ตำนานของคิวปิดและไซคี - Brendan Pelsue: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
649 คำ 160 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตำนานเล่าเส้นทางของไซคีจากความโดดเดี่ยวเพราะความงาม ไปสู่การแต่งงานอย่างลับ ๆ กับคิวปิด บททดสอบของวีนัส และการกลายเป็นอมตะ ก่อนจบลงด้วยการให้กำเนิดลูกสาวชื่อเพลเชอร์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "Beauty is a curse," — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่าประโยคขัดแย้งสั้น ๆ เปิดเรื่องได้อย่างไร โดยพลิกความคาดหมายที่มองว่าความงามนำโชคมาให้ และสร้างความตึงเครียดหลักระหว่างการได้รับความชื่นชมกับความทุกข์ทันที จึงมองเห็นวิธีเสนอแก่นเรื่องก่อนเล่ารายละเอียดได้ 2. set out to find — กริยาวลี: สังเกตและใช้สำนวนนี้เพื่อบอกการเริ่มต้นออกค้นหา เดินทาง หรือทำภารกิจยากอย่างมีเป้าหมาย โดยเฉพาะเมื่อเรื่องเปลี่ยนจากช่วงครุ่นคิดหรือได้รับกำลังใจไปสู่การตัดสินใจลงมือทำ 3. have been complicating people's love lives ever since. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ present perfect continuous ร่วมกับ ever since เพื่อเชื่อมเหตุการณ์ในตำนานซึ่งเกิดขึ้นในอดีตกับอิทธิพลที่ถูกนำเสนอว่ายังคงดำเนินมาถึงปัจจุบัน และทำให้เรื่องโบราณจบลงอย่างร่วมสมัยและมีอารมณ์ขัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

"Beauty is a curse," ลำดับความ

0:06

"ความงามคือคำสาป"

ลำดับความ

Beauty is a curse: การเปิดเรื่องด้วยความย้อนแย้ง

โดยทั่วไป beauty มักถูกมองว่าเป็นข้อดี แต่ curse คือสิ่งที่ก่อให้เกิดความทุกข์ เมื่อนำสองแนวคิดนี้มาไว้ในประโยคสั้น ๆ เดียวกัน จึงเกิดความย้อนแย้ง: ในที่นี้ ความงามคือภาระที่นำปัญหามาให้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงมนตร์คำสาปจริง ๆ เมื่อใช้เป็นประโยคเปิด ประโยคนี้จะเสนอใจความสำคัญก่อนที่เนื้อเรื่องจะอธิบายรายละเอียด ทำให้ผู้ฟังสงสัยว่าสิ่งที่ดีจะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายได้อย่างไร และสร้างความตึงเครียดต่อเหตุการณ์ถัดไป

แบบฝึกหัด

เมื่อใช้เป็นประโยคเปิด "Beauty is a curse" สร้างผลหลักอย่างไร?

  1. ประโยคนี้ยืนยันว่ามีคนร่ายมนตร์คำสาปใส่เธอ
  2. ประโยคนี้นำเสนอความงามว่าเป็นข้อดีที่ดูเหมือนดี แต่อาจก่อให้เกิดความทุกข์
  3. ประโยคนี้บอกว่าความงามนำมาแต่ประโยชน์เท่านั้น
ดูคำตอบ

ประโยคนี้นำเสนอความงามว่าเป็นข้อดีที่ดูเหมือนดี แต่อาจก่อให้เกิดความทุกข์

Psyche thought as she looked over the cliff's edge where she'd been abandoned by her father. ไวยากรณ์

0:08

ไซคีคิดขณะมองลงไปจากขอบหน้าผาที่ซึ่งเธอถูกพ่อของเธอทิ้งไว้

ไวยากรณ์

where she'd been abandoned by: สถานที่และเหตุการณ์รูปถูกกระทำที่เกิดก่อน

where นำหน้าประโยคขยายที่ระบุว่า cliff's edge คือสถานที่ที่เกิดการทอดทิ้ง คำนี้ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานที่ ไม่ได้ใช้ถามคำถาม she'd been abandoned หมายถึง she had been abandoned โครงสร้าง had been + คำกริยาช่องที่ 3 สร้าง past perfect รูปถูกกระทำ: Psyche เป็นผู้รับการกระทำ ส่วน by her father ระบุผู้กระทำ และการทอดทิ้งเกิดก่อนการกระทำในอดีต thought และ looked

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า ปู่ย่าหรือตายายของเธอเคยเลี้ยงดูเธอในบ้านหลังนั้นก่อนที่เธอจะไปเยือน?

  1. She visited the house where she'd been raised by her grandparents.
  2. She visited the house where she'd raised her grandparents.
  3. She visited the house where her grandparents had been raised.
ดูคำตอบ

She visited the house where she'd been raised by her grandparents.

She'd been born with a physical perfection

0:14

เธอเกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบทางร่างกาย

so complete that she was worshipped as a new incarnation of Venus, โน้ต

0:17

ที่งดงามจนเธอได้รับการเคารพบูชาในฐานะร่างอวตารใหม่ของวีนัส

ไวยากรณ์

so complete that she was worshipped: ระดับความมากและผลลัพธ์

รูปแบบ so + คำคุณศัพท์ + that-clause เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่ตามมา ในที่นี้ so complete บอกว่ารูปลักษณ์ของเธอสมบูรณ์แบบมากเพียงใด และ that she was worshipped บอกผลลัพธ์ ในรูปแบบนี้ so หมายถึง มากถึงระดับนั้น ไม่ได้หมายถึง ดังนั้น อนุประโยคผลลัพธ์อาจบอกผลที่เกิดขึ้นจริงหรือผลแบบเน้นเกินจริงก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบบอกระดับและผลลัพธ์: The backpack was ____ heavy ____ Maya could not lift it.

ดูคำตอบ

so · that

the goddess of love.

0:22

เทพีแห่งความรัก

วัฒนธรรม

Venus, the goddess of love: การอ้างถึงตำนานและวลีอธิบายซ้ำ

ในที่นี้ Venus หมายถึงเทพีโรมันที่เกี่ยวข้องกับความรักและความงาม ไม่ใช่ดาวเคราะห์ คำว่า the goddess of love ให้ข้อมูลระบุตัวตนทางตำนานที่จำเป็นต่อการเข้าใจประโยคนี้ นามวลีหลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นวลีอธิบายซ้ำ โดยเรียก Venus อีกแบบหนึ่งและบอกผู้อ่านว่าเธอคือใคร ผู้เขียนใช้รูปแบบ ชื่อ + วลีอธิบายซ้ำ เพื่อเพิ่มข้อมูลระบุตัวตนหรือคำอธิบายสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the goddess of love ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่า Venus กำลังเดินทางไปที่ใด
  2. อธิบายวิธีที่ผู้คนบูชา Venus
  3. ระบุว่า Venus คือบุคคลในตำนานที่กำลังกล่าวถึง
ดูคำตอบ

ระบุว่า Venus คือบุคคลในตำนานที่กำลังกล่าวถึง

But real life human lovers were too intimidated even to approach her. ไวยากรณ์

0:24

แต่ชายหนุ่มที่เป็นมนุษย์จริงๆ กลับรู้สึกเกรงกลัวเกินกว่าจะกล้าเข้าใกล้เธอ

ไวยากรณ์

too intimidated even to approach: โครงสร้าง too ... to

โครงสร้าง too + adjective + to + verb หมายความว่าคุณสมบัติหรือความรู้สึกนั้นรุนแรงมากจนขัดขวางการกระทำที่ตามมา ในที่นี้ too intimidated ... to approach หมายถึงผู้ที่อาจมาสู่ขอรู้สึกถูกคุกคามหรือกดดันมากจนไม่กล้าเข้าไปหาเธอ even เน้นผลลัพธ์ให้แรงขึ้น การเข้าไปหาเป็นเพียงก้าวแรกเล็ก ๆ แต่พวกเขาทำแม้แต่สิ่งนั้นไม่ได้ intimidated มีความหมายแรงกว่าแค่ shy เพราะสื่อว่าความกลัวหรือแรงกดดันทำให้คนถอยหนี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่หมายความว่าความกลัวทำให้ Maya ไม่กล้าเคาะประตู: Maya was ____ intimidated even ____ knock on the door.

ดูคำตอบ

too · to

When her father asked for guidance from the Oracle of Apollo, วัฒนธรรม

0:30

เมื่อพ่อของเธอขอคำแนะนำจากคำพยากรณ์ของอะพอลโล

the god of light, reason, and prophecy,

0:34

เทพเจ้าแห่งแสงสว่าง เหตุผล และคำทำนาย

วัฒนธรรม

the Oracle of Apollo ในเทพปกรณัม

ในบริบทเทพปกรณัมนี้ the Oracle of Apollo คือแหล่งอำนาจที่ผู้คนใช้ขอคำชี้แนะเชิงพยากรณ์จากอะพอลโล คำว่า oracle อาจหมายถึงสารจากเทพ ผู้ถ่ายทอดสารนั้น หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้วลีดังกล่าวชี้โดยรวมไปที่อำนาจด้านคำพยากรณ์ของอะพอลโล ดังนั้นพ่อของเธอไม่ได้กำลังขอคำแนะนำส่วนตัวแบบธรรมดา แต่กำลังปรึกษาอำนาจทางศาสนาและการพยากรณ์ซึ่งคำตอบจะได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง การบอกว่าอะพอลโลเป็นเทพแห่งแสง เหตุผล และคำพยากรณ์ทำให้บทบาทในการชี้แนะนี้ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

the Oracle of Apollo หมายถึงอะไรในประโยคจากเทพปกรณัมนี้?

  1. เพื่อนธรรมดาที่ให้คำแนะนำแบบสบาย ๆ
  2. แหล่งคำชี้แนะทางศาสนาและการพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอะพอลโล
  3. ฐานข้อมูลสมัยใหม่ที่ใช้เก็บบันทึกของอะพอลโล
ดูคำตอบ

แหล่งคำชี้แนะทางศาสนาและการพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอะพอลโล

he was told to abandon his daughter on a rocky crag ไวยากรณ์

0:36

เขาถูกบอกให้ทิ้งลูกสาวไว้บนหน้าผาหินที่ขรุขระ

ไวยากรณ์

was told to abandon: การรายงานคำสั่งที่ได้รับ

was told to abandon ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be + told + to-infinitive โดย he เป็นผู้รับคำสั่ง ส่วน to abandon บอกการกระทำที่เขาถูกกำหนดให้ทำ กรรมวาจกทำให้จุดเน้นอยู่ที่ผู้รับและเนื้อหาของคำสั่ง แทนที่จะระบุผู้พูด สามารถละแหล่งที่มาของคำสั่งได้เมื่อทราบอยู่แล้ว และในที่นี้บริบทก่อนหน้าระบุว่าเป็นคำพยากรณ์ของอะพอลโล

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ be told to: The visitors ____ leave their bags at the desk.

ดูคำตอบ

were told to

where she would marry a cruel and savage,

0:40

ที่ซึ่งเธอจะได้แต่งงานกับความชั่วร้ายที่โหดเหี้ยมและป่าเถื่อน

serpent-like, winged evil. การใช้คำ

0:43

มีปีก และมีลักษณะคล้ายงู

การใช้คำ

serpent-like, winged evil: evil ที่ใช้เป็นคำนาม

serpent-like หมายถึงคล้ายงู และ winged หมายถึงมีปีก เมื่อรวมกับ cruel และ savage คำคุณศัพท์เหล่านี้สร้างคำบรรยายที่น่ากลัวรอบคำหลัก evil ในที่นี้ evil เป็นคำนามนับได้ หมายถึงสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของที่ชั่วร้าย ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่รอขยายคำนามอีกคำ การใช้คำนามแบบทำให้เป็นตัวตนเช่นนี้ทำให้คำพยากรณ์มีน้ำเสียงเชิงวรรณกรรมและตำนาน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ evil ใน serpent-like, winged evil ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อะไร?

  1. คำนามที่หมายถึงสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของที่ชั่วร้าย
  2. คำวิเศษณ์ที่อธิบายว่าบางสิ่งมีปีกอย่างไร
  3. คำคุณศัพท์ที่ขยายคำนามซึ่งตามหลังมา
ดูคำตอบ

คำนามที่หมายถึงสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของที่ชั่วร้าย

Alone on the crag, Psyche felt Zephyr วัฒนธรรม

0:47

ขณะอยู่บนหน้าผาเพียงลำพัง ไซคีสัมผัสได้ถึงเซไฟรอส

the west wind,

0:50

เทพแห่งลมตะวันตก

วัฒนธรรม

Zephyr the west wind: การระบุพลังธรรมชาติที่ถูกทำให้มีตัวตน

ในเทพปกรณัมโบราณ Zephyr เป็นชื่อของลมตะวันตกที่ถูกทำให้มีตัวตนเหมือนคน คำว่า the west wind ช่วยบอกผู้อ่านที่อาจไม่รู้จักชื่อในตำนานนี้ว่า Zephyr คือใคร ไม่ได้หมายความว่าลมกำลังพัดไปทางตะวันตก เมื่อลมถูกทำให้มีตัวตน มันจึงแสดงการกระทำได้เหมือนตัวละคร ข้อนี้ช่วยให้เข้าใจว่าการกระทำต่อมาของ Zephyr ก็คือการกระทำของลมตะวันตกเอง

แบบฝึกหัด

the west wind ที่ตามหลัง Zephyr ในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าลมกำลังเคลื่อนไปทางตะวันตก
  2. บอกชื่อสถานที่ที่เป็นโขดหินซึ่ง Psyche ยืนอยู่
  3. บอกว่า Zephyr คือลมตะวันตกที่ถูกทำให้มีตัวตน
ดูคำตอบ

บอกว่า Zephyr คือลมตะวันตกที่ถูกทำให้มีตัวตน

gently lifting her into the air. วลี

0:51

ที่ค่อยๆ ยกตัวเธอขึ้นไปในอากาศ

วลี

gently lifting her into the air: lift + กรรม + ผลของการเคลื่อนที่

lift + กรรม + into the air บอกการเคลื่อนขึ้นด้านบนอย่างครบถ้วน คนหรือสิ่งของถูกยกจากตำแหน่งที่ต่ำกว่าและลอยพ้นพื้น ในที่นี้ her เป็นกรรม ส่วน into the air บอกทั้งทิศทางและผลของการเคลื่อนที่ gently บอกว่าการยกเกิดขึ้นอย่างนุ่มนวล วลี -ing ใช้ร่วมกับ felt เพื่อแสดงการกระทำที่ Psyche สัมผัสได้ขณะที่กำลังเกิดขึ้น: she felt Zephyr gently lifting her

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ lift + กรรม + into the air: A gust lifted the dry leaves ____.

ดูคำตอบ

into the air

It set her down before a palace. กริยาวลี

0:54

มันวางเธอลงตรงหน้าพระราชวังแห่งหนึ่ง

กริยาวลี

set her down: วางคนที่อุ้มหรือพามาลงในจุดหนึ่ง

Set her down หมายถึง “ลดตัวเธอลงหรือวางเธอไว้ที่ใดที่หนึ่ง หลังจากอุ้มหรือพาเธอเคลื่อนที่มา” ในประโยคนี้ลมเป็นผู้ทำกริยา และ before a palace หมายถึง “หน้าพระราชวัง” นี่คือกริยาวลีที่แยกได้ set ... down เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับ down: ใช้ set her down หรือ set it down ไม่ใช้ set down her หรือ set down it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย set ... down โดยวางคำสรรพนามไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: After carrying Maya upstairs, I ____ gently on the bed.

ดูคำตอบ

set her down

"You are home,"

0:57

"คุณถึงบ้านแล้ว"

she heard an unseen voice say.

0:59

เธอได้ยินเสียงที่มองไม่เห็นพูดขึ้น

"Your husband awaits you in the bedroom, การใช้คำ

1:02

"สามีของคุณรอคุณอยู่ในห้องนอน

if you dare to meet him." น้ำเสียง/เจตนา

1:05

ถ้าคุณกล้าพอที่จะไปพบเขา"

การใช้คำ

awaits you: await แบบเป็นทางการที่ตามด้วยกรรมตรง

Awaits you หมายถึง “กำลังรอคุณอยู่” คำว่า await รับกรรมตรงได้เลย ดังนั้นโครงสร้างคือ await someone หรือ await something โดยไม่ใช้ for ในประโยคนี้ เสียงที่มองไม่เห็นใช้ awaits แทน waits for ทำให้ข้อความฟังดูเป็นทางการ มีลักษณะทางวรรณกรรม เคร่งขรึม และลึกลับมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย await ให้มีความหมายว่า “กำลังรอคุณอยู่”: Your guide ____ in the hotel lobby.

ดูคำตอบ

awaits you

น้ำเสียง/เจตนา

if you dare to meet him: คำท้าทาย ไม่ใช่เงื่อนไขที่เป็นกลาง

ใน if you dare to meet him คำว่า if นำเข้าสู่เงื่อนไข แต่อนุประโยคนี้ยังทำหน้าที่เป็นคำท้าทายด้วย ผู้พูดทำให้การไปพบเขาดูน่ากลัวหรือเสี่ยง และกดดันให้ผู้ฟังพิสูจน์ความกล้าของตน รูปแบบที่นำไปใช้ได้ในสถานการณ์อื่นคือ if you dare (to + คำกริยา) ซึ่งมีความหมายประมาณว่า “ทำสิ ถ้าคุณกล้าพอ” รูปแบบนี้มีน้ำเสียงแรงและเป็นกลางน้อยกว่าเงื่อนไขทั่วไปอย่าง if you want to

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าข้อความนี้ถูกหรือไม่: “Come in, if you dare” เป็นคำเชิญที่นุ่มนวลและสุภาพ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

She was brave enough, ไวยากรณ์

1:08

เธอมีความกล้าหาญพอ

Psyche told herself.

1:09

ไซคีบอกกับตัวเอง

ไวยากรณ์

brave enough: adjective + enough และการกระทำที่เข้าใจได้จากบริบท

Brave enough ใช้รูปแบบ adjective + enough โดย enough วางหลังคำคุณศัพท์ และแสดงว่าคุณสมบัตินั้นมีถึงระดับที่จำเป็นสำหรับการทำสิ่งหนึ่ง brave enough จึงหมายถึง “กล้าหาญเท่าที่จำเป็น” ประโยคนี้ไม่ได้ระบุการกระทำ เพราะเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบทว่าเธอเชื่อว่าตนกล้าพอที่จะไปพบเขา เมื่อต้องระบุการกระทำ ให้ใช้ adjective + enough + to + คำกริยา เช่น brave enough to enter

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ adjective + enough ให้สมบูรณ์: Maya was brave ____ to speak in front of the whole school.

ดูคำตอบ

enough

The bedroom was so dark that she couldn't see her husband,

1:12

ห้องนอนมืดมากจนเธอมองไม่เห็นสามีของเธอ

but he didn't feel serpent-like at all. วลี

1:15

แต่เขากลับไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนงูเลยสักนิด

วลี

didn't feel serpent-like at all: การปฏิเสธอย่างหนักแน่น

ใน didn't feel serpent-like at all โครงสร้าง didn't ... at all ปฏิเสธความคิดที่ว่าเมื่อสัมผัสแล้วเขาให้ความรู้สึกเหมือนงูอย่างสิ้นเชิง คำว่า at all เน้นความปฏิเสธ หมายความว่าเขาไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนงูแม้แต่น้อย ตรงนี้ feel เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ให้ความรู้สึกเมื่อสัมผัส” หรือ “ให้ความประทับใจทางกายภาพ” และตามด้วยคำคุณศัพท์ serpent-like ในโครงสร้างปฏิเสธนี้ at all หมายถึง “ไม่ว่าในทางใด” หรือ “แม้แต่น้อย” ไม่ได้หมายถึง “ทั้งหมด”

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ช่วยเน้นความหมายปฏิเสธให้สมบูรณ์: The costume didn't look frightening ____.

ดูคำตอบ

at all

His skin was soft,

1:18

ผิวของเขานุ่ม

and his voice and manner were gentle.

1:20

น้ำเสียงและกิริยาท่าทางของเขาก็อ่อนโยน

She asked him who he was, ไวยากรณ์

1:23

เธอถามเขาว่าเขาคือใคร

ไวยากรณ์

asked him who he was: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

asked him who he was เป็นการรายงานคำถามแทนการยกคำถามเดิมมาโดยตรง อนุประโยค who he was บอกข้อมูลที่เธอต้องการถาม ภายในคำถามทางอ้อม ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา ดังนั้นจึงใช้ลำดับ who he was คำถามตรง Who are you? สามารถรายงานในเรื่องราวอดีตได้ว่า She asked him who he was.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานคำถามตรง Where do you live? ได้ถูกต้อง

  1. She asked me where I lived.
  2. She asked me where was I living.
  3. She asked me where did I live.
ดูคำตอบ

She asked me where I lived.

but he told her this was the one question he could never answer. ลำดับความ

1:25

แต่เขาบอกเธอว่านี่คือคำถามเดียวที่เขาไม่สามารถตอบได้

ลำดับความ

the one question he could never answer: ข้อยกเว้นเพียงข้อเดียว

วลี the one question แยกคำถามนี้ออกจากคำถามอื่นทั้งหมดที่เป็นไปได้ ในที่นี้ one ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อนับจำนวน เมื่อใช้ร่วมกับ the จะแสดงว่านี่คือข้อยกเว้นเพียงข้อเดียว ส่วน he could never answer กำหนดข้อจำกัดอย่างเด็ดขาด อนุประโยคที่ขยาย question ละคำเชื่อมสัมพันธ์ that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ การใส่ข้อจำกัดไว้ในนามวลีทำให้ประโยคสร้างกฎขึ้นมาก่อน แล้วจึงชวนให้เห็นผลของกฎนั้น การจัดข้อมูลแบบนี้ทำให้คำถามที่ไม่ได้รับคำตอบโดดเด่นและสร้างความสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลที่ถูกซ่อนไว้

แบบฝึกหัด

the one question ในประโยคนี้สื่อถึงอะไรเป็นหลัก

  1. มันถูกแยกให้เป็นคำถามเพียงข้อเดียวที่เขาจะไม่มีวันตอบ
  2. เขาได้รับอนุญาตให้ตอบคำถามนี้เพียงครั้งเดียว
  3. มันเป็นเพียงคำถามแรกที่เธอถาม
ดูคำตอบ

มันถูกแยกให้เป็นคำถามเพียงข้อเดียวที่เขาจะไม่มีวันตอบ

If she loved him, ไวยากรณ์

1:29

ถ้าเธอรักเขา

she would not need to know.

1:30

เธอก็ไม่จำเป็นต้องรู้

ไวยากรณ์

If she loved him, she would not need to know: เงื่อนไขสมมติแบบ if + รูปอดีต ... would

ประโยคนี้ใช้ if + รูปอดีต loved ในส่วนเงื่อนไข และ would + กริยารูปพื้นฐาน would not need ในส่วนผลลัพธ์ นี่คือโครงสร้าง second conditional ที่ใช้ทั่วไปสำหรับสถานการณ์ที่สมมติขึ้น มีข้อสงสัย หรือวางให้ห่างจากความเป็นจริง loved ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าความรักเกิดขึ้นในอดีตเสมอไป นอกจากหน้าที่ทางไวยากรณ์แล้ว ผู้พูดยังเสนอความเห็นของตนเหมือนเป็นข้อสรุปที่มีเหตุผล ในมุมมองของเขา ความรักแท้ควรทำให้เธอไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลที่ถูกซ่อนอยู่ ดังนั้นโครงสร้างนี้จึงอาจกดดันอีกฝ่าย เพราะนำพฤติกรรมหนึ่งมาใช้ทดสอบความรู้สึกของอีกคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างมาตรฐาน if + รูปอดีต, would + กริยารูปพื้นฐาน สำหรับเงื่อนไขสมมติได้ถูกต้อง

  1. If I knew the answer, I will tell you.
  2. If I knew the answer, I would tell you.
  3. If I would know the answer, I told you.
ดูคำตอบ

If I knew the answer, I would tell you.

His visits continued night after night. วลี

1:34

การมาเยือนของเขาดำเนินต่อไปคืนแล้วคืนเล่า

วลี

night after night: การบอกเวลาที่เกิดซ้ำด้วย X after X

Night after night หมายถึง “คืนแล้วคืนเล่าติดต่อกันหลายคืน” ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่าการมาเยือนเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงสองคืน และไม่ได้บอกแค่ลำดับก่อนหลัง โดยทั่วไป โครงสร้าง X after X จะใช้คำนามเอกพจน์คำเดิมซ้ำ เพื่อเน้นว่าสิ่งหรือเหตุการณ์ชนิดเดียวกันเกิดขึ้นหลายครั้ง ตัวอย่างเกี่ยวกับเวลา ได้แก่ day after day และสิ่งของที่นับได้ เช่น box after box

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้คำนามซ้ำและมีความหมายว่า “ติดต่อกันหลายคืน”: The owl returned to the same tree ____.

ดูคำตอบ

night after night

Before long, ลำดับความ

1:38

ไม่นานนัก

Psyche was pregnant.

1:39

ไซคีก็ตั้งครรภ์

ลำดับความ

Before long: การเลื่อนเวลาในเรื่องไปข้างหน้า

Before long เป็นสำนวนบอกเวลาแบบตายตัว หมายถึง “หลังจากนั้นไม่นาน” หรือ “ในไม่ช้า” เมื่ออยู่ต้นประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวจะเชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้าเข้ากับเหตุการณ์ที่เกิดภายหลัง และช่วยให้เรื่องข้ามช่วงเวลาระหว่างนั้นไป เมื่อวางไว้ต้นประโยค โดยทั่วไปจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ให้เข้าใจ before long ทั้งวลีเป็นเครื่องหมายบอกเวลาเพียงชุดเดียว

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: We planted the seeds on Monday. ___, small green shoots appeared.

  1. For long
  2. Long before
  3. Before long
ดูคำตอบ

Before long

She rejoiced,

1:42

เธอดีใจ

but was also conflicted.

1:43

แต่ก็มีความขัดแย้งในใจด้วยเช่นกัน

How could she raise her baby with a man she'd never seen? น้ำเสียง/เจตนา

1:45

เธอจะเลี้ยงดูลูกกับผู้ชายที่เธอไม่เคยเห็นหน้าได้อย่างไร?

น้ำเสียง/เจตนา

How could she ...? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์

ในที่นี้ How could she ...? ไม่ใช่คำถามตรง ๆ เพื่อขอวิธีทำ แต่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ เธอมองว่าสถานการณ์นี้ยากจะยอมรับและรู้สึกกังวลกับสับสนในใจ ในเรื่องเล่าหรือบทสนทนา คำถามที่ใช้ how ไม่ได้มีไว้ขอขั้นตอนเสมอไป บริบทและน้ำเสียงอาจทำให้คำถามนั้นสื่อความไม่อยากเชื่อ ความกังวล หรือการตำหนิ

แบบฝึกหัด

How could she ...? ในตัวอย่างมีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เพื่อขอคำแนะนำทีละขั้นเกี่ยวกับการเลี้ยงทารก
  2. เพื่อแสดงว่าสถานการณ์นี้ยากที่เธอจะยอมรับ
  3. เพื่อประกาศว่าเธอเลือกวิธีเลี้ยงทารกแล้ว
ดูคำตอบ

เพื่อแสดงว่าสถานการณ์นี้ยากที่เธอจะยอมรับ

That night,

1:50

คืนนั้น

Psyche approached her sleeping husband,

1:51

ไซคีเดินเข้าไปหาสามีที่กำลังหลับอยู่

holding an oil lamp. ไวยากรณ์

1:53

ในมือถือตะเกียงน้ำมัน

ไวยากรณ์

holding an oil lamp ในฐานะวลี -ing ที่บอกการกระทำพร้อมกัน

holding an oil lamp เป็นวลี present participle (-ing) ที่เพิ่มการกระทำเบื้องหลังซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน ไซคีกำลังถือตะเกียงขณะเดินเข้าไปใกล้สามี กริยาหลักที่ผันรูปแล้วคือ approached ส่วน Holding ไม่ได้เริ่มอนุประโยคอิสระอีกประโยคหนึ่ง แต่ย่อการกระทำเพิ่มเติมไว้ในประโยคเดียว โดยเข้าใจว่าไซคีเป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ carry เพื่อเพิ่มการกระทำเบื้องหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกัน: Noah crossed the yard, ____ a heavy box.

ดูคำตอบ

carrying

What she found was the god Cupid, ไวยากรณ์

1:56

สิ่งที่เธอพบคือคิวปิด เทพแห่งความรัก

ไวยากรณ์

What she found was ...: ประโยค pseudo-cleft ที่สร้างจังหวะเฉลย

What she found เป็นอนุประโยคสัมพันธ์อิสระที่หมายถึงสิ่งที่เธอพบ อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ was ดังนั้น What จึงไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม โครงสร้าง What + อนุประโยค + be + จุดเน้น เป็นประโยค pseudo-cleft การเลื่อนคำตอบไปไว้ที่ the god Cupid ทำให้นามวลีนั้นเป็นจุดเน้นและสร้างจังหวะเฉลย ส่วน She found the god Cupid เป็นลำดับคำที่เป็นกลางกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค What เพื่อเน้นสิ่งที่ถูกค้นพบ

  1. The hikers discovered what was behind the waterfall.
  2. What the hikers discovered was a cave behind the waterfall.
  3. What did the hikers discover behind the waterfall?
ดูคำตอบ

What the hikers discovered was a cave behind the waterfall.

who set gods and humans lusting after each other ไวยากรณ์

1:59

ผู้ที่ทำให้เหล่าทวยเทพและมนุษย์เกิดความปรารถนาต่อกัน

ไวยากรณ์

set gods and humans lusting after each other: set + กรรม + -ing แบบแสดงการทำให้เกิด

set ในที่นี้เป็นกริยาแสดงการทำให้เกิด ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของ โครงสร้างคือ set + กรรม + -ing โดย gods and humans เป็นกรรม และ lusting แสดงกิจกรรมหรือสภาวะที่คิวปิดทำให้เริ่มขึ้น Lust after someone หมายถึงมีความปรารถนาทางเพศอย่างแรงกล้าต่อบุคคลนั้น Each other ทำให้ความสัมพันธ์เป็นแบบต่างฝ่ายต่างมีต่อกัน ดังนั้นเหล่าเทพและมนุษย์จึงถูกทำให้ปรารถนาซึ่งกันและกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ามุกตลกนั้นทำให้ทุกคนเริ่มหัวเราะ

  1. The joke set everyone laughing.
  2. The joke set everyone to laugh.
  3. The joke let everyone laugh.
ดูคำตอบ

The joke set everyone laughing.

with the pinpricks of his arrows. วัฒนธรรม

2:03

ด้วยการใช้ลูกศรทิ่มแทง

วัฒนธรรม

pinpricks of his arrows: พลังในตำนานของลูกศรคิวปิด

ในวลี pinpricks of his arrows คำว่า pinpricks หมายถึงรอยเล็ก ๆ ที่เกิดจากปลายลูกศร บุพบท with แสดงวิธีการ กล่าวคือ คิวปิดใช้ลูกศรสะกิดเหล่าเทพและมนุษย์ให้เกิดความรักหรือความปรารถนาต่อกัน ในบริบทของตำนานนี้ ลูกศรไม่ใช่อาวุธธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่นำพลังของคิวปิดในการก่อให้เกิดความรักหรือความปรารถนา บาดแผลเล็ก ๆ คือช่องทางที่พลังนั้นส่งผลต่อผู้ที่ถูกลูกศร

แบบฝึกหัด

รอยจิ้มเล็ก ๆ จากลูกศรของคิวปิดมีบทบาทอย่างไรในประโยคนี้?

  1. ลูกศรส่งพลังที่ก่อให้เกิดความรักหรือความปรารถนาผ่านรอยจิ้มเล็ก ๆ
  2. ลูกศรเป็นเพียงอาวุธธรรมดาที่ใช้สร้างบาดแผลร้ายแรงในการต่อสู้เท่านั้น
  3. ลูกศรมีรูเล็ก ๆ ที่คิวปิดต้องซ่อม
ดูคำตอบ

ลูกศรส่งพลังที่ก่อให้เกิดความรักหรือความปรารถนาผ่านรอยจิ้มเล็ก ๆ

Psyche dropped her lamp,

2:05

ไซคีทำตะเกียงตก

burning Cupid with hot oil. ไวยากรณ์

2:07

ทำให้น้ำมันร้อนลวกคิวปิด

ไวยากรณ์

burning Cupid with hot oil: วลี -ing ที่บอกผลลัพธ์

วลี burning Cupid with hot oil เป็นวลี -ing ที่บอกผลลัพธ์ โดยแสดงผลจากอนุประโยคหลักว่า เมื่อไซคีทำตะเกียงหล่น น้ำมันร้อนจึงหกใส่คิวปิดและลวกเขา burning ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันตามกาลตัวที่สองซึ่งอยู่ระดับเดียวกับ dropped การใช้เครื่องหมายจุลภาคตามด้วยวลี -ing ที่บอกผลลัพธ์ช่วยรวมสาเหตุและผลโดยตรงไว้ในประโยคเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ spill เติมวลีที่บอกผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: Maya knocked over the cup, ____ water all over the desk.

ดูคำตอบ

spilling

He said he'd been in love with Psyche ไวยากรณ์

2:11

เขาบอกว่าเขาหลงรักไซคีมาตลอด

ever since his jealous mother, Venus,

2:13

ตั้งแต่ตอนที่วีนัส แม่ขี้หึงของเขา

ไวยากรณ์

he'd been in love ... ever since: สภาวะที่ต่อเนื่องมาถึงจุดหนึ่งในอดีต

ใน he'd been in love คำว่า he'd ย่อมาจาก he had และ had been วางสภาวะนี้ไว้ก่อนช่วงเวลาในอดีตที่ He said กล่าวถึง ความรักนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดเพียงครั้งเดียว แต่มีอยู่ก่อนแล้วและต่อเนื่องมาถึงจุดนั้นในเรื่อง ever since นำเข้าสู่จุดเริ่มต้นที่เกิดก่อนหน้านั้น ซึ่งมีรายละเอียดต่อในคำบรรยายถัดไป คือเวลาที่วีนัสขอให้เขาลงมือทำบางอย่าง had been ... ever since จึงหมายถึงสภาวะที่ต่อเนื่องจากเวลาที่เกิดก่อนหน้าไปจนถึงเวลาในอดีตที่มาทีหลัง

แบบฝึกหัด

he'd been in love ... ever since แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลาแบบใด

  1. เขาเคยรักเพียงครั้งเดียวและเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ
  2. เขาจะเริ่มรักหลังจากเวลาในอดีตนั้น
  3. เขารักมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เกิดก่อนหน้า จนถึงเวลาหนึ่งในอดีตที่มาทีหลัง
ดูคำตอบ

เขารักมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เกิดก่อนหน้า จนถึงเวลาหนึ่งในอดีตที่มาทีหลัง

asked him to embarrass the young woman

2:16

ขอให้เขาทำให้หญิงสาวต้องอับอาย

by pricking her with an arrow. ไวยากรณ์

2:18

ด้วยการเอาลูกศรแทงเธอ

ไวยากรณ์

by pricking her with an arrow: การบอกวิธีและเครื่องมือ

by + -ing บอกวิธีที่ใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายก่อนหน้า by pricking her หมายความว่าการแทงเธอเป็นวิธีทำให้หญิงสาวอับอาย ในที่นี้ by ไม่ได้แปลว่าอยู่ข้าง ๆ with + คำนามบอกเครื่องมือที่ใช้ทำกริยานั้น with an arrow บอกว่าสิ่งที่ใช้แทงเธอคือลูกศร โครงสร้างนี้นำไปใช้ได้เมื่อบอกว่าทำกริยาหนึ่งด้วย by เพื่อให้เกิดผล และบอกเครื่องมือด้วย with

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใส่คำบุพบทที่บอกวิธีก่อน แล้วจึงใส่คำบุพบทที่บอกเครื่องมือ: Maya repaired the lamp ____ tightening the loose screw ____ a screwdriver.

ดูคำตอบ

by · with

But taken with Psyche's beauty, สำนวน

2:20

แต่เพราะหลงใหลในความงามของไซคี

สำนวน

taken with Psyche's beauty: ถูกดึงดูดด้วยความงาม

taken with Psyche's beauty หมายถึง “ถูกดึงดูดหรือหลงใหลในความงามของไซคี” ในที่นี้ taken เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว be taken with ไม่ใช่ความหมายตรงตัวของคำกริยา take ในบริบทนี้ วลี participle ที่อยู่ต้นประโยคเป็นรูปย่อของ because he was taken with Psyche's beauty และใช้บอกเหตุผลของการกระทำหรือความรู้สึกที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be taken with: Leo was immediately ____ the friendly little café.

ดูคำตอบ

taken with

Cupid used the arrow on himself.

2:22

คิวปิดจึงใช้ลูกศรนั้นกับตัวเอง

He didn't believe,

2:26

แต่เขาไม่เชื่อหรอก

however, ลำดับความ

2:26

อย่างไรก็ตาม

that gods and humans could love as equals. วลี

2:27

ว่าเทพเจ้าและมนุษย์จะสามารถรักกันได้อย่างเท่าเทียม

ลำดับความ

however: คำแทรกแสดงความขัดแย้งกลางประโยค

however ในที่นี้เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่แสดงความขัดแย้ง โดยบอกว่าความเชื่อในประโยคนี้จำกัดหรือขัดกับข้อเท็จจริงก่อนหน้าที่ว่า Cupid รัก Psyche เมื่อวางไว้ภายในอนุประโยค He didn't believe ... คำว่า however จะทำหน้าที่เป็นตัวจัดระเบียบข้อมูลที่แทรกเข้ามา แม้ตัดออกประโยคก็ยังสมบูรณ์ตามไวยากรณ์ ส่วนเครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าคำนี้เชื่อมความคิดปัจจุบันกับความคิดก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ however แบบคำแทรกเพื่อแสดงความขัดแย้งได้ถูกต้อง?

  1. The museum was small, however it was full of rare paintings.
  2. The museum however because was full of rare paintings.
  3. The museum was small. It was, however, full of rare paintings.
ดูคำตอบ

The museum was small. It was, however, full of rare paintings.

วลี

love as equals: รักกันในฐานะผู้ที่เท่าเทียมกัน

ใน love as equals คำว่า as ใช้บอกบทบาทหรือสถานะที่ทั้งสองฝ่ายมีขณะรักกัน ส่วน equals เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงผู้ที่มีสถานะเท่าเทียมกัน ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “รักกันในฐานะคนที่มีสถานะเท่าเทียมกัน” วลีนี้กล่าวถึงความเท่าเทียมด้านสถานะในความสัมพันธ์ ไม่ใช่ปริมาณหรือความเข้มข้นของความรักที่เท่ากัน ในประโยคนี้ความแตกต่างดังกล่าวสำคัญ เพราะโดยปกติเทพกับมนุษย์มีสถานะแตกต่างกัน

แบบฝึกหัด

love as equals ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. รักกันด้วยความเข้มข้นที่เท่ากันทุกประการ
  2. รักเฉพาะคนที่เหมือนตนเองทุกอย่าง
  3. รักกันโดยมีสถานะเท่าเทียมกัน
ดูคำตอบ

รักกันโดยมีสถานะเท่าเทียมกัน

Now that she knew his true form, ไวยากรณ์

2:31

ในเมื่อตอนนี้เธอรู้ร่างที่แท้จริงของเขาแล้ว

their hopes for happiness were dashed. สำนวน

2:33

ความหวังในความสุขของพวกเขาก็พังทลายลง

ไวยากรณ์

Now that ...: สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและนำไปสู่ผลลัพธ์

Now that ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่เป็นจริงอยู่แล้วหรือเพิ่งกลายเป็นจริง แล้วเชื่อมสถานการณ์นั้นกับผลที่ตามมา มักมีความหมายว่า “เพราะตอนนี้เรื่องนี้เป็นจริงแล้ว” หรือ “ในเมื่อขณะนี้เป็นเช่นนี้แล้ว” ในประโยคนี้ เธอรู้ร่างที่แท้จริงของเขาแล้ว ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วนี้นำไปสู่การพังทลายของความหวังในประโยคหลัก ให้เข้าใจ now that เป็นคำเชื่อมชุดเดียว ไม่ใช่แยก now ที่บอกเวลาออกจากอนุประโยค that

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “ในเมื่อขณะนี้เรื่องนี้เป็นจริงแล้ว”: ____ you are here, we can begin.

ดูคำตอบ

Now that

สำนวน

Their hopes for happiness were dashed: อุปมาที่หมายถึงความหวังพังทลาย

ในประโยคนี้ their hopes for happiness were dashed หมายความว่าโอกาสที่ทั้งสองจะมีความสุขร่วมกันดูเหมือนถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน Dashed เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ความหวังไม่ได้แตกจริง ๆ และ dash ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึง “วิ่งอย่างรวดเร็ว” รูปประโยคกรรมวาจก hopes were dashed เน้นผลลัพธ์ที่น่าผิดหวัง มีน้ำหนักและเห็นภาพชัดกว่าการพูดเพียงว่า they lost hope จึงเหมาะกับเรื่องเล่าและข่าวเกี่ยวกับความล้มเหลวหรืออุปสรรค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึงความหวังพังทลายลงอย่างกะทันหัน: When the permit was denied, their hopes of opening the cafe ____.

ดูคำตอบ

were dashed

So he flew away.

2:37

ดังนั้นเขาจึงบินหนีไป

Psyche was left in despair วลี

2:40

ไซคีถูกทิ้งให้อยู่ในความสิ้นหวัง

วลี

Was left in despair: สภาพทางอารมณ์ที่เกิดจากเหตุการณ์

Was left in despair หมายความว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้ไซคีลงเอยในสภาพที่หมดหวังอย่างสิ้นเชิง In despair อธิบายสภาพทางอารมณ์ที่เป็นผลตามมา ในที่นี้ left เป็นรูปกริยาช่องที่สามในโครงสร้างกรรมวาจก be left + สภาพ ไม่ได้หมายความว่าไซคีเป็นฝ่ายเดินจากไปเอง โครงสร้างนี้เน้นสภาพที่ยังคงอยู่หลังจากมีบางสิ่งเกิดขึ้น เช่น be left confused หรือ be left alone

แบบฝึกหัด

"Mina was left in despair after the final attempt failed" หมายความว่าอะไร

  1. ความล้มเหลวของความพยายามทำให้มีนายังคงหมดหวังอย่างมาก
  2. มีนาทิ้งความรู้สึกสิ้นหวังไว้เบื้องหลังและกลับมามีความหวัง
  3. มีนาเลือกเดินจากไปขณะที่รู้สึกสิ้นหวัง
ดูคำตอบ

ความล้มเหลวของความพยายามทำให้มีนายังคงหมดหวังอย่างมาก

until the unseen voice returned

2:42

จนกระทั่งเสียงที่มองไม่เห็นนั้นกลับมา

and told her that it was indeed possible ไวยากรณ์

2:45

และบอกเธอว่ามันเป็นไปได้จริงๆ

for her and Cupid to love each other as equals.

2:47

ที่เธอและคิวปิดจะรักกันได้อย่างเท่าเทียม

ไวยากรณ์

It was possible for ... to ...: it ที่เป็นประธานเชิงรูป

ใน it was indeed possible for her and Cupid to love คำว่า it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดสิ่งหนึ่ง แต่เป็นประธานเชิงรูป ส่วนสถานการณ์ที่ถูกมองว่า “เป็นไปได้” จริง ๆ คือ for her and Cupid to love each other as equals โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ It + be + adjective + for + person + to + base verb ซึ่งช่วยวางใจความยาว ๆ ไว้ช่วงหลังของประโยค ส่วน indeed ใช้เน้นว่าผู้พูดยืนยันว่าสิ่งนี้เป็นไปได้จริง

แบบฝึกหัด

เติมคำไวยากรณ์สองคำที่โครงสร้างนี้ต้องใช้ให้สมบูรณ์: It is important ____ every player ____ follow the rules.

ดูคำตอบ

for · to

Encouraged,

2:52

เมื่อได้รับกำลังใจ

she set out to find him, กริยาวลี

2:53

เธอจึงออกเดินทางตามหาเขา

กริยาวลี

Set out to find: เริ่มลงมือโดยมีเป้าหมายชัดเจน

Set out to find him หมายความว่าเธอเริ่มออกเดินทางหรือเริ่มพยายามอย่างมุ่งมั่นโดยมีเป้าหมายว่าจะตามหาเขาให้พบ set out เน้นจุดเริ่มต้นของการกระทำที่มีเป้าหมาย ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่าเอาบางสิ่งไปวางไว้ข้างนอก ใช้โครงสร้าง set out to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น set out to find, set out to prove และ set out to build คำว่า set เป็นรูปอดีตด้วย ดังนั้น she set out จึงเป็นอดีตอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มพยายามอย่างมีเป้าหมายเพื่อ” ลงในประโยค: The young scientist ____ test her idea.

ดูคำตอบ

set out to

but Venus intercepted Psyche การใช้คำ

2:55

แต่วีนัสเข้ามาขัดขวางไซคีไว้

การใช้คำ

intercepted Psyche: ตั้งใจหยุดใครบางคนระหว่างทาง

ในประโยคนี้ intercepted Psyche หมายถึงวีนัสตั้งใจหยุดไซคีขณะที่ไซคีกำลังเดินทางไปที่ใดที่หนึ่ง สื่อว่าวีนัสขวางทางไม่ให้เธอไปต่อ ไม่ใช่แค่พบเธอตามปกติ ใช้ intercept เมื่อคนหรือสิ่งของถูกดักหรือหยุดขณะกำลังเคลื่อนไปยังจุดหมาย คำนี้มักสื่อถึงจุดประสงค์ เช่น ขัดขวางการเดินหน้าหรือป้องกันไม่ให้ทำสิ่งต่อไป

แบบฝึกหัด

intercepted หมายถึงอะไรในประโยคนี้? A guard intercepted Leo before he entered the restricted room.

  1. เจ้าหน้าที่บังเอิญพบลีโอโดยไม่ได้ขัดขวางเขา
  2. เจ้าหน้าที่มองดูลีโอจากระยะไกล
  3. เจ้าหน้าที่ตั้งใจหยุดลีโอระหว่างทาง
ดูคำตอบ

เจ้าหน้าที่ตั้งใจหยุดลีโอระหว่างทาง

and said she and Cupid could only wed ไวยากรณ์

2:57

และบอกว่าเธอและคิวปิดจะแต่งงานกันได้ก็ต่อเมื่อ

if she completed a series of impossible tasks. วลี

3:00

เธอทำภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จเป็นชุดๆ

ไวยากรณ์

could only wed if she completed: การแสดงเงื่อนไขที่จำเป็น

ในประโยคนี้ could only wed if she completed ... หมายความว่าการทำภารกิจให้สำเร็จเป็นเงื่อนไขที่ต้องผ่านก่อนการแต่งงานจะได้รับอนุญาตหรือเป็นไปได้ ถ้าเธอทำไม่สำเร็จ เธอกับคิวปิดก็แต่งงานกันไม่ได้ โครงสร้าง can/could only + การกระทำ + if + เงื่อนไข ทำให้อนุประโยค if เป็นเงื่อนไขที่จำเป็น แต่โครงสร้างนี้ไม่ได้รับประกันว่าการกระทำในประโยคหลักจะเกิดขึ้นแน่นอนเมื่อทำตามเงื่อนไขแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมสองคำที่หายไปเพื่อสร้างโครงสร้างเงื่อนไขจำเป็น: You can ____ enter the lab ____ a teacher is with you.

ดูคำตอบ

only · if

วลี

a series of + คำนามพหูพจน์ เพื่อแสดงสิ่งที่เกี่ยวข้องกันเป็นชุด

ใน a series of impossible tasks วลี a series of ใช้รวมภารกิจหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันให้เป็นลำดับหรือกลุ่มเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a series of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a series of questions แม้ series จะลงท้ายด้วย s แต่ใน a series คำนี้เป็นเอกพจน์ ส่วนคำนามหลัง of เป็นพหูพจน์ เพราะหมายถึงสมาชิกแต่ละอย่างในชุดนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “กลุ่มของสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน” ลงในประโยค: The museum planned ____ workshops on local history.

ดูคำตอบ

a series of

First,

3:05

อย่างแรก

Psyche was told to sort a huge,

3:06

ไซคีถูกสั่งให้คัดแยกเมล็ดพืชกองมหึมา

messy pile of seeds in a single night. วลี

3:08

ที่ปะปนกันยุ่งเหยิงให้เสร็จภายในคืนเดียว

วลี

in a single night: single หมายถึง “เพียงหนึ่ง”

in a single night หมายถึง “ภายในเวลาเพียงหนึ่งคืน” โดย single ในที่นี้หมายถึง “หนึ่งเดียวและไม่มากกว่านั้น” ไม่ได้หมายถึง “โสด” วลีนี้เน้นข้อจำกัดด้านเวลาที่เข้มงวด โดยต้องทำภารกิจทั้งหมดให้เสร็จก่อนคืนนั้นจะจบลง โครงสร้าง in a single + ช่วงเวลา ใช้เน้นได้ว่าสิ่งหนึ่งเสร็จอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

single เน้นอะไรใน “They finished the mural in a single afternoon”?

  1. งานเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงบ่าย
  2. งานเสร็จภายในเวลาเพียงหนึ่งช่วงบ่าย
  3. ช่วงบ่ายนั้นรู้สึกโดดเดี่ยว
ดูคำตอบ

งานเสร็จภายในเวลาเพียงหนึ่งช่วงบ่าย

Just as she was abandoning hope, ลำดับความ

3:13

ขณะที่เธอกำลังจะหมดหวัง

ลำดับความ

Just as she was abandoning hope: ระบุช่วงเวลาสำคัญ

ในที่นี้ Just as หมายถึง “ในจังหวะที่...พอดี” ไม่ใช่ “ในลักษณะเดียวกับ...” อนุประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบเวลาของเหตุการณ์ที่จะตามมา การวางช่วงที่เธอกำลังหมดหวังไว้ติดกับเหตุการณ์ถัดไปทำให้เกิดจุดพลิกผัน ความช่วยเหลือมาถึงในตอนที่จำเป็นที่สุด ในเรื่องอื่น ๆ Just as + อนุประโยค ก็ใช้เปิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันหรือมาถูกจังหวะได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

Just as ทำหน้าที่อะไรใน “Just as Elena was giving up, the rescue boat appeared”?

  1. แสดงว่าเรือกู้ภัยปรากฏขึ้นในจังหวะที่ Elena กำลังจะยอมแพ้พอดี
  2. บอกว่าเรือกู้ภัยปรากฏในลักษณะเดียวกับที่ Elena ยอมแพ้
  3. บอกเหตุผลที่ Elena ยอมแพ้
ดูคำตอบ

แสดงว่าเรือกู้ภัยปรากฏขึ้นในจังหวะที่ Elena กำลังจะยอมแพ้พอดี

an ant colony took pity on her and helped with the work. สำนวน

3:14

ฝูงมดก็เกิดความสงสารเธอและเข้ามาช่วยทำงาน

สำนวน

took pity on her: ความสงสารที่อาจนำไปสู่การช่วยเหลือ

Take pity on someone เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงรู้สึกสงสารคนที่กำลังลำบาก ในประโยคนี้ took แสดงอดีต ส่วน on her ระบุว่าเธอเป็นผู้ที่ได้รับความสงสาร ข้อความต่อว่า 'and helped with the work' แสดงว่าความรู้สึกนั้นนำไปสู่การลงมือช่วย สำนวนนี้มักสื่อว่าความสงสารกระตุ้นให้ทำสิ่งที่มีน้ำใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการช่วยเหลือเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take pity on: Seeing the exhausted hiker, the driver ____ her and offered a ride.

ดูคำตอบ

took pity on

Successfully passing the first trial, ลำดับความ

3:20

เมื่อผ่านการทดสอบแรกมาได้สำเร็จ

ลำดับความ

Successfully passing the first trial: เชื่อมช่วงต่าง ๆ ของเรื่องด้วยวลี -ing

Successfully passing the first trial เป็นวลี participle รูป -ing ที่อยู่ต้นประโยค วลีนี้นำเสนอการที่ Psyche ผ่านบททดสอบแรกได้สำเร็จเป็นข้อมูลพื้นหลัง โดย passing ไม่ใช่กริยาหลักที่แสดงกาล ส่วนประโยคหลักเริ่มภายหลังด้วย Psyche next had to.... เนื่องจาก passing ในที่นี้กล่าวถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นเสร็จแล้ว วลีนี้จึงมีความหมายประมาณว่า “หลังจากที่เธอผ่านได้สำเร็จ” โครงสร้างนี้ช่วยสรุปช่วงหนึ่งของเรื่องอย่างสั้น ๆ แล้วพาเรื่องไปยังช่วงถัดไปได้อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ในประโยคเต็ม “Successfully passing the first trial, Psyche next had to bring Venus the fleece of the golden sheep,” วลีต้นประโยคทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าบททดสอบแรกผ่าน Psyche ได้สำเร็จ
  2. บอกว่า Psyche ไม่ได้ผ่านบททดสอบแรก
  3. นำเสนอการที่ Psyche ผ่านบททดสอบแรกแล้วเป็นพื้นหลังของภารกิจถัดไป
  4. ทำหน้าที่เป็นประโยคหลักเพียงประโยคเดียว
ดูคำตอบ

นำเสนอการที่ Psyche ผ่านบททดสอบแรกแล้วเป็นพื้นหลังของภารกิจถัดไป

Psyche next had to bring Venus the fleece of the golden sheep, ไวยากรณ์

3:22

ต่อมาไซคีต้องนำขนของแกะทองคำมาให้วีนัส

ไวยากรณ์

bring Venus the fleece: bring + ผู้รับ + สิ่งของ

bring Venus the fleece ใช้รูปแบบ bring + ผู้รับ + สิ่งของ โดย Venus คือคนที่ได้รับสิ่งของ และ the fleece คือสิ่งของที่ถูกนำไปให้ ในโครงสร้างกรรมสองตัวนี้ ไม่ต้องใช้คำบุพบทหน้ากรรมทั้งสองตัว เมื่อใช้คำกริยาที่แสดงการส่งมอบ เช่น bring, give และ send ลำดับนี้จะวางผู้รับไว้ก่อนสิ่งของ ความสัมพันธ์เดียวกันนี้สามารถเขียนเป็น bring the fleece to Venus ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างกรรมสองตัวและคำว่า Venus กับ the fleece เพื่อเติมประโยค: Psyche had to bring ____.

ดูคำตอบ

Venus the fleece

who had a reputation for disemboweling stray adventurers, วลี

3:26

ซึ่งแกะพวกนี้มีชื่อเสียงในเรื่องการควักไส้นักผจญภัยที่หลงทาง

วลี

had a reputation for disemboweling: have a reputation for + รูป -ing

Had a reputation for disemboweling หมายความว่าพฤติกรรมนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนรู้จักและเชื่อมโยงกับแกะเหล่านั้นอยู่แล้ว ในประโยคนี้ชื่อเสียงดังกล่าวเป็นด้านลบอย่างชัดเจน และทำให้แกะดูอันตราย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have a reputation for + คำนามหรือรูป -ing เนื่องจาก for เป็นคำบุพบท ที่นี่จึงใช้ disemboweling ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน disembowel ส่วน had เป็นรูปอดีต แสดงว่าชื่อเสียงนี้อยู่ในช่วงอดีตของเรื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ have a reputation for: This clinic ____ treating injured birds with care.

ดูคำตอบ

has a reputation for

But a river god showed her how to collect the fleece ไวยากรณ์

3:30

แต่เทพเจ้าแห่งแม่น้ำได้สอนวิธีเก็บขนแกะให้กับเธอ

ไวยากรณ์

showed her how to collect: show someone how to + กริยา

showed her how to collect หมายความว่าเทพเจ้าแห่งแม่น้ำสอนหรือสาธิตวิธีนั้นให้เธอ โดย her คือผู้ที่ได้รับคำแนะนำ และ how to collect ระบุวิธีที่สอน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ show + someone + how to + กริยารูปพื้นฐาน ส่วน how to collect เป็นโครงสร้างคำแสดงคำถามร่วมกับ infinitive ที่ฝังอยู่ในประโยค ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าและไม่ต้องใช้กริยาช่วย do หรือเครื่องหมายคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างอดีต show + someone + how to โดยใช้ me: The librarian ____ search the catalog.

ดูคำตอบ

showed me how to

the sheep had snagged on briars, การใช้คำ

3:33

ซึ่งเป็นขนที่เกี่ยวติดอยู่ตามพุ่มไม้หนาม

and she succeeded.

3:36

และเธอก็ทำได้สำเร็จ

การใช้คำ

had snagged on briars: ไปติดอยู่กับพุ่มไม้มีหนามแล้ว

ในที่นี้ had snagged on briars หมายถึงสิ่งหนึ่งไปเกี่ยวติดอยู่กับพุ่มไม้มีหนาม ตามบริบท แกะเดินเฉียดพุ่มไม้จนขนแกะบางส่วนติดค้างอยู่ตรงนั้นและเก็บได้ภายหลัง snagged สื่อถึงการติดโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้หมายถึงการจงใจคว้าหรือเอาบางสิ่งมา had snagged เป็น past perfect แสดงว่าขนแกะไปติดอยู่ก่อนที่เธอจะเก็บขนแกะและทำภารกิจสำเร็จ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงไปติดกับบางสิ่งเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: My sleeve ____ a nail as I walked past.

ดูคำตอบ

snagged on

Finally,

3:38

ในท้ายที่สุด

Psyche had to travel to the underworld วัฒนธรรม

3:39

ไซคีต้องเดินทางไปยังยมโลก

วัฒนธรรม

to the underworld: ไปยังดินแดนของผู้ตาย

ในตำนานเรื่องนี้ the underworld หมายถึงดินแดนของผู้ตายซึ่งแยกจากโลกของผู้มีชีวิต ไซคีต้องเข้าไปในสถานที่เหนือธรรมชาติแห่งนี้ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงทำให้การเดินทางอันตรายเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ในตำนานเรื่องนี้ the underworld หมายถึงอะไร?

  1. ระบบรถไฟใต้ดิน
  2. ห้องใต้ดินธรรมดา
  3. องค์กรอาชญากรรม
  4. ดินแดนของผู้ตาย
ดูคำตอบ

ดินแดนของผู้ตาย

and convince Proserpina, วัฒนธรรม

3:42

และโน้มน้าวโพรเซอร์พินา

queen of the dead,

3:44

ราชินีแห่งคนตาย

วัฒนธรรม

Proserpina, queen of the dead: การระบุบทบาทในตำนาน

queen of the dead เป็นวลีนามที่วางต่อจาก Proserpina เพื่อระบุบทบาทของนาง ในที่นี้ the dead หมายถึงกลุ่มคนที่ตายแล้ว ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่านางปกครองเหล่าผู้ตาย ไม่ได้หมายความว่านางเป็นราชินีที่ตายไปแล้ว Proserpina เป็นตัวละครในตำนานโรมันที่ตรงกับ Persephone ในตำนานกรีก และเป็นราชินีแห่งยมโลก ภูมิหลังนี้อธิบายว่าเหตุใดผู้ทำภารกิจในยมโลกจึงต้องไปหานาง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ queen of the dead บอกอะไรเกี่ยวกับฐานะของ Proserpina?

  1. นางเป็นราชินีในตำนานที่ปกครองเหล่าผู้ตาย
  2. นางเป็นอีกชื่อหนึ่งของ Venus
  3. นางเป็นราชินีมนุษย์ที่เสียชีวิตแล้ว
  4. นางกำลังถือกล่องให้เหล่าผู้ตาย
ดูคำตอบ

นางเป็นราชินีในตำนานที่ปกครองเหล่าผู้ตาย

to put a drop of her beauty สำนวน

3:45

ให้หยดความงามของเธอลงไป

in a box for Venus.

3:47

ในกล่องเพื่อนำไปให้วีนัส

สำนวน

put a drop of her beauty: ทำให้ความงามดูเหมือนสสาร

ใน a drop of her beauty คำนามนามธรรม beauty ถูกนำเสนอให้เหมือนของเหลวหรือสารวิเศษที่สามารถตวงแบ่งได้ ส่วน a drop หมายถึงปริมาณที่น้อยมาก ไม่ได้หมายถึงหยดที่กำลังตกลงมาจริง ๆ คำกริยา put และกล่องช่วยสานต่อภาพนี้ โดยทำให้คุณสมบัติที่มองไม่เห็นกลายเป็นสิ่งที่แบ่ง เก็บ และพกพาได้ จึงทำให้คำขอนี้ดูมีชีวิตชีวาและมีกลิ่นอายแบบตำนาน

แบบฝึกหัด

a drop of her beauty สร้างผลทางการสื่อความหมายอย่างไรในที่นี้?

  1. ใช้ drop เป็นเพียงคำกริยาที่หมายถึงตกลงมา
  2. หมายความว่า Proserpina สูญเสียความงามทั้งหมด
  3. บอกว่าของเหลวที่เรียกว่าความงามกำลังหยดออกจากกล่อง
  4. นำเสนอความงามเป็นสสารปริมาณเล็กน้อยที่สามารถใส่ลงในกล่องได้
ดูคำตอบ

นำเสนอความงามเป็นสสารปริมาณเล็กน้อยที่สามารถใส่ลงในกล่องได้

Once again, ลำดับความ

3:50

อีกครั้งหนึ่ง

the unseen voice came to Psyche's aid. วลี

3:51

เสียงที่มองไม่เห็นได้มาช่วยไซคี

ลำดับความ

Once again ในฐานะสัญญาณของการเล่าเรื่อง

Once again หมายถึง “เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เหตุการณ์แบบเดียวกันเคยเกิดขึ้นแล้ว” เมื่ออยู่ต้นประโยค คำนี้บอกผู้อ่านว่าเหตุการณ์ที่ Psyche ได้รับความช่วยเหลือเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่เกิดซ้ำ คำนี้ยังช่วยจัดลำดับเรื่องโดยชี้กลับไปยังความช่วยเหลือก่อนหน้า ผู้เขียนใช้ Once again เพื่อส่งสัญญาณว่าเหตุการณ์หรือรูปแบบเดิมกลับมาอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

Once again บอกอะไรแก่ผู้อ่านในประโยคนี้?

  1. เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
  2. นี่เป็นครั้งแรกที่เสียงนั้นให้ความช่วยเหลือ
  3. หลังจากนี้เสียงนั้นจะไม่ช่วยอีกเลย
  4. เหตุการณ์คล้ายกันเคยเกิดขึ้นมาก่อน และตอนนี้กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง
ดูคำตอบ

เหตุการณ์คล้ายกันเคยเกิดขึ้นมาก่อน และตอนนี้กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง

วลี

came to Psyche's aid: โครงสร้าง come to someone's aid

Come to someone's aid เป็นโครงสร้างตายตัว หมายถึง “ไปหรือมาถึงเพื่อช่วยคนที่ต้องการความช่วยเหลือ” ใน came to Psyche's aid คำว่า came เป็นรูปอดีตของ come, Psyche's ระบุผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และ aid เป็นคำนาม สำนวนนี้มักสื่อว่าความช่วยเหลือมาถึงเมื่อมีปัญหาหรืออันตราย ไม่ใช่เพียงการช่วยทำเรื่องเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come to someone's aid: When our boat began to leak, a nearby fisherman ____.

ดูคำตอบ

came to our aid

It told her to bring barley cakes

3:54

มันบอกให้เธอนำเค้กข้าวบาร์เลย์ไป

for Cerberus, วัฒนธรรม

3:56

เพื่อให้เซอร์เบอรัส

the guard dog to the underworld,

3:57

สุนัขเฝ้าประตูนรก

วัฒนธรรม

Cerberus สุนัขเฝ้าทางเข้าสู่ยมโลก

Cerberus คือสุนัขในตำนานกรีกที่เฝ้าทางเข้าสู่ยมโลก และมักถูกวาดให้มีสามหัว คำว่า the guard dog to the underworld อธิบายว่า Cerberus เป็นใคร ดังนั้นชื่อดังกล่าวในประโยคนี้จึงไม่ได้หมายถึงสัตว์เลี้ยงธรรมดา ขนมข้าวบาร์เลย์ใช้เพื่อทำให้ผู้เฝ้าประตูตัวนี้สงบหรือเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อให้ผู้เดินทางผ่านไปได้

แบบฝึกหัด

ส่วนที่เน้นบอกว่า Cerberus มีบทบาทอะไร?

  1. เป็นคนพายเรือที่พาผู้เดินทางข้ามแม่น้ำ
  2. เป็นสัตว์เลี้ยงธรรมดาที่รออยู่ที่บ้าน
  3. เป็นสุนัขในตำนานที่เฝ้าทางเข้าสู่ยมโลก
ดูคำตอบ

เป็นสุนัขในตำนานที่เฝ้าทางเข้าสู่ยมโลก

and coins to pay the boatman Charon วัฒนธรรม

4:00

และนำเหรียญไปจ่ายให้ชารอนคนพายเรือ

to ferry her across the River Styx. วัฒนธรรม

4:03

เพื่อให้เขาพาเธอข้ามแม่น้ำสติกซ์

วัฒนธรรม

เหรียญสำหรับจ่ายให้ Charon คนพายเรือ

Charon คือคนพายเรือในตำนานกรีกที่พาวิญญาณของผู้ตายข้ามแม่น้ำ Styx คำว่า coins to pay the boatman Charon อธิบายว่าเหตุใดผู้เดินทางจึงต้องมีเหรียญ เพราะเหรียญเหล่านั้นคือค่าโดยสารสำหรับการข้ามแม่น้ำ boatman ในที่นี้หมายถึงบทบาทพิเศษของ Charon ในยมโลก ไม่ใช่อาชีพขนส่งทั่วไปในยุคปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เหรียญมีหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ใช้ซื้อเรือจาก Charon
  2. เป็นค่าโดยสารที่จ่ายให้ Charon สำหรับการข้ามแม่น้ำ
  3. เป็นของขวัญให้ Cerberus กิน
ดูคำตอบ

เป็นค่าโดยสารที่จ่ายให้ Charon สำหรับการข้ามแม่น้ำ

วัฒนธรรม

to ferry her across the River Styx: พาเธอข้ามแม่น้ำสติกซ์ด้วยเรือ

ในประโยคนี้ ferry เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ขนส่งด้วยเรือ” รูปแบบ ferry someone across a body of water หมายถึงพาคนนั้นโดยเรือจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งของแหล่งน้ำ River Styx คือแม่น้ำในตำนานที่แบ่งโลกของคนเป็นกับยมโลก ในที่นี้ การข้ามแม่น้ำหมายถึงการเข้าสู่หรือเดินทางผ่านดินแดนของผู้ตาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ ferry รูปกรรมของ we และคำบุพบทที่ถูกต้อง: We paid the boatman to ____ the river.

ดูคำตอบ

ferry us across

With her third and final task complete, ไวยากรณ์

4:07

เมื่อภารกิจที่สามและภารกิจสุดท้ายเสร็จสิ้น

ไวยากรณ์

With her third and final task complete: โครงสร้าง with + นามวลี + คำคุณศัพท์

With her third and final task complete ใช้รูปแบบ with + นามวลี + คำคุณศัพท์ โดย her third and final task เป็นนามวลี และ complete เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าภารกิจอยู่ในสภาพที่เสร็จแล้ว complete ไม่ใช่กริยาหลักในที่นี้ เมื่อวางวลี with นี้ไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้จะให้สภาวะพื้นหลังของเหตุการณ์ถัดไป ในที่นี้เข้าใจได้ว่า “เมื่อภารกิจของเธอเสร็จแล้ว” ก่อนที่ประโยคหลักจะบอกว่าเธอทำอะไรต่อไป

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์ complete เพื่อเติมรูปแบบ with + คำนาม + คำคุณศัพท์ให้สมบูรณ์: With the project ____, we sent it to the teacher.

ดูคำตอบ

complete

Psyche returned to the land of the living. สำนวน

4:11

ไซคีก็กลับสู่ดินแดนของคนเป็น

สำนวน

the land of the living: โลกของผู้มีชีวิต

ในประโยคนี้ the land of the living หมายถึงโลกที่ผู้มีชีวิตอาศัยอยู่ ซึ่งตรงข้ามกับยมโลกหรือโลกของผู้ตาย คำว่า land ในที่นี้หมายถึงดินแดนหรือโลก ไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่ง สำนวนตายตัวนี้ทำให้การกลับมาของไซคีมีบรรยากาศแบบตำนาน และเน้นว่าเธอกลับมาจากโลกของผู้ตายแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้: After leaving the underworld, the traveler returned to ____.

ดูคำตอบ

the land of the living

Just outside Venus's palace,

4:15

บริเวณด้านนอกพระราชวังของวีนัส

she opened the box of Proserpina's beauty,

4:18

เธอเปิดกล่องบรรจุความงามของโพรเซอร์พินา

hoping to keep some for herself. ไวยากรณ์

4:21

โดยหวังว่าจะเก็บไว้ให้ตัวเองบ้าง

ไวยากรณ์

hoping to keep some for herself: วลี -ing ที่บอกแรงจูงใจ

กริยาหลักคือ opened ส่วน hoping to keep some for herself ที่อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นวลีคุณศัพท์ปัจจุบันรูป -ing ซึ่งเพิ่มแรงจูงใจของเธอ กล่าวคือ เธอเปิดกล่องเพราะหวังว่าจะเก็บของในกล่องบางส่วนไว้ให้ตัวเอง ประธานที่ละไว้ของ hoping คือ she ซึ่งเป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก ส่วน some ย้อนกลับไปหมายถึง Proserpina's beauty และ for herself หมายถึงเก็บไว้เพื่อประโยชน์ของตัวเธอเอง

แบบฝึกหัด

ใน 'She opened the box, hoping to keep some for herself,' วลี -ing ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. ตั้งชื่อที่สองให้กล่อง
  2. อธิบายแรงจูงใจที่เธอเปิดกล่อง
  3. แสดงว่าการเปิดกล่องเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
  4. ระบุว่ามีคนอื่นเปิดกล่อง
ดูคำตอบ

อธิบายแรงจูงใจที่เธอเปิดกล่อง

But the box was filled with sleep, ลำดับความ

4:24

แต่ในกล่องนั้นเต็มไปด้วยความหลับใหล

not beauty,

4:27

ไม่ใช่ความงาม

ลำดับความ

filled with sleep, not beauty: โครงสร้าง A, not B

โครงสร้าง A, not B บอกสิ่งที่เป็นจริงก่อน คือ sleep แล้วจึงปฏิเสธสิ่งที่คาดไว้ คือ beauty โครงสร้างนี้แก้ความคาดหมายของผู้ฟังหรือผู้อ่านและสร้างจุดหักมุมในเรื่อง ตรงนี้ sleep ถูกทำให้เหมือนเป็นสารชนิดหนึ่งที่ใส่จนเต็มกล่องได้ ในบริบทเทพปกรณัมนี้ มันหมายถึงพลังที่ทำให้หลับ ไม่ใช่การนอนหลับตามปกติ

แบบฝึกหัด

filled with sleep, not beauty บอกอะไรแก่ผู้อ่าน?

  1. ในกล่องมีทั้งการหลับใหลและความงาม
  2. ในกล่องมีการหลับใหลแทนความงามที่คาดไว้
  3. กล่องนั้นมีไว้เพื่อช่วยให้นอนหลับสบาย
  4. กล่องนั้นสวยแต่ข้างในว่างเปล่า
ดูคำตอบ

ในกล่องมีการหลับใหลแทนความงามที่คาดไว้

and Psyche collapsed in the road.

4:28

และไซคีก็ล้มพับลงกลางทาง

Cupid,

4:32

คิวปิด

now recovered from his wounds, วลี

4:33

ซึ่งตอนนี้หายจากอาการบาดเจ็บแล้ว

flew to his sleeping bride.

4:35

ได้บินมาหาเจ้าสาวที่หลับใหลของเขา

วลี

recovered from his wounds: โครงสร้าง recover from

recover from ตามด้วยโรค การบาดเจ็บ ความตกใจ หรืออุปสรรค หมายถึงการกลับสู่สภาพที่แข็งแรงขึ้นหรือเป็นปกติหลังจากเหตุการณ์นั้น ตรงนี้ recovered from his wounds หมายความว่าบาดแผลของเขาหายดีพอที่จะลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ได้อีกครั้ง คำบุพบท from นำหน้าสภาพหรือเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายซึ่งกำลังถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่แสดงการฟื้นตัวหลังการบาดเจ็บให้ประโยคสมบูรณ์: After two months of rest, the runner recovered ____ her ankle injury.

ดูคำตอบ

from

He told her he'd been wrong and foolish.

4:37

เขาบอกเธอว่าเขาคิดผิดและโง่เขลา

Her fearlessness in the face of the unknown สำนวน

4:40

ความไม่เกรงกลัวของเธอเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้จัก

สำนวน

in the face of the unknown: เมื่อเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้

in the face of หมายถึง “เมื่อเผชิญกับ” สถานการณ์ยากลำบากหรือภัยคุกคาม คำว่า face ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยมองสถานการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญและรับมือ ไม่ได้หมายถึงใบหน้าจริง ๆ ในที่นี้ the unknown หมายถึงความจริงที่ยังไม่แน่นอนและอันตรายที่อาจรออยู่ข้างหน้า วลีนี้เน้นว่าเธอตอบสนองอย่างกล้าหาญแม้จะไม่แน่ใจ และโครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายปฏิกิริยาเมื่อเผชิญอันตราย ความกดดัน หรือคำวิจารณ์ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in the face of อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงการตอบสนองต่อความท้าทาย

  1. Maya parked her bike in the face of the library.
  2. Maya put the lamp in the face of the sofa.
  3. Maya remained kind in the face of cruel criticism.
ดูคำตอบ

Maya remained kind in the face of cruel criticism.

proved that she was more than his equal. สำนวน

4:43

พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคู่ควรกับเขามากกว่าคำว่าเท่าเทียม

สำนวน

more than his equal: ไม่ใช่แค่ทัดเทียมเขา

equal ในที่นี้เป็นคำนาม หมายถึงคนที่ทัดเทียมกับอีกคนในด้านความสามารถ ความกล้าหาญ สถานะ หรือคุณสมบัติอื่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น his equal จึงหมายถึง “คนที่ทัดเทียมกับเขา” โดย his ระบุคนที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ more than his equal ทำให้การประเมินมีน้ำหนักมากขึ้น เธอไม่ได้เพียงเสมอเขา แต่ทัดเทียมเขาอย่างเต็มที่และอาจเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ ในประโยคนี้จึงเป็นคำชมอย่างมาก ไม่ใช่การเปรียบเทียบจำนวน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย more than his equal ในตัวอย่างได้ดีที่สุด

  1. เธอยืนใกล้เขามากกว่าคนอื่นทุกคน
  2. เธอมีสิ่งของที่เท่ากับของเขาในจำนวนที่มากกว่า
  3. เธอทัดเทียมเขาและอาจเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ
ดูคำตอบ

เธอทัดเทียมเขาและอาจเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ

Cupid gave Psyche ambrosia, วัฒนธรรม

4:47

คิวปิดให้ไซคีดื่มแอมโบรเซีย

the nectar of the gods,

4:50

น้ำทิพย์แห่งทวยเทพ

วัฒนธรรม

ambrosia, น้ำทิพย์ของเหล่าเทพ

ในตำนานกรีก-โรมัน ambrosia คืออาหารหรือเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเทพ และเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าและความเป็นอมตะ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอาหารสมัยใหม่ทั่วไป วลี the nectar of the gods ที่คั่นด้วยจุลภาคเป็นคำอธิบายที่ใช้เรียกสิ่งเดียวกับ ambrosia ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนขึ้น ความหมายตามตำนานนี้ยังอธิบายได้ว่าทำไมการมอบ ambrosia ให้ Psyche จึงทำให้นางเป็นอมตะได้

แบบฝึกหัด

ในตำนานนี้ ambrosia หมายถึงอะไร

  1. ของหวานผลไม้ธรรมดาที่นำมาให้ไซคี
  2. สถานที่ที่เหล่าเทพมาพบกัน
  3. อาหารหรือเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับเหล่าเทพและความเป็นอมตะ
ดูคำตอบ

อาหารหรือเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับเหล่าเทพและความเป็นอมตะ

making her immortal. ไวยากรณ์

4:52

ทำให้เธอเป็นอมตะ

ไวยากรณ์

making her immortal: วลี -ing ที่บอกผลลัพธ์

making her immortal เป็นวลี participle รูป -ing ที่บอกผลลัพธ์ของประโยคหลักทั้งหมด กล่าวคือ Cupid มอบ ambrosia ให้ Psyche และการกระทำนั้นทำให้นางเป็นอมตะ ในที่นี้ making ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สอง โครงสร้างคือ ประโยคหลัก + จุลภาค + วลีผลลัพธ์รูป -ing ภายในวลี make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้กรรมกลายเป็นหรืออยู่ในสภาพนั้น: make + her + immortal

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ make เพื่อเติมวลีบอกผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The lamp lit the hallway, ____ it safer.

ดูคำตอบ

making

Shortly after,

4:55

หลังจากนั้นไม่นาน

Psyche bore their daughter. การใช้คำ

4:56

ไซคีก็ให้กำเนิดลูกสาวของพวกเขา

การใช้คำ

bore their daughter: ความหมายของ bear ที่เกี่ยวกับการให้กำเนิด

ในประโยคนี้ bore เป็นรูปอดีตของ bear และหมายถึง “ให้กำเนิด” กรรม their daughter ชี้ว่าเป็นความหมายเกี่ยวกับการคลอด กล่าวคือ ไซคีให้กำเนิดเด็กคนนั้น bear ยังมีความหมายอื่น เช่น “ทน” ให้ดูคำรอบข้างเพื่อเลือกความหมาย เมื่อ bear หรือ bore มี child, baby, son หรือ daughter เป็นกรรมโดยตรง คำนี้อาจหมายถึงการให้กำเนิด

แบบฝึกหัด

bore ใน “Psyche bore their daughter” หมายถึงอะไร

  1. ให้กำเนิด
  2. ทำให้ใครบางคนรู้สึกเบื่อ
  3. ทนไม่ได้
ดูคำตอบ

ให้กำเนิด

They named her Pleasure, วัฒนธรรม

4:58

พวกเขาตั้งชื่อเธอว่า เพลสเชอร์ (ความปีติยินดี)

วัฒนธรรม

named her Pleasure: ชื่อเฉพาะที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์

โครงสร้างคือ name + คน + ชื่อ หมายความว่าพวกเขาตั้งชื่อให้ลูกสาวว่า Pleasure ไม่ต้องใช้ as หลัง named Pleasure ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เพราะเป็นชื่อเฉพาะในที่นี้ แต่ยังคงมีความหมายทั่วไปว่า “ความยินดี” หรือ “ความรื่นรมย์” เนื่องจาก Cupid เชื่อมโยงกับความรักและ Psyche เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ ชื่อของลูกสาวจึงเชื่อมการรวมกันของทั้งคู่เข้ากับความรื่นรมย์ในเชิงสัญลักษณ์

แบบฝึกหัด

การตีความใดอธิบาย “They named her Pleasure” ในตำนานนี้ได้ดีที่สุด

  1. Pleasure เป็นชื่อของลูกสาวและยังเป็นสัญลักษณ์ของความยินดีที่เชื่อมโยงกับการรวมกันของพ่อแม่เธอ
  2. พวกเขาบอกว่าลูกสาวรู้สึกพอใจในขณะนั้น
  3. พวกเขาขอให้ลูกสาวเลือกกิจกรรมที่สนุกสนาน
ดูคำตอบ

Pleasure เป็นชื่อของลูกสาวและยังเป็นสัญลักษณ์ของความยินดีที่เชื่อมโยงกับการรวมกันของพ่อแม่เธอ

and she,

5:01

และเธอ

Cupid,

5:02

คิวปิด

and Psyche,

5:02

และไซคี

whose name means soul, วัฒนธรรม

5:04

ซึ่งชื่อของเธอมีความหมายว่า จิตวิญญาณ

วัฒนธรรม

whose name means soul: ความหมายเชิงสัญลักษณ์ของชื่อ Psyche

whose name means soul เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับ Psyche ในที่นี้ whose เชื่อม Psyche เข้ากับ name โดยมีความหมายว่า “ชื่อของ Psyche” ไม่ได้หมายความว่าเธอตั้งชื่อใครว่า Soul ชื่อ Psyche มาจากคำภาษากรีกที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณหรือจิตใจ ความหมายนี้ทำให้ตัวละครมีนัยเชิงสัญลักษณ์ ดังนั้นเรื่องนี้จึงอาจเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักและจิตวิญญาณด้วย

แบบฝึกหัด

whose name means soul เพิ่มข้อมูลอะไรให้กับประโยคนี้?

  1. บอกว่า Psyche ตั้งชื่อตัวละครอีกคนว่า Soul
  2. บอกว่าชื่อ Psyche หมายถึง “จิตวิญญาณ” และสื่อถึงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ของเธอ
  3. บอกว่า Soul เป็นคนอีกคนหนึ่งที่เดินทางไปกับ Psyche
ดูคำตอบ

บอกว่าชื่อ Psyche หมายถึง “จิตวิญญาณ” และสื่อถึงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ของเธอ

have been complicating people's love lives ever since. ไวยากรณ์

5:06

ก็ได้ทำให้ชีวิตรักของผู้คนซับซ้อนยุ่งเหยิงมานับตั้งแต่นั้น

ไวยากรณ์

have been complicating ... ever since: ต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน

have been complicating เป็น present perfect progressive มีโครงสร้าง have been + กริยา-ing โดยนำเสนอการทำให้ซับซ้อนว่าเป็นกระบวนการที่เริ่มในอดีต ดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำ และยังมีผลอยู่ในปัจจุบัน ever since หมายถึง “ตั้งแต่จุดหนึ่งในอดีตมาจนถึงตอนนี้” เมื่อใช้รูปกาลและวลีบอกเวลานี้ร่วมกัน เรื่องราวเก่าแก่จึงเชื่อมโยงกับผลกระทบที่ยังดำเนินต่อไปในชีวิตรักของผู้คน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงชัดที่สุดว่าปัญหาเริ่มหลังการอัปเดตและดำเนินต่อมาจนถึงตอนนี้?

  1. The new settings will confuse users after the next update.
  2. The new settings have been confusing users ever since the update.
  3. The new settings confused users before the update.
ดูคำตอบ

The new settings have been confusing users ever since the update.