อำนาจถูกแบ่งสรรอย่างไรในรัฐบาลสหรัฐอเมริกา? - เบลินดา สตัตซ์แมน: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ จึงแบ่งอำนาจของรัฐบาลกลางออกเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ทั้งสามฝ่ายถ่วงดุลกันอย่างไร และประชาชนมีส่วนร่วมกับรัฐบาลได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. a system of checks and balances. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจคำสำคัญทางการเมืองของสหรัฐฯ ว่าหมายถึงระบบที่แต่ละฝ่ายสามารถจำกัดอำนาจของอีกฝ่าย ไม่ใช่การ “ตรวจสอบและสร้างสมดุล” ตามความหมายตรงตัวเพียงอย่างเดียว จึงติดตามคำอธิบายเรื่องการป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรวบอำนาจทั้งหมดได้แม่นยำขึ้น 2. responsible for enforcing — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้โครงสร้างทางการที่ใช้ระบุว่าใครมีหน้าที่นำกฎหมายหรือกฎไปบังคับใช้ นำไปใช้อธิบายบทบาทของฝ่ายบริหาร หรือแจกแจงความรับผิดชอบในสถาบัน องค์กร และสถานที่ทำงานได้อย่างชัดเจน 3. serve on a jury, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้จักสำนวนมาตรฐานที่หมายถึงการทำหน้าที่เป็นลูกขุน พร้อมสังเกตว่าต้องใช้บุพบท on ซึ่งเป็นส่วนคงที่ ช่วยให้เข้าใจเรื่องหน้าที่พลเมืองและอธิบายรูปแบบหนึ่งที่ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในระบบตุลาการได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Have you ever wondered who has the authority to make laws or punish people who break them? โน้ต
0:14คุณเคยสงสัยไหมว่าใครมีอำนาจในการออกกฎหมายหรือลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย?
Have you ever wondered ...?: คำถามเปิดเรื่องเพื่อดึงความสนใจ
Have you ever wondered ...? ไม่ได้มีหน้าที่เพียงถามว่าใครเคยสงสัยเรื่องหนึ่งมาก่อนหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดนำเสนอคำถามหลักก่อนเพื่อดึงความสนใจของผู้ฟังและทำให้คาดหวังว่าคำอธิบายต่อไปจะตอบคำถามนั้น โครงสร้างคือ Have you ever wondered + อนุประโยคคำถามทางอ้อมที่ขึ้นต้นด้วยคำอย่าง who, why หรือ how อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ who has... ไม่ใช่ who does ... have? เมื่อใช้เป็นคำถามเปิดเรื่อง โดยทั่วไปไม่ได้ต้องการให้ผู้ฟังตอบออกมาจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเปิดงานนำเสนอด้วยคำถามที่ผู้พูดจะอธิบายต่อไป?
- Write the definition of a bridge in your notebook.
- Bridges are structures that cross gaps.
- Have you ever wondered why some bridges sway in the wind?
ดูคำตอบ
Have you ever wondered why some bridges sway in the wind?
has the authority to: อำนาจที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
ใน has the authority to คำว่า authority หมายถึงอำนาจในการดำเนินการที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ซึ่งมักมาจากกฎหมาย กฎ ตำแหน่ง หรือสถาบัน ประโยคนี้ถามว่าบุคคลหรือสถาบันใดมีอำนาจตามกฎหมายในการออกกฎหมายหรือกำหนดบทลงโทษ โครงสร้างคือ have/has the authority to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำกริยาหลัง to ระบุการกระทำที่อยู่ในขอบเขตอำนาจอย่างเป็นทางการของบุคคลหรือสถาบันนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อชัดเจนที่สุดว่าคณะกรรมการมีสิทธิที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในการอนุมัติงบประมาณ?
- The board has permission to read the budget.
- The board has the expertise to explain the budget.
- The board has the authority to approve the budget.
ดูคำตอบ
The board has the authority to approve the budget.
act alone: ดำเนินการโดยไม่มีผู้อื่นเข้าร่วม
act alone หมายถึง ลงมือทำหรือตัดสินใจโดยไม่มีบุคคลหรือสถาบันอื่นเข้าร่วม ในประโยคนี้ does not act alone แสดงว่าประธานาธิบดีไม่ใช่ส่วนเดียวของรัฐบาลที่มีบทบาทในการใช้อำนาจ ในที่นี้ alone บอกลักษณะการกระทำ ไม่ได้หมายความว่าประธานาธิบดีรู้สึกเหงา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้: The safety officer cannot ____ when the whole team must approve the plan.
ดูคำตอบ
act alone
one piece of the power puzzle: ส่วนหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่า
วลี one piece of the power puzzle ใช้อุปมาแบบภาพต่อจิ๊กซอว์ อำนาจของรัฐบาลถูกนำเสนอเป็นภาพใหญ่ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นที่เชื่อมโยงกัน และประธานาธิบดีก็เป็นเพียงหนึ่งในชิ้นส่วนนั้น คำว่า piece ชี้ว่ามีบทบาทจำกัด ไม่มีชิ้นส่วนใดชิ้นเดียวที่เป็นทั้งระบบ ภาพเปรียบเทียบนี้ปูทางให้ผู้ฟังนึกถึงฝ่ายและสถาบันอื่น ๆ ที่แบ่งปันอำนาจ
แบบฝึกหัด
อุปมาในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Strong passwords are one piece of the online safety puzzle.
- รหัสผ่านที่รัดกุมเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยที่ใหญ่กว่า
- รหัสผ่านที่รัดกุมเป็นวัตถุจริงในเกมภาพต่อ
- รหัสผ่านที่รัดกุมแก้ปัญหาความปลอดภัยออนไลน์ทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง
ดูคำตอบ
รหัสผ่านที่รัดกุมเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยที่ใหญ่กว่า
for very good reason: ด้วยเหตุผลที่หนักแน่นมาก
for very good reason เป็นคำแสดงความคิดเห็นต่อข้อความก่อนหน้า โดยบอกว่าสถานการณ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือถูกกำหนดขึ้นอย่างตามใจ แต่มีเหตุผลที่หนักแน่นรองรับอยู่ ในที่นี้ and เชื่อมความคิดเห็นดังกล่าวเข้ากับข้อความที่ว่าเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงสร้างอำนาจ วลีพื้นฐานคือ for good reason ส่วน very ใช้เน้นความหนักแน่น และวลีนี้ยังอาจส่งสัญญาณว่าจะมีคำอธิบายเหตุผลตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเน้นย้ำที่ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งบอกว่ากฎนี้มีเหตุผลที่หนักแน่นรองรับ: Visitors must wear helmets, and ____.
ดูคำตอบ
for very good reason
the United States government was in a state of change. วลี
0:33รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอยู่ในสถานะของการเปลี่ยนแปลง
in a state of change: อยู่ในภาวะเปลี่ยนแปลง
in a state of change หมายถึงกำลังอยู่ในสภาพโดยรวมที่มีการเปลี่ยนผ่านหรือพัฒนา ประโยคนี้บอกว่ารัฐบาลยังไม่ลงตัวหลังการปฏิวัติ ในที่นี้ state หมายถึงสภาพ ไม่ใช่รัฐซึ่งเป็นเขตการปกครองของสหรัฐฯ โครงสร้าง be in a state of + คำนาม นำสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่มาอธิบายในรูปแบบที่เป็นทางการขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการที่ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งหมายถึงกำลังผ่านการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง: After the merger, the company was ____.
ดูคำตอบ
in a state of change
The Founding Fathers knew that they did not want to establish another country that was ruled by a king. โน้ต
0:35บิดาผู้ก่อตั้งประเทศรู้ดีว่าพวกเขาไม่ต้องการตั้งประเทศอื่นที่ปกครองโดยกษัตริย์
The Founding Fathers ในฐานะคำศัพท์ประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา
วลี The Founding Fathers เป็นชื่อเรียกตามธรรมเนียมของบรรดาผู้นำที่มีส่วนช่วยก่อตั้งสหรัฐอเมริกาและวางรูปแบบรัฐบาลกับระบบรัฐธรรมนูญในยุคแรก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงกลุ่มคนที่กำลังตัดสินใจว่าประเทศใหม่ควรมีรัฐบาลแบบใด คำว่า Fathers ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงพ่อหรือญาติ ให้เข้าใจวลีทั้งหมดที่ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ว่าเป็นชื่อเรียกทางประวัติศาสตร์ของคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่คำบรรยายความสัมพันธ์ในครอบครัวตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ The Founding Fathers หมายถึงใคร
- กษัตริย์ที่ปกครองสหรัฐอเมริกาหลังได้รับเอกราช
- พ่อทุกคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา
- ผู้นำที่ช่วยก่อตั้งสหรัฐอเมริกาและวางรูปแบบรัฐบาล
ดูคำตอบ
ผู้นำที่ช่วยก่อตั้งสหรัฐอเมริกาและวางรูปแบบรัฐบาล
did not want to establish: ไม่ต้องการสร้างสิ่งหนึ่งในอดีต
โครงสร้าง did not want to establish หมายความว่า ในอดีตประธานไม่มีความต้องการหรือความตั้งใจที่จะสร้างสิ่งหนึ่งขึ้นมา did not ทำให้ want เป็นรูปปฏิเสธ ส่วน to establish ระบุการกระทำที่ประธานไม่ต้องการทำ ในที่นี้ establish หมายถึง “สร้างหรือจัดตั้งอย่างเป็นทางการ” เช่น ประเทศหรือระบบ คำกริยานี้ยังรับกรรมอย่าง government, institution, rule หรือ organization ได้ด้วย และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความหมายว่าก่อตั้งบริษัท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “จัดตั้งอย่างเป็นทางการ”: They did not want to ____ a new governing body.
ดูคำตอบ
establish
was ruled by a king: รูปกรรมวาจกของ rule
was ruled by a king เป็นโครงสร้างกรรมวาจก: was + กริยาช่อง 3 ruled + by + ผู้กระทำ ประเทศเป็นฝ่ายรับการกระทำ “ปกครอง” ส่วน a king ระบุผู้ปกครอง จึงเน้นที่ประเทศและรูปแบบการปกครอง ในที่นี้ rule หมายถึง “ปกครองหรือควบคุมประเทศ” ไม่ใช่ “ตั้งกฎ” ตามบริบท วลีนี้กล่าวถึงระบอบกษัตริย์ที่บรรดาบิดาผู้ก่อตั้งไม่ต้องการให้เกิดซ้ำในประเทศใหม่
แบบฝึกหัด
เติมรูปกรรมวาจกในอดีตของ rule ที่ระบุกลุ่มผู้ปกครองให้สมบูรณ์: For many years, the island ____ a council.
ดูคำตอบ
was ruled by
were centered on having: be centered on + gerund
were centered on having หมายความว่า การมีหรือการจัดตั้งบางสิ่งเป็นจุดสนใจหลักของการหารือ เนื่องจาก discussions เป็นพหูพจน์ be จึงอยู่ในรูป were ส่วน centered on ใช้นำเสนอหัวข้อหรือเป้าหมายหลัก ในที่นี้ on เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามมาจึงใช้รูป -ing คือ having ไม่ใช่ have ในประโยคนี้ having a strong and fair national government หมายถึงการจัดตั้งและทำให้มีรัฐบาลลักษณะดังกล่าว ไม่ใช่การเป็นเจ้าของสิ่งของ
แบบฝึกหัด
เติมรูปที่ถูกต้องของ be centered on ให้สมบูรณ์: The workshop was ____ reducing online harassment.
ดูคำตอบ
centered on
คุ้มครองเสรีภาพส่วนบุคคล
ใน protected individual freedoms คำว่า protect หมายถึงการคุ้มครองสิทธิผ่านกฎหมายและสถาบัน ไม่ใช่แค่การทำให้ใครสักคนปลอดภัยทางร่างกาย วลีนี้บอกว่ารัฐบาลควรป้องกันการแทรกแซงเสรีภาพของบุคคลอย่างไม่เป็นธรรม freedoms ใช้รูปพหูพจน์ เพราะชี้ถึงเสรีภาพพลเมืองที่แยกเป็นข้อ ๆ เช่น เสรีภาพในการพูดหรือเสรีภาพทางศาสนา รูปพหูพจน์นี้มักหมายถึงชุดของเสรีภาพที่ได้รับการรับรอง ไม่ใช่แนวคิดเรื่องเสรีภาพแบบกว้าง ๆ เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายทางการเมืองหรือกฎหมาย protect individual freedoms หมายถึงอะไร
- ทำให้แต่ละคนปลอดภัยจากอันตรายทางร่างกาย
- คุ้มครองเสรีภาพที่ได้รับการรับรองของแต่ละคน
- ยกเลิกกฎทุกข้อที่จำกัดทางเลือกของใครก็ตาม
ดูคำตอบ
คุ้มครองเสรีภาพที่ได้รับการรับรองของแต่ละคน
ไม่ได้ใช้อำนาจในทางมิชอบ
ใน did not abuse its power คำว่า its อ้างกลับไปถึง national government ส่วน abuse power หมายถึงการใช้อำนาจอย่างไม่เหมาะสม ไม่เป็นธรรม หรือเกินขอบเขตที่ชอบธรรม ไม่ได้หมายถึงการทำร้ายตัวอำนาจเอง วลีนี้กำหนดขอบเขตให้รัฐบาลที่เข้มแข็งว่า รัฐบาลสามารถใช้อำนาจได้ แต่ต้องไม่ใช้อำนาจนั้นเพื่อกดขี่ประชาชนหรือทำตามจุดประสงค์ที่ไม่ชอบธรรม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ abuse its power ในความหมายว่า “ใช้อำนาจอย่างไม่เหมาะสม”
- The agency used its power to enforce a lawful order.
- The agency shared its power with local councils.
- The agency abused its power to silence its critics.
ดูคำตอบ
The agency abused its power to silence its critics.
When the new Constitution was adopted in 1787, การใช้คำ
0:49เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้รับการรับรองในปี 1787
Constitution was adopted: การรับรองรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ
ใน Constitution was adopted คำว่า adopted หมายความว่ารัฐธรรมนูญได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการผ่านกระบวนการที่เป็นทางการ เนื่องจากสิ่งที่ถูก adopt เป็นเอกสารหลักในการปกครอง คำนี้จึงมีความหมายเชิงสถาบัน ไม่ใช่ความหมายเกี่ยวกับครอบครัว Was adopted เป็นโครงสร้างกรรมวาจก ซึ่งเน้น Constitution มากกว่าบุคคลหรือหน่วยงานที่ยอมรับเอกสารนั้น โครงสร้างเดียวกันนี้พบได้บ่อยกับกฎหมาย นโยบาย แผน กฎ และมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ adopted ในความหมายว่า “ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการและนำมาใช้”
- The council adopted a new housing policy after the vote.
- The actor adopted a surprised expression for the photo.
- The family adopted a puppy from the shelter.
ดูคำตอบ
The council adopted a new housing policy after the vote.
infant government: รัฐบาลในระยะเริ่มต้น
ใน infant government คำว่า infant เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงรัฐบาลที่เพิ่งก่อตั้งและยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา ไม่ได้หมายถึงทารกจริง ๆ ภาษาอังกฤษสามารถใช้คำที่บอกช่วงวัยของชีวิตมาบรรยายสถาบัน อุตสาหกรรม และระบบได้ ในที่นี้คำเปรียบเทียบแสดงว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เป็นรัฐบาลใหม่และยังพัฒนาไม่เต็มที่
แบบฝึกหัด
ในวลี infant government คำว่า infant หมายถึงอะไร
- เพิ่งก่อตั้งและยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
- ทำตัวเหมือนเด็กและโง่เขลา
- มีหน้าที่ดูแลทารก
ดูคำตอบ
เพิ่งก่อตั้งและยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
called for: “จำเป็นต้องมี” หรือ “ทำให้เป็นสิ่งจำเป็น”
ในประโยคนี้ called for หมายถึง “จำเป็นต้องมี” หรือ “ทำให้เป็นสิ่งจำเป็น” ประธานคือโครงสร้างของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่งก่อตั้ง ส่วนรูปแบบที่โครงสร้างนี้ต้องการคือฝ่ายอำนาจสามฝ่ายที่แยกจากกันและระบบคานอำนาจและถ่วงดุล ใช้ call for เมื่อสถานการณ์ แผน หรือการออกแบบทำให้ต้องมีบางสิ่ง วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb จากบทเรียนที่หมายถึง “จำเป็นต้องมี”: The job ____ patience and close attention.
ดูคำตอบ
calls for
a system of checks and balances: ระบบคานอำนาจและถ่วงดุล
ในประโยคนี้ a system of checks and balances คือระบบที่ฝ่ายต่าง ๆ ของรัฐบาลสามารถจำกัดอำนาจหรือการกระทำบางอย่างของอีกฝ่ายได้ จุดประสงค์คือป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป คำว่า checks ในที่นี้หมายถึงข้อจำกัดต่ออำนาจ ไม่ใช่การตรวจสอบทั่วไปหรือเช็คธนาคาร วลีทั้งหมดเป็นชื่อของระบบการเมือง จึงควรเข้าใจเป็นคำศัพท์ชุดเดียว
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดง a system of checks and balances ได้ดีที่สุด
- ฝ่ายเดียวตัดสินใจเรื่องทั้งหมดของประเทศด้วยตนเอง
- ทุกฝ่ายทำหน้าที่เหมือนกันทุกประการ
- ฝ่ายหนึ่งสามารถขัดขวางหรือจำกัดการกระทำบางอย่างของอีกฝ่ายได้
ดูคำตอบ
ฝ่ายหนึ่งสามารถขัดขวางหรือจำกัดการกระทำบางอย่างของอีกฝ่ายได้
This would ensure that no one branch would ever become too powerful ไวยากรณ์
1:01สิ่งนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป
would ensure that: บอกผลที่คาดว่าจะรับประกันได้
Would ensure that ใช้นำผลลัพธ์ที่คาดว่าระบบนั้นจะรับประกันได้ ในที่นี้ This หมายถึงระบบที่แบ่งฝ่ายของรัฐบาลและให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลกัน ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุผลลัพธ์ที่ระบบต้องการคุ้มครอง would นำเสนอผลดังกล่าวในฐานะสิ่งที่คาดการณ์ไว้จากมุมมองของผู้ออกแบบระบบในอดีต ไม่ใช่คำขอสุภาพหรือการแสดงความเต็มใจ หลัง ensure that ต้องเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “จะทำให้มั่นใจว่า” ลงในประโยค: A clear review process ____ every complaint received an answer.
ดูคำตอบ
would ensure that
no one branch would ever become too powerful: ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป
ใน no one branch คำว่า no ขยายกลุ่มคำนาม one branch จึงหมายถึง “ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย” ในที่นี้ branch หมายถึงฝ่ายหนึ่งของรัฐบาล ไม่ใช่กิ่งไม้ และไม่ควรอ่าน no one เป็นคำสรรพนามที่แปลว่า “ไม่มีใคร” would แสดงผลที่การออกแบบระบบต้องการรับประกัน ever ขยายความปฏิเสธให้ครอบคลุมทุกช่วงเวลา และ too powerful หมายถึงมีอำนาจเกินระดับที่ปลอดภัยหรือยอมรับได้ อนุประโยคทั้งหมดจึงบอกว่าระบบถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ no one branch would ever become too powerful หมายความว่าอย่างไร
- ระบบนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกฝ่ายของรัฐบาลสูญเสียอำนาจทั้งหมด
- คาดว่าคนที่ชื่อ Branch จะไม่แข็งแรงทางร่างกาย
- ระบบนี้มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของรัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป
ดูคำตอบ
ระบบนี้มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของรัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป
because the other branches would always be able to check the power of the other two. การใช้คำ
1:05เพราะอีกฝ่ายจะสามารถตรวจสอบอำนาจของอีกสองฝ่ายได้เสมอ
check the power: check ในความหมายว่า “จำกัดอำนาจ”
ใน check the power คำว่า check หมายถึง “จำกัดหรือควบคุมการใช้อำนาจ” ประโยคนี้บอกว่าฝ่ายอื่น ๆ ของรัฐบาลสามารถป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้อำนาจอย่างไร้ขอบเขตได้ นี่คือความหมายเดียวกับ check ใน checks and balances เมื่อกรรมเป็น power, authority หรือ influence ในบริบทการกำกับดูแล check มักหมายถึงการไม่ปล่อยให้อำนาจหรืออิทธิพลนั้นมากเกินไป ไม่ใช่การตรวจว่าถูกต้องหรือไม่
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Independent judges can check the power of elected leaders,” คำว่า check หมายถึงอะไร
- จำกัดหรือควบคุม
- ตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่
- ตรวจสอบว่ามีไฟฟ้าหรือไม่
ดูคำตอบ
จำกัดหรือควบคุม
These branches work together to run the country การใช้คำ
1:09ฝ่ายต่างๆ เหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อบริหารประเทศ
run the country: run ในความหมายว่า “บริหาร”
ใน run the country คำว่า run หมายถึง “บริหารหรือกำกับการดำเนินงาน” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วด้วยการวิ่ง ประโยคนี้บอกว่าฝ่ายต่าง ๆ ของรัฐบาลร่วมกันรับผิดชอบให้ประเทศดำเนินไปได้ ความหมายนี้ปรากฏเมื่อกรรมของ run เป็นองค์กรหรือกิจกรรมที่มีระบบ เช่น run a company, run a school หรือ run a program เมื่อกรรมเป็น country จะหมายถึงการปกครองและบริหารกิจการของประเทศโดยรวม
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A small team runs the museum every day,” คำว่า runs หมายถึงอะไร
- วิ่งเหยาะ ๆ ผ่านพิพิธภัณฑ์
- บริหารการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์
- จัดการแข่งขันวิ่งให้พิพิธภัณฑ์
ดูคำตอบ
บริหารการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์
set guidelines ... to live by: กำหนดแนวทางให้ยึดถือ
set guidelines หมายถึงกำหนดมาตรฐานหรือข้อแนะนำที่ชี้นำว่าผู้คนควรทำอะไร ในที่นี้ guidelines คือกฎเกณฑ์ที่ใช้กำกับพฤติกรรมของทุกคน ในวลี guidelines for us all to live by คำว่า live by หมายถึงยึดถือหรือปฏิบัติตามสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อกรรมเป็น guidelines, principles, values หรือ a code วลีนี้ไม่ได้หมายถึงอาศัยอยู่ใกล้สิ่งใด
แบบฝึกหัด
ในประโยค The committee set guidelines for everyone to live by คำว่า live by หมายถึงอะไร?
- หาเงินด้วยการจัดทำแนวทาง
- อาศัยอยู่ใกล้สถานที่ที่เขียนแนวทางไว้
- ใช้แนวทางเป็นมาตรฐานพฤติกรรมที่ยึดถือต่อเนื่อง
ดูคำตอบ
ใช้แนวทางเป็นมาตรฐานพฤติกรรมที่ยึดถือต่อเนื่อง
The legislative branch is described in article one of the US Constitution. วัฒนธรรม
1:13ฝ่ายนิติบัญญัติได้รับการอธิบายไว้ในมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา
Article One of the US Constitution: ส่วนที่มีหมายเลขกำกับในเอกสารกฎหมาย
ในประโยคนี้ Article One หมายถึงส่วนหลักลำดับแรกที่มีหมายเลขกำกับในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ หรือก็คือมาตราที่หนึ่ง Article ในที่นี้เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของส่วนหนึ่งในเอกสารกฎหมาย ไม่ใช่บทความข่าวหรือบทความบนเว็บไซต์ รูปแบบ Article + number + of + document name ที่นำไปใช้ต่อได้ ชี้ตำแหน่งภายในรัฐธรรมนูญ สนธิสัญญา หรือเอกสารทางการที่คล้ายกัน การอ้างอิงอย่างเป็นทางการอาจใช้คำบอกจำนวนหรือเลขโรมัน เช่น Article One หรือ Article I
แบบฝึกหัด
ใน Article One of the US Constitution คำว่า Article One หมายถึงอะไร?
- ส่วนหลักลำดับแรกที่มีหมายเลขกำกับภายในรัฐธรรมนูญ
- ข่าวชิ้นแรกที่เขียนเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ
- ชื่อเรื่องบนปกรัฐธรรมนูญ
ดูคำตอบ
ส่วนหลักลำดับแรกที่มีหมายเลขกำกับภายในรัฐธรรมนูญ
put this branch in the document first: ใช้ลำดับเพื่อสื่อถึงความสำคัญ
ใน put this branch in the document first คำว่า put หมายถึง “จัดวางตามลำดับหนึ่ง” และ first บอกตำแหน่งของฝ่ายนี้ในเอกสาร ส่วน branch หมายถึงฝ่ายหนึ่งของรัฐบาล ไม่ใช่กิ่งไม้ จากนั้น ประโยคใช้การอยู่ลำดับแรกเป็นเบาะแสว่าอาจได้รับการเน้นเป็นพิเศษ ผู้คนจึงอนุมานว่าผู้ร่างเอกสารมองว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีความสำคัญมาก ลำดับนี้ช่วยสนับสนุนการตีความ แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
put this branch in the document first ในประโยคนี้ช่วยให้ผู้อ่านอนุมานอะไรได้
- ฝ่ายนี้ก่อตั้งขึ้นก่อนฝ่ายอื่นในประวัติศาสตร์
- ฝ่ายนี้ปรากฏก่อนฝ่ายอื่นในเอกสาร ซึ่งสื่อว่าฝ่ายนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ
- มีการนำกิ่งไม้ไปใส่ไว้ในแฟ้มจริง ๆ
ดูคำตอบ
ฝ่ายนี้ปรากฏก่อนฝ่ายอื่นในเอกสาร ซึ่งสื่อว่าฝ่ายนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ
The legislative branch is comprised of 100 US senators วลี
1:24ฝ่ายนิติบัญญัติประกอบด้วยวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 100 คน
is comprised of: การระบุส่วนประกอบของสิ่งหนึ่ง
Is comprised of หมายถึง “ประกอบด้วย” โดยใช้โครงสร้าง สิ่งที่เป็นองค์รวม + be comprised of + ส่วนประกอบ ในประโยคนี้ the legislative branch คือองค์รวม ส่วน 100 US senators ระบุสมาชิกที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์รวมนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบเป็นทางการที่เรียนมา: The panel ____ four scientists and one editor.
ดูคำตอบ
is comprised of
and 435 members in the US House of Representatives. วัฒนธรรม
1:28และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ 435 คน
US House of Representatives: สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
US House of Representatives คือสภาล่างของรัฐสภาสหรัฐฯ ในชื่อนี้ House หมายถึงหนึ่งในสภาของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่อาคาร สภาผู้แทนราษฎรรวมกับวุฒิสภาเป็นรัฐสภาสหรัฐฯ ดังนั้น House of Representatives จึงเป็นส่วนหนึ่งของ Congress ไม่ใช่อีกชื่อหนึ่งของ Congress ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย US House of Representatives ได้ถูกต้อง?
- รัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งหมดซึ่งรวมทั้งสองสภา
- สภาล่างของรัฐสภาสหรัฐฯ
- ที่พำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ดูคำตอบ
สภาล่างของรัฐสภาสหรัฐฯ
better known as the US Congress: เป็นที่รู้จักกันดีกว่าในชื่อรัฐสภาสหรัฐฯ
โครงสร้าง be better known as + ชื่อ ใช้บอกชื่อที่คนจำนวนมากกว่ารู้จักหรือใช้ ในที่นี้ องค์กรนิติบัญญัติแบบสองสภาถูกเรียกด้วยชื่อที่คุ้นเคยกว่า คือ the US Congress better เปรียบเทียบว่าชื่อนั้นเป็นที่รู้จักมากเพียงใด ไม่ได้หมายความว่ารัฐสภามีคุณภาพดีกว่า โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้เชื่อมบุคคล สถานที่ องค์กร หรือสิ่งของเข้ากับชื่ออื่น นามปากกา ชื่อในวงการ หรือชื่อย่อที่เป็นที่รู้จักมากกว่าได้
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายที่ตรงตามบทเรียนและเปรียบเทียบการเป็นที่รู้จักของชื่อ: The writer Eric Blair is ____ George Orwell.
ดูคำตอบ
better known as
Making laws is the primary function of the legislative branch, ไวยากรณ์
1:34การออกกฎหมายเป็นหน้าที่หลักของฝ่ายนิติบัญญัติ
Making laws is the primary function: ใช้ประธานแบบ gerund เพื่อบอกหน้าที่หลัก
“Making laws” เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค โดยกล่าวถึงกิจกรรมนี้ในฐานะหน้าที่ทั่วไป ไม่ได้หมายถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ “is the primary function of ...” ระบุว่ากิจกรรมนั้นเป็นบทบาทหลักของสถาบัน บุคคล หรือสิ่งของ รูปแบบ “Doing something is the primary function of X” มักใช้ในการอธิบายวัตถุประสงค์หรือความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Protecting visitors is the primary function of the security team,” ข้อความ “Protecting visitors” ทำหน้าที่อะไร
- เป็นประธานและกล่าวถึงหน้าที่ทั่วไป
- ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ขยาย “team”
- บอกการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้พอดี
ดูคำตอบ
เป็นประธานและกล่าวถึงหน้าที่ทั่วไป
but it is also responsible for approving federal judges and justices, โน้ต
1:38แต่ก็ยังรับผิดชอบในการอนุมัติผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางและผู้พิพากษาศาลฎีกา
approving federal judges and justices: การให้ความเห็นชอบอย่างเป็นทางการต่อการแต่งตั้งตุลาการ
ในประโยคนี้ approving หมายถึงการให้ความเห็นชอบอย่างเป็นทางการที่จำเป็นต่อการแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งตุลาการ ไม่ได้หมายถึงเพียงชอบบุคคลที่ได้รับเลือก federal judges เป็นคำกว้าง ๆ สำหรับผู้พิพากษาในระบบศาลรัฐบาลกลาง ส่วน justices มักใช้เรียกสมาชิกของศาลสูงสุด วลี -ing ทั้งวลีระบุหน้าที่ข้อหนึ่งในรายการอำนาจของรัฐบาล
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ approving federal judges and justices หมายถึงอะไร
- บอกว่าชอบผู้พิพากษาเหล่านั้นเป็นการส่วนตัว
- ให้ความเห็นชอบอย่างเป็นทางการต่อการแต่งตั้งบุคคลเหล่านั้น
- ฝึกอบรมบุคคลเหล่านั้นให้ทำงานในศาลรัฐบาลกลาง
ดูคำตอบ
ให้ความเห็นชอบอย่างเป็นทางการต่อการแต่งตั้งบุคคลเหล่านั้น
responsible for + คำนามหรือ gerund
“be responsible for” หมายถึงมีหน้าที่ งาน หรือขอบเขตที่ต้องดูแล ในที่นี้ “it” หมายถึงฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นวลีนี้จึงกำหนดหน้าที่ต่าง ๆ ให้แก่ฝ่ายดังกล่าว “responsible” ไม่ได้บรรยายว่าองค์กรนั้นมีนิสัยรอบคอบ หลัง “for” ใช้คำนามหรือ gerund ในประโยคนี้ “approving ...” “passing ...” และ “declaring ...” เป็นวลี gerund ที่เรียงขนานกัน และทั้งสามวลีขึ้นอยู่กับ “responsible for”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “มีหน้าที่ต้องทำ”: The safety officer is ____ inspecting the exits each morning.
ดูคำตอบ
responsible for
declaring war: การประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ
Declaring war หมายถึงการประกาศอย่างเป็นทางการว่าประเทศหนึ่งอยู่ในภาวะสงคราม declare ในที่นี้เป็นการดำเนินการอย่างเป็นทางการที่มีผลทางการเมืองและกฎหมาย ไม่ใช่เพียงการบอกว่าอาจเกิดการสู้รบ รูป -ing สอดคล้องกับรายการอำนาจหรือหน้าที่อย่างเป็นทางการ ส่วนสำนวนพื้นฐานที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ declare war
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับความหมายทางการเมืองตามตัวอักษรของ declaring war
- การคาดการณ์ว่าการสู้รบอาจเริ่มขึ้น
- การทะเลาะกันอย่างรุนแรงระหว่างเพื่อนสองคน
- การที่รัฐบาลประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีภาวะสงคราม
ดูคำตอบ
การที่รัฐบาลประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีภาวะสงคราม
depending on how many people live in that state. ไวยากรณ์
1:49ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในรัฐนั้น
depending on how many people live in that state: ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่อาศัยอยู่ในรัฐ
depending on ใช้บอกปัจจัยที่กำหนดหรือทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ในประโยคนี้ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปลี่ยนไปตามจำนวนคนที่อาศัยอยู่ในรัฐนั้น ไม่ได้หมายถึงการพึ่งพาทางอารมณ์หรือการดำเนินชีวิต หลังบุพบท on เป็นอนุประโยคแทรก how many people live in that state อนุประโยคชนิดนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า รูปปกติจึงไม่ใช้ do
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ depending on หน้าอนุประโยคแทรกที่มี how many ได้ถูกต้อง
- The delivery fee changes depending on how many boxes you order.
- The delivery fee changes depending from how many boxes you order.
- The delivery fee changes depending on how many boxes do you order.
ดูคำตอบ
The delivery fee changes depending on how many boxes you order.
The executive branch is described in article two of the Constitution.
1:52ฝ่ายบริหารได้รับการอธิบายไว้ในมาตราสองของรัฐธรรมนูญ
The leaders of this branch of government are the president and vice president,
1:56ผู้นำของฝ่ายบริหารชุดนี้คือประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี
who are responsible for enforcing the laws that Congress sets forth. โน้ต
1:59ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมายที่สภาคองเกรสกำหนดไว้
responsible for enforcing: มีหน้าที่บังคับใช้
be responsible for + -ing ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ของบุคคล ในประโยคนี้ who หมายถึง president and vice president ส่วน enforcing ระบุงานที่บุคคลทั้งสองได้รับมอบหมายให้ทำ enforce laws หมายถึงการใช้อำนาจอย่างเป็นทางการเพื่อให้กฎหมายถูกนำไปใช้และได้รับการปฏิบัติตาม ไม่ได้หมายถึงการเขียนหรือผ่านกฎหมาย รัฐสภาเป็นผู้กำหนดกฎหมาย ส่วนฝ่ายบริหารเป็นผู้บังคับใช้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายผู้ตรวจสอบที่มีหน้าที่ทำให้ธุรกิจปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยได้ถูกต้อง
- The inspector is responsible for enforcing the safety rules.
- The inspector is responsible for following the safety rules.
- The inspector is responsible to enforcing the safety rules.
ดูคำตอบ
The inspector is responsible for enforcing the safety rules.
sets forth: กำหนดหรือระบุไว้อย่างเป็นทางการ
ในที่นี้ sets forth หมายถึง “กำหนดหรือระบุไว้อย่างเป็นทางการ” Congress เป็นประธาน และ laws คือกฎหมายที่รัฐสภากำหนดหรือนำเสนออย่างเป็นทางการ Set forth เป็นกริยาวลีแบบเป็นทางการ ใช้เพื่อนำเสนอกฎ ข้อกำหนด เหตุผล หรือหลักการอย่างชัดเจนและมีน้ำหนัก ในความหมายนี้ forth ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีแบบเป็นทางการสองคำจากบทเรียน: The policy ____ the steps for reporting a safety problem.
ดูคำตอบ
sets forth
The president works closely with a group of advisors known as the Cabinet. โน้ต
2:03ประธานาธิบดีทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มที่ปรึกษาที่รู้จักกันในชื่อคณะรัฐมนตรี
works closely with: ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบ
Works closely with หมายถึงร่วมมือกับใครบางคนอย่างประสานงานและต่อเนื่อง closely บอกถึงความใกล้ชิดของความสัมพันธ์ในการทำงาน ซึ่งมักรวมถึงการสื่อสารบ่อยครั้ง การวางแผนร่วมกัน หรือการประสานงานอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ โครงสร้างคือ work closely with + บุคคล ทีม หรือองค์กร เมื่อประธานเป็นบุรุษที่สามเอกพจน์ work จะเปลี่ยนเป็น works เหมือนในประโยคตัวอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ”: Our school works ____ local health experts when planning safety drills.
ดูคำตอบ
closely with
known as the Cabinet: คณะผู้บริหารที่ให้คำปรึกษาประธานาธิบดี
known as the Cabinet เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อที่ขยาย a group of advisors หมายความว่าคนกลุ่มนี้มีชื่อเรียกว่า the Cabinet ในบริบทของรัฐบาลสหรัฐฯ the Cabinet คือกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายบริหารที่ให้คำปรึกษาแก่ประธานาธิบดี โดยเฉพาะหัวหน้ากระทรวงต่าง ๆ ในที่นี้ Cabinet เป็นชื่อของสถาบัน ไม่ได้หมายถึงตู้เก็บของ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the Cabinet หมายถึงอะไร
- เฟอร์นิเจอร์สำนักงานสำหรับเก็บของ
- สองสภาของรัฐสภาคองเกรส
- เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายบริหารที่ให้คำปรึกษาแก่ประธานาธิบดี
ดูคำตอบ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายบริหารที่ให้คำปรึกษาแก่ประธานาธิบดี
These appointed helpers assist the president in making important decisions วลี
2:06ผู้ช่วยที่ได้รับการแต่งตั้งเหล่านี้จะคอยช่วยเหลือประธานาธิบดีในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ
assist someone in doing something: ช่วยให้ใครบางคนทำบางสิ่ง
assist someone in doing something หมายถึงช่วยให้บุคคลหนึ่งทำการกระทำบางอย่าง ในที่นี้ the president คือผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และ making important decisions คือการกระทำที่ได้รับความช่วยเหลือ โครงสร้างคือ assist + บุคคล + in + รูป -ing ดังนั้นหลัง in จึงใช้ making ส่วน make ไม่เข้ากับโครงสร้างนี้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง assist someone in doing something ให้สมบูรณ์: The librarian assisted Maya ____ finding the source.
ดูคำตอบ
in
within their area of expertise: ภายในขอบเขตความเชี่ยวชาญของตน
An area of expertise หมายถึงหัวข้อหรือประเภทงานที่บุคคลหนึ่งมีความรู้และประสบการณ์อย่างมาก คำว่า area ในที่นี้เป็นขอบเขตเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่จริง Within เป็นการกำหนดขอบเขต กล่าวคือ แต่ละคนมีส่วนร่วมเฉพาะในเรื่องที่อยู่ในความรู้ทางวิชาชีพหรือความรับผิดชอบของตน โครงสร้าง within + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + area of expertise ใช้ระบุขอบเขตที่บุคคลหนึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะให้คำแนะนำได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “ภายในขอบเขตความรู้ทางวิชาชีพของเธอ”: She gives advice only ____.
ดูคำตอบ
within her area of expertise
defense, the Treasury, and Homeland Security: ขอบเขตนโยบายและหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ
ในบริบทของรัฐบาลสหรัฐฯ รายการนี้กล่าวถึงขอบเขตนโยบายหรือหน่วยงานระดับคณะรัฐมนตรี defense หมายถึงการป้องกันประเทศ the Treasury หมายถึงกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ Homeland Security หมายถึงกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิหรือขอบเขตนโยบายของหน่วยงานนั้น การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่และบริบทเกี่ยวกับรัฐบาลช่วยกำหนดความหมาย Treasury ในที่นี้ไม่ใช่สถานที่เก็บของมีค่า และ Homeland Security ไม่ได้หมายถึงการรักษาความปลอดภัยของบ้านส่วนบุคคล
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ defense, the Treasury, and Homeland Security หมายถึงอะไร
- ภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ของสหรัฐฯ
- ทรัพย์สินส่วนบุคคลสามประเภท
- ขอบเขตนโยบายและหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ
ดูคำตอบ
ขอบเขตนโยบายและหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ
The executive branch also appoints government officials, การใช้คำ
2:16ฝ่ายบริหารยังแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ
appoints government officials: แต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาล
ในประโยคนี้ appoints หมายถึงการคัดเลือกบุคคลอย่างเป็นทางการและมอบตำแหน่งในรัฐบาลให้ เป็นการตัดสินใจของบุคคลหรือสถาบันที่มีอำนาจตามกฎหมาย โครงสร้างที่พบบ่อยคือ appoint someone, appoint someone to a position และ appoint someone as chair วลีนี้กล่าวถึงการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การนัดหมายเพื่อพบกัน
แบบฝึกหัด
รัฐมนตรีคนหนึ่งใช้อำนาจตามกฎหมายแต่งตั้ง Maya ให้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ประโยคใดอธิบายการกระทำนี้
- The minister elected Maya to the post.
- The minister hired Maya for the post.
- The minister appointed Maya to the post.
ดูคำตอบ
The minister appointed Maya to the post.
commands the armed forces: บัญชาการกองทัพ
ในวลีนี้ commands หมายถึงการมีอำนาจอย่างเป็นทางการในการสั่งการและควบคุม เป็นอำนาจในการนำที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการออกคำสั่งครั้งเดียว The armed forces เป็นคำรวมที่หมายถึงเหล่าทัพต่าง ๆ ของประเทศ เช่น กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เมื่อรวมกันแล้ว commands the armed forces หมายถึงการมีอำนาจบัญชาการทหารในเชิงสถาบัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค The president commands the armed forces วลี commands the armed forces หมายถึงอะไร
- ประธานาธิบดีจัดหาอาวุธให้กองทัพด้วยตนเอง
- ประธานาธิบดีมีอำนาจอย่างเป็นทางการในการบัญชาการกองทัพของประเทศ
- ประธานาธิบดีเสนอความคิดเห็นแบบสบาย ๆ หนึ่งข้อแก่กลุ่มคนที่พกอาวุธ
ดูคำตอบ
ประธานาธิบดีมีอำนาจอย่างเป็นทางการในการบัญชาการกองทัพของประเทศ
meet with leaders of other nations: พบปะผู้นำประเทศอื่นอย่างเป็นทางการ
ในบริบททางการทูตนี้ meets with หมายถึง “เข้าพบหรือประชุมที่มีการนัดหมายไว้และมีจุดประสงค์ชัดเจน” ประธานกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงหมายถึงการหารืออย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การเจอใครโดยบังเอิญ leaders of other nations หมายถึงผู้นำของประเทศอื่น วลีทั้งหมดใช้บรรยายการพบปะระหว่างประเทศในฐานะหน้าที่ทางการอย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The ambassador will meet with trade officials tomorrow,' meet with หมายถึงอะไร
- เห็นด้วยอย่างสมบูรณ์กับ
- พบโดยบังเอิญ
- หารือตามที่นัดหมายไว้กับ
ดูคำตอบ
หารือตามที่นัดหมายไว้กับ
All that combined is a lot of work for a lot of people. ลำดับความ
2:23เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน นับว่าเป็นงานหนักสำหรับคนจำนวนมาก
All that combined: การสรุปรวมประเด็นที่กล่าวมาก่อนหน้า
All that combined รวบรวมสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงและมองสิ่งเหล่านั้นเป็นยอดรวมหรือภาพรวมเดียวกัน that ย้อนกลับไปอ้างถึงรายการก่อนหน้า ส่วน combined บอกให้ผู้ฟังพิจารณารายการเหล่านั้นร่วมกัน วลีทั้งหมดเป็นประธานของ is วลีนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูล หลังจากผู้พูดแจกแจงหน้าที่หรือปัจจัยหลายอย่างแล้ว ก็ใช้วลีนี้เพื่อเปลี่ยนไปสู่การประเมินโดยรวม ในประโยคนี้ การประเมินคือทั้งหมดนั้นรวมกันเป็นงานปริมาณมาก
แบบฝึกหัด
ผู้พูดแจกแจงค่าเช่า ค่าอาหาร และค่าเดินทาง แล้วพูดว่า 'All that combined makes the trip expensive.' All that combined ทำหน้าที่อะไร
- รวบรวมปัจจัยที่กล่าวไว้ก่อนหน้าแล้วจึงประเมินภาพรวม
- เพิ่มค่าใช้จ่ายใหม่ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง
- เน้นเฉพาะค่าเดินทางเท่านั้น
ดูคำตอบ
รวบรวมปัจจัยที่กล่าวไว้ก่อนหน้าแล้วจึงประเมินภาพรวม
the executive branch employs over 4 million people to get everything done. การใช้คำ
2:27ฝ่ายบริหารจ้างพนักงานกว่า 4 ล้านคนเพื่อทำทุกอย่างให้สำเร็จ
employs over 4 million people: การบอกขนาดกำลังคน
ในประโยคนี้ employs ใช้ people เป็นกรรมตรง และหมายถึงให้นคนเหล่านั้นทำงานให้องค์กรหรือองค์กรจ้างพวกเขาไว้ ประธานคือ the executive branch ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่ามีคนทำงานให้ฝ่ายบริหารกี่คน over ที่อยู่หน้าตัวเลขหมายถึง “มากกว่า” ไม่ใช่เท่ากับตัวเลขนั้นพอดี รูปแบบ organization + employs + number + people เป็นวิธีทั่วไปในการบอกขนาดกำลังคนขององค์กร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ employ: The regional airline ____ over 1,000 people.
ดูคำตอบ
employs
Judicial Branch: ระบบศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ
Judicial Branch คือฝ่ายที่ดูแลระบบศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในชื่อสถาบันนี้ judicial หมายถึง “เกี่ยวข้องกับศาลและคำตัดสินทางกฎหมาย” ไม่ได้หมายถึง “ยุติธรรม” ฝ่ายนี้เป็นหนึ่งในสามแขนงของรัฐบาล ร่วมกับ Legislative Branch และ Executive Branch วลีที่ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่นี้เป็นชื่อของสถาบัน ไม่ได้อธิบายการตัดสินประเภทหนึ่งโดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในรัฐบาลสหรัฐฯ Judicial Branch หมายถึงอะไร?
- รัฐสภาซึ่งออกกฎหมายของรัฐบาลกลาง
- ประธานาธิบดีและหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง
- ระบบศาลรัฐบาลกลาง
ดูคำตอบ
ระบบศาลรัฐบาลกลาง
is detailed in article three: การอ้างถึงส่วนของเอกสารที่มีข้อมูลอยู่
ในที่นี้ is detailed in หมายถึง “ได้รับการอธิบายหรือระบุไว้อย่างละเอียดใน” เป็นรูปถูกกระทำของ detail โดย is เป็นกริยาช่วยของรูปถูกกระทำ และ detailed เป็นกริยาช่องที่สาม วลีนี้ชี้ให้ผู้อ่านทราบว่าข้อมูลอยู่ที่ใด ในบริบทนี้ article three หมายถึงมาตราที่สามของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ในงานเขียนด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ article สามารถหมายถึงส่วนหลักที่มีหมายเลขกำกับในเอกสารได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำในปัจจุบันของ detail: The emergency procedure ____ in section four.
ดูคำตอบ
is detailed
comprised of all the courts in the land: องค์ประกอบและขอบเขตทั่วประเทศ
Comprised of หมายถึง “ประกอบด้วย” โดยส่วนที่เป็นองค์รวมคือ This branch จะมาก่อน แล้วจึงตามด้วยส่วนประกอบคือ all the courts ในที่นี้ This branch หมายถึงฝ่ายตุลาการ และประโยคเสนอว่าศาลต่าง ๆ คือสถาบันที่ประกอบกันเป็นฝ่ายนี้ In the land ในที่นี้หมายถึง “ทั่วทั้งประเทศ” เป็นวิธีสื่อถึงขอบเขตทั่วประเทศที่มีระดับภาษาสูงและออกแนววรรณศิลป์เล็กน้อย ไม่ได้หมายถึงการอยู่ภายในดินหรือที่ดินผืนใดผืนหนึ่งจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดถ่ายทอดความหมายของ comprised of all the courts in the land ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- ฝ่ายนี้ได้รับการอธิบายในเอกสารเกี่ยวกับศาลระดับประเทศ
- ฝ่ายนี้เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลทั้งหมด
- ฝ่ายนี้ประกอบด้วยศาลทุกแห่งทั่วประเทศ
ดูคำตอบ
ฝ่ายนี้ประกอบด้วยศาลทุกแห่งทั่วประเทศ
from the federal district courts to the US Supreme Court. ไวยากรณ์
2:39ตั้งแต่ศาลแขวงของรัฐบาลกลางไปจนถึงศาลฎีกาสหรัฐฯ
from ... to ...: ใช้แสดงช่วงของลำดับชั้นศาล
ในที่นี้ from A to B ใช้ระบุปลายทั้งสองด้านของช่วง ไม่ได้บอกถึงการเดินทางจริงจากศาลหนึ่งไปยังอีกศาลหนึ่ง ปลายทั้งสองคือศาลแขวงของรัฐบาลกลางและศาลสูงสุดสหรัฐฯ ดังนั้นวลีนี้จึงแสดงว่าระบบศาลครอบคลุมตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับสูง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกช่วงของระดับ เวลา สถานที่ หรือหมวดหมู่ได้
แบบฝึกหัด
from ... to ... ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร
- การเปรียบเทียบศาลสองแห่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- การเดินทางระหว่างอาคารศาลสองแห่ง
- ช่วงของลำดับชั้นในระบบศาล
ดูคำตอบ
ช่วงของลำดับชั้นในระบบศาล
interpret our nation's laws: วินิจฉัยความหมายและการใช้กฎหมาย
ในบริบททางกฎหมายนี้ interpret our nation's laws หมายถึงการวินิจฉัยว่ากฎหมายของประเทศมีความหมายอย่างไรและนำไปใช้กับคดีอย่างไร เป็นหน้าที่ของฝ่ายตุลาการ ไม่ใช่การนำกฎหมายไปเขียนเป็นอีกภาษา รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ interpret a law หรือ interpret a rule ซึ่งหมายถึงการหาความหมายของข้อความที่มีอำนาจเพื่อให้สามารถนำไปใช้กับสถานการณ์เฉพาะได้
แบบฝึกหัด
เมื่อพูดถึงหน้าที่ของศาล interpret laws หมายถึงอะไร
- สร้างกฎหมายใหม่ให้ประเทศ
- วินิจฉัยว่ากฎหมายหมายถึงอะไรและนำไปใช้อย่างไร
- นำกฎหมายไปเขียนเป็นอีกภาษา
ดูคำตอบ
วินิจฉัยว่ากฎหมายหมายถึงอะไรและนำไปใช้อย่างไร
settles disputes among states: ระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐฯ
Settle disputes หมายถึงทำให้ความขัดแย้งหรือข้อพิพาททางกฎหมายยุติลง ในที่นี้ settles บอกหน้าที่อย่างเป็นทางการอย่างหนึ่งของศาลสูงสุด ไม่ได้หมายถึง “ตั้งถิ่นฐาน” Among states หมายความว่าข้อพิพาทนั้นเกี่ยวข้องกับรัฐของสหรัฐฯ ตั้งแต่สองรัฐขึ้นไป ในบริบทการปกครองของสหรัฐฯ states มักหมายถึงรัฐต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นสหรัฐฯ ไม่ใช่ประเทศเอกราช
แบบฝึกหัด
“settles disputes among states” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- ศาลแก้ไขข้อขัดแย้งทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐฯ
- ศาลย้ายรัฐบาลของรัฐไปยังสถานที่ใหม่
- ศาลจัดตั้งรัฐใหม่
ดูคำตอบ
ศาลแก้ไขข้อขัดแย้งทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐฯ
hears appeals from state and federal courts, การใช้คำ
2:50รับฟังการอุทธรณ์จากศาลแห่งรัฐและศาลของรัฐบาลกลาง
hears appeals from state and federal courts: พิจารณาคำอุทธรณ์จากศาลระดับรัฐและศาลรัฐบาลกลาง
ในภาษาอังกฤษด้านกฎหมาย hear an appeal หมายถึงศาลพิจารณาคำขอให้ทบทวนคำตัดสินของศาลชั้นล่างอย่างเป็นทางการ ดังนั้น hear ในที่นี้จึงหมายถึงกระบวนการทางตุลาการ ไม่ใช่เพียงการได้ยินเสียง Appeals คือคำขอให้ทบทวนคำตัดสิน ส่วน from state and federal courts ระบุว่าคำตัดสินจากระบบศาลใดสามารถขึ้นมาถึงศาลสูงสุดได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าศาลจะพิจารณาคำอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ?
- The defendant will file an appeal in October.
- The new design has broad appeal.
- The appellate court will hear the appeal in October.
ดูคำตอบ
The appellate court will hear the appeal in October.
and determines if federal laws are constitutional. การใช้คำ
2:52และพิจารณาว่ากฎหมายของรัฐบาลกลางขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
determine if ... is constitutional: พิจารณาว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
ในโครงสร้าง determine if + อนุประโยค คำว่า determine หมายถึง “ตัดสินหรือระบุให้แน่ชัดหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริง” ส่วน if ใช้นำคำถามแบบใช่หรือไม่ที่ต้องตัดสิน ในที่นี้ คำถามคือกฎหมายของรัฐบาลกลางเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในบริบทด้านกฎหมายและการปกครอง constitutional หมายถึง “ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ” คำนี้บอกสถานะทางกฎหมายของกฎหมาย ไม่ได้หมายถึงสภาพร่างกายของบุคคล
แบบฝึกหัด
เติมคำคุณศัพท์ทางกฎหมายที่หมายถึง “ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ”: The court will determine if the new law is ____.
ดูคำตอบ
constitutional
Unlike any other job ...: เปิดด้วยการเปรียบเทียบที่ชัดเจน
Unlike any other job in our government เป็นวลีเปรียบเทียบที่วางไว้หน้าข้อความหลัก unlike หมายถึง “ต่างจาก” และ any other job เปรียบเทียบตำแหน่งนี้กับตำแหน่งอื่นทั้งหมดในกลุ่มที่กล่าวถึง วลีนี้ยังไม่ได้บอกความแตกต่างด้วยตัวมันเอง แต่เตรียมผู้ฟังให้รออนุประโยคถัดไป ซึ่งจะอธิบายว่าตำแหน่งนี้พิเศษอย่างไร ในบริบทนี้ จุดพิเศษคือการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดให้ดำรงตำแหน่งตลอดชีวิต
แบบฝึกหัด
วลีเปิดทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? Unlike any other shop on this street, this one stays open on Sundays.
- วลีนี้บอกล่วงหน้าว่ารายละเอียดต่อไปจะแสดงให้เห็นว่าร้านนี้พิเศษอย่างไร
- วลีนี้บอกว่าผู้พูดไม่ชอบร้านอื่นทั้งหมด
- วลีนี้บอกว่าร้านทุกแห่งมีเวลาเปิดทำการเหมือนกัน
ดูคำตอบ
วลีนี้บอกล่วงหน้าว่ารายละเอียดต่อไปจะแสดงให้เห็นว่าร้านนี้พิเศษอย่างไร
Supreme Court justices are appointed for life, การใช้คำ
3:00ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตลอดชีพ
are appointed for life: ได้รับการแต่งตั้งตลอดชีพ
are appointed เป็นรูปถูกกระทำของ appoint หมายถึงมีผู้มีอำนาจเลือกและแต่งตั้งผู้พิพากษาให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ส่วน for life บอกระยะเวลาของการแต่งตั้ง ดังนั้น are appointed for life จึงหมายถึงได้รับการแต่งตั้งที่อาจดำรงอยู่ได้ตลอดชีวิต ในที่นี้ for life หมายถึง “ตลอดชีพ” ไม่ใช่ “เพื่อการดำรงชีวิต” วลีนี้บอกถึงการดำรงตำแหน่งตลอดชีพ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้พิพากษาถูกบังคับให้ทำหน้าที่จนเสียชีวิต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ได้รับตำแหน่งที่มีวาระตลอดชีพ”: In that system, senior judges are ____.
ดูคำตอบ
appointed for life
for as long as they want to stay: การบอกระยะเวลา
for as long as ใช้บอกระยะเวลาทั้งหมดที่การกระทำหรือสภาวะหนึ่งดำเนินต่อไป ในประโยคนี้ they want to stay เป็นตัวกำหนดจุดสิ้นสุด ดังนั้น for as long as they want to stay จึงหมายถึง “ตลอดช่วงเวลาที่พวกเขายังคงต้องการอยู่ต่อ” for ที่อยู่ข้างหน้าทำให้ความหมายเรื่องระยะเวลาชัดเจนเป็นพิเศษ วลีนี้ตอบคำถามว่า “นานเท่าไร” และอธิบายว่าการแต่งตั้งอาจดำเนินต่อไปได้นานเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกระยะเวลาสี่คำจากบทเรียน: You may use the desk ____ you need it.
ดูคำตอบ
for as long as
Our democracy depends on an informed citizenry, การใช้คำ
3:05ประชาธิปไตยของเราขึ้นอยู่กับพลเมืองที่ได้รับข้อมูลข่าวสาร
depends on an informed citizenry: ขึ้นอยู่กับประชาชนที่มีความรู้
depends on หมายถึง สิ่งหนึ่งต้องอาศัยเงื่อนไขบางอย่างจึงจะสำเร็จหรือทำงานได้อย่างเหมาะสม ในที่นี้ ประชาธิปไตยจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อประชาชนมีความรู้ที่เกี่ยวข้อง an informed citizenry หมายถึงประชาชนโดยรวมที่มีความเข้าใจเรื่องสาธารณะมากพอที่จะตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ citizenry เป็นคำที่หมายถึงกลุ่มคน ไม่ใช่ citizen เพียงคนเดียว ส่วน informed หมายถึงมีข้อมูลและความรู้ ไม่ใช่เพียง “ได้รับแจ้ง” เท่านั้น
แบบฝึกหัด
an informed citizenry ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- พลเมืองหนึ่งคนที่เพิ่งได้รับข้อความ
- ประชาชนโดยรวมที่สมาชิกเข้าใจเรื่องสาธารณะและหน้าที่พลเมือง
- หน่วยงานรัฐบาลที่ส่งประกาศ
ดูคำตอบ
ประชาชนโดยรวมที่สมาชิกเข้าใจเรื่องสาธารณะและหน้าที่พลเมือง
so it is our duty to know how it works น้ำเสียง/เจตนา
3:08ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรู้ว่าระบบนี้ทำงานอย่างไร
It is our duty to know: การรู้เป็นหน้าที่ของเรา
It is our duty to know ... หมายความว่า การรู้เป็นความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงคำแนะนำที่มีประโยชน์ duty ในที่นี้หมายถึงหน้าที่ทางศีลธรรม หน้าที่ของพลเมือง หรือหน้าที่ตามบทบาท โครงสร้างคือ It is + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + duty + to + กริยารูปพื้นฐาน it ตัวแรกใช้วางโครงของประโยค และ infinitive ที่มี to ระบุการกระทำที่ต้องทำ ในประโยคเต็ม it ตัวหลังใน how it works หมายถึงระบบที่กำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการที่หมายถึง “เรามีความรับผิดชอบ”: ____ protect confidential records.
ดูคำตอบ
It is our duty to
and what authority each branch of government has over its citizens. ไวยากรณ์
3:10และรัฐบาลแต่ละฝ่ายมีอำนาจเหนือพลเมืองของตนอย่างไรบ้าง
what authority each branch of government has over its citizens: ลำดับคำในคำถามแฝง
what authority each branch of government has over its citizens เป็นคำถามแฝงที่ระบุข้อมูลซึ่งต้องการรู้หรืออธิบาย คำถามแฝงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ดังนั้นประธาน each branch of government จึงอยู่ก่อน has ส่วนคำถามตรงคือ What authority does each branch of government have? ในที่นี้ have authority over บุคคลหรือกลุ่ม หมายถึง “มีอำนาจทางกฎหมายหรือทางสถาบันต่อบุคคลเหล่านั้น” คำว่า over บอกความสัมพันธ์ด้านอำนาจ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ด้านบน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามแฝงหลัง We need to know ได้ถูกต้อง
- We need to know what authority has the agency over local schools.
- We need to know what authority the agency has over local schools.
- We need to know what authority does the agency have over local schools.
ดูคำตอบ
We need to know what authority the agency has over local schools.
Besides voting: การเพิ่มอีกหนึ่งรายการ
Besides voting นำเสนอ voting ว่าเป็นรายการที่รู้อยู่แล้ว และส่งสัญญาณว่าจะมีการเพิ่มรายการอื่นต่อจากนั้น วลีนี้ใช้ขยายรายการหรือประเด็น ไม่ได้แทนที่หรือตัดการลงคะแนนเสียงออก ในที่นี้ besides เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “นอกจาก...แล้วยัง” กริยาที่ตามหลังคำบุพบทใช้รูป -ing ดังนั้น besides voting จึงถูกต้อง อย่าสับสนกับ beside ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึง “อยู่ข้าง ๆ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ besides เพื่อเพิ่มอีกหนึ่งกิจกรรม
- Besides practicing piano, Maya plays on the soccer team.
- Beside the piano, Maya left her soccer bag.
- Except for piano practice, Maya joined every activity.
ดูคำตอบ
Besides practicing piano, Maya plays on the soccer team.
chances are that sometime in your life you'll be called upon to participate in your government, โน้ต
3:15มีโอกาสที่ในบางช่วงของชีวิต คุณจะถูกเรียกให้เข้ามามีส่วนร่วมในรัฐบาลของคุณ
Chances are that: การคาดการณ์ผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น
Chances are that + อนุประโยค เป็นวลีขึ้นต้นแบบตายตัวที่หมายถึง “มีแนวโน้มว่า...” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการถูกขอให้มีส่วนร่วมในงานของรัฐบาลเป็นเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน คำว่า chances ในที่นี้หมายถึงความน่าจะเป็น ไม่ใช่ “โอกาส” ในความหมายของสิ่งที่เปิดให้ทำ วลีนี้ช่วยให้คาดการณ์อย่างค่อนข้างมั่นใจ แต่ยังเปิดไว้ว่าอาจเกิดผลลัพธ์อื่นได้
แบบฝึกหัด
เติมคำขึ้นต้นแบบตายตัวที่หมายถึง “มีแนวโน้มว่า” ให้สมบูรณ์: ____ the roads will freeze overnight.
ดูคำตอบ
Chances are that
you'll be called upon to: ความคาดหวังอย่างเป็นทางการให้ลงมือทำ
You'll be called upon to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “คุณจะถูกขออย่างเป็นทางการหรือถูกคาดหวังให้ทำบางอย่าง” เป็นโครงสร้างกรรมวาจก กล่าวคือ บุคคลหรือสถานการณ์เป็นฝ่ายมอบคำขอหรือความรับผิดชอบให้คุณ ในที่นี้ to นำหน้าการกระทำ participate call upon ในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ แต่ทำให้การกระทำนั้นมีลักษณะเป็นหน้าที่ บทบาท หรือการตอบสนองที่อาจจำเป็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be called upon to: During the evacuation, trained volunteers may ____ assist older residents.
ดูคำตอบ
be called upon to
serve on a jury: ทำหน้าที่เป็นลูกขุน
ในประโยคนี้ serve on a jury หมายถึง “ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกคณะลูกขุน” บุคคลนั้นจะฟังพยานหลักฐานในคดีและร่วมกับคณะลูกขุนตัดสินตามที่ระบบกฎหมายนั้นกำหนด serve ในที่นี้หมายถึง “ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ” ไม่ได้หมายถึง “นำอาหารมาให้หรือให้บริการ” ส่วนบุพบท on แสดงการเป็นสมาชิกของกลุ่มหรือองค์กรทางการ เช่นเดียวกับใน serve on a committee
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Elena ได้รับเลือกให้เข้าร่วมการพิจารณาคดีในฐานะลูกขุน
- Elena was chosen to serve on a jury.
- Elena was chosen to serve lunch to the jury.
- Elena was chosen to testify in court.
ดูคำตอบ
Elena was chosen to serve on a jury.
testify in court: ให้การอย่างเป็นทางการในศาล
Testify in court หมายถึง “ให้การอย่างเป็นทางการในฐานะพยานระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี” Testify ใช้บอกการให้ถ้อยคำอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสิ่งที่บุคคลรู้ เห็น หรือประสบมา In court หมายถึงการอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่เพียงอยู่ภายในอาคารศาล สำนวนนี้พบบ่อยในบริบทกฎหมายและข่าว
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาที่หมายถึง “ให้การอย่างเป็นทางการ” ลงในประโยค: The witness will ____ in court tomorrow.
ดูคำตอบ
testify
or petition your Congress person to pass or defeat an idea for a law. การใช้คำ
3:22หรือการร้องเรียนสมาชิกรัฐสภาของคุณเพื่อให้ผ่านหรือคว่ำร่างกฎหมาย
petition your Congress person: ยื่นคำขอของประชาชนอย่างเป็นทางการ
petition ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึงการยื่นคำขออย่างเป็นทางการต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจ petition your Congress person หมายถึงการขอให้สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ดำเนินการผ่านกระบวนการทางพลเมืองหรือการเมือง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ petition + บุคคลหรือองค์กร + to + คำกริยา เช่น petition the council to change a rule เมื่อเทียบกับ ask แล้ว petition ทำให้คำขอฟังเป็นทางการกว่า และมักเป็นคำขอสาธารณะหรือคำขอจากกลุ่มคน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ petition ได้อย่างเป็นธรรมชาติสำหรับคำขออย่างเป็นทางการของประชาชน
- We petitioned the waiter to bring the menu.
- I petitioned my friend to lend me a pen for one minute.
- Residents petitioned the city council to add a safe crosswalk.
ดูคำตอบ
Residents petitioned the city council to add a safe crosswalk.
pass or defeat a proposed law: ผ่านหรือคว่ำข้อเสนอกฎหมาย
ในบริบททางนิติบัญญัติ pass หมายถึงอนุมัติข้อเสนออย่างเป็นทางการ ส่วน defeat หมายถึงทำให้ข้อเสนอนั้นไม่ผ่าน ซึ่งมักเกิดจากการลงคะแนน กรรมของ defeat คือมาตรการหรือข้อเสนอ ไม่ใช่บุคคล an idea for a law เป็นคำอธิบายแบบง่าย ๆ สำหรับสิ่งที่อาจพัฒนาเป็นร่างกฎหมายหรือข้อเสนอกฎหมาย ในภาษาอังกฤษด้านนิติบัญญัติและข่าว มักใช้ pass or defeat a bill/proposal มากกว่า
แบบฝึกหัด
ในรายงานข่าวด้านนิติบัญญัติ defeat a bill หมายความว่าอย่างไร
- อธิบายร่างกฎหมายให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งฟัง
- ทำให้ร่างกฎหมายกลายเป็นกฎหมายทันที
- ทำให้ร่างกฎหมายไม่ได้รับการอนุมัติ
ดูคำตอบ
ทำให้ร่างกฎหมายไม่ได้รับการอนุมัติ
you can be involved, informed, and intelligent: บทสรุปแบบสามส่วน
ในที่นี้ involved, informed และ intelligent เป็นคำคุณศัพท์สามคำที่ล้วนเติมเต็ม be และบรรยายประธานเดียวกันคือ you การใช้ทั้งสามส่วนในรูปไวยากรณ์เดียวกันทำให้เกิดโครงสร้างขนาน รายการสามส่วนนี้ย่อแนวคิดก่อนหน้าให้เป็นบทสรุปที่กระชับ and ที่อยู่หน้าส่วนสุดท้ายบอกว่ารายการกำลังจะจบ ส่วนการใช้รูปแบบซ้ำกันช่วยเพิ่มจังหวะและน้ำหนักให้ตอนจบ ทำให้ข้อความฟังดูสมบูรณ์และจดจำง่าย วิธีนี้มักเรียกว่า “กฎสามข้อ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำคุณศัพท์สามคำที่มีโครงสร้างขนานเพื่อสร้างจังหวะปิดท้ายที่หนักแน่น?
- The plan is simple, and fairness matters.
- The plan is simple and it can help everyone.
- The plan is simple, practical, and fair.
ดูคำตอบ
The plan is simple, practical, and fair.