สสารมืด: สสารที่เรามองไม่เห็น - เจมส์ กิลลีส์: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าพัฒนาการของแนวคิดเรื่ององค์ประกอบของเอกภพ ตั้งแต่ธาตุทั้งสี่และอะตอมของกรีก ไปจนถึงหลักฐานเรื่องสสารมืด พลังงานมืด และทฤษฎีที่อาจอธิบายส่วนที่มองไม่เห็นซึ่งมีถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What appears to be the ordinary stuff of the universe is in fact — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การวางสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นในตอนแรกให้ตรงข้ามกับความจริงที่น่าประหลาดใจ รูปแบบนี้ช่วยอธิบายความเข้าใจผิดและข้อค้นพบที่ขัดกับสัญชาตญาณได้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์แก้ไขข้อสันนิษฐานจากการสังเกตในชีวิตประจำวัน 2. So there must be — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยกแยะ must ที่ใช้แสดงข้อสรุปหนักแน่นจากหลักฐาน ไม่ใช่หน้าที่หรือข้อบังคับ คุณสามารถใช้โครงสร้างนี้อนุมานสาเหตุที่มองไม่เห็นจากผลที่สังเกตได้ เช่น การสรุปว่าต้องมีสสารเพิ่มเติมที่ทำให้กาแล็กซียังเกาะกลุ่มกัน แม้แรงโน้มถ่วงจากสิ่งที่มองเห็นจะไม่เพียงพอ 3. If we found evidence for SUSY, we could go from understanding 5% of our universe, the things we can actually see, to around a third. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้อนุประโยค if ร่วมกับ could go from...to... เพื่อเชื่อมหลักฐานสมมติกับความเป็นไปได้ที่ขอบเขตความรู้จะเพิ่มขึ้น เหมาะสำหรับบอกคำพยากรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ผลลัพธ์ที่คาดการณ์ และการเปลี่ยนแปลงที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข
คำอธิบายในบทเรียนนี้
The ancient Greeks had a great idea. The universe is simple. In their minds, all you needed to make it were four elements: ไวยากรณ์
0:14ชาวกรีกโบราณมีความคิดที่ยอดเยี่ยม จักรวาลนั้นเรียบง่าย ในความคิดของพวกเขา สิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างมันมีเพียงสี่ธาตุ:
all you needed to make it were: สิ่งที่จำเป็นทั้งหมด
All you needed to make it ทำหน้าที่รวมกันเป็นหน่วยเดียวคล้ายประธาน โดย all หมายถึงทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างบางอย่าง จึงสื่อว่าไม่ต้องใช้อะไรนอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้ Were four elements ระบุว่าสิ่งที่จำเป็นทั้งหมดนั้นคือธาตุสี่ชนิด ในประโยคนี้ four elements ซึ่งเป็นพหูพจน์รองรับการใช้ were ส่วน it เป็นกรรมของ make ในช่วงแรก จึงไม่ใช่คำที่กำหนดรูปของ were
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบนี้ได้ถูกต้องเพื่อบอกทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการซ่อมแซม
- All we were needed to complete the repair a wrench and two bolts.
- All we needed to complete the repair were a wrench and two bolts.
- All we needed complete the repair were a wrench and two bolts.
ดูคำตอบ
All we needed to complete the repair were a wrench and two bolts.
As theories go: การกำหนดหมวดหมู่สำหรับการประเมิน
As theories go กำหนดหมวดหมู่ที่จะใช้เปรียบเทียบก่อนแสดงความคิดเห็น รูปแบบ As + คำนามพหูพจน์ที่บอกหมวดหมู่ + go หมายถึงการประเมินตัวอย่างหนึ่งโดยเทียบกับสิ่งอื่นในหมวดหมู่เดียวกัน ในที่นี้ ผู้พูดเรียกทฤษฎีนี้ว่างดงามเมื่อเทียบกับทฤษฎีอื่น คำชมจึงมีขอบเขตจำกัด ไม่ได้หมายความว่าทฤษฎีนี้ถูกต้อง มีประโยชน์ หรือดีในทุกด้านเสมอไป go เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการประเมิน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่
แบบฝึกหัด
คุณกำลังเปรียบเทียบแผนหนึ่งกับแผนอื่น ใช้กรอบการประเมิน As + คำนามพหูพจน์ที่บอกหมวดหมู่ + go: ____, this one is unusually simple.
ดูคำตอบ
As plans go
you can produce all the wonderful diversity of the universe.
0:32คุณสามารถสร้างความหลากหลายที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดของจักรวาลได้
by combining...: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีการ
by + คำกริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในประโยคนี้ by combining... ตอบว่าความหลากหลายเกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นคือ การจัดธาตุสี่ชนิดเดิมให้เป็นชุดผสมที่ต่างกันทำให้เกิดผลลัพธ์ต่างกัน เมื่อมีคำกริยาตามหลัง by ในโครงสร้างบอกวิธีนี้ ต้องใช้รูป -ing เช่น by combining ไม่ใช่ by combine วลีที่ขึ้นต้นด้วย by วางไว้หน้าหรือหลังประโยคหลักก็ได้ ในที่นี้ by หมายถึง “ด้วยการ...” ไม่ใช่ “ข้าง ๆ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ by และรูปที่ถูกต้องของ compare: ____ the two maps, Lena found the shorter path.
ดูคำตอบ
By comparing
It didn't predict anything that could be measured. ไวยากรณ์
0:44มันไม่ได้ทำนายสิ่งใดที่สามารถวัดได้เลย
that could be measured: อนุประโยคขยายคำนามที่มี modal passive
that could be measured เป็นอนุประโยคขยาย anything มีความหมายว่า “สิ่งใดก็ตามที่สามารถวัดได้” จึงระบุว่าทฤษฎีนี้ไม่ได้ให้คำทำนายชนิดใด could + be + กริยาช่องที่สาม เป็นโครงสร้าง passive ที่มี modal โดย could แสดงความเป็นไปได้ ส่วน be measured เน้นสิ่งที่ถูกวัด ในทางวิทยาศาสตร์ คำทำนายที่วัดได้สามารถตรวจสอบด้วยการสังเกตหรือการทดลอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ could และรูป passive ของ measure: We needed a result that ____.
ดูคำตอบ
could be measured
And measurement is the basis of experimental science. วลี
0:47และการวัดเป็นพื้นฐานของวิทยาศาสตร์เชิงทดลอง
the basis of experimental science: รากฐานเชิงนามธรรม
ใน “the basis of experimental science” คำว่า basis หมายถึงรากฐานหรือสิ่งสนับสนุนเชิงนามธรรมที่วิทยาศาสตร์เชิงทดลองต้องพึ่งพา ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง โครงสร้าง “X is the basis of Y” แสดงว่า X เป็นหลักการหรือสิ่งสนับสนุนพื้นฐานที่ Y สร้างขึ้นบนนั้น ในประโยคนี้ การวัดถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานของวิทยาศาสตร์เชิงทดลอง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีที่ตรงกับในบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Trust is ____ a strong friendship.
ดูคำตอบ
the basis of
Worse still: ใช้เกริ่นปัญหาที่ร้ายแรงกว่า
เมื่ออยู่ต้นประโยค “Worse still,” เป็นสัญญาณว่าประเด็นเชิงลบต่อไปนี้ร้ายแรงกว่าปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึง วลีนี้จัดลำดับข้อมูลให้เห็นว่าสถานการณ์แย่ลง ไม่ใช่เพียงเพิ่มข้อมูลอีกข้อหนึ่ง ในคำเชื่อมตายตัวนี้ still ไม่ได้หมายถึง “ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้” เมื่อรวมสองคำเข้าด้วยกันจึงหมายความว่ากำลังจะมีข้อเท็จจริงที่แย่ยิ่งกว่าเดิมตามมา
แบบฝึกหัด
ใช้คำเชื่อมสองคำที่ตรงกับในบทเรียนเพื่อเกริ่นปัญหาที่ร้ายแรงกว่า: The map was unclear. ____, it showed the wrong route.
ดูคำตอบ
Worse still
But the Greeks were great scientists of the mind, สำนวน
0:52แต่ชาวกรีกเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางความคิดที่ยิ่งใหญ่
great scientists of the mind: คำเปรียบเทียบถึงนักคิดทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่
ในที่นี้ great scientists of the mind เป็นคำประเมินเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าชาวกรีกเก่งมากในการใช้เหตุผลเพื่อสร้างคำอธิบายกว้าง ๆ และทฤษฎีต่าง ๆ ไม่ได้เรียกพวกเขาว่านักจิตวิทยา นักประสาทวิทยาศาสตร์ หรือนักวิจัยสมองในความหมายสมัยใหม่ วลีนี้ช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างความสามารถด้านการคิดเชิงนามธรรมที่โดดเด่นกับการวัดเชิงทดลองที่อ่อนกว่า โดยทั่วไป คำนามที่ตามด้วย of the mind สามารถบรรยายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความคิดหรือสติปัญญาได้ แต่ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
great scientists of the mind หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- พวกเขาเก่งเป็นพิเศษในการวัดความคิดด้วยการทดลองในห้องปฏิบัติการ
- พวกเขาเก่งมากในการใช้เหตุผลและพัฒนาทฤษฎี
- ทุกคนศึกษาสมองในฐานะอาชีพสมัยใหม่
ดูคำตอบ
พวกเขาเก่งมากในการใช้เหตุผลและพัฒนาทฤษฎี
Leucippus of Miletus came up with one of the most enduring scientific ideas ever. โน้ต
0:56ลิวคิปปุสแห่งมิเลทัสได้คิดค้นหนึ่งในแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ยั่งยืนที่สุดตลอดกาล
came up with: คิดขึ้นมาหรือเสนอ
Came up with เป็นรูปอดีตของกริยาวลี come up with ในที่นี้หมายความว่าลิวซิปปุสคิดริเริ่ม คิดค้น หรือเรียบเรียงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์นั้นขึ้นมา ให้มอง come up with เป็นหน่วยเดียว โครงสร้างคือ ประธาน + come up with + idea, plan, solution, answer หรือผลลัพธ์อื่นจากการคิด นามวลีหลัง with คือเนื้อหาที่ถูกคิดขึ้น ไม่ใช่บุคคลที่มากับประธาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come up with เพื่อแสดงว่ากลุ่มเป็นผู้คิดแนวคิดนั้นขึ้นมา: After an hour of discussion, the group ____ a name for its robot.
ดูคำตอบ
came up with
one of the most ... ever: หนึ่งในสิ่งที่...ที่สุดตลอดกาล
โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ จัดคนหรือสิ่งหนึ่งให้อยู่ในกลุ่มระดับสูงสุดของการเปรียบเทียบ หมายถึง “หนึ่งในสิ่งที่...ที่สุด” ไม่ได้หมายถึง “สิ่งเดียวที่...ที่สุด” ในประโยคนี้ most enduring ขยายคำนามพหูพจน์ ideas และ ever ขยายช่วงเวลาให้ครอบคลุมประวัติศาสตร์ทั้งหมด โครงสร้างนี้จึงเป็นการประเมินความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของแนวคิดอย่างหนักแน่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าทฤษฎีเชื้อโรคเป็นหนึ่งในแนวคิดที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์
- The germ theory is the one of most important ideas ever.
- The germ theory is one of the most important ideas ever.
- The germ theory is one of the most important idea ever.
ดูคำตอบ
The germ theory is one of the most important ideas ever.
Everything we see is made up of tiny, indivisible bits of stuff called atoms. กริยาวลี
1:01ทุกสิ่งที่เราเห็นประกอบด้วยชิ้นส่วนเล็กๆ ของสสารที่แบ่งแยกไม่ได้ซึ่งเรียกว่าอะตอม
be made up of: ระบุส่วนประกอบของสิ่งหนึ่ง
be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” ประธานระบุสิ่งที่เป็นภาพรวม และกลุ่มคำนามหลัง of ระบุส่วนประกอบหรือสมาชิก ในประโยคนี้ everything we see คือภาพรวม ส่วน tiny, indivisible bits of stuff called atoms คือส่วนประกอบ คำว่า of เป็นสัญญาณของความหมายเรื่ององค์ประกอบ หากไม่ได้อยู่ในโครงสร้างนี้ made up อาจมีความหมายอื่น เช่น “แต่งขึ้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ประกอบด้วย”: The rescue team is ____ trained volunteers.
ดูคำตอบ
made up of
and it has the advantage over the Earth, Air, Fire, and Water theory of being right. ไวยากรณ์
1:08และมีข้อได้เปรียบเหนือทฤษฎีดิน ลม ไฟ และน้ำตรงที่มันถูกต้อง
has the advantage over ... of being ...: การระบุข้อได้เปรียบเมื่อเปรียบเทียบ
ในที่นี้ has the advantage over ... of being ... หมายความว่าทฤษฎีนี้ดีกว่าทฤษฎีดิน อากาศ ไฟ และน้ำในด้านหนึ่งที่ระบุชัดเจน คือมันถูกต้อง โดย over นำหน้าสิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ และ of being right บอกว่าข้อได้เปรียบนั้นคืออะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A has the advantage over B of being + คำคุณศัพท์ ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย of อธิบายข้อได้เปรียบของ A ไม่ใช่ B
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบเทียบอย่างเป็นทางการด้วยรูปแบบ has the advantage over ... of being ...: This battery ____ the older model ____ lighter.
ดูคำตอบ
has the advantage over · of being
have established that: การรายงานข้อสรุปที่ชัดเจนจากหลักฐาน
ในที่นี้ have established that หมายถึง “ได้แสดงให้เห็นด้วยหลักฐานที่หนักแน่นและสะสมมาอย่างต่อเนื่องว่าบางสิ่งเป็นจริง” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกข้อสรุปว่า ธาตุเหล่านั้นสามารถแยกออกเป็นอะตอมได้ รูป present perfect ใน have established เชื่อมโยงความคิดและการทดลองตลอดหลายศตวรรษในอดีตเข้ากับข้อสรุปที่ยอมรับกันในปัจจุบัน establish เป็นคำทางการและมีน้ำหนักมากกว่าเพียงแค่ suggest
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ have established that ได้เป็นธรรมชาติเพื่อรายงานข้อสรุปที่ชัดเจนและมีหลักฐานรองรับ
- One quick guess has established that the material might be safe.
- Years of testing have established that the material is safe.
- Years of testing have established because the material is safe.
ดูคำตอบ
Years of testing have established that the material is safe.
can be broken down into atoms: สามารถแยกย่อยเป็นอะตอมได้
ใน can be broken down into atoms โครงสร้าง can + be + กริยาช่องสาม broken เป็นรูปถูกกระทำ ประธานคือสิ่งทั้งหมดที่ถูกแบ่ง ไม่ใช่คนหรือสิ่งที่ลงมือแบ่ง break something down into X หมายถึงการแบ่งหรือวิเคราะห์สิ่งหนึ่งออกเป็นหน่วยเล็กกว่าที่ระบุหลัง into ในที่นี้ broken down ไม่ได้หมายถึงเสียหรือขัดข้อง แต่หมายความว่าธาตุสามารถแบ่งลงไปถึงระดับอะตอมได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something can be broken down into components
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงถูกแบ่งออกเป็นส่วนเล็ก ๆ: The project can be ____ five simple tasks.
ดูคำตอบ
broken down into
the atom is the smallest indivisible bit of stuff
1:23อะตอมคือชิ้นส่วนของสสารที่เล็กที่สุดที่แบ่งแยกไม่ได้
that's still recognizable as Hydrogen, Carbon, or Iron. วลี
1:26ซึ่งยังคงจดจำได้ในฐานะไฮโดรเจน คาร์บอน หรือเหล็ก
still recognizable as: ยังคงจำแนกได้ว่าเป็นไฮโดรเจน คาร์บอน หรือเหล็ก
Recognizable as + กลุ่มคำนาม หมายถึงสามารถระบุได้ว่าเป็นบุคคล สิ่งของ ประเภท หรือบทบาทนั้น ๆ ส่วน still แสดงว่ายังคงเป็นเช่นนั้น แม้ว่าสิ่งนั้นจะถูกทำให้เล็กลงหรือเปลี่ยนแปลงแล้ว ในประโยคนี้ หน่วยสสารขนาดเล็กยังคงระบุได้ว่าเป็นไฮโดรเจน คาร์บอน หรือเหล็ก รูปแบบ X is still recognizable as Y ที่นำไปใช้ต่อได้ หมายความว่าอัตลักษณ์หรือลักษณะสำคัญของ Y ยังคงเห็นได้ชัด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าอาคารที่ได้รับการปรับปรุงแล้วยังสามารถระบุได้ว่าเป็นห้องสมุดเก่า
- The renovated building is still recognizable as the old library.
- The renovated building is still recognizable to the old library.
- The renovated building still recognizes the old library.
ดูคำตอบ
The renovated building is still recognizable as the old library.
The only thing wrong with Leucippus's idea is that atoms are, in fact, divisible. โน้ต
1:29สิ่งเดียวที่ผิดในแนวคิดของลิวคิปปุสคือแท้จริงแล้วอะตอมสามารถแบ่งแยกได้
The only thing wrong with X is that Y: ระบุปัญหาเพียงข้อเดียว
รูปแบบ The only thing wrong with X is that Y จำกัดคำวิจารณ์ไว้ที่ปัญหาเพียงข้อเดียว X คือแนวคิด แผน หรือสิ่งของที่กำลังถูกประเมิน ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกอย่างชัดเจนว่าปัญหาคืออะไร ในประโยคนี้ X คือ Leucippus's idea และปัญหาเฉพาะคือ atoms are divisible การใช้รูปแบบนี้สื่อว่าแนวคิดดังกล่าวยังถูกต้องหรือมีประโยชน์ในด้านอื่น จึงเป็นการแก้ไขเพียงจุดเดียว ไม่ใช่การปฏิเสธทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ The only thing wrong with X is that Y ให้ตรงตามแบบ: ____ the proposal ____ it has no budget.
ดูคำตอบ
The only thing wrong with · is that
in fact: แก้ไขหรือปรับข้อมูลก่อนหน้า
In fact เป็นคำที่ช่วยบอกทิศทางของข้อมูล หรือเรียกว่าเครื่องหมายทางวาทกรรม ในที่นี้คำนี้บอกว่าข้อมูลถัดไปกำลังแก้ความคิดก่อนหน้าที่ว่าอะตอมแบ่งแยกไม่ได้ โดยข้อความที่ถูกต้องกว่าคืออะตอมแบ่งแยกได้ เมื่ออยู่ภายในอนุประโยคและมีจุลภาคคั่นเหมือนในประโยคนี้ in fact จะเน้นการแก้ไขข้อมูลโดยไม่เปลี่ยนไวยากรณ์พื้นฐานของอนุประโยค โดยทั่วไป in fact ใช้แก้ไข ชี้แจง หรือเน้นคำกล่าวหรือข้อสันนิษฐานก่อนหน้าได้
แบบฝึกหัด
ใน “Many people think bats are blind. In fact, they can see,” คำว่า in fact ทำหน้าที่อะไร?
- แก้ความเชื่อก่อนหน้าด้วยข้อมูลที่ถูกต้องกว่า
- ยกตัวอย่างของความเชื่อก่อนหน้า
- อธิบายว่าทำไมผู้คนจึงมีความเชื่อก่อนหน้า
ดูคำตอบ
แก้ความเชื่อก่อนหน้าด้วยข้อมูลที่ถูกต้องกว่า
his atoms idea turns out to explain just a small part of what the universe is made of. วลี
1:34แนวคิดเรื่องอะตอมของเขากลับอธิบายได้เพียงส่วนเล็กๆ ของสิ่งที่จักรวาลประกอบขึ้น
turns out to: ผลที่มารู้ในภายหลัง
turns out to หมายถึง “ภายหลังพบว่า” หรือ “ในที่สุดก็พิสูจน์ได้ว่า” วลีนี้นำเสนอการกระทำที่ตามมาว่าเป็นผลซึ่งชัดเจนขึ้นในภายหลัง โดยมักสื่อว่าหลักฐานทำให้ความคาดหมายเดิมเปลี่ยนไป ในประโยคนี้ to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน explain สุดท้ายพบว่าแนวคิดเรื่องอะตอมอธิบายได้เพียงส่วนที่จำกัด ไม่ได้หมายถึงการหมุนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ turn out to ได้ถูกต้องเพื่อบอกผลที่มารู้ในภายหลัง
- The new route turned out be faster.
- The new route turned to out be faster.
- The new route turned out to be faster.
ดูคำตอบ
The new route turned out to be faster.
just a small part of: เพียงส่วนที่จำกัด
just a small part of หมายถึง “เพียงส่วนที่จำกัดของ...” คำว่า small บอกว่าปริมาณมีน้อย และ just จำกัดขอบเขตให้แคบลงอีกด้วยความหมายว่า “เพียงเท่านั้น” วลีนี้จึงเน้นว่าส่วนนั้นไม่ใช่ทั้งหมด ในที่นี้ แนวคิดดังกล่าวไม่ได้อธิบายองค์ประกอบทั้งหมดของจักรวาล แต่แสดงว่าขอบเขตที่อธิบายได้นั้นจำกัดมาก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ just a small part of สื่อความหมายใด
- เพียงส่วนที่จำกัด ไม่ใช่ทั้งหมด
- ส่วนที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานนี้
- ส่วนที่สำคัญที่สุดของทั้งหมด
ดูคำตอบ
เพียงส่วนที่จำกัด ไม่ใช่ทั้งหมด
What appears to be ... is in fact ...: การแก้ไขความประทับใจจากสิ่งที่เห็น
What appears to be the ordinary stuff of the universe เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและเป็นประธานของประโยค ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งที่...” ดังนั้นช่วงต้นจึงไม่ใช่คำถาม โครงสร้าง What appears to be X is in fact Y ใช้เปรียบต่างความประทับใจแรกกับสถานการณ์จริงหรือสถานการณ์ที่น่าประหลาดใจ ใช้เพื่อแก้ไขข้อสันนิษฐานหรือเสนอข้อเท็จจริงที่ขัดกับความเข้าใจทั่วไปได้
แบบฝึกหัด
เติมข้อความเปรียบต่างด้วยโครงสร้าง appears to be ... is in fact: What ____ a minor delay ____ a serious safety problem.
ดูคำตอบ
appears to be · is in fact
actually make up only about 5% of what we know to be there. กริยาวลี
1:45แท้จริงแล้วคิดเป็นเพียงประมาณ 5% ของสิ่งที่เรารู้ว่ามีอยู่
actually make up only about 5%: การบอกสัดส่วนที่มีขนาดเล็ก
ในที่นี้ make up หมายถึง “ประกอบเป็น” หรือ “คิดเป็นสัดส่วน” กล่าวคือ อะตอมและสิ่งที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด โครงสร้างที่พบบ่อยคือ A make(s) up X% of B Actually บอกว่าข้อมูลต่อไปนี้ใช้แก้ไขสิ่งที่คาดไว้ Only เน้นว่าสัดส่วนนี้มีขนาดเล็ก ส่วน about บอกว่า 5% เป็นค่าโดยประมาณ ดังนั้น actually make up only about 5% จึงหมายถึง “จริง ๆ แล้วคิดเป็นประมาณ 5% ซึ่งเป็นสัดส่วนเล็กน้อย”
แบบฝึกหัด
ใช้ make up ร่วมกับ actually, only และ about เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Late applications ____ 5% of the total.
ดูคำตอบ
actually make up only about
know A as B: ชื่อหรือประเภทที่เป็นที่ยอมรับ
ในโครงสร้าง know A as B นั้น A คือสิ่งที่ถูกระบุ และ B คือชื่อหรือประเภทที่เป็นที่ยอมรับของสิ่งนั้น ในที่นี้ A คือ the rest of the universe และ B คือ the dark universe ส่วน Physicists บอกว่ากำลังอธิบายคำศัพท์ที่ชุมชนนักฟิสิกส์ใช้ วลีแทรก 95% of it เพียงเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับ A โครงสร้างนี้บอกว่าคนกลุ่มหนึ่งรู้จักสิ่งหนึ่งด้วยชื่อหรือประเภทใด มักใช้ในคำอธิบายแบบเป็นทางการเพื่อแนะนำคำศัพท์ โดย as เชื่อม A กับป้ายชื่อ B ไม่ได้แสดงการเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างการตั้งชื่อแบบเป็นทางการ know A as B: Scientists ____ this reaction ____ oxidation.
ดูคำตอบ
know · as
dark matter และ dark energy: ความหมายทางวิทยาศาสตร์ของ dark
Dark matter และ dark energy เป็นศัพท์ที่ใช้กันเป็นมาตรฐานในจักรวาลวิทยา Dark matter คือสสารที่นักวิทยาศาสตร์อนุมานว่ามีอยู่โดยอาศัยผลของแรงโน้มถ่วงเป็นหลัก ส่วน dark energy เป็นชื่อขององค์ประกอบที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งใช้เพื่ออธิบายการขยายตัวแบบเร่งของเอกภพ ในศัพท์ทั้งสองคำ dark บอกว่าองค์ประกอบนั้นไม่ได้ถูกสังเกตโดยตรงด้วยแสง และเรารู้จักมันเป็นหลักผ่านผลที่เกิดขึ้น คำนี้ไม่ได้หมายถึงสีดำหรือสิ่งที่ชั่วร้าย เศร้า หรือน่ากลัว
แบบฝึกหัด
ใน dark matter และ dark energy คำว่า dark สื่อถึงอะไรเป็นหลัก
- เรารู้จักองค์ประกอบเหล่านี้เป็นหลักจากผลทางอ้อม ไม่ใช่จากการสังเกตโดยตรงด้วยแสง
- องค์ประกอบเหล่านี้มีสีดำ
- องค์ประกอบเหล่านี้ชั่วร้ายหรือน่ากลัว
ดูคำตอบ
เรารู้จักองค์ประกอบเหล่านี้เป็นหลักจากผลทางอ้อม ไม่ใช่จากการสังเกตโดยตรงด้วยแสง
How do we know this?:สะพานจากข้อสรุปไปสู่หลักฐาน
ในการอธิบาย How do we know this? มักเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ยอมรับว่าตนไม่รู้คำตอบหรือขอให้ผู้ฟังแก้ปัญหา ในที่นี้ this ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อสรุปที่เพิ่งกล่าวไป คำถามนี้แสดงการเปลี่ยนจากข้อสรุปไปสู่สิ่งที่ใช้สนับสนุน และบอกผู้ฟังว่าหลักฐาน ข้อสังเกต การวัดผล หรือการให้เหตุผลกำลังจะตามมา
แบบฝึกหัด
ในการอธิบาย How do we know this? มักส่งสัญญาณถึงอะไร
- ผู้พูดต้องการแทนที่ข้อสรุปก่อนหน้าด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ผู้พูดกำลังจบหัวข้อโดยไม่ให้ข้อมูลสนับสนุน
- กำลังจะมีการนำเสนอหลักฐานที่สนับสนุนข้อสรุปก่อนหน้า
ดูคำตอบ
กำลังจะมีการนำเสนอหลักฐานที่สนับสนุนข้อสรุปก่อนหน้า
we know because we look at things and we see them.
1:58เรารู้เพราะเรามองดูสิ่งต่างๆ และเรามองเห็นพวกมัน
That might seem ..., but it's actually ...:รูปแบบสำหรับแก้ไขความรู้สึกแรก
รูปแบบ That might seem A, but it's actually B เริ่มจากยอมรับความรู้สึกแรกที่อาจเกิดขึ้น แล้วแทนที่ด้วยการประเมินหลักของผู้พูด ในประโยคนี้ rather simplistic คือความรู้สึกแรก ส่วน quite profound คือข้อสรุปที่ผู้พูดต้องการเน้น might ทำให้การประเมินแรกไม่เป็นการยืนยันอย่างแน่นอน และ seem นำเสนอว่าเป็นเพียงสิ่งที่ดูเหมือน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ส่วน but และ actually เป็นสัญญาณของการแก้ไขความรู้สึกนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของรูปแบบ might seem ..., but it's actually ...: The safety check ____ unnecessary, ____ very important.
ดูคำตอบ
might seem · but it's actually
look out into space: out และ into ร่วมกันบอกทิศทางเดียว
ใน look out into space คำว่า out แสดงว่าสายตาหันออกจากตำแหน่งปัจจุบัน ส่วน into space ระบุบริเวณกว้างที่สายตามุ่งไป วลีทั้งหมดจึงหมายถึงการมองออกไปทางอวกาศ out กับ into ไม่ได้ขัดแย้งกัน out บอกทิศทางจากจุดที่ยืนมอง ส่วน into บอกจุดหมายหรือขอบเขตของสายตา รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับพื้นที่เปิดอื่น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
จากภายในยานอวกาศ Leo หันสายตาออกไปทางดวงดาว ประโยคใดบอกทิศทางนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Leo looked out into space.
- Leo looked into the spacecraft.
- Leo looked out for space.
ดูคำตอบ
Leo looked out into space.
with beautiful spiral shapes spinning gracefully through space.
2:13มีรูปทรงก้นหอยที่สวยงามหมุนวนอย่างสง่างามในอวกาศ
and weighed the amount of matter they contained, การใช้คำ
2:21และชั่งน้ำหนักปริมาณสสารที่พวกมันมีอยู่
weighed the amount of matter: การประเมินมวลในบริบทวิทยาศาสตร์
ในประโยคนี้ weighed หมายถึง “หาค่าหรือประเมินมวลของ” นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถนำกลุ่มกาแล็กซีไปวางบนเครื่องชั่งได้ จึงใช้ข้อมูลการสังเกตและการคำนวณเพื่อหามวลของสสารที่อยู่ภายใน นี่คือการขยายความหมายของคำกริยาทั่วไป weigh มาใช้ในทางวิทยาศาสตร์ เมื่อวัตถุขนาดใหญ่มากหรืออยู่ไกลถูก “weighed” มวลของมันมักได้มาจากการอนุมาน ไม่ใช่การวัดด้วยเครื่องชั่งจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยคดาราศาสตร์นี้ “weighed the amount of matter” หมายความว่าอย่างไร
- นักวิทยาศาสตร์วัดเฉพาะความเร็วในการเคลื่อนที่ของสสาร
- นักวิทยาศาสตร์นำกาแล็กซีไปวางบนเครื่องชั่งทั่วไป
- นักวิทยาศาสตร์ประเมินมวลของสสารจากข้อมูลการสังเกต
ดูคำตอบ
นักวิทยาศาสตร์ประเมินมวลของสสารจากข้อมูลการสังเกต
When ... measured ... and weighed ..., they ...: บอกภูมิหลังก่อนเข้าสู่ประโยคหลัก
ประโยคนี้เริ่มด้วยอนุประโยค When ที่ยาว ภายในอนุประโยค measured และ weighed เป็นกริยารูปอดีตสองคำที่เชื่อมด้วย and และใช้ประธานเดียวกันคือ scientists กล่าวคือ นักวิทยาศาสตร์ทั้งวัดการเคลื่อนที่และคำนวณปริมาณสสาร อนุประโยคนี้ให้ข้อมูลด้านเวลาและภูมิหลังของการวิจัย หลังเครื่องหมายจุลภาค they were in for a surprise คือประโยคหลักและเป็นความคืบหน้าสำคัญของประโยค หมายความว่านักวิทยาศาสตร์กำลังจะพบสิ่งที่ไม่คาดคิด เมื่ออ่านประโยคยาวรูปแบบนี้ ให้ใช้ When หาเนื้อหาภูมิหลัง ติดตามกริยาที่เชื่อมด้วย and ภายในอนุประโยค แล้วรอประโยคหลักเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค When ที่มีการกระทำเบื้องหลังสองอย่างเชื่อมกัน แล้วตามด้วยการค้นพบในประโยคหลัก
- Because the team tested the device and checked the data, they discovered a problem.
- When the team tested the device and checked the data, they discovered a problem.
- When the team tested the device, they discovered a problem and checked the data.
ดูคำตอบ
When the team tested the device and checked the data, they discovered a problem.
were in for a surprise: กำลังจะพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด
be in for + คำนาม หมายถึง “กำลังจะพบเจอหรือเผชิญกับบางสิ่ง” ดังนั้น were in for a surprise จึงเป็นการบอกล่วงหน้าว่านักวิทยาศาสตร์กำลังจะค้นพบผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด in for ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่ วลีนี้มักมองไปยังเหตุการณ์ถัดไปจากจุดหนึ่งในเรื่อง ทำให้ผู้ฟังคาดหวังว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “กำลังจะพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด”: They were ____ a surprise.
ดูคำตอบ
in for
They found that there's not enough visible stuff in those groups to hold them together. โน้ต
2:24พวกเขาพบว่าในกลุ่มเหล่านั้นมีสสารที่มองเห็นได้ไม่เพียงพอที่จะยึดเหนี่ยวพวกมันเข้าด้วยกัน
there's not enough ... to ...: ปริมาณไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์
โครงสร้าง There's not enough + คำนาม + to + คำกริยา หมายถึงปริมาณของสิ่งหนึ่งไม่เพียงพอที่จะทำการกระทำหรือทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตามมา ในที่นี้ visible stuff เป็นวลีคำนาม ส่วน to hold them together บอกผลลัพธ์ที่ต้องใช้สสารมากกว่านี้ ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสสารที่มองเห็นได้เลย สสารนั้นมีอยู่ แต่มีน้อยเกินกว่าจะสร้างแรงโน้มถ่วงที่จำเป็นต่อการยึดกลุ่มเหล่านั้นไว้ด้วยกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในโครงสร้าง not enough ... to ให้สมบูรณ์: There is not ____ fuel to reach the next town.
ดูคำตอบ
enough
to hold them together: ทำให้ยังรวมอยู่ด้วยกันและไม่แยกออกจากกัน
To hold them together หมายถึงทำให้พวกมันยังรวมเป็นหนึ่งเดียวและไม่แยกออกจากกัน ในโครงสร้าง hold + กรรม + together คำว่า hold หมายถึงทำให้คงอยู่ในสภาพหนึ่ง ส่วน together บอกสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ ไม่ได้บอกเพียงสถานที่ที่การกระทำเกิดขึ้น ในที่นี้ them หมายถึงองค์ประกอบของกลุ่มเหล่านั้น และแรงโน้มถ่วงคือแรงที่จะยึดพวกมันไว้ด้วยกัน โครงสร้างนี้ยังใช้บอกสิ่งที่ทำให้วัตถุไม่แตกออกจากกัน หรือทำให้กลุ่มยังสามัคคีกันได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ hold ... together โดยใช้ the team เป็นกรรมและให้ความหมายว่า “ทำให้ทีมยังสามัคคีกัน”: Trust can ____ during a crisis.
ดูคำตอบ
hold the team together
Later measurements of individual galaxies confirmed this puzzling result. วลี
2:28การวัดกาแล็กซีแต่ละแห่งในเวลาต่อมาได้ยืนยันผลลัพธ์ที่น่าฉงนนี้
confirmed this puzzling result: ยืนยันผลลัพธ์ที่น่าฉงนนี้
confirmed this puzzling result หมายความว่า การวัดในภายหลังให้หลักฐานอีกชุดที่สนับสนุนข้อค้นพบก่อนหน้า ในที่นี้ confirm มีความหมายมากกว่าการรายงานหรือการสังเกตเห็น เพราะหลักฐานใหม่ทำให้ผลเดิมน่าเชื่อถือขึ้น this ย้อนถึงข้อค้นพบก่อนหน้าที่ว่า สสารที่มองเห็นได้ดูเหมือนจะมีไม่พอที่จะยึดกาแล็กซีไว้ด้วยกัน puzzling บอกว่าข้อค้นพบนั้นยังต้องการคำอธิบาย การยืนยันผลไม่ได้หมายความว่าปริศนาได้รับการแก้แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าหลักฐานที่ได้ในภายหลังสนับสนุนข้อค้นพบก่อนหน้า
- A follow-up study explained the original result.
- A follow-up study questioned the original result.
- A follow-up study confirmed the original result.
ดูคำตอบ
A follow-up study confirmed the original result.
There's simply not enough visible stuff in galaxies to provide enough gravity to hold them together. วลี
2:32พูดง่ายๆ ก็คือมีสสารที่มองเห็นได้ไม่เพียงพอในกาแล็กซีที่จะสร้างแรงโน้มถ่วงมากพอเพื่อยึดเหนี่ยวพวกมันไว้
provide enough gravity: สร้างแรงโน้มถ่วงให้เพียงพอ
ใน provide enough gravity คำว่า provide หมายถึงการให้หรือสร้างสิ่งที่จำเป็น ในที่นี้ gravity เป็นแรงหรือเงื่อนไข ไม่ใช่สิ่งของที่ยื่นให้ใคร สสารที่มองเห็นได้จะต้องสร้างแรงดึงดูดจากแรงโน้มถ่วงให้เพียงพอ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ provide enough + คำนาม + to + คำกริยา ซึ่งหมายถึงการให้บางสิ่งในปริมาณที่เพียงพอต่อจุดประสงค์หนึ่ง ในประโยคนี้มีสสารที่มองเห็นได้ไม่พอที่จะสร้างแรงโน้มถ่วงที่จำเป็นสำหรับยึดกาแล็กซีไว้ด้วยกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยเรียง provide, enough และ power ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: This battery can ____ to run the clock.
ดูคำตอบ
provide enough power
From what we can see: จำกัดข้อสรุปให้อยู่ในขอบเขตของหลักฐานที่มองเห็นได้
From what we can see ใช้บอกหลักฐานที่เป็นพื้นฐานของข้อสรุปที่ตามมา ในที่นี้ from หมายถึง “อิงจาก” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกจากสถานที่หนึ่ง วลีนี้ยังจำกัดขอบเขตของข้อสรุปด้วย ผู้พูดใช้เหตุผลจากข้อมูลที่มองเห็นเท่านั้น ไม่ได้อ้างว่ารู้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ข้อสรุปจึงมีความระมัดระวังและเปลี่ยนได้หากมีหลักฐานใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปิดห้าคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “อิงจากหลักฐานที่มองเห็นได้”: ____, the package appears unopened.
ดูคำตอบ
From what we can see
they ought to fly apart: ผลที่คาดไว้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่สังเกตเห็นแล้ว
ใน they ought to fly apart โครงสร้าง ought to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าการแยกออกจากกันเป็นผลที่คาดไว้ตามหลักฐานหรือทฤษฎีที่มีอยู่ ไม่ได้บอกว่าการแยกนั้นเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ ข้อความที่ตามมาว่าพวกมันไม่ได้แยกออกจากกันแสดงให้เห็นว่าการเลือกใช้คำนี้สำคัญอย่างไร ought to ทำหน้าที่ระบุการคาดการณ์ และเปิดโอกาสให้ผลการสังเกตไม่ตรงกับการคาดการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
เติมการคาดการณ์ด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: According to the model, the two objects ____ move apart.
ดูคำตอบ
ought to
fly apart: แยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว
fly apart หมายถึงหลายส่วนหรือหลายสิ่งแยกออกจากกันอย่างรวดเร็วไปคนละทิศทาง apart บอกผลว่า “ไม่อยู่รวมกันแล้ว” ส่วน fly เพิ่มความรู้สึกว่าเคลื่อนที่เร็ว รุนแรง หรือควบคุมไม่ได้ ในประโยคนี้ they หมายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เดิมรวมกันเป็นกลุ่ม ดังนั้น they ought to fly apart จึงหมายความว่า จากข้อมูลที่มี กลุ่มนั้นน่าจะกระจายออกจากกัน วลีนี้ยังใช้เชิงเปรียบเทียบเมื่อกลุ่มหรือระบบสูญเสียความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างรวดเร็วได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ fly apart: When the model hit the floor, its pieces ____.
ดูคำตอบ
flew apart
So there must be stuff there that we can't see. ไวยากรณ์
2:40ดังนั้นจึงต้องมีสสารบางอย่างที่นั่นซึ่งเรามองไม่เห็น
So there must be ...: การอนุมานอย่างมั่นใจจากหลักฐาน
So เชื่อมประโยคนี้กับหลักฐานที่กล่าวมาก่อนหน้า จากนั้น there must be ใช้เปิดสิ่งที่ผู้พูดอนุมานอย่างมั่นใจว่ามีอยู่ หมายถึงหลักฐานชี้ว่าต้องมีบางสิ่งอยู่ตรงนั้น must ในที่นี้แสดงความจำเป็นตามเหตุผลหรือความมั่นใจสูง ไม่ได้แสดงกฎหรือคำสั่ง โครงสร้าง so + there must be + นามวลี ใช้ได้เมื่อผลที่สังเกตเห็นทำให้ต้องอนุมานถึงสาเหตุที่มองไม่เห็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่ใช้อนุมานอย่างมั่นใจว่ามีบางสิ่งอยู่: The lights just turned on, so ____ someone inside.
ดูคำตอบ
there must be
We call that stuff dark matter: call + กรรม + ชื่อ
ใน We call that stuff dark matter คำว่า call ใช้โครงสร้าง call + กรรม + ชื่อ โดย that stuff เป็นกรรม และ dark matter เป็นชื่อที่ตั้งให้สิ่งนั้น โครงสร้างนี้ไม่ใช้ as ในที่นี้ that stuff ย้อนถึงสสารที่มองไม่เห็นซึ่งเพิ่งอธิบายไป ประโยคจึงเปลี่ยนจากการบรรยายแนวคิดมาเป็นการบอกชื่อทางวิทยาศาสตร์ และรูปแบบนี้ยังใช้กับการให้นิยามหรือการจัดประเภทได้
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาที่ใช้โครงสร้าง call + กรรม + ชื่อ ให้สมบูรณ์: We ____ a young dog a puppy.
ดูคำตอบ
call
the cosmic microwave background: แสงเรืองหลงเหลือจากบิกแบง
the cosmic microwave background คือรังสีไมโครเวฟจาง ๆ ที่หลงเหลือจากเอกภพยุคแรก รังสีนี้เริ่มเดินทางผ่านอวกาศได้อย่างอิสระหลังจากเอกภพที่ยังอายุน้อยและร้อนจัดเย็นลงมากพอให้แสงผ่านได้ the afterglow of the Big Bang เป็นคำอธิบายศัพท์นี้ใหม่ด้วยถ้อยคำที่ง่ายขึ้น ในที่นี้ background หมายถึงรังสีที่แผ่กระจายทั่วท้องฟ้า ไม่ใช่ภาพพื้นหลังบนหน้าจอหรือข้อมูลภูมิหลังทั่วไป เมื่อวัดรูปแบบเล็ก ๆ ในรังสีนี้ นักวิทยาศาสตร์สามารถอนุมานได้ว่าเอกภพมีอะไรอยู่บ้าง รวมถึงสสารมืด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the cosmic microwave background หมายถึงอะไร
- รังสีไมโครเวฟจาง ๆ ที่หลงเหลือจากเอกภพยุคแรก
- สสารสีมืดที่ซ่อนอยู่ภายในทางช้างเผือก
- ภาพพื้นหลังที่แสดงบนหน้าจอกล้องโทรทรรศน์
ดูคำตอบ
รังสีไมโครเวฟจาง ๆ ที่หลงเหลือจากเอกภพยุคแรก
the afterglow of the Big Bang: ร่องรอยจักรวาลที่ยังคงอยู่
ในประโยคนี้ the afterglow of the Big Bang ใช้ภาพที่เรียบง่ายและเห็นได้ชัดเพื่ออธิบาย cosmic microwave background คำว่า afterglow หมายถึงแสงหรือความเรืองที่ยังเหลืออยู่หลังแหล่งกำเนิดแสงจ้าหรือเหตุการณ์ที่สว่างจ้า วลีนี้จึงพรรณนารังสีดังกล่าวว่าเป็นร่องรอยจาง ๆ ที่จักรวาลยุคแรกทิ้งไว้ ภาพนี้เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าการระเบิดธรรมดายังคงลุกไหม้และมองเห็นได้ในปัจจุบัน แต่ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุการณ์เมื่อนานมาแล้วสามารถทิ้งสัญญาณที่เรายังวัดได้ในวันนี้
แบบฝึกหัด
วลี the afterglow of the Big Bang หมายถึงอะไรในประโยคนี้
- แสงที่มีอยู่ก่อนบิกแบง
- สัญญาณที่ยังหลงเหลือจากจักรวาลยุคแรก
- ไฟธรรมดาที่มองเห็นได้และยังคงลุกไหม้
ดูคำตอบ
สัญญาณที่ยังหลงเหลือจากจักรวาลยุคแรก
But that's another story: พักประเด็นย่อยไว้ก่อน
That's another story เป็นสำนวนที่ใช้พักหัวข้อที่เกี่ยวข้องไว้ก่อน แทนที่จะอธิบายในตอนนั้น คำว่า story ในที่นี้หมายถึงอีกประเด็นหรืออีกเรื่องสำหรับการอภิปราย ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเล่าที่มีโครงเรื่อง But เชื่อมความคิดเห็นนี้กับสิ่งที่พูดก่อนหน้า พร้อมส่งสัญญาณว่าจะกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก ทั้งประโยคจึงหมายความว่าหัวข้อนั้นเกี่ยวข้องกัน แต่ถ้าพูดถึงตอนนี้ ผู้พูดจะออกนอกประเด็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่ใช้พักประเด็นย่อยไว้ก่อน: I can explain why the alarm went off, but ____. Let's finish the safety check first.
ดูคำตอบ
that's another story
All of the evidence we have says that dark matter is there
2:52หลักฐานทั้งหมดที่เรามีบอกว่าสสารมืดนั้นมีอยู่จริง
and it accounts for much of the stuff in those beautiful spiral galaxies that fill the heavens. โน้ต
2:55และมันเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของสสารในกาแล็กซีก้นหอยที่สวยงามซึ่งเติมเต็มท้องฟ้าเหล่านั้น
it accounts for: การบอกสัดส่วนของทั้งหมด
ในที่นี้ it หมายถึง dark matter ส่วน accounts for much of the stuff หมายถึง “เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของสสาร” เพราะคำที่ตามมาคือ much of the stuff ซึ่งบอกปริมาณ วลีนี้จึงกล่าวถึงสัดส่วนของสสารมืดเมื่อเทียบกับทั้งหมด Account for อาจหมายถึง “อธิบายสาเหตุของ” ได้ด้วย แต่คำที่ตามหลังจะช่วยกำหนดความหมาย หากตามด้วยปริมาณ เปอร์เซ็นต์ หรือส่วนหนึ่งของทั้งหมด จะหมายถึง “คิดเป็นสัดส่วน” แบบที่ใช้ในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมรายงานให้สมบูรณ์ด้วยวลีสองคำที่มาจาก account และหมายถึง “คิดเป็นสัดส่วน”: Renewable energy ____ 30 percent of the town's electricity.
ดูคำตอบ
accounts for
fill the heavens: วิธีพูดเชิงกวีว่า “แผ่เต็มท้องฟ้า”
ในที่นี้ fill หมายถึง “แผ่กระจายและดูเหมือนกินพื้นที่ทั่วทั้งภาพที่มองเห็น” ไม่ใช่การเติมภาชนะให้เต็มจริง ๆ ประธานคือ the beautiful spiral galaxies ซึ่งถูกบรรยายราวกับว่าแผ่ไปทั่วท้องฟ้าหรือจักรวาลอันกว้างใหญ่ The heavens เป็นคำเรียกท้องฟ้าหรืออวกาศเบื้องบนที่มีระดับภาษาแบบสูงและเป็นเชิงกวี ในคำบรรยายวิทยาศาสตร์นี้ไม่ได้หมายถึงโลกหลังความตายตามความเชื่อทางศาสนา การเลือกคำนี้ทำให้น้ำเสียงยิ่งใหญ่และชวนให้รู้สึกอัศจรรย์ใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ fill the heavens อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายที่มีระดับภาษาแบบสูงเหมือนกัน
- During the storm, flashes of lightning seemed to fill the heavens.
- Please put the heavens in the desk drawer.
- I filled the heavens with two cups of juice.
ดูคำตอบ
During the storm, flashes of lightning seemed to fill the heavens.
So where does that leave us?:การเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงไปสู่ความหมาย
ในคำถามนี้ that ใช้รวบยอดถึงการค้นพบที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน leave us หมายถึง “ทำให้เราอยู่ในสถานการณ์หนึ่ง” ผู้พูดไม่ได้ถามว่าใครอยู่ที่ไหนจริง ๆ So ที่ต้นประโยคทำหน้าที่เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วงของเนื้อหา ผู้พูดนำเสนอข้อมูลจบแล้ว และกำลังถามต่อถึงผลที่ตามมา ความหมาย หรือขั้นตอนถัดไป วิธีนี้ช่วยพาคำพูดจากข้อเท็จจริงไปสู่การตีความ
แบบฝึกหัด
ในงานนำเสนอ So where does that leave us? มีหน้าที่หลักในบทพูดอย่างไร
- ถามตำแหน่งที่อยู่จริงของทุกคน
- สรุปข้อมูลก่อนหน้าแล้วถามว่าตอนนี้ข้อมูลนั้นมีความหมายอย่างไร
- บอกให้ผู้ฟังออกไป
ดูคำตอบ
สรุปข้อมูลก่อนหน้าแล้วถามว่าตอนนี้ข้อมูลนั้นมีความหมายอย่างไร
We've long known that the heavens do not revolve around us โน้ต
3:02เรารู้มานานแล้วว่าท้องฟ้าไม่ได้หมุนรอบตัวเรา
We've long known: long ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระยะเวลา
We've long known เป็นรูปย่อของ we have long known หมายความว่าเรามีความรู้นี้มานานและความรู้นี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของความเข้าใจในปัจจุบัน ในที่นี้ long เป็นคำวิเศษณ์ที่หมายถึง “เป็นเวลานาน” โดยอยู่ระหว่าง have กับคำกริยาช่องสาม known และไม่ได้บอกความยาวทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อที่ตรงกับความหมายว่า “เรารู้เรื่องนี้มานานแล้ว”: ____ that good sleep supports memory.
ดูคำตอบ
We've long known
the heavens do not revolve around us: การปฏิเสธมุมมองจักรวาลที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง
ในประโยคนี้ the heavens หมายถึงเทหวัตถุหรือจักรวาลที่มองเห็นอยู่เหนือศีรษะ ไม่ใช่โลกหลังความตายในความหมายทางศาสนา การบอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ revolve around us เป็นการปฏิเสธภาพจักรวาลแบบโลกเป็นศูนย์กลางในอดีต ซึ่งถือว่าโลกเป็นศูนย์กลางของการเคลื่อนที่ในจักรวาล ถ้อยคำนี้ยังสื่อแนวคิดที่กว้างขึ้นว่า จักรวาลไม่ได้จัดวางโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และปูทางไปสู่ข้อเสนอว่าโลก ดวงอาทิตย์ และแม้แต่ดาราจักรของเราไม่ได้มีสถานะศูนย์กลางที่พิเศษเพียงหนึ่งเดียว
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ อนุประโยคที่เน้นไว้สื่อแนวคิดที่กว้างขึ้นข้อใด
- ดาวทุกดวงโคจรอยู่ใกล้โลก
- เทหวัตถุหยุดเคลื่อนที่ในอวกาศแล้ว
- โลกและมนุษย์ไม่ได้ครองตำแหน่งศูนย์กลางอันพิเศษของจักรวาล
ดูคำตอบ
โลกและมนุษย์ไม่ได้ครองตำแหน่งศูนย์กลางอันพิเศษของจักรวาล
orbiting a fairly ordinary star in the spiral arm of a fairly ordinary galaxy.
3:07ซึ่งโคจรรอบดาวฤกษ์ที่ค่อนข้างธรรมดาในแขนก้นหอยของกาแล็กซีที่ค่อนข้างธรรมดา
fairly ordinary ... fairly ordinary ... fairly ordinary: การใช้คำซ้ำเพื่อลดสถานะความพิเศษ
ผู้พูดใช้ fairly ordinary ซ้ำสามครั้งหน้า planet, star และ galaxy ทำให้ทั้งสามสิ่งมีสถานะเดียวกันว่าไม่ได้พิเศษโดดเด่น รูปแบบนี้ขยายระดับออกไปจากดาวเคราะห์สู่ดาวฤกษ์ แล้วไปถึงดาราจักร จังหวะแบบขนานนี้จัดหลักฐานเป็นขั้น ๆ และทำให้ข้อโต้แย้งว่า ตำแหน่งของเราในจักรวาลไม่ได้พิเศษ แข็งแรงขึ้น
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: "It was a fairly ordinary house on a fairly ordinary street in a fairly ordinary town." การใช้คำซ้ำมีหน้าที่หลักอย่างไร
- แสดงว่า ordinary เปลี่ยนความหมายทุกครั้งที่ปรากฏ
- นำแนวคิดว่าไม่พิเศษไปใช้กับสามระดับที่ค่อย ๆ ขยายกว้างขึ้น
- บอกว่าบ้าน ถนน และเมืองล้วนสร้างมาอย่างแย่
ดูคำตอบ
นำแนวคิดว่าไม่พิเศษไปใช้กับสามระดับที่ค่อย ๆ ขยายกว้างขึ้น
The discovery of dark matter took us one step further away from the center of things. สำนวน
3:12การค้นพบสสารมืดทำให้เราถอยห่างจากจุดศูนย์กลางของสิ่งต่างๆ ไปอีกก้าวหนึ่ง
took us one step further away from the center of things ในฐานะคำเปรียบเทียบ
ในประโยคนี้ took us one step further away เปรียบการเปลี่ยนแปลงด้านความเข้าใจเป็นการเคลื่อนที่ในจินตนาการ การค้นพบนี้ไม่ได้ทำให้ใครเคลื่อนที่จริง แต่ทำให้มนุษย์และสสารธรรมดาที่ประกอบเป็นตัวเราดูยิ่งไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล the center of things หมายถึงตำแหน่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่สถานที่จริง โดยทั่วไป การทำให้ใครเข้าใกล้หรือห่างจากแนวคิดหนึ่งสามารถใช้บรรยายว่าหลักฐานเปลี่ยนความเชื่อของคนนั้นอย่างไรได้
แบบฝึกหัด
ข้อความที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไรในที่นี้
- มันแสดงว่าสสารมืดอยู่ตรงศูนย์กลางของจักรวาลพอดี
- มันทำให้เรามองว่ามนุษย์ยิ่งไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล
- มันทำให้ผู้คนเคลื่อนที่จริงไปไกลจากสถานที่แห่งหนึ่ง
ดูคำตอบ
มันทำให้เรามองว่ามนุษย์ยิ่งไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล
a small fraction: ส่วนเล็ก ๆ ของทั้งหมด
a small fraction หมายถึงส่วนหรือสัดส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งทั้งหมด fraction ในที่นี้หมายถึงส่วนแบ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นเศษส่วนทางคณิตศาสตร์ที่เขียนเป็นตัวเลขอย่าง 1/2 เสมอไป ในโครงสร้าง a fraction of + สิ่งทั้งหมด คำว่า of ใช้นำหน้าสิ่งทั้งหมดที่เรากำลังวัดสัดส่วน ในประโยคนี้ สสารที่ประกอบเป็นมนุษย์คิดเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของทุกสิ่งที่ประกอบเป็นจักรวาล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ส่วนเล็ก ๆ ของทั้งหมด”: Only ____ of the applicants were invited to the final interview.
ดูคำตอบ
a small fraction
But there was more to come: การเกริ่นถึงเหตุการณ์ที่จะตามมา
ในประโยคนี้ there was more to come หมายความว่าเหตุการณ์หรือการค้นพบที่เล่ามาจนถึงจุดนั้นยังไม่ใช่ตอนจบ และหลังจากนั้นยังมีพัฒนาการอื่น ๆ ซึ่งมักมีความสำคัญเกิดขึ้นอีก to come เป็นการมองไปยังช่วงต่อไปจากจุดหนึ่งในอดีตของเรื่อง But เชื่อมกับข้อมูลก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่าสิ่งที่จะตามมาจะขยายหรือเปลี่ยนภาพความเข้าใจของผู้ฟัง ทั้งประโยคทำหน้าที่เป็นช่วงเปลี่ยนที่สร้างความลุ้นและนำความสนใจไปสู่พัฒนาการถัดไป
แบบฝึกหัด
ในเรื่องเล่า But there was more to come ส่งสัญญาณถึงอะไร
- จะมีพัฒนาการอื่น ๆ ตามมา
- เรื่องจบแล้วและจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
- มีคนกำลังเคลื่อนที่เข้าหาผู้พูดจริง ๆ
ดูคำตอบ
จะมีพัฒนาการอื่น ๆ ตามมา
Early this century ในฐานะสำนวนบอกเวลาแบบสัมพัทธ์
Early this century หมายถึงช่วงต้นของศตวรรษที่ครอบคลุมเวลาที่พูดหรือเขียน เป็นสำนวนบอกเวลาแบบสัมพัทธ์ ดังนั้นในแหล่งข้อมูลร่วมสมัยมักหมายถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 21 แต่ในแหล่งข้อมูลเก่าอาจหมายถึงศตวรรษอื่น Early ระบุเพียงช่วงเวลากว้าง ๆ ไม่ได้กำหนดปีที่แน่นอน จึงต้องดูวันที่ของแหล่งข้อมูลและบริบทรอบข้างเพื่อทำความเข้าใจ
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในบทความที่เขียนขึ้นในปี 1998 early this century โดยทั่วไปจะหมายถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ไม่ใช่ศตวรรษที่ 21
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ถูก
scientists studying the outer reaches of the universe การใช้คำ
3:24นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาบริเวณขอบนอกของจักรวาล
outer reaches of the universe: บริเวณที่ไกลที่สุดของจักรวาล
ใน the outer reaches of the universe คำว่า reaches เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงบริเวณที่อยู่ไกลหรือไกลที่สุด วลีทั้งหมดทำให้มองว่าบางบริเวณอยู่ห่างไกลมาก ใกล้ขีดจำกัดของพื้นที่ที่กำลังกล่าวถึง โดยไม่ได้ยืนยันในทางวิทยาศาสตร์ว่าจักรวาลมีขอบเขตตายตัว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the outer reaches of + สถานที่ ระบบ หรือสาขาขนาดใหญ่ ในที่นี้ reaches หมายถึงบริเวณ ไม่ใช่กริยา reach รูปเอกพจน์บุรุษที่สาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ส่วนที่ห่างไกลที่สุด”: The survey team mapped the ____ of the desert.
ดูคำตอบ
outer reaches
as you'd expect in a universe that began in a hot, dense Big Bang, ลำดับความ
3:30อย่างที่คุณคาดเดาในจักรวาลที่เริ่มต้นจากบิ๊กแบงที่ร้อนและหนาแน่น
as you'd expect: ใช้บอกว่าข้อมูลเป็นไปตามที่คาด
ใน as you'd expect คำว่า as หมายถึง “ในแบบที่” และ you'd ย่อมาจาก you would วลีนี้บอกว่าข้อเท็จจริงที่กล่าวมาก่อนหน้าตรงกับสิ่งที่ผู้ฟังสามารถคาดได้อย่างสมเหตุสมผลจากคำอธิบายที่ตามมา เมื่อใช้เป็นข้อความแทรก วลีนี้จะจัดให้ “ทุกสิ่งกำลังเคลื่อนห่างออกจากกัน” เป็นข้อมูลพื้นหลังที่เป็นไปตามคาด จึงช่วยให้ผู้ฟังสังเกตว่าประเด็นที่น่าประหลาดใจคือคำกล่าวในภายหลัง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ให้ตรงทุกคำ เพื่อบอกว่าผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาด: The park was busy on the sunny afternoon, ____.
ดูคำตอบ
as you'd expect
but that the universe's expansion also seems to be accelerating.
3:34แต่การขยายตัวของจักรวาลดูเหมือนจะเร่งความเร็วขึ้นด้วย
not only is ... but that ... also: การกลับลำดับและการเพิ่มข้อมูล
ประโยคนี้จัดข้อมูลสองข้อภายใต้ confirmed ข้อแรกคือทุกสิ่งกำลังเคลื่อนห่างออกจากกัน และข้อที่สองคือการขยายตัวของจักรวาลดูเหมือนกำลังเร่งขึ้น not only ... but ... ทำให้ข้อที่สองเป็นการค้นพบเพิ่มเติมที่น่าทึ่งกว่า ส่วน as you'd expect บอกว่าข้อแรกเป็นสิ่งที่คาดไว้ เมื่อ not only อยู่ต้นข้อความข้อแรก ภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการจะกลับลำดับประธานกับกริยาช่วย โดย everything is moving เปลี่ยนเป็น is everything moving นี่ยังคงเป็นข้อความบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม การใช้ that ซ้ำหลัง but ช่วยให้เห็นว่า confirmed นำข้อความยาวทั้งสองข้อ
แบบฝึกหัด
เติมรายงานแบบเป็นทางการโดยใช้ข้อเท็จจริงสองข้อและโครงสร้าง not only ... but that .... The plan is affordable. It is also easy to follow. The report confirms that not only ____, but that it ____.
ดูคำตอบ
is the plan affordable · is also easy to follow
What's that about?: ถามว่าอะไรอธิบายสถานการณ์นี้ได้
What's that about? เป็นวิธีถามแบบไม่เป็นทางการว่าเหตุใดสถานการณ์หนึ่งจึงเกิดขึ้น หรือมีอะไรอธิบายสถานการณ์นั้นได้ ในที่นี้ that ย้อนกลับไปถึงข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจซึ่งเพิ่งกล่าวถึง ส่วน about หมายถึง “มีอะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” หรือ “อะไรทำให้เกิดเรื่องนี้” ไม่ใช่ “เกี่ยวกับหัวข้ออะไร” คำถามสั้น ๆ นี้พูดแทนความสงสัยที่ผู้ฟังน่าจะมี และเปิดทางไปสู่คำอธิบาย
แบบฝึกหัด
เครื่องพิมพ์เครื่องหนึ่งจู่ ๆ ก็เริ่มพิมพ์แต่หน้ากระดาษเปล่า คำถามใดใช้ถามได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเหตุใดสถานการณ์ที่น่าสงสัยนี้จึงเกิดขึ้น?
- What's that about?
- What is it about?
- What is that?
ดูคำตอบ
What's that about?
Either there's some kind of energy pushing this acceleration, โน้ต
3:39ไม่ว่าจะมีพลังงานบางชนิดที่ผลักดันการเร่งนี้
some kind of energy: ชนิดที่ยังไม่ได้ระบุแน่ชัด
Some kind of หมายถึง “บางชนิด” โดยยังไม่ได้ระบุว่าเป็นชนิดใดแน่นอน ใน some kind of energy คำว่า kind เป็นคำนามที่หมายถึง “ชนิด” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ใจดี” วลีนี้ทำให้คำกล่าวยังไม่ฟันธง ผู้พูดเสนอว่าพลังงานอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้บอกชื่อหรือกำหนดรูปแบบที่แน่นอน สามารถใช้รูปแบบเดียวกันเมื่อสิ่งหนึ่งดูเหมือนจะอยู่ในหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง แต่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าคืออะไร
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “บางชนิดที่ยังไม่ได้ระบุแน่ชัด”: The device is giving off ____ signal, but we do not know what type it is.
ดูคำตอบ
some kind of
just like you provide energy to accelerate a car,
3:42เหมือนกับที่คุณให้พลังงานเพื่อเร่งความเร็วรถยนต์
or gravity does not behave exactly as we think.
3:44หรือแรงโน้มถ่วงอาจไม่ได้ทำงานตามที่เราคิดไว้เป๊ะๆ
Either ... or ...: การจัดวางคำอธิบายทางเลือกสองอย่าง
Either ... or ... ใช้จัดวางคำอธิบายทางเลือกสองอย่าง ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย there's some kind of energy คือทางเลือกแรก และ or นำเข้าสู่ทางเลือกที่สองคือ gravity does not behave exactly as we think ส่วน just like ... a car ใช้การเปรียบเทียบเพื่อสนับสนุนทางเลือกแรก ไม่ใช่ทางเลือกที่สาม โครงสร้างนี้ช่วยแบ่งคำถามหนึ่งเรื่องออกเป็นสองความเป็นไปได้เพื่อให้ผู้ฟังเปรียบเทียบได้ง่าย
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคู่ที่ใช้เสนอคำอธิบายทางเลือกสองอย่าง: ____ the sensor is faulty, ____ the software is misreading the data.
ดูคำตอบ
Either · or
the former: ตัวเลือกแรกจากสองตัวเลือก
the former ย้อนกลับไปอ้างถึงตัวเลือกแรกจากสองตัวเลือกที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้หมายถึงคำอธิบายที่ว่า มีพลังงานบางอย่างกำลังทำให้เกิดการเร่ง เมื่อพบ former หรือ latter ให้ย้อนกลับไปหาตัวเลือกสองอย่างและจำลำดับไว้ โดย former หมายถึงตัวเลือกแรก
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า “We could repair the old bridge or build a new one. The council chose the former.” สภาเลือกทำอะไร?
- สร้างสะพานใหม่
- ทำทั้งสองอย่าง
- ซ่อมสะพานเก่า
ดูคำตอบ
ซ่อมสะพานเก่า
that there's some kind of energy driving the acceleration, สำนวน
3:50นั่นคือมีพลังงานบางชนิดที่ขับเคลื่อนการเร่งความเร็วนั้น
driving the acceleration: drive ในความหมายว่าทำให้เกิดหรือผลักดัน
driving ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขับรถ แต่หมายถึงการทำให้กระบวนการหนึ่งเกิดขึ้นหรือผลักดันกระบวนการนั้นอย่างมาก กล่าวคือ พลังงานบางอย่างกำลังทำให้การเร่งเกิดขึ้น การใช้ในความหมายเชิงนามธรรมนี้มักอยู่ในรูป ปัจจัย + drive + การเปลี่ยนแปลงหรือกระบวนการ โดยนำเสนอว่าปัจจัยนั้นเป็นแรงสำคัญเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ drive เพื่อแสดงว่าอะไรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง: Higher fuel costs are ____ demand for electric cars.
ดูคำตอบ
driving
called it dark energy: การตั้งชื่อให้สาเหตุที่ยังไม่ทราบ
วลี called it dark energy ใช้โครงสร้าง call + กรรม + ชื่อ โดย it คือสิ่งที่ถูกตั้งชื่อ และ dark energy คือชื่อที่ตั้งให้สิ่งนั้น ในบริบทนี้ it หมายถึงสาเหตุที่ยังไม่ทราบซึ่งถูกเสนอขึ้นเพื่ออธิบายการขยายตัวแบบเร่งของเอกภพ คำว่า dark ไม่ได้บอกสี แต่สื่อว่ายังไม่ทราบธรรมชาติของพลังงานนี้ และอนุมานการมีอยู่ของมันจากผลที่เกิดขึ้น การตั้งชื่อให้ไม่ได้หมายความว่านักวิทยาศาสตร์เข้าใจมันอย่างสมบูรณ์แล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ dark ใน dark energy บอกอะไรเรา?
- หมายถึงพลังงานที่มีสีดำ
- หมายถึงพลังงานที่ปรากฏเฉพาะตอนกลางคืน
- เป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสิ่งที่ยังไม่ทราบธรรมชาติและรู้จักได้เป็นหลักจากผลที่มันก่อให้เกิด
ดูคำตอบ
เป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสิ่งที่ยังไม่ทราบธรรมชาติและรู้จักได้เป็นหลักจากผลที่มันก่อให้เกิด
Today's best measurements allow us to work out just how much of the universe is dark. กริยาวลี
3:55การวัดที่ดีที่สุดในปัจจุบันช่วยให้เราคำนวณได้ว่าจักรวาลมืดแค่ไหน
allow us to work out: ทำให้เราคำนวณหาได้
Allow us to work out ใช้โครงสร้าง allow + คน + to + คำกริยา การวัดในปัจจุบันทำให้การกระทำนั้นเป็นไปได้ และ us ระบุว่าใครสามารถทำการกระทำนั้นได้ ในที่นี้ work out หมายถึงคำนวณหรือหาคำตอบจากข้อมูล อนุประโยค just how much of the universe is dark ระบุปริมาณที่แน่นอนซึ่งต้องหา ดังนั้น work out จึงไม่ได้หมายถึงออกกำลังกาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย allow us to work out: The clues ____ who took the missing key.
ดูคำตอบ
allow us to work out
It looks as if dark energy makes up about 68% of the universe โน้ต
3:59ดูเหมือนว่าพลังงานมืดจะคิดเป็นประมาณ 68% ของจักรวาล
It looks as if: ข้อสรุปอย่างระมัดระวังโดยอิงหลักฐาน
โครงสร้าง It looks as if + อนุประโยค หมายความว่าหลักฐานที่มีอยู่ชี้ว่าเนื้อหาในอนุประโยคน่าจะเป็นจริง ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวใช้เกริ่นค่าประมาณเกี่ยวกับพลังงานมืด โดยยังเปิดโอกาสว่าอาจมีความไม่แน่นอน ในโครงสร้างนี้ as if ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเรื่องนั้นเป็นสิ่งสมมติหรือไม่จริง เมื่ออยู่หลัง It looks มักใช้บอกสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหรือข้อสรุปจากหลักฐาน แทนการยืนยันอย่างเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
ใน It looks as if the road will be icy คำว่า It looks as if ทำหน้าที่อะไร
- ใช้เสนอแนวคิดที่ตามมาเป็นข้อสรุปอย่างระมัดระวังโดยอิงหลักฐาน
- บอกว่ามีคนแกล้งทำเป็นว่าแนวคิดที่ตามมาเป็นจริง
- สั่งให้ผู้ฟังมองดูบางอย่าง
ดูคำตอบ
ใช้เสนอแนวคิดที่ตามมาเป็นข้อสรุปอย่างระมัดระวังโดยอิงหลักฐาน
makes up about 68%: บอกสัดส่วนโดยประมาณของทั้งหมด
make up + จำนวนหรือเปอร์เซ็นต์ + of + ทั้งหมด หมายถึงประธานเป็นส่วนที่คิดเป็นสัดส่วนดังกล่าวของทั้งหมด ส่วนย่อยเป็นประธาน โดย dark energy คือส่วนย่อย และ the universe คือทั้งหมด about บอกว่า 68% เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ค่าที่แน่นอน เมื่อประธานเป็นเอกพจน์อย่าง dark energy คำว่า make จึงเปลี่ยนเป็น makes
แบบฝึกหัด
ใช้ make up และ about เพื่อบอกสัดส่วนโดยประมาณ: In this survey, online orders ____ 40% of all sales.
ดูคำตอบ
make up about
leaving just 5% for us and everything else we can actually see. ไวยากรณ์
4:05เหลือเพียง 5% สำหรับเราและสิ่งอื่นๆ ที่เราสามารถมองเห็นได้จริงๆ
leaving just 5% for...: แสดงผลลัพธ์ที่เหลืออยู่
ในที่นี้ leaving หมายถึง “ทำให้มีจำนวนหนึ่งเหลืออยู่” ไม่ได้หมายถึง “ออกไป” อนุประโยค -ing นี้บอกผลจากสัดส่วนที่กล่าวไว้ก่อนหน้า หลังจากหมวดอื่นคิดเป็นส่วนใหญ่ของทั้งหมดแล้ว จึงเหลือเพียง 5% สำหรับเราและทุกสิ่งที่มองเห็นได้ อนุประโยคบอกผลนี้ย่อแนวคิดเต็มอย่าง “which leaves just 5%...” ให้กระชับขึ้น คำว่า just เน้นว่าจำนวนนี้น้อยมากและหมายถึง “เพียงเท่านั้น”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ leaving เพื่อบอกสิ่งที่เหลืออยู่จากเหตุการณ์ก่อนหน้า
- The long introduction used most of the class, leaving just ten minutes for questions.
- Leaving the classroom, Maya carried her backpack.
- We are leaving for the museum at nine.
ดูคำตอบ
The long introduction used most of the class, leaving just ten minutes for questions.
but there's one theory called supersymmetry that could explain some of it. วัฒนธรรม
4:11แต่มีทฤษฎีหนึ่งที่เรียกว่าซูเปอร์สมมาตรที่อาจอธิบายได้บางส่วน
called supersymmetry: ระบุชื่อของทฤษฎี
called supersymmetry เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อที่ขยาย one theory มีความหมายเท่ากับ one theory that is called supersymmetry โดย called ใช้บอกชื่อของทฤษฎี สมมาตรยิ่งยวดเป็นแนวคิดที่เสนอขึ้นในฟิสิกส์อนุภาค ในที่นี้ แนวคิดดังกล่าวถูกนำเสนอว่าอาจอธิบายสสารมืดบางส่วนที่กำลังกล่าวถึงได้ ไม่ใช่คำตอบที่ได้รับการยืนยันแล้ว ต่อมาจะใช้รูปย่อ SUSY แทน supersymmetry
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป past participle ของ call เพื่อบอกชื่อชมรม: Our school has a science club ____ Star Lab.
ดูคำตอบ
called
for short: การแนะนำชื่อแบบสั้น
for short วางหลังชื่อที่ย่อให้สั้นลง และหมายถึง “ในฐานะรูปแบบสั้นของชื่อเต็ม” ในโครงสร้าง full name, or short name for short คำว่า or ใช้แนะนำชื่ออีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ วลีนี้บอกว่า SUSY เป็นชื่อแบบสั้นของ Supersymmetry คำว่า short ขยายชื่อ ไม่ได้หมายความว่าทฤษฎีนั้นสั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่บอกว่า Liz เป็นชื่อแบบสั้นของ Elizabeth ให้สมบูรณ์: Her name is Elizabeth, or Liz ____.
ดูคำตอบ
for short
a whole range of: การเน้นความหลากหลายอย่างกว้างขวาง
ในโครงสร้าง a whole range of + คำนาม คำว่า range หมายถึงกลุ่มที่มีหลายชนิดแตกต่างกัน ส่วน whole ช่วยเน้นว่ามีความหลากหลายอย่างกว้างขวาง ในที่นี้ ทฤษฎีนี้ทำนายอนุภาคใหม่หลายชนิด ไม่ใช่อนุภาคเพียงชนิดเดียวหรืออนุภาคชนิดเดิมจำนวนมาก
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เน้นความหลากหลายอย่างกว้างขวางให้สมบูรณ์: The library offers ____ online courses.
ดูคำตอบ
a whole range of
some of which could make up: เชื่อมกลุ่มกับสมาชิกบางส่วน
Some of which หมายถึง “สมาชิกบางส่วนของกลุ่มที่เพิ่งกล่าวถึง” ในที่นี้ which ย้อนกลับไปหา new particles ที่กล่าวไว้ก่อนข้อความช่วงนี้ ไม่ได้หมายถึง dark matter โครงสร้างคือ some of + คำสรรพนามสัมพันธ์ which + อนุประโยค ใช้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบางส่วนของกลุ่มสิ่งของต่อจากอนุประโยคก่อนหน้า แทนที่จะเริ่มประโยคใหม่
แบบฝึกหัด
เติมอนุประโยคสัมพันธ์ด้วยวลีที่หมายถึง “เครื่องมือบางชิ้นในกลุ่มนั้น”: The box contains several tools, ____ are made of steel.
ดูคำตอบ
some of which
If we found..., we could go from...to...: การเปลี่ยนแปลงตามสมมติฐาน
รูปแบบ If + รูปอดีต, ... could + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอเงื่อนไขที่สมมติขึ้นหรือไม่แน่นอน และผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น found ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าการค้นพบเกิดขึ้นแล้วในอดีต แต่ช่วยแสดงว่าเงื่อนไขเป็นเรื่องสมมติ Go from A to B อธิบายการเปลี่ยนแปลงระหว่างสองระดับหรือสองสภาวะ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ระหว่างสถานที่เท่านั้น ในที่นี้ การพบหลักฐานอาจเพิ่มสัดส่วนของเอกภพที่มนุษย์เข้าใจได้จาก 5% เป็นประมาณหนึ่งในสาม วลีที่แทรกว่า the things we can actually see ชี้แจงว่า 5% นั้นหมายถึงอะไร
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปสองคำให้ครบตามรูปแบบการเปลี่ยนแปลงแบบสมมติ: ____ the training plan worked, the team ____ go from running five kilometers to ten.
ดูคำตอบ
If · could
Not bad for a day's work: คำชมแบบไม่กล่าวเกินจริง
ในที่นี้ Not bad เป็นการชมแบบพูดให้น้อยกว่าความรู้สึกจริง โดยเป็นคำชมเชิงบวกแบบสบาย ๆ ใกล้กับความหมายว่า “เป็นผลงานที่ดีมากทีเดียว” มากกว่าการประเมินแบบอ่อน ๆ หรือเป็นกลาง ผู้พูดใช้ทั้งประโยคเพื่อสรุปความสำเร็จครั้งใหญ่ด้วยอารมณ์ขันเล็กน้อย for a day's work สร้างกรอบประเมินแบบไม่เป็นทางการว่าเป็นผลงานจากการทำงานหนึ่งวัน ในบริบทนี้ไม่ได้จำเป็นต้องยืนยันตามตัวอักษรว่าความสำเร็จนั้นใช้เวลาหนึ่งวันพอดี แนวคิดที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ “ทำได้มากขนาดนี้ถือว่าน่าประทับใจ”
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการใช้แบบนี้ Not bad for a day's work ต้องหมายความว่าความสำเร็จนั้นใช้เวลาหนึ่งวันพอดี
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
would probably be harder: การคาดคะเนอย่างระมัดระวัง
ใน would probably be harder to understand คำว่า would นำเสนอความยากว่าเป็นผลที่คาดไว้หรือขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ไม่ได้แสดงเพียงเวลาในอดีต ส่วน probably แสดงว่าผู้พูดคิดว่าผลนั้นมีแนวโน้มเป็นจริง แต่ยังไม่แน่นอน เมื่อใช้ร่วมกัน คำเหล่านี้ทำให้ข้อความระมัดระวังกว่า Dark energy is harder to understand รูปเปรียบเทียบ harder ยังชี้ว่ามีหัวข้อหรือสถานการณ์อื่นเป็นพื้นฐานในการเปรียบเทียบด้วย
แบบฝึกหัด
would probably be harder ในประโยคสื่อความหมายใด
- ผู้พูดให้ความเห็นว่ามีแนวโน้มเป็นจริง แต่ยังไม่แน่นอน
- ผู้พูดบรรยายความยากที่เกิดขึ้นเฉพาะในอดีต
- ผู้พูดระบุข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว
ดูคำตอบ
ผู้พูดให้ความเห็นว่ามีแนวโน้มเป็นจริง แต่ยังไม่แน่นอน
But there are some speculative theories out there that might point the way. โน้ต
4:33แต่ก็มีทฤษฎีเชิงคาดเดาบางทฤษฎีที่อาจชี้ทางให้ได้
out there: มีอยู่หรือหาได้
ใน theories out there คำว่า out there หมายความว่าทฤษฎีเหล่านั้นมีอยู่ในวงกว้างของแนวคิดปัจจุบัน และสามารถค้นพบหรือนำมาพิจารณาได้ ไม่ได้ระบุว่าทฤษฎีเหล่านั้นอยู่กลางแจ้งจริง ๆ วลีนี้ยังไม่เจาะจงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ผู้พูดไม่ได้ระบุทฤษฎีใดเป็นพิเศษ แต่เพียงบอกว่ามีความเป็นไปได้บางอย่างให้พิจารณา
แบบฝึกหัด
ในประโยคตัวอย่าง out there บอกอะไรเกี่ยวกับทฤษฎีเหล่านั้น
- ทฤษฎีเหล่านั้นมีอยู่และสามารถนำมาพิจารณาได้
- ทฤษฎีเหล่านั้นอยู่ข้างนอกอาคารจริง ๆ
- ทฤษฎีเหล่านั้นอยู่ไกลจากโลก
ดูคำตอบ
ทฤษฎีเหล่านั้นมีอยู่และสามารถนำมาพิจารณาได้
might point the way: อาจชี้แนวทาง
คำที่เน้นเป็นส่วนเริ่มต้นของสำนวนเต็ม might point the way โดย point the way เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการให้แนวทางหรือเบาะแสว่าควรทำหรือศึกษาอะไรต่อไป ไม่ใช่การใช้นิ้วชี้ทางจริง ๆ might แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน เมื่อรวมกันแล้ว สำนวนนี้บอกว่าทฤษฎีเหล่านั้นอาจช่วยให้เข้าใกล้คำตอบ แต่ไม่ได้อ้างว่าทฤษฎีได้พิสูจน์หรืออธิบายคำตอบนั้นอย่างสมบูรณ์แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ให้แนวทางที่เป็นไปได้” ลงในประโยค: The pilot study might ____ to a safer design.
ดูคำตอบ
point the way
Among them are theories that go back to that first great idea of the ancient Greeks, กริยาวลี
4:36ในบรรดาทฤษฎีเหล่านั้นมีทฤษฎีที่ย้อนกลับไปสู่แนวคิดที่ยอดเยี่ยมแรกเริ่มของชาวกรีกโบราณ
go back to: สืบย้อนถึงต้นกำเนิดที่เก่ากว่า
ในโครงสร้าง go back to + แหล่งที่มาหรือช่วงเวลา คำว่า go back ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่กลับไปจริง ๆ แต่หมายความว่าสามารถสืบย้อนต้นกำเนิดหรือประวัติของบางสิ่งไปถึงแหล่งหรือช่วงเวลานั้นได้ ในประโยคนี้ ทฤษฎีต่าง ๆ มีรากมาจากแนวคิดยุคแรกของกรีกโบราณ ใช้ความหมายนี้เมื่อทฤษฎี ประเพณี ธรรมเนียม หรือวิธีปฏิบัติเริ่มต้นจากหรือพัฒนามาจากสิ่งที่เก่ากว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี go back to: This custom can ____ ancient times.
ดูคำตอบ
go back to
the idea that... the idea that...: การกล่าวซ้ำเพื่อย้อนเชื่อมและอธิบายประเด็น
การกล่าวซ้ำ the idea that... จัดระเบียบแนวคิดเดียวออกเป็นสองขั้น ส่วนแรก the idea that we began with several minutes ago พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังช่วงก่อนหน้าของการบรรยาย ส่วนที่สอง the idea that the universe must be simple บอกเนื้อหาของแนวคิดนั้นอย่างชัดเจน ทั้งสองวลีเรียกแนวคิดเดียวกันด้วยคำอธิบายใหม่ โครงสร้างนี้เรียกว่า apposition การกล่าวซ้ำจึงเชื่อมตอนจบของคำอธิบายกลับไปยังประเด็นเปิดเรื่อง ไม่ได้เสนอทฤษฎีใหม่
แบบฝึกหัด
วลี the idea that... ที่กล่าวซ้ำในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?
- เสนอแนวคิดสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันเพื่อนำมาเปรียบเทียบ
- แสดงว่าผู้พูดปฏิเสธแนวคิดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
- ย้อนกลับไปยังประเด็นก่อนหน้า แล้วบอกแนวคิดเดียวกันนั้นอย่างชัดเจน
ดูคำตอบ
ย้อนกลับไปยังประเด็นก่อนหน้า แล้วบอกแนวคิดเดียวกันนั้นอย่างชัดเจน
from which ... stems: ความสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่บอกแหล่งกำเนิด
ในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ which อ้างกลับไปที่ a single element ประโยคพื้นฐานคือ all the universe's wonderful diversity stems from that single element ส่วน stem from หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “พัฒนามาจาก” การวาง from ไว้หน้า which เชื่อมความสัมพันธ์เรื่องแหล่งกำเนิดเข้ากับคำนาม element โดยตรง: a single element from which ... stems โครงสร้างที่ย้ายบุพบทมาข้างหน้านี้กระชับและเป็นทางการ คำนามเอกพจน์ diversity เป็นประธานของ stems กริยาจึงลงท้ายด้วย -s
แบบฝึกหัด
เติมวลีแบบเป็นทางการที่แสดงแหล่งกำเนิดให้สมบูรณ์: There is one early tradition ____ many later customs stem.
ดูคำตอบ
from which
a vibrating string ในทฤษฎีสตริง
ในที่นี้ a vibrating string เป็นการเรียกชื่อและอธิบาย a single element ที่อยู่ก่อนหน้าเพิ่มเติม โดยเป็นนามวลีที่วางซ้อนเพื่อขยายความ ในทฤษฎีสตริง string เป็นศัพท์เฉพาะที่หมายถึงวัตถุพื้นฐานขนาดเล็กอย่างยิ่งซึ่งสั่นได้หลายรูปแบบ ไม่ใช่เชือกธรรมดา ภาพนี้ช่วยอธิบายว่ารูปแบบการสั่นที่ต่างกันของวัตถุพื้นฐานชนิดเดียวกันสามารถเชื่อมโยงกับอนุภาคที่ต่างกันได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ a vibrating string หมายถึงอะไร
- หมายถึงวัตถุพื้นฐานที่ทฤษฎีเสนอไว้ ซึ่งสั่นได้หลายรูปแบบ
- หมายความว่าภายในทุกอนุภาคมีสายของเครื่องดนตรีอยู่
- หมายถึงเชือกธรรมดาที่มองเห็นได้ในอวกาศ
ดูคำตอบ
หมายถึงวัตถุพื้นฐานที่ทฤษฎีเสนอไว้ ซึ่งสั่นได้หลายรูปแบบ
are just different harmonics on the string. วัฒนธรรม
4:54เป็นเพียงฮาร์มอนิกที่แตกต่างกันบนเส้นสตริงนั้น
different harmonics on the string: การเปรียบอนุภาคกับรูปแบบการสั่น
ในที่นี้ harmonics ยืมคำมาจากเรื่องคลื่นและดนตรี สตริงเส้นหนึ่งสามารถสั่นได้หลายรูปแบบและทำให้เกิดความถี่ต่างกัน ประโยคนี้ใช้แนวคิดดังกล่าวเพื่ออธิบายว่าอนุภาคที่เรารู้จักอาจเป็นสถานะการสั่นที่ต่างกันของสตริงพื้นฐานชนิดเดียวกัน การเปรียบเทียบนี้เป็นการอธิบายแนวคิด ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร อนุภาคไม่ได้กำลังเล่นดนตรีจริง ๆ ใจความที่นำไปใช้ต่อได้คือ วัตถุพื้นฐานเดียวกันอาจปรากฏเป็นรูปแบบต่างกันเมื่อรูปแบบการสั่นเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
different harmonics on the string สื่อความหมายอะไรในคำอธิบายนี้
- อนุภาคทั้งหมดอยู่อย่างสงบและกลมกลืนกัน
- อนุภาคกำลังสร้างดนตรีที่ได้ยินจริงในอวกาศ
- เปรียบอนุภาคต่าง ๆ กับรูปแบบการสั่นที่ต่างกันของสตริงพื้นฐานชนิดเดียวกัน
ดูคำตอบ
เปรียบอนุภาคต่าง ๆ กับรูปแบบการสั่นที่ต่างกันของสตริงพื้นฐานชนิดเดียวกัน
as yet untestable: ข้อจำกัดในปัจจุบันที่ไม่จำเป็นต้องถาวร
As yet หมายถึง “จนถึงตอนนี้” โดยขยายคำว่า untestable ดังนั้น as yet untestable จึงหมายความว่า ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่ใช้ทดสอบได้จริง วลีนี้นำเสนอข้อจำกัดว่าเป็นสถานะในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งถาวร วลีนี้ไม่ได้รับรองว่าอนาคตจะทดสอบได้ แต่ก็ไม่ยืนยันว่าจะเป็นไปไม่ได้ตลอดไป ในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ นี่เป็นวิธีที่ระมัดระวังในการบอกข้อจำกัดของหลักฐานในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการตามบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ยังไม่สามารถทดสอบได้จนถึงตอนนี้”: The theory is ____.
ดูคำตอบ
as yet untestable
But with so much of the universe waiting to be explored, ไวยากรณ์
4:59แต่ด้วยจักรวาลที่มีสิ่งต่างๆ มากมายรอให้ไปสำรวจ
with so much of the universe waiting to be explored: การบอกข้อมูลพื้นหลัง
โครงสร้างคือ with + กรรม + ส่วนเติมเต็ม ในที่นี้ so much of the universe เป็นกรรม และ waiting to be explored บอกสภาพของสิ่งนั้นว่า จักรวาลส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการสำรวจ เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก วลี with ทั้งหมดจะรวบข้อมูลพื้นหลังไว้ในวลีที่ต้องพึ่งประโยคหลัก วลีนี้ปูเหตุผลหรือสถานการณ์ให้กับข้อสรุปที่ตามมา และไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ด้วยตัวเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง with + object + waiting to be done และคำใบ้ “many applications / review”: ____, the committee worked late.
ดูคำตอบ
With many applications waiting to be reviewed
the stakes are high: ผลที่ตามมาสำคัญมาก
The stakes are high เป็นสำนวนที่หมายความว่าผลลัพธ์มีความสำคัญมาก เพราะอาจมีสิ่งสำคัญที่ได้มา สูญเสีย หรือได้รับผลกระทบ เดิมที stakes หมายถึงสิ่งที่นำไปเสี่ยง แต่ในที่นี้หมายถึงผลลัพธ์สำคัญที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงการพนันจริง ๆ ในบริบทนี้ การที่ยังมีสิ่งอีกมากมายรอให้สำรวจทำให้งานนี้สำคัญเป็นพิเศษ สำนวนนี้เน้นว่าผลที่ตามมาร้ายแรงหรือสำคัญเพียงใด ไม่ได้เน้นโอกาสที่เรื่องไม่ดีจะเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายความว่าผลที่อาจเกิดขึ้นนั้นร้ายแรง: ____ because one mistake could put lives in danger.
ดูคำตอบ
The stakes are high
Does all of this...? It shouldn't. Instead, ในฐานะการหักมุมเชิงวาทศิลป์
Does all of this make you feel small? เป็นการคาดถึงปฏิกิริยาเชิงลบที่ผู้ฟังอาจมี คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดหยิบความรู้สึกนั้นขึ้นมาให้เห็น ไม่ได้ต้องการคำตอบจริง ๆ จากนั้นผู้พูดใช้ It shouldn't เพื่อปฏิเสธปฏิกิริยานั้น และใช้ Instead เพื่อส่งสัญญาณว่าแนวคิดถัดไปจะเปลี่ยนไปเป็นมุมมองที่เป็นบวกกว่า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ เสนอปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้น ปฏิเสธมัน แล้วนำเสนอมุมมองใหม่
แบบฝึกหัด
ชุดประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในเนื้อหา?
- เป็นการบอกข้อเท็จจริงสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันแล้วจบหัวข้อ
- เป็นการยืนยันว่าผู้ฟังควรรู้สึกว่าตนไม่มีความสำคัญ
- เป็นการยกปฏิกิริยาเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นมาปฏิเสธ แล้วนำผู้ฟังไปสู่มุมมองใหม่
ดูคำตอบ
เป็นการยกปฏิกิริยาเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นมาปฏิเสธ แล้วนำผู้ฟังไปสู่มุมมองใหม่
should marvel in the fact that: การชวนให้รู้สึกอัศจรรย์ใจ
ในประโยคนี้ should marvel in the fact that เป็นการชวนให้ผู้ฟังตอบสนองต่อข้อเท็จจริงที่ตามมาด้วยความอัศจรรย์ใจและชื่นชม should ในที่นี้เป็นการแนะนำท่าที ไม่ได้กำหนดเป็นหน้าที่อย่างเคร่งครัด The fact that ตามด้วยอนุประโยคที่บอกว่าข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร Marvel มีความหมายแรงและแสดงการชื่นชมมากกว่าการใช้ be surprised เพียงอย่างเดียว โดยมักสื่อถึงความประหลาดใจที่ผสมกับความชื่นชมหรือความยำเกรง
แบบฝึกหัด
should marvel in the fact that ในประโยคนี้แนะนำให้มีท่าทีแบบใด?
- เพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงที่ตามมาแล้วเปลี่ยนหัวข้อ
- ตอบสนองต่อข้อเท็จจริงที่ตามมาด้วยความอัศจรรย์ใจและชื่นชม
- สงสัยว่าข้อเท็จจริงที่ตามมาเป็นความจริงหรือไม่
ดูคำตอบ
ตอบสนองต่อข้อเท็จจริงที่ตามมาด้วยความอัศจรรย์ใจและชื่นชม
as far as we know: จำกัดข้อความให้อยู่ในขอบเขตความรู้ปัจจุบัน
as far as we know หมายถึง “จากข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้” ใช้จำกัดข้อความที่ตามมาให้อยู่ในขอบเขตความรู้ปัจจุบันของผู้พูด แทนที่จะยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด ตรงนี้ far หมายถึงขอบเขตของความรู้หรือหลักฐาน ไม่ใช่ระยะทางจริง วลีนี้เปิดโอกาสไว้ว่าข้อมูลใหม่อาจทำให้ข้อความนั้นเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “จากข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้”: ____, the spacecraft is still operating.
ดูคำตอบ
As far as we know
you are a member of the only species in the universe
5:09คุณเป็นสมาชิกของสิ่งมีชีวิตเพียงสปีชีส์เดียวในจักรวาล
able even to begin to grasp its wonders. ไวยากรณ์
5:12ที่สามารถแม้กระทั่งเริ่มทำความเข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของมัน
able even to begin to grasp: เน้นก้าวแรกที่ยาก
ใน able even to begin to grasp คำว่า able แสดงถึงความสามารถ ส่วน begin to grasp หมายถึง “เริ่มเข้าใจ” และ grasp ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การใช้มือจับจริง ๆ even เน้นเกณฑ์ขั้นต่ำที่เป็นเพียงการเริ่มต้น ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าเข้าใจอย่างสมบูรณ์ แต่บอกว่าเพียงมีความสามารถมากพอที่จะเริ่มเข้าใจก็น่าทึ่งแล้ว เพราะเรื่องนั้นยากมาก
แบบฝึกหัด
even เน้นอะไรใน able even to begin to grasp?
- ทำให้ grasp เปลี่ยนไปหมายถึงการใช้มือจับสิ่งของ
- แสดงว่าเข้าใจเรื่องนั้นอย่างสมบูรณ์แล้ว
- เน้นว่าเพียงเริ่มเข้าใจก็ยากหรือน่าทึ่งแล้ว
ดูคำตอบ
เน้นว่าเพียงเริ่มเข้าใจก็ยากหรือน่าทึ่งแล้ว
And you're living at the right time to see our understanding explode. โน้ต
5:14และคุณกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะได้เห็นความเข้าใจของเราเปิดกว้างขึ้นอย่างมหาศาล
the right time to see: อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง
ใน the right time to see คำว่า right หมายถึง “เหมาะสม” หรือ “ถูกจังหวะ” ไม่ได้หมายถึงทิศขวา วลีนี้บอกว่ายุคที่คนคนหนึ่งกำลังมีชีวิตอยู่เปิดโอกาสให้เขาได้เห็นความเปลี่ยนแปลง โครงสร้างคือ at the right time + to see + เหตุการณ์ ตรงนี้ see หมายถึง “ได้เห็นหรือเป็นพยาน” จึงเน้นการอยู่ในช่วงที่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการได้เห็นความเปลี่ยนแปลง” ลงในประโยค: We are living at ____ affordable space travel become possible.
ดูคำตอบ
the right time to see
our understanding explode: อุปมาถึงการเติบโตที่รวดเร็วมาก
ใน our understanding explode คำว่า explode เป็นอุปมาว่าความเข้าใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากและในวงกว้าง ไม่มีสิ่งใดระเบิดขึ้นจริง ๆ คำกริยาที่เห็นภาพชัดนี้ทำให้การเติบโตดูฉับพลันและทรงพลัง หลัง see คำว่า our understanding คือสิ่งที่ถูกสังเกต ส่วน explode คงรูปพื้นฐานไว้เพื่อบอกความเปลี่ยนแปลง ตามโครงสร้าง see something happen
แบบฝึกหัด
ในประโยค “You may see our understanding explode,” คำว่า explode หมายความว่าอะไร
- ความเข้าใจของเราอาจทำให้เกิดการระเบิดทางกายภาพ
- ความเข้าใจของเราอาจค่อย ๆ หายไป
- ความเข้าใจของเราอาจเติบโตอย่างรวดเร็วและมาก
ดูคำตอบ
ความเข้าใจของเราอาจเติบโตอย่างรวดเร็วและมาก