บ้านของคุณบอกอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ...: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
748 คำ 161 คำ/นาที

คำอธิบาย: บ้านเป็นมากกว่าสิ่งของที่ให้ความสบาย สิ่งของและสถาปัตยกรรมทำให้คุณค่ามีรูปกายและช่วยยึดอัตลักษณ์ของบุคคล ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "One of the most important and meaningful activities we've ever engaged in" — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ one of the most + คำนามพหูพจน์กับอนุประโยคสัมพันธ์ present perfect เพื่อเน้นประสบการณ์หนึ่ง 2. "much the same physical role" / "articulate entirely different visions of life." — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เปรียบความหมายที่ตรงข้ามหลังยอมรับว่าหน้าที่เหมือนกัน 3. "We're not boasting, we're trying to" — วัจนปฏิบัติและท่าที: ปฏิเสธความเข้าใจเชิงลบแล้วบอกเจตนาจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

One of the most important and meaningful activities we've ever engaged in is the creation of a home. โน้ต

0:00

หนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญและมีความหมายมากที่สุดที่เราเคยทำมาก็คือการสร้างบ้าน

ไวยากรณ์

โครงสร้าง one of the most ... activities we've ever engaged in

โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามพหูพจน์ หมายถึงหนึ่งสิ่งจากกลุ่มที่อยู่ในระดับสูงสุด เนื่องจากเป็นหนึ่งสิ่งในกลุ่ม activities จึงเป็นพหูพจน์ แต่ใจกลางของประธานทั้งหมดคือ One จึงใช้กริยาเอกพจน์ is อนุประโยคขยายคำนาม we've ever engaged in ขยาย activities ส่วน present perfect ใน we've engaged และคำว่า ever ครอบคลุมประสบการณ์ทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน จึงเน้นว่ากิจกรรมนี้โดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับทุกสิ่งที่ผู้พูดเคยทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่างานวิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประสบการณ์ทั้งหมดของผู้พูด

  1. The science fair was the most exciting events we've ever attended.
  2. The science fair was one of the most exciting events we've ever attended.
  3. The science fair was one of the most exciting event we've ever attended.
ดูคำตอบ

The science fair was one of the most exciting events we've ever attended.

วลี

engaged in: เข้าร่วมกิจกรรม

engage in + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงเข้าร่วมหรือทำกิจกรรมหนึ่ง ๆ มักใช้เป็นพิเศษเมื่อกิจกรรมนั้นมีการวางแผน จริงจัง หรือกล่าวถึงด้วยภาษาที่เป็นทางการ ในที่นี้ activities เป็นกรรมของ in ที่เข้าใจได้จากโครงสร้าง คือ activities (that) we've ever engaged in แม้จะละสรรพนามเชื่อม that ได้ แต่ต้องเก็บบุพบท in ไว้คู่กับ engage

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสองคำจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The class ____ a lively debate about recycling.

ดูคำตอบ

engaged in

Over a number of years,

0:06

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี

typically with a lot of thought and considerable dedication,

0:08

ซึ่งมักจะเต็มไปด้วยความคิดและความทุ่มเทอย่างมาก

we assemble furniture, crockery, pictures,

0:11

เรารวบรวมเฟอร์นิเจอร์ เครื่องปั้นดินเผา รูปภาพ

rugs, cushions, vases, sideboards, taps, door handles, and so on

0:14

พรม หมอนอิง แจกัน ตู้ข้าง ก๊อกน้ำ ลูกบิดประตู และอื่นๆ

into a distinctive constellation we anoint with the word home. สำนวน

0:18

เข้ามาเป็นกลุ่มดาวอันโดดเด่นที่เราเจิมด้วยคำว่า "บ้าน"

สำนวน

อุปมาที่เชื่อมต่อกัน: a distinctive constellation ... anoint with the word home

สองสำนวนนี้สร้างอุปมาที่เชื่อมต่อกัน ตามความหมายตรงตัว constellation คือรูปแบบของดวงดาวที่มองออกว่าเป็นกลุ่มหนึ่ง แต่ในที่นี้ a distinctive constellation หมายถึงการจัดวางสิ่งของธรรมดาในแบบเฉพาะ ซึ่งทำให้บ้านมีอัตลักษณ์ของตนเอง ตามความหมายตรงตัว anoint ชวนให้นึกถึงพิธีที่เคร่งขรึมหรือศักดิ์สิทธิ์ ในที่นี้ anoint with the word home ทำให้การเรียกการจัดวางนั้นว่า home ดูเป็นการตั้งชื่อเชิงสัญลักษณ์ เมื่อใช้ร่วมกัน อุปมาทั้งสองยกระดับการตกแต่งพื้นที่ให้เป็นการสร้างและตั้งชื่อสถานที่ที่มีความหมายส่วนตัว

แบบฝึกหัด

อุปมาสองส่วนที่เชื่อมกันในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. สิ่งของเหล่านั้นเลียนแบบกลุ่มดาวจริง ๆ และพิธีทางศาสนาทำให้อาคารถูกต้องตามกฎหมาย
  2. บ้านมีคุณค่าเพียงเพราะสิ่งของทุกชิ้นมีราคาแพงและเข้าชุดกันอย่างพิถีพิถัน
  3. สิ่งของเหล่านั้นก่อเป็นการจัดวางที่มีความหมาย และการเรียกมันว่าบ้านก็มอบอัตลักษณ์เชิงสัญลักษณ์ให้การจัดวางนั้น
ดูคำตอบ

สิ่งของเหล่านั้นก่อเป็นการจัดวางที่มีความหมาย และการเรียกมันว่าบ้านก็มอบอัตลักษณ์เชิงสัญลักษณ์ให้การจัดวางนั้น

Our homes will not necessarily be the most attractive or sumptuous environments we could spend time in. ไวยากรณ์

0:23

บ้านของเราไม่จำเป็นต้องเป็นสภาพแวดล้อมที่น่าดึงดูดหรือหรูหราที่สุดที่เราจะใช้เวลาอยู่ได้

ไวยากรณ์

not necessarily: ปฏิเสธความแน่นอน ไม่ใช่ยืนยันความหมายตรงข้าม

ใน not necessarily คำว่า not จำกัดข้อสรุปเรื่องความจำเป็น ประโยคนี้บอกว่าไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าบ้านจะเป็นสถานที่ที่น่าดึงดูดใจหรือหรูหราที่สุด บ้านบางแห่งอาจเป็นเช่นนั้น และบางแห่งอาจไม่เป็น โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อข้อสรุปหนึ่งอาจเป็นจริง แต่ไม่ได้ตามมาเสมอ จึงเปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้แทนที่จะยืนยันว่าความหมายตรงข้ามต้องเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ร้านกาแฟแห่งหนึ่งตกแต่งสวย แต่สิ่งนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าอาหารจะดี ประโยคใดสื่อความคิดนี้ได้ถูกต้อง

  1. A beautiful cafe is not necessarily a good cafe.
  2. A beautiful cafe is definitely a good cafe.
  3. A beautiful cafe is necessarily not a good cafe.
ดูคำตอบ

A beautiful cafe is not necessarily a good cafe.

There are always hotels or public spaces that would be a good deal more impressive, ไวยากรณ์

0:29

มักจะมีโรงแรมหรือพื้นที่สาธารณะที่น่าประทับใจกว่ามากเสมอ

ไวยากรณ์

a good deal more + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า

เมื่อ a good deal อยู่หน้ารูปเปรียบเทียบ จะหมายถึง “ในระดับมาก” หรือ “มากกว่าอย่างมาก” ในที่นี้วลีนี้เน้น more impressive และบอกว่าความแตกต่างในการเปรียบเทียบนั้นมาก ในโครงสร้างนี้ deal ไม่ได้หมายถึง “ของราคาคุ้ม” หรือ “ข้อตกลง” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a good deal + รูปขั้นกว่า เช่น a good deal faster หรือ a good deal less expensive

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a good deal เพื่อเน้นคำคุณศัพท์ขั้นกว่าได้ถูกต้อง

  1. The new hall is a good deal more spacious than the old one.
  2. The new hall is a good deal spacious than the old one.
  3. The new hall has a good deal of space for community events.
ดูคำตอบ

The new hall is a good deal more spacious than the old one.

but after we've been traveling a long while, ลำดับความ

0:33

แต่หลังจากที่เราเดินทางมาอย่างยาวนาน

after too many nights in hotel rooms or on the beds of friends,

0:36

หลังจากนอนในห้องพักของโรงแรมหรือบนเตียงของเพื่อนมาหลายคืน

we typically feel a powerful ache to return to our own furnishings,

0:40

เรามักจะรู้สึกถึงความโหยหาอย่างรุนแรงที่จะกลับไปหาข้าวของเครื่องใช้ของเราเอง

ลำดับความ

after ..., after ... ก่อนประโยคหลัก

ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย after ทั้งสองส่วนอยู่ก่อนข้อความหลักและร่วมกันสร้างกรอบเวลาเดียวกัน ส่วนแรกเป็นอนุประโยค after we've been traveling a long while ส่วนที่สองเป็นวลีบุพบทที่สั้นกว่า คือ after too many nights in hotel rooms or on the beds of friends ทั้งสองส่วนนำไปสู่ประโยคหลัก we typically feel a powerful ache to return to our own furnishings ดังนั้นส่วน after แต่ละส่วนจึงยังไม่เป็นประโยคที่สมบูรณ์เมื่ออยู่ตามลำพัง การใช้ after ซ้ำทำให้ข้อมูลพื้นหลังค่อย ๆ สะสมและเลื่อนข้อสรุปออกไป ผู้ฟังจะได้รับข้อมูลเรื่องการเดินทางอันยาวนานและการค้างคืนข้างนอกหลายครั้งก่อนจะได้ยินความรู้สึกอยากกลับซึ่งเป็นผลตามมา But เชื่อมทั้งประโยคเข้ากับความขัดแย้งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบเวลา after ใดกรอบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กรอบเวลา after สองกรอบเพื่อสร้างพื้นหลังก่อนประโยคหลักที่สมบูรณ์หนึ่งประโยค

  1. Lena was relieved to get home because she had worked all day and spent three hours on a crowded train.
  2. After Lena had worked all day, after three hours on a crowded train.
  3. After Lena had worked all day, after three hours on a crowded train, she was relieved to get home.
ดูคำตอบ

After Lena had worked all day, after three hours on a crowded train, she was relieved to get home.

an ache that has little to do with material comfort per se. โน้ต

0:44

เป็นความโหยหาที่แทบไม่เกี่ยวอะไรกับความสะดวกสบายทางวัตถุเลย

วลี

has little to do with: ความเกี่ยวข้องที่ไม่มาก

Has little to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับบางสิ่งเพียงเล็กน้อย” ในที่นี้ ความรู้สึกปวดร้าวอาจเกี่ยวข้องกับความสะดวกสบายทางวัตถุอยู่บ้าง แต่ความสะดวกสบายทางวัตถุไม่ใช่สาเหตุหรือคำอธิบายหลัก โครงสร้างคือ have/has little to do with + คำนามหรือแนวคิด คำว่า little ลดระดับความเกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงมีเวลาว่างน้อยหรือไม่มีอะไรให้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับบางสิ่งเพียงเล็กน้อย”: Her bad mood ____ the weather.

ดูคำตอบ

has little to do with

การใช้คำ

per se: ในตัวมันเอง

Per se เป็นวลีทางการที่หมายถึง “ในตัวมันเอง” หรือ “เมื่อพิจารณาแยกออกมาต่างหาก” ในประโยคนี้ ความสะดวกสบายทางวัตถุโดยตัวมันเองไม่ใช่ต้นเหตุหลักของความรู้สึกปวดร้าว แม้ว่าสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องกับความสบายอาจยังมีผลอยู่ ใช้วลีนี้เพื่อแยกสิ่งที่กำลังพูดถึงออกจากผลกระทบ สถานการณ์ หรือปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึง “ตัวอย่างเช่น” หรือ “อย่างสิ้นเชิง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “ในตัวมันเอง”: The phone is not expensive ____; the monthly plan is the real cost.

ดูคำตอบ

per se

We need to get home to remember who we are. วลี

0:49

เราจำเป็นต้องกลับบ้านเพื่อจดจำว่าเราเป็นใคร

วลี

Get home: ไม่ใช้ to หน้า home

ในที่นี้ get หมายถึง “มาถึง” ไม่ใช่ “ได้รับ” get home หมายถึง “ถึงบ้าน” ในสำนวนการเคลื่อนที่นี้ home ทำหน้าที่เป็นคำบอกทิศทาง จึงตามหลัง get ได้ทันที: get home รูปแบบเดียวกันนี้พบใน go home และ come home

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ใช้ get และ home: We need to ____ before it gets dark.

ดูคำตอบ

get home

Our homes have a memorializing function,

0:54

บ้านของเรามีหน้าที่ในการเก็บความทรงจำ

and what they're helping us to remember is strangely enough, ourselves. โน้ต

0:56

และสิ่งที่บ้านช่วยให้เราจดจำได้อย่างน่าประหลาด ก็คือตัวเราเอง

ไวยากรณ์

What they're helping us to remember is ... ourselves: โครงสร้างเน้นจุดสำคัญ

What they're helping us to remember หมายถึง “สิ่งที่พวกเขากำลังช่วยให้เราจำได้” นี่คืออนุประโยคสัมพัทธ์ที่ไม่มีคำนามนำ โดย what-clause ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน จึงตามด้วย is คำว่า what ทำหน้าที่เป็นกรรมที่เว้นไว้หลัง remember อยู่แล้ว จึงไม่ต้องเติมกรรมอีกตัว รูปแบบ What + อนุประโยค + be + จุดเน้น จะเก็บคำตอบสำคัญไว้จนถึงหลัง be ในที่นี้ ourselves เป็นจุดเน้นและอ้างกลับไปที่ us อนุประโยคที่เป็นประธานถือเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยา is ส่วน strangely enough เป็นความคิดเห็นแทรกที่บอกว่าคำตอบนั้นน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเน้นจุดสำคัญ What ... is ... ได้ถูกต้องเพื่อเน้นคำตอบ

  1. What the team needs it is a clear plan.
  2. What does the team need is a clear plan.
  3. What the team needs is a clear plan.
ดูคำตอบ

What the team needs is a clear plan.

วลี

strangely enough ในฐานะคำแสดงความเห็นต่อทั้งประโยค

strangely enough เป็นคำแทรกที่แสดงความเห็นต่อทั้งประโยค หมายถึง “น่าประหลาดใจ” หรือ “แม้อาจไม่เป็นไปตามที่คาด” ในที่นี้ผู้พูดกำลังประเมินข้อค้นพบทั้งหมดว่า สิ่งที่ช่วยให้เราจำได้นั้นคือตัวเราเอง ไม่ได้บอกว่า ourselves เป็นสิ่งแปลก เนื่องจากเป็นส่วนแทรก เมื่อตัดออกแล้วไวยากรณ์หลักของประโยคยังคงสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังวางไว้ต้นประโยคได้ เช่น “Strangely enough, ...” โดยใช้เครื่องหมายจุลภาคแยกจากประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย strangely enough เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์ทั้งหมดเกินความคาดหมาย: ____, our smallest team solved the hardest puzzle first.

ดูคำตอบ

Strangely enough

We can see this need to anchor identity in matter in the history of religion. สำนวน

1:01

เราสามารถเห็นความจำเป็นในการยึดโยงตัวตนไว้กับวัตถุได้ในประวัติศาสตร์ของศาสนา

สำนวน

anchor identity in matter: ทำให้อัตลักษณ์มีฐานทางวัตถุ

ใน anchor identity in matter คำว่า anchor ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการทำให้อัตลักษณ์มีฐานที่มั่นคงด้วยการเชื่อมโยงเข้ากับบางสิ่ง Identity คือสิ่งที่ได้รับการทำให้มั่นคง ส่วน in matter ระบุว่าฐานนั้นคืออะไร matter ในที่นี้หมายถึงสสารหรือวัตถุที่จับต้องได้ ไม่ได้หมายถึงเรื่องหรือหัวข้อ วลีนี้มองสิ่งของทางกายภาพเป็นเครื่องรองรับที่ทำให้ความรู้สึกเชิงนามธรรมว่าเราเป็นใครมีความเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

แบบฝึกหัด

ในประโยคใหม่ “The museum anchors local identity in everyday objects from the town” วลี anchors local identity in everyday objects หมายความว่าอย่างไร

  1. มองอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นปัญหาที่พิพิธภัณฑ์ต้องแก้
  2. เชื่อมโยงอัตลักษณ์ท้องถิ่นกับวัตถุจริง ซึ่งทำให้อัตลักษณ์นั้นดูมั่นคงและเป็นรูปธรรม
  3. ใช้สมอเรือยึดสิ่งของต่าง ๆ ของเมืองไว้
ดูคำตอบ

เชื่อมโยงอัตลักษณ์ท้องถิ่นกับวัตถุจริง ซึ่งทำให้อัตลักษณ์นั้นดูมั่นคงและเป็นรูปธรรม

Humans have, from the earliest days,

1:06

ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม มนุษย์

expended enormous care and creativity on building homes for their gods. วลี

1:08

ได้ทุ่มเทความเอาใจใส่และความคิดสร้างสรรค์อย่างมหาศาลในการสร้างบ้านให้กับเทพเจ้าของพวกเขา

วลี

expend ... on + -ing: expended enormous care and creativity on building

ในที่นี้ expended enormous care and creativity on building ใช้โครงสร้าง expend + ทรัพยากรหรือความพยายาม + on + คำนาม/รูป -ing โดย care and creativity ถูกมองเป็นทรัพยากรทางความคิดที่มีค่า ส่วน building ระบุกิจกรรมที่ได้รับทรัพยากรเหล่านั้น expend เป็นทางการกว่า spend และมักเน้นว่าใช้หรือทุ่มเทความพยายาม พลังงาน เวลา หรือทรัพยากรอื่นมากเพียงใด วลีนี้จึงเน้นการลงทุนอย่างมากและตั้งใจ ไม่ได้เพียงบอกว่ามีการสร้างบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: The engineers ____ considerable time and effort ____ testing the bridge.

ดูคำตอบ

expended · on

They haven't felt that their gods could live just anywhere,

1:13

พวกเขาไม่ได้รู้สึกว่าเทพเจ้าของพวกเขาจะสามารถอาศัยอยู่ที่ไหนก็ได้

out in the wild or, as it were, in hotels. น้ำเสียง/เจตนา

1:17

กลางป่า หรืออาจจะพูดได้ว่าในโรงแรม

น้ำเสียง/เจตนา

as it were: บอกว่าเป็นคำเปรียบเทียบโดยประมาณ

As it were เป็นสำนวนแทรกแบบตายตัวที่มีความหมายว่า “ถ้าจะพูดเช่นนั้น” หรือ “ในแง่หนึ่ง” สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าคำที่อยู่ใกล้กันเป็นเพียงชื่อเรียกคร่าว ๆ หรือคำเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำอธิบายตามตัวอักษร ในประโยคนี้ สำนวนช่วยลดความตรงของการเปรียบสถานที่อยู่ของเทพเจ้ากับ hotels แบบขำ ๆ ผู้พูดรู้ว่า hotels เป็นการเปรียบเทียบสมัยใหม่ที่ไม่ตรงทั้งหมด จึงใช้ as it were เพื่อเว้นระยะจากคำเปรียบนั้นเล็กน้อย แต่ยังคงภาพที่ชวนขบขันไว้

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The new schedule is our map through the project, as it were," as it were บอกอะไรแก่ผู้ฟัง

  1. ผู้พูดรายงานว่าตารางเวลานี้เคยเป็นแผนที่จริง
  2. ผู้พูดใช้ "map" เป็นคำเปรียบเทียบโดยประมาณ
  3. ผู้พูดกำลังกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับอนาคต
ดูคำตอบ

ผู้พูดใช้ "map" เป็นคำเปรียบเทียบโดยประมาณ

They've believed that they needed special places, temple homes,

1:20

พวกเขาเชื่อว่าเทพเจ้าต้องการสถานที่พิเศษ เป็นบ้านแห่งวิหาร

where their specific characters could be stabilized through art and architecture.

1:24

ซึ่งคาแรคเตอร์เฉพาะตัวของพวกท่านจะสามารถตั้งมั่นอยู่ได้ผ่านศิลปะและสถาปัตยกรรม

For the ancient Greeks,

1:30

สำหรับชาวกรีกโบราณ

Athena was the goddess of wisdom, rationality, and harmony. วัฒนธรรม

1:31

อาธีนาคือเทพีแห่งปัญญา เหตุผล และความกลมกลืน

And in 420 BC,

1:35

และเมื่อ 420 ปีก่อนคริสตกาล

they completed a home for her on the slopes of the Acropolis.

1:37

พวกเขาสร้างบ้านให้พระองค์จนเสร็จสมบูรณ์บนเนินเขาอะโครโพลิส

วัฒนธรรม

อะธีนา ปี 420 ก่อนคริสตกาล และอะโครโพลิส

ชื่อเหล่านี้ทำให้ประโยคอยู่ในบริบทของศาสนาและสถาปัตยกรรมกรีกโบราณ อะธีนาเป็นเทพีกรีกที่เชื่อมโยงกับปัญญา เหตุผล และความกลมกลืนในที่นี้ ส่วนอะโครโพลิสคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางของเมืองบนที่สูงในเอเธนส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหารสำคัญหลายแห่ง 420 BC ระบุปีหนึ่งในสมัยโบราณ โดย BC ย่อมาจาก before Christ หรือ “ก่อนคริสตกาล” และวางไว้หลังตัวเลขปี การเรียกอาคารนี้ว่า home ของอะธีนาเป็นการอธิบายวิหารของพระนางในเชิงแนวคิด ไม่ได้หมายความว่าพระนางอาศัยอยู่ที่นั่นเหมือนคนทั่วไป บริบทนี้ทำให้อาคารเป็นสิ่งที่แสดงถึงเทพีและคุณลักษณะของพระนางอย่างเป็นรูปธรรม

แบบฝึกหัด

home for her ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. บ้านธรรมดาที่อะธีนาอาศัยอยู่เหมือนมนุษย์
  2. วิหารบนอะโครโพลิสที่อุทิศแด่อะธีนา
  3. ห้องครัวที่ชาวเอเธนส์โบราณใช้
ดูคำตอบ

วิหารบนอะโครโพลิสที่อุทิศแด่อะธีนา

It wasn't a large home,

1:41

มันไม่ใช่บ้านหลังใหญ่

about the size of an average American kitchen, วลี

1:42

ขนาดพอๆ กับห้องครัวเฉลี่ยของคนอเมริกัน

but it was an exceptionally apt and beautiful one.

1:45

แต่มันเป็นบ้านที่เหมาะสมและสวยงามเป็นพิเศษ

วลี

about the size of: มีขนาดประมาณเท่ากับ

about the size of ใช้เริ่มการเปรียบเทียบขนาดแบบคร่าว ๆ โดยที่พำนักนี้มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับห้องครัวอเมริกันทั่วไปโดยประมาณ ในที่นี้ about หมายถึง “ประมาณ” ไม่ใช่ “เกี่ยวกับ” โครงสร้างคือ about the size of + สิ่งของหรือสถานที่ที่คุ้นเคย ใช้ช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพขนาดได้อย่างรวดเร็วเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้หรือไม่ทราบขนาดที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “มีขนาดใหญ่พอ ๆ กันโดยประมาณ”: The package is ____ a shoebox.

ดูคำตอบ

about the size of

The temple felt dignified but approachable.

1:48

วิหารนี้ให้ความรู้สึกสง่างามแต่เข้าถึงได้

It was rigorously balanced and logical, serene and poised.

1:51

มีความสมดุลและสมเหตุสมผลอย่างเคร่งครัด สงบ และนิ่ง

It was its inhabitant artfully sculpted in limestone. สำนวน

1:55

มันคือผู้อยู่อาศัยที่ถูกแกะสลักอย่างมีศิลปะลงบนหินปูน

สำนวน

It Was Its Inhabitant: อุปลักษณ์ที่ทำให้สองสิ่งเป็นสิ่งเดียวกัน

โครงสร้างเชื่อม it was X โดยทั่วไปใช้บอกว่า “มันคือ X” ในที่นี้ It หมายถึงวิหาร และ its inhabitant หมายถึงอะธีนา ดังนั้นประโยคจึงจงใจบอกให้อาคารกับเทพีเป็นสิ่งเดียวกันในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เพียงบอกว่าทั้งสองดูคล้ายกัน นี่คืออุปลักษณ์แบบกระชับ: artfully sculpted in limestone ทำให้วิหารถูกมองว่าเป็นบุคลิกลักษณะของอะธีนาที่กลายเป็นรูปธรรมผ่านสถาปัตยกรรม ไม่ได้หมายความว่ามีรูปแกะสลักของผู้อยู่อาศัยอีกชิ้นอยู่ในวิหาร หรืออาคารเป็นคนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “It was its inhabitant artfully sculpted in limestone.” ประโยคนี้กล่าวถึงวิหารว่าอย่างไร

  1. วิหารแสดงบุคลิกลักษณะของอะธีนา ผู้ที่อยู่ในวิหาร ออกมาเป็นรูปธรรม
  2. วิหารมีรูปปั้นหินปูนอีกชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัยเพียงคนเดียว
  3. วิหารกับอะธีนาเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวกันจริง ๆ ในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

วิหารแสดงบุคลิกลักษณะของอะธีนา ผู้ที่อยู่ในวิหาร ออกมาเป็นรูปธรรม

The Greeks took such care over Athena's temple home วลี

2:00

ชาวกรีกเอาใจใส่บ้านวิหารของอาธีนาเป็นอย่างมาก

because they understood the human mind.

2:03

เพราะพวกเขาเข้าใจจิตใจมนุษย์

วลี

Took Such Care Over: ใส่ใจอย่างละเอียดเป็นพิเศษ

To take care over something หมายถึงการใส่ใจอย่างละเอียดและรอบคอบขณะสร้าง วางแผน หรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ชาวกรีกทุ่มทั้งความคิดและความพยายามเป็นพิเศษให้กับวิหารซึ่งเป็นที่พำนักของอะธีนา ไม่ได้หมายถึงเพียงการระมัดระวังหรือดูแลตัวอาคาร Such เน้นระดับของ care ว่ามีความใส่ใจมากเป็นพิเศษ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because อธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงใส่ใจมากขนาดนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ take such care over + คำนาม

แบบฝึกหัด

took such care over หมายถึงอะไรในประโยคนี้ “The designer took such care over the tiny lettering that every word was clear.”

  1. เธอปกป้องตัวอักษรจากอันตรายทางกายภาพ
  2. เธอใส่ใจกับตัวอักษรอย่างละเอียดเป็นพิเศษ
  3. เธอตกลงว่าจะจัดการกับตัวอักษรในภายหลัง
ดูคำตอบ

เธอใส่ใจกับตัวอักษรอย่างละเอียดเป็นพิเศษ

They knew that without architecture,

2:05

พวกเขารู้ว่าหากไม่มีสถาปัตยกรรม

we struggle to remember what we care about,

2:08

เราจะดิ้นรนเพื่อจดจำสิ่งที่เราใส่ใจ

and more broadly, who we are. ลำดับความ

2:10

และในวงกว้างกว่านั้นคือ การจำว่าเราเป็นใคร

ลำดับความ

and more broadly: การขยายขอบเขตของเหตุผล

ในที่นี้ and more broadly ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังขยับจากประเด็นที่แคบกว่า คือการจดจำสิ่งที่เราใส่ใจ ไปสู่ประเด็นที่กว้างกว่า คือการจดจำว่าเราเป็นใคร โดย and เชื่อมสองระดับนี้เข้าด้วยกัน ส่วน more broadly บอกว่าความคิดที่สองครอบคลุมขอบเขตที่ใหญ่กว่า ใช้คำเชื่อมนี้เพื่อแสดงให้ชัดว่าเหตุผลกำลังขยายออกไปอีกระดับ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “พูดอย่างคลุมเครือ” แต่หมายถึง “มองเรื่องนี้จากมุมที่กว้างขึ้น”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเชื่อมเพื่อแสดงว่าประเด็นที่สองมีขอบเขตกว้างกว่าประเด็นแรก

  1. The museum preserves family stories and, broadly speaking, helps the whole town understand its identity.
  2. The museum preserves family stories and, more broadly, helps the whole town understand its identity.
  3. The museum preserves family stories and, for example, helps the whole town understand its identity.
ดูคำตอบ

The museum preserves family stories and, more broadly, helps the whole town understand its identity.

To be told in words that Athena represented grace and balance ไวยากรณ์

2:12

การบอกกล่าวด้วยคำพูดว่าอาธีนาเป็นตัวแทนของความสง่างามและความสมดุล

wasn't going to be enough on its own. วลี

2:16

ลำพังเพียงแค่นั้นคงไม่เพียงพอ

ไวยากรณ์

To be told ... wasn't going to be enough: ประธาน infinitive แบบถูกกระทำและความคาดหมายในอดีต

To be told in words that Athena represented grace and balance เป็นอนุประโยค to-infinitive แบบถูกกระทำที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค มีความหมายว่า “การที่ใครคนหนึ่งได้รับคำอธิบายนั้นผ่านคำพูด” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของสิ่งที่ถูกเล่า แต่ไม่ได้เป็นประธานหลักด้วยตัวมันเอง Wasn't going to be enough ประเมินวิธีนั้นจากมุมมองในอดีต ในที่นี้ was going to บอกผลที่คาดไว้ภายใต้เงื่อนไขในตอนนั้น ไม่ใช่การกระทำที่วางแผนไว้ กล่าวคือคาดว่าคำพูดเพียงอย่างเดียวจะไม่เพียงพอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ to-infinitive แบบถูกกระทำเป็นประธาน และนำเสนอความไม่เพียงพอเป็นผลที่คาดไว้จากมุมมองในอดีต

  1. To be shown the map once wasn't going to be enough for the hikers.
  2. Showing the map once wasn't enough for the hikers.
  3. To show the map once wasn't going to be enough for the hikers.
ดูคำตอบ

To be shown the map once wasn't going to be enough for the hikers.

วลี

on its own: โดยไม่พึ่งสิ่งอื่น

ใน not enough on its own วลี on its own หมายถึงโดยไม่มีความช่วยเหลือหรือสิ่งอื่นเพิ่มเติม ประโยคนี้บอกว่าวิธีที่กำลังกล่าวถึงนั้นไม่เพียงพอหากใช้เพียงอย่างเดียว เมื่อประธานเป็นสิ่งของ on its own มักใช้ประเมินว่าเครื่องมือ เหตุผล หรือหลักฐานสามารถทำงานหรือเพียงพอได้ด้วยตัวมันเองหรือไม่ คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น on my own, on her own และ on their own

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าไฟฉายมีประโยชน์ แต่ยังไม่เพียงพอหากไม่มีอุปกรณ์อื่น?

  1. The flashlight is useful, but it is not enough on its own.
  2. The flashlight is useful, but it has a battery of its own.
  3. The flashlight is useful, but it turned on by itself.
ดูคำตอบ

The flashlight is useful, but it is not enough on its own.

There needed to be a house to bring the idea forcefully and continuously to consciousness. โน้ต

2:19

จำเป็นต้องมีบ้านเพื่อดึงความคิดนั้นเข้าสู่ความตระหนักรู้ได้อย่างทรงพลังและต่อเนื่อง

ไวยากรณ์

There needed to be + นามวลี

There needed to be เป็นโครงสร้างบอกการมีอยู่ในอดีตแบบ there + needed + to be + นามวลี ในที่นี้ there ไม่ได้ชี้สถานที่ แต่ใช้เปิดอนุประโยคที่บอกว่าการมีอยู่ของบางสิ่งเป็นสิ่งจำเป็น โครงสร้างนี้เน้นสิ่งที่จำเป็นต้องมี เช่น There needed to be a house โดยเน้นว่าอะไรต้องมีอยู่ แทนที่จะระบุว่าใครมีความต้องการนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียนที่แสดงความจำเป็นในอดีต: To serve everyone safely, ____ two lifeguards at the pool.

ดูคำตอบ

there needed to be

สำนวน

bring the idea ... to consciousness: ทำให้แนวคิดปรากฏในจิตสำนึก

วลีนี้นำเสนอแนวคิดราวกับว่าเป็นสิ่งที่สามารถนำเข้าไปในจิตสำนึกของคนได้ ในที่นี้ bring the idea ... to consciousness หมายถึงทำให้ผู้คนตระหนักถึงแนวคิดนั้นอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายถึงการปลุกคนที่หมดสติ คำวิเศษณ์ forcefully และ continuously แสดงว่าการย้ำเตือนนั้นต้องหนักแน่นและเกิดซ้ำหรือคงอยู่อย่างต่อเนื่อง บ้านหลังนี้มีหน้าที่ทำให้แนวคิดยังอยู่ในใจของผู้คน ไม่ใช่สื่อแนวคิดนั้นเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The memorial brings the cost of war forcefully and continuously to consciousness,” วลีนี้หมายความว่าอะไร

  1. มันปลุกคนที่หมดสติให้ฟื้น
  2. มันพิสูจน์ว่าอนุสรณ์สถานมีพลังเหนือธรรมชาติ
  3. มันทำให้ผู้คนตระหนักอย่างชัดเจนถึงต้นทุนของสงครามอยู่เสมอ
ดูคำตอบ

มันทำให้ผู้คนตระหนักอย่างชัดเจนถึงต้นทุนของสงครามอยู่เสมอ

Without there being anything grandiose or supernatural in the idea, ไวยากรณ์

2:24

โดยที่ไม่ต้องมีอะไรใหญ่โตหรือเหนือธรรมชาติในความคิดนั้นเลย

our homes are also temples. สำนวน

2:28

บ้านของเราก็เป็นวิหารเช่นกัน

ไวยากรณ์

Without there being anything: อนุประโยคบอกการมีอยู่รูป -ing หลัง without

หลังคำบุพบท without นั้น there being เป็นรูป -ing ของโครงสร้างบอกการมีอยู่ there is/there are โครงสร้างนี้นำเสนอสถานการณ์ที่ไม่มีอยู่ โดย without there being anything grandiose or supernatural หมายความว่าไม่มีองค์ประกอบที่โอ่อ่าหรือเหนือธรรมชาติอยู่เลย there ในที่นี้เป็นคำที่ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ ไม่ได้บอกสถานที่ และต้องใช้ being เพราะอนุประโยคนี้ตามหลังคำบุพบท อนุประโยคเปิดเรื่องช่วยตัดเงื่อนไขหรือข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้นก่อนเข้าสู่ข้อความหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง there being: The event ended without ____ any serious problems.

ดูคำตอบ

there being

They are temples to us.

2:31

มันคือวิหารสำหรับเรา

สำนวน

“Our homes are also temples” ในฐานะคำเปรียบเปรย

ประโยคนี้ใช้คำเปรียบเปรย โดยเรียกบ้านว่า “วิหาร” เพราะสิ่งของและพื้นที่ในบ้านสามารถทำให้คุณค่าและอัตลักษณ์ของคนคนหนึ่งมองเห็นได้และคงอยู่เป็นรูปธรรม ไม่ได้หมายความว่าบ้านเป็นศาสนสถานตามความหมายตรงตัว การเปรียบเทียบนี้เน้นหน้าที่ของสถานที่ เช่นเดียวกับที่วิหารสามารถทำให้สิ่งที่ชุมชนเคารพปรากฏเป็นรูปธรรม บ้านก็สามารถเตือนผู้อยู่อาศัยว่าอะไรสำคัญสำหรับตนเอง “To us” หมายถึง “สำหรับเรา” หรือ “ในชีวิตของเราเอง”

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “our homes are also temples” หมายความว่าอย่างไร?

  1. บ้านของเราควรสร้างในรูปแบบเดียวกับวิหารโบราณ
  2. บ้านของเราสามารถทำให้คุณค่าของเราปรากฏเป็นรูปธรรมและเตือนเราให้ระลึกถึงคุณค่าเหล่านั้น
  3. บ้านของเราต้องใช้สำหรับการประกอบพิธีทางศาสนาอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

บ้านของเราสามารถทำให้คุณค่าของเราปรากฏเป็นรูปธรรมและเตือนเราให้ระลึกถึงคุณค่าเหล่านั้น

We're not expecting to be worshipped,

2:33

เราไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกบูชา

but we are trying to make a place that, like a temple,

2:35

แต่เรากำลังพยายามสร้างสถานที่ซึ่งเป็นเหมือนวิหาร

adequately embodies our spiritual values and merits.

2:38

ที่รวบรวมคุณค่าทางจิตวิญญาณและคุณงามความดีของเราไว้อย่างเพียงพอ

Creating a home is frequently such a demanding process

2:42

การสร้างบ้านมักเป็นกระบวนการที่เรียกร้องความพยายามอย่างมาก

because it requires us to find our way to objects that can correctly convey our identities. วลี

2:46

เพราะมันต้องการให้เราค้นหาของที่สามารถสื่อถึงตัวตนของเราได้อย่างถูกต้อง

วลี

find our way to: ค่อย ๆ ไปถึงตัวเลือกที่เหมาะสม

ในที่นี้ find our way to หมายถึงการค่อย ๆ ไปถึงตัวเลือกที่เหมาะสมผ่านการค้นหา ทดลอง และพิจารณา จุดหมายเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงกลุ่มสิ่งของที่สามารถแสดงอัตลักษณ์ ไม่ใช่สถานที่จริง วลีนี้นำเสนอการเลือกเหมือนเป็นการเดินทางที่มีหลายขั้นตอนและมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ “find our way to” เพื่อแสดงการค้นพบอย่างค่อยเป็นค่อยไป: After several experiments, we finally ____ a method that worked.

ดูคำตอบ

found our way to

We get fussy because objects are, in their own ways, all hugely eloquent. โน้ต

2:51

เราจู้จี้จุกจิกเพราะสิ่งของต่างๆ ล้วนสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนในแบบของมันเอง

การใช้คำ

get fussy: เริ่มจู้จี้เลือกมากเกินไป

get fussy หมายถึง “เริ่มใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ หรือตัวเลือกมากเกินไป” คำว่า get แสดงการเปลี่ยนสภาพ คือก่อนหน้านี้อาจไม่ได้จู้จี้ แต่ต่อมากลายเป็นเช่นนั้น ในประโยคนี้ วลียอมรับว่าคนอาจกลายเป็นคนที่พอใจได้ยากเมื่อต้องเลือกสิ่งของ น้ำเสียงออกไปทางลบเล็กน้อยและอาจเป็นการวิจารณ์ตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการโกรธ

แบบฝึกหัด

การตีความ get fussy ข้อใดเหมาะกับประโยคนี้ที่สุด

  1. พวกเขาเริ่มจู้จี้มากเกินไปว่าสิ่งของชิ้นใดจึงจะเหมาะ
  2. พวกเขาโกรธเพราะสิ่งของส่งเสียงดัง
  3. พวกเขาเริ่มจับสิ่งของทุกชิ้นอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ดูคำตอบ

พวกเขาเริ่มจู้จี้มากเกินไปว่าสิ่งของชิ้นใดจึงจะเหมาะ

สำนวน

objects are ... eloquent: สิ่งของที่สื่อสารได้โดยไม่ใช้คำพูด

โดยทั่วไป eloquent ใช้บรรยายคนที่แสดงความคิดได้อย่างชัดเจนและทรงพลัง การเรียกสิ่งของว่า eloquent เป็นการทำให้สิ่งของมีลักษณะเหมือนคน คือแม้มันพูดไม่ได้ แต่การออกแบบ รูปแบบ หรือสิ่งที่ทำให้นึกถึงสามารถสื่อสารได้มากมาย วลี in their own ways บอกว่าสิ่งของแต่ละชิ้นสื่อสารในวิธีที่ต่างกัน ส่วน hugely เน้นข้อความให้แรงขึ้น ดังนั้นไม่ได้หมายเพียงว่าสิ่งของดูสวย แต่หมายถึงมันแสดงความหมายหรือค่านิยมได้อย่างชัดเจนและทรงพลัง

แบบฝึกหัด

การตีความใดอธิบาย objects are ... eloquent ได้ดีที่สุด

  1. สิ่งของสื่อความหมายหรือค่านิยมผ่านการออกแบบและสิ่งที่ทำให้นึกถึง
  2. สิ่งของดูน่าสนใจ แต่ไม่ได้สื่ออะไรนอกเหนือจากรูปลักษณ์
  3. สิ่งของพูดเป็นประโยคที่สละสลวยได้จริง ๆ
ดูคำตอบ

สิ่งของสื่อความหมายหรือค่านิยมผ่านการออกแบบและสิ่งที่ทำให้นึกถึง

Two chairs that perform much the same physical role ลำดับความ

2:56

เก้าอี้สองตัวที่ทำหน้าที่ทางกายภาพเหมือนกันมาก

can articulate entirely different visions of life.

2:59

สามารถบอกเล่าวิสัยทัศน์ในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ลำดับความ

การเปรียบต่างใน much the same physical role ... articulate entirely different visions of life

ประโยคนี้จัดข้อมูลด้วยการเปรียบต่างแบบกระชับ โดยเริ่มจากยอมรับว่าเก้าอี้สองตัวมีหน้าที่ใช้งานจริงแทบจะเหมือนกัน แล้วจึงหันไปเน้นแนวคิดเกี่ยวกับชีวิตที่แตกต่างกันมากซึ่งการออกแบบของเก้าอี้สื่อออกมา much เน้น same ส่วน entirely เน้น different ทำให้การเปลี่ยนประเด็นชัดเจนยิ่งขึ้น ในที่นี้ articulate หมายถึง “แสดงหรือทำให้แนวคิดหนึ่งชัดเจน” เก้าอี้ไม่ได้พูดจริง ๆ โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบสิ่งที่ทำหน้าที่คล้ายกัน แต่สื่อความหมายหรือคุณค่าที่แตกต่างกันมากได้

แบบฝึกหัด

ประโยคต้นฉบับเปรียบต่างเรื่องใดเป็นหลัก

  1. หน้าที่ใช้งานจริงที่คล้ายกัน เทียบกับแนวคิดต่อชีวิตที่แตกต่างกันมากซึ่งการออกแบบสื่อออกมา
  2. ความสามารถของเก้าอี้ในการพูดถึงเจ้าของได้จริง ๆ
  3. หน้าที่ใช้งานจริงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ไม่มีความแตกต่างด้านความหมาย
ดูคำตอบ

หน้าที่ใช้งานจริงที่คล้ายกัน เทียบกับแนวคิดต่อชีวิตที่แตกต่างกันมากซึ่งการออกแบบสื่อออกมา

One chair by the Swiss 20th century architect Le Corbusier,

3:02

เก้าอี้ตัวหนึ่งที่ออกแบบโดย Le Corbusier สถาปนิกชาวสวิสในศตวรรษที่ 20

will speak of efficiency, การใช้คำ

3:06

จะบอกเล่าถึงประสิทธิภาพ

an excitement about the future,

3:07

ความตื่นเต้นเกี่ยวกับอนาคต

an international spirit,

3:09

จิตวิญญาณความเป็นสากล

an impatience around nostalgia,

3:10

ความไม่อดทนต่อความโหยหาอดีต

and a devotion to reason.

3:12

และความอุทิศตนต่อเหตุผล

การใช้คำ

speak of ในความหมายว่า “เผยให้เห็นหรือบ่งบอก”

เมื่อประธานเป็นสิ่งไม่มีชีวิตอย่างเก้าอี้ speak of หมายถึง “เผยให้เห็น บ่งบอก หรือทำให้นึกถึง” การออกแบบถูกกล่าวถึงเชิงเปรียบเทียบราวกับว่ามีเสียงของตนเอง คำนามนามธรรมหลัง of ได้แก่ efficiency, excitement, spirit, impatience และ devotion คือคุณค่าที่เข้าใจกันว่าการออกแบบของเก้าอี้สื่อออกมา ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอการตีความ ไม่ใช่หัวข้อที่เก้าอี้พูดถึงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เผยให้เห็นหรือบ่งบอก”: The faded photographs ____ a life full of travel.

ดูคำตอบ

speak of

The other, by the English 19th century designer William Morris, วัฒนธรรม

3:14

ส่วนอีกตัวหนึ่งที่ออกแบบโดย William Morris นักออกแบบชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 19

will speak of the superiority of the pre-industrial world,

3:17

จะบอกเล่าถึงความเหนือกว่าของยุคก่อนอุตสาหกรรม

the beauty of tradition,

3:21

ความงามของประเพณี

the appeal of patience,

3:22

เสน่ห์ของความอดทน

and the pull of the local. สำนวน

3:23

และแรงดึงดูดของความเป็นท้องถิ่น

วัฒนธรรม

วิลเลียม มอร์ริสกับคุณค่าการออกแบบก่อนยุคอุตสาหกรรม

วิลเลียม มอร์ริสเป็นนักออกแบบชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับขบวนการ Arts and Crafts เขาต่อต้านการผลิตจำนวนมากแบบอุตสาหกรรม และให้คุณค่ากับงานฝีมือที่ต้องอาศัยทักษะ รูปแบบดั้งเดิม และการผลิตที่หยั่งรากในวัสดุและชุมชนท้องถิ่น ภูมิหลังนี้อธิบายว่าทำไมจึงกล่าวว่าเก้าอี้ตัวนี้ “สื่อถึง” โลกก่อนยุคอุตสาหกรรม ประเพณี ความอดทน และความเป็นท้องถิ่น ประโยคนี้ใช้มอร์ริสเป็นตัวแทนของแนวคิดการออกแบบแบบหนึ่ง ไม่ได้บอกว่าสิ่งของทุกชิ้นที่เขาทำ งานออกแบบอังกฤษทั้งหมด หรืองานออกแบบดั้งเดิมทั้งหมดมีคุณลักษณะเหล่านี้เหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

ทำไมประโยคนี้จึงกล่าวถึงวิลเลียม มอร์ริส?

  1. เพื่อแสดงว่าเฟอร์นิเจอร์ก่อนยุคอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพมากกว่าเสมอ
  2. เพื่อเชื่อมโยงเก้าอี้กับงานฝีมือ ประเพณี และคุณค่าการออกแบบที่หยั่งรากในท้องถิ่น
  3. เพื่อบอกว่าเขาออกแบบเก้าอี้อังกฤษทุกตัวในศตวรรษที่ 19
ดูคำตอบ

เพื่อเชื่อมโยงเก้าอี้กับงานฝีมือ ประเพณี และคุณค่าการออกแบบที่หยั่งรากในท้องถิ่น

สำนวน

The Pull of the Local: อุปลักษณ์และการทำให้เป็นคำนาม

ใน “the pull of the local” คำว่า pull เป็นอุปลักษณ์ของแรงดึงดูดหรืออิทธิพล ไม่ใช่การดึงทางกายภาพ แนวคิดคือวัสดุ ประเพณี และวิถีชีวิตในท้องถิ่นสามารถดึงดูดผู้คนได้อย่างมาก รูปแบบ the + adjective ทำให้ local ใช้เรียกหมวดหมู่นามธรรมได้ กระบวนการนี้เรียกว่าการทำให้เป็นคำนาม ในประโยคนี้ “the local” หมายถึงสิ่งที่หยั่งรากในท้องถิ่น โดยเฉพาะวัฒนธรรมและคุณค่าท้องถิ่น บริบทสำคัญมาก เพราะในประโยคอื่น local ยังเป็นคำนามที่หมายถึงบุคคลได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “the local” ในความหมายว่าวัฒนธรรมหรือคุณค่าที่หยั่งรากในท้องถิ่นเหมือนตัวอย่าง?

  1. The museum connects the global with the local.
  2. The locals meet here every Friday.
  3. A local showed us the shortest path.
ดูคำตอบ

The museum connects the global with the local.

An object ends up feeling right when it speaks attractively about qualities that we're drawn to, โน้ต

3:25

สิ่งของหนึ่งชิ้นจะรู้สึกว่าใช่ก็ต่อเมื่อมันบอกเล่าอย่างน่าดึงดูดเกี่ยวกับคุณสมบัติที่เราหลงใหล

but don't quite possess strong enough doses of in our everyday lives. สำนวน

3:31

แต่เรากลับไม่มีมันมากพอในชีวิตประจำวันของเรา

กริยาวลี

ends up + -ing: ผลลัพธ์สุดท้าย

Ends up แสดงผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ ซึ่งมักเป็นสิ่งที่ไม่ได้วางแผนไว้หรือค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ในประโยคนี้ วัตถุนั้นทำให้ใครบางคนรู้สึกว่าใช่ในที่สุด โครงสร้าง end up + -ing แสดงการกระทำหรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ เช่น end up waiting ส่วน end up + คำคุณศัพท์แสดงสภาวะสุดท้าย เช่น end up tired คำว่า Up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีและตัดออกไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่แสดงผลลัพธ์สุดท้ายซึ่งไม่ได้วางแผนไว้: After checking every cupboard, we ____ ordering pizza.

ดูคำตอบ

ended up

การใช้คำ

be drawn to: รู้สึกดึงดูดโดยธรรมชาติ

Be drawn to หมายถึงรู้สึกถูกดึงดูดโดยธรรมชาติต่อคน สิ่งของ หรือความคิด เป็นรูปถูกกระทำที่ไม่ใช่ความหมายตรงตัวของ draw ไม่มีใครกำลังถูกวาดหรือถูกลากจริง ๆ ใน qualities that we're drawn to คำว่า qualities เป็นกรรมของ to อนุประโยคขยายวางคำบุพบทไว้ท้ายประโยค ซึ่งเป็นรูปที่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษทั่วไป: qualities that we're drawn to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงรู้สึกดึงดูดโดยธรรมชาติ: Kai is ____ stories about the ocean.

ดูคำตอบ

drawn to

สำนวน

strong enough doses of: เปรียบคุณลักษณะของคนเป็นปริมาณที่วัดได้

ในที่นี้ doses of เปรียบคุณลักษณะของคนเป็นเหมือนสารที่วัดปริมาณได้ ส่วน strong enough บอกว่าปริมาณหรือความเข้มของคุณลักษณะนั้นถึงระดับที่ต้องการหรือไม่ ในอนุประโยคขยาย ให้เข้าใจว่ามี qualities ตามหลัง of ซึ่งมีความหมายเต็มว่า we do not quite possess strong enough doses of those qualities คุณลักษณะเหล่านี้ดึงดูดใจเราส่วนหนึ่งเพราะในชีวิตประจำวันเรามีมันไม่เข้มแข็งหรือไม่มากพอ

แบบฝึกหัด

strong enough doses of qualities ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ยาที่ทำจากคุณลักษณะเหล่านั้น
  2. ปริมาณหรือความเข้มของคุณลักษณะเหล่านั้นที่เพียงพอ
  3. คุณลักษณะที่เป็นอันตรายเมื่อมีความเข้มแข็ง
ดูคำตอบ

ปริมาณหรือความเข้มของคุณลักษณะเหล่านั้นที่เพียงพอ

The desirable object gives us a more secure hold on values that are present, สำนวน

3:35

สิ่งของที่พึงปรารถนาช่วยให้เรายึดมั่นในค่านิยมที่มีอยู่ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

yet fragile in ourselves.

3:40

แม้มันจะเปราะบางในตัวเราก็ตาม

สำนวน

a more secure hold on values: รักษาค่านิยมให้มั่นคง

ในโครงสร้าง give someone a hold on something คำว่า hold เป็นการเปรียบเทียบกับการจับยึด ในที่นี้ a more secure hold on values หมายถึงความเชื่อมโยงที่แข็งแรงและมั่นคงขึ้นกับค่านิยมที่มีอยู่แล้วภายในตัวบุคคล more secure เพิ่มความหมายว่าค่านิยมเหล่านั้นมีโอกาสอ่อนลงหรือเลือนหายน้อยลง ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของหรือมีอำนาจเหนือค่านิยม แต่วัตถุนั้นช่วยให้บุคคลรักษาค่านิยมให้ยังคงมีพลังและมั่นคง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a hold on ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง?

  1. The weekly reflection gave Amir a firmer hold on the values he wanted to protect.
  2. The manager gained control over the company's prices.
  3. The climber tightened his hold on the rope.
ดูคำตอบ

The weekly reflection gave Amir a firmer hold on the values he wanted to protect.

It endorses and encourages important themes in us.

3:42

มันรับรองและสนับสนุนเรื่องราวที่สำคัญในตัวเรา

The smallest things in our homes whisper to us. สำนวน

3:46

สิ่งที่เล็กที่สุดในบ้านของเรากระซิบกับเรา

สำนวน

สิ่งของในบ้านกระซิบกับเรา

ในประโยคนี้ whisper เป็นการใช้บุคลาธิษฐาน โดยบรรยายสิ่งของในบ้านราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นพูดได้ สิ่งของไม่ได้ส่งเสียงจริง ๆ แต่รูปลักษณ์ การใช้งาน หรือความทรงจำที่เกี่ยวข้องค่อย ๆ ส่งผลต่อความคิดและความรู้สึกของผู้คน การเลือกใช้ whisper ทำให้อิทธิพลนั้นดูละเอียดอ่อนและเกือบจะเป็นเรื่องส่วนตัว รูปแบบทั่วไป X whispers to someone ใช้บรรยายสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์แต่ดูเหมือนกำลังส่งสารที่เงียบและอ้อม ๆ ได้

แบบฝึกหัด

whisper สื่อความหมายอย่างไรในประโยคนี้

  1. สิ่งของเหล่านั้นกำลังเปล่งเสียงมนุษย์ที่ได้ยินอย่างชัดเจน
  2. สิ่งของเหล่านั้นส่งผลต่อเราอย่างเงียบ ๆ และละเอียดอ่อน
  3. สิ่งของเหล่านั้นกำลังออกคำสั่งที่ดังและเร่งด่วน
ดูคำตอบ

สิ่งของเหล่านั้นส่งผลต่อเราอย่างเงียบ ๆ และละเอียดอ่อน

They offer us encouragement, reminders, consoling thoughts, warnings, or correctives

3:49

พวกมันให้กำลังใจ เครื่องเตือนใจ ความคิดที่ปลอบประโลม คำเตือน หรือข้อแก้ไขแก่เรา

as we go about making breakfast or do the accounts in the evening. โน้ต

3:55

ขณะที่เรากำลังทำอาหารเช้าหรือทำบัญชีในตอนเย็น

กริยาวลี

go about + -ing: เริ่มต้นและดำเนินงาน

Go about + -ing หมายถึงการเริ่มต้นและดำเนินกิจกรรม โดยมักเน้นวิธีการหรือกระบวนการ ใน go about making breakfast ผู้คนกำลังทำงานประจำวันคือการเตรียมอาหารเช้า ในที่นี้ about เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี go about ไม่ได้หมายความว่าผู้คนกำลังเดินไปมา รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ในคำถามอย่าง How do I go about solving this? เมื่อต้องการถามถึงวิธีการ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “เริ่มต้นและจัดการกระบวนการของ” โดยคงประโยคภาษาอังกฤษไว้: How should we ____ preparing for the school fair?

ดูคำตอบ

go about

วลี

do the accounts: จัดการบันทึกทางการเงิน

do the accounts หมายถึงจัดการบันทึกทางการเงิน เช่น บันทึกรายรับรายจ่าย ตรวจสอบตัวเลข หรือทำบัญชีประจำวัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงงานธรรมดาที่ทำในตอนเย็น โดยวางขนานกับ making breakfast accounts ใช้รูปพหูพจน์ เพราะ the accounts หมายถึงบันทึกทางการเงินทั้งชุด ไม่ใช่บัญชีออนไลน์หรือบัญชีธนาคารเพียงบัญชีเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษแบบบริติชที่เรียนในข้อนี้ ซึ่งหมายถึง “จัดการบันทึกทางการเงิน”: Every Friday evening, Maya sits down to ____ for her small bakery.

ดูคำตอบ

do the accounts

The quest to build a home is connected up with a need to stabilize and organize our complex selves. กริยาวลี

4:00

ภารกิจในการสร้างบ้านเชื่อมโยงกับความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงและจัดการตัวตนที่ซับซ้อนของเรา

กริยาวลี

is connected up with: ความเชื่อมโยงเชิงนามธรรม

ในประโยคนี้ X is connected up with Y หมายถึง X เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับ Y ความเชื่อมโยงนี้เป็นนามธรรม กล่าวคือ ความปรารถนาที่จะสร้างบ้านและความต้องการความมั่นคงภายในเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดใหญ่เดียวกัน connected up เป็นรูปถูกกระทำของ connect up คำว่า up อาจให้ความรู้สึกว่าสิ่งที่แยกกันถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน แต่ในที่นี้แทบไม่ได้เพิ่มความหมายจาก connected with และไม่ได้หมายถึงการเสียบเชื่อมต่ออุปกรณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Her headaches are connected up with lack of sleep,” วลี are connected up with หมายความว่าอะไร

  1. เสียบเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล
  2. ถูกระบุไว้หลังจาก
  3. เกี่ยวข้องกับ
ดูคำตอบ

เกี่ยวข้องกับ

It's not enough to know who we are in our own minds. ไวยากรณ์

4:06

การรู้ว่าเราเป็นใครอยู่ในใจตัวเองนั้นยังไม่พอ

ไวยากรณ์

It's not enough to + คำกริยารูปพื้นฐาน

It's not enough to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่า การทำสิ่งที่กล่าวถึงยังไม่ทำให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์ ในประโยคนี้ การรู้ว่าเราเป็นใครในใจของตนเองถูกมองว่าเป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอ รูปแบบนี้จัดลำดับเหตุผลเป็นสองขั้น ขั้นแรกบอกว่าสิ่งใดยังไม่พอ จากนั้นจึงเพิ่มว่ายังต้องมีอะไรอีก เงื่อนไขเพิ่มเติมอาจอยู่หลังอัฒภาค อยู่กับ also หรืออยู่ในประโยคถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่บอกว่าการกระทำแรกยังไม่เพียงพอ: ____ read the instructions; you also have to follow them.

ดูคำตอบ

It's not enough to

We need something more tangible, material, and sensuous

4:10

เราต้องการสิ่งที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม และตอบสนองต่อประสาทสัมผัสมากกว่านี้

to pin down the diverse and intermittent aspects of our identities. กริยาวลี

4:13

เพื่อตรึงแง่มุมที่หลากหลายและเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวของตัวตนเราเอาไว้

กริยาวลี

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ pin down

ในที่นี้ pin down หมายถึงทำให้สิ่งที่คลุมเครือหรือจับต้องทางความคิดได้ยาก กลายเป็นสิ่งที่แน่นอน แม่นยำ หรือเข้าใจได้ชัดเจน แง่มุมต่าง ๆ ของอัตลักษณ์ถูกอธิบายว่ามีความหลากหลายและปรากฏเป็นช่วง ๆ วลีนี้จึงมองว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยาก ไม่ใช่วัตถุที่ถูกยึดไว้จริง ๆ กริยาวลีนี้มีประโยชน์เมื่อข้อเท็จจริง สาเหตุ ความหมาย วันที่ หรือรายละเอียดบางอย่างยังไม่แน่นอน และมีผู้ทำให้มันชัดเจนพอที่จะกล่าวถึงหรือนำไปใช้ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pin down ในความหมายว่าระบุหรือตกลงบางสิ่งอย่างแม่นยำ?

  1. We need to write down the cause in the report.
  2. We need to pin down the exact cause of the leak.
  3. We need to narrow down the list to five possible causes.
ดูคำตอบ

We need to pin down the exact cause of the leak.

We need to rely on a certain kind of cutlery,

4:18

เราจำเป็นต้องพึ่งพาช้อนส้อมบางชนิด

bookshelves, laundry cupboards, and armchairs

4:20

ชั้นวางหนังสือ ตู้เก็บผ้า และเก้าอี้เท้าแขน

to align us with who we are and seek to be. โน้ต

4:23

เพื่อปรับตัวเราให้เข้ากับสิ่งที่เราเป็นและแสวงหาที่จะเป็น

วลี

align us with: ทำให้ตัวเลือกสอดคล้องกับอัตลักษณ์

ในประโยคนี้ align us with หมายถึงการทำให้ชีวิตประจำวันของเราสอดคล้องทั้งกับตัวตนในปัจจุบันและตัวตนที่เราหวังว่าจะเป็น ส่วน with ใช้นำมาตรฐานหรือจุดอ้างอิง ซึ่งในที่นี้คือ who we are and seek to be โครงสร้างคือ align + คนหรือสิ่งของ + with + เป้าหมาย คุณค่า อัตลักษณ์ หรือแผน ในที่นี้เป็นความสอดคล้องเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการจัดคนหรือสิ่งของให้เป็นเส้นตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย align ... with: We must ____ our actions ____ our shared values.

ดูคำตอบ

align · with

ไวยากรณ์

who we are and seek to be: คำที่ใช้ร่วมกันในโครงสร้างเชื่อมขนาน

who we are ระบุตัวตนของเราในปัจจุบัน ส่วนช่วงที่สองซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็น who we seek to be ระบุตัวตนที่เราต้องการเป็น เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน จึงหมายถึงทั้งตัวเราในตอนนี้และตัวตนที่เรากำลังพยายามจะเป็น รูปเต็มคือ who we are and who we seek to be ในรูปที่สั้นกว่า who we ชุดที่สองถูกละไว้ เพราะผู้อ่านเติมความหมายจากส่วนแรกได้ โครงสร้างเชื่อมขนานนี้ช่วยเลี่ยงการกล่าวซ้ำโดยไม่เปลี่ยนความหมาย

แบบฝึกหัด

รูปขยายใดแสดงโครงสร้างของ who we are and seek to be ได้ดีที่สุด?

  1. who we are and who we seek to be
  2. who we seek and who we are to be
  3. who we are and what we seek to be
ดูคำตอบ

who we are and who we seek to be

We're not boasting, we're trying to gather our identities in one receptacle, โน้ต

4:26

เราไม่ได้กำลังโอ้อวด เรากำลังพยายามรวบรวมตัวตนของเราไว้ในภาชนะเดียว

preserving ourselves from erosion and dispersal.

4:30

เพื่อปกป้องตัวเราจากการถูกกัดกร่อนและกระจัดกระจาย

น้ำเสียง/เจตนา

We're not boasting, we're trying to ...: แก้ความเข้าใจเกี่ยวกับเจตนาของผู้พูด

รูปแบบ not A, we're trying to B ปฏิเสธการตีความเชิงลบเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้พูด แล้วบอกเจตนาที่แท้จริงทันที ในประโยคนี้ สิ่งที่ถูกปฏิเสธคือ boasting หรือการโอ้อวด ส่วนการรวบรวมและรักษาอัตลักษณ์ถูกนำเสนอว่าเป็นเป้าหมายที่แท้จริง นี่ไม่ใช่แค่การเปรียบต่างระหว่างการกระทำสองอย่าง แต่ยังช่วยกำหนดการตอบสนองของผู้ฟังด้วย ผู้พูดยอมรับว่าอาจมีข้อกล่าวหานั้น ปฏิเสธข้อกล่าวหา แล้วเสนอกรอบความเข้าใจพฤติกรรมที่ชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานคิดว่าคำถามโดยละเอียดของคุณเป็นการโจมตี คำตอบใดปฏิเสธการตีความนั้นและอธิบายจุดประสงค์ที่แท้จริงของคุณได้ดีที่สุด

  1. Your idea may not work, and that is the real problem.
  2. I disagree with your idea, so you should explain it again.
  3. I'm not attacking your idea; I'm trying to understand how it would work.
ดูคำตอบ

I'm not attacking your idea; I'm trying to understand how it would work.

สำนวน

gather our identities ... preserving ourselves from erosion and dispersal: อุปลักษณ์ภาชนะ

ถ้อยคำนี้สร้างภาพทางกายภาพที่เชื่อมโยงกันเพื่ออธิบายแนวคิดนามธรรม อัตลักษณ์ถูกมองเหมือนสสารที่รวบรวมใส่ภาชนะได้ ส่วน erosion and dispersal ทำให้สสารนั้นดูเปราะบางและอาจค่อย ๆ สึกหรอหรือแตกกระจาย ในบริบทนี้ receptacle แทนบ้าน และ preserving ourselves หมายถึงการรักษาความรู้สึกที่เป็นหนึ่งเดียวว่าเราเป็นใครไว้เมื่อเวลาผ่านไป วลี -ing preserving ourselves ... แสดงว่าการปกป้องนี้เป็นผลหรือจุดประสงค์ของการรวมอัตลักษณ์ไว้ในที่เดียว ไม่ได้หมายถึงการเก็บของหรือความเสียหายทางกายภาพจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในภาพเปรียบเทียบของประโยคต้นฉบับ การรวบรวมอัตลักษณ์ไว้ในภาชนะเดียวและปกป้องจากการสึกกร่อนกับการกระจัดกระจายสื่อถึงอะไรเป็นหลัก

  1. ผู้คนควรเก็บเอกสารประจำตัวหลายใบไว้ในภาชนะเพื่อไม่ให้เสียหาย
  2. บ้านช่วยยึดความรู้สึกด้านอัตลักษณ์ของคนคนหนึ่งไว้เป็นหนึ่งเดียว และปกป้องไม่ให้อ่อนลงตามเวลา
  3. การอยู่ในที่เดียวช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งของจริง ๆ ของคนคนหนึ่งกระจัดกระจาย
ดูคำตอบ

บ้านช่วยยึดความรู้สึกด้านอัตลักษณ์ของคนคนหนึ่งไว้เป็นหนึ่งเดียว และปกป้องไม่ให้อ่อนลงตามเวลา

Home means the place where our soul feels that it has found its proper physical container, ไวยากรณ์

4:33

บ้านหมายถึงสถานที่ที่จิตวิญญาณของเรารู้สึกว่าได้พบภาชนะทางกายภาพที่เหมาะสม

where every day the objects we live among

4:38

ที่ซึ่งสิ่งของที่เราอาศัยอยู่ร่วมด้วยในทุกๆ วัน

quietly remind us of our most authentic commitments and loves. วลี

4:41

จะคอยเตือนเราอย่างเงียบๆ ถึงความมุ่งมั่นและความรักที่แท้จริงที่สุดของเรา

ไวยากรณ์

Home means the place where...: นิยามแนวคิดผ่านสถานที่

means ในที่นี้ใช้เริ่มต้นคำนิยาม ผู้พูดอธิบาย home ด้วยการบอกว่าเป็นสถานที่แบบใด โครงสร้าง X means the place where... มีประโยชน์เมื่อแนวคิดหนึ่งเข้าใจได้ง่ายขึ้นผ่านสิ่งที่เกิดขึ้นหรือความรู้สึกที่เกิดในสถานที่นั้น means ตรงนี้แปลว่า “หมายถึง” ไม่ใช่ “ตั้งใจ” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where ทั้งสองส่วนขยาย the place ส่วนแรกอธิบายว่าจิตวิญญาณรู้สึกอย่างไรที่นั่น ส่วนที่สองเพิ่มลักษณะอีกอย่างของสถานที่เดียวกัน where ตรงนี้นำหน้าประโยคขยาย ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้นิยาม home base ได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วยการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานที่นั้น

  1. In this game, home base intends the place where every round begins.
  2. In this game, home base means to the place where every round begins.
  3. In this game, home base means the place where every round begins.
ดูคำตอบ

In this game, home base means the place where every round begins.

วลี

remind us of สำหรับความทรงจำและการเชื่อมโยง

โครงสร้าง remind someone of something หมายถึง บางสิ่งทำให้คนนั้นนึกถึงหรือกลับมาตระหนักถึงบางอย่างอีกครั้ง ในประโยคนี้ สิ่งของในชีวิตประจำวันเป็นตัวกระตุ้น us คือคนที่ได้รับผล และ our most authentic commitments and loves คือสิ่งที่กลับเข้ามาในความคิดของพวกเขา ลำดับคือ remind + คน + of + สิ่งที่นึกถึง หลัง of อาจเป็นคน ความทรงจำ ความคิด คุณค่า หรือประสบการณ์

แบบฝึกหัด

คุณได้กลิ่นขนมปังสดแล้วนึกถึงครัวของคุณยายขึ้นมาทันที ประโยคใดสื่อความหมายนี้

  1. The smell of fresh bread reminds me of my grandmother's kitchen.
  2. The smell of fresh bread reminds me to visit my grandmother.
  3. The smell of fresh bread remembers my grandmother's kitchen for me.
ดูคำตอบ

The smell of fresh bread reminds me of my grandmother's kitchen.

Please do comment, like, and subscribe,

4:48

โปรดแสดงความคิดเห็น กดไลค์ และกดติดตาม

and take a look at our shop

4:52

และลองแวะชมร้านค้าของเรา

for more from The School of Life.

4:53

สำหรับเนื้อหาเพิ่มเติมจาก The School of Life