ทำไมเราถึงเลือกคู่รักที่เข้ากันได้ยาก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
799 คำ 156 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: รูปแบบอารมณ์จากวัยเด็กอาจทำให้คนรักที่รับมือยากดูน่าดึงดูดเพราะให้ความรู้สึกคุ้นเคย วิดีโอเสนอให้เปลี่ยนการป้องกันตัวแบบเด็กเป็นการตอบสนองแบบผู้ใหญ่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “fall for” — กริยาวลี: เข้าใจความหมายว่า “ตกหลุมรัก” แยกจากความหมายว่า “หลงเชื่อ” และใช้พูดถึงแรงดึงดูดต่อบุคคลได้เป็นธรรมชาติ 2. “a short fuse,” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจชนวนสั้นว่าเปรียบถึงคนโมโหง่าย และเชื่อมโยงกับ “blow up” ที่สานต่อภาพการระเบิด 3. “in our remit” — ความหมายและระดับภาษา: เรียนรู้สำนวนอังกฤษแบบเป็นทางการที่หมายถึงขอบเขตความรับผิดชอบหรือการควบคุม เพื่อแยกเป้าหมายที่ไม่สมจริงจากสิ่งที่เราทำได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Theoretically,

0:01

ในทางทฤษฎี

we are free to select the kind of person we love. ไวยากรณ์

0:02

เรามีอิสระที่จะเลือกประเภทของคนที่เราจะรัก

ไวยากรณ์

free to select: มีอิสระหรือได้รับอนุญาตให้เลือก

be free to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีอิสระ ได้รับอนุญาต หรือมีโอกาสเลือกทำบางอย่าง ในที่นี้ free to select นำเสนอว่าบุคคลนั้นตัดสินใจเลือกเองได้ ไม่ใช่ให้กฎภายนอกเป็นผู้กำหนด free อธิบายอิสระในการกระทำของบุคคล ไม่ได้หมายถึงไม่เสียเงิน โครงสร้างคือ be + free + to-infinitive เช่น are free to select

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงคุณสามารถเลือกที่นั่งใดก็ได้ตามต้องการ

  1. You can choose a seat for free.
  2. You are free to choose any seat.
  3. You are free from having to choose a seat.
ดูคำตอบ

You are free to choose any seat.

We might have chosen someone else. ไวยากรณ์

0:05

เราอาจจะเลือกคนอื่นก็ได้

ไวยากรณ์

might have chosen: ทางเลือกอื่นที่อาจเป็นไปได้ในอดีต

might have chosen ใช้โครงสร้าง modal perfect คือ might + have + คำกริยาช่องที่สาม โครงสร้างนี้ย้อนมองการเลือกในอดีตและเสนอว่าการเลือกแบบอื่นก็เป็นไปได้ในตอนนั้น ในที่นี้ someone else เป็นทางเลือกที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ข้อความเกี่ยวกับการเลือกในปัจจุบันหรืออนาคต ในบริบทอื่น might have + คำกริยาช่องที่สาม อาจใช้แสดงความไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นจริงได้ด้วย จึงต้องใช้บริบทแยกการคาดคะเนเกี่ยวกับอดีตออกจากทางเลือกที่ไม่ได้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการเลือกเส้นทางอื่นว่าเป็นทางเลือกในอดีตที่เป็นไปได้แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

  1. We might choose a different route tomorrow.
  2. We must have chosen a different route.
  3. We might have chosen a different route.
ดูคำตอบ

We might have chosen a different route.

We're not being forced into a relationship by social convention วลี

0:08

เราไม่ได้ถูกบังคับให้มีความสัมพันธ์โดยธรรมเนียมทางสังคม

วลี

forced into a relationship: โครงสร้าง force someone into something

ใน forced into a relationship คำว่า forced อยู่ในรูปถูกกระทำ หมายถึงแรงกดดันจากภายนอกทำให้ใครบางคนเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ตนไม่ได้เลือกอย่างอิสระ ส่วน by social convention ระบุว่าแรงกดดันนั้นมาจากค่านิยมทางสังคม โครงสร้างคือ force + คน + into + คำนามหรือรูป -ing ตรงนี้ into หมายถึงการเข้าสู่สภาวะหรือข้อตกลง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ force และคำบุพบทที่ใช้หน้ารูป -ing: She was ____ signing the agreement.

ดูคำตอบ

forced into

or matchmaking or dynastic imperatives.

0:11

หรือการคลุมถุงชน หรือข้อบังคับของตระกูล

But in reality, ลำดับความ

0:15

แต่ในความเป็นจริง

our choice of lover is probably a lot less free than we imagine. ไวยากรณ์

0:16

การเลือกคนรักของเราอาจมีอิสระน้อยกว่าที่เราคิดไว้มาก

ลำดับความ

But in reality: เปลี่ยนจากภาพที่เห็นไปสู่ข้อเท็จจริง

But in reality ใช้สร้างความต่างระหว่างความคิด ความคาดหวัง หรือทฤษฎีกับสิ่งที่เป็นจริง But ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนทิศทางของข้อคิด ส่วน in reality ระบุว่าข้อความที่ตามมาเป็นการแก้ความเข้าใจให้ตรงกับความจริง เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมความคิดที่ต้นประโยค วลีนี้จะช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง โดยเริ่มจากมุมมองตามภาพที่เห็นหรือทางทฤษฎี แล้วใช้ But in reality, เพื่อแทนที่หรือจำกัดมุมมองนั้นด้วยสถานการณ์จริง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษ: “The app looks simple. But in reality, it took years to build.” “But in reality,” ส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. แสดงว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
  2. ให้ตัวอย่างอีกหนึ่งตัวอย่างที่สนับสนุนความคิดก่อนหน้า
  3. เปลี่ยนจากความคิดตามภาพที่เห็นหรือทางทฤษฎีไปสู่สถานการณ์จริง
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากความคิดตามภาพที่เห็นหรือทางทฤษฎีไปสู่สถานการณ์จริง

ไวยากรณ์

a lot less free than we imagine: ต่ำกว่าที่คิดไว้อย่างมาก

ในที่นี้ a lot ขยายวลีเปรียบเทียบ less free ดังนั้น a lot less free จึงหมายถึงมีอิสระน้อยกว่ามาก ประโยคนี้เปรียบเทียบระดับความอิสระในการเลือกคนรัก ไม่ได้พูดถึงจำนวนคนรัก อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย than ใช้สิ่งที่เราคิดไว้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ โครงสร้าง a lot less + adjective + than ... ใช้บอกว่าความจริงต่ำกว่าความคาดหมายหรือภาพที่เห็นอย่างมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบที่เน้นความต่างมาก a lot less ... than: The task was ____ simple ____ the instructions made it seem.

ดูคำตอบ

a lot less · than

Some very real constraints around whom we can love and feel properly attracted to

0:21

ข้อจำกัดที่แท้จริงบางอย่างเกี่ยวกับใครที่เรารักได้และรู้สึกดึงดูดใจอย่างเหมาะสม

come from a place we might not think to look. ลำดับความ

0:26

มาจากสถานที่ที่เราอาจคิดไม่ถึงที่จะมอง

Our childhoods.

0:29

วัยเด็กของเรา

ลำดับความ

a place we might not think to look ... Our childhoods: เปิดเผยคำตอบภายหลัง

ผู้พูดเริ่มด้วยการบอกแหล่งที่มาเชิงนามธรรมว่า a place we might not think to look แต่ยังไม่ระบุว่าเป็นอะไร การเลื่อนข้อมูลสำคัญออกไปเช่นนี้ช่วยสร้างความสงสัย Our childhoods. คือคำตอบที่ถูกเปิดเผยภายหลัง แม้จะเป็นเพียงนามวลีสั้น ๆ ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ ผู้ฟังก็เชื่อมโยงกลับไปยัง place ได้ โดย place ในที่นี้หมายถึงแหล่งที่ควรสืบค้น ไม่ใช่สถานที่จริง การเปิดเผยเช่นนี้ช่วยเน้นคำสุดท้ายให้เด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง Our childhoods. ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลอย่างไร

  1. แก้คำว่า place ด้วยการเปลี่ยนหัวข้อโดยสิ้นเชิง
  2. เป็นคำตอบที่เปิดเผยภายหลังให้กับวลีก่อนหน้า a place we might not think to look
  3. บอกสถานที่แห่งที่สองซึ่งไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

เป็นคำตอบที่เปิดเผยภายหลังให้กับวลีก่อนหน้า a place we might not think to look

Our psychological history strongly predisposes us to fall for only certain types of people. โน้ต

0:31

ประวัติทางจิตวิทยาของเราทำให้เรามีแนวโน้มอย่างมากที่จะตกหลุมรักคนเพียงบางประเภทเท่านั้น

วลี

predisposes us to: แนวโน้ม ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แน่นอน

ใน predisposes us to คำว่า predispose หมายถึง “ทำให้เรามีแนวโน้มมากขึ้นล่วงหน้า” ประวัติทางจิตใจถูกนำเสนอเป็นปัจจัยที่หล่อหลอมแนวโน้ม ไม่ได้บังคับให้พฤติกรรมต่อมาเกิดขึ้นหรือรับประกันผลลัพธ์ โครงสร้างคือ predispose + คน + to + คำนาม หรือ predispose + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ us ตามด้วย to fall

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการ predispose + คน + to: A lack of sleep ____ make impulsive decisions.

ดูคำตอบ

predisposes people to

กริยาวลี

fall for: เริ่มมีความรู้สึกเชิงรักใคร่ต่อใครสักคน

fall for ในที่นี้หมายถึงเริ่มรู้สึกดึงดูดหรือชอบพอใครสักคนในเชิงรักใคร่ เนื่องจากกรรมคือ certain types of people ความหมายที่ตั้งใจจึงเป็นเรื่องความรัก ไม่ใช่อีกความหมายหนึ่งที่พบบ่อยคือ “ถูกหลอก” Fall for เป็นกริยาวลีที่รับกรรม จึงวางคนไว้หลัง for โดยตรง: fall for someone ส่วนสำนวนที่เกี่ยวข้องอย่าง fall in love ใช้โครงสร้างต่างกัน: fall in love with someone

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “Maya เริ่มมีความรู้สึกเชิงรักใคร่ต่อ Leo” อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Maya fell in love for Leo.
  2. Maya fell for Leo's trick.
  3. Maya fell for Leo.
ดูคำตอบ

Maya fell for Leo.

We love along grooves formed in childhood. สำนวน

0:38

เรารักตามร่องรอยที่ก่อตัวขึ้นในวัยเด็ก

สำนวน

along grooves formed in childhood: อุปลักษณ์ของเส้นทางที่ก่อตัวในวัยเด็ก

grooves ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงร่องจริง ๆ แต่เป็นอุปลักษณ์ของแบบแผนทางอารมณ์ที่ประสบการณ์วัยเด็กสร้างไว้ ประโยคนี้บอกว่าเมื่อโตขึ้น เรามักรักไปตามแบบแผนที่คุ้นเคยเหล่านั้น ภาพของเส้นทางทำให้ประสบการณ์ช่วงต้นดูเหมือนสิ่งที่นำทางความรู้สึกและการเลือกในอนาคต โดยมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว คำว่า along สื่อถึงการเคลื่อนไปตามเส้นทางที่มีอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We love along grooves formed in childhood,” ส่วนที่เน้นหมายความว่าอย่างไร?

  1. ความรักในวัยผู้ใหญ่มักดำเนินไปตามแบบแผนทางอารมณ์ที่ก่อตัวในวัยเด็ก
  2. คนเราจะรักได้เฉพาะเมื่ออยู่ข้างร่องจริงที่เกิดขึ้นตอนยังเด็ก
  3. ความรักในวัยเด็กมีความเมตตามากกว่าความรักในวัยผู้ใหญ่เสมอ
  4. คนเราจะลืมวัยเด็กโดยสิ้นเชิงเมื่อตกหลุมรัก
ดูคำตอบ

ความรักในวัยผู้ใหญ่มักดำเนินไปตามแบบแผนทางอารมณ์ที่ก่อตัวในวัยเด็ก

We look for people who in many ways recreate the feelings of love

0:42

เรามองหาคนซึ่งในหลายๆ ด้านสร้างความรู้สึกรักขึ้นมาใหม่

we knew when we were small.

0:45

ความรู้สึกที่เรารู้จักเมื่อตอนเรายังเด็ก

The problem is that the love we imbibed in childhood การใช้คำ

0:47

ปัญหาคือความรักที่เราซึมซับมาในวัยเด็ก

was unlikely to have been made up simply of generosity, กริยาวลี

0:51

ไม่น่าจะเกิดจากความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพียงอย่างเดียว

tenderness and kindness.

0:54

ความอ่อนโยน และความเมตตา

การใช้คำ

love we imbibed in childhood: imbibe หมายถึงการซึมซับและทำให้เป็นส่วนหนึ่งของตน

ใน love we imbibed in childhood คำว่า imbibed ไม่ได้หมายความว่าความรักถูกดื่มเข้าไปจริง ๆ แต่หมายถึงการซึมซับและทำให้เป็นส่วนหนึ่งของตนผ่านประสบการณ์ช่วงต้น เด็กค่อย ๆ รับวิธีให้ รับ และเข้าใจความรักเข้ามา คำกริยานี้ทำให้อิทธิพลดังกล่าวดูค่อยเป็นค่อยไปและหยั่งลึก ราวกับประสบการณ์เข้าไปอยู่ในตัวบุคคลและกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา กรรมของคำกริยาช่วยบอกได้ว่า imbibe ใช้ตามความหมายตรงหรือเชิงเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “love we imbibed in childhood” หมายความว่าอย่างไร?

  1. เครื่องดื่มที่เราได้รับตอนเป็นเด็ก
  2. ความรักที่เราตั้งใจปฏิเสธในวัยเด็ก
  3. ความเมตตาที่เด็กมอบให้ทุกคนโดยธรรมชาติ
  4. แบบแผนความรักที่เราซึมซับและทำให้เป็นส่วนหนึ่งของตนผ่านประสบการณ์วัยเด็ก
ดูคำตอบ

แบบแผนความรักที่เราซึมซับและทำให้เป็นส่วนหนึ่งของตนผ่านประสบการณ์วัยเด็ก

กริยาวลี

be made up simply of: ประกอบขึ้นจาก...เพียงอย่างเดียว

ในที่นี้ be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” หรือ “เกิดจาก” รายการหลัง of บอกองค์ประกอบของความรักที่กำลังกล่าวถึง ส่วน made up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แต่งขึ้น” คำกริยาวิเศษณ์ simply แทรกอยู่กลางวลี โดย be made up simply of X หมายถึง “ประกอบด้วย X เท่านั้น” แม้คำกริยาวิเศษณ์จะแยก up ออกจาก of ก็ให้เข้าใจโครงสร้าง be made up ... of ทั้งหมดเป็นวลีเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ประกอบด้วย...เท่านั้น” ให้สมบูรณ์: The starter kit is ____ a notebook and a pencil.

ดูคำตอบ

made up simply of

Given the way the world is, ลำดับความ

0:56

เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปของโลก

love was liable to have come entwined with certain painful aspects. โน้ต

0:58

ความรักมักจะมาพร้อมกับแง่มุมที่เจ็บปวดบางอย่าง

ลำดับความ

Given the way the world is: ใช้ความเป็นจริงเป็นเงื่อนไขตั้งต้น

Given the way the world is ใช้ตั้งเงื่อนไขหรือข้อสมมติก่อนเข้าสู่ข้อความหลัก มีความหมายโดยประมาณว่า “เมื่อพิจารณาว่าโลกจริง ๆ เป็นอย่างไร” ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านยอมรับความเป็นจริงนั้นเป็นพื้นหลังของข้อสรุปที่ตามมา given ในที่นี้ทำหน้าที่คล้ายคำบุพบท ไม่ใช่รูปของ give ที่แสดงการกระทำ โครงสร้างคือ Given + นามวลี ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและข้อความที่อาศัยเงื่อนไขนั้น โดย the way the world is ทั้งชุดทำหน้าที่เป็นนามวลี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Given + นามวลี เพื่อตั้งข้อสมมติได้ถูกต้อง

  1. Given that the heavy traffic, we should leave early.
  2. Giving the heavy traffic, we should leave early.
  3. Given the heavy traffic, we should leave early.
ดูคำตอบ

Given the heavy traffic, we should leave early.

การใช้คำ

liable to: มีแนวโน้ม ไม่ใช่รับผิดทางกฎหมาย

ในประโยคนี้ was liable to หมายถึง “มีแนวโน้มว่า” โดยสื่อว่าความรักน่าจะปรากฏขึ้นพร้อมกับองค์ประกอบที่เจ็บปวดอยู่ก่อนแล้ว โครงสร้างคือ be liable to + คำกริยา ส่วน to have come ในที่นี้เป็น perfect infinitive ซึ่งวางเหตุการณ์ไว้ก่อนจุดมองในอดีต นี่คือความหมายเรื่องความน่าจะเป็น ไม่ใช่การกำหนดความรับผิดทางกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be liable to ในความหมายว่า “มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น”

  1. During a heat wave, old power lines are liable to fail.
  2. Rosa is able to repair the cable.
  3. The driver is liable for the damage.
ดูคำตอบ

During a heat wave, old power lines are liable to fail.

สำนวน

come entwined with: เข้ามาโดยพันเกี่ยวกันอยู่แล้ว

ในที่นี้ come entwined with หมายถึงความรักถูกรับรู้ในสภาพที่ผสมผสานอย่างแนบแน่นกับแง่มุมอันเจ็บปวดอยู่แล้ว entwined เป็นอุปมา โดยวาดภาพทั้งสองสิ่งเป็นเส้นที่บิดพันกันจนแยกออกจากกันได้ยาก come สามารถตามด้วยคำบรรยายสภาพเพื่อแสดงว่าสิ่งหนึ่งเข้ามาหรือปรากฏอยู่ในสภาพใด วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าความรักปรากฏขึ้นตามลำพังก่อน แล้วจึงถูกพันทางกายภาพในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เข้ามาโดยผสมผสานกันอย่างแนบแน่นอยู่แล้ว”: New opportunities can ____ unexpected responsibilities.

ดูคำตอบ

come entwined with

A feeling of not being quite good enough,

1:03

ความรู้สึกที่ว่าตัวเองดีไม่พอ

a love for a parent who was fragile or depressed,

1:05

ความรักต่อพ่อแม่ที่เปราะบางหรือซึมเศร้า

a sense that one could never be fully vulnerable around a caregiver.

1:08

ความรู้สึกที่ไม่สามารถเปิดเผยความอ่อนแอได้อย่างเต็มที่เมื่ออยู่กับผู้ดูแล

This predisposes us to look in adulthood for partners

1:12

สิ่งเหล่านี้ทำให้เราในวัยผู้ใหญ่มีแนวโน้มที่จะมองหาคู่ชีวิต

who won't necessarily simply be kind to us,

1:17

ที่อาจจะไม่ได้แค่ใจดีกับเราเท่านั้น

but who will,

1:20

แต่จะเป็นคนที่

most importantly,

1:21

และที่สำคัญที่สุดคือ

feel familiar, การใช้คำ

1:23

ทำให้รู้สึกคุ้นเคย

which can be a subtly,

1:24

ซึ่งมันอาจจะเป็นอะไรที่ลึกซึ้ง

but importantly,

1:26

แต่ก็มีความสำคัญ

different thing.

1:27

และเป็นสิ่งที่แตกต่าง

การใช้คำ

feel familiar: รู้สึกคุ้นเคย แต่ไม่ได้รับประกันว่าใจดี

ในประโยคนี้ feel familiar หมายถึงทำให้เรารู้สึกเหมือนจำได้หรือรู้สึกคุ้นเคยทางอารมณ์ คู่ของเราอาจตรงกับรูปแบบที่เราเคยรู้จักมาก่อน แม้ว่าเราจะไม่ได้รู้จักบุคคลนั้นมานานก็ตาม ในที่นี้ familiar ถูกนำมาแยกจาก kind อย่างตั้งใจ บางสิ่งอาจให้ความรู้สึกคุ้นเคยเพราะซ้ำรอยรูปแบบเก่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้สิ่งนั้นใจดี ดีต่อสุขภาพ หรือดีสำหรับเรา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ feel + คำคุณศัพท์ โดย feel บอกความรู้สึกหรือความประทับใจที่คนหรือสิ่งของมอบให้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคนคนหนึ่งทำให้คุณรู้สึกเหมือนคุ้นเคย แม้ว่าคุณอาจไม่ได้รู้จักเขาดีก็ตาม

  1. That person is familiar with me.
  2. That person feels kind.
  3. That person feels familiar.
ดูคำตอบ

That person feels familiar.

We may be constrained to look away from prospective candidates

1:29

เราอาจถูกบังคับให้ต้องเมินเฉยต่อคนที่มีแนวโน้มจะเป็นไปได้

because they don't satisfy a yearning for the complexities that we associate with love. วลี

1:32

เพราะพวกเขาไม่ตอบสนองต่อความโหยหาในความซับซ้อนที่เราเชื่อมโยงกับความรัก

วลี

a yearning for: ความโหยหาที่ลึกซึ้งและยาวนาน

yearning คือความโหยหาทางอารมณ์ที่รุนแรงและมักคงอยู่นาน โครงสร้างคือ a yearning for + คำนามหรือวลีนาม โดย for นำหน้าสิ่งที่ต้องการอย่างลึกซึ้ง ในประโยคนี้ สิ่งที่โหยหาคือความซับซ้อนที่เชื่อมโยงกับความรัก ไม่ใช่เพียงความรักเอง วลีนี้สื่อถึงแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งและแรงกว่า want ทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงความโหยหาอย่างลึกซึ้งและยาวนาน: After years away, she felt ____ home.

ดูคำตอบ

a yearning for

วลี

associate A with B และ that ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม

ในนามวลีนี้ complexities คือสิ่งที่ผู้พูดเชื่อมโยงกับ love อยู่ในความคิด รูปแบบคือ associate A with B โดย A คือ complexities และ B คือ love รูปแบบนี้หมายถึงการเชื่อมโยงแนวคิดสองอย่างในใจ ส่วน with love ไม่ได้หมายความว่าทำสิ่งนั้น “ด้วยความรัก” สรรพนามเชื่อมความ that ใช้แทน complexities และทำหน้าที่เป็นกรรมของ associate หากขยายความคิดออกมา จะได้ we associate the complexities with love การมองเห็นกรรมที่ that ใช้แทนจะช่วยให้เข้าใจอนุประโยคเชื่อมความที่ยาวขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ associate A with B: Many people ____ the smell of sunscreen ____ summer vacations.

ดูคำตอบ

associate · with

We may describe someone as not sexy or boring,

1:38

เราอาจอธิบายว่าใครบางคนไม่เซ็กซี่หรือน่าเบื่อ

when in truth we mean ลำดับความ

1:42

ทั้งที่ความจริงแล้วเราหมายถึง

unlikely to make me suffer

1:43

เขาไม่น่าจะทำให้ฉันต้องทนทุกข์

in the way I need to suffer

1:45

ในแบบที่ฉันต้องการจะทุกข์

in order to feel that love is real.

1:48

เพื่อที่จะรู้สึกว่าความรักนั้นเป็นของจริง

ลำดับความ

when in truth we mean: แก้คำบรรยายที่เห็นอยู่บนผิว

กรอบ when in truth we mean นำคำบรรยายที่เห็นอยู่บนผิวมาเปรียบต่างกับการตีความที่ลึกกว่า ในที่นี้ ผู้คนบอกว่าใครบางคน not sexy or boring แต่ผู้เขียนเสนอว่าสิ่งที่หมายถึงจริง ๆ คือใจความยาวที่ตามหลัง mean when ในที่นี้ไม่ได้บอกเวลาเพียงอย่างเดียว เมื่อใช้ร่วมกับ in truth จะสร้างจังหวะแก้ความหมาย ซึ่งใกล้เคียงกับ “แต่สิ่งที่เราหมายถึงจริง ๆ คือ...” โครงสร้างนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการแก้ไขข้อความแรก

แบบฝึกหัด

when in truth we mean ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? “We call the plan simple, when in truth we mean that it leaves us no choice.”

  1. วลีนี้นำเสนอผลที่เกิดจากการเรียกแผนว่า simple
  2. วลีนี้แก้คำบรรยายที่เห็นอยู่บนผิวโดยบอกความหมายที่ตั้งใจในระดับลึกกว่า
  3. วลีนี้บอกเวลาที่แน่นอนว่าผู้พูดเลือกแผนเมื่อใด
ดูคำตอบ

วลีนี้แก้คำบรรยายที่เห็นอยู่บนผิวโดยบอกความหมายที่ตั้งใจในระดับลึกกว่า

It's common to advise people who are drawn to tricky candidates โน้ต

1:51

เป็นเรื่องปกติที่จะแนะนำคนที่ถูกดึงดูดเข้าหาคนที่มีปัญหาซับซ้อน

วลี

drawn to: รู้สึกถูกดึงดูดหรือสนใจอย่างเป็นธรรมชาติ

Be drawn to someone or something หมายถึงรู้สึกสนใจหรือถูกดึงดูดเข้าหาคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ ในประโยคนี้คนเหล่านั้นถูกดึงดูดเข้าหาคู่ที่รับมือยาก โดย drawn ไม่ได้หมายถึงการวาดภาพ เมื่อเทียบกับการใช้ like เพียงอย่างเดียว be drawn to เน้นความรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดที่อาจไม่ได้เกิดจากการตั้งใจเลือกทั้งหมด Drawn เป็น past participle ใน be drawn to และ to ในที่นี้เป็นคำบุพบท หลัง to จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือ gerund ได้ เช่น drawn to music, drawn to them และ drawn to working outdoors

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงถูกดึงดูดอย่างเป็นธรรมชาติ: Kai has always been ____ unusual designs.

ดูคำตอบ

drawn to

simply to leave them and find someone more wholesome.

1:55

ว่าแค่ทิ้งพวกเขาไปและหาคนที่มีสุขภาพจิตดีกว่า

ไวยากรณ์

advise people ... simply to leave: advise + คน + infinitive ที่มี to

ในโครงสร้าง advise someone to do something คำว่า someone คือผู้รับคำแนะนำ ส่วนกริยารูป infinitive ที่มี to บอกการกระทำที่แนะนำให้คนนั้นทำ ในประโยคนี้ people ถูกขยายด้วยอนุประโยคสัมพันธ์ who are drawn to tricky candidates แม้จะมีคำอธิบายยาวคั่นอยู่ simply to leave ก็ยังเป็นเนื้อหาของคำแนะนำ โดย simply หมายถึงแค่จากไปก็พอ โครงสร้างที่ถูกต้องคือ advise + คน + infinitive ที่มี to ไม่ใช่ advise + คน + รูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ advise กรรม me และ to: The coach ____ rest before the final.

ดูคำตอบ

advised me to

This is both theoretically appealing and often practically impossible. ลำดับความ

1:59

สิ่งนี้เป็นทั้งสิ่งที่น่าสนใจในทางทฤษฎีและมักจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

ลำดับความ

โครงสร้างขนาน both theoretically appealing and often practically impossible

โครงสร้าง both ... and นำเสนอข้อประเมินสองอย่างว่าเป็นจริงพร้อมกัน theoretically appealing หมายถึงแนวคิดนี้ฟังดูดีในหลักการ ส่วน often practically impossible หมายถึงโดยทั่วไปแล้วไม่สามารถนำไปทำจริงได้ การวาง theoretically และ practically ให้ขนานกันช่วยจัดข้อมูลเป็นความแตกต่างระหว่างหลักการกับการลงมือทำ both ... and สามารถเชื่อมแนวคิดที่ไปในทิศทางตรงข้ามกันได้ และไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง often ขยาย practically impossible ดังนั้นประโยคนี้จึงเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ไม่ได้กล่าวว่าการนำไปใช้เป็นไปไม่ได้เสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแผนหนึ่งมีข้อดีในระดับหลักการและมีปัญหาในทางปฏิบัติ โดยข้อประเมินทั้งสองเป็นจริงพร้อมกัน

  1. The plan is either theoretically promising or practically difficult to carry out.
  2. Although the plan is theoretically promising, it has no practical problems.
  3. The plan is both theoretically promising and practically difficult to carry out.
ดูคำตอบ

The plan is both theoretically promising and practically difficult to carry out.

We cannot magically redirect the wellsprings of attraction. สำนวน

2:04

เราไม่สามารถเสกเวทมนตร์เปลี่ยนทิศทางแหล่งที่มาของแรงดึงดูดได้

สำนวน

wellsprings of attraction: ต้นธารอันลึกซึ้งของแรงดึงดูด

ความหมายตรงตัวของ wellsprings คือแหล่งที่น้ำผุดขึ้นมา ใน wellsprings of attraction คำนี้ใช้เป็นอุปมา หมายถึงต้นกำเนิดที่ลึกและต่อเนื่องของสิ่งที่ทำให้คนหนึ่งรู้สึกดึงดูดใจต่ออีกคนหนึ่ง เมื่อใช้ร่วมกับ redirect จึงสานต่อภาพของการไหลของน้ำ ประโยคนี้บอกว่าคนเราไม่สามารถเลือกต้นกำเนิดหรือทิศทางใหม่ของความรู้สึกดึงดูดได้ทันที ราวกับกำลังเปลี่ยนทางลำธาร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ wellspring อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าแหล่งกำเนิดที่ลึกและต่อเนื่อง

  1. Her curiosity became a wellspring of new ideas.
  2. The new café is a wellspring of attraction for tourists.
  3. A flat tire was the wellspring of our ten-minute delay.
ดูคำตอบ

Her curiosity became a wellspring of new ideas.

Rather than aim for a transformation in the types of people we're attracted to, ไวยากรณ์

2:08

แทนที่จะตั้งเป้าเปลี่ยนประเภทคนที่เราถูกใจ

it may be wiser simply to adjust how we respond and behave

2:13

มันอาจจะฉลาดกว่าถ้าเราเพียงแค่ปรับวิธีตอบสนองและพฤติกรรม

ไวยากรณ์

แทนที่จะมุ่ง... การปรับ...อาจฉลาดกว่า

โครงสร้าง Rather than + วลีกริยารูปพื้นฐาน A, it may be wiser (simply) to + วลีกริยารูปพื้นฐาน B วาง A ไว้เป็นกลยุทธ์ที่ไม่เลือกใช้ และเสนอ B เป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า ในประโยคนี้ ผู้พูดแนะนำให้เปลี่ยนวิธีตอบสนองและพฤติกรรมของเรา แทนที่จะพยายามเปลี่ยนประเภทของคนที่เรารู้สึกดึงดูด It may be wiser ทำให้คำแนะนำฟังดูระมัดระวังแทนที่จะฟันธง โดย may เปิดพื้นที่ให้กับความไม่แน่นอน และ wiser เปรียบเทียบสองกลยุทธ์โดยไม่ออกคำสั่งตรง ๆ ส่วน simply ชี้ความสนใจไปยังจุดที่ตรงประเด็นหรือจัดการได้มากกว่า ไม่ได้แปลว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเรื่องง่ายเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยโครงสร้างสองส่วนให้ครบ: ____ a perfect plan, ____ our priorities as we learn more.

ดูคำตอบ

Rather than aim for · it may be wiser simply to adjust

around the occasionally difficult characters

2:18

เมื่ออยู่ใกล้คนที่มีนิสัยรับมือยากเป็นบางครั้ง

whom our past mandates we will find compelling.

2:20

คนที่อดีตของเรากำหนดว่าเราจะรู้สึกดึงดูดใจ

Our problems are often generated because we continue to respond

2:25

ปัญหาของเรามักเกิดจากการที่เรายังคงตอบสนอง

to compelling people

2:29

ต่อคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจเหล่านั้น

in the way that we learned to behave as children ไวยากรณ์

2:30

ด้วยวิธีที่เราเรียนรู้ที่จะทำพฤติกรรมเมื่อตอนเป็นเด็ก

around their templates.

2:33

เมื่ออยู่กับต้นแบบของพวกเขา

ไวยากรณ์

ในแบบที่เราเรียนรู้ที่จะวางตัวเมื่อยังเป็นเด็ก

In the way that ... ใช้นำเสนอวิธีหรือแบบแผนที่การกระทำเกิดขึ้น ในที่นี้ that we learned to behave as children ขยายคำว่า way โดยระบุแบบแผนพฤติกรรมที่เรียนรู้มาตั้งแต่วัยเด็ก ประโยคนี้บอกว่าการตอบสนองในปัจจุบันยังเป็นไปตามแบบแผนเดิม วลีนี้ตอบว่าเรายังคงตอบสนองอย่างไร ไม่ได้ตอบว่าทำไมจึงตอบสนองหรือมีเป้าหมายอะไร

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่นำเสนอวิธีที่เรียนรู้มาได้อย่างถูกต้อง: Leo responds to criticism ____ he learned to respond at home.

  1. in the way that
  2. in order that
  3. for the way that
ดูคำตอบ

in the way that

For instance,

2:35

ยกตัวอย่างเช่น

maybe we had a rather irate parent who often raised their voice. วลี

2:36

บางทีเราอาจมีพ่อแม่ที่ค่อนข้างฉุนเฉียวและมักจะขึ้นเสียง

วลี

raised their voice: พูดให้ดังขึ้น

Raise your voice หมายถึง “พูดให้ดังขึ้น” คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น raise my, your, his, her, our หรือ their voice ในประโยคนี้ irate และ often ทำให้การพูดดังขึ้นมีนัยว่าโกรธหรือกดดัน แต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการตะโกนเสมอไป ผู้พูดอาจเพิ่มเสียงขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวโดยใช้ raise ในรูปอดีตและคำแสดงความเป็นเจ้าของที่ถูกต้อง: When the discussion became tense, Maya ____, but she did not shout.

ดูคำตอบ

raised her voice

We loved them and reacted by feeling that when they were angry,

2:40

เรารักพวกเขาและมีปฏิกิริยาโดยรู้สึกว่าเมื่อพวกเขาโกรธ

we must be guilty.

2:44

เราจะต้องเป็นคนผิดแน่ๆ

We got timid or humble.

2:45

เรากลายเป็นคนขี้ขลาดหรือเจียมตัว

Now,

2:47

ตอนนี้

if a partner to whom we are magnetically drawn gets cross, โน้ต

2:48

หากคู่รักที่เราถูกดึงดูดอย่างมากเกิดอารมณ์เสีย

ไวยากรณ์

partner to whom we are magnetically drawn: บุพบท + whom

คำนามหลัก partner ถูกขยายด้วยอนุประโยคสัมพัทธ์ to whom we are magnetically drawn บุพบท to เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ be drawn to someone และถูกย้ายมาไว้หน้า whom ส่วน whom อ้างกลับไปที่ partner และเป็นกรรมของ to โครงสร้างที่ย้ายบุพบทขึ้นหน้าแบบนี้มีความเป็นทางการ ในบทสนทนาทั่วไป ผู้พูดมักทิ้งบุพบทไว้ท้ายประโยค เช่น a partner whom we are magnetically drawn to หรือที่พบบ่อยกว่าคือ a partner who we are magnetically drawn to ส่วน magnetically ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงมาก

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน “I spoke to the mentor” ให้เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบเป็นทางการโดยเติมประโยคให้สมบูรณ์: The mentor ____ I spoke gave me practical advice.

ดูคำตอบ

to whom

การใช้คำ

gets cross: เริ่มหงุดหงิด

ในประโยคนี้ gets cross หมายถึง “เริ่มหงุดหงิดหรือโกรธ” โดย cross เป็นคำคุณศัพท์ และโครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ใช้บอกการเปลี่ยนสภาวะ กล่าวคือ คู่รักเปลี่ยนจากสงบเป็นหงุดหงิด ความหมายนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช และไม่เกี่ยวกับการข้ามสิ่งใดหรือรูปร่างของเครื่องหมายกากบาท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนเป้าหมาย: When people interrupt him repeatedly, he may ____.

ดูคำตอบ

get cross

we respond as squashed, browbeaten children.

2:52

เราจะตอบสนองเหมือนเด็กที่ถูกกดดันและถูกข่มขู่

We sulk,

2:56

เราบึ้งตึง

we feel it's our fault,

2:56

เรารู้สึกว่าเป็นความผิดของเรา

we feel got at and yet deserving of criticism. กริยาวลี

2:58

เรารู้สึกถูกเล่นงานแต่ก็สมควรโดนวิจารณ์

กริยาวลี

feel got at: รู้สึกว่าถูกเพ่งเล็งอย่างไม่เป็นธรรม

ใน feel got at คำว่า got at เป็นรูปถูกกระทำของกริยาวลีไม่เป็นทางการ get at someone ซึ่งหมายถึงวิจารณ์ โจมตี หรือคอยเล่นงานบุคคลนั้น โครงสร้าง feel + got at บรรยายความรู้สึกของผู้พูดว่า “รู้สึกเหมือนตนเองถูกเพ่งเล็งอย่างไม่เป็นธรรม” สำนวนนี้มักสื่อว่าคำวิจารณ์ดูเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในประโยคนี้จึงเกิดความรู้สึกขัดแย้ง คือคนคนหนึ่งอาจรู้สึกว่าถูกเพ่งเล็ง แต่ก็ยังเชื่อว่าคำวิจารณ์บางส่วนเป็นสิ่งที่ตนสมควรได้รับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนเป้าหมาย: Everyone blamed Noah alone, so he said, “I ____.”

ดูคำตอบ

feel got at

We build up a lot of resentment. กริยาวลี

3:02

เราสะสมความขุ่นเคืองไว้มากมาย

กริยาวลี

build up a lot of resentment: ค่อย ๆ สะสมความขุ่นเคือง

ใน build up a lot of resentment คำว่า build up หมายถึง “ค่อย ๆ ก่อตัวหรือสะสม” ส่วน resentment คือความโกรธหรือความขุ่นเคืองที่คงอยู่นานเพราะรู้สึกว่าถูกทำร้ายหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม วลีนี้จึงสื่อว่าความรู้สึกเพิ่มขึ้นตามเวลา ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในทันที โครงสร้างนี้ใช้แบบมีกรรมได้ เช่น คนคนหนึ่ง build up resentment, stress, confidence หรือ debt และใช้แบบไม่มีกรรมได้เช่นกัน เช่น resentment หรือ pressure เป็นสิ่งที่ build up ขึ้นมาเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ build up เพื่อแสดงว่าความขุ่นเคืองค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

  1. She expressed her resentment immediately.
  2. Unspoken problems can build up resentment over time.
  3. They resolved the disagreement before resentment developed.
ดูคำตอบ

Unspoken problems can build up resentment over time.

Or perhaps we're drawn to someone with a short fuse, สำนวน

3:04

หรือบางทีเราอาจจะถูกดึงดูดโดยคนใจร้อน

which makes us blow up in turn. กริยาวลี

3:07

ซึ่งทำให้เราตอบโต้ด้วยการระเบิดอารมณ์เช่นกัน

สำนวน

a short fuse: โกรธง่าย

คนที่มี a short fuse จะโกรธเร็วมากและมีความอดทนน้อยก่อนจะแสดงปฏิกิริยา สำนวนนี้เปรียบอารมณ์ของคนกับวัตถุระเบิดที่มีชนวนสั้นมากจนแทบจะระเบิดทันที ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกถึงแนวโน้มที่เกิดซ้ำเป็นประจำ ไม่ใช่การโกรธเพียงครั้งเดียว ส่วน blow up ที่ตามมายังคงใช้ภาพเปรียบเทียบเรื่องการระเบิด และหมายถึงโกรธมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Marco มีแนวโน้มที่จะโกรธเร็วมาก

  1. Marco blew a fuse during yesterday’s meeting.
  2. Marco stayed calm during the argument.
  3. Marco has a short fuse.
ดูคำตอบ

Marco has a short fuse.

กริยาวลี

blow up: โกรธจัดขึ้นมาอย่างฉับพลัน

ในประโยคนี้ blow up หมายถึงการโกรธมากขึ้นมาอย่างฉับพลันและแสดงความโกรธนั้นออกมา ประธานเป็นคน และ makes us blow up แสดงว่าความโกรธเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากอารมณ์ร้อนของอีกฝ่าย การใช้แบบอกรรมกริยานี้บอกถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่การระเบิดทางกายภาพ บริบทที่เกี่ยวกับคน อารมณ์ การตะโกน หรือความขัดแย้ง มักชี้ว่าหมายถึงการโกรธจัด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตที่ถูกต้องของ blow up เติมประโยคให้สมบูรณ์: When the referee changed the call, the coach ____ and started shouting.

ดูคำตอบ

blew up

Or if we had a fragile, vulnerable parent who was easily hurt,

3:10

หรือถ้าเรามีพ่อแม่ที่เปราะบาง อ่อนแอ และได้รับบาดเจ็บง่าย

we readily end up with a partner who's also a bit weak กริยาวลี

3:14

เราก็มักจะลงเอยด้วยการมีคู่รักที่อ่อนแอนิดหน่อยเช่นกัน

and demands us to care for them. ไวยากรณ์

3:17

และต้องการให้เราดูแลพวกเขา

กริยาวลี

end up with: người, sự vật hoặc kết quả cuối cùng

End up with ใช้นำหน้าคน สิ่งของ หรือสถานการณ์ที่ใครคนหนึ่งมีหรือเผชิญเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ ในที่นี้ end up with a partner หมายถึงสุดท้ายพบว่าตัวเองอยู่ในความสัมพันธ์กับคู่รักแบบนั้น ไม่ได้หมายถึงตั้งใจยุติความสัมพันธ์ รูปแบบคือ end up with + นามวลี โดย end up เน้นผลลัพธ์สุดท้าย ซึ่งมักไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ทั้งหมด ส่วน with ระบุสิ่งที่บุคคลนั้นมีหรือต้องรับมือในตอนท้าย

แบบฝึกหัด

ใช้ end up with เติมประโยคให้สมบูรณ์: If we ignore the warning signs, we could ____ a much bigger problem.

ดูคำตอบ

end up with

ไวยากรณ์

ใช้ demand that someone do ไม่ใช่ demand someone to do

ตรงนี้ demands us to care for them ใช้รูปส่วนเติมเต็มที่ไม่เป็นมาตรฐาน ในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน demand โดยทั่วไปไม่ตามด้วย “บุคคล + to-infinitive” รูปที่แก้ให้เป็นมาตรฐานคือ demands that we care for them ในอนุประโยค that หลัง demand ให้ใส่ประธานของการกระทำที่ถูกเรียกร้อง และโดยทั่วไปใช้กริยารูปพื้นฐาน: demand that someone do something หากต้องการสื่อว่า “คาดหวัง” มากกว่า “เรียกร้องอย่างหนัก” expects us to care for them จะเหมาะกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง demand that + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน โดยใช้ all players และ arrive early: The coach demanded ____.

ดูคำตอบ

that all players arrive early

But then we get frustrated by their weakness.

3:19

แต่แล้วเราก็จะรู้สึกหงุดหงิดกับความอ่อนแอของพวกเขา

We tiptoe around them, สำนวน

3:22

เราเดินอย่างระมัดระวังรอบตัวพวกเขา

สำนวน

tiptoe around someone: ระวังคำพูดและการกระทำอย่างมากเมื่ออยู่กับใครสักคน

ตรงนี้ tiptoe around them ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการพูดและกระทำอย่างระมัดระวังมาก เพราะกลัวว่าจะทำให้คนเหล่านั้นไม่พอใจ ขุ่นเคือง หรือโกรธ ภาพที่ใช้เปรียบเทียบคือการเดินเขย่งปลายเท้าอย่างเงียบ ๆ แต่ไม่ได้หมายถึงการเดินจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ tiptoe around + บุคคล และมักสื่อถึงความตึงเครียดที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงความสุภาพทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย tiptoe around และคำสรรพนามรูปกรรมที่ถูกต้อง: After his angry outburst, everyone began to ____.

ดูคำตอบ

tiptoe around him

we try to encourage and reassure as we did when we were little,

3:23

เราพยายามให้กำลังใจและทำให้มั่นใจเหมือนตอนที่เรายังเล็ก

but we also condemn this person for being undeserving. วลี

3:27

แต่เราก็ประณามบุคคลนี้ว่าไม่คู่ควรด้วยเช่นกัน

วลี

condemn someone for being ...: ประณามใครบางคนเพราะคุณลักษณะหนึ่ง

condemn someone for doing or being something หมายถึงการแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงต่อบุคคลหนึ่ง เพราะการกระทำหรือคุณลักษณะที่ระบุไว้ ในประโยคนี้ for being undeserving บอกเหตุผลของการประณาม โครงสร้างคือ condemn + บุคคล + for + รูป -ing โดยกรรมจะอยู่หลัง condemn และวลีที่ขึ้นต้นด้วย for จะระบุว่าเหตุใดบุคคลนั้นจึงถูกประณาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ condemn และคำบุพบทที่ใช้บอกเหตุผล: The court ____ the officials ____ hiding evidence.

ดูคำตอบ

condemned · for

We probably can't change our templates of attraction,

3:31

เราอาจไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบแรงดึงดูดของเราได้

but rather than seek to radically re-engineer our instincts, สำนวน

3:35

แต่แทนที่จะพยายามออกแบบสัญชาตญาณของเราใหม่ทั้งหมด

สำนวน

re-engineer our instincts ในฐานะอุปมาทางเทคนิค

ความหมายตามตัวอักษรของ re-engineer คือออกแบบระบบใหม่อย่างลึกซึ้ง โดยมักเปลี่ยนวิธีที่ส่วนต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน เมื่อนำมาใช้กับ our instincts คำนี้เป็นอุปมาทางเทคนิคที่มองแรงดึงดูดของมนุษย์เหมือนระบบที่สร้างขึ้นใหม่ได้ radically ทำให้ภาพนี้รุนแรงขึ้น วลีนี้จึงหมายถึงการพยายามเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากและตั้งใจ ไม่ใช่การเปลี่ยนเล็กน้อย ในประโยคนี้ โครงการที่สุดโต่งดังกล่าวถูกเสนอว่าเป็นทางเลือกที่ไม่สมจริง

แบบฝึกหัด

เลือกคำกริยาที่เติมประโยคได้เหมาะที่สุดและสื่อถึงการออกแบบใหม่อย่างลึกซึ้งในระดับทั้งระบบ: The city plans to ____ its emergency-response system from the ground up.

  1. maintain
  2. repair
  3. re-engineer
ดูคำตอบ

re-engineer

what we can do is try to learn to react to desirable candidates ไวยากรณ์

3:39

สิ่งที่เราทำได้คือพยายามเรียนรู้ที่จะตอบสนองต่อผู้สมัครที่พึงประสงค์

not as we did as children, ไวยากรณ์

3:43

ไม่ใช่แบบที่เราทำตอนเป็นเด็ก

but in the more mature and constructive manner of a rational adult.

3:45

แต่ในแบบที่มีวุฒิภาวะและสร้างสรรค์กว่าในฐานะผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล

ไวยากรณ์

what we can do is try to ...: เน้นการกระทำที่ทำได้จริง

What we can do is ... เป็นประโยคบอกเล่าแบบ wh-cleft หรือที่เรียกว่า pseudo-cleft อนุประโยค What we can do ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วนที่ตามหลัง is ระบุการกระทำที่ทำได้และเน้นการกระทำนั้น เนื่องจากอนุประโยค what มี do การกระทำที่ถูกเน้นจึงมักเริ่มหลัง is ด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น is try to learn แม้ว่า is to try ก็ใช้ได้เช่นกัน ในที่นี้ try to ทำให้ข้อเสนอฟังดูระมัดระวังและใช้ได้จริง ผู้พูดยอมรับว่ามีข้อจำกัด แล้วชี้ไปยังขั้นตอนถัดไปที่ทำได้ แทนที่จะรับรองว่าจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด โครงนี้เหมาะกับการแก้ปัญหา: We may not be able to change X, but what we can do is try to Y.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง wh-cleft แบบบอกเล่าเพื่อเน้นขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง หลังจากยอมรับข้อจำกัดแล้ว

  1. What we cannot do is try to reduce the scope.
  2. We cannot extend the deadline, but what can we do?
  3. We cannot extend the deadline, but what we can do is try to reduce the scope.
ดูคำตอบ

We cannot extend the deadline, but what we can do is try to reduce the scope.

ไวยากรณ์

not as ..., but in the more mature and constructive manner: แทนที่การตอบสนองแบบเดิม

รูปแบบ not as ..., but in a ... manner ปฏิเสธวิธีปฏิบัติแบบหนึ่งและแทนที่ด้วยอีกแบบหนึ่ง ใน not as we did as children คำว่า as ตัวแรกหมายถึง “ในแบบที่” ส่วน as children หมายถึง “ตอนที่เราเป็นเด็ก” หรือ “ในฐานะเด็ก” as ทั้งสองตำแหน่งจึงทำหน้าที่ต่างกัน ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย but ไม่จำเป็นต้องใช้ as ซ้ำ In the more mature and constructive manner ก็เป็นวลีที่บอกลักษณะวิธี จึงนำมาเปรียบต่างกับ as we did as children ได้ แม้รูปคำจะไม่ได้ขนานกันแบบตรงตัว รูปแบบนี้เหมาะสำหรับแก้นิสัยเดิมและระบุแนวทางที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนให้เปลี่ยนจากแนวทางเดิมไปใช้แนวทางที่สงบและสร้างสรรค์กว่า

  1. Handle the complaint as calmly as we did before.
  2. Handle the complaint as we did before, but also keep more detailed notes.
  3. Handle the complaint not as we did before, but in a calmer and more constructive manner.
ดูคำตอบ

Handle the complaint not as we did before, but in a calmer and more constructive manner.

There is an enormous opportunity to move ourselves ไวยากรณ์

3:50

มันเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะขับเคลื่อนตัวเราเอง

from a childlike to a more adult pattern of response

3:54

จากรูปแบบการตอบสนองแบบเด็ก ไปสู่รูปแบบที่ผู้ใหญ่มากขึ้น

in relation to the difficulties we're attracted to.

3:58

ที่เกี่ยวข้องกับความยากลำบากที่เราถูกดึงดูด

ไวยากรณ์

move ourselves from a childlike to a more adult pattern of response: เปลี่ยนจากรูปแบบการตอบสนองแบบเด็กไปสู่แบบผู้ใหญ่มากขึ้น

โครงสร้าง move someone or something from A to B แสดงการเปลี่ยนจากสภาวะเริ่มต้นที่ชัดเจนไปสู่สภาวะเป้าหมาย ในที่นี้ ourselves คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ประโยคจึงหมายถึงการตั้งใจเปลี่ยนวิธีตอบสนองของเรา ไม่ใช่การเปลี่ยนอายุจริง จุดเริ่มต้นและจุดหมายมีความหมายขนานกัน คือจากรูปแบบการตอบสนองแบบเด็กไปสู่รูปแบบการตอบสนองที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น โดย pattern of response ในส่วนแรกถูกละไว้แต่ยังเข้าใจได้จากส่วนหลัง โครงสร้างนี้ยังใช้บอกการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ นิสัย วิธีการ หรือจุดยืนได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำในโครงสร้าง move ... from A to B ให้ประโยคสมบูรณ์: With practice, we can move ourselves ____ blaming others ____ looking for solutions.

ดูคำตอบ

from · to

Consider this table.

4:01

พิจารณาตารางนี้

Column A,

4:03

คอลัมน์ A

partner's tricky behavior.

4:04

พฤติกรรมที่รับมือยากของคู่รัก

Column B,

4:06

คอลัมน์ B

the childlike response on our part. วลี

4:07

การตอบสนองแบบเด็กๆ ในส่วนของเรา

And column C,

4:10

และคอลัมน์ C

the more adult response we should aim for.

4:11

การตอบสนองแบบผู้ใหญ่มากขึ้นที่เราควรตั้งเป้า

วลี

on our part: การกระทำหรือการตอบสนองที่มาจากฝ่ายเรา

On our part หมายถึงทำโดยเรา หรือมาจากฝ่ายเรา ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยาย childlike response และระบุว่าการตอบสนองนั้นเป็นของเรา ไม่ใช่ของอีกฝ่าย คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามฝ่ายที่กล่าวถึง เช่น on my part, on your part และ on their part ในที่นี้ part ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนทางกายภาพหรือการเข้าร่วม แต่วลีทั้งหมดระบุว่า การกระทำ ปฏิกิริยา ความพยายาม หรือความผิดพลาดมาจากฝ่ายใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าฝ่ายเราเป็นสาเหตุของความล่าช้า

  1. The delay was on our part.
  2. The delay was handled on our behalf.
  3. For our part, we were ready on time.
ดูคำตอบ

The delay was on our part.

So,

4:13

ดังนั้น

raising our voice could lead to a sense that it's all my fault. ไวยากรณ์

4:14

การขึ้นเสียงอาจนำไปสู่ความรู้สึกที่ว่ามันเป็นความผิดของฉันทั้งหมด

ไวยากรณ์

ใช้ could lead to a sense that... เพื่อบอกผลลัพธ์ทางความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น

Could lead to แสดงว่าผลลัพธ์นั้นมีความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน จึงทำให้การบอกความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลฟังดูระมัดระวังขึ้น กล่าวคือ การขึ้นเสียงอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเช่นนี้ หลัง lead to จะตามด้วยนามวลี a sense ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that อธิบายเนื้อหาของความรู้สึกนั้น: a sense that it's all my fault โครงสร้างนี้ใช้บอกผลกระทบทางจิตใจแบบทางอ้อมได้: X could lead to a sense that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างหกคำจากบทเรียนนี้ให้ถูกต้อง: Constant criticism ____ nobody trusts me.

ดูคำตอบ

could lead to a sense that

But the more mature response would be,

4:18

แต่การตอบสนองที่เป็นผู้ใหญ่กว่าก็คือ

this is their issue.

4:20

นี่คือปัญหาของพวกเขา

I don't have to feel bad.

4:21

ฉันไม่ต้องรู้สึกแย่

Or if the partner is rather patronizing, การใช้คำ

4:23

หรือถ้าคู่รักมีท่าทีค่อนข้างวางมาด

the childlike response might be,

4:25

การตอบสนองแบบเด็กๆ อาจเป็น

I'm so stupid.

4:27

ฉันช่างโง่เขลา

การใช้คำ

rather patronizing: การประเมินอย่างสุขุมว่าพูดจาแบบวางตัวเหนือกว่า

Patronizing ใช้อธิบายคำพูดหรือพฤติกรรมที่ดูเหมือนมีน้ำใจหรืออยากช่วย แต่ปฏิบัติต่ออีกฝ่ายราวกับว่ามีความสามารถน้อยกว่า รู้น้อยกว่า หรือเป็นเด็ก ในประโยคนี้หมายถึงท่าทีของคู่สนทนาที่วางตัวเหนือกว่าและดูแคลนอีกฝ่าย Rather ในที่นี้ทำให้การประเมินฟังดูสุขุมและอ้อมเล็กน้อย หมายถึงท่าทีนั้นค่อนข้าง patronizing ไม่ได้ใช้บอกความชอบแบบใน would rather

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายว่า rather patronizing มากที่สุด

  1. เพื่อนร่วมงานยอมรับว่าตนไม่เข้าใจงานนั้น
  2. เพื่อนร่วมงานค่อย ๆ อธิบายงานพื้นฐานที่คุณรู้อยู่แล้ว โดยใช้น้ำเสียงเหมือนพูดกับเด็กเล็ก
  3. เพื่อนร่วมงานถามว่าคุณต้องการความช่วยเหลือกับงานที่ยากหรือไม่
ดูคำตอบ

เพื่อนร่วมงานค่อย ๆ อธิบายงานพื้นฐานที่คุณรู้อยู่แล้ว โดยใช้น้ำเสียงเหมือนพูดกับเด็กเล็ก

But the more adult response would be,

4:28

แต่การตอบสนองแบบผู้ใหญ่กว่าก็คือ

there are lots of kinds of intelligence and mine is fine.

4:30

ความฉลาดมีหลายประเภทและของฉันก็ปกติดี

And so on.

4:34

เป็นต้น

Take a moment to look at the chart.

4:35

ใช้เวลาดูแผนภูมิสักครู่

We're almost certainly with somebody with a particularly knotty set of issues สำนวน

4:45

เราเกือบจะแน่นอนว่าอยู่กับใครสักคนที่มีปัญหาซับซ้อนเป็นพิเศษ

which trigger our desires and our childlike defensive moves. การใช้คำ

4:50

ซึ่งไปกระตุ้นความปรารถนาและท่าทีป้องกันตัวแบบเด็กๆ ของเรา

สำนวน

กลุ่มปัญหาที่ซับซ้อนยุ่งเหยิงเป็นพิเศษ

ในที่นี้ knotty ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยบรรยายปัญหาที่พันกัน ซับซ้อน และจัดการให้กระจ่างได้ยาก ราวกับมีปมอยู่เต็มไปหมด ดังนั้น a particularly knotty set of issues จึงหมายถึงกลุ่มปัญหาที่เชื่อมโยงกันและแก้ไขได้ยากเป็นพิเศษ knotty ให้ภาพชัดกว่า difficult เพราะสื่อว่าต้องค่อย ๆ คลี่คลายปัญหาอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ใช้คำตอบง่าย ๆ เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์จากบทเรียนที่หมายถึงซับซ้อนและคลี่คลายได้ยาก: The negotiators faced a ____ legal problem.

ดูคำตอบ

knotty

การใช้คำ

กระตุ้นความปรารถนาและปฏิกิริยาป้องกันตัวแบบเด็ก ๆ ของเรา

ในที่นี้ trigger เป็นคำกริยาแสดงเหตุที่หมายถึงกระตุ้นให้เกิดหรือทำให้เกิด ปัญหาที่ซับซ้อนทำหน้าที่เป็นสาเหตุ ส่วนกลุ่มคำนามสองกลุ่มที่เชื่อมกันระบุปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ได้แก่ our desires และ our childlike defensive moves ในการพูดเรื่องจิตวิทยา trigger มักสื่อว่าสิ่งกระตุ้นเริ่มปฏิกิริยาที่รุนแรง รวดเร็ว หรือเป็นไปโดยอัตโนมัติบางส่วน คำนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องบาดแผลทางใจ โดยในที่นี้ครอบคลุมทั้งความดึงดูดใจและพฤติกรรมป้องกันตัว

แบบฝึกหัด

คำกริยาใดเติมประโยคได้ดีที่สุดโดยเน้นว่าปฏิกิริยาเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือโดยอัตโนมัติ? A sudden criticism can [blank] a defensive response.

  1. describe
  2. trigger
  3. cause
ดูคำตอบ

trigger

The answer isn't to end the relationship, ไวยากรณ์

4:55

คำตอบไม่ใช่การจบความสัมพันธ์

but rather to strive to deal with their compelling challenges

4:58

แต่เป็นการมุ่งมั่นที่จะรับมือกับความท้าทายที่น่าดึงดูดของพวกเขา

with some of the wisdom of which we weren't capable ไวยากรณ์

5:02

ด้วยสติปัญญาบางส่วนที่เรายังไม่มีความสามารถพอ

when we first encountered these in a parent or caregiver.

5:05

ตอนที่เราเจอเรื่องพวกนี้ครั้งแรกในตัวพ่อแม่หรือผู้ดูแล

ไวยากรณ์

The answer isn't to A, but rather to B: ทางออกไม่ใช่ A แต่คือ B

answer ในที่นี้หมายถึง “ทางออก” ไม่ใช่คำตอบที่พูดออกมา โครงสร้างนี้ปฏิเสธว่าการยุติความสัมพันธ์เป็นทางออกที่ถูกต้อง และเสนอว่าการพยายามรับมือกับความท้าทายเป็นแนวทางที่ดีกว่า กริยารูป to-infinitive สองส่วนวางขนานกัน: The answer isn't to A, but rather to B ส่วน but rather ทำให้การแก้ความคิดเดิมมีน้ำหนักชัดเจนขึ้น คืออย่าเลือก A เป็นทางออก แต่ให้เลือก B แทน

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งทำผิดพลาด ประโยคใดปฏิเสธว่าการเลิกทำโครงการเป็นทางออก และเสนอว่าการแก้แผนเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

  1. The answer is to quit the project rather than fix the plan.
  2. The answer isn't to quit the project, but rather to fix the plan.
  3. The answer isn't to fix the plan, but rather to quit the project.
ดูคำตอบ

The answer isn't to quit the project, but rather to fix the plan.

ไวยากรณ์

the wisdom of which we weren't capable: สติปัญญาที่เรายังไม่สามารถมีได้

which ย้อนกลับไปอ้างถึง wisdom เมื่อต้องการทำความเข้าใจอนุประโยคสัมพัทธ์นี้ ให้เติมส่วนที่หายไปเป็น we weren't capable of that wisdom เพราะ capable ต้องใช้คู่กับบุพบท of ในโครงสร้างสัมพัทธ์แบบเป็นทางการ บุพบทที่จำเป็นนี้จะย้ายมาอยู่หน้า which เป็น the wisdom of which we weren't capable ดังนั้น of จึงเป็นส่วนหนึ่งของ capable of ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวลีอื่นที่เริ่มด้วย the wisdom of

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำบุพบทที่ capable ต้องใช้มาวางข้างหน้าตามโครงสร้างแบบเป็นทางการ

  1. The work required a precision of that I had not known myself capable.
  2. The work required a precision of which I had not known myself capable.
  3. The work required a precision which I had not known myself capable of.
ดูคำตอบ

The work required a precision of which I had not known myself capable.

It probably isn't in our remit to locate a wholly grown-up lover, การใช้คำ

5:09

การหาคนรักที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวอาจจะไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเรา

but it's always in our remit to behave in more grown-up ways

5:15

แต่มันมักจะอยู่ในขอบเขตของเราที่จะมีพฤติกรรมที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

around our lover's less mature sides.

5:19

เมื่อต้องเผชิญกับด้านที่ไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่ของคนรักของเรา

การใช้คำ

in our remit: อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบหรืออำนาจของเรา

in our remit หมายถึง “อยู่ในขอบเขตที่เรารับผิดชอบหรือควรเป็นผู้จัดการ” เป็นการกำหนดเส้นแบ่งของบทบาท หน้าที่ หรืออำนาจ ไม่ได้หมายถึงคำสัญญาหรือแค่การได้รับอนุญาต ในที่นี้ ผู้พูดนำสำนวนที่ค่อนข้างเป็นทางการมาใช้กับสิ่งที่เรารับผิดชอบได้ในชีวิตส่วนตัว การพูดซ้ำทำให้เกิดความเปรียบต่างว่า เรารับประกันไม่ได้ว่าจะพบคู่รักที่เป็นผู้ใหญ่เต็มที่ แต่เรารับผิดชอบได้ว่าจะตอบสนองต่อด้านที่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่ของคู่รักอย่างเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนที่ตรงกับความหมายว่า “อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของทีมเรา”: Budget approval is not ____.

ดูคำตอบ

in our remit

We hope you enjoyed this film.

5:24

เราหวังว่าคุณจะสนุกกับภาพยนตร์เรื่องนี้

For more from The School of Life,

5:26

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมจาก The School of Life

you can subscribe to our channel

5:28

คุณสามารถสมัครรับข้อมูลจากช่องของเรา

and take a look at our range of products on our website.

5:30

และลองดูผลิตภัณฑ์มากมายบนเว็บไซต์ของเรา