ทำไมเราถึงหาว?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
531 คำ 224 คำ/นาที

ภาพรวม: วิดีโอนี้อธิบายการหาว ตั้งแต่การระบายความร้อนของสมองและการทดลองประคบร้อน-เย็น ไปจนถึงการหาวตามกัน ความเห็นอกเห็นใจ และเซลล์ประสาทกระจก ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. have to do with (กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน): หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” ไม่ใช่ความจำเป็นแบบ have to ใช้บอกความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้เมื่อสาเหตุยังไม่แน่นอน 2. as opposed to (วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์): เปรียบต่างผล 41% จากการประคบร้อนกับ 9% จากการประคบเย็น ใช้แสดงความต่างของข้อมูลให้ชัดเจน 3. mirror neurons fire (ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา): fire หมายถึงเซลล์ประสาททำงาน ไม่ใช่ “ไหม้” หรือ “ยิง” ช่วยให้เข้าใจการตอบสนองของสมองเมื่อทำ เห็น หรือได้ยินการกระทำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Almost all animals with a spine yawn. ไวยากรณ์

0:00

สัตว์ที่มีกระดูกสันหลังแทบทุกชนิดหาว

ไวยากรณ์

Almost all: เกือบทั้งหมด แต่ยังอาจมีข้อยกเว้น

Almost all หมายถึงสมาชิกเกือบทุกตัวหรือทุกคนในกลุ่ม แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นเล็กน้อย ในประโยคนี้หมายความว่าสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังเกือบทุกตัวหาว ไม่ได้หมายถึงทุกตัวโดยไม่มีข้อยกเว้น ใช้ almost all หน้าคำนามพหูพจน์ เช่น almost all animals และใช้ almost all of หน้า the, these หรือคำสรรพนามอย่าง us เช่น almost all of the animals รูปนี้ทำให้ข้อความระมัดระวังกว่า all

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมาย Almost all เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ of the seats were taken, but two were empty.

ดูคำตอบ

Almost all

Penguins do it as a mating ritual,

0:03

เพนกวินหาวเป็นพิธีกรรมในการผสมพันธุ์

snakes do it to realign their jaws after a meal

0:04

งูหาวเพื่อจัดแนวขากรรไกรให้เข้าที่หลังมื้ออาหาร

and guinea pigs do it to display anger.

0:07

ส่วนหนูตะเภาหาวเพื่อแสดงความโกรธ

So why exactly do humans yawn? น้ำเสียง/เจตนา

0:09

แล้วทำไมมนุษย์ถึงหาวกันแน่?

น้ำเสียง/เจตนา

why exactly: ถามหาเหตุผลที่เฉพาะเจาะจง

ใน why exactly คำว่า exactly ช่วยเน้น why ผู้พูดไม่ได้ถามเพียงเหตุผลกว้าง ๆ แต่ต้องการเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงหรือคำอธิบายที่ชัดเจนขึ้น ในรูปแบบนี้ exactly อยู่ถัดจาก why ทันที คำนี้ช่วยเน้นจุดสำคัญของคำถาม แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมีคำตอบที่แม่นยำสมบูรณ์เพียงคำตอบเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้คำเป้าหมายจากบทเรียนนี้เพื่อถามเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงขึ้น: Why ____ did the alarm go off?

ดูคำตอบ

exactly

And is yawning actually contagious? การใช้คำ

0:11

และอาการหาวติดต่อกันได้จริงไหม?

การใช้คำ

Contagious ที่ใช้กับพฤติกรรม

ในที่นี้ contagious หมายถึงการหาวสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ เพราะคนเรามักเลียนแบบสิ่งที่เห็น ไม่ได้หมายความว่าเชื้อโรคเป็นตัวแพร่การหาว การใช้แบบเปรียบเทียบนี้ยังใช้อธิบายเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม อารมณ์ หรือความตื่นเต้นที่ทำให้คนอื่นรู้สึกหรือทำแบบเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

contagious ใน “Is yawning actually contagious?” หมายความว่าอะไร?

  1. มันอาจทำให้คนอื่นเริ่มหาวตามได้
  2. มันเกิดจากเชื้อโรคอันตรายเสมอ
  3. มันทำให้คนไม่รู้สึกง่วงอีกต่อไป
ดูคำตอบ

มันอาจทำให้คนอื่นเริ่มหาวตามได้

If you haven't already checked out our yawn-o-meter video, กริยาวลี

0:13

ถ้าคุณยังไม่ได้ดูวิดีโอเครื่องวัดการหาวของเรา

กริยาวลี

Checked out ในความหมายว่า “ดูหรือสำรวจ”

checked out เป็นรูป past participle ของกริยาวลี check out เมื่ออยู่หลัง haven't already จะเป็นการถามว่าใครบางคนเคยดูหรือเข้าไปดูวิดีโอนั้นแล้วหรือยัง เมื่อกรรมของ check out เป็นเนื้อหา สถานที่ หรือสินค้า มักหมายถึง “ดู สำรวจ หรือทำความรู้จักให้มากขึ้น” กรรมในประโยคนี้ทำให้ความหมายดังกล่าวชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ลองดู” ให้ประโยคชวนสมบูรณ์: ____ this short guide before the quiz.

ดูคำตอบ

Check out

click here or use the link in the description

0:16

คลิกที่นี่หรือใช้ลิงก์ในคำอธิบาย

to see how long you can last before yawning. ไวยากรณ์

0:18

เพื่อดูว่าคุณจะทนได้นานแค่ไหนก่อนจะหาว

ไวยากรณ์

how long you can last: ลำดับคำในคำถามแบบอ้อม

ในประโยคนี้ how long you can last เป็นคำถามแบบอ้อมที่ตามหลัง see หมายถึง “ระยะเวลาที่คุณยังทนต่อไปได้” ก่อนจะหาว ตรงนี้ last หมายถึงทนหรือทำต่อไป ไม่ได้หมายถึง “อยู่เป็นคนสุดท้าย” เมื่อคำถามอยู่ภายในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how long + ประธาน + can + คำกริยา ต้องพูดว่า see how long you can last ไม่ใช่ see how long can you last ส่วนลำดับคำแบบคำถามใช้ในคำถามตรง How long can you last?

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่วางคำถามแบบอ้อมด้วย how long หลัง want to see ได้ถูกต้อง

  1. I want to see how long you can last.
  2. I want to see how long can you last.
  3. How long you can last?
ดูคำตอบ

I want to see how long you can last.

If you're anything like us, วลี

0:20

ถ้าคุณเป็นเหมือนพวกเรา

you may have even yawned at the title of this video. ไวยากรณ์

0:21

คุณอาจหาวตั้งแต่เห็นชื่อวิดีโอนี้แล้วก็ได้

วลี

If you're anything like us: คำขึ้นต้นแบบมีเงื่อนไขที่เป็นกันเอง

If you're anything like us เป็นคำขึ้นต้นแบบมีเงื่อนไขที่ฟังเป็นกันเอง หมายถึง “ถ้าคุณคล้ายกับพวกเราในเรื่องนี้” ตรงนี้ anything ทำให้เงื่อนไขกว้างขึ้น ใกล้เคียงกับ “ถ้าคุณคล้ายกับพวกเราอยู่บ้าง” และไม่ได้หมายถึงสิ่งของใด ๆ คำขึ้นต้นนี้ช่วยสร้างความรู้สึกร่วมก่อนคาดเดาปฏิกิริยาของผู้ฟัง สามารถนำรูปแบบ If you're anything like me/us, + ปฏิกิริยาที่น่าจะเกิดขึ้นหรือคำแนะนำ ไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำขึ้นต้นแบบภาษาพูดที่ตรงตามรูป โดยใช้รูปย่อ: ____ anything like us, you'll bring a snack for the trip.

ดูคำตอบ

If you're

ไวยากรณ์

may have even yawned: ความเป็นไปได้ในอดีตที่น่าประหลาดใจ

ใน may have even yawned โครงสร้าง may have + กริยาช่องสาม yawned แสดงการหาวว่าเป็นเหตุการณ์ที่อาจเกิดและจบลงแล้วในอดีต ผู้พูดกำลังคาดเดาอย่างระมัดระวัง ไม่ได้ยืนยันว่าเกิดขึ้นอย่างแน่นอน even เน้น yawned เพิ่มขึ้นและแสดงว่าระดับนั้นน่าสังเกตหรือน่าประหลาดใจ กล่าวคือ ผู้ชมอาจไม่ได้แค่รู้สึกง่วง แต่อาจหาวจริง ๆ ไปแล้วด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคาดเดาอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับการกระทำในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้ว และใช้ even เพื่อแสดงความประหลาดใจ

  1. She may even finish the report before lunch.
  2. She may have even finished the report before lunch.
  3. She even finishes the report before lunch.
ดูคำตอบ

She may have even finished the report before lunch.

The truth is,

0:24

ความจริงก็คือ

the first time you yawned was likely as a fetus.

0:25

คุณน่าจะหาวครั้งแรกตั้งแต่ยังเป็นทารกในครรภ์

Babies begin to yawn during the second trimester

0:27

ทารกเริ่มหาวในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์

and though the reason why is still unknown, ไวยากรณ์

0:29

และแม้จะยังไม่ทราบสาเหตุ

it may have to do with proper brain development. วลี

0:31

แต่ก็อาจเกี่ยวข้องกับพัฒนาการที่เหมาะสมของสมอง

ไวยากรณ์

though: ยอมรับความไม่แน่นอนก่อนเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้

ในที่นี้ though นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง โดยบอกว่ายังไม่ทราบสาเหตุ การยอมรับข้อจำกัดนี้ไม่ได้ลบล้างประโยคหลัก แต่ช่วยเตรียมผู้อ่านให้พร้อมรับความเป็นไปได้อย่างระมัดระวังที่ตามมา รูปแบบ Though + ข้อจำกัด, ข้อความหลัก ช่วยให้ผู้พูดยอมรับความไม่แน่นอนและยังบอกได้ว่าอะไรอาจเป็นจริง ในประโยคนี้ may have to do with แสดงความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ ไม่ใช่คำอธิบายที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ though เพื่อยอมรับข้อจำกัดก่อนจะกล่าวข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

  1. The route is longer, so it may be safer.
  2. Though the route is longer, it may be safer.
  3. Because the route is longer, it may be safer.
ดูคำตอบ

Though the route is longer, it may be safer.

วลี

have to do with: การบอกความเกี่ยวข้อง

ในประโยคนี้ have to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” แนวคิดคือการหาวอาจเกี่ยวข้องกับพัฒนาการที่เหมาะสมของสมอง ให้มอง have to do with เป็นวลีเดียวกันทั้งหมด ตรงนี้ have to ไม่ได้หมายถึง “ต้อง” คำกริยาช่วย may แสดงว่าความเกี่ยวข้องนี้เป็นเพียงสิ่งที่เป็นไปได้ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย have to do with: Her tiredness may ____ staying up late.

ดูคำตอบ

have to do with

In adults,

0:33

สำหรับผู้ใหญ่

yawns were commonly thought to draw more oxygen into the lungs, ไวยากรณ์

0:34

เดิมเชื่อกันว่าการหาวช่วยดึงออกซิเจนเข้าสู่ปอดมากขึ้น

ไวยากรณ์

were commonly thought to: การรายงานความเชื่อในอดีต

Were commonly thought to เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ ใช้บอกว่าในอดีตคนจำนวนมากเชื่อเรื่องหนึ่งกันโดยทั่วไป were สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ yawns และ to draw นำเข้าสู่เนื้อหาที่ผู้คนเชื่อ โครงสร้างนี้รายงานมุมมองในอดีตโดยไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดพิสูจน์แล้ว commonly แสดงว่ามุมมองนั้นแพร่หลาย ส่วน were วางมุมมองนั้นไว้ในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเต็มจากบทเรียน: In that village long ago, dragons ____ live beyond the mountains.

ดูคำตอบ

were commonly thought to

making you feel less tired, ไวยากรณ์

0:37

ทำให้รู้สึกเหนื่อยน้อยลง

ไวยากรณ์

making you feel less tired: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

ในประโยคนี้ making you feel less tired เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์ โดยเสริมผลที่เกิดจากแนวคิดทั้งหมดข้างหน้า กล่าวคือ เคยเชื่อกันว่าการนำออกซิเจนเข้าสู่ปอดมากขึ้นทำให้คนรู้สึกเหนื่อยน้อยลง Making ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค หลังอนุประโยคที่สมบูรณ์ สามารถใช้จุลภาค + -ing เพื่อบอกผลลัพธ์อย่างกระชับในประโยคเดียวกันได้: X happened, making Y happen. ต้องชัดเจนว่าการกระทำหรือสถานการณ์ใดใน X ทำให้เกิดผลนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้จุลภาค + -ing เพื่อบอกผลลัพธ์ ไม่ใช่จุดประสงค์

  1. The family bought a warm blanket to make the puppy feel comfortable.
  2. The puppy felt comfortable because the blanket was warm.
  3. The warm blanket trapped more heat, making the puppy feel comfortable.
ดูคำตอบ

The warm blanket trapped more heat, making the puppy feel comfortable.

but new research states that this may not be the case. วลี

0:38

แต่งานวิจัยใหม่ระบุว่าอาจไม่เป็นเช่นนั้น

วลี

this may not be the case: การแก้ข้อมูลอย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ this ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อกล่าวอ้างที่เพิ่งพูดถึง และ case หมายถึงสถานการณ์ที่เป็นจริง This may not be the case หมายความว่าข้อกล่าวอ้างก่อนหน้าอาจไม่จริง may ทำให้การแก้ข้อมูลฟังดูระมัดระวัง ผู้พูดตั้งข้อสงสัยต่อข้อกล่าวอ้างโดยไม่ฟันธงว่าผิดแน่นอน สำนวนนี้มีประโยชน์เมื่อต้องพูดถึงหลักฐาน รายงาน หรือข้อสันนิษฐานที่ยังไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

รายงานหนึ่งเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้ แต่หลักฐานยังไม่ครบถ้วน คำตอบใดตั้งข้อสงสัยอย่างระมัดระวัง

  1. This may not be the case.
  2. This is definitely not the case.
  3. This is certainly the case.
ดูคำตอบ

This may not be the case.

Scientists now believe that yawning has developed

0:41

ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการหาววิวัฒนาการขึ้น

as a way of physiologically cooling your brain. วลี

0:43

เพื่อเป็นกลไกทางสรีรวิทยาในการทำให้สมองเย็นลง

วลี

as a way of + -ing เพื่อบอกวิธีการ

as a way of + รูป -ing ใช้นำเสนอการกระทำ เครื่องมือ หรือระบบว่าเป็นวิธีหรือกลไกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ การหาวถูกอธิบายว่าเป็นกลไกที่ช่วยลดอุณหภูมิของสมอง เพราะ of เป็นคำบุพบท คำที่ตามหลังจึงต้องเป็นคำนามหรือรูป -ing เช่น as a way of cooling ไม่ใช่ as a way of cool โครงสร้างนี้เน้นว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร ไม่ได้เน้นเพียงเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as a way of: Lena walks to school ____ getting some exercise.

ดูคำตอบ

as a way of

Much like a computer, ลำดับความ

0:45

เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์

your brain works best at a certain temperature

0:46

สมองของคุณทำงานได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิระดับหนึ่ง

and tries to avoid overheating.

0:48

และพยายามไม่ให้ร้อนเกินไป

ลำดับความ

ใช้ Much like a computer, เพื่อเปิดการเปรียบเทียบ

คำขึ้นต้น Much like a computer, บอกให้ผู้ฟังเข้าใจแนวคิดถัดไปผ่านการเปรียบเทียบที่ชัดเจน โดยทำให้นึกถึงภาพที่คุ้นเคยก่อนจะกล่าวใจความหลัก จึงช่วยจัดลำดับข้อมูลและทำให้ติดตามคำอธิบายได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ การเปรียบเทียบจำกัดอยู่ที่การทำงานได้ดีที่สุดในอุณหภูมิที่เหมาะสมและการหลีกเลี่ยงความร้อนสูงเกินไป ในวลีนี้ much ทำให้ like มีน้ำหนักมากขึ้น จึงหมายถึงคล้ายกันมากในด้านนี้ ไม่ได้บอกปริมาณ และไม่ได้บอกว่าสมองเป็นคอมพิวเตอร์ในทุกด้าน

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้น Much like a computer, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าสมองเป็นคอมพิวเตอร์ในทุกด้าน
  2. ใช้เปิดการเปรียบเทียบที่ชัดเจน โดยเน้นลักษณะที่จะอธิบายต่อไป
  3. บอกว่ามีคอมพิวเตอร์จำนวนมาก
ดูคำตอบ

ใช้เปิดการเปรียบเทียบที่ชัดเจน โดยเน้นลักษณะที่จะอธิบายต่อไป

And it turns out yawning increases your heart rate, ลำดับความ

0:50

และปรากฏว่าการหาวทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น

blood flow,

0:52

การไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น

and the use of muscles in your face,

0:52

และมีการใช้กล้ามเนื้อใบหน้ามากขึ้น

which are all essential to cooling the brain. ไวยากรณ์

0:54

ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต่อการทำให้สมองเย็นลง

ลำดับความ

it turns out: นำเสนอข้อเท็จจริงที่เพิ่งค้นพบภายหลัง

ในที่นี้ it turns out ใช้นำเสนอข้อค้นพบที่ตามมา นั่นคือ การหาวทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนของเลือด และการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าเพิ่มขึ้น สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏชัดจากการสังเกตหรือการวิจัย และอาจเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง ในฐานะสำนวนที่ช่วยจัดลำดับเนื้อหา มันพาคำอธิบายจากคำถามหรือข้อมูลก่อนหน้าไปสู่ผลที่เพิ่งได้รับการยืนยัน ในที่นี้ turn out ทำหน้าที่เป็นสำนวนเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงการหันตัวแล้วออกไปข้างนอกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้บอกผลซึ่งเพิ่งค้นพบภายหลัง: We thought the museum was closed, but ____ it is open until eight.

ดูคำตอบ

it turns out

ไวยากรณ์

essential to cooling: คำบุพบท to ตามด้วยรูป -ing

ใน essential to cooling the brain คำว่า to เป็นคำบุพบทในโครงสร้าง be essential to + คำนามหรือรูป -ing ดังนั้น cooling จึงเป็น gerund ซึ่งใช้เรียกกระบวนการที่จำเป็นต้องอาศัยการเพิ่มขึ้นของอัตราการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนของเลือด และการใช้กล้ามเนื้อใบหน้า อย่าคิดว่า to ทุกคำเป็นเครื่องหมายของ infinitive โดยอัตโนมัติ เมื่อ essential หมายถึง “จำเป็นต่อบางสิ่ง” essential to จะตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ protect: Regular backups are essential to ____ your files from data loss.

ดูคำตอบ

protecting

On top of that, ลำดับความ

0:56

ยิ่งไปกว่านั้น

deeply inhaling cold air can alter the temperature

0:57

การสูดอากาศเย็นเข้าลึก ๆ สามารถเปลี่ยนอุณหภูมิ

of the blood in our head.

0:59

ของเลือดในศีรษะเราได้

ลำดับความ

On top of that, สำหรับเพิ่มอีกหนึ่งประเด็น

On top of that ใช้เกริ่นประเด็นเพิ่มเติมที่ช่วยสนับสนุนหรือเน้นข้อมูลที่กล่าวไปแล้ว ในที่นี้เป็นการเพิ่มอีกหนึ่งเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับผลของการหาวที่ช่วยลดความร้อน สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับความคิดโดยบอกว่าข้อเท็จจริงใหม่นั้นเป็นข้อมูลอีกชั้นหนึ่งที่เสริมเข้ามา ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ถัดไป ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมตัวเชื่อมสี่คำจากบทเรียนให้สมบูรณ์: The bus is cheaper than a taxi. ____, it stops right outside the museum.

ดูคำตอบ

On top of that

But why is your brain hot in the first place? สำนวน

1:00

แต่ทำไมสมองถึงร้อนตั้งแต่แรกล่ะ?

สำนวน

Why ... in the first place? สำหรับถามถึงเหตุผลตั้งแต่แรก

In the first place ใช้ถามถึงเหตุผลดั้งเดิมหรือจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ ในที่นี้ ผู้พูดย้อนจากเรื่องที่ว่าสมองเย็นลงอย่างไร กลับไปถามก่อนว่าสมองร้อนขึ้นเพราะอะไร เมื่ออยู่ท้ายคำถามที่ใช้ why สำนวนนี้มักหมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “แต่เดิม” ไม่ได้หมายถึงสถานที่หรือข้อแรกในรายการ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสี่คำที่ใช้ถามถึงเหตุผลดั้งเดิม: Why did Maya open the locked box ____?

ดูคำตอบ

in the first place

Well,

1:03

เรื่องก็คือ

both exhaustion and sleep deprivation are known การใช้คำ

1:03

เป็นที่ทราบกันดีว่าทั้งความอ่อนล้าและการอดนอน

to increase overall brain temperature,

1:05

ทำให้อุณหภูมิโดยรวมของสมองสูงขึ้น

การใช้คำ

sleep deprivation: การนอนหลับไม่เพียงพอ

sleep deprivation หมายถึงภาวะที่นอนหลับไม่เพียงพอ โดยเน้นว่าขาดเวลาหรือโอกาสในการนอนตามที่ร่างกายต้องการ ไม่ได้หมายถึงแค่รู้สึกเหนื่อยหรือง่วงเท่านั้น ในประโยคนี้ คำนี้วางคู่กับ exhaustion เพื่อแสดงภาวะที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกัน sleep deprivation คือการขาดการนอน ส่วน exhaustion คือความเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

ในบทความสุขภาพ sleep deprivation หมายถึงอะไร

  1. การนอนนานกว่าปกติ
  2. การรู้สึกเหนื่อยหลังจากทำงานหนัก
  3. การนอนหลับไม่เพียงพอ
ดูคำตอบ

การนอนหลับไม่เพียงพอ

which explains why yawning occurs more in these states. ลำดับความ

1:07

จึงอธิบายได้ว่าทำไมเราถึงหาวมากขึ้นในภาวะเหล่านี้

ลำดับความ

which explains why: เชื่อมข้อเท็จจริงกับผลที่ตามมา

ในที่นี้ which อ้างถึงข้อเท็จจริงก่อนหน้าทั้งหมด คือความเหนื่อยล้าอย่างรุนแรงและการอดนอนทำให้อุณหภูมิสมองสูงขึ้น ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนาม temperature ที่อยู่ใกล้ที่สุด โครงสร้าง fact, which explains why + อนุประโยค นำเสนอข้อเท็จจริงแรกเป็นคำอธิบายของผลที่ตามมา ช่วยให้ผู้อ่านตามความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลได้ โดย why ในที่นี้นำเข้าสู่ผลที่กำลังอธิบาย ไม่ใช่คำถาม

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับช่องว่าง: The roads froze overnight, _____ buses are delayed this morning.

  1. because
  2. even though
  3. which explains why
ดูคำตอบ

which explains why

Researchers have even found participants

1:09

นักวิจัยยังพบด้วยว่าผู้เข้าร่วมการทดลอง

who place warm packs on their head

1:11

ที่วางถุงประคบร้อนไว้บนศีรษะ

yawn 41% of the time วลี

1:12

มีโอกาสหาว 41%

วลี

41% of the time: การรายงานความถี่

ในประโยคนี้ 41% of the time บอกว่าผู้เข้าร่วมหาวบ่อยเพียงใดในโอกาสการสังเกตที่เกี่ยวข้อง หมายถึงมีการหาว 41 ครั้งจากทุก 100 กรณีที่เปรียบเทียบกันได้ ไม่ได้หมายความว่าการหาวกินเวลา 41% ของช่วงเวลาหนึ่ง รูปแบบ เปอร์เซ็นต์ + of the time เปลี่ยนเปอร์เซ็นต์ให้เป็นสำนวนบอกความถี่ โดยทั่วไปจะวางหลังเหตุการณ์ที่กำลังวัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนบอกความถี่ที่ตามหลังเปอร์เซ็นต์: In 100 tests, the sensor worked 41 times. The sensor worked 41% ____.

ดูคำตอบ

of the time

while watching others yawn ไวยากรณ์

1:14

ขณะดูคนอื่นหาว

ไวยากรณ์

while watching others yawn: อนุประโยคบอกเวลารูปย่อ

While watching others yawn เป็นอนุประโยคบอกเวลารูปย่อ หมายถึงขณะที่ผู้เข้าร่วมกำลังดูคนอื่นหาว มีการละประธานและรูปของ be เพราะประธานโดยนัยของ watching คือ participants กลุ่มเดียวกับที่หาวในประโยคหลัก ภายในอนุประโยค watching รับกรรม others แล้วตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน yawn หมายถึงพวกเขาดูคนอื่นหาว โครงสร้าง while + -ing จึงใช้บอกการกระทำที่เกิดพร้อมกับการกระทำหลักได้ เมื่อทั้งสองการกระทำมีประธานเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยค while รูปย่อโดยใช้ watch: The children began laughing ____ the clown perform.

ดูคำตอบ

while watching

as opposed to 9% of the time ลำดับความ

1:15

เทียบกับเพียง 9%

with a cold pack on their head.

1:17

เมื่อวางถุงประคบเย็นไว้บนศีรษะ

ลำดับความ

as opposed to: นำเสนอความแตกต่างอย่างชัดเจน

คำเชื่อม as opposed to นำเสนอรายการที่สองให้ตัดกันอย่างชัดเจนกับรายการแรก ในประโยคนี้คำดังกล่าวช่วยจัดระเบียบอัตราสองค่า คือ 41% เมื่อดูคนอื่นหาว เทียบกับ 9% เมื่อใช้ถุงประคบเย็น คำนี้ใช้เปรียบเทียบเงื่อนไขหรือผลลัพธ์ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลหนึ่งกำลังคัดค้านบางสิ่งอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงการเปรียบเทียบสามคำจากบทเรียน: “The new plan reduced waiting times by 30%, ____ 8% under the old plan.”

ดูคำตอบ

as opposed to

So if your head is already cold,

1:18

ดังนั้นถ้าศีรษะของคุณเย็นอยู่แล้ว

you'll yawn less.

1:19

คุณก็จะหาวน้อยลง

But what about contagious or social yawning? ลำดับความ

1:21

แล้วการหาวติดต่อหรือการหาวทางสังคมล่ะ?

ลำดับความ

what about: เปลี่ยนไปสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

What about + นามวลี? สามารถใช้เปิดคำถามเพื่อนำประเด็นที่ถูกมองข้ามหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องเข้ามาในการสนทนา But ทำให้การเปลี่ยนเรื่องเด่นชัดขึ้น หลังจากกล่าวถึงการหาวประเภทหนึ่ง ผู้พูดก็เปลี่ยนไปพูดถึงการหาวที่ติดต่อกันได้หรือการหาวทางสังคม ในที่นี้หมายถึง “ประเด็นที่เกี่ยวข้องนี้เข้ากับการสนทนาอย่างไร” ไม่ได้หมายความว่ากำลังขอความคิดเห็นเกี่ยวกับบุคคลเสมอไป

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอพูดเรื่องราคาสินค้าเสร็จแล้ว และต้องการนำเวลาในการจัดส่งมาเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ตัวเลือกใดทำหน้าที่เปลี่ยนเรื่องได้ดีที่สุด?

  1. Delivery time has already improved. — เป็นการรายงานผลลัพธ์
  2. I strongly oppose the delivery plan. — เป็นการแสดงการคัดค้าน
  3. But what about delivery time? — เป็นการหยิบยกประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

But what about delivery time? — เป็นการหยิบยกประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง

Humans, primates, and even dogs

1:23

มนุษย์ สัตว์ตระกูลไพรเมต และแม้แต่สุนัข

find yawning contagious ไวยากรณ์

1:25

ต่างก็หาวตามกันได้

ไวยากรณ์

find yawning contagious: find + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน find yawning contagious คำว่า find หมายถึง “สังเกตแล้วพบหรือเห็นว่าเป็นเช่นนั้น” ไม่ได้หมายถึง “หาเจอ” yawning เป็นกรรม และ contagious เป็นส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ซึ่งบอกลักษณะของ yawning รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ find + กรรม + คำคุณศัพท์ ใช้พูดอย่างกระชับว่าใครบางคนสังเกตหรือมองว่ากรรมนั้นมีลักษณะอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ finds, the story และ exciting ตามโครงสร้าง find + กรรม + คำคุณศัพท์: Maya ____.

ดูคำตอบ

finds the story exciting

and it's most likely linked to empathy. วลี

1:26

และปรากฏการณ์นี้น่าจะเชื่อมโยงกับความเห็นอกเห็นใจ

วลี

linked to: ความเชื่อมโยงที่มีแนวโน้มสูง ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้ว

ใน it's most likely linked to empathy คำว่า it หมายถึงปรากฏการณ์การหาวที่ติดต่อกันได้ linked to หมายถึงมีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับความเห็นอกเห็นใจ ส่วน most likely บอกว่าความเชื่อมโยงนี้มีโอกาสสูง แต่ไม่ได้แน่นอน be linked to บอกเพียงว่ามีความสัมพันธ์กัน ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้อ้างว่าความเห็นอกเห็นใจเป็นสาเหตุเดียวหรือเป็นสาเหตุที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งพบว่ารูปแบบสองอย่างมักเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าอย่างหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกอย่างหนึ่ง ให้ตัดสินประโยคนี้: "Poor sleep is most likely linked to late-night screen use."

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

Contagious yawning begins in children

1:28

การหาวติดต่อเริ่มเกิดขึ้นในเด็ก

around the age of 4 to 5

1:30

เมื่ออายุประมาณ 4 ถึง 5 ขวบ

and this is when empathetic behavior,

1:31

และนี่คือช่วงที่พฤติกรรมเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

along with the ability to identify emotions, วลี

1:33

พร้อมกับความสามารถในการระบุอารมณ์

begins to develop.

1:35

เริ่มพัฒนาขึ้น

วลี

along with: เพิ่มข้อมูลเสริมโดยไม่เปลี่ยนประธานหลัก

ในประโยคนี้ along with เพิ่ม “ความสามารถในการระบุอารมณ์” เป็นข้อมูลเสริมที่เกี่ยวข้องต่อจาก empathetic behavior โดยจุดเน้นหลักยังคงอยู่ที่ empathetic behavior เมื่อ along with ตามหลังประธาน นามวลีที่เพิ่มเข้ามามักไม่กลายเป็นประธานร่วมที่มีสถานะเท่ากัน คำกริยามักสอดคล้องกับประธานหลัก ดังนั้น empathetic behavior ซึ่งเป็นเอกพจน์จึงตามด้วยคำกริยาเอกพจน์ begins

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ทำให้ assistants เป็นข้อมูลเสริม ไม่ใช่ประธานที่มีสถานะเท่ากัน: The coach, ____ two assistants, is attending the meeting.

ดูคำตอบ

along with

In fact,

1:36

ที่จริงแล้ว

children with empathy-related disorders such as autism

1:36

เด็กที่มีภาวะผิดปกติเกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจ เช่น ออทิซึม

yawn less in response to videos of people yawning วลี

1:39

จะหาวน้อยกว่าเมื่อดูวิดีโอคนกำลังหาว

compared to other children.

1:41

เมื่อเทียบกับเด็กคนอื่น

วลี

in response to: แสดงปฏิกิริยาต่อสิ่งกระตุ้น

In response to ระบุว่าวิดีโอเป็นสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดพฤติกรรมของเด็ก วลีนี้แสดงความสัมพันธ์แบบการตอบสนอง ไม่ได้เพียงบอกว่าการหาวเกิดขึ้นภายหลัง โครงสร้างคือ in response to + คำนาม นามวลี หรือรูป -ing เช่น in response to a request และ in response to seeing the results

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่นำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นการตอบสนองอย่างชัดเจน: The school added another bus ____ parents' concerns.

ดูคำตอบ

in response to

Research also suggests that you're more likely ไวยากรณ์

1:43

งานวิจัยยังชี้ว่าคุณมีแนวโน้มมากกว่า

to copy the yawn of someone socially or genetically close to you. การใช้คำ

1:45

ที่จะหาวตามคนที่ใกล้ชิดกับคุณทางสังคมหรือพันธุกรรม

ไวยากรณ์

more likely to + คำกริยา: มีโอกาสมากกว่า

ใน more likely to copy โครงสร้าง be more likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นสูงกว่าเมื่อเทียบกับอีกกรณีหนึ่ง โครงสร้างนี้เปรียบเทียบความเป็นไปได้ โดยเกณฑ์เปรียบเทียบที่มีโอกาสต่ำกว่าอาจกล่าวไว้ชัดเจนหรือเข้าใจได้จากบริบท โครงสร้างนี้บอกแนวโน้ม ไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน likely เกี่ยวกับความน่าจะเป็น ไม่ได้หมายถึงความชอบหรือความต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่หมายถึง “มีโอกาสเกิดขึ้นสูงกว่า”: Given the icy road, a driver is ____ lose control if they are speeding.

ดูคำตอบ

more likely to

การใช้คำ

socially or genetically close to you: ใกล้ชิดทางสังคมหรือทางพันธุกรรม

ในที่นี้ socially or genetically ขยาย close to you และทำให้ close มีความหมายที่ไม่เกี่ยวกับพื้นที่สองแบบ socially close หมายถึงเชื่อมโยงกันด้วยความสัมพันธ์ทางสังคมที่แน่นแฟ้น ส่วน genetically close หมายถึงมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเชิงชีวภาพที่ค่อนข้างใกล้ชิด Close to ใช้อธิบายความสัมพันธ์หรือระดับได้ ไม่ได้หมายถึงระยะทางทางกายภาพเท่านั้น คำกริยาวิเศษณ์ที่อยู่รอบ ๆ ช่วยบอกว่าหมายถึงความใกล้ชิดเชิงนามธรรมแบบใด และไม่ควรมองความใกล้ชิดสองแบบนี้ว่าเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya is socially close to her neighbors, although none of them are her relatives,” socially close หมายความว่าอะไร?

  1. พวกเขามีความสัมพันธ์ทางสังคมที่แน่นแฟ้น
  2. พวกเขาอาศัยอยู่ห่างกันในระยะทางทางกายภาพเพียงเล็กน้อย
  3. พวกเขามีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเชิงชีวภาพที่ใกล้ชิด
ดูคำตอบ

พวกเขามีความสัมพันธ์ทางสังคมที่แน่นแฟ้น

Even dogs are more likely to copy the yawns of their owner

1:48

แม้แต่สุนัขก็มีแนวโน้มจะหาวตามเจ้าของมากกว่า

as opposed to the yawn of a stranger.

1:50

หาวตามคนแปลกหน้า

Finally,

1:52

สุดท้าย

mirror neurons also play a role. วลี

1:53

เซลล์ประสาทกระจกเงาก็มีบทบาทเช่นกัน

วลี

play a role: มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์

play a role เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์” หรือ “มีอิทธิพลอยู่บ้าง” ในที่นี้หมายความว่าเซลล์ประสาทกระจกเป็นปัจจัยหนึ่งในคำอธิบาย ไม่ได้อ้างว่าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว คำวิเศษณ์ also เพิ่มปัจจัยนี้เข้าไปจากสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้าแล้ว โครงสร้างที่ใช้ต่อยอดในบริบทอื่นได้คือ X plays a role in Y โดย Y เป็นคำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์”: Good communication can ____ in a team's success.

ดูคำตอบ

play a role

In our brain,

1:55

ในสมองของเรา

mirror neurons fire when we perform a specific action, การใช้คำ

1:55

เซลล์ประสาทกระจกเงาจะทำงานเมื่อเราทำบางสิ่ง

view someone else doing the action,

1:58

เห็นคนอื่นทำสิ่งนั้น

or even just hear someone talk about the action.

1:59

หรือแม้แต่เพียงได้ยินใครพูดถึงสิ่งนั้น

การใช้คำ

mirror neurons fire: ความหมายของ fire ในประสาทวิทยา

ในประสาทวิทยา fire หมายถึง “สร้างกระแสประสาทไฟฟ้า” หรือ “เริ่มทำงานทางไฟฟ้า” ดังนั้น mirror neurons fire จึงหมายถึงเซลล์ประสาทเหล่านี้แสดงกิจกรรมทางประสาท ไม่เกี่ยวกับเปลวไฟหรือการยิงปืน fire ในที่นี้เป็นคำกริยาอกรรมในรูปปัจจุบัน ประธานพหูพจน์ mirror neurons ใช้กับ fire และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกเงื่อนไขที่กระตุ้นกิจกรรมนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาทางประสาทวิทยาที่หมายถึง “สร้างกระแสประสาทไฟฟ้า”: When the signal arrives, the sensory neurons ____.

ดูคำตอบ

fire

They're important brain cells that are used for learning,

2:02

เซลล์เหล่านี้เป็นเซลล์สมองสำคัญที่ใช้ในการเรียนรู้

self-awareness,

2:04

การตระหนักรู้ในตนเอง

and relating to others. การใช้คำ

2:05

และการเชื่อมสัมพันธ์กับผู้อื่น

การใช้คำ

relating to others เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจและความเชื่อมโยงทางสังคม

ในที่นี้ relating to others หมายถึงการเข้าใจผู้อื่นและสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์หรือทางสังคมกับพวกเขา รูป -ing คือ relating วางขนานกับ learning และ self-awareness เพื่อแสดงความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่เซลล์สมองเหล่านี้สนับสนุน เมื่อใช้ในความหมายด้านความสัมพันธ์ระหว่างคน relate to สื่อถึงความเห็นอกเห็นใจหรือความรู้สึกเชื่อมโยง ไม่ได้หมายเพียงว่ามีความสัมพันธ์ทางเครือญาติหรือเกี่ยวข้องกับหัวข้อหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ relate to ในความหมายว่าเข้าใจผู้อื่นหรือรู้สึกเชื่อมโยงทางสังคมกับคนนั้น

  1. Jamal is related to his aunt.
  2. The report relates sleep to memory.
  3. I can relate to the new student because I felt nervous on my first day too.
ดูคำตอบ

I can relate to the new student because I felt nervous on my first day too.

When we view someone else yawn,

2:06

เมื่อเราเห็นคนอื่นหาว

the mirror neurons in our brain become activated

2:08

เซลล์ประสาทกระจกเงาในสมองของเราจะถูกกระตุ้น

in a similar way

2:09

ในลักษณะคล้ายกัน

and as a result, ลำดับความ

2:11

และผลก็คือ

we copy the yawn.

2:11

เราจึงหาวตาม

ลำดับความ

ใช้ as a result เพื่อบอกผลลัพธ์

As a result เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่บอกผู้ฟังว่าเนื้อหาที่ตามมาเป็นผลจากสาเหตุที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ การทำงานของเซลล์ประสาทกระจกถูกเสนอเป็นสาเหตุ ส่วนการเลียนแบบการหาวเป็นผล คำนี้ช่วยจัดข้อมูลเป็นลำดับเหตุและผล ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นต่อมาในด้านเวลา

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์แบบเหตุและผลอย่างชัดเจน: The alarm did not ring. _____, I arrived late.

  1. For example
  2. Meanwhile
  3. As a result
ดูคำตอบ

As a result

So although yawning may occur in people

2:13

ดังนั้น แม้การหาวอาจเกิดขึ้นกับคน

who are literally hot-headed, สำนวน

2:14

ที่หัวร้อนในความหมายตามตัวอักษร

contagious yawning allows us to be cool

2:16

แต่การหาวติดต่อก็ช่วยให้เราเข้ากันได้แบบ “คูล ๆ”

with the people around us.

2:18

กับคนรอบข้าง

สำนวน

literally hot-headed ... be cool with: การเล่นคำเรื่องอุณหภูมิ

โดยทั่วไป hot-headed หมายถึง “อารมณ์ร้อนหรือพร้อมจะทำอะไรด้วยความโกรธ” แต่ literally ทำให้วลีนี้หมายถึง “ศีรษะร้อนจริงทางกายภาพ” ในประโยคนี้ ความหมายแบบสำนวนที่คุ้นเคยยังคงแฝงอยู่ จึงเกิดเป็นครึ่งแรกของมุก โดยทั่วไป be cool with someone หมายถึง “ยอมรับ สบายใจกับ หรือเข้ากันได้ดีกับคนนั้น” ในที่นี้ cool ยังโยงกลับไปยังแนวคิดว่าการหาวช่วยทำให้สมองเย็นลง ดังนั้นคำเกี่ยวกับอุณหภูมิเพียงคำเดียวจึงมีทั้งความหมายทางกายภาพและทางสังคม

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดระบุการเล่นคำในประโยคได้ถูกต้อง

  1. ทั้งสองสำนวนหมายความว่าการหาวทำให้คนโกรธ
  2. ทั้งสองสำนวนบรรยายเฉพาะอุณหภูมิทางกายภาพเท่านั้น
  3. Hot-headed ในที่นี้หมายถึงโกรธ ส่วน be cool with หมายถึงมีอุณหภูมิร่างกายต่ำ
  4. literally hot-headed ในที่นี้หมายถึงความร้อนทางกายภาพ ส่วน be cool with เป็นสำนวนที่หมายถึงยอมรับคนอื่นหรือเข้ากันได้ดีกับพวกเขา โดย hot และ cool ทำให้เกิดการเล่นคำ
ดูคำตอบ

literally hot-headed ในที่นี้หมายถึงความร้อนทางกายภาพ ส่วน be cool with เป็นสำนวนที่หมายถึงยอมรับคนอื่นหรือเข้ากันได้ดีกับพวกเขา โดย hot และ cool ทำให้เกิดการเล่นคำ

If you haven't already checked out our yawn-o-meter,

2:19

ถ้าคุณยังไม่ได้เข้าไปดูเครื่องวัดการหาวของเรา

go try it out

2:21

ไปลองกันเลย

and let us know in the comments

2:22

แล้วบอกเราในช่องความคิดเห็น

how long you were able to last

2:23

ว่าคุณทนได้นานแค่ไหน

and subscribe for more weekly science videos.

2:24

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์