ทำไมเราถึงยังไม่พบหลักฐานของสิ่งมีชีวิตต่างดาว?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
832 คำ 173 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้สำรวจปฏิทรรศน์ของแฟร์มี แม้จะมีดาวเคราะห์ที่อาจเอื้อต่อสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาล แต่เรากลับไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือของอารยธรรมนอกโลก เนื้อหาพิจารณาคำอธิบายตั้งแต่การทำลายตนเองด้วยเทคโนโลยีไปจนถึงวิธีสื่อสารที่เราอาจตรวจจับไม่ได้ และชี้ว่างานวิจัยอาจช่วยตอบว่ามนุษย์อยู่ตามลำพังหรือไม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. teeming with life. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจว่าคำผสมตามธรรมชาตินี้หมายถึง “เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอย่างมาก” และใช้ teeming with บรรยายสถานที่หรือระบบที่หนาแน่นด้วยสิ่งมีชีวิต ผู้คน หรือกิจกรรม แทนการประกอบคำแบบแปลตรงตัวที่ไม่เป็นธรรมชาติ 2. carries with it the seeds of its own destruction — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองออกว่า seeds เป็นอุปมาถึงปัจจัยภายในที่อาจเติบโตจนก่อความพินาศ และนำสำนวนนี้ไปใช้ในบทวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ การเมือง หรือสังคม เมื่อความก้าวหน้าหรืออำนาจสร้างเงื่อนไขแห่งการล่มสลายของตนเองด้วย 3. The more you know, the more amazing the world seems. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ฝึกโครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์ The more..., the more... เพื่อแสดงว่าเมื่อระดับของสิ่งหนึ่งเพิ่มขึ้น อีกสิ่งก็เพิ่มหรือเปลี่ยนตาม และใช้สื่อความสัมพันธ์แบบแปรผันตามกันได้อย่างชัดเจน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Somewhere out there in that vast universe,

0:16

ณ ที่ใดที่หนึ่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น

there must surely be countless other planets teeming with life. วลี

0:19

จะต้องมีดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน

วลี

teeming with life: มีสิ่งมีชีวิตอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์

Teeming with life หมายถึง “มีสิ่งมีชีวิตอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์มาก” โครงสร้างคือ teem with + คำนาม ในที่นี้ teeming with life เป็นวลี participle ที่ขยายคำว่า planets สำนวนนี้ทำให้เห็นภาพว่าดาวเคราะห์เหล่านั้นมีสิ่งมีชีวิตอยู่มากมาย ไม่ใช่แค่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “มีสิ่งมีชีวิตอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์มาก” ลงในประโยค: By late summer, the wetland was ____.

ดูคำตอบ

teeming with life

But why don't we see any evidence of it? ลำดับความ

0:22

แต่ทำไมเราถึงไม่เห็นหลักฐานใดๆ ของมันเลยล่ะ?

ลำดับความ

But why don't we see any evidence of it?: เปลี่ยนความคาดหมายให้เป็นคำถามหลัก

But แสดงว่ามีความขัดแย้งกับความคาดหมายที่เกิดจากข้อความก่อนหน้า ถ้าสิ่งมีชีวิตควรพบได้ทั่วไปในที่อื่น เราก็น่าจะคาดว่าจะเห็นหลักฐาน แต่กลับไม่มีหลักฐานให้เห็น คำสรรพนาม it หมายถึงสิ่งมีชีวิตนอกโลก ผู้พูดไม่ได้เพียงถามหาข้อเท็จจริง คำถามนี้เปลี่ยนความคาดหมายช่วงต้นให้เป็นปัญหาหลัก และสร้างความสงสัยต่อคำอธิบายที่จะตามมา นี่เป็นวิธีจัดลำดับความคิดที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้ คือเริ่มด้วยความคาดหมาย แล้วใช้ But why...? เพื่อชี้ให้เห็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของคำถามนี้ในการจัดลำดับเนื้อหาคืออะไร

  1. ยืนยันว่าพบหลักฐานของสิ่งมีชีวิตแล้ว
  2. เปลี่ยนความคาดหมายก่อนหน้าให้เป็นปัญหาหลัก
  3. เพิ่มการประมาณจำนวนดาวเคราะห์ที่มีอยู่
ดูคำตอบ

เปลี่ยนความคาดหมายก่อนหน้าให้เป็นปัญหาหลัก

Well, this is the famous question asked by Enrico Fermi in 1950. วัฒนธรรม

0:25

เอาล่ะ นี่คือคำถามอันโด่งดังที่เอนริโก แฟร์มีได้ถามไว้ในปี 1950

วัฒนธรรม

Enrico Fermi: นักฟิสิกส์เบื้องหลังคำถามอันโด่งดัง

Enrico Fermi เป็นนักฟิสิกส์ที่มีตัวตนจริง ในประโยคนี้ asked by Enrico Fermi ระบุว่าเขาคือบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ตั้งคำถามอันโด่งดังนี้ในปี 1950 ไม่ใช่ตัวละครสมมติ ชื่อของเขาช่วยเติมภูมิหลังทางวิทยาศาสตร์ให้กับคำถาม คำถามนี้มักเชื่อมโยงกับปฏิทรรศน์ของแฟร์มี กล่าวคือ หากอาจมีสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอยู่ที่อื่น เหตุใดเราจึงยังไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือ?

แบบฝึกหัด

ชื่อ Enrico Fermi ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ระบุตัวนักฟิสิกส์ที่มีตัวตนจริงซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ตั้งคำถามอันโด่งดัง
  2. อธิบายประเภทของคำถามที่ถูกถาม
  3. เป็นชื่อมนุษย์ต่างดาวสมมติในเรื่อง
ดูคำตอบ

ระบุตัวนักฟิสิกส์ที่มีตัวตนจริงซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ตั้งคำถามอันโด่งดัง

Where is everybody?

0:28

ทุกคนไปอยู่ที่ไหนกันหมด?

Conspiracy theorists claim

0:31

นักทฤษฎีสมคบคิดอ้างว่า

that UFOs are visiting all the time

0:33

ยูเอฟโอมาเยือนอยู่ตลอดเวลา

and the reports are just being covered up. กริยาวลี

0:35

และรายงานต่างๆ ก็แค่ถูกปกปิดเอาไว้

กริยาวลี

covered up: ถูกปกปิดโดยเจตนา

Covered up เป็นรูป past participle ของ phrasal verb cover up ในที่นี้หมายถึงการถูกซ่อนไว้โดยเจตนาเพื่อไม่ให้ผู้คนรู้ความจริง โดย up เป็นส่วนหนึ่งของคำกริยาและไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ ใน are just being covered up โครงสร้าง are being + covered up แสดงการกระทำแบบถูกกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ reports เป็นสิ่งที่ถูกกระทำ ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าปกปิดรายงานไม่ได้ถูกเอ่ยถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ cover up: The evidence was being ____ so the public would not see it.

ดูคำตอบ

covered up

But honestly, they aren't very convincing.

0:37

แต่พูดตามตรง มันไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่นัก

But that leaves a real riddle. ลำดับความ

0:40

แต่นั่นก็ทิ้งปริศนาที่แท้จริงเอาไว้

ลำดับความ

But that leaves a real riddle: ชี้ให้เห็นปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบ

leaves ในที่นี้หมายถึง “ทำให้บางสิ่งยังคงอยู่” ไม่ได้หมายถึง “ออกจากสถานที่” ส่วน That ย้อนกลับไปถึงการปฏิเสธคำอธิบายแบบทฤษฎีสมคบคิดก่อนหน้านี้ว่าไม่น่าเชื่อถือ เมื่อปัดคำอธิบายนั้นออกไปแล้ว ก็ยังเหลือปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบ But ที่ต้นประโยคบอกว่าทิศทางของเหตุผลกำลังเปลี่ยนไป ผู้พูดตัดคำอธิบายหนึ่งออกแล้วนำเสนอคำถามที่ยังเหลืออยู่ โครงสร้าง But that leaves... ใช้เปลี่ยนจากคำตอบที่ถูกปฏิเสธไปสู่ประเด็นถัดไปที่ต้องตรวจสอบ

แบบฝึกหัด

But that leaves a real riddle ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผลนี้

  1. ประโยคนี้บรรยายว่ามีคนออกจากสถานที่ลึกลับ
  2. ประโยคนี้บอกว่าทุกคำถามได้รับคำตอบแล้ว
  3. ประโยคนี้ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งและชี้ไปยังคำถามที่ยังเหลืออยู่
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งและชี้ไปยังคำถามที่ยังเหลืออยู่

In the past year,

0:42

ในช่วงปีที่ผ่านมา

the Kepler space observatory

0:43

หอสังเกตการณ์อวกาศเคปเลอร์

has found hundreds of planets just around nearby stars.

0:45

ได้ค้นพบดาวเคราะห์หลายร้อยดวงที่โคจรรอบดาวฤกษ์ใกล้เคียง

And if you extrapolate that data, การใช้คำ

0:49

และหากคุณลองคาดการณ์จากข้อมูลนั้น

it looks like there could be half a trillion planets just in our own galaxy. ไวยากรณ์

0:50

ดูเหมือนว่าอาจมีดาวเคราะห์ถึงห้าแสนล้านดวงในดาราจักรของเราเพียงแห่งเดียว

การใช้คำ

extrapolate that data: ขยายรูปแบบออกไปนอกข้อมูลที่สังเกตได้

Extrapolate that data หมายถึงการใช้รูปแบบจากข้อมูลที่สังเกตได้เพื่อประมาณว่าสิ่งใดอาจเป็นจริงนอกกลุ่มตัวอย่างหรือช่วงที่วัดไว้ ความหมายนี้มากกว่าการคำนวณตัวเลข และไม่ใช่การเดาโดยไม่มีหลักฐาน ในประโยคนี้ ผู้พูดขยายผลการค้นพบดาวเคราะห์ไปใช้ประมาณจำนวนที่อาจมีอยู่ทั่วทั้งกาแล็กซี เนื่องจากการคาดการณ์ต่อขึ้นอยู่กับสมมติฐานว่ารูปแบบเดิมจะดำเนินต่อไป ผลลัพธ์จึงเป็นค่าประมาณที่มีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย extrapolate that data: If the sample reflects the whole city, we can ____ to estimate total demand.

ดูคำตอบ

extrapolate that data

ไวยากรณ์

it looks like there could be: การอนุมานอย่างระมัดระวัง

ในประโยคนี้ it looks like แสดงความเห็นที่อิงจากหลักฐาน ส่วน there could be กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่บางสิ่งจะมีอยู่หรือมีจำนวนหนึ่ง เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน จำนวนครึ่งล้านล้านดวงจึงเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่จำนวนที่ยืนยันแล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ it looks like there could be + นามวลี ใช้บอกสิ่งที่หลักฐานชี้ให้เห็นโดยไม่ยืนยันว่าเป็นเรื่องแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างการอนุมานอย่างระมัดระวังแบบเต็มจากบทเรียน: After reviewing the early figures, ____ a two-week delay.

ดูคำตอบ

it looks like there could be

If any one in 10,000 has conditions that might support a form of life, ไวยากรณ์

0:56

หากแค่หนึ่งใน 10,000 ดวงมีสภาวะที่อาจเอื้อต่อรูปแบบของชีวิต

that's still 50 million possible life-harboring planets right here in the Milky Way. การใช้คำ

1:01

นั่นก็ยังมีดาวเคราะห์ที่อาจเป็นแหล่งกำเนิดชีวิตได้ถึง 50 ล้านดวงในทางช้างเผือกนี้

ไวยากรณ์

If any one in 10,000...: ใช้อัตราที่ต่ำเพื่ออนุมานผลลัพธ์

ในที่นี้ one in 10,000 หมายถึงดาวเคราะห์หนึ่งดวงในทุก 10,000 ดวง ส่วน any one ไม่ได้หมายถึงบุคคล โดย one ใช้แทน planet ที่กล่าวถึงในบริบทก่อนหน้า อนุประโยค if กำหนดอัตราสมมติที่ต่ำมาก จากนั้นประโยคหลักนำอัตรานั้นไปใช้กับจำนวนรวมที่ใหญ่มาก เพื่อแสดงว่าสัดส่วนเพียงเล็กน้อยก็ยังให้ผลลัพธ์เป็นจำนวนมากได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ one in 10,000 หมายถึงอะไร?

  1. สมาชิกเฉพาะหนึ่งหน่วยจากกลุ่มที่มีทั้งหมด 10,000 หน่วย
  2. หนึ่งในทุก 10,000
  3. บุคคลใดก็ได้ในกลุ่ม 10,000 คน
ดูคำตอบ

หนึ่งในทุก 10,000

การใช้คำ

life-harboring planets: คำคุณศัพท์ประสมแบบกระชับ

ในที่นี้ life-harboring เป็นคำคุณศัพท์ประสม หมายถึง “ที่มี รองรับ หรือเป็นแหล่งให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่” harbor เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “ท่าเรือ” คำว่า possible แสดงว่ายังไม่แน่นอน จึงหมายถึงดาวเคราะห์ที่อาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่ เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม life กับ harboring ให้ทำหน้าที่เป็นคำขยายหนึ่งชุดหน้า planets รูปนี้ย่อความหมายที่ยาวกว่าอย่าง “ดาวเคราะห์ที่อาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่” ให้เป็นวลีสั้นกระชับที่พบบ่อยในการสื่อสารวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในวลี possible life-harboring planets คำว่า life-harboring หมายถึงอะไร

  1. ดาวเคราะห์ที่มีท่าเทียบยานอวกาศ
  2. ดาวเคราะห์ที่กำลังเคลื่อนผ่านทางช้างเผือก
  3. ดาวเคราะห์ที่อาจมีหรือรองรับสิ่งมีชีวิต
ดูคำตอบ

ดาวเคราะห์ที่อาจมีหรือรองรับสิ่งมีชีวิต

So here's the riddle. ลำดับความ

1:07

ดังนั้นนี่คือปริศนา

ลำดับความ

“So here's the riddle.” ส่งสัญญาณถึงคำถามหลัก

So เชื่อมข้อเท็จจริงที่กล่าวมาก่อนหน้ากับสิ่งที่จะตามมา Here’s the riddle บอกว่าการปูพื้นจบแล้ว และผู้พูดกำลังจะเสนอปริศนาหลัก Here’s ซึ่งย่อมาจาก here is ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อชี้สิ่งของที่มองเห็นได้ ในการบรรยายและการอธิบาย Here’s + คำนาม ใช้นำเสนอแนวคิดสำคัญถัดไปและช่วยให้ผู้ฟังติดตามโครงสร้างของเรื่องได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดส่งสัญญาณอะไรเมื่อพูดว่า So here's the riddle.?

  1. กำลังจะมีการเสนอปริศนาหลัก
  2. ปริศนาได้รับการไขแล้ว
  3. กำลังมีคนนำสิ่งของมาวางไว้ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ

กำลังจะมีการเสนอปริศนาหลัก

Our Earth didn't form until about 9 billion years after the Big Bang. ไวยากรณ์

1:08

โลกของเราไม่ได้ก่อตัวขึ้นจนกระทั่งประมาณ 9 พันล้านปีหลังจากบิกแบง

ไวยากรณ์

didn't form until: ระบุจุดเวลาที่เกิดการก่อตัวขึ้นอย่างล่าช้า

ในโครงสร้าง didn't form until + สำนวนบอกเวลา ส่วน didn't form บอกว่าสิ่งนั้นยังไม่เกิดขึ้นก่อนเวลาที่ระบุ ส่วน until ชี้จุดที่สถานการณ์เปลี่ยนไป กล่าวคือ ก่อนหน้านั้นโลกยังไม่ก่อตัว และเพิ่งก่อตัวขึ้นประมาณเก้าพันล้านปีหลังบิกแบง ใช้ not ... until เพื่อเน้นว่าเหตุการณ์เริ่มหรือเกิดขึ้นช้า ไม่ได้หมายความว่าการกระทำดำเนินต่อเนื่องจนถึงเวลานั้นแล้วจึงหยุด ในประโยคนี้ until ระบุเวลาที่โลกก่อตัว ไม่ใช่เวลาที่โลกสิ้นสุดการมีอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้ didn't ... until เพื่อแสดงว่าทีมทำคะแนนครั้งแรกในครึ่งหลัง: The team ____ the second half.

ดูคำตอบ

didn't score until

Countless other planets in our galaxy

1:14

ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ นับไม่ถ้วนในดาราจักรของเรา

should have formed earlier ไวยากรณ์

1:15

น่าจะก่อตัวขึ้นเร็วกว่านั้น

and given life a chance to get underway billions, วลี

1:17

และให้โอกาสชีวิตได้เริ่มต้นขึ้นก่อนเป็นพันล้านปี

or certainly many millions of years earlier than happened on Earth.

1:21

หรืออย่างแน่นอนก็หลายล้านปีก่อนหน้าที่จะเกิดขึ้นบนโลก

ไวยากรณ์

should have formed earlier: การอนุมานอดีตอย่างมีเหตุผล

Should have + past participle สามารถบอกสิ่งที่หลักฐานหรือความคาดหมายตามปกติทำให้เราคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นในอดีตได้ ในที่นี้ ลำดับเวลาของจักรวาลทำให้ผู้พูดมีเหตุผลที่จะคาดว่าดาวเคราะห์อื่นจำนวนมากก่อตัวก่อนโลก ไม่ได้ปฏิเสธว่าดาวเคราะห์เหล่านั้นก่อตัวขึ้นแล้ว รูปแบบเดียวกันนี้อาจใช้ตำหนิการกระทำที่ไม่ได้ทำได้ด้วย แต่ต้องดูประธานและบริบท ดาวเคราะห์ไม่ได้มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น should have formed จึงเป็นการอนุมาน ไม่ใช่การบอกว่าดาวเคราะห์เหล่านั้นควรก่อตัวแต่กลับไม่ก่อตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้กล่าวถึงดาวเคราะห์และลำดับเวลาของจักรวาล should have formed earlier หมายความว่าอย่างไร

  1. ประโยคนี้พิสูจน์ว่าไม่มีดาวเคราะห์ดวงอื่นก่อตัวขึ้น
  2. ดาวเคราะห์เหล่านั้นมีหน้าที่ต้องก่อตัวก่อน แต่ไม่ได้ก่อตัว
  3. ลำดับเวลาทำให้เรามีเหตุผลที่จะคาดว่าดาวเคราะห์เหล่านั้นก่อตัวขึ้นก่อน
ดูคำตอบ

ลำดับเวลาทำให้เรามีเหตุผลที่จะคาดว่าดาวเคราะห์เหล่านั้นก่อตัวขึ้นก่อน

วลี

given life a chance to get underway: เปิดโอกาสให้ชีวิตเริ่มพัฒนา

ใน given life a chance to get underway โครงสร้าง give + คำนาม + a chance to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการสร้างโอกาสหรือเงื่อนไขให้คนหรือสิ่งหนึ่งทำบางอย่างได้ ในที่นี้ life คือสิ่งที่ได้รับโอกาสนั้น get underway เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เริ่มต้นและเริ่มดำเนินต่อไป” ทั้งวลีจึงสื่อว่าดาวเคราะห์ที่ก่อตัวก่อนอาจทำให้กระบวนการพัฒนาของชีวิตเริ่มขึ้นได้เร็วกว่ามาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มต้นและเริ่มดำเนินต่อไป”: The permit gave the restoration project a chance to ____.

ดูคำตอบ

get underway

If just a few of them had spawned intelligent life ไวยากรณ์

1:25

หากมีเพียงไม่กี่ดวงในนั้นที่ได้ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา

and started creating technologies,

1:28

และเริ่มสร้างสรรค์เทคโนโลยี

those technologies would have had millions of years

1:31

เทคโนโลยีเหล่านั้นก็คงจะมีเวลาหลายล้านปี

to grow in complexity and power.

1:34

ในการพัฒนาความซับซ้อนและทรงพลังมากขึ้น

ไวยากรณ์

If ... had spawned ..., ... would have had ...: การสมมุติเกี่ยวกับอดีต

คู่โครงสร้าง If ... had spawned ... และ ... would have had ... เป็นประโยคเงื่อนไขสมมุติเกี่ยวกับอดีต อนุประโยค if ใช้ had + กริยาช่องที่ 3 เพื่อจินตนาการถึงสถานการณ์ก่อนหน้า ส่วนประโยคผลใช้ would have + กริยาช่องที่ 3 เพื่อจินตนาการถึงผลที่ตามมา ในที่นี้ โครงสร้างดังกล่าวใช้สร้างลำดับการให้เหตุผล ไม่ใช่รายงานเหตุการณ์ที่ยืนยันแล้ว ผู้พูดกำลังพิจารณาว่าอาจเกิดอะไรตามมาหากดาวเคราะห์บางดวงเคยให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา ไม่ว่าจะพิสูจน์ความเป็นไปได้ในอดีตนั้นได้หรือไม่ก็ตาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดจินตนาการถึงเงื่อนไขในอดีตอีกแบบหนึ่งหรือที่ยังไม่ยืนยัน พร้อมผลในอดีตที่จินตนาการไว้?

  1. Because Maya saved the file, she had a backup.
  2. If Maya saves the file, she will have a backup.
  3. If Maya had saved the file, she would have had a backup.
ดูคำตอบ

If Maya had saved the file, she would have had a backup.

On Earth,

1:37

บนโลกของเรา

we've seen how dramatically technology can accelerate in just 100 years.

1:39

เราได้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วแค่ไหนในเวลาเพียง 100 ปี

In millions of years,

1:45

ในเวลาหลายล้านปี

an intelligent alien civilization

1:46

อารยธรรมต่างดาวทรงภูมิปัญญา

could easily have spread out across the galaxy, กริยาวลี

1:48

อาจแพร่กระจายไปทั่วดาราจักรได้อย่างง่ายดาย

กริยาวลี

spread out: แผ่ขยายและกระจายไปในพื้นที่ที่กว้างขึ้น

ในประโยคนี้ spread out หมายถึงการขยายออกจากพื้นที่ที่จำกัดกว่าเดิมและไปกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ที่กว้างกว่ามาก คำว่า out เพิ่มภาพของการเคลื่อนหรือเติบโตออกจากพื้นที่เริ่มต้น รูปแบบ spread out across + สถานที่ แสดงพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้นที่ถูกครอบคลุม ใช้บอกได้ทั้งคนหรือสิ่งของที่ไม่ได้รวมกันแน่นเหมือนเดิม และอารยธรรมหรือองค์กรที่ขยายตัวทางภูมิศาสตร์

แบบฝึกหัด

spread out ในประโยคนี้สื่อความหมายใด

  1. สื่อสารข้อมูลให้ทุกคน
  2. ขยายและกระจายไปในพื้นที่ที่กว้างขึ้น
  3. ออกจากกาแล็กซีไปโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ขยายและกระจายไปในพื้นที่ที่กว้างขึ้น

perhaps creating giant energy-harvesting artifacts, การใช้คำ

1:51

อาจกำลังสร้างสิ่งประดิษฐ์เก็บเกี่ยวพลังงานขนาดยักษ์

การใช้คำ

energy-harvesting artifacts: คำขยายประสมที่บอกหน้าที่

Energy-harvesting บอกว่า artifacts ถูกออกแบบมาให้ทำอะไร นั่นคือ harvest หรือเก็บรวบรวมพลังงาน เมื่ออยู่หน้าคำนาม artifacts คำสองคำนี้ทำงานร่วมกันเป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ ไม่ได้หมายความว่า artifacts ทำมาจากพลังงาน ในที่นี้ artifacts หมายถึงวัตถุหรือโครงสร้างที่อารยธรรมทรงปัญญาสร้างขึ้น ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะของโบราณที่นักโบราณคดีค้นพบเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ energy-harvesting artifacts ในประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. วัตถุโบราณที่ทำจากพลังงานทั้งหมด
  2. วัตถุหรือโครงสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมพลังงาน
  3. วัตถุธรรมชาติที่บังเอิญทำให้พลังงานสูญเปล่า
ดูคำตอบ

วัตถุหรือโครงสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมพลังงาน

or fleets of colonizing spaceships,

1:54

หรือกองเรืออวกาศสำหรับการตั้งอาณานิคม

or glorious works of art that fill the night sky.

1:57

หรืองานศิลปะอันงดงามตระการตาที่เติมเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน

At the very least, วลี

2:01

อย่างน้อยที่สุด

you'd think they'd be revealing their presence deliberately or otherwise โน้ต

2:02

คุณคงคิดว่าพวกเขาจะเปิดเผยการมีอยู่ของตนไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

through electromagnetic signals of one kind or another.

2:05

ผ่านคลื่นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

วลี

At the very least: การกำหนดความคาดหวังขั้นต่ำ

At the very least หมายถึง “แม้คำกล่าวที่หนักแน่นกว่านี้จะยังไม่แน่นอน แต่ข้อสรุปขั้นต่ำนี้ก็ควรยังเป็นจริง” วลีนี้ลดระดับความหนักแน่นของข้อโต้แย้งและเสนอความคาดหวังที่สมเหตุสมผลในระดับต่ำสุด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเสนอว่าการมีสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าบางอย่างคือหลักฐานขั้นต่ำที่น่าจะคาดหวังได้ ไม่ได้เน้นการนับจำนวนสัญญาณที่น้อยที่สุด

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายสี่คำจากบทเรียนนี้เพื่อบอกการกระทำขั้นต่ำที่สมเหตุสมผล: ____, tell me if you will be late.

ดูคำตอบ

At the very least

น้ำเสียง/เจตนา

you'd think: การแสดงความคาดหวังที่สมเหตุสมผล

ใน you'd think คำว่า you ใช้กล่าวถึงคนทั่วไป หมายถึงคนที่ใช้เหตุผลตามปกติหรือผู้คนโดยรวม ไม่ได้หมายถึงผู้ฟังคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ วลีนี้หมายถึง “ตามเหตุผลแล้ว คนเราน่าจะคาดว่า…” Would ทำให้คำกล่าวนุ่มนวลขึ้นและชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับการประเมินนี้ แทนการบอกว่าเป็นข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ยังอาจสื่อว่าความจริงไม่ตรงกับความคาดหวังนั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเกริ่นถึงความคาดหวังที่สมเหตุสมผลว่าการมีอยู่ของพวกเขาน่าจะถูกตรวจพบได้

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “คนที่ใช้เหตุผลตามปกติน่าจะคาดว่า”: With such clear instructions, ____ everyone would understand the task.

ดูคำตอบ

you'd think

วลี

deliberately or otherwise: ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่

ใน deliberately or otherwise คำว่า deliberately หมายถึง “อย่างจงใจ” ส่วน otherwise ครอบคลุมวิธีที่ไม่ได้จงใจ ในที่นี้ทั้งวลีหมายถึง “ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่” รูปแบบ X or otherwise ย่อความเป็นไปได้สองแบบไว้ด้วยกัน คือกรณีที่เป็น X และกรณีที่ X ไม่เป็นจริงหรือใช้ไม่ได้ ความหมายที่เป็นธรรมชาติขึ้นอยู่กับ X; เมื่อใช้กับ deliberately จะเปรียบระหว่างความตั้งใจกับความไม่ตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ deliberately ในรูปแบบ X or otherwise: People may reveal private details, ____.

ดูคำตอบ

deliberately or otherwise

And yet we see no convincing evidence of any of it. ลำดับความ

2:09

และถึงอย่างนั้นเราก็ยังไม่เห็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นเลย

ลำดับความ

And yet: นำเสนอข้อเท็จจริงที่ตรงข้ามกับความคาดหมาย

And yet ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ขัดกับความคาดหมายอย่างมากซึ่งเกิดจากเนื้อหาก่อนหน้า เหตุผลก่อนหน้าชี้ว่าควรมีหลักฐานให้เห็น แต่ประโยคนี้กลับรายงานผลตรงกันข้าม คือไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือ การขึ้นต้นประโยคด้วย And yet ยังคงเชื่อมโยงกับแนวคิดก่อนหน้า พร้อมทำให้ yet มีความหมายหนักแน่นแบบ “ถึงอย่างนั้น” จึงจัดลำดับเหตุผลเป็นความคาดหมายที่ตามด้วยข้อเท็จจริงตรงกันข้ามอันน่าประหลาดใจ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มข้อมูล

แบบฝึกหัด

And yet แสดงความสัมพันธ์แบบใดในประโยคนี้?

  1. ใช้แสดงว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นต่อมาตามลำดับเวลา
  2. ใช้แนะนำข้อเท็จจริงที่ขัดกับความคาดหมายอย่างมาก
  3. ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่างที่สนับสนุนความคาดหมายนั้น
ดูคำตอบ

ใช้แนะนำข้อเท็จจริงที่ขัดกับความคาดหมายอย่างมาก

Why?

2:12

ทำไมล่ะ?

Well, there are numerous possible answers,

2:14

ก็มีความเป็นไปได้หลายคำตอบ

some of them quite dark. ลำดับความ

2:17

บางคำตอบก็ค่อนข้างมืดมน

ลำดับความ

some of them quite dark: เกริ่นถึงคำตอบส่วนที่น่ากังวล

ในที่นี้ them ย้อนกลับไปหมายถึง numerous possible answers และ quite dark อธิบายเฉพาะคำตอบบางส่วนเท่านั้น วลีสั้น ๆ นี้มีความหมายเทียบได้กับ some of them are quite dark คำว่า dark ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคำตอบที่น่ากังวล หม่นหมอง หรือมองโลกในแง่ร้าย ไม่ได้หมายถึงสีที่มืด เมื่อวางวลีนี้หลังการกล่าวถึงคำตอบที่เป็นไปได้ทั้งหมด วลีนี้จะเกริ่นถึงกลุ่มย่อยและกำหนดอารมณ์ของกลุ่มนั้น ทำให้ผู้ฟังเตรียมรับคำอธิบายที่น่ากังวลก่อนจะได้ฟังรายละเอียด

แบบฝึกหัด

วลี some of them quite dark ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เกริ่นว่าคำตอบส่วนหนึ่งน่ากังวลหรือมืดมน
  2. บอกว่าคำตอบบางข้อมีสีมืดจริง ๆ
  3. บอกว่ามีคำตอบที่เป็นไปได้เพียงไม่กี่ข้อ
ดูคำตอบ

เกริ่นว่าคำตอบส่วนหนึ่งน่ากังวลหรือมืดมน

Maybe a single superintelligent civilization has indeed taken over the galaxy กริยาวลี

2:19

บางทีอารยธรรมทรงภูมิปัญญาสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวอาจเข้าครอบครองดาราจักรแล้วจริงๆ

and has imposed strict radio silence วลี

2:25

และได้กำหนดมาตรการระงับการส่งสัญญาณวิทยุอย่างเข้มงวด

because it's paranoid of any potential competitors. การใช้คำ

2:28

เพราะพวกเขาหวาดระแวงต่อผู้ที่อาจมาเป็นคู่แข่ง

กริยาวลี

taken over the galaxy: การเข้าควบคุมด้วย take over

take over เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการเข้าควบคุมสิ่งหนึ่งหรือรับผิดชอบสิ่งนั้น ใน taken over the galaxy มีการสมมติว่าอารยธรรมนั้นได้เข้าควบคุมกาแล็กซีแล้ว ส่วน over ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ข้ามกาแล็กซี taken เป็นรูป past participle ของ take เมื่อใช้ร่วมกับ has เป็น has taken over จะสื่อว่าการเข้าควบคุมเกิดขึ้นเสร็จแล้วและผลของมันยังเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้ take over ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: A larger firm has ____ the local company.

ดูคำตอบ

taken over

วลี

imposed strict radio silence: บังคับใช้กฎห้ามส่งสัญญาณ

ในที่นี้ imposed หมายถึงผู้มีอำนาจบังคับให้กฎมีผลใช้จริง กรรมของคำนี้คือ strict radio silence ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงนโยบายการสื่อสารแบบบังคับ ไม่ใช่คำขอร้อง Radio silence หมายถึงการไม่ส่งสัญญาณวิทยุ ซึ่งมักทำเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจพบหรือการเปิดเผยข้อมูล รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ impose + a rule, ban, limit, or restriction โดยเน้นว่ามาตรการนั้นถูกบังคับใช้ ไม่ได้เกิดจากการเลือกทำเอง

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “บังคับใช้กฎห้ามส่งสัญญาณอย่างเคร่งครัดและเป็นทางการ” ให้ประโยคภาษาอังกฤษสมบูรณ์: During the covert mission, the commander ____, and no unit was allowed to transmit.

ดูคำตอบ

imposed strict radio silence

การใช้คำ

paranoid of any potential competitors: ความกลัวและความระแวงที่มากเกินไป

ในที่นี้ paranoid of หมายถึงการกลัวและระแวงใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป วลีนี้สื่อว่าอารยธรรมดังกล่าวมองแม้แต่ผู้ที่อาจกลายเป็นคู่แข่งว่าเป็นภัยร้ายแรง และตอบสนองอย่างตั้งรับ Paranoid มีน้ำเสียงแรงและตัดสินมากกว่า afraid โดยมักสื่อว่าความกลัวหรือความสงสัยนั้นไม่สมเหตุสมผลกับหลักฐาน Potential หมายถึงคู่แข่งอาจปรากฏขึ้นในอนาคต ส่วน any ขยายความกลัวไปยังคู่แข่งทุกคนที่อาจมีได้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ “The manager is paranoid of any potential competitors” มากที่สุด?

  1. ผู้จัดการสนใจเล็กน้อยที่จะพบกับคู่แข่งในอนาคต
  2. ผู้จัดการระแวงทุกคนที่อาจกลายเป็นคู่แข่งมากเกินไป
  3. ผู้จัดการยอมรับอย่างสงบว่าคู่แข่งทุกคนไม่มีอันตราย
ดูคำตอบ

ผู้จัดการระแวงทุกคนที่อาจกลายเป็นคู่แข่งมากเกินไป

It's just sitting there ready to obliterate anything that becomes a threat. ไวยากรณ์

2:31

พวกเขาแค่คอยเฝ้าดูและพร้อมที่จะล้างบางสิ่งใดก็ตามที่กลายมาเป็นภัยคุกคาม

ไวยากรณ์

ready to obliterate: พร้อมลงมือได้ทันที

Ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกสภาวะที่คนหรือสิ่งหนึ่งเตรียมพร้อมและสามารถลงมือได้โดยไม่ต้องรอ ในที่นี้ ready to obliterate หมายถึงมันอยู่ในสภาพที่สามารถทำลายบางสิ่งให้หมดสิ้นได้ทันทีที่สิ่งนั้นกลายเป็นภัยคุกคาม Ready ไม่ได้หมายถึงเพียง “เต็มใจ” แต่เน้นความพร้อมจริงหรือความสามารถที่จะลงมือทันที ส่วน obliterate ทำให้การกระทำนั้นมีความรุนแรงอย่างมาก

แบบฝึกหัด

ใช้ ready to และคำกริยา respond เติมประโยคให้สมบูรณ์: The rescue team is ____ if another alarm sounds.

ดูคำตอบ

ready to respond

Or maybe they're not that intelligent.

2:37

หรือบางทีพวกเขาอาจไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น

Or perhaps the evolution of an intelligence

2:40

หรือบางทีวิวัฒนาการของภูมิปัญญา

capable of creating sophisticated technology

2:43

ที่สามารถสร้างเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้

is far rarer than we've assumed. ไวยากรณ์

2:45

อาจหาได้ยากกว่าที่เราสันนิษฐานไว้มาก

ไวยากรณ์

far rarer than we've assumed: การเน้นความแตกต่างในการเปรียบเทียบ

Rarer than ใช้เปรียบเทียบว่าสองสถานการณ์พบได้ยากเพียงใด การวาง far ไว้หน้าคำขั้นกว่า rarer แสดงว่าความแตกต่างมีมาก โดย far rarer หมายถึง “พบได้น้อยกว่ามาก” ในที่นี้กำลังเปรียบเทียบระดับความหายากที่แท้จริงกับสิ่งที่ผู้คนเคยคาดไว้ Far ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ ไม่ได้หมายถึงระยะทาง ในโครงสร้าง far + คำขั้นกว่า + than คำนี้ใช้เน้นคำขั้นกว่า เช่น far harder than และ far more expensive than

แบบฝึกหัด

ใช้ far + รูปขั้นกว่าของ rare + than เติมประโยคให้สมบูรณ์: Confirmed sightings are ____ researchers expected.

ดูคำตอบ

far rarer than

After all, ลำดับความ

2:47

ท้ายที่สุดแล้ว

it's only happened once on Earth in 4 billion years.

2:49

มันเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวบนโลกในช่วง 4 พันล้านปี

ลำดับความ

After all: การเกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า

After all ใช้เกริ่นเหตุผลหรือหลักฐานที่สนับสนุนข้อความที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนโลกเพียงครั้งเดียวในช่วงสี่พันล้านปี สนับสนุนแนวคิดที่ว่าเหตุการณ์ประเภทนี้อาจพบได้น้อยมาก เมื่ออยู่ต้นประโยค After all, จะบอกว่าประโยคใหม่เชื่อมกับประโยคก่อนหน้าอย่างไร ให้เข้าใจว่าเป็นสัญญาณว่า “นี่คือเหตุผลที่ทำให้เชื่อเช่นนั้น” ไม่ใช่ขั้นตอนต่อไปตามลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

After all ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. เกริ่นหลักฐานที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า
  2. เกริ่นผลลัพธ์ที่ขัดแย้งกับข้อความก่อนหน้า
  3. แสดงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นลำดับสุดท้าย
ดูคำตอบ

เกริ่นหลักฐานที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า

Maybe even that was incredibly lucky.

2:52

บางทีแค่นั้นก็อาจจะโชคดีอย่างเหลือเชื่อแล้ว

Maybe we are the first such civilization in our galaxy. การใช้คำ

2:55

บางทีเราอาจจะเป็นอารยธรรมแรกในดาราจักรของเราก็ได้

การใช้คำ

first such civilization: อารยธรรมแห่งแรกในประเภทที่กล่าวถึงก่อนหน้า

ใน first such civilization คำว่า such อ้างกลับไปถึงอารยธรรมประเภทที่อธิบายไว้ก่อนหน้า นั่นคืออารยธรรมที่มีสติปัญญาและสามารถสร้างเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้ วลีนี้หมายถึง “อารยธรรมแห่งแรกในประเภทที่กล่าวถึงก่อนหน้า” ไม่ได้หมายถึงอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในทุกประเภท การอ้างกลับนี้กำหนดกลุ่มที่ first ใช้เปรียบเทียบ เมื่อเห็นโครงสร้างอย่าง the first such + คำนาม ให้ย้อนกลับไปดูในข้อความก่อนหน้าว่ามีลักษณะใดกำหนดประเภทของคำนามนั้น

แบบฝึกหัด

such ทำหน้าที่อะไรใน first such civilization

  1. หมายความว่าอารยธรรมนั้นแปลกหรือไม่ธรรมดา
  2. อ้างกลับไปถึงอารยธรรมประเภทที่อธิบายไว้ก่อนหน้า
  3. เปลี่ยน civilization ให้เป็นคำนามพหูพจน์
ดูคำตอบ

อ้างกลับไปถึงอารยธรรมประเภทที่อธิบายไว้ก่อนหน้า

Or perhaps civilization carries with it สำนวน

2:59

หรือบางทีอารยธรรมอาจนำพามาซึ่ง

the seeds of its own destruction

3:02

เมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างตัวเอง

through the inability to control

3:04

ผ่านความไร้ความสามารถที่จะควบคุม

the technologies it creates.

3:06

เทคโนโลยีที่ตนเองสร้างขึ้น

สำนวน

carries with it the seeds of its own destruction: สาเหตุภายในของความพินาศของตนเอง

วลีนี้เป็นอุปมา โดย seeds ไม่ได้หมายถึงเมล็ดพืชจริง ๆ แต่หมายถึงสาเหตุระยะแรกหรือปัจจัยที่ซ่อนอยู่ ซึ่งอาจเติบโตจนก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรง ส่วน carries with it หมายความว่าอารยธรรมมีหรือพาอันตรายเหล่านั้นติดมาด้วยขณะที่พัฒนาขึ้น its own เน้นว่าแหล่งที่มาของอันตรายอยู่ภายใน ในประโยคนี้ การที่อารยธรรมไม่สามารถควบคุมเทคโนโลยีของตนได้อาจทำให้อารยธรรมนั้นทำลายตัวเองในที่สุด โครงสร้าง carry with it the seeds of X ใช้บรรยายสิ่งที่มีจุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ในอนาคตอยู่ภายในแล้ว

แบบฝึกหัด

carries with it the seeds of its own destruction ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. มันได้รับการปกป้องจากแหล่งภายนอก
  2. มันมีปัจจัยที่อาจทำลายตัวมันเองในที่สุดอยู่แล้ว
  3. มันขนส่งเมล็ดพืชจริง ๆ ที่จะสร้างความเสียหายให้มัน
ดูคำตอบ

มันมีปัจจัยที่อาจทำลายตัวมันเองในที่สุดอยู่แล้ว

But there are numerous more hopeful answers.

3:09

แต่ก็ยังมีคำตอบที่เปี่ยมด้วยความหวังอีกมากมาย

I mean, for a start, ลำดับความ

3:11

ฉันหมายความว่า ในเบื้องต้น

we're not looking that hard

3:12

เรายังไม่ได้ค้นหาอย่างจริงจังนัก

and we're spending a pitiful amount of money on it. การใช้คำ

3:13

และเราใช้จ่ายเงินไปกับมันน้อยนิดจนน่าใจหาย

ลำดับความ

I mean, for a start: ชี้แจงและให้เหตุผลข้อแรก

I mean ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะชี้แจงหรือขยายความประเด็นที่เพิ่งพูดไป ส่วน for a start ใช้แนะนำเหตุผลหรือตัวอย่างแรก และมักสื่อว่าอาจมีข้ออื่นตามมา เมื่อใช้ I mean, for a start, ร่วมกัน ผู้พูดจะพาผู้ฟังจากคำกล่าวโดยรวมไปสู่ประเด็นสนับสนุนข้อแรกอย่างเป็นธรรมชาติ ในที่นี้วลีนี้ทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูล ส่วน for a start ไม่ได้หมายถึงเวลาที่บางสิ่งเริ่มต้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่าทำไมแผนนี้จึงยาก เติมคำตอบด้วยคำเชื่อมภาษาพูดที่เน้นไว้: ____, ____, we don't have enough time.

ดูคำตอบ

I mean · for a start

การใช้คำ

spending a pitiful amount of money on it: ใช้เงินกับเรื่องนั้นน้อยจนน่าใจหาย

ใน a pitiful amount of money คำว่า pitiful หมายถึงจำนวนน้อยจนน่าตำหนิหรือยอมรับไม่ได้ คำนี้เพิ่มการประเมินเชิงลบอย่างชัดเจน โดยผู้พูดมองว่าค่าใช้จ่ายต่ำกว่าระดับที่งานนั้นสมควรได้รับมาก โครงสร้าง spend + an amount of money + on something ใช้บอกว่าใช้เงินไปกับอะไร ในที่นี้ on it หมายถึงการค้นหาสัญญาณ

แบบฝึกหัด

a pitiful amount of money สื่อความหมายใดในประโยคนี้?

  1. ผู้พูดรู้สึกสงสารตัวเงินเอง
  2. ผู้พูดบอกว่าไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน
  3. ผู้พูดคิดว่าค่าใช้จ่ายต่ำจนยอมรับไม่ได้
ดูคำตอบ

ผู้พูดคิดว่าค่าใช้จ่ายต่ำจนยอมรับไม่ได้

Only a tiny fraction of the stars in our galaxy วลี

3:17

เพียงเศษเสี้ยวเดียวของดวงดาวในดาราจักรของเรา

have really been looked at closely for signs of interesting signals. ไวยากรณ์

3:20

ที่ได้รับการค้นหาอย่างใกล้ชิดเพื่อหาร่องรอยของสัญญาณที่น่าสนใจ

วลี

Only a tiny fraction: เพียงสัดส่วนที่เล็กมาก

Only a tiny fraction หมายความว่าส่วนหนึ่งมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับทั้งหมด Only เพิ่มน้ำหนักให้ข้อจำกัดว่า “มีเพียงเท่านี้” ส่วน tiny บอกว่าสัดส่วนนั้นเล็กมาก ใช้รูป only a tiny fraction of + กลุ่มหรือปริมาณทั้งหมด สำนวนนี้เน้นสัดส่วน จึงมีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อจำนวนทั้งหมดใหญ่มาก ในประโยคนี้ ดาวที่ได้รับการตรวจดูอย่างละเอียดมีสัดส่วนเล็กมากเมื่อเทียบกับดาวทั้งหมดในดาราจักร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “สัดส่วนที่เล็กมาก”: Only a ____ of the applications were approved.

ดูคำตอบ

tiny fraction

ไวยากรณ์

have really been looked at closely: present perfect ในรูปถูกกระทำ

กลุ่มคำกริยา have ... been looked at เป็น present perfect ในรูปถูกกระทำ โดยมีโครงสร้าง have + been + กริยาช่องที่สาม ประธาน the stars เป็นฝ่ายที่ถูกสังเกต ไม่ใช่ฝ่ายที่สังเกต และไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้สังเกต รูปนี้บอกว่าจนถึงตอนนี้มีการสังเกตเสร็จไปมากเพียงใด really เน้นว่าการตรวจสอบอย่างละเอียดเกิดขึ้นจริง ส่วน closely หมายถึง “อย่างใส่ใจและละเอียด”

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect แบบถูกกระทำของ look at เติมประโยคให้สมบูรณ์: So far, only three samples ____ closely.

ดูคำตอบ

have been looked at

And perhaps we're not looking the right way. วลี

3:24

และบางทีเราอาจไม่ได้มองหาด้วยวิธีที่ถูกต้อง

วลี

we're not looking the right way: การตั้งคำถามกับวิธีที่ใช้

ในประโยคนี้ looking the right way หมายถึงการค้นหาด้วยวิธีหรือกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ไม่ได้หมายถึงเพียงการหันหน้าไปทางทิศทางจริงที่ถูกต้อง คำว่า way ในที่นี้หมายถึง “วิธี” We're not looking อธิบายว่าแนวทางที่กำลังใช้อยู่อาจไม่ได้ผล ส่วน perhaps ทำให้ข้อเสนอนี้ไม่เด็ดขาดและฟังนุ่มนวลขึ้น รูปแบบนี้ใช้ตั้งคำถามกับวิธีดำเนินการค้นหา การสืบค้น หรือการแก้ปัญหาได้

แบบฝึกหัด

Perhaps we're not looking the right way หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. พวกเขาพบสถานที่ที่ถูกต้องแล้ว
  2. พวกเขาอาจกำลังใช้วิธีค้นหาที่ผิด
  3. พวกเขากำลังหันหน้าไปทางทิศทางจริงที่ผิดอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

พวกเขาอาจกำลังใช้วิธีค้นหาที่ผิด

Maybe as civilizations develop, ไวยากรณ์

3:27

บางทีเมื่ออารยธรรมพัฒนาขึ้น

they quickly discover communication technologies

3:29

พวกเขาก็ค้นพบเทคโนโลยีการสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว

far more sophisticated and useful ไวยากรณ์

3:32

ซึ่งซับซ้อนและมีประโยชน์มากกว่ามาก

than electromagnetic waves.

3:34

เมื่อเทียบกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

ไวยากรณ์

as civilizations develop: as ที่แสดงกระบวนการซึ่งกำลังดำเนินไป

ใน as civilizations develop คำว่า as ใช้นำอนุประโยคที่บอกเวลาหรือกระบวนการ หมายถึงในขณะที่อารยธรรมกำลังพัฒนา หรือเมื่อการพัฒนาดำเนินต่อไป คำนี้เชื่อมกระบวนการพัฒนากับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเดียวกัน ในที่นี้ as ไม่ได้หมายถึง เพราะ อย่างชัดเจน ผู้พูดนำเสนอว่าการค้นพบเกิดขึ้นควบคู่กับช่วงหนึ่งของการพัฒนา ไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่าการพัฒนาเป็นสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกัน: ____ the city grows, its transportation needs change.

ดูคำตอบ

As

ไวยากรณ์

far more sophisticated and useful than electromagnetic waves: การเปรียบเทียบที่เน้นความแตกต่างอย่างมาก

โครงสร้าง far more + คำคุณศัพท์ + than ใช้เปรียบเทียบและบอกว่าความแตกต่างมีมาก ในที่นี้ far เน้น more หมายความว่าเทคโนโลยีการสื่อสารไม่ได้เพียงซับซ้อนและมีประโยชน์กว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่เหนือกว่ามาก ทั้ง sophisticated และ useful อยู่ในโครงสร้างเปรียบเทียบเดียวกัน ประโยคนี้เปรียบเทียบเทคโนโลยีกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในคุณสมบัติทั้งสองด้าน

แบบฝึกหัด

ความแตกต่างมีมาก เติมประโยคโดยใช้ far: This sensor is ____ accurate than the old one.

ดูคำตอบ

far more

And maybe all the action takes place inside the mysterious, วลี

3:36

และบางทีการกระทำทั้งหมดอาจเกิดขึ้นภายในสิ่งที่ลึกลับ

recently discovered dark matter or dark energy วัฒนธรรม

3:40

อย่างสสารมืดหรือพลังงานมืดที่เพิ่งถูกค้นพบ

that appear to account for most of the universe's mass. การใช้คำ

3:43

ซึ่งดูเหมือนจะคิดเป็นมวลส่วนใหญ่ของจักรวาล

วลี

all the action takes place: สถานที่ที่กิจกรรมหลักเกิดขึ้น

ใน all the action คำว่า action หมายถึงกิจกรรมหลัก กิจกรรมที่คึกคัก หรือเรื่องสำคัญ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวของร่างกายเพียงครั้งเดียวหรือฉากต่อสู้ วลีนี้ชี้ว่าความเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นที่ไหน takes place หมายถึง เกิดขึ้น โครงสร้าง all the action takes place + สถานที่ บอกว่ากิจกรรมหลักกระจุกตัวอยู่ที่สถานที่นั้น

แบบฝึกหัด

all the action takes place ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. กำลังถ่ายทำฉากต่อสู้อยู่ที่นั่น
  2. การเคลื่อนไหวร่างกายทุกอย่างเกิดขึ้นที่นั่น
  3. กิจกรรมหลักหรือกิจกรรมที่คึกคักที่สุดเกิดขึ้นที่นั่น
ดูคำตอบ

กิจกรรมหลักหรือกิจกรรมที่คึกคักที่สุดเกิดขึ้นที่นั่น

วัฒนธรรม

dark matter or dark energy: แนวคิดทางจักรวาลวิทยาสองอย่างที่แตกต่างกัน

dark matter หรือสสารมืด และ dark energy หรือพลังงานมืด เป็นแนวคิดทางจักรวาลวิทยาสองอย่างที่แตกต่างกัน dark matter คือสสารที่มองไม่เห็นโดยตรง แต่อนุมานการมีอยู่ได้จากผลทางแรงโน้มถ่วงต่อกาแล็กซีและโครงสร้างขนาดใหญ่ ส่วน dark energy เป็นชื่อของสิ่งที่ดูเหมือนจะผลักดันให้การขยายตัวของเอกภพเกิดเร็วขึ้น คำว่า dark ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสีดำหรือสิ่งชั่วร้าย แต่บอกว่าสิ่งที่เรียกด้วยชื่อนี้ไม่ได้ถูกสังเกตโดยตรงเหมือนสสารปกติที่มองเห็นได้ และเรายังเข้าใจมันไม่ดีนัก ในประโยคที่เป็นการคาดเดานี้ ทั้งสองคำทำให้นึกถึงขอบเขตลึกลับที่มนุษย์มองไม่เห็นโดยตรง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยก dark matter ออกจาก dark energy ได้ถูกต้อง

  1. ทั้งสองเป็นชื่อสองชื่อของสสารสีดำชนิดเดียวกัน
  2. dark matter เกี่ยวข้องกับผลทางแรงโน้มถ่วงเพิ่มเติม ส่วน dark energy เกี่ยวข้องกับการขยายตัวแบบเร่งของเอกภพ
  3. dark matter ทำให้การขยายตัวเกิดเร็วขึ้น ส่วน dark energy หมายถึงสสารที่มองเห็นได้
ดูคำตอบ

dark matter เกี่ยวข้องกับผลทางแรงโน้มถ่วงเพิ่มเติม ส่วน dark energy เกี่ยวข้องกับการขยายตัวแบบเร่งของเอกภพ

การใช้คำ

account for most of the universe's mass: คิดเป็นมวลส่วนใหญ่ของเอกภพ

ใน account for most of the universe's mass คำว่า account for หมายถึง “เป็นส่วนหนึ่งหรือคิดเป็นสัดส่วนของผลรวมทั้งหมด” ประธานของประโยคถูกกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นมวลรวมส่วนใหญ่ ใช้ความหมายนี้เมื่อกรรมระบุจำนวน เปอร์เซ็นต์ หรือส่วนหนึ่งของทั้งหมด Account for ยังแปลว่า “อธิบาย” ได้ แต่ไม่ใช่ความหมายในที่นี้ และ account ในที่นี้ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงบัญชีธนาคาร

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “คิดเป็นส่วนหนึ่งของยอดรวม”: Online orders ____ most of the store's sales.

ดูคำตอบ

account for

Or maybe we're looking at the wrong scale. วลี

3:47

หรือบางทีเรากำลังมองในสเกลที่ผิดไป

วลี

we're looking at the wrong ... scale: มองในระดับที่ไม่ถูกต้อง

คำที่ไฮไลต์ตามด้วย scale จึงเป็น we're looking at the wrong scale ในที่นี้ look at หมายถึง “ตรวจดูหรือสังเกต” และ wrong หมายถึง “ไม่เหมาะกับคำถามนี้” ไม่ได้หมายถึงผิดทางศีลธรรม Scale หมายถึงระดับขนาดหรือขอบเขตที่ใช้ศึกษาบางสิ่ง ประโยคนี้บอกว่าเราอาจพลาดสิ่งที่มองหาเพราะใช้ระดับการสังเกตที่ไม่เหมาะสม ไม่ได้หมายถึงเครื่องชั่งน้ำหนัก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the wrong scale หมายถึงอะไร? We may be looking at the wrong scale if we study only one street to understand traffic across an entire country.

  1. คำตอบที่ผิดในแบบทดสอบ
  2. เครื่องชั่งน้ำหนักที่เสีย
  3. ระดับหรือช่วงขนาดที่ไม่เหมาะกับการวิเคราะห์
ดูคำตอบ

ระดับหรือช่วงขนาดที่ไม่เหมาะกับการวิเคราะห์

Perhaps intelligent civilizations come to realize วลี

3:50

บางทีอารยธรรมทรงภูมิปัญญาอาจตระหนักได้ว่า

that life is ultimately just complex patterns of information การใช้คำ

3:53

ท้ายที่สุดแล้วสิ่งมีชีวิตก็เป็นเพียงรูปแบบข้อมูลที่ซับซ้อน

วลี

come to realize: ค่อย ๆ เข้าใจเมื่อเวลาผ่านไป

ในประโยคนี้ intelligent civilizations come to realize something หมายถึง อารยธรรมทรงปัญญาเข้าใจบางสิ่งในท้ายที่สุด หลังจากผ่านการพัฒนา การสังเกต หรือการคิด สำนวนนี้เน้นการเปลี่ยนจากการไม่รู้หรือยังไม่เข้าใจทั้งหมดไปสู่การเข้าใจ come ในที่นี้ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่ โครงสร้าง come to + คำกริยาที่เกี่ยวกับความคิดหรือความรู้สึก แสดงถึงสภาวะทางใจที่ค่อย ๆ ไปถึงเมื่อเวลาผ่านไป ส่วน realize ระบุความเข้าใจที่เกิดขึ้นในที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come to realize: After several failed tests, the engineers ____ that one small wire was loose.

ดูคำตอบ

came to realize

interacting with each other in a beautiful way

3:56

ที่โต้ตอบซึ่งกันและกันด้วยวิธีที่สวยงาม

and that can happen more efficiently at a small scale.

3:58

และสิ่งนั้นอาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าในสเกลเล็กๆ

การใช้คำ

complex patterns of information: โครงสร้างข้อมูลที่มีการจัดระเบียบ

patterns ในที่นี้หมายถึงโครงสร้างที่มีการจัดระเบียบหรือการจัดวางที่เกิดซ้ำ ข้อมูลเชื่อมโยงกันและมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน ไม่ได้หมายถึงลวดลายภาพเพื่อการตกแต่ง วลีนี้นำเสนอแบบจำลองเชิงแนวคิดที่มองชีวิตเป็นข้อมูลที่จัดระเบียบไว้ ไม่ใช่มองเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตหรือเซลล์ทางกายภาพ ในประโยคนี้ แนวคิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองทางความคิด ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์อย่างแน่นอนแล้ว

แบบฝึกหัด

complex patterns of information ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ภาพตกแต่งที่พิมพ์อยู่บนบัตรข้อมูล
  2. ข้อเท็จจริงหลายข้อที่แยกกันโดยไม่เน้นการจัดระเบียบ
  3. โครงสร้างอันซับซ้อนของวิธีที่ข้อมูลถูกจัดวางและมีปฏิสัมพันธ์กัน
ดูคำตอบ

โครงสร้างอันซับซ้อนของวิธีที่ข้อมูลถูกจัดวางและมีปฏิสัมพันธ์กัน

So just as on Earth, ลำดับความ

4:01

เช่นเดียวกับบนโลก

clunky stereo systems have shrunk to beautiful tiny iPods,

4:02

เครื่องเสียงสเตอริโอเทอะทะได้ถูกย่อส่วนลงเป็น iPod เครื่องจิ๋วที่สวยงาม

ลำดับความ

So just as on Earth ... have shrunk to ...: การปูทางสู่อุปมา

So just as on Earth... เปิดการเปรียบเทียบเชิงอุปมาด้วยตัวอย่างที่คุ้นเคย นั่นคือระบบสเตอริโอขนาดใหญ่เทอะทะได้กลายเป็น iPod ที่เล็กลงมาก ผู้พูดนำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่นึกภาพได้ง่ายนี้ก่อน เพื่อให้ผู้ฟังมีแบบอย่างสำหรับทำความเข้าใจข้อเสนอที่ไม่คุ้นเคยซึ่งตามมา โครงสร้าง just as A, B หมายความว่า ในแบบเดียวกับที่ A เป็นจริง B ก็เป็นจริงเช่นกัน คำบรรยายช่วงนี้ให้ด้าน A ส่วนข้อความถัดไปให้ด้าน B ซึ่งก็คือแนวคิดที่ว่าสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอาจมีขนาดเล็กมากเช่นกัน

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้น So just as on Earth... ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผลของผู้พูด

  1. ยกตัวอย่างที่คุ้นเคยเพื่อปูทางสู่อุปมา
  2. บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
  3. ให้ข้อสรุปสุดท้ายเกี่ยวกับระบบสเตอริโอ
ดูคำตอบ

ยกตัวอย่างที่คุ้นเคยเพื่อปูทางสู่อุปมา

maybe intelligent life itself,

4:06

บางทีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเอง

in order to reduce its footprint on the environment, สำนวน

4:08

เพื่อลดร่องรอยที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม

has turned itself microscopic. วลี

4:10

อาจเปลี่ยนตัวเองให้มีขนาดเล็กระดับจุลทรรศน์

สำนวน

reduce its footprint on the environment: ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ใน reduce its footprint on the environment คำว่า footprint เป็นอุปมาที่หมายถึงผลกระทบโดยรวมของสิ่งหนึ่งที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่รอยที่เกิดจากเท้าจริง ๆ ผลกระทบนี้อาจรวมถึงการใช้ทรัพยากร ขยะ มลพิษ การปล่อยก๊าซ หรือพื้นที่ที่ครอบครอง its อ้างถึง intelligent life วลีนี้บอกจุดประสงค์ของการมีขนาดระดับจุลภาค นั่นคือการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง รูปแบบ reduce one's footprint สามารถนำไปใช้กับบุคคล องค์กร ผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมได้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The factory upgraded its equipment to ____.

ดูคำตอบ

reduce its footprint on the environment

วลี

has turned itself microscopic: โครงสร้าง turn + กรรม + คำคุณศัพท์

ในที่นี้ turn หมายถึง “ทำให้กลายเป็น” ไม่ใช่ “หมุน” โครงสร้างคือ turn + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย itself เป็นกรรม และ microscopic บอกสภาพใหม่ของกรรมนั้น ประธานคือ intelligent life และกรรมคือ itself จึงเป็นการจินตนาการว่าสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาเปลี่ยนรูปแบบของตัวเอง โดยทั่วไปโครงสร้างนี้แสดงว่ากรรมเข้าสู่สภาพใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn: The special coating ____ the glass opaque.

ดูคำตอบ

turned

So the Solar System might be teeming with aliens

4:12

ดังนั้นระบบสุริยะอาจเต็มไปด้วยมนุษย์ต่างดาว

and we're just not noticing them.

4:14

และเราแค่ไม่ทันสังเกตเห็นพวกเขา

Maybe the very ideas in our heads are a form of alien life.

4:16

บางทีความคิดที่อยู่ในหัวของเราอาจเป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวรูปแบบหนึ่ง

Well, okay,

4:20

เอาเถอะ ก็ได้

that's a crazy thought.

4:20

นั่นเป็นความคิดที่บ้าบอมาก

The aliens made me say it. น้ำเสียง/เจตนา

4:22

มนุษย์ต่างดาวสั่งให้ฉันพูดแบบนั้นแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

The aliens made me say it: ข้อแก้ตัวแบบล้อเล่น

ตามความหมายตรงตัว made me say it ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าพวกเอเลี่ยนทำให้หรือบังคับผู้พูดให้พูดคำเหล่านั้น แต่ในบริบทนี้ ข้อแก้ตัวถูกทำให้ไม่น่าเชื่อโดยตั้งใจ หลังจากบอกว่าความคิดนั้นบ้าบอ ผู้พูดก็แกล้งทำเป็นว่าเอเลี่ยนต้องรับผิดชอบ เพื่อถอยห่างจากความคิดแปลก ๆ ของตัวเองอย่างขบขัน ไม่ได้กำลังรายงานเหตุการณ์จริง

แบบฝึกหัด

จากบริบทนี้ ให้ตัดสินการตีความ The aliens made me say it ต่อไปนี้: ผู้พูดกำลังยืนยันอย่างจริงจังว่าเอเลี่ยนควบคุมคำพูดของเขา

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

But it is cool that ideas do seem to have a life all of their own สำนวน

4:24

แต่มันก็เจ๋งดีที่ความคิดดูเหมือนจะมีชีวิตเป็นของตัวเอง

and that they outlive their creators. การใช้คำ

4:28

และพวกมันก็อยู่รอดได้นานกว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมา

สำนวน

have a life all of their own: พัฒนาไปอย่างเป็นอิสระโดยสมบูรณ์

have a life all of their own กล่าวถึงแนวคิดราวกับเป็นสิ่งมีชีวิต หมายความว่าเมื่อแนวคิดเกิดขึ้นแล้ว มันสามารถแพร่กระจาย เปลี่ยนแปลง และส่งอิทธิพลต่อผู้คนโดยไม่ขึ้นอยู่กับผู้ที่สร้างมันขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดมีชีวิตทางชีววิทยาจริง ๆ all of their own เน้นความเป็นอิสระให้ชัดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ have a life of one's own โดยเติม all เพื่อย้ำว่าเป็นอิสระอย่างเต็มที่

แบบฝึกหัด

have a life all of their own ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. แนวคิดสามารถพัฒนาและแพร่กระจายได้อย่างเป็นอิสระ
  2. ผู้สร้างยังคงควบคุมแนวคิดได้อย่างสมบูรณ์
  3. แนวคิดเป็นสิ่งมีชีวิต
ดูคำตอบ

แนวคิดสามารถพัฒนาและแพร่กระจายได้อย่างเป็นอิสระ

การใช้คำ

outlive their creators: ดำรงอยู่นานกว่าผู้สร้าง

outlive someone หมายถึงมีชีวิตอยู่นานกว่าคนนั้น เมื่อประธานเป็นแนวคิด ผลงาน หรือสถาบัน คำนี้หมายถึงยังคงมีอยู่หรือมีความสำคัญต่อไปหลังจากผู้สร้างจากไปแล้ว คำนำหน้า out- เพิ่มความหมายว่าเหนือกว่าในด้านระยะเวลา ในที่นี้ they หมายถึง ideas ดังนั้น they outlive their creators จึงหมายความว่าแนวคิดคงอยู่นานกว่าคนที่สร้างมัน ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดอาศัยอยู่นอกตัวคนเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเป้าหมายของบทเรียนที่หมายถึง “ยังคงดำรงอยู่นานกว่า” ลงในประโยค: A well-loved novel may ____ its author.

ดูคำตอบ

outlive

Maybe biological life is just a passing phase. การใช้คำ

4:32

บางทีชีวิตทางชีววิทยาอาจเป็นเพียงแค่ช่วงที่ต้องผ่านไป

การใช้คำ

a passing phase: ระยะชั่วคราวที่กำลังจะผ่านไป

ใน a passing phase คำว่า passing หมายถึง “ชั่วคราว” หรือ “มีแนวโน้มว่าจะสิ้นสุดลง” วลีคำนามทั้งวลีใช้บอกระยะ ความสนใจ สภาพ หรือกระแสที่จะไม่ดำเนินต่อไปนาน ๆ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่กำลังเคลื่อนผ่านสถานที่จริง ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนอว่าชีวิตทางชีวภาพอาจเป็นเพียงระยะชั่วคราวระยะหนึ่งในการพัฒนาที่ยาวนานกว่า ไม่ใช่รูปแบบสุดท้ายหรือรูปแบบถาวร

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “My obsession with this game is probably a passing phase.” a passing phase หมายถึงอะไร

  1. กำลังเคลื่อนผ่านสถานที่แห่งหนึ่งจริง ๆ
  2. ทำข้อสอบผ่านสำเร็จแล้ว
  3. มีแนวโน้มว่าจะสิ้นสุดลงหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง
ดูคำตอบ

มีแนวโน้มว่าจะสิ้นสุดลงหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง

Well,

4:36

เอาล่ะ

within the next 15 years,

4:38

ภายใน 15 ปีข้างหน้า

we could start seeing real spectroscopic information การใช้คำ

4:39

เราอาจเริ่มเห็นข้อมูลสเปกโตรสโคปีจริงๆ

from promising nearby planets

4:42

จากดาวเคราะห์ใกล้เคียงที่มีแนวโน้มดี

that will reveal just how life-friendly they might be. ไวยากรณ์

4:44

ที่จะเผยให้เห็นว่าพวกมันอาจเอื้อต่อการเกิดสิ่งมีชีวิตได้มากเพียงใด

การใช้คำ

spectroscopic information: หลักฐานจากการวิเคราะห์แสง

spectroscopic information คือข้อมูลที่ได้จากการแยกแสงออกตามความยาวคลื่นต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นแสง แล้วศึกษาสเปกตรัมที่เกิดขึ้น รูปแบบในสเปกตรัมสามารถบอกได้ว่ามีสารใดอยู่บ้างและมีสภาพทางกายภาพอย่างไร ข้อมูลนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพถ่ายธรรมดาของวัตถุ ในที่นี้ วลีดังกล่าวหมายถึงการวัดแสงจากดาวเคราะห์ใกล้เคียง การวัดเหล่านี้อาจให้หลักฐานเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศและช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ประเมินได้ว่าดาวเคราะห์นั้นอาจเหมาะกับสิ่งมีชีวิตมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดทำให้ได้ spectroscopic information

  1. เขียนคำอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับขนาดของดาวเคราะห์
  2. แยกแสงจากดาวเคราะห์ออกเป็นความยาวคลื่นต่าง ๆ แล้วศึกษารูปแบบที่เกิดขึ้น
  3. ถ่ายภาพสีธรรมดาของดาวเคราะห์
ดูคำตอบ

แยกแสงจากดาวเคราะห์ออกเป็นความยาวคลื่นต่าง ๆ แล้วศึกษารูปแบบที่เกิดขึ้น

ไวยากรณ์

just how life-friendly they might be: อาจเอื้อต่อชีวิตมากเพียงใด

ในที่นี้ just how + adjective ใช้บอกระดับ โดย just how life-friendly หมายถึงระดับที่แน่ชัดว่าดาวเคราะห์เหล่านั้นอาจเอื้อต่อการดำรงชีวิตได้มากเพียงใด how ไม่ได้หมายถึง “ด้วยวิธีใด” ส่วน just ช่วยเน้นความหมายคล้าย “มากเพียงใดกันแน่” วลีนี้เป็นอนุประโยคคำถามแบบ wh ที่ซ้อนอยู่หลัง reveal จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า they might be ไม่ใช่ might they be คำว่า might แสดงว่าคำตอบยังไม่แน่นอน และ they หมายถึง promising nearby planets แม้ส่วนที่เน้นจะจบที่ might แต่ต้องมี be ที่ตามมาจึงจะทำให้อนุประโยคสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง just how + adjective เติมประโยคให้มีความหมายว่า “ใช้งานได้จริงมากเพียงใดกันแน่”: The trial will reveal ____ the design might be.

ดูคำตอบ

just how practical

And meanwhile, SETI, วัฒนธรรม

4:47

และในขณะเดียวกัน SETI

the search for extraterrestrial intelligence,

4:48

องค์กรค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลก

is now releasing its data to the public วลี

4:50

ตอนนี้กำลังเปิดเผยข้อมูลของพวกเขาต่อสาธารณชน

วัฒนธรรม

SETI, the search for extraterrestrial intelligence: appositive ที่อธิบายคำย่อ

SETI เป็นคำย่อมาตรฐานของ Search for Extraterrestrial Intelligence ซึ่งหมายถึงความพยายามทางวิทยาศาสตร์ในการค้นหาหลักฐานของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลก คำนี้อาจหมายถึงสาขาการศึกษาหรือโครงการต่าง ๆ ในสาขานั้น จึงไม่ควรเข้าใจว่าเป็นชื่อบุคคล the search for extraterrestrial intelligence เป็นวลีนามที่วางข้าง SETI เพื่ออธิบายคำย่อนี้ เรียกว่า appositive เนื่องจากเป็นข้อมูลระบุตัวตนเพิ่มเติม จึงมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นไว้ เมื่อตัดวลีนี้ออก ประโยคหลักก็ยังถูกต้องตามไวยากรณ์: SETI is now releasing its data to the public.

แบบฝึกหัด

วลี the search for extraterrestrial intelligence ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้อธิบายว่าคำย่อ SETI หมายถึงอะไร
  2. วลีนี้บอกว่าข้อมูลถูกเผยแพร่ด้วยวิธีใด
  3. วลีนี้เป็นชื่อของอีกโครงการหนึ่งที่กำลังเผยแพร่ข้อมูล
ดูคำตอบ

วลีนี้อธิบายว่าคำย่อ SETI หมายถึงอะไร

วลี

releasing its data to the public: เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

ในที่นี้ releasing its data to the public หมายถึงการเปิดเผยข้อมูลอย่างกว้างขวางเพื่อให้ผู้คนเข้าถึงได้ release หมายถึงการเผยแพร่ข้อมูล ไม่ใช่การปล่อยคนหรือสิ่งของออกไปจริง ๆ โครงสร้างคือ release + ข้อมูล + to the public กรรมบอกว่าสิ่งใดถูกเปิดเผย ส่วน to the public บอกว่ากลุ่มผู้รับคือประชาชนทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ release: The lab is ____ its data to the public today.

ดูคำตอบ

releasing

so that millions of citizen scientists, ไวยากรณ์

4:52

เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์พลเมืองนับล้าน

maybe including you,

4:54

ซึ่งอาจรวมถึงคุณด้วย

can bring the power of the crowd to join the search. สำนวน

4:55

สามารถนำพลังของมวลชนมาร่วมในการค้นหานี้ได้

ไวยากรณ์

so that ... can ... เพื่อแสดงจุดประสงค์

ในประโยคนี้ so that นำหน้าจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ภาคประชาชนหลายล้านคนเข้าร่วมการค้นหาได้ โครงสร้าง การกระทำ + so that + ประธาน + can + กริยา เชื่อมการกระทำเข้ากับความสามารถหรือโอกาสที่ต้องการสร้างขึ้น maybe including you เป็นคำอธิบายเสริม โดยบอกว่าผู้ฟังก็อาจเป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างที่แสดงจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่าจุดประสงค์ของครูคือการให้ทุกคนอ่านไฟล์ได้

  1. The teacher opened the file, so everyone read it.
  2. The teacher opened the file after everyone read it.
  3. The teacher opened the file so that everyone could read it.
ดูคำตอบ

The teacher opened the file so that everyone could read it.

สำนวน

bring the power of the crowd to join the search: นำพลังร่วมของผู้คนมาช่วยในการค้นหา

ในที่นี้ the power of the crowd หมายถึงความสามารถที่เป็นประโยชน์ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคนทั่วไปจำนวนมากช่วยกันให้ข้อมูลจากการสังเกต เวลา หรือแนวคิด คำว่า power เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงกำลังทางกายหรือไฟฟ้า ใน bring the power of the crowd to join the search คำว่า bring หมายถึงการนำความสามารถร่วมกันนี้มาใช้ในการค้นหา นักวิทยาศาสตร์ภาคประชาชนหลายล้านคนคือ the crowd และผลงานเล็ก ๆ ของแต่ละคนจะรวมกันเป็นทรัพยากรส่วนรวม

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the power of the crowd หมายถึงอะไร

  1. ความสามารถร่วมที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของคนจำนวนมาก
  2. ไฟฟ้าที่ใช้ในโครงการสาธารณะขนาดใหญ่
  3. กำลังทางกายของคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน
ดูคำตอบ

ความสามารถร่วมที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของคนจำนวนมาก

And here on Earth,

4:59

และที่นี่บนโลก

amazing experiments are being done

4:59

กำลังมีการทดลองที่น่าทึ่ง

to try to create life from scratch, วลี

5:01

เพื่อพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาจากศูนย์

วลี

from scratch: เริ่มจากศูนย์โดยไม่มีพื้นฐานสำเร็จรูป

From scratch เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงเริ่มตั้งแต่ต้นโดยไม่ใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปหรือพื้นฐานที่ทำเสร็จแล้ว คำว่า scratch ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรอยขีดข่วนบนพื้นผิว ใน create life from scratch การทดลองเริ่มจากวัสดุหรือเงื่อนไขพื้นฐาน ไม่ได้เริ่มจากสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แล้ว โดยทั่วไป สำนวนนี้ใช้บรรยายการทำ การสร้าง หรือการเรียนรู้บางสิ่งตั้งแต่พื้นฐานได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: Maya did not use a kit; she built the robot ____.

ดูคำตอบ

from scratch

life that might be very different from the DNA forms we know.

5:03

สิ่งมีชีวิตที่อาจแตกต่างไปจากรูปแบบ DNA ที่เรารู้จักอย่างสิ้นเชิง

All of this will help us understand

5:07

ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราเข้าใจว่า

whether the universe is teeming with life ไวยากรณ์

5:10

จักรวาลเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต

or whether indeed it's just us.

5:12

หรือแท้จริงแล้วมีแค่พวกเรากันแน่

ไวยากรณ์

whether ... or whether ...: ความเป็นไปได้สองอย่างที่วางขนานกัน

ในโครงสร้าง whether A or whether B อนุประโยค whether สองส่วนจะเสนอคำตอบที่เป็นไปได้ของคำถามที่ยังไม่มีข้อสรุปไว้คู่กัน ในที่นี้ A คือ the universe is teeming with life และ B คือ it's just us โดย whether ตัวที่สองนำเสนออีกทางเลือกหลัง or อย่างชัดเจน โครงสร้างนี้ใช้ตามหลังคำกริยาอย่าง understand, find out หรือ determine ได้ โดยจัดระเบียบข้อมูลผ่านการบอกว่าสิ่งใดต้องหาคำตอบต่อไป และไม่ได้ระบุว่าความเป็นไปได้ข้อใดเป็นจริง indeed เน้นความเป็นไปได้ข้อที่สอง แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง whether ... or whether ...

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย whether ... or whether ...: The report will show ____ the water is safe ____ it needs more treatment.

ดูคำตอบ

whether · or whether

Either answer,

5:18

ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร

in its own way, วลี

5:19

ในแบบของมันเอง

is awe-inspiring.

5:20

ก็น่าเกรงขามทั้งสิ้น

วลี

in its own way: คุณค่าหรือผลที่เป็นลักษณะเฉพาะ

in its own way หมายถึง «ด้วยวิธีหรือในแง่ที่เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้น» โดย way ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงวิธี แง่มุม หรือมุมมอง ไม่ใช่ถนน วลีนี้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคและอธิบายว่าคำตอบใดคำตอบหนึ่งชวนให้เกิดความยำเกรงอย่างไร คำตอบทั้งสองไม่จำเป็นต้องสร้างความรู้สึกนี้ด้วยเหตุผลเดียวกัน แต่ละคำตอบอาจทำได้ในแบบที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่หมายถึง «ด้วยวิธีที่เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้น»: Each design is attractive ____.

ดูคำตอบ

in its own way

Because even if we are alone, ไวยากรณ์

5:23

เพราะแม้ว่าเราจะอยู่เพียงลำพัง

the fact that we think and dream and ask these questions

5:25

ความจริงที่ว่าเรามีความคิด มีความฝัน และตั้งคำถามเหล่านี้

might yet turn out to be one of the most important facts about the universe. กริยาวลี

5:30

อาจกลายเป็นหนึ่งในข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับจักรวาลเลยทีเดียว

ไวยากรณ์

Because even if we are alone: เงื่อนไขที่ผลยังคงเดิมด้วย even if

even if ใช้เสนอเงื่อนไขที่ผู้พูดยอมรับว่าอาจเกิดขึ้น พร้อมบอกว่าข้อสรุปหลักยังคงเดิมแม้เงื่อนไขนั้นจะเป็นจริง ในที่นี้ even if we are alone หมายความว่า ต่อให้มนุษย์อาจอยู่ลำพังในจักรวาล ความสำคัญที่กล่าวต่อจากนั้นก็ไม่ได้หายไป Because เชื่อมเหตุผลทั้งหมดนี้กับข้อความก่อนหน้า จุดเปรียบต่างสำคัญมาจาก even if ไม่ใช่ if ธรรมดา โดยมีความหมายว่า “สมมติว่านี่เป็นจริง ข้อสรุปก็ยังคงเดิม”

แบบฝึกหัด

การประชุมได้รับการยืนยันแล้ว และจำนวนผู้เข้าร่วมที่น้อยจะไม่เปลี่ยนการตัดสินใจ เติมคำเชื่อมแสดงการยอมรับเงื่อนไขที่มีสองคำ: The science club will meet ____ only three people can come.

ดูคำตอบ

even if

กริยาวลี

turn out to be: ผลที่ค้นพบในภายหลัง

turn out to be หมายถึง หลังจากเวลาผ่านไปหรือมีข้อมูลใหม่ จึงค้นพบหรือพิสูจน์ได้ว่าคนหรือสิ่งหนึ่งมีตัวตนหรือคุณสมบัติบางอย่าง วลีนี้พูดถึงผลที่รู้ภายหลัง ไม่ใช่การหมุนตัวจริง ๆ ใน might yet turn out to be คำว่า might ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ส่วน yet บอกว่ายังอาจค้นพบเรื่องนี้ได้ในอนาคต ดังนั้นประโยคจึงไม่ได้บอกว่าความสำคัญดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ turn out to be เติมประโยคให้สมบูรณ์: The quiet new student ____ an excellent drummer.

ดูคำตอบ

turned out to be

And I have one more piece of good news for you.

5:34

และฉันยังมีข่าวดีอีกเรื่องที่จะบอกคุณ

The quest for knowledge and understanding never gets dull. วลี

5:37

การแสวงหาความรู้และความเข้าใจไม่เคยเป็นเรื่องน่าเบื่อ

วลี

never gets dull: get + คำคุณศัพท์เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงของสภาพ

gets ในที่นี้หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” ในโครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ คำว่า get แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ดังนั้น gets dull จึงหมายถึง “กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ” Never ทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเชิงปฏิเสธ กล่าวคือ การแสวงหาความรู้ยังคงน่าสนใจและไม่กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ get: This game never ____ dull, even after many rounds.

ดูคำตอบ

gets

It doesn't.

5:40

มันไม่เคยน่าเบื่อเลย

It's actually the opposite.

5:41

จริงๆ แล้วมันตรงกันข้ามต่างหาก

The more you know, ไวยากรณ์

5:42

ยิ่งคุณรู้มากเท่าไหร่

the more amazing the world seems.

5:43

โลกก็ยิ่งดูน่ามหัศจรรย์มากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

The more you know, the more amazing...: การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่สัมพันธ์กัน

โครงสร้าง the + รูปขั้นกว่า..., the + รูปขั้นกว่า... เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน แต่ละอนุประโยคเริ่มด้วย the ตามด้วยวลีขั้นกว่า แล้วจึงตามด้วยประธานและกริยา ทั้งสองส่วนรวมกันหมายความว่า เมื่อปริมาณหรือระดับแรกเปลี่ยนแปลง ปริมาณหรือระดับที่สองก็เปลี่ยนตามในลักษณะที่เกี่ยวข้องกัน ในประโยคนี้ the more you know แสดงการเพิ่มขึ้นอย่างแรก ส่วน the more amazing the world seems แสดงการเพิ่มขึ้นที่สัมพันธ์กัน รูปขั้นกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ more เสมอไป โดยสามารถใช้รูปอย่าง better, faster, longer หรือ less ในตำแหน่งเดียวกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่า การฝึกฝนที่มากขึ้นทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น: The ____ practice you get, the ____ confident you become.

ดูคำตอบ

more · more

And it's the crazy possibilities, ไวยากรณ์

5:46

และมันคือความเป็นไปได้ที่สุดโต่ง

the unanswered questions,

5:47

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

that pull us forward.

5:49

ที่คอยดึงเราให้ก้าวไปข้างหน้า

ไวยากรณ์

It's ... that ...: การเน้น X ให้เป็นจุดสำคัญ

ประโยคนี้ใช้โครงสร้างเน้น It is X that Y เพื่อทำให้ X เป็นจุดสำคัญของข้อมูล ในที่นี้ X ประกอบด้วย the crazy possibilities และ the unanswered questions ดังนั้นใจความคือ สิ่งเหล่านี้นี่เองที่ผลักดันเราให้ก้าวไปข้างหน้า ในโครงสร้างนี้ it ไม่ได้แทนสิ่งใดที่กล่าวถึงก่อนหน้า แต่ช่วยสร้างโครงสร้างเน้น เมื่อเห็นรูปแบบนี้ ให้มองคำที่อยู่ระหว่าง is และ that ว่าเป็นส่วนที่ถูกเน้น ส่วนอนุประโยคหลัง that จะบอกว่าส่วนที่ถูกเน้นนั้นทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเน้นในปัจจุบันกาล It is X that Y: It ____ daily practice ____ builds confidence.

ดูคำตอบ

is · that

So stay curious. ลำดับความ

5:51

ดังนั้น จงรักษาความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้

ลำดับความ

So stay curious: ปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนให้ลงมือทำ

So เชื่อมประโยคสุดท้ายเข้ากับเหตุผลที่กล่าวมาก่อนหน้า แสดงว่าผู้พูดกำลังสรุปและปิดเนื้อหา ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ Stay curious เป็นประโยคคำสั่งสั้น ๆ เมื่ออยู่ท้ายการพูด ประโยคนี้จะเปลี่ยนใจความหลักให้เป็นคำเชิญชวนให้ลงมือทำที่จดจำง่าย นั่นคือให้เปิดใจและช่างตั้งคำถามอยู่เสมอ

แบบฝึกหัด

เมื่ออยู่ท้ายการพูด So stay curious. ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. เปลี่ยนข้อความก่อนหน้าให้เป็นคำเชิญชวนให้ลงมือทำในตอนจบ
  2. เริ่มนำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเป็นครั้งแรก
  3. แสดงว่าผู้พูดสงสัยข้อความที่กล่าวมาก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เปลี่ยนข้อความก่อนหน้าให้เป็นคำเชิญชวนให้ลงมือทำในตอนจบ