วัวสามารถป้องกันไฟป่าได้หรือไม่? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
939 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าเหตุใดจำนวนสัตว์กินพืชที่ลดลงจึงทำให้ป่าในสเปนเต็มไปด้วยพืชที่ติดไฟได้ และทอรอสที่ถูกนำกลับคืนสู่พื้นที่ช่วยลดความเสี่ยงไฟป่าด้วยการกินและเหยียบย่ำพืชเหล่านั้นอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. It might sound strange, but — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การเกริ่นที่ยอมรับก่อนว่าแนวคิดหนึ่งอาจฟังดูน่าแปลกใจ แล้วจึงพาผู้ฟังเข้าสู่คำอธิบายที่น่าเชื่อถือ คุณใช้รูปแบบนี้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผิดคาดได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำเหมือนว่าเรื่องนั้นชัดเจนอยู่แล้วหรือฟังดูไม่น่าเชื่อ 2. a person is grazing — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า graze ขยายจากความหมายของสัตว์ที่กินหญ้า มาใช้แบบไม่เป็นทางการกับคนที่กินของว่างหรืออาหารปริมาณน้อยอยู่เรื่อย ๆ ได้อย่างไร จึงช่วยแยกการกินจุบจิบต่อเนื่องออกจากการรับประทานอาหารเป็นมื้อ 3. it's that trampling that — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้าง it-cleft ที่เน้นเป็นพิเศษว่าการเหยียบย่ำคือปัจจัยที่ช่วยเปิดพื้นที่ป่า คุณสามารถใช้รูปแบบเดียวกันเพื่อชี้ให้ชัดว่า การกระทำ สาเหตุ หรือรายละเอียดใดเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์จริง ๆ ในคำอธิบาย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello,

0:07

สวัสดี

this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:08

นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ฉัน Neil

And I'm Beth.

0:11

และฉัน Beth

Neil,

0:13

Neil

do you remember the children's television show Lassie? วัฒนธรรม

0:13

คุณจำรายการทีวีเด็กเรื่อง Lassie ได้ไหม

วัฒนธรรม

รายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก Lassie: วีรบุรุษสัตว์ที่ผู้คนคุ้นเคย

ในที่นี้ Lassie คือชื่อรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กที่เป็นที่รู้จักและเล่าเรื่องสุนัขผู้กล้าหาญ ไม่ได้เป็นเพียงชื่อสุนัขธรรมดาตัวหนึ่ง ในเรื่องราวที่ผู้คนคุ้นเคยจากรายการ Lassie จะช่วยเหลือหรือช่วยชีวิตคนที่ตกอยู่ในอันตราย การถามว่า “do you remember...?” เป็นการชวนผู้ชมให้นึกถึงตัวละครและเรื่องราวทางโทรทัศน์ที่หลายคนรู้จัก วิธีนี้นำเข้าสู่แนวคิดที่กว้างขึ้นเรื่องสัตว์ช่วยเหลือมนุษย์ และเตรียมผู้ชมให้พร้อมสำหรับเนื้อหาถัดไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Lassie หมายถึงอะไรเป็นหลัก

  1. ชื่อช่องโทรทัศน์สำหรับเด็ก
  2. คำทั่วไปที่ใช้เรียกลูกสุนัขทุกตัว
  3. รายการโทรทัศน์ที่มีสุนัขผู้กล้าหาญเป็นตัวเอก
ดูคำตอบ

รายการโทรทัศน์ที่มีสุนัขผู้กล้าหาญเป็นตัวเอก

Oh yes,

0:16

โอ้ ได้สิ

of course.

0:17

แน่นอน

The show's hero was a dog named Lassie,

0:18

ฮีโร่ของรายการคือสุนัขชื่อแลสซี่

and Lassie went round helping people in trouble. วลี

0:20

และแลสซี่จะตระเวนช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อน

วลี

went round helping: โครงสร้าง go round + -ing

ใน went round helping คำว่า went เป็นรูปอดีตของ go และ round หมายถึง around หรือการเคลื่อนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ทั้งวลีบอกว่า Lassie เดินไปตามคนหรือสถานการณ์ต่าง ๆ และช่วยเหลือไปด้วย ไม่ได้หมายถึงการเดินเป็นวงกลม โครงสร้างคือ go round + -ing โดยรูป -ing ระบุกิจกรรมที่ทำขณะเคลื่อนที่ไปทั่ว และมักให้ภาพของการทำสิ่งเดิมซ้ำในหลายสถานที่หรือกับหลายคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go round: Before bedtime, the nurse ____ checking on each patient.

ดูคำตอบ

went round

วลี

in trouble: อยู่ในสถานการณ์ลำบากและต้องการความช่วยเหลือ

“In trouble” ใช้บอกว่าคนหนึ่งกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยาก อันตราย หรือน่ากังวล ในประโยคนี้ “people in trouble” หมายถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือหรือการช่วยเหลือกู้ภัย วลีนี้ทำหน้าที่เป็นหน่วยความหมายเดียว โดยบอกสถานการณ์ของคน ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “อยู่ในสถานการณ์ลำบากและต้องการความช่วยเหลือ”: The climbers called for help because they were ____.

ดูคำตอบ

in trouble

Yes.

0:23

ใช่

Well,

0:24

อืม

if you watched Lassie as a child, ไวยากรณ์

0:24

ถ้าคุณเคยดู Lassie ตอนเด็ก

you might also remember the TV shows Flipper the Dolphin and Skippy the Kangaroo.

0:26

คุณอาจจะจำรายการทีวีเรื่อง Flipper the Dolphin และ Skippy the Kangaroo ได้ด้วย

ไวยากรณ์

if you watched ... as a child, you might ...: เชื่อมประสบการณ์ในอดีตกับความทรงจำปัจจุบันอย่างระมัดระวัง

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if กล่าวถึงประสบการณ์ในอดีตที่อาจเกิดขึ้น คือการดู Lassie ในวัยเด็ก ส่วนประโยคหลักใช้ might เพื่อสรุปจากประสบการณ์นั้นอย่างระมัดระวังว่า ผู้ฟังอาจจำรายการอื่น ๆ ได้ด้วย might ในที่นี้แสดงความไม่แน่นอน ไม่ได้แสดงเวลาอดีต โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ If you + ประสบการณ์ในรูปอดีต, you might + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งใช้เชื่อมประสบการณ์ที่อาจมีร่วมกันเข้ากับความทรงจำหรือความคิดในปัจจุบันอย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมประสบการณ์ในวัยเด็กที่อาจเกิดขึ้นกับความทรงจำในปัจจุบันได้อย่างเป็นธรรมชาติและระมัดระวัง?

  1. If you watched the series as a child, you might remember its theme song.
  2. If you watch the series as a child, you remembered its theme song.
  3. If you watched the series as a child, you must remember its theme song.
ดูคำตอบ

If you watched the series as a child, you might remember its theme song.

The stars of these shows were animals who would also come to the rescue of humans in trouble. โน้ต

0:32

ดาวเด่นของรายการเหล่านี้คือสัตว์ที่จะมาช่วยชีวิตมนุษย์ที่กำลังเดือดร้อนเช่นกัน

การใช้คำ

The stars of these shows: นักแสดงนำหรือตัวละครหลักของรายการ

ในที่นี้ stars หมายถึงนักแสดงนำหรือตัวละครเด่นของรายการ ไม่ใช่ดวงดาวในอวกาศ วลีนามทั้งหมด The stars of these shows ระบุว่าสัตว์เหล่านี้เป็นตัวละครศูนย์กลางของรายการ โครงสร้าง the star(s) of + รายการ ภาพยนตร์ หรือละคร หมายถึงคน สัตว์ หรือตัวละครที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด ใช้ได้ทั้งกับนักแสดงจริงและตัวละครที่ถูกนำเสนอให้เป็นจุดสนใจหลักของเรื่อง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The stars of the new series are three young detectives.” คำว่า stars หมายถึงอะไร

  1. วัตถุสว่างที่มองเห็นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
  2. คะแนนที่ผู้ชมให้
  3. นักแสดงนำหรือตัวละครเด่น
ดูคำตอบ

นักแสดงนำหรือตัวละครเด่น

วลี

come to the rescue: มาช่วยได้ทันเวลา

Come to the rescue เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงมาถึงหรือเข้าช่วยเมื่อใครบางคนตกอยู่ในอันตรายหรือประสบปัญหา และให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น ในประโยคนี้ สัตว์ไม่ได้เพียงแค่ปรากฏตัว แต่ลงมือช่วยมนุษย์ที่กำลังเดือดร้อน หากไม่ระบุผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ สามารถพูดว่า come to the rescue ได้ แต่หากต้องการระบุเป้าหมาย ให้ใช้ come to the rescue of someone or something อีกแบบที่ใช้บ่อยคือ come to someone's rescue

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “มาถึงได้ทันเวลาพอดีเพื่อช่วยเหลือ”: When our canoe began to leak, a nearby guide ____.

ดูคำตอบ

came to the rescue

In this program,

0:37

ในรายการนี้

we'll be discussing some real-life animals helping people in trouble. การใช้คำ

0:38

เราจะพูดถึงสัตว์ในชีวิตจริงบางชนิดที่ช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อน

การใช้คำ

real-life animals: สัตว์จริงที่ไม่ใช่ตัวละครแต่งขึ้น

real-life หมายถึงสิ่งที่อยู่ในโลกจริง ไม่ใช่ในเรื่องแต่งหรือรายการโทรทัศน์ ใน real-life animals คำนี้บอกว่าหัวข้อกำลังเปลี่ยนไปเป็นกรณีจริงที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ เมื่อวางไว้หน้าคำนาม real-life เป็นคำคุณศัพท์ประสมและโดยทั่วไปต้องมีเครื่องหมายยัติภังค์ เช่น real-life animals

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับสัตว์ในกรณีที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่สัตว์ในเรื่องแต่ง

  1. live animals
  2. real-life animals
  3. animal characters
ดูคำตอบ

real-life animals

It might sound strange, ลำดับความ

0:42

มันอาจฟังดูแปลกๆ

but we'll be hearing how cows are helping to stop fires in Spain.

0:43

แต่เราจะได้ฟังว่าวัวช่วยหยุดไฟป่าในสเปนได้อย่างไร

ลำดับความ

It might sound strange, but ...: ยอมรับความประหลาดใจก่อนนำเสนอประเด็นหลัก

คำเปิด It might sound strange, but ยอมรับก่อนว่าแนวคิดต่อไปอาจทำให้ผู้ฟังประหลาดใจ จากนั้นส่วนที่ตามหลัง but จะนำเสนอข้อมูลสำคัญที่ผู้พูดต้องการบอก กรอบประโยคนี้ไม่ได้แสดงความสงสัยในข้อเท็จจริงนั้น Might ทำให้คำพูดนุ่มนวลลง โดยสื่อว่าแนวคิดนี้อาจดูผิดคาดในตอนแรก และผู้พูดกำลังจะอธิบาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้แนะนำข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจอย่างเป็นธรรมชาติ และแสดงว่าผู้พูดจะกล่าวต่อถึงประเด็นสำคัญ

  1. It might sound strange, but some plants eat insects.
  2. Some plants eat insects, so the idea might sound strange.
  3. I heard a strange sound, but some plants eat insects.
ดูคำตอบ

It might sound strange, but some plants eat insects.

Well,

0:47

อืม

now I have a picture in my head of a cow wearing a fireman's helmet. สำนวน

0:47

ตอนนี้ในหัวฉันมีภาพวัวสวมหมวกดับเพลิงเลย

สำนวน

have a picture in my head: นึกเห็นภาพในใจ

Have a picture in my head เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึงภาพเหตุการณ์หนึ่งปรากฏชัดในจินตนาการ ไม่ได้หมายความว่ามีรูปจริง ๆ อยู่ในศีรษะ โครงสร้าง have a picture in my head of + เหตุการณ์ ใช้บอกว่ากำลังนึกภาพอะไร ในประโยคนี้ คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดภาพขำ ๆ ของวัวที่สวมหมวกนักดับเพลิง

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึงว่าสามารถนึกภาพเหตุการณ์นั้นได้อย่างชัดเจน: Now I ____ our dog wearing a crown.

ดูคำตอบ

have a picture in my head of

But I guess that's not what you mean, น้ำเสียง/เจตนา

0:52

แต่ฉันเดาว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณหมายถึง

Neil.

0:53

Neil

น้ำเสียง/เจตนา

that's not what you mean: แก้การตีความของตนเอง

That's not what you mean หมายความว่าการตีความของผู้พูดอาจแตกต่างจากความคิดที่อีกฝ่ายตั้งใจจะสื่อ ใน what you mean คำว่า what หมายถึง “สิ่งหรือความคิดที่” ในที่นี้ ผู้พูดกำลังแก้การตีความแบบขำ ๆ ของตนเอง But I guess ช่วยให้การแก้นั้นฟังดูไม่ฟันธง จึงเป็นการเชิญให้อีกฝ่ายอธิบาย ไม่ใช่การกล่าวโทษ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ขึ้นต้นด้วย 'that's' และบอกว่าเจตนาของอีกฝ่ายแตกต่างจากความเข้าใจของผู้พูด: I thought you wanted me to cancel the whole trip, but I guess ____.

ดูคำตอบ

that's not what you mean

Not quite,

0:54

ไม่เชิงนะ

Beth.

0:55

Beth

But you're right about the fires,

0:55

แต่คุณพูดถูกเรื่องไฟป่า

or wildfires to be exact. วลี

0:57

หรือไฟป่าตามธรรมชาติให้ชัดเจน

วลี

to be exact: ทำให้คำกล่าวก่อนหน้าแม่นยำขึ้น

to be exact เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้คำพูดของตนให้แม่นยำขึ้น โดยบอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่เพิ่งเติมเข้ามาเป็นคำอธิบายที่เจาะจงกว่าคำอธิบายกว้าง ๆ ก่อนหน้า ในที่นี้ wildfires ทำให้ความหมายกว้าง ๆ ของ fires ชัดเจนขึ้น วลีนี้ไม่ได้หมายความว่า “ฉันถูกต้องทุกอย่าง” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อมูลกว้าง ๆ + รายละเอียดที่เจาะจงกว่า + to be exact และมักมีการเว้นจังหวะก่อนวลีนี้

แบบฝึกหัด

เรียงคำว่า to, be และ exact ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The walk takes about an hour—fifty-two minutes, ____.

ดูคำตอบ

to be exact

Wildfires are unplanned fires in areas like forests or grasslands,

0:59

ไฟป่าคือไฟที่ไม่ได้วางแผนไว้ในพื้นที่เช่นป่าหรือทุ่งหญ้า

which spread out of control. วลี

1:04

ซึ่งลุกลามจนควบคุมไม่ได้

วลี

spread out of control: แพร่กระจายจนควบคุมไม่ได้

ในที่นี้ spread เป็นคำกริยาหลัก ส่วน out of control บอกสภาพที่เกิดขึ้นเมื่อไฟลุกลาม ความหมายคือไฟขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ จนผู้คนไม่สามารถควบคุมได้อีก ควรแยกโครงสร้างเป็น spread + out of control โดย out of control เป็นวลีบอกสภาพ ไม่ใช่วลีบอกสถานที่ และ spread out ในที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “กระจายครอบคลุมพื้นที่” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้พูดถึงโรค ความตื่นตระหนก ความรุนแรง หรือข้อมูลที่แพร่ต่อไปอย่างควบคุมไม่ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The rumour spread out of control overnight,” คำว่า spread out of control หมายความว่าอย่างไร

  1. ข่าวลือถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบทั่วพื้นที่กว้าง
  2. ข่าวลือแพร่ต่อไปจนไม่สามารถควบคุมได้อีก
  3. ข่าวลือหยุดแพร่หลังจากมีคนแก้ไขข้อมูล
ดูคำตอบ

ข่าวลือแพร่ต่อไปจนไม่สามารถควบคุมได้อีก

They often happen in hot,

1:05

มักเกิดขึ้นในประเทศที่ร้อน

dry countries like Spain.

1:06

และแห้งแล้งอย่างสเปน

So,

1:08

แล้ว

how could cows help?

1:09

วัวจะช่วยได้อย่างไร

We'll be finding out and learning some useful new vocabulary as well. กริยาวลี

1:10

เราจะมาหาคำตอบและเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ที่มีประโยชน์กัน

กริยาวลี

finding out: การได้รู้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน

find out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการได้รู้หรือค้นพบข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน โดยมักเกิดหลังจากถาม ตรวจสอบ หรือฟังคำอธิบาย ในประโยคนี้ finding out เป็นการบอกล่วงหน้าว่ารายการจะเปิดเผยคำตอบต่อไป ใน We'll be finding out คำว่า finding เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง will be ส่วน out เป็นส่วนหนึ่งของความหมายของกริยาวลี หากใช้ find เพียงคำเดียว โดยทั่วไปจะหมายถึงการหาคนหรือสิ่งของพบ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “รู้คำตอบ” ให้สมบูรณ์: We'll ____ whether school is closed tomorrow.

ดูคำตอบ

find out

And remember,

1:15

และจำไว้ว่า

if you like to read along as you listen to the program,

1:16

ถ้าคุณชอบอ่านตามขณะฟังรายการ

you'll find a script on our website,

1:19

คุณจะพบสคริปต์บนเว็บไซต์ของเรา

bbclearningenglish.com.

1:21

bbclearningenglish.com

But now,

1:23

แต่ตอนนี้

I have a question for you,

1:24

ฉันมีคำถามให้คุณ

Beth.

1:25

Beth

Some wildfires are caused naturally,

1:26

ไฟป่าบางแห่งเกิดตามธรรมชาติ

but most are the result of human activity. วลี

1:28

แต่ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกิจกรรมของมนุษย์

วลี

are the result of human activity: การบอกผลลัพธ์และสาเหตุ

โครงสร้าง A is the result of B นำเสนอ A ว่าเป็นผลลัพธ์ และ B ว่าเป็นสาเหตุหรือที่มา ในที่นี้ most หมายถึง most wildfires ดังนั้นประโยคจึงบอกว่ากิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุของไฟป่าส่วนใหญ่ human activity เป็นคำกว้าง ๆ ที่กล่าวถึงการกระทำของมนุษย์โดยรวม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกระทำครั้งเดียวของบุคคลคนเดียว

แบบฝึกหัด

เติมวลีคำนามจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เกิดจาก” ให้สมบูรณ์: The power cut was ____ damage to a cable.

ดูคำตอบ

the result of

So,

1:31

ดังนั้น

according to the Natural History Museum of Utah, วลี

1:31

ตามข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งยูทาห์

what proportion of wildfires is caused by people? วลี

1:34

สัดส่วนของไฟป่าที่เกิดจากฝีมือคนคือเท่าไร

วลี

according to: การระบุแหล่งข้อมูล

according to ใช้เกริ่นแหล่งที่มาของข้อมูล ในคำถามนี้ แหล่งข้อมูลคือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งยูทาห์ ดังนั้นจึงต้องตอบโดยอ้างอิงข้อมูลจากสถาบันนี้ วลีนี้หมายถึง “ตามที่……กล่าวหรือรายงาน” ไม่ได้หมายถึง “เห็นด้วยกับ……” สามารถใช้ according to หน้าบุคคล องค์กร รายงาน หรืองานวิจัยเพื่อบอกว่าข้อความนั้นมาจากที่ใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ according กับคำบุพบทที่ถูกต้อง: ____ the report, the town's population grew last year.

ดูคำตอบ

According to

วลี

what proportion of: การถามสัดส่วนของส่วนหนึ่งในทั้งหมด

what proportion of ใช้ถามว่าส่วนหนึ่งมีขนาดเท่าใดเมื่อเทียบกับทั้งกลุ่ม ในที่นี้ กลุ่มทั้งหมดคือไฟป่าทั้งหมด และคำถามถามถึงสัดส่วนที่เกิดจากมนุษย์ ไม่ได้ถามจำนวนไฟป่า คำตอบมักเป็นเปอร์เซ็นต์ เศษส่วน หรือรูปแบบอย่าง three out of five โครงสร้างคือ what proportion of + กลุ่ม + เงื่อนไข

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามเปอร์เซ็นต์ของพนักงาน ไม่ใช่จำนวนพนักงาน

  1. Which employees work remotely?
  2. What proportion of the employees work remotely?
  3. How many employees work remotely?
ดูคำตอบ

What proportion of the employees work remotely?

Is it A,

1:38

คือ A

two out of every five,

1:39

สองในห้า

B,

1:40

B

three out of every five,

1:41

สามในห้า

or C,

1:42

หรือ C

four out of every five?

1:43

สี่ในห้า

I'm going to guess three out of every five, น้ำเสียง/เจตนา

1:45

ฉันขอเดาว่าสามในห้า

I think.

1:48

ฉันคิดว่างั้นนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm going to guess ... I think: ทำให้คำตอบที่ไม่แน่ใจฟังนุ่มนวลลง

“I'm going to guess” บอกผู้ฟังว่าคำตอบนี้เป็นเพียงการคาดเดา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้พูดรู้แน่ชัด ในที่นี้ “going to” ใช้เกริ่นสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะทำ คือเดาคำตอบ “I think” ที่ท้ายประโยคช่วยลดความมั่นใจลงอีกครั้งหลังบอกคำตอบ สองวลีนี้คร่อม “three out of every five” ทำให้ฟังเป็นคำตอบแบบยังไม่แน่ใจและลดระดับความมั่นใจของผู้พูด

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ใน “I'm going to guess the box contains twelve cards, I think,” ผู้พูดเสนอว่าเลข twelve เป็นคำตอบที่แน่นอน

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Let's find out at the end of the program.

1:49

มาหาคำตอบกันในช่วงท้ายของรายการ

Thanks to increasing temperatures caused by climate change, ไวยากรณ์

1:51

ด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

the wildfires happening today are more intense and more destructive than ever before. ไวยากรณ์

1:55

ไฟป่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจึงรุนแรงและมีพลังทำลายล้างมากกว่าที่เคย

ไวยากรณ์

Thanks to + วลีนาม: ใช้บอกสาเหตุ

“Thanks to” เป็นวลีบุพบทที่ตามด้วยวลีนาม โดยนำสาเหตุขึ้นมาก่อนแล้วเชื่อมกับผลลัพธ์ในประโยคหลัก ในที่นี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือสาเหตุ ส่วนไฟป่าที่รุนแรงและสร้างความเสียหายมากขึ้นคือผลลัพธ์ แม้จะมีคำว่า “thanks” แต่ “thanks to” ไม่ได้แสดงความขอบคุณเสมอไป วลีนี้ใช้บอกสาเหตุที่ก่อผลเสียได้เช่นในประโยคนี้ และมีความหมายว่า “because of” หรือ “due to”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มี thanks และใช้บอกสาเหตุที่ก่อผลเสีย: ____ a power cut, the show ended early.

ดูคำตอบ

Thanks to

ไวยากรณ์

more intense and more destructive than ever before: รุนแรงและสร้างความเสียหายมากกว่าที่เคยเป็นมา

more intense และ more destructive เป็นวลีเปรียบเทียบคุณศัพท์สองวลีที่เชื่อมกัน ทั้งสองวลีบอกว่าไฟป่าในปัจจุบันต่างจากไฟป่าในอดีตอย่างไร than ever before ทำให้ขอบเขตการเปรียบเทียบกว้างมาก โดยหมายถึงมากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ไม่ใช่แค่เมื่อเทียบกับครั้งใดครั้งหนึ่งในอดีต และแสดงว่าคุณสมบัติทั้งสองด้านขึ้นไปถึงระดับสูงสุดครั้งใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตอนนี้อันตรายมากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้

  1. It is more dangerous than ever before.
  2. It is as dangerous as before.
  3. It was more dangerous once before.
ดูคำตอบ

It is more dangerous than ever before.

Here,

2:00

ที่นี่

Craig Langran reporter for BBC World Service program People Fixing the World

2:00

Craig Langran นักข่าวจากรายการ People Fixing the World ของ BBC World Service

discusses the problem with Pablo Schapira of Rewilding Spain,

2:05

หารือเกี่ยวกับปัญหากับ Pablo Schapira จาก Rewilding Spain

an organisation combating wildfires in Central Spain. การใช้คำ

2:09

องค์กรต่อต้านไฟป่าในภาคกลางของสเปน

การใช้คำ

combating wildfires: การรับมือกับไฟป่า

ในที่นี้ combating หมายถึงการดำเนินการอย่างจริงจังและเข้มแข็งเพื่อรับมือกับปัญหาร้ายแรง combating wildfires อาจรวมถึงการป้องกันไฟป่า การควบคุมไฟป่า และการลดความเสียหายที่เกิดขึ้น โดย combat ไม่ได้ใช้เฉพาะในความหมายทางทหารเท่านั้น วลี -ing คือ combating wildfires ทำหน้าที่ขยาย organisation และเป็นรูปที่สั้นกว่าของ an organisation that combats wildfires

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาแบบเป็นทางการจาก combating wildfires เติมประโยคให้สมบูรณ์: The new programme aims to ____ the spread of disease.

ดูคำตอบ

combat

One of the reasons for this is that the forests have been left to grow unchecked, โน้ต

2:13

สาเหตุหนึ่งคือป่าถูกปล่อยให้เติบโตโดยไม่ได้รับการควบคุม

ไวยากรณ์

One of the reasons for this is that: การยกหนึ่งในหลายสาเหตุ

โครงสร้าง One of the reasons for this is that + อนุประโยค ใช้ยกสาเหตุหนึ่งของสถานการณ์ขึ้นมา One of บอกเป็นนัยว่าอาจมีสาเหตุอื่นอีก และอนุประโยคหลัง that ระบุสาเหตุที่เจาะจง ในที่นี้ this ย้อนกลับไปถึงปัญหาที่กล่าวไว้ก่อนหน้าว่าไฟป่ารุนแรงขึ้น ส่วน for this เชื่อมเหตุผลเข้ากับสถานการณ์นั้น ไม่ได้หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์นี้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: The school fair started late. ____ the rain damaged the outdoor tables.

ดูคำตอบ

One of the reasons for this is that

การใช้คำ

have been left to grow unchecked: ถูกปล่อยให้เติบโตโดยไม่มีการควบคุม

have been left to grow หมายความว่าไม่มีใครเข้าไปหยุดหรือจำกัดการเติบโตของป่า have been left เป็นรูป present perfect ในโครงสร้างกรรมวาจกของ leave และแสดงว่าไม่มีการเข้าแทรกแซงตลอดช่วงเวลาหนึ่งจนมาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน unchecked หมายถึง “ไม่ถูกควบคุมหรือจำกัด” ใน grow unchecked คำนี้บอกว่าการเติบโตดำเนินต่อไปโดยไม่มีข้อจำกัด ไม่ได้หมายถึงเพียง “ไม่ได้รับการตรวจสอบ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า ปัญหาถูกปล่อยให้เลวร้ายลงเรื่อย ๆ โดยไม่มีการควบคุม

  1. The problem was left to grow unchecked.
  2. The problem was left to grow unexamined.
  3. The problem was left to grow unnoticed.
ดูคำตอบ

The problem was left to grow unchecked.

as there simply aren't enough animals to feed on all the trees, กริยาวลี

2:17

เนื่องจากมีสัตว์ไม่เพียงพอที่จะกินต้นไม้

bushes,

2:20

พุ่มไม้

and grass.

2:21

และหญ้าทั้งหมด

กริยาวลี

feed on: บอกแหล่งอาหาร

ใน feed on ประธานคือสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตที่กิน ส่วนคำนามหลัง on คือแหล่งอาหารของมัน ในที่นี้ สัตว์เป็นฝ่ายกินต้นไม้ พุ่มไม้ และหญ้า วลีนี้ใช้บอกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งกินอะไรเป็นอาหารตามปกติหรือตามลักษณะของมัน และมักใช้พูดถึงความสัมพันธ์ทางนิเวศวิทยา on เป็นส่วนหนึ่งของวลีทั้งหมด ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ feed on: This bird ____ small insects.

ดูคำตอบ

feeds on

And the more dense this vegetation is, ไวยากรณ์

2:22

และยิ่งพืชพรรณเหล่านี้หนาแน่นเท่าไร

the more likely it is to catch fire. วลี

2:23

ก็ยิ่งมีโอกาสติดไฟมากขึ้น

ไวยากรณ์

the more dense ..., the more likely ...: เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง

โครงสร้าง the + ขั้นกว่า ..., the + ขั้นกว่า ... เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน เมื่อระดับแรกเปลี่ยน ระดับที่สองก็เปลี่ยนตาม ในประโยคนี้ พืชพรรณที่หนาแน่นขึ้นหมายถึงโอกาสติดไฟที่มากขึ้น คำว่า the ทั้งสองตำแหน่งเป็นส่วนตายตัวของโครงสร้างนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะทั่วไป ทั้งสองส่วนต้องมีความหมายเปรียบเทียบ เช่น more dense, more likely, better หรือ less expensive

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างขั้นกว่าแบบคู่ได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่ายิ่งฝึกมาก งานก็ยิ่งยากน้อยลง?

  1. More you practice, easier the task becomes.
  2. The most you practice, the easiest the task becomes.
  3. The more you practice, the easier the task becomes.
ดูคำตอบ

The more you practice, the easier the task becomes.

วลี

catch fire: เริ่มไหม้

catch fire เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงเริ่มไหม้หรือติดไฟ คำว่า catch ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจับ แต่สำนวนทั้งชุดกล่าวถึงช่วงเวลาที่สิ่งหนึ่งเปลี่ยนจากยังไม่ไหม้เป็นเริ่มไหม้ ในประโยคนี้ พืชพรรณยิ่งหนาแน่นก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะ catch fire ประธานของ catch fire คือสิ่งที่เริ่มไหม้

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงเริ่มไหม้: A towel left next to a heater could ____.

ดูคำตอบ

catch fire

When we had the forest in our ecosystems here in Europe,

2:26

เมื่อตอนที่เรามีป่าในระบบนิเวศของเราที่นี่ในยุโรป

that we had big grazers,

2:29

เรามีสัตว์กินหญ้าขนาดใหญ่

we had the bison,

2:30

เรามีวัวไบซัน

we had tauros,

2:32

เรามีวัวเทารอส

we had wild horses,

2:32

เรามีม้าป่า

and now they are gone from the ecosystem because of extinction,

2:34

และตอนนี้พวกมันหายไปจากระบบนิเวศเนื่องจากการสูญพันธุ์

domestication.

2:37

หรือการนำมาเลี้ยง

Many European forests have grown unchecked.

2:38

ป่าในยุโรปหลายแห่งเติบโตขึ้นโดยไม่ถูกควบคุม

If something is left unchecked,

2:42

หากบางสิ่งถูกปล่อยไว้ unchecked (ไม่ได้รับการควบคุม)

nobody controls it or prevents it from increasing. ไวยากรณ์

2:44

จะไม่มีใครควบคุมหรือป้องกันไม่ให้มันเพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

prevents it from increasing: prevent + กรรม + from + รูป -ing

prevents it from increasing ใช้โครงสร้าง prevent + กรรม + from + รูป -ing หมายถึงมีคนหยุดไม่ให้สิ่งนั้นเพิ่มขึ้น ในที่นี้ it เป็นกรรม และ increasing เป็นรูป -ing ที่อยู่หลัง from ในโครงสร้างนี้ from เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยรูป -ing ไม่ใช่รูปพื้นฐานของคำกริยา ต้องใช้ prevent it from increasing ไม่ใช่ prevent it from increase

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย from และรูป -ing ของ spread: The fire door helps prevent smoke ____ into the hallway.

ดูคำตอบ

from spreading

The problem is that when trees,

2:47

ปัญหาคือเมื่อต้นไม้

grass,

2:49

หญ้า

and vegetation are left to grow,

2:49

และพืชพรรณถูกปล่อยให้เติบโต

they're more likely to catch fire.

2:51

พวกมันก็มีแนวโน้มที่จะติดไฟได้ง่ายขึ้น

Hundreds of years ago,

2:54

เมื่อหลายร้อยปีก่อน

animals known as grazers would simply have eaten this vegetation up. โน้ต

2:55

สัตว์ที่รู้จักกันในนามสัตว์กินหญ้าจะกินพืชพรรณเหล่านี้จนหมด

วลี

animals known as grazers: คำนาม + known as + ชื่อ

ใน animals known as grazers คำว่า known as หมายถึง “ถูกเรียกว่า” หรือ “เป็นที่รู้จักในชื่อ” ส่วน known as grazers วางหลัง animals เพื่อบอกชื่อที่ใช้เรียกสัตว์เหล่านี้โดยทั่วไป ในที่นี้ grazers คือสัตว์ที่กินหญ้าและพืชชนิดอื่น โครงสร้าง คำนาม + known as + ชื่อหรือสถานะ เป็นรูปย่อของ คำนาม + that is/are known as + ชื่อหรือสถานะ ใช้แนะนำชื่อที่เรียกกันทั่วไป ตำแหน่ง สถานะ หรือศัพท์เฉพาะ

แบบฝึกหัด

ถ้า “the clouded leopard” เป็นชื่อของสัตว์ วลีใดเติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง? This animal is ___ the clouded leopard.

  1. known for
  2. known by
  3. known as
ดูคำตอบ

known as

กริยาวลี

have eaten this vegetation up: eat something up หมายถึงกินจนหมด

eat something up หมายถึงกินบางสิ่งจนหมดและไม่เหลือ ใน have eaten this vegetation up คำว่า up เป็นคำที่แสดงผลลัพธ์ โดยเน้นสภาพหลังจากกินแล้ว ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นข้างบน eat up เป็นกริยาวลีที่แยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถพูดได้ทั้ง eat the food up และ eat up the food แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น eat it up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past participle ของ eat up: By noon, the goats had ____ all the weeds, and none were left.

ดูคำตอบ

eaten up

To graze means to eat grass and other wild plants, การใช้คำ

2:59

To graze หมายถึงการกินหญ้าและพืชป่าอื่นๆ

การใช้คำ

graze: สัตว์กินหญ้าและพืชป่า

ในประโยคนี้ graze หมายถึงสัตว์กินหญ้าหรือพืชป่าอื่น ๆ ที่ขึ้นอยู่บนพื้นดิน มักใช้กับวัว แกะ กวาง และสัตว์คล้ายกัน graze มีความหมายเฉพาะกว่า eat เพราะใช้บอกว่าสัตว์กินพืชโดยตรงจากทุ่งหรือพื้นที่เปิด หากต้องการบอกสิ่งที่สัตว์กิน ให้ใช้ graze on เช่น Cows graze on grass.

แบบฝึกหัด

คำกริยาใดเติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง? Every morning, the sheep ____ on grass in the field.

  1. graze
  2. grow
  3. gaze
ดูคำตอบ

graze

and grazers are the animals,

3:02

และ grazers คือสัตว์

including horses,

3:04

รวมถึงม้า

cows,

3:05

วัว

and goats,

3:06

และแพะ

which do this.

3:06

ที่ทำเช่นนี้

In English,

3:08

ในภาษาอังกฤษ

you can also say a person is grazing if they continually eat snacks or little bites of food. การใช้คำ

3:08

คุณสามารถพูดได้ว่ามีคนกำลัง grazing หากพวกเขากินขนมหรืออาหารคำเล็กคำน้อยอยู่เรื่อยๆ

การใช้คำ

a person is grazing: คนคนหนึ่งกินทีละน้อยซ้ำ ๆ

ในที่นี้ a person is grazing ใช้ graze ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคนคนหนึ่งกินอาหารปริมาณน้อย เช่น ของว่างหรืออาหารคำเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่กินปริมาณมากในครั้งเดียว แนวคิดนี้มาจากภาพสัตว์ที่ค่อย ๆ กินอาหารทีละน้อย เมื่อต้องการบอกอาหารที่กิน มักใช้ graze on เช่น She was grazing on crackers.

แบบฝึกหัด

grazing ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? Maya skipped lunch and spent the afternoon grazing on crackers and fruit.

  1. ดูสัตว์กินอาหารในทุ่ง
  2. กินมื้อใหญ่หนึ่งมื้ออย่างรวดเร็ว
  3. กินทีละน้อยซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

กินทีละน้อยซ้ำ ๆ

But in modern times,

3:14

แต่ในยุคปัจจุบัน

numbers of grazing animals have declined sharply because of extinction, โน้ต

3:16

จำนวนของสัตว์กินหญ้าได้ลดลงอย่างมากเนื่องจากการสูญพันธุ์

วลี

declined sharply: ลดลงอย่างมาก

declined sharply หมายถึง ลดลงเป็นจำนวนมาก โดยมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาค่อนข้างสั้น declined บอกทิศทางว่าลดลง ส่วน sharply เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นรุนแรง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าจำนวนสัตว์ที่กินหญ้าลดลงอย่างมาก รูปแบบนี้ใช้บรรยายแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนและวัดได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่ตรงกับความหมายว่า “ลดลงเป็นจำนวนมาก” ลงในประโยค: Ticket sales ____ after the price increase.

ดูคำตอบ

declined sharply

when a species of animal,

3:20

เมื่อสายพันธุ์ของสัตว์

the dinosaurs for example,

3:22

ตัวอย่างเช่นไดโนเสาร์

no longer exist,

3:23

ไม่มีอยู่อีกต่อไป

การใช้คำ

extinction: คำนามที่หมายถึงการสูญหายของทั้งสายพันธุ์

extinction เป็นคำนามที่หมายถึงการหายไปของสิ่งมีชีวิตทั้งสายพันธุ์ จนไม่มีสมาชิกของสายพันธุ์นั้นเหลือรอดอยู่เลย ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จำนวนสัตว์กินหญ้าลดลง แล้วอธิบายต่ออย่างง่าย ๆ โดยใช้ไดโนเสาร์เป็นตัวอย่าง โครงสร้าง because of extinction ใช้คำนามหลัง because of โดยทั่วไป extinction เป็นชื่อของเหตุการณ์หรือสภาวะ ไม่ได้ใช้บรรยายสัตว์โดยตรง

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The species is at risk of ____.

  1. extinguish
  2. extinct
  3. extinction
ดูคำตอบ

extinction

and domestication, การใช้คำ

3:24

และการนำมาเลี้ยงให้เชื่อง

when wild animals are controlled by humans to work or for food.

3:26

เมื่อสัตว์ป่าถูกควบคุมโดยมนุษย์เพื่อทำงานหรือเป็นอาหาร

การใช้คำ

domestication: กระบวนการนำสัตว์ป่าชนิดหนึ่งมาอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์

domestication เป็นคำนามที่หมายถึงกระบวนการระยะยาวซึ่งมนุษย์นำสัตว์ป่าชนิดหนึ่งมาอยู่ภายใต้การควบคุม และปรับให้เหมาะกับการทำงาน การเป็นอาหาร หรือการอยู่เป็นเพื่อนมนุษย์ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สัตว์กินหญ้าตามธรรมชาติหายไปจากระบบนิเวศเดิม คำว่า domestic ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียง “เกี่ยวกับบ้าน” ในบริบทเรื่องสัตว์ เกษตรกรรม และประวัติศาสตร์ domestication หมายถึงการทำให้สัตว์ป่าชนิดหนึ่งเหมาะกับการอยู่ร่วมกับมนุษย์หรือถูกมนุษย์นำไปใช้ โดยมักผ่านการจัดการและการคัดเลือกพันธุ์

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ domestication มากที่สุด

  1. การฝึกสัตว์ตัวหนึ่งให้ทำท่าใหม่
  2. กระบวนการระยะยาวที่มนุษย์เพาะพันธุ์และจัดการสัตว์ป่าชนิดหนึ่งเพื่อนำมาใช้ประโยชน์
  3. การย้ายสัตว์ป่าเข้ามาอยู่ในบ้านเป็นเวลาสั้น ๆ
ดูคำตอบ

กระบวนการระยะยาวที่มนุษย์เพาะพันธุ์และจัดการสัตว์ป่าชนิดหนึ่งเพื่อนำมาใช้ประโยชน์

And as numbers of grazing wild animals decrease,

3:31

และเมื่อจำนวนสัตว์ป่ากินหญ้าลดลง

forest and grasslands continue to grow unchecked,

3:35

ป่าและทุ่งหญ้ายังคงเติบโตโดยไม่ถูกควบคุม

leading to the large wildfires which now regularly happen in Spain. ไวยากรณ์

3:38

นำไปสู่ไฟป่าขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในสเปนขณะนี้

ไวยากรณ์

leading to + คำนาม: การเพิ่มผลลัพธ์ของเหตุการณ์

leading to ใช้บอกผลที่เกิดจากสถานการณ์ซึ่งเพิ่งกล่าวไป วลี -ing นี้ย้อนกลับไปขยายแนวคิดก่อนหน้า คือป่าไม้และทุ่งหญ้าเติบโตอย่างไร้การควบคุม และผลที่ตามมาคือไฟป่าขนาดใหญ่ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing เช่น leading to delays หรือ leading to people leaving ไม่ได้หมายถึงการพาใครไปยังสถานที่หนึ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ leading to เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ได้ถูกต้อง

  1. The power cut stopped the trains, leading to long delays.
  2. The power cut stopped the trains, leading to passengers waited.
  3. The power cut stopped the trains, leading to delay the journey.
ดูคำตอบ

The power cut stopped the trains, leading to long delays.

And that's where our four-legged friends, สำนวน

3:43

และนั่นคือจุดที่เพื่อนสี่ขาของเรา

the cows,

3:45

พวกวัว

come to the rescue.

3:46

เข้ามาช่วยเหลือ

สำนวน

our four-legged friends: คำเรียกวัวอย่างอบอุ่น

ใน our four-legged friends คำว่า four-legged บอกว่าเป็นสัตว์ที่มีสี่ขา ส่วน friends ทำให้วลีนี้ฟังดูอบอุ่นและขี้เล่นเล็กน้อย คำว่า the cows ที่ตามมาทันทีระบุว่าผู้พูดหมายถึงสัตว์ชนิดใด นี่เป็นการทำให้สัตว์ดูเหมือนคนอย่างเป็นมิตร โดยนำเสนอวัวว่าเป็นเพื่อนที่เข้ามาช่วย ไม่ได้หมายถึงเพื่อนที่เป็นมนุษย์หรือสัตว์สี่ขาทุกชนิด

แบบฝึกหัด

our four-legged friends ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เพื่อนที่เป็นมนุษย์ซึ่งกำลังคลาน
  2. วัวที่ถูกกล่าวถึงอย่างอบอุ่นและขี้เล่น
  3. สัตว์ทุกชนิดที่มีสี่ขา
ดูคำตอบ

วัวที่ถูกกล่าวถึงอย่างอบอุ่นและขี้เล่น

Supported by Rewilding Spain,

3:47

ด้วยการสนับสนุนจาก Rewilding Spain

Pablo has reintroduced herds of tauros, วัฒนธรรม

3:49

Pablo ได้นำฝูงวัวเทารอสกลับมาอีกครั้ง

the species of cow similar to the now extinct wild aurochs, วัฒนธรรม

3:52

ซึ่งเป็นวัวสายพันธุ์ที่คล้ายกับวัวออรอคส์ป่าที่สูญพันธุ์ไปแล้ว

the ancestor of the modern domestic cow

3:57

บรรพบุรุษของวัวบ้านยุคใหม่

วัฒนธรรม

now extinct wild aurochs: บรรพบุรุษของวัวบ้าน

aurochs หมายถึงออร็อกซ์ ซึ่งเป็นสัตว์ตระกูลวัวป่าที่ปัจจุบันสูญพันธุ์แล้ว มันเป็นบรรพบุรุษในธรรมชาติของวัวบ้านสมัยใหม่ ดังนั้น aurochs ในที่นี้จึงไม่ใช่ชื่อเรียกรวมของวัวที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน วลีขยายแบบ apposition คือ the ancestor of the modern domestic cow อธิบายว่าเหตุใดสัตว์ชนิดนี้จึงสำคัญต่อคำบรรยายนี้ กล่าวคือวัวสายพันธุ์ที่กำลังกล่าวถึงถูกเปรียบเทียบกับต้นแบบป่าในอดีต ไม่ใช่กับสายพันธุ์สมัยใหม่ที่ยังมีอยู่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ aurochs หมายถึงอะไร?

  1. วัวตัวใดก็ตามที่อยู่โดยไม่มีผู้เลี้ยง
  2. วัวบ้านสายพันธุ์สมัยใหม่
  3. บรรพบุรุษป่าที่สูญพันธุ์แล้วของวัวบ้านสมัยใหม่
ดูคำตอบ

บรรพบุรุษป่าที่สูญพันธุ์แล้วของวัวบ้านสมัยใหม่

into the forests of Central Spain.

4:00

เข้าสู่ป่าในภาคกลางของสเปน

วัฒนธรรม

has reintroduced herds of tauros: ความหมายด้านการอนุรักษ์ของ reintroduce

ในบริบทการอนุรักษ์ has reintroduced หมายถึง “ได้นำสายพันธุ์หรือประชากรสัตว์กลับไปอยู่ในถิ่นอาศัยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูระบบนิเวศ” กรรมของประโยคคือ herds of tauros ส่วน into the forests of Central Spain บอกจุดหมาย รูป present perfect ใน has reintroduced แสดงว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นแล้วและยังเกี่ยวข้องกับโครงการอนุรักษ์ในปัจจุบัน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแนะนำคนหรือสิ่งของให้ผู้ชมรู้จักอีกครั้งแบบที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่หมายถึง “นำสายพันธุ์กลับสู่ถิ่นอาศัย” เพื่อให้ประโยคเกี่ยวกับการอนุรักษ์สมบูรณ์: The wildlife team hopes to ____ otters into the river.

ดูคำตอบ

reintroduce

Here's reporter Craig Langran again for BBC World Service program People Fixing the World.

4:02

นี่คือนักข่าว Craig Langran อีกครั้งจากรายการ People Fixing the World ของ BBC World Service

Along with the cows' voracious appetite, การใช้คำ

4:08

นอกเหนือจากความอยากอาหารที่ตะกละตะกลามของวัวแล้ว

they trample the vegetation,

4:10

พวกมันยังเหยียบย่ำพืชพรรณ

and it's that trampling that helps to open up the forest, โน้ต

4:12

และการเหยียบย่ำนั่นเองที่ช่วยเปิดพื้นที่ป่า

การใช้คำ

cows' voracious appetite: ความอยากอาหารที่รุนแรงมาก

Voracious appetite หมายถึงความอยากอาหารที่รุนแรงมากและสื่อว่าจะกินในปริมาณมาก เป็นสำนวนที่แรงและเห็นภาพกว่าการพูดเพียงว่าวัว hungry เครื่องหมายอะพอสทรอฟีหลัง cows แสดงว่าความอยากอาหารนี้เป็นของวัวมากกว่าหนึ่งตัว voracious ยังใช้อธิบายความต้องการอย่างแรงกล้าต่อสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับอาหารได้ เช่น a voracious appetite for knowledge หรือ a voracious reader ในประโยคนี้เป็นความหมายตรงตัว คือวัวกินพืชจำนวนมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำสองคำจาก cows' voracious appetite ที่หมายถึงความต้องการอาหารอย่างรุนแรงมาก: After the long hike, I had a ____.

ดูคำตอบ

voracious appetite

ไวยากรณ์

it's that trampling that: เน้นสาเหตุด้วยโครงสร้าง it-cleft

รูปแบบ It is/was + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + อนุประโยค เรียกว่าโครงสร้าง it-cleft ในประโยคนี้ that trampling คือส่วนที่ถูกเน้น จึงสื่อว่าการเหยียบย่ำนั่นเองที่ช่วยทำให้ป่าโปร่งขึ้น that ตัวแรกชี้ถึงการเหยียบย่ำที่กล่าวถึงและขยายคำนาม trampling ส่วน that ตัวที่สองเชื่อมส่วนที่เน้นเข้ากับข้อมูลที่เหลือ รูปที่ไม่เน้นคือ That trampling helps to open up the forest. ส่วนโครงสร้าง it-cleft จะเพิ่มน้ำหนักให้กับสาเหตุนี้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง it-cleft ในอดีตที่เน้น her patience ให้สมบูรณ์: ____ her patience ____ made the plan work.

ดูคำตอบ

It was · that

กริยาวลี

open up the forest: ทำให้ป่าไม่หนาแน่นและโปร่งขึ้น

Open up the forest หมายถึงทำให้ป่าไม่หนาแน่นมากนักและเกิดพื้นที่เปิดโล่งภายในมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงเปิดป่าเหมือนเปิดประตู ในโครงสร้าง open up + กรรม คำว่า up ช่วยสื่อการเปลี่ยนจากสภาพที่ถูกกีดขวาง แออัด หรือถูกจำกัด ไปเป็นสภาพที่เปิดโล่งหรือเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: Cutting back the bushes will ____ the narrow path.

ดูคำตอบ

open up

so it's not so densely packed full of flammable vegetation. วลี

4:15

ดังนั้นมันจึงไม่หนาแน่นไปด้วยพืชพรรณที่ติดไฟได้ง่าย

วลี

densely packed full of flammable vegetation: เต็มไปด้วยพืชที่ติดไฟง่ายอย่างหนาแน่น

densely packed full of หมายถึงสถานที่หนึ่งมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นจำนวนมากจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ในที่นี้ packed หมายถึง “อัดแน่น” ไม่ใช่ “จัดใส่กระเป๋าเดินทาง” ส่วน densely เน้นว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่ชิดกันมาก ในประโยคเต็ม not so ช่วยลดระดับความหนาแน่นนี้ หมายความว่าพืชที่ติดไฟได้ในบริเวณนั้นขึ้นไม่หนาแน่นมากนัก

แบบฝึกหัด

densely packed full of หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The hillside was densely packed full of dry grass.

  1. หญ้าแห้งถูกกำจัดออกไปทั้งหมด
  2. หญ้าแห้งถูกห่อไว้สำหรับการเดินทาง
  3. มีหญ้าแห้งขึ้นอยู่เพียงไม่กี่ต้น
  4. เนินเขาเต็มไปด้วยหญ้าแห้งที่ขึ้นอย่างหนาแน่น
ดูคำตอบ

เนินเขาเต็มไปด้วยหญ้าแห้งที่ขึ้นอย่างหนาแน่น

Tauros eat everything from grass and leaves to tree branches and bark. ไวยากรณ์

4:18

วัวเทารอสกินทุกอย่างตั้งแต่หญ้าและใบไม้ไปจนถึงกิ่งไม้และเปลือกไม้

ไวยากรณ์

everything from A to B: ทุกอย่างตั้งแต่ A ไปจนถึง B

everything from A to B ใช้ A และ B เป็นปลายทั้งสองด้านของช่วงหนึ่ง หมายความว่าสิ่งต่าง ๆ มากมายในช่วงนั้นถูกรวมไว้ด้วย ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ในที่นี้แต่ละด้านมีรายการสองอย่าง grass and leaves เป็น A ส่วน tree branches and bark เป็น B โครงสร้างนี้แสดงว่าสัตว์เหล่านี้กินส่วนต่าง ๆ ของพืชได้หลากหลายมาก โดยไม่ต้องไล่บอกอาหารทุกชนิด

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกช่วง everything from A to B ให้สมบูรณ์: The museum displays everything ____ ancient coins ____ modern paintings.

ดูคำตอบ

from · to

Craig says the cows are voracious,

4:24

Craig กล่าวว่าวัวนั้น voracious

or very eager for lots of food.

4:26

หรือหิวโหยต้องการอาหารจำนวนมาก

What's more, ลำดับความ

4:29

ยิ่งไปกว่านั้น

by wandering freely around the forest, ไวยากรณ์

4:30

ด้วยการเดินเตร่อย่างอิสระรอบป่า

ลำดับความ

What's more: การเพิ่มอีกหนึ่งประเด็น

What's more เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่หมายถึง “นอกจากนี้” เป็นสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่ากำลังจะมีการเพิ่มประเด็น เหตุผล หรือข้อดีอีกอย่างที่สนับสนุนข้อมูลก่อนหน้า ในประโยคนี้ คำนี้พาคำอธิบายจากผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปสู่ผลอีกอย่างหนึ่งจากการที่สัตว์เคลื่อนไหวอย่างอิสระ ไม่ใช่คำถามว่าอะไร “มากกว่า”

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง What's more ทำหน้าที่อะไร

  1. นำเสนอแนวคิดที่ตรงกันข้าม
  2. ถามถึงปริมาณที่มากกว่า
  3. แก้ไขประเด็นก่อนหน้า
  4. เพิ่มอีกประเด็นหนึ่งที่สนับสนุนข้อมูลก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เพิ่มอีกประเด็นหนึ่งที่สนับสนุนข้อมูลก่อนหน้า

they trample down dead trees, กริยาวลี

4:32

พวกมันได้เหยียบย่ำต้นไม้ที่ตายแล้ว

กริยาวลี

trample down: เหยียบให้ล้มหรือแบนราบ

trample down หมายถึงเหยียบสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงจนล้ม ถูกบด หรือแบนราบ ในประโยคนี้ ต้นไม้ที่ตายแล้วถูกเท้าของสัตว์เหยียบจนล้มลง คำว่า down ในที่นี้บอกผลลัพธ์ โดยเน้นสภาพที่เกิดจากการเหยียบ ไม่ได้หมายความว่าสัตว์เคลื่อนที่ลงด้านล่าง

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ trample down ลงในประโยค: The crowd ____ the tall grass, leaving it flat.

ดูคำตอบ

trampled down

reducing the amount of flammable, โน้ต

4:34

ช่วยลดปริมาณที่ flammable

ไวยากรณ์

by wandering freely around the forest: การใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

โครงสร้าง by + คำกริยา-ing ใช้บอกวิธีหรือกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by wandering freely around the forest อธิบายว่าสัตว์เหล่านั้นเหยียบต้นไม้ที่ตายแล้วให้ล้มลงได้อย่างไร การเดินไปมาคือวิธีที่นำไปสู่ผลลัพธ์นั้น เนื่องจาก by ในที่นี้เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing การใช้ by แบบนี้ไม่ได้บอกผู้กระทำในประโยคกรรมวาจก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง by + -ing ที่ใช้บอกวิธีให้สมบูรณ์: Noah learned new words ____ reading a short article every day.

ดูคำตอบ

by

meaning easily burnt,

4:36

ซึ่งหมายถึงไหม้ไฟง่าย

vegetation.

4:38

ของพืชพรรณลง

ไวยากรณ์

reducing the amount of: ใช้บอกผลของการกระทำก่อนหน้า

reducing the amount of ... เป็นวลี present participle ที่ใช้เพิ่มผลลัพธ์ของการกระทำก่อนหน้า ในที่นี้ การเหยียบต้นไม้ที่ตายแล้วจนล้มทำให้พืชพรรณที่ติดไฟง่ายมีปริมาณลดลง reducing ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวที่ผันรูปอย่างอิสระในประโยคนี้ เครื่องหมายจุลภาคตามด้วยวลี -ing สรุปความหมายว่า “และด้วยการทำเช่นนี้ พวกมันจึงลด...” อย่างกระชับ โดยปกติ the amount of ตามด้วยคำนามนับไม่ได้หรือสิ่งที่มองเป็นมวลรวม เช่น vegetation, waste หรือ water

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย reducing the amount of: The shop switched to reusable bags, ____ plastic waste.

ดูคำตอบ

reducing the amount of

การใช้คำ

flammable หมายถึง “ติดไฟง่าย”

Flammable เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงติดไฟและลุกไหม้ได้ง่าย ในที่นี้ขยายคำว่า vegetation วลี meaning easily burnt ที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคเป็นคำอธิบายสั้น ๆ ของ flammable ทำให้ผู้ชมเข้าใจศัพท์เฉพาะได้ทันที โดย flammable ไม่ได้หมายถึงป้องกันไฟได้

แบบฝึกหัด

ฉลากความปลอดภัยเขียนว่า Flammable liquid คำนี้เตือนเรื่องใด

  1. วางของเหลวนั้นไว้ข้างเปลวไฟได้อย่างปลอดภัย
  2. ของเหลวนั้นถูกเผาไปแล้ว
  3. ของเหลวนั้นไม่สามารถเผาไหม้ได้
  4. ของเหลวนั้นติดไฟได้ง่าย
ดูคำตอบ

ของเหลวนั้นติดไฟได้ง่าย

They don't wear firemen's helmets,

4:39

พวกมันไม่สวมหมวกดับเพลิง

but these four-legged fire-fighting friends are really coming to the rescue in Spain. สำนวน

4:41

แต่เพื่อนดับเพลิงสี่ขาเหล่านี้กำลังเข้ามาช่วยเหลือในสเปนจริงๆ

สำนวน

these four-legged fire-fighting friends: “เพื่อนนักผจญเพลิงสี่ขา”

วลี these four-legged fire-fighting friends เป็นนามวลีที่ใช้ถ้อยคำอย่างสนุกสนาน these ชี้ไปที่สัตว์เหล่านั้น ส่วนคำประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ four-legged และ fire-fighting ต่างก็ขยาย friends การเรียกสัตว์ว่า friends เป็นการทำให้สัตว์มีลักษณะเหมือนบุคคล ทำให้รายงานดูเป็นกันเองและน่าจดจำ สัตว์เหล่านี้ไม่ใช่นักดับเพลิงจริง ๆ fire-fighting บรรยายผลจากการเล็มหญ้าและเหยียบย่ำพืช โดยการลดพืชพรรณที่เผาไหม้ได้ พวกมันจึงช่วยลดความเสี่ยงจากไฟ

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: วลี these four-legged fire-fighting friends ระบุอย่างตรงตัวว่าสัตว์เหล่านี้เป็นนักดับเพลิงอย่างเป็นทางการที่ดับเปลวไฟโดยตรง

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

Okay,

4:46

เอาล่ะ

Neil.

4:46

Neil

Isn't it time to reveal the answer to your question? น้ำเสียง/เจตนา

4:47

ถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของคุณแล้วหรือยัง

น้ำเสียง/เจตนา

Isn't it time to + คำกริยา...?: ชวนให้ลงมือทำเมื่อถึงเวลา

โครงสร้าง Isn't it time to + คำกริยารูปพื้นฐาน...? เป็นคำถามปฏิเสธที่ใช้เสนอแนะว่าควรทำสิ่งนั้นได้แล้ว มักใช้พาบทสนทนาหรือกิจกรรมไปยังขั้นต่อไป ไม่ได้ถามเวลาเป็นนาฬิกา ในประโยคนี้ to reveal ระบุการกระทำขั้นต่อไป ผู้พูดกำลังกระตุ้นอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวลให้บอกคำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดกระตุ้นอย่างนุ่มนวลของครูด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: We have discussed every option. ____ make a decision?

ดูคำตอบ

Isn't it time to

Yes,

4:50

ใช่

I asked you what proportion of wildfires are caused by people.

4:50

ฉันถามคุณว่าไฟป่าที่เกิดจากคนมีสัดส่วนเท่าไร

And I said three out of five.

4:55

และฉันตอบไปว่าสามในห้า

Was I right?

4:58

ฉันถูกไหม

I'm afraid you're wrong, น้ำเสียง/เจตนา

4:59

เกรงว่าคุณจะผิดนะ

Beth.

5:00

Beth

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid + อนุประโยค: ทำให้ข่าวร้ายฟังนุ่มนวลขึ้น

ในโครงสร้าง I'm afraid + อนุประโยค คำว่า I'm afraid เป็นคำเกริ่นอย่างสุภาพก่อนการแก้ไข การปฏิเสธ หรือข้อความอื่นที่ผู้ฟังอาจไม่อยากได้ยิน ในการใช้นี้โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว ประโยคยังคงบอกว่า you're wrong แต่คำเกริ่นนี้ทำให้การแก้ไขฟังไม่ห้วนเท่ากับการพูดเพียง You're wrong

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแจ้งข่าวร้ายอย่างสุภาพของพนักงานร้านด้วยคำเกริ่นเป้าหมายสองคำ: ____ we don't have your size today.

ดูคำตอบ

I'm afraid

The answer was C.

5:00

คำตอบคือ C

According to the Natural History Museum of Utah,

5:01

ตามข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งยูทาห์

four out of every five wildfires are manmade. โน้ต

5:04

สี่ในห้าของไฟป่าเกิดจากน้ำมือมนุษย์

วลี

four out of every five: การบอกสัดส่วน

Four out of every five หมายถึง 4 รายการจากแต่ละกลุ่มที่มี 5 รายการ จึงเท่ากับ 4/5 หรือ 80% ในที่นี้ out of เชื่อมส่วนที่นับคือ four เข้ากับจำนวนทั้งหมดคือ five Every ทำให้การแบ่งกลุ่มชัดเจนขึ้น ให้นึกถึงกรณีทีละกลุ่มละ 5 แล้วนับ 4 กรณี สำนวนนี้พูดถึงจำนวนกรณี ไม่ใช่ช่วงเวลาอย่าง every five minutes

แบบฝึกหัด

เติมสถิติโดยใช้รูปแบบ four out of every five ให้ตรงตามแบบ: Four ____ five homes in the survey had internet access.

ดูคำตอบ

out of every

การใช้คำ

manmade: เกิดจากหรือสร้างโดยมนุษย์

ในประโยคนี้ manmade หมายถึงเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ใช่จากสาเหตุตามธรรมชาติ ข้อความนี้พูดถึงสิ่งที่ทำให้ไฟป่าเริ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายเป็นคนทำแทนที่จะเป็นผู้หญิง เมื่อใช้กับสิ่งของหรือสถานที่ manmade ยังหมายถึงสิ่งที่คนสร้างหรือก่อขึ้นได้ด้วย เช่น a manmade lake แนวคิดที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือมีต้นกำเนิดจากมนุษย์ ไม่ใช่จากธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ใน manmade wildfires คำว่า manmade หมายถึงอะไร

  1. เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
  2. ทำด้วยมือในฐานะงานฝีมือ
  3. เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
  4. ทำขึ้นโดยผู้ชายเท่านั้น
ดูคำตอบ

เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

Okay,

5:07

เอาล่ะ

let's recap the vocabulary we've learned from this program, ลำดับความ

5:07

มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้จากรายการนี้กัน

ลำดับความ

Let's recap the vocabulary: เข้าสู่ช่วงทบทวน

ในตัวอย่าง Let's recap the vocabulary เป็นสัญญาณว่าเนื้อหาหลักกำลังจบลงและกำลังจะเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ คำว่า Let's ชวนผู้ฟังให้ทำสิ่งนี้ร่วมกับผู้พูด ส่วน recap หมายถึงสรุปเนื้อหาสำคัญที่ได้พูดถึงไปแล้ว ใช้โครงสร้าง Let's recap + นามวลีเพื่อระบุสิ่งที่จะทบทวน หรือพูดเพียง Let's recap ก็ได้ สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยบอกอย่างชัดเจนว่ากำลังเข้าสู่ช่วงสรุป

แบบฝึกหัด

การประชุมกำลังจะจบ ประโยคใดพากลุ่มเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's postpone the main decisions before we leave.
  2. Let's introduce the main decisions before we leave.
  3. Let's recap the main decisions before we leave.
ดูคำตอบ

Let's recap the main decisions before we leave.

starting with the adjective unchecked.

5:10

เริ่มจากคำคุณศัพท์ unchecked

If something harmful is left unchecked,

5:13

หากสิ่งที่เป็นอันตรายถูก left unchecked (ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ควบคุม)

nobody controls it or prevents it from growing.

5:15

จะไม่มีใครควบคุมหรือหยุดยั้งไม่ให้มันเติบโต

To graze means to eat grass and vegetation.

5:18

To graze หมายถึงการกินหญ้าและพืชพรรณ

Grazers are animals like cows which do this.

5:22

Grazers คือสัตว์อย่างเช่นวัวที่ทำสิ่งนี้

And a person who grazes continually eats little bites of food.

5:25

และคนที่ graze ก็คือกินอาหารคำเล็กๆ อย่างต่อเนื่อง

Extinction is when an animal species no longer exists.

5:29

Extinction คือเมื่อสายพันธุ์สัตว์ไม่มีอยู่อีกต่อไป

The dinosaurs and the wild aurochs are two examples of extinct animals.

5:32

ไดโนเสาร์และวัวออรอคส์ป่าเป็นสองตัวอย่างของสัตว์ที่สูญพันธุ์

Domestication is when wild animals become controlled by humans for work,

5:37

Domestication คือการที่สัตว์ป่าถูกควบคุมโดยมนุษย์เพื่อทำงาน

food,

5:42

เป็นอาหาร

or as pets.

5:43

หรือเป็นสัตว์เลี้ยง

The adjective voracious means very eager for something,

5:44

คำคุณศัพท์ voracious หมายถึงกระตือรือร้นต้องการบางสิ่งมากๆ

especially a lot of food.

5:47

โดยเฉพาะอาหารปริมาณมาก

And finally,

5:49

และสุดท้าย

if something is flammable,

5:50

หากสิ่งใด flammable

it easily burns or catches fire.

5:52

สิ่งนั้นจะไหม้หรือติดไฟได้ง่าย

Once again,

5:55

อีกครั้ง

our 6 minutes are up.

5:55

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว

If you enjoyed this program,

5:57

ถ้าคุณสนุกกับรายการนี้

why not check out the accompanying worksheet and quiz, น้ำเสียง/เจตนา

5:58

ลองเข้าไปดูแบบฝึกหัดและควิซที่มาคู่กันดูสิ

both available at bbclearningenglish.com.

6:01

มีให้ทั้งสองอย่างที่ bbclearningenglish.com

น้ำเสียง/เจตนา

Why not check out ...?: การเสนอแนะอย่างเป็นมิตร

Why not + กริยารูปพื้นฐาน ใช้รูปคำถามเพื่อเสนอแนะ โดยปกติไม่ได้ถามหาเหตุผลจริง ๆ ในที่นี้เป็นการชวนผู้ชมอย่างเป็นกันเองให้ลองใช้แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม Check out + สิ่งหนึ่ง หมายถึงลองดู สำรวจ หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้น กรรม worksheet และ quiz ทำให้ความหมายนี้ชัดเจนในประโยค

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งต้องการฝึกเพิ่ม ประโยคใดเสนอให้ลองดูแหล่งเรียนรู้ออนไลน์อย่างเป็นมิตรและไม่กดดัน

  1. Why not check out the free exercises online?
  2. You must complete the free exercises online.
  3. Why do you check out the free exercises online?
ดูคำตอบ

Why not check out the free exercises online?

Goodbye.

6:05

ลาก่อน

Goodbye for now.

6:06

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:07

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com