พอดแคสต์ฝึกฟังภาษาอังกฤษ A1 | ฝึก Shadowing เพื่อเพิ่มความคล่องแคล่ว | ภาษาอังกฤษแบบช้าๆ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
PodEnglish
คำอธิบายวิดีโอ: แบบฝึกชาโดอิงห้านาทีนี้อธิบายว่าเหตุใดการฝึกเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำได้ทุกวันจึงยั่งยืนกว่าการโหมเรียนนาน ๆ เป็นครั้งคราว เนื้อหาเชื่อมโยงการทำซ้ำกับการพูดที่ค่อย ๆ เป็นอัตโนมัติ และยกพัฒนาการของผู้เรียนขี้อายเพื่อแสดงว่ากิจวัตรสั้นมากสามารถสร้างความคล่องแคล่วและความมั่นใจได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. snack learning. และ bites of practice — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการใช้อุปมาเรื่องอาหารเพื่อมองการฝึกสั้น ๆ เป็นส่วนเล็กที่จัดการได้ ไม่ใช่ขนมตามความหมายตรง และนำภาพเปรียบเทียบลักษณะเดียวกันไปใช้อธิบายวิธีเรียนที่เป็นนามธรรมให้เห็นภาพและเข้าถึงง่ายขึ้น 2. may feel small now, but they build big results over time. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า may...but... ยอมรับก่อนว่าการกระทำอาจดูเล็กน้อยในตอนนี้ แล้วจึงเปลี่ยนจุดสนใจไปยังผลที่สะสมในระยะยาว สามารถใช้โครงสร้างนี้เพื่อเสนอเหตุผลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระยะยาวอย่างสมดุล 3. Small habits change your English. They change your confidence. They change you. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เห็นวิธีที่การย้ำ change พร้อมไล่ระดับจากภาษาไปสู่ความมั่นใจและตัวตนทั้งหมดสร้างจังหวะและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และประยุกต์เทคนิคนี้เพื่อปิดคำอธิบายด้วยข้อสรุปที่ชัดเจนและน่าจดจำ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
welcome back to สำหรับต้อนรับผู้ฟังที่กลับมาอีกครั้ง
welcome back to + สถานที่ รายการ หรือกิจกรรม ใช้ทักทายเมื่อผู้คนกลับมาสู่สิ่งที่คุ้นเคยอีกครั้ง ในประโยคนี้ ผู้ดำเนินรายการกำลังเปิดช่วงใหม่ของรายการที่ดำเนินต่อเนื่อง คำว่า back ในที่นี้หมายถึงการกลับมาที่รายการหรือกิจกรรมเดิมอีกครั้ง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปข้างหลัง วลีทั้งหมดใช้เป็นคำเปิดที่เป็นมิตร
แบบฝึกหัด
เติมคำทักทายด้วยวลีเป้าหมายสามคำ กลุ่มเดิมกลับมาร่วมกิจกรรมชมรมอีกครั้ง: ____ our science club!
ดูคำตอบ
Welcome back to
you will practice English with me for 5 minutes. ไวยากรณ์
0:08คุณจะได้ฝึกภาษาอังกฤษกับฉันเป็นเวลา 5 นาที
In this episode, ในฐานะคำบอกทิศทางตอนเปิดรายการ
In this episode, เป็นคำบอกทิศทางตอนเปิดที่กำหนดขอบเขตของเนื้อหาก่อน สิ่งที่ตามมาจะอธิบายว่าผู้ฟังจะทำหรือเรียนรู้อะไรในตอนปัจจุบัน จึงช่วยจัดข้อมูลก่อนเริ่มรายละเอียด คำว่า episode ในที่นี้หมายถึงหนึ่งตอนของชุดรายการเสียงหรือวิดีโอที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงเฉพาะตอนของละครโทรทัศน์
แบบฝึกหัด
In this episode, ทำหน้าที่อะไรในช่วงเริ่มต้นของรายการ
- บอกผู้ฟังว่าผู้พูดยืนอยู่ที่ไหน
- แนะนำจุดเน้นของตอนปัจจุบัน
- บอกว่ารายการทั้งชุดจบแล้ว
ดูคำตอบ
แนะนำจุดเน้นของตอนปัจจุบัน
for 5 minutes: for + ระยะเวลา
ใน "for 5 minutes" คำว่า for ใช้บอกระยะเวลาของกิจกรรม โดยตอบคำถามว่า “นานเท่าไร” ซึ่งในประโยคนี้หมายถึงการฝึกภาษาอังกฤษใช้เวลาห้านาที ใช้ for + ระยะเวลา กับการกระทำหรือสภาวะต่าง ๆ เช่น for ten minutes, for two hours หรือ for a week
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้มีความหมายว่าการฝึกใช้เวลาห้านาที โดยใช้ for: You will practice English with me ____.
ดูคำตอบ
for 5 minutes
perfect for busy people: be perfect for + คนหรือจุดประสงค์
ใน "perfect for busy people" วลี perfect for หมายถึง “เหมาะมากสำหรับ” ผู้พูดกำลังแนะนำกิจกรรมนี้อย่างชัดเจน เพราะเหมาะกับคนที่มีเวลาว่างน้อย คำว่า perfect ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสมบูรณ์แบบจนไม่มีข้อเสียเลย ใช้ be perfect for + คน กลุ่มคน จุดประสงค์ หรือสถานการณ์ เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งตอบโจทย์ได้ดีมาก
แบบฝึกหัด
ใช้ perfect และคำบุพบทที่ถูกต้อง: This short lesson is ____ busy parents.
ดูคำตอบ
perfect for
snack learning ... bites of practice: อุปลักษณ์อาหารสำหรับการเรียนรู้
“snack learning” และ “bites of practice” เป็นอุปลักษณ์เกี่ยวกับอาหาร ทั้งสองเปรียบการเรียนเหมือนของว่างที่แบ่งเป็นคำเล็ก ๆ คือแต่ละครั้งที่ฝึกจะสั้น ทำได้ไม่ยาก และเริ่มได้ง่าย ไม่ได้หมายถึงอาหารจริง ๆ ภาพเปรียบนี้ทำให้วิธีเรียนที่เป็นนามธรรมดูเรียบง่ายและสะดวก ส่วน “powerful” บอกว่าแม้ฝึกเพียงเล็กน้อยก็ยังให้ผลที่เป็นประโยชน์ได้
แบบฝึกหัด
“snack learning” และ “bites of practice” ในที่นี้หมายถึงอะไร
- บทเรียนเกี่ยวกับการเตรียมของว่าง
- เรียนเฉพาะตอนที่กำลังกินอาหาร
- หน่วยการเรียนสั้น ๆ ที่ทำได้สะดวก
ดูคำตอบ
หน่วยการเรียนสั้น ๆ ที่ทำได้สะดวก
fit into your day: หาเวลาว่างในตาราง
ใน “fit into your day” คำว่า fit into หมายถึง “มีพื้นที่เพียงพอในตารางเวลา” ประธาน it หมายถึงการฝึกสั้น ๆ ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้นประโยคนี้บอกว่าสามารถใส่การฝึกนั้นเข้าไปในวันที่วางแผนไว้แล้วได้ง่าย ใช้ความหมายด้านเวลานี้ร่วมกับ day, schedule, routine หรือช่วงเวลา ไม่ได้พูดถึงขนาดเสื้อผ้าหรือพื้นที่จริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ใส่กิจกรรมนี้ลงในตารางประจำวันของคุณ”: This five-minute exercise is easy to ____.
ดูคำตอบ
fit into your day
Don't worry about mistakes: การปลอบใจระหว่างการฝึก
Don't worry about mistakes เป็นคำบอกที่เป็นมิตรและช่วยลดความกดดัน ในที่นี้หมายถึง “อย่าปล่อยให้ความกลัวว่าจะทำผิดขัดขวางการลองทำ” ไม่ได้หมายความว่าความผิดพลาดไม่สำคัญเลยหรือไม่จำเป็นต้องแก้ไข โครงสร้าง Don't worry about + คำนามหรือรูป -ing ใช้ปลอบใจคนที่กำลังกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ เช่น Don't worry about the test; Don't worry about making mistakes.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้กำลังใจด้วยสำนวนจากบทเรียน: You are still learning, so ____. Keep trying.
ดูคำตอบ
don't worry about mistakes
flow with me: ทำตามจังหวะของฉันอย่างราบรื่น
ในที่นี้ flow with me หมายถึง “ผ่อนคลาย ทำต่อไป และทำตามจังหวะของฉัน” ระหว่างการฝึกฟังและพูด โดยทั่วไป flow ใช้บรรยายการเคลื่อนไหวที่ราบรื่นและต่อเนื่อง ผู้พูดใช้คำนี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงน้ำ เพื่อให้การฝึกมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติและไม่สะดุด
แบบฝึกหัด
flow with me ในตัวอย่างหมายถึงอะไร?
- เทน้ำขณะที่ผู้พูดกำลังฝึก
- ทำแบบฝึกหัดต่อไปอย่างราบรื่นพร้อมกับผู้พูด
- หยุดฟังแล้วเลือกจังหวะอื่น
ดูคำตอบ
ทำแบบฝึกหัดต่อไปอย่างราบรื่นพร้อมกับผู้พูด
tell me in the comments: ขอให้ผู้ชมตอบในช่องแสดงความคิดเห็น
บนแพลตฟอร์มวิดีโอหรือโซเชียลมีเดีย the comments หมายถึงส่วนแสดงความคิดเห็นที่อยู่ใต้หรือด้านข้างเนื้อหา คำนี้หมายถึงพื้นที่ที่ผู้ชมโพสต์คำตอบได้ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะข้อความที่คนอื่นเขียนไว้แล้วเท่านั้น Tell me in the comments เป็นคำชวนที่ใช้บ่อยเพื่อให้ผู้ชมทิ้งคำตอบ ความคิดเห็น หรือคำติชมอื่น ๆ ไว้ที่นั่น ในประโยคนี้ tell me หมายถึงให้บอกผู้พูดด้วยการโพสต์ในพื้นที่โต้ตอบสาธารณะนั้น
แบบฝึกหัด
ผู้สร้างวิดีโอพูดว่า “Tell me in the comments.” ผู้สร้างต้องการให้ผู้ชมทำอะไร
- โทรหาผู้สร้างเป็นการส่วนตัว
- แก้ไขคำบรรยายในวิดีโอ
- ตอบในส่วนแสดงความคิดเห็นใต้วิดีโอ
ดูคำตอบ
ตอบในส่วนแสดงความคิดเห็นใต้วิดีโอ
one of my favorites: หนึ่งในสิ่งที่ฉันชอบที่สุด
One of my favorites หมายถึงหนึ่งคน หนึ่งสิ่ง หรือหนึ่งหัวข้อจากกลุ่มที่ฉันชอบมากที่สุด favorites เป็นคำนามพหูพจน์ และในประโยคนี้ใช้แทน favorite topics เพราะรู้อยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงหัวข้อ หลัง one of ให้ใช้คำนามพหูพจน์เพื่อบอกกลุ่ม เช่น favorites, books หรือ my favorite books สำนวนนี้แสดงว่าชอบมาก พร้อมทั้งบอกว่ายังมีสิ่งอื่นที่ชอบมากเช่นกัน จึงไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวที่ชอบที่สุด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ในกลุ่มหนังสือที่ฉันชอบที่สุด
- This book is one of my favorites.
- This book is my one favorites.
- This book is one of my favorite.
ดูคำตอบ
This book is one of my favorites.
the power of small habits: การเน้นอิทธิพลของหัวข้อ
the power of X นำเสนอ X ว่าเป็นสิ่งที่มีความสามารถสำคัญในการส่งผลต่อผู้คนหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ power หมายถึงอิทธิพลหรือความสามารถในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่กำลังทางกายหรือไฟฟ้า วลีนามที่คล้ายชื่อเรื่องนี้ทำให้ small habits เป็นแนวคิดหลักและบอกผู้ฟังว่าหัวข้อนี้สำคัญอย่างไร โครงสร้างนี้ยังใช้เกริ่นนำการพูด บทความ หรือประเด็นหลักได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมชื่อการนำเสนอให้สมบูรณ์ด้วยวลีจากบทเรียน: "____ daily practice."
ดูคำตอบ
The power of
Many people believe success comes from big actions.
1:30หลายคนเชื่อว่าความสำเร็จมาจากความพยายามที่ยิ่งใหญ่
at once ใน change everything at once
ในประโยคนี้ at once หมายถึง “ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน” หรือ “ทำให้เสร็จในความพยายามครั้งเดียว” เนื่องจาก everything กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง วลีนี้จึงบอกว่าพวกเขาคิดว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน ในบริบทอื่น at once อาจหมายถึง “ทันที” ได้เช่นกัน คำรอบข้างเป็นตัวกำหนดความหมาย คำที่กล่าวถึงสิ่งหลายอย่างรวมกัน เช่น everything มักชี้ไปที่การทำพร้อมกัน ส่วนคำสั่งอย่าง Come here at once หมายถึงอย่าชักช้า
แบบฝึกหัด
ใน "You do not have to solve every problem at once," คำว่า at once หมายถึงอะไร
- ทีละปัญหาต่อกันไป
- โดยไม่ล่าช้าเลย
- ทั้งหมดในการพยายามครั้งเดียวหรือเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ
ทั้งหมดในการพยายามครั้งเดียวหรือเวลาเดียวกัน
But that's not true: การโต้แย้งข้อความก่อนหน้า
But เป็นสัญญาณว่าจะเปลี่ยนไปพูดมุมที่ต่างจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวมา ส่วน That's not true เป็นการปฏิเสธข้อความก่อนหน้า ประโยคนี้จึงพาคำอธิบายจากความเชื่อที่คนมักมีไปสู่มุมมองที่ต่างออกไปของผู้พูด ในที่นี้ that ย้อนอ้างถึงแนวคิดทั้งหมดหรือกลุ่มแนวคิดที่เพิ่งอธิบาย ไม่ได้หมายถึงเพียงคำหรือการกระทำหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ นี่เป็นวิธีจัดลำดับคำอธิบายที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้ คือ บอกความเชื่อ ปฏิเสธให้ชัด แล้วจึงให้คำอธิบายที่ดีกว่า
แบบฝึกหัด
หลังจากผู้พูดอธิบายความเชื่อที่พบบ่อยแล้ว But that's not true. ทำหน้าที่หลักอะไร?
- เริ่มหัวข้อใหม่โดยไม่ตัดสินความเชื่อนั้น
- ปฏิเสธความเชื่อนั้นและส่งสัญญาณว่าจะเสนอมุมมองที่ต่างออกไป
- เพิ่มหลักฐานที่สนับสนุนความเชื่อนั้น
ดูคำตอบ
ปฏิเสธความเชื่อนั้นและส่งสัญญาณว่าจะเสนอมุมมองที่ต่างออกไป
It doesn't happen in ... It happens in ...: การเปรียบต่างแบบปฏิเสธก่อนแล้วจึงยืนยัน
ประโยคแรกปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดจากเหตุการณ์ใหญ่และสำคัญเพียงครั้งเดียว ประโยคที่สองยังคงใช้ประธานเดิมคือ It และแทนแนวคิดนั้นด้วยโอกาสเล็ก ๆ หลายครั้ง ในที่นี้ moment หมายถึงโอกาสหรือจุดที่ส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ รูปแบบที่ปฏิเสธก่อนแล้วยืนยันนี้จัดข้อมูลเป็น “ไม่ใช่ X แต่เป็น Y” การใช้คำกริยา happen ซ้ำทำให้ติดตามความแตกต่างได้ง่าย และวางแนวคิดใหม่ไว้ในประโยคที่สอง
แบบฝึกหัด
ข้อความคู่ใดใช้รูปแบบปฏิเสธก่อนแล้วยืนยันแบบเดียวกัน เพื่อแทนแนวคิดเดิมด้วยแนวคิดที่ชัดเจนกว่า?
- One day can be busy, but good habits are important.
- Good habits form every day, and small choices are useful.
- Good habits don't form in one day. They form through many small choices.
ดูคำตอบ
Good habits don't form in one day. They form through many small choices.
Think about brushing your teeth: การเปิดตัวอย่างเปรียบเทียบ
Think about brushing your teeth ในที่นี้ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อขอให้ผู้ฟังลงมือแปรงฟันจริง ๆ Think about ชวนให้ผู้ฟังหันไปนึกถึงกิจวัตรที่คุ้นเคย เพื่อให้ผู้พูดใช้เป็นสิ่งเปรียบเทียบสำหรับแนวคิดที่กว้างขึ้น ในการอธิบาย Think about + คำนามหรือรูป -ing ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทาง โดยย้ายความสนใจจากแนวคิดนามธรรมไปยังตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ในที่นี้ brushing เป็นรูป -ing ที่ใช้เรียกกิจกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
Think about brushing your teeth ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้
- บอกให้ผู้ฟังไปแปรงฟันทันที
- เปลี่ยนเรื่องโดยไม่เกี่ยวข้องกับคำอธิบาย
- ใช้เปิดตัวอย่างที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายแนวคิด
ดูคำตอบ
ใช้เปิดตัวอย่างที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายแนวคิด
once a month ... every day: การเปรียบเทียบความถี่
Once a month หมายถึง “เดือนละครั้ง” ส่วน every day หมายถึง “ทุกวัน” ทั้งสองเป็นวลีบอกความถี่ที่ตอบคำถามว่า “บ่อยแค่ไหน” ประโยคนี้เปรียบเทียบการทำสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานแต่นาน ๆ ครั้ง กับการทำสิ่งสั้น ๆ ซ้ำทุกวัน ใน once a month คำว่า once หมายถึง “หนึ่งครั้ง” ไม่ได้หมายถึง “ครั้งหนึ่งในอดีต” คุณสามารถนำรูปแบบ once a + หน่วยเวลาไปใช้ต่อได้ เช่น once a week
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Leo ตรวจสวนเดือนละครั้ง แต่รดน้ำต้นกล้าทุกวัน
- Leo checks the garden once a month, but he waters the seedlings everyday.
- Leo checks the garden once a month, but he waters the seedlings every day.
- Leo checks the garden every day, but he waters the seedlings once a month.
ดูคำตอบ
Leo checks the garden once a month, but he waters the seedlings every day.
That's why + ผลลัพธ์: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์
That's why ใช้บอกผลลัพธ์ที่มีการกล่าวถึงสาเหตุไปแล้ว ในประโยคนี้ แนวคิดก่อนหน้าเรื่องการแปรงฟันทุกวันคือสาเหตุ และ your teeth stay healthy คือผลลัพธ์ ลำดับข้อมูลคือ สาเหตุ ตามด้วย That's why + ผลลัพธ์ ในรูปแบบนี้ why ไม่ได้บอกสาเหตุ ส่วน that ชี้กลับไปยังสาเหตุที่กล่าวไว้แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายเพื่อเชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์: Mia practiced every day. ____ she improved quickly.
ดูคำตอบ
That's why
Learning English is the same: นำการเปรียบเทียบมาใช้กับหัวข้อหลัก
Learning English is the same นำรูปแบบจากตัวอย่างก่อนหน้ามาใช้กับหัวข้อหลัก คือการเรียนภาษาอังกฤษ คำว่า the same หมายถึงมีแนวคิดพื้นฐานหรือวิธีการร่วมกัน ไม่ได้หมายความว่าการเรียนภาษาอังกฤษกับการแปรงฟันเป็นกิจกรรมที่เหมือนกันทุกอย่าง ประโยคนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเริ่มจากตัวอย่างที่คุ้นเคย แล้วจึงกลับมาที่หัวข้อจริง เมื่อใช้ X is the same หลังตัวอย่าง จะเป็นการบอกว่าแนวคิดเดียวกันใช้กับ X ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
หลังจากอธิบายว่านิสัยเล็ก ๆ ที่ทำทุกวันช่วยสร้างผลลัพธ์ ผู้พูดกล่าวว่า “Learning English is the same.” ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- การเรียนภาษาอังกฤษและกิจกรรมก่อนหน้าเหมือนกันในทุกรายละเอียด
- การเรียนภาษาอังกฤษใช้แนวคิดทั่วไปแบบเดียวกัน
- การเรียนภาษาอังกฤษไม่เกี่ยวข้องกับตัวอย่างก่อนหน้า
ดูคำตอบ
การเรียนภาษาอังกฤษใช้แนวคิดทั่วไปแบบเดียวกัน
It's not about X. It's about Y.: เปลี่ยนจุดเน้นไปยังสิ่งสำคัญ
โครงสร้างคู่ It's not about X. It's about Y. เปลี่ยนความสนใจของผู้ฟังจาก X ไปยัง Y โดย X คือแนวคิดที่ผู้พูดมองว่าไม่ใช่ประเด็นหลัก ส่วน Y คือสิ่งที่สำคัญจริง ๆ คำว่า about ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “ประเด็นสำคัญคือ” ไม่ใช่แค่ “เกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง” ผู้พูดไม่ได้มองว่าการเรียนอย่างหนักในสุดสัปดาห์เดียวคือกุญแจสำคัญ แต่เน้นช่วงเวลาสั้น ๆ ในทุกวัน
แบบฝึกหัด
ประโยคคู่ใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อปฏิเสธจุดเน้นหนึ่งแล้วบอกสิ่งที่สำคัญจริง ๆ
- It's not to having the fanciest tools. It's to using what you have well.
- It's not about having the fanciest tools. It's about using what you have well.
- It's not having about the fanciest tools. It's using about what you have well.
ดูคำตอบ
It's not about having the fanciest tools. It's about using what you have well.
5 minutes of listening: เวลา + of + กิจกรรม
โครงสร้างจำนวนเวลา + of + กิจกรรม ทำให้กิจกรรมนั้นกลายเป็นช่วงฝึกที่มีเวลากำหนด Five minutes of listening หมายถึงช่วงเวลาห้านาทีที่ใช้ฝึกฟัง หลัง of ให้ใช้คำนามที่เรียกกิจกรรมนั้นหรือรูป -ing ในประโยคนี้ listening, speaking และ shadowing ใช้รูป -ing แบบเดียวกันทั้งหมด ไม่ใช้รูปพื้นฐาน listen หลัง of
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ listen เพื่อเติมกิจกรรมที่กำหนดเวลานี้ให้สมบูรณ์: We will do five minutes of ____ before breakfast.
ดูคำตอบ
listening
shadowing: พูดตามเสียงเกือบพร้อมกัน
ในการเรียนภาษา shadowing คือการฝึกพูด โดยฟังเสียงบันทึกแล้วพูดซ้ำแทบจะพร้อมกัน ช้ากว่าผู้พูดเพียงเล็กน้อย พร้อมเลียนแบบเสียง จังหวะ และทำนองเสียง ใน 5 minutes of shadowing คำว่า shadowing เป็นชื่อกิจกรรมที่นับไม่ได้ เช่นเดียวกับ listening หรือ speaking ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเงาตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ในการเรียนภาษา shadowing หมายถึงอะไร
- วาดเส้นรอบเงา
- อ่านในใจโดยไม่ฟังเสียง
- พูดตามเสียงพร้อมเลียนแบบผู้พูด
ดูคำตอบ
พูดตามเสียงพร้อมเลียนแบบผู้พูด
may feel small now, but ... over time: ยอมรับมุมมองหนึ่งก่อนเปลี่ยนไปเน้นประเด็นหลัก
ใน may feel small now คำว่า may แสดงความเป็นไปได้ว่า ช่วงเวลาเหล่านี้อาจดูไม่สำคัญในตอนนี้ ไม่ได้แสดงการอนุญาต โครงสร้าง may ..., but ... เริ่มจากยอมรับความรู้สึกหรือภาพที่อาจเกิดขึ้น แล้วใช้ but เปลี่ยนจุดเน้นไปยังประเด็นที่สำคัญกว่า ใจความหลักในที่นี้คือผลลัพธ์ระยะยาว ไม่ใช่การที่สิ่งเหล่านี้ดูเล็กน้อยในตอนนี้ ใช้โครงสร้างนี้เพื่อยอมรับก่อนว่าสิ่งหนึ่งอาจดูหรือรู้สึกอย่างไร แล้วจึงเน้นสิ่งที่สำคัญจริง ๆ
แบบฝึกหัด
may feel small now, but ... ในประโยคนี้แสดงความสัมพันธ์แบบใด
- ยอมรับภาพที่อาจรู้สึกได้ในปัจจุบัน แล้วเน้นผลระยะยาวที่สำคัญกว่า
- บอกผลลัพธ์สองอย่างโดยไม่เปลี่ยนจุดเน้น
- อนุญาตให้ช่วงเวลาเหล่านั้นเล็กลง
ดูคำตอบ
ยอมรับภาพที่อาจรู้สึกได้ในปัจจุบัน แล้วเน้นผลระยะยาวที่สำคัญกว่า
over time: การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเวลาผ่านไป
over time หมายถึง “ค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป” เป็นวลีวิเศษณ์ที่แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทั้งหมด ในประโยคนี้ การทำสิ่งเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ จะค่อย ๆ สะสมจนเกิดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายจากตัวอย่างเติมประโยคให้สมบูรณ์: Your balance will improve ____.
ดูคำตอบ
over time
science behind this: หลักฐานหรือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
science behind this หมายความว่ามีหลักฐานหรือหลักการทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนหรืออธิบายแนวคิดนั้น behind ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยชี้ถึงพื้นฐานของสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ในที่นี้ this หมายถึงคำกล่าวก่อนหน้าที่ว่าการกระทำเล็ก ๆ สร้างผลลัพธ์ได้ ประโยคนี้เปลี่ยนจากการให้คำแนะนำไปสู่การอธิบายว่าเหตุใดจึงได้ผล
แบบฝึกหัด
“There is science behind this method” หมายความว่าอย่างไร?
- วิธีนี้ควรใช้หลังจากเรียนวิทยาศาสตร์เท่านั้น
- วิธีนี้อยู่ด้านหลังห้องเรียนวิทยาศาสตร์
- มีหลักฐานหรือหลักการทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนหรืออธิบายวิธีนี้
ดูคำตอบ
มีหลักฐานหรือหลักการทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนหรืออธิบายวิธีนี้
When you repeat a small action: ใช้ when เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดเป็นประจำ
“When you repeat a small action” เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when โดยบอกสถานการณ์ก่อน แล้วประโยคหลัก “your brain changes” จึงบอกผลลัพธ์ ในที่นี้ when หมายถึง “ทุกครั้งที่” ไม่ใช่คำถามว่า “เมื่อไร” การใช้รูปปัจจุบันในทั้งสองส่วนแสดงรูปแบบทั่วไปว่า เมื่อการกระทำนั้นเกิดขึ้น ผลลัพธ์ก็มักตามมา
แบบฝึกหัด
when ทำหน้าที่อะไรในประโยค “When you repeat a small action, your brain changes”?
- แสดงว่าความคิดสองอย่างขัดแย้งกัน
- นำเข้าสู่สถานการณ์ที่เกิดซ้ำและผลลัพธ์ที่มักตามมา
- ถามว่าการกระทำนั้นเกิดซ้ำตอนกี่โมง
ดูคำตอบ
นำเข้าสู่สถานการณ์ที่เกิดซ้ำและผลลัพธ์ที่มักตามมา
builds a new path, a new road: การเปรียบการเรียนรู้กับการสร้างเส้นทาง
“builds a new path, a new road” เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้มีการสร้างถนนจริง ๆ แต่ path และ road ใช้แทนวิธีใหม่ที่สมองทำหรือจดจำการกระทำหนึ่งได้ “A new road” กล่าวซ้ำความหมายของ “a new path” ด้วยอีกคำหนึ่งและทำให้ภาพชัดขึ้น โดยเปลี่ยนสิ่งที่มองไม่เห็นให้เป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม เหมือนการสร้างเส้นทางที่เดินตามได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ
แบบฝึกหัด
“builds a new path, a new road” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ช่วยสร้างเส้นทางใหม่ในความคิดสำหรับทำหรือจดจำการกระทำนั้น
- สร้างถนนจริง ๆ ขึ้นภายในสมอง
- บอกให้ใครคนหนึ่งเดินทางไปยังสถานที่อื่น
ดูคำตอบ
ช่วยสร้างเส้นทางใหม่ในความคิดสำหรับทำหรือจดจำการกระทำนั้น
Each time + อนุประโยค เพื่อบอกเงื่อนไขที่เกิดซ้ำ
Each time ใช้นำเงื่อนไขด้านเวลาที่เกิดซ้ำ หมายความว่าเมื่อการกระทำในอนุประโยคนั้นเกิดขึ้นแต่ละครั้ง ผลในประโยคหลักก็เกิดขึ้นอีก ใน Each time you repeat it ส่วน you repeat it คือการกระทำที่เกิดซ้ำ และ it หมายถึงการกระทำหรือแบบฝึกที่กล่าวถึงก่อนหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ each time + ประธาน + กริยา แล้วตามด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ทำซ้ำ
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ each time เพื่อนำการกระทำที่เกิดซ้ำได้อย่างถูกต้อง
- Each time practice the move, it feels easier.
- Each time I practice the move, it feels easier.
- I each time practice the move, it feels easier.
ดูคำตอบ
Each time I practice the move, it feels easier.
At first, สำหรับช่วงเริ่มต้นก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง
At first บอกช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์หรือกระบวนการ โดยบอกผู้ฟังว่าในตอนแรกสิ่งต่าง ๆ เป็นอย่างไร และมักปูทางไปสู่ช่วงต่อมาที่แตกต่างออกไป เมื่ออยู่ต้นประโยค At first, จะจัดข้อมูลเป็นช่วงเริ่มต้นและช่วงต่อมา จึงเหมาะสำหรับอธิบายการเรียนรู้ การปรับตัว หรือการเปลี่ยนแปลงตามเวลา
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เหมาะที่สุดสำหรับช่องว่าง: "___, the new game seemed hard, but after a few tries it became easy."
- At last
- First
- At first
ดูคำตอบ
At first
search for words: พยายามนึกว่าจะพูดอะไร
ในประโยคนี้ search for words หมายถึงการพยายามนึกถึงคำที่ต้องการพูด เป็นการค้นหาคำในความคิด ไม่ใช่ค้นหาในหนังสือหรืออินเทอร์เน็ต วลีนี้บอกถึงการหยุดชั่วคราวหรือพูดติดขัด คุณรู้ว่าต้องการสื่อความคิดอะไร แต่ยังนึกคำพูดที่เหมาะสมไม่ออกทันที
แบบฝึกหัด
ในบริบทการพูดนี้ search for words ใน You search for words หมายถึงอะไร
- ค้นหาคำในเว็บไซต์
- พยายามนึกถึงคำที่ต้องการพูด
- ค้นหาการ์ดที่มีตัวหนังสืออยู่ในห้อง
ดูคำตอบ
พยายามนึกถึงคำที่ต้องการพูด
with small daily practice: บอกเงื่อนไขที่ทำให้เกิดผลลัพธ์
ในที่นี้ with หมายถึง “โดยใช้” หรือ “เมื่อมี” และ small daily practice คือเงื่อนไขที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงการทำบางอย่างร่วมกับอีกคนหนึ่ง วลี with + นามวลี ที่ขึ้นต้นประโยคจะบอกก่อนว่าอะไรทำให้ผลลัพธ์หลักเกิดขึ้นได้ กล่าวคือ เมื่อมีการฝึก สิ่งนั้นก็จะเป็นธรรมชาติ รูปแบบนี้ใช้เชื่อมเงื่อนไข ตัวช่วย หรือวิธีการเข้ากับผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ใน With a little patience, the puzzle becomes easier วลี with a little patience ทำหน้าที่อะไร
- บอกชื่อคนที่ทำปริศนาด้วยกันกับคุณ
- บอกเงื่อนไขที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์
- บอกว่าปริศนาอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ
บอกเงื่อนไขที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์
becomes natural: ค่อย ๆ ง่ายและเป็นธรรมชาติ
becomes natural หมายถึง เมื่อฝึกแล้ว การพูดจะค่อย ๆ รู้สึกง่ายและลื่นไหลขึ้น become แสดงการเปลี่ยนสภาพเมื่อเวลาผ่านไป natural ในที่นี้หมายถึง “ไม่ฝืนหรือไม่แข็งทื่อ” ไม่ได้หมายถึง “มาจากธรรมชาติ”
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ it becomes natural หมายความว่าอะไร
- การพูดกลายเป็นทางการทันที
- การพูดกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกธรรมชาติ
- การพูดค่อย ๆ ง่ายและลื่นไหลขึ้น
ดูคำตอบ
การพูดค่อย ๆ ง่ายและลื่นไหลขึ้น
words come faster: นึกคำได้เร็วขึ้น
ใน Your words come faster คำว่า come หมายถึงคำที่ต้องการผุดขึ้นมาในใจและพร้อมที่จะพูดออกมา ไม่ได้อธิบายการเคลื่อนที่จริง ๆ faster แสดงว่าพูดได้คล่องขึ้น เพราะใช้เวลานึกหาคำน้อยลงก่อนพูด
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ Your words come faster หมายความว่าอะไร
- มีคนนำคำมาส่งให้คุณเร็วขึ้น
- คุณนึกคำและพูดออกมาได้เร็วขึ้น
- คำต่าง ๆ เคลื่อนที่เข้าหาคุณด้วยความเร็วที่สูงขึ้น
ดูคำตอบ
คุณนึกคำและพูดออกมาได้เร็วขึ้น
that is when ... starts: การชี้จุดเปลี่ยน
That ชี้กลับไปยังสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน That is when ระบุว่าสถานการณ์นั้นคือจุดสำคัญที่บางสิ่งเริ่มต้นหรือเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ when ไม่ได้บอกเวลาตามนาฬิกา แต่หมายถึงจุดที่สถานการณ์นั้นเกิดขึ้น ดังนั้นประโยคนี้จึงมองการกระทำก่อนหน้าว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่การเรียนรู้อย่างแท้จริงเริ่มต้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงความหมายเพื่อชี้กลับไปยังสถานการณ์แรกและบอกจุดเปลี่ยน: You begin testing your ideas instead of only reading about them; ____ real learning starts.
ดูคำตอบ
that is when
Not in X, but in Y: การแก้จุดเน้นด้วยโครงสร้างเปรียบต่างแบบละคำ
Not in X, but in Y ใช้การเปรียบต่างเพื่อแก้จุดที่ผู้ฟังควรให้ความสำคัญ โดยปฏิเสธ X แล้วแทนที่ด้วย Y การใช้ in ซ้ำทำให้ทั้งสองส่วนมีโครงสร้างขนานกัน ประโยคนี้เป็นประโยคแบบละส่วนหลักไว้ ใจความ real learning starts เข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า ดังนั้นความหมายเต็มคือ Real learning starts not in big events, but in small daily actions.
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำที่ใช้ปฏิเสธตำแหน่งแรกแล้วแทนที่ด้วยตำแหน่งที่สอง: Lasting change happens ____ in one dramatic promise, ____ in small actions repeated every day.
ดูคำตอบ
not · but
ใช้ here is a secret เพื่อดึงความสนใจไปสู่ประเด็นสำคัญถัดไป
Here is a secret เป็นคำเกริ่นที่ใช้ดึงความสนใจ โดยทำให้แนวคิดถัดไปดูพิเศษและทำให้ผู้ฟังอยากรู้ ที่นี่ secret หมายถึงเคล็ดลับที่มีประโยชน์หรือแนวคิดสำคัญ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลที่ต้องเก็บเป็นความลับ วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับเนื้อหา โดยส่งสัญญาณว่าคำแนะนำสำคัญกำลังจะตามมา
แบบฝึกหัด
Here is a secret ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร
- บอกว่ามีสิ่งของถูกซ่อนไว้ใกล้ ๆ
- ดึงความสนใจก่อนบอกเคล็ดลับสำคัญ
- สั่งให้ผู้ฟังเก็บคำพูดถัดไปเป็นความลับ
ดูคำตอบ
ดึงความสนใจก่อนบอกเคล็ดลับสำคัญ
ใช้ If you want to X, do Y เพื่อเชื่อมเป้าหมายกับคำแนะนำให้ลงมือทำ
If you want to X, do Y เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยในการให้คำแนะนำ อนุประโยค if บอกเป้าหมายของผู้ฟัง แล้วประโยคคำสั่งบอกการกระทำที่ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายนั้น ในประโยคนี้ build a habit หมายถึงค่อย ๆ สร้างนิสัย ไม่ใช่สร้างสิ่งของ ส่วน start small หมายถึงเริ่มด้วยการกระทำที่ง่ายและทำไหว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ If you want to X, do Y เพื่อเชื่อมเป้าหมายกับการกระทำโดยตรง
- If you want to sleep better, turn off your phone before bed.
- You want to sleep better because your phone is off.
- If you slept better, your phone would be off.
ดูคำตอบ
If you want to sleep better, turn off your phone before bed.
If ... might ... but if ... will: เปรียบเทียบความเป็นไปได้ของผลลัพธ์
สองส่วนที่ขึ้นต้นด้วย if นำเสนอแผนที่เป็นไปได้สองแบบ และส่วนที่เหลือของแต่ละประโยคคาดการณ์ผลลัพธ์ if ใช้บอกเงื่อนไข ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว might บอกว่าการเลิกทำเป็นเพียงผลลัพธ์หนึ่งที่อาจเกิดขึ้น ส่วน will แสดงว่าผู้พูดคาดหวังอย่างมั่นใจมากกว่าว่าจะลงมือทำ แต่ไม่ได้รับประกันอย่างแน่นอน การเปรียบเทียบนี้ทำให้แผนที่เล็กกว่าดูมีโอกาสทำได้จริงมากกว่า
แบบฝึกหัด
การเปลี่ยนจาก might เป็น will ในตัวอย่างแสดงอะไร
- ผลลัพธ์ทั้งสองถูกนำเสนอว่าแน่นอนเท่ากัน
- การเลิกทำเป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ส่วนการลงมือทำถูกนำเสนอเป็นการคาดการณ์ที่มั่นใจมากกว่า
- might บอกอดีต ส่วน will บอกปัจจุบัน
ดูคำตอบ
การเลิกทำเป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ส่วนการลงมือทำถูกนำเสนอเป็นการคาดการณ์ที่มั่นใจมากกว่า
too easy, right?: ใช้ right? เพื่อชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วย
right? ที่ท้ายประโยคใช้ขอให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วยกับความเห็นที่พูดมาก่อนหน้านั้น ในที่นี้ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะเห็นด้วยว่าแผนนี้แทบไม่ต้องใช้ความพยายาม นี่เป็นคำถามยืนยันสั้น ๆ ในบทสนทนา ไม่ใช่ความหมายของ right ที่บอกทิศทาง มันเปลี่ยนข้อความบอกเล่าให้เป็นการชวนให้อีกฝ่ายตอบหรือแสดงความเข้าใจร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ผู้พูดใช้ right? ทำอะไรใน It's too easy, right?
- ถามว่าควรไปทางไหน
- แก้คำว่า easy
- ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับความเห็นนั้น
ดูคำตอบ
ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับความเห็นนั้น
while you ... สำหรับการกระทำสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ในประโยคเหล่านี้ while หมายถึง “ในขณะที่” โดยใช้เกริ่นการกระทำในชีวิตประจำวันที่เป็นฉากหลัง ส่วนประโยคหลักบอกการฝึกภาษาอังกฤษที่ทำในเวลาเดียวกัน โครงสร้างคือ การกระทำหลัก + while + ประธาน + คำกริยา: You can shadow while you make coffee. ในที่นี้ while เป็นคำเชื่อมบอกเวลา ไม่ได้ใช้ในความหมายเปรียบต่างว่า “ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while หน้าประโยคย่อยสมบูรณ์ได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
- You can review new words while the bus stop.
- You can review new words while you wait for the bus.
- You can review new words during you wait for the bus.
ดูคำตอบ
You can review new words while you wait for the bus.
repeatable ... Repeatable ...: เชื่อมความคิดด้วยการซ้ำคำ
คำว่า repeatable อยู่ท้ายประโยคแรกและกลับมาอยู่ต้นประโยคที่สอง การจงใจซ้ำคำนี้ทำให้ repeatable เป็นสะพานเชื่อมความคิด โดยช่วงเวลาเล็ก ๆ นำไปสู่การทำซ้ำ และการทำซ้ำนำไปสู่การเติบโต grow ในที่นี้หมายถึงการเพิ่มขึ้นหรือสะสมขึ้นตามเวลา ไม่ใช่การสูงขึ้นทางร่างกาย ประโยคสั้นสองประโยคย่อความคิดให้เป็นสายเหตุผลที่จำง่ายคล้ายคำขวัญ
แบบฝึกหัด
การซ้ำคำใน “Small moments are repeatable. Repeatable moments grow.” มีหน้าที่หลักอย่างไร
- บอกว่าช่วงเวลาเหล่านั้นกลายเป็นต้นไม้จริง ๆ
- เชื่อมสองประโยคและพาความคิดจากการทำซ้ำได้ไปสู่การเติบโต
- นำเสนอข้อเท็จจริงสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
เชื่อมสองประโยคและพาความคิดจากการทำซ้ำได้ไปสู่การเติบโต
part of your life: กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
part of your life หมายถึงสิ่งหนึ่งเข้ามามีที่ทางอย่างสม่ำเสมอและเป็นธรรมชาติในชีวิตประจำวันของคุณ คำว่า part ในที่นี้หมายถึงองค์ประกอบหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ชิ้นส่วนที่จับต้องได้ เมื่อใช้กับ becomes ประโยคจะแสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา กล่าวคือ ภาษาอังกฤษเปลี่ยนจากกิจกรรมเสริมเป็นสิ่งที่คุณใช้อยู่เป็นประจำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี part of my life: After a few months, evening walks became ____.
ดูคำตอบ
part of my life
who was very shy: ใช้ who เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล
who was very shy เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่อธิบาย a student คำว่า who ย้อนกลับไปหมายถึง a student และทำหน้าที่เป็นประธานของ was ด้วย ไม่ได้กล่าวถึงคนอีกคนหนึ่ง รูปแบบ บุคคล + who + คำกริยา ช่วยเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับใครบางคน เช่น คนนั้นมีลักษณะอย่างไรหรือทำอะไร โดยยังคงความคิดทั้งหมดไว้ในประโยคเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ who ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล
- I know a girl who loves science.
- I know a girl who she loves science.
- I know a girl which loves science.
ดูคำตอบ
I know a girl who loves science.
afraid to speak: be afraid to + คำกริยา
be afraid to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงรู้สึกกลัวที่จะทำสิ่งหนึ่ง และมักกลัวจนไม่ลงมือทำ ใน afraid to speak คำว่า speak คือการกระทำที่เขากลัว คำว่า to ทำหน้าที่นำหน้าการกระทำที่ตามหลัง afraid ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง in order to หรือบอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
เติม afraid และคำที่นำหน้าการกระทำที่กลัวให้สมบูรณ์: Nina was ____ ask a question.
ดูคำตอบ
afraid to
started with one small habit: start with + คำนาม
start with + คำนาม ใช้บอกสิ่งหรือขั้นตอนแรกในกิจกรรม แผน หรือกระบวนการ ใน started with one small habit นิสัยนั้นคือก้าวแรกของเขา with ในที่นี้บอกจุดเริ่มต้น ไม่ได้หมายความว่าเขาเริ่มพร้อมกับอีกคนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ start with ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The meeting ____ a short welcome.
ดูคำตอบ
started with
He spoke to himself for 2 minutes every morning. ไวยากรณ์
5:22เขาพูดกับตัวเองเป็นเวลา 2 นาทีทุกเช้า
spoke to himself: himself ชี้กลับไปที่ประธาน he
ใน spoke to himself คำว่า he เป็นทั้งผู้พูดและผู้รับฟังคำพูดนั้น himself เป็นคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ชี้กลับไปยังประธาน he ใช้ speak หรือ talk to + คำสรรพนามสะท้อนกลับเมื่อคนหนึ่งพูดกับตัวเอง เช่น ขณะคิดออกเสียงหรือฝึกอยู่คนเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ชี้กลับไปที่ The boy: The boy spoke to ____ while practicing alone.
ดูคำตอบ
himself
After a few weeks ... After 2 months ... After 6 months: แสดงขั้นตามเวลา
แต่ละประโยคเริ่มด้วย After + ช่วงเวลา การเริ่มต้นแบบนี้ซ้ำ ๆ แสดงขั้นใหม่ ได้แก่ สองสามสัปดาห์ 2 เดือน และ 6 เดือน ทำให้ผู้ฟังติดตามความก้าวหน้าได้ตามลำดับ วลีบอกเวลาที่มี After เป็นเพียงส่วนเปิดของประโยค ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง จึงต้องมีประโยคหลักที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นในขั้นนั้น: After 2 months, he told short stories.
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดแสดงความก้าวหน้าเป็นขั้นตามเวลาได้ชัดเจนที่สุด
- After one week, Maya learned the notes. After one month, she played the whole song.
- Maya learned the notes because she played the whole song.
- Maya learned the notes in the music room, and the song was short.
ดูคำตอบ
After one week, Maya learned the notes. After one month, she played the whole song.
join a club: เข้าเป็นสมาชิกชมรม
ในประโยค he joined a speaking club คำว่า joined หมายถึงเขาได้เป็นสมาชิกหรือเริ่มเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมนั้น speaking club คือกลุ่มที่ผู้คนมาฝึกพูดกัน ใช้ join ตามด้วยชื่อกลุ่มได้โดยตรง เช่น join a club, join a team หรือ join an organization ในที่นี้ join ไม่ได้หมายถึงการเดินเข้าไปในห้องจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่า Noah เข้าเป็นสมาชิกชมรมหมากรุก?
- Noah entered the chess club.
- Noah joined the chess club.
- Noah took part in a chess club activity.
ดูคำตอบ
Noah joined the chess club.
changed everything ... transformed everything: ระดับการเปลี่ยนแปลงที่หนักแน่นกว่า
Changed everything หมายถึงผลลัพธ์ทำให้สถานการณ์โดยรวมแตกต่างไป ส่วน transformed everything พูดซ้ำแนวคิดเดิมด้วยคำกริยาที่หนักแน่นกว่า โดย transform สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ลึกซึ้ง หรือโดยสิ้นเชิง ประโยคที่สองช่วยเน้นประโยคแรกให้แรงขึ้น everything ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ารายละเอียดเล็ก ๆ ทุกอย่างเปลี่ยนไปจริง ๆ แต่เป็นวิธีเน้นว่าผลกระทบโดยรวมนั้นใหญ่มาก
แบบฝึกหัด
โครงการหนึ่งเปลี่ยนโรงเรียนอย่างลึกซึ้งจนรู้สึกว่าแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ประโยคใดสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยรวมได้หนักแน่นที่สุด?
- The program affected the school.
- The program changed the school.
- The program transformed the school.
ดูคำตอบ
The program transformed the school.
here is my message: สัญญาณว่าจะเข้าสู่ใจความสำคัญ
Here is my message ใช้เกริ่นแนวคิดหลักที่ผู้พูดอยากให้ผู้ฟังจดจำ ในที่นี้ message หมายถึงใจความสำคัญหรือข้อคิดสรุป ไม่ใช่ข้อความในโทรศัพท์หรือแชต เมื่อพูดต่อจากเรื่องเล่าหรือตัวอย่าง วลีนี้แสดงว่าส่วนนั้นกำลังจบลง และต่อไปจะเป็นข้อสรุปหรือคำแนะนำ เป็นสัญญาณให้ผู้ฟังตั้งใจฟังส่วนที่สำคัญที่สุด
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวว่า So, here is my message. ผู้ฟังควรคาดว่าจะได้ยินอะไรต่อไป?
- ผู้พูดจะบอกใจความสำคัญหรือให้คำแนะนำ
- ผู้พูดจะเริ่มเล่าเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ผู้พูดจะแสดงข้อความที่เพิ่งได้รับในโทรศัพท์
ดูคำตอบ
ผู้พูดจะบอกใจความสำคัญหรือให้คำแนะนำ
Don't chase big goals: ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ chase
ใน chase big goals คำว่า chase เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการไล่ตามหรือพยายามต่อไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่มาก ไม่ได้หมายถึงการวิ่งตามเป้าหมายจริง ๆ โครงสร้าง Don't + คำกริยา ใช้ให้คำแนะนำโดยตรง ในบริบทนี้เป็นการเตือนไม่ให้มองแต่ผลลัพธ์ที่ใหญ่มาก ไม่ได้หมายความว่าการมีเป้าหมายเป็นเรื่องผิด
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวว่า Don't chase big goals. การตีความใดตรงกับประโยคนี้มากที่สุดในบริบทนี้?
- อย่ามุ่งแต่ไล่ตามเป้าหมายที่ใหญ่มาก
- อย่าตั้งเป้าหมายใด ๆ ให้ตัวเอง
- อย่าวิ่งไล่ตามสิ่งของขนาดใหญ่
ดูคำตอบ
อย่ามุ่งแต่ไล่ตามเป้าหมายที่ใหญ่มาก
change your English ... change your confidence ... change you: การใช้คำซ้ำเพื่อสร้างการไล่ระดับ
ประโยคสั้นทั้งสามประโยคใช้ change ซ้ำกัน แต่ขอบเขตของสิ่งที่เปลี่ยนกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จาก your English ไปสู่ your confidence และสุดท้ายคือ you ซึ่งหมายถึงตัวบุคคลทั้งหมด รูปแบบซ้ำนี้จัดข้อมูลให้ไล่ระดับจากทักษะหนึ่งไปสู่ผลกระทบที่ใหญ่ขึ้นต่อตัวบุคคล They ย้อนกลับไปหมายถึง Small habits ประโยคสุดท้ายสั้นที่สุดแต่กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่กว้างที่สุด จึงฟังดูทรงพลังที่สุดในช่วงจบที่เน้นอารมณ์
แบบฝึกหัด
การใช้ change ซ้ำในช่วงจบนี้มีผลอย่างไร?
- แสดงว่าแต่ละประโยคมีประธานต่างกัน
- สร้างจังหวะและขยายผลกระทบจากภาษาอังกฤษไปสู่ความมั่นใจ แล้วไปสู่ตัวบุคคลทั้งหมด
- หมายความว่า They หมายถึงเป้าหมายใหญ่ ๆ
ดูคำตอบ
สร้างจังหวะและขยายผลกระทบจากภาษาอังกฤษไปสู่ความมั่นใจ แล้วไปสู่ตัวบุคคลทั้งหมด
And this 5-minute podcast is one of those habits.
6:21และพอดแคสต์ 5 นาทีนี้ก็คือหนึ่งในนิสัยเหล่านั้น
be surprised by your progress: การบอกสาเหตุของความประหลาดใจ
ใน be surprised by your progress คำว่า surprised บอกปฏิกิริยาของคุณ ส่วน by your progress บอกสาเหตุของปฏิกิริยานั้น ความก้าวหน้าไม่ใช่บุคคลที่เป็นผู้กระทำ Surprised มีความหมายเป็นกลางในตัวเอง คือสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ในบริบทที่ให้กำลังใจนี้ ความก้าวหน้าที่เกินคาดถูกนำเสนอว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดี
แบบฝึกหัด
ใน You will be surprised by your progress ส่วน by your progress ทำหน้าที่อะไร?
- บอกผลลัพธ์ที่ทำให้เกิดความประหลาดใจ
- บอกว่าความก้าวหน้ากำลังไปที่ใด
- บอกบุคคลที่เป็นผู้ทำให้ประหลาดใจ
ดูคำตอบ
บอกผลลัพธ์ที่ทำให้เกิดความประหลาดใจ
let me know: การขอข้อมูลหรือคำตอบกลับ
Let me know เป็นคำขอที่ใช้บ่อย หมายถึง “บอกฉัน” หรือ “แจ้งข้อมูลหรือความคิดเห็นให้ฉันทราบ” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเชิญให้ผู้ฟังตอบกลับพร้อมความคิดเห็น ในที่นี้ let ไม่ได้มีความหมายหลักว่า “อนุญาต” แต่คำทั้งชุดทำหน้าที่เป็นวลีขอร้องที่ตายตัวและเป็นธรรมชาติ เมื่อเติม please คำขอจะฟังสุภาพและมักไม่ห้วนเท่า Tell me สามารถเติมข้อมูลที่อยากรู้ หรือเติมอนุประโยค if/when เพื่อบอกว่าอีกฝ่ายควรตอบเมื่อใดหรือในกรณีใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี let me know: Please ____ if you can come tomorrow.
ดูคำตอบ
let me know
Thank you for practicing with me: การขอบคุณด้วย Thank you for + รูป -ing
โครงสร้าง Thank you for + รูป -ing ใช้ขอบคุณอีกฝ่ายสำหรับการกระทำหนึ่ง ในประโยคนี้ practicing ระบุกิจกรรมการฝึก และ with me แสดงว่าผู้พูดกับผู้ฟังทำกิจกรรมนั้นด้วยกัน เนื่องจาก for เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing โดยพูดว่า Thank you for practicing ไม่ใช่ Thank you for practice หรือ Thank you for to practice นอกจากนี้ หลัง for ยังใช้คำนามได้ เช่น Thank you for your help
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ help เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Thank you for ____ me with my homework.
ดูคำตอบ
helping
Until next time ในฐานะคำอำลาปิดท้าย
Until next time เป็นคำอำลาที่ใช้เป็นสำนวนตายตัวตอนจบของรายการหนึ่งตอน บทเรียน หรือบทสนทนา เมื่อคาดว่าจะมีการพบกันหรือตอนต่อไป มีความหมายว่า “ตอนนี้ขอลาก่อน แล้วพบกันครั้งหน้า” ความหมายเต็มเข้าใจได้คล้ายกับ goodbye until we meet again ในภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องพูดถึงการพบหรือการได้เจอกันอีก และวลีสั้น ๆ นี้ก็สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติได้ด้วยตัวเอง
แบบฝึกหัด
เติมคำอำลาแบบตายตัวที่หมายถึง “พบกันในโอกาสหน้า” เพื่อให้คำปิดท้ายพอดแคสต์นี้สมบูรณ์: ____, and thanks for listening.
ดูคำตอบ
Until next time
keep shadowing ... keep learning ... keep believing: keep + คำกริยารูป -ing
keep + คำกริยารูป -ing หมายถึง “ทำสิ่งนั้นต่อไป” ในที่นี้ keep อยู่หน้า shadowing, learning และ believing ดังนั้นคำกริยาแต่ละคำจึงใช้รูป -ing ไม่ใช่รูปพื้นฐาน การพูด keep ซ้ำหน้าทั้งสามการกระทำทำให้เกิดโครงสร้างที่ขนานกันและจังหวะที่สม่ำเสมอและให้กำลังใจ believe in yourself หมายถึงเชื่อมั่นในความสามารถและคุณค่าของตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้กำลังใจให้สมบูรณ์ โดยเปลี่ยน read, speak และ try เป็นรูปที่ต้องใช้หลัง keep: Keep ____, keep ____, and keep ____.
ดูคำตอบ
reading · speaking · trying
Bye for now: คำบอกลาชั่วคราว
Bye for now เป็นคำพูดแบบเป็นมิตรสำหรับจบบทสนทนาหรือรายการ หมายถึง “ตอนนี้ขอลาไปก่อน” และสื่อว่าอาจได้คุยหรือพบกันอีกในภายหลัง for now ทำให้การบอกลานี้เป็นเพียงชั่วคราว คือหยุดติดต่อกันตอนนี้ แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องจากกันตลอดไป เมื่อเทียบกับ Bye อย่างเดียว จึงสื่อความหมายว่า “ครั้งนี้จบไว้เท่านี้ก่อน” ได้ชัดกว่า
แบบฝึกหัด
for now เพิ่มความหมายอะไรให้กับ Bye for now?
- เป็นการบอกลาอย่างถาวร
- เป็นการบอกลาเฉพาะในตอนนี้เท่านั้น
- ผู้พูดจะกลับมาทันที
ดูคำตอบ
เป็นการบอกลาเฉพาะในตอนนี้เท่านั้น