ทำไมเชกสเปียร์ถึงหลงรักฉันทลักษณ์แบบ Iambic Pentameter - เดวิด ที. ฟรีแมน และเกรกอรี เทย์เลอร์: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
696 คำ 163 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าการสังเกตการลงน้ำหนักพยางค์และฉันทลักษณ์ช่วยให้เข้าใจภาษาของเชกสเปียร์ได้ง่ายขึ้น เนื้อหาเริ่มจากหน่วยจังหวะในบทกวี เน้นจังหวะไอแอมบิกเพนตามิเตอร์ แล้วเชื่อมจังหวะของถ้อยคำเปี่ยมอารมณ์ของตัวละครเข้ากับการเต้นของหัวใจมนุษย์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Not that kind of stress, but — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้วิธีคาดการณ์ความเข้าใจผิดจากคำหลายความหมาย ปฏิเสธความหมายที่ไม่ได้ตั้งใจ แล้วนำผู้ฟังไปสู่คำนิยามที่ถูกต้องทันที รูปแบบแก้ความเข้าใจผิดที่กระชับนี้ใช้ได้ดีเมื่ออธิบายศัพท์เทคนิคหรือแยกความหมายทั่วไปออกจากความหมายเฉพาะทาง 2. iambic pentameter, where each line of verse is made up of five two-syllable iambs — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์ เข้าใจศัพท์วรรณกรรมหลักนี้ว่าเป็นฉันทลักษณ์ที่หนึ่งบรรทัดมีไอแอมบ์สองพยางค์ห้าชุด รวมโดยทั่วไปสิบพยางค์ และแต่ละชุดเคลื่อนจากพยางค์ไม่เน้นไปยังพยางค์เน้น คุณจึงระบุและอธิบายโครงสร้างเสียงของวรรคดังหลายบทของเชกสเปียร์ได้โดยไม่ยึดเพียงตัวสะกดหรือเครื่องหมายวรรคตอน 3. heart beating in iambs. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ มองเห็นอุปมาตอนจบที่เทียบจังหวะเบา-หนักสลับกันของไอแอมบ์กับการเต้นของหัวใจ ภาพจากประสบการณ์ทางกายที่ชัดเจนนี้ช่วยให้จำจังหวะได้ และอธิบายได้ว่าเหตุใดไอแอมบิกเพนตามิเตอร์จึงเหมาะกับช่วงเวลาที่ตัวละครเปี่ยมด้วยความหลงใหล ใคร่ครวญตนเอง หรือมีอารมณ์เข้มข้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

To someone first encountering the works of William Shakespeare, โน้ต

0:08

สำหรับคนที่เพิ่งเคยสัมผัสผลงานของวิลเลียม เชกสเปียร์ เป็นครั้งแรก

the language may seem strange.

0:11

ภาษาอาจจะดูแปลกตา

ไวยากรณ์

To someone first encountering: การกำหนดมุมมอง

To someone ... หมายถึง "จากมุมมองของใครบางคน..." หรือ "ตามที่ใครบางคนประสบ..." ในประโยคนี้ วลีนี้ระบุว่าคนกลุ่มใดอาจรู้สึกว่าภาษาของเชกสเปียร์แปลก โดย to ไม่ได้บอกจุดประสงค์ First encountering the works ... เป็นอนุประโยค -ing ที่ขยาย someone การขึ้นต้นแบบนี้ช่วยระบุผู้รับความรู้สึกก่อน แล้วจึงให้การประเมินด้วย seem, look, sound หรือ feel

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย To someone, first และรูป -ing ของ encounter: ____ this app, the controls may seem confusing.

ดูคำตอบ

To someone first encountering

การใช้คำ

works of William Shakespeare: ผลงานวรรณกรรม

ในที่นี้ works เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายถึงผลงานทางวรรณกรรมหรือศิลปะ วลี the works of William Shakespeare ใช้เรียกรวมบทละคร บทกวี และงานเขียนอื่น ๆ ที่เขาสร้างขึ้น โดย works ในที่นี้ไม่ใช่คำกริยาและไม่ได้หมายถึงงานที่ต้องทำ the works of + creator เป็นรูปแบบที่ใช้ทั่วไปเมื่อต้องการกล่าวถึงผลงานทั้งหมดของผู้สร้าง ผลงานหนึ่งชิ้นใช้ a work ส่วนผลงานหลายชิ้นหรือกลุ่มผลงานใช้ works

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The library owns several early works by the poet," คำว่า works หมายถึงอะไร

  1. คำกริยาที่หมายถึง "ทำงานได้อย่างถูกต้อง"
  2. งานเขียนที่กวีสร้างขึ้น
  3. งานที่กวีต้องทำ
ดูคำตอบ

งานเขียนที่กวีสร้างขึ้น

But there is a secret to appreciating it. วลี

0:14

แต่ก็มีความลับในการเข้าถึงมัน

วลี

a secret to appreciating: เคล็ดลับสำคัญในการเข้าใจบางสิ่ง

ในประโยคนี้ there is a secret to appreciating it หมายความว่า มีวิธีสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจและเพลิดเพลินกับภาษาของเชกสเปียร์ได้ คำว่า secret ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความลับที่ซ่อนอยู่ แต่หมายถึงเคล็ดลับหรือหลักสำคัญที่ใช้ได้ผล ใน a secret to appreciating คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย appreciating ซึ่งเป็น gerund รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/the secret to + คำนามหรือคำกริยารูป -ing

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ focus เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The secret to ____ during homework is turning off notifications.

ดูคำตอบ

focusing

Although he was famous for his plays, ไวยากรณ์

0:17

แม้ว่าเขาจะมีชื่อเสียงในเรื่องบทละคร

Shakespeare was first and foremost a poet. วลี

0:19

เชกสเปียร์เป็นกวีมาเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุด

ไวยากรณ์

Although he was famous for his plays: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอใจความหลัก

Although he was famous for his plays เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอสิ่งที่ต่างออกไป โดยยอมรับสิ่งที่เป็นจริงหรือเป็นไปตามความคาดหมายก่อน แล้วเตรียมผู้อ่านไปสู่ประโยคหลักที่เปลี่ยนจุดเน้น คือ Shakespeare was first and foremost a poet ในโครงสร้าง Although X, Y ส่วน X ให้ข้อมูลพื้นหลังหรือแสดงการยอมรับ ส่วน Y เป็นใจความหลัก Although ไม่ได้หมายความว่าข้อเท็จจริงส่วนแรกเป็นเท็จ

แบบฝึกหัด

อนุประโยค although ที่อยู่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?

  1. ยอมรับก่อนว่าเชกสเปียร์มีชื่อเสียงจากบทละคร แล้วจึงเน้นว่าโดยหลักแล้วเขาเป็นกวี
  2. บอกเหตุผลที่เชกสเปียร์กลายเป็นกวี
  3. ปฏิเสธว่าเชกสเปียร์มีชื่อเสียงจากบทละคร
ดูคำตอบ

ยอมรับก่อนว่าเชกสเปียร์มีชื่อเสียงจากบทละคร แล้วจึงเน้นว่าโดยหลักแล้วเขาเป็นกวี

วลี

first and foremost: สถานะหรือสิ่งสำคัญอันดับแรก

first and foremost หมายถึงสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นว่าการเป็นกวีคือสถานะพื้นฐานที่สุดของเชกสเปียร์ แม้เขาจะมีชื่อเสียงจากบทละครก็ตาม วลีนี้ไม่ได้บอกว่าใครหรือสิ่งใดมาก่อนในแง่เวลาหรือตำแหน่ง วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดจัดให้สถานะ หลักการ หรือเรื่องที่ต้องคำนึงถึงอย่างหนึ่งสำคัญกว่าเรื่องอื่น สามารถวางไว้หน้าคำอธิบายที่ต้องการเน้นเหมือนในประโยคนี้ หรือวางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกสิ่งสำคัญสูงสุดได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึงสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด: A school is ____ a place where children should feel safe.

ดูคำตอบ

first and foremost

One of the most important things ไวยากรณ์

0:23

สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง

in Shakespeare's language

0:24

ในภาษาของเชกสเปียร์

is his use of stress. การใช้คำ

0:26

คือการที่เขาใช้การเน้นเสียง (stress)

ไวยากรณ์

One of the most important things ... is ...: เลือกประเด็นสำคัญหนึ่งประเด็น

โครงสร้าง One of the most important things ... is ... เลือกหนึ่งสิ่งจากกลุ่มสิ่งสำคัญที่ใหญ่กว่า แล้วนำมาเป็นประเด็นหลักที่จะอธิบายต่อไป ในที่นี้ สิ่งที่นำเสนอคือการใช้การลงเสียงหนักของเชกสเปียร์ โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกว่าการลงเสียงหนักเป็นลักษณะสำคัญเพียงอย่างเดียว แกนทางไวยากรณ์ของประธานคือคำเอกพจน์ One ดังนั้นคำกริยาจึงเป็น is ส่วนคำนามหลัง of ต้องเป็นพหูพจน์ คือ one of the ... things โครงสร้างเต็มคือ one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ + คำกริยาเอกพจน์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเลือกหนึ่งสิ่งจากกลุ่มที่ใหญ่กว่าได้ถูกต้องและใช้คำกริยาเอกพจน์ที่เหมาะสม

  1. One of the most useful features is the search tool.
  2. One of the most useful feature is the search tool.
  3. One of the most useful features are the search tool.
ดูคำตอบ

One of the most useful features is the search tool.

Not that kind of stress, ลำดับความ

0:28

ไม่ใช่ความเครียดแบบนั้น

but the way we emphasize certain syllables in words more than others.

0:30

แต่เป็นวิธีที่เราเน้นบางพยางค์ในคำมากกว่าพยางค์อื่น

การใช้คำ

use of stress: stress ในความหมายว่าการลงเสียงหนักที่พยางค์

ในประโยคนี้ stress หมายถึงการลงเสียงหนักทางภาษา คือการทำให้พยางค์หนึ่งในคำเด่นกว่าพยางค์อื่น his use of stress จึงหมายถึงวิธีที่เขาวางหรือใช้พยางค์ที่ลงเสียงหนักเหล่านั้น คำใกล้เคียงอย่าง emphasize และ syllables ชี้ให้เลือกความหมายเชิงเทคนิคนี้ ไม่ใช่ความกดดันทางอารมณ์หรือจิตใจ เมื่อพูดถึงการออกเสียง บทกวี จังหวะ หรือฉันทลักษณ์ stress มักมีความหมายนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stress ในความหมายว่าการลงเสียงหนักที่พยางค์

  1. The stress falls on the second syllable of this word.
  2. Too much stress can make it hard to sleep.
  3. The beam bent under stress.
ดูคำตอบ

The stress falls on the second syllable of this word.

ลำดับความ

Not that kind of stress, but ...: แก้ความหมายที่อาจเข้าใจผิด

Not that kind of stress, but ... ใช้แก้ความเข้าใจผิดที่น่าจะเกิดขึ้น Not that kind of stress ปฏิเสธความหมายที่ผู้ฟังอาจนึกถึง ส่วน but นำเข้าสู่คำอธิบายที่ต้องการ ซึ่งก็คือการเน้นพยางค์บางพยางค์ รูปแบบ Not that kind of X, but Y จัดข้อมูลในลักษณะการแก้ความเข้าใจ ไม่ใช่การเพิ่มข้อมูลอีกอย่าง แนวคิดแรกถูกตัดออก และ Y เป็นคำจำกัดความหรือคำชี้แจงที่ผู้พูดต้องการให้จำไว้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบแก้ความเข้าใจ Not that kind of X, but Y เติมประโยคนี้ให้สมบูรณ์: ____ bat, ____ the one used in baseball.

ดูคำตอบ

Not that kind of · but

We're so used to doing this that we may not notice it at first. ไวยากรณ์

0:34

เราคุ้นเคยกับการทำเช่นนี้มากจนเราอาจไม่ทันสังเกตในตอนแรก

ไวยากรณ์

be so used to doing ... that ...: เคยชินกับการทำบางสิ่งมากจน……

be used to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “เคยชินกับ” หรือ “รู้สึกว่าสิ่งนั้นคุ้นเคย” ใน We're so used to doing this คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย doing ไม่ใช่กริยารูป infinitive โครงสร้าง so + วลีคุณศัพท์ + that-clause เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ การเคยชินกับการกระทำนี้มากทำให้เราอาจไม่ทันสังเกตเห็นในตอนแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be so used to ... that ...: After years in the city, we're ____ hearing traffic at night ____ we sleep through it.

ดูคำตอบ

so used to · that

But if you say the word slowly,

0:38

แต่ถ้าคุณพูดคำนั้นช้าๆ

you can easily identify them.

0:40

คุณก็จะระบุได้ง่ายๆ

playwright

0:43

นักเขียนบทละคร (playwright)

computer

0:44

คอมพิวเตอร์ (computer)

telephone

0:46

โทรศัพท์ (telephone)

Poets are very aware of these stresses,

0:48

กวีตระหนักถึงการเน้นเสียงเหล่านี้เป็นอย่างดี

having long experimented with the number and order ไวยากรณ์

0:50

พวกเขาได้ทดลองกับจำนวนและลำดับ

of stressed and unstressed syllables การใช้คำ

0:53

ของพยางค์ที่เน้นและไม่เน้นเสียงมาเป็นเวลานาน

and combined them in different ways to create rhythm in their poems.

0:55

และนำมารวมกันในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างจังหวะในบทกวีของพวกเขา

ไวยากรณ์

having long experimented with: ใช้ประสบการณ์ก่อนหน้าเป็นข้อมูลพื้นหลัง

Having long experimented with เริ่มอนุประโยค participle แบบสมบูรณ์ในโครงสร้าง having + past participle คำว่า long ขยาย experimented และแสดงว่าประสบการณ์นี้สะสมมาเป็นเวลานาน ส่วน having ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มี” อนุประโยคนี้มีประธานโดยนัยเดียวกับประโยคหลัก คือ Poets และนำเสนอประสบการณ์การทดลองที่สะสมมาก่อนหน้านี้เป็นข้อมูลพื้นหลังที่ช่วยอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงตระหนักถึงการลงน้ำหนักเป็นอย่างดี โครงสร้างกระชับนี้ใช้แทนอนุประโยคเต็มอย่าง because they had long experimented with the patterns ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ having + past participle ได้ถูกต้องเพื่อนำเสนอประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของ Maya เป็นข้อมูลพื้นหลัง

  1. Having practice for months, Maya felt ready for the concert.
  2. Having practiced for months, Maya felt ready for the concert.
  3. Having practiced for months, the concert felt easy to Maya.
ดูคำตอบ

Having practiced for months, Maya felt ready for the concert.

การใช้คำ

stressed and unstressed syllables: พยางค์ที่ลงเสียงเน้นและไม่ลงเสียงเน้น

พยางค์ที่ลงเสียงเน้นจะฟังเด่นกว่าพยางค์รอบข้าง อาจดังขึ้น ยาวขึ้น มีระดับเสียงสูงขึ้น หรือมีเสียงสระชัดกว่า ส่วนพยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้นจะเด่นน้อยกว่าและมักสั้นลงหรือออกเสียงเบาลง ในบทกวี stressed และ unstressed ใช้อธิบายว่าพยางค์ฟังเป็นอย่างไรและประกอบกันเป็นรูปแบบจังหวะอย่างไร ไม่ได้หมายถึงคนที่รู้สึกกังวลหรือผ่อนคลาย

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายพยางค์ที่ลงเสียงเน้นและไม่ลงเสียงเน้นในจังหวะได้ถูกต้อง

  1. พยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้นจะไม่มีเสียงเสมอ
  2. พยางค์ที่ลงเสียงเน้นมีจำนวนตัวอักษรมากกว่าพยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้นเสมอ
  3. พยางค์ที่ลงเสียงเน้นจะเด่นกว่าพยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้นซึ่งอยู่ใกล้กัน
ดูคำตอบ

พยางค์ที่ลงเสียงเน้นจะเด่นกว่าพยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้นซึ่งอยู่ใกล้กัน

Like songwriters,

1:00

เช่นเดียวกับนักแต่งเพลง

poets often express their ideas วลี

1:01

กวีมักจะแสดงความคิดของตน

through a recognizable repetition

1:03

ผ่านการทำซ้ำที่เป็นที่จดจำได้

of these rhythms or poetic meter. การใช้คำ

1:05

ของจังหวะเหล่านี้ หรือฉันทลักษณ์ของบทกวี

วลี

express their ideas through + สื่อ: แสดงความคิดผ่านบางสิ่ง

ในที่นี้ express their ideas through หมายถึง “สื่อความคิดโดยใช้บางสิ่ง” through ใช้นำหน้าสื่อหรือรูปแบบที่ใช้ ซึ่งก็คือการทำซ้ำจังหวะหรือฉันทลักษณ์ของบทกวี ไม่ได้อธิบายการเคลื่อนที่ผ่านสถานที่ โครงสร้างคือ express + idea, feeling, or message + through + medium or form

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่ใช้ในโครงสร้าง express ideas through: Artists express their ideas ____ color and shape.

ดูคำตอบ

through

การใช้คำ

poetic meter: รูปแบบจังหวะซ้ำในบทกวี

Poetic meter คือรูปแบบที่จัดไว้อย่างเป็นระบบของจังหวะหนักและเบาในบทกวี ซึ่งโดยทั่วไปเกิดจากการซ้ำของรูปแบบพยางค์ที่ลงเสียงหนักและไม่ลงเสียงหนัก ในประโยคนี้ recognizable repetition อธิบายว่าผู้อ่านได้ยินรูปแบบดังกล่าวได้อย่างไร meter ในที่นี้เป็นศัพท์วรรณกรรม ไม่ใช่หน่วยวัดความยาว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ meter เป็นศัพท์วรรณกรรมที่หมายถึงรูปแบบการลงเสียงหนักซ้ำ ๆ ในบทกวี

  1. The parking meter needs another coin.
  2. The poem's meter alternates stressed and unstressed syllables.
  3. The ribbon is one meter long.
ดูคำตอบ

The poem's meter alternates stressed and unstressed syllables.

And like music,

1:08

และเช่นเดียวกับดนตรี

poetry has its own set of terms for describing this. วลี

1:10

บทกวีมีคำศัพท์เฉพาะสำหรับอธิบายสิ่งนี้

วลี

has its own set of terms: คำศัพท์เฉพาะทางของสาขาหนึ่ง

วลี has its own set of terms หมายความว่าสาขาหนึ่งใช้กลุ่มคำเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกัน ในที่นี้สาขานั้นคือบทกวี และ its own เน้นว่าคำศัพท์ชุดนี้เป็นของสาขานั้นโดยเฉพาะ รูปแบบนี้นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้: subject + has/have + its/their own set of terms และสามารถเติม for + -ing เพื่อบอกว่าคำเหล่านั้นใช้อธิบายอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: Robotics ____ for describing different kinds of machines.

ดูคำตอบ

has its own set of terms

In a line of verse,

1:14

ในบทกวีหนึ่งบาท

a foot is a certain number of stressed and unstressed syllables การใช้คำ

1:15

จังหวะก้าว (foot) คือจำนวนพยางค์ที่เน้นและไม่เน้นเสียงที่แน่นอน

forming a distinct unit,

1:19

ซึ่งรวมตัวกันเป็นหน่วยที่ชัดเจน

just as a musical measure consists of a certain number of beats. ลำดับความ

1:21

เช่นเดียวกับจังหวะดนตรีที่ประกอบด้วยจังหวะจำนวนหนึ่ง

การใช้คำ

foot ในฐานะหน่วยจังหวะของบทกวี

ในที่นี้ foot เป็นศัพท์ทางกวีนิพนธ์ ไม่ได้หมายถึงส่วนของร่างกายหรือหน่วยวัดความยาว แต่เป็นการรวมพยางค์เน้นเสียงและไม่เน้นเสียงจำนวนหนึ่งให้เป็นรูปแบบจังหวะหนึ่งหน่วยที่สังเกตได้ บทกวีหนึ่งบรรทัดอาจมี foot หลายหน่วย และชื่ออย่าง iamb กับ dactyl ใช้เรียกรูปแบบการลงเสียงหนักที่ต่างกันภายใน foot

แบบฝึกหัด

foot หมายถึงอะไรในประโยคที่กล่าวถึงบรรทัดของบทกวีนี้?

  1. หน่วยจังหวะในบทกวีที่ประกอบด้วยพยางค์เน้นเสียงและไม่เน้นเสียง
  2. ความยาวสิบสองนิ้ว
  3. ส่วนของร่างกายที่ใช้เดิน
ดูคำตอบ

หน่วยจังหวะในบทกวีที่ประกอบด้วยพยางค์เน้นเสียงและไม่เน้นเสียง

ลำดับความ

just as ... เพื่อเริ่มการเปรียบเทียบ

ในที่นี้ just as หมายถึง “ในลักษณะเดียวกับที่...” ใช้เพื่อยกสิ่งหนึ่งมาเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ด้านเวลา กล่าวคือ foot ในบทกวีรวมพยางค์เป็นหน่วยที่มีโครงสร้าง ส่วนห้องเพลงรวมจังหวะเป็นหน่วยที่มีโครงสร้าง รูปแบบนี้ช่วยอธิบายแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยด้วยการนำไปวางเทียบกับแนวคิดที่คุ้นเคยกว่า ข้อมูลก่อน just as คือใจความหลัก ส่วนอนุประโยคหลัง just as ให้สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำเพื่อทำการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: A map guides a traveler, ____ an outline guides a writer.

ดูคำตอบ

just as

One line of verse is usually made up of several feet. กริยาวลี

1:25

บทกวีหนึ่งบาทมักจะประกอบด้วยหลายๆ จังหวะก้าว

กริยาวลี

is usually made up of: บอกส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นองค์รวม

Be made up of ใช้บอกส่วนต่าง ๆ ที่รวมกันเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ในประโยคนี้ one line of verse คือสิ่งที่เป็นองค์รวม และ several feet คือหน่วยจังหวะที่ประกอบกันเป็นองค์รวมนั้น Usually บอกว่านี่เป็นรูปแบบที่พบโดยทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัวที่ไม่มีข้อยกเว้น โครงสร้างคือ องค์รวม + be + usually + made up of + ส่วนประกอบ โดย made up of ในที่นี้หมายถึง “ประกอบด้วย” ไม่ได้หมายถึง “ถูกแต่งขึ้น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย is usually made up of: A school orchestra ____ four main sections.

ดูคำตอบ

is usually made up of

For example,

1:29

ตัวอย่างเช่น

a dactyl is a metrical foot of three syllables การใช้คำ

1:30

ดักทิล (dactyl) คือจังหวะก้าวทางฉันทลักษณ์ที่มีสามพยางค์

with the first stressed and the second and third unstressed. ไวยากรณ์

1:33

โดยเน้นเสียงพยางค์แรก และพยางค์ที่สองกับสามไม่เน้นเสียง

การใช้คำ

a dactyl is a metrical foot of three syllables: การให้คำจำกัดความ dactyl

dactyl เป็นศัพท์เกี่ยวกับจังหวะในบทกวี metrical foot คือหน่วยจังหวะ และ of three syllables บอกว่าหน่วยนี้มีทั้งหมดกี่พยางค์ ส่วนที่เหลือของประโยคให้รูปแบบการลงเสียงที่ใช้กำหนด dactyl คือ พยางค์แรกลงเสียงหนัก และสองพยางค์ถัดไปไม่ลงเสียงหนัก หรือ หนัก–เบา–เบา โครงสร้าง A dactyl is a... จะบอกชื่อศัพท์ก่อน แล้วจึงจัดประเภทและให้คำจำกัดความ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดให้คำจำกัดความ dactyl ได้ถูกต้อง

  1. หน่วยจังหวะสามพยางค์ที่พยางค์แรกลงเสียงหนัก
  2. บทกวีสามบรรทัดที่ไม่มีรูปแบบการลงเสียงตายตัว
  3. หน่วยจังหวะสองพยางค์ที่พยางค์ที่สองลงเสียงหนัก
ดูคำตอบ

หน่วยจังหวะสามพยางค์ที่พยางค์แรกลงเสียงหนัก

ไวยากรณ์

with the first stressed ...: เพิ่มสภาพของแต่ละส่วน

ในคำนิยามนี้ with ใช้นำคำอธิบายแบบกระชับว่าพยางค์ทั้งสามเรียงรูปแบบการเน้นเสียงอย่างไร หมายถึงพยางค์แรกลงเสียงหนัก ส่วนพยางค์ที่สองและสามไม่ลงเสียงหนัก โดย the first และ the second and third ใช้แทนพยางค์ที่เกี่ยวข้อง โครงสร้าง with + นามวลี + คำคุณศัพท์หรือกริยารูป past participle ใช้เพิ่มสภาพที่ประกอบกับคำอธิบายหลัก ในที่นี้ with ไม่ได้หมายถึง “ร่วมกับ” หรือแค่ “และ”

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้นำสภาพของส่วนต่าง ๆ ให้สมบูรณ์: The diagram has three circles, ____ the first colored red and the other two left white.

ดูคำตอบ

with

Dactyls can create lines that move swiftly and gather force, สำนวน

1:37

ดักทิลสามารถสร้างบาทกวีที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรวบรวมพลัง

สำนวน

move swiftly and gather force: จังหวะในภาพของการเคลื่อนไหวและพลังที่เพิ่มขึ้น

คำกริยา move และ gather เปลี่ยนจังหวะของบรรทัดกลอนให้เป็นภาพของการเคลื่อนไหวและพลังที่เพิ่มขึ้น บรรทัดกลอนดูเหมือนเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและทรงพลังขึ้นเมื่อดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายความว่าบรรทัดกลอนเดินทางหรือสะสมแรงทางกายภาพจริง ๆ นี่เป็นอุปมาเพื่อใช้ประเมินผลงาน โดยนำคำกริยาที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและพลังทางกายภาพมาอธิบายผลที่จังหวะมีต่อผู้ฟังหรือผู้อ่าน

แบบฝึกหัด

move swiftly and gather force ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?

  1. กวีวิ่งเร็วขึ้นทุกครั้งที่เขียนแต่ละบรรทัด
  2. บรรทัดกลอนที่พิมพ์ไว้เคลื่อนข้ามหน้ากระดาษและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
  3. จังหวะดำเนินไปอย่างรวดเร็วและทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ
ดูคำตอบ

จังหวะดำเนินไปอย่างรวดเร็วและทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ

as in Robert Browning's poem "The Lost Leader."

1:41

ดังในบทกวี "The Lost Leader" ของรอเบิร์ต บราวนิง

"Just for a handful of silver he left us, วลี

1:44

"เพียงเพื่อเงินเพียงหยิบมือ เขาได้ทิ้งพวกเราไป,

just for a rib and to stick in his coat."

1:47

เพียงเพื่อริบบิ้นประดับบนเสื้อโค้ทของเขา."

วลี

a handful of silver: เงินจำนวนเล็กน้อย

คำว่า handful ตามตัวอักษรหมายถึงปริมาณที่มือข้างหนึ่งกำไว้ได้ ใน a handful of silver วลีนี้ใช้บอกปริมาณแบบคร่าว ๆ ว่า “เงินหรือแร่เงินจำนวนเล็กน้อย” ไม่ใช่หน่วยวัดที่แน่นอน คำว่า just ทำให้ปริมาณนั้นดูน้อยและไม่คุ้มกับการจากไป บทกลอนสื่อว่าเขาทิ้งกลุ่มไปเพื่อผลตอบแทนเพียงเล็กน้อย ดังนั้นวลีนี้จึงมีน้ำเสียงดูแคลนและตำหนิ

แบบฝึกหัด

ในบทกลอนที่ยกมา a handful of silver หมายถึงอะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ถุงใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเงิน
  2. มือที่ทำจากเงิน
  3. เงินหรือแร่เงินจำนวนเล็กน้อย
ดูคำตอบ

เงินหรือแร่เงินจำนวนเล็กน้อย

Another kind of foot is the two-syllable long trochee, การใช้คำ

1:51

จังหวะก้าวอีกประเภทหนึ่งคือ โทรคี (trochee) ยาวสองพยางค์

a stressed syllable followed by an unstressed one.

1:54

ซึ่งเป็นพยางค์ที่เน้นเสียงตามด้วยพยางค์ที่ไม่เน้นเสียง

การใช้คำ

trochee: พยางค์เน้นเสียงตามด้วยพยางค์ไม่เน้นเสียง

trochee คือ foot หรือหน่วยจังหวะขนาดเล็กที่ใช้ในฉันทลักษณ์ของบทกวี มีสองพยางค์ในรูปแบบ เน้นเสียง + ไม่เน้นเสียง ข้อความ a stressed syllable followed by an unstressed one หลังเครื่องหมายจุลภาคกล่าวคำจำกัดความนี้ซ้ำอีกครั้ง ในที่นี้ two-syllable long หมายถึง “มีความยาวสองพยางค์” ไม่ได้หมายความว่าคำว่า trochee เองยาวเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

รูปแบบการเน้นเสียงใดเป็นคำจำกัดความของ trochee

  1. เน้นเสียง + เน้นเสียง
  2. ไม่เน้นเสียง + เน้นเสียง
  3. เน้นเสียง + ไม่เน้นเสียง
ดูคำตอบ

เน้นเสียง + ไม่เน้นเสียง

The trochees in these lines from Shakespeare's Macbeth

1:57

โทรคีในบทกวีเหล่านี้จากเรื่อง แมคเบธ ของเชกสเปียร์

lend an ominous and spooky tone to the witches' chant. วลี

2:00

ให้โทนเสียงที่ลางร้ายและน่ากลัวแก่บทสวดของแม่มด

วลี

lend an ominous and spooky tone to: เพิ่มบรรยากาศที่เป็นลางร้ายและน่าขนลุก

ในที่นี้ lend an ominous and spooky tone to หมายถึง “ทำให้บทสวดของเหล่าแม่มดให้ความรู้สึกน่ากลัวและน่าขนลุก” คำว่า lend ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม กล่าวคือจังหวะโทรคีสร้างผลบางอย่างขึ้นมา ไม่ได้ให้ใครยืมสิ่งของชั่วคราว โครงสร้างคือ lend + a tone, quality, or air + to + สิ่งที่ได้รับผล ใช้อธิบายได้ว่าลักษณะหนึ่งส่งผลต่อความรู้สึกของงานเขียน ดนตรี งานศิลปะ หรือฉากอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง lend ... tone to: The warm lighting ____ a welcoming tone ____ the dining room.

ดูคำตอบ

lends · to

"Double, double, toil and trouble, วัฒนธรรม

2:04

"ทวีคูณ ทวีคูณ ความเหนื่อยยากและปัญหา,

fire burn and cauldron bubble."

2:07

ไฟลุกโชนและหม้อต้มเดือดปุด."

วัฒนธรรม

“Double, double, toil and trouble”: บทสวดของแม่มดใน Macbeth

“Double, double, toil and trouble” เป็นวรรคที่มีชื่อเสียงจากบทสวดของแม่มดใน Macbeth ของเชกสเปียร์ การซ้ำคำและรูปแบบเสียงที่หนักแน่นทำให้ฟังคล้ายการร่ายคาถา ในสื่อภาษาอังกฤษยุคหลัง การยกหรือดัดแปลง “Double, double ...” สามารถทำให้ผู้อ่านนึกถึงแม่มด เวทมนตร์ วันฮาโลวีน หรือปัญหาที่เพิ่มขึ้นได้ทันที ควรเข้าใจว่าเป็นข้อความอ้างอิงทางวัฒนธรรมที่มีความเป็นละคร ไม่ใช่ประโยคทั่วไปในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: “Double, double, toil and trouble” เป็นวลีทั่วไปแบบเป็นกลางที่ใช้บอกว่าปริมาณงานเพิ่มเป็นสองเท่า

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

But with Shakespeare,

2:10

แต่สำหรับเชกสเปียร์

it's all about the iamb. วลี

2:11

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับไอแอมบ์ (iamb)

วลี

it's all about the iamb: ชี้ให้เห็นใจความสำคัญ

ในประโยคนี้ it's all about the iamb หมายถึง “สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจคือจังหวะไอแอมบ์” สำนวนนี้ย้ายจุดสนใจจากหน่วยจังหวะแบบอื่นมาที่รูปแบบจังหวะที่สำคัญที่สุดในการอธิบายเชกสเปียร์ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ It's all about + คำนามหรือรูป -ing ใช้เน้นปัจจัยหลักของสถานการณ์ มักหมายถึง “หัวใจสำคัญคือ...” ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าทุกรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง It's all about + คำนาม เพื่อเติมคำแนะนำของโค้ชให้สมบูรณ์: For this move, ____ timing.

ดูคำตอบ

it's all about

This two-syllable foot is like a reversed trochee, การใช้คำ

2:13

จังหวะก้าวสองพยางค์นี้เหมือนกับโทรคีที่กลับด้าน

so the first syllable is unstressed and the second is stressed,

2:16

ดังนั้นพยางค์แรกจึงไม่เน้นเสียงและพยางค์ที่สองจะเน้นเสียง

การใช้คำ

like a reversed trochee: ลำดับเบา-หนักของ iamb

ตรงนี้ like a reversed trochee อธิบาย iamb โดยเปรียบเทียบกับหน่วยจังหวะสองพยางค์ที่รู้จักอยู่แล้ว trochee มีพยางค์เน้นเสียงตามด้วยพยางค์ไม่เน้นเสียง เมื่อสลับลำดับจะได้รูปแบบของ iamb คือ ไม่เน้นเสียงก่อน แล้วจึงเน้นเสียง อนุประโยคหลัง so บอกผลจากการเปรียบเทียบนี้ reversed เปลี่ยนเฉพาะลำดับการลงเสียงหนัก ไม่ได้หมายความว่า trochee ผิดหรือความหมายของคำทั้งสองตรงข้ามกัน

แบบฝึกหัด

รูปแบบการเน้นเสียงใดเป็นลักษณะของ iamb?

  1. ไม่เน้นเสียง แล้วจึงเน้นเสียง
  2. ทั้งสองพยางค์เน้นเสียง
  3. เน้นเสียง แล้วจึงไม่เน้นเสียง
ดูคำตอบ

ไม่เน้นเสียง แล้วจึงเน้นเสียง

as in "to be or not to be." วัฒนธรรม

2:19

เช่นเดียวกับในคำว่า "to be or not to be"

วัฒนธรรม

to be or not to be: คำอ้างจาก Hamlet และจังหวะไอแอมบ์

คำว่า to be or not to be เป็นคำเปิดของบทพูดเดี่ยวที่มีชื่อเสียงในเรื่อง Hamlet ของเชกสเปียร์ ข้อความนี้ตั้งคำถามว่าจะดำรงอยู่ต่อไปหรือไม่ ผู้อ่านภาษาอังกฤษจึงมักจำถ้อยคำนี้ได้แม้ไม่มีการระบุชื่อบทละคร ในที่นี้ไม่ได้สอนคำอ้างนี้เป็นประโยคทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ใช้เป็นตัวอย่างของจังหวะไอแอมบ์: to BE, or NOT, to BE โดยแต่ละคู่มีพยางค์ที่เบากว่าตามด้วยพยางค์ที่หนักกว่า

แบบฝึกหัด

to be or not to be มีหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นกฎสำหรับสร้างประโยคคำถามด้วยคำกริยา be
  2. เป็นคำทักทายสมัยใหม่ที่ใช้เริ่มบทสนทนา
  3. เป็นคำอ้างที่มีชื่อเสียงจาก Hamlet ซึ่งใช้ในที่นี้เพื่อแสดงจังหวะไอแอมบ์
ดูคำตอบ

เป็นคำอ้างที่มีชื่อเสียงจาก Hamlet ซึ่งใช้ในที่นี้เพื่อแสดงจังหวะไอแอมบ์

Shakespeare's favorite meter in particular was iambic pentameter, การใช้คำ

2:24

ฉันทลักษณ์ที่เชกสเปียร์โปรดปรานเป็นพิเศษคือ ไอแอมบิกเพนทามิเตอร์ (iambic pentameter)

where each line of verse is made up of five two-syllable iambs

2:28

โดยบทกวีแต่ละบาทจะประกอบด้วยไอแอมบ์สองพยางค์จำนวนห้าชุด

for a total of 10 syllables.

2:31

รวมเป็น 10 พยางค์

การใช้คำ

iambic pentameter: iamb สองพยางค์ห้าหน่วยในแต่ละบรรทัด

iambic pentameter เป็นฉันทลักษณ์ของกลอนหนึ่งบรรทัดเต็ม คำว่า iambic บอกว่าบรรทัดนั้นสร้างจาก iamb ซึ่งปกติเป็นหน่วยจังหวะสองพยางค์แบบไม่เน้นเสียงตามด้วยเน้นเสียง ส่วน penta- สื่อถึงจำนวนห้า อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where อธิบายโครงสร้างโดยตรงว่าแต่ละบรรทัดมี iamb สองพยางค์ห้าหน่วย เมื่อนับห้ากลุ่ม กลุ่มละสองพยางค์ รูปแบบพื้นฐานจึงมีทั้งหมดสิบพยางค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำศัพท์จากบทเรียน: A line made of five iambs is written in ____.

ดูคำตอบ

iambic pentameter

And it's used for many of Shakespeare's most famous lines.

2:34

และมันถูกใช้สำหรับบทพูดที่มีชื่อเสียงที่สุดหลายๆ บทของเชกสเปียร์

"Shall I compare thee to a summer's day?" การใช้คำ

2:38

"ฉันควรจะเปรียบเทียบเธอกับวันในฤดูร้อนดีไหม?"

การใช้คำ

thee: รูปกรรมแบบโบราณของ you

thee เป็นสรรพนามบุรุษที่สอง เอกพจน์ แบบโบราณ ในประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นกรรมของ compare ดังนั้น compare thee to ... จึงหมายถึง “เปรียบเธอกับ...” หรือ “บอกว่าเธอเหมือน...”. ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน you ใช้ได้ทั้งเป็นประธานและกรรม การมองว่า thee เป็นสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมช่วยให้เข้าใจไวยากรณ์ในบทกวีเก่าได้ชัดเจน และคำนี้ไม่ใช่ชื่อคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่ตั้งใจเขียนให้เป็นภาษาโบราณนี้ด้วยรูปเอกพจน์แบบโบราณของ you ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม: I will always remember ____.

ดูคำตอบ

thee

"Arise, fair sun, and kill the envious moon." สำนวน

2:42

"จงลุกขึ้นเถิด ดวงอาทิตย์ที่งดงาม และสังหารดวงจันทร์ที่ริษยา"

สำนวน

the envious moon: การมอบอารมณ์ของมนุษย์ให้ดวงจันทร์

the envious moon มอบอารมณ์ของมนุษย์ให้ดวงจันทร์ นั่นคือความริษยา นี่คือบุคลาธิษฐาน คำคุณศัพท์ envious ไม่ได้บอกข้อเท็จจริงทางกายภาพของดวงจันทร์ ในอุปมาที่อยู่รอบข้อความนี้ “ดวงอาทิตย์ผู้งดงาม” หมายถึงจูเลียต จึงจินตนาการว่าดวงจันทร์ริษยาแสงสว่างและความงามของเธอ ควรอ่านประโยคนี้เป็นคำชื่นชมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ไม่ใช่คำอธิบายทางดาราศาสตร์

แบบฝึกหัด

“the envious moon” สร้างผลอย่างไรในประโยคนี้?

  1. ให้ค่าการวัดดวงจันทร์ทางวิทยาศาสตร์
  2. กล่าวถึงคนที่ชื่อ Moon
  3. มอบความรู้สึกของมนุษย์ให้ดวงจันทร์
ดูคำตอบ

มอบความรู้สึกของมนุษย์ให้ดวงจันทร์

Notice how the iambs cut across กริยาวลี

2:46

สังเกตวิธีที่ไอแอมบ์ตัดผ่าน

both punctuation and word separation.

2:48

ทั้งเครื่องหมายวรรคตอนและการแยกคำ

กริยาวลี

cut across: ข้ามพรมแดนหรือเส้นแบ่ง

ในที่นี้ cut across หมายถึง “ทอดข้ามหรือผ่านพรมแดนบางอย่าง” หน่วยจังหวะไอแอมบ์เป็นหน่วยของเสียงและการลงน้ำหนัก จึงอาจต่อเนื่องข้ามเครื่องหมายวรรคตอนหรือแม้แต่ช่องว่างระหว่างคำที่เขียนไว้ได้ ไม่ได้หมายถึงการใช้ของมีคมตัดจริง ๆ โดยทั่วไป cut across ใช้บรรยายสิ่งที่ไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่ม หมวดหมู่ สาขา หรือส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น จุดสำคัญคือการข้ามเส้นแบ่งที่ปกติแยกสิ่งต่าง ๆ ออกจากกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ cut across: The new safety policy ____ all departments.

ดูคำตอบ

cuts across

Meter is all about sound, ลำดับความ

2:51

ฉันทลักษณ์เป็นเรื่องของเสียง

not spelling.

2:53

ไม่ใช่การสะกดคำ

ลำดับความ

X is all about A, not B: ชี้ให้เห็นว่าอะไรสำคัญจริง ๆ

โครงสร้าง X is all about A, not B บอกก่อนว่า A คือสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วตัด B ออกในฐานะเกณฑ์ที่ไม่ถูกต้องสำหรับการอธิบายครั้งนี้ การเปรียบต่างแบบสั้นนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยบอกผู้ฟังว่าควรสนใจอะไร และไม่ควรใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสิน ในประโยคนี้ ฉันทลักษณ์ต้องวิเคราะห์จากเสียงและการลงน้ำหนัก ไม่ใช่จากการสะกดเป็นลายลักษณ์อักษร not spelling เพียงจำกัดเกณฑ์ที่ใช้วิเคราะห์ฉันทลักษณ์ ไม่ได้หมายความว่าการสะกดไม่มีประโยชน์ในทุกสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้ใช้โครงสร้าง X is all about A, not B: A strong apology ____ taking responsibility, not making excuses.

ดูคำตอบ

is all about

Iambic pentameter may sound technical, ไวยากรณ์

2:55

ไอแอมบิกเพนทามิเตอร์อาจฟังดูเป็นเรื่องทางเทคนิค

but there's an easy way to remember what it means.

2:58

แต่มีวิธีง่ายๆ ในการจดจำความหมายของมัน

ไวยากรณ์

may sound technical, but: ยอมรับความรู้สึกแรกแล้วช่วยให้ผู้ฟังสบายใจ

รูปแบบ X may sound + คำคุณศัพท์, but ... เริ่มจากยอมรับความรู้สึกแรกที่อาจเกิดขึ้น แล้วจึงเปลี่ยนไปสู่ข้อมูลที่ช่วยให้สบายใจหรือเข้าใจง่ายขึ้น ในประโยคนี้ ชื่อศัพท์อาจฟังดูเป็นวิชาการในตอนแรก และ but บอกว่ากำลังจะมีวิธีจำที่ง่ายตามมา may แสดงว่านี่เป็นเพียงความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้ยืนยันว่าหัวข้อนั้นยากจริง ๆ รูปแบบนี้ช่วยให้คำอธิบายดูไม่น่ากลัวเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: The idea ____ technical, ____ there is an easy way to explain it.

ดูคำตอบ

may sound · but

The word iamb is pronounced just like the phrase "I am." วลี

3:01

คำว่า ไอแอมบ์ (iamb) ออกเสียงเหมือนกับวลี "I am" (ฉันคือ)

วลี

be pronounced just like the phrase ...: เปรียบเทียบการออกเสียง

Be pronounced just like ... หมายถึงมีรูปเสียงพูดเหมือนกับคำ วลี หรือตัวอักษรอีกตัวหนึ่ง ในที่นี้นำคำที่ไม่คุ้นเคยอย่าง iamb ไปเชื่อมกับวลี I am ที่คุ้นเคย เพื่อช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น การเปรียบเทียบนี้เกี่ยวกับการออกเสียงเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า iamb กับ I am มีการสะกด หน้าที่ทางไวยากรณ์ หรือความหมายเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายการออกเสียงด้วยวลีเป้าหมาย: The word sea is ____ the letter C.

ดูคำตอบ

pronounced just like

Now let's expand that to a sentence

3:05

ตอนนี้เรามาขยายให้เป็นประโยค

that just happens to be in iambic pentameter. วลี

3:07

ที่บังเอิญเป็นไอแอมบิกเพนทามิเตอร์พอดี

วลี

just happens to be: นำเสนอข้อเท็จจริงที่บังเอิญเป็นจริงอย่างพอดี

ใน that just happens to be in iambic pentameter วลี happens to be นำเสนอข้อเท็จจริงว่า ประโยคนี้เข้ากับจังหวะไอแอมบิกเพนทามิเตอร์ด้วย โดยทำให้ดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญหรือเป็นความจริงที่พอดีกับสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งหนึ่ง “เกิดขึ้น” แล้วจึง “กลายเป็น” อีกสิ่งหนึ่ง Just ทำให้น้ำเสียงเบาและขี้เล่นขึ้น ผู้พูดใช้ just happens to be ได้แม้ความพอดีนั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องการยกตัวอย่างที่เหมาะมากอย่างไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่มีความหมายว่า “บังเอิญเป็นเช่นนั้นอย่างพอดี” ลงในประโยค: The quiet café ____ open all night.

ดูคำตอบ

just happens to be

"I am a pirate with a wooden leg."

3:10

"I am a pirate with a wooden leg." (ฉันเป็นโจรสลัดที่มีขาไม้)

The pirate can only walk in iambs, สำนวน

3:15

โจรสลัดคนนี้สามารถเดินได้ในจังหวะไอแอมบ์เท่านั้น

a living reminder of Shakespeare's favorite meter. วลี

3:17

เป็นเครื่องเตือนใจที่มีชีวิตถึงฉันทลักษณ์ที่เชกสเปียร์โปรดปราน

สำนวน

walk in iambs: ใช้ก้าวเดินแทนจังหวะบทกวี

Walk in iambs เป็นอุปมาเพื่อการสอน ก้าวเดินของโจรสลัดแทน iamb ซึ่งเป็นหน่วยจังหวะในบทกวีภาษาอังกฤษที่ประกอบด้วยพยางค์ไม่เน้นเสียงตามด้วยพยางค์เน้นเสียง ดังนั้นการเดินของเขาจึงแทนคู่จังหวะ “เบา-หนัก” ที่เกิดซ้ำ in ในที่นี้หมายถึง “ตามรูปแบบหนึ่ง” ไม่ใช่อยู่ข้างในบางสิ่งจริง ๆ การเปลี่ยนรูปแบบเสียงให้เป็นก้าวเดินช่วยให้มองเห็นและรู้สึกถึงฉันทลักษณ์ที่เป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายนี้ The pirate can only walk in iambs หมายความว่าอย่างไร?

  1. เขากำลังเดินอยู่ข้างในบรรทัดบทกวีที่พิมพ์ไว้
  2. เท้าของเขาขยับได้เฉพาะเมื่อมีคนอ่านงานของเชกสเปียร์
  3. ก้าวเดินของเขาแทนหน่วยจังหวะ “เบา-หนัก” ที่เกิดซ้ำ
ดูคำตอบ

ก้าวเดินของเขาแทนหน่วยจังหวะ “เบา-หนัก” ที่เกิดซ้ำ

วลี

a living reminder of ...: สิ่งเตือนใจที่เป็นรูปธรรมและชัดเจน

ในที่นี้ a living reminder of ... หมายถึงคนหรือสิ่งของที่ทำให้แนวคิดหรือข้อเท็จจริงมองเห็นได้เป็นรูปธรรมและจดจำง่าย living ไม่ได้บอกเพียงว่าสิ่งนั้นมีชีวิต แต่ทำให้สิ่งที่ช่วยเตือนความจำดูจับต้องได้และชัดเจน กลุ่มคำนาม a living reminder ... หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นส่วนวางเทียบที่อธิบาย the pirate เพิ่มเติม โดยนิยามโจรสลัดตามบทบาทของเขา การเดินเป็นจังหวะไอแอมบิกทำให้คนจดจำฉันทลักษณ์บทกวีที่เชกสเปียร์ชอบได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคใหม่ด้วยวลีเป้าหมาย a living reminder of: The old recipe book is ____ our family's traditions.

ดูคำตอบ

a living reminder of

Iambic pentameter is when he takes 10 steps.

3:20

ไอแอมบิกเพนทามิเตอร์คือเวลาที่เขาเดินไป 10 ก้าว

Our pirate friend can even help us remember how to properly mark it

3:24

เพื่อนโจรสลัดของเรายังสามารถช่วยให้เราจำวิธีทำเครื่องหมายที่ถูกต้องได้

if we imagine the footprints he leaves

3:27

หากเราจินตนาการถึงรอยเท้าที่เขาทิ้งไว้

walking along a deserted island beach.

3:29

เมื่อเดินไปตามชายหาดบนเกาะร้าง

A curve for unstressed syllables

3:32

เส้นโค้งสำหรับพยางค์ที่ไม่เน้นเสียง

and a shoe outline for stressed ones.

3:35

และโครงร่างรองเท้าสำหรับพยางค์ที่เน้นเสียง

"If music be the food of love, play on." โน้ต

3:37

"หากดนตรีคืออาหารของความรัก จงบรรเลงต่อไป"

ไวยากรณ์

If music be ...: be แบบโบราณในอนุประโยคเงื่อนไข

ใน If music be the food of love คำว่า be เป็นรูป present subjunctive ของกริยา be ในอนุประโยค if ในข้อความอ้างอิงนี้ เงื่อนไขมีความหมายหลักเหมือนกับรูปสมัยใหม่ If music is the food of love การใช้ be รูปพื้นฐานนี้เป็นแบบแผนเก่าในภาษาวรรณกรรม จึงทำให้ประโยคฟังดูเป็นบทกวีและสง่างาม รูปนี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาดในคำพูดของเชกสเปียร์ แต่ภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่มีน้ำเสียงเป็นกลางมักใช้ is กับประธานเอกพจน์ music

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติในอีเมลสมัยใหม่ที่มีน้ำเสียงเป็นกลาง

  1. If the schedule is correct, we can begin at noon.
  2. If the schedule are correct, we can begin at noon.
  3. If the schedule be correct, we can begin at noon.
ดูคำตอบ

If the schedule is correct, we can begin at noon.

สำนวน

music be the food of love: อุปลักษณ์เชิงกวีเรื่องการหล่อเลี้ยง

ในอุปลักษณ์นี้ music ถูกมองเป็น food และ love เป็นสิ่งที่รับการหล่อเลี้ยงได้ ความหมายคือดนตรีช่วยหล่อเลี้ยง เสริมพลัง หรือคงความรู้สึกรักไว้ ไม่ได้หมายความว่ามีใครกินดนตรีจริง ๆ if ตอนต้นให้เหตุผลแก่ play on นั่นคือ หากดนตรีหล่อเลี้ยงความรัก ผู้พูดก็ต้องการให้ดนตรีดำเนินต่อไป โดยทั่วไป การเรียก X ว่า the food of Y เป็นการนำเสนอว่า X คือสิ่งที่ค้ำจุนหรือเสริมพลังให้ Y

แบบฝึกหัด

music be the food of love ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้คนต้องกินอาหารขณะฟังดนตรี
  2. ความรักเป็นการแสดงดนตรีชนิดหนึ่ง
  3. ดนตรีหล่อเลี้ยงหรือคงความรู้สึกรักไว้
ดูคำตอบ

ดนตรีหล่อเลี้ยงหรือคงความรู้สึกรักไว้

Of course, most lines of Shakespeare's plays

3:42

แน่นอนว่าบทสนทนาส่วนใหญ่ในบทละครของเชกสเปียร์

are written in regular prose. การใช้คำ

3:44

ถูกเขียนขึ้นด้วยร้อยแก้วธรรมดา

การใช้คำ

written in regular prose: เขียนเป็นร้อยแก้วทั่วไป ไม่ใช่ร้อยกรอง

รูป be written in + รูปแบบหรือลีลา ใช้บอกว่าข้อความถูกเขียนขึ้นในลักษณะใด ในที่นี้ regular prose หมายถึงงานเขียนร้อยแก้วทั่วไปที่เรียงเป็นประโยคและย่อหน้า ไม่ใช่บรรทัดบทกวีที่ควบคุมด้วยฉันทลักษณ์ regular ในที่นี้หมายถึงรูปแบบที่ “ทั่วไป” หรือ “ปกติ” ไม่ได้หมายความว่างานเขียนน่าเบื่อ สะเพร่า หรือมีคุณภาพเพียงธรรมดา

แบบฝึกหัด

ในการอภิปรายวรรณกรรม written in regular prose หมายความว่าอย่างไร

  1. เขียนด้วยไวยากรณ์ที่สะเพร่า
  2. เขียนด้วยภาษาทั่วไปโดยไม่มีฉันทลักษณ์ของบทกวี
  3. เขียนเป็นบรรทัดที่มีฉันทลักษณ์คงที่
ดูคำตอบ

เขียนด้วยภาษาทั่วไปโดยไม่มีฉันทลักษณ์ของบทกวี

But if you read carefully,

3:46

แต่ถ้าคุณอ่านอย่างระมัดระวัง

you'll notice that Shakespeare's characters turn to poetry, กริยาวลี

3:48

คุณจะสังเกตเห็นว่าตัวละครของเชกสเปียร์เปลี่ยนไปใช้บทกวี

and iambic pentameter in particular,

3:51

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอแอมบิกเพนทามิเตอร์

for many of the same reasons

3:53

ด้วยเหตุผลหลายประการเดียวกัน

that we look to poetry in our own lives.

3:54

กับที่เรามองหาบทกวีในชีวิตของเราเอง

กริยาวลี

turn to poetry ... look to poetry: พึ่งพาบทกวี

ในที่นี้ turn to poetry และ look to poetry ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางร่างกาย ทั้งสองสำนวนมองบทกวีเป็นแหล่งพึ่งพา เมื่อผู้คนต้องการตัวช่วยในการถ่ายทอด ทำความเข้าใจ หรือรับมือกับความรู้สึกสำคัญ การใช้สองวลีนี้รับกันเชื่อมตัวละครของเชกสเปียร์เข้ากับผู้คนในชีวิตจริง ทั้งสองกลุ่มใช้บทกวีด้วยความต้องการที่คล้ายกัน

แบบฝึกหัด

ใน “we look to poetry in our own lives” คำว่า look to poetry หมายถึงอะไร

  1. หันสายตาไปยังบทกวีบทหนึ่ง
  2. แสวงหาการแสดงออก ความหมาย หรือการปลอบโยนผ่านบทกวี
  3. ย้ายหนังสือรวมบทกวีไปอีกที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

แสวงหาการแสดงออก ความหมาย หรือการปลอบโยนผ่านบทกวี

Feeling passionate, ลำดับความ

3:57

เมื่อรู้สึกหลงใหล,

introspective,

3:59

ทบทวนความคิดในใจ,

or momentous.

4:00

หรือในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง

ลำดับความ

Feeling passionate, introspective, or momentous: รายการแบบละส่วนที่เข้าใจได้จากบริบท

“Feeling passionate, introspective, or momentous.” เป็นวลีที่ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์และใช้สานต่อแนวคิดก่อนหน้าว่าทำไมผู้คนจึงหันไปหาบทกวี กรอบที่ละไว้มีความหมายประมาณว่า “ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้คนรู้สึก...” ดังนั้นบรรทัดนี้จึงเป็นการแจกแจงสถานการณ์ ไม่ใช่การเสนอแนวคิดใหม่ที่แยกออกมา การแยกรายการนี้ไว้ต่างหากทำให้แต่ละสภาวะเด่นขึ้นและสร้างจังหวะการพูดที่ชัดเจน ผู้ฟังเติมความเชื่อมโยงที่ละไว้ได้จากประโยคก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

วลี “Feeling passionate, introspective, or momentous.” ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้

  1. ตั้งคำถามอีกข้อหนึ่งเกี่ยวกับความหมายของบทกวี
  2. สานต่อแนวคิดก่อนหน้าด้วยการแจกแจงสถานการณ์ที่ผู้คนอาจหันไปหาบทกวี
  3. แนะนำตัวละครใหม่สามคนพร้อมการกระทำของพวกเขา
ดูคำตอบ

สานต่อแนวคิดก่อนหน้าด้วยการแจกแจงสถานการณ์ที่ผู้คนอาจหันไปหาบทกวี

Whether it's Hamlet pondering his existence ไวยากรณ์

4:03

ไม่ว่าจะเป็นแฮมเล็ตที่ไตร่ตรองถึงการมีอยู่ของตนเอง

or Romeo professing his love,

4:06

หรือโรมิโอที่กำลังสารภาพรัก

the characters switch to iambic pentameter

4:09

ตัวละครต่างก็สลับไปใช้ไอแอมบิกเพนทามิเตอร์

when speaking about their emotions

4:11

เมื่อพูดถึงอารมณ์ของตนเอง

and their place in the world. สำนวน

4:12

และสถานที่ของพวกเขาในโลกนี้

ไวยากรณ์

Whether it's X or Y: ยกสองตัวอย่างเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปร่วมกัน

Whether it's X or Y หมายถึง “ไม่ว่าตัวอย่างจะเป็น X หรือ Y” ไม่ได้ใช้ถามคำถามจริง ๆ ส่วนเปิดยกแฮมเล็ตและโรมิโอเป็นสองกรณีตัวแทน แล้วประโยคหลักจึงบอกข้อสรุปที่ใช้ได้กับทั้งสองกรณี X และ Y ควรมีโครงสร้างขนานกัน ในที่นี้ Hamlet pondering ... และ Romeo professing ... ใช้รูปแบบ “บุคคล + กริยา -ing” เหมือนกัน จึงเปรียบเทียบสองตัวอย่างได้ง่ายก่อนบอกประเด็นร่วม

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง “Whether it's X or Y” ให้สมบูรณ์: ____ a short message ____ a formal report, clear organization matters.

ดูคำตอบ

Whether it's · or

สำนวน

Their place in the world: อัตลักษณ์ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และเป้าหมายชีวิต

ใน their place in the world คำว่า place เป็นแนวคิดเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่ทางกายภาพ หมายถึงการที่คนเราเข้าใจว่าตนเป็นใคร เป็นส่วนหนึ่งของที่ใด และมีบทบาทหรือเป้าหมายอะไรในชีวิต คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น my place in the world, your place in the world, her place in the world และ their place in the world วลีนี้มักใช้เมื่อใครบางคนกำลังคิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับอัตลักษณ์ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง หรือทิศทางชีวิต

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Many teenagers wonder about their place in the world,” วลีนี้มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร

  1. อัตลักษณ์ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และเป้าหมายในชีวิตของพวกเขา
  2. ประเทศที่พวกเขาต้องการไปเที่ยว
  3. จุดที่พวกเขากำลังยืนอยู่อย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ

อัตลักษณ์ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และเป้าหมายในชีวิตของพวกเขา

Which leaves just one last question. ลำดับความ

4:15

ซึ่งเหลือคำถามสุดท้ายเพียงข้อเดียว

ลำดับความ

Which leaves just one last question: “จึงเหลือคำถามสุดท้ายเพียงข้อเดียว”

ในประโยคนี้ Which ย้อนอ้างถึงคำอธิบายทั้งหมดก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงคำนามคำเดียวและไม่ได้ใช้ถามว่า “อันไหน” ส่วน leaves หมายถึง “ทำให้ยังคงเหลืออยู่” จึงมีประเด็นหนึ่งที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ประโยคนี้ใช้ปิดการอภิปรายก่อนหน้าและนำความสนใจไปยังคำถามสุดท้าย ผู้พูดมักใช้เป็นคำเชื่อมสั้น ๆ หลังจากอธิบายหรือตัดประเด็นอื่นออกแล้ว

แบบฝึกหัด

ใน “Which leaves just one last question” คำว่า Which อ้างถึงอะไร

  1. การเลือกระหว่างใบไม้หลายใบ
  2. เฉพาะคำนาม question
  3. สถานการณ์หรือคำอธิบายทั้งหมดก่อนหน้า
ดูคำตอบ

สถานการณ์หรือคำอธิบายทั้งหมดก่อนหน้า

Why did Shakespeare choose iambic pentameter for these moments

4:18

เหตุใดเชกสเปียร์จึงเลือกใช้ไอแอมบิกเพนทามิเตอร์สำหรับช่วงเวลาเหล่านี้

rather than, say, trochaic hexameter or dactylic tetrameter? วลี

4:21

แทนที่จะเป็น เช่น โทรคาอิกเฮกซามิเตอร์ หรือ ดักทิลิกเตตระมิเตอร์?

วลี

rather than, say, ...: “แทนที่จะเป็น เช่น …”

rather than ใช้นำเสนอตัวเลือกอื่นที่ไม่ได้ถูกเลือก กล่าวคือ เชกสเปียร์เลือกไอแอมบิกเพนตามิเตอร์ ไม่ใช่รูปแบบฉันทลักษณ์อื่นที่เป็นไปได้ องค์ประกอบสองส่วนที่นำมาเปรียบเทียบควรทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกัน say เป็นคำแทรกที่หมายถึง “เช่น” หรือ “สมมติว่าเรายกตัวอย่าง” ทำให้โทรเคอิกเฮกซามิเตอร์และแด็กทิลิกเททรามิเตอร์ฟังเป็นเพียงตัวอย่างของทางเลือกอื่น ไม่ใช่รายการทั้งหมด และไม่ได้หมายถึง “พูด” ในที่นี้

แบบฝึกหัด

say ใน “rather than, say, trochaic hexameter” ทำหน้าที่อะไร

  1. รายงานคำพูดที่เชกสเปียร์เคยพูด
  2. สั่งให้ผู้ฟังออกเสียงชื่อฉันทลักษณ์
  3. ยกตัวอย่างทางเลือกอื่นอย่างไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

ยกตัวอย่างทางเลือกอื่นอย่างไม่เป็นทางการ

It's been said that iambic pentameter was easy for his actors to memorize ไวยากรณ์

4:26

ว่ากันว่าไอแอมบิกเพนทามิเตอร์นั้นง่ายสำหรับนักแสดงของเขาที่จะจดจำ

and for the audience to understand

4:30

และสำหรับผู้ชมที่จะเข้าใจ

because it's naturally suited to the English language. วลี

4:32

เพราะมันเข้ากับภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ไวยากรณ์

It's been said that: การนำเสนอข้อกล่าวอ้างโดยไม่ระบุผู้พูด

ใน It's been said that... คำว่า It's ย่อมาจาก It has ส่วน It เป็นประธานสมมติและไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เนื้อหาของข้อกล่าวอ้างอยู่ในอนุประโยค that โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำนี้ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้พูด ในประโยคนี้ คำอธิบายถูกนำเสนอเป็นแนวคิดที่มีผู้กล่าวไว้ก่อนแล้ว แทนที่จะพูดตรง ๆ ว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันคิด”

แบบฝึกหัด

เติมวลีรูปย่อของโครงสร้างถูกกระทำแบบไม่ระบุบุคคลใน present perfect: ____ daily reading can improve vocabulary.

ดูคำตอบ

It's been said that

ไวยากรณ์

easy for ... to ... and for ... to ...: การจับคู่แต่ละกลุ่มกับการกระทำ

โครงสร้าง easy + for + บุคคลหรือกลุ่ม + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ประเมินว่าการกระทำนั้นง่ายเพียงใดสำหรับบุคคลหรือกลุ่มนั้น ในส่วนที่เน้น for his actors จับคู่กับ to memorize และ for the audience จับคู่กับ to understand คำว่า for ในที่นี้ระบุคนที่เกี่ยวข้องกับกริยา infinitive แต่ละตัว ไม่ได้แปลว่า “เพราะ” หน่วย for ... to ... ทั้งสองเชื่อมกันด้วย and เป็นโครงสร้างขนาน การใช้รูปแบบซ้ำช่วยให้แต่ละกลุ่มจับคู่กับการกระทำของตนอย่างชัดเจน ขณะที่ easy ใช้กับทั้งสองหน่วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีขนานสองชุดในรูป for + กลุ่ม + to + กริยา โดยใช้ customers/navigate และ staff/update: The website is easy ____ and ____.

ดูคำตอบ

for customers to navigate · for staff to update

วลี

naturally suited to the English language: การใช้ be suited to

ใน be suited to คำว่า suited เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “เข้ากันได้ดีหรือเหมาะสม” และ to ใช้นำหน้าสิ่งที่เข้ากัน ในประโยคนี้ รูปแบบฉันทลักษณ์เข้ากับแบบแผนของภาษาอังกฤษ โดย suited ไม่ได้หมายถึงการสวมสูท Naturally บอกว่าความเข้ากันนี้มาจากคุณสมบัติของทั้งสองสิ่งเอง ไม่ได้เกิดจากการฝืนปรับ สามารถใช้ naturally suited to เมื่อเครื่องมือ รูปแบบ สถานที่ หรือวิธีการเหมาะกับภาษา งาน หรือกลุ่มคนบางกลุ่มอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เข้ากันได้โดยธรรมชาติ”: This quiet workspace is naturally ____ focused study.

ดูคำตอบ

suited to

But there might be another reason.

4:36

แต่อาจจะมีเหตุผลอื่นอีก

The next time you're in a heightened emotional situation ไวยากรณ์

4:38

ในครั้งต่อไปที่คุณอยู่ในสถานการณ์ที่มีอารมณ์รุนแรง

like the ones that make Shakespeare's characters burst into verse, สำนวน

4:40

เหมือนกับสถานการณ์ที่ทำให้ตัวละครของเชกสเปียร์โพล่งบทกวีออกมา

put your hand over the left side of your chest.

4:44

ให้วางมือลงบนหน้าอกข้างซ้ายของคุณ

ไวยากรณ์

The next time you're in ...: การกำหนดเวลาในอนาคต

The next time + ประธาน + กริยา หมายถึง “ในครั้งถัดไปที่...” อนุประโยคทั้งหมดกำหนดเวลาของการกระทำหลัก ในประโยคต้นฉบับ ส่วนนี้บอกว่าให้วางมือบนหน้าอกเมื่อใด แม้จะกล่าวถึงอนาคต แต่อานุประโยคบอกเวลานี้มักใช้กาลปัจจุบัน: ใช้ The next time you're ... ไม่ใช่ The next time you will be .... ประโยคหลักสามารถเป็นประโยคคำสั่งได้เมื่อให้คำแนะนำหรือคำชี้แจง

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมบอกเวลาจากบทเรียนที่หมายถึง “ในครั้งถัดไปที่”: ____ you use the oven, ask an adult for help.

ดูคำตอบ

The next time

สำนวน

make Shakespeare's characters burst into verse: ทำให้ตัวละครของเชกสเปียร์พูดเป็นบทกวีขึ้นมาอย่างฉับพลัน

ใน make Shakespeare's characters burst into verse โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสถานการณ์นั้นทำให้ตัวละครเกิดปฏิกิริยา เนื่องจาก make อยู่ในโครงสร้างกรรมวาจกแบบกระทำ จึงใช้ burst โดยไม่มี to อยู่ข้างหน้า Burst into verse เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “เริ่มพูดเป็นบทกวีขึ้นมาอย่างฉับพลัน” burst into สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่เกิดจากอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงการระเบิดจริง ๆ ส่วน verse ในที่นี้หมายถึงบทกวีหรือภาษาที่มีฉันทลักษณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ชัดเจนซึ่งหมายถึง “เริ่มพูดเป็นบทกวีขึ้นมาอย่างฉับพลัน”: The powerful memory made the actor ____.

ดูคำตอบ

burst into verse

What do you feel?

4:47

คุณรู้สึกอย่างไร?

That's your heart beating in iambs. สำนวน

4:49

นั่นคือจังหวะหัวใจของคุณที่เต้นเป็นแบบไอแอมบ์

สำนวน

heart beating in iambs: การเปรียบจังหวะการเต้นของหัวใจกับจังหวะไอแอมบ์

Heart beating in iambs เป็นคำเปรียบเทียบ ไอแอมบ์คือหน่วยฉันทลักษณ์ที่มีสองพยางค์ โดยเคลื่อนจากพยางค์ที่ไม่เน้นเสียงไปยังพยางค์ที่เน้นเสียง คือจังหวะ da-DUM ผู้พูดเปรียบรูปแบบ เบา-หนัก นี้กับชีพจรของหัวใจ หัวใจไม่ได้ทำตามกฎของบทกวีจริง ๆ ภาพเปรียบเทียบนี้ทำให้จังหวะบทกวีที่เป็นนามธรรมกลายเป็นสิ่งที่สัมผัสและจดจำได้

แบบฝึกหัด

“your heart beating in iambs” หมายถึงอะไรในประโยคนี้

  1. เปรียบการเต้นของหัวใจกับจังหวะบทกวีแบบ เบา-หนัก ที่เกิดซ้ำ
  2. หัวใจกำลังสร้างบรรทัดบทกวีที่เขียนออกมาจริง ๆ
  3. ผู้พูดกำลังให้การวินิจฉัยทางการแพทย์
ดูคำตอบ

เปรียบการเต้นของหัวใจกับจังหวะบทกวีแบบ เบา-หนัก ที่เกิดซ้ำ

Da duhm,

4:52

ตึกตัก,

da duhm,

4:52

ตึกตัก,

da duhm,

4:53

ตึกตัก,

da duhm,

4:54

ตึกตัก,

da duhm.

4:55

ตึกตัก.

Shakespeare's most poetic lines

4:58

บทพูดที่ไพเราะที่สุดของเชกสเปียร์

don't just talk about matters of the heart, โน้ต

4:59

ไม่ใช่แค่การพูดถึงเรื่องของหัวใจเท่านั้น

they follow its rhythm.

5:02

มันยังทำตามจังหวะของหัวใจอีกด้วย

ลำดับความ

don't just A; they B: จากเนื้อหาไปสู่รูปแบบ

โครงสร้าง don't just A, they B ปฏิเสธความเข้าใจว่า A คือทั้งหมด แล้วพาใจความไปสู่ B ที่สำคัญกว่า ในประโยคนี้ A คือสิ่งที่บทกวีพูดถึง ส่วน B คือสิ่งที่จังหวะของบทกวีทำ คำว่า its อ้างถึง heart ดังนั้น ตอนจบจึงขยับจากเนื้อหา คืออารมณ์ ไปสู่รูปแบบ คือจังหวะของบทกวีที่เปรียบกับการเต้นของหัวใจ และดึงข้อคิดกลับมาที่ภาพหลัก

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง don't just A, they B ในประโยคต้นฉบับทำหน้าที่อะไร

  1. พาจากสิ่งที่บทกวีกล่าวถึงไปสู่ประเด็นที่ลึกกว่าเกี่ยวกับการทำงานของจังหวะ
  2. นำเสนอข้อเท็จจริงสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันและสำคัญเท่ากัน
  3. บอกว่าบทกวีไม่ได้กล่าวถึงอารมณ์เลย
ดูคำตอบ

พาจากสิ่งที่บทกวีกล่าวถึงไปสู่ประเด็นที่ลึกกว่าเกี่ยวกับการทำงานของจังหวะ

สำนวน

matters of the heart: ความรักและความรู้สึกลึกซึ้ง

Matters of the heart เป็นสำนวนที่หมายถึงความรัก ความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก และความรู้สึกส่วนตัวที่ลึกซึ้ง คำว่า matter ในที่นี้หมายถึงเรื่องหรือประเด็นที่ใส่ใจ โดยปกติวลีนี้ไม่ได้หมายถึงโรคหัวใจทางการแพทย์ ในประโยคนี้ heart ทำงานสองระดับ สำนวนนี้กล่าวถึงเรื่องทางอารมณ์ ส่วน its rhythm ชี้กลับไปที่ heart และทำให้นึกถึงการเต้นของหัวใจ จึงเชื่อมความหมายเข้ากับรูปแบบของบทกวี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงความรักและความรู้สึกส่วนตัวที่ลึกซึ้ง: The podcast gives thoughtful advice about ____.

ดูคำตอบ

matters of the heart