พ่อแม่เราโคตรไม่เก่งเทคโนโลยี - อดีต vs ปัจจุบัน ตอนที่ 3: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Linus Tech Tips

ความยากในการเรียน
1,038 คำ 148 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: วิดีโอตลกนี้เล่าแปดวิธีที่ญาติผู้สูงวัยใช้สมาร์ตโฟนเหมือนเทคโนโลยีเก่า ตั้งแต่บอกเส้นทาง ส่งข้อความลูกโซ่ พกกล้องแยก ไปจนถึงเสียบชาร์จตลอดเวลา ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. wrap his head around — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาที่หมายถึงการทำความเข้าใจหรือยอมรับข้อเท็จจริงที่ไม่คุ้นเคย ไม่ใช่การขยับศีรษะจริง 2. just because ... doesn't mean — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยกเงื่อนไขที่เป็นจริงจากข้อสรุปที่ไม่ได้ตามมาโดยอัตโนมัติ เพื่อใช้อธิบายหรือโต้แย้งการด่วนสรุป 3. wall of text — สำนวนและภาษาภาพพจน์: รู้จักภาพเปรียบของข้อความยาวที่แน่นและแทบไม่แบ่งย่อหน้า แล้วใช้บรรยายข้อความดิจิทัลที่ยาวเกินไป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The good people at Honor reached out to sponsor a piece featuring their new Honor 6X smartphone. กริยาวลี

0:00

ผู้ใจดีจาก Honor ได้ติดต่อมาเพื่อเป็นสปอนเซอร์ให้กับวิดีโอที่นำเสนอสมาร์ทโฟน Honor 6X รุ่นใหม่ของพวกเขา

กริยาวลี

Reached out: เป็นฝ่ายเริ่มติดต่อ

ในที่นี้ reached out หมายถึง “เป็นฝ่ายติดต่อมา” หรือ “ติดต่อสื่อสาร” Honor เป็นฝ่ายเริ่มติดต่อผู้พูดเรื่องการสนับสนุน ไม่ได้หมายถึงการยื่นมือออกไปจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ reach out to + บุคคลหรือองค์กร และมักตามด้วย about + หัวข้อ หรือ for + จุดประสงค์หรือความช่วยเหลือ หากบริบททำให้รู้ชัดว่าติดต่อใคร ก็ไม่จำเป็นต้องระบุผู้รับเหมือนในประโยคนี้ ส่วน to sponsor... บอกจุดประสงค์ของการติดต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ reach out: Last week, the club ____ to a local bakery about providing snacks.

ดูคำตอบ

reached out

So they send it over

0:06

พวกเขาเลยส่งมันมาให้

and I'm sitting there bored at a family function

0:08

และฉันก็นั่งเบื่อ ๆ อยู่ในงานรวมญาติ

putting the gears to the phone's dual lens camera,

0:10

เอาแต่ลองเล่นกล้องเลนส์คู่ของโทรศัพท์

Kirin 655 octa-core CPU,

0:13

ซีพียู Kirin 655 octa-core

4 gigs of RAM and 3340 milliamp hour battery.

0:16

แรม 4 กิกะไบต์ และแบตเตอรี่ 3340 มิลลิแอมป์

And I'm at my in-laws house, right?

0:20

แล้วฉันก็อยู่ที่บ้านพ่อตาแม่ยายใช่ไหม?

And an argument breaks out at the Scrabble table. กริยาวลี

0:21

และก็มีการเถียงกันเกิดขึ้นที่โต๊ะสแคร็บเบิล

กริยาวลี

Breaks out: เริ่มขึ้นอย่างกะทันหัน

ในที่นี้ breaks out หมายถึง “เริ่มขึ้นอย่างกะทันหัน” หรือ “ปะทุขึ้น” ประธานคือ an argument จึงทำให้การโต้เถียงดูเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้วางแผนและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในความหมายนี้ break out เป็นกริยาที่ไม่รับกรรมตรง โดยเหตุการณ์อยู่ข้างหน้าในตำแหน่งประธาน มักใช้กับ argument, fight, fire, war หรือ violence รูปปัจจุบัน breaks out ยังทำให้ช่วงเวลาที่เล่าดูเหมือนกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ break out: During the meeting, a loud argument suddenly ____ over the budget.

ดูคำตอบ

broke out

And meanwhile,

0:24

และในขณะเดียวกัน

I'm sitting there going,

0:24

ฉันก็นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วคิดว่า

"Why don't you just Google it?" น้ำเสียง/เจตนา

0:27

"ทำไมพวกคุณไม่ลอง Google ดูล่ะ?"

น้ำเสียง/เจตนา

Why don't you just ...? ในฐานะคำแนะนำที่แฝงความไม่อดทน

แม้ Why don't you just ...? จะอยู่ในรูปคำถาม แต่โดยทั่วไปใช้เพื่อเสนอแนะ ไม่ได้ถามหาเหตุผล ในที่นี้หมายถึง “สิ่งที่ง่ายที่สุดคือค้นใน Google” คำว่า just ทำให้การกระทำนั้นดูง่ายและชัดเจน ในบริบทนี้ยังเพิ่มน้ำเสียงไม่อดทนด้วย ผู้พูดรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าจะแก้ปัญหาเองได้โดยไม่ต้องเถียงต่อ

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งกลัวเรื่องปัญหาสุขภาพร้ายแรงและขอให้คุณช่วยให้กำลังใจ การตอบว่า “Why don't you just Google it?” ถือว่าใส่ใจความรู้สึกหรือไม่?

  1. ใช่ เป็นคำตอบที่เหมาะสม
  2. ไม่ อาจฟังดูเหมือนไม่ใส่ใจ
ดูคำตอบ

ไม่ อาจฟังดูเหมือนไม่ใส่ใจ

But it's not all bad thanks to my entire evening of eye-rolling, ลำดับความ

0:29

แต่มันก็ไม่ได้แย่ไปซะทั้งหมดหรอก เพราะต้องขอบคุณการกลอกตาตลอดทั้งเย็น

face-palming,

0:35

การเอามือกุมขมับ

and full-body cringing,

0:36

และความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไปทั้งตัว

ลำดับความ

eye-rolling, face-palming, and full-body cringing ในฐานะรายการสามอย่างที่ไต่ระดับ

รูป -ing ทั้งสามเป็นองค์ประกอบที่มีโครงสร้างขนานกันในรายการเดียว โดยเรียงปฏิกิริยาของผู้พูดเป็นลำดับคือ eye-rolling ตามด้วย face-palming และสุดท้าย full-body cringing คำว่า and ใช้บอกว่าถึงรายการสุดท้ายแล้ว และทำให้รายการมีจังหวะสามช่วงที่ชัดเจน ปฏิกิริยาค่อย ๆ รุนแรงขึ้นจากท่าทางเล็ก ๆ บนใบหน้าไปสู่ปฏิกิริยาทั่วร่างกายแบบเกินจริง การไต่ระดับนี้เปลี่ยนความอับอายและความหงุดหงิดให้เป็นมุกตลก ไม่ใช่การบรรยายการกระทำสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รายการสามอย่างที่มีโครงสร้างขนานกันและไต่ระดับอย่างชัดเจนไปสู่ปฏิกิริยาที่รุนแรงที่สุด?

  1. The news had us frowning, a loud groan, and we left the room.
  2. The news had us frowning, groaning, and finally storming out of the room.
  3. The news was surprising, and the room had chairs and windows.
ดูคำตอบ

The news had us frowning, groaning, and finally storming out of the room.

we all get to experience this fantastic video.

0:39

ทำให้เราทุกคนได้สัมผัสกับวิดีโอที่ยอดเยี่ยมนี้

Eight of the worst ways

0:43

แปดวิธีที่แย่ที่สุด

the older generation makes my head explode. สำนวน

0:45

ที่คนรุ่นก่อนทำให้หัวฉันแทบระเบิด

สำนวน

makes my head explode: ทำให้รู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด

ในประโยคนี้ makes my head explode เป็นการพูดเกินจริงอย่างตั้งใจ หมายถึงคนรุ่นเก่าทำให้ผู้พูดหงุดหงิด สับสน หรือรู้สึกว่าคิดอะไรไม่ไหวอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงการบาดเจ็บทางร่างกายจริง ๆ โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: X makes my head explode คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามผู้ที่ได้รับผล เช่น makes her head explode

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อถึงความรู้สึกคิดอะไรไม่ไหวเพราะความหงุดหงิดได้ชัดเจนที่สุด

  1. These instructions are on my mind.
  2. These instructions blow my mind.
  3. These instructions make my head explode.
ดูคำตอบ

These instructions make my head explode.

Brought to you by the Honor 6X.

0:50

สนับสนุนโดย Honor 6X

Number one.

1:02

ข้อที่หนึ่ง

My dad seems completely

1:04

พ่อของฉันดูเหมือนจะ

unable to wrap his head around the fact สำนวน

1:08

ไม่เข้าใจเลยว่า

สำนวน

wrap his head around: พยายามทำความเข้าใจหรือยอมรับ

Wrap his head around หมายถึงการทำความเข้าใจหรือยอมรับสิ่งที่ยาก ไม่คุ้นเคย หรือน่าประหลาดใจในความคิด Unable to แสดงว่าเขายังทำเช่นนั้นไม่สำเร็จ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวทางร่างกาย รูปแบบคือ wrap + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + head around + ความคิดหรือข้อเท็จจริง ต้องปรับคำแสดงความเป็นเจ้าของและจำนวนให้ตรงกับบุคคล เช่น wrap my head around it, wrap her head around it หรือ wrap our heads around it ในที่นี้ around นำหน้าข้อเท็จจริงที่เข้าใจได้ยาก

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวน wrap one's head around และเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับ Lena: After reading the report twice, Lena still couldn't ____ why the numbers were different.

ดูคำตอบ

wrap her head around

that making phone calls ain't what it used to be. โน้ต

1:11

การโทรศัพท์มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

การใช้คำ

ain't ในฐานะรูปปฏิเสธที่ไม่เป็นทางการมาก

ในประโยคนี้ ain't มีความหมายเท่ากับ isn't: making phone calls isn't what it used to be ประธาน making phone calls หมายถึงกิจกรรมหนึ่งอย่าง ดังนั้นรูปภาษาอังกฤษมาตรฐานในที่นี้คือ isn't Ain't เป็นรูปปฏิเสธแบบไม่เป็นทางการที่ใช้แทนได้หลายรูป นอกจากนี้ยังอาจหมายถึง aren't, am not, hasn't หรือ haven't โดยต้องดูบริบทเพื่อหาว่าตรงกับรูปมาตรฐานใด

แบบฝึกหัด

ตัดสินการเลือกใช้คำในสถานการณ์นี้: ในรายงานของโรงเรียน คุณเขียนว่า "The new system ain't reliable."

  1. ไม่เหมาะกับงานเขียนทางการ
  2. เหมาะกับงานเขียนทางการ
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะกับงานเขียนทางการ

ไวยากรณ์

what it used to be: เปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน

What it used to be หมายถึงสภาพหรือลักษณะที่สิ่งหนึ่งเคยมีในอดีต ในรูปแบบ X is/isn't what it used to be อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what จะบอกสภาพเดิมของ X ในที่นี้ รูปปฏิเสธบอกว่าการโทรศัพท์เปลี่ยนไปแล้ว รูปนี้มักสื่อว่าบางสิ่งไม่ดีเท่าเมื่อก่อน แต่บริบทที่ตามมาอาจทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นกลางหรือเป็นไปในทางที่ดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายภาษาอังกฤษ 4 คำที่ประกอบด้วย what และ used to: After the renovation, the café isn't ____; it is brighter and easier to enter.

ดูคำตอบ

what it used to be

He still, it is 2017,

1:15

เขายังคง, นี่มันปี 2017 แล้วนะ,

he still tries to crank call me. การใช้คำ

1:17

เขายังคงพยายามโทรมาก่อกวนฉัน

การใช้คำ

crank call: คำเก่าสำหรับสายโทรศัพท์แกล้งเล่น

ในที่นี้ crank call เป็นกลุ่มคำนาม หมายถึงการโทรศัพท์เพื่อแกล้งเล่น โดยมักแสร้งเป็นคนอื่นหรือจงใจพูดเรื่องไม่จริง ใน tries to crank call me คำนี้ใช้เป็นกลุ่มคำกริยา หมายถึงพยายามโทรมาแกล้งฉันในลักษณะนั้น crank ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงข้อเหวี่ยงหรือการหมุนเครื่องจักร บริบทเรื่องโทรศัพท์บอกว่าผู้พูดหมายถึงการแกล้งเล่น

แบบฝึกหัด

tries to crank call me ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. พยายามหมุนเครื่องจักรระหว่างโทรหาฉัน
  2. พยายามโทรมาแกล้งฉัน
  3. พยายามซ่อมโทรศัพท์ของฉัน
ดูคำตอบ

พยายามโทรมาแกล้งฉัน

Crank call me.

1:20

โทรมาก่อกวนฉันเนี่ยนะ

Like I'll answer my phone and he'll start pretending to order a pizza.

1:23

แบบว่าฉันรับสาย แล้วเขาก็เริ่มแกล้งทำเป็นสั่งพิซซ่า

Or I'll call him

1:27

หรือฉันโทรหาเขา

and he'll answer with some goofy accent

1:29

แล้วเขาก็รับสายด้วยสำเนียงตลก ๆ

trying to convince me that I got the wrong number. วลี

1:31

พยายามทำให้ฉันเชื่อว่าฉันโทรผิดเบอร์

วลี

got the wrong number ในการคุยโทรศัพท์

ใน I got the wrong number คำว่า got เป็นรูปอดีตของ get และในบริบทโทรศัพท์หมายถึงติดต่อไปยังหมายเลขหนึ่ง ผู้พูดหมายความว่าสายเชื่อมต่อไปหาคนอื่นที่ไม่ใช่คนที่ตั้งใจจะโทรหา สำนวนโทรศัพท์แบบตายตัวคือ get the wrong number โดยใช้ the ไม่ได้หมายถึงการได้รับตัวเลขที่ผิดมาเป็นสิ่งของ

แบบฝึกหัด

คุณโทรหา Maya แต่คนแปลกหน้ารับสาย ประโยคใดอธิบายความผิดพลาดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Sorry, I think I've got a wrong number.
  2. Sorry, I think I've got the wrong number.
  3. Sorry, I think I've received the incorrect digit.
ดูคำตอบ

Sorry, I think I've got the wrong number.

Dude,

1:34

พ่อ

I know it's you.

1:35

ผมรู้ว่าเป็นพ่อนะ

I've had caller ID on my phone ไวยากรณ์

1:37

โทรศัพท์ผมมีโชว์เบอร์คนโทรเข้า

since I was in high school

1:39

ตั้งแต่ผมอยู่มัธยมแล้ว

ไวยากรณ์

I've had ... since ...: สภาพที่ต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน

‘I've had’ เป็นรูปย่อของ ‘I have had’ โดย have เป็นกริยาช่วยของ present perfect ส่วน had เป็นรูป past participle ของ have ในที่นี้หมายถึงโทรศัพท์ของผู้พูดมีฟังก์ชันนี้ให้ใช้งาน tense นี้นำเสนอสภาพดังกล่าวว่าเริ่มในอดีตและยังต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ‘Since I was in high school’ ระบุจุดเริ่มต้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have/has + past participle + since + เวลาหรือเหตุการณ์ในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ have และคำที่ใช้บอกจุดเริ่มต้น: I ____ this backpack ____ sixth grade.

ดูคำตอบ

have had · since

and I know I didn't misdial your number.

1:41

และผมก็รู้ว่าผมไม่ได้กดเบอร์พ่อผิดด้วย

Nobody dials numbers anymore.

1:44

เดี๋ยวนี้ไม่มีใครหมุนเบอร์โทรศัพท์กันแล้ว

Number two.

1:47

ข้อที่สอง

I needed to get to my grandma's new place.

1:49

ฉันต้องไปที่บ้านใหม่ของคุณย่า

So I even proactively,

1:52

ฉันเลยเตรียมตัวอย่างดี

like I'm ready for this,

1:54

แบบว่าฉันพร้อมสำหรับเรื่องนี้แล้ว

I proactively structure the question like so. วลี

1:55

ฉันเริ่มตั้งคำถามแบบนี้

วลี

like so: ใช้เกริ่นการสาธิตที่ตามมาทันที

‘Like so’ หมายถึง “ด้วยวิธีนี้” หรือ “อย่างที่ฉันกำลังจะแสดงให้ดู” วลีนี้ชี้ไปยังการสาธิต ตัวอย่าง หรือถ้อยคำที่เฉพาะเจาะจง ไม่ได้กล่าวถึงความคล้ายคลึงโดยทั่วไป ในที่นี้ วลีดังกล่าวปิดช่วงเกริ่นและส่งสัญญาณว่าผู้พูดจะกล่าวคำถามที่จัดโครงสร้างไว้อย่างรอบคอบต่อไป เป็นคำเชื่อมสั้น ๆ ในภาษาพูดเพื่อเปลี่ยนจากคำอธิบายไปสู่การสาธิต

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมคำสั่งนี้ได้เหมาะสมที่สุดเมื่อผู้พูดกำลังแสดงการกระทำไปพร้อมกัน? Turn the paper and fold this corner down, ____.

  1. for a while
  2. like so
  3. on the other hand
ดูคำตอบ

like so

"Hey, can you give me your new address,

1:59

"นี่ ย่าบอกที่อยู่ใหม่ให้ผมหน่อยได้ไหม

Gran?"

2:00

ครับย่า?"

And to my dismay, วลี

2:01

และที่น่าตกใจก็คือ

วลี

to my dismay: ที่ทำให้ฉันผิดหวัง

to my dismay หมายถึง “สิ่งที่ทำให้ฉันผิดหวัง กังวล หรือทุกข์ใจ” ในประโยคนี้เป็นข้อความเสริมที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกล่วงหน้าว่าผู้พูดรู้สึกอย่างไรกับผลลัพธ์ที่จะกล่าวต่อไป สำนวนนี้ยังเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับจุดเปลี่ยนที่ไม่ดีในเรื่อง เมื่อเทียบกับการพูดเพียง I was disappointed สำนวนนี้กระชับกว่าและค่อนข้างเป็นทางการหรือให้ความรู้สึกเกินจริงมากกว่าเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเล่าเรื่องสามคำจากบทเรียนที่แสดงว่าผลลัพธ์ทำให้ผู้พูดรู้สึกไม่ดี: “____, the last bus had already left.”

ดูคำตอบ

To my dismay

she, like every other old person on the planet,

2:03

เธอ เหมือนกับคนแก่คนอื่น ๆ บนโลกใบนี้

proceeds to launch into this elaborate play-by-play of the route. โน้ต

2:07

เริ่มอธิบายเส้นทางอย่างละเอียดละออเป็นฉาก ๆ

กริยาวลี

launch into: เริ่มอย่างฉับพลันและมีพลัง

launch into หมายถึงเริ่มพูดหรือทำกิจกรรมที่ยาวนาน มีพลัง หรือหนักแน่น โดยมักเริ่มอย่างกะทันหัน ในประโยคนี้ บุคคลนั้นเริ่มอธิบายเส้นทางอย่างละเอียดทีละขั้นทันที โครงสร้างคือ launch into + นามวลีหรือรูป -ing เช่น launch into an explanation หรือ launch into describing the problem สำนวนนี้มักให้ความรู้สึกว่าการพูดดำเนินต่อไปอย่างมีแรงส่ง และอาจบอกเป็นนัยว่าผู้พูดให้รายละเอียดมากเกินกว่าที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนสองคำที่หมายถึง “เริ่มคำอธิบายยาว ๆ อย่างกะทันหัน”: “Without any warning, Maya ____ a detailed story about her trip.”

ดูคำตอบ

launched into

การใช้คำ

elaborate play-by-play: การเล่าอย่างละเอียดทีละขั้น

เดิมที play-by-play หมายถึงการบรรยายการแข่งขันกีฬาอย่างละเอียดตามที่แต่ละจังหวะเกิดขึ้น ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการอธิบายเส้นทางโดยไล่รายละเอียดทีละอย่าง คำคุณศัพท์ elaborate เน้นความหมายนี้ให้ชัดขึ้น กล่าวคือ คำบอกทางนี้ไม่ใช่สรุปสั้น ๆ แต่เป็นคำอธิบายที่เรียบเรียงอย่างประณีตและอาจละเอียดเกินจำเป็น ในบริบทนี้ วลียังสื่อว่าผู้พูดมองว่ารายละเอียดที่มากขนาดนั้นชวนขำหรือน่าหงุดหงิด

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ elaborate play-by-play หมายความว่าอย่างไร

  1. การเล่าที่ละเอียดเกินไปโดยไล่ทีละส่วน
  2. ฉากที่แสดงในโรงละคร
  3. การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา
  4. การสรุปเส้นทางสั้น ๆ
ดูคำตอบ

การเล่าที่ละเอียดเกินไปโดยไล่ทีละส่วน

"Don't go past the giant tiger,

2:12

"อย่าเลยเสือตัวใหญ่นะ

then uh left at the spoon-shaped rock

2:15

แล้วก็ เอ่อ เลี้ยวซ้ายที่หินรูปช้อน

and you'll see this really friendly young man watering the grass.

2:17

แล้วหลานจะเห็นชายหนุ่มหน้าตาเป็นมิตรคนนึงกำลังรดน้ำหญ้าอยู่

Well well that's

2:21

อ้อ ๆ นั่นก็คือ

Chester, the neighbor's son-in-law.

2:22

เชสเตอร์ ลูกเขยของเพื่อนบ้านน่ะ

And he works at the co-op and okay.

2:24

แล้วเขาก็ทำงานที่สหกรณ์แล้วก็โอเค..."

This is not a quest, Grandma.

2:27

นี่มันไม่ใช่เกมทำเควสนะครับย่า

I'm not retaining any of this.

2:30

ผมจำอะไรพวกนี้ไม่ได้เลย

I'm not listening.

2:32

ผมไม่ได้ฟังด้วยซ้ำ

Please,

2:33

ได้โปรดเถอะ

for the love of all that is good, สำนวน

2:33

เห็นแก่พระเจ้า

สำนวน

for the love of all that is good: คำวิงวอนแบบเกินจริง

For the love of all that is good เป็นคำวิงวอนที่เกินจริงและมีลักษณะเหมือนการแสดงละคร มีความหมายประมาณว่า “ได้โปรด ฉันขอร้อง” วลีนี้แสดงว่าผู้พูดหมดความอดทนมากและต้องการให้อีกฝ่ายทำสิ่งที่ง่ายหรือเห็นได้ชัด ถ้อยคำถูกทำให้ฟังดูยิ่งใหญ่และเคร่งขรึมโดยตั้งใจ ในบริบทตลก ความไม่เข้ากันระหว่างถ้อยคำใหญ่โตกับคำขอธรรมดาทำให้ความหงุดหงิดดูขบขัน โดยทั่วไปไม่ได้เป็นคำกล่าวตามตัวอักษรเกี่ยวกับความรัก ความดี หรือศาสนา

แบบฝึกหัด

ในประโยคแบบนี้ for the love of all that is good มักแสดงท่าทีใด

  1. คำวิงวอนที่เกินจริงและหมดความอดทน
  2. คำอธิบายข้อเท็จจริงอย่างใจเย็น
  3. คำแสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการ
  4. คำประกาศทางศาสนาตามความหมายตรง
ดูคำตอบ

คำวิงวอนที่เกินจริงและหมดความอดทน

tell me the address

2:35

บอกที่อยู่ผมมาเถอะ

so I can open my Maps app and key it in. กริยาวลี

2:37

ผมจะได้เปิดแอปแผนที่แล้วพิมพ์ลงไป

กริยาวลี

key it in: ป้อนข้อมูลด้วย phrasal verb ที่แยกคำได้

ในที่นี้ key in หมายถึงป้อนข้อมูลด้วยแป้นพิมพ์หรือหน้าจอสัมผัส สรรพนาม it หมายถึงที่อยู่ ดังนั้น key it in จึงหมายถึงป้อนที่อยู่นั้นลงในแอปแผนที่ key in เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม ให้วางสรรพนามระหว่าง key กับ in เช่น key it in, key them in อย่าวางสรรพนามไว้หลัง phrasal verb ทั้งชุด

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่เป็นธรรมชาติเมื่อต้องป้อนรหัสที่เพิ่งกล่าวถึง

  1. Please key now it in.
  2. Please key in it now.
  3. Please key it in now.
ดูคำตอบ

Please key it in now.

Number three.

2:41

ข้อที่สาม

Thanks to simple interfaces

2:43

ต้องขอบคุณอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย

like Honor's Emotion UI,

2:45

อย่าง Emotion UI ของ Honor

smartphones

2:47

ที่ทำให้สมาร์ทโฟน

are getting easier and easier to use. ไวยากรณ์

2:48

ใช้งานง่ายขึ้นเรื่อย ๆ

ไวยากรณ์

getting easier and easier: การเปลี่ยนแปลงทีละน้อย

ในที่นี้ getting หมายถึงกำลังเปลี่ยนเป็นหรือกำลังกลายเป็น ส่วน easier and easier เป็นการใช้รูปขั้นกว่าเดิมซ้ำ เพื่อแสดงว่าสิ่งเดิมเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องตามเวลา โดยแต่ละช่วงง่ายกว่าช่วงก่อนหน้า ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบสิ่งของสองอย่าง สำหรับคำคุณศัพท์สั้น ใช้รูปขั้นกว่า + and + รูปขั้นกว่าเดิม เช่น colder and colder, better and better ส่วนคำคุณศัพท์ยาวหลายคำใช้ more and more + คำคุณศัพท์ เช่น more and more useful

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าแบบซ้ำของ easy: With daily practice, this puzzle is getting ____.

ดูคำตอบ

easier and easier

But just because an older person learns to use the internet, ไวยากรณ์

2:51

แต่แค่เพียงเพราะคนแก่เรียนรู้วิธีใช้อินเทอร์เน็ต

doesn't mean they really get how to internet. การใช้คำ

2:56

ไม่ได้แปลว่าพวกเขาเข้าใจวิธีเล่นอินเทอร์เน็ตจริง ๆ

ไวยากรณ์

just because X doesn't mean Y: X อย่างเดียวยังสรุป Y ไม่ได้

just because ใช้เสนอข้อเท็จจริงหรือข้อสมมติ ส่วน doesn't mean ใช้ขวางไม่ให้สรุปสิ่งที่ตามมาโดยอัตโนมัติ โครงสร้างนี้หมายความว่า X เพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักฐานเพียงพอของ Y โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกว่า Y เป็นเท็จ ในประโยคนี้ การเรียนรู้วิธีใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าคนนั้นเข้าใจวิธีวางตัวบนโลกออนไลน์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า การรู้ข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์อีกข้อหนึ่ง

  1. Just because Leo has a cookbook doesn't mean he cooks every night.
  2. Because Leo has a cookbook, he cooks every night.
  3. Leo has a cookbook, so he must cook every night.
ดูคำตอบ

Just because Leo has a cookbook doesn't mean he cooks every night.

การใช้คำ

internet ที่ใช้เป็นคำกริยาแบบขี้เล่นใน how to internet

ใน how to internet คำว่า internet ถูกนำมาใช้เป็นคำกริยาชั่วคราว ความหมายไม่ใช่แค่รู้วิธีเชื่อมต่อหรือคลิก แต่ในที่นี้หมายถึงรู้วิธีวางตัวบนโลกออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม การเปลี่ยนคำนามที่คุ้นเคยให้เป็นคำกริยาทำให้ประโยคกระชับและขี้เล่น การเปลี่ยนแบบสร้างสรรค์นี้สื่ออารมณ์ขัน ไม่ใช่การใช้คำตามมาตรฐานในพจนานุกรม

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในคู่มือการทำงานแบบเป็นทางการ "Employees should learn how to internet" เป็นสำนวนมาตรฐานที่เหมาะสม

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

And we've all suffered the consequences of this one.

3:00

และพวกเราทุกคนต่างก็เคยรับกรรมจากเรื่องนี้

So here's a few etiquette tips.

3:03

ดังนั้นนี่คือเคล็ดลับมารยาทเล็ก ๆ น้อย ๆ

If I don't copy paste your status update you posted,

3:06

ถ้าฉันไม่ได้ก๊อปปี้สเตตัสที่คุณโพสต์ไปแปะต่อ

it doesn't mean I'm not your true friend.

3:10

ไม่ได้แปลว่าฉันไม่ใช่เพื่อนแท้ของคุณนะ

That funny chain letter,

3:13

และก็จดหมายลูกโซ่ตลก ๆ นั่น

well,

3:15

อืม

if the memes have eBaum's World watermarks,

3:16

ถ้ามีมนั่นมีลายน้ำของ eBaum's World อยู่ล่ะก็

they're probably a little dated. การใช้คำ

3:20

มันน่าจะล้าสมัยไปหน่อยแล้วล่ะ

การใช้คำ

dated: ดูเชย ไม่ได้หมายถึงมีวันที่

ในประโยคนี้ dated หมายถึงดูเชยหรือล้าสมัย ไม่ได้หมายถึงมีวันที่เขียนอยู่บนภาพ ลายน้ำทำให้มีมเหล่านี้ดูเหมือนมาจากยุคแรก ๆ ของอินเทอร์เน็ต ดังนั้นผู้พูดกำลังประเมินสไตล์และความทันสมัยของมีม ความหมายนี้ของ dated เป็นการแสดงความคิดเห็นและมักมีนัยลบเล็กน้อย นอกจากนี้ยังใช้บรรยายดีไซน์ มุกตลก แฟชั่น ความคิด เทคโนโลยี หรือสื่อที่ดูตกยุคได้ด้วย

แบบฝึกหัด

dated ใน The app's design feels dated หมายความว่าอย่างไร

  1. ดีไซน์ดูเชยและไม่ทันสมัย
  2. ดีไซน์เปิดตัวในวันนี้
  3. ดีไซน์มีวันที่เขียนอยู่
ดูคำตอบ

ดีไซน์ดูเชยและไม่ทันสมัย

And auntie,

3:22

และคุณป้าครับ

thank you so much for the urgent cyber security advisory

3:24

ขอบคุณมากสำหรับคำเตือนเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์สุดด่วน

telling me to beware of people calling and pretending they work for Microsoft. วลี

3:29

ที่บอกให้ผมระวังคนที่โทรมาหลอกว่าทำงานให้ไมโครซอฟท์

วลี

beware of: คำเตือนโดยตรงเกี่ยวกับความเสี่ยง

Beware of เป็นคำเตือนโดยตรงที่หมายถึงให้ระวังหรือคอยป้องกันคน สิ่งของ หรือการกระทำบางอย่าง ในประโยคนี้ใช้เตือนให้ระวังคนที่โทรมาและแกล้งทำงานให้ไมโครซอฟท์ หลัง Beware of สามารถตามด้วยกลุ่มคำนามหรือรูป -ing ได้ เช่น Beware of scammers และ Beware of clicking unknown links สำนวนนี้เน้นอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่การรู้ว่ามีบางสิ่งอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ beware of เพื่อเตือนอย่างชัดเจนได้ถูกต้อง

  1. Be beware of links that ask for your password.
  2. Beware to links that ask for your password.
  3. Beware of links that ask for your password.
ดูคำตอบ

Beware of links that ask for your password.

I know your heart's in the right place, สำนวน

3:34

ผมรู้ว่าป้าหวังดี

สำนวน

heart's in the right place: มีเจตนาดี

ในที่นี้ heart's in the right place หมายถึง “คุณมีเจตนาดีและหวังดี” heart's เป็นรูปย่อของ heart is ส่วน your ชี้ว่าเจตนาที่กำลังประเมินเป็นของใคร สำนวนนี้มักใช้ก่อนคำวิจารณ์ คือยอมรับว่าแรงจูงใจของอีกฝ่ายดี แต่ไม่ได้หมายความว่าการกระทำ คำแนะนำ หรือผลลัพธ์นั้นดี ในประโยคนี้ I know ยังช่วยลดความแรงของสิ่งที่อาจพูดต่อจากนั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงการมีเจตนาดีให้สมบูรณ์: Maya's advice made things worse, but her ____.

ดูคำตอบ

heart was in the right place

but

3:36

แต่

please,

3:36

ได้โปรดเถอะ

just oh please.

3:38

ขอร้องล่ะครับ

Number four.

3:41

ข้อที่สี่

Why is it that every time I go somewhere with my dad, ไวยากรณ์

3:42

ทำไมเวลาที่ฉันไปไหนมาไหนกับพ่อ

ไวยากรณ์

Why is it that ...?: คำถามหาเหตุผลแบบเน้นย้ำ

Why is it that ...? เป็นรูปแบบที่ขยายจากการถามเหตุผลด้วย why โดยเพิ่มน้ำหนัก และมักแสดงว่าผู้พูดรู้สึกสงสัย รำคาญ หรืออธิบายสถานการณ์ที่เกิดซ้ำได้ยาก หลัง that ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ Why is it that every time I go ... ไม่ใช่ Why is it that every time do I go .... การสลับลำดับคำแบบคำถามเกิดขึ้นแล้วใน is it ส่วนอนุประโยคหลัง that ไม่ต้องสลับลำดับคำอีก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างคำถาม why แบบขยายได้ถูกต้อง

  1. Why is it that do you always forget your keys?
  2. Why is it that you always forget your keys?
  3. Why it is that you always forget your keys?
ดูคำตอบ

Why is it that you always forget your keys?

he's always trying to get me to memorize what section of the parking garage ไวยากรณ์

3:47

เขาต้องคอยให้ฉันจำอยู่เสมอว่าเราอยู่ในโซนไหนของลานจอดรถ

ไวยากรณ์

get me to memorize: โครงสร้าง get + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐาน

Get me to memorize ใช้โครงสร้าง get + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย me คือผู้ที่ทำกริยา memorize ดังนั้นในที่นี้จึงหมายถึงการพยายามทำให้ฉันจำบางอย่าง หรือโน้มน้าวให้ฉันจำ get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการบังคับเสมอไป แต่อาจหมายถึงการโน้มน้าว การเตือน หรือการจัดการบางอย่างเพื่อให้คนอื่นลงมือทำ เนื่องจากมี trying to อยู่ข้างหน้า ประโยคจึงเน้นความพยายามซ้ำ ๆ ของพ่อ ไม่ได้ยืนยันว่าผู้พูดจำได้จริง โครงสร้างนี้ใช้กับบุคคลอื่นได้เช่นกัน: get someone to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง get + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐาน: The coach ____ speak up during the team meeting

ดูคำตอบ

got Maya to

we're in

3:52

เราอยู่ที่ไหน

so that we don't lose the car.

3:52

จะได้ไม่หลงกับรถ

Okay,

3:55

โอเค

what's the color?

3:55

สีอะไรนะ?

Orange.

3:56

สีส้ม

Okay,

3:57

โอเค

what's the number?

3:58

หมายเลขอะไรนะ?

Oh shoot, I forget.

3:59

เวรล่ะ ลืมไปแล้ว

Let's go back.

4:00

กลับไปดูกันเถอะ

Look,

4:01

ฟังนะ

I'm way ahead of you, Dad. สำนวน

4:01

ผมล้ำหน้าพ่อไปไกลแล้วพ่อ

สำนวน

way ahead of you: คำตอบที่เน้นย้ำว่าเตรียมการไว้ก่อนแล้ว

Way ahead of you เป็นคำตอบเชิงสำนวน หมายความว่าผู้พูดได้คิด เตรียม หรือทำสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะเสนอไว้แล้ว ในที่นี้ ahead เปรียบเทียบความคิดหรือการเตรียมตัวของผู้พูดกับสิ่งที่พ่อกำลังจะคิดต่อไป ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ Way ช่วยเน้น ahead ทำให้คำตอบฟังดูมั่นใจและมักมีน้ำเสียงหยอกเล่นเล็กน้อย ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกว่าวิธีแก้ปัญหาที่อาศัยความจำของพ่อนั้นไม่จำเป็น เพราะมีอีกวิธีเตรียมไว้พร้อมแล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังจะเสนอให้เอาขนมไปด้วย แต่คุณเตรียมขนมไว้แล้ว คำตอบใดสื่อได้ดีที่สุดว่าคุณคิดเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้ว

  1. I'm way behind you.
  2. I'm next to you.
  3. I'm ahead of schedule.
  4. I'm way ahead of you.
ดูคำตอบ

I'm way ahead of you.

Just take a picture

4:03

แค่ถ่ายรูปไว้

and move on. กริยาวลี

4:04

แล้วก็เดินต่อ

กริยาวลี

move on: ไปต่อยังขั้นถัดไป

ใน “and move on” คำว่า move on เป็นกริยาวลีที่หมายถึงจบขั้นตอนหรือหัวข้อปัจจุบัน แล้วไปต่อยังสิ่งถัดไป คำว่า and เชื่อมการกระทำนี้กับสิ่งที่พูดก่อนหน้า จึงสื่อว่าผู้พูดถือว่างานปัจจุบันเสร็จแล้วและบอกให้ไปขั้นต่อไป ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนตัวไปยังอีกที่หนึ่งเพียงอย่างเดียว กิจกรรมถัดไปไม่ต้องพูดออกมาก็ได้ เพราะบริบททำให้เข้าใจได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์: We have finished the warm-up, so let’s ____.

ดูคำตอบ

move on

It doesn't consume film anymore วัฒนธรรม

4:06

มันไม่เปลืองฟิล์มอีกต่อไปแล้ว

and we don't have to wait for it to get developed.

4:08

และเราก็ไม่ต้องรอให้เขาล้างรูปด้วย

วัฒนธรรม

consume film ... get developed: ใช้ฟิล์มและนำไปล้าง

consume film ใช้ consume ในความหมายว่าใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างจำกัดจนหมด สำหรับกล้องฟิล์ม การถ่ายภาพแต่ละครั้งจะใช้ฟิล์มบางส่วนในม้วน ดังนั้นกล้องดิจิทัลจึงไม่ต้องใช้ฟิล์มอีกต่อไป get developed เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำที่ใช้ get หมายถึงฟิล์มหรือภาพได้รับการล้างและทำให้เกิดภาพ developed ในที่นี้เป็นคำศัพท์ด้านการถ่ายภาพ หมายถึงการผ่านกระบวนการทางเคมีเพื่อให้มองเห็นภาพ ไม่ได้หมายถึงการเติบโตหรือการพัฒนาให้ดีขึ้น ทั้งสองสำนวนรวมกันอธิบายว่าการถ่ายภาพดิจิทัลไม่ต้องเสียฟิล์มและไม่ต้องรอการล้างฟิล์ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์: An old camera can ____. After a trip, the roll will need to ____ before we see the pictures。

ดูคำตอบ

consume film · get developed

Number five.

4:12

ข้อที่ห้า

You convinced your mother-in-law to get a cell phone, ไวยากรณ์

4:13

คุณโน้มน้าวให้แม่ยายซื้อโทรศัพท์มือถือได้แล้ว

ไวยากรณ์

โครงสร้าง convince someone to do something

ใน “convinced your mother-in-law to get” คำว่า convinced หมายถึงการใช้เหตุผลหรือการโน้มน้าวจนทำให้อีกคนลงมือทำบางอย่าง โครงสร้างคือ convince + someone + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ your mother-in-law คือคนที่ถูกโน้มน้าว และ get คือการกระทำ ต้องมีคำว่า to เสมอ โดยพูดว่า convince someone to do something ไม่ใช่ convince someone do something

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ convince ได้ถูกต้องเมื่อมีการโน้มน้าวให้คนหนึ่งทำบางอย่าง

  1. We convinced the landlord install a bike rack.
  2. We convinced the landlord to install a bike rack.
  3. We convinced that the landlord to install a bike rack.
ดูคำตอบ

We convinced the landlord to install a bike rack.

but she refuses to get cellular data

4:16

แต่เธอปฏิเสธที่จะสมัครเน็ตมือถือ

because it's expensive

4:20

เพราะมันแพง

and Lisa needs braces. วัฒนธรรม

4:22

และลิซ่าต้องดัดฟัน

Well,

4:24

เอาล่ะ

you know what I have to say to that?

4:25

รู้ไหมว่าฉันต้องพูดว่ายังไงกับเรื่องนี้?

Data plan.

4:27

แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไง

วัฒนธรรม

“Lisa needs braces.” ... “Data plan.” ในฐานะมุกย้อนอ้างถึง The Simpsons

การจับคู่ “Lisa needs braces.” กับ “Data plan.” เป็นการล้อบทสนทนาที่พูดซ้ำใน The Simpsons ว่า “Dental plan!” / “Lisa needs braces!” ในฉากต้นฉบับ การที่ลิซ่าต้องจัดฟันทำให้ตัวละครหนึ่งนึกขึ้นได้ว่าแผนสวัสดิการทันตกรรมสำคัญอย่างไร ในที่นี้ใช้ “Data plan” แทน “Dental plan” เพราะกำลังพูดถึงโทรศัพท์มือถือ ถ้อยคำที่คล้ายกันและรูปแบบการพูดโต้ตอบแบบเดิมทำให้เป็นการย้อนอ้างถึงฉากนั้น “Data plan” คือมุกปิดท้าย ไม่ใช่คำตอบจริงจังเกี่ยวกับฟันของลิซ่า

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ “Data plan” ตลกในบทสนทนานี้

  1. เป็นการอธิบายอย่างจริงจังว่าทำไมลิซ่าต้องจัดฟัน
  2. เป็นการเปลี่ยน “Dental plan” ในบทสนทนาที่คุ้นเคยจาก The Simpsons ให้เป็นคำที่เข้ากับหัวข้อโทรศัพท์มือถือ
  3. เป็นการเริ่มหัวข้อใหม่เกี่ยวกับการรักษาฟันของลิซ่า
ดูคำตอบ

เป็นการเปลี่ยน “Dental plan” ในบทสนทนาที่คุ้นเคยจาก The Simpsons ให้เป็นคำที่เข้ากับหัวข้อโทรศัพท์มือถือ

It's like $10 a month.

4:28

มันแค่เดือนละ 10 ดอลลาร์เอง

Less on Ting.

4:31

ถ้ายิ่งใช้ค่าย Ting ก็ยิ่งถูกกว่านี้อีก

And you know what else is expensive?

4:32

แล้วรู้ไหมว่าอะไรที่แพงกว่านั้น?

Getting lost two blocks from your grandson's birthday party ไวยากรณ์

4:34

การหลงทางอยู่ห่างจากงานวันเกิดหลานชายไปแค่สองช่วงตึก

and spending 15 minutes on the phone with me trying to figure out where the heck you are, โน้ต

4:38

และต้องคุยโทรศัพท์กับฉันตั้ง 15 นาทีเพื่อพยายามหาว่าคุณอยู่ตรงไหนกันแน่

ไวยากรณ์

Getting lost ... spending 15 minutes: วลี -ing ที่วางขนานกัน

Getting lost และ spending 15 minutes เป็นวลี -ing สองวลีที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and แต่ละวลีเปลี่ยนการกระทำให้เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม จึงใช้บอกการกระทำสองอย่างที่กำลังพูดถึงร่วมกัน ในถ้อยคำที่เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนานี้ วลีทั้งสองเติมความคิดจากคำถามก่อนหน้าว่า “อะไรมีค่าใช้จ่ายสูง” เนื่องจากไม่มีรูปของ be อยู่หน้า getting หรือ spending รูป -ing ตรงนี้จึงไม่ใช่รูปกาลต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน get lost และ spend 15 minutes ให้เป็นวลี -ing ที่วางขนานกันเพื่อเติมประโยค: ____ and ____ can ruin the schedule.

ดูคำตอบ

Getting lost · spending 15 minutes

กริยาวลี

figure out: คิดแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบ

Figure out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการได้คำตอบด้วยการคิด ตรวจสอบ หรือแก้ปัญหา ในที่นี้ figure out where the heck you are หมายถึงการหาว่าคนนั้นอยู่ที่ไหน หลัง figure out อาจตามด้วยนามวลี เช่น figure out the route หรืออนุประโยค wh- เช่น figure out where the bus stops เมื่อคำถามอยู่ภายในประโยคที่ใหญ่กว่า ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ where you are ไม่ใช่ where are you

แบบฝึกหัด

เลือกกริยาวลีที่ตรงกับคำใบ้ที่สุด: We studied the map and worked through several possibilities until we could ___ the best route.

  1. look after
  2. figure out
  3. find out
ดูคำตอบ

figure out

การใช้คำ

where the heck ในคำถามที่เน้นความหงุดหงิด

Where the heck มีความหมายพื้นฐานเหมือน where แต่ the heck เพิ่มอารมณ์ที่แรงและไม่เป็นทางการ โดยตัวมันเองไม่ได้ระบุหรืออธิบายสถานที่ ในประโยคนี้ ผู้พูดรู้สึกหงุดหงิดหลังจากใช้เวลาพยายามตามหาว่าอีกคนอยู่ที่ไหน โครงสร้าง คำแสดงคำถาม + the heck ใช้แสดงความรำคาญ ความประหลาดใจ หรือการเร่งให้อีกฝ่ายตอบได้

แบบฝึกหัด

คุณกำลังคุยแบบไม่เป็นทางการกับเพื่อนสนิทและต้องการแสดงความหงุดหงิดเล็กน้อย ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. Where the hell did you put my keys?
  2. Where the heck did you put my keys?
  3. Where did you put my keys?
ดูคำตอบ

Where the heck did you put my keys?

which way is west,

4:44

ทิศตะวันตกอยู่ทางไหน

and which auto wrecker to drive towards to get back on the right path.

4:45

และต้องขับรถไปทางอู่ซากรถไหนเพื่อที่จะกลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง

You aren't even supposed to be on the phone when you're driving. ไวยากรณ์

4:51

คุณไม่ควรคุยโทรศัพท์ตอนขับรถด้วยซ้ำนะ

ไวยากรณ์

aren't supposed to สำหรับพฤติกรรมที่กฎห้าม

Be supposed to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายสิ่งที่กฎ คำสั่ง หรือความคาดหวังร่วมกันกำหนดว่าควรเกิดขึ้น โดยคำกริยา be จะเปลี่ยนตามประธานและกาล ในโครงสร้างปฏิเสธ be not supposed to + คำกริยารูปพื้นฐาน การกระทำนั้นขัดกับมาตรฐานดังกล่าว You aren't even supposed to be on the phone หมายความว่ากฎการขับรถระบุว่าไม่ควรใช้โทรศัพท์ ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ be supposed to ที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: Passengers are not ____ open this door.

ดูคำตอบ

supposed to

Number six.

4:56

ข้อที่หก

My dad knows how to text me.

4:58

พ่อของฉันรู้วิธีส่งข้อความหาฉัน

He even sends instant messages

5:00

เขาถึงขั้นส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที

and pictures over Hangouts.

5:02

และส่งรูปภาพผ่านทาง Hangouts ได้

But he doesn't seem to grasp

5:05

แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจ

the added utility that these modern mediums have over snail mail. สำนวน

5:07

ประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นของสื่อสมัยใหม่เหล่านี้ที่มีเหนือกว่าจดหมายธรรมดา

สำนวน

snail mail: คำไม่เป็นทางการสำหรับไปรษณีย์แบบดั้งเดิม

snail mail เป็นชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการและติดอารมณ์ขันสำหรับจดหมายและสิ่งของทางไปรษณีย์ที่จัดส่งผ่านระบบไปรษณีย์ ภาพของหอยทากที่เคลื่อนที่ช้าช่วยเน้นว่าวิธีนี้อาจดูช้ากว่าการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์มาก ในประโยคนี้ over snail mail หมายถึงเมื่อเปรียบเทียบกับไปรษณีย์แบบดั้งเดิมแล้วมีข้อได้เปรียบกว่า วลีนี้ไม่ใช่ชื่อของบริการไปรษณีย์เฉพาะใด ๆ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง snail mail หมายถึงอะไร?

  1. ไปรษณีย์จริงแบบดั้งเดิมที่จัดส่งผ่านระบบไปรษณีย์
  2. ข้อความทันทีที่ส่งจากโทรศัพท์
  3. บริการอีเมลที่มีโลโก้รูปหอยทาก
ดูคำตอบ

ไปรษณีย์จริงแบบดั้งเดิมที่จัดส่งผ่านระบบไปรษณีย์

So every three to five days,

5:13

ดังนั้นทุก ๆ สามถึงห้าวัน

he sends me an epic wall of text สำนวน

5:15

เขาจะส่งข้อความยาวเหยียดเป็นกำแพงมาให้ฉัน

สำนวน

wall of text: ข้อความที่ยาวและอัดแน่น

a wall of text เป็นคำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการสำหรับข้อความที่ยาวและดูอัดแน่น มักแทบไม่มีหรือไม่มีการแบ่งย่อหน้าเลย วลีนี้สื่อว่าการเริ่มอ่านหรืออ่านต่อให้จบเป็นเรื่องยาก เหมือนกำลังเผชิญกำแพงทึบ ในที่นี้ epic ขยายขนาดของ wall of text ให้ดูเกินจริง สิ่งที่ถูกวิจารณ์ไม่ใช่แค่ข้อความยาว แต่ยังรวมถึงการที่ข้อมูลมากเกินไปมารวมกันเป็นก้อนหนักก้อนเดียว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนไม่เป็นทางการเป้าหมายสำหรับข้อความที่ยาว อัดแน่น และไม่มีการแบ่งช่วง: The post was one huge ____, so I added paragraph breaks.

ดูคำตอบ

wall of text

with where he's staying,

5:18

ว่าเขาพักอยู่ที่ไหน

the recent weather,

5:20

อากาศช่วงนี้เป็นยังไง

best wishes for the kids,

5:22

ความปรารถนาดีถึงเด็ก ๆ

and then he signs his name at the bottom.

5:23

แล้วเขาก็เซ็นชื่อตัวเองไว้ข้างใต้

And I'm like, ลำดับความ

5:26

และฉันก็แบบ

"Pops, it's instant messaging.

5:28

"พ่อ นี่มันแอปแชทนะ

ลำดับความ

I'm like, ... สำหรับเกริ่นปฏิกิริยาที่นำมาเล่า

ในการเล่าเรื่องแบบกันเอง I'm like ใช้เกริ่นสิ่งที่ผู้พูดพูด คิด หรือรู้สึกในตอนนั้น ข้อความที่ตามมาอาจเป็นการสรุปอย่างมีสีสัน ไม่จำเป็นต้องตรงกับคำพูดจริงทุกคำ ตรงนี้สำนวนดังกล่าวเปลี่ยนจากการเล่าเหตุการณ์ไปเป็นปฏิกิริยาของผู้พูดเอง ในโครงสร้างนี้ like ไม่ได้แปลว่า “ชอบ” หรือ “คล้าย” แม้กำลังเล่าเรื่องในอดีต ก็ใช้รูปปัจจุบันได้เพื่อให้ฉากดูเหมือนเกิดขึ้นตรงหน้า ไม่ได้หมายความว่าปฏิกิริยานั้นกำลังเกิดขึ้นตอนนี้เสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนเล่าเรื่องแบบกันเองเพื่อเกริ่นปฏิกิริยาของผู้พูดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Then I'm like, "We need to call her now!"
  2. Then I like, "We need to call her now!"
  3. Then I'm similar to, "We need to call her now!"
ดูคำตอบ

Then I'm like, "We need to call her now!"

I can reply to it right away.

5:32

ผมตอบกลับได้ทันทีเลย

You can reply right away

5:34

พ่อก็ตอบกลับได้ทันที

and we can have a conversation.

5:36

แล้วเราก็คุยกันได้เลย

Do your relatives ever send you snail mail

5:38

ญาติ ๆ ของพ่อเคยส่งจดหมายธรรมดามาให้

and then text you to tell you to expect it?

5:41

แล้วค่อยส่งข้อความมาบอกให้รอรับไหมล่ะ?

Why did you

5:43

ทำไมพ่อถึง..."

Number seven.

5:45

ข้อที่เจ็ด

My auntie still brings her digital point-and-shoot การใช้คำ

5:47

ป้าของฉันยังคงพกกล้องดิจิทัลแบบคอมแพค

การใช้คำ

digital point-and-shoot: กล้องคอมแพ็กต์ประเภทหนึ่ง

digital point-and-shoot คือกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้ใช้ง่าย เพียงเล็งไปที่สิ่งที่จะถ่ายแล้วกดชัตเตอร์ คำประสม point-and-shoot เป็นชื่อประเภทของกล้อง ในประโยคนี้ไม่ได้อธิบายลำดับการกระทำ คำว่า camera ถูกละไว้ เพราะ point-and-shoot ใช้เป็นคำนามนับได้ด้วยตัวเอง ส่วน digital ใช้แยกจากกล้อง point-and-shoot แบบฟิล์มรุ่นเก่า

แบบฝึกหัด

digital point-and-shoot ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ใช้ง่าย
  2. กล้องที่ติดมากับสมาร์ตโฟน
  3. ลำดับการเล็งและยิง
ดูคำตอบ

กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ใช้ง่าย

that runs on double A batteries วลี

5:50

ที่ใช้ถ่าน AA สองก้อน

วลี

runs on double A batteries: ทำงานด้วยถ่าน AA

ในที่นี้ runs on หมายถึง “ได้รับพลังงานที่ต้องใช้ในการทำงานจาก…” double A batteries คือถ่าน AA ดังนั้นอุปกรณ์นี้จึงทำงานด้วยถ่าน AA รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ อุปกรณ์ + run on + แหล่งพลังงาน เช่น a clock runs on batteries ส่วนยานพาหนะบางชนิด run on gasoline ในที่นี้ run หมายถึง “ทำงาน” ไม่ใช่ “วิ่ง” และ on ใช้นำหน้าแหล่งพลังงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “ได้รับพลังงานจาก”: This emergency radio ____ three AA batteries.

ดูคำตอบ

runs on

to family functions

5:52

มางานรวมญาติเสมอ

even though the camera on her phone

5:54

ถึงแม้ว่ากล้องในโทรศัพท์ของเธอ

is way better, การใช้คำ

5:56

จะดีกว่ามาก

way easier to use,

5:57

ใช้ง่ายกว่ามาก

การใช้คำ

way better, way easier to use: ดีกว่ามากและใช้งานง่ายกว่ามาก

ในประโยคนี้ way เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่หมายถึง “มากกว่าอย่างมาก” หรือ “มากทีเดียว” โดยขยายคำขั้นกว่า better และ easier ทั้งสองคำ ทำให้ผู้พูดบอกว่าความแตกต่างทั้งสองด้านมีมาก การพูด way ซ้ำหน้าคำขั้นกว่าแต่ละคำช่วยเน้นการเปรียบเทียบทั้งสองอย่างแยกกัน เพื่อให้ใช้ได้อย่างเป็นมาตรฐาน ให้ใช้รูปแบบ way + คำขั้นกว่า เช่น way faster, way more useful, way less expensive โดยปกติรูปแบบนี้ไม่ได้ใช้ขยายคำคุณศัพท์ขั้นปกติอย่าง easy

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ way เป็นคำขยายแบบไม่เป็นทางการตามมาตรฐานไว้หน้าคำขั้นกว่า?

  1. The new instructions are way clear.
  2. The new instructions are way clearer than the old ones.
  3. The new instructions are very clearer than the old ones.
ดูคำตอบ

The new instructions are way clearer than the old ones.

and easy to share pictures with.

5:58

และแชร์รูปภาพได้ง่ายกว่าก็ตาม

It just seems like it's hard ไวยากรณ์

6:01

ดูเหมือนว่ามันยาก

for some older people to internalize

6:02

สำหรับผู้สูงอายุบางคนที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้

ไวยากรณ์

โครงสร้าง it's hard for ... to internalize

ใน it's hard for some older people to internalize คำว่า it เป็นประธานแทน ส่วนการกระทำที่ทำได้ยากแสดงด้วย to-infinitive ที่ตามมาภายหลัง คือ to internalize โครงสร้างคือ It + be + adjective + for + person + to + verb วลีที่ขึ้นต้นด้วย for ระบุว่าใครเป็นผู้รู้สึกว่าการกระทำนั้นยาก ไม่ได้บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง It's hard for ... to ... โดยใช้ hard และ remember: ____ new users ____ all these shortcuts.

ดูคำตอบ

It's hard for · to remember

just how many single-use devices modern phones have replaced. ไวยากรณ์

6:05

ว่าโทรศัพท์สมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่อุปกรณ์ที่ใช้งานแบบเดียวไปมากแค่ไหนแล้ว

ไวยากรณ์

just how many ในคำอุทานแบบฝัง

ในอนุประโยคนี้ just how many เน้นว่าจำนวนนั้นมากจนน่าประหลาดใจ ในประโยคเต็ม วลีนี้เกริ่นเนื้อหาของ internalize จึงเป็นคำอุทานแบบฝัง ไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ เพราะเป็นอนุประโยคแบบฝัง ส่วนที่เหลือจึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: modern phones have replaced หากเป็นคำถามตรงจะสลับกริยาช่วยกับประธาน: Just how many single-use devices have modern phones replaced?

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมเต็มที่สร้างคำอุทานแบบฝังด้วยลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: I had never realized ...

  1. just my phone had replaced how many apps
  2. just how many apps my phone had replaced
  3. just how many apps had my phone replaced
ดูคำตอบ

just how many apps my phone had replaced

I mean,

6:10

คือแบบว่า

what's next?

6:10

ต่อไปจะเป็นอะไรล่ะ?

A calculator at the restaurant

6:11

พกเครื่องคิดเลขไปร้านอาหาร

to split the bill? วลี

6:13

เพื่อหารบิลกันงั้นเหรอ?

วลี

แบ่งกันจ่ายบิล

วลี 'split the bill' หมายถึงการแบ่งยอดรวมของบิลร้านอาหารหนึ่งใบ เพื่อให้หลายคนจ่ายคนละส่วน วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องจ่ายเท่ากันเสมอไป อาจแบ่งเท่ากันหรือจ่ายตามรายการที่แต่ละคนสั่งก็ได้ โดยบริบทหรือคำอธิบายเพิ่มเติมจะบอกวิธีแบ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าลูกค้าหลายคนจะจ่ายคนละส่วนของบิลร้านอาหารหนึ่งใบ?

  1. Let's copy the bill.
  2. Let's split the bill.
  3. Let's cancel the bill.
ดูคำตอบ

Let's split the bill.

Damn it, Vern,

6:14

ให้ตายเถอะ เวิร์น

there is an app for that. วัฒนธรรม

6:15

มันมีแอปสำหรับเรื่องนั้นแล้วนะ

วัฒนธรรม

มีแอปสำหรับเรื่องนั้น

ตามความหมายตรงตัว 'There is an app for that' หมายถึงมีแอปในสมาร์ตโฟนที่จัดการงานซึ่งเพิ่งกล่าวถึงได้ ถ้อยคำนี้แพร่หลายจากโฆษณา App Store ของ Apple และกลายเป็นวลีติดปาก ในที่นี้จึงเป็นทั้งคำตอบที่ใช้งานได้จริงและการอ้างถึงวัฒนธรรมโฆษณาอย่างขบขัน ไม่ใช่คำรับรองอย่างจริงจังว่าทุกความต้องการจะมีแอปรองรับ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: หลังจากมีการพูดถึงปัญหาในชีวิตประจำวัน ผู้พูดกล่าวว่า 'There is an app for that' ประโยคนี้อาจเป็นการเล่นกับคำโฆษณาที่คุ้นเคย ไม่ใช่การรับรองตามตัวอักษรว่ามีแอปนั้นอยู่จริง

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

And finally,

6:17

และสุดท้าย

number eight,

6:18

ข้อที่แปด

right next to the landline phone at my grandparents' house,

6:19

ข้าง ๆ โทรศัพท์บ้านที่บ้านปู่ย่าตายายของฉัน

is a wall power adapter for the cell phone

6:24

มีอะแดปเตอร์เสียบผนังสำหรับโทรศัพท์มือถือ

that lives in the wall สำนวน

6:27

ที่สิงสถิตอยู่บนผนัง

สำนวน

“lives in the wall”: การบอกตำแหน่งประจำแบบบุคลาธิษฐาน

ในวลี “lives in the wall” คำว่า lives ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์มือถือมีชีวิต แต่หมายถึงโทรศัพท์ถูกวางไว้ข้างผนังตลอด ราวกับว่าตรงนั้นเป็นบ้านของมัน การใช้ live กับสิ่งของเป็นการทำให้สิ่งของมีลักษณะเหมือนคน วลีนี้จึงสื่ออย่างขำ ๆ ว่าโทรศัพท์เสียบไฟอยู่ตลอด แทนที่จะถูกพกไปไหนมาไหนเหมือนโทรศัพท์มือถือทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The spare charger lives in my desk drawer,” วลี lives in my desk drawer หมายความว่าอย่างไร

  1. มันเคลื่อนที่ไปที่นั่นได้เอง
  2. มันมีชีวิตอยู่ข้างในลิ้นชัก
  3. ปกติของชิ้นนั้นถูกเก็บไว้ที่นั่น
ดูคำตอบ

ปกติของชิ้นนั้นถูกเก็บไว้ที่นั่น

with the phone next to it

6:29

พร้อมกับโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ

plugged in

6:31

ที่เสียบปลั๊กไว้

100% of the time when they're at home.

6:32

100% ตลอดเวลาที่พวกเขาอยู่บ้าน

Sometimes,

6:36

บางครั้ง

I even see them stand there ไวยากรณ์

6:37

ฉันยังเห็นพวกเขายืนอยู่ตรงนั้น

ไวยากรณ์

“see them stand”: see + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน

“See them stand” ใช้โครงสร้าง see + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย them เป็นกรรมของ see และ stand เป็น infinitive ที่ไม่มี to จึงไม่ใส่ to หน้า stand โครงสร้างนี้นำเสนอการยืนเป็นเหตุการณ์หรือภาพที่เกิดซ้ำซึ่งผู้พูดเห็นโดยมองเป็นภาพรวมทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา cross เติมประโยคให้สมบูรณ์ตามโครงสร้างคำกริยารูปพื้นฐาน: We saw the deer ____ the road.

ดูคำตอบ

cross

while they're talking on it.

6:39

ระหว่างที่คุยโทรศัพท์ด้วยซ้ำ

Do you realize that modern phones like this one

6:41

พวกท่านรู้ไหมว่าโทรศัพท์สมัยใหม่อย่างเครื่องนี้

can last for like two days before they die? สำนวน

6:45

มันอยู่ได้ตั้งสองวันก่อนที่แบตจะหมดนะ?

สำนวน

die ที่หมายถึงอุปกรณ์แบตหมด

ในประโยคนี้ die ใช้เชิงเปรียบเทียบกับโทรศัพท์ หมายถึงโทรศัพท์ใช้พลังงานแบตเตอรี่จนหมดแล้วหยุดทำงาน คำสรรพนาม they หมายถึงโทรศัพท์เหล่านั้น สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ die มักหมายถึงพลังงานที่มีอยู่หมดลง ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์เสียถาวรเสมอไป เมื่อชาร์จแล้วอุปกรณ์อาจกลับมาทำงานได้อีก

แบบฝึกหัด

โทรศัพท์ใช้ได้นานประมาณสองวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ในบริบทนี้ they die หมายถึงอะไร

  1. เสียหายถาวร
  2. เจ้าของนำไปทิ้ง
  3. พลังงานหมดและหยุดทำงาน
ดูคำตอบ

พลังงานหมดและหยุดทำงาน

Why not just plug it in when you go to bed? โน้ต

6:48

ทำไมไม่เสียบชาร์จแค่ตอนก่อนนอนล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why not just + กริยารูปพื้นฐาน?

Why not just + กริยารูปพื้นฐาน...? นำเสนอการกระทำหนึ่งว่าเป็นทางแก้ที่ง่ายและเห็นได้ชัด ในที่นี้ plug เป็นกริยารูปพื้นฐาน และ just ทำให้การกระทำนั้นฟังดูง่ายหรือเหมือนทำแค่นี้ก็พอ แม้รูปประโยคจะดูเหมือนคำถามที่ถามหาเหตุผล แต่โดยทั่วไปใช้เพื่อเสนอแนะ ทั้งยังอาจแสดงความแปลกใจว่าทำไมผู้ฟังยังไม่ทำเช่นนั้น ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอทางแก้ที่ง่ายและแสดงว่าผู้พูดคิดว่าทางแก้นั้นเห็นได้ชัด

  1. Why did the app stop working?
  2. Why not just restart the app?
  3. The app will probably restart later.
ดูคำตอบ

Why not just restart the app?

กริยาวลี

plug it in: ตำแหน่งคำสรรพนามในกริยาวลีที่แยกได้

ในประโยคนี้ plug it in หมายถึงต่อโทรศัพท์เข้ากับแหล่งจ่ายไฟเพื่อชาร์จ Plug in เป็นกริยาวลีที่แยกได้ จึงวางกรรมไว้ระหว่าง plug กับ in ได้ เนื่องจากกรรมในที่นี้เป็นคำสรรพนาม it จึงต้องวางไว้ตรงกลาง รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ plug + คำสรรพนาม + in

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์โดยใช้ plug in และคำสรรพนาม it: The speaker has no power, so ____ before the party starts.

ดูคำตอบ

plug it in

Well,

6:50

"ก็

that way I always know where it is. ลำดับความ

6:51

วิธีนี้ย่าจะได้รู้ตลอดไงว่ามันอยู่ที่ไหน"

ลำดับความ

that way: การเชื่อมวิธีการกับผลลัพธ์

ในที่นี้ that way ย้อนกลับไปกล่าวถึงวิธีที่เพิ่งพูดไป คือวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมเสมอขณะชาร์จ ไม่ได้หมายถึงทิศทางทางกายภาพ เมื่ออยู่ต้นอนุประโยคถัดไป that way จะจัดข้อมูลในรูปแบบ วิธี → ผลลัพธ์ คือทำตามวิธีก่อนหน้า แล้วผลที่ได้คือรู้อยู่เสมอว่าโทรศัพท์อยู่ที่ไหน รูปแบบนี้ช่วยอธิบายประโยชน์ของคำแนะนำได้อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ that way เพื่อเชื่อมวิธีการกับผลลัพธ์ของวิธีนั้น?

  1. That way is blocked by construction.
  2. Keep the receipt in your wallet. That way, you can find it if you need a refund.
  3. The bus went that way toward the station.
ดูคำตอบ

Keep the receipt in your wallet. That way, you can find it if you need a refund.

You don't go anywhere, Lynn.

6:54

ย่าไม่ได้ไปไหนซะหน่อย ลินน์

Just keep it in your pocket

6:56

แค่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ

and that way you'll know where it is

6:58

แค่นั้นย่าก็จะรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน

and you'll actually be safer

7:01

และจริง ๆ แล้วมันจะปลอดภัยกว่าด้วยซ้ำ

in the event of a nasty fall or a freak accident with a knitting needle or whatever. วลี

7:03

ในกรณีที่หกล้มแรง ๆ หรือเกิดอุบัติเหตุประหลาด ๆ กับเข็มถักนิตติ้งหรืออะไรก็แล้วแต่

วลี

in the event of + นามวลี

in the event of + นามวลี หมายถึง “หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งการมีโทรศัพท์อาจช่วยให้คนคนนั้นปลอดภัยกว่าเดิม หลัง of ต้องใช้คำนามหรือนามวลี เช่น in the event of a fall หากต้องการตามด้วยอนุประโยคเต็มที่มีประธานและกริยาของตัวเอง ให้ใช้ in the event that ...

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้านความปลอดภัยแบบเป็นทางการด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้: ____ a fire, use the stairs.

ดูคำตอบ

In the event of

So

7:10

เอาล่ะ

thanks to Honor

7:11

ขอบคุณ Honor

for sponsoring this list of ways that people are bound to misuse their awesome technology. ไวยากรณ์

7:12

ที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับลิสต์พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีเจ๋ง ๆ แบบผิด ๆ ของผู้คน

ไวยากรณ์

be bound to + กริยารูปพื้นฐาน

be bound to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “แทบจะแน่นอนว่าจะทำหรือเกิดขึ้น” เพราะสถานการณ์ชี้ไปทางผลลัพธ์นั้นอย่างชัดเจน ในที่นี้ ผู้พูดคาดการณ์อย่างขบขันว่าผู้คนจะใช้เทคโนโลยีผิดทาง bound เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัวนี้ ไม่ได้หมายถึงการถูกมัดทางกายภาพ กริยาหลัง to คงอยู่ในรูปพื้นฐาน เช่น bound to misuse และ bound to happen

แบบฝึกหัด

เติมประโยคคาดการณ์ด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “แทบจะแน่นอนว่า”: With all this traffic, we are ____ arrive late.

ดูคำตอบ

bound to

You can check out the link to where to buy the Honor 6X in the video description. กริยาวลี

7:17

คุณสามารถตรวจสอบลิงก์สำหรับซื้อ Honor 6X ได้ในคำอธิบายวิดีโอ

กริยาวลี

check out: ดูหรือสำรวจเนื้อหาออนไลน์

ในประโยคนี้ check out หมายถึง “ดู เข้าไปดู หรือสำรวจเพิ่มเติม” ผู้พูดกำลังชี้ให้ผู้ชมไปดูลิงก์สำหรับซื้อสินค้าในคำอธิบายวิดีโอ check out เป็น phrasal verb ดังนั้นความหมายในที่นี้จึงมาจากทั้งวลี ในบริบทออนไลน์ มักใช้แนะนำลิงก์ หน้าเว็บ วิดีโอ ผลิตภัณฑ์ หรือเนื้อหาอื่นให้ผู้อื่นเข้าไปดู

แบบฝึกหัด

ผู้สร้างเนื้อหาพูดว่า “Check out the tutorial linked below.” check out ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. ดูหรือสำรวจบทเรียนนั้น
  2. ทำเครื่องหมายว่าบทเรียนเสร็จแล้ว
  3. จ่ายค่าบทเรียนที่จุดชำระเงิน
ดูคำตอบ

ดูหรือสำรวจบทเรียนนั้น

And while you're down there, ลำดับความ

7:21

และในขณะที่คุณเลื่อนลงไปตรงนั้น

ลำดับความ

while you're down there: เพิ่มอีกหนึ่งการกระทำใต้พื้นที่วิดีโอ

down there มองส่วนล่างของหน้าวิดีโอเป็นเหมือนสถานที่ที่ผู้พูดและผู้ชมเข้าใจร่วมกัน ในที่นี้หมายถึงพื้นที่ใต้วิดีโอ เช่น คำอธิบายหรือความคิดเห็น ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงที่อยู่ต่ำกว่า while you're down there เชื่อมคำแนะนำก่อนหน้ากับคำแนะนำถัดไป มีความหมายว่า “ระหว่างที่คุณกำลังดูหรือทำบางอย่างในพื้นที่ด้านล่างนั้นอยู่แล้ว” ทำให้ผู้พูดเพิ่มคำขอที่เกี่ยวข้องได้โดยไม่ต้องเริ่มหัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

ผู้ดำเนินรายการพูดว่า “Open the description for the schedule. And while you're down there, leave a question in the comments.” ประโยคที่สองทำหน้าที่อะไร

  1. เปลี่ยนหัวข้อไปยังสถานที่จริงอีกแห่งหนึ่ง
  2. บอกให้ผู้ชมลงบันไดก่อนแสดงความคิดเห็น
  3. เพิ่มอีกหนึ่งการกระทำที่ต้องทำในพื้นที่ด้านล่างของหน้าเดียวกัน
ดูคำตอบ

เพิ่มอีกหนึ่งการกระทำที่ต้องทำในพื้นที่ด้านล่างของหน้าเดียวกัน

drop your favorite my family sucks at tech stories in the comments below การใช้คำ

7:23

ก็ทิ้งเรื่องราวที่ครอบครัวของคุณใช้เทคโนโลยีไม่เป็นไว้ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

การใช้คำ

drop ... in the comments below: โพสต์เนื้อหาไว้ในความคิดเห็นด้านล่าง

ในภาษาอังกฤษแบบกันเองบนโซเชียลมีเดีย drop หมายถึง “โพสต์” “แชร์” หรือ “ทิ้งข้อความไว้” ในพื้นที่ออนไลน์ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ชมเขียนเรื่องของตนไว้ในส่วนความคิดเห็น ไม่ได้หมายถึงการทำเรื่องราวตกลงมาจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ drop + เนื้อหา + ตำแหน่งออนไลน์ เช่น drop your story in the comments ส่วน my family sucks at tech บอกประเภทของเรื่องที่ต้องการ คือเรื่องเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวที่ไม่เก่งเรื่องเทคโนโลยี

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาออนไลน์แบบกันเองจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ your best travel tip in the comments below.

ดูคำตอบ

Drop

and maybe you'll see them featured in a future episode. ไวยากรณ์

7:27

และบางทีคุณอาจจะได้เห็นเรื่องราวเหล่านั้นไปโผล่ในตอนหน้านะ

ไวยากรณ์

see + กรรม + past participle: you'll see them featured

ใน you'll see them featured คำว่า them เป็นกรรมของ see และ featured เป็นคำกริยาช่อง past participle ที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกับกรรมนั้น เรื่องราวเป็นฝ่ายได้รับการกระทำ โดยอาจมีคนเลือกและนำเรื่องเหล่านั้นไปแสดงในตอนต่อไป โครงสร้าง see + กรรม + past participle เน้นกรรมที่ได้รับผลหรือถูกนำเสนอ เช่น see your name printed หรือ see the results posted ส่วน featured ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สองที่เชื่อมคู่กับ you'll

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าศิลปินรุ่นเยาว์ได้รับการคัดเลือกและนำเสนอโดยนิตยสาร

  1. You'll see the young artists featured in the magazine.
  2. You'll see the young artists feature new work in the magazine.
  3. You'll see the young artists featuring new work in the magazine.
ดูคำตอบ

You'll see the young artists featured in the magazine.

Thank you so much for watching.

7:31

ขอบคุณมากที่รับชม