5 วิธีบ้าๆ ที่โซเชียลมีเดียกำลังเปลี่ยนสมองของคุณตอนนี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอเชื่อมโยงโซเชียลมีเดียกับพฤติกรรมที่ควบคุมยาก การสลับงาน ความรู้สึกว่าโทรศัพท์สั่นทั้งที่ไม่ได้สั่น การเล่าเรื่องของตนเอง และความสัมพันธ์ออนไลน์ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. as opposed to - กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้เปรียบต่างสองประเภท ที่นี่แยกการเสพติดทางจิตใจจากการเสพติดสาร โดยไม่ทำให้เข้าใจว่าทั้งสองมีกลไกเหมือนกัน 2. Phantom vibration syndrome - วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: รู้จักชื่อของความรู้สึกผิดว่าโทรศัพท์สั่น และเชื่อมตัวอย่างนี้กับการรับรู้ที่อาจถูกนิสัยการใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง 3. end up - กริยาวลี: ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่เป็นไปตามคาด ที่นี่กล่าวว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มทั้งที่อยู่ห่างกันอาจใกล้ชิดขึ้นในท้ายที่สุด
คำอธิบายในบทเรียนนี้
they've clearly had a major influence on society. วลี
0:04เห็นได้ชัดว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อสังคม
With social media sites being used: โครงสร้างพื้นหลังแบบถูกกระทำ
ใน with social media sites being used คำว่า with นำอนุประโยคไม่ผันรูปที่ให้ข้อมูลพื้นหลังแก่ใจความหลัก นามวลี social media sites เป็นประธานเชิงความหมายของ being used Being + กริยาช่องที่สามทำให้ความสัมพันธ์เป็นรูปถูกกระทำ กล่าวคือ ผู้คนใช้เว็บไซต์ ไม่ใช่เว็บไซต์เป็นผู้ทำกริยา โครงสร้าง with + คำนาม + being + กริยาช่องที่สามย่อสถานการณ์ที่ช่วยอธิบายประโยคหลักซึ่งมีกริยาผันรูป ในประโยคเต็ม they've อ้างกลับไปถึง social media sites
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง with แบบอิสระในรูปถูกกระทำของ use: With the hall ____ for exams every Friday, clubs meet elsewhere.
ดูคำตอบ
being used
had a major influence on: มีอิทธิพลอย่างมากต่อ
Had a major influence on เป็นส่วนหนึ่งของ present perfect รูป have had a major influence on กลุ่มคำ名ที่ใช้ร่วมกันแบบตายตัวคือ have an influence on + คำนาม ซึ่งหมายถึงส่งผลต่อการพัฒนาของบุคคล กลุ่ม สถานการณ์ หรือแนวคิด Major บอกว่าอิทธิพลนั้นมากหรือสำคัญ ในที่นี้ present perfect แสดงผลกระทบที่สะสมมาจนถึงปัจจุบัน และ society เป็นกรรมของ on
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย influence และคำบุพบทที่ต้องใช้: Her coach has had a major ____ her attitude toward training.
ดูคำตอบ
influence on
ใช้ But what about ...? เพื่อยกหัวข้อที่ยังไม่ได้กล่าวถึง
But what about + นามวลี ใช้ยกหัวข้อสำคัญที่การพูดก่อนหน้านี้ยังไม่ได้กล่าวถึง ในประโยคนี้ จุดสนใจเปลี่ยนจากผลกระทบต่อสังคมไปเป็นผลกระทบต่อร่างกายของผู้คน คำถามนี้ช่วยจัดลำดับการอธิบาย ไม่ได้เพียงถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับร่างกาย แต่เป็นการบอกประเด็นถัดไปและชวนผู้ฟังให้คิดตาม
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง But what about ...? ตามนี้เพื่อยกข้อกังวลที่ยังไม่ได้กล่าวถึง: “The plan saves money. But ____ safety?”
ดูคำตอบ
what about
Here are five crazy ways that social media and the internet are affecting your brain right now.
0:08นี่คือ 5 วิธีสุดเหลือเชื่อที่โซเชียลมีเดียและอินเทอร์เน็ตกำลังส่งผลต่อสมองของคุณอยู่ในตอนนี้
log off: สิ้นสุดเซสชันดิจิทัล
Log off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการสิ้นสุดเซสชันที่ลงชื่อเข้าใช้บนคอมพิวเตอร์ แอป หรือเครือข่าย off เป็นส่วนหนึ่งของกริยา ไม่ได้หมายถึงการย้ายท่อนไม้จริง ๆ ใน Can't log off? ประธาน you ถูกละไว้ตามที่พบได้บ่อยในหัวข้อสั้น ๆ หรือคำถามตรง ๆ ในบริบทเรื่องเวลาใช้หน้าจอนี้ คำถามยังสื่อถึงการหยุดกิจกรรมออนไลน์ไม่ได้ ไม่ใช่เพียงมีปัญหาทางเทคนิคกับปุ่มออกจากระบบ
แบบฝึกหัด
ในการพูดถึงพฤติกรรมใช้หน้าจอที่ไม่ดีต่อสุขภาพ “Can't log off?” สื่อถึงอะไรได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- คนคนนั้นหยุดหรือออกจากกิจกรรมออนไลน์ไม่ได้
- คนคนนั้นขนท่อนไม้ไม่ได้
- คนคนนั้นปิดโคมไฟไม่ได้
ดูคำตอบ
คนคนนั้นหยุดหรือออกจากกิจกรรมออนไลน์ไม่ได้
5 to 10% of internet users are actually unable to control how much time they spend online. ไวยากรณ์
0:14ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 5 ถึง 10% ไม่สามารถควบคุมเวลาที่ตัวเองใช้บนโลกออนไลน์ได้จริง ๆ
how much time they spend online: ลำดับคำในคำถามฝัง
อนุประโยค “how much time they spend online” เป็นคำถามแบบ wh- ที่ฝังอยู่ในประโยคและทำหน้าที่เป็นกรรมของ “control” โดยระบุสิ่งที่ผู้ใช้ไม่สามารถควบคุมได้ ส่วน “how much” ขยายคำนามนับไม่ได้ “time” เนื่องจากเป็นอนุประโยคที่ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา (“they spend”) ไม่ใช่การสลับลำดับแบบคำถามตรง (“do they spend”) รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ตามหลังคำกริยาอย่าง know, measure และ calculate ได้
แบบฝึกหัด
เปลี่ยนคำถามตรงให้เป็นคำถามฝังเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์ คำถามตรง: “How much time do the players spend practicing?” The coach records ____.
ดูคำตอบ
how much time the players spend practicing
Though it's a psychological addiction as opposed to a substance addiction, วลี
0:19แม้จะเป็นการเสพติดทางจิตใจ ไม่ใช่การติดสารเสพติด
as opposed to: การเปรียบต่างสองประเภท
ในประโยคนี้ “as opposed to” สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสองประเภท ได้แก่ การเสพติดทางจิตใจกับการเสพติดสารเสพติด มีความหมายว่า “แทนที่จะเป็น” หรือ “เมื่อเทียบกับ” และชี้ว่าจัดอยู่ในประเภทใดและแตกต่างจากประเภทใด รูปแบบเต็มคือ A as opposed to B ใช้จัดระเบียบการเปรียบต่างด้านการจำแนกประเภท ไม่ได้หมายความว่า A ต่อต้าน B อย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนนี้อย่างถูกต้องเพื่อเปรียบต่างรูปแบบสองชนิด โดยไม่หมายถึง “คัดค้าน”?
- The museum offers audio guides opposes to printed booklets.
- The museum offers audio guides is opposed to printed booklets.
- The museum offers audio guides as opposed to printed booklets.
ดูคำตอบ
The museum offers audio guides as opposed to printed booklets.
brain scans of these people actually show a similar impairment of regions
0:22แต่ภาพสแกนสมองของคนเหล่านี้แสดงให้เห็นความบกพร่องในบริเวณต่าง ๆ ที่คล้ายกับ
white matter หรือเนื้อขาวในประสาทวิทยา
“White matter” เป็นศัพท์ทางประสาทวิทยาที่หมายถึงเนื้อเยื่อในสมองและไขสันหลังซึ่งประกอบด้วยมัดแอกซอนเป็นส่วนใหญ่ โดยแอกซอนจำนวนมากมีปลอกไมอีลินหุ้ม เส้นทางใยประสาทเหล่านี้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณและเชื่อมส่วนต่าง ๆ ของระบบประสาทเข้าด้วยกัน วลีนี้ไม่ได้หมายถึงวัสดุใด ๆ ที่บังเอิญมีสีขาว ในประโยคนี้ “degradation of white matter” หมายถึงการเสื่อมหรือการสูญเสียความสมบูรณ์ของเนื้อเยื่อประสาทดังกล่าว วลีต่อมาระบุว่าการเปลี่ยนแปลงอยู่ในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลอารมณ์ ความสนใจ และการตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
ในรายงานทางประสาทวิทยา “white matter” หมายถึงอะไร
- สารสีอ่อนใด ๆ ที่มองเห็นได้ในภาพ
- เนื้อเยื่อสมองที่ประกอบด้วยเส้นทางใยประสาทซึ่งเชื่อมบริเวณต่าง ๆ เป็นส่วนใหญ่
- เฉพาะบริเวณที่รับรู้อารมณ์อย่างมีสติ
ดูคำตอบ
เนื้อเยื่อสมองที่ประกอบด้วยเส้นทางใยประสาทซึ่งเชื่อมบริเวณต่าง ๆ เป็นส่วนใหญ่
Because social media provides immediate rewards with very little effort required,
0:34เพราะโซเชียลมีเดียให้รางวัลทันทีโดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายาม
and you begin to crave more of this neurological excitement after each interaction.
0:41และหลังจากมีปฏิสัมพันธ์แต่ละครั้ง คุณก็ยิ่งโหยหาความตื่นเต้นทางระบบประสาทแบบนี้มากขึ้น
making you desire these stimulations ในฐานะอนุประโยคบอกผลลัพธ์
ในที่นี้ “making you desire these stimulations” เป็นอนุประโยคบอกผลลัพธ์ในรูป จุลภาค + V-ing โดยนำเสนอความต้องการว่าเป็นผลจากเหตุการณ์ก่อนหน้า กล่าวคือ สมองปรับการเชื่อมต่อของตัวเองใหม่ และการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เกิดความต้องการ ภายในอนุประโยค “making” ใช้โครงสร้างแสดงการก่อให้เกิด make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ได้แก่ make + you + desire คำว่า “making” เป็นรูปกริยาไม่ผัน จึงไม่ใช่กริยาหลักอิสระอีกตัวหนึ่ง และไม่ได้หมายถึง “ผลิต”
แบบฝึกหัด
ใช้รูป V-ing ของ make และกรรมที่กำหนดให้คือ “users” เพื่อเติมอนุประโยคบอกผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The app sends frequent rewards, ____ check it again and again.
ดูคำตอบ
making users
Sounds a little like ..., right?: ลดความหนักแน่นของการเปรียบเทียบและขอความเห็นพ้อง
ในประโยคสนทนานี้มีการละประธาน It โดยรูปเต็มคือ It sounds a little like a drug, right? ส่วน Sounds like ใช้แสดงความคล้ายคลึงจากผลที่เพิ่งอธิบายไป ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นเป็นยาเสพติดตามความหมายตรงตัวหรือเป็นเช่นนั้นในทางการแพทย์ A little ทำให้การเปรียบเทียบไม่เด็ดขาดเกินไป และ right? เชิญให้ผู้ฟังยืนยันความเข้าใจร่วมกัน เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้จึงเปรียบเทียบอย่างระมัดระวังแล้วขอความเห็นพ้อง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยประโยค Sounds a little like a drug, right??
- ยืนยันว่าการเปรียบเทียบนั้นตรงทั้งหมด
- ให้คำวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ
- ถามว่าทิศใดคือด้านขวา
- เปรียบเทียบอย่างระมัดระวังและขอความเห็นพ้อง
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบอย่างระมัดระวังและขอความเห็นพ้อง
We also see a shift when looking at multitasking.
0:47เรายังเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อมองเรื่องการทำหลายอย่างพร้อมกัน
but studies have found that when comparing heavy media users to others,
0:55แต่ผลการศึกษาพบว่า เมื่อเทียบผู้ที่ใช้สื่ออย่างหนักกับคนอื่น ๆ
they perform much worse during task switching tests.
0:58พวกเขาทำคะแนนในการทดสอบสลับงานได้แย่กว่ามาก
You might think that ... but studies have found that ...: เปลี่ยนจากสัญชาตญาณไปสู่หลักฐาน
You might think that ใช้เกริ่นข้อสันนิษฐานที่ฟังสมเหตุสมผลซึ่งผู้ฟังอาจมี โดย might นำเสนอว่าเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังทุกคนเชื่อเช่นนั้น ส่วนอนุประโยค that ที่ตามมาจะบรรจุแนวคิดที่คาดไว้ But studies have found that เปลี่ยนจากความคาดหมายนั้นไปสู่หลักฐานที่ขัดแย้งกัน กรอบคู่ดังกล่าวจัดข้อมูลโดยวางสัญชาตญาณไว้ก่อน แล้วตามด้วยการแก้ความเข้าใจโดยอาศัยงานวิจัย ทำให้ชัดเจนว่าหลักฐานกำลังโต้แย้งความเชื่อใด
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบต่างที่อาศัยหลักฐานด้วยกรอบสำนวนสองส่วนจากบทเรียน: ____ working from home always increases productivity, ____ it can also blur work-life boundaries.
ดูคำตอบ
You might think that · but studies have found that
switch between A and B เพื่อบอกการสลับซ้ำ ๆ
ในโครงสร้าง switch between A and B คำว่า between ใช้นำกิจกรรมหรือจุดหมายสองอย่างที่ขนานกัน และ and เชื่อมทั้งสองด้านคือ A กับ B ในประโยคนี้ work และ websites คือสองสิ่งที่ความสนใจของผู้ใช้ย้ายไปมาระหว่างกันซ้ำ ๆ โครงสร้างนี้มักสื่อถึงการสลับหรือเคลื่อนไปมาซ้ำ ๆ ไม่ใช่การเปลี่ยนเพียงครั้งเดียวที่เสร็จสิ้นแล้ว สามารถนำไปใช้กับงาน แอป ภาษา ตัวเลือก หรือสิ่งอื่นที่เป็นคู่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย switch between ... and เพื่อให้หมายถึงบุคคลนั้นสลับระหว่างสองกิจกรรมซ้ำ ๆ: On support duty, I ____ answering calls ____ replying to emails.
ดูคำตอบ
switch between · and
Increased multitasking online reduces your brain's ability to filter out interferences กริยาวลี
1:01การทำหลายอย่างพร้อมกันบนอินเทอร์เน็ตมากขึ้นลดความสามารถของสมองในการกรองสิ่งรบกวน
filter out: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ
Filter out หมายถึงการกำจัดหรือปิดกั้นสิ่งที่ไม่ต้องการ เพื่อไม่ให้สิ่งนั้นเหลืออยู่ในข้อมูล วัสดุ หรือสัญญาณที่เก็บไว้ ในประโยคนี้ สมองมีความสามารถลดลงในการกันสิ่งเร้าที่ทำให้เสียสมาธิออกจากความสนใจ คำว่า out เพิ่มผลลัพธ์ในความหมายว่าเอาออกไป วลีกริยานี้ใช้ได้กับข้อมูล เสียงรบกวน ผู้สมัคร อนุภาค หรือสิ่งอื่นที่ไม่ต้องการและถูกแยกออกจากสิ่งที่เก็บไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีกริยาสองคำที่หมายถึง ‘กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ’: These headphones help ____ background noise.
ดูคำตอบ
filter out
and can even make it harder for your brain to commit information to memory, โน้ต
1:06และอาจทำให้สมองบันทึกข้อมูลลงในความทรงจำได้ยากขึ้นด้วย
โครงสร้าง make it harder for your brain to ...
ใน make it harder for your brain to commit information to memory คำว่า make หมายถึง “ทำให้เกิด” ส่วน harder บอกว่าความยากเพิ่มขึ้น และ it เป็นกรรมแทนที่ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า การกระทำที่ได้รับผลจริง ๆ จะอยู่ถัดไปในโครงสร้าง make it + adjective + for + doer + to + verb ในที่นี้ for your brain ระบุผู้ทำกริยา commit โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนระดับความยากของการกระทำอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: The dim lighting will ____ read the signs.
ดูคำตอบ
make it harder for visitors to
commit information to memory: จดจำข้อมูลให้มั่นคง
ใน commit information to memory คำว่า commit หมายถึงการเรียนรู้หรือเข้ารหัสบางสิ่งเพื่อให้สามารถนึกออกได้ภายหลัง โดยกรรม information อยู่ระหว่าง commit กับ to memory นี่เป็นกลุ่มคำที่มีระดับภาษาตั้งแต่กลาง ๆ ถึงเป็นทางการ ใช้อธิบายกระบวนการสร้างความทรงจำที่มั่นคง ความหมายมาจากโครงสร้างเต็ม commit + something + to memory เพราะ commit เมื่อใช้เดี่ยว ๆ อาจมีความหมายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องได้หลายอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำจากบทเรียน: Regular review helps students ____ before an exam.
ดูคำตอบ
commit information to memory
like when your phone buzzes in the middle of productive work.
1:09อย่างเวลาที่โทรศัพท์สั่นขึ้นมาขณะที่คุณกำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มอาการสั่นหลอน
Phantom vibration syndrome คือชื่อของประสบการณ์ที่รู้สึกเหมือนโทรศัพท์สั่น ทั้งที่จริงแล้วไม่ได้สั่น ในประโยคนี้ but it didn't ยืนยันว่าความรู้สึกนั้นเป็นความเข้าใจผิด ในที่นี้ syndrome เป็นป้ายชื่อของปรากฏการณ์ที่สังเกตได้และเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ตัววลีนี้เองไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้วินิจฉัยทางคลินิกแล้ว
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ phantom vibration syndrome?
- คุณได้ยินเสียงปลุกจริงจากโทรศัพท์ของคนอื่น
- คุณคิดว่าโทรศัพท์สั่น แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้สั่น
- โทรศัพท์สั่นจริงและคุณรับสายทันที
ดูคำตอบ
คุณคิดว่าโทรศัพท์สั่น แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้สั่น
felt your phone go off: feel + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน felt your phone go off คำว่า felt เป็นกริยารับรู้ your phone เป็นกรรม และ go off เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to โครงสร้างคือ feel + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้นำเสนอการกระทำที่รับรู้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่สมบูรณ์ หลัง felt อย่าเปลี่ยน go เป็น went เพราะ felt แสดงอดีตกาลอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยารูปพื้นฐานของ “go” เพื่อแสดงเหตุการณ์สมบูรณ์หนึ่งครั้ง: I felt my phone ____ off once in my pocket.
ดูคำตอบ
go
go off เมื่อโทรศัพท์ส่งการแจ้งเตือน
ในประโยคนี้ go off หมายถึงโทรศัพท์เริ่มส่งสัญญาณเตือนอย่างกะทันหัน เช่น เสียงเรียกเข้าหรือการสั่น โทรศัพท์เป็นสิ่งที่ go off วลีนี้บอกว่าการแจ้งเตือนเริ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปที่อื่น ความหมายขึ้นอยู่กับประธานและสถานการณ์ เมื่อประธานเป็นโทรศัพท์ นาฬิกาปลุก หรือตัวจับเวลา go off มักหมายถึง “ส่งเสียงหรือเริ่มทำงาน”
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “เริ่มส่งสัญญาณเตือน” ลงในประโยค: My phone is on silent, but its vibration alarm may still ____ during class.
ดูคำตอบ
go off
89% of test subjects said they experienced this at least once every two weeks.
1:21ผู้เข้าร่วมการทดลอง 89% บอกว่าเจอเหตุการณ์นี้อย่างน้อยสองสัปดาห์ละครั้ง
It would seem that our brains now perceive an itch as an actual vibration from our phone. โน้ต
1:26ดูเหมือนว่าตอนนี้สมองของเราจะตีความอาการคันว่าเป็นแรงสั่นจริง ๆ จากโทรศัพท์
It would seem that: การเสนอข้ออนุมานอย่างระมัดระวัง
It would seem that ใช้นำเสนอข้อสรุปในฐานะการอนุมานอย่างระมัดระวัง ผู้พูดกำลังบอกว่าหลักฐานชี้ไปยังแนวคิดที่ตามมา ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วอย่างสมบูรณ์ ในที่นี้ would ลดความหนักแน่นของ seem ไม่ได้หมายถึงอนาคตเมื่อมองจากอดีตหรือเงื่อนไขสมมติ
แบบฝึกหัด
นักวิจัยมีข้อมูลเบื้องต้นเพียงเล็กน้อยและต้องการเสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวัง ประโยคใดเหมาะกับจุดประสงค์นี้มากที่สุด?
- It would seem that the shorter lessons improved attendance.
- It will seem that the shorter lessons improved attendance.
- It proves that the shorter lessons improved attendance.
ดูคำตอบ
It would seem that the shorter lessons improved attendance.
perceive A as B: รับรู้ A ว่าเป็น B
ในโครงสร้าง perceive A as B นั้น A คือสิ่งที่ถูกรับรู้หรือตีความ ส่วน B คือผลจากการรับรู้นั้น ในประโยคนี้ อาการคันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการสั่นจริง ๆ ของโทรศัพท์ โครงสร้างนี้ใช้บรรยายได้ทั้งการรับรู้ทางประสาทสัมผัสและการตัดสินในใจ as ใช้นำการตีความที่กำหนดให้ A ไม่ได้เพียงเพิ่มการกระทำอีกอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่แสดงว่าผ้าม่านถูกตีความอย่างไร: In the dark, Leo perceived the curtain ____ a person.
ดูคำตอบ
as
and our brains are being triggered in a way they never have before in history.
1:34และกระตุ้นสมองของเราในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์
As crazy as it seems: โครงสร้างแสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง
ในที่นี้ As + adjective + as + subject + verb เป็นโครงสร้างแสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง โดยยอมรับก่อนว่าบางอย่างดูบ้าบอ แล้วจึงบอกว่าข้อความที่ตามมายังคงเป็นจริง ความหมายเทียบได้กับ “แม้ว่าจะดูบ้าบอ” ไม่ใช่การบอกว่าสองสิ่งบ้าบอเท่ากัน โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับข้อสงสัยที่ผู้ฟังน่าจะมีก่อนเสนอข้อสรุปที่น่าประหลาดใจ As strange as it sounds และ As difficult as it may be ก็ใช้รูปแบบเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำที่เข้าคู่กันเพื่อทำโครงสร้างแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งให้สมบูรณ์: ____ unlikely ____ it sounds, this plant can survive for months without rain.
ดูคำตอบ
As · as
คำเปรียบเทียบ “rewire our nervous systems”
ในประโยคนี้ “rewire our nervous systems” เป็นคำเปรียบเทียบที่มาจากเทคโนโลยี การเดินสายไฟของเครื่องจักรใหม่หมายถึงการเปลี่ยนการเชื่อมต่อทางไฟฟ้า แต่ในที่นี้หมายถึงการใช้เทคโนโลยีซ้ำ ๆ อาจเปลี่ยนรูปแบบการตอบสนองของระบบประสาท ข้อความนี้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการตอบสนอง ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนสายไฟในร่างกายจริง ๆ และข้อความนี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีความเสียหายทางกายภาพอย่างถาวร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “rewire our nervous systems” หมายความว่าอย่างไร?
- เทคโนโลยีอาจเปลี่ยนรูปแบบการตอบสนองของระบบประสาทของเรา
- เทคโนโลยีใส่สายไฟเส้นใหม่เข้าไปในร่างกายของเรา
- เทคโนโลยีทำลายระบบประสาทของเราอย่างถาวรแล้ว
ดูคำตอบ
เทคโนโลยีอาจเปลี่ยนรูปแบบการตอบสนองของระบบประสาทของเรา
รูปแบบ “triggers a release of dopamine”
“Triggers a release of dopamine” หมายถึง “ทำให้โดพามีนถูกหลั่งออกมา” รูปแบบคือ trigger + a release of + สาร ในตัวอย่าง triggers เป็นรูปเอกพจน์ เพราะประธาน Social media ถือเป็นเอกพจน์ รูปแบบนี้แสดงกระบวนการเหตุและผล โดยประธานคือสิ่งกระตุ้นหรือสาเหตุ และคำนามหลัง of คือสิ่งที่ถูกปล่อยออกมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำให้สารชนิดหนึ่งถูกปล่อยออกมา”: A sudden scare can ____ adrenaline.
ดูคำตอบ
trigger a release of
คำคุณศัพท์แบบมีขีดกลาง feel-good
feel-good เป็นคำคุณศัพท์ประสมแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “มีจุดประสงค์หรือมีแนวโน้มที่จะสร้างความรู้สึกร่าเริงและเป็นบวก” ใน feel-good chemical คำนี้เป็นป้ายกำกับแบบง่ายที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจโดพามีนผ่านความรู้สึกพึงพอใจที่เชื่อมโยงกับสารนี้ ขีดกลางเชื่อม feel กับ good เพื่อให้ทั้งสองคำทำหน้าที่ร่วมกันหน้าคำนาม เช่น a feel-good movie ป้ายกำกับนี้เป็นเพียงคำอธิบายอย่างง่าย ไม่ใช่นิยามทางวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วนของโดพามีนหรือหน้าที่ทั้งหมดของมัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์แบบมีขีดกลางจากบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึง “มีจุดประสงค์เพื่อทำให้ผู้คนมีความสุข”: The class chose a ____ movie for the last day of school.
ดูคำตอบ
feel-good
scientists found that the reward centers in people's brains
1:42นักวิทยาศาสตร์พบว่าศูนย์รางวัลในสมองของคนเรา
are much more active when they're talking about their own views as opposed to listening to others.
1:45ทำงานคึกคักกว่ามากเมื่อคนเราพูดถึงความคิดเห็นของตัวเอง แทนที่จะฟังคนอื่น
around 80% of social media communication is self-involved.
1:58แต่การสื่อสารบนโซเชียลมีเดียราว 80% เป็นเรื่องที่วนอยู่กับตัวเอง
การใช้ it turns out that เพื่อเปิดเผยผลลัพธ์
it turns out that ใช้นำเสนอผลจากการตรวจสอบ สิ่งที่ค้นพบภายหลัง หรือความจริงที่ต่างจากสิ่งที่ผู้คนคาดไว้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวส่งสัญญาณว่าค่าร้อยละที่ตามมามีหลักฐานรองรับและอาจน่าประหลาดใจกว่าตัวเลขเรื่องการสนทนาแบบเผชิญหน้าที่กล่าวไว้ก่อนหน้า it ที่อยู่ตอนต้นไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดเป็นการเฉพาะ ข้อมูลใหม่อยู่ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ในฐานะกรอบการเรียบเรียงข้อความ วลีนี้พาผู้ฟังจากข้อสันนิษฐานหรือการปูเรื่องก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์ โดยมีโครงสร้าง it turns out that + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบสี่คำจากบทเรียนนี้ซึ่งใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งค้นพบและค่อนข้างน่าประหลาดใจ: We expected the museum to be closed, but ____ it stays open until nine on Fridays.
ดูคำตอบ
it turns out that
while ที่ใช้แสดงความเปรียบต่างในการเปรียบเทียบเชิงสถิติ
ในประโยคนี้ while นำอนุประโยคที่วางไว้เพื่อเปรียบต่างกับประโยคหลัก ตัวเลขร้อยละ 30–40 ของการสนทนาแบบพบหน้ากันตัดกับตัวเลขประมาณร้อยละ 80 ของการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย โดย while ไม่ได้หมายความว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน while ที่แสดงความเปรียบต่างช่วยให้ผู้เขียนวางข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างเป็นพื้นหลัง แล้วนำเสนอข้อเท็จจริงที่แตกต่างในประโยคหลัก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเปรียบเทียบสถิติ มุมมอง หรือสถานการณ์อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “While the first survey found 30%, the second found 80%,” คำว่า while แสดงอะไร?
- ความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์
- สาเหตุของผลลัพธ์ที่สอง
- เหตุการณ์สองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ
ความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์
motivation, and love are stimulated by your social media use,
2:04แรงจูงใจ และความรัก จะถูกกระตุ้นจากการใช้โซเชียลมีเดีย
The same part ... are stimulated: ความสอดคล้องกับคำนามหลักเอกพจน์
ประธานคือวลีนามยาว The same part of your brain related to orgasms, motivation, and love โดยคำนามหลักคือ part ซึ่งเป็นเอกพจน์ คำที่ตามหลัง part ทำหน้าที่ขยายคำนั้น ส่วน orgasms, motivation และ love ไม่ได้เป็นตัวกำหนดรูปเอกพจน์หรือพหูพจน์ของกริยา เนื่องจากประโยคนี้ใช้รูปถูกกระทำ รูปของ be ต้องสอดคล้องกับ part ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ผ่านการตรวจแก้แล้ว are stimulated จึงควรเป็น is stimulated คำพหูพจน์ที่อยู่ใกล้กริยาอาจดึงให้ผู้เขียนใช้กริยาพหูพจน์ผิดได้ จึงควรหาคำนามหลักของประธานก่อนเลือก is หรือ are
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปถูกกระทำที่ถูกต้องของ stimulate: The part of the brain involved in reward ____ when we receive positive feedback.
ดูคำตอบ
is stimulated
and even more so when you know you have an audience. วลี
2:08และยิ่งถูกกระตุ้นมากขึ้นเมื่อคุณรู้ว่ามีคนคอยรับชมอยู่
and even more so: ทำให้ข้อความก่อนหน้ามีน้ำหนักมากขึ้น
ในประโยคนี้ and even more so เพิ่มกรณีที่มีระดับเข้มข้นกว่าข้อความที่เพิ่งกล่าวไป กล่าวคือ การใช้โซเชียลมีเดียกระตุ้นบริเวณเหล่านั้นของสมองมากยิ่งขึ้นเมื่อผู้ใช้รู้ว่าตนมีผู้ชมอยู่ so ในที่นี้ใช้แทนสภาวะหรือระดับการกระตุ้นที่กล่าวไปก่อนหน้า ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X, and even more so when/if Y ซึ่งหมายถึง “X เป็นจริง และยิ่งเป็นจริงหรือมีระดับมากขึ้นภายใต้เงื่อนไข Y” โดยไม่ต้องกล่าว X ซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ย้อนกลับไปแทน “relaxing” และบอกว่าผลนั้นชัดเจนขึ้นหลังมืด: The garden is relaxing during the day, and ____ after dark.
ดูคำตอบ
even more so
Our body is physiologically rewarding us for talking about ourselves online. วลี
2:11ร่างกายกำลังให้รางวัลทางสรีรวิทยาแก่เราเมื่อเราพูดถึงตัวเองบนโลกออนไลน์
reward someone for doing something: thưởng cho ai vì đã làm việc gì
Reward someone for doing something หมายถึงการให้ผลประโยชน์ คำชม หรือการตอบสนองเชิงบวกแก่บุคคลหนึ่ง เพราะบุคคลนั้นทำสิ่งที่อยู่หลัง for ในประโยคนี้ us เป็นผู้ได้รับการตอบสนองทางสรีรวิทยาเชิงบวก ส่วน talking about ourselves online เป็นเหตุผลของการตอบสนองนั้น โครงสร้างคือ reward + บุคคล + for + คำนามหรือรูป -ing เมื่อเหตุผลเป็นการกระทำที่แสดงด้วยคำกริยา ให้ใช้รูป -ing หลังคำบุพบท for เช่น reward her for helping
แบบฝึกหัด
ใช้ help ในโครงสร้าง reward someone for doing something เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The teacher rewarded Mia ____ the new students.
ดูคำตอบ
for helping
if they meet for the first time online rather than with a face-to-face interaction. วลี
2:20หากพบกันครั้งแรกทางออนไลน์ แทนที่จะพบกันต่อหน้า
tend to: อธิบายแนวโน้มทั่วไป
tend to + กริยารูปฐาน นำเสนอการกระทำหรือผลลัพธ์ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปหรือมีแนวโน้มจะเกิด โดยยังยอมรับว่ามีข้อยกเว้นได้ ในประโยคนี้ งานวิจัยรายงานว่า ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว คู่รักโดยทั่วไปมีแนวโน้มที่จะชอบกันมากขึ้น ไม่ได้กล่าวว่าคู่รักทุกคู่จะเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน โครงสร้างนี้เปลี่ยนข้อสังเกตให้เป็นการสรุปอย่างระมัดระวัง แทนที่จะเป็นกฎตายตัว จึงมีประโยชน์ในการอธิบายนิสัย รูปแบบของกลุ่ม และผลการวิจัย
แบบฝึกหัด
เติมข้อความเชิงงานวิจัยด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “โดยทั่วไปมักทำเช่นนั้น”: Young children ____ imitate adults they trust.
ดูคำตอบ
tend to
rather than: เปรียบเทียบตัวเลือกสองอย่าง
rather than เชื่อมตัวเลือกสองอย่าง และนำเสนอตัวเลือกที่สองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกเลือก ได้รับความนิยมน้อยกว่า หรือใช้เป็นสิ่งเปรียบเทียบ ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบการพบกันทางออนไลน์กับการพบกันผ่านปฏิสัมพันธ์แบบเผชิญหน้า โดยการพบกันครั้งแรกที่กล่าวถึงเกิดขึ้นทางออนไลน์ ไม่ใช่แบบเผชิญหน้า องค์ประกอบทั้งสองด้านควรทำหน้าที่ขนานกัน แม้ว่ารูปไวยากรณ์ที่เห็นภายนอกจะแตกต่างกัน ในประโยคนี้ online และ with a face-to-face interaction ต่างก็อธิบายว่าคู่รักพบกันครั้งแรกอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “แทนที่จะ” และตามด้วยกริยารูปฐาน take ได้: We chose to walk ____ take a taxi.
ดูคำตอบ
rather than
there's a statistical increase in successful partnerships that started online.
2:29ในทางสถิติ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นทางออนไลน์มีโอกาสประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้น
ใช้ Whether it's because ... or perhaps ... เพื่อเปิดไว้หลายคำอธิบาย
Whether it's because X or perhaps Y ใช้เสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้สองอย่างสำหรับผลลัพธ์เดียวกัน ในประโยคนี้ ตัวเลือกคือการไม่เปิดเผยตัวตนมากขึ้นกับการมีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจนขึ้น โดยผู้พูดไม่ได้ตัดสินว่าคำอธิบายใดถูกต้อง อนุประโยคหลักเน้นการเพิ่มขึ้นทางสถิติเป็นข้อค้นพบสำคัญไม่ว่าสาเหตุจริงจะเป็นข้อใด perhaps ระบุอย่างชัดเจนว่าความเป็นไปได้ข้อที่สองเป็นเพียงการคาดคะเน ทำให้ผู้พูดเปิดกว้างในการให้เหตุผลแทนที่จะอ้างว่าพิสูจน์สาเหตุได้แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Whether ... or perhaps ... เพื่อเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้สองอย่างโดยไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
- Whether it's because the lessons are shorter or perhaps the examples are clearer, attendance has improved.
- Whether attendance has improved is still unclear.
- Because the lessons are shorter, attendance has definitely improved.
ดูคำตอบ
Whether it's because the lessons are shorter or perhaps the examples are clearer, attendance has improved.
perhaps the ones that matter the most end up even closer. กริยาวลี
2:37แต่บางทีคนที่สำคัญที่สุดอาจลงเอยด้วยการใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเดิม
So while ... perhaps ... เพื่อสรุปแบบเปรียบต่างอย่างระมัดระวัง
So บอกว่าประโยคนี้เป็นข้อสรุปจากการอภิปรายก่อนหน้า จากนั้น while นำเข้าส่วนที่ยอมรับข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งว่าอินเทอร์เน็ตได้เพิ่มระยะห่างทางกายภาพในการสื่อสารด้วยคำพูด อนุประโยคหลักให้ข้ออนุมานที่ถ่วงดุลกันว่า ความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดอาจลงเอยด้วยการใกล้ชิดกันมากขึ้น perhaps ทำให้ข้ออนุมานนี้มีความระมัดระวัง และ the ones หมายถึงความสัมพันธ์เหล่านั้น คำเหล่านี้ช่วยจัดวางความตึงเครียดที่ดูเหมือนขัดแย้งกันโดยไม่เสนอด้านที่สองว่าเป็นเรื่องแน่นอน
แบบฝึกหัด
So while ... perhaps ... จัดวางข้อมูลในรูปแบบใดในที่นี้
- ขอให้ผู้ฟังเลือกว่าสาเหตุใดในสองสาเหตุเป็นจริง
- ยอมรับผลกระทบหนึ่งอย่าง แล้วให้ข้อสรุปที่เปรียบต่างอย่างระมัดระวัง
- บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันและถือว่าผลลัพธ์นั้นแน่นอน
ดูคำตอบ
ยอมรับผลกระทบหนึ่งอย่าง แล้วให้ข้อสรุปที่เปรียบต่างอย่างระมัดระวัง
end up: ลงเอยด้วยผลลัพธ์สุดท้าย
ในประโยคนี้ end up ใช้บอกสภาพสุดท้ายที่เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมา นั่นคือ คนหรือความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดกลับใกล้ชิดกันมากขึ้น วลีนี้เน้นว่ากระบวนการหนึ่งนำไปสู่ผลใดในท้ายที่สุด ซึ่งผลนั้นมักไม่ได้วางแผนไว้หรือไม่ได้เห็นชัดตั้งแต่แรก หลัง end up สามารถตามด้วยคำคุณศัพท์หรือวลีบอกสภาพ (end up closer) วลีบอกสถานที่ (end up at home) หรือรูป -ing (end up talking) ได้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ว่ากิจกรรมหนึ่งสิ้นสุดลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up เพื่อแสดงผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่ได้วางแผนไว้: We took one wrong turn and ____ on the other side of town.
ดูคำตอบ
ended up
Speaking of social media: เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
Speaking of social media เป็นเครื่องหมายเปลี่ยนประเด็นในการสนทนา โดยใช้ social media ซึ่งเป็นหัวข้อที่เพิ่งกล่าวถึงหรือเพิ่งนึกขึ้นได้ เป็นสะพานไปสู่ประเด็นใหม่ที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ วลีดังกล่าวส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากข้อสรุปก่อนหน้าไปเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของผู้ชมบนแพลตฟอร์มโซเชียล รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Speaking of + คำนามหรือกลุ่มคำนาม และสามารถตามด้วยรูป -ing ได้เช่นกัน ความหมายคือ “เรื่องนั้นทำให้นึกถึง...” หรือ “พูดถึงหัวข้อที่เกี่ยวข้องนั้นแล้ว” ไม่ได้บรรยายว่าขณะนี้มีใครกำลังพูดถึงหัวข้อนั้นอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง: We were just discussing Mia. ____ Mia, did she accept the new job?
ดูคำตอบ
Speaking of
had you ask us questions: have แบบก่อให้เกิดการกระทำ + คน + กริยารูปพื้นฐาน
had ในที่นี้เป็นรูปอดีตของ have แบบก่อให้เกิดการกระทำ ไม่ใช่กริยาที่แปลว่า “มี” หรือ “เป็นเจ้าของ” โครงสร้างคือ have + คน + กริยารูปพื้นฐาน โดยประธานจัดการ ขอ หรือทำให้คนนั้นทำบางอย่าง ใน had you ask us questions คำว่า you คือผู้ที่ถามคำถาม ดังนั้นผู้ดำเนินรายการกำลังบอกว่าพวกเขาเชิญหรือจัดให้ผู้ชมส่งคำถามมา รูปอดีตแสดงอยู่ที่ had ส่วน ask ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน ระดับความบังคับขึ้นอยู่กับบริบท เพราะ have แบบนี้อาจสื่อถึงคำขอ การจัดการ หรือการควบคุมที่เข้มกว่าได้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง have แบบก่อให้เกิดการกระทำในอดีตและกริยา present เพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The teacher ____ Mia ____ her project to the class.
ดูคำตอบ
had · present
So if you feel like getting some insider info on AsapSCIENCE and behind the scenes, โน้ต
2:50ถ้าคุณอยากรู้ข้อมูลวงในเกี่ยวกับ AsapSCIENCE และเบื้องหลังการทำงาน
feel like getting: feel like + -ing เพื่อบอกความต้องการในขณะนั้น
Feel like + -ing หมายถึงอยากทำบางอย่างหรืออยู่ในอารมณ์ที่จะทำสิ่งนั้น โดยทั่วไปใช้กับความต้องการในปัจจุบันหรือช่วงเวลาอันใกล้ ใน feel like getting คำว่า getting คือรูป -ing ที่ระบุกิจกรรมซึ่งต้องการทำ โครงสร้างคือ feel like + คำนามหรือรูป -ing ไม่ใช่ feel like + to-infinitive ในอนุประโยค if เช่น if you feel like getting... โครงสร้างนี้เสนอทางเลือกโดยไม่กดดันผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
ใช้ feel like และกริยา cook เพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: We ate a big lunch, so we don't ____ dinner tonight.
ดูคำตอบ
feel like cooking
insider info: ข้อมูลวงในแบบไม่เป็นทางการ
insider info เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ insider information ในที่นี้หมายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ AsapSCIENCE ที่มาจากคนใกล้ชิดกับช่องและปกติผู้ชมทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ สำนวนนี้ให้ความรู้สึกว่ามีช่องทางพิเศษหรือได้ข้อมูลเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงข้อมูลทั่ว ๆ ไป ในบริบทความบันเทิงนี้ หมายถึงเรื่องราวสบาย ๆ ของทีมและรายละเอียดการผลิต ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินที่ผิดกฎหมาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ insider info ได้เป็นธรรมชาติที่สุดในบริบทสบาย ๆ และไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลละเอียดอ่อน?
- The public timetable gives commuters insider info about train times.
- The podcast gives fans insider info about how each episode is made.
- The weather app gives users insider info about today's temperature.
ดูคำตอบ
The podcast gives fans insider info about how each episode is made.
behind the scenes: สิ่งที่ผู้ชมปกติมองไม่เห็น
behind the scenes เป็นสำนวนสำหรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นพ้นจากสายตาสาธารณชน โดยเฉพาะงานและการตัดสินใจที่สร้างสิ่งซึ่งผู้ชมได้เห็นในที่สุด ในที่นี้หมายถึงกระบวนการผลิตของช่องและชีวิตของทีม ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่จริงหลังเวที สำนวนนี้ใช้บรรยายงานที่ไม่เปิดเผยในสื่อ องค์กร การเมือง งานกิจกรรม และโครงการต่าง ๆ ได้ แนวคิดสำคัญคือกระบวนการที่มองไม่เห็นเบื้องหลังผลลัพธ์ที่มองเห็นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “พ้นจากสายตาสาธารณชน”: Most of the planning happens ____.
ดูคำตอบ
behind the scenes
check it out: ชวนให้อีกฝ่ายลองไปดู
ในที่นี้ check it out หมายถึงให้ไปดูหรือรับชมสิ่งนั้น โดย it หมายถึงวิดีโอถามตอบที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ วลีนี้ชี้ผู้ฟังไปยังลิงก์ด้วยน้ำเสียงแนะนำอย่างเป็นกันเอง ไม่ใช่คำสั่งให้ตรวจสอบอย่างละเอียด check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง check กับ out เช่น check it out และ check them out ไม่ใช้ check out it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแนะนำโดยเรียง check, it และ out ให้ถูกต้อง: I found a useful study app. You should ____.
ดูคำตอบ
check it out
burning question: คำถามที่อยากได้คำตอบอย่างมาก
a burning question เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงคำถามที่รู้สึกว่าเร่งด่วนเป็นพิเศษหรือคำถามที่ใครบางคนอยากรู้คำตอบอย่างมาก burning เพิ่มความรู้สึกเร่งด่วนหรือความสนใจอย่างแรงกล้า ไม่ได้หมายถึงไฟจริง ๆ ในคำถามเชิงประชาสัมพันธ์นี้ วลีดังกล่าวทำให้คำเชิญชวนมีชีวิตชีวา และบอกเป็นนัยว่าผู้ชมอาจมีเรื่องที่อยากให้ตอบจริง ๆ
แบบฝึกหัด
แฟนคนหนึ่งอยากรู้มากว่าเหตุใดซีรีส์จึงจบลง และถามเรื่องนี้ในช่วงถามตอบ วลีใดอธิบายคำถามของแฟนคนนี้ได้ดีที่สุด?
- a burning question
- a routine question
- an urgent question
ดูคำตอบ
a burning question
question you want answered: want + กรรม + กริยาช่อง 3
ใน question you want answered มีการละสรรพนามเชื่อม that ซึ่งเชื่อม question เข้ากับอนุประโยค โดยรูปเต็มคือ question (that) you want answered คำว่า question ทำหน้าที่เป็นกรรมของ answered ในด้านความหมาย โครงสร้าง want + กรรม + กริยาช่อง 3 หมายถึงต้องการให้กรรมได้รับการกระทำหรือเกิดผลบางอย่าง โดยไม่บอกว่าใครเป็นผู้ทำ ในประโยคนี้ ผู้ฟังต้องการให้คำถามได้รับคำตอบ ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังต้องการตอบคำถามนั้นด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ want และกริยาช่อง 3 ของ repair: This is the bike I ____ before the race.
ดูคำตอบ
want repaired
Ask it in the comments or on Facebook and Twitter.
2:58ถามมาได้ในคอมเมนต์ หรือทาง Facebook และ Twitter
for all of you amazing science lovers who have requested to send us mail or other stuff over the years,
3:02สำหรับคนรักวิทยาศาสตร์สุดยอดทุกคนที่ขอส่งจดหมายหรือของอื่น ๆ มาให้เราตลอดหลายปีที่ผ่านมา
P.O. box: ตู้ไปรษณีย์แบบมีหมายเลข
P.O. box ย่อมาจาก post office box หมายถึงตู้รับไปรษณีย์ที่ปลอดภัยและมีหมายเลข ซึ่งจัดให้โดยที่ทำการไปรษณีย์และใช้เป็นที่อยู่สำหรับรับจดหมายจริงกับสิ่งของอื่นที่อนุญาต ในประโยคนี้ ช่องให้ที่อยู่นี้แก่ผู้ชมเพื่อให้ส่งไปรษณีย์มาได้ โดยผู้สร้างไม่ต้องเปิดเผยที่อยู่บ้านส่วนตัว ไม่ได้หมายถึงบัญชีอีเมลหรือตู้รับจดหมายทั่วไปหน้าบ้าน
แบบฝึกหัด
คำสั่งใดระบุอย่างชัดเจนให้ส่งจดหมายจริงไปยังตู้หมายเลขในที่ทำการไปรษณีย์?
- Leave it in the mailbox by my front door.
- Send it to my email inbox.
- Mail it to P.O. Box 245.
ดูคำตอบ
Mail it to P.O. Box 245.
and we'd love to hear from all of you. น้ำเสียง/เจตนา
3:06และเราอยากได้รับข้อความจากพวกคุณทุกคนมาก ๆ
เราอยากได้รับข่าวสารจากทุกคน
“We’d love to...” แสดงความกระตือรือร้นอย่างอบอุ่นและยังคงฟังดูสุภาพ เป็นการเชิญชวนให้ผู้ฟังกระทำบางอย่างแทนการออกคำสั่ง ในที่นี้ “hear from” หมายถึงได้รับข้อความ คำตอบ จดหมาย โทรศัพท์ หรือความคิดเห็นจากใครบางคน ไม่ใช่แค่ได้ยินเสียงของคนนั้น ส่วน “All of you” เน้นอย่างชัดเจนว่าคำเชิญนี้รวมทุกคนในกลุ่มผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเชิญชวนสมาชิกทุกคนในกลุ่มอย่างอบอุ่นให้ส่งข้อความหรือความคิดเห็นมา?
- We'd love to hear about all of you.
- We'd love to listen to all of you.
- We'd love to hear from all of you.
ดูคำตอบ
We'd love to hear from all of you.
So feel free to use the address on the screen or in the description box. น้ำเสียง/เจตนา
3:08ใช้ที่อยู่บนหน้าจอหรือในช่องคำอธิบายได้เลย
Feel free to + กริยารูปพื้นฐาน
“Feel free to + กริยารูปพื้นฐาน” ใช้ให้อนุญาตอย่างเป็นมิตรและช่วยให้อีกฝ่ายไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนใคร ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังบอกว่าการใช้ที่อยู่นั้นเป็นสิ่งที่ยินดีและเลือกทำได้ ไม่ได้กำลังออกคำสั่ง คำว่า to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง infinitive จึงต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น feel free to use, ask, call หรือ write วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการรู้สึกเป็นอิสระทางอารมณ์ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญที่เป็นมิตรด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ทำได้เลยตามสบาย”: ____ ask questions after the presentation.
ดูคำตอบ
Feel free to
And subscribe for more weekly science videos.
3:11และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์