โชว์แอนด์เทล 🦀 | ตอนใหม่ล่าสุด - ซีซัน 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
274 คำ 161 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บิงโกซ้อมการนำเสนอหน้าชั้นเกี่ยวกับก้ามปู คำแนะนำให้เล่าอย่างสั้นและเรียบง่ายนำไปสู่การถกเถียงในครอบครัวเรื่องซอสมะเขือเทศที่ดีต่อสุขภาพกว่า ก่อนที่เด็ก ๆ จะเริ่มนับว่าพ่อออกคำสั่งกับพวกเขากี่ครั้ง ประเด็นสำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ: 1. show and tell — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: เข้าใจว่านี่คือชื่อกิจกรรมในห้องเรียนสำหรับเด็ก ซึ่งนักเรียนนำสิ่งของมาแสดงให้เพื่อนดูและเล่าเกี่ยวกับสิ่งนั้น บริบทนี้ยังช่วยให้เข้าใจมุกที่เปรียบเทียบการเก่งในส่วนของการแสดงของกับการไม่เก่งในส่วนของการเล่า 2. switch off — กริยาวลี: แยกแยะได้ว่าในที่นี้หมายถึงคนหยุดสนใจหรือไม่ฟังต่อ เพราะคำอธิบายยาวหรือน่าเบื่อเกินไป ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่าปิดอุปกรณ์ และสามารถนำไปใช้บรรยายผู้ฟังที่หมดความสนใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. boss us around. — กริยาวลี: เข้าใจว่าหมายถึงการคอยออกคำสั่งผู้อื่นซ้ำ ๆ ด้วยท่าทีวางอำนาจ ไม่ใช่เพียงการจัดการหรือดูแลคน รูปแบบ boss someone around ใช้บ่นเรื่องการถูกสั่งมากเกินไป และช่วยให้เห็นว่าทำไมเด็ก ๆ จึงนับคำบอกทั่วไปของพ่อเป็นคำสั่งด้วย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Bingo.

0:00

บิงโก

You ready to practise your show and tell for tomorrow? โน้ต

0:01

ลูกพร้อมซ้อมโชว์แอนด์เทลสำหรับพรุ่งนี้หรือยัง

ไวยากรณ์

You ready to...?: คำถามภาษาพูดที่ละ Are

ใน You ready to...? ภาษาพูดแบบกันเองละ Are ออกจากรูปเต็ม Are you ready to...? ผู้พูดกำลังถามว่าผู้ฟังพร้อมทำกริยาที่ตามหลัง to หรือไม่ จึงเป็นคำถาม ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า โครงสร้างคือ You ready to + กริยารูปพื้นฐาน...? ในที่นี้ practise เป็นกริยารูปพื้นฐาน เมื่อได้ยินคำถามย่อที่ขึ้นต้นด้วย You ready... ให้เติม Are ในใจเพื่อเข้าใจหน้าที่ของประโยค

แบบฝึกหัด

ในภาษาพูดแบบกันเอง คำถามรูปเต็มข้อใดมีความหมายเหมือน You ready to leave?

  1. Are you ready to leave?
  2. Do you ready to leave?
  3. You are ready to leave.
ดูคำตอบ

Are you ready to leave?

วัฒนธรรม

show and tell: กิจกรรมเอาของมาให้ดูแล้วเล่าให้ฟังในชั้นเรียนเด็ก

show and tell เป็นชื่อกิจกรรมที่พบได้ทั่วไปในชั้นเรียนของเด็ก เด็กจะนำสิ่งของมาหรือเลือกสิ่งของหนึ่งชิ้น แล้วแสดงให้ทั้งชั้นดูพร้อมพูดเกี่ยวกับสิ่งนั้น ในที่นี้ให้เข้าใจคำทั้งสามคำว่าเป็นชื่อกิจกรรมหนึ่งกิจกรรม ไม่ใช่คำสั่งสองอย่างที่แยกกันว่าให้แสดงแล้วเล่า เรื่องนี้ยังอธิบายได้ว่าทำไมจึงกล่าวถึงส่วนที่แสดงและส่วนที่เล่าของกิจกรรมแยกจากกันได้

แบบฝึกหัด

show and tell ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. คำสั่งสองอย่างที่แยกกัน คือแสดงบางสิ่งแล้วบอกใครบางคน
  2. ข้อสอบเขียนเกี่ยวกับทักษะการพูด
  3. กิจกรรมในชั้นเรียนที่เด็กแสดงสิ่งของและพูดเกี่ยวกับสิ่งนั้น
ดูคำตอบ

กิจกรรมในชั้นเรียนที่เด็กแสดงสิ่งของและพูดเกี่ยวกับสิ่งนั้น

Um

0:03

อืม

okay.

0:04

โอเคค่ะ

Hello everybody.

0:07

สวัสดีทุกคน

Hello Bingo.

0:08

สวัสดีบิงโก

Um

0:10

อืม

I have a crab claw.

0:11

ฉันมีก้ามปู

It's called show and tell, Bingo.

0:17

เขาเรียกว่าโชว์แอนด์เทลไงบิงโก

Oof.

0:19

เฮ้อ

I'm good at the showing bit, ไวยากรณ์

0:20

หนูเก่งเรื่องโชว์นะ

but not good at the telling bit.

0:22

แต่ไม่เก่งเรื่องเทล

ไวยากรณ์

good at X, but not good at Y เพื่อเปรียบเทียบสิ่งที่ถนัดและไม่ถนัด

หลัง be good at ใช้คำนาม วลีคำนาม หรือรูป -ing เพื่อบอกว่าเก่งในกิจกรรมนั้น ในประโยคนี้ the showing bit และ the telling bit คือสองช่วงของกิจกรรม show-and-tell ส่วน bit เป็นภาษาพูดที่แปลว่าส่วน ไม่ใช่ศัพท์คอมพิวเตอร์ รูปแบบ I'm good at X, but not good at Y วางสิ่งที่ทำได้ดีกับสิ่งที่ทำได้ไม่ดีไว้เปรียบเทียบกัน การใช้ good at ทั้งสองด้านช่วยให้ความต่างชัดเจนและนำรูปแบบนี้ไปใช้ต่อได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบโดยใช้ good at หนึ่งครั้งและ not good at หนึ่งครั้ง: I'm ____ reading maps, but ____ remembering street names.

ดูคำตอบ

good at · not good at

Pro tip, การใช้คำ

0:24

เคล็ดลับระดับโปรนะ

การใช้คำ

Pro tip สำหรับเกริ่นคำแนะนำแบบกันเอง

Pro tip เป็นคำเกริ่นแบบไม่เป็นทางการที่บอกว่ากำลังจะมีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ใช้เปิดก่อนเสนอคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง และโดยมากคำแนะนำจะตามมาทันที แม้ pro จะแปลว่ามืออาชีพได้ แต่การพูดว่า Pro tip ไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้พูดเป็นผู้เชี่ยวชาญ สำนวนนี้มักฟังดูมั่นใจแบบเบา ๆ หรือขี้เล่น เหมือนกำลังแบ่งปันเคล็ดลับของคนวงใน

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: การพูดว่า Pro tip หมายความเสมอว่าผู้พูดเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณวุฒิ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

keep it simple. วลี

0:24

ทำให้มันเข้าใจง่ายเข้าไว้

วลี

keep it simple: คำแนะนำว่าอย่าทำให้ซับซ้อนเกินจำเป็น

Keep it simple เป็นคำแนะนำที่ใช้บ่อย หมายถึง “อย่าทำให้เรื่องที่กำลังพูดถึงซับซ้อนเกินความจำเป็น” ในประโยคนี้ it หมายถึงเนื้อหาที่เด็กจะพูดในกิจกรรม show and tell โครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้กรรมคงอยู่ในสภาพนั้น”: keep the talk simple, keep the message clear, keep the room quiet.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนคำแนะนำตายตัวที่หมายถึง “อย่าทำให้ซับซ้อน”: We only need one clear idea, so ____.

ดูคำตอบ

keep it simple

Kids switch off if you talk too long. กริยาวลี

0:25

เด็ก ๆ จะไม่ฟังถ้าลูกพูดนานเกินไป

กริยาวลี

switch off: หมดความสนใจ ไม่ใช่ปิดอุปกรณ์

ในที่นี้ switch off หมายถึง “เลิกสนใจหรือหมดความสนใจ” ประธานคือ Kids และอนุประโยคที่มี if อธิบายว่าอะไรทำให้เด็ก ๆ หมดความสนใจ นั่นคือมีคนพูดนานเกินไป เมื่อใช้ switch off กับคนในลักษณะนี้โดยไม่มีกรรม หมายถึงคนนั้นไม่ได้มีส่วนร่วมทางความคิดอีกต่อไป ไม่ได้หมายความว่าเด็ก ๆ ปิดเครื่องจักร

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Kids switch off if you talk too long.” switch off หมายถึงอะไร

  1. พวกเขาเลิกสนใจ
  2. พวกเขาปิดอุปกรณ์
  3. พวกเขาย้ายไปนั่งที่อื่น
ดูคำตอบ

พวกเขาเลิกสนใจ

Maybe you could talk about how crabs have an exoskeleton น้ำเสียง/เจตนา

0:27

บางทีลูกอาจจะพูดเรื่องที่ปูมีโครงกระดูกภายนอก

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Maybe you could... เพื่อเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

โครงสร้าง Maybe you could + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอแนะอย่างนุ่มนวลและเปิดทางให้อีกฝ่ายเลือกได้ ในประโยคนี้ talk เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และส่วนที่ตามมาระบุหัวข้อที่เสนอให้พูดถึง maybe ในที่นี้ไม่ได้แค่แสดงความไม่แน่ใจ เมื่อใช้ร่วมกับ could จะช่วยลดน้ำเสียงกดดันและเปิดโอกาสให้ผู้ฟังเลือกว่าจะรับหรือปฏิเสธข้อเสนอนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการเสนอแนะอย่างนุ่มนวลและเปิดทางให้อีกฝ่ายเลือกได้

  1. You must take a short break.
  2. Maybe you could take a short break.
  3. Take a short break now.
ดูคำตอบ

Maybe you could take a short break.

as opposed to an endoskeleton. วลี

0:30

ตรงข้ามกับโครงกระดูกภายใน

วลี

ใช้ as opposed to เพื่อเปรียบเทียบ A กับ B อย่างชัดเจน

as opposed to นำสองทางเลือกหรือสองประเภทมาเปรียบเทียบกันโดยตรง ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบ exoskeleton กับ endoskeleton จึงมีความหมายว่า “แทนที่จะเป็น” หรือ “เมื่อเทียบกับ” สิ่งแรกจะอยู่ก่อนวลีนี้ ส่วนสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบจะอยู่หลัง to โครงสร้างนี้ใช้เพื่อเปรียบเทียบ ไม่ได้แสดงว่าบุคคลหนึ่งคัดค้านบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบสามคำที่เรียนในบทนี้: This model uses physical buttons ____ a touch screen.

ดูคำตอบ

as opposed to

You see, ลำดับความ

0:32

เห็นไหม

ลำดับความ

You see, ในฐานะคำที่ใช้เกริ่นคำอธิบาย

You see ทำหน้าที่เป็นคำช่วยจัดลำดับบทสนทนาที่ขึ้นต้นคำอธิบาย เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกเหตุผลหรือข้อมูลเบื้องหลังที่ผู้ฟังต้องรู้ และนำผู้ฟังไปสู่ความคิดถัดไป ในประโยคนี้ see ไม่ได้หมายถึงการมองเห็น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ You see, + คำอธิบาย โดยหน้าที่ในการจัดข้อมูลมักสำคัญกว่าการแปลแบบคำต่อคำ

แบบฝึกหัด

You see, ใน “You see, the road was closed after the storm” ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. หมายความว่าผู้พูดมองไม่เห็นถนน
  2. บอกให้ผู้ฟังมองไปที่ถนน
  3. เกริ่นข้อมูลเบื้องหลังที่อธิบายสถานการณ์
ดูคำตอบ

เกริ่นข้อมูลเบื้องหลังที่อธิบายสถานการณ์

blah blah blah blah skeleton, วลี

0:33

บลา บลา บลา โครงกระดูก

blah blah blah blah blah mitochondria.

0:35

บลา บลา บลา ไมโทคอนเดรีย

วลี

blah blah blah ใช้แทนคำพูดที่ถูกข้ามหรือไม่ได้ตั้งใจฟัง

blah ที่พูดซ้ำใช้แทนคำพูดที่ผู้พูดไม่อยากกล่าวซ้ำ ไม่ได้รับฟังเข้าไป หรือมองว่ายาวและไม่สำคัญ ให้เข้าใจ blah blah blah เป็นกลุ่มเสียงเลียนแบบแบบไม่เป็นทางการหนึ่งชุด ไม่ใช่คำหลายคำที่แต่ละคำมีเนื้อหาของตัวเอง ในประโยคนี้ คำศัพท์วิทยาศาสตร์จริง ๆ ยังคงอยู่ ส่วนเนื้อหาระหว่างนั้นถูกแทนด้วย blah ที่พูดซ้ำ รูปแบบนี้แสดงว่าผู้ฟังอาจจำได้เพียงไม่กี่คำจากคำอธิบายที่ซับซ้อน

แบบฝึกหัด

ใน “The manager talked about targets, reports, blah blah blah” คำว่า blah blah blah แทนอะไร

  1. วิธีสุภาพในการแสดงว่าตั้งใจฟังอย่างมาก
  2. รายละเอียดที่ผู้พูดข้ามหรือมองว่าไม่สำคัญ
  3. ศัพท์วิทยาศาสตร์สามคำที่มีความหมายแน่นอน
ดูคำตอบ

รายละเอียดที่ผู้พูดข้ามหรือมองว่าไม่สำคัญ

Make sense? น้ำเสียง/เจตนา

0:38

เข้าใจไหม

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Make sense? เพื่อตรวจสอบความเข้าใจแบบสั้น ๆ

Make sense? เป็นรูปย่อที่ใช้กันทั่วไปในภาษาพูดของ Does that make sense? หลังจากอธิบายบางอย่าง ผู้พูดใช้คำถามนี้เพื่อตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเข้าใจแนวคิด คำแนะนำ หรือแผนหรือไม่ คำว่า Does that ที่ละไว้สามารถเข้าใจได้จากบริบท จึงเป็นการละคำตามธรรมชาติในภาษาพูด ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ ในที่นี้ make sense หมายถึง “เข้าใจได้หรือสมเหตุสมผล” ไม่ได้หมายถึง “สร้างความหมาย” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

หลังจากบอกทาง คำถามสั้นข้อใดใช้ตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเข้าใจแล้วหรือไม่

  1. Make sense?
  2. Do you mean it?
  3. Can you make it?
ดูคำตอบ

Make sense?

No.

0:39

ไม่ค่ะ

See?

0:40

เห็นไหม

Mm.

0:40

อืม

Can I have some tomato sauce, โน้ต

0:41

ขอซอสมะเขือเทศหน่อยได้ไหมคะ

please?

0:43

พ่อ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Can I have..., please? เพื่อขอสิ่งของอย่างสุภาพ

Can I have some tomato sauce, please? ใช้โครงสร้าง Can I have + กลุ่มคำนาม + please? เพื่อขอให้อีกฝ่ายส่งหรือให้สิ่งของแก่ผู้พูด ในที่นี้ can ใช้เพื่อเริ่มคำขอ ไม่ได้เน้นถามเรื่องความสามารถ ใช้ some ได้เป็นธรรมชาติ เพราะ tomato sauce เป็นคำนามนับไม่ได้และไม่ได้ระบุปริมาณ ส่วน please ช่วยทำให้คำขอนุ่มนวล จึงสุภาพกว่าการพูดเพียง I want tomato sauce

แบบฝึกหัด

เติมคำขออย่างสุภาพในร้านกาแฟด้วยรูปแบบเป้าหมาย: ____ a glass of water, please?

ดูคำตอบ

Can I have

การใช้คำ

tomato sauce ในความหมายของเครื่องปรุงบนโต๊ะอาหาร

ในที่นี้ tomato sauce หมายถึงเครื่องปรุงรสมะเขือเทศที่ราดบนอาหารหรือวางไว้ข้างอาหาร คล้ายเคตชัป ฉากบนโต๊ะอาหารและการกล่าวถึงไส้กรอกในภายหลังแสดงว่าเป็นซอสสำหรับกินคู่กับอาหาร ไม่ใช่ซอสที่ใช้ปรุงพาสต้า ความหมายของวลีนี้ขึ้นอยู่กับบริบท ในสถานการณ์อื่น tomato sauce อาจหมายถึงซอสที่ปรุงจากมะเขือเทศ ดังนั้นให้ดูว่าเป็นอาหารอะไรและใช้ซอสอย่างไร

แบบฝึกหัด

ในฉากบนโต๊ะอาหารนี้ tomato sauce น่าจะหมายถึงอะไร

  1. เครื่องปรุงแบบเคตชัปที่เสิร์ฟกับอาหาร
  2. อาหารทุกชนิดที่ทำจากมะเขือเทศ
  3. ซอสมะเขือเทศที่ทำขึ้นเพื่อปรุงพาสต้าโดยเฉพาะ
ดูคำตอบ

เครื่องปรุงแบบเคตชัปที่เสิร์ฟกับอาหาร

Yep.

0:44

ได้สิ

Thanks.

0:44

ขอบคุณค่ะ

Hey,

0:47

เอ๊ะ

what's that tomato sauce?

0:47

ซอสมะเขือเทศนั่นคืออะไรน่ะ

Oh.

0:49

โอ้

Uh

0:49

เอ่อ

this is my tomato sauce.

0:50

นี่คือซอสมะเขือเทศของพ่อ

Well,

0:52

อืม

whose is this tomato sauce?

0:52

แล้วนี่ซอสมะเขือเทศของใครคะ

That's your tomato sauce.

0:54

นั่นซอสมะเขือเทศของพวกหนู

What's the difference between my tomato sauce ไวยากรณ์

0:56

ซอสมะเขือเทศของหนู

and your tomato sauce?

0:58

ต่างจากซอสมะเขือเทศของพ่อยังไงคะ

ไวยากรณ์

What's the difference between X and Y? สำหรับถามความแตกต่าง

What's the difference between X and Y? ใช้ถามว่าสองสิ่งแตกต่างกันอย่างไร ในประโยคนี้ X คือ my tomato sauce และ Y คือ your tomato sauce โครงสร้างเต็มคือ What's the difference between X and Y? หลัง between ให้ใส่สิ่งที่ต้องการเปรียบเทียบสองอย่างเป็นคู่และเชื่อมด้วย and โดย X และ Y อาจเป็นสิ่งของ แผน คำ การกระทำ หรือแนวคิดก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำให้โครงสร้างเปรียบเทียบสมบูรณ์: What's the difference ____ buses ____ trains?

ดูคำตอบ

between · and

Yours is a healthy one. ไวยากรณ์

1:00

ของพวกหนูเป็นสูตรสุขภาพน่ะ

ไวยากรณ์

a healthy one: ใช้ one แทนคำนามเอกพจน์

ใน a healthy one คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่เข้าใจกันแล้วจากบทสนทนา ซึ่งในที่นี้คือ tomato sauce ชนิดหนึ่ง จึงไม่ต้องพูดนามวลีเต็มซ้ำอีกครั้ง ตรงนี้ one เป็นคำแทนคำนาม ไม่ใช่เลข 1 โครงสร้างทั่วไปคือ คำกำหนด + คำคุณศัพท์ + one เช่น a healthy one หรือ the blue one ใช้เมื่อต้องการเลือกหรืออธิบายสิ่งหนึ่งจากประเภทที่รู้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้คำนำหน้านาม the, small และ one เพื่อหลีกเลี่ยงการพูด cup ซ้ำ: I don't want the large cup; please give me ____.

ดูคำตอบ

the small one

It's got less sugar in it. ไวยากรณ์

1:01

มันมีน้ำตาลน้อยกว่า

ไวยากรณ์

It's got less sugar in it: ใช้ has got บอกสิ่งที่อยู่ภายใน

It's got เป็นรูปย่อของ It has got ในที่นี้ has got หมายถึง “มี” หรือ “ประกอบด้วย” โดย got ไม่ได้บอกว่าได้รับอะไรมา ส่วน in it ท้ายประโยคช่วยระบุชัดว่าส่วนประกอบนั้นอยู่ในสิ่งนี้ Less sugar หมายถึงน้ำตาลในปริมาณที่น้อยกว่า sugar เป็นคำนามนับไม่ได้ในความหมายนี้ จึงใช้ less ไม่ใช่ fewer

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบภาษาพูด has got เติมประโยคให้สมบูรณ์: This yogurt ____ less sugar in it.

ดูคำตอบ

has got

Oh.

1:02

โอ้

Can I taste your tomato sauce?

1:05

หนูขอชิมซอสมะเขือเทศของพ่อได้ไหม

Uh

1:07

เอ่อ

well,

1:08

อืม

okay.

1:09

ก็ได้

Just a taste. น้ำเสียง/เจตนา

1:09

แค่ชิมนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Just a taste: จำกัดการอนุญาตไว้เพียงปริมาณเล็กน้อย

Just a taste. เป็นรูปย่อของ You can have just a taste. ในที่นี้ a taste หมายถึงอาหารหรือเครื่องดื่มปริมาณเล็กน้อยสำหรับลองชิม ส่วน just จำกัดปริมาณที่อนุญาต วลีนี้ทั้งให้อนุญาตและกำหนดขอบเขตพร้อมกัน ผู้ฟังลองชิมได้เล็กน้อย แต่ไม่สามารถหยิบหรือกินมากกว่านั้นได้

แบบฝึกหัด

ผู้ปกครองพูดว่า “Just a taste.” เป็นการอนุญาตแบบใด?

  1. กินได้มากเท่าที่ต้องการ
  2. ชิมได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  3. ห้ามชิมเลยแม้แต่นิดเดียว
ดูคำตอบ

ชิมได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

I want this tomato sauce.

1:13

หนูอยากได้ซอสมะเขือเทศขวดนี้

No,

1:15

ไม่เอาน่า

mate. การใช้คำ

1:15

ลูก

การใช้คำ

mate ใน No, mate: คำเรียกแบบไม่เป็นทางการ

ใน No, mate. คำว่า mate เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรงแบบไม่เป็นทางการ ในบริบทนี้มีความหมายใกล้กับ friend หรือ buddy ไม่ได้หมายถึงคู่สมรสหรือคู่ร่วมงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวาง mate หลัง no คำนี้จะเพิ่มน้ำเสียงที่คุ้นเคยและเป็นกันเอง ทำให้การปฏิเสธฟังดูห้วนลดลงได้ แต่การปฏิเสธยังคงชัดเจน และวิธีพูดก็ยังอาจฟังดูหนักแน่นได้

แบบฝึกหัด

mate ทำหน้าที่อะไรใน “No, mate.”?

  1. เป็นการเรียกผู้ฟังแบบไม่เป็นทางการ และทำให้การปฏิเสธมีน้ำเสียงคุ้นเคยและเป็นกันเอง
  2. ระบุว่าผู้ฟังเป็นคู่สมรสของผู้พูด
  3. เปลี่ยน no ให้เป็นคำตอบทางธุรกิจที่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

เป็นการเรียกผู้ฟังแบบไม่เป็นทางการ และทำให้การปฏิเสธมีน้ำเสียงคุ้นเคยและเป็นกันเอง

That one's yours.

1:16

ขวดนั้นของหนู

But yours tastes beautiful. การใช้คำ

1:17

แต่ของพ่อรสชาติดีมากเลยนะ

การใช้คำ

tastes beautiful: การชมรสชาติ

ในที่นี้ tastes beautiful หมายถึง “มีรสชาติดีมาก” คำกริยา taste เชื่อม yours กับคำคุณศัพท์ beautiful ดังนั้นคำชมนี้พูดถึงรสชาติ ไม่ใช่รูปลักษณ์ ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ beautiful ใช้ชมประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสอย่างอบอุ่นได้ หลัง taste ซึ่งทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม ต้องใช้คำคุณศัพท์ beautiful ไม่ใช่คำวิเศษณ์ beautifully

แบบฝึกหัด

ใน “But yours tastes beautiful,” คำว่า “tastes beautiful” หมายความว่าอย่างไร?

  1. มีรสชาติดีมาก
  2. มีเสียงไพเราะ
  3. ดูสวยงามน่ามอง
ดูคำตอบ

มีรสชาติดีมาก

I want to try.

1:19

หนูอยากลอง

Kids eat the healthy one.

1:20

เด็ก ๆ ต้องกินสูตรสุขภาพสิ

End of. สำนวน

1:22

จบนะ

สำนวน

End of.: การตัดบทสนทนาอย่างเด็ดขาด

End of. เป็นคำปิดท้ายแบบย่อและไม่เป็นทางการ หมายถึง “การพูดคุยจบแล้ว” หรือ “ไม่ต้องโต้เถียงอีก” คำที่ควรตามหลัง of ถูกละไว้ แต่สำนวนนี้ใช้เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ได้ สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงส่วนปลายของสิ่งของหรือตอนจบของเรื่อง ผู้พูดใช้เพื่อย้ำว่าการตัดสินใจถือเป็นที่สิ้นสุดและหยุดการโต้แย้งต่อไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดสื่ออะไรด้วยคำว่า “End of.”?

  1. เรื่องราวดำเนินมาถึงฉากสุดท้ายแล้ว
  2. การตัดสินใจถือเป็นที่สิ้นสุดและต้องหยุดการพูดคุย
  3. ผู้พูดต้องการฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม
ดูคำตอบ

การตัดสินใจถือเป็นที่สิ้นสุดและต้องหยุดการพูดคุย

This is beautiful.

1:23

มันอร่อยมากเลย

Why do you get the good one น้ำเสียง/เจตนา

1:24

ทำไมพ่อได้กินของดี ๆ

and we get the disgusting one?

1:26

ส่วนพวกเราได้กินของน่าขยะแขยงล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Why do you get ... and we get ...? เพื่อตั้งคำถามเรื่องความยุติธรรม

ในประโยคนี้ get หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ถูกจัดสรรให้” ไม่ใช่ “ไปหยิบมา” โครงสร้าง Why do you get X and we get Y? นำสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้รับมาเปรียบเทียบกันโดยตรง แม้จะอยู่ในรูปคำถาม แต่ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อถามเหตุผล การเปรียบเทียบ the good one กับ the disgusting one เป็นการตั้งคำถามว่าผลลัพธ์ยุติธรรมหรือไม่และแสดงความไม่พอใจ แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือ ทำไมฝ่ายหนึ่งจึงได้ตัวเลือกที่ดีกว่า แต่อีกฝ่ายกลับได้ตัวเลือกที่แย่กว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get เพื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดสรรที่ไม่ยุติธรรม?

  1. Why do you go to the quiet room and I go to the noisy one?
  2. Why is your room quiet and my room noisy?
  3. Why do you get the quiet room and I get the noisy one?
ดูคำตอบ

Why do you get the quiet room and I get the noisy one?

Uh

1:28

เอ่อ

Looks like Dad's good at telling, ลำดับความ

1:29

ดูเหมือนพ่อจะเก่งแต่สอนนะ

but not good at showing.

1:31

แต่ไม่ยอมทำเป็นตัวอย่าง

ลำดับความ

good at telling, but not good at showing ในฐานะการย้อนคำแบบประชด

วลีนี้ใช้โครงสร้างขนาน be good at + -ing, but not good at + -ing ในที่นี้ telling หมายถึงการอธิบายหรือบอกผู้อื่นว่าควรทำอะไร ส่วน showing หมายถึงการสาธิตด้วยการกระทำของตนเอง พ่อจึงถูกบรรยายว่าเก่งเรื่องคำพูด แต่ไม่เก่งเรื่องทำตัวเป็นแบบอย่าง ประโยคนี้ยังสร้างมุกด้วยการย้อนกลับไปใช้ถ้อยคำก่อนหน้า คำว่า telling และ showing ถูกนำมาใช้ซ้ำแล้วหันกลับมาใช้กับพ่อ การซ้ำนี้ทำให้ผู้ฟังเห็นการพลิกกลับและเกิดการประชดเล็กน้อยว่า คำแนะนำของพ่อไม่ตรงกับพฤติกรรมของเขา

แบบฝึกหัด

การนำความต่างระหว่าง telling/showing มาพูดซ้ำในประโยคนี้มีหน้าที่อะไร?

  1. หมายความว่าพ่อสามารถนำสิ่งของมาแสดงได้ แต่ไม่สามารถอธิบายสิ่งของนั้นได้
  2. บอกข้อเท็จจริงสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเกี่ยวกับทักษะการพูดของพ่อ
  3. นำถ้อยคำ telling/showing ก่อนหน้ามาใช้ย้อนกับพ่อ เพื่อแซวว่าการกระทำของเขาไม่ตรงกับคำแนะนำ
ดูคำตอบ

นำถ้อยคำ telling/showing ก่อนหน้ามาใช้ย้อนกับพ่อ เพื่อแซวว่าการกระทำของเขาไม่ตรงกับคำแนะนำ

Mm.

1:33

อืม

Please.

1:34

น้าาา

Nope.

1:35

ไม่ล่ะ

Nah.

1:36

ไม่

That's it. น้ำเสียง/เจตนา

1:37

พอแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

That's it.: “พอแล้ว ต้องหยุดเดี๋ยวนี้”

ในที่นี้ That's it. หมายถึง “พอแล้ว ต้องหยุดเดี๋ยวนี้” ผู้พูดหมดความอดทนแล้ว และใช้ประโยคสั้น ๆ นี้เพื่อกำหนดขอบเขตก่อนลงมือทำอะไรบางอย่าง ความหมายของสำนวนนี้ขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง ในสถานการณ์อื่นอาจใช้ชี้ว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้องหรือบอกว่าบางอย่างเสร็จแล้ว แต่หลังจากมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เกิดซ้ำ ๆ มักหมายความว่าผู้พูดจะไม่ทนอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานขัดจังหวะคุณอยู่เรื่อย ๆ คุณพูดอย่างหนักแน่นว่า “That's it.” ในสถานการณ์นี้ สำนวนดังกล่าวหมายความว่าคุณทนมามากพอแล้วและต้องการให้อีกฝ่ายหยุดพฤติกรรมนั้น

  1. จริง
  2. ไม่จริง
ดูคำตอบ

จริง

I'm going to count all the times you boss us around. โน้ต

1:38

หนูจะนับทุกครั้งที่พ่อสั่งพวกเรา

ไวยากรณ์

I'm going to count all the times...: วางแผนบันทึกทุกครั้งที่เกิดขึ้น

ใน I'm going to count โครงสร้าง be going to + กริยารูปพื้นฐาน count แสดงแผนหรือความตั้งใจ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง all the times + อนุประโยค หมายถึงทุกครั้งที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เมื่อนำมารวมกัน I'm going to count all the times you... หมายความว่าผู้พูดวางแผนจะบันทึกเหตุการณ์ทุกครั้ง จึงเปลี่ยนคำบ่นให้กลายเป็นการกระทำที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ เพื่อสื่อว่าคุณวางแผนบันทึกทุกครั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้น: ____ you interrupt me during the meeting.

ดูคำตอบ

I'm going to count all the times

กริยาวลี

boss us around: คอยออกคำสั่งพวกเราซ้ำ ๆ

Boss someone around เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ หมายถึงคอยออกคำสั่งใส่ใครคนหนึ่งซ้ำ ๆ อย่างวางอำนาจหรือน่ารำคาญ ในที่นี้ boss เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “หัวหน้า” ในประโยคนี้ boss us around แสดงการบ่น ผู้พูดมองว่าคำสั่งซ้ำ ๆ ของอีกฝ่ายเป็นการควบคุมมากเกินไป ไม่ใช่การแนะนำตามปกติ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง boss กับ around เช่น boss us around

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ boss me around: My cousin keeps ____ whenever we play together.

ดูคำตอบ

bossing me around

Great.

1:41

เยี่ยมไปเลย

Do it while you eat your sausage.

1:41

นับไปกินไส้กรอกไปสิ

Uh

1:43

เอ่อ

eat your sausage.

1:43

กินไส้กรอกซะ

Bossing around number one.

1:44

ชอบสั่ง ครั้งที่หนึ่ง

Number one.

1:46

ครั้งที่หนึ่ง

Don't talk with your mouth full. วลี

1:48

อย่าพูดตอนอาหารเต็มปาก

วลี

with your mouth full: ขณะที่ยังมีอาหารอยู่ในปาก

With your mouth full หมายถึงขณะที่ยังมีอาหารอยู่ในปาก Full บอกสภาพของ mouth ไม่ได้หมายความว่าคุณกินอิ่มแล้ว วลีนี้ใช้โครงสร้าง with + กลุ่มคำนาม + คำคุณศัพท์ เพื่อเพิ่มสภาพที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำหลัก ในตัวอย่าง ผู้ฟังถูกบอกว่าไม่ควรพูดขณะที่ยังอยู่ในสภาพนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ขณะที่มีอาหารอยู่ในปาก”: Please don't sing ____.

ดูคำตอบ

with your mouth full

That's two.

1:50

นั่นสองครั้งแล้ว

Oh man.

1:51

โธ่เอ๊ย

Ah,

1:52

อา

this is the good stuff. การใช้คำ

1:52

นี่แหละของดี

การใช้คำ

the good stuff: ของชนิดที่ดีหรือเป็นที่ต้องการเป็นพิเศษ

the good stuff เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกสิ่งที่ผู้พูดมองว่าดี มีคุณค่า น่าเพลิดเพลิน หรือเป็นที่ต้องการเป็นพิเศษ คำว่า stuff จงใจใช้แบบกว้าง ๆ โดยต้องดูจากสถานการณ์ว่าสิ่งของหรือวัสดุใดกำลังถูกพูดถึง ในที่นี้ ผู้พูดกำลังชมซอสว่าเป็นอันที่ดีกว่าและอร่อยกว่า ซึ่งก็คืออันที่ตนต้องการจริง ๆ สำนวนนี้มักสื่อเป็นนัยว่ามันดีกว่าตัวเลือกธรรมดาหรือตัวเลือกที่น่าสนใจน้อยกว่า แม้จะไม่ได้พูดเปรียบเทียบออกมาตรง ๆ

แบบฝึกหัด

ในภาษาพูดแบบสบาย ๆ “This is the good stuff” น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด?

  1. นี่คือชนิดที่ดีหรือเป็นที่ต้องการเป็นพิเศษ
  2. นี่คือยี่ห้อที่ชื่อ Good Stuff
  3. นี่คือสิ่งของแยกชิ้นจำนวนมาก
ดูคำตอบ

นี่คือชนิดที่ดีหรือเป็นที่ต้องการเป็นพิเศษ

Hey.

1:54

เฮ้

All right,

1:55

เอาล่ะ

squirts. การใช้คำ

1:55

เด็ก ๆ

การใช้คำ

squirts: คำเรียกเด็กแบบหยอกล้อ

ใน All right, squirts คำว่า squirts เป็นคำที่ใช้เรียกเด็กหลายคนโดยตรง มีความหมายใกล้เคียงกับ “เจ้าตัวเล็กทั้งหลาย” หรือ “เด็ก ๆ” ในที่นี้ไม่ได้ใช้ความหมายตรงตัวที่เกี่ยวกับของเหลวซึ่งพุ่งออกมาเป็นสายเล็ก ๆ เมื่อใช้เป็นชื่อเรียก คำนี้มองเด็ก ๆ ว่าเป็นคนตัวเล็ก และอาจฟังดูขี้เล่นหรือเอ็นดูเมื่อผู้ใหญ่ที่สนิทเป็นคนพูด แต่คำเดียวกันก็อาจฟังดูดูแคลนได้เช่นกัน ดังนั้นความสัมพันธ์และน้ำเสียงจึงเป็นตัวกำหนดว่าผู้ฟังจะรู้สึกอย่างไร

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: การเรียกกลุ่มเด็กที่ไม่คุ้นเคยว่า “squirts” เป็นตัวเลือกที่สุภาพและเป็นกลางเสมอ

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Let's get going. วลี

1:56

ไปกันเถอะ

วลี

Let's get going: ชวนทุกคนให้เริ่มหรือออกเดินทางอย่างเป็นมิตร

Let's get going เป็นสำนวนภาษาพูดแบบตายตัว หมายถึง มาเริ่มขยับกันเถอะ ออกเดินทางกันเถอะ หรือมาเริ่มกิจกรรมต่อไปกันเถอะ ควรเข้าใจ get going เป็นหน่วยเดียว โดย get ในที่นี้หมายถึงเข้าสู่สภาวะหนึ่งหรือเริ่ม ไม่ใช่ได้รับ และ going สื่อว่าการกระทำกำลังเริ่มขึ้น ในประโยคนี้ Let's รวมทั้งผู้พูดและคนในกลุ่ม ส่วน get going เพิ่มน้ำเสียงชวนเร่งอย่างนุ่มนวลว่า หมดเวลารอหรือเตรียมตัวแล้ว สิ่งที่จะทำจริงขึ้นอยู่กับบริบท จึงใช้ได้ทั้งตอนออกจากสถานที่และตอนเริ่มกิจกรรม

แบบฝึกหัด

ทีมของคุณพร้อมเริ่มเวิร์กช็อปหลังจากรอคนที่มาสายหนึ่งคน ประโยคใดชวนทุกคนรวมถึงผู้พูดให้เริ่มตอนนี้อย่างเป็นมิตร

  1. Let's get going.
  2. Let's keep going.
  3. Get going.
ดูคำตอบ

Let's get going.

Let's get going.

1:57

ไปกันเถอะ

That's three.

1:57

นั่นสามครั้งแล้ว

Let's get going?

1:59

ไปกันไหม?

That's not bossing you around.

2:00

ไม่ได้สั่งพวกหนูสักหน่อย

Yes,

2:02

ใช่

it is.

2:02

นั่นแหละสั่ง