มาเล่นร้านเบอร์เกอร์กันเถอะ | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
285 คำ 183 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างอาบน้ำ Bluey กับน้องสาวยืดเวลาการเล่นเป็นร้านอาหารออกไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ต้องขึ้นจากอ่าง พ่อพยายามให้ทั้งคู่ตัดสินใจอย่างรับผิดชอบด้วยตนเองก่อน แต่สุดท้ายต้องกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน หลังจากนั้นทั้งเด็ก ๆ และพ่อขอโทษที่ไม่ได้ลงมือให้เร็วกว่านี้ ประเด็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่สำคัญ: 1. blue heeler. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: เข้าใจว่านี่เป็นชื่อที่ชาวออสเตรเลียใช้เรียกสุนัขพันธุ์ Australian Cattle Dog โดยทั่วไป และเป็นการบอกสายพันธุ์ของ Bluey ไม่ได้หมายถึงคนที่มีส้นเท้าสีน้ำเงิน ความรู้พื้นหลังนี้ช่วยเชื่อมโยงชื่อและรูปลักษณ์ของตัวละครเข้ากับฉากหลังแบบออสเตรเลียของเรื่อง 2. I'm pulling the plug. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตความหมายสองชั้นในฉากนี้ พ่อดึงจุกอ่างออกจริง ๆ เพื่อปล่อยน้ำ และในเวลาเดียวกันก็ประกาศว่าจะยุติการเล่นกับการถ่วงเวลาของเด็ก ๆ ในเชิงเปรียบเทียบ คุณสามารถใช้สำนวนนี้เมื่อมีคนตัดสินใจหยุดแผน กิจกรรม หรือโครงการ 3. I really don't want to be a meanie parent, but I need you to — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้วิธีบอกก่อนว่าผู้พูดไม่อยากเข้มงวด แล้วจึงขอให้อีกฝ่ายทำสิ่งที่จำเป็น ความขัดแย้งที่เชื่อมด้วย but ช่วยคงน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจพร้อมกับวางขอบเขตอย่างหนักแน่น จึงใช้ขอความร่วมมือได้โดยไม่ต้องออกคำสั่งห้วน ๆ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Your lips are blue.

0:00

ปากลูกเขียวหมดแล้ว

I'm a blue heeler. วัฒนธรรม

0:01

หนูเป็นบลูฮีลเลอร์นี่นา

วัฒนธรรม

blue heeler: ชื่อเรียกทั่วไปของสุนัข Australian Cattle Dog สีบลู

blue heeler เป็นชื่อเรียกทั่วไปของสุนัขพันธุ์ Australian Cattle Dog ที่มีขนโทนสีน้ำเงิน ในประโยคนี้วลีดังกล่าวใช้บอกสายพันธุ์ของผู้พูด ไม่ได้หมายความว่าส้นเท้ามีสีฟ้า ให้เข้าใจ blue heeler เป็นชื่อสายพันธุ์ทั้งคำ คำว่า heeler มาจากวิธีดั้งเดิมที่สุนัขเหล่านี้ต้อนวัวด้วยการงับส้นเท้าวัวเบา ๆ แต่ในประโยคนี้วลีทั้งหมดมีหน้าที่เพียงระบุสายพันธุ์

แบบฝึกหัด

blue heeler ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. สุนัข Australian Cattle Dog ที่มีขนสีบลู
  2. คนที่มีส้นเท้าสีฟ้า
  3. สุนัขตัวใดก็ตามที่มีขนโทนสีน้ำเงิน
ดูคำตอบ

สุนัข Australian Cattle Dog ที่มีขนสีบลู

Bluey,

0:03

Bluey,

look.

0:03

ฟังนะ

I'm trying to get you out of the bath without being a meanie, โน้ต

0:04

พ่อพยายามจะพาลูกขึ้นจากอ่างโดยไม่ต้องเป็นคนใจร้าย

วลี

get you out of the bath: get + คน + out of + สถานที่

ใน get you out of the bath คำว่า get หมายถึงทำให้หรือช่วยให้ใครบางคนเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงได้รับ โครงสร้างคือ get + คน + out of + สถานที่ โดย you คือคนที่ได้รับผลและต้องเคลื่อนที่ ส่วน the bath คือสถานที่ที่ต้องออกมา โครงสร้างนี้อาจหมายถึงการบังคับ โน้มน้าว หรือช่วยให้ใครบางคนออกมา ขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้ผู้พูดกำลังพยายามให้เด็กอาบน้ำเสร็จและออกมาโดยไม่ทำให้ตนดูใจร้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง get + คน + out of + สถานที่: We need to ____ the children ____ the pool before it closes.

ดูคำตอบ

get · out of

ไวยากรณ์

without being a meanie: โครงสร้าง without + -ing

หลัง without ใช้คำนามหรือกริยารูป -ing ใน without being a meanie คำว่า being เป็นรูป -ing ที่ต้องใช้หลังบุพบท without ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ progressive tense วลีนี้หมายถึงผู้พูดกำลังพยายามทำบางอย่าง โดยหลีกเลี่ยงการทำตัวเป็นคนใจร้ายหรือไม่ยุติธรรม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ do something without being + คำคุณศัพท์หรือคำนาม ซึ่งเชื่อมเป้าหมายเข้ากับสภาพหรือวิธีทำที่ต้องการหลีกเลี่ยง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย without และรูปที่ถูกต้องของ be: I want to correct him ____ rude.

ดูคำตอบ

without being

but you have to help me.

0:06

แต่ลูกต้องช่วยพ่อนะ

But we're not finished.

0:08

แต่เรายังเล่นไม่เสร็จเลย

We still have to sell all these burgers.

0:09

เรายังต้องขายเบอร์เกอร์พวกนี้ให้หมด

Okay.

0:12

โอเค

I'll take all of these. วลี

0:13

พ่อเหมาหมดนี่เลย

วลี

I'll take all of these: การเลือกสิ่งที่จะซื้อหรือสั่ง

ในร้านค้า ร้านอาหาร หรือเคาน์เตอร์บริการ I'll take ... เป็นวิธีบอกสิ่งที่เลือกอย่างเป็นธรรมชาติ ในที่นี้ take หมายถึงเลือกและตกลงซื้อหรือสั่ง ไม่ได้หมายถึงแค่ถือสิ่งของไปที่อื่น All of these หมายถึงของทุกชิ้นในกลุ่มพหูพจน์ที่มองเห็นหรือเพิ่งกล่าวถึง ประโยคเต็มเป็นการบอกผู้ขายว่าลูกค้าต้องการของทั้งกลุ่ม

แบบฝึกหัด

คุณเลือกซุปในคาเฟ่แล้ว ประโยคใดใช้สั่งได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. I'll take the soup, please.
  2. I'll take the soup to table six.
  3. I'll take the soup out of the kitchen.
ดูคำตอบ

I'll take the soup, please.

Delicious.

0:16

อร่อยจัง

There,

0:17

เอาล่ะ

you sold all your burgers.

0:18

ลูกขายเบอร์เกอร์หมดแล้ว

Wow.

0:19

ว้าว

Now,

0:20

ทีนี้

time to get out? น้ำเสียง/เจตนา

0:21

ถึงเวลาออกมาแล้วไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

time to get out?: คำถามที่ชวนให้ลงมือทำอย่างนุ่มนวล

Time to + กริยารูปพื้นฐาน? เป็นรูปย่อของคำถาม Is it time to ...? ในประโยคนี้ time to get out? หมายถึง “ได้เวลาออกแล้วไหม” ไม่ได้ถามเวลาในนาฬิกา รูปคำถามทำให้การกระทำถัดไปดูเหมือนเป็นสิ่งที่กำลังเช็กด้วยกัน จึงฟังนุ่มนวลกว่า Get out now แต่ก็ยังเป็นการกระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนออย่างนุ่มนวลว่าถึงเวลากลับแล้ว แทนที่จะออกคำสั่งตรง ๆ หรือถามเวลา?

  1. What time is it?
  2. Go home now.
  3. Time to go home?
ดูคำตอบ

Time to go home?

Yes.

0:22

ค่ะ

Ah,

0:23

อา

great.

0:23

เยี่ยมเลย

After you pay. ไวยากรณ์

0:24

หลังจากพ่อจ่ายเงินนะคะ

ไวยากรณ์

After you pay: อนุประโยคบอกเวลาที่ใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ

After you pay เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย after โดย after แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา you เป็นประธาน และ pay เป็นกริยา มีความหมายว่า “หลังจากคุณจ่ายเงินแล้ว” ดังนั้นการจ่ายเงินต้องเกิดก่อนการกระทำถัดไปที่ไม่ได้กล่าวออกมา อนุประโยคบอกเวลาที่ไม่สมบูรณ์ในตัวเองมักเชื่อมกับประโยคหลัก เช่น You can enter after you pay. แต่ในการสนทนา อนุประโยคนี้สามารถอยู่ลำพังได้เมื่อใจความหลักที่ละไว้ชัดเจนจากคำพูดก่อนหน้า ดังนั้น After you pay. จึงเป็นคำตอบสั้น ๆ ไม่ใช่ประโยคอิสระที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

คำตอบใดใช้อนุประโยค after เป็นคำตอบสั้น ๆ อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าการกระทำจะเกิดขึ้นได้เมื่อไร?

  1. “Where can we wait?” “Behind the store.”
  2. “When can we go inside?” “After the store opens.”
  3. “When can we go inside?” “Before the store opens.”
ดูคำตอบ

“When can we go inside?” “After the store opens.”

Huh?

0:25

หา?

Let's see,

0:25

ไหนดูสิ

100 burgers

0:26

เบอร์เกอร์ 100 ชิ้น

That's $100 bucks, การใช้คำ

0:28

ทั้งหมด 100 ดอลลาร์ค่ะ

please.

0:30

จ่ายมาเลย

การใช้คำ

That's $100 bucks: bucks เป็นคำไม่เป็นทางการแทน dollars

ในที่นี้ bucks เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึง dollars ผู้พูดกำลังบอกราคาในสถานการณ์เล่นสมมติแบบสบาย ๆ และหลัง 100 ต้องใช้รูปพหูพจน์ bucks ในรูปที่แสดง เครื่องหมาย $ และคำว่า bucks ต่างก็บอกว่าเป็นจำนวนเงินดอลลาร์ เวลาพูดตามธรรมชาติจะพูดว่า a hundred bucks โดยไม่อ่านเครื่องหมาย $ เป็นอีกคำหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกราคาแบบสบาย ๆ ด้วยคำพหูพจน์ไม่เป็นทางการที่หมายถึง dollars: It costs twenty ____.

ดูคำตอบ

bucks

But I haven't got any money left. ไวยากรณ์

0:31

แต่พ่อไม่มีเงินเหลือแล้วนะ

ไวยากรณ์

I haven't got any money left: ไม่มีเงินเหลืออยู่เลย

ใน I haven't got any money left วลี haven't got หมายถึง don't have และ any money ทำให้คำปฏิเสธครอบคลุมแม้แต่เงินจำนวนเล็กน้อย ส่วน left วางหลังกลุ่มคำนามและหมายถึงสิ่งที่เหลืออยู่หลังจากใช้ไปบางส่วน รูป haven't got any ... left ทั้งหมดหมายถึงไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ในที่นี้ left ไม่ได้หมายถึงทิศซ้ายซึ่งตรงข้ามกับ right

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปฏิเสธของ have got เติมประโยคให้สมบูรณ์: We ____ any time left.

ดูคำตอบ

haven't got

Well,

0:32

อืม

then,

0:32

งั้น

how are you going to pay for all those burgers you just ate? โน้ต

0:33

พ่อจะจ่ายค่าเบอร์เกอร์ทั้งหมดที่เพิ่งกินเข้าไปยังไงคะ?

ไวยากรณ์

How are you going to + กริยารูปพื้นฐาน: ถามถึงแผนหรือวิธีการ

How are you going to + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามถึงแผนหรือวิธีที่จะทำบางอย่าง ในประโยคนี้ how เน้นวิธีจัดการเรื่องการจ่ายเงิน ส่วน going to แสดงการกระทำในอนาคตที่ตั้งใจไว้ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด เพราะแฮมเบอร์เกอร์ถูกกินไปแล้ว คำถามนี้จึงอาจกดดันให้ผู้ฟังอธิบายว่าจะรับมือกับผลที่เกิดขึ้นอย่างไรได้ด้วย น้ำหนักนี้มาจากบริบทและน้ำเสียง ไม่ใช่จากไวยากรณ์เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามได้อย่างถูกต้องว่าใครบางคนจะใช้แผนหรือวิธีใดเพื่อแก้ปัญหา

  1. How do you going to solve this problem?
  2. Where are you going to solve this problem?
  3. How are you going to solve this problem?
ดูคำตอบ

How are you going to solve this problem?

วลี

pay for something: จ่ายค่าใช้จ่ายของสิ่งนั้น

Pay for + สิ่งของหรือบริการ หมายถึงจ่ายเงินที่จำเป็นสำหรับสิ่งนั้น ใน pay for all those burgers คำว่า burgers คือสิ่งที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย คำว่า for เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบนี้ เมื่อคำนามถัดไปบอกว่าเงินจ่ายเพื่ออะไร ให้พูดว่า pay for the burgers ไม่ใช่ pay the burgers

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปใน pay for something ให้ประโยคสมบูรณ์: Who is going to pay ____ the concert tickets?

ดูคำตอบ

for

ไวยากรณ์

burgers you just ate: การละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม

ใน burgers you just ate ส่วน you just ate เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบจำกัดความที่บอกว่าหมายถึง burgers กลุ่มไหน รูปเต็มคือ burgers that you just ate หรือ burgers which you just ate that หรือ which ทำหน้าที่เป็นกรรมของ ate จึงละได้ในที่นี้ คำนาม burgers ทำหน้าที่แทนตำแหน่งกรรมที่หายไป ซึ่งมีความหมายพื้นฐานว่า you just ate the burgers อย่าแยก you just ate เป็นอีกประโยคหนึ่ง

แบบฝึกหัด

วลีใดมีความหมายตามธรรมชาติว่า 'the jacket that I bought yesterday' โดยละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม?

  1. the jacket I bought yesterday
  2. the jacket that bought yesterday
  3. the jacket I bought it yesterday
ดูคำตอบ

the jacket I bought yesterday

I'm in the bath now and I'm doing the dishes. วลี

0:37

ตอนนี้หนูอยู่ในอ่างแล้วก็กำลังล้างจานอยู่

วลี

I'm doing the dishes: do the dishes หมายถึง “ล้างจาน”

Do the dishes เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หมายถึงล้างจาน ชาม ถ้วย และภาชนะบนโต๊ะอาหารอื่น ๆ ที่ใช้แล้ว ในที่นี้ I'm doing the dishes หมายถึงผู้พูดกำลังล้างของเหล่านั้น ในสำนวนนี้ dishes หมายถึงภาชนะที่ใช้กินและดื่ม ไม่ได้หมายถึงอาหารหรือเมนู ส่วน do เป็นส่วนหนึ่งของคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้ do และหมายถึง “ล้างภาชนะบนโต๊ะอาหารที่ใช้แล้ว”: After dinner, I always ____ before I relax.

ดูคำตอบ

do the dishes

More dirty dishes for you.

0:40

จานสกปรกเพิ่มให้พ่อค่ะ

boss.

0:43

เจ้านาย

น้ำเสียง/เจตนา

Thanks, boss. กับคำเรียกตามบทบาทแบบขำ ๆ

ใน “Thanks, boss.” คำว่า boss เป็นคำเรียกผู้ที่ได้รับคำขอบคุณ และยังทำให้บทสนทนาดูเหมือนมีความสัมพันธ์สมมติแบบ “เจ้านายกับลูกน้อง” ในที่นี้ ผู้พูดเล่นตามบทบาทสมมติในครอบครัว จึงทำให้ boss ฟังดูสบาย ๆ และเหมือนยอมทำตามแบบขำ ๆ ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายเป็นหัวหน้าในที่ทำงานจริง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในการเล่นบทบาทสมมตินี้ Thanks, boss. แสดงว่าอีกฝ่ายเป็นหัวหน้าในที่ทำงานจริงของผู้พูด

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

Yes,

0:44

ใช่

I'm

0:45

ผมกำลัง

I'm trying to teach personal responsibility. วลี

0:46

ผมกำลังพยายามสอนเรื่องความรับผิดชอบส่วนตัวอยู่น่ะ

วลี

teach personal responsibility: สอนให้รับผิดชอบต่อการเลือกและผลที่ตามมา

teach personal responsibility เป็นการใช้คำกริยาคู่กับคำนามที่เป็นธรรมชาติในบริบทการศึกษาและการเลี้ยงดูบุตร ในที่นี้ personal responsibility หมายถึงนิสัยหรือหลักการที่คนเรารับผิดชอบต่อการเลือก การกระทำ และผลที่ตามมาของตนเอง teach สามารถมีแนวคิดหรือคุณลักษณะที่เป็นนามธรรมเป็นกรรมได้ ดังนั้นวลีนี้จึงพูดถึงการปลูกฝังค่านิยม ไม่ใช่การมอบหมายงานเฉพาะอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าโครงการหนึ่งปลูกฝังค่านิยมในภาพกว้างเรื่องการรับผิดชอบต่อการเลือกและผลที่ตามมาของตนเอง

  1. The program assigns each person a responsibility.
  2. The program teaches personal responsibility.
  3. The program removes responsibility for personal choices.
ดูคำตอบ

The program teaches personal responsibility.

Her lips are blue.

0:49

ปากลูกเขียวหมดแล้วเนี่ย

She's a blue heeler.

0:50

ลูกเป็นบลูฮีลเลอร์นะ

I'm pulling the plug. สำนวน

0:51

แม่จะดึงจุกออกแล้วนะ

สำนวน

I'm pulling the plug: ดึงจุกอ่างออกและยุติบางสิ่ง

pull the plug อาจหมายถึงการดึงจุกออกหรือถอดปลั๊กตามความหมายตรงตัว ในฉากอ่างอาบน้ำนี้ plug คือจุกที่ปิดรูระบายน้ำ เมื่อดึงออก น้ำก็จะไหลออกไป pull the plug ยังเป็นสำนวนที่หมายถึงหยุดหรือยกเลิกบางสิ่งด้วย ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกทั้งการกระทำจริงและการประกาศว่าจะยุติการเล่นในอ่างกับการถ่วงเวลา

แบบฝึกหัด

ในฉากอ่างอาบน้ำ อะไรทำให้ “I'm pulling the plug” มีผลทางความหมายสองชั้น?

  1. เธอกำลังดึงจุกอ่างอาบน้ำออก และการกระทำนั้นก็ยุติการเล่นในอ่างด้วย
  2. เธอกำลังขอให้คนอื่นซ่อมอ่างอาบน้ำ
  3. เธอกำลังต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อให้เล่นต่อได้
ดูคำตอบ

เธอกำลังดึงจุกอ่างอาบน้ำออก และการกระทำนั้นก็ยุติการเล่นในอ่างด้วย

No!

0:52

ไม่นะ!

Mum,

0:53

แม่คะ

this is our burger shop.

0:53

นี่คือร้านเบอร์เกอร์ของเรานะ

It's 7:00.

0:55

7 โมงแล้วนะ

You're meant to be out of the bath and ไวยากรณ์

0:56

ลูกควรจะขึ้นจากอ่างได้แล้ว และ

you're not even meant to be

0:58

คุณก็ไม่ควรจะ

in it!

0:59

อยู่ในนั้น!

ไวยากรณ์

You're meant to ... / not even meant to be ...: กฎและความคาดหวัง

be meant to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่กฎ ข้อตกลง หรือความคาดหวังกำหนดไว้ ใน You're meant to be out of the bath สภาพที่คาดหวังคือเด็กควรอยู่ข้างนอกอ่างอาบน้ำแล้ว รูปปฏิเสธ you're not even meant to be in it บอกว่าการยังอยู่ในอ่างขัดกับความคาดหวังนั้น even ทำให้น้ำเสียงแก้ไขหรือตักเตือนแรงขึ้น ในที่นี้ meant to มีความหมายใกล้กับ supposed to และไม่ได้บอกความตั้งใจของเด็กเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า ตามกฎแล้ว ผู้มาเยือนไม่ควรเข้าไปในห้องนั้น?

  1. Visitors don't mean to enter this room.
  2. Visitors don't have to enter this room.
  3. Visitors aren't meant to enter this room.
ดูคำตอบ

Visitors aren't meant to enter this room.

The book says to let them make their own choices. ไวยากรณ์

0:59

ในหนังสือบอกให้ปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจเอง

ไวยากรณ์

let them make their own choices: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

Let someone do something หมายถึงอนุญาตหรือปล่อยให้ใครทำบางอย่าง ในประโยคนี้ to ที่อยู่หน้า let เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ใหญ่กว่าคือ says to let แต่ภายในโครงสร้าง let ต้องตามด้วยกรรม them และกริยารูปพื้นฐาน make จึงใช้ let them make ไม่ใช่ let them to make Make their own choices หมายถึงเลือกหรือตัดสินใจด้วยตัวเอง คำว่า own เน้นว่าพวกเขาเป็นผู้ตัดสินใจเอง ไม่ใช่ให้ผู้ใหญ่ตัดสินใจแทน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ let + them + กริยารูปพื้นฐานของ make: We should ____ their own choices.

ดูคำตอบ

let them make

They're in preschool.

1:02

ลูกยังอยู่อนุบาลอยู่นะ

They can do it.

1:03

พวกเขาทำได้น่า

Watch.

1:04

คอยดูสิ

Kids,

1:05

เด็กๆ

no one wants any more burgers and

1:05

ไม่มีใครอยากกินเบอร์เกอร์อีกแล้ว และ

it's past your bedtime. วลี

1:07

นี่ก็เลยเวลานอนของลูกแล้ว

วลี

it's past your bedtime: past + จุดเวลา

It's past your bedtime หมายถึงตอนนี้เลยเวลาที่ปกติควรเข้านอนแล้ว ในที่นี้ past เป็นคำบุพบทที่หมายถึงเลยจุดหนึ่งของเวลา ไม่ใช่คำกริยาและไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “ในอดีต” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It's past + จุดเวลา ซึ่งบอกว่าเวลาที่กำหนดหรือคาดไว้ได้ผ่านไปแล้ว เช่น It's past midnight.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ช้ากว่าเวลาเข้านอนตามปกติ”: It's ____, so please turn off the light.

ดูคำตอบ

past your bedtime

I really don't want to be a meanie parent, น้ำเสียง/เจตนา

1:08

พ่อไม่อยากเป็นพ่อที่ใจร้ายเลยจริงๆ

but I need you to make a good choice right now. วลี

1:11

แต่พ่ออยากให้ลูกตัดสินใจให้ถูกต้องเดี๋ยวนี้เลย

น้ำเสียง/เจตนา

I really don't want to ..., but I need you to ... เพื่อขออย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น

ส่วนแรก I really don't want to ... แสดงว่าผู้พูดไม่อยากฟังดูแข็งกร้าวหรือเป็นฝ่ายที่ดูไม่น่าพอใจ คำว่า but พาไปยังสิ่งที่ผู้พูดให้ความสำคัญจริง ๆ โดย I need you to ... นำหน้าการกระทำที่คาดหวังให้ผู้ฟังทำ โครงสร้างนี้ช่วยให้การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนฟังดูนุ่มนวลขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้คำขออ่อนลง ใจความที่ต้องลงมือทำอยู่หลัง but

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเดียวกันเพื่อเกริ่นให้นุ่มนวล แต่ยังบอกคำขอที่จำเป็นอย่างชัดเจน?

  1. I need you to leave by eight, and I know that sounds strict.
  2. I don't want to rush you, so take as long as you like.
  3. I don't want to rush you, but I need you to leave by eight.
ดูคำตอบ

I don't want to rush you, but I need you to leave by eight.

วลี

make a good choice: ตัดสินใจให้ดี

make a choice เป็นกลุ่มคำที่ใช้กันตามปกติเมื่อต้องเลือกตัวเลือกหรือตัดสินใจ ใน make a good choice คำว่า good บอกว่าการเลือกนั้นฉลาด ปลอดภัย หรือมีความรับผิดชอบ ส่วน make ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของ ในการให้คำแนะนำ โดยเฉพาะกับเด็ก สำนวนนี้ทำให้ผู้ฟังสนใจการตัดสินใจและความรับผิดชอบของตนเอง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้ผู้ฟังเลือกพฤติกรรมที่ผู้พูดเห็นว่าถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนของพ่อแม่ด้วยสำนวนที่เน้นไว้: Think about what is safe, and ____.

ดูคำตอบ

make a good choice

Okay,

1:13

ตกลงค่ะ

Dad.

1:14

พ่อ

So,

1:14

แล้ว

what are you going to do? น้ำเสียง/เจตนา

1:15

ลูกจะเอายังไงคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What are you going to do? เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายตัดสินใจ

What are you going to do? ใช้ be going to เพื่อถามถึงการกระทำถัดไปที่อีกฝ่ายตั้งใจจะทำ ในที่นี้ผู้ฟังเพิ่งถูกขอให้ตัดสินใจเลือกทางที่ดี จึงหมายถึง “ตอนนี้คุณจะเลือกทำอะไร?” ในการสนทนาเพื่อแก้ปัญหา คำถามนี้ส่งการตัดสินใจกลับไปให้อีกฝ่าย พร้อมทั้งกดดันให้อีกฝ่ายบอกแผนที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ผู้พูดใช้คำถาม What are you going to do? เพื่อทำอะไร?

  1. ขอให้อีกฝ่ายบอกการกระทำถัดไป
  2. พูดคุยเรื่องงานอดิเรกของอีกฝ่ายแบบสบาย ๆ
  3. ถามว่าขณะนี้กำลังเกิดการกระทำอะไร
ดูคำตอบ

ขอให้อีกฝ่ายบอกการกระทำถัดไป

Um,

1:16

อืม

well,

1:17

งั้น

all right.

1:19

ก็ได้ค่ะ

We'll close the burger shop. วลี

1:19

เราจะปิดร้านเบอร์เกอร์

วลี

close the burger shop: ทำให้ร้านหยุดให้บริการ

ใน close the burger shop คำว่า close เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม และ the burger shop เป็นกรรมของคำกริยานี้ วลีนี้หมายถึงทำให้ร้านหยุดให้บริการ ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่เข้าใกล้ร้าน การปิดร้านอาจหมายถึงเลิกให้บริการในวันนั้น หรือปิดเป็นเวลานานขึ้นหรือถาวรก็ได้ ต้องดูบริบทรอบข้างเพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย close the shop: Because of the storm, we need to ____ early today.

ดูคำตอบ

close the shop

Great.

1:21

ดีมาก

And open a taco shop! วลี

1:22

แล้วเปิดร้านทาโก้!

วลี

open a taco shop! — เปิดกิจการร้านค้า

ในแผนนี้ open a taco shop หมายถึงการก่อตั้งธุรกิจทาโก้และเริ่มดำเนินกิจการ รูปแบบ open a + ประเภทร้าน มักใช้ open ในความหมายทางธุรกิจนี้ ไม่ได้หมายถึงการเปิดประตูหรือภาชนะทางกายภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ open + a/an + ประเภทธุรกิจ เช่น open a bakery, open a café หรือ open a toy shop

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ open a ... shop โดยใช้ flower เป็นประเภทร้าน: She hopes to ____ next year.

ดูคำตอบ

open a flower shop

Yeah.

1:24

เย้

That's it. น้ำเสียง/เจตนา

1:25

พอแค่นี้แหละ

I'm pulling the plug.

1:26

แม่ดึงจุกออกแล้วนะ

น้ำเสียง/เจตนา

That's it. — พอแล้ว หยุดตอนนี้

ในที่นี้ That's it. เป็นประโยคที่ใช้กำหนดขอบเขตอย่างหนักแน่นว่า พอแล้ว ต้องหยุดตอนนี้ แสดงว่าผู้พูดหมดความอดทนและกำลังเปลี่ยนจากการพูดไปเป็นการลงมือทำ ประโยคถัดมา I'm pulling the plug ยืนยันว่าผู้พูดกำลังยุติสิ่งที่เกิดขึ้น ในบริบทอื่น That's it. อาจใช้ชี้ว่านั่นคือของที่ถูกต้อง หรือบอกว่าบางอย่างเสร็จแล้ว แต่ในที่นี้การกำหนดขอบเขตอย่างหนักแน่นตามด้วยการลงมือยุติ ทำให้หมายถึง พอแล้ว

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์นี้ That's it. หมายความว่าอะไร โค้ชพูดว่า "That's it. Practice is over for today."

  1. นั่นคือสิ่งของที่โค้ชกำลังหา
  2. โค้ชเห็นด้วยว่าคำตอบหนึ่งถูกต้อง
  3. พอแล้ว กิจกรรมนี้ต้องจบตอนนี้
ดูคำตอบ

พอแล้ว กิจกรรมนี้ต้องจบตอนนี้

No!

1:27

ไม่นะ!

You big meanie! น้ำเสียง/เจตนา

1:27

คนใจร้ายตัวโต!

น้ำเสียง/เจตนา

You big meanie!: การต่อว่าแบบเด็ก ๆ

You big meanie! เป็นการเรียกผู้ฟังตรง ๆ ว่า meanie คือคนที่ผู้พูดมองว่าใจร้ายหรือไม่ยุติธรรม ในคำอุทานนี้ big ใช้เพิ่มน้ำหนักการตำหนิ ไม่ได้บอกขนาดตัว ทั้งประโยคเป็นการระบายความไม่พอใจแบบเด็ก ๆ ใกล้เคียงกับ You are such a meanie! โดยทั่วไปเป็นการบ่นอย่างโกรธหรืองอน ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในการทะเลาะอย่างจริงจังระหว่างผู้ใหญ่ You big meanie! เป็นคำด่าแบบเป็นทางการและรุนแรงมาก

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

Yeah!

1:29

ใช่!

Nice and warm now? วลี

1:34

ตอนนี้อุ่นดีแล้วใช่ไหม?

วลี

Nice and warm: โครงสร้าง nice and + คำคุณศัพท์

ใน nice and warm คำที่บอกสภาพหลักคือ warm ส่วน nice and ทำให้ความอุ่นนั้นฟังดูสบายและน่าพอใจ ดังนั้นทั้งวลีจึงมีความหมายประมาณว่าอุ่นสบายหรืออุ่นกำลังดี รูปแบบภาษาพูดที่นำไปใช้ต่อได้คือ nice and + คำคุณศัพท์ มักใช้บอกว่าสภาพที่ต้องการเกิดขึ้นอย่างสบายหรือเต็มที่แล้ว ส่วน now? ท้ายประโยคทำให้เป็นคำถามสั้น ๆ เพื่อยืนยันสภาพในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย nice and + warm เพื่อสื่อว่าอุ่นอย่างสบาย: After ten minutes by the fire, my hands feel ____.

ดูคำตอบ

nice and warm

Yes,

1:35

ค่ะ

Dad.

1:36

พ่อ

I'm sorry we didn't get out of the bath sooner. น้ำเสียง/เจตนา

1:36

ขอโทษที่เราไม่ขึ้นจากอ่างให้เร็วกว่านี้ค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sorry we didn't ...: ขอโทษที่ไม่ได้ทำหรือทำบางอย่างล่าช้า

“I'm sorry we didn't + คำกริยารูปพื้นฐาน” ใช้กล่าวขอโทษและบอกเหตุผลทันทีว่า กลุ่มของผู้พูดไม่ได้ทำบางอย่าง ในประโยคนี้ get out เป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง didn't และ sooner แสดงว่าการกระทำนั้นเกิดช้ากว่าที่ควร การใช้ we ทำให้ผู้พูดรวมตัวเองไว้ในฝ่ายที่รับผิดชอบด้วย รูปแบบนี้ใช้ขอโทษได้เมื่อคนกลุ่มหนึ่งไม่ได้ทำบางอย่างหรือทำช้าเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคขอโทษด้วยรูปย่อปฏิเสธในอดีตของ do: I'm sorry we ____ reply sooner.

ดูคำตอบ

didn't

That's okay.

1:39

ไม่เป็นไรลูก

I'm sorry I didn't make you. ไวยากรณ์

1:40

พ่อก็ขอโทษที่ไม่ได้บังคับลูกนะ

ไวยากรณ์

didn't make you: make แบบแสดงเหตุและการละการกระทำ

ใน didn't make you คำว่า make เป็นคำกริยาแสดงเหตุให้เกิดการกระทำ โครงสร้าง make + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงทำให้หรือบังคับให้คนนั้นทำบางอย่าง ไม่ได้หมายถึง “สร้างตัวคุณ” รูปปฏิเสธบอกว่าผู้พูดไม่ได้บังคับให้ผู้ฟังทำสิ่งนั้น การกระทำหลัง you ถูกละไว้เพราะชัดเจนอยู่แล้วในบทสนทนา ซึ่งในที่นี้คือการออกจากอ่างอาบน้ำ ความหมายเต็มคือ I didn't make you do it การละแบบนี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ฟังสามารถเข้าใจการกระทำที่หายไปได้ง่าย

แบบฝึกหัด

คนสองคนได้คุยกันเรื่องทำความสะอาดห้องครัวอยู่ก่อนแล้ว ในบริบทนี้ 'I didn't make you' หมายความว่าอย่างไร

  1. ฉันไม่ได้อนุญาตให้คุณทำความสะอาดห้องครัว
  2. ฉันไม่ได้บังคับให้คุณทำความสะอาดห้องครัว
  3. ฉันไม่ได้สร้างบางอย่างให้คุณ
ดูคำตอบ

ฉันไม่ได้บังคับให้คุณทำความสะอาดห้องครัว

I guess I'll be a meanie for a bit longer, โน้ต

1:42

สงสัยพ่อต้องเป็นคนใจร้ายอีกสักพักล่ะมั้ง

น้ำเสียง/เจตนา

I guess I'll ...: พูดการตัดสินใจให้นุ่มนวลลง

ในประโยคนี้ I guess ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเดาสุ่ม ๆ แต่ I guess I'll ... ช่วยทำให้การบอกว่าจะทำอะไรต่อไปฟังดูนุ่มนวลลง นอกจากนี้ยังสื่อความรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจหรือยอมรับอย่างช่วยไม่ได้เล็กน้อย เพราะสถานการณ์ดูเหมือนทำให้ต้องเลือกแบบนั้น โครงสร้างคือ I guess I'll + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น I guess I'll wait.

แบบฝึกหัด

I guess I'll ในประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. แสดงว่าผู้พูดไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
  2. เปลี่ยนประโยคให้เป็นคำสั่งที่หนักแน่น
  3. ทำให้การตัดสินใจนุ่มนวลลงและสื่อถึงการยอมรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
ดูคำตอบ

ทำให้การตัดสินใจนุ่มนวลลงและสื่อถึงการยอมรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

วลี

for a bit longer: ยืดระยะเวลาออกไปอีกเล็กน้อย

for a bit longer หมายถึง “ต่อไปอีกสักหน่อย” for ใช้บอกระยะเวลา longer แสดงว่าการกระทำหรือสภาวะดำเนินต่อไปเกินจุดสิ้นสุดปัจจุบันหรือจุดที่คาดไว้ และ a bit ทำให้ช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้นฟังดูสั้นและไม่เจาะจง วลีนี้มักตามหลังการกระทำหรือสภาวะที่ดำเนินต่อได้ เช่น stay for a bit longer หรือ cook for a bit longer

แบบฝึกหัด

การประชุมยังไม่จบ และคุณต้องการให้ทุกคนอยู่ในห้องต่อไป ประโยคใดมีความหมายตรงตามนี้?

  1. Please stay for a bit longer.
  2. Please leave a bit sooner.
  3. Please come back a bit later.
ดูคำตอบ

Please stay for a bit longer.

น้ำเสียง/เจตนา

eh? ท้ายประโยคเพื่อชวนให้อีกฝ่ายตอบ

เมื่อ eh? อยู่ท้ายประโยคบอกเล่า มันทำหน้าที่เป็นคำลงท้ายในการสนทนา เพื่อชวนให้ผู้ฟังตอบ เห็นด้วย หรือยืนยันสิ่งที่เพิ่งพูดไปเล็กน้อย โดยไม่ได้เพิ่มข้อเท็จจริงใหม่ ในที่นี้ ผู้พูดบอกความคิดของตนจบแล้วจึงเติม eh? เพื่อส่งบทสนทนากลับไปให้ผู้ฟังด้วยน้ำเสียงขี้เล่นและรอคำตอบ น้ำเสียงอาจทำให้ฟังเป็นมิตร หยอกล้อ หรือท้าทายเล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

eh? ที่ท้ายประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. แสดงว่าผู้พูดไม่ได้ยินประโยคก่อนหน้า
  2. ชวนให้ผู้ฟังตอบสนองหรือเห็นด้วยกับข้อความนั้น
  3. เพิ่มข้อเท็จจริงใหม่ว่าสถานการณ์จะดำเนินต่อไปอีกนานเท่าใด
ดูคำตอบ

ชวนให้ผู้ฟังตอบสนองหรือเห็นด้วยกับข้อความนั้น

Yeah.

1:44

ค่ะ

Hey,

1:47

เฮ้

we look like hedgehogs. วลี

1:47

เราดูเหมือนเม่นเลย

วลี

look like hedgehogs: การเปรียบเทียบรูปลักษณ์

ใน look like hedgehogs คำว่า look หมายถึง “มีลักษณะภายนอกเหมือน” ไม่ใช่การหันสายตาไปมอง like ใช้เชื่อมกับคนหรือสิ่งของที่นำมาเปรียบเทียบ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่ารูปร่างหน้าตาของพวกเขาคล้ายเม่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + look/looks like + นามวลี ใช้ look กับ I, you, we และ they และใช้ looks กับ he, she และ it

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ look like เพื่อเติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: My wet dog ____ a little bear.

ดูคำตอบ

looks like

Okay,

1:49

เอาล่ะ

kids.

1:49

เด็กๆ

Straight into bed. น้ำเสียง/เจตนา

1:49

ตรงไปที่เตียงเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Straight into bed. ในฐานะคำสั่งสั้น ๆ

Straight into bed. เป็นคำสั่งภาษาพูดแบบย่อ ความหมายเต็มคือ Go straight into bed โดยละประธาน you และกริยาบอกการเคลื่อนที่ go ไว้ให้เข้าใจจากบริบท straight ในที่นี้หมายถึง “ไปโดยตรงโดยไม่ทำอย่างอื่นก่อน” คำสั่งนี้จึงบอกให้เด็ก ๆ เข้านอนทันที ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสั่งสั้น ๆ จากบทเรียนที่หมายถึง “ไปเข้านอนทันที”: No more games—____.

ดูคำตอบ

straight into bed

Yes,

1:51

ค่ะ

Mum.

1:51

แม่

Dad,

1:53

พ่อคะ

can we play hedgehogs? น้ำเสียง/เจตนา

1:53

เราเล่นเม่นได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ Can we ...? เพื่อขออนุญาต

ใน Can we play hedgehogs? โครงสร้าง Can we ...? ใช้ขออนุญาต โดยหมายถึง “พวกเราทำสิ่งนี้ได้ไหม” Can อาจบอกความสามารถในบริบทอื่น แต่ในที่นี้เด็ก ๆ กำลังขอให้พ่ออนุญาตให้ทำกิจกรรมหนึ่ง หลัง Can we ให้ใช้กริยารูปพื้นฐาน: Can we + play ส่วน Play hedgehogs เป็นภาษาการเล่นสมมติของเด็ก หมายถึงการเล่นเป็นเม่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ขออนุญาตครูอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ทั้งกลุ่มกลับก่อนเวลาในวันนี้

  1. Can I leave early today?
  2. Can we leave early today?
  3. We can leave early today.
ดูคำตอบ

Can we leave early today?

well,

1:56

อืม

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, well: ยอมรับความผิดหวังเล็กน้อยแล้วไปต่อ

Oh, well เป็นคำบอกท่าทีในภาษาพูดที่แสดงว่าผู้พูดยอมรับผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่ตนไม่ค่อยชอบ ความรู้สึกที่สื่อคือ “มันไม่ดีอย่างที่หวัง แต่จะยอมรับแล้วไปต่อ” ในที่นี้ well ไม่ได้แปลว่า “สุขภาพดี” หรือ “ทำได้ดี” คำว่า Oh และ well ใช้ร่วมกันเพื่อแสดงท่าทีของผู้พูด ไม่ได้เพิ่มข้อมูลข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

คำตอบใดใช้ Oh, well อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อยอมรับความผิดหวังเล็กน้อยแล้วไปต่อ

  1. ร้านกาแฟปิด คนหนึ่งจึงพูดว่า “Oh, well, we can eat somewhere else.”
  2. ผู้เล่นชนะรอบชิงชนะเลิศและตะโกนว่า “Oh, well, I won!”
  3. คนหนึ่งได้ยินข่าวอุบัติเหตุร้ายแรงแล้วพูดว่า “Oh, well, it does not matter.”
ดูคำตอบ

ร้านกาแฟปิด คนหนึ่งจึงพูดว่า “Oh, well, we can eat somewhere else.”