จุดกำเนิดของความรู้สึกนึกคิด – สิ่งที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิดกลับมีความรู้สึกนึกคิดได้อย่างไร: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,346 คำ 169 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอเชื่อมโยงการหาอาหารกับการรับรู้ ความจำ การคาดการณ์อนาคต มุมมองของผู้อื่น ภาษา และจิตสำนึกของมนุษย์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. be aware both of our surroundings and of our own inner state. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า both ... and ... เชื่อมส่วนเติมเต็มสองส่วนของ aware และการใช้ of ซ้ำทำให้ประโยคยาวชัดเจน 2. object permanence. — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เรียนรู้ศัพท์การรู้คิดที่หมายถึงการรู้ว่าสิ่งหนึ่งยังคงอยู่แม้มองไม่เห็น 3. putting yourself in the position of others, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นการจินตนาการถึงสถานการณ์ของผู้อื่น ไม่ใช่การย้ายตำแหน่ง เพื่อพูดถึงความเห็นอกเห็นใจและการคาดเดาพฤติกรรมอย่างเป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Consciousness is perhaps the biggest riddle in nature.

0:00

ความรู้สึกนึกคิดอาจเป็นปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในธรรมชาติ

Stripped to its core meaning, วลี

0:04

เมื่อตัดทอนจนเหลือเพียงความหมายหลัก

consciousness is what allows us to be aware both of our surroundings and of our own inner state. ไวยากรณ์

0:06

ความรู้สึกนึกคิดคือสิ่งที่ทำให้เราสามารถรับรู้ได้ทั้งสภาพแวดล้อมและสภาพภายในของเราเอง

วลี

Stripped to its core meaning: ลดทอนแนวคิดให้เหลือแก่นแท้

ในที่นี้ stripped ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “เมื่อตัดรายละเอียดและความซับซ้อนส่วนเกินออกแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “ไม่สวมเสื้อผ้า” วลีนี้บอกว่ากำลังจะมีคำจำกัดความแบบย่อและเรียบง่ายตามมา ในทางไวยากรณ์ Stripped to its core meaning เป็นอนุประโยคกรรมวาจกที่ย่อมาจากรูปคล้าย when it is stripped to its core meaning โดยขยายคำว่า consciousness และนำเสนอแนวคิดนี้เฉพาะในระดับที่เป็นแก่นแท้ที่สุด

แบบฝึกหัด

Stripped to its core meaning ในตัวอย่างส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. ประโยคกำลังเปลี่ยนจากสภาวะภายในไปยังสถานที่ทางกายภาพ
  2. กำลังบรรยายจิตสำนึกว่าเป็นคนที่กำลังถอดเสื้อผ้า
  3. กำลังตัดรายละเอียดส่วนเกินออกก่อนให้คำจำกัดความที่เรียบง่าย
ดูคำตอบ

กำลังตัดรายละเอียดส่วนเกินออกก่อนให้คำจำกัดความที่เรียบง่าย

ไวยากรณ์

be aware both of ... and of ...: เชื่อมส่วนเติมเต็มสองส่วนอย่างสมดุล

ในประโยคนี้ both ... and ... เชื่อมสองสิ่งที่ตามหลัง aware of ได้แก่ our surroundings และ our own inner state โดย both ไม่ได้เชื่อมการกระทำสองอย่าง แต่บอกว่าการรับรู้แบบเดียวกันครอบคลุมวัตถุสองอย่าง การใช้ of ซ้ำก่อนรายการที่สองทำให้โครงสร้างคู่ขนานที่ยาวติดตามได้ง่ายขึ้น: be aware both of X and of Y หากรายการสั้นมาก be aware of both X and Y ก็เป็นธรรมชาติ แต่ตัวอย่างนี้ให้แต่ละรายการมีวลี of ของตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสมดุล be aware both of X and of Y: The pilot must be aware ____ the weather ____ the fuel level.

ดูคำตอบ

both of · and of

But thinking about consciousness has this habit of taking us round in circles. สำนวน

0:13

แต่การคิดเรื่องความรู้สึกนึกคิดมักจะพาเราวนเวียนอยู่กับที่

สำนวน

take someone round in circles: ทำให้ใครบางคนวนอยู่ที่เดิม

ในที่นี้ taking us round in circles เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ การคิดเรื่องจิตสำนึกพาคนกลับไปยังคำถามเดิมซ้ำ ๆ จึงใช้ความพยายามมากแต่ไม่เกิดความคืบหน้าที่ชัดเจน โครงสร้างคือ take + คน + round in circles ใช้เมื่อกระบวนการ คำอธิบาย หรือการสนทนาทำให้ใครบางคนวนกลับมาที่ประเด็นเดิม แทนที่จะเข้าใกล้คำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ take someone round in circles: This debate keeps ____, so let's try a new approach.

ดูคำตอบ

taking us round in circles

We all intuitively know what consciousness is.

0:19

เราทุกคนล้วนรู้โดยสัญชาตญาณว่าความรู้สึกนึกคิดคืออะไร

It's this.

0:21

มันคือสิ่งนี้

It's what you're experiencing here right now.

0:23

มันคือสิ่งที่คุณกำลังประสบอยู่ที่นี่ในตอนนี้

But once we try to pinpoint just what exactly it is, ไวยากรณ์

0:27

แต่ทันทีที่เราพยายามจะระบุให้ชัดเจนว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร

ไวยากรณ์

what exactly it is ในคำถามแทรก

“What exactly it is” เป็นอนุประโยคคำถามแทรก โดยทำหน้าที่เป็นกรรมของ pinpoint และบอกข้อมูลที่ผู้พูดต้องการระบุให้ชัด ภายในคำถามแทรกให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา ดังนั้นจึงใช้ it is ไม่ใช่ is it ส่วน just และ exactly ต่างก็เน้นความหมายว่าต้องการระบุสิ่งนั้นอย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำของคำถามแทรกได้ถูกต้อง?

  1. Can you explain what exactly it is?
  2. Can you explain what exactly is it?
ดูคำตอบ

Can you explain what exactly it is?

it leaves us grasping at thin air. สำนวน

0:32

เรากลับรู้สึกเหมือนกำลังคว้าอากาศ

สำนวน

leave someone grasping at thin air: ทำให้ใครบางคนได้แต่คว้าไปในความว่างเปล่า

ในโครงสร้าง leave + กรรม + -ing คำว่า leave หมายถึงทำให้ใครบางคนคงอยู่ในสภาพที่เป็นผลตามมา ในที่นี้ leaves us grasping บรรยายผลที่ยังดำเนินต่อไป คือเรายังคงพยายามคว้าหาคำตอบ Grasping at thin air เป็นภาพเปรียบเทียบ โดย thin air ทำให้นึกถึงพื้นที่ว่างเปล่า วลีนี้จึงหมายถึงการพยายามหา ทำความเข้าใจ หรือพึ่งพาบางสิ่ง ทั้งที่ไม่มีสิ่งใดเป็นรูปธรรมหรือน่าเชื่อถือให้ใช้ได้ วลีนี้สื่อถึงความพยายามที่ไร้หลักรองรับหรือไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายถึงอากาศเบาบางจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายความว่าคำอธิบายไม่ได้ให้สิ่งที่เป็นรูปธรรมแก่เราเลย: The vague explanation leaves us ____.

ดูคำตอบ

grasping at thin air

And not just us. ลำดับความ

0:34

และไม่ใช่แค่เราเท่านั้น

ลำดับความ

คำเชื่อมแบบละข้อความ“And not just us.”

And not just us. เป็นประโยคตามแบบละข้อความบางส่วน โดยตัดแนวคิดที่ประโยคก่อนหน้าให้ไว้แล้วออก ความหมายโดยประมาณคือข้อความเดียวกันนั้นไม่ได้เป็นจริงเฉพาะกับพวกเรา ผู้ฟังต้องเติมข้อมูลที่หายไปจากบริบท ในฐานะคำเชื่อมความคิด ประโยคนี้ขยายกลุ่มที่อยู่ภายใต้ข้อความจากพวกเราไปถึงคนอื่น และทำให้คาดว่าประโยคถัดไปจะระบุกลุ่มอื่นหรือให้หลักฐานสนับสนุน การแยกเป็นประโยคสั้น ๆ ยังช่วยเพิ่มน้ำหนักอีกด้วย

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้พูดบอกว่าคำถามที่ยากทำให้พวกเราไม่มีคำตอบที่ชัดเจน การเสริมว่า “And not just us.” ส่งสัญญาณอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  2. ความยากเดียวกันนี้ส่งผลต่อคนอื่นด้วย และน่าจะมีการระบุว่าคนเหล่านั้นคือใครต่อไป
  3. ผู้พูดกำลังถอนข้อความที่ว่าความยากนั้นส่งผลต่อพวกเรา
ดูคำตอบ

ความยากเดียวกันนี้ส่งผลต่อคนอื่นด้วย และน่าจะมีการระบุว่าคนเหล่านั้นคือใครต่อไป

Philosophers and scientists struggle to define consciousness.

0:36

นักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ต่างก็ดิ้นรนที่จะให้คำจำกัดความของความรู้สึกนึกคิด

Different schools and ideas compete with one another, วลี

0:40

สำนักคิดและแนวคิดต่างๆ แข่งขันกันเอง

วลี

compete with one another: แข่งขันกันเอง

ในประโยคนี้ compete with one another หมายถึงสำนักความคิดและแนวคิดหลายฝ่ายเป็นคู่แข่งกัน แต่ละฝ่ายพยายามเสนอคำอธิบายที่ดีกว่าฝ่ายอื่น คำว่า schools ในที่นี้หมายถึงสำนักทางความคิด ไม่ใช่อาคารโรงเรียน โครงสร้างคือ ประธานพหูพจน์ + compete with + one another โดย with ใช้นำหน้าคู่แข่ง และ one another แสดงความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างกระทำต่อกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าหลายบริษัทแข่งขันกันเพื่อแย่งลูกค้า

  1. Several companies compete with one another for customers.
  2. Several companies compete for one another with customers.
  3. Several companies compete one another for customers.
ดูคำตอบ

Several companies compete with one another for customers.

but no one has come close to figuring it out. วลี

0:43

แต่ก็ไม่มีใครเข้าใกล้ความเข้าใจมันได้เลย

วลี

come close to figuring it out: เข้าใกล้การทำความเข้าใจ

come close to figuring it out หมายถึงเข้าใกล้จุดที่เข้าใจหรือแก้เรื่องนั้นได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังไปไม่ถึงจุดนั้นจริง ๆ เมื่อใช้กับ no one ประโยคนี้จึงเน้นว่าไม่มีใครแม้แต่จะเข้าใกล้ขั้นที่เกือบสำเร็จ ในที่นี้ figure it out หมายถึงเข้าใจปัญหาที่ยากหรือหาคำตอบได้ ในโครงสร้าง come close to + กริยา-ing คำว่า to เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามมาจึงต้องเติม -ing โดยใช้ come close to figuring ไม่ใช่ come close to figure ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใส่ไว้กลางกริยาวลีเป็น figure it out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ figure it out: She almost solved the puzzle. She came close to ____, but time ran out.

ดูคำตอบ

figuring it out

It's unsettling to realize that we don't understand what makes us aware of ourselves and the world. ไวยากรณ์

0:47

เป็นเรื่องที่น่าหนักใจที่ตระหนักว่า เราไม่เข้าใจสิ่งที่ทำให้เรารับรู้ถึงตัวเองและโลกใบนี้

ไวยากรณ์

It's unsettling to realize that: การประเมินสิ่งที่เพิ่งตระหนัก

ในโครงสร้างนี้ it เป็นประธานสมมติและไม่ได้อ้างถึงสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เนื้อหาที่ได้รับการประเมินจริง ๆ อยู่หลัง to realize that โดยผู้พูดมองว่าการตระหนักถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดนั้นชวนให้ไม่สบายใจ ใช้ It’s + คำคุณศัพท์แสดงการประเมิน + to realize that + อนุประโยค เพื่อแสดงความคิดเห็นต่อการค้นพบข้อเท็จจริง unsettling หมายถึงการตระหนักนั้นทำให้รู้สึกกังวลหรือทำให้บางสิ่งดูไม่แน่นอนและปลอดภัยเหมือนเดิม จึงมีน้ำหนักมากกว่า surprising เมื่อคำหลังหมายถึงเพียงความประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่ตรงตัว ซึ่งใช้บอกว่าการตระหนักถึงข้อเท็จจริงทำให้ไม่สบายใจ: ____ our map was wrong.

ดูคำตอบ

It's unsettling to realize that

In this fuzzy area,

0:54

ในบริเวณที่คลุมเครือนี้

consciousness and intelligence are also related,

0:55

ความรู้สึกนึกคิดและสติปัญญายังมีความเกี่ยวข้องกัน

although they are not the same.

0:59

แม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งเดียวกันก็ตาม

We'll talk in greater depth about theories of consciousness and intelligence in other videos.

1:01

เราจะพูดถึงทฤษฎีเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดและสติปัญญาให้ลึกซึ้งขึ้นในวิดีโออื่นๆ

Like much of what makes us human,

1:07

เหมือนกับหลายๆ สิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์

our consciousness is likely to have evolved from less complex forms as a product of evolution by natural selection. วัฒนธรรม

1:09

ความรู้สึกนึกคิดของเราน่าจะมีวิวัฒนาการมาจากรูปแบบที่ซับซ้อนน้อยกว่า ในฐานะผลผลิตของวิวัฒนาการโดยการคัดเลือกตามธรรมชาติ

วัฒนธรรม

natural selection: กระบวนการทางวิวัฒนาการ

natural selection คือกระบวนการที่ลักษณะซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรมและช่วยให้สิ่งมีชีวิตอยู่รอดและสืบพันธุ์ มีแนวโน้มพบได้บ่อยขึ้นเมื่อผ่านไปหลายชั่วรุ่น ไม่มีบุคคลหรือพลังใดกำลังเลือกลักษณะเหล่านั้นอย่างมีสติ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายว่าจิตสำนึกเป็นผลของวิวัฒนาการจากรูปแบบที่เรียบง่ายกว่า ไม่ใช่สิ่งที่ถูกวางแผนหรือออกแบบ การเปลี่ยนแปลงเกิดกับประชากรข้ามหลายชั่วรุ่น ไม่ใช่กับสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่ตั้งใจพัฒนาตัวเอง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ natural selection มากที่สุด

  1. สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งตัดสินใจว่าจะซับซ้อนขึ้นภายในช่วงชีวิตของตน
  2. กระบวนการที่ลักษณะซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรมและช่วยการอยู่รอดกับการสืบพันธุ์พบได้บ่อยขึ้นตลอดหลายชั่วรุ่น
  3. นักวิทยาศาสตร์ตั้งใจเลือกว่าสิ่งมีชีวิตใดสามารถพัฒนาจิตสำนึกได้
ดูคำตอบ

กระบวนการที่ลักษณะซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรมและช่วยการอยู่รอดกับการสืบพันธุ์พบได้บ่อยขึ้นตลอดหลายชั่วรุ่น

It has probably emerged from an immense several hundred million year sequence of countless micro steps

1:17

มันอาจจะเกิดขึ้นจากลำดับขั้นตอนเล็กๆ นับไม่ถ้วนเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี

that together make up a sort of gradient of consciousness. กริยาวลี

1:23

ซึ่งรวมกันกลายเป็นระดับของความรู้สึกนึกคิด

กริยาวลี

make up: ส่วนย่อยประกอบกันเป็นสิ่งทั้งหมด

ในที่นี้ make up หมายถึง “ก่อให้เกิด” หรือ “ประกอบกันเป็น” ประธานคือขั้นเล็ก ๆ จำนวนมาก ส่วนกรรมคือสิ่งที่ใหญ่กว่าซึ่งขั้นเหล่านั้นร่วมกันสร้างขึ้น นั่นคือระดับไล่ต่อเนื่องของจิตสำนึก ให้เข้าใจโครงสร้างนี้เป็น “ส่วนย่อย + make up + สิ่งทั้งหมด” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แต่งเรื่องขึ้นมา” โดยนามวลีหลัง make up ระบุสิ่งทั้งหมดที่เกิดจากส่วนย่อยเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีกริยาสองคำที่หมายถึง “ก่อให้เกิดหรือประกอบกันเป็น” ลงในประโยค: Five smaller teams ____ the research group.

ดูคำตอบ

make up

What was the first step on this path from the non-conscious

1:27

อะไรคือก้าวแรกบนเส้นทางจากความไม่มีความรู้สึกนึกคิด

to the basic consciousness that ultimately led to the convoluted consciousness we humans enjoy today?

1:31

ไปสู่ความรู้สึกนึกคิดพื้นฐาน ที่นำไปสู่ความรู้สึกนึกคิดอันซับซ้อนที่มนุษย์เรามีอยู่ในปัจจุบัน?

Take a stone. ลำดับความ

1:49

ลองยกตัวอย่างก้อนหิน

ลำดับความ

Take a stone: การนำเสนอตัวอย่าง

Take a stone มีรูปเป็นประโยคคำสั่ง แต่ในที่นี้ทำหน้าที่จัดลำดับคำอธิบาย ไม่ใช่ออกคำสั่งตามความหมายตรงตัว take หมายถึง “พิจารณา” หรือ “ใช้เป็นตัวอย่าง” โครงสร้างนี้นำกรณีที่เป็นรูปธรรมหนึ่งกรณีเข้ามา เพื่อให้ผู้พูดใช้ตรวจสอบแนวคิดทั่วไปได้ ดังนั้นในคำอธิบาย Take + คำนาม จึงอาจเป็นสัญญาณว่า “มาพิจารณากรณีนี้กัน”

แบบฝึกหัด

ครูพูดว่า “Take a triangle. Its angles add up to 180 degrees.” Take a triangle ทำหน้าที่อะไร?

  1. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเครื่องมือวาดภาพ
  2. ขอให้ใครบางคนนำรูปสามเหลี่ยมออกไป
  3. นำเสนอหนึ่งกรณีเพื่อใช้ในการอธิบาย
ดูคำตอบ

นำเสนอหนึ่งกรณีเพื่อใช้ในการอธิบาย

The consensus is that a stone is not conscious, ลำดับความ

1:50

ความเห็นพ้องต้องกันคือก้อนหินไม่มีความรู้สึกนึกคิด

ลำดับความ

The consensus is that ...: การบอกว่ามีความเห็นพ้องอย่างกว้างขวาง

วลี The consensus is that ใช้นำเสนอความเห็นที่คนในกลุ่มเห็นพ้องกันอย่างกว้างขวาง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเสนอว่าก้อนหินไม่มีจิตสำนึกเป็นข้อสรุปหลัก ไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนตัวของผู้พูด consensus หมายถึงความเห็นพ้องโดยทั่วไปในวงกว้าง ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องเห็นตรงกัน วลีนี้จึงเปิดทางให้กล่าวถึงข้อยกเว้นหรือความเห็นคัดค้านต่อไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อว่ากลุ่มนักวิจัยเห็นพ้องกันอย่างกว้างขวางได้ดีที่สุด โดยไม่ได้อ้างว่านักวิจัยทุกคนเห็นด้วย?

  1. Every researcher agrees that the new method is reliable.
  2. One researcher guesses that the new method is reliable.
  3. The consensus is that the new method is reliable.
ดูคำตอบ

The consensus is that the new method is reliable.

though not everyone agrees even on this.

1:54

แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยในเรื่องนี้ก็ตาม

Some panpsychists claim that a lump of rock may have an inner life. วัฒนธรรม

1:57

ผู้เชื่อในลัทธิสรรพสิ่งมีวิญญาณบางคนอ้างว่าก้อนหินอาจมีชีวิตอยู่ภายใน

วัฒนธรรม

panpsychists: ผู้สนับสนุนแนวคิดสรรพจิตนิยม

panpsychists คือผู้ที่สนับสนุนแนวคิดสรรพจิตนิยม ซึ่งเป็นแนวคิดทางปรัชญาที่มองว่าจิตหรือจิตสำนึกเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่มีอยู่อย่างกว้างขวางในธรรมชาติ แนวคิดนี้อธิบายได้ว่าทำไมบางคนจึงอาจมองว่าแม้แต่ก้อนหินก็มีชีวิตภายในบางรูปแบบ นี่เป็นข้อเสนอทางปรัชญา ไม่ใช่ความเห็นพ้องทางวิทยาศาสตร์โดยทั่วไป ส่วนประกอบของคำช่วยให้เข้าใจได้ โดย pan- หมายถึงทั้งหมดหรือทั่วทั้ง psych- เกี่ยวข้องกับจิต และ -ist หมายถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อหรือขบวนการหนึ่ง

แบบฝึกหัด

บุคคลใดเรียกได้อย่างถูกต้องที่สุดว่า panpsychist?

  1. นักวิจัยที่ศึกษาเฉพาะความทรงจำของมนุษย์ในห้องทดลอง
  2. บุคคลที่บอกว่าก้อนหินทุกก้อนเป็นสิ่งมีชีวิต
  3. นักปรัชญาที่เสนอว่าคุณสมบัติคล้ายจิตเป็นสิ่งพื้นฐานและมีอยู่อย่างกว้างขวางในธรรมชาติ
ดูคำตอบ

นักปรัชญาที่เสนอว่าคุณสมบัติคล้ายจิตเป็นสิ่งพื้นฐานและมีอยู่อย่างกว้างขวางในธรรมชาติ

However,

2:03

อย่างไรก็ตาม

there are no real grounds for any such assumption, วลี

2:03

ไม่มีหลักฐานใดๆ มารองรับข้อสันนิษฐานดังกล่าวเลย

วลี

ไม่มีพื้นฐานที่แท้จริงรองรับข้อสันนิษฐานเช่นนั้น

ในประโยคนี้ grounds for an assumption หมายถึงเหตุผล ข้อเท็จจริง หรือความชอบธรรมที่สามารถใช้รองรับข้อสันนิษฐานได้ grounds ในที่นี้เป็นคำนามพหูพจน์ที่มีความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงที่ดินหรือสถานที่จริง no real grounds เน้นอย่างชัดเจนว่าข้อสันนิษฐานนั้นไม่มีพื้นฐานที่หนักแน่น any such assumption ย้อนกลับไปหมายถึงข้อสันนิษฐานประเภทที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ดังนั้นวลีนี้จึงประเมินว่ามีสิ่งรองรับหรือไม่ ไม่ใช่เพียงบอกว่าผู้พูดไม่ชอบข้อสันนิษฐานนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “พื้นฐานหรือเหตุผลอันชอบธรรม” ลงในประโยค: The committee found no real ____ approving the unsupported claim.

ดูคำตอบ

grounds for

since stones never show behavior.

2:06

เนื่องจากก้อนหินไม่เคยแสดงพฤติกรรมใดๆ

Their inner life can neither be proven nor disproven. ไวยากรณ์

2:09

ชีวิตภายในของพวกมันไม่สามารถพิสูจน์หรือหักล้างได้

ไวยากรณ์

ไม่อาจพิสูจน์และไม่อาจหักล้างได้

ใน can neither be proven nor disproven โครงสร้าง neither ... nor เชื่อมกลุ่มคำกริยารูปถูกกระทำสองส่วนที่ขนานกันและปฏิเสธทั้งคู่ คำกริยาช่วย can ครอบคลุมทั้งคู่: can neither be proven nor [be] disproven neither มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว โครงสร้างนี้จึงหมายความว่าการพิสูจน์เป็นไปไม่ได้ และการหักล้างก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำปฏิเสธที่ใช้เป็นคู่และหมายความว่าผลลัพธ์ทั้งสองอย่างเป็นไปไม่ได้: The result can ____ be confirmed ____ rejected with the available data.

ดูคำตอบ

neither · nor

A more common starting point is with the living things.

2:14

จุดเริ่มต้นที่พบบ่อยกว่าคือสิ่งมีชีวิต

A living thing or a self is a part of the universe that sustains itself and makes more of its kind.

2:17

สิ่งมีชีวิตหรือตัวตน เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลที่ดำรงอยู่และสร้างเผ่าพันธุ์ของตนเองขึ้นมา

To do so,

2:24

เพื่อที่จะทำเช่นนั้น

it needs energy.

2:25

มันต้องการพลังงาน

And this is where an awareness of the world comes in handy. สำนวน

2:27

และนี่คือจุดที่การรับรู้โลกกลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์

สำนวน

comes in handy: มีประโยชน์เมื่อจำเป็น

comes in handy หมายถึง สิ่งหนึ่งมีประโยชน์ขึ้นมาในเวลาที่จำเป็น ในประโยคนี้ การรับรู้โลกรอบตัวคือสิ่งที่มีประโยชน์ในจุดนี้ นี่เป็นสำนวน ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดเข้ามาอยู่ในมือจริง ๆ ใช้รูป something comes in handy เพื่อบอกว่าเครื่องมือ ทักษะ หรือข้อมูลช่วยได้ในสถานการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย come in handy: A flashlight can ____ during a power cut.

ดูคำตอบ

come in handy

The original function of consciousness was probably to direct a mobile self that was short of energy

2:32

หน้าที่ดั้งเดิมของความรู้สึกนึกคิดน่าจะเป็นการชี้นำตัวตนที่เคลื่อนไหวได้ซึ่งขาดแคลนพลังงาน

to a fresh supply of food.

2:38

ไปหาแหล่งอาหารใหม่ๆ

On the smaller scales of life,

2:42

ในระดับชีวิตที่เล็กลงไป

you don't need to be aware to find food.

2:43

คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกนึกคิดก็สามารถหาอาหารได้

Trichoplax adhaerens,

2:48

Trichoplax adhaerens

one of the simplest of all animals,

2:50

หนึ่งในสัตว์ที่เรียบง่ายที่สุด

moves around haphazardly.

2:52

เคลื่อนที่ไปมาอย่างสะเปะสะปะ

It slows down in the presence of food วลี

2:54

มันจะเคลื่อนที่ช้าลงเมื่อมีอาหาร

and speeds up in its absence.

2:57

และเคลื่อนที่เร็วขึ้นเมื่อไม่มีอาหาร

วลี

in the presence of ... in its absence: เมื่อมี... และเมื่อไม่มี

in the presence of food หมายถึง เมื่อมีอาหาร ส่วน in its absence หมายถึง เมื่อไม่มีอาหาร คำว่า its ย้อนกลับไปหมายถึง food ดังนั้นสองวลีนี้จึงแสดงเงื่อนไขที่ตรงข้ามกัน บุพบทวลีที่มีรูปแบบคู่ขนานกันช่วยสร้างการเปรียบเทียบที่ชัดเจนและเป็นทางการ คือเกิดผลอย่างหนึ่งเมื่อมี X และเกิดอีกผลหนึ่งเมื่อไม่มี X รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ in the presence of X ... in its absence

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบที่เป็นทางการและมีรูปแบบคู่ขนานด้วยสองวลีเป้าหมาย: The alarm sounds ____ smoke and remains silent ____.

ดูคำตอบ

in the presence of · in its absence

This is highly effective and makes the tiny creature spend more time where there is food ไวยากรณ์

2:59

สิ่งนี้มีประสิทธิภาพสูงและทำให้สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วนี้ใช้เวลาในที่ที่มีอาหาร

than where there is not.

3:04

มากกว่าในที่ที่ไม่มี

ไวยากรณ์

more time where ... than where there is not: การเปรียบเทียบสถานที่สองประเภท

โครงสร้าง more time where A than where B ใช้เปรียบเทียบว่าใครหรือสิ่งใดอยู่ในสถานที่สองประเภทนานแค่ไหน ในประโยคนี้ สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วอยู่ในบริเวณที่มีอาหารนานกว่าบริเวณที่ไม่มีอาหาร ใน where there is not คำว่า food หลัง not ถูกละไว้เพื่อไม่ให้ซ้ำ แต่ยังเข้าใจได้จากโครงสร้างเปรียบเทียบ ถ้าพูดแบบเต็มอย่างเป็นธรรมชาติจะใช้ where there is no food คำว่า not ปฏิเสธการมีอยู่ของอาหาร ไม่ได้ปฏิเสธ where หรือสถานที่นั้นเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง more time where A than where B: The birds spend ____ there are trees ____ there are not.

ดูคำตอบ

more time where · than where

But it never moves in a particular direction towards a particular target,

3:07

แต่มันไม่เคยเคลื่อนที่ไปในทิศทางเฉพาะเจาะจงไปยังเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง

and there's no need for it to be conscious of its environment.

3:12

และไม่จำเป็นที่มันจะต้องมีความรู้สึกนึกคิดต่อสภาพแวดล้อม

The first major step towards consciousness

3:16

ก้าวสำคัญก้าวแรกสู่ความรู้สึกนึกคิด

was probably taken when mobile selves started to move themselves directionally.

3:19

น่าจะเกิดขึ้นเมื่อตัวตนที่เคลื่อนไหวได้เริ่มเคลื่อนที่อย่างมีทิศทาง

Moving towards what was good for them, ไวยากรณ์

3:25

เคลื่อนที่เข้าหาสิ่งที่ดีสำหรับพวกมัน

say food,

3:27

สมมติว่าเป็นอาหาร

and away from what was less good,

3:29

และเคลื่อนที่ออกห่างจากสิ่งที่ไม่ดีนัก

say someone else who thought that they were food.

3:31

สมมติว่าเป็นคนอื่นที่คิดว่าพวกมันเป็นอาหาร

ไวยากรณ์

towards what was good ... and away from what was less good: เข้าหาสิ่งที่ดีและออกห่างจากสิ่งที่ดีน้อยกว่า

towards X and away from Y เป็นโครงสร้างคู่ขนานที่นำเสนอทิศทางตรงข้ามสองทิศเป็นแนวคิดเดียว คือเข้าใกล้ X พร้อมกับหลีกเลี่ยง Y ในประโยคนี้ สิ่งมีชีวิตเคลื่อนไปหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพวกมัน และออกห่างจากสิ่งที่มีประโยชน์น้อยกว่าหรืออาจเป็นภัยต่อพวกมัน อนุประโยค what แต่ละส่วนใช้เรียกสิ่งหนึ่งหรือกลุ่มสิ่งของ เช่น what was good for them หมายถึง “สิ่งที่ดีสำหรับพวกมัน” การใช้อนุประโยครูปแบบเดียวกันหลัง towards และ away from ทำให้ความแตกต่างชัดเจน คำว่า say ที่แทรกอยู่ในที่นี้หมายถึง “ตัวอย่างเช่น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างคู่ towards X and away from Y: The hikers stepped ____ what looked safe and ____ what looked dangerous.

ดูคำตอบ

towards · away from

Take Dugesia tigrina,

3:35

ลองยกตัวอย่าง Dugesia tigrina

a tiny worm known for its funny face.

3:37

หนอนตัวจิ๋วที่เป็นที่รู้จักจากใบหน้าตลกๆ ของมัน

Sometimes the worm is hungry,

3:40

บางครั้งหนอนก็หิว

and sometimes not.

3:42

และบางครั้งก็ไม่

This means that when it moves,

3:43

ซึ่งหมายความว่าเมื่อมันเคลื่อนที่

the worm self is not simply producing an automatic response to an external stimulus, ไวยากรณ์

3:45

ตัวตนของหนอนไม่ได้เพียงแค่สร้างการตอบสนองอัตโนมัติต่อสิ่งเร้าภายนอกเท่านั้น

but that its actions depend upon its inner physiological state,

3:50

แต่การกระทำของมันขึ้นอยู่กับสภาวะทางสรีรวิทยาภายในของมันด้วย

whether it's hungry or sated. ไวยากรณ์

3:55

ว่ามันกำลังหิวหรืออิ่ม

ไวยากรณ์

โครงสร้างขนานใน not simply ... but ...

ประโยคนี้เปรียบต่างคำอธิบายสองแบบเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของหนอน แบบแรกคือการตอบสนองอัตโนมัติต่อสิ่งภายนอกเท่านั้น ส่วนอีกแบบคือพฤติกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากสภาวะภายใน ในส่วนที่เน้นไว้ ด้านแรกเป็นภาคแสดง is not simply producing ... แต่ด้านที่สองเป็นอนุประโยค that คือ but that its actions depend ... แม้จะเข้าใจความหมายได้ แต่รูปแบบทั้งสองไม่ขนานกัน ในงานเขียนที่พิถีพิถันควรทำให้โครงสร้างตรงกัน เช่น This means not simply that X, but that Y หรือใช้ภาคแสดงสองส่วนแบบ is not simply doing X but doing Y

แบบฝึกหัด

ข้อใดแก้ประโยคโดยยังคงความเปรียบต่างที่ต้องการและใช้โครงสร้างขนานกัน?

  1. This means that the worm responds automatically to an external stimulus and that its actions depend upon its inner physiological state.
  2. This means not simply that the worm responds automatically to an external stimulus, but that its actions depend upon its inner physiological state.
  3. This means that the worm is not simply responding automatically to an external stimulus, but that its actions depend upon its inner physiological state.
ดูคำตอบ

This means not simply that the worm responds automatically to an external stimulus, but that its actions depend upon its inner physiological state.

ไวยากรณ์

whether it's hungry or sated: การระบุทางเลือกสองอย่าง

whether A or B ใช้ระบุทางเลือกสองอย่าง ในที่นี้ whether it's hungry or sated แจกแจงสภาวะภายในของหนอนที่เป็นไปได้สองแบบอย่างชัดเจน whether ไม่ได้ทำให้ประโยคนี้กลายเป็นคำถามโดยตรง วลีนี้แทรกอยู่ในประโยคเพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การกระทำของหนอนอาจแตกต่างกันตามว่าสภาวะใดในสองสภาวะนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอทางเลือกสองอย่างอย่างชัดเจน แทนที่จะบอกเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว?

  1. We will call you if the package arrives today.
  2. We need to know whether the package will arrive today or tomorrow.
  3. The package arrived because we called.
ดูคำตอบ

We need to know whether the package will arrive today or tomorrow.

When it's just eaten,

3:58

เมื่อมันเพิ่งกินอิ่ม

the worm is less energetic,

4:00

หนอนจะมีพลังงานน้อยลง

but when starved for a while, ไวยากรณ์

4:01

แต่เมื่อมันหิวเป็นเวลานาน

it will move itself in the direction of tasty things.

4:03

มันจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางของสิ่งอร่อยๆ

ไวยากรณ์

when starved for a while: อนุประโยค when แบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว

ในประโยคนี้ when starved for a while หมายถึง “เมื่อมันไม่ได้รับอาหารอยู่ช่วงหนึ่ง” คำว่า starved มีความหมายเป็นฝ่ายถูกกระทำ คือหนอนอยู่ในภาวะที่ไม่ได้รับอาหาร ไม่ได้หมายความว่าหนอนทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นอดอาหาร นี่คืออนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว when it is starved เปลี่ยนเป็น when starved โดยละประธาน it และรูป is ของ be ประธานที่ละไว้เข้าใจว่าเป็นตัวเดียวกับประธาน it ในประโยคหลัก ดังนั้นทั้งสองส่วนจึงกล่าวถึงหนอน

แบบฝึกหัด

อนุประโยคเต็มข้อใดขยาย when starved for a while ได้ถูกต้อง โดยยังคงประธานเดิมและความหมายแบบถูกกระทำ?

  1. when it is starved for a while
  2. when it starves something for a while
  3. when something starves for a while
ดูคำตอบ

when it is starved for a while

It uses chemoreceptors on its head

4:08

มันใช้ตัวรับสารเคมีบนหัว

to smell its environment and guide it in the direction where the scent of food is strongest.

4:11

เพื่อดมกลิ่นสภาพแวดล้อมและนำทางไปยังทิศทางที่กลิ่นอาหารแรงที่สุด

After finding and eating a meal,

4:16

หลังจากหาอาหารและกินจนอิ่ม

our worm buddy heads back to a dark sheltered spot to digest it in safety, กริยาวลี

4:19

เพื่อนหนอนของเราก็มุ่งหน้ากลับไปยังจุดที่มืดและปลอดภัยเพื่อย่อยอาหาร

กริยาวลี

heads back: กลับไปยังสถานที่เดิม

ในที่นี้ heads back หมายถึงเริ่มเคลื่อนที่กลับไปยังสถานที่ที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้ head เป็นคำกริยาที่หมายถึงเคลื่อนที่หรือไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และ back เพิ่มความหมายของการกลับไป เนื่องจากประธาน our worm buddy เป็นเอกพจน์ head จึงเติม -s เป็น heads สามารถตามด้วยจุดหมายที่ขึ้นต้นด้วย to ได้ เช่น heads back to a dark sheltered spot

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะที่สุดเพื่อให้หมายถึงกลับไปที่โรงแรม? It's getting late, so let's ____ to the hotel.

  1. head off
  2. head down
  3. head back
ดูคำตอบ

head back

until it's hungry again.

4:24

จนกว่ามันจะหิวอีกครั้ง

But animals that blindly follow their sense of smell don't have a concrete objective in view. สำนวน

4:26

แต่สัตว์ที่ตามกลิ่นของตนอย่างมืดบอดนั้นไม่มีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมในสายตา

สำนวน

a concrete objective in view: มีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่ในใจ

ในที่นี้ have a concrete objective in view หมายถึงมีผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงอยู่ในใจและตั้งใจจะไปให้ถึง คำว่า concrete เน้นว่าเป้าหมายนั้นชัดเจนและนำไปใช้จริงได้ ไม่ใช่ความปรารถนาที่คลุมเครือ in view ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงสิ่งที่กำลังพิจารณาหรือมุ่งไปหา ไม่ใช่สิ่งที่สัตว์มองเห็นได้จริง รูปปฏิเสธ don't have บอกว่าสัตว์เพียงทำตามกลิ่นโดยไม่มีเป้าหมายที่กำหนดขึ้นอย่างมีสติ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The committee began its review with ____.

ดูคำตอบ

a concrete objective in view

They still lack any sense of where they are heading.

4:33

พวกมันยังคงขาดการรับรู้ว่าตัวเองกำลังมุ่งหน้าไปที่ใด

So the next step on the ladder of consciousness

4:37

ดังนั้นก้าวต่อไปบนบันไดแห่งความรู้สึกนึกคิด

is to add some perception at a distance,

4:40

คือการเพิ่มการรับรู้ในระยะไกลเข้าไป

like vision.

4:43

เช่น การมองเห็น

Vision adds context and depth to our world.

4:46

การมองเห็นเพิ่มบริบทและความลึกให้กับโลกของเรา

With vision comes a sense of the space we and our food exist in. ไวยากรณ์

4:49

เมื่อมีการมองเห็น การรับรู้ถึงพื้นที่ที่เราและอาหารของเรามีอยู่ก็เกิดขึ้น

ไวยากรณ์

With vision comes a sense...: รูปแบบกลับลำดับ With X comes Y

ประโยคนี้ใช้รูปแบบ With X comes Y ซึ่งหมายความว่า Y ปรากฏหรือพัฒนาขึ้นพร้อมกับ X ในประโยคนี้ vision คือ X ส่วน a sense of the space we and our food exist in คือ Y ประโยคนี้ใช้การกลับลำดับ โดยวาง comes ไว้หน้าประธานทางไวยากรณ์ a sense จึงใช้ comes ซึ่งเป็นรูปเอกพจน์ ส่วน vision อยู่ในวลีเปิดที่ขึ้นต้นด้วย with และไม่ใช่ประธาน รูปแบบนี้ทำให้คำอธิบายมีน้ำเสียงเป็นทางการและเป็นระบบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ With X comes Y: ____ every new skill ____ a new challenge.

ดูคำตอบ

With · comes

It adds a whole new dimension to awareness สำนวน

4:54

มันเพิ่มมิติใหม่ให้กับการรับรู้

สำนวน

add a whole new dimension to ...: เพิ่มแง่มุมใหม่ทั้งหมด

รูปแบบ add a whole new dimension to something หมายถึงการเพิ่มแง่มุม ความสามารถ หรือวิธีสัมผัสสิ่งนั้นแบบใหม่ที่สำคัญ ในที่นี้ dimension ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงทิศทางในพื้นที่ที่วัดได้ whole เน้นความหมายของ new ว่าแง่มุมที่เพิ่มเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำความเข้าใจหรือใช้งานสิ่งนั้นอย่างมาก ในประโยคนี้ การมองเห็นเพิ่มความลึกเชิงพื้นที่ให้กับการรับรู้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เพิ่มแง่มุมใหม่ที่สำคัญ”: Virtual reality ____ safety training.

ดูคำตอบ

adds a whole new dimension to

and is a huge step towards more familiar consciousness.

4:57

และเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ไปสู่ความรู้สึกนึกคิดที่คุ้นเคยมากขึ้น

An optical apparatus like an eye enables us to visualize our goal and lock onto it. กริยาวลี

5:01

อุปกรณ์เกี่ยวกับการมองเห็นอย่างดวงตาช่วยให้เรามองเห็นเป้าหมายและจดจ่อกับมันได้

กริยาวลี

lock onto: จับเป้าหมายและติดตามต่อไป

lock onto หมายถึงการระบุเป้าหมายแล้วติดตามต่อไปหรือคงความสนใจไว้ที่เป้าหมายนั้น กรรมหลัง onto คือเป้าหมายที่ถูกจับไว้ ในประโยคนี้ it หมายถึง goal ที่เพิ่งเห็นเป็นภาพ สำนวนนี้ใช้บอกการติดตามจริงด้วยดวงตา กล้อง เรดาร์ หรือระบบนำวิถีได้ และยังใช้เชิงเปรียบเทียบเมื่อจดจ่อกับแนวคิดหรือเป้าหมายอย่างแน่วแน่ได้ด้วย ไม่ได้หมายถึงการใช้กุญแจล็อกเป้าหมายจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “ระบุแล้วติดตามต่อไป”: The radar ____ the aircraft.

ดูคำตอบ

locks onto

But even at this stage,

5:08

แต่ถึงแม้จะอยู่ในขั้นตอนนี้

a self is only able to pursue its food as long as it sees it. ไวยากรณ์

5:10

ตัวตนก็จะสามารถไล่ตามอาหารได้ตราบเท่าที่มันมองเห็นเท่านั้น

ไวยากรณ์

as long as ที่ใช้บอกเงื่อนไขต่อเนื่อง

ในที่นี้ as long as นำหน้าเงื่อนไขที่ต้องยังคงเป็นจริงตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ตัวตนนั้นไล่ตามอาหารได้เฉพาะตอนที่ยังมองเห็นอาหารอยู่ เมื่อมองไม่เห็นแล้ว ความสามารถนั้นก็สิ้นสุดลง วลีนี้ไม่ได้เปรียบเทียบความยาวทางกายภาพ ในโครงสร้าง only ... as long as วลีนี้กำหนดขอบเขตที่การกระทำหรือความสามารถยังเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อแสดงว่าการใช้อย่างระมัดระวังคือเงื่อนไข? You may use my tablet _____ you handle it carefully.

  1. as soon as
  2. as far as
  3. as long as
ดูคำตอบ

as long as

So the next logical step needs to happen on the inside.

5:15

ดังนั้นก้าวต่อไปที่สมเหตุสมผลจึงต้องเกิดขึ้นที่ภายใน

To visualize food in its absence,

5:20

เพื่อที่จะจินตนาการถึงอาหารในเวลาที่ไม่มีอาหาร

for example,

5:22

ตัวอย่างเช่น

a self needs to create some sort of inner representation of the world.

5:23

ตัวตนจำเป็นต้องสร้างการนำเสนอโลกภายในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งขึ้นมา

Now,

5:28

ทีนี้

an animal can continue looking for food even when it escapes its sensory range.

5:29

สัตว์สามารถค้นหาอาหารต่อไปได้แม้ว่ามันจะหลุดพ้นจากขอบเขตประสาทสัมผัสของมันก็ตาม

Because of this inner representation of what is relevant in the world,

5:35

ด้วยการนำเสนอโลกภายในเกี่ยวกับสิ่งที่เกี่ยวข้องนี้

it can remain focused on its food and its desire to get it. วลี

5:39

มันจึงสามารถจดจ่ออยู่กับอาหารและความปรารถนาที่จะได้มันมา

วลี

remain focused on สำหรับสภาวะความสนใจที่ต่อเนื่อง

ในที่นี้ remain เป็นกริยาเชื่อม ดังนั้น focused จึงเป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาวะต่อเนื่องของประธาน remain focused on + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงยังคงให้ความสนใจกับเป้าหมายนั้นต่อไป วลีนี้แสดงว่าความสนใจมีอยู่ก่อนแล้วและยังดำเนินต่อไป on นำหน้าสิ่งของหรือกิจกรรมที่ได้รับความสนใจ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดบรรยายสภาวะความสนใจที่ดำเนินต่อไปได้ถูกต้อง? Even when the room became noisy, Ava _____ her drawing.

  1. remained focusing on
  2. remained focused on
  3. remained focused at
ดูคำตอบ

remained focused on

Our self now exists in a world it can get familiar with.

5:44

ตัวตนของเราดำรงอยู่ในโลกที่มันสามารถทำความคุ้นเคยได้แล้ว

The ability to remember things has emerged.

5:49

ความสามารถในการจดจำสิ่งต่างๆ ได้เกิดขึ้นแล้ว

Thanks to memory,

5:53

ต้องขอบคุณความจำ

animals can be distracted from a pursuit for a few seconds,

5:54

ที่ทำให้สัตว์อาจถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากการไล่ล่าไปได้สองสามวินาที

but quickly continue their path afterwards.

5:57

แต่ก็สามารถกลับมาเดินทางต่อได้อย่างรวดเร็วในภายหลัง

A related phenomenon is called object permanence. การใช้คำ

6:00

ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องนี้เรียกว่า ความคงอยู่ของวัตถุ

This describes our awareness that things continue to exist even when we can't see them.

6:04

สิ่งนี้อธิบายถึงการรับรู้ของเราว่าสิ่งต่างๆ ยังคงมีอยู่แม้ว่าเราจะไม่เห็นมันก็ตาม

การใช้คำ

object permanence: รู้ว่าวัตถุยังคงมีอยู่แม้มองไม่เห็น

การคงอยู่ของวัตถุคือความเข้าใจว่าวัตถุยังคงมีอยู่ แม้ว่าวัตถุนั้นจะอยู่นอกสายตาชั่วคราวหรือไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัส ประโยคที่สองให้นิยามคำนี้โดยตรงว่า การมองไม่เห็นบางสิ่งไม่ได้ทำให้สิ่งนั้นหยุดมีอยู่ permanence ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าวัตถุทุกชิ้นจะอยู่ตลอดไป แต่หมายถึงการที่จิตใจยังคงเก็บภาพหรือความคิดเกี่ยวกับวัตถุนั้นไว้ในช่วงที่ไม่สามารถรับรู้มันได้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ object permanence มากที่สุด

  1. ความเข้าใจว่าบางสิ่งยังคงมีอยู่ได้แม้จะอยู่นอกสายตา
  2. ความสามารถในการจำได้อย่างแม่นยำว่าวางวัตถุแต่ละชิ้นไว้ที่ใด
  3. ความเชื่อว่าวัตถุทางกายภาพทุกชิ้นจะอยู่ตลอดไป
ดูคำตอบ

ความเข้าใจว่าบางสิ่งยังคงมีอยู่ได้แม้จะอยู่นอกสายตา

This cognitive skill is enjoyed by some mammals and birds,

6:11

ทักษะทางปัญญานี้มีอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกบางชนิด

and perhaps other animals too.

6:15

และอาจรวมถึงสัตว์อื่นๆ ด้วย

Human babies tend to develop this ability around the time they turn eight months,

6:18

ทารกมนุษย์มักจะพัฒนาความสามารถนี้เมื่ออายุประมาณแปดเดือน

while baby chickens show this ability within a day or two of being born.

6:22

ในขณะที่ลูกไก่แสดงความสามารถนี้ภายในหนึ่งหรือสองวันหลังจากเกิด

The capacity to remember a thing in its absence suggests at least a basic sense of time.

6:27

ความสามารถในการจดจำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในยามที่มันไม่อยู่ บ่งบอกถึงการรับรู้เรื่องเวลาขั้นพื้นฐานเป็นอย่างน้อย

A sense of time is a big step on the ladder of consciousness.

6:34

การรับรู้เรื่องเวลาเป็นก้าวสำคัญบนบันไดแห่งความรู้สึกนึกคิด

It may also enable a self to look forward from the present moment สำนวน

6:39

นอกจากนี้ยังอาจช่วยให้ตัวตนสามารถมองไปข้างหน้าจากช่วงเวลาปัจจุบัน

and anticipate the future.

6:43

และคาดการณ์ถึงอนาคตได้

สำนวน

look forward from the present moment: ใช้ปัจจุบันเป็นมุมมองทางเวลา

ในที่นี้ forward เป็นอุปลักษณ์เกี่ยวกับเวลา โดยมอง present moment เสมือนเป็นตำแหน่งหนึ่ง แล้วตัวตนก็หันความคิดจากตำแหน่งนั้นไปยังสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป คำว่า anticipate the future ที่ตามมายืนยันความหมายนี้อย่างชัดเจน วลีนี้ไม่ได้สื่อถึงความรู้สึกดีหรือตื่นเต้นกับเหตุการณ์ในอนาคต แต่สื่อถึงทิศทางของความคิดที่มุ่งไปยังอนาคต ไม่ใช่อารมณ์ต่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ look forward ในความหมายของทิศทางเวลาไปสู่อนาคตเช่นเดียวกับตัวอย่าง

  1. I'm looking forward to meeting my new coach.
  2. Looking forward from today, we can consider what skills future jobs may require.
  3. Keep looking forward while you walk.
ดูคำตอบ

Looking forward from today, we can consider what skills future jobs may require.

Adult chickens,

6:46

ไก่ที่โตเต็มวัย

for example,

6:47

ตัวอย่างเช่น

are able to resist a meal put in front of them if they expect to receive a bigger meal as a prize for holding back for a while. กริยาวลี

6:48

สามารถอดใจจากอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าได้ หากพวกมันคาดว่าจะได้รับอาหารมื้อใหญ่กว่าเป็นรางวัลสำหรับความอดทนชั่วครู่

กริยาวลี

holding back: การยับยั้งแรงกระตุ้นตรงหน้า

ในที่นี้ holding back หมายถึงการตั้งใจห้ามตัวเองไม่ให้ทำตามแรงกระตุ้นตรงหน้า สัตว์เหล่านี้ไม่กินอาหารที่อยู่ข้างหน้า เพราะกำลังรอรางวัลที่ใหญ่กว่า holding back เป็นรูป -ing ของกริยาวลี hold back ในประโยคนี้ไม่ได้ระบุกรรมไว้ตรง ๆ แต่บริบทบอกได้ว่ากำลังยับยั้งอะไร แนวคิดที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือการควบคุมตัวเองอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่การรอ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคแล้วเลือกความหมายของ holding back: Maya wanted to grab the first cookie, but she was holding back because a larger treat was coming.

  1. เธอกำลังควบคุมแรงกระตุ้นที่จะลงมือทำ
  2. เธอกำลังปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับขนมนั้น
  3. เธอกำลังดึงคุกกี้ไปทางด้านหลัง
ดูคำตอบ

เธอกำลังควบคุมแรงกระตุ้นที่จะลงมือทำ

This sort of delayed gratification means there is an ability to visualize a reward that only exists in the future, การใช้คำ

6:55

การชะลอความพึงพอใจประเภทนี้หมายความว่า มีความสามารถในการนึกภาพรางวัลที่มีอยู่เฉพาะในอนาคตเท่านั้น

การใช้คำ

delayed gratification: การรอรางวัลที่ดีกว่าในภายหลัง

Delayed gratification หมายถึงการเลือกไม่รับความสุขหรือรางวัลที่เล็กกว่าในตอนนี้ เพราะคาดว่าจะได้ประโยชน์ที่ดีกว่าในภายหลัง delayed บอกช่วงเวลาที่ได้รับความพึงพอใจ ไม่ได้หมายความว่ารางวัลถูกยกเลิก วลีนี้เรียกทักษะการควบคุมตัวเอง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกมีความสุขทั่วไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมการอดกลั้นในปัจจุบันเข้ากับความสามารถในการนึกภาพรางวัลในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำศัพท์สองคำที่ตรงความหมายของการเลือกผลลัพธ์ที่ดีกว่าในภายหลัง แทนรางวัลเล็กกว่าในตอนนี้: Choosing to save allowance for a bicycle instead of spending it on candy is an example of ____.

ดูคำตอบ

delayed gratification

which can be quite a challenge even for adult humans.

7:03

ซึ่งอาจเป็นความท้าทายที่ค่อนข้างยากแม้แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นมนุษย์ก็ตาม

Western scrub jays are experts in delayed gratification.

7:07

นก Western scrub jays เป็นผู้เชี่ยวชาญในการชะลอความพึงพอใจ

They show an even more elaborate sense of the future when they hide food in a cache to retrieve it at a later date.

7:11

พวกมันแสดงให้เห็นถึงการรับรู้ถึงอนาคตที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อพวกมันซ่อนอาหารไว้ในที่เก็บเพื่อนำกลับมาใช้ในภายหลัง

The scrub jays will even re-hide their food if they become aware that a potential thief has been watching them.

7:18

นกเหล่านี้จะเอาอาหารไปซ่อนใหม่ หากพวกมันรู้ตัวว่ามีหัวขโมยจ้องมองอยู่

This means that they know that there are other hungry selves out there

7:24

ซึ่งหมายความว่าพวกมันรู้ว่ามีตัวตนอื่นๆ ที่หิวโหยอยู่ข้างนอก

who are aware and see the world from their own different perspective. วลี

7:28

ซึ่งมีความรับรู้และมองโลกในมุมมองที่แตกต่างออกไป

วลี

from their own different perspective: ระบุว่าเป็นมุมมองของใคร

ในที่นี้ from their own different perspective หมายถึง “จากวิธีที่นกตัวอื่นแต่ละตัวมองและเข้าใจสถานการณ์” คำว่า their หมายถึงนกตัวอื่นที่หิว ไม่ใช่นกที่ซ่อนอาหาร ส่วน perspective ในที่นี้คือมุมมองทางความคิด ไม่ใช่ความหมายด้านศิลปะเรื่องการแสดงความลึก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ see or understand something from someone's perspective คำว่า from ใช้นำหน้าผู้เป็นเจ้าของมุมมอง ส่วน own เน้นว่านกแต่ละตัวมีมุมมองของตนเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ perspective ได้ถูกต้องเพื่อหมายถึงมุมมองของบุคคลอื่น

  1. Try to see the problem in Maya's perspective.
  2. Try to see the problem from Maya's perspective.
  3. Try to see the problem at Maya's perspective.
ดูคำตอบ

Try to see the problem from Maya's perspective.

Crafty scrub jays can sort of read the mind of their fellow birds. สำนวน

7:33

นกที่เจ้าเล่ห์เหล่านี้สามารถอ่านใจนกเพื่อนร่วมฝูงได้ในระดับหนึ่ง

สำนวน

sort of read the mind of...: อุปมาที่ลดความหนักแน่นของคำกล่าว

sort of ลดความหนักแน่นของคำกล่าว โดยหมายถึง “ในระดับหนึ่ง” หรือ “ประมาณนั้น” ผู้พูดไม่ได้บอกว่านกสครับเจย์มีความสามารถอ่านใจอย่างสมบูรณ์จริง ๆ read someone's mind หรือ read the mind of someone เป็นอุปมาที่หมายถึงการใช้เบาะแสเพื่อคาดเดาว่าคนหรือสัตว์กำลังคิดอะไร ดังนั้น sort of read the mind of their fellow birds จึงหมายถึงนกเหล่านี้ดูเหมือนจะอนุมานได้ว่านกตัวอื่นรู้อะไรหรืออาจทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The detective could sort of read the suspect's mind by noticing tiny changes in the suspect's face.

  1. นักสืบมีพลังเหนือธรรมชาติและรู้ทุกความคิดอย่างแม่นยำ
  2. นักสืบสามารถใช้เบาะแสเพื่อคาดเดาคร่าว ๆ ว่าผู้ต้องสงสัยกำลังคิดอะไร
  3. นักสืบสามารถมองเห็นคำที่เขียนอยู่ในศีรษะของผู้ต้องสงสัย
ดูคำตอบ

นักสืบสามารถใช้เบาะแสเพื่อคาดเดาคร่าว ๆ ว่าผู้ต้องสงสัยกำลังคิดอะไร

This ability to mind-read is crucial for complex levels of consciousness.

7:39

ความสามารถในการอ่านใจนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระดับความรู้สึกนึกคิดที่ซับซ้อน

By putting yourself in the position of others, สำนวน

7:44

การเอาใจเขามาใส่ใจเรา

you can outsmart a rich competitor or empathize with a hungry friend.

7:47

ช่วยให้คุณสามารถเอาชนะคู่แข่งที่ร่ำรวยหรือเห็นอกเห็นใจเพื่อนที่หิวโหยได้

สำนวน

ลองเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ของผู้อื่น

Putting yourself in the position of others หมายถึงการจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ของคนอื่น และมองเรื่องนั้นจากมุมมองของเขา ในที่นี้ position หมายถึงสถานการณ์หรือมุมมอง ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพหรือตำแหน่งงาน โครงสร้าง by + -ing ที่ขึ้นต้นประโยคบอกวิธีการ การเปลี่ยนมุมมองเช่นนี้อาจช่วยให้คุณคาดเดาความคิดของคู่แข่งหรือเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนได้ แนวคิดนี้ใช้ได้กับการเห็นอกเห็นใจ การวางแผน และการแก้ไขความขัดแย้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: Before choosing a winner, try ____.

ดูคำตอบ

putting yourself in the position of others

Language takes the ability to read minds and represent what is absent to a whole new level. สำนวน

7:53

ภาษานำความสามารถในการอ่านใจและการนำเสนอสิ่งที่ไม่มีอยู่ไปสู่ระดับใหม่ทั้งหมด

สำนวน

ยกระดับ ... ไปสู่อีกขั้นที่แตกต่างอย่างชัดเจน

โครงสร้าง take + something + to a whole new level หมายถึงการทำให้สิ่งหนึ่งไปถึงระดับ คุณภาพ ความซับซ้อน หรือผลลัพธ์ที่สูงขึ้นมากหรือแตกต่างอย่างชัดเจน ในประโยคนี้ ภาษาช่วยขยายความสามารถในการเข้าใจความคิดของผู้อื่นและนำเสนอสิ่งที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าได้อย่างมาก Whole new เน้นความหมายของ new level ให้สื่อถึงการก้าวกระโดดที่เห็นได้ชัด ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ในที่นี้ level เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงชั้นของอาคาร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการเปลี่ยนแปลงของแสงว่าเป็นการพัฒนาครั้งใหญ่ที่เด่นชัดได้ดีที่สุด แทนที่จะเป็นเพียงการก้าวไปยังขั้นต่อไป

  1. The new lighting keeps the show at the same level.
  2. The new lighting takes the show to the next level.
  3. The new lighting takes the show to a whole new level.
ดูคำตอบ

The new lighting takes the show to a whole new level.

Words enable us to construct hypotheses about the world, วลี

7:59

คำพูดช่วยให้เราสามารถสร้างสมมติฐานเกี่ยวกับโลก

make detailed plans,

8:02

วางแผนอย่างละเอียด

and to communicate them with others.

8:04

และสื่อสารกับผู้อื่นได้

วลี

สร้างสมมติฐานเกี่ยวกับโลก

Construct hypotheses about the world หมายถึงการสร้างคำอธิบายหรือแบบจำลองชั่วคราวเกี่ยวกับการทำงานของโลกจากข้อมูลที่มีอยู่ ในที่นี้ construct ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการสร้างวัตถุจริง และ hypotheses ยังคงเป็นแนวคิดที่ตรวจสอบหรือทดสอบได้ โครงสร้างคือ construct + a hypothesis/hypotheses + about + หัวข้อ เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการเพื่ออธิบายการสร้างความเป็นไปได้ที่มีเหตุผลรองรับ โดยเฉพาะในงานวิจัยหรือการอภิปรายเชิงวิเคราะห์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำสองคำที่ตรงตามบทเรียนนี้: Based on the early results, the team began to ____ about the cause of the error.

ดูคำตอบ

construct hypotheses

Words enable us to think about ourselves and our place in the universe,

8:06

คำพูดช่วยให้เราสามารถคิดเกี่ยวกับตัวเราเองและที่ทางของเราในจักรวาล

and even about our own consciousness,

8:12

และแม้กระทั่งเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดของเราเอง

which is something we'll be doing more in future videos.

8:14

ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะทำมากขึ้นในวิดีโออนาคต

So,

8:18

ดังนั้น

what is the origin of our consciousness?

8:18

จุดกำเนิดของความรู้สึกนึกคิดของเราคืออะไร?

It probably began as the directed motion of a hungry self towards a source of food

8:21

มันอาจเริ่มต้นจากการเคลื่อนที่อย่างมีทิศทางของตัวตนที่หิวโหยไปยังแหล่งอาหาร

with the survival benefits this gave it over competitors

8:27

ซึ่งให้ผลประโยชน์ในการเอาชีวิตรอดเหนือคู่แข่ง

that moved at random or not at all. วลี

8:30

ที่เคลื่อนที่แบบสุ่มหรือไม่เคลื่อนที่เลย

วลี

เคลื่อนที่แบบสุ่มหรือไม่เคลื่อนที่เลย

At random หมายถึงไม่มีทิศทางที่วางแผนไว้หรือไม่มีรูปแบบสม่ำเสมอ ในประโยคนี้ใช้บรรยายคู่แข่งที่เคลื่อนที่ แต่ไม่ได้มุ่งไปยังเป้าหมายที่เลือกไว้ ใน or not at all สามารถเข้าใจว่ามีการใช้กริยา moved ซ้ำอีกครั้ง: moved at random or did not move at all ส่วนหลังเพิ่มความเป็นไปได้สุดขั้วว่าการเคลื่อนที่เป็นศูนย์ ไม่ใช่แค่เคลื่อนที่น้อยลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีหกคำที่ตรงตามบทเรียนนี้: Without a signal, the insects may move ____.

ดูคำตอบ

at random or not at all

It probably all started with the urge for more food. ลำดับความ

8:33

มันอาจจะเริ่มต้นจากความอยากอาหารที่มากขึ้น

ลำดับความ

ใช้ It probably all started with... เพื่อสรุปจุดเริ่มต้น

It ในที่นี้ย้อนกลับไปหมายถึงกระบวนการทั้งหมดที่กำลังกล่าวถึง กรอบ it all started with ย่อคำอธิบายที่ยาวและซับซ้อนให้เหลือจุดเริ่มต้นหนึ่งที่เสนอไว้ นั่นคือแรงกระตุ้นที่อยากได้อาหารมากขึ้น คำว่า all รวบรวมรายละเอียดก่อนหน้าให้เป็นเรื่องเดียว ไม่ได้หมายถึง “ทุกคน” probably ทำให้ข้อความนี้ยังเป็นข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นการสรุปสั้น ๆ หลังจากอธิบายเรื่องซับซ้อนแล้ว ผู้พูดพาผู้ฟังกลับมาที่แนวคิดหลักเกี่ยวกับต้นกำเนิดโดยไม่ยืนยันว่าเป็นความจริงแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย?

  1. สรุปกระบวนการที่ซับซ้อนโดยเสนอจุดเริ่มต้นหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้
  2. เริ่มรายการเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. พิสูจน์อย่างแน่นอนว่าอาหารเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว
ดูคำตอบ

สรุปกระบวนการที่ซับซ้อนโดยเสนอจุดเริ่มต้นหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้

So,

8:38

ดังนั้น

even with the sophisticated consciousness that allows us to dream about space, ไวยากรณ์

8:38

แม้จะมีความรู้สึกนึกคิดอันซับซ้อนที่ทำให้เราฝันถึงอวกาศ

build skyscrapers,

8:42

สร้างตึกระฟ้า

or obsess about novels,

8:44

หรือหมกมุ่นอยู่กับนวนิยาย

it's not surprising that we can't stop thinking about where we'll get our next meal. ไวยากรณ์

8:46

ก็ไม่น่าแปลกใจที่เราไม่สามารถหยุดคิดได้ว่าเราจะกินอาหารมื้อต่อไปที่ไหน

ไวยากรณ์

กรอบแสดงความยอมรับข้อเท็จจริง Even with X, it's not surprising that Y

even with ใช้เปิดความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกันบางส่วน ในที่นี้ตามด้วยนามวลี the sophisticated consciousness... ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ดูเหมือนว่าน่าจะทำให้พฤติกรรมที่ตามมาเกิดขึ้นได้น้อยลง it's not surprising that ใช้แสดงการประเมินของผู้พูดต่ออนุประโยคที่ตามมา คือผลลัพธ์นั้นเข้าใจได้หรือคาดหมายได้ เมื่อนำมารวมกัน even with X, it's not surprising that Y หมายความว่า แม้ X จะเป็นเงื่อนไขที่โดดเด่นหรือมีน้ำหนักมาก แต่ Y ก็ยังสมเหตุสมผล ข้อเท็จจริงทั้งสองจึงไม่ได้ขัดแย้งกันจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของกรอบแสดงความยอมรับข้อเท็จจริงในบทเรียน: ____ detailed directions, ____ first-time visitors sometimes get lost.

ดูคำตอบ

Even with · it's not surprising that

ไวยากรณ์

can't stop thinking about: can't stop + คำกริยา-ing

can't stop thinking about หมายถึงความคิดเรื่องหนึ่งกลับมาอยู่ในใจซ้ำ ๆ และผู้พูดรู้สึกว่าหยุดคิดได้ยากหรือหยุดไม่ได้ ในประโยคนี้ใช้บอกว่าเหตุใดเรื่องอาหารมื้อต่อไปจึงอยู่ในใจของผู้คนตลอด โครงสร้างคือ can't stop + คำกริยา-ing โดย thinking คือกิจกรรมที่ประธานหยุดไม่ได้ และ about ใช้นำเรื่องที่กำลังคิดถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: Even after the movie ended, I ____ its final scene.

ดูคำตอบ

can't stop thinking about

Collectively,

8:51

โดยรวมแล้ว

we've put so much thought and ingenuity into getting food วลี

8:52

เราทุ่มเทความคิดและความเฉลียวฉลาดมากมายเพื่อหาอาหาร

วลี

put so much thought and ingenuity into: ทุ่มเทความคิดและความสร้างสรรค์

put so much thought and ingenuity into หมายถึงทุ่มเทการคิดอย่างรอบคอบและความสามารถเชิงสร้างสรรค์จำนวนมากให้กับเป้าหมายหนึ่ง put ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปวางไว้จริง ๆ โครงสร้างคือ put + thought/ingenuity/effort + into + คำนามหรือคำกริยา-ing ในประโยคนี้ getting food คือกิจกรรมที่ได้รับความพยายามนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าทีมได้ทุ่มเทการคิดอย่างรอบคอบและความสร้างสรรค์ให้กับโครงการ?

  1. The team put the new robot into a box.
  2. The team put a lot of thought and ingenuity into designing the new robot.
  3. The team thought about the new robot for a moment.
ดูคำตอบ

The team put a lot of thought and ingenuity into designing the new robot.

that we can now just get our food to come to us, ไวยากรณ์

8:56

จนตอนนี้เราสามารถทำให้อาหารมาหาเราได้

with little conscious effort.

8:59

โดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายามอย่างตั้งใจเลย

ไวยากรณ์

get our food to come to us: get + กรรม + to + กริยา

ในโครงสร้าง get + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า get ทำหน้าที่เป็นกริยาแสดงการก่อให้เกิด หมายถึงจัดการ โน้มน้าว หรือทำให้กรรมทำกริยานั้น ในประโยคนี้ our food เป็นกรรม และ to come เป็นการกระทำ ดังนั้นวลีนี้หมายถึงจัดการให้อาหารถูกส่งมาถึงที่ที่เราอยู่ ไม่ได้หมายถึงเพียง “ได้อาหาร” โครงสร้างนี้เน้นการทำให้เกิดผลสำเร็จ ซึ่งมักมีการจัดการหรือความพยายามอยู่เบื้องหลัง มากกว่าการออกคำสั่งโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง get + กรรม + to + กริยา: After a little encouragement, Maya got her brother ____ help carry the boxes.

ดูคำตอบ

to

This video is part one of a three-part video series relating to big questions of life and the universe,

9:04

วิดีโอนี้เป็นตอนที่หนึ่งของซีรีส์วิดีโอสามตอนที่เกี่ยวข้องกับคำถามใหญ่ๆ ของชีวิตและจักรวาล

made possible by a grant from the Templeton World Charity Foundation.

9:09

ซึ่งเกิดขึ้นได้โดยเงินทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Templeton World Charity Foundation

You can find our sources and further reading in the video description

9:14

คุณสามารถค้นหาแหล่งข้อมูลและเอกสารอ่านเพิ่มเติมได้ในคำอธิบายวิดีโอ

or get the Consciousness Book by Rupert Glasgow for free,

9:18

หรือรับหนังสือ Consciousness โดย Rupert Glasgow ได้ฟรี

link down below.

9:21

ลิงก์อยู่ด้านล่าง

If you want to help us make more videos,

9:23

หากคุณต้องการช่วยเราทำวิดีโอเพิ่มเติม

you can do so on patreon.com

9:25

คุณสามารถทำได้ที่ patreon.com

or get one of our posters from our shop.

9:27

หรือซื้อโปสเตอร์ของเราจากร้านค้าของเราได้