ลูกคือฮีโร่ของพ่อนะ บิงโก 💙 | ภารกิจแกงกะหรี่ - ซีซั่น 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: บิงโกรู้สึกกังวลที่พ่อต้องเดินทางไปหกสัปดาห์และกลัวนกแม็กไพที่ทั้งคู่ต้องเดินผ่าน การพูดคุยเรื่องซุ้มเพนต์หน้าที่ยังทำได้ไม่ดีช่วยให้เธอเข้าใจว่า ความกล้าอาจหมายถึงการทำสิ่งที่จำเป็นแม้ไม่อยากทำ และเตรียมเธอให้พร้อมเผชิญบททดสอบสุดท้ายของตนเอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. How long are you gone for? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้รูปประโยคสนทนาที่เป็นธรรมชาติสำหรับถามว่าใครคนหนึ่งจะไม่อยู่นานเท่าไร โดย be gone บอกสภาวะที่ไม่อยู่ ส่วน for เน้นระยะเวลาของสภาวะนั้น 2. I'm not very good at it, am I? — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที สังเกตการใช้คำถามพ่วงรูปบอกเล่าหลังประโยคปฏิเสธ เพื่อขอความเห็นพ้อง คำยืนยัน หรือกำลังใจเมื่อผู้พูดไม่มั่นใจในความสามารถของตน 3. Armed with everything they've learned — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจอุปมาเชิงการเล่าเรื่องที่เปรียบความรู้และประสบการณ์เป็นอุปกรณ์ซึ่งทำให้คนหนึ่งพร้อมเผชิญบททดสอบสุดท้ายที่ยากลำบาก
คำอธิบายในบทเรียนนี้
are you flying: present continuous สำหรับการเดินทางในอนาคตที่จัดไว้แล้ว
ในคำถามนี้ are you flying เป็นรูป present continuous แต่ tomorrow ระบุว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นในอนาคต ผู้พูดกำลังถามถึงการเดินทางที่วางแผนหรือจัดไว้แล้ว ไม่ได้ถามถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ โครงสร้าง be + คำกริยา-ing ใช้พูดถึงแผนในอนาคตอันใกล้ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเวลา การจอง หรือข้อตกลงที่ทำให้แผนนั้นชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยรูป present continuous ของ fly เพื่อถามถึงการเดินทางที่จัดไว้แล้ว: Your ticket is booked. ____ to Rome tomorrow?
ดูคำตอบ
Are you flying
flying away: away แสดงการเคลื่อนออกห่างจากจุดเริ่มต้น
ใน flying away คำว่า away เพิ่มทิศทาง หมายความว่าพ่อจะออกจากสถานที่ที่อยู่ตอนนี้และเคลื่อนไกลออกไป จึงเน้นการจากไปหรือการแยกจากมากกว่าการใช้ flying เพียงอย่างเดียว To the airport ระบุจุดหมาย ส่วน away ชี้กลับไปยังสถานที่ที่ถูกทิ้งไว้ เมื่อใช้กับคน flying away อาจหมายถึงการเดินทางออกไปทางอากาศหรือเป็นสำนวนที่ฟังดูสนุกและเห็นภาพ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงบินเหมือนนก
แบบฝึกหัด
ในประโยค The balloon floated away from the window คำว่า away แสดงอะไร
- ลูกโป่งเคลื่อนเป็นวงกลมใกล้หน้าต่าง
- ลูกโป่งเคลื่อนไกลออกจากหน้าต่าง
- ลูกโป่งเคลื่อนกลับไปที่หน้าต่าง
ดูคำตอบ
ลูกโป่งเคลื่อนไกลออกจากหน้าต่าง
How long are you gone for? — ถามระยะเวลาที่จะไม่อยู่
How long ... for? ใช้ถามระยะเวลา ในที่นี้ถามว่าอีกฝ่ายจะไม่อยู่นานเท่าไร ใน are you gone คำว่า gone อยู่หลัง be และบอกสภาพว่าไม่อยู่ ไม่ใช่คำกริยาในรูป present perfect เพราะไม่มี have
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังถามเรื่องอะไร
- ระยะเวลาที่อีกฝ่ายจะไม่อยู่
- สถานที่ที่อีกฝ่ายไป
- เหตุผลที่อีกฝ่ายกำลังออกไปตอนนี้
ดูคำตอบ
ระยะเวลาที่อีกฝ่ายจะไม่อยู่
that's forever. — พูดเกินจริงว่ารู้สึกว่านานมาก
ใน that's forever คำว่า forever เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ผู้พูดไม่ได้หมายความว่าเวลาจะไม่มีวันสิ้นสุด แต่รู้สึกว่าช่วงที่ต้องรอหรือแยกจากกันนั้นยาวนานมาก การพูดเกินจริงแบบนี้สื่อปฏิกิริยาทางอารมณ์ ไม่ใช่ระยะเวลาที่วัดอย่างแม่นยำ หากบริบทระบุช่วงเวลาที่มีจุดสิ้นสุด ก็เป็นสัญญาณว่าความหมายนี้ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
จริงหรือเท็จ: ในประโยคนี้ forever บอกระยะเวลาที่แน่นอนตามความหมายตรงตัว
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
It's here that ...: การเน้น here ด้วยโครงสร้าง it-cleft
It's here that ... เป็นโครงสร้างเน้นแบบ it-cleft ซึ่งมีรูป It is + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + อนุประโยค คำว่า it ในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ ส่วนที่เป็นจุดเน้นคือ here ซึ่งอาจหมายถึงสถานที่นี้หรือจุดนี้ของเรื่องราว ถ้าพูดแบบธรรมดาอาจใช้ The true challenge of the quest is revealed here. เหตุการณ์พื้นฐานยังเหมือนเดิม แต่โครงสร้างเน้นทำให้ here เป็นสถานที่หรือช่วงเวลาสำคัญที่บททดสอบปรากฏขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ it-cleft เพื่อเน้นคำภาษาอังกฤษ at the station: It was ____ we found the missing bag.
ดูคำตอบ
at the station that
the true challenge of the quest is revealed: สัญญาณจุดเปลี่ยนด้วยน้ำเสียงมหากาพย์
วลีนี้นำเสนออุปสรรคถัดไปว่าเป็นบททดสอบสำคัญของภารกิจแบบวีรบุรุษ คำว่า quest ชวนให้นึกถึงภารกิจผจญภัย ส่วน true challenge บอกเป็นนัยว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็นเพียงการเตรียมการ รูปถูกกระทำ is revealed ทำให้บททดสอบฟังเหมือนเป็นความจริงสำคัญของเนื้อเรื่องที่กำลังถูกเปิดเผย ในการเล่าเรื่อง วลีทั้งหมดช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการบอกจุดเปลี่ยน และเมื่อนำสำนวนใหญ่โตนี้ไปใช้กับปัญหาธรรมดา ก็อาจสร้างอารมณ์ขันได้
แบบฝึกหัด
วลีนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในการเล่าเรื่อง?
- วลีนี้ประกาศว่าเรื่องมาถึงบททดสอบสำคัญแล้ว
- วลีนี้ระบุภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง
- วลีนี้ให้ขั้นตอนที่ใช้ได้จริงเพื่อทำงานประจำให้เสร็จ
ดูคำตอบ
วลีนี้ประกาศว่าเรื่องมาถึงบททดสอบสำคัญแล้ว
head back: เริ่มเดินทางกลับ
ในประโยคนี้ head เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ไปหรือเคลื่อนที่ไปในทิศทางหนึ่ง” Head back หมายถึง “เริ่มกลับไปยังสถานที่ที่จากมา” ดังนั้น We have to head back now จึงบอกว่าถึงเวลาเริ่มเดินทางกลับแล้ว วลีนี้เน้นทิศทางของการเคลื่อนไหวต่อไป ไม่ได้หมายถึงการขยับศีรษะไปด้านหลัง
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคเมื่อกลุ่มนักเดินป่าตัดสินใจเริ่มกลับไปที่แคมป์ “It's getting dark, so let's ___ to camp.”
- head back
- head over
- head out
ดูคำตอบ
head back
I don't want you to leave: want + คน + to-infinitive
ใน I don't want you to leave ใช้โครงสร้าง want + คน + to-infinitive คนที่อยู่หลัง want คือผู้ทำกริยา infinitive ดังนั้น you คือคนที่จะทำกริยา leave เมื่อใช้ don't want ผู้พูดกำลังบอกว่าไม่ต้องการให้การกระทำนั้นเกิดขึ้น เปรียบเทียบกับ I don't want to go ในช่วงต้นของประโยค ตรงนั้นไม่มีคนอยู่ระหว่าง want กับ to go ดังนั้น I จึงเป็นผู้ทำกริยา go การตัด you ออกจะเปลี่ยนว่าใครเป็นผู้ทำกริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ
- I don't want you to leave.
- I don't want to leave.
- I don't want you to stay.
ดูคำตอบ
I don't want you to leave.
mate: คำเรียกแบบเป็นกันเองและไม่เป็นทางการ
mate ในที่นี้เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง ผู้พูดใช้ mate เรียกอีกฝ่ายแทนการเรียกชื่อ ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษที่ไม่เป็นทางการ คำนี้มักทำหน้าที่คล้าย friend หรือ buddy และช่วยให้คำขอโทษฟังดูอบอุ่นและสนิทสนม ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนเป็นคู่ค้าหรือคู่หูอย่างเป็นทางการ ท่าทีที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับน้ำเสียง ในประโยคนี้ คำขอโทษที่อ่อนโยนทำให้ mate ฟังดูปลอบใจ
แบบฝึกหัด
mate ใช้อย่างไรใน I'm sorry, mate.?
- เป็นคำเรียกผู้ฟังแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
- เป็นการบอกว่าผู้ฟังคือคู่รักของผู้พูดตามความหมายตรงตัว
- เป็นการมอบตำแหน่งทางการให้ผู้ฟัง
ดูคำตอบ
เป็นคำเรียกผู้ฟังแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
but I have to: การละการกระทำที่กล่าวไปแล้ว
Have to แสดงความจำเป็น ผู้พูดไม่อยากจากไป แต่สถานการณ์ทำให้จำเป็นต้องไป ส่วน but ใช้เปรียบต่างความต้องการของผู้พูดกับสิ่งที่จำเป็นต้องทำ หลัง have to ไม่มีการพูดซ้ำวลีคำกริยา go away เพราะชัดเจนอยู่แล้วจากอนุประโยคแรก ภาษาอังกฤษสามารถทิ้ง to ไว้ท้ายประโยคได้เมื่อเข้าใจการกระทำที่ละไว้จากบริบท ในที่นี้ but I have to หมายถึง but I have to go away
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบต่างด้วย have to โดยใช้รูปละคำอย่างเป็นธรรมชาติ: I don't want to leave the party, but I ____.
ดูคำตอบ
have to
just when things seem the saddest: ปูทางสู่จุดพลิกผันของเรื่อง
Just when ใช้นำอนุประโยคบอกเวลาและชี้ไปยังช่วงเวลาที่เจาะจงและสำคัญ ในที่นี้ things seem the saddest ทำให้สถานการณ์ดูเหมือนมาถึงจุดที่เศร้าที่สุดแล้ว ในเรื่องเล่า โครงสร้างนี้เตรียมผู้ฟังให้รอเหตุการณ์หลักที่จะตามมา ซึ่งมักเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ วิธีแก้ปัญหา หรือการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้มีความหวัง เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าอนุประโยคบอกเวลานี้กำลังปูทางให้ข้อความถัดไปและยังไม่ได้จบใจความด้วยตัวเอง
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Just when Leo was about to quit, he found the answer. just when ทำหน้าที่อะไรในเรื่อง?
- บอกตารางประจำสัปดาห์ตามปกติ
- ระบุช่วงเวลาสำคัญและปูทางให้จุดพลิกผันที่ตามมา
- บอกว่าเหตุการณ์ทั้งสองไม่ได้เกิดขึ้น
ดูคำตอบ
ระบุช่วงเวลาสำคัญและปูทางให้จุดพลิกผันที่ตามมา
I've got: รูปพูดไม่เป็นทางการที่หมายถึง I have
ใน I've got the perfect face paint คำว่า I've got หมายถึง I have คือผู้พูดมีสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่และพร้อมใช้ในตอนนี้ จุดสำคัญคือการมีหรือพร้อมใช้ในปัจจุบัน ไม่ใช่การเน้นว่าได้สิ่งนั้นมาแล้ว โครงสร้างคือ ประธาน + have/has got + คำนาม เช่น I've got a key และ she's got a plan โครงสร้างนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และยังเป็นที่เข้าใจและใช้กันอย่างกว้างขวางในภาษาอังกฤษแบบอื่นด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อแบบไม่เป็นทางการที่ใช้ got: Don't worry. ____ a spare key.
ดูคำตอบ
I've got
You want to know a secret?: คำถามแบบไม่เป็นทางการที่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า
ในที่นี้ You want to know a secret? ยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือประธาน you อยู่หน้า want ในบทสนทนาสบาย ๆ น้ำเสียงและบริบททำให้ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ คล้ายกับ Do you want to know a secret? รูปแบบตรง ๆ นี้ฟังดูเป็นกันเองและเหมือนชวนให้อีกฝ่ายสนใจ ผู้พูดเช็กว่า Bingo สนใจหรือไม่และดึงความสนใจก่อนบอกความลับ
แบบฝึกหัด
ในการสนทนาสบาย ๆ You want to come with us? สามารถทำหน้าที่เป็นคำถามได้อย่างเป็นธรรมชาติแม้ไม่มี do
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
จริง
thinking of not doing: โครงสร้าง think of + not + -ing
Think of + -ing สามารถหมายถึงการพิจารณาการกระทำที่อาจทำ เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ thinking of doing ไม่ใช่ thinking of do เมื่อต้องการพิจารณาเลือกที่จะไม่ทำ ให้วาง not ไว้หน้ารูป -ing โดยตรงเป็น thinking of not doing ในที่นี้ not ปฏิเสธ doing the stall ไม่ได้ปฏิเสธ thinking
แบบฝึกหัด
ใช้ not และรูปที่ถูกต้องของ go เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya is thinking of ____ on the trip.
ดูคำตอบ
not going
the face painting stall: ซุ้มเพนต์หน้าในงานกิจกรรม
ในนามวลี the face painting stall คำว่า stall หมายถึงแผงหรือบูธเล็ก ๆ ในงานแฟร์ ตลาด หรืองานกิจกรรมอื่น ๆ ซุ้มนี้ให้บริการวาดลวดลายบนใบหน้าของผู้คน face painting ทำหน้าที่ขยายคำนามเพื่อบอกว่าเป็น stall ประเภทใด ในบริบทนี้ stall ไม่ได้หมายถึงห้องย่อยในห้องน้ำ และไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงเครื่องยนต์หยุดทำงาน
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง the face painting stall หมายถึงอะไร?
- เครื่องยนต์ที่หยุดทำงาน
- ห้องส่วนตัวในห้องน้ำ
- บูธเล็ก ๆ ในงานที่ให้บริการเพนต์หน้า
ดูคำตอบ
บูธเล็ก ๆ ในงานที่ให้บริการเพนต์หน้า
Because I'm not very good at it, am I? น้ำเสียง/เจตนา
0:46เพราะน้าทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะสิ ใช่มั้ยล่ะ?
I'm not very good at it, am I?: ประโยคปฏิเสธ + tag รูปบอกเล่า
ข้อความ I'm not very good at it เป็นประโยคปฏิเสธ โดยทั่วไป tag question จะสลับรูปบอกเล่ากับรูปปฏิเสธ ดังนั้นส่วนท้ายที่เป็นรูปบอกเล่าจึงเป็น am I? คำสรรพนามยังคงเป็น I และกริยาช่วยมาจาก am ในที่นี้ ผู้พูดมีแนวโน้มเชื่ออยู่แล้วว่าตนทำเรื่องนี้ไม่เก่ง am I? เป็นการชวนให้ผู้ฟังยืนยันหรือตอบสนองต่อความเห็นนั้น ไม่ใช่การถามข้อมูลอย่างเป็นกลางทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมสองคำที่ถูกต้องเพื่อทำ tag question ให้สมบูรณ์: I'm not in the wrong room, ____?
ดูคำตอบ
am I
meant to be: ภาพที่ตั้งใจจะสื่อ ไม่ใช่พรหมลิขิต
ในที่นี้ meant to be บอกว่าภาพเพนต์หน้าของแม็กเคนซีตั้งใจให้สื่อถึงอะไร ซึ่งก็คือเสือชีตาห์ ผลที่ออกมาอาจดูไม่ชัด ผู้พูดจึงอธิบายเจตนาของแบบ ในบริบทอื่น meant to be อาจหมายถึงพรหมลิขิต เช่น They are meant to be together แต่ประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงพรหมลิขิต แต่พูดถึงภาพที่ตั้งใจจะสื่อ
แบบฝึกหัด
meant to be ในประโยคเดิมหมายความว่าอะไร
- อนาคตที่พรหมลิขิตกำหนดไว้
- รูปลักษณ์หรือภาพที่ตั้งใจจะสื่อ
- ความสามารถที่กำลังเรียนรู้อยู่
ดูคำตอบ
รูปลักษณ์หรือภาพที่ตั้งใจจะสื่อ
no one will be able to: บอกว่าในอนาคตจะไม่มีใครทำได้
no one เป็นประธานเชิงปฏิเสธที่หมายถึงมีคนจำนวนศูนย์คน ส่วน will be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน วางความสามารถหรือความเป็นไปได้ในอนาคต ดังนั้น no one will be able to get... จึงหมายความว่าการกระทำนั้นจะเป็นไปไม่ได้สำหรับทุกคน เนื่องจาก no one มีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว ภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงใช้รูปบอกเล่า will be able to ตามหลัง และไม่เติมกริยาช่วยปฏิเสธอีกตัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวอย่างถูกต้องในภาษาอังกฤษมาตรฐานว่าจะไม่มีใครสามารถเข้าไปได้เลย
- Not everyone will be able to enter.
- No one won't be able to enter.
- No one will be able to enter.
ดูคำตอบ
No one will be able to enter.
get their faces painted: get + กรรม + กริยาช่อง 3
get their faces painted ใช้โครงสร้าง get + กรรม + กริยาช่อง 3 ในความหมายเกี่ยวกับการรับบริการนี้ กรรมเป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือ their faces ถูกคนอื่นเพนต์ให้ ในประโยคนี้ หมายถึงการให้คนที่ซุ้มเพนต์หน้าให้พวกเขา ไม่ใช่พวกเขาเพนต์เอง โครงสร้างเดียวกันนี้มักใช้พูดถึงบริการที่คนอื่นทำให้เรา
แบบฝึกหัด
ใช้ get + กรรม + กริยาช่อง 3 เพื่อบอกว่าช่างตัดผมจะเป็นคนตัดให้: I need to ____.
ดูคำตอบ
get my hair cut
I guess not: คำตอบปฏิเสธที่นุ่มนวลลง
I guess not เป็นคำตอบปฏิเสธที่นุ่มนวลลง หมายถึง “ฉันคิดว่าคำตอบคือไม่” หรือ “ดูเหมือนจะไม่ใช่” คำว่า guess ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดาคำตอบของปริศนา แต่ช่วยลดระดับความมั่นใจและทำให้คำตอบไม่ห้วนเกินไป ในบทสนทนานี้ ผู้พูดยอมรับเหตุผลของอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ดังนั้น วลีนี้อาจแสดงความลังเล การยอมตาม หรือความผิดหวังเล็กน้อยได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
ถนนถูกปิดอยู่ คำตอบใดแสดงการยอมรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจว่าไม่สามารถออกเดินทางได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
- Yes, definitely. The roads are open now.
- No. I absolutely refuse to discuss it.
- I guess not. The roads are closed, so we'll have to stay home.
ดูคำตอบ
I guess not. The roads are closed, so we'll have to stay home.
I think you have to: ทำให้คำแนะนำที่หนักแน่นฟังนุ่มนวลขึ้น
Have to แสดงถึงความจำเป็นที่หนักแน่น การวาง I think ไว้หน้า you have to ทำให้ความจำเป็นนั้นฟังเหมือนเป็นความเห็นของผู้พูด ประโยคจึงฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งโดยตรง อย่างไรก็ตาม คำแนะนำยังคงหนักแน่น ผู้พูดเชื่อว่าอีกฝ่ายจำเป็นต้องทำจริง ๆ I think เพียงทำให้วิธีพูดนุ่มนวลลง ไม่ได้ลบความหมายเรื่องความจำเป็น
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งทำผิดร้ายแรง ประโยคใดให้คำแนะนำที่หนักแน่น แต่ทำให้ฟังเหมือนเป็นความเห็นส่วนตัวของคุณ?
- Maybe telling her the truth is impossible.
- You have to tell her the truth because I said so.
- I think you have to tell her the truth.
ดูคำตอบ
I think you have to tell her the truth.
Even though I don't want to?: คำถามต่อเนื่องที่แสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง
Even though ใช้เปิดเนื้อหาที่เป็นการยอมรับข้อขัดแย้ง กล่าวคือ I don't want to เป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้ลบข้อสรุปก่อนหน้าที่ว่ายังจำเป็นต้องทำสิ่งนั้น ในที่นี้ผู้พูดใช้คำถามต่อเนื่องแบบย่อ ความคิดเต็มใกล้เคียงกับ Even though I don't want to, I still have to do it? โดยเข้าใจประโยคหลักที่ละไว้ได้จากคำพูดก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even though ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าความเหนื่อยไม่เปลี่ยนการตัดสินใจที่จะช่วย?
- Even though I am tired, but I will help.
- I am tired, even though I will help.
- Even though I am tired, I will help.
ดูคำตอบ
Even though I am tired, I will help.
probably right: การเห็นด้วยแบบลดความหนักแน่น
Probably ขยายคำว่า right ดังนั้นความหมายตรงตัวคือ “น่าจะถูก” ไม่ใช่ความมั่นใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในคำตอบนี้ วลีดังกล่าวช่วยลดความหนักแน่นของการเห็นด้วย ผู้พูดยอมรับความเห็นของอีกฝ่าย แต่ยังเว้นพื้นที่ไว้สำหรับความไม่แน่ใจเล็กน้อย คำว่า Yeah ที่ขึ้นต้นย้ำว่าผู้พูดกำลังเห็นด้วย Probably ไม่ได้แสดงถึงความไม่ไว้วางใจเสมอไป ในบทสนทนาที่เป็นกันเอง คำนี้มักช่วยให้คำตอบไม่ฟังดูเด็ดขาดเกินไป
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ในการพูดคุยอย่างเป็นมิตร “You're probably right” ต้องหมายความว่าผู้พูดไม่ไว้วางใจอีกฝ่ายเสมอ
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
getting better: การเปลี่ยนแปลงที่กำลังดีขึ้น
ใน get better คำว่า get หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” Better เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่า ดังนั้น get better จึงหมายถึงการเปลี่ยนไปสู่สภาพที่ดีขึ้น I'm getting better ใช้ present continuous เพื่อแสดงว่าการพัฒนากำลังเกิดขึ้นในตอนนี้หรือช่วงเวลานี้ ใช้บรรยายทักษะ สุขภาพ หรือสถานการณ์ได้ และไม่ได้หมายความว่าการพัฒนานั้นสิ้นสุดแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ get better เพื่อแสดงการพัฒนาที่กำลังดำเนินอยู่: With daily practice, my drawing is ____.
ดูคำตอบ
getting better
See ya: รูปพูดแบบกันเองของ See you
See ya เป็นรูปเขียนและรูปพูดแบบไม่เป็นทางการของ See you ตอนกล่าวลา ในประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำลาแบบสบาย ๆ โดย ya แทนเสียงพูดที่ไม่ลงน้ำหนักของ you ไม่ใช่คำสรรพนามอีกคำหนึ่ง ใช้วลีนี้เมื่อต้องการบอกลาไปก่อนหรือคาดว่าจะได้พบกันอีก สามารถเติมเวลาให้ชัดเจนขึ้นได้ เช่น See ya tomorrow.
แบบฝึกหัด
ใช้วลีไม่เป็นทางการที่มี ya เพื่อเติมคำกล่าวลาให้สมบูรณ์: I'm heading home now. ____ tomorrow!
ดูคำตอบ
See ya
Good luck with + งานหรือความท้าทาย
Good luck with + คำนามหรือนามวลี เชื่อมคำอวยพรให้สำเร็จกับงาน สถานการณ์ หรือความท้าทายที่ระบุหลัง with ในที่นี้นกสาลิกาคือสิ่งที่ผู้ฟังต้องรับมือ ไม่ใช่เพื่อนที่มาร่วมรับโชคดีด้วยกัน โครงสร้างนี้ใช้กับเรื่องทั่วไปได้ เช่น การสอบ โครงงาน หรือการประชุม และเจาะจงกว่า Good luck เพราะบอกว่าให้กำลังใจเกี่ยวกับเรื่องใด
แบบฝึกหัด
เติมคำอวยพรด้วยวลีสามคำจากบทเรียน: The interview starts soon. ____ it!
ดูคำตอบ
Good luck with
the magpie ในบริบทของออสเตรเลีย
ในบริบทของออสเตรเลีย the magpie อาจทำให้นึกถึงเรื่องใกล้ตัวอย่างหนึ่ง คือในฤดูทำรัง นกแม็กพายออสเตรเลียบางตัวจะบินโฉบใส่คนที่เข้าใกล้รัง ภูมิหลังนี้ทำให้ the magpie เป็นอุปสรรคที่อาจต้องรับมือ ไม่ใช่นกที่ถูกพูดถึงขึ้นมาลอย ๆ ในที่นี้ Good luck with the magpie. หมายถึง “ขอให้รับมือหรือผ่านเจ้านกตัวนั้นไปได้ด้วยดี”
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ เหตุใด the magpie จึงอาจฟังดูเป็นความท้าทาย?
- With the magpie หมายถึงเดินทางไปข้าง ๆ นกตัวนั้น
- เป็นคำภาษาอังกฤษอีกคำหนึ่งที่แปลว่าซูเปอร์ฮีโร่
- อาจทำให้นึกถึงนกแม็กพายออสเตรเลียที่บินโฉบใส่คนใกล้รัง
ดูคำตอบ
อาจทำให้นึกถึงนกแม็กพายออสเตรเลียที่บินโฉบใส่คนใกล้รัง
Now, every good hero learns a few things on their quest. ลำดับความ
1:15เอาล่ะ ฮีโร่ที่ดีทุกคนย่อมได้เรียนรู้บางสิ่งจากภารกิจของตน
every good hero learns ... on their quest ในฐานะกรอบการเล่าเรื่อง
ผู้บรรยายเล่าประสบการณ์ธรรมดาว่าเป็น quest ของฮีโร่ ในที่นี้ hero หมายถึงตัวละครหลักที่เผชิญความท้าทาย ไม่จำเป็นต้องเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ส่วน quest หมายถึงการเดินทางหรือภารกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ประโยคนี้จัดระเบียบเรื่องราวโดยเชื่อมความท้าทายเข้ากับการเรียนรู้ กล่าวคือ ฮีโร่ที่ดีย่อมเรียนรู้ระหว่างทาง จึงเปลี่ยนเหตุการณ์ก่อนหน้าให้เป็นเรื่องราวของการเติบโต และชวนให้ผู้ชมมองอุปสรรคถัดไปว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของการเดินทาง
แบบฝึกหัด
ผู้บรรยายสร้างผลอย่างไรด้วยการเรียกตัวละครว่า hero และเรียกประสบการณ์นั้นว่า quest?
- ทำให้ประสบการณ์นั้นเป็นการเดินทางที่ความท้าทายนำไปสู่การเติบโต
- พิสูจน์ว่าตัวละครมีพลังวิเศษ
- บอกเส้นทางจริงสำหรับการเดินทางไกล
ดูคำตอบ
ทำให้ประสบการณ์นั้นเป็นการเดินทางที่ความท้าทายนำไปสู่การเติบโต
การใช้ face paint เป็นคำกริยา
ในประโยคนี้ face paint เป็นคำกริยา หมายถึง “วาดลวดลายบนใบหน้าของใครบางคน” จุดสังเกตคือโครงสร้างคำถาม can you + กริยารูปพื้นฐาน โดย face paint อยู่ในตำแหน่งกริยาและบอกการกระทำที่ผู้พูดขอ ภาษาอังกฤษสามารถนำชื่อกิจกรรมหรือสิ่งของมาใช้เป็นคำกริยาได้โดยตรงเมื่อการกระทำนั้นชัดเจนจากบริบท ในที่นี้จึงไม่ควรเข้าใจ face paint ว่าหมายถึงสีสำหรับเพนต์หน้าเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาสองคำที่หมายถึง “วาดลวดลายบนใบหน้า” ให้สมบูรณ์: At the fair, Maya can ____ the children.
ดูคำตอบ
face paint
Armed with everything they've learned along the way, โน้ต
1:38เมื่อติดอาวุธด้วยทุกสิ่งที่เรียนรู้มาระหว่างทาง
Armed with everything they've learned: พร้อมด้วยสิ่งที่เรียนรู้มา
ในที่นี้ Armed with ใช้ในเชิงอุปมา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาวุธจริง ๆ โดย everything they've learned หรือความรู้และประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับ ถูกเปรียบเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ซึ่งเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เมื่อวาง Armed with + นามวลีไว้ต้นประโยค โครงสร้างนี้จะบอกทรัพยากร ข้อมูล หรือทักษะที่ประธานมีก่อนทำกริยาในประโยคหลัก มักหมายถึง “มีสิ่งนั้นเป็นอุปกรณ์หรือเตรียมพร้อมด้วยสิ่งนั้น” พร้อมเพิ่มน้ำเสียงที่หนักแน่นและมีจุดมุ่งหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่เปรียบข้อมูลเป็นอุปกรณ์: ____ the latest figures, Priya entered the meeting.
ดูคำตอบ
Armed with
along the way: ตลอดกระบวนการ
ในที่นี้ along the way หมายถึง “ระหว่างกระบวนการ” หรือ “ขณะที่การเดินทางดำเนินไป” คำว่า way อาจหมายถึงการเดินทางจริง หรือใช้แทนประสบการณ์ระยะยาว เช่น การเรียนรู้ การเติบโต หรือการทำงานให้สำเร็จ ใน everything they've learned along the way วลีนี้บอกว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นเมื่อใด นั่นคือเกิดขึ้นในหลายช่วงของการเดินทางของฮีโร่ ไม่ใช่เฉพาะตอนอยู่บนถนนจริงเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ระหว่างกระบวนการ”: I made mistakes, but I learned a lot ____.
ดูคำตอบ
along the way
faces their ultimate test: เผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ
ในที่นี้ faces เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เผชิญหน้า” หรือ “ต้องรับมือ” face เป็นสกรรมกริยาและตามด้วยกรรมโดยตรง จึงใช้ face a test หรือ face a challenge ไม่ใช้ face to a test Their ultimate test คือบททดสอบสุดท้ายและสำคัญที่สุดของฮีโร่ การวางเหตุการณ์นี้ไว้หลังจากทุกสิ่งที่ฮีโร่ได้เรียนรู้ทำให้เรื่องเข้าสู่จุดสูงสุด ช่วงเตรียมตัวจบลงแล้ว และตอนนี้ฮีโร่ต้องพิสูจน์ว่าตนทำอะไรได้บ้าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ face เป็นคำกริยาในความหมายว่า “เผชิญกับบททดสอบที่ยาก”?
- The new captain faces a difficult test on her first day.
- The new captain takes a written test in the classroom.
- The new captain paints a face on the wall.
ดูคำตอบ
The new captain faces a difficult test on her first day.
my hero: คำชมอย่างอบอุ่นสำหรับคนที่ช่วยได้มาก
ใน You're my hero คำว่า my hero เป็นวิธีชมและขอบคุณคนที่ช่วยได้มากด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและสนิทสนม คำว่า hero ไม่ได้หมายถึงอาชีพหรือเป็นการบอกตามตัวอักษรว่าคนนั้นทำวีรกรรมในตำนาน ความหมายใกล้กับ “เธอช่วยฉันไว้ได้ทันจริง ๆ” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวยังเชื่อมกลับไปยังกรอบเรื่องฮีโร่และภารกิจก่อนหน้านี้ จึงนำเสนอความสำเร็จของ Bingo เหมือนเป็นการทำภารกิจที่กล้าหาญสำเร็จ
แบบฝึกหัด
เพื่อนหากุญแจที่คุณคิดว่าทำหายเจอ คุณพูดว่า “You're my hero.” คุณน่าจะหมายความว่าอย่างไร
- ฉันอยากให้คุณเริ่มทำภารกิจอันตราย
- ฉันกำลังขอบคุณและชมคุณอย่างอบอุ่นที่ช่วยฉัน
- ฉันเชื่อว่าคุณเป็นฮีโร่ผู้มีชื่อเสียงจริง ๆ
ดูคำตอบ
ฉันกำลังขอบคุณและชมคุณอย่างอบอุ่นที่ช่วยฉัน