่หรือสถานการณ์ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งกับสถานที่จริงและสถานการณ์ที่เป็นนามธรรม เช่น found himself in trouble

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find oneself in: After one wrong turn, Maya ____ an unfamiliar neighborhood.

ดูคำตอบ

found herself in

วัฒนธรรม

Queen of Hearts: ตัวละครในเรื่องของอลิซและไพ่ดอกโพแดง

Queen of Hearts หรือราชินีโพแดง เป็นผู้ปกครองในจินตนาการจากเรื่อง Alice's Adventures in Wonderland คำว่า Hearts เป็นชื่อดอกไพ่โพแดง ดังนั้นชื่อนี้จึงเป็นชื่อของตัวละครในนิทาน ไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมืองที่มีอยู่จริง เธอขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้อนและการสั่งลงโทษ โดยเฉพาะการขู่ให้ตัดหัว การรู้จักตัวละครนี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมคำขู่ของเธอจึงทั้งน่ากลัวและไร้เหตุผล เพราะเธอเป็นภาพที่กล่าวเกินจริงของผู้มีอำนาจที่ไม่ยุติธรรมและชอบออกคำสั่ง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Queen of Hearts หมายถึงใคร

  1. ราชินีใจดีที่มีตำแหน่งหมายความว่าเธอรักทุกคน
  2. ผู้ปกครองในจินตนาการจากเรื่องของอลิซ ซึ่งตั้งชื่อตามไพ่ดอกโพแดง
  3. ราชินีที่มีอยู่จริงและปกครองประเทศชื่อ Hearts
ดูคำตอบ

ผู้ปกครองในจินตนาการจากเรื่องของอลิซ ซึ่งตั้งชื่อตามไพ่ดอกโพแดง

She's about to pass through the garden undetected โน้ต

0:15

เธอตั้งใจจะแอบเดินผ่านสวนไปอย่างเงียบๆ

วลี

pass through: เคลื่อนผ่านด้านในของสถานที่

pass through + สถานที่ หมายถึงเข้าไปในสถานที่นั้น เคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ด้านใน แล้วเดินทางต่อไป คำว่า through ทำให้ชัดว่าสถานที่นั้นคือพื้นที่ที่เส้นทางตัดผ่าน ในประโยคนี้ เส้นทางที่วางไว้ผ่านเข้าไปในสวนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ผ่านใกล้สวน

แบบฝึกหัด

เติมคำที่แสดงการเคลื่อนเข้าไปและผ่านด้านในของอุโมงค์ให้สมบูรณ์: To reach the station, we had to pass ____ a long tunnel.

ดูคำตอบ

through

when she overhears the King and Queen arguing. การใช้คำ

0:18

แต่บังเอิญได้ยินพระราชาและราชินีกำลังเถียงกัน

ไวยากรณ์

be about to ... when ...: จุดเปลี่ยนอย่างกะทันหันในการเล่าเรื่อง

โครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน ... when + อนุประโยค หมายถึงการกระทำหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้น และในจังหวะนั้นก็มีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ในประโยคนี้ is about to pass แสดงว่าการเคลื่อนไหวที่อลิซวางแผนไว้ใกล้จะเริ่มขึ้น ส่วน when นำเข้าสิ่งที่เธอได้ยินโดยไม่คาดคิด when ในที่นี้ไม่ได้เพียงบอกเวลา แต่ยังสร้างจุดเปลี่ยนในเรื่อง และมักสื่อว่าเหตุการณ์ใหม่เข้ามาขัดจังหวะ ทำให้ล่าช้า หรือเปลี่ยนสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง be about to ... when ...: Maya was ____ step onto the bus ____ the driver closed the door.

ดูคำตอบ

about to · when

การใช้คำ

overhears: บังเอิญได้ยิน

overhears หมายถึงได้ยินคำพูดหรือบทสนทนาโดยไม่ได้ตั้งใจฟัง มักเป็นเพราะบังเอิญอยู่ใกล้ ๆ และคำพูดนั้นไม่ได้พูดกับผู้ที่ได้ยินโดยตรง ในประโยคนี้ เธอบังเอิญได้ยินพระราชากับพระราชินีกำลังโต้เถียงกัน คำกริยานี้ไม่ได้บอกว่าเธอตั้งใจสอดแนมหรือแอบฟังทั้งสองคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Leo บังเอิญได้ยินบทสนทนาส่วนตัวโดยไม่ได้พยายามฟัง?

  1. Leo overheard the conversation while waiting outside.
  2. Leo listened to the conversation while waiting outside.
  3. Leo eavesdropped on the conversation while waiting outside.
ดูคำตอบ

Leo overheard the conversation while waiting outside.

"It's quite simple," says the Queen. น้ำเสียง/เจตนา

0:21

"มันก็ง่ายนิดเดียว" ราชินีกล่าว

น้ำเสียง/เจตนา

It's quite simple: นำเสนอความเห็นให้ดูเป็นเรื่องชัดเจน

“It's quite simple” มีความหมายตรงตัวว่าบางสิ่งเข้าใจได้ง่าย แต่ในประโยคนี้ วลียังทำให้คำอธิบายที่ราชินีกำลังจะพูดดูเป็นเรื่องชัดเจนและได้ข้อยุติแล้ว การพูดแบบนี้อาจทำให้ผู้อื่นโต้แย้งได้ยากขึ้น วลีนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าคำกล่าวนั้นถูกต้องหรือง่ายจริง ๆ ผลที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับน้ำเสียง บริบท และความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ไม่ว่าจะอยู่ในบริบทใด “It's quite simple” ก็เป็นวิธีอธิบายสิ่งต่าง ๆ อย่างอบอุ่นและเป็นมิตรเสมอ

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

"64 is the same as 65, ไวยากรณ์

0:23

"64 ก็เท่ากับ 65 นั่นแหละ

and that's that." สำนวน

0:26

จบเรื่องกันที"

ไวยากรณ์

the same as: แสดงความเหมือนหรือความเท่าเทียม

โครงสร้าง A is the same as B หมายความว่า A และ B เหมือนกันหรือเทียบเท่ากันในด้านที่กำลังกล่าวถึง ในประโยคนี้ 64 คือ A และ 65 คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบซึ่งอยู่หลัง as ต้องใช้โครงสร้างเต็ม the same as + คำนามหรือคำสรรพนาม แม้คำกล่าวของราชินีที่ว่า 64 เท่ากับ 65 จะไร้เหตุผล แต่โครงสร้างไวยากรณ์นี้เป็นโครงสร้างปกติที่ใช้กันทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบที่มีความหมายว่า “เหมือนกับ” ให้สมบูรณ์: This key is the same ____ the old one.

ดูคำตอบ

as

สำนวน

and that's that: ย้ำว่าการตัดสินใจถือเป็นที่สิ้นสุด

And that's that เป็นสำนวนตายตัวที่หมายความว่า การตัดสินใจหรือคำกล่าวนั้นถือเป็นข้อสรุปสุดท้าย และผู้พูดไม่ต้องการคุยเรื่องนี้ต่อ คำว่า that ทั้งสองตำแหน่งไม่ได้ใช้ชี้ถึงสิ่งของคนละอย่างตามปกติ ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้สำนวนนี้เพื่อปิดการโต้แย้ง ไม่ใช่เพื่ออธิบายว่าทำไม 64 กับ 65 จึงเหมือนกัน จึงทำให้คำพูดฟังหนักแน่นและออกแนวสั่งการ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ยุติการสนทนาอย่างเด็ดขาดให้สมบูรณ์: The decision is final, ____.

ดูคำตอบ

and that's that

Without thinking, วลี

0:27

โดยไม่ทันคิด

Alice interjects. การใช้คำ

0:28

อลิซก็โพล่งขึ้นมา

วลี

Without thinking: ลงมือทำก่อนคิดถึงผลที่จะตามมา

Without thinking ประกอบด้วย without + thinking เมื่อวางไว้ต้นประโยค จะบอกว่าบุคคลในประโยคหลักลงมือทำโดยไม่ได้ใช้เวลาคิดก่อน ในที่นี้ อลิซพูดแทรกทันทีด้วยความหุนหันพลันแล่น thinking หมายถึงการพิจารณาว่าควรทำอะไรหรืออาจเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้หมายถึงการไม่มีความคิดหรือสติปัญญา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีต้นประโยคสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงการลงมือทำก่อนคิดถึงผลที่จะตามมา: ____, Nina sent the message.

ดูคำตอบ

Without thinking

การใช้คำ

interjects: สอดแทรกความคิดเห็นระหว่างที่อีกคนกำลังพูด

ในที่นี้ interjects หมายถึงอลิซพูดขึ้นมาอย่างกะทันหันขณะที่อีกคนกำลังพูดอยู่ จึงเป็นการแทรกเข้าไปในบทสนทนาชั่วครู่ คำนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าเธอพูด แต่ยังเน้นการสอดแทรกความคิดเห็นด้วย เมื่อเทียบกับ says คำว่า interjects เน้นทั้งจังหวะและการขัดจังหวะ ทำให้เห็นว่าคำตอบของอลิซเกิดขึ้นทันที ไม่ใช่การพูดตามลำดับตามปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ interjected เพื่อแสดงว่ามีคนสอดแทรกความคิดเห็นก่อนที่ผู้พูดอีกคนจะพูดจบ

  1. Maya listened until the meeting ended.
  2. Maya said hello when it was her turn.
  3. “One quick question,” Maya interjected before Leo could continue.
ดูคำตอบ

“One quick question,” Maya interjected before Leo could continue.

"Nonsense," she says. น้ำเสียง/เจตนา

0:30

"ไร้สาระ" เธอกล่าว

น้ำเสียง/เจตนา

Nonsense: ปฏิเสธสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างรุนแรง

ในที่นี้ Nonsense เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ในตัว หมายถึง “สิ่งที่คุณพูดนั้นไร้เหตุผลหรือไม่จริง” คำนี้ปฏิเสธคำกล่าวทั้งหมดของอีกฝ่าย ไม่ใช่เพียงรายละเอียดหนึ่งจุด เพราะอลิซตอบตรง ๆ ด้วยคำเดียว คำตอบจึงฟังดูทันที มั่นใจ และเผชิญหน้า มีน้ำเสียงรุนแรงกว่าการพูดเพียง no หรือแสดงความสงสัยอย่างสงบมาก

แบบฝึกหัด

ตัดสินสถานการณ์: ในการประชุมทางการที่ต้องรักษาความสุภาพ โดยทั่วไปการตอบข้อเสนอของเพื่อนร่วมงานว่า “Nonsense!” เป็นสิ่งที่เหมาะสม

  1. โดยทั่วไปไม่เหมาะสม
  2. โดยทั่วไปเหมาะสม
ดูคำตอบ

โดยทั่วไปไม่เหมาะสม

"If 64 were the same as 65, ไวยากรณ์

0:32

"ถ้า 64 เท่ากับ 65

then it would be 65 and not 64 at all." วลี

0:34

มันก็ต้องเป็น 65 ไม่ใช่ 64 สิ"

ไวยากรณ์

If ... were ..., then ... would ... สำหรับการให้เหตุผลแบบสมมติ

โครงสร้าง If ... were ..., then ... would ... ใช้ตั้งเงื่อนไขที่จินตนาการขึ้นหรือไม่เป็นจริง แล้วบอกผลลัพธ์ตามเหตุผล ในที่นี้ were ไม่ได้บอกเวลาในอดีต แต่บอกว่าเงื่อนไขเป็นสมมติ ส่วน would be บอกผลที่ตามมาจากสมมตินั้น then ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ชัดเจนเป็นพิเศษ แต่หลายครั้งก็ตัดออกได้ โครงสร้างนี้ใช้ตรวจสอบคำกล่าวได้ โดยลองสมมติว่าคำกล่าวนั้นจริง แล้วดูว่าจะเกิดผลอะไรตามมา

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขและผลลัพธ์แบบสมมติด้วยโครงสร้าง were ... would: If the rule ____ fair, then everyone ____ get the same turn.

ดูคำตอบ

were · would

วลี

at all หลังคำปฏิเสธ: “ไม่...เลย”

ในอนุประโยคปฏิเสธ at all ใช้เน้นความหมายปฏิเสธ Not 64 at all หมายถึง “ไม่ใช่ 64 เลย” หรือ “ไม่ใช่ 64 ในทางใดเลย” ในที่นี้ at all ไม่ได้มีความหมายว่า “ทั้งหมด” เมื่อแปลแยกออกมา แต่ทำงานร่วมกับคำปฏิเสธ not เพื่อทำให้การปฏิเสธหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายสองคำเพื่อเน้นความหมายปฏิเสธ: I don't mind waiting ____.

ดูคำตอบ

at all

"What?

0:38

"อะไรนะ?

How dare you?" the Queen huffs. โน้ต

0:39

เจ้ากล้าดียังไง?" ราชินีทำเสียงฮึดฮัด

น้ำเสียง/เจตนา

How dare you? ในฐานะคำตำหนิอย่างรุนแรง

How dare you? ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ ที่ใช้ขอเหตุผล แต่เป็นการตำหนิอย่างรุนแรง ผู้พูดมองว่าการกระทำของอีกฝ่ายน่าตกใจ เป็นการลบหลู่ หรือยอมรับไม่ได้ เมื่อใช้วลีนี้เพียงลำพัง การกระทำที่ถูกตำหนิจะเข้าใจได้จากบริบท หากต้องการระบุการกระทำ ให้ใช้โครงสร้าง How dare + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน เช่น How dare you speak to me like that? ในประโยคนี้ ราชินีใช้รูปสั้นเพื่อแสดงว่าพระองค์รู้สึกถูกลบหลู่และโกรธ

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในการใช้ทั่วไป How dare you? เป็นการขอให้ผู้ฟังอธิบายอย่างสงบว่าทำไมจึงทำเช่นนั้น

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

การใช้คำ

huffs ในฐานะกริยาบอกคำพูดที่แสดงความรำคาญ

ในที่นี้ huffs เป็นกริยาบอกคำพูดที่ให้ภาพชัดเจน โดยบอกว่าราชินีตรัสพร้อมพ่นลมหายใจสั้น ๆ อย่างแรง ซึ่งแสดงถึงความรำคาญหรือความถือตัวเมื่อถูกลบหลู่ คำนี้เพิ่มทั้งอารมณ์และเสียงที่กริยากลาง ๆ อย่าง says ไม่ได้ให้ เมื่อนอกเหนือจากการใช้บอกคำพูด huff ยังหมายถึงการพ่นลมหายใจออกมาอย่างมีเสียงได้ด้วย ตำแหน่งหลังคำพูดที่ยกมาชี้ว่าการหายใจอย่างขุ่นเคืองนี้บรรยายวิธีที่พระองค์ตรัส

แบบฝึกหัด

ใน “How dare you?” the Queen huffs คำว่า huffs บอกอะไรแก่ผู้อ่าน

  1. พระองค์ตรัสเบามากจนไม่มีใครได้ยิน
  2. พระองค์ตรัสพร้อมพ่นลมหายใจแรง ๆ อย่างรำคาญ
  3. พระองค์อธิบายเรื่องหนึ่งอย่างสงบและเป็นกลาง
ดูคำตอบ

พระองค์ตรัสพร้อมพ่นลมหายใจแรง ๆ อย่างรำคาญ

"I'll prove it right now, น้ำเสียง/เจตนา

0:41

"ข้าจะพิสูจน์ให้ดูเดี๋ยวนี้

and then it's off with your head." สำนวน

0:42

และหลังจากนั้นก็เตรียมหัวขาดได้เลย"

น้ำเสียง/เจตนา

“I'll prove it right now”: ประกาศว่าจะพิสูจน์ทันที

I'll เป็นรูปย่อของ I will ใน I'll prove it right now คำว่า prove it หมายถึงแสดงให้เห็นว่าข้ออ้างที่พูดก่อนหน้านี้เป็นจริง ส่วน right now หมายถึง “ทันที” ไม่ใช่ในภายหลัง ผู้พูดไม่ได้เพียงคาดว่าจะพิสูจน์ในอนาคต แต่ประกาศว่าจะลงมือเดี๋ยวนั้น เปลี่ยนความเห็นต่างให้เป็นการแสดงอำนาจอย่างมั่นใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “พิสูจน์เรื่องนี้ทันที”: The two angles are equal, and I'll ____.

ดูคำตอบ

prove it right now

สำนวน

“it's off with your head”: คำขู่ตัดศีรษะแบบละคร

ใน it's off with your head วลี off with your head เป็นคำสั่งแบบละครที่หมายถึงให้ตัดศีรษะของบุคคลนั้น ส่วน it's ที่ขึ้นต้นนำเสนอเรื่องนี้ว่าเป็นผลที่จะตามมา คือ “จากนั้นเจ้าจะถูกตัดศีรษะ” ราชินีโพแดงมีชื่อจากการขู่ตัดศีรษะผู้คนในเรื่องราวของอลิซ ภูมิหลังนี้ทำให้ประโยคฟังดูเผด็จการ แต่ก็จงใจให้ไร้เหตุผลและเป็นละคร จึงเกิดอารมณ์ขันแบบเทพนิยายที่มืดหม่น

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในการโต้เถียงจริง การพูดกับใครอย่างจริงจังว่า “Off with your head!” ถือว่าเหมาะสม

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Before she can protest, ไวยากรณ์

0:44

ก่อนที่เธอจะทันได้ประท้วง

ไวยากรณ์

Before she can protest: ไม่มีเวลาหรือโอกาสประท้วง

โครงสร้าง before + คน + can + คำกริยา อาจหมายถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเร็วมากจนคนนั้นไม่มีเวลาหรือโอกาสทำกริยานั้น ในประโยคนี้ เธอยังไม่มีโอกาสประท้วง การกระทำถัดไปก็เริ่มขึ้นแล้ว can ในที่นี้ไม่ได้เน้นความสามารถทั่วไป แต่ในรูปแบบการเล่าเรื่องนี้ can ช่วยแสดงว่าเหตุการณ์ถัดไปเกิดตัดหน้าไปก่อน

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่า Before she can protest, ... น่าจะบอกอะไรเรามากที่สุด?

  1. เธอมีความสามารถทั่วไปที่จะประท้วงเมื่อไรก็ได้
  2. อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะมีเวลาประท้วง
  3. เธอประท้วงก่อน แล้วอีกเหตุการณ์หนึ่งจึงเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะมีเวลาประท้วง

Alice is dragged toward a field with two chessboard patterns, ไวยากรณ์

0:46

อลิซก็ถูกลากไปยังลานที่มีลวดลายกระดานหมากรุกสองแบบ

ไวยากรณ์

is dragged toward: ถูกทำให้เคลื่อนไปในทิศทางหนึ่ง

is dragged เป็นรูปถูกกระทำในกาลปัจจุบันธรรมดา Alice เป็นผู้รับการกระทำ จึงหมายถึงมีคนหรือแรงบางอย่างลากเธอไป ไม่ใช่เธอเคลื่อนที่เอง ส่วน toward เพิ่มทิศทางของการเคลื่อนที่ที่ถูกบังคับนี้ toward ชี้ไปยังทิศทางของจุดหมาย แต่ตัวมันเองไม่ได้บอกว่าเธอไปถึงแล้ว โครงสร้าง be + dragged + toward + สถานที่ จึงช่วยบอกทั้งผู้รับการกระทำและทิศทางที่การเคลื่อนที่มุ่งไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบถูกกระทำของ drag แล้วตามด้วย toward: The heavy suitcase ____ the elevator, but it stopped halfway.

ดูคำตอบ

was dragged toward

an 8x8 square, การใช้คำ

0:50

เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 8x8

การใช้คำ

an 8x8 square: อ่าน x ว่า by

ใน 8x8 ตัว x ใช้คั่นมิติสองด้านและอ่านว่า by เนื่องจากรูปนี้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทั้งสองมิติจึงมีขนาด 8 ดังนั้น an 8x8 square จึงหมายถึงสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือตารางสี่เหลี่ยมขนาด 8 หน่วยคูณ 8 หน่วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ตัวเลข x ตัวเลข + คำนาม โดยอ่านว่า ตัวเลข by ตัวเลข + คำนาม รูปแบบนี้พบบ่อยในการบอกขนาดของตาราง กระดาน รูปภาพ และสิ่งอื่น ๆ ส่วนหน่วยหรือสิ่งที่กำลังนับต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

เขียนคำอ่านของ 8x8 เพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: We drew an ____ square.

ดูคำตอบ

eight by eight

and a 5x13 rectangle.

0:52

และสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 5x13

As the Queen claps her hands, ไวยากรณ์

0:55

เมื่อราชินีปรบมือ

four odd-looking soldiers approach and lie down next to each other, โน้ต

0:57

ทหารหน้าตาประหลาดสี่นายก็เดินเข้ามาและนอนลงข้างๆ กัน

ไวยากรณ์

As the Queen claps her hands: ใช้ as เพื่อเกริ่นการกระทำเบื้องหลังที่เกิดพร้อมกัน

ในที่นี้ as เป็นคำเชื่อมบอกเวลาที่มีความหมายว่า when หรือ while อนุประโยค As the Queen claps her hands กำหนดช่วงเวลาที่เป็นฉากหลัง ส่วนประโยคหลักบอกการกระทำสำคัญ คือทหารเดินเข้ามาและนอนลง การใช้นี้นำเสนอว่าการกระทำเกิดขึ้นพร้อมกันหรือเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์เดียวที่กำลังดำเนินไป as ไม่ได้แปลว่า because โดยตัวมันเอง สถานการณ์อาจทำให้การปรบมือเป็นสัญญาณ แต่ในทางไวยากรณ์ as เชื่อมช่วงเวลาของการกระทำทั้งสอง

แบบฝึกหัด

as ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? As the bell rings, the children line up.

  1. ระบุอย่างชัดเจนว่าเสียงระฆังคือสาเหตุที่เด็ก ๆ เข้าแถว
  2. หมายความว่าเด็ก ๆ กำลังทำหน้าที่เป็นระฆัง
  3. แสดงว่าเสียงระฆังเป็นช่วงเวลาหรือฉากหลังที่เด็ก ๆ เข้าแถว
ดูคำตอบ

แสดงว่าเสียงระฆังเป็นช่วงเวลาหรือฉากหลังที่เด็ก ๆ เข้าแถว

การใช้คำ

odd-looking: บรรยายรูปลักษณ์ที่ดูไม่ธรรมดา

ใน odd-looking soldiers คำว่า odd-looking เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้าคำนาม soldiers หมายความว่าทหารเหล่านั้นดูแปลกหรือไม่ธรรมดา looking ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคำบรรยายรูปลักษณ์ ไม่ได้หมายความว่าทหารกำลังมองบางอย่างอยู่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำคุณศัพท์ + -looking ซึ่งพบได้ใน friendly-looking และ strange-looking เช่นกัน

แบบฝึกหัด

นำ odd และ looking มารวมกันเพื่อเติมคำคุณศัพท์ประสมที่ถูกต้องในประโยค: We found an ____ device in the attic.

ดูคำตอบ

odd-looking

วลี

lie down next to each ... other: นอนลงข้าง ๆ กัน

ข้อความที่ไฮไลต์ยังต่อด้วย other ในประโยค จึงรวมกันเป็น lie down next to each other คำว่า lie down บรรยายการขยับร่างกายเข้าสู่ท่านอน ส่วน next to each other เพิ่มความสัมพันธ์ด้านตำแหน่งว่าแต่ละคนในกลุ่มอยู่ข้างอีกคนหนึ่ง lie ในที่นี้หมายถึงการอยู่ในท่านอนราบ ไม่ได้หมายถึงการพูดสิ่งที่ไม่จริง ส่วน each other ทำให้ตำแหน่งนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างกัน จึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนนอนอยู่ข้างสิ่งของชิ้นเดียวกันที่อยู่นอกกลุ่ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ lie down แล้วตามด้วย next to each other: At the start of every practice, the four players ____ on the mats.

ดูคำตอบ

lie down next to each other

covering the first chessboard.

1:01

ปกคลุมกระดานหมากรุกแผ่นแรก

Alice sees that two of them are trapezoids with non-diagonal sides การใช้คำ

1:04

อลิซเห็นว่าสองนายมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูที่ด้านซึ่งไม่ใช่แนวทแยง

measuring 5x5x3,

1:09

มีขนาด 5x5x3

การใช้คำ

trapezoids with non-diagonal sides: with ใช้เพิ่มลักษณะ

คำนามหลักคือ trapezoids ส่วนวลี with non-diagonal sides เพิ่มลักษณะของรูปสี่เหลี่ยมคางหมูเหล่านั้น โดยระบุว่าด้านที่กำลังอธิบายคือด้านที่ไม่อยู่ในแนวทแยง ในโครงสร้าง noun + with + feature คำว่า with หมายถึง “ที่มี” หรือ “ที่มีลักษณะ” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้วยกันกับ” คำอธิบายทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มักใช้โครงสร้างนี้เพื่อรวมคุณสมบัติไว้ในนามวลีเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมาย noun + with + feature เติมประโยคให้สมบูรณ์: The diagram shows a triangle ____ two equal sides.

ดูคำตอบ

with

while the other two are long triangles with non-diagonal sides โน้ต

1:11

ในขณะที่อีกสองนายเป็นรูปสามเหลี่ยมยาวที่ด้านซึ่งไม่ใช่แนวทแยง

measuring 8x3.

1:16

มีขนาด 8x3

ลำดับความ

while the other two: while ใช้แสดงการเปรียบต่าง

ในที่นี้ while หมายถึง “ส่วน” หรือ whereas ไม่ได้หมายถึง “ระหว่างเวลาที่” คำนี้เชื่อมอนุประโยคกับคำอธิบายก่อนหน้าและแสดงความแตกต่างระหว่างคู่แรกกับคู่ที่เหลือ the other two หมายถึงสองชิ้นที่เหลือจากกลุ่มสี่ชิ้นซึ่งทราบอยู่แล้ว เมื่อใช้ while the other two ร่วมกัน จึงช่วยเปลี่ยนจากกลุ่มแรกไปยังอีกกลุ่มที่นำมาเปรียบต่างได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใน "Two of the four rooms have desks, while the other two have tables," คำว่า while ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าห้องเหล่านั้นได้รับเฟอร์นิเจอร์เมื่อใด
  2. เปรียบเทียบคู่ที่เหลือกับคู่แรก
  3. แสดงว่าคู่ที่สองเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบคู่ที่เหลือกับคู่แรก

การใช้คำ

long triangles with non-diagonal sides: โครงสร้างคำขยาย

ในนามวลีนี้ triangles เป็นคำนามหลัก long อยู่ข้างหน้าในฐานะคำคุณศัพท์ ส่วน with non-diagonal sides อยู่ข้างหลังเพื่อเพิ่มลักษณะของรูปสามเหลี่ยมเหล่านั้น วลีที่ขึ้นต้นด้วย with ไม่ได้บอกการกระทำใหม่ เวลาอ่านคำอธิบายเชิงเทคนิค ให้หาสิ่งที่กำลังถูกอธิบายก่อน แล้วจึงเชื่อมรายละเอียดที่อยู่ข้างหน้าและข้างหลังเข้าด้วยกัน: long + triangles + with non-diagonal sides

แบบฝึกหัด

ในวลี “long triangles with non-diagonal sides” ส่วน “with non-diagonal sides” ขยายคำใด?

  1. are
  2. long
  3. triangles
ดูคำตอบ

triangles

"See, this is 64,"

1:18

"เห็นไหม นี่คือ 64"

the Queen claps her hands again.

1:20

ราชินีปรบมืออีกครั้ง

The card soldiers get up, กริยาวลี

1:23

ทหารไพ่ลุกขึ้น

กริยาวลี

get up: ลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอน

get up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงลุกขึ้นจากท่านั่ง ท่านอน หรือท่าอื่นที่อยู่ต่ำ ในประโยคนี้ เหล่าทหารไพ่เปลี่ยนท่าแล้วลุกขึ้น ในที่นี้ get up ทำหน้าที่เป็นหน่วยความหมายเดียว อย่าแยกตีความ get ว่า “ได้รับ” และ up ว่า “ข้างบน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get up: After falling on the grass, Mia ____ and kept running.

ดูคำตอบ

got up

rearrange themselves, วลี

1:24

จัดแถวใหม่

วลี

rearrange themselves: จัดตำแหน่งของตัวเองใหม่

ในวลีนี้ rearrange หมายถึง “เปลี่ยนลำดับหรือตำแหน่งที่มีอยู่เดิม” และ themselves เป็นสรรพนามสะท้อนกลับที่ย้อนอ้างถึงประธานพหูพจน์ เมื่อรวมกัน rearrange themselves จึงหมายถึงสมาชิกในกลุ่มนั้นเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเอง กรรมแบบสะท้อนกลับมีความสำคัญ เพราะแสดงว่าการกระทำเกิดกับกลุ่มเดียวกับที่เป็นผู้ทำ ส่วน rearrange them โดยทั่วไปจะหมายถึงการเปลี่ยนตำแหน่งของคนอีกกลุ่มหนึ่งหรือสิ่งของกลุ่มหนึ่ง

แบบฝึกหัด

themselves ใน “The dancers rearranged themselves into two lines” แสดงความหมายใด

  1. นักเต้นเปลี่ยนตำแหน่งของคนอีกกลุ่มหนึ่ง
  2. คนอื่นเป็นผู้จัดตำแหน่งให้นักเต้น
  3. นักเต้นเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเอง
ดูคำตอบ

นักเต้นเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเอง

and lie down atop the second chessboard. การใช้คำ

1:26

แล้วลงไปนอนทับกระดานหมากรุกแผ่นที่สอง

การใช้คำ

atop: คำบุพบทแบบภาษาเขียนที่หมายถึง “อยู่ด้านบนของ”

atop เป็นคำบุพบทคำเดียว หมายถึง “อยู่บนยอดของ” หรือ “อยู่บนด้านบนของ” ใน atop the second chessboard คำนี้นำหน้าสถานที่ที่พวกเขานอนลง คือบนพื้นผิวด้านบนของกระดาน ให้มอง atop เป็นคำเดียวและตามด้วยนามวลีโดยตรง ไม่ใช่ a top

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทคำเดียวที่ค่อนข้างเป็นภาษาเขียนและหมายถึง “อยู่ด้านบนของ”: A stone eagle stood ____ the gate.

ดูคำตอบ

atop

"And that is 65."

1:29

"และนั่นคือ 65"

Alice gasps.

1:31

อลิซอ้าปากค้าง

She's certain the soldiers didn't change size or shape moving from one board to the other, วลี

1:33

เธอมั่นใจว่าทหารไม่ได้เปลี่ยนขนาดหรือรูปร่างตอนย้ายจากกระดานหนึ่งไปยังอีกกระดาน

วลี

didn't change size or shape: ขนาดและรูปร่างไม่ได้เปลี่ยน

ใน didn't change size or shape คำว่า change ตามด้วยคำนามที่บอกคุณสมบัติสองคำคือ size และ shape โดยตรง ประโยคนี้หมายความว่าขนาดและรูปทรงของเหล่าทหารยังคงเหมือนเดิม และในโครงสร้างนี้ไม่ต้องมีคำนำหน้านามหน้าคำเหล่านี้ เนื่องจากคำกริยาอยู่ในรูปปฏิเสธ or จึงเชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งคู่ นั่นคือขนาดไม่เปลี่ยนและรูปร่างก็ไม่เปลี่ยน โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าวัตถุยังคงมีลักษณะทางกายภาพเหมือนเดิม

แบบฝึกหัด

ใช้ change ตามด้วย size or shape โดยตรงเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the scan, the model didn't ____.

ดูคำตอบ

change size or shape

วลี

moving from one board to the other: ย้ายจากกระดานหนึ่งในสองอันไปยังอีกอัน

Moving from one board to the other บอกการเคลื่อนที่ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เหล่าทหารยังคงไม่เปลี่ยนแปลง from ระบุกระดานต้นทาง to ระบุปลายทาง และ moving เพิ่มเส้นทางนี้เป็นข้อมูลเสริมเกี่ยวกับเหล่าทหาร ในโครงสร้าง from one ... to the other คำว่า the other หมายถึงสมาชิกอีกหนึ่งรายการของคู่ที่รู้กันอยู่แล้ว ในที่นี้หมายถึงกระดานอีกอันจากกระดานสองอัน ไม่ใช่กระดานอื่นอันใดก็ได้

แบบฝึกหัด

ในที่นี้กำลังพูดถึงโต๊ะเพียงสองตัว ใช้โครงสร้าง from one ... to the other เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Leo moved the lamp ____.

ดูคำตอบ

from one table to the other

but it's a mathematical certainty that the Queen must be cheating somehow. ไวยากรณ์

1:38

แต่มันเป็นความจริงทางคณิตศาสตร์ที่ว่าราชินีต้องโกงด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งแน่นอน

ไวยากรณ์

it's a mathematical certainty that ...: นำเสนออนุประโยคว่าเป็นข้อสรุปที่แน่นอน

ใน it's a mathematical certainty that ... คำว่า it เป็นประธานแทนตำแหน่ง ส่วนเนื้อหาจริงที่ถูกตัดสินอยู่ในอนุประโยค that คือ the Queen must be cheating somehow. การวางวลีที่แสดงความแน่นอนไว้ก่อนช่วยบอกผู้ฟังว่าควรเชื่อมั่นในข้อสรุปมากเพียงใดก่อนที่จะได้ยินข้อสรุปนั้น Mathematical certainty นำเสนอข้อสรุปว่าแน่นอนเหมือนผลพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เพียงการคาดเดาทั่วไป

แบบฝึกหัด

ข้อความใดนำเสนอข้อสรุปของตนว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในทางตรรกะ

  1. It is possible that the next card will be red.
  2. I hope that the next card will be red.
  3. It is a mathematical certainty that two plus two equals four.
ดูคำตอบ

It is a mathematical certainty that two plus two equals four.

ไวยากรณ์

must be cheating somehow: must สำหรับการอนุมานอย่างมั่นใจ

ในที่นี้ must แสดงข้อสรุปที่มั่นใจมากจากหลักฐาน ไม่ใช่คำสั่งหรือหน้าที่ Must be cheating หมายถึงผู้พูดเกือบแน่ใจว่าการโกงกำลังเกิดขึ้น รูป be + -ing แสดงว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่ ส่วน somehow หมายถึงยังไม่รู้วิธี ผู้พูดมั่นใจว่ามีการโกง แต่ไม่รู้ว่าโกงอย่างไร

แบบฝึกหัด

'The Queen must be cheating somehow' ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ราชินีกำลังถูกสั่งให้โกงด้วยวิธีเฉพาะ
  2. ผู้พูดคิดว่าการโกงเป็นไปไม่ได้
  3. ผู้พูดสรุปอย่างมั่นใจว่าการโกงกำลังเกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าใช้วิธีใด
ดูคำตอบ

ผู้พูดสรุปอย่างมั่นใจว่าการโกงกำลังเกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าใช้วิธีใด

Can Alice wrap her head around what's wrong before she loses it? สำนวน

1:43

อลิซจะคิดออกไหมว่ามีอะไรผิดปกติก่อนที่เธอจะหัวหลุดจากบ่า?

สำนวน

wrap her head around: เข้าใจเรื่องที่ยาก

wrap her head around หมายถึง เข้าใจหรือประมวลเรื่องที่ยาก แปลก หรือน่าประหลาดใจในความคิด ในประโยคนี้ อลิซกำลังพยายามหาว่าอะไรผิดปกติ คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามผู้ที่กำลังคิด เช่น I wrap my head around it; she wraps her head around it คำว่า head ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การใช้ศีรษะพันรอบสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ wrap one's head around: I need a moment to ____ these new rules.

ดูคำตอบ

wrap my head around

สำนวน

before she loses it: สำนวนเสียการควบคุมและการเล่นคำกับ head

ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ lose it มักหมายถึงเสียการควบคุมอารมณ์ เช่น โกรธมาก เสียใจ ตื่นตระหนก หรือรับมือไม่ไหวอีกต่อไป ดังนั้น before she loses it จึงอาจหมายถึง ก่อนที่อลิซจะรับไม่ไหวหรือควบคุมตัวเองไม่ได้ ในที่นี้ it ยังชวนให้นึกย้อนกลับไปถึง her head แบบเล่นคำด้วย คำขู่ก่อนหน้านี้ว่า off with your head รวมกับ wrap her head around ทำให้ losing it สื่อได้ว่าเธออาจเสียศีรษะจริง ๆ การคงความหมายทั้งสองไว้พร้อมกันสร้างทั้งความตึงเครียดและอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ เหตุใด 'before she loses it' จึงมีความหมายซ้อน?

  1. สื่อได้ทั้งการเสียการควบคุมอารมณ์และการเสียศีรษะจริง ๆ
  2. หมายถึงเพียงว่าเธออาจลืมคำตอบ
  3. หมายถึงว่าเธอทำสิ่งของบางอย่างที่ไม่ได้ระบุหาย
ดูคำตอบ

สื่อได้ทั้งการเสียการควบคุมอารมณ์และการเสียศีรษะจริง ๆ

Just as things aren't looking too good for Alice, สำนวน

1:54

ในขณะที่สถานการณ์ของอลิซดูไม่ค่อยดีนัก

สำนวน

things aren't looking too good: บอกว่าสถานการณ์กำลังไม่ดี

ในที่นี้ things หมายถึงสถานการณ์โดยรวม และ looking หมายถึง “ดูเหมือน” ไม่ใช่การใช้ตา “มอง” วลีนี้บอกว่าสถานการณ์ของอลิซดูไม่ดีหรืออาจแย่ลง ไม่ได้หมายถึงสิ่งของกำลังใช้ตามอง not too good เป็นการประเมินในทางลบแบบอ้อม ๆ และนุ่มนวลกว่า รูปแบบ Things aren't looking too good for + บุคคล กลุ่ม หรือแผน ใช้บอกว่าอนาคตของบุคคล กลุ่ม หรือแผนนั้นดูไม่ค่อยดี

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึงสถานการณ์ดูไม่ดีให้สมบูรณ์: The storm is getting closer, so things ____ for our picnic.

ดูคำตอบ

aren't looking too good

she remembers her geometry

1:57

เธอก็นึกถึงวิชาเรขาคณิตขึ้นมา

and looks again at the trapezoid and triangle soldier lying next to each other.

1:59

และมองไปที่ทหารสี่เหลี่ยมคางหมูและสามเหลี่ยมที่นอนอยู่ข้างๆ กันอีกครั้ง

They look like they cover exactly half of the rectangle, วลี

2:04

พวกเขาดูเหมือนจะปกคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของสี่เหลี่ยมผืนผ้าพอดี

วลี

exactly half of: สัดส่วนที่เท่ากับ 50% พอดี

half of หมายถึงหนึ่งในสองส่วนที่เท่ากันของสิ่งหนึ่ง exactly ทำให้ปริมาณมีความแม่นยำ ดังนั้น exactly half of the rectangle จึงหมายถึง 50% ของสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่ใช่ปริมาณที่เพียงใกล้เคียงครึ่งหนึ่ง โครงสร้างคือ exactly half of + นามวลีหรือสรรพนาม เช่น exactly half of the class หรือ exactly half of it ในคำบรรยาย พวกมันเพียงดูเหมือนว่าปิดคลุมสัดส่วนที่แม่นยำนั้น ดังนั้น look like จึงบอกว่าเป็นสิ่งที่มองเห็น ส่วน exactly ยังบอกขนาดที่แม่นยำของสัดส่วนที่ดูเหมือนถูกปิดคลุม

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง 50% พอดีให้สมบูรณ์: The group has 20 members, and 10 voted yes. ____ the group voted yes.

ดูคำตอบ

Exactly half of

their edges forming one long line running from corner to corner. โน้ต

2:08

โดยขอบของพวกเขาทำให้เกิดเส้นตรงยาวเส้นหนึ่งที่ลากจากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่ง

ไวยากรณ์

their edges forming: โครงสร้างอิสระแบบ -ing สำหรับเพิ่มรายละเอียด

วลี their edges forming ... เพิ่มรายละเอียดที่ช่วยให้เห็นภาพให้กับอนุประโยคที่สมบูรณ์ วลีนี้ใช้โครงสร้างอิสระแบบนามวลี + -ing โดย their edges เป็นประธานของ forming ภายในโครงสร้างนี้ และทั้งวลีบอกว่าขอบเหล่านั้นจัดตัวเป็นรูปแบบใด ตรงนี้ forming เป็นคำกริยารูป participle ไม่ใช่กริยาแท้ที่ผันตามประธาน จึงไม่ใช่อนุประโยคหลักใหม่ โครงสร้างนี้ย่อความหมายแบบ and their edges form ... ให้เป็นรายละเอียดพื้นหลังที่เชื่อมกับอนุประโยคก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมคำบรรยายเสริมด้วยรูป -ing ของ form: The tiles lined up, their edges ____ one straight line.

ดูคำตอบ

forming

วลี

from corner to corner: จากมุมหนึ่งไปอีกมุมหนึ่งตลอดระยะทาง

from corner to corner หมายถึงจากมุมหนึ่งไปจนถึงอีกมุมหนึ่งตลอดระยะทาง ในประโยคนี้ จุดปลายทั้งสองแสดงว่าเส้นยาวพาดข้ามรูปทรง ไม่ได้อยู่เพียงใกล้ ๆ มุมเท่านั้น กรอบ from X to Y ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด การใช้คำบอกสถานที่คำเดิมซ้ำ เช่น corner to corner หรือ wall to wall มักเน้นระยะทางทั้งหมดระหว่างขอบเขตสองด้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงจากมุมหนึ่งไปจนถึงอีกมุมหนึ่งตลอดระยะทาง: The ribbon stretched ____ across the square frame.

ดูคำตอบ

from corner to corner

If that's true, ไวยากรณ์

2:12

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง

then the slopes of their diagonal sides should be the same. ไวยากรณ์

2:13

ความชันของด้านที่เป็นแนวทแยงก็ควรจะเท่ากัน

ไวยากรณ์

If that's true, then: เชื่อมเงื่อนไขกับข้อสรุป

If that's true ใช้ตั้งเงื่อนไขโดยยอมรับข้อความก่อนหน้าชั่วคราวว่าถูกต้อง ส่วน then ใช้นำเข้าข้อสรุปที่ตามมาจากเงื่อนไขนั้น ในที่นี้ then หมายถึง “ถ้าเป็นเช่นนั้น” หรือ “ดังนั้น” ไม่ใช่ “หลังจากนั้น” กรอบ If that's true, then ... ทำให้เส้นทางจากข้อสมมติไปสู่ผลลัพธ์ชัดเจน

แบบฝึกหัด

then ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เพิ่มข้อเท็จจริงอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ตามมาจากเงื่อนไข
  3. แสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในเวลาภายหลัง
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ตามมาจากเงื่อนไข

ไวยากรณ์

should be the same: แสดงความคาดหมายตามตรรกะ

ใน should be the same คำว่า should หมายถึง “คาดว่าจะเป็นเช่นนั้น” ตามเงื่อนไขและการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ส่วน be the same บอกสภาพที่คาดไว้ นั่นคือความชันตรงกัน นี่เป็นการคาดการณ์ที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่คำแนะนำ คำสั่ง หรือหน้าที่ทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

ใช้ should กับ be the same เพื่อเติมการคาดการณ์เชิงตรรกะให้สมบูรณ์: According to the formula, the two answers ____.

ดูคำตอบ

should be the same

But when she calculates these slopes using the tried-and-true formula rise over run, โน้ต

2:17

แต่เมื่อเธอคำนวณความชันเหล่านี้โดยใช้สูตรความสูงหารด้วยความกว้างที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริง

สำนวน

tried-and-true: ผ่านการพิสูจน์แล้วและเชื่อถือได้

tried-and-true เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึงผ่านการทดลองใช้จริงและพิสูจน์แล้วว่าเชื่อถือได้ ในประโยคนี้ใช้บอกว่าสูตรหาความชันที่คุ้นเคยเป็นวิธีที่ไว้ใจได้ ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ไม่ได้หมายถึง “ถูกลองและเป็นความจริงตามข้อเท็จจริง”

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และประกอบจาก tried + and + true ลงในประโยค: We used a ____ method to solve the problem.

ดูคำตอบ

tried-and-true

วัฒนธรรม

rise over run: สูตรหาความชัน

ในวลีคณิตศาสตร์ rise over run คำว่า rise หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวตั้ง และ run หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวนอน ส่วน over แสดงการหาร ดังนั้นความชันจึงเท่ากับการเปลี่ยนแปลงในแนวตั้งหารด้วยการเปลี่ยนแปลงในแนวนอน นี่เป็นภาษาคณิตศาสตร์ ไม่ใช่คำบรรยายการขึ้นหรือการวิ่ง ลำดับคำกำหนดว่าค่าใดอยู่ด้านบนของเศษส่วน โดย rise เป็นตัวเศษและ run เป็นตัวส่วน

แบบฝึกหัด

เติมสูตรด้วยคำศัพท์ในชั้นเรียนที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวตั้งและแนวนอน: Slope is ____ over ____.

ดูคำตอบ

rise · run

a most curious thing happens. ลำดับความ

2:23

สิ่งที่น่าสงสัยที่สุดก็เกิดขึ้น

ลำดับความ

a most curious thing happens: ส่งสัญญาณถึงผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดา

ในประโยคนี้ a most curious thing happens ทำให้คำอธิบายหยุดชั่วครู่และส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีการอธิบายผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดา จึงสร้างความลุ้นเล็กน้อยก่อนเปิดเผยผลลัพธ์ most ในที่นี้หมายถึง 'มาก' หรือ 'อย่างยิ่ง' โครงสร้าง a most + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์ใช้เน้นความหมายและมีลักษณะเป็นภาษาเขียนหรือวรรณกรรมเล็กน้อย ไม่ใช่การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ a most curious thing happens ในคำอธิบายนี้คืออะไร

  1. พิสูจน์ว่านี่คือเหตุการณ์ที่แปลกที่สุดในบรรดาเหตุการณ์ทั้งหมด
  2. แสดงว่าคำอธิบายจบแล้ว
  3. ส่งสัญญาณว่ากำลังจะอธิบายผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดา
ดูคำตอบ

ส่งสัญญาณว่ากำลังจะอธิบายผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดา

The trapezoid soldier's diagonal side goes up two and over five, วลี

2:26

ด้านแนวทแยงของทหารสี่เหลี่ยมคางหมูขึ้นไปสองและขยับไปด้านข้างห้า

giving it a slope of 2/5 or 0.4. ไวยากรณ์

2:30

ทำให้มีความชัน 2/5 หรือ 0.4

วลี

goes up two and over five: อธิบายความชันเป็นการเคลื่อนที่

ในแผนภาพพิกัดหรือตาราง goes up two and over five อธิบายการเคลื่อนที่สองช่วงที่ต่อเนื่องกัน คือ ขยับขึ้นในแนวตั้ง 2 หน่วย แล้วขยับในแนวนอน 5 หน่วย การเปลี่ยนแปลงในแนวตั้งคือ rise และการเปลี่ยนแปลงในแนวนอนคือ run จึงได้ rise/run = 2/5 และความชันเท่ากับ 0.4 ในที่นี้ over หมายถึงการข้ามหรือเคลื่อนไปด้านข้างบนแผนภาพ ไม่ได้หมายถึง 'มากกว่าห้า'

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ goes up ... and over ... สำหรับความชัน 2/5: The line ____, so its slope is 2/5.

ดูคำตอบ

goes up two and over five

ไวยากรณ์

giving it a slope of: เพิ่มผลลัพธ์ด้วยอนุประโยค -ing

giving it a slope of ... เพิ่มผลลัพธ์ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ซึ่งอธิบายไว้ก่อนเครื่องหมายจุลภาค ในทางไวยากรณ์ ส่วนนี้เป็นอนุประโยค -ing ที่ให้ข้อมูลเสริม การขึ้นไป 2 หน่วยและไปด้านข้าง 5 หน่วยทำให้ด้านทแยงมีความชัน 2/5 ในที่นี้ it หมายถึงด้านทแยง และ giving หมายถึง “ทำให้มี” ไม่ใช่การมอบสิ่งของให้ใคร โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ อนุประโยค + จุลภาค + giving + กรรม + ผลลัพธ์หรือคุณสมบัติ

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกผลแบบ -ing จำนวนห้าคำที่ใช้ giving คำสรรพนาม it และคำนาม slope: The line rises three units over a run of four units, ____ 3/4.

ดูคำตอบ

giving it a slope of

The triangle soldier's diagonal,

2:34

แนวทแยงของทหารสามเหลี่ยม

however,

2:36

อย่างไรก็ตาม

goes up three and over eight,

2:37

ขึ้นไปสามและขยับไปด้านข้างแปด

making its slope 3/8 or 0.375.

2:40

ทำให้มีความชัน 3/8 หรือ 0.375

They're not the same at all. วลี

2:45

พวกมันไม่เท่ากันเลยสักนิด

วลี

not the same at all: เน้นการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธ

ใน not the same at all คำว่า at all ช่วยเน้นคำปฏิเสธ not ผู้พูดปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกัน กล่าวอีกแบบอย่างเป็นธรรมชาติได้ว่า “สองสิ่งนั้นแตกต่างกันอย่างแน่นอน” At all อยู่ภายใต้ขอบเขตของคำปฏิเสธ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ทุกอย่าง” เมื่อแยกออกมา โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ not + คำคุณศัพท์หรือวลีกริยา + at all เช่น not similar at all หรือ does not help at all

แบบฝึกหัด

เติมวลีห้าคำที่ใช้ at all เพื่อปฏิเสธความเหมือนอย่างหนักแน่น: The two designs are ____.

ดูคำตอบ

not the same at all

Before the Queen's guards can stop her,

2:47

ก่อนที่ทหารยามของราชินีจะเข้ามาขัดขวาง

Alice drinks a bit of her shrinking potion to go in for a closer look. วลี

2:49

อลิซก็ดื่มน้ำยาหดตัวไปเล็กน้อยเพื่อเข้าไปดูใกล้ๆ

วลี

a bit of + คำนามนับไม่ได้: ปริมาณเล็กน้อย

ในประโยคนี้ a bit of หมายถึง “ปริมาณเล็กน้อย” ซึ่งบอกว่า Alice ดื่มน้ำยาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดย bit ไม่ได้หมายถึงชิ้นวัตถุที่แยกออกมา ใช้ a bit of หน้าคำนามนับไม่ได้หรือสิ่งที่มองเป็นปริมาณรวมหนึ่งก้อน เช่น a bit of water, time, help หรือ potion

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายที่หมายถึง “ปริมาณเล็กน้อย” เติมประโยคให้สมบูรณ์: We still have ____ time before the bus arrives.

ดูคำตอบ

a bit of

วลี

to go in ... for a closer look: การเคลื่อนเข้าไปและจุดประสงค์

รูปกริยาไม่แท้ที่บอกจุดประสงค์ to go in for a closer look อธิบายว่าเหตุใด Alice จึงดื่มน้ำยา ในที่นี้ go in หมายถึงเข้าไปหรือเคลื่อนเข้าไปในบริเวณนั้น ส่วน for a closer look บอกเหตุผล คือเพื่อให้มองเห็นรายละเอียดชัดขึ้น ให้แยกโครงสร้างเป็น to + go in + for a closer look ในประโยคนี้ go in for ไม่ใช่กริยาวลีที่อาจหมายถึง “ชอบหรือเข้าร่วมกิจกรรมหนึ่ง”

แบบฝึกหัด

ในประโยค "We opened the gate to go in for a closer look," ส่วนเป้าหมายหมายความว่าอะไร?

  1. เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดไว้อย่างเป็นทางการ
  2. เข้าไปเพื่อให้สำรวจบางสิ่งได้ใกล้ขึ้น
  3. อยู่ข้างนอกและมองจากระยะไกล
ดูคำตอบ

เข้าไปเพื่อให้สำรวจบางสิ่งได้ใกล้ขึ้น

Sure enough, วลี

2:54

และก็เป็นอย่างที่คิด

วลี

Sure enough: ยืนยันว่าเป็นไปตามที่คาด

Sure enough เป็นคำเชื่อมแบบตายตัวที่มีความหมายว่า “เป็นไปตามที่คาด” หรือ “เป็นอย่างที่สงสัยไว้” ใช้นำเสนอหลักฐานที่ยืนยันความคิด การคาดการณ์ หรือข้อสงสัยก่อนหน้า เมื่อวางไว้ต้นประโยคหรืออนุประโยค จะช่วยดำเนินเรื่องจาก “การคาดไว้” ไปสู่ “การยืนยัน” ไม่ได้หมายถึง “แน่ใจมากพอ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sure enough ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงว่าสิ่งที่คาดไว้ก่อนหน้าได้รับการยืนยัน?

  1. The shelf is sure enough to hold all these books.
  2. Sure enough, could you lend me a pencil?
  3. I thought the bus would be late, and sure enough, it arrived twenty minutes late.
ดูคำตอบ

I thought the bus would be late, and sure enough, it arrived twenty minutes late.

there's a minuscule gap between the triangles and trapezoids, การใช้คำ

2:54

มีช่องว่างเล็กๆ ระหว่างสามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยมคางหมู

การใช้คำ

minuscule gap: ช่องว่างที่เล็กมาก

minuscule gap คือช่องหรือรอยเปิดที่เล็กมากจนมองข้ามได้ง่าย คำว่า minuscule ขยายคำว่า gap และเน้นความเล็กได้มากกว่าคำว่า small อย่างชัดเจน คำนี้บอกขนาด ไม่ได้หมายถึงการลบหรือเครื่องหมายลบ และยังใช้บอกความแตกต่างหรือปริมาณที่เล็กมากได้ด้วย

แบบฝึกหัด

minuscule gap ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: “The inspector found a minuscule gap beside the seal.”

  1. ช่องเปิดขนาดใหญ่ระหว่างวัตถุสองชิ้น
  2. รอยที่มีรูปร่างเหมือนเครื่องหมายลบ
  3. ช่องว่างที่เล็กมากและมองข้ามได้ง่าย
ดูคำตอบ

ช่องว่างที่เล็กมากและมองข้ามได้ง่าย

forming a parallelogram that stretches the entire length of the board โน้ต

2:59

ก่อตัวเป็นสี่เหลี่ยมด้านขนานที่ทอดยาวตลอดแนวของกระดาน

ไวยากรณ์

forming a parallelogram ในฐานะวลีบอกผลลัพธ์

forming a parallelogram เป็นวลี participle รูป -ing วลีนี้เพิ่มผลลัพธ์ของข้อความก่อนหน้า นั่นคือช่องว่างมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมด้านขนาน forming ไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่ หลังอนุประโยคที่สมบูรณ์ สามารถใช้เครื่องหมายจุลภาค + forming ... เพื่อเชื่อมการกระทำหรือสถานการณ์กับรูปร่างหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

forming a parallelogram ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้บอกว่ามีใครบางคนตั้งใจวาดรูปร่างนั้น
  2. วลีนี้เพิ่มรูปร่างที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า
  3. วลีนี้เริ่มข้อความสมบูรณ์แยกต่างหากเกี่ยวกับการกระทำใหม่
ดูคำตอบ

วลีนี้เพิ่มรูปร่างที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า

วลี

stretches the entire length of: ทอดยาวจากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

stretches the entire length of หมายถึงทอดยาวจากปลายด้านหนึ่งของสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปถึงอีกด้านหนึ่ง ในที่นี้ ช่องว่างรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานทอดไปตลอดความยาวของกระดาน stretch ใช้อธิบายขอบเขตในพื้นที่ได้ ไม่ได้หมายถึงการยืดร่างกายเท่านั้น ในโครงสร้าง X stretches the entire length of Y นั้น X คือสิ่งที่ทอดยาวไปตลอด Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึงทอดยาวจากปลายด้านหนึ่งไปถึงอีกด้านหนึ่ง: A glass wall ____ the lobby.

ดูคำตอบ

stretches the entire length of

and accounts for the missing square. กริยาวลี

3:03

และอธิบายถึงช่องสี่เหลี่ยมที่หายไปได้

กริยาวลี

accounts for: อธิบายสาเหตุของผลลัพธ์

ในประโยคนี้ accounts for หมายถึงอธิบายว่าทำไมจึงมีช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสหายไปหนึ่งช่อง ประธานบอกปัจจัยที่ทำให้เราเข้าใจผลลัพธ์ได้ ส่วนกรรมบอกผลลัพธ์ที่ต้องการคำอธิบาย ใช้โครงสร้าง X accounts for Y เมื่อ X อธิบาย Y ในที่นี้ account เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนกริยาตายตัว account for ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงบัญชีธนาคาร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนกริยาสองคำที่หมายถึง อธิบาย: The hidden service charge ____ the higher total.

ดูคำตอบ

accounts for

There's something even more curious about these numbers. ลำดับความ

3:06

มีสิ่งที่น่าสงสัยยิ่งกว่าเกี่ยวกับตัวเลขเหล่านี้

ลำดับความ

There's something even more curious about ...: เกริ่นถึงการค้นพบที่ลึกขึ้น

There's something even more curious about these numbers บอกผู้ฟังว่าต่อไปจะมีการอธิบายลักษณะอีกอย่างหนึ่ง และลักษณะนั้นน่าประหลาดใจหรือน่าสนใจกว่าสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ประโยคนี้ช่วยพาคำอธิบายไปสู่ขั้นต่อไป พร้อมกับยังไม่เปิดเผยลักษณะใหม่นั้นทันที ในโครงสร้าง There's something + adjective + about + topic คำว่า something หมายถึงลักษณะหรือข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้ระบุ ไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ ส่วน Even more ใช้เปรียบเทียบกับการค้นพบก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบาย ประโยค There's something even more curious about these numbers มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. จบการพูดคุยเพราะไม่มีสิ่งผิดปกติอื่นแล้ว
  2. ชี้ไปยังวัตถุที่อยู่ข้างตัวเลข
  3. ส่งสัญญาณว่าต่อไปจะอธิบายลักษณะที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
ดูคำตอบ

ส่งสัญญาณว่าต่อไปจะอธิบายลักษณะที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

They're all part of the Fibonacci series, วัฒนธรรม

3:10

พวกมันล้วนเป็นส่วนหนึ่งของลำดับฟีโบนัชชี

วัฒนธรรม

part of the Fibonacci series: เป็นส่วนหนึ่งของลำดับฟีโบนักชี

ในที่นี้ part of the Fibonacci series หมายความว่าตัวเลขทั้งหมดที่กล่าวถึงอยู่ในแบบแผนทางคณิตศาสตร์เดียวกัน ลำดับฟีโบนักชีเริ่มด้วย 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, ... หรือบางครั้งเริ่มด้วย 1, 1 และหลังจากค่าตั้งต้นแล้ว แต่ละจำนวนจะหาได้จากการบวกสองจำนวนก่อนหน้า ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าตัวเลขเหล่านี้เชื่อมโยงกัน ไม่ได้ปรากฏขึ้นแบบสุ่ม ในประโยคนี้ series หมายถึงลำดับทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ซีรีส์โทรทัศน์

แบบฝึกหัด

กฎข้อใดอธิบายลำดับฟีโบนักชีที่กล่าวถึงในประโยคนี้

  1. หลังจากค่าตั้งต้นแล้ว แต่ละจำนวนคือผลรวมของสองจำนวนก่อนหน้า
  2. แต่ละจำนวนมีค่าเป็นสองเท่าของจำนวนก่อนหน้า
  3. ตัวเลขเหล่านี้เป็นชื่อตอนของรายการโทรทัศน์
ดูคำตอบ

หลังจากค่าตั้งต้นแล้ว แต่ละจำนวนคือผลรวมของสองจำนวนก่อนหน้า

where each number is the sum of the two preceding ones. ไวยากรณ์

3:13

ซึ่งแต่ละตัวเลขคือผลรวมของตัวเลขสองตัวก่อนหน้า

ไวยากรณ์

where each number is the sum of ...: where ที่ใช้บอกกฎภายในระบบที่เป็นนามธรรม

ใน where each number is the sum of ... คำว่า where เชื่อมกลับไปที่ Fibonacci series โดยมีความหมายเหมือน in which หรือ “ภายในลำดับนั้น” จึงใช้เพื่อบอกกฎภายในระบบที่เป็นนามธรรม ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง อนุประโยคนี้อธิบายว่าระบบทำงานอย่างไร โดย each number is the sum of the two preceding ones หมายความว่าแต่ละจำนวนได้มาจากการบวกสองจำนวนก่อนหน้า การใช้ where แบบนี้ยังตามหลังคำอย่าง system, situation, game หรือ process ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำหนึ่งคำที่ใช้บอกกฎภายในระบบที่เป็นนามธรรม: This is a game ____ each player gets two cards.

ดูคำตอบ

where

Fibonacci numbers have two properties that factor in here. กริยาวลี

3:17

ตัวเลขฟีโบนัชชีมีคุณสมบัติสองประการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

กริยาวลี

factor in: เกี่ยวข้องและมีผลต่อผลลัพธ์

ในประโยคนี้ factor in เป็นกริยาวลีที่ไม่รับกรรมตรง หมายถึง “เกี่ยวข้องหรือมีผลต่อผลลัพธ์” ประธาน two properties เป็นปัจจัยที่มีบทบาทอยู่เอง กล่าวคือสมบัติทั้งสองข้อนี้สำคัญต่อคำอธิบายที่จะตามมา แม้ factor จะใช้เป็นคำทางคณิตศาสตร์ได้ด้วย แต่ factor in ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “การแยกจำนวนออกเป็นตัวประกอบ”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Weather and road conditions factor in when we choose a route,” factor in หมายความว่าอะไร

  1. สิ่งเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการเลือก
  2. สิ่งเหล่านั้นถูกตัดออกจากการเลือก
  3. มีคนกำลังแยกเงื่อนไขเหล่านั้นออกเป็นตัวประกอบทางคณิตศาสตร์
ดูคำตอบ

สิ่งเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการเลือก

First, ลำดับความ

3:21

อย่างแรก

ลำดับความ

First, ในฐานะคำบอกประเด็นแรก

First ตรงนี้เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่ใช้เริ่มหัวข้อแรกในการอธิบายอย่างเป็นลำดับ โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะนำเสนอสมบัติข้อแรกจากทั้งหมดสองข้อ เมื่อฟัง ให้ใช้คำนี้เป็นป้ายบอกทาง เพราะ First บอกว่าประเด็นแรกกำลังเริ่มขึ้น และช่วยให้คาดได้ว่าจะมีอีกข้อหนึ่งตามมา ซึ่งมักใช้ Second, Next หรือโครงสร้างที่ขนานกันเป็นสัญญาณ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดพูดว่า “First, check the units.” คำว่า First บอกอะไร

  1. สภาพในตอนแรกก่อนที่จะเปลี่ยนแปลง
  2. จุดจบของคำอธิบาย
  3. ขั้นตอนแรกในการอธิบายอย่างเป็นลำดับ
ดูคำตอบ

ขั้นตอนแรกในการอธิบายอย่างเป็นลำดับ

squaring a Fibonacci number gives you a value that's one more or one less โน้ต

3:21

การยกกำลังสองตัวเลขฟีโบนัชชีจะให้ค่าที่มากกว่าหนึ่งหรือน้อยกว่าหนึ่ง

than the product of the Fibonacci numbers on either side of it. วลี

3:27

เมื่อเทียบกับผลคูณของตัวเลขฟีโบนัชชีที่อยู่ทั้งสองข้างของมัน

การใช้คำ

squaring a Fibonacci number: การเรียกการยกกำลังสอง

ในที่นี้ squaring a Fibonacci number หมายถึงการนำจำนวนฟีโบนัชชีมาคูณกับตัวมันเอง Square เป็นคำกริยาทางคณิตศาสตร์ และ squaring คือรูป -ing ของคำนี้ วลีทั้งหมดเป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ gives กล่าวคือ การทำการคำนวณนี้ทำให้ได้ผลลัพธ์ ในที่นี้ square ไม่ได้หมายถึงรูปทรงเรขาคณิต

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ square เพื่อเรียกชื่อการคำนวณ: ____ means multiplying a number by itself.

ดูคำตอบ

Squaring a number

ไวยากรณ์

one more or one less than: ต่างจากเกณฑ์พอดี 1

รูปแบบ one more or one less than X หมายถึงมากกว่า X อยู่ 1 พอดี หรือน้อยกว่า X อยู่ 1 พอดี ในประโยคตัวอย่าง X คือผลคูณของจำนวนฟีโบนัชชีที่อยู่สองข้าง ดังนั้นค่าที่ยกกำลังสองจึงต่างจากผลคูณนั้นพอดี 1 วางค่าที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบไว้หลัง than โดย one more than X คือ X + 1 ส่วน one less than X คือ X - 1

แบบฝึกหัด

เติมวลีเปรียบเทียบจากบทเรียนให้ครบถ้วน: Each of the numbers 9 and 11 is ____ 10.

ดูคำตอบ

one more or one less than

วลี

on either side of it สำหรับตำแหน่งข้างเคียงทั้งสองด้าน

ในที่นี้ on either side of it หมายถึง “ในตำแหน่งที่อยู่ก่อนและหลังมันทันที” คำสรรพนาม it หมายถึงจำนวนฟีโบนักชีที่กำลังกล่าวถึง ดังนั้นวลีนี้จึงชี้ถึงจำนวนฟีโบนักชีสองจำนวนที่อยู่ติดกันในลำดับ โดยทั่วไป on either side of something ใช้ระบุตำแหน่งของคนหรือสิ่งของโดยอ้างอิงจากสองด้านของจุดศูนย์กลางที่ชัดเจน ในคำบรรยายแบบพหูพจน์เช่นประโยคนี้ วลีดังกล่าวครอบคลุมทั้งสองด้าน โดยมีจำนวนข้างเคียงด้านละหนึ่งจำนวน

แบบฝึกหัด

on either side of it ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. จำนวนฟีโบนักชีสองจำนวนที่อยู่ก่อนและหลังจำนวนนั้นทันที
  2. กำลังสองของจำนวนนั้นเอง
  3. จำนวนฟีโบนักชีสองจำนวนที่เลือกจากตำแหน่งใดก็ได้ในลำดับ
ดูคำตอบ

จำนวนฟีโบนักชีสองจำนวนที่อยู่ก่อนและหลังจำนวนนั้นทันที

In other words, ลำดับความ

3:31

กล่าวคือ

ลำดับความ

In other words: สัญญาณบอกการกล่าวใหม่

In other words เป็นสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะถ่ายทอดแนวคิดเดิมให้ชัดเจน ง่ายขึ้น หรือเป็นรูปธรรมมากขึ้น วลีนี้บอกผู้ฟังให้เชื่อมสิ่งที่จะตามมากับประเด็นก่อนหน้า ไม่ใช่มองว่าเป็นหัวข้อใหม่ ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากคุณสมบัติเชิงนามธรรมไปเป็นคำอธิบายหรือตัวอย่างที่เป็นตัวเลขอย่างเป็นรูปธรรม รูปแบบคำอธิบายเปลี่ยนไป แต่ใจความหลักยังคงเดิม

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้พูดกล่าวว่า In other words ควรคาดหวังว่าจะได้ยินอะไรต่อไป

  1. การกล่าวแนวคิดเดิมใหม่ให้ชัดเจนหรือเป็นรูปธรรมมากขึ้น
  2. เหตุการณ์ถัดไปตามลำดับเวลา
  3. หัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

การกล่าวแนวคิดเดิมใหม่ให้ชัดเจนหรือเป็นรูปธรรมมากขึ้น

8 squared is one less than 5x13,

3:32

8 ยกกำลังสองน้อยกว่า 5x13 อยู่หนึ่ง

while 5 squared is one more than 3x8. ลำดับความ

3:36

ในขณะที่ 5 ยกกำลังสองมากกว่า 3x8 อยู่หนึ่ง

ลำดับความ

while ที่ใช้แสดงความแตกต่าง

ในประโยคนี้ while เชื่อมข้อความทางคณิตศาสตร์ที่สมบูรณ์สองข้อความและแสดงความแตกต่าง ความสัมพันธ์แรกคือน้อยกว่า 1 ส่วนความสัมพันธ์ที่สองคือมากกว่า 1 ดังนั้น while ในที่นี้จึงมีความหมายว่า “ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “ระหว่างเวลาที่” เมื่อ while อยู่ระหว่างข้อเท็จจริงหรือตัวอย่างสองอย่างที่ต่างกัน ให้มองว่าเป็นสัญญาณของการเปรียบเทียบ โดยอนุประโยคหลัง while จะให้กรณีที่ต่างจากด้านหน้า

แบบฝึกหัด

while ในประโยคตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. เหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. เหตุผลของการคำนวณ
  3. ความแตกต่างระหว่างความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์สองแบบ
ดูคำตอบ

ความแตกต่างระหว่างความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์สองแบบ

And second, ลำดับความ

3:40

และอย่างที่สอง

ลำดับความ

And second, สำหรับแนะนำรายการที่สอง

And second, เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเข้าสู่รายการที่สองของคำอธิบายที่เรียงตามลำดับ second ทำหน้าที่บอกลำดับ ส่วน and เชื่อมรายการใหม่นี้เข้ากับรายการที่กำลังกล่าวอยู่ สัญญาณนี้บอกผู้ฟังให้จัดข้อมูลถัดไปเป็นประเด็นที่สอง โดยปกติจะใช้หลังจากกล่าวประเด็นแรกแล้ว ในที่นี้ and ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ครูพูดว่า “First, label the diagram. And second, check every arrow.” คำว่า And second, บอกอะไรแก่ผู้ฟัง

  1. ครูกำลังแก้ไขคำสั่งแรก
  2. การกระทำทั้งสองต้องเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
  3. ครูกำลังแนะนำรายการที่สองในชุดเดิม
ดูคำตอบ

ครูกำลังแนะนำรายการที่สองในชุดเดิม

the ratio between successive Fibonacci numbers is quite similar. การใช้คำ

3:41

อัตราส่วนระหว่างตัวเลขฟีโบนัชชีที่อยู่ติดกันนั้นคล้ายกันมาก

การใช้คำ

the ratio between: การเปรียบเทียบปริมาณเป็นคู่

the ratio between ใช้เกริ่นถึงปริมาณที่นำขนาดสัมพัทธ์มาเปรียบเทียบกัน ในภาษาอังกฤษสามารถระบุปริมาณสองอย่างต่อท้ายได้ เช่น the ratio between height and width หรือระบุกลุ่มที่บริบทแบ่งเป็นคู่ ๆ ที่นี่ วลี successive Fibonacci numbers ทำให้เกิดคู่ของพจน์ที่อยู่ติดกัน จึงเป็นการเปรียบเทียบแต่ละพจน์กับพจน์ถัดไป ไม่ได้หมายถึงนำตัวเลขทั้งหมดมารวมเป็นการเปรียบเทียบครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงความสัมพันธ์เชิงสัดส่วนระหว่างปริมาณสองอย่าง: The ____ the poster's width and height is two to one.

ดูคำตอบ

ratio between

การใช้คำ

successive Fibonacci numbers: พจน์ที่อยู่ติดกันตามลำดับ

successive Fibonacci numbers หมายถึงพจน์ที่เรียงต่อกันไปทีละพจน์ในลำดับ ในประโยคนี้หมายถึงพจน์ที่อยู่ติดกัน ไม่ใช่ตัวเลขที่เลือกจากตำแหน่งต่าง ๆ successive เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้กับสิ่งของหรือเหตุการณ์ที่มีลำดับ หมายถึงสิ่งที่ตามกันมาทีละอย่าง ไม่ได้หมายถึง successful

แบบฝึกหัด

ใน successive Fibonacci numbers กำลังอธิบายพจน์แบบใด?

  1. พจน์ที่คำนวณได้สำเร็จ
  2. พจน์ที่อยู่ติดกันในลำดับ
  3. พจน์ใด ๆ ที่เลือกจากตำแหน่งต่าง ๆ ในลำดับ
ดูคำตอบ

พจน์ที่อยู่ติดกันในลำดับ

So similar, ไวยากรณ์

3:46

คล้ายกันมาก

in fact,

3:47

ในความเป็นจริง

that it eventually converges on the Golden Ratio. โน้ต

3:48

จนในที่สุดมันก็ลู่เข้าสู่อัตราส่วนทองคำ

ไวยากรณ์

So similar, in fact, that: โครงสร้างผลลัพธ์ so ... that

โครงสร้างพื้นฐานคือ so + คำคุณศัพท์ + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เช่น so similar that ... โครงสร้างนี้เชื่อมระดับความคล้ายที่สูงมากเข้ากับผลลัพธ์หลัง that in fact เป็นข้อความแทรกที่เน้นว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นความจริง เครื่องหมายจุลภาคแยกข้อความนี้ออกมา แต่ไม่ได้ตัดโครงสร้าง so ... that ลองตัด in fact ออกชั่วคราวในใจเพื่อให้เห็นโครงสร้างชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์แบบเดียวกันให้สมบูรณ์: The two designs are ____ similar, in fact, ____ most people cannot tell them apart.

ดูคำตอบ

so · that

การใช้คำ

converges on: ค่อย ๆ เข้าใกล้ค่าคงที่

ในบริบททางคณิตศาสตร์นี้ converges on หมายถึงค่อย ๆ เข้าใกล้ค่าคงที่ขณะที่กระบวนการดำเนินต่อไป ค่าเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเท่ากับค่าเป้าหมายในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่ระยะห่างจะลดลงเรื่อย ๆ ในที่นี้ on ใช้นำค่าที่เป็นเป้าหมาย ซึ่งก็คืออัตราส่วนทองคำ ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของมารวมกัน ณ สถานที่แห่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางคณิตศาสตร์จากบทนี้ที่หมายถึง “ค่อย ๆ เข้าใกล้”: As the calculation repeats, the estimate ____ the correct value.

ดูคำตอบ

converges on

วัฒนธรรม

the Golden Ratio: อัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ค่าคงที่ใกล้ 1.618

อัตราส่วนทองคำคืออัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ค่าหนึ่ง มีค่าประมาณ 1.618 ในที่นี้ Golden เป็นส่วนหนึ่งของชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกแนวคิดนี้ ไม่ได้หมายถึงสีทอง เมื่อไล่ไปตามลำดับฟีโบนัชชี อัตราส่วนของพจน์บวกพจน์หลังต่อพจน์บวกก่อนหน้าจะเข้าใกล้อัตราส่วนทองคำมากขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือเหตุผลที่ประโยคบอกว่าค่านั้นลู่เข้าสู่อัตราส่วนนี้ในที่สุด

แบบฝึกหัด

the Golden Ratio ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. อัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ค่าหนึ่งซึ่งมีค่าประมาณ 1.618
  2. อัตราส่วนที่ใช้ผสมสีทาทอง
  3. สัดส่วนใด ๆ ที่ดูสวยงาม
ดูคำตอบ

อัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ค่าหนึ่งซึ่งมีค่าประมาณ 1.618

That's what allows devious royals to construct slopes that look deceptively similar. โน้ต

3:51

นี่คือสิ่งที่ทำให้ราชวงศ์เจ้าเล่ห์สามารถสร้างความชันที่ดูหลอกตาว่าเหมือนกันได้

ไวยากรณ์

That's what allows ... to ...: อธิบายว่าอะไรทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้

That's what allows A to do B หมายถึง “นั่นคือสิ่งหรือเหตุผลที่ทำให้ A สามารถทำ B ได้” ตรงนี้ That ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงก่อนหน้า และ what เริ่มอนุประโยคที่มีความหมายว่า “สิ่งที่” ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม โครงสร้างคือ allow + A + to + คำกริยารูปพื้นฐาน รูปแบบทั้งชุดเชื่อมสาเหตุหรือเงื่อนไขที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลที่มันทำให้เกิดขึ้นได้ ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์ก่อนหน้าทำให้เหล่าราชวงศ์สร้างความลาดเอียงที่ดูคล้ายกันจนน่าหลงเชื่อได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ That's what allows A to do B: The sensor adjusts constantly. ____ the robot to balance on uneven ground.

ดูคำตอบ

That's what allows

วลี

construct slopes: การสร้างค่าความชันทางคณิตศาสตร์

ในประโยคนี้ construct slopes หมายถึงการสร้างค่าความชันให้มีค่าหรือความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ตามที่เลือกไว้ slope ในที่นี้เป็นวัตถุทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เนินเขาหรือทางลาดจริง ในภาษาอังกฤษเชิงเทคนิค construct มักหมายถึงการสร้างสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่างมีแบบแผน เช่น แผนภาพ แบบจำลอง หรือข้อโต้แย้ง ความหมายนี้เป็นนามธรรมกว่าการก่อสร้างสิ่งของจริง

แบบฝึกหัด

ใน “The puzzle asks us to construct two slopes with nearly equal values,” คำว่า construct หมายถึงอะไร

  1. สร้างทางลาดจริงสองทาง
  2. เพียงวัดค่าความชันที่มีอยู่แล้ว
  3. ตั้งใจสร้างค่าความชันทางคณิตศาสตร์
ดูคำตอบ

ตั้งใจสร้างค่าความชันทางคณิตศาสตร์

การใช้คำ

deceptively similar: คล้ายกันจนชวนให้เข้าใจผิด

deceptively similar หมายถึงดูคล้ายกันมากจนความคล้ายนั้นอาจทำให้สรุปผิด deceptively เพิ่มความหมายว่าภาพที่เห็นให้ความรู้สึกที่ผิดหรือชวนให้เข้าใจผิด ไม่ได้เพียงเพิ่มระดับของคำว่า similar วลีนี้มักสื่อด้วยว่าเมื่อพิจารณาให้ละเอียดขึ้น จะพบความแตกต่างที่สำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “คล้ายกันในลักษณะที่อาจทำให้ผิดพลาด”: The two medicine labels look ____, so read them carefully.

ดูคำตอบ

deceptively similar

In fact,

3:57

ในความเป็นจริง

the Queen of Hearts could cobble together an analogous conundrum โน้ต

3:58

ราชินีโพแดงสามารถปะติดปะต่อปริศนาที่คล้ายกัน

out of any four consecutive Fibonacci numbers. การใช้คำ

4:02

จากตัวเลขฟีโบนัชชีสี่ตัวที่อยู่ติดกันได้เสมอ

กริยาวลี

cobble together: ปะติดปะต่อจากวัสดุที่มีอยู่

To cobble together something หมายถึงการรีบทำบางสิ่งขึ้นจากชิ้นส่วน วัสดุ หรือแนวคิดเท่าที่มีอยู่ มักสื่อว่าผลงานนั้นทำขึ้นแบบเฉพาะหน้าหรือไม่ได้ประณีตมากนัก ในที่นี้ cobble ไม่ได้หมายถึง “ซ่อมรองเท้า” รูปแบบ cobble together X out of Y หมายถึง “นำ Y มาทำเป็น X” ในประโยคนี้ X คือ an analogous conundrum และ Y คือ any four consecutive Fibonacci numbers

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ทำบางสิ่งอย่างรวดเร็วจากวัสดุที่มีอยู่”: With no budget for new equipment, we had to ____ a lighting system from spare parts.

ดูคำตอบ

cobble together

การใช้คำ

analogous conundrum: โจทย์ปริศนาที่มีโครงสร้างสอดคล้องกัน

an analogous conundrum คือโจทย์ปริศนาหรือปัญหายากที่รูปแบบสำคัญสอดคล้องกับของอีกปัญหาหนึ่ง analogous หมายถึงคล้ายกันในด้านโครงสร้าง หน้าที่ หรือความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหมือนกันทุกประการ ส่วน conundrum เพิ่มความหมายว่าปัญหานั้นชวนสับสนและไม่มีคำตอบที่เห็นได้ชัด ในที่นี้ การเปลี่ยนจำนวนฟีโบนัชชีทั้งสี่สามารถสร้างปัญหาใหม่ที่มีการวางโครงพื้นฐานแบบเดียวกันได้ รายละเอียดแตกต่างกัน แต่รูปแบบการให้เหตุผลสามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ an analogous conundrum มากที่สุด

  1. ปริศนาที่ไม่เกี่ยวข้องกันและเพียงแค่ยาก
  2. ปริศนาอีกข้อที่สร้างขึ้นบนรูปแบบพื้นฐานชนิดเดียวกัน
  3. ปริศนาเดิมที่เหมือนกันทุกอย่างโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ

ปริศนาอีกข้อที่สร้างขึ้นบนรูปแบบพื้นฐานชนิดเดียวกัน

การใช้คำ

consecutive Fibonacci numbers: พจน์ที่อยู่ติดกันโดยไม่ข้าม

ในวลีนี้ consecutive Fibonacci numbers หมายถึงพจน์ที่อยู่ติดกันในลำดับฟีโบนักชี โดยไม่ข้ามพจน์ใดเลย ตัวอย่างเช่น 5, 8, 13 และ 21 เป็นพจน์ที่ต่อเนื่องกัน แต่ 5, 13, 21 และ 55 ไม่ใช่ ใน any four consecutive Fibonacci numbers คำว่า any หมายความว่าจุดเริ่มต้นจะอยู่ตรงไหนก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าเลือกจำนวนฟีโบนักชีสี่จำนวนแยกกันตามใจได้ ความหมายเดียวกันนี้ใช้กับรายการที่มีลำดับอื่น ๆ ได้ โดยสิ่งที่เป็น consecutive ต้องอยู่ในตำแหน่งติดกัน

แบบฝึกหัด

กลุ่มใดประกอบด้วย consecutive Fibonacci numbers สี่จำนวน

  1. 3, 8, 13, 34
  2. 5, 8, 13, 21
  3. 5, 13, 21, 55
ดูคำตอบ

5, 8, 13, 21

The higher they go, ไวยากรณ์

4:06

ยิ่งตัวเลขสูงขึ้น

the more it seems like the impossible is true. ไวยากรณ์

4:07

มันก็ยิ่งดูเหมือนว่าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้นั้นเป็นความจริง

ไวยากรณ์

The higher ..., the more ...: การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่สัมพันธ์กัน

The higher they go, the more ... ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน the + comparative ..., the + comparative ... หมายความว่าเมื่อสิ่งหนึ่งเปลี่ยน อีกสิ่งหนึ่งก็เปลี่ยนตามไปด้วย ในที่นี้คือยิ่งมันสูงขึ้น ก็ยิ่งดูเหมือนเป็นจริงมากขึ้น คำว่า the หน้า higher และ more เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านาม อนุประโยคเปรียบเทียบแรกบอกเงื่อนไขที่กำลังเปลี่ยน ส่วนอนุประโยคที่สองบอกผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน การเปลี่ยนแปลงทั้งสองอาจไปในทิศทางเดียวกันหรือตรงข้ามกันก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำที่จำเป็นสองคำเพื่อทำโครงสร้างตายตัวนี้ให้สมบูรณ์: ____ more carefully you plan, ____ easier the trip becomes.

ดูคำตอบ

The · the

ไวยากรณ์

seems like: แสดงความรู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

ในประโยคนี้ seems like หมายถึง “ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น” โดยนำเสนอความคิดที่ว่า the impossible is true ในฐานะความรู้สึกที่เกิดจากสิ่งที่สังเกตเห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ใช้ seems like เมื่อหลักฐานที่มีชี้ไปยังข้อสรุปหนึ่ง แต่ยังเปิดโอกาสให้มีคำอธิบายอื่นได้ โครงสร้างคือ seem(s) like + กลุ่มคำนามหรืออนุประโยค โดยอนุประโยคในที่นี้คือ the impossible is true

แบบฝึกหัด

seems like เพิ่มความหมายใดให้กับตัวอย่างนี้

  1. แนวคิดนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง
  2. แนวคิดนั้นดูเหมือนจะจริง แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
  3. ผู้พูดรู้ว่าแนวคิดนั้นเป็นเท็จ
ดูคำตอบ

แนวคิดนั้นดูเหมือนจะจริง แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

But in the words of Lewis Carroll, วลี

4:10

แต่ตามคำกล่าวของลูอิส แคร์รอล

วลี

in the words of: ใช้คำพูดของผู้อื่นเพื่อเกริ่นนำข้อความ

in the words of + บุคคล หมายถึง “ใช้คำพูดของบุคคลนั้น” วลีนี้บอกว่ากำลังจะมีคำพูดที่ยกมาโดยตรงหรือถ่ายทอดด้วยถ้อยคำที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับมาก ในที่นี้ But แสดงการเปลี่ยนทิศทางของเนื้อหา และ in the words of Lewis Carroll ระบุว่า Lewis Carroll เป็นเจ้าของถ้อยคำที่จะตามมา วลีนี้เน้นว่าบุคคลนั้นพูดไว้อย่างไร ไม่ใช่เพียงว่าข้อมูลมาจากไหน

แบบฝึกหัด

in the words of Coach Rivera สื่อถึงอะไร

  1. ผู้เขียนกำลังเกริ่นนำคำพูดที่ตรงตามต้นฉบับหรือน่าจดจำของโค้ช Rivera
  2. ผู้เขียนเพียงกำลังระบุแหล่งที่มาของข้อมูลบางอย่าง
  3. ผู้เขียนกำลังพูดในฐานะตัวแทนอย่างเป็นทางการของโค้ช Rivera
ดูคำตอบ

ผู้เขียนกำลังเกริ่นนำคำพูดที่ตรงตามต้นฉบับหรือน่าจดจำของโค้ช Rivera

author of Alice in Wonderland,

4:13

ผู้แต่งอลิซในแดนมหัศจรรย์

and an accomplished mathematician who studied this very puzzle, การใช้คำ

4:15

และนักคณิตศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องที่ศึกษาปริศนาข้อนี้โดยเฉพาะ

การใช้คำ

an accomplished mathematician: นักคณิตศาสตร์ผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับ

ในที่นี้ accomplished บอกว่านักคณิตศาสตร์คนนั้นมีความสามารถสูงและประสบความสำเร็จในสาขาของตน เป็นคำชมเชิงทางการที่ใช้แนะนำผลงานทางวิชาชีพของบุคคล ไม่ได้หมายความว่านักคณิตศาสตร์คนนั้น “ถูกทำให้เสร็จ” เมื่อ accomplished ขยายคำนามที่เป็นบุคคล คำนี้เน้นความสามารถที่สั่งสมมาและความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับ

แบบฝึกหัด

ชีวประวัติแบบเป็นทางการแนะนำนักเปียโนที่แสดงในงานสำคัญมาหลายปีและได้รับรางวัลหลายครั้ง ประโยคใดเน้นความสำเร็จของเธอได้ดีที่สุด

  1. She is a skilled pianist.
  2. She is an accomplished pianist.
  3. She is a professional pianist.
ดูคำตอบ

She is an accomplished pianist.

การใช้คำ

this very puzzle: very หมายถึง “ปริศนาข้อนี้เอง”

ใน this very puzzle คำว่า very เน้นว่าเป็นสิ่งเดียวกันอย่างเจาะจง หมายถึง “ปริศนาข้อนี้เอง” หรือ “ปริศนาข้อเดียวกันนี้” นักคณิตศาสตร์ศึกษาปริศนาที่กำลังกล่าวถึง ไม่ใช่ปริศนาข้ออื่น very ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในระดับที่มาก” ในโครงสร้างนี้ very อยู่หลัง this และอยู่หน้าคำนามเพื่อเน้นว่าหมายถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ใช้ very ในความหมายว่า “สิ่งนี้เอง”: We held our first meeting in ____ room.

ดูคำตอบ

this very

one can't believe impossible things. ลำดับความ

4:19

เราไม่สามารถเชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

ลำดับความ

one แบบกล่าวรวมใน "one can't believe impossible things."

one ในที่นี้เป็นสรรพนามแบบกล่าวรวม หมายถึง “ใครก็ตาม” หรือ “คนทั่วไป” ไม่ใช่เลข 1 และไม่ได้ชี้ถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การใช้ one แทนการระบุชื่อบุคคลทำให้ประโยคกลายเป็นหลักการกว้าง ๆ ช่วงท้ายของการพูด ถ้อยคำที่คล้ายคติพจน์นี้ช่วยยกระดับเรื่องเฉพาะที่พูดมาก่อนหน้าให้เป็นหัวข้อใหญ่ขึ้น และยังสะท้อนแก่นเรื่อง “impossible things” จากเรื่อง Alice อีกด้วย

แบบฝึกหัด

one ที่อยู่ต้นประโยคมีผลสำคัญอย่างไร?

  1. หมายถึงเลขหนึ่ง
  2. ชี้ถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
  3. นำเสนอข้อความเป็นหลักการทั่วไปเกี่ยวกับผู้คน
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อความเป็นหลักการทั่วไปเกี่ยวกับผู้คน

You can prepare yourself to confront the seemingly impossible by using Brilliant. วลี

4:22

คุณสามารถเตรียมตัวให้พร้อมเผชิญกับสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ด้วยการใช้ Brilliant

วลี

"prepare yourself to confront": เตรียมพร้อมเผชิญความท้าทาย

Prepare yourself to confront X หมายถึงเตรียมตัวเองทั้งทางความคิดหรือทางปฏิบัติให้พร้อมเผชิญกับ X โดยตรง yourself ย้อนกลับไปหมายถึงประธาน you ส่วน to confront ระบุการกระทำที่กำลังเตรียมตัวจะทำ confront อาจหมายถึงการเผชิญหน้ากับปัญหาที่ยาก ข้อเท็จจริง หรือความกลัว ไม่ได้หมายถึงการท้าทายบุคคลเท่านั้น ในที่นี้สิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ถูกนำเสนอให้เป็นความท้าทายที่ต้องเผชิญ

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำของโค้ชโต้วาทีด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียนนี้: Before the debate, ____ strong objections.

ดูคำตอบ

prepare yourself to confront

Brilliant is a problem-solving-based platform การใช้คำ

4:27

Brilliant เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการแก้ปัญหา

การใช้คำ

problem-solving-based platform: คำขยายประสมรูป X-based

ในวลี problem-solving-based platform คำนามหลักคือ platform ส่วนคำคุณศัพท์ประสม problem-solving-based ที่อยู่ข้างหน้าหมายถึง “มีการแก้ปัญหาเป็นพื้นฐาน” กล่าวคือ การแก้ปัญหาเป็นวิธีสำคัญที่แพลตฟอร์มนี้ใช้ในการสอน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X-based + คำนาม หมายถึงสิ่งที่สร้าง จัดระบบ หรือออกแบบโดยยึด X เป็นหลัก ในที่นี้ problem-solving เป็นชื่อกิจกรรม และเครื่องหมายยัติภังค์ช่วยให้เห็นคำขยายทั้งหมดเป็นหน่วยเดียว

แบบฝึกหัด

วลีใดเขียน a course based on projects ใหม่ด้วยรูปแบบ X-based ได้ถูกต้อง

  1. a based-project course
  2. a project-based course
  3. a project-base course
ดูคำตอบ

a project-based course

with dozens of courses in math,

4:30

มีหลักสูตรมากมายทั้งในหมวดคณิตศาสตร์

science, and computer science.

4:32

วิทยาศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์

It has everything from interactive logic challenges ไวยากรณ์

4:34

มีตั้งแต่ความท้าทายทางตรรกะแบบโต้ตอบ

to lessons on how the algorithms behind search engines work, ไวยากรณ์

4:37

ไปจนถึงบทเรียนเกี่ยวกับวิธีการทำงานของอัลกอริทึมที่อยู่เบื้องหลังเครื่องมือค้นหา

ไวยากรณ์

how the algorithms behind search engines work: ลำดับคำในคำถามแฝง

อนุประโยค how the algorithms behind search engines work อยู่หลังคำบุพบท on และบอกว่าบทเรียนเหล่านี้เกี่ยวกับอะไร นี่เป็นคำถามแฝง ไม่ใช่คำถามตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how + ประธาน + กริยา อย่าเติม do ให้เขียนว่า how the algorithms work ไม่ใช่ how do the algorithms work

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง? The course includes lessons on ____.

  1. how do search engines work
  2. how search engines work
ดูคำตอบ

how search engines work

and much, much more.

4:41

และอื่นๆ อีกมากมาย

ไวยากรณ์

everything from A to B: การแสดงขอบเขตที่กว้าง

Everything from A to B นำเสนอ A และ B เป็นจุดปลายสองด้านหรือตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของกลุ่มที่กว้างกว่า ในประโยคนี้ A คือ interactive logic challenges และ B คือ lessons on how the algorithms behind search engines work ทั้งสองอย่างช่วยแสดงว่าเนื้อหาการเรียนรู้มีหลากหลายมาก From และ to ทำหน้าที่จัดขอบเขต ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ในที่นี้ ส่วน everything เพิ่มความหมายว่าขอบเขตนั้นมีสิ่งอื่นอีกมากนอกเหนือจากตัวอย่างสองอย่างที่กล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ everything from A to B ด้วยคำสองคำที่ใช้ระบุจุดปลาย: The science fair has everything ____ volcano models ____ coding games.

ดูคำตอบ

from · to

You can try it out today at brilliant.org/teded. กริยาวลี

4:43

คุณสามารถทดลองใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ brilliant.org/teded

กริยาวลี

try it out: ทดลองใช้หรือสัมผัสบางอย่าง

Try it out หมายถึงการลองใช้หรือสัมผัสบางอย่างเพื่อดูว่ามันเป็นอย่างไรหรือเหมาะกับเราหรือไม่ ในที่นี้เป็นคำเชิญชวนแบบเป็นกันเองให้ลองใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ try out และคำสรรพนาม it: This app looks useful, so I want to ____.

ดูคำตอบ

try it out

As an added bonus, วลี

4:47

และเป็นโบนัสพิเศษ

วลี

As an added bonus: การนำเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

As an added bonus เป็นคำเชื่อมที่ใช้ขึ้นต้นประโยค หมายถึง “เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม” โดยบอกผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไปเป็นเรื่องดีและเป็นสิ่งที่เพิ่มจากข้อเสนอหรือประเด็นหลัก ในที่นี้ as ใช้บอกบทบาทของข้อมูลที่ตามมา ไม่ได้หมายถึง “เมื่อ” เครื่องหมายจุลภาคใช้แยกคำเชื่อมนี้ออกจากสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่กล่าวต่อจากนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมภาษาอังกฤษสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม”: ____, the membership includes free delivery.

ดูคำตอบ

As an added bonus

the first 833 of you to visit using that link ไวยากรณ์

4:48

ผู้ที่เข้าไปใช้บริการ 833 ท่านแรกผ่านลิงก์นี้

ไวยากรณ์

the first 833 of you to visit: โครงสร้าง the first + จำนวน + of + กลุ่ม + infinitive ที่มี to

The first 833 of you to visit หมายถึง “833 คนในกลุ่มผู้ฟังนี้ที่เข้าไปดูก่อนคนอื่น” โครงสร้าง the first + จำนวน ใช้ระบุกลุ่มที่มีจำนวนจำกัดตามลำดับ ส่วน of you บอกว่าคนเหล่านั้นมาจากกลุ่มผู้ฟังที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย To visit เป็นรูป infinitive ที่ขยาย the first 833 of you โดยระบุการกระทำที่ใช้ตัดสินว่าใครอยู่ในกลุ่มแรก ไม่ได้แสดงจุดประสงค์ว่า “เพื่อเข้าไปดู”

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา arrive และโครงสร้างจากบทเรียนนี้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The first five of you ____ will receive a prize.

ดูคำตอบ

to arrive

will receive 20% off the annual premium subscription fee. โน้ต

4:52

จะได้รับส่วนลด 20% สำหรับค่าสมัครสมาชิกพรีเมียมแบบรายปี

วลี

will receive 20% off: ได้รับส่วนลดราคา 20%

ในข้อเสนอราคานี้ will receive 20% off หมายถึงลูกค้าจะได้รับการลดค่าธรรมเนียม 20% คำว่า will receive นำเสนอส่วนลดนี้ว่าเป็นสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคต 20% off หมายถึงหัก 20% ออกจากราคาเดิม ลูกค้าจึงจ่าย 80% ของราคาเดิม ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจ่ายเพียง 20%

แบบฝึกหัด

บริการหนึ่งมีราคา 100 ดอลลาร์ก่อนลดราคา ข้อเสนอ 20% off หมายถึงอะไร

  1. ลูกค้าจ่าย 20 ดอลลาร์
  2. ลูกค้าจ่าย 120 ดอลลาร์
  3. ลูกค้าจ่าย 80 ดอลลาร์
ดูคำตอบ

ลูกค้าจ่าย 80 ดอลลาร์

การใช้คำ

annual premium subscription fee: คำนามหลัก fee

ใน annual premium subscription fee คำนามหลักคือ fee เพราะวลีทั้งหมดกล่าวถึงค่าธรรมเนียมชนิดหนึ่ง คำที่อยู่ข้างหน้าช่วยจำกัดว่าเป็นค่าธรรมเนียมประเภทใด ให้อ่านจากขวาไปซ้าย: subscription fee คือค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิก premium ระบุว่าเป็นแผนระดับสูงกว่า และ annual ระบุว่าระยะเวลาการสมัครหรือรอบเรียกเก็บเงินเป็นรายปี ทั้งวลีจึงหมายถึงค่าธรรมเนียมสำหรับการสมัครสมาชิกพรีเมียมรายปี

แบบฝึกหัด

คำใดเป็นคำนามหลักใน annual premium subscription fee

  1. annual
  2. fee
  3. premium
ดูคำตอบ

fee