ลูกคือฮีโร่ของพ่อนะ บิงโก 💙 | ภารกิจแกงกะหรี่ - ซีซั่น 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
218 คำ 166 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บิงโกรู้สึกกังวลที่พ่อต้องเดินทางไปหกสัปดาห์และกลัวนกแม็กไพที่ทั้งคู่ต้องเดินผ่าน การพูดคุยเรื่องซุ้มเพนต์หน้าที่ยังทำได้ไม่ดีช่วยให้เธอเข้าใจว่า ความกล้าอาจหมายถึงการทำสิ่งที่จำเป็นแม้ไม่อยากทำ และเตรียมเธอให้พร้อมเผชิญบททดสอบสุดท้ายของตนเอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. How long are you gone for? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้รูปประโยคสนทนาที่เป็นธรรมชาติสำหรับถามว่าใครคนหนึ่งจะไม่อยู่นานเท่าไร โดย be gone บอกสภาวะที่ไม่อยู่ ส่วน for เน้นระยะเวลาของสภาวะนั้น 2. I'm not very good at it, am I? — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที สังเกตการใช้คำถามพ่วงรูปบอกเล่าหลังประโยคปฏิเสธ เพื่อขอความเห็นพ้อง คำยืนยัน หรือกำลังใจเมื่อผู้พูดไม่มั่นใจในความสามารถของตน 3. Armed with everything they've learned — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจอุปมาเชิงการเล่าเรื่องที่เปรียบความรู้และประสบการณ์เป็นอุปกรณ์ซึ่งทำให้คนหนึ่งพร้อมเผชิญบททดสอบสุดท้ายที่ยากลำบาก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Dad, are you flying away to the airport tomorrow? โน้ต

0:00

พ่อคะ พรุ่งนี้พ่อจะบินไปสนามบินเหรอคะ?

ไวยากรณ์

are you flying: present continuous สำหรับการเดินทางในอนาคตที่จัดไว้แล้ว

ในคำถามนี้ are you flying เป็นรูป present continuous แต่ tomorrow ระบุว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นในอนาคต ผู้พูดกำลังถามถึงการเดินทางที่วางแผนหรือจัดไว้แล้ว ไม่ได้ถามถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ โครงสร้าง be + คำกริยา-ing ใช้พูดถึงแผนในอนาคตอันใกล้ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเวลา การจอง หรือข้อตกลงที่ทำให้แผนนั้นชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยรูป present continuous ของ fly เพื่อถามถึงการเดินทางที่จัดไว้แล้ว: Your ticket is booked. ____ to Rome tomorrow?

ดูคำตอบ

Are you flying

กริยาวลี

flying away: away แสดงการเคลื่อนออกห่างจากจุดเริ่มต้น

ใน flying away คำว่า away เพิ่มทิศทาง หมายความว่าพ่อจะออกจากสถานที่ที่อยู่ตอนนี้และเคลื่อนไกลออกไป จึงเน้นการจากไปหรือการแยกจากมากกว่าการใช้ flying เพียงอย่างเดียว To the airport ระบุจุดหมาย ส่วน away ชี้กลับไปยังสถานที่ที่ถูกทิ้งไว้ เมื่อใช้กับคน flying away อาจหมายถึงการเดินทางออกไปทางอากาศหรือเป็นสำนวนที่ฟังดูสนุกและเห็นภาพ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงบินเหมือนนก

แบบฝึกหัด

ในประโยค The balloon floated away from the window คำว่า away แสดงอะไร

  1. ลูกโป่งเคลื่อนเป็นวงกลมใกล้หน้าต่าง
  2. ลูกโป่งเคลื่อนไกลออกจากหน้าต่าง
  3. ลูกโป่งเคลื่อนกลับไปที่หน้าต่าง
ดูคำตอบ

ลูกโป่งเคลื่อนไกลออกจากหน้าต่าง

Oh, yeah.

0:03

โอ้ ใช่แล้ว

I am.

0:05

พ่อต้องไป

How long are you gone for? ไวยากรณ์

0:06

พ่อจะไปนานแค่ไหนคะ?

ไวยากรณ์

How long are you gone for? — ถามระยะเวลาที่จะไม่อยู่

How long ... for? ใช้ถามระยะเวลา ในที่นี้ถามว่าอีกฝ่ายจะไม่อยู่นานเท่าไร ใน are you gone คำว่า gone อยู่หลัง be และบอกสภาพว่าไม่อยู่ ไม่ใช่คำกริยาในรูป present perfect เพราะไม่มี have

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังถามเรื่องอะไร

  1. ระยะเวลาที่อีกฝ่ายจะไม่อยู่
  2. สถานที่ที่อีกฝ่ายไป
  3. เหตุผลที่อีกฝ่ายกำลังออกไปตอนนี้
ดูคำตอบ

ระยะเวลาที่อีกฝ่ายจะไม่อยู่

Just 6 weeks.

0:07

แค่ 6 สัปดาห์เอง

How long is 6 weeks?

0:09

6 สัปดาห์นี่นานแค่ไหนคะ?

It's 6 weekends.

0:11

ก็ 6 วันหยุดสุดสัปดาห์ไง

Oh, that's forever. สำนวน

0:12

โอ้ นั่นมันตลอดกาลเลยนะคะ

สำนวน

that's forever. — พูดเกินจริงว่ารู้สึกว่านานมาก

ใน that's forever คำว่า forever เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ผู้พูดไม่ได้หมายความว่าเวลาจะไม่มีวันสิ้นสุด แต่รู้สึกว่าช่วงที่ต้องรอหรือแยกจากกันนั้นยาวนานมาก การพูดเกินจริงแบบนี้สื่อปฏิกิริยาทางอารมณ์ ไม่ใช่ระยะเวลาที่วัดอย่างแม่นยำ หากบริบทระบุช่วงเวลาที่มีจุดสิ้นสุด ก็เป็นสัญญาณว่าความหมายนี้ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในประโยคนี้ forever บอกระยะเวลาที่แน่นอนตามความหมายตรงตัว

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

It's here that the true challenge โน้ต

0:14

และนี่คือจุดที่ความท้าทายที่แท้จริง

of the quest is revealed.

0:16

ของภารกิจได้เปิดเผยขึ้น

ไวยากรณ์

It's here that ...: การเน้น here ด้วยโครงสร้าง it-cleft

It's here that ... เป็นโครงสร้างเน้นแบบ it-cleft ซึ่งมีรูป It is + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + อนุประโยค คำว่า it ในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ ส่วนที่เป็นจุดเน้นคือ here ซึ่งอาจหมายถึงสถานที่นี้หรือจุดนี้ของเรื่องราว ถ้าพูดแบบธรรมดาอาจใช้ The true challenge of the quest is revealed here. เหตุการณ์พื้นฐานยังเหมือนเดิม แต่โครงสร้างเน้นทำให้ here เป็นสถานที่หรือช่วงเวลาสำคัญที่บททดสอบปรากฏขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ it-cleft เพื่อเน้นคำภาษาอังกฤษ at the station: It was ____ we found the missing bag.

ดูคำตอบ

at the station that

ลำดับความ

the true challenge of the quest is revealed: สัญญาณจุดเปลี่ยนด้วยน้ำเสียงมหากาพย์

วลีนี้นำเสนออุปสรรคถัดไปว่าเป็นบททดสอบสำคัญของภารกิจแบบวีรบุรุษ คำว่า quest ชวนให้นึกถึงภารกิจผจญภัย ส่วน true challenge บอกเป็นนัยว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็นเพียงการเตรียมการ รูปถูกกระทำ is revealed ทำให้บททดสอบฟังเหมือนเป็นความจริงสำคัญของเนื้อเรื่องที่กำลังถูกเปิดเผย ในการเล่าเรื่อง วลีทั้งหมดช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการบอกจุดเปลี่ยน และเมื่อนำสำนวนใหญ่โตนี้ไปใช้กับปัญหาธรรมดา ก็อาจสร้างอารมณ์ขันได้

แบบฝึกหัด

วลีนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในการเล่าเรื่อง?

  1. วลีนี้ประกาศว่าเรื่องมาถึงบททดสอบสำคัญแล้ว
  2. วลีนี้ระบุภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง
  3. วลีนี้ให้ขั้นตอนที่ใช้ได้จริงเพื่อทำงานประจำให้เสร็จ
ดูคำตอบ

วลีนี้ประกาศว่าเรื่องมาถึงบททดสอบสำคัญแล้ว

We have to head back now, Bingo. กริยาวลี

0:20

เราต้องกลับกันแล้วล่ะ บิงโก

กริยาวลี

head back: เริ่มเดินทางกลับ

ในประโยคนี้ head เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ไปหรือเคลื่อนที่ไปในทิศทางหนึ่ง” Head back หมายถึง “เริ่มกลับไปยังสถานที่ที่จากมา” ดังนั้น We have to head back now จึงบอกว่าถึงเวลาเริ่มเดินทางกลับแล้ว วลีนี้เน้นทิศทางของการเคลื่อนไหวต่อไป ไม่ได้หมายถึงการขยับศีรษะไปด้านหลัง

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคเมื่อกลุ่มนักเดินป่าตัดสินใจเริ่มกลับไปที่แคมป์ “It's getting dark, so let's ___ to camp.”

  1. head back
  2. head over
  3. head out
ดูคำตอบ

head back

We can't.

0:22

เรากลับไม่ได้ค่ะ

I don't want to go past the magpie,

0:23

หนูไม่อยากเดินผ่านเจ้านกแม็กพาย

and I don't want you to leave. ไวยากรณ์

0:26

และหนูไม่อยากให้พ่อไปเลย

ไวยากรณ์

I don't want you to leave: want + คน + to-infinitive

ใน I don't want you to leave ใช้โครงสร้าง want + คน + to-infinitive คนที่อยู่หลัง want คือผู้ทำกริยา infinitive ดังนั้น you คือคนที่จะทำกริยา leave เมื่อใช้ don't want ผู้พูดกำลังบอกว่าไม่ต้องการให้การกระทำนั้นเกิดขึ้น เปรียบเทียบกับ I don't want to go ในช่วงต้นของประโยค ตรงนั้นไม่มีคนอยู่ระหว่าง want กับ to go ดังนั้น I จึงเป็นผู้ทำกริยา go การตัด you ออกจะเปลี่ยนว่าใครเป็นผู้ทำกริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ

  1. I don't want you to leave.
  2. I don't want to leave.
  3. I don't want you to stay.
ดูคำตอบ

I don't want you to leave.

I'm sorry, mate. การใช้คำ

0:28

พ่อขอโทษนะลูก

การใช้คำ

mate: คำเรียกแบบเป็นกันเองและไม่เป็นทางการ

mate ในที่นี้เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง ผู้พูดใช้ mate เรียกอีกฝ่ายแทนการเรียกชื่อ ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษที่ไม่เป็นทางการ คำนี้มักทำหน้าที่คล้าย friend หรือ buddy และช่วยให้คำขอโทษฟังดูอบอุ่นและสนิทสนม ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนเป็นคู่ค้าหรือคู่หูอย่างเป็นทางการ ท่าทีที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับน้ำเสียง ในประโยคนี้ คำขอโทษที่อ่อนโยนทำให้ mate ฟังดูปลอบใจ

แบบฝึกหัด

mate ใช้อย่างไรใน I'm sorry, mate.?

  1. เป็นคำเรียกผู้ฟังแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
  2. เป็นการบอกว่าผู้ฟังคือคู่รักของผู้พูดตามความหมายตรงตัว
  3. เป็นการมอบตำแหน่งทางการให้ผู้ฟัง
ดูคำตอบ

เป็นคำเรียกผู้ฟังแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ

I don't want to go away,

0:28

พ่อก็ไม่อยากไปหรอก

but I have to. ไวยากรณ์

0:29

แต่พ่อจำเป็นต้องไป

ไวยากรณ์

but I have to: การละการกระทำที่กล่าวไปแล้ว

Have to แสดงความจำเป็น ผู้พูดไม่อยากจากไป แต่สถานการณ์ทำให้จำเป็นต้องไป ส่วน but ใช้เปรียบต่างความต้องการของผู้พูดกับสิ่งที่จำเป็นต้องทำ หลัง have to ไม่มีการพูดซ้ำวลีคำกริยา go away เพราะชัดเจนอยู่แล้วจากอนุประโยคแรก ภาษาอังกฤษสามารถทิ้ง to ไว้ท้ายประโยคได้เมื่อเข้าใจการกระทำที่ละไว้จากบริบท ในที่นี้ but I have to หมายถึง but I have to go away

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบต่างด้วย have to โดยใช้รูปละคำอย่างเป็นธรรมชาติ: I don't want to leave the party, but I ____.

ดูคำตอบ

have to

But just when things seem the saddest, ลำดับความ

0:31

แต่ในตอนที่เรื่องราวดูเศร้าหมองที่สุด

ลำดับความ

just when things seem the saddest: ปูทางสู่จุดพลิกผันของเรื่อง

Just when ใช้นำอนุประโยคบอกเวลาและชี้ไปยังช่วงเวลาที่เจาะจงและสำคัญ ในที่นี้ things seem the saddest ทำให้สถานการณ์ดูเหมือนมาถึงจุดที่เศร้าที่สุดแล้ว ในเรื่องเล่า โครงสร้างนี้เตรียมผู้ฟังให้รอเหตุการณ์หลักที่จะตามมา ซึ่งมักเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ วิธีแก้ปัญหา หรือการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้มีความหวัง เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าอนุประโยคบอกเวลานี้กำลังปูทางให้ข้อความถัดไปและยังไม่ได้จบใจความด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Just when Leo was about to quit, he found the answer. just when ทำหน้าที่อะไรในเรื่อง?

  1. บอกตารางประจำสัปดาห์ตามปกติ
  2. ระบุช่วงเวลาสำคัญและปูทางให้จุดพลิกผันที่ตามมา
  3. บอกว่าเหตุการณ์ทั้งสองไม่ได้เกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ระบุช่วงเวลาสำคัญและปูทางให้จุดพลิกผันที่ตามมา

Bingo, I've got the perfect face paint for you. วลี

0:33

บิงโก น้ามีลายเพ้นท์หน้าที่เหมาะกับหลานเลย

วลี

I've got: รูปพูดไม่เป็นทางการที่หมายถึง I have

ใน I've got the perfect face paint คำว่า I've got หมายถึง I have คือผู้พูดมีสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่และพร้อมใช้ในตอนนี้ จุดสำคัญคือการมีหรือพร้อมใช้ในปัจจุบัน ไม่ใช่การเน้นว่าได้สิ่งนั้นมาแล้ว โครงสร้างคือ ประธาน + have/has got + คำนาม เช่น I've got a key และ she's got a plan โครงสร้างนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และยังเป็นที่เข้าใจและใช้กันอย่างกว้างขวางในภาษาอังกฤษแบบอื่นด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อแบบไม่เป็นทางการที่ใช้ got: Don't worry. ____ a spare key.

ดูคำตอบ

I've got

You want to know a secret, Bingo? น้ำเสียง/เจตนา

0:39

อยากรู้ความลับไหม บิงโก?

น้ำเสียง/เจตนา

You want to know a secret?: คำถามแบบไม่เป็นทางการที่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า

ในที่นี้ You want to know a secret? ยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือประธาน you อยู่หน้า want ในบทสนทนาสบาย ๆ น้ำเสียงและบริบททำให้ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ คล้ายกับ Do you want to know a secret? รูปแบบตรง ๆ นี้ฟังดูเป็นกันเองและเหมือนชวนให้อีกฝ่ายสนใจ ผู้พูดเช็กว่า Bingo สนใจหรือไม่และดึงความสนใจก่อนบอกความลับ

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาสบาย ๆ You want to come with us? สามารถทำหน้าที่เป็นคำถามได้อย่างเป็นธรรมชาติแม้ไม่มี do

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

Yes.

0:41

อยากค่ะ

I'm thinking of not doing the face painting stall โน้ต

0:41

น้ากำลังคิดว่าจะไม่เปิดซุ้มเพ้นท์หน้า

this weekend.

0:44

ในสุดสัปดาห์นี้

ไวยากรณ์

thinking of not doing: โครงสร้าง think of + not + -ing

Think of + -ing สามารถหมายถึงการพิจารณาการกระทำที่อาจทำ เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ thinking of doing ไม่ใช่ thinking of do เมื่อต้องการพิจารณาเลือกที่จะไม่ทำ ให้วาง not ไว้หน้ารูป -ing โดยตรงเป็น thinking of not doing ในที่นี้ not ปฏิเสธ doing the stall ไม่ได้ปฏิเสธ thinking

แบบฝึกหัด

ใช้ not และรูปที่ถูกต้องของ go เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya is thinking of ____ on the trip.

ดูคำตอบ

not going

การใช้คำ

the face painting stall: ซุ้มเพนต์หน้าในงานกิจกรรม

ในนามวลี the face painting stall คำว่า stall หมายถึงแผงหรือบูธเล็ก ๆ ในงานแฟร์ ตลาด หรืองานกิจกรรมอื่น ๆ ซุ้มนี้ให้บริการวาดลวดลายบนใบหน้าของผู้คน face painting ทำหน้าที่ขยายคำนามเพื่อบอกว่าเป็น stall ประเภทใด ในบริบทนี้ stall ไม่ได้หมายถึงห้องย่อยในห้องน้ำ และไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงเครื่องยนต์หยุดทำงาน

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง the face painting stall หมายถึงอะไร?

  1. เครื่องยนต์ที่หยุดทำงาน
  2. ห้องส่วนตัวในห้องน้ำ
  3. บูธเล็ก ๆ ในงานที่ให้บริการเพนต์หน้า
ดูคำตอบ

บูธเล็ก ๆ ในงานที่ให้บริการเพนต์หน้า

Why?

0:45

ทำไมล่ะคะ?

Because I'm not very good at it, am I? น้ำเสียง/เจตนา

0:46

เพราะน้าทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะสิ ใช่มั้ยล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

I'm not very good at it, am I?: ประโยคปฏิเสธ + tag รูปบอกเล่า

ข้อความ I'm not very good at it เป็นประโยคปฏิเสธ โดยทั่วไป tag question จะสลับรูปบอกเล่ากับรูปปฏิเสธ ดังนั้นส่วนท้ายที่เป็นรูปบอกเล่าจึงเป็น am I? คำสรรพนามยังคงเป็น I และกริยาช่วยมาจาก am ในที่นี้ ผู้พูดมีแนวโน้มเชื่ออยู่แล้วว่าตนทำเรื่องนี้ไม่เก่ง am I? เป็นการชวนให้ผู้ฟังยืนยันหรือตอบสนองต่อความเห็นนั้น ไม่ใช่การถามข้อมูลอย่างเป็นกลางทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมสองคำที่ถูกต้องเพื่อทำ tag question ให้สมบูรณ์: I'm not in the wrong room, ____?

ดูคำตอบ

am I

Mackenzie's meant to be a cheetah. การใช้คำ

0:48

แมคเคนซีตั้งใจจะให้เป็นเสือชีตาห์นะ

การใช้คำ

meant to be: ภาพที่ตั้งใจจะสื่อ ไม่ใช่พรหมลิขิต

ในที่นี้ meant to be บอกว่าภาพเพนต์หน้าของแม็กเคนซีตั้งใจให้สื่อถึงอะไร ซึ่งก็คือเสือชีตาห์ ผลที่ออกมาอาจดูไม่ชัด ผู้พูดจึงอธิบายเจตนาของแบบ ในบริบทอื่น meant to be อาจหมายถึงพรหมลิขิต เช่น They are meant to be together แต่ประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงพรหมลิขิต แต่พูดถึงภาพที่ตั้งใจจะสื่อ

แบบฝึกหัด

meant to be ในประโยคเดิมหมายความว่าอะไร

  1. อนาคตที่พรหมลิขิตกำหนดไว้
  2. รูปลักษณ์หรือภาพที่ตั้งใจจะสื่อ
  3. ความสามารถที่กำลังเรียนรู้อยู่
ดูคำตอบ

รูปลักษณ์หรือภาพที่ตั้งใจจะสื่อ

Am I?

0:49

งั้นเหรอฮะ?

But then no one will be able ไวยากรณ์

0:50

แต่ถ้าทำงั้นก็จะไม่มีใคร

to get their faces painted. ไวยากรณ์

0:52

ได้เพ้นท์หน้าเลยนะคะ

ไวยากรณ์

no one will be able to: บอกว่าในอนาคตจะไม่มีใครทำได้

no one เป็นประธานเชิงปฏิเสธที่หมายถึงมีคนจำนวนศูนย์คน ส่วน will be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน วางความสามารถหรือความเป็นไปได้ในอนาคต ดังนั้น no one will be able to get... จึงหมายความว่าการกระทำนั้นจะเป็นไปไม่ได้สำหรับทุกคน เนื่องจาก no one มีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว ภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงใช้รูปบอกเล่า will be able to ตามหลัง และไม่เติมกริยาช่วยปฏิเสธอีกตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างถูกต้องในภาษาอังกฤษมาตรฐานว่าจะไม่มีใครสามารถเข้าไปได้เลย

  1. Not everyone will be able to enter.
  2. No one won't be able to enter.
  3. No one will be able to enter.
ดูคำตอบ

No one will be able to enter.

ไวยากรณ์

get their faces painted: get + กรรม + กริยาช่อง 3

get their faces painted ใช้โครงสร้าง get + กรรม + กริยาช่อง 3 ในความหมายเกี่ยวกับการรับบริการนี้ กรรมเป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือ their faces ถูกคนอื่นเพนต์ให้ ในประโยคนี้ หมายถึงการให้คนที่ซุ้มเพนต์หน้าให้พวกเขา ไม่ใช่พวกเขาเพนต์เอง โครงสร้างเดียวกันนี้มักใช้พูดถึงบริการที่คนอื่นทำให้เรา

แบบฝึกหัด

ใช้ get + กรรม + กริยาช่อง 3 เพื่อบอกว่าช่างตัดผมจะเป็นคนตัดให้: I need to ____.

ดูคำตอบ

get my hair cut

No, I guess not. น้ำเสียง/เจตนา

0:54

นั่นสิ น้าก็คิดงั้น

น้ำเสียง/เจตนา

I guess not: คำตอบปฏิเสธที่นุ่มนวลลง

I guess not เป็นคำตอบปฏิเสธที่นุ่มนวลลง หมายถึง “ฉันคิดว่าคำตอบคือไม่” หรือ “ดูเหมือนจะไม่ใช่” คำว่า guess ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดาคำตอบของปริศนา แต่ช่วยลดระดับความมั่นใจและทำให้คำตอบไม่ห้วนเกินไป ในบทสนทนานี้ ผู้พูดยอมรับเหตุผลของอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ดังนั้น วลีนี้อาจแสดงความลังเล การยอมตาม หรือความผิดหวังเล็กน้อยได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

ถนนถูกปิดอยู่ คำตอบใดแสดงการยอมรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจว่าไม่สามารถออกเดินทางได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Yes, definitely. The roads are open now.
  2. No. I absolutely refuse to discuss it.
  3. I guess not. The roads are closed, so we'll have to stay home.
ดูคำตอบ

I guess not. The roads are closed, so we'll have to stay home.

Well, I think you have to do it. น้ำเสียง/เจตนา

0:56

หนูว่าน้าต้องทำต่อค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I think you have to: ทำให้คำแนะนำที่หนักแน่นฟังนุ่มนวลขึ้น

Have to แสดงถึงความจำเป็นที่หนักแน่น การวาง I think ไว้หน้า you have to ทำให้ความจำเป็นนั้นฟังเหมือนเป็นความเห็นของผู้พูด ประโยคจึงฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งโดยตรง อย่างไรก็ตาม คำแนะนำยังคงหนักแน่น ผู้พูดเชื่อว่าอีกฝ่ายจำเป็นต้องทำจริง ๆ I think เพียงทำให้วิธีพูดนุ่มนวลลง ไม่ได้ลบความหมายเรื่องความจำเป็น

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งทำผิดร้ายแรง ประโยคใดให้คำแนะนำที่หนักแน่น แต่ทำให้ฟังเหมือนเป็นความเห็นส่วนตัวของคุณ?

  1. Maybe telling her the truth is impossible.
  2. You have to tell her the truth because I said so.
  3. I think you have to tell her the truth.
ดูคำตอบ

I think you have to tell her the truth.

Even though I don't want to? ไวยากรณ์

0:58

แม้ว่าน้าจะไม่อยากทำน่ะเหรอ?

Yes, even though that.

1:00

ใช่ค่ะ ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น

ไวยากรณ์

Even though I don't want to?: คำถามต่อเนื่องที่แสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง

Even though ใช้เปิดเนื้อหาที่เป็นการยอมรับข้อขัดแย้ง กล่าวคือ I don't want to เป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้ลบข้อสรุปก่อนหน้าที่ว่ายังจำเป็นต้องทำสิ่งนั้น ในที่นี้ผู้พูดใช้คำถามต่อเนื่องแบบย่อ ความคิดเต็มใกล้เคียงกับ Even though I don't want to, I still have to do it? โดยเข้าใจประโยคหลักที่ละไว้ได้จากคำพูดก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ even though ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าความเหนื่อยไม่เปลี่ยนการตัดสินใจที่จะช่วย?

  1. Even though I am tired, but I will help.
  2. I am tired, even though I will help.
  3. Even though I am tired, I will help.
ดูคำตอบ

Even though I am tired, I will help.

Yeah, you're probably right. น้ำเสียง/เจตนา

1:03

ใช่ หลานอาจจะพูดถูก

น้ำเสียง/เจตนา

probably right: การเห็นด้วยแบบลดความหนักแน่น

Probably ขยายคำว่า right ดังนั้นความหมายตรงตัวคือ “น่าจะถูก” ไม่ใช่ความมั่นใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในคำตอบนี้ วลีดังกล่าวช่วยลดความหนักแน่นของการเห็นด้วย ผู้พูดยอมรับความเห็นของอีกฝ่าย แต่ยังเว้นพื้นที่ไว้สำหรับความไม่แน่ใจเล็กน้อย คำว่า Yeah ที่ขึ้นต้นย้ำว่าผู้พูดกำลังเห็นด้วย Probably ไม่ได้แสดงถึงความไม่ไว้วางใจเสมอไป ในบทสนทนาที่เป็นกันเอง คำนี้มักช่วยให้คำตอบไม่ฟังดูเด็ดขาดเกินไป

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในการพูดคุยอย่างเป็นมิตร “You're probably right” ต้องหมายความว่าผู้พูดไม่ไว้วางใจอีกฝ่ายเสมอ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

What do you think?

1:05

เป็นไงบ้าง?

I think I'm getting better. วลี

1:08

น้าว่าน้าทำได้ดีขึ้นแล้วนะ

วลี

getting better: การเปลี่ยนแปลงที่กำลังดีขึ้น

ใน get better คำว่า get หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” Better เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่า ดังนั้น get better จึงหมายถึงการเปลี่ยนไปสู่สภาพที่ดีขึ้น I'm getting better ใช้ present continuous เพื่อแสดงว่าการพัฒนากำลังเกิดขึ้นในตอนนี้หรือช่วงเวลานี้ ใช้บรรยายทักษะ สุขภาพ หรือสถานการณ์ได้ และไม่ได้หมายความว่าการพัฒนานั้นสิ้นสุดแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ get better เพื่อแสดงการพัฒนาที่กำลังดำเนินอยู่: With daily practice, my drawing is ____.

ดูคำตอบ

getting better

See ya Border-Collies. การใช้คำ

1:10

แล้วเจอกันนะ ครอบครัวบอร์เดอร์คอลลี่

การใช้คำ

See ya: รูปพูดแบบกันเองของ See you

See ya เป็นรูปเขียนและรูปพูดแบบไม่เป็นทางการของ See you ตอนกล่าวลา ในประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำลาแบบสบาย ๆ โดย ya แทนเสียงพูดที่ไม่ลงน้ำหนักของ you ไม่ใช่คำสรรพนามอีกคำหนึ่ง ใช้วลีนี้เมื่อต้องการบอกลาไปก่อนหรือคาดว่าจะได้พบกันอีก สามารถเติมเวลาให้ชัดเจนขึ้นได้ เช่น See ya tomorrow.

แบบฝึกหัด

ใช้วลีไม่เป็นทางการที่มี ya เพื่อเติมคำกล่าวลาให้สมบูรณ์: I'm heading home now. ____ tomorrow!

ดูคำตอบ

See ya

Enjoy the curry.

1:11

ทานแกงกะหรี่ให้อร่อยนะ

See you.

1:12

แล้วเจอกัน

Good luck with the magpie. โน้ต

1:13

ขอให้โชคดีกับนกแม็กพายล่ะ

วลี

Good luck with + งานหรือความท้าทาย

Good luck with + คำนามหรือนามวลี เชื่อมคำอวยพรให้สำเร็จกับงาน สถานการณ์ หรือความท้าทายที่ระบุหลัง with ในที่นี้นกสาลิกาคือสิ่งที่ผู้ฟังต้องรับมือ ไม่ใช่เพื่อนที่มาร่วมรับโชคดีด้วยกัน โครงสร้างนี้ใช้กับเรื่องทั่วไปได้ เช่น การสอบ โครงงาน หรือการประชุม และเจาะจงกว่า Good luck เพราะบอกว่าให้กำลังใจเกี่ยวกับเรื่องใด

แบบฝึกหัด

เติมคำอวยพรด้วยวลีสามคำจากบทเรียน: The interview starts soon. ____ it!

ดูคำตอบ

Good luck with

วัฒนธรรม

the magpie ในบริบทของออสเตรเลีย

ในบริบทของออสเตรเลีย the magpie อาจทำให้นึกถึงเรื่องใกล้ตัวอย่างหนึ่ง คือในฤดูทำรัง นกแม็กพายออสเตรเลียบางตัวจะบินโฉบใส่คนที่เข้าใกล้รัง ภูมิหลังนี้ทำให้ the magpie เป็นอุปสรรคที่อาจต้องรับมือ ไม่ใช่นกที่ถูกพูดถึงขึ้นมาลอย ๆ ในที่นี้ Good luck with the magpie. หมายถึง “ขอให้รับมือหรือผ่านเจ้านกตัวนั้นไปได้ด้วยดี”

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ เหตุใด the magpie จึงอาจฟังดูเป็นความท้าทาย?

  1. With the magpie หมายถึงเดินทางไปข้าง ๆ นกตัวนั้น
  2. เป็นคำภาษาอังกฤษอีกคำหนึ่งที่แปลว่าซูเปอร์ฮีโร่
  3. อาจทำให้นึกถึงนกแม็กพายออสเตรเลียที่บินโฉบใส่คนใกล้รัง
ดูคำตอบ

อาจทำให้นึกถึงนกแม็กพายออสเตรเลียที่บินโฉบใส่คนใกล้รัง

Now, every good hero learns a few things on their quest. ลำดับความ

1:15

เอาล่ะ ฮีโร่ที่ดีทุกคนย่อมได้เรียนรู้บางสิ่งจากภารกิจของตน

ลำดับความ

every good hero learns ... on their quest ในฐานะกรอบการเล่าเรื่อง

ผู้บรรยายเล่าประสบการณ์ธรรมดาว่าเป็น quest ของฮีโร่ ในที่นี้ hero หมายถึงตัวละครหลักที่เผชิญความท้าทาย ไม่จำเป็นต้องเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ส่วน quest หมายถึงการเดินทางหรือภารกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ประโยคนี้จัดระเบียบเรื่องราวโดยเชื่อมความท้าทายเข้ากับการเรียนรู้ กล่าวคือ ฮีโร่ที่ดีย่อมเรียนรู้ระหว่างทาง จึงเปลี่ยนเหตุการณ์ก่อนหน้าให้เป็นเรื่องราวของการเติบโต และชวนให้ผู้ชมมองอุปสรรคถัดไปว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของการเดินทาง

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายสร้างผลอย่างไรด้วยการเรียกตัวละครว่า hero และเรียกประสบการณ์นั้นว่า quest?

  1. ทำให้ประสบการณ์นั้นเป็นการเดินทางที่ความท้าทายนำไปสู่การเติบโต
  2. พิสูจน์ว่าตัวละครมีพลังวิเศษ
  3. บอกเส้นทางจริงสำหรับการเดินทางไกล
ดูคำตอบ

ทำให้ประสบการณ์นั้นเป็นการเดินทางที่ความท้าทายนำไปสู่การเติบโต

Mackenzie's mom,

1:19

คุณแม่ของแมคเคนซีคะ

can you face paint one more thing? การใช้คำ

1:20

ช่วยเพ้นท์หน้าให้หนูอีกอย่างได้ไหมคะ?

การใช้คำ

การใช้ face paint เป็นคำกริยา

ในประโยคนี้ face paint เป็นคำกริยา หมายถึง “วาดลวดลายบนใบหน้าของใครบางคน” จุดสังเกตคือโครงสร้างคำถาม can you + กริยารูปพื้นฐาน โดย face paint อยู่ในตำแหน่งกริยาและบอกการกระทำที่ผู้พูดขอ ภาษาอังกฤษสามารถนำชื่อกิจกรรมหรือสิ่งของมาใช้เป็นคำกริยาได้โดยตรงเมื่อการกระทำนั้นชัดเจนจากบริบท ในที่นี้จึงไม่ควรเข้าใจ face paint ว่าหมายถึงสีสำหรับเพนต์หน้าเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาสองคำที่หมายถึง “วาดลวดลายบนใบหน้า” ให้สมบูรณ์: At the fair, Maya can ____ the children.

ดูคำตอบ

face paint

Ready?

1:27

พร้อมไหม?

Armed with everything they've learned along the way, โน้ต

1:38

เมื่อติดอาวุธด้วยทุกสิ่งที่เรียนรู้มาระหว่างทาง

สำนวน

Armed with everything they've learned: พร้อมด้วยสิ่งที่เรียนรู้มา

ในที่นี้ Armed with ใช้ในเชิงอุปมา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาวุธจริง ๆ โดย everything they've learned หรือความรู้และประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับ ถูกเปรียบเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ซึ่งเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เมื่อวาง Armed with + นามวลีไว้ต้นประโยค โครงสร้างนี้จะบอกทรัพยากร ข้อมูล หรือทักษะที่ประธานมีก่อนทำกริยาในประโยคหลัก มักหมายถึง “มีสิ่งนั้นเป็นอุปกรณ์หรือเตรียมพร้อมด้วยสิ่งนั้น” พร้อมเพิ่มน้ำเสียงที่หนักแน่นและมีจุดมุ่งหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่เปรียบข้อมูลเป็นอุปกรณ์: ____ the latest figures, Priya entered the meeting.

ดูคำตอบ

Armed with

วลี

along the way: ตลอดกระบวนการ

ในที่นี้ along the way หมายถึง “ระหว่างกระบวนการ” หรือ “ขณะที่การเดินทางดำเนินไป” คำว่า way อาจหมายถึงการเดินทางจริง หรือใช้แทนประสบการณ์ระยะยาว เช่น การเรียนรู้ การเติบโต หรือการทำงานให้สำเร็จ ใน everything they've learned along the way วลีนี้บอกว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นเมื่อใด นั่นคือเกิดขึ้นในหลายช่วงของการเดินทางของฮีโร่ ไม่ใช่เฉพาะตอนอยู่บนถนนจริงเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ระหว่างกระบวนการ”: I made mistakes, but I learned a lot ____.

ดูคำตอบ

along the way

the hero faces their ultimate test. ลำดับความ

1:41

ฮีโร่ก็พร้อมเผชิญกับบททดสอบสุดท้าย

ลำดับความ

faces their ultimate test: เผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ

ในที่นี้ faces เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เผชิญหน้า” หรือ “ต้องรับมือ” face เป็นสกรรมกริยาและตามด้วยกรรมโดยตรง จึงใช้ face a test หรือ face a challenge ไม่ใช้ face to a test Their ultimate test คือบททดสอบสุดท้ายและสำคัญที่สุดของฮีโร่ การวางเหตุการณ์นี้ไว้หลังจากทุกสิ่งที่ฮีโร่ได้เรียนรู้ทำให้เรื่องเข้าสู่จุดสูงสุด ช่วงเตรียมตัวจบลงแล้ว และตอนนี้ฮีโร่ต้องพิสูจน์ว่าตนทำอะไรได้บ้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ face เป็นคำกริยาในความหมายว่า “เผชิญกับบททดสอบที่ยาก”?

  1. The new captain faces a difficult test on her first day.
  2. The new captain takes a written test in the classroom.
  3. The new captain paints a face on the wall.
ดูคำตอบ

The new captain faces a difficult test on her first day.

The end.

1:50

จบบริบูรณ์

You're my hero, Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

1:51

ลูกคือฮีโร่ของพ่อ บิงโก

น้ำเสียง/เจตนา

my hero: คำชมอย่างอบอุ่นสำหรับคนที่ช่วยได้มาก

ใน You're my hero คำว่า my hero เป็นวิธีชมและขอบคุณคนที่ช่วยได้มากด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและสนิทสนม คำว่า hero ไม่ได้หมายถึงอาชีพหรือเป็นการบอกตามตัวอักษรว่าคนนั้นทำวีรกรรมในตำนาน ความหมายใกล้กับ “เธอช่วยฉันไว้ได้ทันจริง ๆ” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวยังเชื่อมกลับไปยังกรอบเรื่องฮีโร่และภารกิจก่อนหน้านี้ จึงนำเสนอความสำเร็จของ Bingo เหมือนเป็นการทำภารกิจที่กล้าหาญสำเร็จ

แบบฝึกหัด

เพื่อนหากุญแจที่คุณคิดว่าทำหายเจอ คุณพูดว่า “You're my hero.” คุณน่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. ฉันอยากให้คุณเริ่มทำภารกิจอันตราย
  2. ฉันกำลังขอบคุณและชมคุณอย่างอบอุ่นที่ช่วยฉัน
  3. ฉันเชื่อว่าคุณเป็นฮีโร่ผู้มีชื่อเสียงจริง ๆ
ดูคำตอบ

ฉันกำลังขอบคุณและชมคุณอย่างอบอุ่นที่ช่วยฉัน