คู่มือทลายทฤษฎีสมคบคิดขั้นสุดยอด: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
254 คำ 161 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: วิดีโอใช้เกณฑ์ขบขันว่า คนร่ำรวยและมีอำนาจจะได้รับอันตรายเดียวกันหรือไม่ เพื่อโต้แย้งเรื่องวิธีรักษามะเร็งที่ถูกซ่อน เคมเทรล และวันสิ้นโลก แล้วแนะนำให้ตรวจสอบหลักฐานกับแหล่งข้อมูล ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “a breeding ground for” เป็นสำนวนและภาพพจน์ ใช้บรรยายสภาพแวดล้อมที่ข่าวลือหรือความไม่ไว้วางใจเกิดและแพร่ได้ง่าย ไม่ใช่สถานที่เพาะพันธุ์จริง 2. “Like, I don't know, say” เป็นวัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าที สังเกตการทำทีลังเลเพื่อยกตัวอย่างโต้แย้งที่เจาะจงอย่างประชดประชัน ไม่ใช่ความไม่แน่ใจจริง 3. “be a bit more selective about” เป็นกลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม ใช้ a bit more เพื่อลดความตรงของคำแนะนำ และ selective about + คำนาม เพื่อแนะนำให้เลือกเพื่อนหรือแหล่งข่าวอย่างรอบคอบขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The internet is like a breeding ground for conspiracy theories. สำนวน

0:00

อินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนแหล่งเพาะพันธุ์ของทฤษฎีสมคบคิด

สำนวน

a breeding ground for: แหล่งที่ทำให้…เติบโต

ในที่นี้ a breeding ground for หมายถึงสภาพแวดล้อมที่บางสิ่งเกิดและแพร่กระจายได้ง่าย ประโยคนี้เปรียบอินเทอร์เน็ตกับสภาพแวดล้อมเช่นนั้น ไม่ได้หมายถึงสถานที่เพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตจริง ๆ รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ a breeding ground for + คำนามหรือวลีนาม สำนวนนี้มักชี้ถึงเงื่อนไขที่ช่วยให้สิ่งไม่พึงประสงค์เติบโต แม้เงื่อนไขเหล่านั้นจะไม่ใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียวก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน a breeding ground for: With no fact-checking, the group chat became ____ wild rumors.

ดูคำตอบ

a breeding ground for

While some are just stupid and funny, ไวยากรณ์

0:04

ในขณะที่บางเรื่องก็แค่ดูโง่เขลาและน่าขบขัน

others promote ignorance and an unhealthy distrust.

0:06

แต่เรื่องอื่นๆ กลับส่งเสริมความไม่รู้และความหวาดระแวงที่เป็นพิษ

ไวยากรณ์

While some are ..., others promote ...: บางส่วน… แต่อีกส่วน…

ในประโยคนี้ while มีความหมายเหมือน whereas และใช้สร้างความเปรียบต่าง ไม่ได้หมายถึงในช่วงเวลาที่ ผู้เขียนอธิบายกลุ่มหนึ่งก่อนด้วย some แล้วใช้ others เปรียบต่างกับอีกกลุ่มย่อยหนึ่งในหมวดใหญ่เดียวกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ While some + อนุประโยค, others + อนุประโยค ทั้งสองอนุประโยคใช้คำกริยาต่างกันได้ แต่ควรเปรียบเทียบแง่มุมที่สอดคล้องกันของหัวข้อเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเปรียบต่าง While some ..., others ...: ____ some school clubs focus on sports, ____ offer music or art.

ดูคำตอบ

While · others

So, we went to the Kurzgesagt Lab

0:09

ดังนั้น เราจึงไปที่ห้องทดลอง Kurzgesagt

and developed a foolproof system to destroy วลี

0:11

และพัฒนาระบบที่ไม่มีวันพลาดเพื่อใช้ทำลาย

not all, but a lot of conspiracy theories. ไวยากรณ์

0:14

ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ แต่ก็จัดการทฤษฎีสมคบคิดได้เยอะเลย

วลี

“foolproof system”: ระบบที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันความผิดพลาด

ในประโยคนี้ a foolproof system หมายถึงระบบที่ออกแบบมาให้ง่ายและน่าเชื่อถือมาก จนผู้ใช้แทบจะใช้ผิดหรือทำให้ระบบล้มเหลวไม่ได้ foolproof ขยายคำว่า system ไม่ได้บอกว่าผู้ใช้ฉลาดหรือไม่ฉลาด คำคุณศัพท์นี้มักใช้เน้นความน่าเชื่อถือของแผน วิธีการ กระบวนการ หรือชุดคำแนะนำ เนื่องจากระบบจริงไม่มีระบบใดสมบูรณ์แบบ คำนี้จึงอาจฟังดูจงใจพูดเกินจริงหรือมีอารมณ์ขันได้เช่นในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ foolproof system มากที่สุด

  1. ระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานผิดวิธีได้ยากมาก
  2. ระบบที่อนุญาตให้เฉพาะผู้เชี่ยวชาญใช้งาน
  3. ระบบที่ออกแบบมาให้ยังคงปลอดภัยหากเกิดความขัดข้อง
ดูคำตอบ

ระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานผิดวิธีได้ยากมาก

ไวยากรณ์

“not all, but a lot of”: จำกัดคำกล่าวที่กว้างเกินไป

ผู้พูดปฏิเสธขอบเขตแบบเด็ดขาดของ all ก่อน แล้วแทนที่ด้วย a lot of ซึ่งสื่อว่ามีจำนวนมากแต่ยังมีขีดจำกัด ใจความเชิงบวกคือสามารถจัดการกับทฤษฎีสมคบคิดได้หลายเรื่อง ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มาก” รูปแบบการแก้คำพูดนี้ช่วยให้ข้อความแม่นยำขึ้นโดยไม่ละทิ้งใจความเดิม: not X, but Y ในที่นี้ X กว้างเกินไป ส่วน Y ยังคงน้ำหนักของข้อความเดิมไว้มาก พร้อมกำหนดขอบเขต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบการแก้คำพูดจากบทเรียน โดยใช้ all และ a lot of: The update fixed ____ the bugs we reported.

ดูคำตอบ

not all but a lot of

It's really simple.

0:17

มันง่ายมากๆ

Just ask yourself,

0:19

แค่ถามตัวคุณเองว่า

does the theory affect really rich and powerful people? ลำดับความ

0:20

ทฤษฎีนั้นส่งผลกระทบต่อคนที่ร่ำรวยและมีอำนาจจริงๆ หรือเปล่า?

ลำดับความ

ทดสอบข้อกล่าวอ้างด้วย “Does the theory affect ...?”

คำถามนี้เปลี่ยนข้อกล่าวอ้างเชิงนามธรรมให้เป็นการทดสอบที่เป็นรูปธรรม: ถ้าทฤษฎีนี้อธิบายภัยคุกคามที่มีอยู่จริง ภัยนั้นจะส่งผลถึงคนที่ร่ำรวยและมีอำนาจอย่างมากด้วยหรือไม่ รูปคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ทำให้ข้อโต้แย้งมีเงื่อนไขที่ชัดเจนสำหรับตรวจสอบ ในบริบทนี้ ผู้พูดไม่ได้ต้องการข้อมูลใหม่เป็นหลัก เหตุผลที่แฝงอยู่คือ คนที่มีอำนาจย่อมมีทั้งเหตุผลสำคัญและทรัพยากรที่จะต่อต้านภัยที่ทำร้ายตน หากพวกเขาไม่ต่อต้าน ก็ทำให้ทฤษฎีน่าเชื่อน้อยลง จากนั้นยังใช้กรอบคำถามเดียวกันจัดลำดับตัวอย่างอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ในข้อโต้แย้ง ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อถามว่า “does the theory affect really rich and powerful people?”

  1. กล่าวว่ามีเพียงคนร่ำรวยและมีอำนาจเท่านั้นที่เข้าใจทฤษฎีนี้
  2. ทดสอบทฤษฎีโดยถามว่าอันตรายที่ทฤษฎีคาดไว้นั้นจะส่งผลถึงผู้มีอำนาจด้วยหรือไม่
  3. ขอรายชื่อคนร่ำรวยที่เคยพูดถึงทฤษฎีนี้
ดูคำตอบ

ทดสอบทฤษฎีโดยถามว่าอันตรายที่ทฤษฎีคาดไว้นั้นจะส่งผลถึงผู้มีอำนาจด้วยหรือไม่

Is the answer yes?

0:23

คำตอบคือใช่ไหม?

Okay,

0:25

โอเค

then it's most likely not true. วลี

0:26

งั้นมันก็เป็นไปได้สูงมากว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง

วลี

Most likely: ข้อสรุปที่มีความเป็นไปได้สูงแต่ไม่แน่นอน

Most likely หมายถึง “มีความเป็นไปได้สูง” หรือ “น่าจะ” เป็นการอนุมานที่ค่อนข้างมั่นใจ แต่ยังเปิดช่องให้สงสัยได้ ใน then it's most likely not true คำว่า most likely ขยายข้อสรุป not true ทั้งหมด หมายความว่าข้อกล่าวอ้างนั้นน่าจะเป็นเท็จ วลีนี้ไม่ได้หมายถึง least likely หรือ most unlikely

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้ข้อสรุปเชิงปฏิเสธที่มีน้ำหนักมาก แต่ยังไม่แน่นอนทั้งหมด?

  1. The claim is unlikely to be false.
  2. The claim is definitely not true.
  3. The claim is most likely not true.
ดูคำตอบ

The claim is most likely not true.

Let's test it on three examples.

0:28

มาลองทดสอบด้วย 3 ตัวอย่างกัน

Number one.

0:37

ข้อที่หนึ่ง

There's an easy cure for cancer,

0:38

มีวิธีรักษามะเร็งได้ง่ายๆ

but it's withheld because it would destroy the profits of pharma companies. โน้ต

0:39

แต่ถูกปิดบังไว้เพราะมันจะทำลายผลกำไรของบริษัทยา

ไวยากรณ์

It's withheld: รูปประโยคถูกกระทำที่ไม่ระบุผู้กระทำ

ในที่นี้ it หมายถึง an easy cure for cancer ส่วน it's withheld เป็นรูปประโยคถูกกระทำของ someone withholds it โดยประโยคกำลังกล่าวอ้างว่ามีใครบางคนจงใจไม่ให้วิธีรักษาที่กล่าวถึงนั้นถูกเปิดเผยหรือนำมาให้ใช้ รูปประโยคถูกกระทำไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้ทำ การใช้แบบนี้มีประโยชน์เมื่อไม่รู้ผู้กระทำ แต่ในข้อโต้แย้งก็อาจทำให้ความรับผิดชอบไม่ชัดเจนได้ ประโยคนี้กล่าวหาว่ามีการปกปิดโดยเจตนาโดยไม่ระบุผู้รับผิดชอบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ it's withheld สื่อความหมายใด?

  1. วิธีรักษานั้นหาได้ยากชั่วคราวเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
  2. ยังไม่มีการค้นพบวิธีรักษานั้น
  3. มีใครบางคนจงใจไม่ให้วิธีรักษาที่กล่าวถึงนั้นถูกนำมาใช้ แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าคนนั้นคือใคร
ดูคำตอบ

มีใครบางคนจงใจไม่ให้วิธีรักษาที่กล่าวถึงนั้นถูกนำมาใช้ แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าคนนั้นคือใคร

การใช้คำ

Pharma companies: รูปย่อของ pharmaceutical companies

Pharma เป็นรูปย่อที่ใช้เรียกอุตสาหกรรมเภสัชกรรม ใน pharma companies คำว่า pharma ทำหน้าที่ขยายคำนามและหมายถึงบริษัทที่พัฒนาหรือผลิตยา วลีนี้พบได้บ่อยในข่าว ธุรกิจ และการพูดคุยด้านสาธารณสุข เป็นการเรียกประเภทของบริษัท ไม่ใช่ชื่อเฉพาะของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และ pharma ไม่ใช่คำเดียวกับ pharmacy

แบบฝึกหัด

เลือกคำย่อที่สื่อใช้กันทั่วไปสำหรับบริษัทที่ผลิตยาเพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษ: The article examines pricing by ___ companies.

  1. pharma
  2. pharmacist
  3. pharmacy
ดูคำตอบ

pharma

Hmm.

0:43

หืม

Do really rich people die of cancer?

0:44

คนที่รวยมากๆ ตายด้วยโรคมะเร็งหรือเปล่า?

Like, I don't know, say the former CEO of Apple? โน้ต

0:46

แบบว่า ไม่รู้สิ สมมติว่าเป็นอดีตซีอีโอของ Apple ล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Like, I don't know, say: คำเกริ่นที่แสร้งทำเป็นพูดสบาย ๆ

ในที่นี้ Like, I don't know, say เป็นคำเกริ่นแบบกันเองที่ใช้ยกตัวอย่างซึ่งจริง ๆ แล้วเลือกมาอย่างตั้งใจ say หมายถึง “ยกตัวอย่างเช่น” ส่วน like และ I don't know ทำให้ดูเหมือนว่าตัวอย่างนั้นเพิ่งนึกขึ้นได้หรือพูดขึ้นมาลอย ๆ ผู้พูดไม่ได้ยอมรับว่าตนไม่รู้จริง ๆ การแสร้งลังเลทำให้คำเกริ่นดูนุ่มนวลลง แต่กลับเพิ่มน้ำเสียงประชดให้ตัวอย่างที่มีเป้าหมาย เพราะสื่อว่าสามารถยกตัวอย่างโต้แย้งที่ชัดเจนได้แทบไม่ต้องคิดเลย

แบบฝึกหัด

Like, I don't know, say ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ขอให้ผู้ฟังบอกชื่ออดีตผู้บริหารของ Apple
  2. ยอมรับว่าผู้พูดนึกตัวอย่างใด ๆ ไม่ออก
  3. นำเสนอตัวอย่างที่มีเป้าหมายราวกับว่าเลือกมาแบบสบาย ๆ
ดูคำตอบ

นำเสนอตัวอย่างที่มีเป้าหมายราวกับว่าเลือกมาแบบสบาย ๆ

วัฒนธรรม

the former CEO of Apple?: การกล่าวถึงสตีฟ จ็อบส์โดยอ้อม

ในคำถามนี้ the former CEO of Apple เป็นการกล่าวพาดพิงถึงสตีฟ จ็อบส์โดยอ้อม เขาเคยเป็นผู้นำของ Apple และการเสียชีวิตของเขาเกี่ยวข้องกับมะเร็ง ความรู้ร่วมกันนี้ทำให้วลีดังกล่าวเป็นตัวอย่างโต้แย้งที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่คำถามว่าใครเคยดำรงตำแหน่งนั้น ผู้พูดไม่เอ่ยชื่อเขาโดยตรง เพราะคาดว่าผู้ฟังจะระบุตัวเขาได้จากคำบรรยาย รูปคำถามทำให้ตัวอย่างนี้มีเป้าหมายและเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ แม้แต่คนที่มีชื่อเสียงและทรงอำนาจก็ไม่อาจหนีพ้นโรคนี้ได้ Former หมายถึง “ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งนี้” ไม่ได้หมายถึง “คนแรก” หรือ “คนดั้งเดิม”

แบบฝึกหัด

เหตุใดผู้พูดจึงใช้ the former CEO of Apple ในที่นี้?

  1. ถามว่าใครเป็นผู้บริหาร Apple อยู่ในปัจจุบัน
  2. ชี้ถึงสตีฟ จ็อบส์โดยอ้อมในฐานะตัวอย่างโต้แย้งจากโลกจริง
  3. ระบุบุคคลที่เป็น CEO คนแรกของ Apple
ดูคำตอบ

ชี้ถึงสตีฟ จ็อบส์โดยอ้อมในฐานะตัวอย่างโต้แย้งจากโลกจริง

Yes.

0:50

ใช่

There is no suppressed cure for cancer.

0:52

ไม่มีการปิดบังวิธีรักษามะเร็งหรอกนะ

Number two, chemtrails. วัฒนธรรม

0:55

ข้อที่สอง เคมเทรล (Chemtrails)

วัฒนธรรม

chemtrails: ศัพท์จากทฤษฎีสมคบคิด

ในที่นี้ chemtrails หมายถึงคำกล่าวอ้างว่าเส้นที่มองเห็นด้านหลังเครื่องบินคือสารเคมีที่จงใจพ่นออกมาเพื่อจุดประสงค์ลับบางอย่าง คำนี้เป็นศัพท์จากทฤษฎีสมคบคิด ไม่ใช่ชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางสำหรับเส้นทางปกติของเครื่องบิน ในวลีที่ใช้ไล่รายการ “Number two, chemtrails” คำเดียวนี้ทำหน้าที่บอกหัวข้อถัดไป เมื่อพบคำนี้ในข่าวหรือการสนทนาออนไลน์ ให้เข้าใจว่าเป็นการอ้างถึงข้อกล่าวอ้างดังกล่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงด้านการบินที่ได้รับการยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ chemtrails ได้อย่างถูกต้องและรอบคอบ

  1. The documentary examines why some people believe in the chemtrails conspiracy theory.
  2. Every white line behind an airplane is officially called a chemtrail.
  3. Pilots use chemtrails as the technical name for ordinary condensation trails.
ดูคำตอบ

The documentary examines why some people believe in the chemtrails conspiracy theory.

The theory that airplanes spray chemicals in the air for population control ไวยากรณ์

0:57

ทฤษฎีที่ว่าเครื่องบินพ่นสารเคมีในอากาศเพื่อควบคุมจำนวนประชากร

or some other crazy reason.

1:02

หรือด้วยเหตุผลบ้าบออื่นๆ

ไวยากรณ์

the theory that + อนุประโยค: ระบุเนื้อหาของทฤษฎี

“The theory that + อนุประโยค” เป็นวลีนามที่อนุประโยคซึ่งขึ้นต้นด้วย that ระบุเนื้อหาของทฤษฎี ในที่นี้ “that airplanes spray chemicals...” บอกอย่างชัดเจนว่าทฤษฎีนั้นกล่าวอ้างอะไร that ในที่นี้เป็นคำสันธาน หรือเรียกในทางไวยากรณ์ว่าตัวนำส่วนเติมเต็ม โดยนำหน้าอนุประโยคที่สมบูรณ์และไม่ได้ทำหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมในอนุประโยคนั้น ไม่ใช่คำชี้เฉพาะใน “that theory” และไม่ใช่สรรพนามเชื่อมความ ประโยคในคำบรรยายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยค เพราะใช้เป็นคำจำกัดความของ chemtrails ในภาษาพูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ that เพื่อระบุเนื้อหาของทฤษฎี

  1. They tested the theory that surprised the team.
  2. They tested that theory after lunch.
  3. They tested the theory that regular breaks improve focus.
ดูคำตอบ

They tested the theory that regular breaks improve focus.

Do really powerful people breathe air?

1:03

คนที่มีอำนาจมากๆ หายใจเอาอากาศเข้าไปหรือเปล่า?

Do Obama or Putin breathe air?

1:06

โอบามาหรือปูตินหายใจเอาอากาศเข้าไปไหม?

Yes.

1:09

ใช่

Chemtrails are not a thing. วลี

1:10

เคมเทรลไม่มีอยู่จริง

วลี

not a thing: บอกว่าบางสิ่งไม่ได้มีอยู่จริง

ในที่นี้ not a thing หมายความว่าปรากฏการณ์ที่ถูกกล่าวอ้างนั้นไม่จริงหรือไม่มีอยู่ ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่าสิ่งหนึ่งไม่ใช่วัตถุ โครงสร้าง X is not a thing ใช้แบบไม่เป็นทางการเพื่อปฏิเสธแนวคิด กฎ กระแส หรือปรากฏการณ์ที่ถูกอ้างถึงว่าไม่มีอยู่หรือไม่เป็นจริง เป็นการสรุปอย่างหนักแน่น แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้ให้หลักฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ากฎที่ถูกกล่าวอ้างนั้นไม่มีอยู่จริง?

  1. That is not the thing to do.
  2. That rule is not my thing.
  3. That rule is not a thing.
ดูคำตอบ

That rule is not a thing.

Number three, apocalyptic conspiracy theories.

1:12

ข้อที่สาม ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับวันสิ้นโลก

The world will end soon because of the Antichrist,

1:16

โลกกำลังจะพบจุดจบในไม่ช้าเพราะผู้ต่อต้านพระคริสต์

Mayans, aliens, someone says so. วลี

1:19

ชาวมายัน มนุษย์ต่างดาว หรือใครสักคนพูดเอาไว้

วลี

someone says so: ใช้ so แทนคำกล่าวอ้างก่อนหน้า

ใน someone says so คำว่า so ใช้แทนคำกล่าวอ้างทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง หมายถึงมีใครบางคนบอกว่าสิ่งนั้นเป็นความจริง ไม่ได้หมายถึง “ด้วยวิธีนั้น” เมื่อวางหลังรายการเหตุผลที่ฟังดูรุนแรง คำบอกแหล่งที่มาแบบคลุมเครืออย่าง someone และคำแทนเนื้อหาอย่าง so ทำให้หลักฐานฟังดูอ่อนมาก แนวคิดนี้ถูกพูดซ้ำเพียงเพราะบุคคลที่ไม่ระบุชื่ออ้างเช่นนั้น ในประโยคนี้ถ้อยคำมีน้ำเสียงประชดและดูแคลน

แบบฝึกหัด

ใน The meeting is canceled because someone says so คำว่า so ใช้แทนอะไร?

  1. ตัวตนของบุคคลนั้น
  2. คำกล่าวอ้างว่าการประชุมถูกยกเลิก
  3. วิธีพูดของบุคคลนั้น
ดูคำตอบ

คำกล่าวอ้างว่าการประชุมถูกยกเลิก

Do really rich and powerful people

1:22

คนที่ร่ำรวยและมีอำนาจจริงๆ

ignore the soon to be upon us and very imminent apocalypse? สำนวน

1:23

พวกเขาเพิกเฉยต่อวันสิ้นโลกที่กำลังจะมาถึงอย่างกระชั้นชิดนี้หรือเปล่า?

สำนวน

soon to be upon us: เหตุการณ์กำลังใกล้เข้ามา

วลี soon to be upon us หมายถึงเหตุการณ์หรือช่วงเวลาหนึ่งกำลังจะมาถึงหรือเริ่มขึ้น ในที่นี้ upon us แสดงความใกล้ในด้านเวลา ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่อยู่เหนือผู้พูดจริง ๆ ในคำถามนี้ วลีดังกล่าวทำให้วันสิ้นโลกดูเหมือนกำลังเคลื่อนเข้ามาหาผู้คน ส่วน very imminent ที่อยู่ใกล้กันย้ำความหมายเดียวกันเพื่อพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ทำให้อันตรายดูใกล้จนไม่อาจเพิกเฉยได้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนตายตัว be upon us เติมประโยคให้สมบูรณ์: The exam period will soon ____, so start revising now.

ดูคำตอบ

be upon us

Yes.

1:27

ใช่

The world will not end soon.

1:28

โลกไม่ได้จะแตกในเร็วๆ นี้หรอก

This obviously doesn't work for every conspiracy theory out there, สำนวน

1:30

เห็นได้ชัดว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้กับทุกทฤษฎีสมคบคิดที่มีอยู่

สำนวน

out there หลังคำนาม: สิ่งที่มีอยู่ในโลกโดยทั่วไป

ในที่นี้ out there อยู่หลัง every conspiracy theory และหมายถึง “ที่มีอยู่หรือแพร่หลายในโลกภายนอก” ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เมื่อใช้เป็นคำขยายหลังคำนาม วลีนี้จะขยายขอบเขตของกลุ่มคำนาม โดย every conspiracy theory out there หมายถึงทฤษฎีทั้งหมดในกลุ่มกว้าง ๆ ที่ไม่มีขอบเขตชัดเจน ซึ่งผู้คนอาจพบเจอหรือได้ยินมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ out there ในความหมายว่า “มีอยู่หรือหาได้ในโลกโดยทั่วไป” ไม่ใช่สถานที่จริง

  1. Please wait out there until your name is called.
  2. There are many useful study apps out there.
  3. Your backpack is out there by the door.
ดูคำตอบ

There are many useful study apps out there.

but it does work for some of the most stupid ones.

1:34

แต่มันใช้ได้ผลกับเรื่องที่ดูงี่เง่าที่สุดบางเรื่องจริงๆ

So the next time someone tries to convince you โน้ต

1:36

ดังนั้นครั้งต่อไปที่ใครพยายามจะโน้มน้าวคุณ

that the Illuminati put stuff in your water,

1:38

ว่าอิลลูมินาติแอบใส่อะไรบางอย่างลงในน้ำของคุณ

ไวยากรณ์

the next time someone tries to convince you...: ใช้ present simple กล่าวถึงเวลาในอนาคต

the next time ใช้บอกโอกาสในอนาคต คือครั้งถัดไปที่บางสิ่งเกิดขึ้น วลีนี้เริ่มอนุประโยคบอกเวลาที่กำหนดว่าคำแนะนำในประโยคหลักใช้เมื่อใด แม้จะพูดถึงอนาคต อนุประโยคบอกเวลาแบบนี้มักใช้ simple present จึงใช้ someone tries ไม่ใช่ someone will try และเพราะ someone เป็นเอกพจน์ try จึงเปลี่ยนเป็น tries

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ call: The next time Leo ____, tell him the meeting starts at ten.

ดูคำตอบ

calls

วลี

convince you that...: ทำให้ใครบางคนเชื่อข้อความหนึ่ง

ใน convince you that... คำว่า you คือคนที่ความเชื่ออาจเปลี่ยนไป และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that คือข้อความที่ต้องการให้คนนั้นเชื่อ ในที่นี้ tries to convince แสดงว่าเป็นเพียงความพยายาม จึงไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายยอมเชื่อจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ convince + คน + that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Amir เชื่อข้อความหนึ่งเกี่ยวกับกุญแจในภายหลัง

  1. I convinced Amir to put the key in the drawer.
  2. I convinced to Amir that the key was in the drawer.
  3. I convinced Amir that the key was in the drawer.
ดูคำตอบ

I convinced Amir that the key was in the drawer.

just show them this video

1:40

แค่เปิดวิดีโอนี้ให้พวกเขาดู

and maybe be a bit more selective about your friends on Facebook. วลี

1:42

และบางทีคุณอาจจะต้องเลือกคบเพื่อนใน Facebook ให้มากขึ้นหน่อยนะ

วลี

be a bit more selective about: เลือกให้รอบคอบขึ้นพร้อมทำให้คำแนะนำฟังนุ่มนวล

be selective about + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงใช้เกณฑ์ที่รอบคอบเมื่อต้องเลือกในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในที่นี้ be a bit more selective about your friends หมายถึงให้เลือกเพื่อนอย่างรอบคอบขึ้น more เปรียบเทียบวิธีเลือกในปัจจุบันของผู้ฟังกับเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่า ส่วน a bit ช่วยทำให้คำแนะนำฟังนุ่มนวลลง แม้ถ้อยคำจะดูเป็นมิตร แต่ก็ยังมีคำวิจารณ์แบบหยอกล้อว่าบางคนที่เป็นเพื่อนใน Facebook อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการแนะนำอย่างนุ่มนวลให้ใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นในการเลือกแหล่งข่าว

  1. You should be less selective about the news sources you trust.
  2. You should be a bit more selective about the news sources you trust.
  3. You should select more news sources to trust.
ดูคำตอบ

You should be a bit more selective about the news sources you trust.