รีดพิษปลาที่อันตรายที่สุดในโลก! - Smarter Every Day 117: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
1,196 คำ 241 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ที่มหาวิทยาลัยเจมส์คุก Destin และนักพิษวิทยา Jamie Seymour สาธิตว่าปลาหินฉีดพิษอย่างไร เก็บพิษเพื่อการวิจัยและผลิตเซรุ่มต้านพิษ แล้วถ่ายจังหวะพุ่งด้วยกล้องความเร็วสูง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. milk it — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เข้าใจความหมายเฉพาะว่าเก็บพิษ ไม่ใช่รีดนม เพื่อจับมุกเล่นคำให้ถูกต้อง 2. it's like stepping on a hypodermic needle — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ดูว่าการเปรียบเทียบที่คุ้นเคยทำให้กลไกแปลกใหม่เห็นภาพชัด และเป็นกรอบอธิบายที่นำไปใช้ซ้ำได้ 3. That'd be good, wouldn't it? — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: แยกให้ออกว่าหลังคำเตือน นี่คือการเห็นด้วยแบบเรียบเฉยและลดน้ำหนัก ไม่ใช่ความลังเลจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, it's me Destin.

0:00

เฮ้ ผม Destin นะ

Welcome back to Smarter Every Day.

0:01

ยินดีต้อนรับกลับสู่ Smarter Every Day

Sometimes I like to walk around in my yard barefooted,

0:02

บางทีผมก็ชอบเดินเท้าเปล่าเล่นในสวนนะ

which is awesome until I hit a little sticky weed,

0:05

ซึ่งมันก็ดีจนกระทั่งผมไปเหยียบวัชพืชเหนียวๆ เข้า

which hurts.

0:07

ซึ่งมันเจ็บ

I'm about to ruin the beach for you. ไวยากรณ์

0:08

ผมกำลังจะทำลายจินตนาการเรื่องชายหาดของคุณแล้วนะ

ไวยากรณ์

be about to + กริยารูปพื้นฐาน

ในโครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า about to หมายถึงสิ่งหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ในประโยคนี้ I'm about to ruin... เป็นการเกริ่นว่าสิ่งที่ผู้พูดจะบอกต่อไปจะเปลี่ยนมุมมองของผู้ชมที่มีต่อชายหาดทันที ใช้โครงสร้าง be + about to + กริยารูปพื้นฐาน: I am about to ruin โครงสร้างนี้ชี้ว่าการกระทำหรือเหตุการณ์ใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่แผนทั่วไปสำหรับอนาคตที่ยังห่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย be about to: The doors are ____ close.

ดูคำตอบ

about to

There's an animal called the stonefish

0:10

มันมีสัตว์ที่เรียกว่าปลาหิน

that is the meanest thing I've ever seen. ไวยากรณ์

0:12

ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย

ไวยากรณ์

the meanest thing I've ever seen: ขั้นสูงสุดในประสบการณ์ส่วนตัว

รูปแบบ the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนาม + ประธาน + have/has ever + กริยาช่องสาม ใช้บอกการประเมินขั้นที่สุดในประสบการณ์ส่วนตัวของผู้พูดจนถึงปัจจุบัน ในที่นี้ the meanest thing จัดให้สัตว์ตัวนี้ดุร้ายหรืออันตรายกว่าทุกสิ่งที่ผู้พูดเคยเห็น โดย meanest หมายถึง “ดุร้ายที่สุด” ไม่ใช่ “โดยเฉลี่ย” I've เป็นรูปย่อของ I have และ have seen เป็น present perfect ส่วน ever ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบให้ครอบคลุมประสบการณ์ทั้งหมดของผู้พูดตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ ไม่ได้หมายถึง “ตลอดไป”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่านกตัวนี้ประหลาดกว่านกตัวอื่นทุกตัวที่ผู้พูดเคยเห็นจนถึงตอนนี้

  1. That is the strangest bird I've seen this morning.
  2. That is one of the strangest birds I've ever seen.
  3. That is the strangest bird I've ever seen.
ดูคำตอบ

That is the strangest bird I've ever seen.

We're gonna milk it การใช้คำ

0:14

เราจะไปรีดนมมัน

การใช้คำ

milk it: การรีดพิษจากสัตว์

ในที่นี้ milk เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรมในความหมายเฉพาะทาง หมายถึงการทำให้พิษออกจากตัวสัตว์แล้วเก็บรวบรวม โดยมักกดหรือกระตุ้นต่อมพิษอย่างระมัดระวัง ไม่ได้หมายถึงการรีดน้ำนมเพื่อบริโภค คำสรรพนาม it หมายถึงปลาหิน โดยทั่วไป ในบริบทการดูแลสัตว์หรืองานวิจัย milk + สัตว์ อาจหมายถึงการเก็บพิษหรือของเหลวอื่นที่ผลิตจากต่อมของสัตว์นั้น

แบบฝึกหัด

ในห้องปฏิบัติการสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่พูดว่า 'We need to milk the snake before the next test.' ในที่นี้ milk the snake หมายถึงอะไร

  1. ถอนเขี้ยวงู
  2. เก็บพิษจากงูด้วยการกระตุ้นต่อมพิษ
  3. ให้นมแก่งู
ดูคำตอบ

เก็บพิษจากงูด้วยการกระตุ้นต่อมพิษ

even though it doesn't have nipples. ไวยากรณ์

0:15

ถึงแม้มันจะไม่มีหัวนมก็เถอะ

ไวยากรณ์

even though: ข้อเท็จจริงที่ทราบแล้วกับความขัดแย้งอย่างชัดเจน

Even though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน โดยนำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นความจริง และแสดงว่าผลในประโยคหลักยังคงเกิดขึ้นแม้มีข้อเท็จจริงนั้น ในที่นี้ การไม่มีหัวนมน่าจะทำให้การรีดนมตามความหมายตรงเป็นไปไม่ได้ แต่ผู้พูดยังคงจะ milk สัตว์ตัวนั้นในความหมายเฉพาะทาง คือเก็บพิษออกมา โครงสร้างคือ even though + ประธาน + กริยา คำว่า even ช่วยเน้นความขัดแย้ง จึงมักทำให้ผลที่เกิดขึ้นดูน่าประหลาดใจเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดมองเห็นว่าฝนเริ่มตกแล้ว แต่ Maya ยังออกไปวิ่ง ประโยคใดนำเสนอเรื่องฝนเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบแล้วและขัดแย้งอย่างชัดเจนกับการกระทำของ Maya

  1. Even if it is raining, Maya is going for a run.
  2. Because it is raining, Maya is going for a run.
  3. Even though it is raining, Maya is going for a run.
ดูคำตอบ

Even though it is raining, Maya is going for a run.

Goggle up. วลี

0:17

ใส่แว่นตาป้องกัน

วลี

Goggle up: คำสั่งให้สวมอุปกรณ์แบบขี้เล่น

ในที่นี้ Goggle up หมายถึง “สวมแว่นตานิรภัยแล้วเตรียมพร้อม” ผู้พูดนำคำว่า goggles มาสร้างสรรค์ให้ goggle ทำหน้าที่เหมือนคำกริยาที่หมายถึงการสวมอุปกรณ์ โดยเลียนแบบคำสั่งที่คุ้นเคยอย่าง gear up และ suit up นี่เป็นสำนวนที่สร้างขึ้นเฉพาะตามบริบท ไม่ใช่วลีตายตัวมาตรฐาน คำว่า up ช่วยทำให้การสวมอุปกรณ์ถูกมองว่าเป็นการเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกให้กลุ่มคนสวมแว่นตานิรภัยก่อนทำกิจกรรมอย่างขี้เล่นและเฉพาะเจาะจง?

  1. Look through the goggles.
  2. Goggle up.
  3. Gear up.
ดูคำตอบ

Goggle up.

Science is about to happen. ลำดับความ

0:18

วิทยาศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

ลำดับความ

Science is about to happen: ประกาศว่าการทดลองกำลังจะเริ่ม

โครงสร้าง be about to + คำกริยา บอกว่าบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ในที่นี้ is about to happen พาผู้ชมเปลี่ยนจากช่วงเตรียมตัวไปสู่การเริ่มต้นการทดลอง การใช้ Science ซึ่งเป็นแนวคิดนามธรรมให้เป็นสิ่งที่กำลังจะ “เกิดขึ้น” เป็นการใช้ภาษาที่มีชีวิตชีวาโดยตั้งใจ ไม่ใช่คำจำกัดความที่แม่นยำ วิธีนี้ทำให้การสาธิตที่กำลังจะมาถึงดูเป็นเหตุการณ์สำคัญและสร้างความคาดหวัง

แบบฝึกหัด

ในวิดีโอ พิธีกรตรวจสอบความปลอดภัยเสร็จแล้วพูดว่า "Science is about to happen." ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. ประโยคนี้ประกาศว่าการทดลองจะเริ่มในไม่ช้าและสร้างความคาดหวัง
  2. ประโยคนี้ให้คำจำกัดความอย่างเป็นทางการของวิทยาศาสตร์
  3. ประโยคนี้รายงานว่างานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดสิ้นสุดแล้ว
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ประกาศว่าการทดลองจะเริ่มในไม่ช้าและสร้างความคาดหวัง

So, this is the research aquarium

0:26

เอาล่ะ นี่คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเพื่อการวิจัย

here at James Cook University, right?

0:28

ที่ James Cook University ใช่ไหม?

Yep.

0:29

ใช่

All right.

0:30

โอเค

This is where we've got everything that can bite and kill you.

0:30

ที่นี่คือที่ที่เรามีทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถกัดและฆ่าคุณได้

Okay, cause you do what? What's the word,

0:32

โอเค เพราะคุณทำอะไรนะ? เรียกว่าอะไรนะ

venomologist?

0:34

นักพิษวิทยา (venomologist)?

Toxinologist.

0:35

นักพิษวิทยา (Toxinologist)

Toxinologist?

0:36

นักพิษวิทยา (Toxinologist)?

Destin, how many times have we got to tell you this? น้ำเสียง/เจตนา

0:37

Destin เราต้องบอกคุณเรื่องนี้กี่รอบเนี่ย?

Toxinologist

0:39

นักพิษวิทยา (Toxinologist)

น้ำเสียง/เจตนา

How many times have we got to tell you this? ในฐานะคำบ่นเชิงวาทศิลป์

ในประโยคนี้ how many times have we got to tell you this? ไม่ได้ถามจำนวนครั้งจริง ๆ แต่เป็นการกล่าวเกินจริงถึงการพูดซ้ำ ผู้พูดเห็นว่า Destin ถูกแก้คำพูดมาหลายครั้งแล้วและควรจำได้ รูปแบบ How many times do we/I have to tell you...? ทำหน้าที่เป็นการเตือนอย่างหมดความอดทนหรือการตำหนิแบบหยอกล้อ บริบทและวิธีพูดจะบอกว่าเป็นความรำคาญจริง ๆ หรือเพียงแค่ล้อเล่น

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความ: เมื่อคนคนหนึ่งทำผิดเป็นครั้งแรก การพูดว่า “How many times have we got to tell you this?” เป็นการถามจำนวนครั้งอย่างเป็นกลาง

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Dr. Jamie Seymour

0:41

ดร. Jamie Seymour

grabbing a stonefish.

0:43

กำลังจับปลาหิน

Most venomous fish in the world.

0:45

ปลาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก

Most venomous fish in the world

0:46

ปลาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก

with his hand.

0:47

ด้วยมือเปล่าของเขา

So, why are we not wearing leather gloves when we do this?

0:53

แล้วทำไมเราไม่ใส่ถุงมือหนังตอนที่ทำแบบนี้ล่ะ?

Probably because you can't feel properly.

0:55

ก็คงเพราะคุณจะสัมผัสได้ไม่ถนัดน่ะสิ

Oh, okay.

0:57

อ้อ โอเค

Yeah, it's better you get a better feel for the fish. วลี

0:57

ใช่ มันดีกว่าถ้าคุณรับรู้สัมผัสจากปลาได้ดีกว่า

วลี

Get a better feel for: พัฒนาความคุ้นเคยโดยสัญชาตญาณ

Get a better feel for something หมายถึงการรับรู้ได้ไวขึ้นว่าสิ่งหนึ่งมีพฤติกรรมอย่างไร และมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องจัดการหรือประเมินสิ่งนั้น คำเปรียบเทียบ better บอกว่ามีความรู้สึกหรือความเข้าใจอยู่บ้างแล้ว แต่ยังพัฒนาได้อีก ในที่นี้สำนวนทำงานสองระดับ การจับปลาโดยไม่สวมถุงมือหนาทำให้ได้รับข้อมูลจากการสัมผัสโดยตรงมากขึ้น และยังช่วยให้อ่านและควบคุมการเคลื่อนไหวของปลาได้ดีขึ้นด้วย ไม่ได้หมายถึงการรู้สึกสงสารปลา

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “พัฒนาความเข้าใจที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น”: After a few practice runs, you'll get a better ____ the controls.

ดูคำตอบ

feel for

Okay.

0:59

โอเค

And so, is the fish under stress right now?

1:00

แล้วตอนนี้ปลาเครียดอยู่หรือเปล่า?

No, they can hold...

1:02

ไม่ พวกมันสามารถกัก...

they hold water up in their gills,

1:03

พวกมันกักน้ำไว้ในเหงือกได้

so they can stay out of water for a couple of hours.

1:05

เลยสามารถอยู่พ้นน้ำได้เป็นชั่วโมงๆ

Really?

1:06

จริงเหรอ?

They're intertidal animals,

1:07

พวกมันเป็นสัตว์เขตน้ำขึ้นน้ำลง

so they're used to this sort of thing. ไวยากรณ์

1:08

พวกมันเลยชินกับเรื่องแบบนี้

ไวยากรณ์

used to this sort of thing: be used to + คำนามหรือรูป -ing

ใน They're used to this sort of thing โครงสร้าง be used to หมายถึง “คุ้นเคยกับ” กล่าวคือ บางสิ่งรู้สึกเป็นเรื่องปกติและรับมือได้เพราะผ่านประสบการณ์นั้นมาหลายครั้ง สัตว์เหล่านี้ต้องอยู่นอกน้ำชั่วคราวเป็นประจำ สถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติสำหรับพวกมัน ตรงนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีอย่าง this sort of thing หรือรูป -ing ได้ เช่น They're used to being out of water.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตอนนี้มายาคุ้นเคยกับการทำงานในสภาพอากาศหนาวเย็น?

  1. Maya used to work in the cold.
  2. Maya is used to working in the cold.
ดูคำตอบ

Maya is used to working in the cold.

So, they get kind of caught in pools and stuff. น้ำเสียง/เจตนา

1:09

แสดงว่าพวกมันมักจะติดอยู่ตามแอ่งน้ำอะไรพวกนั้นบ่อยๆ สินะ

น้ำเสียง/เจตนา

kind of ... and stuff สำหรับการพูดแบบคร่าว ๆ อย่างเป็นกันเอง

Kind of ทำให้ caught มีความหมายไม่ตายตัวมากนัก กล่าวคือ สัตว์เหล่านี้ติดอยู่ในความหมายกว้าง ๆ หรือเพียงบางส่วน ไม่ใช่สภาพที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ วลีนี้บอกว่าผู้พูดกำลังอธิบายโดยประมาณ And stuff อยู่หลัง pools และสื่อถึงสถานการณ์คล้ายกันอื่น ๆ โดยไม่แจกแจงทั้งหมด เมื่อใช้สองวลีนี้ร่วมกัน คำอธิบายจะฟังเป็นกันเอง กว้าง และตั้งใจไม่กล่าวรายละเอียดให้ครบทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคกันเองนี้ด้วย kind of และ and stuff: The path was ____ muddy, with puddles ____.

ดูคำตอบ

kind of · and stuff

Yes. And they'll often get caught where the water's drained out

1:11

ใช่ และพวกมันมักจะติดอยู่ตอนน้ำลด

and they're away and running.

1:13

และพวกมันก็ยังคงอยู่รอดได้สบายๆ

So, we'll move our prop fish.

1:15

เอาล่ะ เราจะขยับปลาจำลองของเราหน่อย

See how the spines just whipped up then? กริยาวลี

1:18

เห็นไหมว่าเมื่อกี้หนามมันตั้งขึ้นมายังไง?

กริยาวลี

whipped up: การเคลื่อนขึ้นด้านบนอย่างฉับพลัน

whipped up ในที่นี้หมายถึงเคลื่อนขึ้นด้านบนด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและฉับพลัน ประโยคนี้บอกว่าหนามดีดขึ้นอย่างกะทันหัน โดย up บอกทิศทางขึ้น และ whipped เพิ่มความรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวนั้นเร็วและทันที นี่เป็นการใช้กริยาวลี whip up แบบไม่มีกรรม ไม่ได้หมายถึง “เตรียมบางอย่างอย่างรวดเร็ว” เพราะประธานคือหนามและบริบทกำลังอธิบายการเคลื่อนไหวทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

วลีใดบรรยายการเคลื่อนขึ้นด้านบนอย่างฉับพลันได้ดีที่สุด The cat’s ears suddenly ____ when it heard a strange noise.

  1. rose slowly
  2. whipped up
  3. were lowered
ดูคำตอบ

whipped up

Yeah.

1:19

ใช่

So, that's what we're trying to look for.

1:20

นั่นล่ะคือสิ่งที่เรากำลังพยายามมองหา

That spine, there's two spines.

1:21

หนามนั่น มีอยู่สองหนาม

Uh-huh.

1:23

อือฮึ

There's one there, there, there, there, there,

1:23

มีหนึ่งอันตรงนั้น ตรงนั้น ตรงนั้น ตรงนั้น ตรงนั้น

all the way down the back. วลี

1:25

ยาวลงไปตามหลังเลย

วลี

all the way down: ต่อเนื่องไปจนสุดปลายทาง

All the way down ใช้บอกระยะทางทั้งหมดตามแนวที่มุ่งลงด้านล่าง ตั้งแต่ปลายด้านหนึ่งไปจนถึงอีกปลายหนึ่ง ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังไล่ชี้ไปตามหลังของปลา และบอกว่าหนามเรียงต่อไปจนถึงปลายอีกด้าน Down บอกทิศทาง ส่วน all the way เพิ่มความหมายว่าต่อเนื่องไปจนสุด วลีเดียวกันนี้ใช้บรรยายทางเดิน รายการ หรือพื้นผิวได้เมื่อต้องการเน้นว่าสิ่งนั้นต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุด

แบบฝึกหัด

วลีใดเน้นได้ดีที่สุดว่าเส้นทางไปถึงปลายสุด Walk ____ the hallway, then turn left at the exit.

  1. near the middle of
  2. partway down
  3. all the way down
ดูคำตอบ

all the way down

There's 13 of them,

1:26

มีทั้งหมด 13 อัน

and they've all got venom associated with them.

1:27

และทั้งหมดนั้นก็มีพิษเชื่อมอยู่ด้วย

They all have venom sacs.

1:29

พวกมันทั้งหมดมีถุงพิษเหรอ

All of them.

1:30

ทั้งหมดเลย

Yep.

1:31

ใช่

A little hard to see because the animal's got lumps and bumps all over him. วลี

1:31

มองยากนิดนึงเพราะสัตว์ตัวนี้มีปุ่มป่ำเต็มตัวไปหมด

วลี

lumps and bumps สำหรับบรรยายพื้นผิวขรุขระแบบกว้าง ๆ

ในประโยคนี้ lumps and bumps เป็นคำคู่สัมผัสที่ใช้กล่าวรวม ๆ ถึงบริเวณเล็ก ๆ จำนวนมากที่นูน เป็นปุ่ม หรือมีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ คำทั้งสองไม่ได้ถูกแยกอย่างเคร่งครัดว่าเป็นลักษณะทางวิทยาศาสตร์คนละชนิด แต่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างภาพรวมของพื้นผิวที่ขรุขระและไม่เรียบ ใช้วลีทั้งชุดนี้เมื่อรูปร่างหรือสาเหตุที่แน่นอนของปุ่มนูนแต่ละจุดไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมคำคู่สัมผัสที่ใช้กันทั่วไปและหมายถึงปุ่มนูนที่ไม่สม่ำเสมอจำนวนมากให้สมบูรณ์: The old suitcase was covered in ____.

ดูคำตอบ

lumps and bumps

But there's a little lump on each of these spines,

1:34

แต่จะมีปุ่มเล็กๆ อยู่บนหนามพวกนี้แต่ละอัน

either side. การใช้คำ

1:36

ทั้งสองข้างเลย

การใช้คำ

either side ในความหมายว่า “ทั้งสองข้าง”

ในที่นี้ either side เป็นวลีบอกตำแหน่งแบบย่อที่ละ on ไว้ โดยรูปเต็มคือ on either side ในการจัดวางที่มีสองข้างเช่นนี้ วลีนี้หมายถึง “ในแต่ละข้างจากสองข้าง” จึงสื่อว่ามีปุ่มเล็ก ๆ อยู่ข้างละหนึ่งปุ่มของหนาม การตีความแบบกระจายไปทั้งสองข้างนี้พบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย และยังใช้แพร่หลายในภาษาอังกฤษแบบอื่นเมื่อสิ่งต่าง ๆ ถูกจัดวางรอบวัตถุที่เป็นศูนย์กลาง แต่ในบริบทของการเลือก either ยังคงหมายถึงหนึ่งอย่างจากสองอย่างได้ จึงต้องดูโครงสร้างประโยคและสถานการณ์เพื่อกำหนดความหมาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค "There was a lamp on either side of the door." วลี on either side มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร

  1. โคมไฟอยู่เหนือประตูพอดี
  2. มีโคมไฟหนึ่งดวงอยู่ในแต่ละข้างของประตู
  3. มีโคมไฟหนึ่งดวง แต่ไม่ได้ระบุว่าอยู่ข้างไหน
ดูคำตอบ

มีโคมไฟหนึ่งดวงอยู่ในแต่ละข้างของประตู

So, the spine comes up,

1:36

ดังนั้นเมื่อหนามตั้งขึ้น

there's a venom sac there and there.

1:37

ก็จะมีถุงพิษอยู่ตรงนั้นและตรงนั้น

As your foot or whatever comes down over the top of it,

1:39

เมื่อเท้าของคุณหรืออะไรก็ตามเหยียบลงไปด้านบน

the spine goes into your foot,

1:41

หนามจะแทงเข้าไปในเท้าของคุณ

and there's no venom sac until it gets about a third of the way down, วลี

1:43

และจะยังไม่โดนถุงพิษจนกว่าจะลงไปลึกประมาณหนึ่งในสาม

วลี

A third of the way down: ตำแหน่งหนึ่งในสามตามแนวเส้นทางลง

ในประโยคนี้ a third of the way down ระบุตำแหน่งที่ไปถึงหลังจากเคลื่อนจากจุดเริ่มต้นมาได้ประมาณหนึ่งในสามของระยะทางทั้งหมด ในที่นี้คือจากปลายเหล็กในลงมาตามแนวเหล็กใน รูปแบบ “เศษส่วน + of the way” ใช้วัดความคืบหน้าตามเส้นทาง ส่วน down บอกทิศทาง วลีนี้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งอยู่ตรงไหน ไม่ได้หมายถึงปริมาณที่ลดลง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บอกจุดหนึ่งบนบันได ถนน หน้าเอกสาร หรือขั้นตอนการทำงานได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายหกคำที่หมายถึงตำแหน่งประมาณหนึ่งในสามของระยะทางลงด้านล่าง: The first landing is ____ the staircase.

ดูคำตอบ

a third of the way down

and then what happens is your tissue compresses the venom sac ลำดับความ

1:45

แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือเนื้อเยื่อของคุณจะไปบีบอัดถุงพิษ

and shoots it up along the spine,

1:49

และพ่นมันพุ่งขึ้นมาตามหนาม

which is now deeply embedded in your foot.

1:50

ซึ่งตอนนี้มันฝังลึกอยู่ในเท้าของคุณแล้ว

ลำดับความ

And then what happens is: การเกริ่นผลลัพธ์ถัดไป

and then what happens is เป็นกรอบสำหรับจัดลำดับข้อมูลในการอธิบายด้วยคำพูด โดย and then บอกว่ากำลังเข้าสู่ขั้นต่อไป ส่วน what happens is ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังผลลัพธ์หรือกลไกสำคัญที่กำลังจะกล่าวต่อ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวไม่ใช่คำถามจริง หลัง is จะตามด้วยข้อความที่บอกผลลัพธ์ทันที ใช้กรอบนี้เพื่อนำผู้ฟังไปตามขั้นตอนหรือห่วงโซ่เหตุและผล

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายด้วยกรอบห้าคำที่ตรงตามต้นฉบับและใช้เกริ่นผลลัพธ์ถัดไป: First, the sensor detects smoke. ____ the alarm turns on.

ดูคำตอบ

And then what happens is

So, it's like stepping on a hypodermic needle ลำดับความ

1:52

มันก็เหมือนการเหยียบเข็มฉีดยา

that is upside down ready to squirt

1:54

ที่หงายขึ้นพร้อมที่จะพ่นยา

as soon as it has force applied. ไวยากรณ์

1:56

ทันทีที่มีแรงกดทับลงไป

ลำดับความ

it's like stepping on a hypodermic needle: การใช้สิ่งที่คุ้นเคยมาสร้างคำเปรียบเทียบ

It's like + วลี -ing ใช้การกระทำที่คุ้นเคยมาเปรียบเทียบ เพื่อให้จินตนาการถึงกระบวนการที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ ภาพการเหยียบเข็มฉีดยาใต้ผิวหนังช่วยทำให้เห็นกลไกของวัตถุแหลมที่อาจฉีดของเหลวเข้าไปในเท้าเมื่อมีแรงกด ทั้งสองอุปกรณ์ไม่ได้เหมือนกันทุกประการ โครงสร้างนี้ใช้อธิบายกลไกหรือประสบการณ์อื่นได้ด้วย: It's like + การกระทำหรือสถานการณ์ ในประโยคนี้ like แปลว่า “เหมือนกับ” ไม่ใช่ “ชอบ”

แบบฝึกหัด

ใน “It's like stepping on a hypodermic needle” คำว่า like ทำหน้าที่อะไร

  1. นำเข้าสู่การเปรียบเทียบ
  2. แสดงว่าผู้พูดชอบเหยียบเข็ม
  3. บอกว่าวัตถุทั้งสองเหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ

นำเข้าสู่การเปรียบเทียบ

ไวยากรณ์

as soon as: ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากมีสิ่งกระตุ้น

As soon as นำเข้าสู่เงื่อนไขด้านเวลา หมายความว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นทันทีหรือเกือบจะทันทีหลังจากเหตุการณ์แรก ในประโยคนี้ การมีแรงมากระทำคือสิ่งกระตุ้น และเข็มก็พ่นของเหลวตามมาโดยแทบไม่มีการหน่วงเวลา อนุประโยคคือ as soon as it has force applied ซึ่งหมายถึง “ทันทีที่มีแรงมากระทำกับมัน” หากพูดถึงอนาคต หลัง as soon as ให้ใช้ simple present ไม่ใช่ will วลีนี้เน้นความฉับพลัน ไม่ใช่เพียงลำดับของเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมด้านเวลาที่แสดงว่าข้อความจะถูกส่งทันทีหลังจากมาถึงบ้าน: I'll send you a message ____ I get home。

ดูคำตอบ

as soon as

Exactly.

1:57

ถูกต้องเลย

Okay, that makes sense. วลี

1:58

โอเค ฟังดูมีเหตุผล

วลี

That makes sense: การประเมินคำอธิบาย

That makes sense ใช้ตอบรับคำอธิบาย ในที่นี้ that หมายถึงคำอธิบายที่เพิ่งได้ยิน ส่วน makes sense หมายถึงคำอธิบายนั้นมีเหตุผลหรือเข้าใจได้ ไม่ได้หมายถึง “สร้างความรู้สึก” วลีนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าเข้าใจแล้ว แต่ยังประเมินด้วยว่าเหตุผลมีความสอดคล้องกัน สามารถใช้รูปแบบ something makes sense เมื่อแนวคิด เหตุผล หรือผลลัพธ์สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีจากบทเรียนที่บอกว่าคำอธิบายมีเหตุผลและเข้าใจแล้ว: A: The train is late because of a signal failure. B: Oh, ____.

ดูคำตอบ

that makes sense

This is what we're gonna use to stick over the spine of the stonefish.

1:59

นี่คือสิ่งที่เราจะใช้แปะทับหนามของปลาหิน

So, that's gonna act like somebody's foot. วลี

2:04

เพื่อให้มันทำหน้าที่แทนเท้าของใครสักคน

วลี

Act like somebody's foot เพื่อแสดงการจำลองหน้าที่

ในการทดลองนี้ act like หมายถึงทำงานในลักษณะที่คล้ายกันหรือจำลองสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงประพฤติตัวเหมือนคนประเภทใดประเภทหนึ่ง วัสดุนี้สร้างผลในการทดสอบแบบเดียวกับที่เท้าของคนจะสร้าง โครงสร้างคือ ประธาน + act like + สิ่งต้นแบบ เมื่อประธานเป็นวัตถุ วัสดุ หรือส่วนประกอบ โครงสร้างนี้ใช้อธิบายได้ว่าสิ่งนั้นเลียนแบบอะไรและทำงานอย่างไรในแบบจำลองหรือการสาธิต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย act และคำบุพบทที่แสดงความคล้ายกัน: In this demonstration, the clamp will ____ a robot's hand.

ดูคำตอบ

act like

So, you got to get it the right thickness. ไวยากรณ์

2:07

ดังนั้นคุณต้องกะความหนาให้พอดี

ไวยากรณ์

get it the right thickness: get + กรรม + ส่วนเติมเต็มบอกผลลัพธ์

ใน get it the right thickness คำว่า get หมายถึง “ทำให้กลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” กรรม it คือวัสดุที่กำลังถูกปรับ และ the right thickness คือสภาพผลลัพธ์ที่วัสดุนั้นต้องไปถึง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + กรรม + ส่วนเติมเต็มบอกผลลัพธ์ เช่น get the mixture smooth, get the room warm หรือ get the color right รูปแบบนี้นำเสนอสภาพสุดท้ายที่ต้องการว่าเป็นเป้าหมายของการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบผลลัพธ์เป้าหมายที่ไม่มี to โดยใช้คำว่า get it the right color: Add the dye one drop at a time to ____.

ดูคำตอบ

get it the right color

So, spine will be like that,

2:08

แล้วหนามก็จะเป็นแบบนั้น

and we're gonna push this down over the top,

2:10

แล้วเราก็จะกดอันนี้ลงไปด้านบน

and it'll squeeze the venom glands,

2:11

และมันจะไปบีบต่อมพิษ

and the venom will go boosh!

2:13

และพิษก็จะพุ่งออกมา ปุ๊ด!

Okay, what do you do with the venom?

2:14

โอเค แล้วคุณเอาพิษไปทำอะไรต่อ?

As a toxinologist.

2:16

ในฐานะนักพิษวิทยา

I got it I got it right.

2:18

ผมพูดถูก ผมพูดถูกแล้ว

Several things.

2:19

หลายอย่างเลยล่ะ

One, we're trying to work out how it works. กริยาวลี

2:19

หนึ่ง เราพยายามหาวิธีว่ามันทำงานยังไง

กริยาวลี

work out how it works: หาคำตอบเกี่ยวกับกลไกการทำงาน

ในที่นี้ work out หมายถึง “หาคำตอบ” หรือ “ทำความเข้าใจ” กรรมของคำนี้คือคำถามแฝง how it works ดังนั้นเป้าหมายคือค้นหาว่าสิ่งนั้นทำงานอย่างไร การใช้ work ซ้ำเป็นสิ่งที่ตั้งใจ แต่ทั้งสองคำมีบทบาทต่างกัน โดย work out เป็นกริยาวลีเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหรือทำความเข้าใจ ส่วน works เป็นกริยาทั่วไปที่หมายถึง “ทำงาน” รูปแบบ work out + อนุประโยคคำถามสามารถนำไปใช้ใน work out why it failed, where the noise comes from หรือ what to do next ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ work out ในความหมายว่า “ค้นหาหรือทำความเข้าใจ”

  1. We need to work on the alarm this afternoon.
  2. We need to work out why the alarm keeps ringing.
  3. We usually work out before breakfast.
ดูคำตอบ

We need to work out why the alarm keeps ringing.

But, one of the other things is we actually give it to the Commonwealth Serum Laboratories,

2:21

แต่อีกอย่างหนึ่งคือเรามอบมันให้กับ Commonwealth Serum Laboratories

who make an antivenom for this thing.

2:25

ที่ผลิตเซรุ่มแก้พิษสำหรับสิ่งนี้

One of the most well-used antivenoms in Australia

2:28

เป็นหนึ่งในเซรุ่มที่ถูกใช้บ่อยที่สุดในออสเตรเลีย

cuz we probably get, I don't know, 700, maybe a 1,000 people a year น้ำเสียง/เจตนา

2:30

เพราะเราอาจจะมี ไม่รู้สิ 700 หรืออาจจะ 1,000 คนต่อปี

get stung by these things up the east coast of Australia.

2:34

ที่โดนเจ้านี่แทงตามชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย

น้ำเสียง/เจตนา

I don't know, 700, maybe a 1,000: การลดความแน่นอนของค่าประมาณ

ในที่นี้ I don't know ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่รู้คำตอบเลย แต่ทำหน้าที่เป็นคำลดน้ำหนักก่อนตัวเลขในการสนทนา ผู้พูดกำลังนึกหาตัวเลขที่สมเหตุสมผลและบอกเป็นนัยว่าตัวเลขนั้นไม่แม่นยำ ลำดับ 700, maybe a 1,000 ให้ขอบเขตคร่าว ๆ สองด้าน ไม่ใช่สถิติที่ตรวจสอบแล้ว เมื่อได้ยินรูปแบบนี้ ให้เข้าใจว่าเป็นช่วงโดยประมาณ ซึ่งในประโยคนี้คือราว 700 ถึง 1,000 คนต่อปี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดฟังเหมือนผู้พูดกำลังประมาณอย่างคร่าว ๆ แบบทันที แทนที่จะให้จำนวนที่แน่นอนหรือไม่ให้ค่าประมาณเลย

  1. We had exactly 47 people at the meeting.
  2. We had, I don't know, 40, maybe 50 people at the meeting.
  3. I don't know how many people attended the meeting.
ดูคำตอบ

We had, I don't know, 40, maybe 50 people at the meeting.

Really?

2:36

จริงเหรอ?

Yeah.

2:37

ใช่

Someone's got to hold the fish, ไวยากรณ์

2:37

ต้องมีคนจับปลา

and someone's got to put the thing down over the spine.

2:38

แล้วต้องมีคนกดไอ้นั่นลงไปบนหนาม

ไวยากรณ์

Someone's got to ...: การมอบหมายบทบาทที่จำเป็น

ใน Someone's got to คำว่า someone's เป็นรูปย่อของ someone has โครงสร้าง Has got to + คำกริยารูปพื้นฐานมีความหมายเท่ากับ has to หรือ must ดังนั้นแต่ละอนุประโยคจึงระบุงานที่จำเป็นต้องทำ การใช้โครงสร้างเดิมซ้ำทำให้เกิดการแบ่งบทบาทแบบขนาน ในบริบทนี้ คนหนึ่งต้องจับปลาไว้ ขณะที่อีกคนรับผิดชอบงานที่สอง การซ้ำทำให้แผนที่มีหลายคนร่วมกันทำเข้าใจได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างด้วยโครงสร้างภาษาพูดที่หมายถึง 'someone has to': ____ check the tickets, and ____ guide the guests to their seats.

ดูคำตอบ

Someone's got to · someone's got to

I can hold the fish.

2:40

ผมจับปลาได้

I ain't scared. การใช้คำ

2:41

ผมไม่กลัว

การใช้คำ

ain't scared: am not ที่ไม่เป็นมาตรฐานและมีน้ำเสียงท้าทาย

ใน I ain't scared คำว่า ain't ใช้แทน am not ดังนั้นผู้พูดกำลังบอกว่า I am not scared เนื่องจากประธานคือ I รูปที่ตรงกันในภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงเป็น am not แต่เมื่อใช้กับประธานหรือบริบทของคำกริยาอื่น ain't อาจใช้แทนรูปปฏิเสธได้หลายแบบ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวให้น้ำเสียงแข็งกร้าวและท้าทาย ผู้พูดกำลังยืนยันความกล้าของตน ไม่ได้เพียงบอกความรู้สึกอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการสัมภาษณ์งานอย่างเป็นทางการ “I ain't worried about deadlines” เป็นคำตอบภาษาอังกฤษมาตรฐานที่เหมาะสม

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Am I capable of putting the rubber down over the spine? วลี

2:42

ผมสามารถกดยางลงบนหนามได้ไหม?

วลี

capable of putting: capable of + รูป -ing

Capable of หมายถึงการมีความสามารถ คุณสมบัติ หรือศักยภาพที่จำเป็นสำหรับบางสิ่ง ในคำถามนี้ capable of putting ใช้ถามว่าผู้พูดสามารถทำขั้นตอนที่ต้องแม่นยำในการวางยางครอบลงบนเงี่ยงได้หรือไม่ โครงสร้างคือ capable of + คำนามหรือรูป -ing เนื่องจาก put อยู่หลังคำบุพบท of จึงต้องเปลี่ยนเป็น putting ไม่ใช่ put: capable of putting

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ operate: After the safety course, Leo is capable of ____ the machine without supervision.

ดูคำตอบ

operating

You do know me, right? น้ำเสียง/เจตนา

2:47

คุณก็รู้จักผมนี่ ใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

You do know me, right?: do ที่ใช้เน้นและการขอคำยืนยัน

ในประโยคบอกเล่านี้ do ไม่ได้จำเป็นในทางไวยากรณ์ แต่ทำหน้าที่เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นความหมาย You do know me มีความหมายประมาณว่า “คุณรู้จักฉันจริง ๆ” และเตือนให้ผู้ฟังตัดสินจากสิ่งที่รู้อยู่แล้วเกี่ยวกับผู้พูด right? ที่ท้ายประโยคเป็นการขอให้ยืนยันข้อความทั้งหมด เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน ผู้พูดไม่ได้ถามอย่างเป็นกลางว่าผู้ฟังรู้จักตนหรือไม่ แต่คาดหวังคำตอบว่า “ใช่” พร้อมกับต้องการความมั่นใจ ซึ่งอาจมีทั้งความกังวลหรือแรงกดดันแบบหยอกล้ออยู่ด้วย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า You do know me, right??

  1. ผู้พูดถามอย่างเป็นกลางว่าทั้งคู่เคยพบกันหรือไม่
  2. ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังรู้จักตนและขอคำยืนยันโดยเพิ่มการเน้น
  3. ผู้พูดถามว่าทิศทางใดถูกต้อง
ดูคำตอบ

ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังรู้จักตนและขอคำยืนยันโดยเพิ่มการเน้น

Uh, maybe you should hold the...

2:49

เอ่อ บางทีคุณน่าจะจับ...

Hold the fish like that.

2:51

จับปลาแบบนั้นแหละ

Right.

2:52

ใช่

So, and if he flicks, just hang on to it. กริยาวลี

2:53

แล้วถ้ามันสะบัด ก็จับมันไว้ให้แน่น

กริยาวลี

hang on to + กรรม: จับต่อไปหรือเก็บไว้กับตัว

Hang on to + กรรม หมายถึงจับสิ่งนั้นต่อไปและไม่ปล่อย ในที่นี้ it อยู่หลัง to และระบุสิ่งที่ต้องจับไว้ให้แน่นแม้ว่ามันจะเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน รูปแบบเดียวกันนี้ยังหมายถึงเก็บสิ่งหนึ่งไว้กับตัวแทนที่จะทิ้งหรือยกให้ผู้อื่นได้ เช่น Hang on to the receipt เนื่องจาก to เป็นคำที่นำหน้ากรรมในรูปแบบนี้ คำสรรพนามจึงอยู่หลัง to: hang on to it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย hang on to และคำสรรพนามที่ใช้แทน rope: Even if the rope jerks, ____.

ดูคำตอบ

hang on to it

Okay.

2:55

โอเค

Yep.

2:55

ใช่

I can do that.

2:55

ผมทำได้

I don't I don't think he's going to flick.

2:56

ผมไม่... ผมไม่คิดว่ามันจะสะบัดนะ

I actually think... I tell my kids like when we're doing stuff like this,

2:57

ที่จริงผมคิดว่า... ผมบอกลูกๆ เสมอเวลาที่เราทำเรื่องแบบนี้

just hang on tight and don't be scared.

3:00

แค่จับไว้ให้แน่นๆ และไม่ต้องกลัว

It's like that here?

3:01

เหมือนกันกับที่นี่ไหม?

Exactly.

3:02

ถูกต้อง

Exactly.

3:02

ถูกต้อง

Just remember if you let him go and I get nailed, การใช้คำ

3:03

แค่จำไว้ว่าถ้าคุณปล่อยมันแล้วผมโดนแทง

การใช้คำ

สำนวนไม่เป็นทางการ get nailed

ในที่นี้ get nailed หมายถึง “ถูกกระแทกหรือได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก” ผลที่กลัวคือถูกเงี่ยงพิษของปลาแทง get นำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้น ส่วน nailed เพิ่มความรู้สึกรุนแรงและฉับพลัน ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ ความหมายที่แน่นอนของ get nailed ขึ้นอยู่กับบริบท อาจหมายถึงถูกกระแทก บาดเจ็บ ถูกจับ ถูกลงโทษ หรือได้รับผลเสียร้ายแรงอย่างอื่น โดยคำรอบข้างหรือสถานการณ์จะบอกว่าเป็นอันตรายแบบใด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Stay behind the barrier or you might get nailed by a loose rock,” คำว่า get nailed น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ถูกกระแทกและอาจได้รับบาดเจ็บ
  2. ทำงานให้เสร็จอย่างสมบูรณ์แบบ
  3. ยึดสิ่งของด้วยตะปูโลหะ
ดูคำตอบ

ถูกกระแทกและอาจได้รับบาดเจ็บ

I'm going to so beat the crap out of you. สำนวน

3:05

ฉันจะอัดนายให้ยับเลย

สำนวน

คำขู่ beat the crap out of you

Beat the crap out of someone เป็นสำนวนหยาบและเน้นอารมณ์อย่างมาก หมายถึงการทุบตีหรือทำให้ใครคนหนึ่งบาดเจ็บอย่างหนัก crap ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของตามตัวอักษร แต่ใช้เพิ่มระดับความรุนแรง ในประโยคนี้ I’m going to และ so ทำให้คำขู่ฟังดูรุนแรงเป็นพิเศษ แต่ความสัมพันธ์ของผู้พูดและน้ำเสียงล้อเล่นแสดงว่านี่คือคำขู่เกินจริงเพื่อคลายความตึงเครียด ไม่ใช่แผนที่จะทำจริง อย่างไรก็ตาม คำเดียวกันนี้ในความขัดแย้งจริงอาจถูกเข้าใจว่าเป็นคำขู่ร้ายแรงได้

แบบฝึกหัด

วัยรุ่นคนหนึ่งพูดกับครูคนใหม่โดยตั้งใจล้อเล่นว่า “If you give me homework, I’ll beat the crap out of you,” การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

All right.

3:07

เอาล่ะ

We're gonna go 1920 by 1080, right?

3:07

เราจะถ่ายแบบ 1920 คูณ 1080 นะ ใช่ไหม?

Yep.

3:10

ใช่

All right.

3:10

โอเค

What do you want

3:10

คุณต้องการอะไร

What, 1,500 frames per second?

3:11

อะไรนะ 1,500 เฟรมต่อวินาทีเหรอ?

Yep.

3:12

ใช่

All right.

3:15

โอเค

Yep.

3:15

ใช่

There it goes.

3:17

นั่นไง ออกมาแล้ว

Good grief. สำนวน

3:18

ให้ตายเถอะ

สำนวน

Good grief.: คำอุทานที่ไม่รุนแรง

Good grief เป็นคำอุทานตายตัวที่มีความหมายประมาณว่า “ไม่น่าเชื่อ” “โอ้โห” หรือ “แย่แล้ว” ในฉากนี้ผู้พูดใช้ตอบสนองต่อน้ำพิษที่พุ่งออกมาอย่างกะทันหัน ไม่ได้พูดถึงความเศร้าโศกตามความหมายตรงตัวของ grief สำนวนนี้ใช้แสดงความประหลาดใจอย่างมากหรือความตกใจเล็กน้อยโดยไม่ใช้คำหยาบ น้ำเสียงและสถานการณ์จะช่วยบอกว่าเป็นความทึ่ง ความกังวล หรือความรำคาญ

แบบฝึกหัด

มีคนเห็นผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจแต่ไม่เป็นอันตรายแล้วพูดว่า Good grief เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. ฉันกำลังประกาศอย่างเป็นทางการ
  2. ฉันกำลังพูดถึงช่วงเวลาไว้ทุกข์
  3. ฉันประหลาดใจหรือตกใจเล็กน้อย
ดูคำตอบ

ฉันประหลาดใจหรือตกใจเล็กน้อย

And that would squirt into your foot?

3:19

แล้วนั่นมันก็จะพุ่งเข้าไปในเท้าคุณเหรอ?

Yep.

3:20

ใช่

Oh.

3:45

โอ้

What a cameraman. ไวยากรณ์

3:46

ช่างภาพยอดเยี่ยมมาก

ไวยากรณ์

What a cameraman.: โครงสร้างอุทาน what a + คำนาม

What a + คำนามนับได้เอกพจน์เป็นโครงสร้างอุทานที่รวมการแสดงปฏิกิริยาอย่างแรงไว้ในวลีคำนาม แทนที่จะพูดเป็นประโยคเต็ม ในประโยคนี้ cameraman คือคนที่กำลังถูกประเมิน ไม่ใช่คำตอบของคำถามว่าช่างภาพคืออะไร ในที่นี้การถ่ายภาพที่อันตรายและยากทำได้สำเร็จ จึงเป็นการประเมินในแง่บวก ผู้พูดกำลังชมทักษะของช่างภาพ แต่ในบริบทอื่นโครงสร้างเดียวกันอาจฟังดูประชดได้ ต้องดูสถานการณ์และน้ำเสียงประกอบ

แบบฝึกหัด

ช่างภาพถ่ายการทดลองอันตรายได้อย่างสมบูรณ์แบบ What a cameraman. ในที่นี้น่าจะแสดงอะไร

  1. คำถามว่าช่างภาพคืออะไร
  2. คำบ่นว่าไม่มีใครถ่ายการทดลองไว้
  3. คำชมทักษะของช่างภาพ
ดูคำตอบ

คำชมทักษะของช่างภาพ

This guy should get an Emmy award.

3:48

ชายคนนี้น่าจะได้รางวัล Emmy นะ

This guy does have an Emmy award. ไวยากรณ์

3:51

ชายคนนี้มีรางวัล Emmy จริงๆ

Don't you?

3:52

ใช่มั้ยล่ะ?

ไวยากรณ์

does have ในประโยคบอกเล่าเพื่อเน้นย้ำ

ในประโยคบอกเล่านี้ does ใช้เน้น have อย่างชัดเจน ผู้พูดกำลังแก้ความเข้าใจที่ว่าผู้ชายคนนี้เพียงแค่สมควรได้รางวัลเอ็มมี โดยยืนยันว่าจริง ๆ แล้วเขามีรางวัลอยู่แล้ว หลัง does ต้องใช้กริยาหลักรูปพื้นฐาน จึงต้องเป็น does have ไม่ใช่ does has โครงสร้าง do เพื่อเน้นในประโยคบอกเล่าใช้ย้ำหรือแก้ไขข้อความเชิงบวกได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ความเข้าใจโดยใช้รูปบอกเล่าแบบเน้นของ have: Leo does not merely deserve a trophy; he ____ one already.

ดูคำตอบ

does have

That's cool look at that!

3:53

เจ๋งไปเลย ดูนั่นสิ!

So, how long does it take him to replenish that venom supply? ไวยากรณ์

3:54

แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่ามันจะสร้างพิษขึ้นมาใหม่?

ไวยากรณ์

How long does it take him to ...? สำหรับถามระยะเวลา

How long does it take him to replenish ...? ใช้ถามว่าเขาหรือสิ่งนั้นต้องใช้เวลาเท่าใดเพื่อทำกริยาให้เสร็จ ในที่นี้ take หมายถึงต้องใช้เวลา ไม่ได้หมายถึงพกพาหรือเอาออก โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ How long does it take + คนหรือสิ่งของ + to + กริยารูปพื้นฐาน? คำว่า him ระบุคนหรือสิ่งมีชีวิตที่ทำกริยา replenish ส่วน it เป็นประธานสมมติที่ช่วยสร้างคำถามเรื่องระยะเวลาด้วย take

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเกี่ยวกับระยะเวลาใน present simple โดยใช้ How long และโครงสร้าง it-take: ____ Nora to finish her weekly report?

ดูคำตอบ

How long does it take

It's now dependent on food.

3:56

ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับอาหาร

If they start feeding again, and they often don't,

3:58

ถ้าพวกมันเริ่มกินอาหารอีกครั้ง ซึ่งมักจะไม่ค่อยกิน

um, but if you can get it feeding again, about 2 to 3 weeks. ไวยากรณ์

4:00

อืม แต่ถ้าคุณทำให้มันกินอาหารได้อีกครั้ง ก็ประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์

ไวยากรณ์

get it feeding again: get + กรรม + -ing

ในโครงสร้าง get + กรรม + -ing คำว่า get หมายถึง “ทำหรือพยายามจนทำให้กรรมเข้าสู่สภาวะที่กำลังทำกิจกรรมอยู่” ในที่นี้ get it feeding again หมายถึง “ทำให้มันกลับมาเริ่มกินอาหารอีกครั้งได้” รูป -ing บอกกิจกรรมที่กรรมเริ่มทำและทำต่อไป ดังนั้น feeding จึงเป็นการกระทำของสัตว์ตัวนั้นเอง ไม่ได้หมายความว่ามีคนอื่นกำลังให้อาหารมัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get และรูป -ing ของ work: We finally ____ the printer ____ again.

ดูคำตอบ

got · working

Why would they not start feeding again?

4:02

ทำไมพวกมันถึงไม่เริ่มกินอาหารอีกล่ะ?

Oh, they get grumpy.

4:04

อ๋อ พวกมันจะหงุดหงิดน่ะ

Really?

4:05

จริงเหรอ?

And we've had them in the lab here,

4:05

และเราเคยเอามันมาไว้ในห้องแล็บที่นี่

and often they won't feed for 2 or 3 months.

4:06

และบ่อยครั้งที่พวกมันจะไม่กินอาหารเป็นเวลา 2 หรือ 3 เดือน

And as you push down that sac below. There was a sac about here and a sac about there.

4:08

และเมื่อคุณกดถุงพิษด้านล่างนั่น มันมีถุงพิษอยู่ตรงนี้และก็ตรงนั้น

So, as it comes down,

4:12

พอมันกดลงไป

comes down and it pushes on those sacs,

4:14

กดลงไปและบีบถุงพิษพวกนั้น

and there's a little channel that runs up each side of the spine.

4:16

และจะมีช่องเล็กๆ วิ่งขึ้นไปในแต่ละด้านของหนาม

So, when the venom gets pushed out of the sac,

4:20

ดังนั้นเมื่อพิษถูกดันออกจากถุง

it comes down the side of the spine and out the tip of the spine.

4:22

มันจะไหลลงมาตามด้านข้างของหนามและออกทางปลายหนาม

How sharp is that?

4:25

มันคมแค่ไหน?

Yeah, like a hypodermic needle.

4:26

ใช่ เหมือนเข็มฉีดยานั่นแหละ

That's crazy, man.

4:28

บ้าไปแล้วพวก

It'll go clean through a wetsuit bootie. การใช้คำ

4:29

มันสามารถทะลุรองเท้าดำน้ำได้สบายๆ

การใช้คำ

clean ใน go clean through: ทะลุอย่างสมบูรณ์

ในที่นี้ clean เป็นคำวิเศษณ์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “อย่างสมบูรณ์” หรือ “ทะลุจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง” Go clean through บอกว่าวัตถุแหลมสามารถทะลุรองเท้าบู๊ตของชุดดำน้ำทั้งชิ้นจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งได้ Clean เน้นว่าเส้นทางของการเคลื่อนไหวนั้นดำเนินไปจนสุด ไม่ได้บอกว่ารองเท้าบู๊ตสะอาด ถูกสุขอนามัย หรือไม่มีสิ่งสกปรก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The nail went clean through the board," คำว่า clean หมายถึงอะไร

  1. อย่างสมบูรณ์ จากด้านหนึ่งของแผ่นไม้ไปอีกด้านหนึ่ง
  2. โดยไม่ทำให้แผ่นไม้เสียหาย
  3. อย่างถูกสุขอนามัย
ดูคำตอบ

อย่างสมบูรณ์ จากด้านหนึ่งของแผ่นไม้ไปอีกด้านหนึ่ง

So, it's a... We think it's a pore formation venom.

4:31

ดังนั้นมันคือ... เราคิดว่ามันเป็นพิษที่สร้างรูพรุน

So, punches holes in things in cell membranes and stuff, วลี

4:33

มันเลยเจาะรูในสิ่งต่างๆ ในเยื่อหุ้มเซลล์อะไรพวกนั้น

วลี

punches holes in: ทำให้เกิดรูด้วยแรง

ในที่นี้ punches holes in หมายถึง “ทำให้เกิดช่องเปิดในบางสิ่งด้วยแรง” โครงสร้างคือ punch holes in + กรรม โดย holes บอกผลของการกระทำ ส่วน in นำหน้าวัสดุหรือพื้นผิวที่ถูกเจาะ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวสร้างภาพที่ชัดเจนของความเสียหายทางกายภาพต่อเยื่อหุ้มเซลล์ ไม่ได้หมายถึงการชกแบบมวย แต่ punch เป็นคำกริยาที่บอกการทำให้เกิดรู

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: This tool ____ the cardboard so air can pass through.

ดูคำตอบ

punches holes in

and it's just designed for pain.

4:36

และมันถูกออกแบบมาเพื่อความเจ็บปวดเท่านั้น

Really?

4:38

จริงเหรอ?

Pain, pain, pain, and more pain.

4:38

เจ็บ เจ็บ เจ็บ และเจ็บยิ่งกว่า

Get away from me. ลำดับความ

4:40

ออกไปห่างๆ จากฉัน

I'm a bad fish, kind of a stuff.

4:41

ฉันเป็นปลาร้ายนะ อะไรประมาณนั้น

ลำดับความ

Get away from me. I'm a bad fish: คำเตือนในจินตนาการ

ผู้พูดสร้างเสียงพูดแบบบุรุษที่หนึ่งในจินตนาการให้ปลา:“Get away from me. I'm a bad fish.” ปลาไม่ได้พูดจริง ๆ คำเหล่านี้เปลี่ยนความเจ็บปวดจากพิษให้เป็นคำเตือนที่ชัดเจนต่อผู้ล่า นั่นคือให้อยู่ห่าง ๆ เพราะการโจมตีปลาตัวนี้จะทำให้เจ็บ ในเสียงพูดเชิงขบขันนี้ bad หมายถึงเป็นอันตรายหากไปยุ่งด้วย ไม่ได้หมายถึงเป็นปลาที่มีศีลธรรมไม่ดี การทำให้ปลาเหมือนมนุษย์เช่นนี้จัดลำดับคำอธิบายเป็นสัญญาณ แล้วตามด้วยปฏิกิริยาที่ต้องการให้เกิด แทนที่จะบรรยายเพียงความเจ็บปวด ผู้พูดนำเสนอหน้าที่ในการป้องกันตัวเป็นข้อความจากสัตว์ที่จำได้ง่าย

แบบฝึกหัด

“Get away from me. I'm a bad fish” ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?

  1. บรรยายผู้พูด ไม่ใช่ปลา
  2. รายงานคำพูดที่ปลาได้พูดจริง ๆ
  3. เปลี่ยนการป้องกันตัวที่ทำให้เจ็บของปลาเป็นคำเตือนในจินตนาการต่อผู้ล่า
  4. บอกว่าปลาเป็นสัตว์ที่มีศีลธรรมไม่ดี
ดูคำตอบ

เปลี่ยนการป้องกันตัวที่ทำให้เจ็บของปลาเป็นคำเตือนในจินตนาการต่อผู้ล่า

Exactly.

4:43

ถูกต้องเลย

Okay, point to the eye on this side.

4:43

โอเค ชี้ไปที่ตาฝั่งนี้หน่อย

There's an eye just there.

4:45

มีตาอยู่ตรงนั้น

What?

4:48

อะไรนะ?

He's over there.

4:49

มันอยู่ตรงนั้น

Just there.

4:49

ตรงนั้นเลย

Oh, I see it.

4:51

อ้อ ผมเห็นแล้ว

It's very it's clear.

4:52

มันใส... มันใสมาก

Rocket scientists. น้ำเสียง/เจตนา

4:53

นักวิทยาศาสตร์จรวด

Yeah.

4:54

ใช่

Rocket scientist.

4:55

นักวิทยาศาสตร์จรวด

น้ำเสียง/เจตนา

Rocket scientists ในฐานะคำชมตัวเองแบบประชด

ตามความหมายตรงตัว rocket scientists คือผู้เชี่ยวชาญที่ออกแบบหรือศึกษาเรื่องจรวด แต่ Rocket scientists. ในที่นี้เป็นการชมตัวเองแบบประชด หลังจากใช้เวลานานกว่าจะสังเกตเห็นดวงตาที่เห็นได้ชัด ผู้พูดจึงเรียกตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ฉลาดมากแบบล้อเล่น ความหมายที่แท้จริงเกิดจากความไม่เข้ากันระหว่างฉายาที่ฟังดูเก่งกาจกับผลงานที่ไม่น่าประทับใจ เมื่อคำชมที่เกินจริงขัดกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น คำนั้นอาจสื่อความหมายตรงข้ามหรือใช้ล้อคนที่เกี่ยวข้องเบา ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Rocket scientists. สื่อความหมายใด?

  1. พวกเขากำลังถามว่านักวิทยาศาสตร์ระบุชนิดของปลาได้หรือไม่
  2. พวกเขากำลังบอกอย่างจริงใจว่าตนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
  3. พวกเขาล้อเล่นว่าตนเก่งมาก หลังจากใช้เวลานานกับสิ่งที่เห็นได้ชัด
ดูคำตอบ

พวกเขาล้อเล่นว่าตนเก่งมาก หลังจากใช้เวลานานกับสิ่งที่เห็นได้ชัด

Watch the cord

4:57

ระวังสายไฟนะ

Watch the cord

4:58

ระวังสายไฟนะ

Yep.

4:59

ใช่

That'd be good, wouldn't it? น้ำเสียง/เจตนา

5:00

นั่นคงจะดีเลยใช่มั้ย?

น้ำเสียง/เจตนา

That'd be good, wouldn't it? เพื่อคาดหวังการเห็นด้วย

That'd เป็นรูปย่อของ that would ประโยคหลักเป็นรูปบอกเล่าและคำถามท้ายประโยคเป็นรูปปฏิเสธ เพราะผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะเห็นด้วยกับแนวคิดเชิงบวกที่ว่า การหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุย่อมเป็นเรื่องดี ในที่นี้ ผู้พูดจงใจกล่าวถึงประโยชน์ด้านความปลอดภัยที่เห็นได้ชัดแบบเบา ๆ Wouldn't it? ไม่ได้แสดงความไม่แน่ใจอย่างมาก เมื่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบและเป็นเรื่องธรรมดา ประโยคนี้จึงสื่อการเห็นด้วยแบบแห้ง ๆ และมีนัยประชด

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยรูปย่อของ that would และคำถามท้ายประโยคเชิงปฏิเสธที่เข้าคู่กัน: A handrail could prevent an accident. ____ be good, ____?

ดูคำตอบ

That'd · wouldn't it

Yeah.

5:01

ใช่

Can I get some stonefish barbs in the face? น้ำเสียง/เจตนา

5:01

ผมขอเอาหนามปลาหินแทงหน้าหน่อยได้ไหม?

And get electrocuted at the same time.

5:05

และโดนไฟดูดไปพร้อมๆ กันด้วย

น้ำเสียง/เจตนา

“Can I get some stonefish barbs in the face?” ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์

“Can I get ...?” โดยปกติใช้ถามว่าสิ่งใดเป็นไปได้หรือได้รับอนุญาตหรือไม่ แต่คำขอที่เห็นในประโยคนี้กลับเป็นเรื่องอันตรายอย่างชัดเจนสองอย่าง คือถูกหนามพิษของปลาหินทิ่มหน้าและถูกไฟช็อต เพราะไม่มีใครขอให้เกิดเรื่องแบบนั้นอย่างจริงใจ คำถามนี้จึงเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่มีน้ำเสียงประชด ผู้พูดหมายถึงว่า “แน่นอนว่าฉันไม่ต้องการแบบนั้น” และใช้การพูดเกินจริงเพื่อเน้นว่าสถานการณ์นี้มีความเสี่ยงร้ายแรงหลายอย่างรวมกัน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความอย่างไรจริง ๆ เมื่อพูดว่า “Can I get some stonefish barbs in the face?”

  1. เขาขออนุญาตอย่างจริงใจเพื่อให้ปลาหินทิ่มเขา
  2. เขาไม่ต้องการบาดเจ็บและกำลังพูดประชดเพื่อเน้นอันตรายหลายอย่างที่เกิดร่วมกัน
  3. เขากำลังถามว่าหนามปลาหินทำงานด้วยไฟฟ้าหรือไม่
ดูคำตอบ

เขาไม่ต้องการบาดเจ็บและกำลังพูดประชดเพื่อเน้นอันตรายหลายอย่างที่เกิดร่วมกัน

And there he goes.

5:08

และเขาก็ไปแล้ว

Oh, wow.

5:09

โอ้ ว้าว

So, here we are filming one of the world's ugliest animals.

5:11

นี่เรากำลังถ่ายทำสัตว์ที่น่าเกลียดที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง

We have Destin,

5:14

เรามี Destin

and we also have a stonefish.

5:15

และเราก็มีปลาหิน

This is the stonefish. ลำดับความ

5:17

นี่คือปลาหิน

And that's the world's ugliest animal.

5:19

และนั่นก็คือสัตว์ที่น่าเกลียดที่สุดในโลก

Thank you.

5:23

ขอบคุณ

ลำดับความ

“This is the stonefish ... that's the world's ugliest animal”: การสลับสิ่งที่คำชี้อ้างถึง

ประโยคแรก “This is the stonefish” ทำให้ปลาหินกลายเป็นจุดสนใจของผู้ชมในทันที ในประโยคถัดไป คำชี้เปลี่ยนเป็น “that” และเมื่อพิจารณาร่วมกับสิ่งที่ถูกชี้ในภาพ คำนี้จึงหมายถึง Destin ไม่ได้ย้อนกลับไปหาคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดโดยอัตโนมัติ ทำให้ป้ายคำว่า “the world's ugliest animal” ย้ายจากปลาไปอยู่ที่คน การสลับสิ่งที่อ้างถึงซึ่งเพิ่งเปิดเผยในตอนท้ายทำให้เกิดมุก ช่วงเกริ่นดูเหมือนจะบรรยายปลา แต่คำเรียกสุดท้ายกลับตกไปอยู่ที่เพื่อน

แบบฝึกหัด

ในคลิปนี้ มุกใน “This is the stonefish. And that's the world's ugliest animal” ทำงานอย่างไร?

  1. “That” หมายถึงปลาหินได้เท่านั้น เพราะปลาหินเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงล่าสุด
  2. “That” หมายถึง Destin และหลังจากเกริ่นแล้วก็ย้ายคำดูถูกจากปลาไปที่เขา
  3. ผู้พูดกำลังให้การจำแนกทางวิทยาศาสตร์ของปลาหินทุกตัว
ดูคำตอบ

“That” หมายถึง Destin และหลังจากเกริ่นแล้วก็ย้ายคำดูถูกจากปลาไปที่เขา

All right, let's put him back.

5:23

เอาล่ะ เอามันกลับไปไว้ที่เดิมเถอะ

Okay, I hope you enjoyed that episode of Smarter Every Day about the stonefish,

5:25

โอเค หวังว่าคุณจะสนุกกับ Smarter Every Day ตอนปลาหินนะ

just like we're enjoying superhero hammock time.

5:28

เหมือนกับที่เรากำลังสนุกกับเวลาเปลญวนของซูเปอร์ฮีโร่

Put your Spider-Man glasses on.

5:30

ใส่แว่นตา Spider-Man ของลูกสิ

Anyway, if you would like to support superhero hammock time and more Smarter Every Day episodes, น้ำเสียง/เจตนา

5:32

ยังไงก็ตาม ถ้าคุณอยากสนับสนุนเวลาเปลญวนซูเปอร์ฮีโร่และรายการ Smarter Every Day ตอนอื่นๆ

please go to audible.com/smarter and download a free audiobook.

5:36

โปรดไปที่ audible.com/smarter และดาวน์โหลดหนังสือเสียงฟรี

น้ำเสียง/เจตนา

หากคุณต้องการสนับสนุน... โปรดไปที่...

อนุประโยค if you would like to support แสดงว่าการสนับสนุนเป็นสิ่งที่ผู้ฟังเลือกเองได้ ในที่นี้ would like ใช้บอกความต้องการอย่างสุภาพและไม่ตรงเกินไป ไม่ได้กล่าวถึงอดีต จากนั้นผู้พูดใช้ please go to ... เพื่อบอกขั้นตอนถัดไปอย่างชัดเจน รูปแบบสองส่วน If you would like to + คำกริยา, please + ประโยคคำสั่ง ช่วยให้คำขอต่อสาธารณะฟังนุ่มนวลขึ้น แต่ยังคงบอกสิ่งที่ต้องทำได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคเชิญชวนข้อใดแสดงว่าการช่วยเป็นทางเลือกของผู้ฟัง แล้วจึงบอกขั้นตอนถัดไปอย่างสุภาพ

  1. You must help, so sign up online.
  2. If you would like to help, please sign up online.
  3. You helped, and you signed up online.
ดูคำตอบ

If you would like to help, please sign up online.

Where do we listen to audiobooks?

5:40

เราฟังหนังสือเสียงที่ไหนกัน?

In the car.

5:42

ในรถ

That's right.

5:43

ใช่แล้ว

Anyway, if you would like to listen to a book, we're reading one together right now at super hero hammock time.

5:44

ยังไงก็ตาม ถ้าคุณอยากฟังหนังสือ เรากำลังอ่านหนังสือด้วยกันอยู่ตอนนี้ที่เวลาเปลญวนซูเปอร์ฮีโร่

What book are we reading?

5:48

เรากำลังอ่านหนังสืออะไรอยู่?

The Lion, the Witch, and the Wardrobe.

5:49

The Lion, the Witch, and the Wardrobe

That's right.

5:51

ใช่แล้ว

The Lion, the Witch, and the Wardrobe.

5:51

The Lion, the Witch, and the Wardrobe

You can get that or any other audiobook you want for free at audible.com/smarter.

5:53

คุณสามารถรับเล่มนั้นหรือหนังสือเสียงอื่นๆ ที่คุณต้องการได้ฟรีที่ audible.com/smarter

That helps Smarter Every Day,

5:57

นั่นจะช่วยสนับสนุน Smarter Every Day

and it helps us do things like spend daddy time together.

5:59

และมันช่วยให้เราได้ทำสิ่งต่างๆ เช่นใช้เวลาของพ่อลูกด้วยกัน

So, anyway,

6:01

ดังนั้น ยังไงก็ตาม

and tickle.

6:02

แล้วก็จั๊กจี้

Anyway, if you'd like to support us, audible.com/smarter.

6:03

ยังไงก็ตาม ถ้าคุณอยากสนับสนุนพวกเรา ไปที่ audible.com/smarter

I'll leave a link in the video description. วลี

6:06

ผมจะทิ้งลิงก์ไว้ในคำอธิบายวิดีโอนะ

วลี

ฉันจะใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายวิดีโอ

ในที่นี้ leave a link หมายถึงการใส่หรือให้ลิงก์ไว้ในที่ใดที่หนึ่ง เพื่อให้คนอื่นกลับมาหาเจอได้ภายหลัง leave ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังจะออกไปหรือลืมเอาลิงก์ไป โครงสร้างคือ leave + สิ่งของ + สถานที่ โดย a link คือสิ่งที่นำไปใส่ไว้ และ in the video description บอกว่าลิงก์จะอยู่ที่ไหน ส่วน I'll แสดงคำมั่นหรือความตั้งใจของผู้พูดว่าจะทำเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนมาตรฐานที่หมายถึงส่วนข้อความซึ่งแนบมากับวิดีโอเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I'll leave a link ____.

ดูคำตอบ

in the video description

Thank you so much.

6:09

ขอบคุณมากๆ ครับ

I'm Destin.

6:10

ผม Destin

You're getting smarter every day.

6:10

คุณฉลาดขึ้นในทุกๆ วัน

Have a good one. วลี

6:13

ขอให้เป็นวันที่ดีนะ

วลี

Have a good one ในฐานะคำบอกลาแบบกันเอง

Have a good one เป็นคำบอกลาแบบกันเองที่เพิ่มคำอวยพรอย่างเป็นมิตร ในที่นี้ one หมายกว้าง ๆ ถึงช่วงเวลาหลังจากนี้ ซึ่งมักเป็นเวลาที่เหลือของวัน ช่วงเย็น หรือสุดสัปดาห์ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เพราะไม่ได้ระบุช่วงเวลาให้ชัด จึงใช้ได้เมื่อไม่จำเป็นหรือไม่เหมาะที่จะพูดเจาะจงอย่าง Have a good day เป็นการจบบทสนทนาอย่างอบอุ่น ไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายบอกว่า one คืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมคำปิดท้ายแบบกันเองของบาริสต้าด้วยสำนวนจากบทเรียน: “Here's your coffee. ____!”

ดูคำตอบ

Have a good one

Bye.

6:14

บ๊ายบาย

can you say bye?

6:15

ลูกพูดบ๊ายบายได้ไหม?

Say bye.

6:16

พูดบ๊ายบายสิ

Bye.

6:17

บ๊ายบาย